hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 6



      ห้าปีหลังจากโนวาได้พบกับข้อเสนอของปีศาจ เขาและเทพอิกริดมุ่งขึ้นเหนือเพื่อไปดูหลุมศพโซล่าคนรักเก่าของว่าถูกขุดไปเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองของรึเปล่า

สิ่งที่เขาได้พบตอนไปถึงซากปรักหักพังที่รกร้างนับร้อยปีคือหมู่บ้านขนาดใหญ่ใกล้กับซากเมืองถูกครอบคลุมด้วยความดำมืดของปีศาจร้าย ด้วยความที่อยากให้หลุมศพของโซล่าสงบเงียบไม่มีพวกปีศาจรบกวน โนวาจึงเข้าช่วยเหลือจนท้ายที่สุดเทพอิกริดก็ได้สร้างหอคอยขนาดใหญ่ขึ้นล้อมรอบซากเมืองเก่าไว้เพื่อผนึกเหล่าปีศาจ

      เหล่าชาวบ้านได้รับความช่วยเหลือจึงรวบรวมผู้คนและทรัพย์สินเพื่อสร้างเมืองใหม่ขึ้นทับเมืองเก่าที่กลายเป็นซากปรัก โนวากลายเป็นวีรบุรุษได้ขอให้สร้างปราสาททับหลุมศพของโซล่าที่ไม่มีร่องรอยการขุด และได้ตั้งชื่อเมืองใหม่นั้นว่าไพร์แทนกองไฟเผาศพเพื่อเป็นที่ระลึกถึงคนรัก และได้จากไปอย่างเย็นชาไม่สนใจตำแหน่งราชาที่ผู้คนเสนอให้

      สิ่งที่เขาให้สนใจตอนนี้มีอยู่เพียงสองอย่าง ผลึกแก้วที่จอมเทพเอรีสประทานให้กับอสูรร่างยักษ์สีขาวราวกับรวมปุยเมฆบนท้องฟ้าทั้งหมดมารวมกัน ร่างของอสูรค่อยๆเด่นชัดขึ้นบนฟากฟ้าพร้อมกับแสงจากแก้วผลึกที่หน้าอกราวกับทั้งสองสิ่งเพรียกหาซึ่งกันและกัน

จนในที่สุดเงาของอสูรก่อรูปจนกลายเป็นมังกรสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีเหลืองของมันเบิกโพลง ปีกขนาดใหญ่พาร่างมหึมาของมันบินลงไปทางใต้อย่างรวดเร็วเกินกว่าโนวาจะตั้งสติและไล่ตามทัน อย่างน้อยเขาก็เห็นตัวและรู้ทิศทางที่มันไปแล้ว ขอเวลาเขาอีกหน่อยคงตามมันเจอ...

      ในชั่วระยะเวลาห้าปีหลังจากนั้น โนวาได้ข่าวของมังกรแสงโดยตลอด ไม่ว่าจะในชื่อของมังกรแสงหรือชื่ออื่น อย่างเช่น จอมอสูรสีขาว มังกรขาวแห่งนรก หรือหายนะแห่งแสงที่มุ่งโจมตีหมู่บ้านและเมืองต่างๆราวกับระบายความคับแค้นใจออกมา จนในที่สุดเขาก็ได้ข่าวว่ามีกองทหารกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเพื่อไปปราบมันที่มืองคาร์ลทางตะวันออกของทวีปใหญ่ โนวารีบรุดไปทันทีโดยขี่วิหคสายลมที่บินเร็วราวกับสายลมพัด

      แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขาคือนรก เพราะการสื่อสารที่ล่าช้าทำให้เขามาไม่ทันการปะทะระหว่างมนุษย์และมังกรแสง กองพันทหารกล้าที่ร่วมมือกันจากทั่วทวีปต่างนอนตายถับถมกันราวกับใบไม้ร่วงหล่นจากต้นแม่ สิ่งที่สังหารพวกเขาเหล่านั้นบินอยู่บนท้องฟ้าราวกับเป็นดวงอาทิตย์ที่สอง แสงที่สาดสะท้อนออกจากเกล็ดสว่างกว่าครั้งแรกที่เขาเจอมัน ถึงจะเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ทอประกาอุ่นแต่ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน สังหารกองทหารได้โดยที่ไม่มีเลือดเปรอะเปื้อนลำตัวที่ขาวสะอาดเลยแม้แต่น้อย ราวกับเป็นจอมอสูรร้ายที่ถือกำเนิดขึ้นในวันสร้างโลก

      เจ้ามังกรแสงที่เพิ่งสังหารเหล่าทหารนับพันเหลือกตามองโนวา ด้วยความที่โนวาคล้ายกับเทพอิกริดทำให้เกิดความเข้าใจผิด เจ้ามังกรอ้าปากอวดเขี้ยวที่เรียงเป็นแถวและลิ้นสีแดงฉาด พลันลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ก็พุ่งออกจากปากของมันเหมือนกับกระบอกปืนใหญ่ โชคดีที่เทพอิกริดพุ่งกระแทกที่ลำตัวทำให้โนวาหลบแสงนั้นทัน ไม่อย่างนั้นเจ้ามังกรแสงคงสบโอกาสหนีอีกครั้ง

"ขอบคุณท่านอิกริด" โนวารีบยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง

      แต่ช้าไปเสียแล้ว ลำแสงที่สองจากอุ้งขาหน้าพุ่งเฉียดร่างของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มันร้อนแรงแผดเผาร่างกายจนใบหน้าที่เคร่งเครียดบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายท่อนร่างขาดออกจากท่อนบนปล่อยเครื่องในและกองเลือดให้หลุดร่วงลงสู่พื้นดินพร้อมกับร่างที่ไร้สิ่งพยุง

      ความปวดแปลบที่ชักนำให้ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่ได้เจอเสียนานเข้ามากลุ้มรุม เครื่องในของเขาเคลื่อนที่กลับเข้าที่ชิ้นเนื้อที่ขาดออกจากกันเริ่มสมานตัวอีกครั้ง แต่มันช้าเหลือเกินราวกับเขาไม่สามารถคืนชีพได้อีกแล้ว

       ความเงียบเข้ามาปะทะพวกเขาในพริบตาพร้อมกับสายหมอกที่เข้ามาบดบังร่างของมังกรยักษ์ แต่โนวาที่รอให้ร่างกายคืนสภาพนั้นรู้ว่าเจ้ามังกรไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อยมันหยุดนิ่งเหมือนกับใบหญ้าตามพื้นและสายลมรอบด้าน

"อิกริด ข้าเอาของมาส่ง...หวังว่าเจ้าคงดีใจที่ได้กองทัพอีกส่วนคืนแล้วนะ เวเบอร์"

      เมื่อเสียงนั้นเงียบลงสายหมอกก็จาง สายลมและปีกของมังกรแสงเริ่มการเคลื่อนไหวอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของโนวาคือความสิ้นหวังในความสิ้นหวัง กองทัพอสูรนับหมื่นเรียงรายอยู่กลางระหว่างพวกเขาและมังกรแสง ใครกันเป็นผู้ที่เอากองพันปีศาจมาส่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเขาตายสนิทแล้วงั้นหรือ

"ขอคุณขอรับท่านพี่" เสียงของเทพอิกริดทำลายความเงียบและความสับสนของเขา

ร่างที่หนุ่มแน่นของเทพอิกริดเปล่งแสงสีแสดออกมา แสงนั้นลอยแยกจากตัวของเทพอิกริดแล้วรวมกันเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่โนวาคุ้นตา เวเบอร์ผู้มีเส้นผมสีทองดวงตาสีพระจันทร์แดง

"ถึงคิวข้าแล้วสินะ..." เวเบอร์ที่แยกร่างออกมาจากเทพอิกริดสบถอย่างชาเย็นแล้วลอยขึ้นไปเหนือเหล่าปีศาจที่ให้ความสนใจกับมังกรสีขาวที่ใช้ปีกพยุงตัวเองอยู่กลางอากาศ

"รีบหนีก่อนเถอะ กองทัพปีศาจสามล้านของเวเบอร์คงตรึงไว้ได้ไม่นาน" เทพอิกริดรีบพยุงร่างที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่ของโนวาแล้วรีบหนีทันที

      ตอนที่เทพอิกริดช่วยประคองชิ้นส่วนของเขานั้น เสียงร้องเรียกชื่อของเวเบอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้น มันเป็นเสียงโห่ร้องของเหล่าปีศาจที่พุ่งเข้าต่อกรกับมังกรขาวอย่างไม่กลัวตาย...


"ถึงกับใช้พลังของผลึกกาลเวลาได้แล้วรึนี่...ย้อนเวลาเจ้ากลับเป็นตอนก่อนโดนสาปจนได้"

      เทพอิกริดพาเขาหนีไปไกลจากสมรภูมินรก ร่างของเขาฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์แล้ว แสงสีส้มอ่อนออกมารอบตัวของเขาเหมือนกับตอนถูกสาป มือเริ่มรับรู้ความแข็งของหินที่นอนเขาได้

"แล้วคำสาปยังอยู่ไหมขอรับ"

"นั่นเป็นคำสาปของจอมเทพเอรีสนะ ถึงจะถูกทำลายแต่ก็จะกลับมาอีกครั้ง ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะ"
เทพอิกริดเชิดหน้ามองไปยังท้องฟ้าด้านหนึ่ง มีลำแสงสีส้มพุ่งมาทางเขาแล้วก็หายเข้าไปในร่าง เวเบอร์ที่แยกไปต้านมังกรแสงให้กลับมาแล้ว

"กองทัพปีศาจเมื่อกี๊คืออะไรขอรับ"

"เป็นอดีตกองทัพปีศาจภายใต้บังคับบัญชาของเวเบอร์...มันเรื่องสมัยก่อนน่ะ เทพีเฟซิสเห็นว่าอาจสร้างความลำบากให้กับเหล่าผู้กล้า นางอยากลองวิชาด้วยเลยย้ายเอากองทัพปีศาจของเวเบอร์มาเก็บไว้ในมิติแห่งการหลับไหล เคยเรียกออกมาครั้งแรกตอนที่ข้ายังเป็นมนุษย์อยู่"

"กองทัพปีศาจภายใต้บังคับบัญชา..."

"บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องสมัยก่อน...เอาเป็นว่าสมัยนั้นเขานิยมเป็นพวกปีศาจกัน" เทพอิกริดเอาสีข้างเข้าถูทำให้โนวาเบื่อที่จะพูดเรื่องนี้ต่อ

"ข้าควรจะไปทางไหนต่อดีขอรับ...ความเป็นอมตะต่อกรมันไม่ได้เลย" โนวารับรู้ถึงความกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับมันได้ชัดเจนที่สุด ตอนแรกเขาคิดว่าจะใช้ความเป็นอมตะให้เป็นประโยชน์ แต่หากอีกฝ่ายกำจัดความเป็นอมตะของเขาได้ก็เท่ากับไปตายเท่านั้น

"ทุกสิ่งมีจุดอ่อนโนวา...อย่างความเป็นอมตะของเจ้ายังมีวิธีลบล้างไว้ค่อยๆคิดตอนเดินทางต่อแล้วกัน"

      แต่ก่อนที่จะเริ่มการตามหามังกรแสงอีกครั้งนั้นเทพอิกริดได้พาโนวาวาร์ปกลับมาที่นองเลือดของมนุษย์เมื่อครู่ก่อนเพื่อไว้อาลัยตามคำขอของเขา มันช่างน่าหดหู่เหลือแสนนอกจากจะเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดมนุษย์แล้วยังอบอวลไปด้วยกลิ่นสาปของเหล่าปีศาจที่สังเวยชีวิตเพื่อให้เขาหนีได้

"ท่านอิกริด ข้าขอยืมชื่อของเวเบอร์หน่อยได้ไหมขอรับ...ตามตำนานเวเบอร์คือผู้ที่กล้าหาญพอๆกับท่านพอล ข้าอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง"

"ใช้ชื่อเวย์นสิ ชื่อนี้ของเวเบอร์เคยมอบความกล้าหาญมาให้ข้าแล้วครั้งหนึ่ง คงมอบความกล้าให้เจ้าบ้าง" เทพอิกริดในร่างชายหนุ่มถอนหายใจน้อยๆ ดวงตาเย็นเยือกไม่สะทกสะท้านยามที่มีกองซากศพอยู่ตรงหน้า

"ขอบพระทัย วันนี้โนวา ซันดร้า ขอเปลี่ยนชื่อเป็น เวย์น ซันดร้า...และขอสาบานกับทุกศพที่กองสุมอยู่ตรงหน้าข้า ตราบจนโลกสลายหากข้าล้มมังกรแสงแก้แค้นให้พวกเจ้าไม่ได้ ข้าไม่ขอมีความสุขแบบมนุษย์อีกต่อไป!!..."

      โนวาพูดอย่างแน่วแน่หยิบมีดพกข้างเอวขึ้นมาตัดผมสีเหลืองทองของเขาจนสั้นเหมือนกับสมัยที่ยังไม่โดนสาป เขาจะต้องรวบรวมความกล้าเพื่อต่อกรกับมังกรแสงเพื่อตัวเขาเอง คนตายเหล่านั้นคงไม่ถือโทษหากเขายึดเอาความกล้าของพวกเขามาเป็นขอตัวเอง

"ไปเถอะขอรับท่านอิกริด...คราวนี้ข้าไม่ยอมให้พลาดเป็นครั้งที่สองแน่"
โนวาปล่อยให้เส้นผมยามพริ้วไหวไปตามสายลมก่อนที่จะร่วงหล่นลงบนศพชายในชุดเกราะ เขาคงต้องกลับไปที่เมืองคินมาเนียก่อนเพื่อเอาของที่ให้เฟรีอาเฝ้าไว้แล้วค่อยเดินทางต่อ โชคดีจริงๆที่ไม่ให้นางมาด้วย...


...เราขอจบการนำเรื่องแต่เพียงเท่านี้ เชิญพบกับเนื้อเรื่องหลักได้แล้วขอรับ...


หนึ่งร้อยห้าสิบปีนับตั้งแต่เกิดการนองเลือดระหว่างมนุษย์และมังกรแสง หนึ่งร้อยหกสิบปีหลังจากโนวาพบขอเสนอของพวกปีศาจ ห้าร้อยสิบปีหลังจากที่โนวาได้รับคำสาปจากจอมเทพเอรีส โนวาเปลี่ยนชื่อเป็นเวย์นเพื่อเพิ่มความกล้ายังตามหาเจ้ามังกรแสงไม่พบ น่าจะเป็นไปได้ว่ามันรู้ว่าถูกตามล่าจึงกบดานซ่อนตัวอยู่เพื่อเพิ่มพลังรอจัดการกับผู้ไล่ล่า

      จนกระทั่งปีที่ห้าร้อยสิบห้าหลังจากที่โนวาเป็นอมตะ เขาระแคะระคายเกี่ยวกับเมืองไพร์ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง มีข่าวว่ากษัตริย์ประชวรหนักใกล้ตายจึงคิดจะไปตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน

"ว้าย!!"

      ระหว่างการเดินทางที่แสนเหนื่อยหน่ายของทั้งสามนั้น ได้ยินเสียงหญิงสาวร้องอยู่หลังดงไม้ เมื่อก้าวไปดูก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นหญ้าคลำข้อเท้าป้อยอยู่

"เป็นอะไร" โนวาพูดสั้นๆ เขาพูดน้อยลงทุกวันเพราะอยู่กับเทพอิกริดถึงอีกฝ่ายจะต้องกลับไปประชุมเป็นระยะก็ตาม

"ข้าสะดุดรากไม้หกล้มน่ะ" หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้ นางดูอ่อนหวานและบอบบางเกินกว่าจะเดินดุ่ยๆอยู่ในป่าคนเดียว โนวาไม่สังเกตว่าเทพอิกริดในร่างหมาป่ามองนางอย่างครุ่นคิด

"คือว่าท่านจะไปไหนน่ะ ขอเดินทางไปด้วยได้มั้ย"

      นางเอ่ยปากชักชวนพลังจากพยายามลุกขึ้นแล้ว ดูแล้วน่าจะอายุพอๆกับโนวาก่อนถูกสาปเสียอีก ใบหน้าที่น่าจะสดใสซูบตอบขอบตาดำคล้ำคงไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว เท่าที่โนวารู้ถึงสงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจจะหยุดไปแล้วแต่ก็ยังมีโจรป่าและปีศาจอยู่ทั่วไป โดนเฉพาะเขตเหนือที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ทางใต้

"ไพร์"

"ขอไปด้วยคนนะข้าจะไปเมืองนั้นเหมือนกัน ข้ามัวแต่หลบพวกโจรไม่ได้หลับนอนมาหลายคืนแล้ว จะนอนก็ไม่กล้านอน" สตรีนางนั้นพูดโดยไม่คิดว่าโนวาจะเป็นพวกโจรหรือคนเลว "ข้าพอดูออก ท่านต้องไม่ใช่คนร้ายแน่"

"กลัวจนไม่ได้นอนแล้วเดินทางมาต่างเมืองทำไม"

"พ่อข้าหลังเจ็บ พี่ชายข้าที่ออกค้าขายต่างเมืองก็ยังไม่กลับ และยานี่ก็มีแต่เฉพาะที่คินมาเนียเท่านั้นก็เลยต้องถ่อมาซื้อถึงนี่ข้ากลัวว่าหากช้าอาการของท่านพ่อจะทรุดอีก" นางชูห่อยาในถุงผ้าให้เขาดู

      ด้วยความที่รำคาญแกมสงสารโนวาให้นางเดินทางไปด้วยจนถึงไพร์ เพราะยังไงเสียนางคงตายก่อนที่จะรู้ตัวตนของเขาอยู่ดี

"ข้าเวย์น นั่นคาร์ล..."

"ข้าชื่อเซเลน ยินดีที่รู้จัก"

      นางยิ้มให้กับเขาอย่างร่าเริงและใสซื่อใบหน้าของนางขะมุกขะมอมจนเห็นรอยน้ำตาเด่นชัด ดวงตาสีดำขลับเหมือนกับผมที่สยายยาวปรกไหล่ ชุดสีขาวขุ่นของนางหมองเพราะเศษดิน

"เดินไปอีกหน่อยมีถ้ำ เดี๋ยวไปพักที่นั่นกัน" โนวาพูดเอี่อยๆ เขาเดินผ่านทางนี้มาหลายร้อยครั้งแล้ว จำได้แม้กระทั่งก้อนหินก้อนเล็กๆหรือต้นไม้น้อยใหญ่ทั้งหลาย เฟรีอาก็สนิทกับนางไม้แถวนี้เหมือนกัน

      โชคดีที่โนวาพบกิ่งไม้แห้งกลางทางจึงสามารถก่อไฟได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ในถ้ำทั้งชื้นทั้งมืดแต่ก็เปลี่ยนเป็นที่พักนอนของนางในพริบตา โนวายอมเป็นฝ่ายนอนพิงผนังถ้ำเพราะสตรีผู้มีนามว่าเซเลนอ้างว่าสละเสื้อผ้าและเครื่องนอนมาตอนพยายามหลบหนีจากพวกโจร

      สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ผลึกแก้วที่เอรีสมอบให้บินออกจากสร้อยห้อยคอของโนวา มันบินไปเหนือร่างของนางแล้วแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และกระจัดกระจายแทรกซึมเข้าสู่ร่างของนางราวกับน้ำซึมเข้าสู่ผืนทราย ทั้งเทพอิกริดและโนวามองอย่างเงียบงัน

"ไม่ต้องห่วงโนวา นางหลับด้วยมนตร์สะกดของข้า กว่าจะตื่นก็คงเช้าโน่น"

      เทพอิกริดเปลี่ยนร่างเป็นายหนุ่มดวงตาสีพระจันทร์ผมสีทอง เสื้อคลุมสีดำสะบัดพริ้วด้วยความวิตกกังวลหลังจากที่เห็นเซเลนตอนที่ล้างตัวเสร็จแล้ว
"ช่วยออกมาหน่อยเวเบอร์ ข้าต้องการตรวจสอบให้แน่ใจ"

      ไม่ทันขาดคำมือซ้ายของเพทอิกริดก็เปล่งแสงสีส้มออกมา แสงนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากฝ่ามือและก่อรูปเป็นชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเมื่อไหร่โนวาก็ไม่มีทางลืมเวเบอร์ผู้มีดวงตาสีน่ากลัวได้แน่ ใบหน้าของนางมีอะไรทำไมเทพอิกริดถึงได้กระวนกระวายขนาดนั้น จริงอยู่ที่นางงามเหนือมนุษย์แต่ไม่น่าถูกตาต้องใจเทพอิกริดที่เป็นถึงเทพได้

      ดวงตาสีพระจันทร์แดงของเวเบอร์จับจ้องที่ใบหน้าของนางอย่างครุ่นคิด เขาเดินเข้าไปคุกเข่ามองจนปอยผมสีทองเกือบระใบหน้าของนาง ปากของเขาบ่นพึมพำไม่เป็นภาษา

"ไม่ใช่แค่เหมือนหรอกอิกริด...นางคือไลล่าจริงๆ ไมว่าจะผ่านไปกี่พันปีข้าก็ไม่มีทางลืมนางลงทั้งใบหน้าและดวงวิญญาณ"

      เวเบอร์เสียงสั่นเล็กน้อยราวกับพูดออกมาด้วยความเจ็บปวดในหัวใจของตัวเอง หลับตานิ่งครู่หนึ่งแล้วเดินกลับมาหาเทพอิกริดยืนนิ่งไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

"จะจัดการเลยมั้ย ข้าจะรอให้ท่านทำเสร็จก่อนค่อยไปหาท่านเอรีส"

      โนวาเข้าใจว่าเทพอิกริดไม่ค่อยชอบบรรยากาศมืดมัวยามพลบค่ำ แต่ไม่น่าเล่นกันถึงขนาดนี้
"ให้มันน้อยๆหน่อยอิกริด!! เมื่อก่อนเจ้ายังเป็นแค่เด็กด้อยเดินตามรอยเท้าข้าต้อยๆ" เวเบอร์กระชากอกเสื้อของเทพอิกริดที่ยอมให้ทำโดยไม่ขัดขืน

"หากท่านไม่มีความสุข ข้าจะหนีไปมีความสุขแค่คนเดียวได้ยังไง...ถ้าข้าอยมรับคริสเดี๋ยวท่านก็ช้ำใจแย่สิไร้คู่ควงอยู่คนเดียว" เทพอิกริดแสดงอาการกลั้นหัวเราะออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่สนใจเวเบอร์ที่แยกเขี้ยวให้อย่างโกรธแค้น คริสคือชื่อของผู้กล้าคนที่สองของอิเดนเป็นผู้ที่พาอิกริดเข้าสู่เส้นทางของจอมเทพ

"ไม่ต้องห่วงความสุขข้านักหรอก...ข้าบอกมากี่พันหนแล้วว่าพอใจที่รับเมย์เป็นภรรยา" เวเบอร์ปล่อยอกเสื้อของเทพอิกริดเบาๆแล้วหันกลับไปมองนางอย่างห่วงหา โนวาเลิกสนใจความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไปนานแล้ว

"ท่านเอรีสสร้างมาเพื่อท่าน เวเบอร์ ไม่เห็นหรอทั้งไพน์ ทั้ง..."

"หยุดอิกริด!! ผ่านมาเป็นพันปีแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ...แต่ข้าพนันได้เลยว่าเป็นความคิดของเอรีสอย่างเจ้าว่า" เวเบอร์พูดเรียบๆแล้วกลายเป็นกลุ่มแสงกลับเข้าสู่ร่างกายของเทพอิกริดอีกครั้ง
ตัวเทพอิกริดโน้มตัวคำนับเวเบอร์ครั้งหนึ่งก่อนยื่นมือไปสัมผัสกับผนังถ้ำด้านหนึ่ง รอบจุดสัมผัสเกิดกรอบสี่เหลี่ยมขึ้น ผิวหินในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นผุดขึ้นผุดลงเหมือนผิวน้ำเดือด

"ข้าจะไปหาท่านเอรีสโนวา ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นฝีมือของใคร...ในเมื่อผลึกนำทางหายเข้าไปในตัวของนางเจ้าก็ตามติดนางไปแล้วกัน เหมือนเดิมนะข้าตามหาเจ้าได้ทันทีไม่ว่าบนฟ้าหรือใต้ทะเล ไม่ต้องรอข้าเวลาเดินทาง!! " เทพอิกริดพูดเหมือนกับคนไม่มีความรับผิดชอบเช่นเคยแล้วเดินเข้าไปในกรอบสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นนั้น เมื่อผ่านเข้าไปหมดทั้งตัวกรอบสี่เหลี่ยมนั้นก็หายไปทันที

"เดี๋ยวข้ารับหน้าที่เดิมอย่างเคยแล้วกัน" เฟรีอานางไม้ที่ถูกเทพอิกริดสาปให้เดินทางไปกับพวกเขาด้วยกลายเป็นลำแสงสีม่วงล่องลอยออกจากผ้าสีแดงพันแขนของโนวาแล้วเปลี่ยนร่างเป็นหมาป่าตัวเขื่องที่เทพอิกริดใช้เป็นร่างประจำ...



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 เม.ย.55 เวลา 10:40:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ