Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 21 ค่ำคืนที่ฟอลคอน

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับ

ตอนที่ 21 ค่ำคืนที่ฟอลคอน

“เฮ่...”

เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารที่ประจำการยังป้อมฟลอคอนดังลั่นขึ้นมาอย่างราวกับจะประกาศให้เหล่าผู้คนมากมายต่างได้รับรู้ถึงความโชคดีของตนที่ยังมีชีวิตอยู่...

สำหรับกองร้อยของซีน่อนที่ได้ยกมาช่วยเหลือเหล่าทหารแห่งป้อมฟอแลคอนนี้ต่างได้แยกย้ายกันมาพักผ่อนเพื่อเตรียมทำสงครามที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้-ยามเมื่อดวงตะวันขึ้นมาอีกครั้ง...

...นั่นหมายถึงสงครามจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

ในขนาดที่ทิ้งทหารประมาณ 1 ใน 4 ไว้เฝ้ายามแล้วที่เหลือต่างก็ทำการแยกย้ายกันออกไปพักผ่อนตามที่ต่างๆ-ตามร้านค้า โรงแรมที่ชาวบ้านต่างย้ายเข้ามาเปิดยังหลังกำแพงป้อมยังคงเต็มไปด้วยเหล่าทหารและทุกคนที่กำลังนั่งทานอาหารกับดื่มกินอย่างสนุกสนาม...

เพราะพรุ่งนี้อาจไม่มีสามารถได้ดื่มกินทานอาหารอีกก็เป็นได้...

ราเมลจึงมานั่งทานอาหารอยู่กับเรนนี่ กาเบล วินดี้ มินท์ ลูน รอย ชิน เซย์และคูสอยู่ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง...ในระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่นั้น-เรนนี่ได้เหลือบไปเห็นยังเอสเทลที่กำลังยกเอาถาดอาหารอยู่จึงส่งเสียงถามออกไปด้วยความสนอกสนใจว่า

“เอสเทล-เธอกำลังจะยกถาดอาหารไปไหนหรือ”

“เออ...เออ...”

เอสเทลที่เพียงส่งเสียงออกมาเล็กน้อยถึงกับหน้าแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอายทันทีทำเอาทุกคนที่กำลังกินอยู่หันไปสนใจยังเธอทันที...รอยที่หยุดดื่มที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าชู้นิดอดที่จะแซวสาวๆสวยๆเล่นไม่ได้ว่า

“จะยกไปให้หนุ่มๆที่ไหนหรือจ๊ะ-เอสเทลแสนสวย”

“อุ้ย...”

เอสเทลส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจราวกับคำพูดของรอยเข้าไปจี้ยังใจดำของเธอเข้าพอดีจนถึงกับต้องหน้าแดงและมือไม้ปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด...ทำเอารอยที่ออกปากแซวไปถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจไม่ได้ว่า

“หา”

เพราะไม่คิดว่า”สาวสวยประทำกองทัพจะหลุดลอยไปอีกคนแล้ว”...

“จริงหรือ...”

เรนนี่ที่มีสีหน้าสนใจทันทีรีบลุกขึ้นไปร้องถามเอสเทลใกล้ๆทันทีว่า

“...เป็นใครกันหรือ”

“ใครกัน...ใครกัน...”

วินดี้ที่เงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารส่งเสียงถามออกมาอีกคนด้วยความสนใจ-เธอที่คล้ายฉุกใจคิดอะไร
บ้างอย่างออกถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...หรือว่าเป็นนอตัน”

“บ้าน่า...”

รอยส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่มีวันที่จะเชื่อถืออย่างเด็ดขาดว่า”สาวสวยอย่างเอสเทลจะชอบผู้ชายหน้ากอลิล่าอย่างนอตันได้”-แต่เขาก็กล่าวออกมาได้แค่นั้นเมื่อเห็นถึงสีหน้าของเอสเทลที่แดงขึ้นมาอย่างเอียงอายอย่างชัดเจน...เรนนี่ที่ได้โอกาสจึงรีบส่งเสียงถามออกไปว่า

“เป็นนอตันหรือ”

“...”

เอสเทลที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที-เธอได้แต่ส่งเสียงกล่าวปฏิเสธออกมาเหมือนปากไม่ตรงกับใจว่า

“...เปล่า-ไม่ใช่น่ะ”

“เธอชอบนอตันหรือ”

เรนนี่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจทำเอาเอสเทลถึงกับยิ่งหน้าแดงเข้มยิ่งขึ้นไปอีกด้วยความเอียงอาย...ลูนที่ยิ้มกริ่มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์จึงร่วมผสานโรงด้วยอีกคนว่า

“ไหนลองบอกมาให้ละเอียดซิ”

“เออ...”

เอสเทลที่หน้าแดง-เธอถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...เรนนี่-บ้าที่สุด”

“ฮ่า...ฮ่า...”

ราชีก้ากับเจราล์ดที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆได้ยินถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจทันที...เอสเทลที่เห็นทุกคนภายในร้านอาหารที่รวมตัวกันหันมามองเห็นเพียงหนึ่งเดียวถึงกับหน้าแดงเข้มด้วยความเอียงอายส่งเสียงร้องด่าออกมาว่า

“...ทุกคนบ้าที่สุด”

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

แล้วรีบยกถาดใส่อาหารวิ่งหนีขึ้นไปยังชั้นบนของโรงแรมที่เป็นห้องพักของนอตันทันที...ชินที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาอย่างเสียดายว่า

“โธ่...สาวๆในกองทัพหมดไปอีกคนแล้ว”

“นั่นสิ...”

เซย์ส่งเสียงตอบรับพี่ชายของตนออกมาทันทีอย่างเสียดาย-เขาที่มองหน้าไปยังชินแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ไอ้หน้ากอลิร่านั่น-มันมีมีตอนไหน”

“เอสเทลเขาตกหลงรักนอตันตอนที่เอาตัวเข้าปกป้องตอนที่ฝูงหมาป่าบุกโจมตีมั่ง”

มินท์ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างขบคิดได้ถึงเหตุการณ์ที่ต่อสู้กับฝูงหมาป่าที่ดุร้ายระหว่างทาง...เรนนี่ที่คล้ายกับจำเหตุการณ์ในตอนนั้นได้จึงส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มทันทีว่า

“นั่นสิน่ะ”

“นอตันนี่น่าอิจฉาจริงๆ”

ราเมลก็ส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งทำเอาสายตาของชายหนุ่มหลายต่อหลายคนอดที่จะจับจ้องมองมายังเขาด้วยความไม่พอใจมิได้...แม้แต่กาเบลที่จ้องมองใบหน้าของราเมลก็ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“แกไม่มีสิทธิ์พูดประโยคนี้”

“ทำไมล่ะ”

ราเมลส่งเสียงถามออกไปอย่างสงสัย

“ตุบ”

รอยที่ยิ้มออกมาอย่างอิจฉานิดๆกลับต่อยหน้าของราเมลเบาๆแทนคำตอบทันที...ราเมลจึงส่งเสียงถามออกไปอีกว่า

“หมายความว่าไง”

“ไม่มีความหมาย”

รอยส่งเสียงตอบออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มที่กวนๆของเขาแล้วเดินออกไป...ชินกับเซย์ที่นั่งรวมโต๊ะอยู่ถึงกับลุกขึ้นมาเข็กหัวของราเมลด้วยอีกคนหนึ่ง

“โอ๊ย...”

ราเมลที่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นไปมองยังทั้งสองด้วยความสงสัย...แต่ชินและเซย์กลับกล่าวผสานเสียงกันออกมาอย่างพร้อมเพรียงว่า

“ไม่มีความหมายอะไร”

ก่อนที่จะตามด้วยโฮมส์ ชิเกน อาโทรอม ทีม คูลที่ต่างพากันเข็กหัวของราเมลพร้อมทั้งจงใจส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่มีความหมายอะไร”

แล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ต้องรอให้เขาเอยปากถามออกมาอีกจึงปิดท้ายด้วยกาเบลที่ลุกขึ้นมาเข็ดหัวของราเมลอีกคนพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าว

“ไม่มีความหมายเหมื่อนกันว่ะ”

ก่อนที่จะเดินออกไปอีกเป็นคนสุดท้าย...ราเมลที่สงสัยเพียงกวาดสายตาจ้องมองไปยังเรนนี่แล้วส่งเสียงถามยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างออกไปว่า

“พวกนั้นหมายความว่าไงกัน”

“...”

เรนนี่ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันทีอย่างไม่มีสามารถตอบอะไรออกไปได้แต่ก้มหน้าก้มตาลงไปเพียงแค่ส่งเสียงกล่าวออกมาเบาๆว่า

“...ไม่รู้สิ”

“ฮ่า...ฮ่า...”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของราชิก้า มินท์ ลูนและวินดี้ที่ดังขึ้นมาอย่างเข้าใจความหมาย...เจราล์ดจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังราเมลแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“พวกนั้นแค่อิจฉานายเท่านั้น”

“อิจฉาหรือ”

ราเมลส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่เข้าใจความหมายด้วยใบหน้าที่ยังงงๆก็ยิ่งทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆทั้งเลออน แม๊ก นารอนหรือแม้กระทั่งเกท เอริชากับเซเรนที่นั่งอยู่ใกล้ๆก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วย...เอนเต้ที่จ้องมองมายังราเมลที่ทำหน้างงๆจึงลุกมากระซิบที่ข้างหูของเขาแล้วกล่าวออกมาเบาๆว่า

“ฉันบอกให้เอามั้ยล่ะ…”

พร้อมทั้ง...

“...ฟู่”

เป่าลมหายใจเข้าที่ซอกคอของราเมลทำเอาเขาถึงกับสะดุ้งหน้าแดงขึ้นมาทันที...เรนนี่ที่เห็นเช่นนั้นจึงลุกขึ้นมาส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจทันที

“ไม่ต้องเลย”

“หึ...หึ...”

เอนเต้ส่งเสียงหัวเราะอกมาเล็กน้อยอย่างยั่วยวนก่อนจะจงใจก้าวเดินผ่านข้างกายเจราล์ดออกไปอย่างไม่สนใจอะไร...ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเรนนี่เป็นอย่างยิ่งจึงต้องส่งเสียงร้องด่าออกไปว่า

“แม่จิ้งจอก”

“ใจเย็นๆน่า-เรนนี่”

ลูนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งช่วยกันกับมินท์ฉุดร่างของเรนนี่ให้นั่งลงอย่างรวดเร็ว...ส่วนราเมลที่จ้องมองทุกคนอย่างไม่เข้าใจจึงได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย

“...เฮ้ย”

แล้วจึงได้แต่ก้มหน้าลงไปทานอาหารต่อไปเท่านั้น
---------------------------------------

หลังจากทานอาหารเสร็จ...ราเมลก็หยิบเอาดาบแล้วลุกขึ้นทันทีพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไปก่อนล่ะ”

“จะไปฝึกดาบอีกหรือ-ราเมล…”

เรนนี่ที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวออกไป-เธอยังกล่าวออกไปด้วยความมุ่งหวังอีกว่า

“...วันนี้พักสักวันไม่ได้หรือ”

“เออ...”

ราเมลที่ส่งเสียงออกมามีท่าทีลังเลเล็กน้อย เพราะการฝึกดาบของเขาในขั้นที่สองนั้น-มันยังไปไม่ถึงไหนเลยจึงได้แต่ส่งเสียงตอบออกไปว่า

“...มันจำเป็นน่ะ...”

ยิ่งเมื่อเห็นยังสีหน้าที่น้อยใจของเรนี่ทำเอาเขาไม่สามารถที่จะกล่าวอะไรออกมาได้อีก...มินท์ที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์กล่าวต่อไปว่า

“นายพอมีเวลาเหลือมั้ยล่ะ...”

ทั้งยังเสนอออกมาว่า

“...นี่ดวงตะวันมันก็ยังไม่ตกดินเลยไม่ใช่หรือ”

“อืมม์...ก็พอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง-ทำไมหรือ”

ราเมลที่พยักหน้าตอบรับกลับไปพลางจ้องมองไปด้วยความสงสัยนิดๆ...มินท์ที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก็รีบส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“งั้นก็ไปเดินเล่นกับเรนนี่หน่อยสิ...”

เธอที่หันหลังทั้งเรนนี่และราเมลให้ก้าวออกไปจากร้านเหล้ายังกล่าวออกไปอีกว่า

“...เขาว่าที่ลานกว้างบนกำแพงป้อมทางด้านตะวันตก-ดวงตะวันตกดินที่นั้นสวยงามมาก”

“เออ...เออ...”

ราเมลที่โดนมินท์ดันออกมาจากร้านเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาได้เล็กน้อย-เขาที่เห็นยังเรนนี่เอาแต่ก้มหน้านิ่งเงียบไม่ส่งเสียงกล่าวอะไรออกมาจึงเกาหัวเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวกับเธอออกไปว่า

“...เราสองคนไปเดินเล่นที่ป้อมทางตะวันป้อมเอามั้ย”

“อืมม์”

เรนนี่ที่ก้มหน้าถึงกับพยักหน้าตอบมาอย่างแผ่วเบายิ่ง...แต่ราเมลที่ได้ยินอย่างชัดเจนจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอีกว่า

“ไปกันเถอะ”

“ค่ะ”

เรนนี่ส่งเสียงตอบรับออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกล่าวเดินเคียงข้างราเมลตรงไปยังป้อมทางตะวันตก...ที่ด้านหลังของทั้งสองซึ่งมินท์ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“สองคนนี่ต้องให้ช่วยอยู่เลย...”

เธอหันไปกล่าวกับลูนที่อยู่ด้านข้างว่า

“...ใช่มั้ย-ลูน”

“เฮ้ย...”

ลูนที่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วเธอที่มองตามไปยังราเมลกับเรนนี่ที่ก้าวเดินไปแล้วกลับส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่ฉันเชียร์เทลน่ามากกว่าน่ะ”

“งั้นหรือ...”

มินท์เค้นเสียงสูงเล็กน้อยอย่างไม่พอใจนิดๆแล้วจึงหันไปถามวินดี้ว่า

“...แล้วเธอล่ะ-แม่สาวน้อย...เธอเชียร์ใครกัน”

“ฉันเชียร์-รัลเรย์ค่ะ”

วินดี้ส่งเสียงตอบออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ไม่คิดอะไร เพราะยามที่เห็นยังราเมลกับรัลเรย์ใช้ดาบเผชิญหน้ากับฟ็อก์วช่างดูสง่างามอะไรเช่นนี้...ท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกใจของทั้งลูนและมินท์ที่ดังขึ้นมาว่า

“หา...”

เพราะต่อให้ทั้งสองคนคิดยังไงก็ไม่น่าจะมีรัลเรย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างเด็ดขาด

แต่รัลเรย์ที่ทุกคนกำลังกล่าวถึงนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่ยากลำบากหลังจากการประชุมเหล่าหน้าหน่วยที่จะต้องบุกทำสงครามในวันพรุ่งนี้...
-----------------------------------------------------------

ยามเย็น...สนธยาที่แสงแห่งดวงตะวันฉายแสงลงมาจากฟากฟ้าเป็นครั้งสุดท้ายแห่งวัน...

“ว้าว...สวยจังเลย...”

เรนนี่ที่กำลังยืนอยู่บนกำแพงตรงป้อมทิศตะวันตกที่กำลังจับจ้องมองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินนั้นกลับยิ้มออกมาอย่างดีใจ-เธอที่จับจ้องมองยังความงดงามที่เบื้องหน้าตาไม่กระพริบยังส่งเสียงกล่าวกับราเมลที่ด้านข้างอีกว่า

“...นี่ราเมลดูนี่สิ”

“...”

แต่กลับไม่มีเสียงตอบใดๆกลับมาจากราเมล...

“นี่ราเมล...”

เรนนี่ที่ไม่ได้ยินเสียงของราเมลตอบกลับมาจึงหันไปร้องถามเขาที่ด้านข้างทันที...

...

แต่ราเมลที่หันไปมองยังด้านอื่นคล้ายกับไม่สนใจยังเธอเลย-เรนนี่ที่จ้องมองไปยังราเมลจึงส่งเสียงถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“...มีอะไรหรือ-ราเมล”

แต่ยามเมื่อเรนนี่จ้องมองตามสายตาของชายหนุ่มไปก็พบยังคำตอบของสิ่งที่ราเมลกำลังจ้องมองอยู่แล้ว...

อีกด้านหลังของลานกว้างบนกำแพงป้อมนี้-เธอเห็นยังรัลเรย์กำลังยืนอยู่กับจูเรีย...เรนนี่ที่คล้ายกับลืมตัวรีบฉุดมือของราเมลเข้าไปแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆทันที

“มีอะไรหรือ...”

รัลเรย์ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาราวกับไม่สนใจยังอีกฝ่าย...แต่จูเรียที่จ้องมองมายังรัลเรย์กลับชักดาบสีแดงดั่งโลหิตของเธอชี้ไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ชักดาบของเธอออกมาสิ-รัลเรย์...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...วันนี้เราสองคนจะต้องตัดสินกันซ่ะที”

“เฮ้ย...”

แต่รัลเรย์กลับเพียงถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย-เธอยังคงกล่าวต่อไปราวกับเรื่องไร้สาระอีกว่า

“...ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะมาประลองกับเธอหรอก-จูเรีย”

“ควับ”

แล้วจึงหันกายก้าวเดินออกไปเหมือนกับไม่สนใจอะไร...แต่จูเรียที่ไม่ยอมแพ้กลับพุ่งเข้ามาพร้อมทั้งตวัดดาบฟันใส่รัลเรียพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

“รับดาบ”

“เพล่ง”

รัลเรย์ที่หมุนกายกลับไปอย่างรวดเร็วถึงกับชักดาบออกมาอย่างรับดาบของจูเรียทันที...จูเรียที่ไม่รอช้ารีบใช้สองมือจับดาบสีแดงดั่งโลหิตของเธอแล้วตวัดฟันกลับไปในพริบตา

“เปรี้ยง...ง”

รัลเรย์ได้แต่จับดาบรับออกมาเท่านั้น-เธอที่จับดาบเล่มใหม่ที่พึ่งได้รับมาไม่นานด้วยสองมือแน่นยังส่งเสียงถามออกไปว่า

“ฉันไม่อยากเสียเวลากับการประลองที่ไร้สาระนี้น่ะ”

“เปรี้ยง...”

แต่จูเรียที่คล้ายกับไม่ฟังกลับตวัดดาบฟันลงมาอีกครั้งหนึ่งอย่างสุดแรง-เธอที่จ้องมองไปยังรัลเรย์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“การประลองไร้สาระงั้นหรือ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...การที่เธอไม่ยอมประลองกับฉันเมื่อตอนที่สืบทอดดาบเพราะเหตุนี้หรือ…”

“เปรี้ยง”

พลางตวัดดาบฟาดลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้วจูเรียยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด”

“ที่ฉันไม่ต้องการดาบเล่มนี้...”

รัลเรย์ที่จำเป็นต้องตวัดดาบขึ้นมารับจ้องมองไปยังดาบสีแดงโลหิตในมือของจูเรียแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เพราะการที่ฉันเรียนดาบเพื่อต้องการแก้แค้นเท่านั้น-ไม่ใช่ต้องการสืบทอดดาบเล่มนี้”

“เชอะ...”

จูเรียตวัดดาบลงมาอีกครั้งพร้อมทั้งเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ-เธอยังกล่าวออกมาอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...เธอหมายความว่าสามารถเอาชนะฉันได้อย่างงั้นหรือ”

“เปรี้ยง...”

พร้อมทั้งตวัดดาบฟาดลงมาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ...รัลเรย์ที่ตวัดดาบรับพลางจ้องมองไปยังจูเรียแล้วจึงกล่าวตอบไปว่า

“ฉันไม่ได้หมายความว่างั้น”

“งั้นวันนี้เราก็มาตัดสินกัน”

จูเรียส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งตวัดคมดาบของลงอย่างสุดแรง

“เปรี้ยง”

รัลเรย์รับดาบอีกครั้งพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบหมายจะหันใส่ยังร่างจูเรียทันที เพราะหากตั้งรับต่อไปเธออาจจะเป็นฝ่ายที่บาดเจ็บเสียเอง...

“เฟียว...”

แต่จูเรียกลับกระโดดถอยไปยังด้านหลังเล็กน้อยพร้อมทั้งจ้องมองมายังรัลเรย์ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย-เธอที่สามารถกระตุ้นให้รัลเรย์หันมาประลองกับเธอได้จึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เอาจริงแล้วหรือ…”

ประกายตาที่สีเขียวเรียวสวยของจูเรียถึงกับสงบนิ่งทันที-เธอที่ยิ้มแล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...งั้นก็เข้ามาเลย”

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะประทะกันอีกครั้งนั้นกลับมีเสียงของคาล่าดังขึ้นมาว่า

“ท่านจูเรียค่ะ-ท่านจูเรีย”

“หือ...”

จูเรียที่กวาดสายตาหันไปมองยังคาล่าที่วิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมทั้งส่งเสียงถามออกไปอย่างไม่พอใจว่า

“...มีอะไรหรือ-คาล่า”

“มีนกพิราบสื่อสารมาจากท่านโรเซร่าค่ะ”

“อยู่ไหน”

จูเรียรีบส่งเสียงถามออกไปทันที เพราะทราบได้ว่าจะต้องมีเรื่องที่สำคัญยิ่งอย่างแน่นอนเลยจึงได้ส่งนกพิราบมา...คาล่าที่เป็นพลสนับสนุนประจำหน่อยของจูเรียนั้นจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“จดหมายอยู่กับท่านซีน่อนค่ะ-ท่านยังสั่งให้ท่านจูเรียรีบกลับไปพบด่วน”

“งั้นหรือ...”

จูเรียที่เลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจกวาดสายตาจ้องมองไปยังรัลเรย์ด้วยพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เรื่องของเรามันยังไม่จบแค่นี้น่ะ”

แล้วจึงหันกายก้าวเดินออกทันที เพราะเรื่องของท่านโรเซร่าสำหรับเธอแล้ว-ต้องมาก่อนทุกสิ่ง...รัลเรย์ที่เห็นเช่นนั้นจึงเก็บดาบเข้าฟักพร้อมทั้งส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

“เฮ้ย...”

เธอที่ก้าวเดินผ่านยังพุ่มไม้ที่ราเมลกับเรนนี่แอบซ่อนตัวอยู่นั้นเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...แอบดูกันพอหรือยังล่ะ”

แล้วก็ก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจยังทั้งสองคนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่อีก...เรนนี่เพียงแต่หันมาจ้องหน้ามองดูราเมลเล็กน้อยพร้อมทั้งฝืนยิ้มออกมาอย่างช่วยอะไรไม่ได้ที่โดยจับได้...

“...”

ราเมลที่ลุกขึ้นจากพุ่มไม้เพียงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่คิดอะไรว่า

“เอาล่ะ...ได้เวลาที่ฉันต้องไปฝึกดาบแล้ว”

“ค่ะ...”

เรนนี่เพียงได้แต่ส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างเสียดายเท่านั้นก่อนที่ก้าวตามหลังของราเมลลงไปจากการลานกว้างบนป้อมทางทิศตะวันตกแห่งนี้-เพื่อแยกย้ายกันไปฝึกดาบกับซีน่อนและกลับยังโรงแรมที่พักของตนเตรียมรอทำอาหารให้กับเขาเมื่อกลับมา...
-----------------------------------------------------------

“มาแล้วครับ…”

เมื่อราเมลมาถึงยังจุดหมายที่นัดกับซีน่อนเอาไว้-แต่คนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ในยามนี้กลับเป็นเทลน่ากับไรก้าจึงส่งเสียงถามออกไปด้วยความประหลาดใจว่า

“...พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ-เทลน่า”

“ฉันมาที่นี่ไม่ได้หรือไง”

เทลน่าส่งเสียงตอบออกมาด้วยความไม่พอใจที่ได้ยินยังชายหนุ่มทักทายออกมาเช่นนั้น...แต่ไรก้าที่อยู่ด้านข้างกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“ท่านซีน่อนสั่งให้เราสองคนมารออยู่ที่นี่ค่ะ”

“งั้นแหรอ...”

ราเมลส่งเสียงออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกวาดสายตาไปรอบๆอาณาบริเวณลานกว้างทางด้านล่างของป้อมทางทิศเหนือ...

...

ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาของยามค่ำคืนนี้กลับทำให้บรรยายของที่นี่ดูงดงามน่าหลงใหลอย่างแปลกประหลาด-ถ้าไม่ติดว่า”พรุ่งนี้สงครามที่โหดร้ายยิ่งกว่าวันนี้จะบังเกิดขึ้น”...

“ตุบ...”

ราเมลที่ได้ยินยังเสียงฝีเท้าก้าวเดินมาถึงกับเงยหน้าขึ้นไม่มองเห็นยังร่างของซีน่อนที่กำลังก้าวเดินมาเคียงข้างยังใครบ้างคนพร้อมทั้งเสียงร้องที่ดังขึ้นมาของไรก้าว่า

“ท่านซีน่อนมาแล้วค่ะ-ท่านเทลน่า”

“รู้แล้วน่า”

เทลน่าส่งเสียงตอบรับกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อยราวกับยังไม่หายไม่พอใจอยู่...แต่ซีน่อนที่ก้าวมาถึงยังเบื้องหน้าของทุกคนเพียงกวาดสายตาจ้องมองเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ทุกคนมาพร้อมกันก็ดีแล้ว...”

เขาที่มองไปยังเทลน่ากับไรก้าแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เทลน่าเธอจับคู่กับไรก้าก็แล้วกัน”

“ทำไมกัน...”

เทลน่าที่เลิกคิ้วด้วยความสงสัยยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ทำไมฉันจะต้องมาฝึกดาบด้วย”

“โรเซร่าสั่งมา...”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาเพียงแค่นั้นทำเอาเทลน่าที่ไม่พอใจถึงกับนิ่งเงียบลงไปในพริบตาทันทีอย่างว่าง่ายแล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ดาบของเธอถึงจะมีความเร็วแต่กลับขาดพลัง...”

เขายังบอกถึงจุดอ่อนด้อยของเทลน่าต่อไปอีกว่า

“...การฝึกครั้งนี้เธอจะต้องฟันออกไปอย่างสุดแรง-โดยโจมตีใส่ไรก้าอย่างไม่ต้องยั้ง...ส่วนไรก้าก็ค่อยตั้งรับดีๆล่ะ...ไม่งั้น...”

ซีน่อนไม่ต้องกล่าวอะไรออกไปอีกเพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น...ไรก้าก็พอที่จะเข้าใจยังความหมายแล้วว่า”ถ้าเธอประมาณเพียงเล็กน้อย-อะไรจะเกิดขึ้น”จึงได้ขมวดคิ้วตอบรับกลับไปทันทีว่า

“ค่ะ”

“งั้นก็ดีแล้ว...”

ซีน่อนที่พยักหน้ารับแล้วจึงหันไปกล่าวกับทางด้านของราเมลว่า

“...ส่วนแกก็ฝึกกับจูเรียก็แล้วกัน”

“หา...”

รามเลที่ถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังจูเรียที่ยืนอยู่เคียงข้างซีน่อนอย่างไม่เข้าใจราวกับจะถามออกไปทันที...ซีน่อนจึงกล่าวต่อไปว่า

“จากการต่อสู้วันนี้-ฉันเห็นดาบของแกยังเร็วไม่พอ...”

เขาที่ปุ้ยปากไปยังจูเรียแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...แกก็ฝึกฟันดาบให้เร็วกับจูเรียของแล้วกัน เพราะนอกจากเทลน่ากับรัลเรย์แล้วก็ไม่มีใครตวัดดาบได้เร็วเท่านั้นเธออีกแล้วล่ะ”

ซึ่งจริงๆแล้วยังมีซีน่อนอีกคนหนึ่งไม่ใช่หรือ...

“งั้นหรือครับ…”

ราเมลที่พยักหน้ารับจึงหันไปจ้องมองยังจูเรียแล้วจึงเผลอร้องถามออกไปว่า

“...แล้วทำไมท่านซีน่อนไม่มีช่วยฝึกล่ะครับ”

เพราะจริงๆแล้วซีน่อนถึงจะเป็นแม่ทัพแต่ก็รู้สึกสนิทเหมือนพี่ชายและยังช่วยสอนวิชาดาบให้เหมือนกับอาจารย์คนหนึ่ง...

“ฉันขี้เกียจ”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งทรุกลงไปนั่งยังเก้าอี้ที่อยู่ใกล้พร้อมทั้งยกเอาขวดเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างไม่สนใจอะไรอีก...ราเมลที่เห็นเช่นนั้นจึงส่ายหน้าออกมาอย่างเซ้งๆแล้วหันกลับไปยังจูเรียอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ช่วยหน่อยแล้วกันน่ะ...”

แต่เขาที่ยังไม่ทันได้กล่าวจบประโยค-ร่างของจูเรียก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดยังคงดาบสีแดงดั่งโลหิตฟันใส่ราเมลอย่างรุนแรงทันที...

“เปรี้ยง...ง”

ราเมลที่แทบจะชักดาบออกมาไม่ทัน-ได้แต่ใช้ฟักดาบรับยังคมดาบของจูเรียทันที...จูเรียที่พุ่งร่างถอยไปยังด้านหลังเพียงจ้องมองยังราเมลเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาว่า

“ถึงจะประมาทไปหน่อย-แต่ประสาทโต้ตอบก็ว่องไวพอใช้ได้...”

เธอที่จ้องมองไปยังราเมลอย่างมีความหมายจึงกล่าวออกมาอย่างว่า

“...สมกับเป็นผู้ชายที่รัลเรย์ชอบ”

“หา...ว่าไงนะ”

ราเมลที่ได้ยินไม่ถนัดส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยสีหน้าที่เหมือนกับยังงงๆ...แต่จูเรียที่ไม่รอช้ากลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่สนใจว่า

“รับดาบ”

“หา...”

ราเมลส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมทั้งรีบชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเห็นยังร่างของจูเรียที่พุ่งเข้ามาอีกครั้งทันที-เธอตวัดดาบออกมาอย่างรวดเร็วยิ่ง...

“เปรี้ยง...ง”

ราเมลตวัดดาบรับอย่างฉุกละหุก-แต่ก่อนที่เขาจะคาดคิดอะไร้เห็นยังจูเรียตวัดดาบย้อนกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วยิ่ง...

“เฟียว...”

จนราเมลได้แต่ก้าวถอยหลังออกไปอย่างช่วยไม่ได้เท่านั้น...

“เฟียว...ว”

คมดาบของจูเรียทีตวัดผ่านไปอย่างรวดเร็วและตวัดกลับมาอีกครั้งหนึ่งทันทีจนกระทั่งในครั้งนี้ราเมลไม่สามารถหลบได้ทัน...

“...”

คมดาบของจูเรียถึงกับหยุดลงที่ต้นคอของราเมลในพริบตาอย่างที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะมองตามได้ทัน...ราเมลเพียงได้แต่ส่งเสียงออกมาเล็กน้อยเท่านั้นว่า

“เฮ้ย...”

ในยามนี้เขาถึงกับรับรู้ได้ถึงความเก่งกาจของรัลเรย์แล้วที่สามารถรับดาบอันรวดเร็วของจูเรียที่เขาแทบมองไม่เห็นนี้ได้...

“มีฝีมือแค่นี้เอง...”

จูเรียที่ตวัดดาบกลับมาเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย-เธอที่มองไปยังราเมลจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เรามาต่อกันอีกยกเถอะ”

“ครับ”

ราเมลส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปหาจูเรียที่เบื้องหน้าแล้วตวัดยังคมดาบฟาดฟันออกไปทันที...จูเรียที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบตวัดดาบรับอย่างง่ายดายยิ่ง

“เปรี้ยง...”

ราเมลจึงตวัดดาบฟันออกไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง เพราะต้องการที่จะเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง...

“...เปรี้ยง”

แต่จูเรียที่ตวัดดาบรับได้อย่างง่ายดายเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ยังเร็วไม่พอ”

“ย๊าก...”

ราเมลส่งเสียงร้องออกไปอีกครั้งพร้อมทั้งตวัดฟันออกไปให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก...แต่จูเรียก็ยังคงสามารถใช้คมดาบสีแดงโลหิตของเธอรับได้อย่างง่ายดาย

“เปรี้ยง...”

ส่วนทางด้านเทลน่าที่เห็นยังราเมลกับจูเรียฟาดฟันดาบพร้อมทั้งคุยกันอย่างสนิทสนมจึงเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ

“เชอะ...”

แล้วตวัดคมดาบแห่งความไม่พอใจฟันใส่ไรก้าอย่างไม่หยุดยั้งเหมือนกับจะหายังที่ระบายอารมณ์ใส่ทันที

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

“กรี๊ด...”

ไรก้าส่งเสียงร้องออกมาราวกับอยากที่จะร้องไห้ออกมาถึงทุกคมดาบที่เทลน่าตวัดลงมา เพราะถ้ารับพลาดแม้แต่นิดเดียวล่ะก้อ...

เธอศพไม่สวยแน่นอน...

“เฮ้ย...”

ซีน่อนที่กวาดสายตามองทั้งราเมลและเทลน่าที่กำลังฝึกซ้อมดาบเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางกล่าวออก
มาเบาๆว่า

“...ยังฝึกฝนกันไม่พอจริงๆ...อึก...”

เขาที่ยกขวดเหล้าขึ้นดื่มเหมือนกับไม่สนใจอะไรเพียงเงยหน้าขึ้นไปมองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้าแล้วกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า

“...ยังเด็กอยู่ทั้งคู่เลย...เฮ้ย”

แล้วส่งเสียงออกมาอีกครั้งหนึ่งให้เสียงถอนหายใจดังหายลับไปกับความมืดมิดแห่งยามราตรี ณ ป้อมฟอลคอนนี้ราวกับนึกถึงใครบางคนที่หัวใจของเขาไม่สามารถลืมเลือนไปได้...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 16 เม.ย.55 เวลา 19:10:12 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 21
      
ค่ำคืน ณ ร้านเหล้าในป้อมฟอลคอน

รอย      : ทำไมฉันต้องมานั่งดื่มเหล้ากับพวกแกด้วยว่ะ...ทั้งๆที่พรุ่งนี้จะมีศึกใหญ่

ชิน      : เพราะพวกเราไม่มีอะไรจะทำไงล่ะ

เซย์      : ไม่มีอาจารย์คอยสอนวิชาให้

รอย      : นั่นสิ เพราะพวกเราเก่งและเชียวชาญการรบอยู่แล้วนี่

ชิน      : ใช่ๆ...พวกเราไม่แพ้ใครหรอก

เซย์      : พรุ่งนี้ก็แค่รอรับชัยชนะกันอีกครั้งเถอะ

กาเบล      : ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้หญิงให้อยู่ด้วยไม่ใช่หรือ

      หลังจากนิ่งเงียบลงไปสักพักแล้วจนเปลี่ยนเรื่องคุย

รอย      : เราไปเยี่ยมนอตันกันเถอะ

ชิน      : นั่นสิ...บานนี้คงนอนอยู่คนเดียวไม่มีใครไปหาคงเหงาแย่เลย

เซย์      : พวกเราเอาเหล้าไปฝากดีกว่า...จะได้ดื่มด้วยกัน

กาเบล      : ไม่ต้องห่วงนอตันหรอก เพราะตอนนี้มีเอสเทลกำลังคอยดูแลอยู่...พวกเราน่าจะหวังตัว
เองมากกว่า

      เมื่อเห็นพวกรอยที่นิ่งเงียบไปสักพักแล้ววางอาหารกับเหล้าเปลี่ยนเป็นคว้าดาบและอาวุธกัน
แทน

กาเบล      : พวกจะไปไหนกันน่ะ

ทุกคน      : ไปเยี่ยมนอตันไงล่ะ

กาเบล      : ฉันไปด้วย(คว้าอาวุธไปด้วยอีกคน)

      เพราะราเมลยังพอให้อภัยได้ที่หน้าตาดี-แต่นอตันนี่สิยังไงทุกคนก็ทำใจยอมรับไม่ได้...นี่คือมิตรภาพของเหล่าทหารที่ร่วมแรงร่วมใจกันสู้ศึกของกองทัพแห่งนี้

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 16 เม.ย.55 เวลา 19:10:55 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ