Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 5 ตอนที่ 9 การต่อสู้ของเทพธิดาสีทอง...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 9 การต่อสู้ของเทพธิดาสีทอง...

ยามที่สายฟ้าฟาดลงมาตัดท้องนภาสีน้ำเงินด้วยแสงสีขาวอันท่อประกายสีทองตรงไปยังร่างของเม็กที่อยู่เบื้องล่างอย่างรุนแรง...

นั่นคือโซฟีเน่...

“เปรี้ยง...”

เม็กที่ตวัดดาบขึ้นรับทำได้เพียงแต่ดันยังร่างของโซฟีเน่ให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สูงยิ่งทะลุยังเมฆหมอกอาบประกายแสงจันทร์โดนไร้สิ่งใดๆบดบัง...

“เฟียว...”

โซฟีเนที่บินขึ้นไปจนสูงยิ่งถึงกับพริ้วกายโจมตีลงมาอีกครั้ง-ปลายของดาบสีขาวแดงในมือแทงตรงมายังร่างของเม็กอย่างแม่นยำ รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด...

“เปรี้ยง...ง”

สิ่งเดียวที่เม็กสามารถทำได้คือใช้ดาบในมือซ้ายรับยังการโจมตีที่รุนแรงนี้แล้วใช้ยังดาบในมือขวาแทงออกไป...

...

แต่เป้าหมายที่เบื้องหน้ากลับว่างเปล่า เพราะโซฟีเน่ที่ควรอยู่กลับอาศัยยังแรงประทะเพียงเล็กน้อยกระพือปีกพริ้วขึ้นมาบนท้องฟ้าในพริบตาแล้วโจมตีลงมาอีกครั้ง

“เปรี้ยง...ง”

ทุกครั้งที่ยิ่งโจมตีก็ยิ่งรุนแรง ยิ่งรวดเร็วจนแทบจะเร็วกว่าสายฟ้าที่ฟาดลงมาเสียอีกและพริ้วร่างขึ้นไปตามดาบในมือซ้ายของเม็กที่ต้องยกขึ้นมาประทะ...

“เปรี้ยง...ง”

แต่สิ่งที่ทำให้ซีกช่างประจำเรือต้องเจ็บปวดมากที่สุดคือพื้นดาดฟ้าเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ที่บุบเป็นรอย หลุมตามเท้าทั้ง 2 ของเม็กที่ยังคงยืนยันตั้งรับการโจมตีของโซฟีเน่ทุกครั้ง...

“เปรี้ยง...ง”

“อย่างกับเหยี่ยวกับปลาเลย”

โดโรธีส่งเสียงกล่วออกมาถึงกับโจมตีของโซฟีเน่ที่โฉบลงมาราวกับเหยี่ยวที่ล่าปลาทะเลเป็นอาหารท่ามกลางเสียงการโจมตีที่ยังดังต่อเนื่อง...

“เปรี้ยง...ง”

ทำเอาทุกคนที่รั้งที่อยู่บนซิลเวอร์แอร์โร่ต้องรู้สึกสั่นสะเทือนไปถึงการโจมตีในแต่ละครั้งของโซฟีเน่อย่างชัดเจนพร้อมทั้งเสียงของมินะที่ตอบกลับมาว่า

“แต่ดูท่าเม็กจะเสียเปรียบน่ะ”

“เปรี้ยง...ง”

กาเน็ทที่เอามืออุดหูส่งเสียงร้องถามกลับไปท่ามกลางร่างการที่สั่นสะท้านจนขนที่ปลายหางต้องตั้งชัน

“เปรี้ยง...ง”

“ก็เม็กยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือไม่ใช่ทะเลไงล่ะ”

มินาส่งเสียงตอบมาด้วยรอยยิ้มราวกับจะมั่นใจถึงชัยชนะของโซฟีเน่ที่เจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน...แต่กาเน็ทที่สงสัยยังร้องถามออกมาอีกว่า

“หมายความว่าไง...”

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ท่ามกลางเสียงสั่นสะเทือนจากการโจมตีอย่างไม่สิ้นสุดนี้-กาเน็ทได้แต่กล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันไม่เข้าใจ”

“เฮ้ย...”

โดโรธีส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆพลางกล่าวออกมาอีกว่า

“...เพราะเม๊กต้องรับแรงประทะและการโจมตีทั้งหมดของโซฟีเน่ด้วยหัวเข่าและขาทั้งสองข้างอยู่ไงล่ะ”

“ใช่แล้ว...หากอยู่ในทะเลการโจมตีที่รุนแรงนี้จะมีน้ำช่วยรอรับไว้และทุกครั้งที่โซฟีเน่โจมตีลงมาก็ต้องประทะกับความรุนแรงของน้ำที่กระฉอกขึ้นมาเข้าตาด้วย...”

มินะยังอธิบายต่อไปอีกว่า

“...แต่เมื่ออยู่บนดาดฟ้าเรือกลับไม่มีอะไรทั้งสิ้น”

“โซฟีเน่ที่ได้เปรียบ...”

มินาที่กอดอกด้วยความมั่นใจถึงกับกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ชัยชนะของโซฟีเน่จึงอยู่แค่รอเวลาเท่านั้น”

“นิสัยชอบขี้โกงแกล้งไม่หายจริงๆด้วย”

อาธีน่าที่มักจะแพ้ยังโซฟีเน่อยู่บ่อยครั้งอย่างไม่ค่อยจะยอมรับ-มักจะหาเหตุผลว่า”ที่โซฟีเน่ชนะๆเสมอๆเป็นการโกงถึงกับกล่าวออกไป...

แต่จริงๆแล้วสาเหตุที่อาธีน่าพ่ายแพ้ทุกครั้งเป็นเพราะโซฟีเน่มักจะหายังจุดอ่อนของเธอและโจมตีจนได้รับชัยชนะได้ต่างหากล่ะ...

การโจมตียังจุดอ่อนของศัตรูเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากพี่สาวก็เธอและการโจมตีที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าคือสิ่งที่อาจารย์สาวแสนสวยของเธอสอน...

...ในการต่อสู้ทุกครั้ง(ถึงน้อย)จึงทำให้โซฟีเน่ชนะเสมอจนได้รับสมญาว่า”เทพธิดาแห่งชัยชนะ”ไงล่ะ

“แต่อีกฝ่ายไม่ใช่ปลาธรรมดาน่ะ...”

โซฟานที่กอดอกจ้องมองถึงการโจมตีของโซฟีเน่ในขนาดที่เม็กได้แต่เป็นฝ่ายตั้งรับถึงกับขมวดคิ้วด้วยความกังวลพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...แต่เป็นนักล่า”

เมกาโลดอนเป็นนักล่าแห่งท้องทะเล...

...แถมยังเป็นนักล่าในหมู่นักล่าด้วยสิ

เพราะฉะนั้นการที่เม็กยอมทนรับการโจมตีของโซฟีเน่จะต้องวางแผนอะไรเอาไว้แน่...

...และก็เป็นจริงตามคาด

“เฟียว...ว”

ยามเมื่อโซฟีเน่พุ่งโจมตีลงมาอย่างสุดตัวในครั้งนี้กลับไม่มียังร่างและคมดาบของเม็กประทะ...

“ฮือ...”

ประกายหางตาสีเขียวมรกตที่เรียวสวยของโซฟีเน่ถึงกับเหลียวมองไปยังด้านข้างเห็นถึงเม็กที่ก้าวถอยหลังไปถึงก้าวถึงกับเงื้อปลายดาบซ้ายเต็มแทงออกมา...

“เม็กเป็นนักล่าที่รอโอกาสกระโจนกินเหยื่อแม้อยู่บนท้องฟ้า...”

โซฟานที่เห็นยังทุกสิ่งทุกอย่างอย่างชัดเจนถึงกับยิ้มออกมาอย่างใจเย็นพลางกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่โซฟีเน่ไม่ใช่แค่นกน้อยธรรมดาหรอก”

“น้องสาวของฉันไม่ใช่แค่เหยียวร้าย...”

อาร์เชอะที่ยิ้มออกมายังมั่นใจยังกล่าวขยายถึงข้อความของโซฟานต่อไปอีกว่า

“...แต่เป็นเทพธิดาต่างหาก”

“เฟียว...ว”

ในยามที่คมดาบของเม็กแทงมาใส่ยังร่างของโซฟีเน่-เธอกลับตวัดยัง BIRD-DOG รับอย่างง่ายดายพร้อมทั้งปีกที่กระพืออกมาอย่างรวดเร็วจนทำให้ร่างของหญิงสาวหยุดยั้งกลางอากาศท่ามกลางสายลมสีเขียวมรกตนี้...

“เปรี้ยง...”

เสียงของคมดาบประทะกันอย่างดังลั่นและรุนแรงอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งร่างของโซฟีเน่ที่อาศัยยังแรงนี้พริ้วตัวลอยกระเด็นออกมายังกาบเรือใช้ยังปลายเท้าถีบพลางกระพือปีกเพิ่มยังความเร็วพุ่งแทงเข้าหาเม็กอีกครั้งด้ยวความเร็วที่ยิ่งทวีคูณ...

“เปรี้ยง...”

เม็กในยามนี้ได้แต่พลิกร่างหลบแล้วใช้ดาบในมือซ้ายประทะพร้อมแทงดาบในปลายมือขวาออกไปก็พบยังความว่างเปล่าที่ร่างของโซฟีเน่ได้หายไปแล้ว...

“ตุบ...”

แต่ร่างของโซฟีเน่กลับไม่ได้หายไปไหน เพราะเธอที่กลับร่างให้ปลายเท้าถีบยังกาบเรือพุ่งเข้าหมาเม็กอีกครั้ง...

“เปรี้ยง...”

อีกครั้ง...

“เปรี้ยง...”

อีกครั้ง...

“เปรี้ยง...”

และอีกหลายหลายครั้ง...

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

โซฟีเน่ในยามนี้สามารถพุ่งบินโจมตีใส่ยังร่างของเม็กได้จากทุกทิศทุกทางราวกับอากาศและสายลมที่โชยพัดผ่านนี้เป็นพื้นที่รองรับยังเท้าของเธอให้เหยียบพลิกร่างได้ดั่งใจด้วยสายลมสีเขียวมรกตที่โชยพัดผ่าน...

...สายลมแห่งมาเรียเบ็ล

“เปรี้ยง...”

รูปแบบการโจมตีของโซฟีเน่ในยามนี้กลับสามารถโจมตีใส่เม็กได้ถึงครึ่งวงกลมด้านบนจากทุกทิศทุกทางราว 360 องศาคูณ 180 องศา-จนเมกาโลดอนสาวที่ทำได้ในยามนี้คือตวัดดาบรับกับพลิกร่างหลบก็เต็มกลืนแล้ว...

“เฟียว...”

ยามเมื่อโจมตีสวนหลับร่างของโซฟีเน่ที่ก็พุ่งผ่านไปราวกับศรสายฟ้าสีขาวเปี่ยมประกายละอองสีทองที่เปลี่ยนทิศพุ่งกลับมาโจมตีอย่างไร้สิ้นสุด...

“กรอด...”

เม็กในยามนี้ที่ได้แต่กัดฟันแน่นรับการโจมตีที่ต่อเนื่องกับไม่หยนุดยั้งพร้อมทั้งเพิ่มยังรอยเท้าที่เหยียบยุบลงไปบนดาดฟ้าเรือให้ซีกต้องเจ็บปวดหัวใจนับไม่ถ้วน...

“...ชิ”

เม็กที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอามรณ์ เพราะตั้งแต่โซฟีเน่เริ่มโจมตีมานับไม่ถ้วน-เธอที่มีความเร็วสามารถรับดาบได้กลับสามารถโจมตีสวนกลับไปได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น...

“...เปรี้ยง”

เมกาโลดอนสาวที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับทราบดีกว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป-หากเธอพลาดเมื่อไหร่เท่ากับพ่ายแพ้เมื่อนั้น...

หรือถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆก็คงต้องวัดว่า”เธอที่เอาแต่ตั้งรับกับโซฟีเน่ที่เอาแต่พุ่งโจมตี”ฝ่ายไหนจะหมดแรงก็กัน...

กับเธอที่ถือว่ามีความเร็วเป็นยอดในยามเมื่ออยู่ในสายธารกลับต้องมาตั้งรับบนบกเช่นนี้ถือว่า”เป็นข้อผิดพลาดที่ลืมนึกถึง” เพราะโซฟีเน่คล้ายกับเก่งกาจยิ่งกว่าที่เธอคิดไว้...

เม็กที่ตกอยู่ในสมรภูมิที่เสียเปรียบบวกกับโซฟีเน่ที่ได้เปรียบได้ด้านพื้นที่จึงทำให้เธอแสดงฝีมือได้ไม่ถึงครึ่งในขนาดที่โซฟีเน่กลับสามารถเพิ่มพลังและความเร็วไปอย่างที่เหมือนกับจะไม่สิ้นสุดยามเมื่อสายลมหนุนส่ง...

“เฟียว...”

คมดาบสายหนึ่งของโซฟีเน่ที่ฟันออกมาถึงกับกรีดใส่บเกราะปลอกแขนซ้ายของเม็กจนสั่นสะท้าน เพราะยกขึ้นมารับไม่ทันกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง...

“แย่แล้ว...”เม็กลอบร้องออกมาในใจ เพราะหากปล่อยต่อไป-เธอจะต้องแพ้อย่างแน่นอนเลยจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดจ้องมองไปยังปลายดาบที่แหลมคมของโซฟีเน่ที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

“ฉึก...”

คมดาบของโซฟีเน่ถึงกับแทงทะลุร่างของเม็กออกไปทางการสายตาของกาเน็ทที่มองเห็นอย่างชัดเจนถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“ไชโย...ชนะแล้ว”

“ชนะบ้านเธอสิ...”

อาธีน่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะในยามนี้ทุกคนต่างเห็นอย่างชัดเจนถึงร่างของโซฟีเน่ที่หยุดยั้งลงไปจากคมดาบและแขนขวาของเธอที่โดนยังแขนซ้ายของเม็กล็อกไว้ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...บ้าที่สุด”

ดาบและแขนที่เรียวสวยของเธอกลับแทงทะลุยังซอกแขนซ้ายของเม็กออกไปพร้อมทั้งโดนจับให้หยุดอยู่กับท่าอย่างที่ไม่สามารถหลบหนีได้อีกราวกับนกกินปลาที่ถลาลงมาอยู่ในคมเขี้ยวของฉลามที่รอตะคุบเหยื่อ...อานิต้าที่ไม่รอช้าถึงกับพุ่งร่างหมายจะกระโจนออกไปรับมือกับอีกฝ่ายเพื่อช่วยยังโซฟีเน่ทันที

“ควับ...”

แต่โซฟานที่คล้ายกับรับรู้อะไรถึงกับยิ้มออกมาควับยังหัวไหล่ของอานิต้าไว้อย่างรวดเร็วรวดเร็วทำให้ไม่สามารถกระโดดออกไปได้จึงคิดที่จะกล่าวอะไรออกไป

“...”

แต่พอเห็นถึงสายตาของโซฟานที่กวาดมองมาเสียงถึงกับจางหายไปในลำคอทันที...

“เสร็จฉันล่ะ...”

เม็กที่ยิ้มออกมาอย่างกำยังชัยชนะไว้ในมือแล้วอย่างมั่นคงถึงเงื้อยังปลายดาบในมือขวาแทงใส่ยังร่างของโซฟีน่เพื่อคว้ายังชัยชนะทันที...

“เฟียว...”

สายลมสีเขียวที่โชยพัดผ่านรอบๆร่างของโซฟีเน่อย่างอ่อนโยนและแผ่วเบายิ่งราวเกราะพิทักษ์ของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือทำให้คมดาบที่แทงออกมาของเม็กถึงกับลืนไถลผ่านยังข้างศีรษะของโซฟีเน่ออกไปไม่กระทบแม้ปลายเส้นผม...

“หา...”

เม็กถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมมองเห้นยังรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาบนมุมฝีปากของเทพธิดาแห่งทะเลทรายสีทองสองพี่น้อง-โซฟีเน่ที่ไม่รอช้ารีบกลับร่างเงยหลังตวัดยังปลายเท้าขวาเตะใส่ยังร่างของเม็กที่ไถลเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วยิ่ง...

จากร่างที่สามารถเคลื่อนที่ได้ดั่งใจกลับลืนไถลไปกับความต้องการของสายลม...

...ราวกับโดนสายลมพันธนาการ

“เปรี้ยง...”

ร่างของเม็กที่โดนเตะอย่างจังถึงกับลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วล่วงลงมายังพื้นดาดฟ้าเรือสงบไปในพริบตาท่ามกลางเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นของโดโรธี

“ไชโย...”

“ชนะแล้ว...”

มินะกล่าวมาพร้อมกับมินาว่า

“แน่อยู่แล้ว-กัปตันของเราเก่งที่สุด”

อาธีน่าที่ไม่รอช้าจึงร้องสั่งการในฐานะของรองกัปตันซิลเวอร์แอร์โร่ออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“ฟ็อก์ซวัน ทู ทรี ซีโร่รีบจับเฉลยมัดเร็ว”

“ได้...”

“เยสมาดาม...”

“ครับผม...”

“ชิ...”

พวกมันทั้ง 4 ที่ส่งเสียงตอบรับออกมาถึงกหับรีบเข้าไปเอาเชือกมัดรังร่างของเม็กที่สลบลงไปติดกับเสากระโดงเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทันทีในฐานะของเฉลยที่พ่ายแพ้ในการประลอง...ทางด้านของโซฟานที่หันไปกวาดมองอาร์เชอะที่ด้านข้างว่า

“เธอรู้อยู่แล้วใช่มั้ย-ยั่ยอาร์เชอะ”

“หือ...”

อาร์เชอะเพียงยิ้มรับออกมาเท่านั้น เพราะตราบใดที่อยู่ท่ามกลางสายลมสีเขียวมรกตที่กำลังโชยพัดอยู่อย่างมิยอมหยุดยั้งนี้...

โซฟีเน่ไม่มีทางพ่ายแพ้ใครอยู่แล้ว...

...เหมือนกับเซเรสที่อยู่ท่ามกลางประกายแสง

...และเซไนล์ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในสายธารา

กับการต่อสู้ที่เหมือนกับไร้ความหมายนี้...
------------------------------------------

“ชิ...”

เม็กที่ถูกมัดติดกับกระดองเรือถึงกับเชิดปากเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะเธอแพ้พ่ายอย่างไม่ยินยอมพอใจ...

เป็นรับไม่ได้...

การที่นักล่าที่เก่งกาจที่สุดแห่งสายธารเช่นเธอกลับพ่ายแพ้ง่ายๆอย่างนี้...แต่อาธีน่ากำลังยืนอยู่เคียงข้างกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่เคียงคู่กับอานิต้าถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เธอมีจุดประสงค์อะไร”

“หึ...”

เม็กที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างง่ายดายว่า

“...อยากรู้ก็เข้ามาใกล้ๆสิ”

“ว่ามา...”

อาธีน่าถึงกับยืนหน้าออกมาหมายที่จะฟังยังคำกล่าวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน...เม็กที่ยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“เธอประมาทไปแล้ว...”

“เฟียว...”

พร้อมทั้งครีบทั้งสองของเม็กที่ลำแขนทั้งสองจะกางออกมากลางเป็นดาบคู่พุ่งร่างเข้ามาหมายกับจะจับยังอาธีน่าเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนีทันที...อาธีน่าที่ไม่ประมาทถึงกับชักยังดาบเรียวสีทองที่ได้รับจากโซฟีเน่ที่ด้รับจากโซฟานอีกทอดหนึ่งหมายจะต่อสู้ป้องกันตัวทันที...

แต่...

ร่างของเม็กที่ควรจะพุ่งเข้ามากลับหยุดยั้งลงไปอย่างง่ายดาย เพราะประกายแสงจันทร์สายหนึ่งกับคมดาบสีเขียวพาดขว้างลำคอของเธอไว้...

หากเม็กเข้ามาใกล้อีกนิดลำคอจะต้องขาดออกจากกันอย่างแน่นอนเลย...

“หือ...”

เมกาโลดอนสาวที่ได้แต่กวาดสายตาจ้องมองไปยังด้านซ้ายและด้านขวาของเธอเห็นถึงเรย์ร่าและเซเรสที่ยืนอยู่พร้อมทั้งรับรู้ได้ถึงคมดาบสายหนึ่งจ่ออยู่ที่ด้านหลังกลับไม่เห็นตัวจึงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาทรุดลงไปนั่งยังหลังกระดองเต่าสีดำที่วางไว้อย่างช่วยอะไรไม่ได้...

โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังนั่งอยู่บนตัวอันตรายอันดับต้นๆของซิลเวอร์แอร์โร่เลยก็ว่าได้...

“พวกนายนี้มันจริงๆเลยน่ะ”

อานิต้าส่งเสียงร้องออกมาอย่างเซ้งๆถึงความสะเพร่าของพวกฟ็อก์ซวันแล้วรีบพุ่งร่างไปคว้าโซ่มามัดยังร่างของเม็กเอาไว้อย่างแน่นจนไม่สามารถขยับตัวได้อีก เพราะเรื่องการมัดจะจับตัวนักโทษแล้ว-เธอมั่นใจได้เลยว่าไม่แพ้ใคร...

“เอาล่ะ...”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างมัดใจถึงกับหันไปกล่าวกับอาธีน่าว่า

“...เธอมาจัดการถามต่อได้แล้ว”

“ขอบใจมาก...”

อาธีน่าส่งเสียงออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังเซเรส อาธีน่า เรย์ร่าและยูอันพลางสาวเท้าก้าวตรงไปยังเม็กพลางส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...เอาล่ะ-เรามาต่อกันดีกว่า...”

แล้วถามต่อไปอีกว่า

“...เธอขึ้นมาบนเรือทำไมกัน”

“ฉันไม่มีอะไรจะบอกเธอ”

เม็กยิ้มออกมาอย่างยียวนยืนยันไม่ยอมที่จะตอบคำตอบและตกเป็นเชลยของซิลเวอร์แอร์โร่อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนี้ เพราะเธอพลาดที่สู้บนดาดฟ้าเรือ...

หากเป็นในน้ำละก้อ-เธอไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอนเลย...

“เชอะ...”

อาธีน่าส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆพลางหันหน้าไปมองยังอานิต้าที่อยู่ด้านข้างพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...จัดการสิ”

“ได้เลย...”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆพลางกล่าวออกมาอย่างเห็นใจอีกฝ่ายว่า

“...เมื่อก่อนฉันก็เคยแอบขึ้นเรือมาลอบสังหารเหมือนกัน...”

ยังกล่าวต่อไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มฝืนว่า

“...พอโดนจับได้เธอรู้มั้ยว่าฉันต้องโดนทรมานอะไรบ้าง”

“ควับ...”

เม็กที่เห็นยังอีกฝ่ายกล่าวออกมาถึงกับส่ายหน้าทันที เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะทรมานยังไง-เธอก็ไม่มีสายยอมสารภาพอย่างแน่นอนเลย...

“หึ...”

แต่พริบตาที่เธอกลับออกไปถึงกับเห็นยังประกายตาที่เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายของอานิต้าที่มาพร้อมทั้งเสียงหัวเราะถึงกับต้องรู้สึกสยิวกายขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...

“หึ...หึ...หึ...”

แต่แม่เรนเดียสาวที่หัวเราะยิ้มออกมาอย่างพอใจพลางก้าวเดินตรงไปยังร่างของเม็กที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ที่เบื้องหน้าราวกับจะเอาคืนจากสมัยที่เธอเคยโดนมาก่อนจึงหันไปร้องสั่งยังแมวลูกแมวทั้ง 3 ทันทีว่า

“โดโรธี มินะ มินาจัดการ”

“ได้เลย...”

ทั้ง 3 ที่ยิ้มรับออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปหายังเม็กที่กำลังตัวสั่นด้วยความกลัวทันที...โดโรธีที่ไม่รอช้ารีบอ้อมไปยังด้านหลังแล้วเอาปลายนิ้วที่มีเล็บอย่างแหลมคมทั้ง 10 นิ้วจี้ไปยังเอวและใต้ซอกแขนของเม็กอย่างแผ่วเบา...

มินะที่เอาไม้ล่อแมวออกมาเขี่ยยังร่างของเม็กตามส่วนต่างๆทันทีในขนาดที่พี่สาวของเธอก็จัดการถอดยังรองเท้าของเม็กแล้วจี้ยังฝ่าเท้าของอีกฝ่ายเล็กด้วยปลายเล็กอย่างแผ่วเบาทันที

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

เม็กถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาจะแทบจะไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ได้แต่ต้องงอตัวดิ้นไปดิ้นมา...อานิต้าที่ยังไม่หายสะใจยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เอาให้แรงกว่านี้อีก...”

“ได้เลย”

แมวลูกแมวทั้ง 3 ที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงตอบรับออกมาด้วยแววตาและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายแล้วลงมืออย่างเต็มทีในการทรมานยังเม็กต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง...เม็กที่หัวเราะอย่างดังลั่นยังคงพยายามที่จะพูดออกมาว่า

“ฮ่า...พอ...ฮ่า...ได้...ฮ่า...แล้ว...ฮ่า...”

แต่แม่ลูกแมวทั้ง 3 ที่ไม่มีท่าทางจะหยุดมือกับยิ่งส่งมืออย่างรุนแรงขึ้นจนทำเอาเม็กแทบจะไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีกตอนไปจากดิ้นตัวงอได้แต่ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างดังลั่นเท่านั้น...

“...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า”

“หึ...”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่สะใจของอานิต้าที่ในที่สุดก็สามารถหาที่ระบายยังความแค้นในใจที่เก็บกดมานานแล้ว...

“พอ...ฮ่า...ฮ่า...แล้ว...ฮ่า...ฮ่า...ฉัน...ฮ่า...ฮ่า...ยอ...ฮ่า...ฮ่า...”

แต่ก่อนที่ความอดทนของเม็กจะพังทลายลงไป(หรือพังทลายแล้ว)กลับมีเสียงร้องของเจนนี่ดังขึ้นมาขัดอารมณ์ก่อนว่า

“นี่อาหารเสร็จแล้ว-ทุกคน”

“หือ...”

ทำเอาทุกคนในยามนี้หันไปมองยังเจนนี่ที่รับผิดชอบในการตั้งโต๊ะอาหารยามเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเรียบยังทุกคนไปทานอาหารเช้ากันทันที...อานิต้าที่เกาหัวอย่างเซ้งๆคล้ายกับรู้แล้วเหมือนกันว่า”ถ้าปล่อยไปอีกหน่อยเม็กจะต้องสารภาพอย่างแน่นอนเลย”จึงรีบโบกมือว่า

“นี่หยุดมือกัน”

“อืมม์...”

โดโรธีที่หยุดมืออย่างรวดเร็วพร้อมทั้งนำยังมินะและมินากลับไปนั่งประจำที่ยังโต๊ะอาหารบนดาดฟ้าทันที เพราะบนดาดฟ้าเรือแห่งนี้กลายกับเป็นหนึ่งในที่ทานอาหารประจำของทุกคนไปแล้วด้วยโต๊ะที่ยกขึ้นมาจากพื้นเรือพร้อมทั้งเก้าอี้เพียงแค่เอาผ้าพื้นหนึ่งปูก็ได้ยังโต๊ะอาหารยาวสำหรับทุกคนง่ายๆแล้วพวกเจนนี่ กาเน็ท ฟ็อก์ซวัน ทู ทรีและซีโร่ก็เอารถเข็นลำเรียงอาหารออกมาจากห้องครัวจากฝีมือของทาญามาเรียงรออยู่เบื้องหน้าของทุกคนรอทานได้ทันที...

“เอาล่ะเรามาเริ่มกันเถอะ”

อาร์เชอะที่มานั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะส่งเสียงร้องออกมาทันทีพลางลงมือทานยังสลัดกุ้งมังกรที่ทาญาซื้อหามาจากตลาดในเมืองซีเบร็นซึ่งเป็นหนึ่งในของที่ขึ้นชื่อของเมือง-แม้จะไม่เท่ากับหนึ่งใน 5 อาหารสุดยอดของดินแดนแห่งสายธารนี้ก็เถอะ...

เพราะด้วยกุ้งที่ตัวใหญ่สีแดงสดสามารถทานได้ทั้งเปลือกและกล้ามทั้งสองที่ทั้งอ่อนหวาน กรอบอร่อยผสมกับเนื้อสีขาวสะอาดที่เหมาะสมนำมาทำเป็นสลัดด้วยการนึ่งให้สุกแล้วแยกเนื้อออกมาเอาหั่นเป็นชิ้นๆแล้วผสมๆกับผักและน้ำสลัดสูตรที่เธอคิดขึ้นมาเองจึงเป็นอาหารจานเด็ดของร้านซิลเวอร์แอร์โร่แห่งเมืองทิมที่มีราคาค่อยๆข้างแพง...

แต่พอมาอยู่ที่เมืองนี้กลับสามารถกินได้ในราคาที่ถูกกว่าเกือบ 3 เท่าตัว-แถมยังมีความสดที่มากกว่าถึงวันหรือสองวันด้วย...

ทำเอาคนอื่นๆที่ไม่ทันได้คิดอะไรนักจึงพากับก็อบยังอาหารเช้ามื้อนี้ของอาร์เชอะกันแทบทุกคนเลยอยากจะมีฟรีเนเซียเท่านั้นที่พิเศษคือไม่อยากทานอะไรหนักแต่เช้าจึงเพียงดื่มกาแฟผสมเหล้าเท่านั้น-ซึ่งทำให้อาหารมื้อเช้านี้เป็นวันที่ง่ายที่สุดวันหนึ่งของทาญาและเจนนี่ที่ได้เรียนรู้ด้วย...

“แต่อานิต้า...”

อาธีน่าที่เฝ้ายังการลงทัณฑ์ของแม่เรนเดียสาวเห็นถึงอีกนิดเดียวเม็กก็จะยกแพ้สารภาพออกมาแล้วจึงส่งเสียงถามออกไปว่า

“...อีกนิดเดียวก็สารภาพแล้วไม่ใช่หรือ”

“ฉันรู้แล้วล่ะน่า...”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆพลางเอาส้อมจิ้มยังหัวสีแดงของกุ้งซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อผสามกับผักราดน้ำสลัดเข้าในปากเคี้ยวอย่างอร่อยๆแล้วส่งเสียงตอบออกมาว่า

“...แต่ถ้าปล่อยให้สารภาพง่ายๆ-ฉันก็ไม่สะใจสิ...”

พลางหันไปถามยังพวกโดโรธี มินะ มินาว่า

“...ใช่มั้ยล่ะ-พวกเรา”

“ใช่แล้ว”

แม่ลูกแมวที่ชั่วร้ายทั้ง 3 ถึงกับพยักหน้าตอบรับกลับมาพร้อมทั้งหัวเราะอย่างสนุกสนานหยิบเอาขนมปัง ไส้กรอกและไข่ดาวที่จัดมาเป็นเครื่องเคียงเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย-เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในการไปทรมานยังเม็กต่ออีกรอบ...ทำเอาอาธีน่าที่จ้องมองไปยังทันทีจึงได้แต่ส่งเสียงออกไปว่า

“นี่พวกเธอ...”

พลางขบคิดในใจว่า”เธอโชคดีแล้วที่ไม่ได้ตกไปในมือของแม่พวกนี้”-ยิ่งมองไปเห็นยังโซฟีเน่ที่คล้ายกับไม่สนใจอะไรยังคงนั่งทานอาหารกับเซบัสอย่างมีความสุขจึงได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมา

“...เฮ้ย”

เพราะขนาดกัปตันเรือและเป้าหมายที่อีกฝ่ายตั้งใจเล่นงานยังไม่ว่าอะไรเลย-แล้วเธอจะต้องไปเดือดร้อนอะไรอีกล่ะ...

“โอ๊ย...แฮก...แฮก...”

เม็กที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนที่สามารถรอดได้จากการถูกทรมานให้สารภาพได้กลับส่งเสียงร้องออกมาพยายามที่จะหาทางหลบหนี อาศัยเพียงโซ่ที่ล่ามอยู่คงจะพอมีโอกาสให้เธอสามารถหนีไปอย่างแน่นอน-สิ่งแรกที่เธอทำคือพยายามยืนเท้าซ้ายออกไปหมายจะเขี่ยเอารองเท้าที่โดนมินาถอดกลับมาก่อน...

“อย่าดีกว่า...”

อยู่เสียงของเซเรสที่คล้ายกับกำลังนั่งทานสลัดอยู่บนเสากระโดงเหนือหัวก็ดังขึ้นมาทำเอาเม็กที่คิดจะหนีทราบว่า”อีกฝ่ายรู้ทัน”จึงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างเจื่อยๆไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก...

“จ๊อก...”

แต่อยู่เสียงร้องของเม็กก็ทำขึ้นทำเอาเธอพึ่งฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า”ตั้งแต่เมืองวานที่ว่ายน้ำตัดมายังเมืองซีเบร็น ขึ้นมาเรือต่อสู้กับโซฟีเน่จนกระทั่งในยามนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันเลยจึงจ้องเผลอร้องออกมาว่า

“...หิวจังเลย...”

“สูด...”

ยิ่งสูดได้กินอาหารที่หอมหวลของเหล่าลูกเรือซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหลายที่ลอยมาเตะจมูกถึงกับต้องเผลอร้องออกมาว่า

“...หิวที่สุดเลย...”

แต่เมื่อเห็นยังเหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหลายยังคงทานอาหารกันอย่างไม่สนใจอะไรจึงร้องตะโกนออกไปว่า

“...ฉันหิ้วแล้วน่ะ”

แต่ในหมู่ของทุกคนที่ไม่สนใจกลับปรากฏยังแม่ลูกจิ้งจอกตัวน้อยน่ารักที่แสนซุกซนกระโดดมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเม็กพร้อมทั้งจิ้มเอาเนื้อกุ้งสีขาวนวลสวยราวกับไข่มุกอาบด้วยน้ำสลัดสีฟ้าอ่อนซึ่งมีสมผสมของน้ำดอกอัญชันที่ให้ความหวานผสมกับเนื้อกุ้งชูมายังเบื้องหน้าของเม็กพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“อยากทานหรือ”

“อืมม์...อืมม์...”

เม็กรีบพยักหน้ารับอยากที่ไม่คิดอะไรด้วยความโหยหิวจนน้ำลายไหล...

“คิก...คิก...”

แต่ฟอการิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์กลับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...ไม่ล่ะ...”

พลางเอาส้อมที่จิ้มเนื้อกุ้งใส่เข้าปากเคี้ยวอย่างอร่อยยิ่งเบื้องหน้าของเม็กอย่างน่ารักยิ่ง-เธอที่ยังไม่รอช้ารีบเอาส้อมจิ้มยังไส้กรอกที่หั่นเป็นชิ้นขึ้นมาชูเบื้องหน้าเม็กอีกครั้งหนึ่งร้องถามออกไปว่า

“อยากทานมั้ย”

“อยาก...”

เมื่อเม็กตอบออกไปแล้วฟอการิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างชอบใจก็เอาปลายส้อมที่มีไส้กรอกยื่นออกมาหมายจะส่งเข้าปากของเม็ก-แต่ยามเมื่อเม็กกำลังจะกัดลงไปก็ถูกยังแม่จิ้งจอกน้อยรีบตวัดเอากลับเข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว

“กุบ...กุบ...”

ฟอการิต้าที่เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยแล้วยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่ได้ล่ะ เพราะนี่เป็นส่วนของหนู...”

ซึ่งจริงๆแล้วเหล่าสุดเรือทั้งหลายสามารถเติมยังอาหารได้อย่างไม่อั้นและไม่ต้องเสียตังค์ด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งดีส มีมี่แทบจะกลายเป็นหนึ่งในห้าของบรรดาตัวกินกุของซิลเวอร์แอร์โร่ไปแล้ว...
ซึ่งประกอบด้วยอานิต้า ยูอันและ...

คนสุดท้ายต้องปิดเป็นความลับที่ไม่สามารถบอกได้ของซิลเวอร์แอร์โร่...”

“แล้วนี่ล่ะ...”

ต่อไปแล้วแม่จิ้งจอกน้อยจึงตามด้วยแครอท มักกอลรี่ ปลาทูน่า เนื้อกุ้งและอะไรอีกหลายอย่างส่งเสียงถามออกไปทุกครั้งก่อนจะกินลงไป-ซึ่งเม็กก็ต้องพยักหน้าตอบรับออกไปอย่างลืมตัวทุกครั้งไป...

“หมดแล้วล่ะ”

ฟอการิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อทานจนอิ่มแล้วลุกขึ้นก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไรจนสุดท้ายเม็กก็ไม่ได้กินอะไรจากแม่จิ้งจอกสาวตัวน้อยตกถึงท้องเลยจนต้องร้องออกมาว่า

“การลงทัณฑ์ของซิลเวอร์แอร์โร่นี่ช่างน่ากลัวจริงๆเลย...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หิวที่สุดเลย”

“เอาล่ะ-เรามาเริ่มกันต่อเถอะ”

อานิต้าและโดโรธี มินะ มินาที่ทานยังอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงหันกลับมาเริ่มจะลงทัณฑ์แกล้งและรังแกยังเม็กต่อ-แต่ว่ายังไม่ทันที่จะทำอะไร...

“ฉันยอมสารภาพแล้ว...”

“หา...”

ท่ามกลางพวกของอานิต้าที่ตกใจและอาธีน่าที่ประหลาดใจกลับได้ยินยังคำกล่าวต่อไปของเมก้าโลดอนสาวที่ว่า

“...แต่ของกินอะไรก่อนน่ะ”

จึงเป็นการสิ้นสุดยังการทรมานเพื่อเค้นความจริงไปโดยปริยาย...
--------------------------------------------

“สรุปก็คือ...”

อาธีน่าที่ยืนอยู่ยังเบื้องหน้าของเม็กที่กำลังสวาปายังอาหารของคนประมาณ 7 ถึง 8 คนลงไปอย่างรวดเร็วพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เธอได้รับคำสั่งจากเทพธิดาแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรให้มาลอบสังหารสิน่ะ”

“ใช่แล้ว...”

เม็กที่ไม่คิดจะปฏิเสธยังหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาจึงพยักหน้ารับทันที-เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังโซฟีเน่แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เป้าหมายคือโซฟีเน่กัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่”

“หมายความว่าไง”

อาธีน่าที่ตบโต๊ะอย่างดังลั่นพลางยืนหน้าเข้าไปกระชากยังคอเสื้อของอีกฝ่ายทันที เพราะการที่เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรส่งยังนักฆ่ามาหาโซฟีเน่นี่มันเป็นเพราะอะไรกัน-อีกฝ่ายคล้ายทราบถึงการมาของพวกเธอแล้วหรือ...เม็กที่ไม่สนใจอะไรเพียงปัดมืออาธีน่าออกแล้วกัดกินน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อยจนแทบจะกลืนกินมันลงไปแล้วพลางกล่าวออกมาว่า

“ท่านไนล์ก็แค่ต้องการจัดการยังศัตรูความรักเท่านั้น”

กัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่-โซฟีเน่และร่างสถิตของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือ...

“ท่านไนล์ต้องการฆ่าโซฟีเน่จริงๆหรือ”

เซไนล์ที่ก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าพลางส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยยิ่ง เพราะจากคำสั่งที่เธอได้รับมา-มันมิใช่เช่นนั้น...เม็กที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเซไนล์เห็นถึงใบหน้า ดวงตาและสีผมของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนถึงกับต้องลอบร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“เธอเป็นใครกัน...”

เพราะด้วยความเร็วในขนาดที่เธอได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางมาลอบสังหารยังโซฟีเน่นี้-พระองค์ยังประทับอยู่ ณ ที่ปราสาทแห่งสายธารแอตแลนติสไม่ใช่หรือ...

และอีกอย่างทั้งสีผมและสีตาก็มิได้เป็นเช่นนี้...

แต่ใบหน้านี้เม็กเธอไม่มีทางลืมอย่างเด็ดขาด...

...ใบหน้าของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร-ท่านเมย์ ซีซี ไนล์

“ฉันเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้ตัวเล็กๆผู้หนึ่งของท่านเทพธิดาเท่านั้น”

เซไนล์ที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยพลางส่งเสียงกล่าวออกมา...เม็กที่พยักหน้าตอบรับยังคำถามของเซไนล์ถึงคำสั่งที่เธอได้รับมาแล้วจึงถามยังเงือกสาวกลับไปว่า

“แล้วเธอล่ะ-มาที่ซิลเวอร์แอร์โร่ลำนี้ทำไมกัน...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกด้วยความสงสัยว่า

“...หรือว่าได้รับคำสั่งมาให้ลอบสังหารโซฟี่เน่เหมือนกัน”

เม็กคิดว่าเพราะการที่เซไนล์อยู่บนซิลเวอร์แอร์โร่ลำนี้ก็คงจะทำงานไม่สำเร็จเหมือนกันจึงส่งยังเธอมาทำงานต่อ...แต่กับคำตอบที่ได้รับกลับเซไนล์กลับผิดไปจากที่เธอคิดเอาไว้

“ฉันได้รับคำสั่งจากพระองค์ให้มาพบยังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวง...”

เซไนล์ที่ฝืนยิ้มอย่างอับจนปัญญาแล้วกล่าวออกมาว่า

“...เพื่อน้ำพายังพระองค์ไปสังหารยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรของพวกเราต่างหากค่ะ”

“หา...”

เม็กและใครอีกหลายต่อหลายคนที่ได้ยินยังจุดประสงค์และจุดหมายการเดินทางของเซไนล์ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่า”เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรต้องการตามเซบัสไปฆ่าตน”-เม็กที่ไม่เข้าใจถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“หมายความว่าไง...”

เมกาโลดอนสาวที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังนางเงือกที่เบื้องหน้าพลางร้องถามออกไปว่า

“...ท่านไนล์คิดที่จะตายน่ะหรือ...”

“ควับ...”

เมื่อเห็นยังเซไนล์ที่พยักหน้ารับแล้วเม็กที่ไม่เชื่อยังสิ่งที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...บ้าน่า”

“จริง...”

เซไนล์ที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาพลางกวาดสายตาจ้องมองทุกคนแล้วจึงจ้องประกายตาสีโทแพซไปหยุกยั้งยังเซบัสที่ยืนอยู่ ณ เบื้องหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างเศร้าสร้อยว่า

“...ท่านไนล์เมื่อไม่สามารถได้รับยังความรักจากชายหนุ่มกันเป็นที่รักก็เลือกที่จะตายด้วยมือของผู้เป็นที่รักยิ่งแทน...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...พระองค์ประสงค์ที่จะตายด้วยมือขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวง”

“บ้าน่า...”

เม็กถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่เชื่อถือยังสิ่งที่ได้ยิน เพราะหากเธอสามารถสังหารยังโซฟีน่อันเป็นร่างสถิตของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือได้สำเร็จก็เท่ากับทำลายยังศัตรูของความรักท่านไนล์ด้วย...
นี่อาจไม่ใช่เพื่อให้พระองค์ได้ครองคู่กับองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงหรอกหรือ...

...แต่เป็นต้องการให้ยังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงสังหารพระองค์ด้วยความแค้น

เพราะเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรทรงทราบดีถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวงที่มีต่อเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือว่ามากมายและยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน...

ไม่มีที่ว่างให้กับใครสามารถแทรกเข้าไปได้...

การฆ่าด้วยมือของชายหนุ่มอันเป็นที่รักจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มิอาจจะสมหวังในความรักได้...

แม้จะเป็นถึงหนึ่งในเจ็ดเทวะราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ตามที...

“แล้วเธอ...”

เม็กที่จ้องมองไปยังเซไนล์ด้วยความโกรธแค้นและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง-เธอที่ไม่ทราบยังความเป็นจริงนี้ยังร้องถามอีกฝ่ายออกไปว่า

“...ทั้งๆที่รู้แล้ว-เธอยังมาที่ซิลเวอร์แอร์โร่นี้อีกหรือ”

“...”

เซไนล์ที่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเศร้าสร้อยว่า

“...ความต้องการของท่านไนล์คือประกาศิตที่พวกเราชาวนครแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรต้องทำตามอย่างที่มิสามารถต่อต้านได้ค่ะ”

“...”

เม็กที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปราวกับพยักหน้ารับถึงคำกล่าวของเซไนล์ เพราะหากเป็นเธอได้รับยังคำสั่งเช่นเดียวกับเซไนล์มีแต่ต้องปฏิบัติตามอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงมัน...

เพราะนี่คือความต้องการ...

คือพระประสงค์...

คือประกาศิต...

และเหนือยิ่งกว่ามันคือสิ่งเดียวที่สามารถช่วยเหลือยังท่านเทพธิดาที่กำลังร่ำไห้ในยามนี้ของพวกเธอได้...

“...หึ...”

เมก้าโลดอนสาวที่ฝืนยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเซบัสพลางร้องออกไปว่า

“แล้วพระองค์ล่ะ...”

เม็กยังร้องถามออกไปอีกว่า

“...ต้องการจะทำไรเช่น-ต้องการที่จะสังหารยังท่านไนล์ด้วยไม่”

“ผมจะช่วยเธอ...”

เซบัสที่ยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยได้แต่สบยังสายตาของอีกฝ่ายด้วยประกายตาสีเขียวมรกตแล้วกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ผมจะช่วยเหลือเธอถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะช่วยเหลืออย่างไงก็ตาม...”

“หา...”

เม็กที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ...เซบัสยังคงกล่าวต่อมาอีกว่า

“แต่ที่แน่ๆในยามนี้ผมไม่ต้องการจะฆ่าใครและไม่ต้องการให้ใครตายเพราะผมด้วย”

“อืมม์...”

เม็กที่ได้ยินถึงกับพยักหน้ารับพลางจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มผู้เป็นดั่งองค์ราชันย์แดนสรวงที่เบื้องหน้า
แล้วยิ้มออกมาอย่างเชื่อใจอีกฝ่ายว่า”ต้องการจะช่วยเหลือยังท่านไนล์ของเธอ”-แม้จะยังไม่รู้วิธีก็ตามที...

“...งั้น...”

เม็กที่คล้ายกับตัดสินใจแล้วจึงหันไปมองยังโซฟีเน่ที่อยู่ด้านข้างของเซบัสซึ่งสามารถล้มยังเธอได้พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันจะปกป้องเธอจนกว่าจะพบกับท่านไนล์เอง”

“หา...”

กาเน็ทที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ-เธอที่เห็นยังเม็กพึ่งจะแพ้ให้กับโซฟีเน่มาหมาดๆถึงกับต้องร้องออกไปว่า

“...แต่เธอพึ่งจะแพ้โซฟีเน่มาไม่ใช่หรือ”

การให้คนที่อ่อนแอปกป้องยังคนที่เข้มแข็งกว่า-มันยังไงๆอยู่...

“นี่...”

เจนนี่ที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงห้ามยังกาเน็ทออกมาทันที เพราะกลัวเม็กที่คล้ายกับไม่พอใจจะท้ายังโซฟีเน่หรือใครๆสู้อีกครั้งหนึ่ง...แต่เม็กที่เบื้องหน้ากลับยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ถ้าอยู่ในน้ำล่ะก้อ-ฉันไม่แพ้ใครอย่างแน่นอนเลย”

“งั้นก็ตกลงตามนี้”

อาร์เชอะที่ทานยังอาหารเสร็จถึงกับยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาราวกับเป็นการสิ้นสุดยังการประชุมและหารือยังเรื่องราวในคราวนี้...

สรุปง่ายๆก็คือบนซิลเวอร์แอร์โร่กลับเพิ่มลูกเรือชั่วคราวขึ้นมาคนหนึ่งที่มีหน้าที่ปกป้องยังกัปตันนั่นเอง...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 10 เม.ย.55 เวลา 04:41:59 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ