K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 45 ตัดกำลัง2

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 45 ตัดกำลัง2
------------------------------

            ถึงแม้ว่าสภาพท้องฟ้าและอากาศจะเป็นใจให้กับการบินรูปแบบอาโกลาส
            แต่ความแตกต่างด้านจำนวนของกำลังพลที่มากเกินไปนั้นกลับส่งผลอย่างมากจนเท็คนิคการบินไม่เป็นประโยชน์ตามที่ตั้งหวังไว้

            การต่อสู้ที่ดูสูสีตอนแรกเริ่มเปลี่ยนสภาพไปตามกฎธรรมชาติที่ว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ...
            กองทัพของอาโกลาสถูกทัพไฮแลนด์ที่มีจำนวนมากกว่าผลักดันให้ถอยไปจากตำแหน่งปะทะแรกเริ่ม

            ทัพบกอาโกลาสมีความสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงอาวุธจะดีกว่าและทักษะกับรูปแบบทัพที่ยืดหยุ่นกว่าจะพอทำให้ต้านรับและตอบโต้ให้ไฮแลนด์ได้มาก แต่กระนั้นจำนวนทหารที่ต้องบาดเจ็บล้มตายไปก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แม่ทัพของกองทัพบกต้องตัดสินรบสลับกับร่นถอยเพื่อประวิงเวลาให้ได้นานที่สุด
            อย่างน้อยก็จนกว่าเครนี่จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวตามแผนที่ตกลงไว้...

            อย่างไรก็ดี ถึงจะให้แม่ทัพแห่งทัพฟ้าเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด แต่ทว่าในยามนี้ทางทัพฟ้าเองก็รับศึกหน้าไม่แพ้กัน...
            จากตอนแรกที่ใช้วิธีโอบล้อมเล่นงานแล้วฉากหลบ ซึ่งการชิงลงมือก่อนอาจให้ผลที่ดี แต่ด้วยจำนวนที่เป็นรองแล้วพอเวลาผ่านไปความแตกต่างนั้นก็ปรากฎชัดเจน
            ตอนนี้ทัพฟ้าอาโกลาสก็เป็นต้องถูกกดดันเช่นเดียวกับทัพบก แต่ความที่ท้องฟ้ากว้างนั้นทำให้พวกเขาต้องร่นถอยไปไกลกว่ามากจนถึงช่วงทะเลสาบ...

            การถูกผลักดันให้ต้องถอยอาจดูแย่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นรองและเพลี่งพล้ำ แต่สำหรับฟิลแล้วถ้าตัดเรื่องภาพรวมหรือศักดิ์ศรีกองทัพไป มองในแง่การรบล่ะก็ จุดที่กำลังอยู่นี้คือพื้นที่ๆคุ้นเคยอยู่ที่สุด
            เพราะสามวันที่ผ่านมาที่เขาใช้ฝึกท่าไม้ตายอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย บินวนซ้ำไปรอบๆบริเวณจนนับรอบไม่ถ้วน... นั่นก็หมายความว่าฟิลคุ้นสภาพท้องฟ้าและชัยภูมิมากกว่ากอร์ด้อน ซึ่งจะส่งผลดีในเรื่องการบินได้ไม่มากก็น้อย

            ฟิลไม่ตระหนกกับการถูกผลักดัน เมื่อมาถึงแถวทะเลสาบแล้วก็ได้สั่งให้มีอาบินสลับบนลงล่างบ้าง การคุ้นสภาพแวดล้อมทำให้มีอาสามารถบินได้ต่ำระดับเหนือยอดไม้เพียงเล็กน้อยได้แบบไม่ลำบากนัก
            กอร์ด้อนต้องเจองานยากในการไล่ล่าขึ้นไปอีก ไม่เพียงแค่การไล่จับเลือกเล็งเป้าจะยากขึ้นเท่านั้น แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็จะทำให้จำนวนลูกธนูที่มีอยู่ก็เหลือน้อยลงทุกทีๆ

            ในตอนแรกมีอาอาจมีปั่นป่วนไปบ้างเมื่อเจอการยิงธรูใส่ถึงสองดอกพร้อมๆกัน
            แต่เมื่อจับหลักได้แล้ว การบินหลบก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินมืออีกต่อไป ยิ่งมีฟิลช่วยอีกแรงแล้วยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้เป็นเท่าตัว
            "ธนูวงกว้างกำลังจะมาแล้ว เข้ากลางได้ใช่ไหมมีอา!?" ฟิลมองกระจกแล้วให้ข้อมูลเสริมกึ่งแนะนำอีกครั้ง
            "ได้พี่จ๋า!" มีอารับมาแล้วคำนวณเสริม

            จากนั้นแล้วมีอาก็ได้เร่งความเร็วการบินให้มากขึ้นไปอีก ลูกธนูที่ยิงมาแบบเล็งได้ไม่เต็มที่นั้นเฉออกวงกว้างอย่างรวดเร็ว และมันก็พุ่งไปปักกับยอดไม้ใกล้แทน
            "เยี่ยมมากมีอา! พ้นป่าแล้วโฉบไปตรงทะเลสาปแล้วค่อยเชิดบินขึ้นฟ้านะ" ฟิลกำหนดทิศทางการบินไว้ล่วงหน้า
            "ได้เลยพี่จ๋า!" เด็กน้อยตอบมั่นใจ

            นี่เป็นอีกครั้งที่มีอาสามารถหลบธนูของกอร์ด้อนได้อย่างสมบูรณ์

      
            ...............................................


            ถึงช่วงเวลาแห่งการต่อสู้จะผ่านมานานพอสมควรแล้ว
            กอร์ด้อนก็ยังไม่อาจทำอะไรฟิลได้มากนัก แต่กระนั้นเขาก็ยังยังคงเป็นเหมือนหมาป่าที่ไม่ยอมละถอยจากเหยื่อที่เลือกไว้
            ยิ่งเมื่อกองทัพทั้งบกและฟ้าสามารถผลักดันให้อาโกลาสล่าถอยได้อย่างเห็นได้ชัดจนแทบไม่มีอะไรต้องกังวลหรือสั่งการด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ยิ่งไม่มีความลังเลใจที่จะจัดการกับเหยื่อที่เล็งไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียเวลาและเสียแรงกายไปมากเท่าใด

            ถึงตอนนี้แล้วกอร์ด้อนเริ่มรู้สึกเหมือนกับทหารมังกรหลายคนที่ได้สู้กับฟิล เช่น กรอสและโจนาส ที่เห็นว่าฟิลกับมีอานั้นมีพัฒนาการที่น่าทึ่งและทั้งสองก็เหมือนส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด ยิ่งเมื่อฟิลมีมันสมองที่ไม่ยึดติดและพยายามคิดหาวิธีใหม่ๆ อีกทั้งมีอาก็มีพลังพิเศษและก็แข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆตามวัยที่กำลังเติบใหญ่ อนาคตนั้นทั้งสองอาจกลายเป็นคู่มังกรและผู้ใช้ที่เก่งกาจที่สุดของเคลเฟอร์เป็นแน่แท้ที่สุด
            ถึงจะไม่อยากยอมรับนัก แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าฟิลกับมีอานั้นได้รับการฝึกอย่างเป็นจริงเป็นจังในรูปแบบกองทัพได้แค่เดือนกว่าๆ แต่กระนั้นพวกเขากลับไล่จัดการทั้งกองทหารรับจ้าง หน่วยปฏิบัติการพิเศษของไฮแลนด์ และยังรวมถึงกองทัพหลักของไฮแลนด์ไปอย่างมาก

            ในตอนนี้แล้วชัยชนะก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง แต่การจะปล่อยให้ศัตรูที่ดูจะมีแววเติบใหญ่หนีไปได้นั้นก็ดูจะสำคัญไม่แพ้กัน
            กอร์ด้อนไม่คิดว่าตนเองจะไม่มีฝีมือพอจัดการฟิลกับมีอาได้ แต่ว่าเหยื่อทั้งสองนั้นลึกล้ำเกินกว่าที่คาดไว้ ก่อนหน้านี้ที่เจอกันอาจดูง่ายต่อการไล่ล่าเพราะอีกฝ่ายนั้นยังไม่ชินกับการรบภายใต้แรงกดดันระดับสูง
            แต่หลังจากฟื้นอาการบาดเจ็บมาแล้ว จะด้วยแรงแค้นที่มังกรร่วมพันธะถูกจัดการ หรือได้รับคำปรึกษา หรือได้ระบายความรู้สึกกับใครก็แล้วแต่ แต่บุคลิกของฟิลก็เปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน ซึ่งมันก็ส่งผลเชิงบวกไปถึงมีอาด้วยเช่นกัน

            กอร์ด้อนเคยปรามาสฟิลไว้ว่าเป็นเสมือนแกะที่พยายามทำตัวเป็นหมาป่า...
            แต่บัดนี้เมื่อได้เข้าสนามรบอย่างแตกหักแล้ว สายตาของกอร์ด้อนเริ่มเห็นภาพว่าชายหนุ่มที่เป็นเพียงลูกแกะกำลังกลายเป็นหมาป่าขึ้นมาจริงๆ... แม้จะเอาแต่หนีอยู่ข้างเดียว แต่ก็ไม่มีความคิดที่จะถอดใจ และเมื่อใดที่กอร์ด้อนเผลอแล้ว การโจมตีระยะกลางด้วยเวทมนตร์ก็จะฟาดเข้าใส่ในทันที
            "ข้าขอยอมรับว่าเจ้ามีพรสวรรค์มากกว่าพ่อเจ้า" กอร์ด้อนคว้าลูกธนูขึ้นมาและเสียบง้างเล็ง "ดังนั้นก่อนที่จะเติบใหญ่ไปมากกว่านี้และเป็นภัยต่อประเทศข้าในภายภาคหน้า ข้าจะต้องสังหารลงให้ได้!"

            กอร์ด้อนตั้งใจเล็งกว่าทุกครั้ง หนนี้ธนูมาในมุมแคบแต่มากด้วยความเร็วและดูแม่นยำกว่าทุกที
            "พลิก!!" ฟิลช่วยตัดสินใจอีกครั้ง "เอาให้สุดเลยมีอา!"

            มีอารับสนองด้วยการบินในแทบที่จะเป็นมุมตะแคง หมายจะหลบธนูให้มากที่สุด

            เผี๊ยะ!!

            มีอาหลบได้ดี แต่ไม่ดีพอที่จะพ้นได้อย่างสมบูรณ์
            ธนูถากแขนขวาฟิลไป ทำเอาชาไปทั้งแถบ
            "อุ๊บ...!" แรงสะท้อนกลับทำเอาฟิลหลุดอุทานออกมา
            "พี่จ๋า!?"
            "ไม่เป็นไร... บินขึ้นไปก่อน! ให้ลมบนช่วยนำการบิน!!" ฟิลยังคงคิดไวตัดสินใจไว
            "อะ... อื้อ!" มีอายังคงถือคำสั่งฟิลเป็นสำคัญ

            กอร์ด้อนมองดูมีอาเชิดหัวขึ้นและฟิลก็ยังไม่ออกอาการลนลาน มันก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าฝ่ายศัตรูนั้นเปลี่ยนไปจริง
            กอร์ด้อนเชื่อว่าถ้าคนที่ไม่มีเป้าหมายที่หนักแน่นพอแล้วย่อมไม่อาจกล้าเผชิญหน้ากับความตายได้ และยิ่งเมื่อความตายพุ่งผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า มันก็ยิ่งชี้ชัดว่าคนผู้นั้นจริงจังเพียงใด
            "ดูท่าว่าเจ้าเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้จนกว่าจะสังหารข้าได้เช่นกันสินะ!?"

            กอร์ด้อนสั่งมิเร่อร์บินตามกวดด้วยความเร็วสูงขึ้นอีก
            ความแตกต่างของมังกรก็ยังคงส่งผลถึงการศึกได้มากจนน่าเป็นกังวล มีอาที่ออกตัวหนีมาก่อนถูกไล่ตามจี้ในช่วงไม่กี่อึดใจ

            กอร์ด้อนย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดแรงปะทะของลม ก่อนที่จะเหลือบมองดูที่กระบอกใส่ลูกธนู
            ซึ่งบัดนี้มีลูกธนูเหลือเพียงสามลูกเท่านั้น... เขาจึงได้รู้ว่าอาวุธที่ทำให้ได้เปรียบมาโดยตลอดกำลังจะหมดลง...
            "เจ้าเป็นคนแรกจริงๆที่ทำให้ข้าต้องสู้ได้นานเช่นนี้" กอร์ด้อนหยิบธนูขึ้นมา "แต่จะหนีการโจมตีครั้งนี้ไปได้หรือ?"

            พลันที่ธนูชุดสุดท้ายถูกขึ้นลำกับสายเอ็นนั้น มีอาก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาแทบจะทันที
            "อะ... อีกแล้วพี่จ๋า!?" มีอาผวาร้อง "รู้สึกแปลกๆที่ข้างหลังอีกแล้ว มันเพิ่มเป็นสามแล้ว"
            "สามเหรอ... เฮ้ๆ อย่าบอกนะว่า..." ฟิลสังหรณ์ใจซ้ำรอยกับที่มีอาเตือนครั้งแรก

            เมื่อมองกระจกย้อนไปทางด้านหลังแล้วก็ทำให้ฟิลแทบผงะ เมื่อพบว่ากอร์ด้อนกำลังจะยิงธนูสามดอกพร้อมกัน
            เดิมทีการยิงสองดอกนั้นยังพอมีช่องว่างให้คำนวณเส้นทางหลบหลีกอยู่บ้าง แต่พอเป็นสามแล้วพื้นที่ก็จะหายไปอีกมาก และยิ่งเมื่ออ่านทางลูกธนูไม่ออกแล้วก็เท่ากับว่ายิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากเป็นทวีคูณ

            ฟิลขบฟันคิดหนักหาทางออก เดิมทีเขาตั้งใจจะบินบนฟ้าที่อากาศเบาเพื่อหาทางหลบแล้วสวนกลับ แต่พอเจอธนูสามลูกเข้าแล้วก็ทำให้ไม่เห็นทางออกไหนที่ดีที่สุดเท่ากับการหนี
            "ช่วยไม่ได้ สปีดส่งแล้วทิ้งดิ่งลงไปเถอะมีอา..." ฟิลเสนอทางเลือก

            ทว่าในจังหวะนั้นเองลมเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนฟิลมาตลอดก็เกิดพลิกกลับขึ้นมา
            จู่ๆแล้วลมที่พัดจากทางด้านหลังก็ชะงักไป แล้วชั่วอึดใจให้หลังก็เกิดลมพัดย้อนที่รุนแรงโดยไม่มีสัญญาณใดแจ้งเตือนมาก่อน
            "อะไรน่ะ!?" ฟิลแทบหน้าสะบัดเมื่อถูกลมสวนกรรโชกอย่างรุนแรง
            "แย่แล้วพี่จ๋า!?" มีอาเองก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมนี้อย่างจังเช่นกัน "ลมเปลี่ยนทาง!!"
            "ฝืนหน่อยได้ไหมมีอา?"
            "จะลองดูค่ะ!" มีอาพยายามที่จะบินแหวกลมช่วงนี้ไปจุดที่ดีกว่า

            ทว่าลมที่พัดย้อนแบบผันผวนก็ทำให้การบินของมีอาเสียจังหวะอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแค่ความเร็วตกเท่านั้น แต่จังหวะการบินก็ไม่ราบเรียบและสะบัดประหนึ่งกระดอนกลางอากาศอย่างน่าประหลาด
            "อะ... อะไรน่ะ!?" มีอาเองก็หาทำตอบไม่ได้ เธอรู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งรถลากที่ผ่านพื้นถนนขรุขระ "อย่าว่าแต่บินหนีเลยพี่จ๋า... แค่ประคองจะสุดกำลังแล้ว...!"
            "ลมผันผวน... หรือว่าวินด์เชียร์..." ฟิลนึกขึ้นได้ "หลุมอากาศงั้นเหรอ!?"

            ฟิลเคยอ่านเจอทฤษฎีการแปรปรวนบนท้องฟ้ามาแล้วก็เจอทฤษฎีเรื่องลมอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมันจะส่งผลให้รู้สึกว่าพื้นที่การบินนั้นไม่ราบเรียบเสมือนเป็นหลุมเป็นบ่อ
            อย่างไรก็ดีโอกาสเกิดนั้นก็ไม่ได้มากนัก ฟิลอ่านทฤษฎีนี้ผ่านๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอมาก่อน จนทำให้มองข้ามไป ไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือ... เพราะไม่นึกว่าจะได้ประสบกับตัวเองเข้าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้

            กอร์ด้อนที่บินตามมาก็ประสบปัญหาเดียวกัน หลุมอากาศทำให้การปีกสะบัดขึ้นลงการบินไม่ราบเรียบ แต่ความที่ชำนาญในการบินด้วยความเร็วสูงแต่แรก ทำให้เขาไม่หวั่นเกรงที่จะตามล่าเหยื่อไปในพื้นที่อันตรายนั้นๆ
            "เฮอะ! ดูเหมือนลมไม่ได้เป็นมิตรกับเจ้าตลอดกาลนะ!?" กอร์ด้อนพยายามทรงตัวและเตรียมธนูขึ้นเล็งอีกครั้ง "หมองูตายเพราะงูแท้ เจ้าเด็กน้อย!"
            "บ้าจริง ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วย!" ฟิลตกอยู่ในสถานการณ์ต้องบีบบังคับ

            ปากยังคงบ่นตัดพ้อแต่มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มนั้นกลับยื่นไปแตะที่หลังของมังกรรับใช้พร้อมเรียกใช้พลังทุกเมื่อ...
            ฟิลรู้ถึงความแตกต่างที่สุดระหว่างการมีพลังเกราะสมบูรณ์เหลือสองครั้งกับครั้งเดียว... และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเหลือเพียงครั้งเดียวแล้วกอร์ด้อนมีมากถึงสอง...
            ความแตกต่างนี้จะทำให้ทุกอย่างที่เตรียมมาและทนเหนื่อยมาถึงตอนนี้ต้องสูญสลายไปแทบจะทั้งหมด
            "จะทำยังไงดี... จะทำยังไงดี...!?" ฟิลคิดหนัก ถ้าต้องพลาดใช้พลังไปโดยที่อีกฝ่ายไม่เสียอะไรเลย นั่นเท่ากับว่าเขาจะต้องหาทางบีบให้กอร์ด้อนใช้พลังให้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งมันก็จะเป็นการแบกรับความเสี่ยงเป็นทวีคูณ

            ฟิลยังไม่ยอมเรียกใช้พลังง่ายๆ เขารอจนถึงวินาทีสุดท้ายหมายว่าอาจมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงหรืออาจช่วยพลิกสถานการณ์ให้ได้บ้าง...

            แต่ทว่าปาฏิหาริย์ก็หาใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆ ลมไม่มีเปลี่ยนแปลง กอร์ด้อนก็ไม่มีเสียจังหวะการโจมตีกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในชั่วไม่กี่อึดใจนี้แล้ว
            ฟิลหันมองยอมรับความจริงและเตรียมเผื่อใจสำหรับแผนที่เสี่ยงต่อไป
            "ให้ตายสิ... เป็นไปเป็นกันสิ...!" เขายอมถอดใจ

            แต่แล้ว...
            ในตอนนั้นเองช่วงเวลาที่ความสับสนทำให้เหมือนหัวหมุนปกคลุมอยู่นั้น
            จู่ๆแล้วก็มีเสียงทุ้มๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวเขาเสมือนเป็นโทรจิตที่มีเพียงฟิลเท่านั้นที่สัมผัสได้

            'อย่าฝืนพลังแห่งธรรมชาติ จงผสานรวมเป็นหนึ่งเหมือนที่เคยทำมา'

            มันเป็นเพียงประโยคสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้มีนัยยะอะไรอื่นใดไปกว่านี้
            แต่อาจเป็นเพียงเสียงที่คุ้นเคยให้ความรู้สึกสบายใจและปลอดภัย ได้ยินแค่นั้นแล้วฟิลก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก

            พอมองตรงไปข้างหน้าและถูกลมพัดย้อนรุนแรงตีกลับเข้าใส่แล้ว
            มันก็เหมือนกับมีแสงๆหนึ่งสว่างขึ้นในทางเดินอันมืดมิด
            "ลมย้อน...! จริงด้วย!!"

            ฟิลเบิกตาขึ้นมองและยืดตัวรับลมนั้นอย่างเปิดเผย กอร์ด้อนที่กำลังเล็งอยู่ก็ประหลาดใจที่จู่ๆแล้วเหยื่อที่เอาแต่ระวังมาตลอดกลับทำตัวให้กลายเป็นเป้าเสียเอง
            "สติแตกแล้วหรือเจ้าหนู!?"

            ฟิลไม่สนใจกับอันตรายข้างหลังอีกต่อไป
            "ให้ตายสิ พี่นี่มันโง่จริงๆเลยนะมีอา อุตส่าห์ค้นพบปรัชญาเข้าหาธรรมชาติแท้ๆ แต่ไปๆมาๆกลับจะฝืนธรรมชาติเสียได้"
            "เอ๋... เอ๋...!?" มีอางง
            "เรื่องมันก็ง่ายๆแค่นี้เอง ถ้าไม่ได้ก็ต้องไม่เสียเปล่า!" ฟิลก้มหน้ามองยังมังกรคู่ใจแล้วพูดเสียงดัง "เสี่ยงกันมีอา! วัดดวงกันด้วยคู่พลังที่มีอยู่เลย!!"
            "ยะ... ยังไงนะพี่จ๋า!?" เด็กน้อยก็ยังคงตามความคิดพี่ชายไม่ทัน
            "อยากใช้บลูเฟลมอีกครั้งใช่ไหมล่ะ เตรียมตัวไว้เลยนะ พอพี่ให้สัญญาณมีอาต้องทำตามคำสั่งพี่ให้รวดเร็วและแม่นยำ" ฟิลบอกนัดแนะ "ตั้งสมาธิได้เลย ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่เอง"
            "งั้นก็ได้พี่จ๋า" ถึงจะไม่เข้าใจดีนัก แต่มีอาก็ตัดสินใจที่จะเชื่อใจฟิล

            ลมที่พัดย้อนมาสร้างจินตนาการวูบหนึ่งในสมองของฟิล
            ยิ่งทีมันยิ่งพัดแรงมากขึ้นจังหวะการบินของมีอาทั้งสะดุดและกระชาก

            ฟิลมองดูกระจกส่องหลังแทบไม่กระพริบตา มือข้างหนึ่งของเขาแตะที่เกล็ดคอของมีอาแน่นจนเหงื่อชุ่ม ปากก็ยังคงพึมพำอะไรบางอย่างอยู่
            หัวใจเขาเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาภาระหน้าที่การหลบหลีกจะเป็นของมีอา แต่ในหนนี้นั้นตรงข้าม ฟิลจะรับหน้าที่ป้องกันแทน ส่วนหน้าที่โจมตีจะกลายเป็นของมีอาไป

            อดทนรับแรงกดดันอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ในที่สุดแล้วกอร์ด้อนก็เปิดฉากโจมตีเข้าใส่
            ธนูสามดอกถูกยิงออกมาพร้อมๆกัน วิถีองศาฉีกจากกันพอสมควรแต่ครอบคลุมทิศทางสามมิติ ฟิลเพ่งมองเขม็ง ถึงตอนนี้แล้วเขารู้สึกโล่งใจบ้างที่ไม่ได้เลือกวิธีการหลบหลีก เพราะคำตอบที่ถูกที่สุดในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ก็คือ...
            "เพอร์เฟคชิลด์!!" ชายหนุ่มเลือกที่จะตั้งรับเป็นทางออก

            กึ้ง! กึ้ง!!

            พลันที่เกราะสมบูรณ์ถูกกางออก ธนูสองดอกที่อยู่ในองศาที่ถูกต้องก็ปักกระแทกเข้าอย่างจัง ดอกหนึ่งปักเข้าตรงกลาง ส่วนอีกดอกเฉือนที่ช่วงขอบๆของเกราะ
            "เท่านี้เจ้าก็ใช้พลังพิเศษไปสองครั้งแล้ว ชีวิตเจ้าเหลือเท่ากับเกราะครั้งสุดท้ายเท่านั้น" กอร์ด้อนกร้าวเสียงแสดงความเหนือกว่า

            ฟิลหยุดความตายไว้ได้ทันท่วงที เขาหันมองย้อนกลับไปทางฝ่ายกอร์ด้อนโดยไม่แยแสต่อคำพูดนั้น ก่อนที่จะประกาศออกมาให้มีเตรียมตัว
            "ชะลอการบิน! พอพี่แปรสภาพเกราะแล้วบินย้อนกลับหลังทันที!"
            "รับทราบค่ะพี่จ๋า!"

            เมื่อมีอารับคำแล้ว ฟิลก็สูดลมหายใจเตรียมพร้อม จากนั้นจึงกดมือข้างเดิมแนบเกล็ดมีอาแล้วประยุกต์ใช้ท่าเฉพาะที่กอร์ด้อนไม่สามารถเลียนแบบได้
            "แปรสภาพเกราะสมบูรณ์! เพอร์เฟคชิลด์แบ็กไซด์!"

            พลันที่ส่งพลังและจินตนาการผ่านตัวมีอาไปแล้ว เกราะที่ห่อหุ้มทั้งร่างไว้ก็เปลี่ยนสภาพไปตามที่ฟิลต้องการ
            เกราะอาคมครึ่งวงกลมตั้งแต่ช่วงรอบตัวมีอาไปข้างหน้าหดกลับมาทางด้านหลัง การที่เกราะส่วนหน้าหดรวมเข้าก็ทำให้เกราะช่วงหลังขยายพื้นที่บานกว้างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

            กอร์ด้อนลดคันธนูมองด้วยความแปลกใจ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่นึกว่าเกราะสมบูรณ์นั้นจะสามารถเพิ่มลูกเล่นพลิกแพลงได้ อีกส่วนก็ไม่เข้าใจว่าฟิลนั้นกำลังคิดจะทำอะไรอยู่

            แต่ไม่กี่อึดใจจากนั้นฟิลก็เป็นคนกระจ่างข้อสงสัยนั้นทั้งหมด
            "กางใบให้แล้ว รับลมให้เต็มที่เลย! บินย้อนได้มีอา!!"
            "โอ้ว!!"

            มีอาที่ชะลอจังหวะมาแต่แรกหยุดบินลง จากนั้นก็เริ่มทำการตีปีกย้อนทิศ โดยลมที่พัดย้อนก็ช่วยทำให้การเคลื่อนที่เป็นไปอย่างไม่ฝืนดูเป็นธรรมชาติ
            และเมื่อจังหวะทั้งการบินและลมบนประสานแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น มีอาก็ดันตัวเองพุ่งย้อนกลับไปหากอร์ด้อน

            เกราะอาคมด้านเดียวทำหน้าที่เสมือนใบเรือที่เหนียวแน่นนอกจากป้องกันแล้วยังเพิ่มพื้นที่รับแรงลมทำให้เคลื่อนที่ย้อนกลับได้อย่างรวดเร็ว จนเข้าพื้นที่โจมตีของฟิลโดยที่กอร์ด้อนไม่อาจทำอะไรได้
            เกราะสมบูรณ์ที่ถูกขยายป้องกันการโจมตีจากทางด้านหน้าไปครอบคลุม วงกว้าง ไม่ว่าจะโจมตีด้วยหอก ดาบ ธนู หรือแม้แต่พ่นไฟก็ไม่ส่งผลอันตรายใดๆไปถึงฟิลแม้เพียงน้อย
            "เจ้าหนู แก!?" กอร์ด้อนเป็นฝ่ายที่ต้องโมโหบ้าง การโต้กลับในแบบฉับพลันนี้ทำให้เขาที่บินตรงไปทางข้างหน้าไม่อาจหลบหนีทิ้งระยะได้ทัน

            พอคิดที่จะเฉหลบไปทางด้านข้างเท่านั้น
            มีอาก็พลิกตัวกลับพร้อมๆกับการสั่งสลายเกราะของฟิล ปล่อยให้ปีกรับแรงลมหนุนเต็มที่
            "เอาเลยมีอา!"

            มีอาบินเข้าสู่ระยะหวังผลจากนั้นก็ชิงลงมือก่อนที่กอร์ด้อนจะได้ใช้หอกฟันใส่
            "บลูเฟลม!"

            เพลิงสีน้ำเงินถูกใช้เป็นรอบที่สองของวัน และเช่นเดียวกับกอร์ด้อนที่ไม่มีทางเลือกอื่นที่ต้องเรียกพลังพิเศษด้านการป้องกันออกมาใช้เป็นรอบที่สองของวันตามฟิล
            "เพอร์เฟคชิลด์!!"

            เกราะสมบูรณ์ถูกเรียกขึ้นมาป้องกันอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้

            ตูม!!

            เพลิงสีน้ำเงินถูกพ่นอย่างเต็มกำลัง มีอาที่เตรียมพร้อมมาแต่แรกมีเวลามากพอที่จะเตรียมตัวสำหรับการพ่นยืนระยะ

            น่าแปลกที่กอร์ด้อนไม่ได้คิดบินหนีทั้งที่ทำได้ เกราะสมบูรณ์ของมีอานั้นมีพลานุภาพมากเกินพอที่จะต้านรับได้ทุกทิศทางทั้งการโจมตีแบบปกติและต่อเนื่อง
            นั่นหมายความว่าเขามีเวลาเหลือเฟือพอที่จะบินหนี ขณะที่ทางมีอาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะการพ่นไฟได้เต็มกำลังนั้นควรจะพ่นในลักษณะที่บินอยู่กับที่เท่านั้น

            แต่ฟิลก็พอจะเข้าใจว่าทำไมกอร์ด้อนเลือกที่จะหยุดนิ่งแทนที่จะหนีไปตั้งตัว
            ฟิลปล่อยให้มีอาพ่นไฟอย่างเต็มที่โดยไม่คิดที่จะหนีไปก่อนอีก หนนี้เขาตั้งใจดูผลลัพธ์ของเพลิงสีน้ำเงินต่อเกราะสมบูรณ์ให้เต็มตา นอกจากนี้การพ่นไฟของมีอาก็จะช่วยซื้อเวลาให้เขาได้อีกนิดด้วย

            จนกระทั่งถึงจุดสุดท้ายที่มีอาพ่นไฟได้
            พอลมหายใจที่ใช้พ่นไฟสิ้นสุดลง กอร์ด้อนก็รีบคลายเกราะสมบูรณ์ออกทันที

            แม้จะยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่ในอากาศและจากตัวเกราะสมบูรณ์ที่ยังสลายไม่หมดดี แต่กอร์ด้อนก็ยอมที่จะรับความร้อนที่จะทะลุเกราะเหล็กทำให้แขนพุพองได้
            ทหารร่างใหญ่โยนคันธนูทิ้งแล้วหยิบหอกปลายขวานขึ้นมาพร้อมกับให้มังกรคู่ใจบินไปข้างหน้าทนรับความร้อนที่หลงเหลืออยู่ด้วยเพื่อให้เข้าสู่ระยะฟันได้
            "ตายซะเถอะเจ้าหนู!" กอร์ด้อนเหวี่ยงแขนเต็มกำลังวาดวงโค้งหอกจากด้านหลังมาด้านหน้า หมายจะฟันทั้งฟิลและมีอาให้ขาดครึ่งไปพร้อมๆกัน
            "ก็คิดอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้!" ฟิลกัดกรามเตรียมรับแรงปะทะพร้อมๆกับชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ "หยุดบินมีอา ดิ่งลงไปเลย!"

            สิ้นคำกล่าวกอร์ด้อนก็ลงมือสวนเข้าใส่ทันที เช่นเดียวกับฟิลที่สนองป้องกันกลับทันทีเช่นกัน
            "เกราะอาคม!"

            เวทป้องกับทางกายภาพถูกเรียกใช้ป้องกันเฉพาะหน้า ถึงมันจะเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร็งของเกราะสมบูรณ์ แต่มันก็มีฤทธิ์พอป้องกันการโจมตีพื้นๆได้

            โครม!!

            เสียงกระแทกของหอกดังสะนั่นฟ้า กำลังของกอร์ด้อนนั้นมากจนน่าทึ่ง มันฟาดเสียจนเกราะอาคมฟิลแตกร้าวไปทั้งแทบ ซึ่งถ้าไม่ทอนความแรงด้วยการให้มีอาลดความสูงแบบฉับพลันแล้ว มันอาจพลังทลายลงไปครั้งเดียวก็เป็นได้

            แต่อย่างไรก็ตามด้วยแรงกดที่มหาศาลนั้น มันก็เป็นเสมือนแรงเสริมให้มีอาลดความสูงในการบินได้ด้วยเช่นกัน
            มีอาเหมือนถูกผลักอย่างรุนแรง ความสูงลดฮวบลงในชั่วพริบตา ขณะที่กอร์ด้อนยังเสียจังหวะกับการเก็บอาวุธและเตรียมบิน

            มีอาพลิกตัวแล้วบินร่อนลงต่ำ ก่อนที่จะเชิดหัวไปในทิศที่ลมหนุนช่วยให้หนีจากการไล่ล่าไปได้

            เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วฟิลที่ทนเงียบมาตลอดหลังจากการโจมตีเมื่อครู่ก็หลุดปากร้องออกมา
            "อั่ก..." เสียงของฟิลฟังดูเจ็บปวด
            "พี่จ๋า!?"
            "ไม่เป็นไร แขนชานิดหน่อย... ไม่เจ็บหนักหรอก คงจะแค่เคล็ดเท่านั้นเอง..." ฟิลกล่าวพลางจับแขนแล้วใช้เวทรักษาพอประคองอาการไปก่อน "แรงมันส่งผ่านมาส่วนหนึ่งน่ะ ทั้งที่เกราะโค้งช่วยกระจายแรงปะทะแล้วแท้ๆ แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่ากำลังมนุษย์จะทำได้ขนาดนี้..."
            "ไม่เป็นไรจริงๆนะพี่จ๋า...?"
            "อื้อ... ถึงจะเกินความคาดหมายไปบ้าง แต่นี่ก็อยู่ในแผนที่พี่วางไว้นะมีอา อย่าเสียสมาธิกับเรื่องนี้เลย"
            "ค่ะๆ เข้าใจแล้ว" พอได้ยินพี่ชายยืนยันแน่นหนัก เด็กน้อยก็ไม่เซ้าซี้อีก
            "ว่าแต่ทีนี้ก็สองล่ะนะ...!" ฟิลเปลี่ยนเรื่องพูด
            "เห... อะไรสองเหรอพี่จ๋า...?"
            "เพอร์เฟคชิลด์น่ะ ตอนนี้เราบีบให้กอร์ด้อนใช้มาได้สองครั้งแล้ว ตอนนี้แผนของพี่ลุล่วงไปกว่าครึ่งแล้ว ความได้เปรียบกำลังจะกลับมาทางเราแล้ว"
            "แต่ว่าเราก็ใช้ไปสองครั้งเหมือนกันนะพี่จ๋า แถมบลูเฟลมก็ใช้ไปสองครั้งด้วย ไม่เท่ากับว่าเสมอกันเหรอ?" มีอามองมุมกลับ
            "ณ เวลานี้ล่ะก็ใช่... แต่นี่เป็นแค่ช่วงกระบวนการตัดกำลังเท่านั้น เราต้องบีบให้มากกว่านี้อีก"
            "แต่ว่า... ถ้าใช้อีกล่ะก็มันก็ไม่พอกับท่าไม้ตายที่ฝึกมาสิพี่จ๋า?"
            "ถูก... ฉะนั้นจากนี้ไปจนกว่าจะถึงนาทีปล่อยหมัดเด็ด เราจะไม่ใช่ทั้งเพอร์เฟคชิลด์ ไม่ใช่ทั้งบลูเฟลม"
            "หา!?" มีอาแทบจะอุทานเสียงหลง "งั้นมันจะไม่อันตรายเกินไปเหรอพี่จ๋า? เมื่อกี้พี่จ๋าก็เห็นแล้วนี่นาว่าเกราะของพี่จ๋าต้านอะไรหนักๆไม่ได้!?"
            "งั้นจากนี้ไปมีอาก็บินหลบแทนสิ"
            "จะให้มีอาหลบจริงๆเหรอพี่จ๋า?" มีอาแย้ง "ให้ทำมันก็ทำได้หรอกนะ แต่ว่าถ้าจะเอาให้ปลอดภัยจริงๆพี่จ๋าต้องช่วยดูอีกแรงหนึ่งนา"
            "พี่ก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ"
            "แต่ถ้าพี่จ๋าช่วยมีอาก็ไม่ได้โจมตีกลับสิ... แล้วเราจะชนะได้ยังไงล่ะ?"
            "เอาน่า... ตอนนี้ทางโน้นเหลือแค่อาวุธระยะประชิดแล้ว ยังไงซะการโจมตีก็น่าจะเป็นแบบที่พอคำนวณการหลบได้ง่ายขึ้น แล้วถ้ามีอาหลบได้จังหวะหนึ่งพี่ก็จะมีโอกาสโจมตีด้วยเหมือนกัน พูดง่ายๆคือมันน่าจะเล่นง่ายกว่าการต้องบินหลบลูกธนูอย่างเดียวน่ะ"
            "อืม..." มีอาตั้งใจฟัง
            "เอาเป็นว่าที่มีอาทนเหนื่อยมาถึงตอนนี้มันไม่เสียเปล่าแล้วล่ะ อย่างน้อยๆเราก็บีบให้กอร์ด้อนต้องสู้แบบประชิดมากขึ้น มองในมุมกลับเราไม่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปเสี่ยงโจมตีอีกแล้ว แต่กอร์ด้อนนั่นล่ะจะต้องเข้ามาโจมตีเอง ถ้ามีอาหลบได้พี่ก็จะมีจังหวะโจมตีได้เหมือนกัน ถ้าจังหวะไหนยากหรืออ่านลำบากพี่จะช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่ถ้าจังหวะไหนมีอาพอจะรับมือได้ มีอาก็ตัดสินใจเองไปเลย ถึงจุดนี้เราต้องแบ่งรับแบ่งสู้แล้วล่ะ"
            "อ... อืม"
            "เชื่อมั่นใจตัวเองไว้มีอา เธอบินมาจนถึงตอนนี้พี่ยังแทบไม่โดนกอร์ด้อนทำอะไรได้เลยนะ ถ้ามีอาบินแบบนี้ต่อไปได้อีกล่ะก็ชัยชนะไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก"
            "อื้ม...!" มีอาตอบแบบเดิมแต่เต็มเสียง
            "ดีมากมีอา" ฟิลยิ้มพอใจแล้วจับบังเหียนคุมมีอาไปในเส้นทางเดิมรอโอกาสโจมตี

            แม้สงครามจะยังดำเนินมาเพียงแค่ครึ่งทาง
            แต่สำหรับฟิลกับกอร์ด้อนแล้ว บัดนี้การต่อสู้กำลังมาถึงยังจุดที่ต่างฝ่ายต่างต้องทุ่มให้สุดตัวแล้ว

            ผลแพ้ชนะจะตัดสินกันจริงๆในไม่กี่เพลาข้างหน้านี้แล้ว


            ...............................................


            เมื่อลูกธนูถูกใช้จนหมด
            เกราะสมบูรณ์ถูกใช้ไปแล้วสองครั้ง ลูกธนูก็ถูกใช้ไปหมดแล้ว กอร์ด้อนจะถูกมองว่าเสียเปรียบไปมาก ตรงข้ามกับฟิลที่ยังเหลือพลังเวทอยู่มากโข
            จากจุดนี้คือสำคัญกอร์ด้อนเหลือทางเลือกเพียงแค่การต่อสู้ในระยะใกล้เท่านั้น ขณะที่ฟิลสามารถโจมตีได้ทั้งระยะใกล้และระยะกลาง... ขอเพียงแค่เขามีเวลาพอให้ร่ายเวท...

            ฟิลยังคงให้มีอาบินรักษาระยะห่างพร้อมๆกับเริ่มร่ายเวทพร้อมเล่นงาน
            กอร์ด้อนมองตรงไปยังเหยื่อที่บินห่างออกไปแต่ยังไม่เร่งรนไล่บี้ โดยปล่อยให้มิเร่อร์ได้มีโอกาสพักหายใจและเตรียมตัวให้พร้อมในการต่อสู้ในรูปแบบที่ต่างออกไปจากเดิม
            "หึ... เจ้าหนู คิดว่าไร้ธนูแล้วข้าจะได้พิษสงค์หรือยังไง?" ระหว่างที่มิเร่อร์กำลังปรับอยู่นั้นกอร์ด้อนก็สะบัดหอกปลายขวานไปมาให้คุ้นมือบ้างเช่นกัน "เจ้าคงไม่รู้ว่าก่อนที่จะมาเป็นทหารมังกร ข้าเคยเป็นหนึ่งในทหารบกมาก่อน! ถ้าคิดว่าต้องสู้ในระยะประชิดแล้วจะได้เปรียบขึ้นล่ะก็ คิดผิดมหันต์นัก!"

            เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้ว กอร์ด้อนก็หมุนหอกเป็นแนวขวางเพื่อจับได้พร้อมๆกับเชือกบังเหียน จากนั้นแล้วจึงได้สั่งให้บินเร่งจี้เข้าประชิด
            มิเร่อร์เร่งตีปีกด้วยกำลังและความเร็วมากขึ้น ระยะที่ดูจะห่างก็หดสั้นลงในพริบตา

            การต่อสู้ด้วยธนูนั้นระยะห่างไม่ใช่ปัญหานัก ขอเพียงบินให้นิ่งในช่วงที่เล็งและยิงเท่านั้น
            ผิดกับการต่อสู้ในระยะประชิดที่จำเป็นต้องใช้ดาบ หรือหอก ฟันแทง ชนิดที่แทบจะตัวถึงตัว แต่ก็ไม่เน้นในเรื่องความนิ่งในการบินนัก ขอเพียงเข้าประชิดด้วยความเร็วได้เท่านั้นก็สามารถลงมือได้

            เท่ากับว่าเปลี่ยนจากความนิ่งและคล่องในการบิน มาเป็นความอึดและพละกำลังแทน
            ต้องวัดกันที่ศักยภาพของมังกร... ซึ่งนั่นถือเป็นจุดที่มิเร่อร์ได้เปรียบเหนือมีอามากที่สุด

            กอร์ด้อนฉลาดที่จะคุมมิเร่อร์บินไปในทิศทางที่ฟิลและมีอาผ่านไป ทิศทางลมที่ยังไม่เปลี่ยนไปนักเมื่อถูกหักชดเชยด้วยกำลังและความเร็วที่มากกว่าหลายเท่า
            เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นกอร์ด้อนก็ตามมีอาได้ทัน และก่อนที่ฟิลจะได้โจมตี เขาก็เป็นฝ่ายเปิดฉากลงมือก่อนแล้ว

            แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ผ่านหอกของกอร์ด้อนมายังกระจกที่ฟิลกำกับบังเหียนทำเอาฟิลแทบสะดุ้งเมื่อรู้ตัวอีกทีหอกก็ถูกง้างที่ข้างหลังแล้ว
            "ตะ... ตอนไหนกัน!?" ฟิลหันมองแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะถูกประชิดได้ไวขนาดนี้

            ทหารมังกรร่างใหญ่ควบเร่งมังกรคู่กายให้มาเคียงข้าง แล้วจึงได้เหวี่ยงขวานเต็มวงแขน
            "คิดว่าที่ผ่านมาคือความเร็วสูงสุดของมังกรข้าแล้วหรือเจ้าหนู!?"
            "หลบลงล่าง! มีอา!"

            โชคยังพอเป็นของฟิลบ้างที่กอร์ด้อนคิดจะเล่นงานเน้นกำลังมากกว่าความเร็ว การเหวี่ยงเป็นวงกว้างทำให้มีเวลาที่จะหลบหลีกเพิ่มขึ้นอีกนิด
            มีอาก้มหัวลงสุดแทบจะทำมุมเก้าสิบองศา แล้วลดเพดานบินอย่างฉับพลัน ลมพัดลงทำให้ระยะความสูงและระยะห่างตกลงไปอย่างรวดเร็ว

            แต่กอร์ด้อนก็ให้มิเร่อร์หยุดบินกางปีกและใช้น้ำหนักของตนเองกดให้ร่างตกลงมา
            องศาของมิเร่อร์อาจไม่ดีเท่ามีอาแต่ก็ถูกชดเชยด้วยน้ำหนักแทน ทำให้กอร์ด้อนพุ่งลงมาในความสูงที่ใกล้เคียงกัน
            "บ้าน่า!" ฟิลอึ้งติดๆกัน
            "ขอบอกอีกครั้งนะว่าแต่เดิมท่านี้มันก็ลอกแบบมาจากข้า" ขวานถูกฟันใส่เป็นรอบที่สอง "คิดว่ามันจะใช้ได้ผลตลอดไปงั้นหรือ!?"

            ฟิลขบฟันมองดูแล้วเหยียดแขนไปข้างหน้า พร้อมกับสวนกลับด้วยเวทที่ถูกเรียกใช้ประยุกต์ป้องกันตัวบ่อยรองจากเกราะอาคม
            "แอร์ฟอร์ซครัชเชอร์!!"

            ตึง!

            แรงปะทะทำให้ทั้งสองกระเด็นห่างจากกันหลายช่วงตัว
            จังหวะเดียวกับที่ลมบนผันผวน มีอาจึงรีบพาตัวเองไปในจุดที่ได้เปรียบที่สุดเพื่อทิ้งระยะห่างอีกครั้ง

            ฟิลตัดสินใจล่วงหน้าได้ถูกที่คิดร่ายเวทป้องกันตัวแทนที่จะใช้เวทโจมตี ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุ้นชินกับการต่อสู้ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปเสียก่อน
            ถึงจะใกล้ความเสี่ยงมากแต่ก็ไม่เสียหลาย เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ฟิลรู้ว่าการโจมตีระยะประชิดน่ากลัวไม่แพ้การโจมตีด้วยธนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการบินของมิเร่อร์ ซึ่งฟิลมองว่าความเร็วสูงสุดนั้นมากเหนือมังกรใดๆบนเคลเฟอร์ที่เคยเห็นมา เช่นเดียวกับอัตราเร่งหรือสปีดในการออกตัวที่สูงมากจนรู้สึกว่าจะเป็นรองก็เพียงแค่ริเซ่ตัวเดียวเท่านั้น
            "แตกต่างแนวจากธนู แต่ว่ากดดันไม่แพ้กันเลยนะ" ฟิลเหลือบมองกลับหลังดูว่าถูกไล่จี้มาอีกไหม "นึกว่าหมดธนูแล้วจะเจองานง่ายขึ้นบ้าง ที่ไหนได้น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก...๐
            "ถูกพุ่งเข้าหาไวมากเลยอ่ะพี่จ๋า ตะกี้มีอาแทบทำอะไรไม่ทันเลย" มีอาคุยตอบด้วยเสียงตระหนก
            "นั่งคงเป็นความเร็วระดับสูงสุดของเขาแล้วล่ะมั้งนะ..." ฟิลพยายามวิเคราะห์ "มีอาพอจะพลิกหลบหลีกได้ไหม?"
            "อย่าว่าแต่พลิกเลยพี่จ๋า ฝ่ายโน้นเร็วกว่าเยอะเลยนะ ถ้าลมไม่เป็นใจล่ะก็ แปบเดียวเจอมาประกบด้านข้างได้แน่เลยอ่ะ" เด็กน้อยไม่มั่นใจ
            "ปล่อยให้ประกบไป เพราะเราจะหลบในจังหวะที่ทางโน้นออกอาวุธเท่านั้น"
            "มันไม่เสี่ยงไปเหรอพี่จ๋า ถ้าพลาดขึ้นมาทีล่ะก็..."
            "เสี่ยงสิ แต่ว่าตอนที่กอร์ด้อนฟันมานั่นล่ะคือจังหวะการหลบที่แน่นอนที่สุด อีกอย่างหอกนั้นก็ยาว ใหญ่และก็หนักมากด้วย ถึงจะฟันแทงได้เร็วก็เถอะ แต่ก็ต้องเสียจังหวะเงื้อง้างให้เห็นอยู่ ตอนนั้นล่ะที่เราจะฉวยโอกาสหลบกัน"
            "แต่ว่า..."
            "เอาน่ะมีอา กลั้นใจสู้หน่อย เราทำมาได้มากแล้วนะ ตอนนี้เราไม่ทางให้ถอยแล้ว มีแต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุดเท่านั้น"
            "อะ... อา..." มีอาพยายามคิดคล้อยตามฟิล แม้จะรู้สึกว่าสิ่งที่จะต้องทำนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดก็ตามที...


            ...............................................


            หลังจากที่ปรับรูปแบบให้เข้าสู่การต่อสู้ระยะประชิดแล้ว
            ฟิลยังคงต้องให้มีอาใช้ท่าบินหักเลี้ยวแบบหมากรุกอยู่หลายครั้ง และต้องถูกเรียกใช้แต่เนิ่นๆเพื่อไม่ให้กอร์ด้อนเข้าสู่ระยะโจมตีได้

            สำหรับคนอื่นแล้วท่านี่อาจดูแปลกใหม่และชวนสับสน อีกทั้งยังสามารถพลิกจากรับเป็นรุกได้ในพริบตา
            แต่ทว่ากับกอร์ด้อนนั้นไม่ใช่ พอต้องใช้ท่าบินนี้หลายครั้งเข้ากอร์ด้อนก็เริ่มที่จะจับทางได้ ถ้าไม่ใช่ถ้าบินที่ฝืนร่างกายมิเร่อร์เกินไปนัก หรือไม่ใช้ประโยชน์จากลมเต็มที่แล้ว กอร์ด้อนก็จะสามารถเข้าไปเล่นงานฟิลได้

            นั่นเท่ากับว่าตอนนี้มีอาต้องออกแรงบินให้เร็วและต่อเนื่องมากกว่าที่ผ่านมา
            ฟิลซึ่งทำหน้าที่คุมบังเหียนทั้งคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของกอร์ด้อนไปจนถึงการดูทางลมและสภาพร่างกายของมีอาเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนรอบทิศมากขึ้น
            ยิ่งทีมิเร่อร์ก็ยิ่งเค้นกำลังออกมาได้มากขึ้น ราวกับนักกีฬาที่ร่างกายกำลังเข้าที่ดี ตรงข้ามกับมีอาที่ใช้แรงกายที่มีไปมากกว่าครึ่ง... อาการเหนื่อยหอบและเปรี้ยเริ่มปรากฎชัดเจนเรื่อยๆ แม้แต่สปีดเร่งกระชากตัวเองก็ตกลงไปเช่นกัน การหลบหลีกที่ดูจะเด็ดขาดในช่วงแรกเริ่มดูคาบเส้นสุ่มเสี่ยงมากขึ้น
            "ยังไหวนะมีอา?" ฟิลถามตรงๆ
            "ค่ะ... แฮ่ก... แฮ่ก..." เสียงหายใจของมีอาแสดงออกถึงความเหนื่อยล้าอย่างชัดแจ้ง
            "อดทนอีกนิดนะ มีอาพยายามได้ดีแล้ว ทำตามแผนของพี่ได้อย่างสมบูรณ์มาจนถึงตอนนี้เลย... แต่พี่ขออีกนิดเดียวเท่านั้น ขออีกแค่สองจังหวะจังๆเท่านั้น เราก็จะผ่านศึกนี้ไปได้แล้ว"

            กอร์ด้อนเล็งเห็นจังหวะที่ฟิลทอนสมาธิลงไป เช่นเดียวกับที่มีอาความเร็วตกลง
            เขาไม่รอช้าที่จะสั่งให้มิเร่อร์บินเต็มกำลังเข้าประชิดจากทางด้านซ้าย

            แต่ฟิลก็ไม่ได้ละสมาธิไปเสียทั้งหมด พอเห็นกอร์ด้อนเข้ามาแล้วก็จึงเตรียมตอบโต้ในรูปแบบที่เหมาะสม
            "หอกน้ำแข็ง!"

            ฟิลปาหอกน้ำแข็งไปที่ส่วนของหน้ากากเกราะเหล็กทั้งที่รู้ว่าน้ำแข็งนั้นไม่อาจทำอะไรแผ่นเหล็กที่คุ้มกายกอร์ด้อนได้
            แต่เขาก็ยังเลือกที่จะโจมตี หมายว่าน้ำแข็งนั้นจะแตกกระจายและกลายเป็นสะเก็ดหรืออย่างน้อยก็ส่งไอเย็นผ่านช่องว่างของช่วงตาและจมูกไปถึงส่วนใบหน้าของกอร์ด้อนได้

            ทว่ากอร์ด้อนกลับทำให้ฟิลเสียแผนไปอย่างสนิท น้ำแข็งเข้าใกล้ส่วนศีรษะอีกเพียงไม่ถึงศอก แต่จู่ๆแล้วกอร์ด้อนก็กลับสะบัดคอหลบ ทำให้น้ำแข็งนั้นพลาดเป้าไปทั้งหมด
            ไอเย็นอาจเล็ดลอดช่องเกราะไปทำหน้าหน้าชาเป็นแถบได้ ตาข้างหนึ่งอาจเบลอไปช่วงสั้นๆ แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบหนักต่อการต่อสู้
            "อะไรกัน!?" ฟิลทึ่ง
            "เจ้าหนู! ความเร็วระดับธนูข้ายังหลบมาแล้ว กะแค่เวทที่เจ้าทั้งเสียเวลาร่าย ทั้งวางท่าปามาแบบนั้น คิดหรือว่าข้าจะพลาดท่าหลบไม่ได้!?"

            กอร์ด้อนประชิดมากขึ้น ในหนนี้หอกไม่ได้เตรียมมาฟัน หากแต่มันถูกตั้งตรงไว้พร้อมเสียบแทง
            จังหวะนั้นเองลมที่กำลังพัดหนุนไปข้างหน้าก็เกิดเปลี่ยนทิศออกทางด้านข้างแทน ฟิลคิดไวตัดสินใจไว เขาดึงบังเหียนด้านซ้ายมือบังคับให้มีอาหันหัวเข้าเผชิญหน้ากับมิเร่อร์
            "นี่เจ้า!?" กอร์ด้อนประหลาดใจที่เห็นฟิลเลือกที่จะสู้ทั้ง
            "วิธีโจมตีบนฟ้าไม่ได้มีแค่อาวุธกับเวทเท่านั้นหรอกนะ!" ฟิลออกคำสั่งแบบเรียบง่าย "พ่นไฟเลยมีอา!"

            ฟิลเลือกที่จะโจมตีด้วยไฟปกติแทนที่จะใช้เพราะบลูเฟรมเพราะเชื่อว่ากอร์ด้อนน่าจะมีสัญชาตญาณไวเกินพอที่จะเรียกใช้เกราะสมบูรณ์ออกมา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็จะเท่ากับว่าฟิลใช้อาวุธที่จะเป็นหมัดเด็ดที่จะเป็นโอกาสชนะสุดท้ายออกไปอย่างเสียเปล่า

            ซึ่งการตัดสินใจของฟิลก็ถูกต้องอีกเช่นเคย เมื่อกอร์ด้อนพร้อมรับมือกับทุกการโจมตีจริง
            พอเห็นมีอาทำท่าจะพ่นไฟในแบบปกติแล้ว เขาก็ดึงบังเหียนเพียงเล็กน้อยเพื่อปรับสมดุลกับทิศทาง จากนั้นก็จึงได้ยกขวานขึ้นมาแล้วพลิกข้าง

            ตูม!

            มีอาพ่นไฟออกมาเฮือกหนึ่ง เปลวไฟที่ควรครอกช่วงศีรษะของกอร์ด้อนกลับไม่ได้ผล เมื่อใบขวานแผ่นหนากว้างขึ้นรับไฟนั้นต่างโล่ห์
            "ไฟกระจอกแบบนี้ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกน่า!" กอร์ด้อนคำรามข่มขู่
            "ระห่ำชมัด! มีวิธีป้องกันแบบนี้ด้วยหรือนี่..." ยิ่งสู้ฟิลก็ยิ่งทึ่ง ในอีกมุมหนึ่งเขาก็ยิ่งมั่นใจด้วยว่าวิธีเดียวที่จะเอาชนะการป้องกันสุดแข็งแกร่งได้นั้นอยู่ที่เพลิงสีน้ำเงินครั้งสุดท้ายเท่านั้น

            อย่างไรก็ดีการที่ต้องตั้งรับไฟโดยเผื่อระยะปลอดภัยจากความร้อนก็ทำให้ระยะห่างของทั้งคู่มากพอสมควร อย่างน้อยฟิลก็รู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยจากขอบเขตการโจมตีของขวาน
            "เอาล่ะพอได้แล้วมีาอ บินรักษาระยะห่างนี้ไว้แล้วพุ่งไปข้างหน้าเลย!"
            "ไม่ปล่อยให้หนีหรอกน่า!" กอร์ด้อนยังคงให้มิเร่อร์บินตีขนาบในระยะห่างเดิมด้วยความเร็วเดิม และก็ทำการง้างขวานขึ้นทั้งๆที่ไม่ได้ระยะโจมตีตัวฟิล
            "ยังจะคิดโจมตีอีกเหรอ!?" ฟิลเงยหน้ามองตามมุมขวาน
            "แล้วเดี๋ยวจะรู้เอง!"
            "หรือว่า..."

            สังหรณ์ใจไม่ดีบางอย่างสะกิดใจขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ฟิลเงยหน้าขึ้นมองวิถีของขวาน จากนั้นจึงก้มลงมาคาดเดาจุดที่ขวานจะสร้างความเสียหายได้
            นั่นเองที่ทำให้ตระหนักว่าเป้าการโจมตีไม่ใช่ตนอีกแล้ว หากแต่เป็นมังกรคู่กายที่กำลังควบขี่อยู่
            "แย่แล้ว! มันเล็งปีก!!" ฟิลร้องขึ้น
            "อ๊า!" มีอาหันมองก็ผวาตามและทำท่าจะบินหนีฉีกออกไป

            แต่การประชิดของกอร์ด้อนเข้าใกล้มากเกินพอและเผื่อพื้นที่ไว้แล้ว ไม่ว่ามีอาจะหลบทิศมุมไหน ปีกของเธอก็จะถูกตัดเฉือนไปได้ไม่มากก็น้อยทั้งสิ้น
            "สายไปแล้วเจ้าหนู!!" กอร์ด้อนเหวี่ยงขวานลงโจมตี

            ฟิลจำต้องหาทางรอดเฉพาะหน้าด้วยการรวมพลังเวทไว้ที่มือขวาและใช้แบบฉุกเฉิน
            "โทษทีเถอะมีอา! ช่วยเกร็งปีกไว้นะ!" ฟิลหันไปทางปีกอีกด้านของมีอา
            "เอ๋!?"
            "แอร์ฟอร์ซครัชเชอร์!!" ฟิลไม่มีเวลาอธิบายใดๆ พอเวทพร้อมแล้วเขาก็ใช้มันออกไปอย่างลวกๆโดยที่ไม่ได้มีการปรับสมดุลพลังใดๆ

            ตึง!!

            ลมอัดอากาศระดับปานกลางถูกกระแทกเข้าใส่กลางปีกด้านขวาของมีอา
            และด้วยการที่เกร็งปีกให้แข็งไว้ก็ทำให้ลมนั้นผลักเข้าไปอย่างเต็มที่ ยังผลให้เธอพลิกตะแคงข้างในทันที

            ดูเหมือนเป็นความคิดบ้าบิ่นในการโจมตีพวกเดียวกัน แต่นั่นกลับเป็นผลดีทำให้มีอาพลิกตัวหลบการโจมตีมาได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
            "เอ๋!? เอ๋!? เอ๋!?" มีอาตาตื่นจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้อีกทีก็กำลังบินตะแคงไปแล้ว
            "ทรงตัวไว้แล้วโฉบหนีเลยมีอา!" ฟิลกลับมาจับบังเหียนในสภาพบังคับแล้วสั่งการ

            มีอาพยักหน้าแบบขอไปทีแล้วรีบบินฉีกหลบออกไปทั้งที่สติยังไม่เข้าที่เข้าทางดี

            อย่างไรก็ดี กอร์ด้อนก็ยังคงตามติดไม่ลดละ พอเห็นว่ามีอาเสียความเร็วไปแล้ว เขาก็รีบสั่งให้มิเร่อร์บินเร่งอ้อมไปดักทางหน้าทันที
            คราวนี้ฟิลเห็นชัดเจนว่าฝ่ายศัตรูบินโค้งแล้วพุ่งมาซึ่งๆหน้าด้วยความเร็วสูงและในทิศทางที่ยากแก่การหลบ
            "กัดไม่ปล่อยเลยนะ!" ฟิลต้องเอาตัวรอดเฉพาะหน้าด้วยการชักดาบที่ติดตัวมากด้วยขึ้นฟัน "เอาไงเอากันสิ! มีอา! ทำใจกล้าแล้วบินเข้าไปเฉี่ยวข้างตัวมิเร่อร์เลย!"
            "มันอันตรายนะพี่จ๋า!?" เด็กน้อยไม่เห็นด้วย
            "เชื่อพี่สิ! ยิ่งหนียิ่งอันตราย เข้าใกล้อันตรายน้อยกว่า!" ฟิลยังคงยึดมั่นใจความคิดเดิม

            ถึงจะไม่เข้าใจและไม่สบายใจแต่มีอาก็จำต้องทำตามคำบอกฟิลอีกครั้ง

            ก่อนที่กอร์ด้อนจะได้เข้าระยะโจมตีถนัด ฟิลก็ให้มีอาชิงบินเข้าประชิดก่อน
            ซึ่งนั่นก็ทำให้กอร์ด้อนถึงกับประหลาดใจไม่น้อยที่เหยื่อเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาหาความตายเอง ดูเผินๆแล้วอาจเหมือนกล้าบ้าบิ่นขาดสติ แต่ทว่าหากมองในอีกมุมหนึ่งแล้วมันคือความชาญฉลาดที่อาจหาญมาก เพราะยิ่งเข้าใกล้ตัวมากเท่าไหร่ ขอบเขตการโจมตีของอาวุธประเทศหอกด้ามยาวก็จะยิ่งถูกจำกัดลงไปมากเท่านั้น
            "ฉลาดคิดนี่! คิดจะเข้าวงในเพื่อเลี่ยงระยะแทงฟันงั้นเรอะ!" กอร์ด้อนมองฟิลตาเขม็ง "แต่ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกน่า!"

            กอร์ด้อนโยนหอกขึ้นให้ลอยกลางอากาศเล็กน้อยให้ความเร็วจากมังกรที่นั่งอยู่ดันให้ตำแหน่งเลื่อนไปข้างหน้า จนกระทั่งเลยด้ามหอกมากสองในสามกอร์ด้อนก็จับด้ามหอกไว้เสมือนกำมีดสั้น
            พอระยะสวนกันแล้วฟิลก็ฟันดาบสุดแรงกำลัง เช่นเดียวกับกอร์ด้อนที่สะบัดด้ามหอกในองศาบังคับด้วยกำลังที่พอจะเรียกได้

            แคร้ง!!

            เสียงเหล็กกระแทกกันดังสะนั่นฟ้า ก่อนที่มังกรทั้งสองจะบินสวนกันออกไป
            โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บรุนแรง ไม่มีการบาดเจ็บถึงขั้นได้บาดแผลหรือเสียเลือด...

            แต่ผลจากการปะทะนั้นก็ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะได้ชัดเจน
            เมื่อฟิลแพ้แรงจนดาบปลิวหลุดมือออกไป ผิดกับทางกอร์ด้อนที่ยังคงจับหอกได้มั่นคงเหมือนไม่สะทกสะท้าน...

            เท่ากับว่าฟิลเสียอาวุธติดการเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ไปแล้ว จากนี้ไปหากจะหวังจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องฝากความหวังไว้กับเวทมนตร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


            ...............................................


            หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาความเป็นความตายมาได้อย่างฉิวเฉียด
            มีอารู้หน้าที่ รีบบินฉีกตามกระแสลมออกห่างไปก่อนแล้วหลบจุดที่ลมต้านไปยังจุดที่ลมหนุนอย่างรวดเร็ว

            กอร์ด้อนไม่รีบไล่ต่อเนื่องจากระยะและมุมเลี้ยวกลับไม่เอื้ออำนวย เขามองดูฟิลอยู่ห่างๆแล้วจึงค่อยๆไล่ไปโดยรอจังหวะที่เหมาะสมจึงจะค่อยพุ่งเข้าเล่นงาน
            "ขอชมว่าใจกล้า แต่รู้ไว้เถอะว่าไม่ว่าจะใช้วิธีไหนลูกเล่นยังไง เจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก" กอร์ด้อนมองตามมั่นใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ฟิลได้รับบาดเจ็บบ้างแล้ว เช่นเดียวกับมีอาเองที่จังหวะบินดูช้าลงไปพอสมควรและออกอาการตะกุกตะกักเล็กน้อยหลังจากที่ถูกเวทอัดอากาศเข้าไป "ดูท่าจะมาถึงขีดจำกัดแล้วล่ะนะ... จากนี้ไปข้าจะให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงความกลัวอย่างถึงที่สุดแล้วบรรจงสังหารเอง!"

            เมื่อเห็นว่ากอร์ด้อนยังไม่ไล่ตามมา มีอาจึงลดความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป นอกจากนี้เธอก็ยังรู้สึกเป็นห่วงฟิลมากอีกด้วย
            "ฮึ่ม..." ฟิลยังครางเบาๆในลำคอสะกดเสียงปิดบังความหงุดหงิดและเจ็บปวด
            "เป็นอะไรมากไหมพี่จ๋า?" มีอารับรู้และอดที่จะถามไม่ได้
            "ไม่หรอก... ยังขยับได้ จับบังเหียนได้ ใช้เวทได้ล่ะนะ" ฟิลตอบพลางกำมือสลับคลายทดสอบเหมือนไม่ได้เป็นอะไรมาก

            ทว่า... แท้ที่จริงแล้วฟิลก็รู้ตัวว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นเริ่มจะแย่ลงทุกที...
            มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนที่ใช้เกราะอาคมต้านหอกเมื่อครู่มาถึงดาบล่าสุดที่ฟันดาบสวน ทำเอาตอนนี้อาการบาดเจ็บสะสมทำเอามือขวาฟิลชาจนแทบกำหมัดแน่นๆไม่อยู่แล้ว
            "ว่าแต่มีอาเถอะ... เป็นอะไรมากไหม?" ฟิลถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องโดยการถามมีอากลับบ้าง "ถึงจะไม่ได้ใช้ลมอัดอากาศแรงนักก็เถอะ แต่การยิงแบบไม่ได้ร่ายเวทควบคุมการกระจายแรงลม มันคงทำให้รู้สึกเหมือนถูกทุบเฉพาะจุดที่ปีกแน่ๆ"
            "ไม่ค่ะ...!" มีอาส่ายหัว "ก็มีเคล็ดนิดหน่อย... แต่ว่ายังบินได้ตามปกติ ปรับทิศทางมุมแคบแบบเดิมได้อยู่"
            "อืม... งั้นก็ดีแล้วล่ะ" ฟิลโล่งใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ เขาคิดว่าตัวเองเจ็บยังพอได้ แต่ถ้ามีอาเกิดเจ็บขึ้นมาการต่อสู้ก็เป็นอันสิ้นสุด...

            ระหว่างที่ฟิลกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น
            มีอาซึ่งทนอึดอัดมาตลอดก็เก็บความรู้สึกไม่อยู่แล้วตัดสินใจที่จะบอกมันออกมาตรงๆกับพี่ชาย
            "ไม่ไหวแล้วพี่จ๋า... เลิกสู้แบบเสี่ยงๆเถอะนะ?" เธอพูดเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้
            "ไม่ได้หรอกมีอา... เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว มันไม่มีที่ให้ถอยกลับแล้วล่ะ" ฟิลปฏิเสธ
            "ต้องมีสิ... ถ้าไม่มีมีอาจะหาให้เองก็ได้...!" เด็กน้อยค้านสุดตัว

            ฟิลพักจังหวะเล็กๆก่อนที่จะผละมือจากบังเหียนไปจับที่คอของมีอา
            "เป็นอะไรไปเหรอมีอา?" เขาถามแบบใจดีไม่กดดัน "ทำไมจู่ๆถึงได้อยากเลิกเอาดื้อๆเอาล่ะ...?"
            "มีอาอยากเลิกตั้งแต่แรกแล้วล่ะพี่จ๋า... แต่พี่จ๋าบอกให้สู้... แล้วมีอาก็ยังพอหลบธนูได้... ก็เลยสู้ต่อ..." เด็กน้อยเปิดใจ "แต่ว่า... ตั้งแต่สู้ประชิดมาก็มีแต่เจ็บกับเจ็บตลอดเลย... มันไม่เหมือนตอนหลบธนูที่หลบได้ก็รอดนี่นา..."
            "มีอา..." ฟิลรับฟัง ซึ่งเหตุผลนั้นก็เป็นเรื่องที่รับได้จริง
            "เพราะพี่จ๋าบอกว่ายังมีทางชนะมีอาก็เลยสู้... มีอาก็เลยทนเหนื่อย... ทนเห็นพี่จ๋าเจ็บ... แต่ว่า... ตอนนี้ยิ่งสู้ก็ยิ่งมีแต่เสียกับเสีย มีอายังไม่เห็นว่าจะใกล้ชนะตรงไหนเลยพี่จ๋า...!?" มังกรน้อยถามเสียงสั่นเครือ "ยิ่งสู้พี่จ๋ายิ่งเจ็บ มีอาไม่อยากเห็นอีกแล้ว... เลิกเถอะพี่จ๋า... จะให้หนีไปไหนก็ได้... จะอยู่อย่างลำบากก็ได้... ขอแค่พี่จ๋าอยู่ด้วยเท่านั้นมีอาก็พอใจแล้ว... ถึงมีอาจะสัญญากับพี่จ๋าว่าจะสู้ให้เต็มที่ก็เถอะ แต่มีอาทนเห็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว!"

            ได้ยินเช่นนั้นแล้วฟิลก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่ได้คิดตำหนิน้องสาวที่ด่วนถอดใจแต่อย่างใด ตรงข้ามกับยิ่งรู้สึกสงสารที่เด็กวัยไม่ถึงสิบขวบกลับต้องมาเข้าสนามรบที่มุ่งฆ่าชีวิตกันและกันเช่นนี้
            แต่อย่างไรเสียฟิลก็เหลือทางเลือกแค่สู้หรือหนีตายไปวันๆเท่านั้นจริงๆ และฟิลก็ยังคงยืนกรานที่จะเลือกสู้ให้ถึงที่สุด... เมื่อรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะปลอบหรือต่อรอง ฟิลก็จึงยอมที่จะบอกความจริงแก่มีอาให้รู้สึกมีความหวังมากขึ้น
            "นี่มีอา... ก่อนหน้านี้พี่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับมีอาเลยใช่ไหม?"
            "ก็พี่จ๋าบอกว่าไม่อยากให้มีอาสับสน... มีอาตั้งใจบินก็พอ มีอาก็เลยแค่ฝึกตามที่พี่จ๋าบอก..." มีอาตอบ
            "ใช่... พี่บอกว่าถ้าถึงเวลาจะเรียกใช้มีอาใช้ทีละอย่างเอง แต่ในเมื่อถึงตอนนี้แล้วพี่จะบอกให้นะว่าพี่ต้องการจะทำอะไรกับกอร์ด้อนกันแน่ มีอาจะได้เข้าใจสิ่งที่พี่ทำไปสักที" ฟิลเริ่มต้นอธิบาย "กอร์ด้อนน่ะมีอาวุธหลักๆสามชิ้น ที่เราเห็นบ่อยๆคือธนูเหล็กเส้น กับหอกปลายขวาน นอกจากนี้แล้วยังมีดาบเล่มยาวอีกเล่มที่เหน็บข้างมังกร"
            "แล้วยังไงล่ะพี่จ๋า...?"
            "นั่นคืออาวุธหลักทั้งสามที่จะใช้โจมตี" ฟิลโยงประเด็น "การฝึกทั้งหมดเพื่อที่จะใช้ท่าต่อเนื่อง แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้เรายังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องทำ ไม่อย่างงั้นคนมากประสบการณ์และสัญชาตญาณเฉียบคมอย่างกอร์ด้อนจะไม่ยอมติดกับที่เราวางไว้แน่"
            "ท่าต่อเนื่อง..." มีอานึกย้อนไปถึงการฝึกที่ยากเย็นและเสี่ยงก็พอจะเริ่มเข้าใจความคิดฟิลมาเป็นลำดับ
            "สรุปคือท่านี้จะสมบูรณ์ได้ มันต้องอยู่ในเงื่อนไขว่าเราล่อให้กอร์ด้อนไล่จี้มาแบบแทบประชิด... บีบให้เขาเหลือทางเลือกน้อยที่สุดจนเข้าทางเรา แล้วจากนั้นเราก็จะล่องหนไปต่อหน้าต่อตา แล้วจัดการด้วยท่าที่ฝึกมา" ฟิลเน้นเสียง "แต่ว่าการจะไปให้ถึงจุดนั้นได้เราต้องทำอะไรหลายอย่างมาก พี่รู้ว่ามันเสี่ยง แต่ถ้าไม่ทำให้ได้ขนาดนี้แล้วล่ะก็ มันก็จะจบตั้งแต่กอร์ด้อนใช้ธนูแล้วล่ะ เขาจะไม่หลบเข้าแผนเราเลย"
            "พี่จ๋าก็เลยทนสู้จนลูกธนูเขาหมด... แล้วก็คิดจะทำให้เขาต้องเสียหอกด้วยเหรอ...?"
            "ถูกต้องที่สุด เริ่มจากทำให้ธนูหมดความหมาย ต่อมาก็บีบให้เขาเสียหอกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้ดาบอาวุธชิ้นสุดท้ายแทน" ฟิลขยายความ "การทำให้กอร์ด้อนเสียหอกไปได้ไม่เพียงแค่เป็นการปลดอาวุธเท่านั้นหรอกนะมีอา แต่มันน่าจะทำให้กอร์ด้อนโมโหจนสติสัมปชัญญะหลุดไปได้บ้างแน่ๆ ซึ่งสำหรับพี่แล้วขอเพียงแค่หลุดไปนิดเดียวมันก็เป็นประโยชน์มากๆกับแผนแล้ว"

            มีอาเริ่มเข้าใจความคิดของฟิล แต่ก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อและเทใจให้สักเท่าไหร่
            "แล้วพี่จ๋าจะทำให้กอร์ด้อนทิ้งหอกไปได้ยังไงล่ะ...?" ถึงจะยังเด็กแต่มีอาก็หัวไวและเริ่มคิดเป็นเหตุเป็นผล "สู้ตัวต่อตัวทางนั้นก็น่ากลัวกว่า... แล้วพี่จ๋าก็ไม่มีดาบอีก... จะใช้เวทระยะประชิดก็คงไม่ได้..."
            "ก็คงต้องวัดดวงอีกรอบ"
            "อีกแล้วเหรอ...?" มีอาไม่ชอบอะไรที่เสี่ยงนัก
            "มันก็มีแต่ต้องเสี่ยงล่ะมีอา กับคู่ต่อสู้ชั้นแม่ทัพไม่มีอะไรง่ายหรอก แต่เอาเป็นว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่พี่คาดไว้ เราจะปลดอาวุธได้แน่" ฟิลผละมือขวาแล้วเรียกเวทหนึ่งขึ้นมาแสดงตัวอย่างเล็กน้อย "ถ้าเป็นเวทตัวนี้ล่ะก็ ต่อให้เกราะเหล็กนั่นจะหนาแค่ไหนก็ได้มีเจ็บปวดแน่ๆ เชื่อพี่ได้เลยว่ามันต้องทำให้กอร์ด้อนทิ้งอาวุธได้แน่"
            "อืม..." มีอาชั่งใจ
            "เอางี้ไหมล่ะ" เมื่อเห็นว่ามีอาใจเย็นลงมาพอสมควรแล้วฟิลจึงถือโอกาสที่จะยื่นข้อเสนอต่อรอง "ถ้าใช้เวทตัวนี้แล้วไม่ได้ผล พี่จะยอมถอยอย่างที่มีอาบอก พี่จะถือว่าปลดอาวุธไม่สำเร็จ ถึงตอนนั้นก็เลิกล้มการต่อสู้ไปเลย พี่จะหาทางทำให้หนีได้เอง"
            "เห...?"
            "แต่ว่า... ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงตอนที่พี่ใช้เวทนี้ พี่อยากให้มีอาเต็มที่ก่อน ตั้งใจ มีสมาธิ ไม่งั้นแผนพี่จะไม่สำเร็จแล้วยังเสี่ยงที่จะบาดเจ็บอีก" ฟิลกำหนดเงื่อนไข "พี่อยากเห็นบทสรุปที่ได้มาเพราะพยายามเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ลังเลใจ... สู้ให้เต็มที่ ถ้าสำเร็จก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ถอย... ตกลงตามนี้นะ?"

            มีอารับฟังแล้วคิดอยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นแล้วก็จึงได้ตบปากรับคำ
            "ก็ได้...! มีอาจะพยายามเต็มที่เลย! ถ้าสำเร็จก็ดี แต่ถ้าไม่สำเร็จพี่จ๋าต้องทำอย่างที่บอกจริงๆนะ!" มีอาขอคำยืนยัน "สัญญาต้องเป็นสัญญาจริงๆนะพี่จ๋า!?"
            "เชื่อพี่ได้เลย พี่ทำสำเร็จแน่" ฟิลให้คำมั่น

            ฟิลมั่นใจในคำพูดนั้นจริง และก็เชื่อสนิทใจว่าสามารถชนะได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อด้วยซ้ำ ทั้งจากการมโนภาพและการปรึกษาร่วมคำนวณกับอีวาในนิมิตร
            ทุกอย่างลงตัวอย่างถึงที่สุดฟิลถึงได้มั่นใจนัก แม้ว่าจะต้องเสี่ยงแล้วเสี่ยงอีกก็ตาม

            โอกาสสำเร็จนั้นแน่นอนที่สุด หากเพียงแต่ว่าเขายังอยู่ในเงื่อนไขที่ร่างกายสมบูรณ์พร้อม...

            มีอายังคงบินต่อไปในความเร็วที่คงที่ ฟิลเองก็เริ่มปรับลมหายใจและเตรียมร่ายคาถาสำหรับการต่อไป
            แม้ว่าจะยังคงมั่นใจเช่นเดิมว่าสามารถเอาชนะได้ แต่ลึกๆในใจแล้วเขาก็เริ่มเผื่อใจไว้เช่นกันว่าชัยชนะที่ได้มาอาจไม่สวยหรูอย่างที่คิดไว้ ไม่ปลอดภัยอย่างที่ต้องการ...
            "ต้องสำเร็จ..." ฟิลกล่าวพึมพำกับตัวเอง

            ก่อนที่จะมองดูมีอาที่เริ่มเหนื่อยหอบมากขึ้น บินไม่เรียบนิ่งเหมือนเช่นก่อนหน้า...
            จากนั้นจึงมองกลับมาที่มือขวาของตนเองที่ยังคงสั่นระริกไม่เลิก...

-----------------------------
Free talk - การต่อสู้ยังคงเข้มข้นครับผม อาจจะยืดสักนิด แต่ก็นี่ล่ะครับ ลาสแบทเทิ่ล การต่อสู้กับบอสใหญ่แล้ว อยากเน้นความลำบากยากเย็นสักหน่อย
ซึ่งกอร์ด้อนก็หินจริงๆนั่นล่ะครับ ระยะใกล้ กลาง ไกล หมอนี่อันตรายไปหมด ฟิลใช้เทคนิคหลายๆอย่างเข้าสู้แต่ก็ยังทำอะไรมากไม่ได้ พอจะทำให้เสียอาวุธไปบ้าง แต่ฝ่ายตนก็เหนื่อยหอบ และเจ็บสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แผนตัดกำลังก็ยังต้องดำเนินต่อไป

ตอนหน้าก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะครับ แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของไคล์แม็กซ์ และภาพรวมของสงครามล่ะครับ
ดูแล้วไม่น่ามีการหั่นเพิ่มเติมอะไรอีก เพราะโครงที่วางไว้ก็ค่อนข้างลงตัวล่ะครับ ก็อีกราวๆ 3 ตอนจากนี้ สงครามก็จะถึงปลายทางแพ้ชนะกันสักที ติดตามกันต่อไปด้วยนะครับผม

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 08 เม.ย.55 เวลา 01:49:34 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ