Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 19 ป้อมปราการแห่งฟอลคอน

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับ

ตอนที่ 19 ป้อมปราการแห่งฟอลคอน

“ซ่า...ซ่า...”

ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้งในยามค่ำคืนที่บ้าคลั้ง...แต่ฟ็อก์วที่กำลังวิ่งลากราเมลอยู่อย่างไม่หยุดยั้งท่ามกลางสายฝนกลับบ้าคลั้งยิ่งกว่า…

“ย๊าก...ก”

รัลเรย์ที่อยู่บนร่างของฟ็อก์วถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่น-มือซ้ายที่ยังคว้าจับขนหลังของฟ็อก์วไว้แน่นส่วนมือขวาที่จับดาบหักอยู่อย่างแน่นยังคงชักออกมาแล้วกระหน่ำแทงลงไปยังกลางหลังของมันอย่างไม่หยุดยั้งจนหยาดโลหิตย้อนใบหน้า ร่างกายและเสื้อผ้ายิ่งกว่าสายฝนที่ซัดสาดอยู่ในยามนี้...

“ฉับ...ฉับ...”

รัลเรย์ยังคงแทงคมดาบลงไปอย่างไม่หยุดยั้งและไม่มีท่าทีจะหยุดยั้งด้วยสายตาที่ยังอาฆาตแค้นยังฝ่ายตรงข้ามพร้อมทั้งฟันที่ยังคงกัดแน่นจนเลือดหลั่งไหลออกมาราวกับเลือดที่ไหลรินออกมามิใช่ของเธอเอง…

“กรร...”

ฟ็อก์วส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและบ้าคลั้ง-มันได้แต่ปล่อยร่างของราเมลที่คาบไว้แล้วลุกขึ้นออกแรงสะบัดยังร่างของรัลเรย์ที่เกาะติดอยู่ด้านหลังให้กระเด็นออกไปทันที

“โครม”

ร่างของรัลเรย์ที่ถูกเหวียงพุ่งออกไปชนยังต้นไม้อย่างรุนแรงจนกระดูกแทบแตกสลาย-กระทั่งแทบจะไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาได้...ฟ็อก์วที่กวาดสายตาอันโหดร้ายสีแดงฉานด้วยความบ้าคลั้งจับจ้องมองไปยังรัลเรย์พร้อมทั้งส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังสนั่นไปทั่วพื้นป่าและทุ่งหญ้า

“กรร...”

“ฟุบ...”

พร้อมทั้งหมายจะพุ่งร่างเข้าไปฆ่าฉีกกระฉากยังร่างของฝ่ายตรงข้ามให้ขาดออกอย่างที่ไม่สนใจยังบาดเจ็บมากมายจากคมดาบ ธนูและอาวุธต่างๆที่หยาดเลือดยังรินไหลอยู่อย่างไม่ขาดสาย...ราเมลที่เห็นเช่นนั้นถึงกับส่งเสียงร้องออกไปทั้งๆที่ยังนอนอยู่แทบเท้าของฟ็อก์วว่า

“รัลเรย์ระวัง...”

เขาที่ไม่สนใจยังอาการบาดเจ็บ-ไม่รอช้ารีบตวัดยังคมดาบในมือที่กำไว้แน่นฟันเข้าไปยังขาซ้ายของฟ็อก์วที่กำลังพุ่งออกไปถึงกับตัดข้อเท้าของมันขาดสะบั้นในพริบตา...แต่ร่างของมันยังคงพุ่งเข้าใส่รัลเรย์อย่างไม่หยุดยั้ง

“...สวบ...สวบ”

ฟ็อก์วที่ไม่ส่นใจยังข้อเท้าที่ขาดสะบันยังย้ำข้อเท้าซ้ายลงไปเหยียบยังพื้นราวไม่สนใจความเจ็บปวดเอียงร่างไปทางซ้ายสะบัดกรงเล็บเข้าใส่ร่างของรัลเรย์ที่ฉวยจังหวะที่ฟ็อก์วต้องช้าลง เพราะการช่วยเหลือของราเมลลุกขึ้นมาตวัดคมดาบที่หักเหลือเพียงครึ่งเดียวฟันสวนเข้าไปยังในกรงเล็บขวาที่ตะปบลงมานี้

“เฟียว...”

คมดาบของรัลเรย์ถึงกับฟันกรงเล็บของฟ็อก์วแยกออกไปสองส่วนทันที-แต่กรงเล็บที่ยังไม่หยุดยั้งกลับยังคงพุ่งมาใส่หัวไหล่ซ้ายของรัลเรย์จนร่างของเธอกระเด็นถอยกลับไปชนใส่ต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง

“โครม”

เสียงต้นไม้สั่นไหวพร้อมทั้งร่างของรัลเรย์ที่เงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยังเบื้องหน้า...ฟ็อก์วที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของรัลเรย์ถึงกับแสวยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง

“เปรี้ยง...”

เสียงฟ้าฝ่าดังลั่นลงมาพร้อมฟ็อก์วที่ชูกรงเล็บซ้ายขึ้นมาหมายที่จะตวัดลงมาใส่ยังหัวใจของรัลเรย์พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชั่วร้ายยิ่งว่า

“...ลาล่ะน่ะ-แม่หนูน้อยหมวกแดง”

“...”

รัลเรย์ที่จ้องมองไปยังเบื้องหน้ายังคมกำดาบในมือแน่นหมายที่จะแทงออกไปแลกชีวิตกับฝ่ายตรงข้าม เพราะเธอไม่กลัวความตาย-แต่กลับไปสามารถลากยังอีกฝ่ายตายไปกับเธอได้ต่างหาก...ฟ็อก์วที่ไม่ช้ารอก็ตวัดยังกรงเล็บลงมาพร้อมทั้งเสียงคำรามก้อง

“ตายเสียซ่ะ”

“...”

รัลเรย์ที่กัดฟันแน่นตวัดมือแทงยังดาบขึ้นไปหมายจะนำพายังฟ็อก์วลงนรกไปด้วยกัน...แต่ท่ามกลางเสียงสายฝนของค่ำคืนที่บ้าคลั้งกลับมาเสียงหนึ่งดังขึ้นมาหยุดยั้งทั้งการตัดสินใจและการลงมือของฟ็อก์ว…

“หลบเร็ว”

เทลน่าที่วิ่งนำหน้าของทุกคนมาหยุดอยู่ในระยะประมาณ 6-7 เมตรส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอย่างดังลั่น-เธอถึงกับแทงคมดาบฝ่าอากาศออกมาอย่างสุดเร็ว

“เฟียว...”

กระแสคมดาบที่ทะยานมาอย่างรุนแรงถึงกับพุ่งทะลวงเอากรงเล็บซ้ายของฟ็อก์วขาดกระจุ้ยออกไปในพริบตาพร้อมทั้งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของมันที่ดังขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

“กรร...”

ดวงตาสีแดงฉานไปด้วยเลือดถึงกับจับจ้องมองไปยังรัลเรย์ที่เบื้องล่าง-ปากที่แสยวะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายถึงกับอ้าออกมาหมายที่จะงับลงไปยังศ๊รษะของเธอเพื่อที่จะเอารัลเรย์ลงนรกไปพร้อมกับมัน...แต่ราเมลที่ลุกขึ้นมาถึงรีบรีบกระโดดพุ่งเข้ามายังด้านหลังของฟ็อก์วพร้อมทั้งตวัดคมดาบแทงใส่กลางหลังของมันอย่างสุดแรง

“ฉับ...”

“ฟู่”

เลือดสาดกระเด็นไปตามคมดาบของราเมลที่ฟาดลงไปพร้อมทั้งฟ็อก์วที่ผะงักถึงกับเงยหน้าขึ้นไปอ้าปากส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดยิ่ง

“อ๊าก...ก”

“ย๊าก...”

รัลเรย์ที่ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นมาแทงปลายดาบที่หักใส่ไปยังปากของฟ็อก์วอย่างสุดแรงพร้อมๆกับเทลน่าที่วิ่งเข้ามาถึงก็ได้ตวัดคมดาบเลเบียของเธอฟันตัดยังลำคอของมันจนขาดกระเด็น

“ตุบ”

ร่างของฟ็อก์วถึงกับทรุดลงไปทันทีพร้อมๆกับหัวของมันที่ตกกลิ้งไปตามพื้นอย่างที่ไม่มีวันจะล้มขึ้นมาได้อีก...รัลเรย์ที่เห็นเช่นนั้นจึงหันไปสบสายตากับราเมลและเทลน่าเล็กน้อย

“...”

เธอไม่กล่าวอะไรออกไป เพราะไม่จำเป็นอีกแล้ว...เทลน่าที่เห็นถึงรัลเรย์จ้องมองมาจึงเค้นเสียงออกไปว่า

“เชอะ”

ส่วนราเมลที่ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“สำเร็จแล้ว”

“...”

เทลน่ากับรัลเรย์เพียงยิ้มตอบรับออกมาเล็กน้อยท่ามกลางสายตาของซีน่อนที่กวาดมองมาราวกับเจตนาที่จะให้ทั้ง 3 เป็นผู้ที่จับการกับฟ็อก์วโดยที่ตนไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้อง...โดยไม่จำเป็น
-----------------------------------------

หลังจากพักแรม 1 คืนทุกคนที่มุ่งหน้าต่อไปยังป้อมฟลอคอน...อันเป็นสมรภูมิแนวหน้าที่กำลังรอคอยทุกคนอยู่

ป้อมฟลอคอนที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเฟลย์ลิเซีย-เป็นป้อมปราการสีขาวที่มีขอบสีน้ำเงินเข้มทั้งตั้งตระหง่านแผ่ขยายออกไปทางทิศเหนือและทิศใต้จนสุดลูกหูลูกตาราวกับเมืองๆหนึ่ง...ที่มีทั้งหมู่บ้าน โรงเรียนเวทมนตร์ โรงเหล้า ที่พักแรมและเหล่าทหารอาศัยกันอยู่อย่างสงบสุข...

...ก่อนที่สงครามจะอุบัติขึ้น

เลยจากป้อมฟอลคอนออกไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อยเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีชื่อว่า”รานิด”อันเป็นรอยต่อระหว่างอาณาจักรทั้งสอง...ซึ่งในยามนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นต่างได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ที่ป้อมฟอลคอนแห่งนี้หมดแล้ว-เพื่อหลบหนียังสงครามของทั้งสองอาณาจักรที่กำลังจะเปิดศึกใหญ่ขึ้นมาในไม่ช้านี้...

ตรงข้ามถัดออกไปเป็นเมืองป้อมปราการสีครามของเฟลริวที่มีนามว่า”เฟวรัล”-ที่เป็นปราการด่านแรกของเฟลริวที่มีแม่ทัพผู้เก่งกาจที่สุดของอาณาจักรนาม”เดราส โดรากอน”หรือแม่ทัพหอกมังกรพสุธาทมิฬเป็นผู้เฝ้าพิทักษ์อยู่...อันเป็นสมรภูมิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพราเมลและเทลน่าที่จะต้องเผชิญ

ในยามที่กองทัพของเทลน่า ราเมลและเรนนี่ที่มุ่งหน้าไปถึงยังป้อมฟอลคอนภายใต้การนำของซีน่อนนั้น...แม่ทัพหมื่นอาชาของเฟลริวนาม”ฮอร์ส มาสเกอร์”ได้นำกองทัพเข้าเผชิญหน้ากับแม่ทัพของฝ่ายเฟลย์ลิเซียที่ออกรับศึกจนได้รับชัยชนะแล้วเตรียมพร้อมที่จะบุกเข้าตีป้อมฟอลคอนต่อ...

“ยิง...”

แม่ทัพที่ประจำการอยู่บนกำแพงป้อมรีบส่งเสียงร้องให้พวกพลธนูยิงลูกธนูลงไปสะกัดกั้นยังกองทัพของฮอร์สที่สวมเกราะสีเงินให้ถอยออกไปทันที-เพื่อให้แม่ทัพของเฟลย์ลิเซียสามารถหนีกลับเข้ามายังภายในป้อมได้

“ห้ามถอย...”

ฮอร์ทที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีดำราวกับความมืดส่งสียงร้องสั่งการออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบของตนชี้ไปยังบานประตูป้อมที่เปิดอยู่แล้วส่งเสียงสั่งการออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“...บุกเข้าไปชิงป้อมฟอลคอนมาให้ได้”

“...”

เหล่าอัศวินๆที่ซ่อนร่างอยู่ในชุดเกราะสีเงินบนหลังม้าที่ต่างไม่มีปฏิกิริยาใดหรือส่งเสียงตอบอะไรกลับมาราวกับไร้ชีวิตและจิตวิญญาต่างรีบควบม้ามุ่งหน้าตรงไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่รอช้าทันที

“กุบ...กุบ...”

กองทัพทหารงม้านับพันๆนายที่ไม่สนใจยังห่าลูกธนูที่ยิงพุ่งลงมาอย่างนับไม่ถ้วน-ต่างควบม้ามุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้งราวกับไร้ความกลัวเกรงใดๆ...

“แกร่ง...แกร่ง...”

ไม่สนใจแม้กระทั้งลูกธนูที่พุ่งแทงเข้าไปยังหน้าอกหรือหัวใจของพวกมาราวกับไร้ความรู้สึก-ควบม้ามุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

“บ้าน่า...”

แม่ทัพที่อยู่บนป้อมฟลอคอนที่เห็นถึงกองทัพที่ไม่ล้มตายของฝ่ายตรงข้ามถึงกับจ้องมองไปอย่างตกตะลึงยิ่ง-เขาได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...หรือว่าเฟลย์ลิเซียจะจบสิ้นแล้ว”

แต่ในพริบตาก่อนที่ทุกเหล่าทหารม้าแห่งเฟลริวภายใต้การนำของฮอร์สจะบุกผ่านมาถึงยังบานประตูของป้อมฟอลคอนนั้นกลับมีเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“ซีน่อนเวบฟ”

“ครืน”

คลื่นดาบแห่งสายลมขนาดมหึมาถึงกับพุ่งออกไปจากภายในบานประตูป้อมพุ่งทะยานไปยังกองทัพม้าของเฟลริวอย่างรวดเร็วราวกับคมดาบที่ตัดผ่านทุกสิ่งทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากอง

“โครม...”

เสียงของชุดกเกราะมากมายที่ล่วงกระเด็นลงไปยังพื้นจากเหล่าทหารม้านับร้อยที่ถูกคลืนดาบของซีน่อนที่ตวัดออกไปพร้อมทั้งเสียงโห่ร้องอย่างดีใจของเหล่าทหารแห่งเฟลย์ลิเซียที่ส่งเสียงร้องลั่นออกมาอย่างดีใจว่า

“ไชโย...ท่านซีน่อนนำกองทัพมาช่วยพวกเราแล้ว”

“เฮ่...”

เสียงโห่ร้องอย่างดีใจยังคงดังลั่นไปทั้งท้องสนามรบแห่งนี้ในพริบตาราวกับเสียงอวยพรของเทพธิดาแห่งชัยชนะ...แต่ซีน่อนที่นั่งอยู่บนหลังม้ากวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่าทหารม้าที่หยุดยั้งลงของเฟลริวที่เบื้องหน้าถึงกับนิ่งเงียบไม่ส่งเสียงใดๆออกมา เพราะเหล่าทหารม้าของเฟลริวที่โดนยังคลื่นดาบของเขาหล่นล่วงลงไปนั้นกลับไม่มี...

...

ที่เบื้องหน้าสายตาของเขาเพียงมีแค่ม้าที่บาดเจ็บและชุดเกราะสีเงินที่แตกกระจายออกไปพร้อมทั้งกลุ่มควันสีดำที่แตกกระจายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ายามเกราะที่แตกกระจาย...

“นี่เรากำลังสู้กับอะไรอยู่”

ซีน่อนครุ่นคิดในใจพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยสายตาที่หนักใจ...แต่ฮอร์สที่เป็นชายวัยกลางคนอายุ 40 กว่าปีที่มีร่างการสูงใหญ่ ไว้ผมสั่นสีดำปกหน้าผากกว้าง ค้างใหญ่ ดวงตาคมกริบสีเทา ไว้เคราสีดำรอบๆแก้มและใต้ค้าง สวมใส่ชุดเกราะสีเงินราวกับอัศวินเพียงกวาดสายตาจ้องมองมายังซีน่อนที่นั่งอยู่บนหลังม้าที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“แกเองหรือ...”

หยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวออกไปว่า

“...ซีน่อน อีจีส”

“...”

ซีน่อนเพียงยิ้มตอบรับออกไปอย่างเย็นชาเท่านั้น เพราะนี่ก็เป้นหนึ่งในแม่ทัพของเฟลริวที่ตายไป เพราะสงครามร้อยวันเมื่อ 5 ปีก่อนอีกเช่นกัน...ฮอร์สที่ใช้สายตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“น่ายินดีที่ข้ายังมีชีวิตอยู่จนได้พบกับแก-วันโซเยอร์ผู้ชนะฮันเดรด์ไนท์...ช่างดีจริงๆเลยที่ยังมีชีวิตอยู่...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ฮอร์สที่ตัวดยังคมดาบชี้มายังซีน่อนที่เบื้องหน้า-เขาขวบม้ามุ่งหน้านำเหล่าทหารม้าของตนพุ่งเข้าไปหน้ายังซีน่อนที่อยู่เบื้องหน้าของพวกราเมลและเทลน่าพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...เรามาสู่กัน”

“พวกจอมเวทโจมตี”

ซีน่อนส่งเสียงร้องสั่งการอย่างรวดเร็ว...เหล่าจอมเวททั้งหลายต่างรีบชูคทาและดาบเวทมนตร์ของตนไปยังเบื้องหน้าพร้อมทั้งร่ายเวทมนตร์ออกไปอย่างรวดเร็วทันที

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประธานคลื่นความร้อนเผาผลาญเหล่าศัตรูแห่งข้าด้วยเถิด…”

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานสายลมพัดขับไล่ศัตรูแห่งข้าด้วยเถิด...”

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานเพลิงของพระองค์แด่ข้าด้วยเถิด…”

“ขอพระเจ้าโปรดประทานพลังอำนาจของพระองค์ผ่านราชันย์แห่งสายลมมาเป่าปัดลมหายแห่งความเย็นยะเยือกด้วยเถอะ…”

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานถึงกำแพงแห่งเปลวเพลิงขึ้นมาพิทักษ์โจมตีศัตรูข้าด้วยเถิด…”

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานถึงเปลวพระเพลิงแห่งความมืดมิดขึ้นมาผลาญเผายังศัตรูแห่งข้าด้วยเถิด...”

“ขอให้พระผู้เป็นเจ้าโปรดประทานพรของพระองค์ผ่านสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ซัดชำระความชั่วร้ายด้วยเถิดด้วย…”

“ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานถึงมือแห่งพสุธาโจมตีศัตรูแห่งข้าด้วยเถิด

วินดี้ โบนัส ฟาแรนท์ ชิน เซเรน เอสเทล เมริเอล อาโทรอมยังคงส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ระเบิดเพลิง-ไฟบอม”

“...สายลมพายุหมุน-สตอม”

“...เปลวเพลิงแห่งไฟ-ไฟร์”

“...สายลมเย็นจงโชยพัด-คูล”

“...กำแพงพิทักษ์แห่งไฟ-กันโซโล”

“...เปลวเพลิงสีดำ-ดาร์ชไฟร์”

“...คลื่นน้ำซัดสาด-เวฟบ”

“...หมัดแห่งพสุธา-ร็อดแฮนด์”

สิ่งเหล่าของทุกคนก็บังเกิดยังคลื่นความระเบิดระเบิดขึ้นเผาผลาญยังเหล่าอัศวินบนหลังม้าพร้อมทั้งลมพายุที่หมุนหอบซัดยังร่างของพวกมันออกไปอีกทั้งยังเปลวไฟทั้งสีแดงเพลิงและสีดำที่เปลวเผาทุกสิ่งพร้อมทั้งกำแพงแห่งเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นมา...อีกทั้งยังมีสายน้ำซัดซาพร้อมทั้งคลื่นความเย็นก่อเป็นปราการน้ำแข็งแช่งเย็นเหล่าอัศวินไว้ก่อนที่จะมีกำปั้นพสุธาพุ่งขึ้นมาทุบจนชุดเกราะและม้าแหลกลานลงไปในพริบตา

“เปรี้ยง...”

แต่ท่ามกลางเหล่าอัศวินบนหลังม้าของเฟลริวที่ถูกทำลายไปนับร้อยๆนายที่แหลกลานไปอย่างง่ายดายเพียงทิ้งยังเศษเกราะที่ไร้ยังร่างเนื้อของผู้คนไว้...ฮอร์สที่ไม่รอช้ายังคงควบม้านำเอาเหล่าทหารที่เหลือมุ่งหน้ามาอย่างไม่หยุดยั้งกระโจนผ่านเหล่าพวกฟ้องที่ล้มแหลกสลายไป-ข้ามผ่านกำแพงแห่งน้ำแข็งและกำแพงแห่งเปลวเพลิงเข้ามา

“...”

ซีน่อนที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่าทหารม้าของเฟลริวที่มีอยู่นับพันๆนายต่างส่งเสียงร้องสั่งการออกมาอีกครั้งว่า

“พลธนูยิง”

“ครับ”

“ค่ะ”

ฟรอเดีย ซันเต้ ราชีก้า เจราล์ด ริน ชาชา ราเครุ ซารอน บิลฟอร์ด ฟราน เมลเฮนและบั๊ดที่เป็นเหล่าพลธนูต่างส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างทันทีพร้อมทั้งลูกธนูที่ถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเสียงตอบออกมาพวกเธอ

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ฮอร์สที่ตวัดยังคมดาบของตนปัดยังลูกธนูมากมายที่พุ่งมายังตนแล้วควบม้านำเหล่าทหารม้าที่เหลือประมาณพันกว่าคนของตนแล้วส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่น

“บุก...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฆ่ามัน”

“...”

ซีน่นอนที่กวาดสายตาไปยังพวกอัศวินทหารม้าของฮอร์สที่วิ่งฝ่าฝูงธนูมาอย่างไม้หยุดยั้งเพียงหันไปสบสายตายังพวกเทลน่า ราเมล รัลเรย์ กรีน โซฟาลล่า ริวนัน เวก้า มาเทล จูเรียและทุกคนเพียงยิ้มออกมาอย่างเล็กน้อยแล้วหันหน้าไปยังศัตรูที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“จอมเวทโจมตี”

“ครับ”

“ค่ะ”

เหล่าจอมเวททั้งหลายที่พวกจึงหายเหนื่อยแล้วจึงร่ายเวทอีกครั้งอย่างรวดเร็วจึงเกิดยังเปลวไฟ สายลม น้ำแข็ง กองหินมากมายโจมตีใส่ยังศัตรูที่เบื้องหน้า...ยามเมื่อฮอร์สนำเอาเหล่าอัศวินบนหลังม้าพุ่งกระโจมผ่านเวทมนตร์ที่เหล่าอยู่ราวๆพันคนพุ่งผ่านเข้ามา-ซีน่อนที่ควบม้านำหน้าทุกคนออกไปได้ส่งเสียงร้องสั่งการกองทัพของตนและเหล่าทหารแห่งป้อมฟอลคอนที่เหลืออยู่ซึ่งเข้ามาสมทบอีกรวมราวประมาณ 7 ถึง 800 คนออกมาอย่างดังลั่นว่า

“ทุกคนประจันบาญ”

“ครับ...”

“ค่ะ...”

“เฮ่...”

ราเมล เทลน่า เรนนี่ รัลเรย์และทุกคนต่างส่งเสียงร้องตอบรับออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งบุกเข้าไปต่อสู้กับกองทัพอัศวินแห่งเฟลริวทันที...

สงครามครั้งแรกของกองทัพที่ 501 กับเฟลริวได้อุบัติขึ้นมาอย่างจริงที่สมรภูมิป้อมฟอลคอนแห่งนี้แล้ว...
------------------------------------------------

“ย๊าก...ก”

เวก้าส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบสีดำของตนฟันใส่ยังอัศวินที่เบื้องหน้าจนขาดสะบัดไปในพริบตา...ในขนาดที่ชิเกนซึ่งไม่รอช้าก็รีบพุ่งเข้าไปตัวดคมดาบฟันใส่ยังอัศวินอีกผู้หนึ่ง

“เฟียว...ว”

“ตายซ่ะเถอะ...”

จูเรียส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบสีแดงของเธอฟันใส่ยังอัศวินที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว...ไรเนลที่ไม่รอช้ารีบตวัดคมดาบของตนฟันใส่ยังอัสวินที่เบื้องหน้าของตนทันทีจนเกราะแตกกระจายล้มลงไป

“เปรี้ยง...”

“หลีกไปซ่ะ”

ฮอร์ทส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาพร้อมทั้งควบยังม้าของตนวิ่งพุ่งผ่านมายังไรเนลกับชิเกนทันทีแล้วตวัดยังคมดาบฟันใส่ทั้งสองอย่างรวดเร็ว

“เฟียว...เฟียว...”

“อ๊าก...”

ไรเนลส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมทั้งร่างที่ล้นลงไปขาดใจตายในขนาดที่ชิเกนซึ่งโชคดีกว่าสามารถหลบรอดยังคมดาบได้หวุดหวิดเพียงแค่โดนตัดชายเสื้อขาดออกไปเล็กน้อยเท่านั้น...แต่จูเรียที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดพุ่งไปจากหลังม้าของตนไปยังด้านหลังของฮอร์สหมายที่ตวัดดาบฟันใส่ต้นคอของฝ่ายตรงข้าม

“เปรี้ยง”

ฮอร์สเพียงตวัดคมดาบฟันใส่คมดาบของจูเรียอย่างรุนแรงจนร่างของเธอที่ลอยอยู่กลางอากาศถึงกับกระเด็นออกไปล่วงตกยังพื้นทันที

“โครม”

มันที่ไม่สนใจยังจูเรียยังคงมุ่งหน้าบุกฝ่าเหล่าทหารของป้อมมาหมายถึงกับตวัดดาบฟันใส่เวก้าที่ขว้างอยู่อีกคนจนกระเด็นออกไปแล้วมุ่งหน้าเข้าไปหายังซีน่อนที่เป็นเป้าหมายของมันทันที...เวก้าที่ใช้ดาบรับยังดาบของฮอร์สได้ยังต้องเผชิญหน้ากับอัศวินอีก 2 ตนที่มุ่งหน้าเข้ามา-เขาเพียงยิ้มออกมาอย่างเย็นชาเล็กน้อยแล้วตวัดดาบพุ่งเข้าไป

“เปรี้ยง...ง”

เวก้าสามารถจัดการกับอัศวินตนแรกได้อย่างง่ายดายและหลบยังคมดาบของอัศวินตนที่สองที่แทงออกมาพร้อมทั้งแทงดาบสวนเข้าไปยังหน้าอกของฝ่ายตรงข้ามและใช้มือซ้ายต่อยไปยังหมวกเหล็กของฝ่ายตรงข้ามจนล่วงลงไปแล้วรีบชิงเอาม้ามาขี่พุ่งเข้าไปหักหาญกับเหล่าอัศวินที่บุกเข้ามาอีกประมาณ 2 ถึง 3 ตนอย่างคล่องแคล้วว่างไว้ยิ่ง...

ทางด้านจูเรียที่กระเด็นตกไปจากการประทะกับฮอร์สนั้นก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วรีบแทงดาบใส่ยังอัศวินที่พุ่งเข้ามาทันที

“ฉึก...”

แต่อัศวินที่คล้ายกับไม่รู้สึกอะไรเพียงก้มหมวกของมันจับจ้องมองยังจูเรียที่อยู่เบื้องล่างพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบส่งมาหมายจะฟันเธอในยามที่ยังไม่สามารถชักดาบออกมาได้

“เปรี้ยง...”

แต่ราเมลที่ควบม้าผ่านมาบอกเข้ากลับตวัดยังคมดาบฟันใส่กลางลำตัวของอัศวินตนนั้นจึงขาดออก-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังจูเรียแล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

“เป็นอะไรมั้ย”

“ไม่เป็นไร”

จูเรียส่างเสียงตอบพร้อมทั้งปืนขึ้นไปบอกหลังม้าอย่างรวดเร็ว-เธอที่เห็นยังอัศวินอีก 2 ตนพุ่งเข้ามายังด้านหลังของราเมลถึงส่งเสียงร้องออกไปว่า

“ระวัง”

“เปรี้ยง”

ราเมลที่หันไปยังอัศวินที่อยู่ใกล้ถึงกับตวัดคมดาบฟันออกไปอย่างสุดแรงจะเกราะของอัศวินถึงกับขาดกลางกระจุยออกไปหลงเหลือเพียงแค่ความมืดที่กระจายออกมาพุ่งขึ้นไปบอกท้องฟ้าเท่านั้น...จูเรียที่ไม่รอช้าก็รีบแทงคมดาบของเธอใมส่ยังหน้าอกของอัศวินอีกตนทันที

“ฉึก...”

แต่มันที่คล้ายกับไม่รู้สึกอะไรยังเงื้อคมดาบขึ้นหมายที่จะตวัดฟันลงมายังร่างของจูเรียอีกครั้งหนึ่ง...ราเมลที่ไม่รอช้ารีบตวัดยังคมดาบฟันใส่ยังร่างของอัศวินตนนั้นจึงขาดกระจุยไปทันที

“เปรี้ยง”

เขายังหันมาร้องบอกกับจูเรียว่า

“แทงมันไม่ได้ผลหลบ”

“เฟียว...ว”

แค่อยู่ๆก็เกิดยังคลื่นดาบพุ่งแทงผ่านมาระหว่างร่างของราเมลและจูเรียที่อยู่บนหลังม้าอย่างรุนแรงจนกระลมคมดาบนั้นถึงกับป่นเอาอัศวินในชุดเกราะสีเงินอีก 4 ถึง 5 ที่พุ่งเข้ามาพร้อมทั้งน้ำเสียงของเทลน่าที่ดังขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า

“ใครว่า’แทง’ไม่ได้ผลกัน...”

ยามเมื่อราเมลหันไปมองยังเทลน่าที่ควบม้าสีขาวตัวโปรดของเธอมาหยุดอยู่ยังเบื้องหลังกำลังจ้องมองมาอย่างไม่สบอารมณ์เพียงเค้นเสียงออกมาเล็กน้อยว่า

“...เชอะ”

ราเมลที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มตอบรับออกไปพร้อมทั้งรีบควบม้าพุ่งตรงไปยังเทลน่าและตวัดยังคมดาบฟันใส่ทันที...ส่วนเทลน่าก็ไม่รอช้ารีบตวัดยังคมดาบของเธอแทงใส่กลับเช่นเดียวกัน

“เปรี้ยง”

คมดาบของราเมลถึงกับตวัดใส่อัศวินที่พุ่งเข้ามายังด้านข้างของเทลน่าพร้อมๆทั้งปลายดาบของเทลน่าที่แทงใส่อัศวินที่พุ่งตามหลังของราเมลมาราวกับไว้ใจซึ่งกันและกัน...ส่วนทางด้านจูเรียที่ไม่รอช้าก็ยังคงตวัดคมดาบฟันใส่ยังอัศวินที่พุ่งมาอีกตนจนขาดกลางทันที

“เปรี้ยง...”

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

ท่ามกลางของเหล่าพลธนูมากมายทั้งฟรอเดียและซันเต้าที่ยังคงโหมกระหน่ำยิงอย่างไม่หยุดยั้งใส่เหล่าอัศวินจนเกราะแตกกระจายตกจากหลังม้าไปอีกนับสิบๆตน...ฮอร์สที่ไม่มีเวลามาสนใจยังกองทัพอัศวินทหารม้าของตนที่กำลังจะฝ่ายแพ้เพียงพุ่งไปหายังซีน่อนอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดคมดาบใส่

“เฟียว...”

พร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปอย่างดังลั่นทั่วสนามรบแห่งนี้ว่า

“...ซีน่อน”

“เปรี้ยง...”

ซีน่อนเพียงตวัดยังคมดาบรับไปอย่างรวดเร็ว-เขาเพียงยิ้มตอบรับออกไปเล็กน้อยโดยที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรอีก...

เพราะการเผชขิญหน้าของแม่ทัพทั้งสองฝ่ายได้เริ่มตนขึ้นมาแล้ว...

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ฮอร์สยังตวัดคมดาบฟันใส่ยังซีน่อนอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจะฆ่ายังฝ่ายตรงข้ามให้ได้...แต่ซีน่อนก็ตวัดยังคมดาบของตนรับยังดาบของฮอร์สได้ทุกครั้งไป-เขาที่ไม่รอช้ารีบตวัดคมดาบฟันออกไปอย่างสุดแรงในการประทะครั้งที่ 5

“เปรี้ยง...”

คมดาบของฮอร์สถึงกับกระเด็นออกไปทันที...ซีน่อนที่ไม่รอช้าจึงรีบตวัดคมดาบฟันใส่ยังลำคอของฮอร์ทอย่างสุดแรง

“เฟียว...ว”

คมดาบของซีน่อนเพียงแค่เฉียดลำคอของฮอร์สที่หลบไปเท่านั้น-ส่วนฮอร์สที่รีบตวัดยังคมดาบของตนกลับมาฟันใส่ลำคอซีน่อนอย่างสุดแรง

“เปรี้ยง”

ซีน่อนที่ไว้กว่าถึงกับสามารถชักดาบกลับมาตั้งรับได้อย่างรวดเร็วยิ่ง...แต่ฮอร์สที่ไม่รอช้ายังคงแทงคมดาบเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง

“เฟียว...ว”

ซีนอนที่อยู่บนหลังม้าถึงกับพุ่งตัวลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วใช้ยังสองมือยังดาบอย่างแน่แล้วตวัดยังคมดาบฟันลงมาใส่ยังฮอร์สที่อยู่เบื้องล่างอย่างสุดแรงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาว่า

“ซีน่อนแฟรช”

“เปรี้ยง”

ดาบของฮอร์สที่ยกขึ้นมารับดาบชีน่อนถึงกับหักสะบั้นลงไปในพริบตาพร้อมทั้งคมดาบของซีน่อนที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว...ฮอร์สที่ไม่รอช้าจึงรีบใช้แขนทั้งสองขึ้นรับยังคมดาบทันที

“ฉับะ”

คมดาบของซีน่อนถึงกับฟันใส่ยังลำแขนของฮอร์สอย่างรุนแรงลงไปตัดยังคอม้าของฮอร์สจน-แต่ว่าคมดาบนี้กลับไม่สามารถฟันผ่านไปถึงร่างของมันที...ซีน่อนที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดพุ่งกายถอยไปยังด้านหลังเพื่อตั้งหลักทันที

“...”

เขาที่นิ่งเงียบจ้องมองไปยังฮอร์สราวกับรับรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอีก...ฮอร์สที่เพียงกวาดสายตาจ้องมองไปยังรอบๆสนามรบแห่งนี้เล็กน้อย-จ้องมองไปยังกองทัพอํศวินของตนที่ค่อยๆฝ่ายแพ้แก่กองกำลังพสมของซีน่อนกับเหล่าทหารที่ประจำการยังป้อมฟอลคอนนี้เพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย

“หึ...”

มันที่กวาดสายตาจ้องมองมายังซีน่อนที่เบื้องหน้าเล็กน้อยแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่ามา

“...หยุด”

เหล่าทหารอัศวินบนหลังม้าที่เหลือประมาณไม่ถึงร้อยของเฟลริวต่างหยุดชะงักลงไปทันทีพร้อมทั้งควันสีดำที่ค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ารวมกลุ่มกับเป็นก้อนเมฆขนาดมหึมา

“แกร่ง...แกร่ง...”

ในเวลาเดียวกันชุดเกราะของอัศวินก็หลุดล่วงลงไปยังพื้นทันทีภายในเห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายในเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้นราวกับไม่มีอะไรอยู่ตั้งแต่ต้น...

...

สนานรบถึงกับเงียบสงบลงไปในพริบตา-สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองไปยังฮอร์สที่อยู่กลางสนามรบเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น...ฮอร์สที่ไม่สนใจใครๆเพียงกวาดสายตาจ้องมองไปยังซีน่อนเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เก่งกาจสมคำเล่าลือจริงๆซีน่อน...”

มันที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังกองทัพของตนที่พ่ายแพ้แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...สามารถทำให้กองทัพที่ไร้พ่ายของข้าต้องพบกับความพ่ายแพ้ดี-ข้าดีใจจริงๆที่ได้มาพบกับแกในสมรภูมิในวันนี้...ฮ่า...ฮ่า...”

มันที่ส่งเสียงหัวเราะออกมายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่การต่อสู้มันพึ่งจะแค่เรื่องต้นขึ้นเท่านั้นน่ะ...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า”

“...”

ซีน่อน ราเมล เทลน่าและเหล่านักรบทั้งหลายที่ผ่านสมรภูมิมากมายมาถึงกับกำดาบในมือแน่นราวกับรู้ว่า”อะไรกำลังจะเกิดขึ้น”

“ฟู่...ฟู่...”

เมฆสีดำทมิฬที่ลองลอยอยู่บนท้องฟ้าค่อยๆล่วงหล่นลงมายังร่างของฮอร์สผ่านเข้าไปในร่างดายของมันราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

“...ฟู่...ฟู่”

ท่ามกลางเมฆสีดำที่บดบังยังร่างของฮอร์สไปจนหมดสิ้น-ก้อนเมฆยังคงขยายใหญ่ออกไปนับ 7 ถึง 8 เมตรราวกับม่านหมอกแห่งความมืดมิดที่สามารถบดบังมิให้แสงของดวงตะวันสามารถสาดส่องเข้าไปถึงได้

“วาว...”

ประกายตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่อยู่สูงขึ้นไปราว 6 ถึง 7 เมตรถึงกับสุกสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดพร้อมทั้งเสียงคำรามก้องของฮอร์สที่ดังขึ้นมาว่า

“เรามาเริ่มยกตัดสินกันเถอะ”

“เฟียว...”

พร้อมทั้งคมดาบที่ยาวออกมานับ 6 ถึง 7 เมตรจะตวัดลงมายังซีน่อนที่ยืนอยู่ทันที

“เปรี้ยง...”

ซีน่อนก็กระโดดหลบยังคมดาบที่ตวัดฟันลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาอย่างรวดเร็วและดังก้องทันทีว่า

“ทุกคนระวัง”

“ตุบ...”

ยามที่เขาทิ้งกายลงไปยังพื้นที่เบื้องหน้าถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังฮอร์สที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งกำดาบแน่นในมือเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับฮอร์สที่ปรากฏร่างออกมายัง ณ สมรภูมิแห่งนี้อย่างชัดเจน...

รอคอยยังร่างของศัตรูที่กำลังจะปรากฏมา ณ เบื้องหน้านี้...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 02 เม.ย.55 เวลา 23:34:58 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 19

รอย      : เฮ้ย

กาเบล      : ถอนหาย...เป็นอะไรไปหรือรอย

รอย      : ฉันกับราเมลต่างกับตรงไหนว่ะ

กาเบล      : ฉันก็ไม่เห็นจะแตกกันนี่ ฝืมือก็พอๆกัน...ทำไมหรือ

รอย      : ทั้งๆที่หน้าตากับฝีมือก็พอๆกัน...แต่...ตอนแรกก็เรนนี่ เทลน่า วันก่อนที่ฟรอเดีย...พอมา
วันนี้ยังมีรัลเรย์อีก

      กาเบลที่เห็นยังรอยหยุดจึงมองตามไปยังสายตาเห็นถึงราเมลที่ในยามนี้คล้ายกับคุยอยู่กับรัลเรย์ถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะไม่รู้ว่าราเมลแตกต่างจากพวกตนตรงไหนกัน จนได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกคนหนึ่งเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 02 เม.ย.55 เวลา 23:36:33 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ