Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 5 ตอนที่ 8 นักล่าแห่งสายธาร...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 8 นักล่าแห่งสายธาร...

“ซ่า...ซ่า...”

สายฝนตกจากท้องฟ้าดั่งน้ำตาของหญิงสาว...

สายฝนไม่รุนแรงนัก-เพียงโปรยลงมาอย่างแผ่วเบาและชวนให้หัวใจที่ได้สัมผัสถึงต้องรู้สึกเศร้าสร้อยยิ่งนัก...เซไนล์ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของร้านค้ามากมายในย่านการค้าอดที่จะยื่นฝ่ามือที่เรียวสวยออกไปยังเบื้องหน้ารับเอาหยาดน้ำตาที่ไหลรินจากท้องฟ้าพลางกล่าวออกมาว่า

“...ท่านไนล์”

เพราะหยาดน้ำทุกหยดที่ตกลงมาในดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรคือหยาดน้ำตาอันเศร้าสร้อยของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร

“ท่านไนล์กำลังเศร้าสร้อย...”

อยู่ๆเสียงของซีเบร็นก็ดังขึ้นมาที่ด้านหลังของเซไนล์ยามเมื่อเงือกสาวหันกลับไปจึงพบยังอีกฝ่ายที่ส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...นี่คือหยาดน้ำตาของท่านไนล์”

ซีเบร็นที่ยื่นมือออกไปรับยังหยาดน้ำตาสดใสและสุกสกาวภายในเปลวแดดอันอ่อนหล้าพลางหันมายิ้มให้กับเซไนล์อย่างเศร้าสร้อย...

เธอในยามนี้กลับเป็นเพียงแค่หญิงสาวที่งดงามผู้มีผมสีฟ้าและดวงตาสีฟ้าที่สวมใส่ยังชุดราตรียาวสีฟ้า ประดับยังสร้อยคอพลอยอความารีน-ในยามนี้เพียงให้เห็นถึงครีบที่กลางหลังแสดงว่าเป็นชนเผ่าปลา...เซไนล์ที่หันไปมองยังอีกฝ่ายพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ท่านซีเบร็น...”

ราวกับจะถามว่ามาที่นี่เพราะอะไรกัน เพราะถ้าต้องการต่อสู้อีกก็กลับไม่มีท่าทีหรือนำทหารมาล้อมจับเลย...

“หึ...”

ซีเบร็นที่มองมายังเซไนล์เพียงฝืนออกมาอย่างจนใจพลางกล่าวออกไปว่า

“...ข้าต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยข้าไว้ในยามที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง”

เพราะซีเบร็นเมื่อวานกระหายการต่อสู้และต้องการจะกำจัดยังทุกคนเหมือนกับท้องทะเลที่ปั่นป่วนจนคลุ้มคลั่งไร้เหตุผล...

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...”

เซไนล์ที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนราวกับสายน้ำเงยหน้าขึ้นไปมองยังท้องฟ้าที่หยาดน้ำตาอันเศร้าสร้อยของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรยังคงรินไหลพลางกล่าวออกมาว่า

“...เพราะฉันมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือยังทุกคนตามหน้าที่ที่ได้รับมาค่ะ”

“เธอเป็นใครกัน...”

ซีเบร็นที่จ้องมองไปยังเซไนล์พลางส่งเสียงร้องถามออกมาว่า

“...ในบรรดาผู้ที่รับดูแลเมืองทั้งเจ็ดและสามข้ารับใช้ของเทพธิดาแห่งแดนสรวงกลับไม่มีเจ้า...”

เจ้าเมืองด่านแรกที่มีหน้าที่พิทักษ์ยังเมืองชายแดนแห่งสายธารนี้ยังส่งเสียงถามออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ทำไมถึงได้รับยังพรของเทพธิดาแห่งพวกเราได้”

“ฉันเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้เล็กน้อยที่ได้รับคำสั่งให้นำสารของท่านไนล์มาส่งยังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงเท่านั้น...”

เซไนล์ที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนราวกับสายน้ำที่ยิ่งใหญ่จนสามารถแบกรับยังทุกสิ่งบนโลกหล้าพลางส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ไม่ใช่เป็นคนที่ยิ่งใหญ่อะไรนัก”

“...”

ซีเบร็นที่จ้องมองไปยังใบหน้าและรูปร่างของเซไนล์ที่มั่นใจว่า”เธอไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นใครที่มีสีผมและดวงตาเช่นนี้ภายในวังของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางมหาสมุทรเลย”...

เซไนล์ แอตแลนติสผู้มีดวงตาสีฟ้ามรกตและเส้นผมสีฟ้าอ่อนของสายธารที่อ่อนโยนและงดงามที่สุดของห้วงน้ำ...

“...หือ...”

แต่อยู่ๆซีเบร็นที่จ้องมองไปยังใบหน้าของเซไนล์อย่างชัดเจนถึงกับฉุกใจคิดอะไรขึ้นทันที เพราะถ้าไม่ใช่ดวงตาสีนี้-สีผมสีนี้...

“...บ้าน่า...”

เธอที่ไม่รอช้ารีบคุกเข่าลงไปยังเบื้องหน้าของเซไนล์พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ทำไมพระองค์ถึงมาอยู่ ณ ที่นี่ได้”

เพราะหากทุกอย่างเป็นอย่างที่ซีเบร็นคาดคิดไว้แล้วละก้อ-การที่เซไนล์สามารถใช้พลังของสายธาร สามารถควบคุมยังสายน้ำได้ดังใจปรารถนาและสามารถเล็ดลอดออกไปจากดินแดนแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรโดยที่เหล่าผู้ดูและมืองและข้ารับใช้ไม่รับรู้ได้ก็เป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผลยิ่ง...

เพราะบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถทำได้-มีเพียงพระองค์เท่านั้น...

...เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร

...ท่านเมย์ ซีซี ไนล์ผู้ยิ่งใหญ่

“ขอโทษน่ะ...”

เซไนล์ที่ยิ้มออกมาพลางฉุดยังซีเบร็นให้ลุกขึ้นมาพร้อมทั้งกล่าวออกมาอีกอย่างอ่อนโยนว่า

“...ฉันไม่ใช่ท่านไนล์หรอก”

“...”

ซีเบร็นได้แต่มองยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ เพราะถึงจะมีใบหน้าเดียวกัน-แต่ก็แตกต่างกันมากมายเหลือเกิน...

ไม่ใช่แค่สีผมหรือสีตา...

แต่เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่พวกเธอรู้จักมิได้อ่อนโยนเช่นเดียวกับหญิงสาวที่เบื้องหน้า เพราะพระองค์เข้มแข็งและเด็ดขาดยิ่ง...

เพื่อที่จะปกครองยังดินแดนแห่งนี้ให้ได้อย่างสงบสุข...

“นั่นสิน่ะ...”

ซีเบร็นที่ยิ้มออกมาอย่างขบขันตนเอง เพราะเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรซึ่งพำนักอยู่ในเมืองกลางสายธารที่ยิ่งใหญ่จะออกมาเดินเที่ยวเล่นยังเมืองซีเบร็นชายแดนแห่งนี้ได้ยังไงกัน-เธอที่จ้องมองไปยังเซไนล์แล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เพื่อเป็นการขอบคุณที่เจ้าเคยช่วยเหลือข้าไว้-ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าถึงแค่พระอาทิตย์ตกใจเท่านั้น...จงรีบออกไปจากเมืองนี้ซ่ะ”

พลางหันกายก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างแผ่วเบาเหมือนดั่งน้ำตาของหญิงสาวที่ค่อยๆรินไหลออกอย่างแผ่งเบาราวกับไร้เสียงสะอื้น...

แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้าจนต้องหลับใหลทั้งน้ำตา...

“ขอบคุณค่ะ...”

เซไนล์ที่ยิ้มรับแล้วจึงก้าวเข้าไปในร้านที่โซฟีเน่และเซบัสอยู่ทันทีพร้อมทั้งรีบบอกกับทุกคนว่า

“...แย่แล้วล่ะทุกคน-ทหารกำลังจะมาแล้วค่ะ”

“หา...”

ท่ามกลางเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจของทุกคน...เซเรสที่นั่งอยู่บนเสาไฟกลับเห็นและได้ยินถึงทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเงยหน้าขึ้นไปมองดูยังดวตะวันบนท้องฟ้าที่สาดแสงอย่างอ่อนหล้าจวนจะตกดินนี้...

“...”

เซไนล์ที่ก้าวตามหลังของโซฟีเน่ เซบัส อาธีน่าและอานิต้าออกมาจากร้านเพียงหันมายิ้มให้กับเซเรสพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...พวกเรารีบกลับซิลเวอร์แอร์โร่กันเถอะ-ทุกคน”

“โฮ่ง...”

“ฮ๊าก...”

ท่ามกลางเสียงร้องตอบของเจ้ามังกรตัวน้อยเซเน่และโฮฟ-เซเรสที่ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจเพียงพยักหน้าตอบรับกลับไปเท่านั้น...

ราวกับทราบดีถึงปัญหามากมายที่รอคอยเตรียมพร้อมจะทดสอบยังหัวใจที่มอบให้แด่องค์ราชันย์ผู้ครองแดนสรวงใจหัวยใจของเธอนี้ดั่งชะตากรรมที่มิสามารถหลีกหนีพ้น...
--------------------------------

“เอาล่ะ...”

อาธีน่าที่เป็นรองกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่มักจะต้องรับผิดชอบยังหน้าที่แทนกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่ที่ชอบมักโดดงาน(ไปนั่งเล่นกับผู้ชาย)พลางกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆจึงร้องสั่งการออกมาทันทีว่า

“...ออกเรือได้”

เพราะหากออกเรือในยามก่อนที่ทหารจะมาตามจับจะดีกว่า...

“เดี๋ยวก่อนสิ...”

เสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นของดีสพร้อมทั้งวิ่งนำหน้าของมีมี่ที่ยังเอาแต่กินไอศกรีมจนเลอะปากเคียงคู่กับกาเน็ทที่หอบเอาถุงใส่ยังข้าวออกมากมายรีบวิ่งขึ้นมาบนสะพานท่าเรืออย่างรีบร้อนราวกับกลับจะตกเรือ

“ครืน...”

แต่อาธีน่าที่คล้ายกับไม่สนใจยังรีบส่งเสียงออกมาอีกครั้งว่า

“...รีบออกเรือเร็วเข้า”

เพราะที่ปลายสายตาของเธอกลับเห็นยังเหล่าทหารของซีเบร็นกำลังมุ่งหน้าตรงมายังท่าเรือแล้ว-หากชักช้าคงจะไม่ดีอย่างแน่นอน...

“ได้เลย”

เสียงของซีกที่ดังตอบรับยังอาธีน่าอย่างไม่คิดอะไรพร้อมทั้งซิลเวอร์แอร์โร่ที่ได้เคลื่อนออกจากสะพานท่าเทียบเรื่อราวกับไม่สนใจยังพวกของดีสที่กำลังวิ่งมาอย่างรีบร้อนยิ่ง...

“...ครืน”

“รอเดี๋ยว...”

ดีสที่วิ่งมาถึงสุดสะพานท่าเรือเห็นยังซิลเวอร์แอร์โร่ที่กำลังเคลื่อนออกไปแล้วจึงต้องรับกระโดดข้ามช่องว่างที่ห่างนับ 4 ถึง 5 เมตรลงไปบนดาดฟ้าเรือซิลเวอร์แอร์โร่พลางส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งหอบหายใจว่า

“...เซฟ...แฮก...แฮก...แฮก”

“ทันพอดี”

มีมี่ที่กระโดดลงมายังดาดฟ้าเรือที่หลังของดีสพลางแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยอย่างโชคดีที่ขึ้นเรือมาทันจึงยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ...ท่ามกลางเสียงของอาธีน่าที่กวาดมองมาพลางเค้นเสียงออกมาว่า

“ชิ...”

เหมือนกับไม่พอใจที่ทั้ง 2 กลับขึ้นมาบนซิลเวอร์แอร์โร่ได้ทันหรือไม่ก็กลับมาสายกว่าคนอื่นๆ-ซึ่งช้ากว่าเวลาที่นัดไว้...แต่กาเน็ทที่ไม่สามารถกระโดดก้าวข้ามขึ้นมาบนซิลเวอร์แอร์โร่ได้ถึงกับส่งเสียงร้องอยู่ที่ด้านของท่าเรือว่า

“เดี๋วยก่อนสิ...”

ราวกับจะร้องไห้ออกมาในยามที่ต้องตกเรือถึงกับเทียบทรุดลงไปนั่งกองอยู่ก่อนที่จะต้องรีบออกมาอย่างตกใจว่า

“...กรี๊ด”

พร้อมกับร่างของแม่มิงค์สาวและทั้งข้าวของมากมายกลับถูกคว้าเอวกระโดดข้ามมาลงยังดาดฟ้าซิลเวอร์แอร์โร่ที่แล่นออกไปห่างนับสิบๆเมตรได้อย่างง่ายดาย

“ตุบ...”

ไทกะที่ทิ้งยังร่างของกาเน็ทพร้อมทั้งข้าวของมากมายกองบนดาดฟ้าเรือพลางขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ส่งเสียงบ่นออกมาว่า

“เพราะพวกเธอเอาแต่มั่วซื้อของกับเห็นแก่กินจนทำเอาฉันเกือบซวยตกเรือไปด้วย...เห็นมั้ย”

“ขอโทษ...”

กาเน็ทที่น้ำตาไหลออกมาเล็กน้อยถึงกับก้มหน้าลงไปอย่างสำนึกผิด-ไม่กล้าที่จะเถียงยังแม่ทัพแห่งหมู่เกาะแห่งแสงสว่างกลับไป...ส่วนดีสที่หายเหนื่อยและไม่พอใจจึงเดินไปต่อว่าอาธีน่าว่า

“นี่จะรอกันหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ระยะห่างแค่นี้-ถ้าข้ามไม่ได้ละก้อ...”

อาธีน่าที่กอดอกจึงมองไปยังอีกฝ่ายกับไม่สนใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ก็ไม่ใช่ลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่แล้ว...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกอย่างไม่พอใจว่า

“...และนี่ก็เป็นการลงโทษพวกที่ชอบกลับมาผิดเวลาด้วย เพราะหากเกิดการต่อสู้แล้วการต้องรีบออกเรือเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมายและหลบหนี-เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

“นี่...”

ทำเอาดีสถึงกับเถียงไม่ออกจนไม่สามารถสวนอะไรกลับไปได้ เพราะจริงๆแล้วพวกเธอคือคนที่ผิด...ส่วนกาเน็ทที่ไม่ต้องการมีเรื่องกับใครจึงก้มลงไปนับยังข้าวของที่ซื้อมาถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“แย่แล้ว...”

เธอที่รีบลุกขึ้นวิ่งหันกลับไปมองยังท่าเรือแล้วร้องออกไปว่า

“...ฉันทำกระเป๋าตกอยู่ที่ท่าเรือใบหนึ่ง”

“หือ...”

แต่ดีสที่คล้ายกับหันไปมองเห็นถึงอะไรบางอย่างที่ท่าเรือถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“...โซฟานกับอานิต้ายังอยู่ที่ท่าเรือนี่”

ราวกับจะยิ้มเยาะที่มีคนตกเรือ-แถมระยะขนาดนี้ก็ไม่น่าจะใช่ระยะที่(เธอ)สามารถกระโดดได้ด้วย...

“เชอะ...”

อาธีน่าที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ยังบอกออกมาว่า

“...ระยะห่างแค่นี้ไม่เป็นปัญหากับทั้งสองคนนั้นหรอก”

“บ้าน่า...”

อานิต้าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะเธอที่แวะไปซื้อของกินนิดหน่อยถึงกับโดนทิ้งเลยหรือ-เธอที่ไม่รอช้ารีบกระโดดข้ามยังระยะห่างพุ่งตรงไปยังซิลเวอร์แอร์โรที่ห่างนับ 5 ถึง 60 เมตรทันทีอย่างไม่คิดอะไร

“ว้าย...จะตกแล้ว”

มีมี่ที่เห็นยังอานิต้าคล้ายกับจะล่วงไปในสายน้ำที่ยังอยู่ห่างออกไปนับ 7 ถึง 8 เมตรด้วยความตกใจ เพราะสามารถกระโดดมาไกลได้แค่นี้ก็ถือว่าเก่งแล้ว...

“เฟียว...ว”

แต่ก่อนที่ปลายเท้าของอานิต้าจะสัมผัสยังสายน้ำถึงกับเหยียบยังสายลมสีเขียวมรกตกระโดดลอยขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือได้อย่างงง่ายดายพลางส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“เรียบร้อย”

“ตุบ...”

พร้อมทั้งร่างของโซฟานที่ทิ้งร่างบนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่ได้อย่างง่ายดาย-เธอที่เปลี่ยนยังแขนซ้ายกลับมาเป็นมือที่เรียวสวยพร้อมทั้งยื่นยังถุงใส่ของให้กับกาเน็ทพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“นี่ของเธอ”

“ขอบคุณค่ะ”

กาเน็ทยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพร้อมทั้งกอดยังถุงใส่ยังกระเป๋าที่เธอทำตกไว้อย่างดีใจทันที เพราะกระเป๋าใบนี้ราคาแพงที่สุดในของที่เธอซื้อมาเลยก็ว่าได้...ทางด้านของอานิต้าถึงกับเดินเข้าไปหาเรื่องอาธีน่าอีกคนว่า

“นี่เธอคิดจะทิ้งฉันไว้จริงๆหรือ”

“ระยะแค่นี้เรนเดียอย่างเธอกระโดดข้ามได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

อาธีน่าส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพลางจ้องมองไปยังอานิจ้าอย่างท้าทายและเชื่อใจ...อานิต้าที่ยิ้มรับออกมาพลางสบสายตาของอาธีน่ากลับไป

“อย่างฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก...”

เธอที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังท่าเรือแล้วกล่าวออกไปว่า

“...แต่ถ้าเป็นพวกนั้นละเป็นปัญหาใหญ่เลยล่ะ”

“เอ๋ะ...”

อาธีน่าที่กอดอกถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะยามเมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นยังผู้ที่ตกเรือในครั้งนี้...

เจนนี่กับโดโรธี มินะและมินา-แต่ว่านั่นยังไม่ร้ายเท่าที่เป็นแม่ครัว พลปืนและคนขับเรือ-โซฟีเน่ที่เป็นกัปตันเรือกับเซบัส...

“นี่ยังมั่วแต่เที่ยวไถลดูอะไรเพลินอีกแล้วสิ”

และยังไม่เลวร้ายเท่า...ซิลเวอร์กับเรย์ที่มาไม่ทัน เพราะคงมั่วแต่เที่ยวจนลืมเวลา...

และที่ร้ายที่สุดก็คงเป็นอาร์เชอะกับแอร์เชอะที่กำลังควงแขนกันค่อยๆก้าวเดินขึ้นมายังท่าแทบเรืออย่างมีความสุข...

“แล้วที่นี้จะเอายังไงดีล่ะ-อาธีน่า”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพลางส่งเสียงร้องถามออกมาอย่างชัดเจนทำเอาอาธีน่าที่กอดอกถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย...

เพราะคนที่มาไม่ทันกลับน่ากลัวว่า”ที่คิดไว้”...ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพวกฟอก์ซวัน ทู ทรีซึ่งวางแผนการชั่วร้ายไว้ในใจที่ดังขึ้นมาว่า

“ทิ้งไปเลยไม่ต้องสนใจ”

“นี่แหละเป็นโอกาสที่จะยึดยังซิลเวอร์แอร์โร่”

“โอกาสดีๆมีไม่บ่อยหรอกน่ะ”

และฟ็อก์ซซีโร่ที่ว่า

“ตามน้ำเลย...ตามน้ำ”

“เฮ้ย...”

อาธีน่าที่ได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆในอารมณ์ เพราะเธอจะรีบออกเรือไปทำไมกัน-ในเมื่อต้องถอยกลับไปรับอีก...

ส่วนเรือยึดเรือตามข้อเสนอของพวกฟ็อก์ซวันที่ยุอยู่ด้านข้างก็ลืมไปได้เลย เพราะตอนจากซิลเวอร์แอร์โร่จะมียังเซเรเทียร์ที่เป็นหัวใจของซิลเวอร์แอร์โร่ซึ่งทำงานอยู่ภายใต้คำสั่งของโซฟีเน่และแอร์โร่แล้ว...

ยังมีโซฟานนั่งรับลมอย่างสบายใจที่บนดาดฟ้าซิลเวอร์แอร์โร่นี้อยู่อีกคน เพราะต่อให้เธอมีกี่ชีวิตก็คงไม่มีความกล้าถึงขั้นนั้นอย่างเด็ดขาด...
-----------------------------------------------

สุดท้ายซีกก็ไม่ได้หันยังซิลเวอร์แอร์โร่กลับไปรับยังทุกคน เพราะต่างคนต่างมีวิธีกลับขึ้นมาบนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่ที่อยู่ห่างราวๆ 100 เมตรได้อย่างง่ายดาย...

อาจจะยกเว้น...เจนนี่ โดโรธี มินะและมินาที่กลับขึ้นมาบนเรือด้วยการช่วยเหลือของกาฝาก 2 คนที่กล้าขึ้นมาบนซิลเวอร์แอร์โร่อีกครั้งอย่างเปิดเผย...

เป็นโลอี้กับจาริโค้...

งานนี้ทำเอาโซฟานที่ลอบไม่พอใจยังชายหนุ่มที่เหมือนกับจะลากเธอเข้าไปยังร้านเสื้อผ้าถึงกับพูดอะไรไม่ออกแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เพราะการมีความลับอยู่กับอีกฝ่ายไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก...

ส่วนเป้าหมายที่ซิลเวอร์แอร์โร่กำลังมุ่งหน้าตรงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 9 นาฬิกา(เหนือเลข 2 นิดหน่อย)คือเมืองลำอันที่ 2 ของดินแดนแห่งสายกลางกลางห้วงมหาสมุทรนี้มีชื่อว่า”เบรุท”

เมืองเบรุทอยู่ภายในการดูแลของเจ้าเมืองอันดับ 2 อันมีนามว่า”โบลเบ เบรุท”...

ซึ่งเมืองในดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรจะแตกต่างจากบรรดาเมืองในดินแดนอื่นๆที่มีเจ้าเมืองประจำอยู่ของใครของมันที่ประจำอยู่ เพราะที่เมืองในดินแดนแห่งสายธารนี้กลับมีรูปแบบพิเศษที่แตกต่างออกไป...

หากนับยังนครแอตแลนติกอันเป็นที่ประทับของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรแล้ว-จะมีเมืองถัดออกมาอีกเป็นชั้นๆถึง 6 ชั้น...

นั่นหมายความว่า”ไม่ว่าจะเข้ายังดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรจากทางไหนก็จะบนยังนครแห่งสายธารแอตแลนติกของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรเป็นลำดับที่ 7 เสมอ...

ถือว่าเป็นการป้องกันทางด้านยุทธศาสตร์กละการโจมตี เพราะดินแดนแห่งสายน้ำอันห้วงมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 มีด้านเหนือติดอยู่กับดินแดนแห่งสายลมเหนือเหนือที่มีเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่เก่งกาจเป็นอันดับ 2 อยู่...

ทางด้านตะวันตกติดกับนครแห่งเปลวเพลิงสงครามที่กำลังทำสงครามกับกองทัพกบฎ-ซึ่งถ้ากองทัพกบฏชนะเอาจะยกกองทัพเข้าโจมตียังนครแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรต่อไปอีก...

และทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับดินแดนแห่งทะเลทรายสีทองที่ยิ่งใหญ่และหลายหลายยังเชื่อชาติที่สุด-ที่มีกองทัพขนาดใหญ่สามารถที่จะเปิดสงครามได้กับทุกดินแดนเช่นกัน...

ส่วนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ก็ติดกับนครแห่งความมืดมิดที่ปกปิดยังทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความลับไม่ใช่ทุกคนบนโลกได้รับรู้ราวกับกำลังวางแผนอะไรอยู่...

ทันทีที่เลยเมืองซีเบร็นเข้ามาจึงถือว่า”เข้าสู่ดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรจริงๆ” เพราะจะสามารถสังเกตได้เห็นถึงปราสาทแห่งสายธารสีฟ้าอ่อนสดใสอันเป็นที่ประทับของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร-ที่ซึ่งมิได้ตั้งอยู่ตรงกลางของมหาสมุทรแอตแลนติก...

เพราะจริงๆแล้วนครแห่งนี้ตั้งอยู่เยื้องไปทางทิศตะวันอยู่อยู่ระหว่างดินแดนแห่งทะเลทรายและทองและนครแห่งความมืดมิด-ซึ่งจะมีเมืองต่างๆล้อมอยู่ด้านนอกถึง 6 ชั้น...

ชั้นในสุดจะมี 4 เมืองเป็นประตูหน้าด้านสำหรับเข้าสู่แอตแลนติก ชั้นที่รองลงมาก็จะมีอยู่ 4 เมือง, 8 เมือง, 16 เมือง, 32 เมืองซึ่งเป็นเมืองชั้นเบรุทและอีก 64 เมืองซึ่งเป็นเมืองชั้นนอกชายแดนนามว่า”ซีเบร็น”นั้นเอง...

ซึ่งซีเบร็นเพียงคนเดียวจะมีหน้าที่ในการดูและยังเมืองชั้นนอกที่เป็นเหมือนกับชายแดนของดินแดนแห่งสายธารทั้ง 64 เมืองเพียงคนเดียวเหมือนกับโบลเบเพียงคนเดียวที่จะรับผิดชอบในการดูแลเมืองชั้นที่ 2 ซึ่งถือว่า”อยู่ในดินแดนแห่งสายธารจริงๆนามว่าเบรุททั้ง 32 เมืองเพียงคนเดียวเช่นกัน...

ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่ประทานให้กับเหล่าผู้ดูแลทั้ง 7 ให้สามารถไปยังเมืองต่างๆบนดินแดนแห่งสายน้ำนี้ได้ในพริบตา...

พร้อมทั้งมอบถึงพลังที่สามารถรับมือกับศัตรูให้ด้วย..

หรือพูดง่ายๆก็คือเมืองทุกเมืองของดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรตกอยู่ภายใต้การปกครองของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสุทรเพียงผู้เดียวเท่านั้น...

เป็นการร่วมอำนาจการปกครองเข้าสู่ศูนย์กลางที่มีเพียงหนึ่งเดียวคล้ายกับดินแดนแห่งสายลมแดนเหนือ-เพียงแต่มีเจ้าเมืองที่รับมอบหมายไปทำหน้าที่ปกป้องและดูแลเมืองโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรีนวินด์เท่านั้น...

ไม่เหมือนกับดินแดนแห่งทะเลทรายสีทองและหมู่เกาะแห่งแสงสว่างที่ต่างให้เจ้าเมืองปกครองกันเองในกันเพียงแต่ขึ้นกับองค์เทวะราชันย์ทั้ง 2 พระองค์...

“ครืน...”

โดยปกติหากแล่นอยู่บนบกหรือต้องการทำความเร็วแล้วซิลเวอร์แอร์โร่จะแล่นอยู่บนพื้นดินหรือผิวน้ำ-มีแต่เวลาที่ไม่รีบร้อนจนเกินไปนักก็จะแล่นอยู่ในผิวน้ำเหมือนกับเรือทั่วๆไป...

ซึ่งปกติดาดฟ้าเรือจะสูงจะผิวน้ำอยู่ราวกับ 3 ถึง 4 เมตรเหมือนกับตอนที่แล่นอยู่ในดินแดนหมู่เกาะแห่งแสงสว่าง-แต่พอผ่านยังซีเบร็นมาแล้วดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่กลับค่อยๆลดระดับลงไปที่ 1 ถึง 2 เมตรเท่านั้น...

ราวกับว่า”ยิ่งใกล้ยังแอตแลนติกเข้าไประดับน้ำก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ”จนกระทั่งจมเรือไปทั้งลำเลยก็ว่าได้...
แต่ทั้งๆที่ระดับน้ำน่าจะอยู่ที่ความสูงดังกล่าว-แต่อยู่ๆสายน้ำที่เบื้องหน้าของซิลเวอร์แอร์โร่กลับถูกตัดแหวกออกเป็นทางยาว...

“ครืน..”

คลืนน้ำที่รุนแรงราวกับคมดาบสายหนึ่งถึงกับตวัดตัดสายน้ำตรงมายังหัวเรือของซิลเวอร์แอร์โร่อย่างรวดเร็ว...เซไนล์ที่สังเกตเห็นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างรับรู้ทันทีว่า

“ทุกคนระวัง”

“วาว...”

เซเรสที่รับทราบอย่างรวดเร็วไม่แพ้กันถึงกับตวัดยังมือขวาที่อาบยังดาบแห่งแสงจันทร์ตัดยังคลื่นน้ำที่เบื้องหน้าให้ขาดออกมาอย่างง่ายดาย...ส่วนโซฟานที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ตวัดยังสกายบูลตัดยังสายน้ำที่พุ่งมาอย่างต่อเนื่องจนข้างสะบั้นลงปกป้องยังโซฟีเน่โดยไม่มีสายน้ำกระเซ้นใส่แม้แต่น้อย...

“หือ...”

โซฟานเพียงเลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจที่อยู่ๆกลับปรากฏยังศัตรูบุกเข้าโจมตีใส่ในขนาดที่ทางด้านอาร์เชอะที่ยืนยิ้มกอดแขนอยู่ด้านข้างของแอร์โร่ที่เหมือนกับจะรับรู้แต่กลับไม่ยอมคิดที่จะลงมือช่วยเหลืออะไรเลย...

ราวกับรู้ว่า”มีเธอคอยปกป้องอยู่”...

...ทั้งๆที่โซฟีเน่เป็นน้องสาวของอาร์เชอะแท้ๆ

“...ใคร”

โซฟานที่ตวัดยังดาบสกายบูลลงไปยังด้านข้างพร้อมทั้งก้าวออกไปยังเบื้องหน้าพลางส่งเสียงร้องถามออกมาว่า...เซเรสที่คล้ายกับรู้อะไรถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าท่ามกลางสายน้ำที่แยกออกนี้

“...”

“มีอะไรหรือ...”

โดโรธีที่รีบตวัดยังกรงเล็บตั้งคู่ออกมาเตรียมต่อสู้และปกป้องยังโซฟีเน่ถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาอีกคนทันที...เซไนล์ที่ขมวดคิ้วด้วยความกังวล-เธอที่ทราบดีได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจว่า

“มีใครอยู่กลางสายน้ำ”

“ไม่...”

โซฟานที่สายตาไวกว่าใครๆถึงกับหันไปมองยังหัวเรือที่เป็นปลายแหลมราวกับคมดาบพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...อยู่ที่หัวเรือต่างหาก”

“หา...”

มินะ มินาและทุกคนแทบจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจยิ่ง เพราะไม่คิดว่า”จะมีศัตรูก้าวขึ้นมาบนซิลเวอร์แอร์โร่ได้อย่างง่ายดาย”ถึงเพียงนี้...

ด้วยความเร็วที่เร็วเทียบเคียงหยาดน้ำตาที่รินไหลจากความเศร้าในหัวใจนี้...

“...”

เซเรสที่เร็วราวกับประกายแห่งแสงที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าถึงกับพุ่งออกไปพร้อมทั้งตวัดดาบที่อาบแสงจันทร์ใส่ยังลำคอของอีกฝ่ายในพริบตา...

“หึ...”

แต่อีกฝ่ายที่คล้ายกับคาดเดาได้ถึงกับถอยไปก้าวหนึ่งแล้วเอาปลอกแขนซ้ายที่มีคมดาบราวกับครีบขึ้นมารับอย่างง่ายดายแล้วก้าวถอยไปยังด้านหลังพลางกระโดดพุ่งตรงมายังโซฟีเน่

“เปรี้ยง...”

โซฟานตวัดยังดาบรับยังครีบในมือขวาของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนมาเป็นดาบบนฝ่ามือที่แทงตรงมาอย่างรวดเร็ว...แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มออกมาพร้อมทั้งเปลี่ยนยังครีบซ้ายหันกลับมาเป็นดาบอีกข้างฟันใส่ยังโซฟานอีกทางราวกับสายน้ำที่กระเซ้นติดตามกันอย่างมิขาดตอน...

“เปรี้ยง...”

โซฟานจึงได้แต่ตวัดสกายบูลรับได้อย่างง่ายดายและฟันย้อนกลับมาหมายจะแทงใส่ยังหัวใจของอีกฝ่าย...

...

แต่อีกฝ่ายแทนที่จะรับดาบนี้ของโซฟานกลับหลบแล้วพุ่งร่างผ่านใต้เอวขวาของโซฟานไว้-เธอจึงไม่รอช้ารีบตวัดยังสกายบูลฟันลงไปอีกครั้งดั่งสายลมที่พัดพาสู่จุดหมายอย่างไม่หยุดยั้ง...

“เฟียว...”

คมดาบถึงกับฟันยังเส้นผมของอีกฝ่ายที่พุ่งผ่านไปยังด้านหลังขาดออกเล็กน้อยราวกับไม่สนใจอะไร-คมดาบในมือซ้ายถึงกับพุ่งตรงไปยังโซฟีเน่ที่ยืนอยู่ ณ เบื้องหน้าซึ่งเป็นเป้าหมายทันที...

“เปรี้ยง...”

โซฟานที่รวดเร็วถึงกับตวัดยังปลายเท้าเตะใส่ยังกระดองเต่าสีดำของยูอันที่อยู่ใกล้ๆให้พุ่งไปปัดยังครีบที่กลายเป็นดาบในมือซ้ายของอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไปทันที-แต่กลับแทงยังคมดาบในมือขวาออกไปว่า

“ครืน...”

เซไนล์ที่ก้าวออกมาขว้างยังเบื้องหน้าถึงกับยื่นฝ่ามือขวาออกมาก่อเกิดเป็นกำแพงแห่งสายธารปกป้องและพิทักษ์ยังคมดาบมีให้แทงเข้ามาได้

“วาว...”

เซเรสที่ปรากฏกายขึ้นมายังด้านหลังของอีกฝ่ายถึงกับตวัดยังดาบแสงจันทร์ในมือออกไปใส่กลางหลังของอีกฝ่ายจนขาดสะบั้นทันที...

“...”

แต่สิ่งที่ฟันขาดกลับเป็นเพียงแต่เสื้อคลุมที่ว่างเปล่าเท่านั้น...โซฟานที่รีบกวาดมองไปยังดาดฟ้าเบื้องหน้าของทุกคนพลางชี้ปลายดาบสกายบูลยังศัตรูที่บุกขึ้นมาพลางร้องถามออกไปว่า

“เธอเป็นใครกัน...”

เพราะในยามนี้ทั้งเซเรสและเซไนล์ต่างยืนพิทักษ์อยู่ที่ด้านหลังประกอบกับมียูอันจึงทำให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของโซฟีเน่ได้...

“หึ...”

อีกฝ่ายเพียงยิ้มตอบรับออกมาโดยที่ไม่กล่าวอะไรเท่านั้น...แต่เซไนล์ที่รับรู้ได้ดีถึงเสียงที่เหล่าสายธารกระซิบบอกถึงกับกล่าวออกมาอย่างมั่นใจว่า

“นักล่าแห่งสายธาร...”

เธอที่ขมวดคิ้วยังส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความหนักใจยิ่งว่า

“...นับรบที่เก่งที่สุดของดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรนี้”

“หา...”

ทำเอาทุกคนถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะผู้ที่ปรากฏกายมาถึงกับเป็นนักรบที่เก่งที่สุดแห่งนครแห่งสายธารนี้...

เทียบเท่ากับเซเรสหรืออาสก้าร์แห่งดินแดนสายลมแดนเหนือและหมู่เกาะแห่งแสงสว่างก็ว่าได้...
------------------------------------

...

ประกายแสงสาดส่องลงมา...

เป็นแสงจันทร์อันสุกสกาวกระทบยังร่างของหญิองสาวที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่ที่เบื้องหน้าเผยให้เห็นยังร่างที่งดงามของหญิงคน...

เธอเป็นหญิงสาวสวยที่มีดวงตากลมโตสีน้ำเงินราวกับท้องทะเลยามราตรี จมูกโตเป็นสัน รับกับริมฝีปากที่เรียวสวยบองบาง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ไว้ผมที่ไม่สั้นไม่ยาวดูรกรุงรังยาวปะบ่าสีเงิน ผิวสีขาวนวลสวยดูงดงามสง่าและน่าเกรงขามยิ่ง...

สวมใส่ยังเสื้อแขนสั้นสีฟ้าอ่อน เอวขัดเส้นโตสีดำตัดกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มรับกับรองเท้าหนังยาวถึงหน้าแข้ง-แต่ที่แขนทั้ง 2 กลับสวมยังปลอกแขนที่เหมือนกับจะมีครีบที่ด้านข้างทั้ง 2 สามารถเปลี่ยนหันกลับมาเป็นคมดาบที่อยู่บนหลังฝ่ามือได้...

“...”

เธอที่แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นชนเผ่าใด-แต่น่าจะเปลี่ยนแปลงมาจากทางมนุษย์เพียงยิ้มเยาะยังทุกคนออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...มีฝ่ามือแค่นี้เองหรือ”

“ใคร...”

โซฟานที่ชี้ยังปลายดาบของสกายบูลไปยังอีกฝ่ายพร้อมทั้งส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“...เธอเป็นใครกันแน่...”

และยังถามออกไปอีกว่า

“...บุกขึ้นมาบนเรือนี้ทำไมกัน”

“ฉันบุกมาเพื่อเอาชีวิตของกับตันซิลเวอร์แอร์โร่...”

หญิงสาวผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีน้ำเงินที่เบื้องหน้ายิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ตามพระบัญชาของเทพธิดาของพวกเราไงล่ะ”

“ชิ...”

โซฟานถึงกับเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล้าบุกขึ้นมาหมายหัวของโซฟีเน่ต่อหน้าของพวกเธอพร้อมทั้งส่งเสียงถามออกไปอีกว่า

“...เธอเป็นใครกัน”

“หึ...”

อีกฝ่ายเพียงแต่ยิ้มไม่ยอมที่จะกล่าวอะไรออกมาก่อนที่พื้นๆน้ำรอบๆยังเรือซิลเวอร์แอร์โร่จะปรากฏยังวังน้ำวนพร้อมทั้งร่างยักษ์ใหญ่โตนับกว่า 200 เมตรของบัลก้า แบเรนต์สผู้ที่ได้รับยังสมญญานามว่า”เทพพิทักษ์แห่งแดนเหนือซึ่งอยู่ๆได้ปรากฏกายขึ้นมาที่ข้างลำเรือของซิลเวอร์แอร์โร่พร้อมทั้งตวัดยังกำปั้นที่ใหญ่ยักษ์นับสิบๆเมตรต่อยใส่ยังร่างของหญิงสาวผู้มีดวงตาสีเงินพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...ผู้ที่คิดร้ายกับเจ้าหญิงแห่งเราจงตายซ่ะ”

เพราะสำหรับบัลก้าที่จงรักภักดีและแอบว่ายน้ำติดตามเรือซิลเวอร์แอร์โร่มาตลอดโดยที่ไม่มีใครรู้-สำหรับเขาแล้วใครที่คิดร้ายกับโซฟีเน่อันเป็นร่างสถิตของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือก็เท่ากับคิดร้ายต่อเจ้าหญิงของพวกตนจึงต้องจัดการซ่ะ...

“หา...”

ทุกคนที่เห็นยังบัลก้าโจมตีใส่ยังอีกฝ่ายถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ-แต่กลับไม่ตกใจเพราะการที่อีกฝ่ายปรากฏตัวออกมา...

ซึ่งสำหรับบัลก้าแล้วโลกและพื้นน้ำแห่งนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสระว่ายน้ำหรอก-แต่ที่ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจกลับเป็น...

“เปรี้ยง...”

หญิงสาวผู้มีเส้นผมสีเงินและดวงตาสีเงินที่เพียงกระโดดลอยขึ้นหลบยังหมัดของบัลก้าอย่างง่ายดายกลับได้กลับหลังตวัดปลายเท้าขวาที่เรียวสวยเตะใส่ยังปลายค้างของเทพพิทักษ์แห่งแดนเหนือผู้ยิ่งใหญ่ให้ลอยกระเด็นล้มหายไปในสายน้ำพร้อมทั้งทั้งเกลียวคลื่นและสายธารทั้งมหาสมุทรก็ถึงกับสั่นสะท้านในพริบตา...

“ตุบ...”

ยามเมื่อหญิงสาวผู้มีดวงตาสีน้ำเงินทิ้งร่างลงมายังดาดฟ้าซิลเวอร์แอร์โร่อีกครั้งเพียงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และสวยงามยิ่งราวกับไม่มีใครบนพื้นธารนี้สามารถต่อกรกับเธอได้เลย...

“อืมม์...”

ยิ่งสามารถยังความเครียดให้กับโซฟานยิ่ง เพราะฝีมือของอีกฝ่ายอาจจะไม่เป็นรองเธอและเซเรสอย่างแน่นอนเลย...เซไนล์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างที่งดงามราวกับรับรู้และจดจำยังอีกฝ่ายได้ดีถึงกับต้องเผลอก้าวออกไปยังด้านหน้าด้วยความหนักใจ เพราะไม่คิดว่า”คนที่ท่านไนล์ส่งมาสังหารยังโซฟีเน่และเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือจะเป็นคนสาวผู้มีผมสีเงินนี้”-ถึงกับต้องร้องออกไปว่า

“นักล่าแห่งสายธาร...”

ทำเอาทุกคนต้องมองไปยังเธอเป็นสายตาเดียวไม่เว้นแม้แต่โซฟานกับเซเรสที่มีหน้าที่ปกป้องยังโซฟีเน่ก็ต้องใช้ยังหางตากวาดเหลียวมองไป-เซไนล์ยังกล่าวถึงนามของอีกฝ่ายออกมาว่า

“...เม็ก เมกาโลดอน”

“หึ...”

เม็ก เมกาโลดอน (Meg Megalodon)เพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย-ในยามนี้ทุกคนจึงได้สังเกตเห็นถึงครีบที่อยู่ข้างลำแขนทั้งสองของเม็กที่เป็นอาวุธแท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ยังอุปกรณ์แต่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอต่างหากที่สามารถพับเก็บหรือแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธโจมตีได้ทุกทิศทุกทาง...

ส่วนการที่บัลก้าจะพ่ายแพ้ยังอีกฝ่ายง่ายๆก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพราะตามสายพันธ์แล้วบนท้องทะเลของโลกในนี้-เมกาโลดอนถึงเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่...

ยังนักล่าแห่งสายธารในตำนานที่กินยังสัตว์ทะเลทุกชนิดแม้แต่ปลาวาฬเป็นอาหาร-นักล่าที่กล่าวกับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมี...

ยิ่งใหญ่กว่าที-เรกซ์เสียอีก...

...ไทแรนโนซอรัสหรือที-เรกซ์สูงประมาณ 12 ถึง 18 เมตร

...เมกาโลดอนยาวประมาณ 25 ถึง 40 เมตร

“ฉันจัดการเอง”

เซเรสที่ก้าวออกไปยังเบื้องหน้าทันที-บนเรือลำเรือมีแต่เธอเท่านั้นที่จะสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ เพราะหากอีกฝ่ายเป็นตำนาน-เธอก็เป็นตำนานเช่นเดียวกันถึงสัตว์แห่งเทพนิยายผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดบนพื้นพิภพ...

...มังกร

มือของเซเรสที่ในยามนี้อาบยังดาบแห่งแสงจันทร์ทั้ง 2 ข้างจึงเหมาะสมที่จะเป็นจัดที่จัดการกับเม็กที่สุด-เป็นศึกระหว่างนักล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งสอง...

ระหว่างมังกรและเมกาโลดอน...

อันเป็นตัวแทนขององค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่างและเทพธิดาแห่งสายน้ำการห้วงมหาสมุทร...

ศึกของแสงจันทราและห้วงวารี...

“หึ...”

แต่เม็กแทนที่จะตอบรับยังคำท้าทายของคู่เมือที่ทัดเทียมกับเธอของเซเรสกลับตวัดชี้ยังปลายนิ้วที่เรียวสวยตรงไปยังโซฟีเน่พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างดังลั่นว่า

“ฉันขอท้าทายเธอ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...กัปตันเรือของซิลเวอร์แอร์โร่-โซฟีเน่ เดย์เบรค”

“หา...”

ทำเอากาเน็ทและทุกคนถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าส่งยังคนที่อีกฝ่ายคิดจะลอบสังหารออกไปสู้หรอก-โดโรธีถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“ฝันไปเถอะ”

“พวกเราไม่โง่หรอกน่ะ”

มินะส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งพี่สาวของเธอว่า

“ไม่มีทาง”

แต่อยู่ๆอาร์เชอะที่ก้าวเดินออกมาอย่างเบื้องหน้าของทุกคนหยุดยั้งระหว่างทุกคนและเม็กกลับหันกลับไปมองยังโซฟีเน่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางการปกป้องของทุกคนแล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

“แล้วน้องกล้ารับคำท้านี้หรือไม่ล่ะ-โซฟีเน่”

“เออ...”

ในขนาดที่โซฟีเน่ยังคงนิ่งเงียบ...โซฟานที่ตวัดยังดาบเก็บเข้าฝักถึงกับจ้องมองไปยังอาร์เชอะด้วยความไม่สบอารมณ์นิดแล้วจึงหันไปกล่าวกับโซฟีเน่อย่างชัดเจนว่า

“ซิลเวอร์แอร์โร่ไม่เคยกลัวเกรงอะไร”

ราวกับเป็นการตอบย้ำให้โซฟีเน่ต้องรับคำท้าทายนี้ในฐานะกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่ที่ไม่สามารถถอยหนีได้เมื่ออีกฝ่ายท้ทายออกมา เพราะถึงจะไม่ทราบว่าเพราะอะไร-แต่โซฟานเธอก็มั่นใจได้ว่าการที่อาร์เชอะออกมาถามเช่นนี้นั้น...

โซฟีเน่จะต้องปลอดภัยและสามารถเอาชนะยังอีกฝ่าสยได้อย่างแน่นอนเลย...

“เดี๋ยวก่อน...”

เซเรสที่คล้ายกับจะกล่าวอะไรออกมา...แต่โซฟีเนี่ที่ยิ้มรับถึงกับก้าวเดินออกมาพร้อมทั้งชักยังดาบที่เรียวสวยสีขาวแดงที่ข้างกายออกมาทันทีพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“ฉันรับคำท้าย”

“...”

อาร์เชอะที่เห็นจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางก้าวเดินเข้าไปกอดยังน้องสาวสุดที่รักของเธออย่างอ่อนโยนพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ดีมากจ๊ะ-โซฟีเน่...”

ก่อนที่จะแอบกระซิบอะไรอย่างแผ่วเบาที่เพียงได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น

“ขอบคุณค่ะ-พี่อาร์เชอะ”

โซฟีเน่ยิ้มตอบรับออกมาอย่างอ่อนหวานพลางก้าวออกไปเผชิญยังเม็กที่กำลังรอคอยอยู่ ณ เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปด้วยประกายตาสีเขียวมรกตที่มั่นใจว่า

“เข้ามาได้เลย”

“หึ...”

เม็กเพียงเค้นเสียงหัวเราะรับอกมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่คิดว่า”อะไรจะง่ายดายถึงเพียงนี้”...อานิต้าที่เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต้องปกป้องยังโซฟีเน่ในฐานะของเจ้าหญิงแห่งสายลมแห่งเหนือถึงกับต้องหันไปถามยังอาธีน่าที่อยู่ด้านข้างว่า

“อย่างนี้มันจะดีหรือ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...”

อาธีน่าที่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ-เธอที่กอดอกแน่นด้วยความกังวลยังส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ถ้าพี่อาร์เชอะกับอาจารย์เห็นเช่นนั้นแสดงว่ายั่ยนั่นจะต้องชนะอย่างแน่นอน”

“งั้นหรือ”

อานิต้าได้แต่ส่งเสียงตอบรับออกมาอีกคนพร้อมทั้งก้าวถอยหลังออกไปเท่านั้น เพราะในยามนี้มีแต่ต้องเชื่อถือยังฝีมือของโซฟีเน่เท่านั้น

“หือ...”

อานิต้าที่กวาดสายตาไปมองเห็นยังเรย์ร่าที่ในยามนี้ถึงจะยืนอยู่ด้านข้างของซิลเวอร์-แต่ท่าทางผิดกลับทุกครั้ง เพราะเธอในยามนี้กลับยืนอยู่อย่างนิ่งสงบเพียงมีแต่มือซ้ายที่เลื่อนขึ้นมากุมยังฝักดาบที่ข้างเอวเอาไว้-มิได้คล้องแขนชายหนุ่มเช่นทุกครั้ง...

หมายความว่า”หากโซฟีเน่มีท่าทางจะโดนเม็กทำร้ายละก้อ”-เรยย์ร่าจจะต้องพุ่งออกไปขัดขว้างอย่างรวดเร็วแน่นอนเลย...

“...”

นี่ยังร่วมถึงเซเรสและโซฟานที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยราวกับพร้อมที่จะพุ่งออกไปปกป้องยังโซฟีเน่ในพริบตา...

“หึ...”

อานิต้าจึงได้แต่ยิ้มรับ เพราะดูเหมือนกับว่า”ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว”-ถึงโซฟีเน่อาจจะพ่ายแพ้ก็ตามที...แต่เธอจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนเลย...

“หึ...”

เม็กที่ยิ้มออกมาอย่างพอใจพลางพุ่งร่างเข้ามาหายังโซฟีเน่ที่อยู่เบื้องหน้าในพริบตาพร้อมตวัดยังครีมที่เปลี่ยนเป็นดาบในมือซ้ายฟันใส่ร่างของโซฟีเน่อย่างรวดร็วทันที

“เปรี้ยง...”

โซฟีเน่ที่ยังสวมใส่ผ้าคลุมของเจนนี่อยู่ไม่รอช้ารีบตวัดยัง BIRD-DOG ในมือรับได้อย่างงง่ายดาย...เม็กที่เห็นจึงยิ้มออกมาอย่างสบอารมณ์ที่โซฟีเน่คล้ายกับหลงกลเธออย่างง่ายดายรีบแทงยังปลายดาบที่แหลมคมในมือขวาตรงไปยังหัวใจของแม่วิหกสาวในพริบตาที่ใครๆไม่ทันได้คาดถึง

“เฟียว...”

แต่ร่างของโซฟีเน่ทั้งผ้าคลุมที่อยู่เบื้องหน้ากลับหายไปในพริบตา...

“...”

“หือ...”

เม็กที่เงยหน้าขึ้นมาองยังท้องฟ้าด้านบนอย่างรวดเร็วเห็นถึงร่างของโซฟีเน่ในยามนี้ที่สลัดยังผ้าคลุมของเจนนี่ไปด้านหลังให้เผยออกกางปีกทั้งสองสีขาวสะอาดของขนนกราวกับปุยเมฆบนท้องนภาราวกับเทพธิดาบนท้องฟ้า...

“เฟียว...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างสวยงามและน่ารักถึงกับพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งแทงดาบในมือโจมตีลงมาอย่างรวดเร็ว รุนแรงในพริบตา...เม็กที่ไม่รอช้ารีบกระโดดลอยขึ้นไปอย่างสุดแรงพร้อมทั้งตวัดยังดาบในมือซ้ายขวารับยังการโจมตีที่รุนแรงนี้ของโซฟีเน่ในชั่วเสี้ยววินาที...

“เปรี้ยง...”

เสียงประทะกันอย่างดังลั่นพร้อมทั้งร่างของโซฟีเน่ที่ต้องลอยกระเด็นกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าและเม็กที่ต้องล่วงลงมายังพื้นดาดฟ้าเรือจนยุบเป็นรอยทำเอาซีกที่แอบมองอยู่ด้านใจห้องสะพานเดินเรือต้องรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ...

แต่การต่อสู้ยังไม่จบ...

มันพึ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นระหว่างศึกแห่งท้องฟ้าและท้องทะเล...

ศึกของโซฟีเน่กับเม็กนี้...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 03 เม.ย.55 เวลา 00:30:29 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ