Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ตอนที่ 6 ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่โรยริน

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 6 ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่โรยริน

“ครืน...น”

กระแสน้ำที่สัดสาดอย่างไม่หยุด-ละลอกคลื่นนับร้อยนับพันที่แหลมคมคือคมหอกนับไม่ถ้วนที่พุ่งตรงมายังร่างของแคสท์อย่างต่อเนื่องมิหยุดยั้ง...

“พรึบ...”

คมดาบที่เร็วยิ่งกว่าประกายไฟถึงกับสะบัดตัดยังคมหอกและอัศวินแห่งสายธารที่อยู่เบื้องหน้าแตกสลายกลายเป็นหยดน้ำในละอองธุลีอากาศในพริบตา

“ครืน...น”

แต่ก็ปรากฏยังร่างของอัศวินแห่งสายธารคนที่ 2 ซึ่งอยู่ถัดไปปรากฏขึ้นมาแทนที่ทันทีพร้อมทั้งหยดน้ำที่กลับไปหลอมรวมเป็นอัศวินแห่งสายธารทดแทนกลับคืนมาในพริบตา-บุกเข้ามาโจมตีอย่างต่อเนื่อง...
อย่างไม่หยุดยั้ง...

...ราวกับเข็มของนาฬิกาที่ยังคงก้าวเดินอยู่ในวังวนแห่งสายธารนี้อย่างไร้สิ้นสุด

“พรึบ...”

“พรึบ...”

“...พรึบ”

ถึงแคสท์จะสามารถฟันยังคมหอกและร่างของอัศวินแห่งสายธารคนที่ 1 , 2 และ 3 แต่ยังมีอัศวินแห่งสายธารคนที่ 4 , 5 และ 6 ยังคงบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องไร้สิ้นสุดจนคมหอกสายหนึ่งถึงกับแทงเฉียดแขนซ้ายเธออย่างปัดป้องมิทัน...

“ครืน...”

ทำเอาร่างของแคสท์ที่บุกเข้ามายังหน้าหน้าถึงกับต้องชะงักเท้าลงไปในพริบตาพุ่งจ้องมองไปยังคมหอกอีกสายพุ่งตรงมายังใบหน้าเธอ

“ครืน...”

แคสท์ที่รีบเอี้ยวหัวหลบปล่อยให้คมดาบแทงเฉียดยังข้างแก้มซ้ายไปพร้อมทั้งเผลอหลับตาซ้ายลงไปอย่างลืมตัวด้วยความเจ็บปวดที่บางเบาแต่บาดลึกเจ็บปวดไปถึงหัวใจนี้พร้อมทั้งการนำพาของสายโลหิตที่เป็นน้ำได้แต่คมมองไปยังคมหอกอีกสายที่พุ่งตรงมายังหัวใจของเธอ...

“...ครืน”

“พรึบ...”

ร่างของแคสท์ที่หายไปราวกับเปลวเพลิงต้องถอยหลังไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของซีเบร็น-เพื่อทอดยังระยะห่างประมาณ 5 ถึง 6 เอาไว้เพียงทิ้งยังปกเสื้อที่ขาดออกเป็นรอยยาวสายหนึ่งเท่านั้น...
หากเธอถอยช้าไปสักครึ่งก้าวคงจะจบสิ้นแล้วกับการบุกอย่างต่อเนื่องที่ไม่มีวันหยุดยั้งของเทพพิทักษ์แห่งสายน้ำที่เบื้องหน้านี้...

เพราะการปกป้องที่ดีที่สุดคือการบุกอย่างไม่หยุดยั้ง...

...จนไม่สามารถโจมตีสวนกลับไปยังอีกฝ่ายได้

“ชิ...”

แคสท์ที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักกับการโจมตีที่บุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องและไม่มีช่องโหว่งของซีเบร็นนี้...ทำเอาเซไนล์ที่เห็นต้องเผลอขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะเรื่องของเธอกับทำให้แคสท์และทุกคนบนซิลเวอร์แอร์โร่ต้องลำบากเช่นนี้จึงก้าวเท้าออกไปหมายจะไปต่อสู้เองพลางร้องออกไปว่า

“หลีกทางเถอะค่ะ...”

เพราะด้วยพลังจะอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนดินแดนแห่งนี้จึงไม่มีใครสามารถเอาชนะยังผู้ที่ได้รับพลังของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรได้...

มีแต่เธอเท่านั้น...

...เธอที่คล้ายยกเว้น

เซไนล์จึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ให้ฉันจัดการต่อเองเถอะค่ะ”

“ไม่ต้อง...”

แคสท์ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนอย่างไม่สบอารมณ์และไม่ยอมแพ้ว่า

“...ฉันยังไม่แพ้เสียหน่อย...”

เธอที่ตวัดยังคมดาบชี้ไปยังเบื้องหน้าแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...และจะไม่แพ้ด้วย”

เพราะยังไงเธอก็คือปีกซ้ายแห่งเปลวเพลิงที่ท่านจูนไว้ใจให้เป็นแม่ทัพและยังเป็นหัวหน้าหน่วยประจัญบานของซิลเวอร์แอร์โร่จึงไม่มีทางแพ้อย่างเด็ดขาด...

...ไม่เช่นนั้นการเดินทางสู่ปราสาทแห่งสายธารของซิลเวอร์แอร์โร่จะต้องจบลงแค่นี้แน่นอนเลย

“แต่ว่า...”

เซไนล์ที่จ้องมองไปยังแคสท์ถึงกับคิดที่จะกล่าวอะไรออกไป...แต่โซฟีเน่ที่ถึงจะเป็นกัปตันแต่ในนามก็เถอะ-เธอที่ยิ้มออกมาอย่างสวยงามที่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นยิงยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ในยามนี้สิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้คือเชื่อมั่นใจแคสท์เท่านั้น...”

ประกายตาสีเขียวมรกตที่สดใสของเธอจ้องมองไปยังหญิงสาวที่งดงามราวกับวิหกอมตะที่ไม่มีวันยอมแพ้ที่เบื้องหน้าแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เชื่อมั่นใจเพื่อนและหัวหน้าหน่วยประจัญบานของเรา”

“อืมม์...”

ท่ามกลางเสียงตอบรับของเหล่าลูกเรือทั้งหลายของซิลเวอร์แอร์โร่แคสท์เพียงยิ้มรับออกมาอย่างมั่นใจที่จะก้าวผ่านยังซีเบร็นที่ขว้างอยู่เบื้องหน้าออกไปให้ได้...

“เชอะ...”

แต่เทพพิทักษแห่งสายน้ำที่เค้นเสียงออกมาใช้ยังสายตาที่ดูถูกจ้องมองมายังแคสท์ที่เบื้องหน้าพลางตวัดยังปลายหอกชี้ลงมาพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

“...ตายซ่ะ”

เพราะผู้ที่กล้าต่อต้านยังเทพธิดาผู้ยิ่งใหยญ่แห่งสายน้ำทั้งมวลจะต้องได้รับการลงทัณฑ์ที่หนักที่สุดอย่างไร้การละเว้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม...

แม้จะเป็นยังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงก็เถอะ...

“ครืน...”

เหล่าอัศวินแห่งวารีทั้ง 6 ที่คล้ายได้รับคำสั่งถึงกับพุ่งร่างเข้าหายังแคสท์ในพริบตา-หอกอันแหลมคมเบาบางราวกับสายน้ำที่สามารถแทงทะลวงยังทุกสิ่งทุกอย่างได้กลับพุ่งมาหายังแคสท์ในพริบตาราวกับหยดน้ำนับไม่ถ้วนท่ามกลางสายผนที่โปรยปราย...

“พรึบ...”

แคสท์ที่ไม่รอช้าถึงกับหลบยังคมหอกทั้ง 3 อย่างรวดเร็วแล้วใช้ยังดาบสีแดงยาวในมือฟันใส่ยังคมหอกที่เหลือกางปีกนาโมแมชชีนที่ด้านหลังสาดยังประกายสีแดงเพลิงข้ามยังเหล่าอัศวินแห่งสายธารแทงยังคมดาบที่เรียวสวยใส่ยังหัวใจของซีเบร็นที่ยืนอยู่ในพริบตาราวกับจะเผด็กศึกยังศึกนี้ให้เด็ดขาดจบสิ้นไป...

“ครืน...”

แต่ในพริบตาที่ชัยชนะควรจะเป็นของแคสท์เพชรสีฟ้าที่หน้าอกของซีเบร็นถึงกับเปลวประกายสวยงดงามขึ้นพร้อมทั้งร่างของเหล่าอัศวินแห่งสายธารทั้ง 6 ที่มาปรากฏขึ้นมา ณ เบื้องหน้าสายตาของแคสท์ในพริบตาให้คมหอกในมือประสานกันกันยังคมดาบของเธอเอาไว้ให้หยุดนิ่งก่อนที่จะถึงยังหัวใจของเทพพิทักษ์แห่งสายธารที่เบื้องหน้า ณ ชั่วเสี้ยววินาทีนี้ที่ชัยชนะควรจะเป็นของเธอ...

...

“หึ...”

ซีเบร็นที่เค้นหัวเราะออกมาอย่างผู้มีชัยพลางพุ่งร่างผ่านยังเหล่าอัศวินแห่งสายธารราวกับสายน้ำที่สามารถไหลผ่านยังทุกสิ่งอย่างง่ายดายมายัง ณ เบื้องหน้าของแคสท์พร้อมทั้งแทงยังคมหอกที่รวดเร็วยิ่งกล่าวทุกสิ่งตรงมายังหัวใจเพื่อจบยังการศึกที่ไร้ความหมายนี้...

การต่อสู้นี้ไร้ยังความหมายจริงๆ...

เพราะ...

“พรึบ...”

ร่างของแคสท์ที่ควรจะอยู่ ณ เบื้องหน้ากลับหายไปในพริบตาราวกับเปลวไฟที่ประทุดับไปในนภากาศไปปรากฏยังเชื้อไฟประทุอีกครั้งที่ด้านข้างของซีเบร็นแล้วแทงยังคมปลายไปอย่างรวดเร็ว

“ครื่น...”

เหล่าอัศวินแห่งสายธารทั้ง 6 ได้เคลื่อนมาบดบังยังสายตาของแคสท์อีกครั้งหนึ่งเพื่อปกป้องยังซีเบร็นเอาไว้พร้อมทั้งเพชรสีฟ้าที่ท่อประกายอย่างสวยงามจับตายิ่งราวกับจะแสดงถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่หาใครเทียบถึงได้บน ณ ดินแดนแห่งสายธารนี้...

ประกายสีฟ้าที่งดงามราวสายธาร...

ยังประกายควอมารีนที่จะคร่าชีวิตยังปีกซ้ายแห่งเปลวเพลิงผู้เก่งกาจ...

“พรึบ...”

แต่แคสท์ที่คล้ายกับไม่สนใจถึงกลับตวัดยังดาบยาวในมือที่ลุกโชนด้วยไฟเปลวที่ยืดออกไปราว 3 ถึง 4 เมตรฟันใส่ยังร่างของเหล่าอัศวินแห่งสายธารที่เบื้องหน้าถึงกับแตกกระจายเป็นสายน้ำหยดละอองธุลีในนภากาศทันที...

ยามเมื่อเปลวเพลิงจากหายไปร่างของแคสท์ที่พุ่งทะยานผ่านยังหยดละอองน้ำถึงยังเงื้อดาบขึ้นหมายที่จะฟันใส่ลำคอของเทพพิทักษ์ประจำนครแห่งสายน้ำของผู้พิทักษ์ยังนครแรกแห่งนี้...

“หึ...”

แต่ซีเบร็นผู้เก่งกาจ งดงาม อ่อนโยนและรุนแรงดุจสายน้ำแทนที่จะหลบกลับยิ้มออกมาอย่างเย็นชาราวกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว...

ยังชัยชนะของเธอ...

เพชรสีฟ้าถึงกับสาดประกายแสงแห่งชัยชนะออกมาอย่างงดงามจับตาและตราตรึงหัวใจผู้คนยิ่งจนไม่สามารถละไปได้จากความพ่ายแพ้ที่มอบมานี้...

“ซ่า...ซ่า...”

ประกายหยดน้ำที่ล่องลอยอยู่ถึงกับพุ่งทะยานใส่ยังร่างของแคสท์ด้วยหยาดพิรุณอความารีนที่แสนสวยและงดงามยิ่งของเทพเจ้าที่ลิขิตยังชีวิตของผู้คน...

“พรึบ...”

แต่ร่างของแคสท์ที่รีบพุ่งทะยานหนีจากหยาดพิรุณอความารีนนับหมื่นนับแสนหยาดถึงกับต้องกางยังปีกแห่งเปลวเพลิงออกมาปกป้องอีกครั้งหนึ่ง-ได้แต่ทิ้งร่างลุกเข่าทรุดลงไปยังพื้นที่เบื้องหน้าด้วยหยาดน้ำมากมายบนร่างที่โดยย้อมไปด้วยสีแดงของโลหิตที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง...

“...แฮก...แฮก...แฮก”

แคสท์ได้แต่ส่งเสียงหอบหายใจออกมาอย่างเจ็บปวดและขับไล่ยังความเหนื่อยพลางเงยหน้าขึ้นไปมองยังเหล่าอัศวินแห่งสายน้ำทั้ง 6 ที่มาปรากฏอยู่ ณ เบื้องหน้าเธอระหว่างซีเบร็นดุจกำแพงคลื่นวารีที่สูงส่งจนไม่มีวันข้ามผ่านนี้...

“ครืน...น”

ประกายคมหอกแห่งาสายน้ำทั้ง 6 ชี้มายังร่างของแคสท์ราวกับแม่น้ำแอคเคอรอนที่จะนำพายังวิญญาณของผู้คนให้ไหลลงไปสู่ปรภพสีดำสนิทอย่างไร้ทางต่อต้านขัดขืนใดๆ...

“อย่าน่ะ”

เซไนล์ที่เห็นยังภาพที่เบื้องหน้าถึงกับอดไม่ได้ที่จะต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเป็นห่วงราวอยากที่จะก้าวออกไป-แต่กลับติดยังพวกไทกะทั้ง 9 ที่ขว้างเธอเอาไว้

“ตายซ่ะเถอะ...”

ซีเบร็นส่งเสียงกล่าวออกมาราวกับคำเรียกหาของทานาทอสผู้ยิ่งใหญ่ได้ประกาศิตลงมา...เซไนล์ที่ได้ยินยังคำพิพากษาราวกับคำรามของโอซิริสถึงกับต้องหลับตาลงไปอย่างอันจนปัญญา...

ไม่กล้าที่จะมองยังภาพ ณ เบื้องหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นมาพระประสงค์ของเฮลผู้มอบความงดงามให้แก่ทุกผู้คนด้วยความตาย...

“...”

แต่แคสท์กลับเงยหน้าขึ้นไปมองยังซีเบร็นและอัศวินแห่งสายน้ำที่เบื้องหน้าถึงกับยิ้มออกมาอย่างไม่ยอมแพ้-มือที่ยังกุมดาบมั่นถึงกับชี้ออกไปยังเบื้องหน้าสู่คมหอกทั้ง 6 ที่พุ่งเข้ามาราวกับจะคว้ายังชัยชนพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกไปว่า

“แผนแซด...”

“ฮือ...”

มีเพียงแค่กาเน็ทเท่านั้นที่ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งทำหน้างงๆ...แต่ดีสกับมีมี่ที่ทราบยังรูปแบบและแผนการรบของแคสท์ที่ฝึกมาอย่างดีสมัยที่เป็นยังกองทัพกบฏถึงกับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเข้าใส่ยังอัศวินแห่งสายธารที่อยู่ใกล้ๆทันที...

“เฟียว...”

เมื่อดีสกับมีมี่ขยับ-โดโรธีที่เจ้าเล่ห์ถึงกับทราบทันทีพลางสะกิดยังเท้าพุ่งเข้าไปหายังอัศวินแห่งสายธารคนหนึ่งทันทีพลางส่งเสียงกล่าวกับไทกะออกไปว่า

“ที่เหลือฝากด้วย”

“ได้เลย...”

ไทกะที่ไม่รอช้ารีบพุ่งร่างเข้าไปอย่างรวดเร็วตวัดยังคมดาบสีขาวเรียวสวยราวกับเสี้ยวจันทราที่ข้างเอวออกมาฟันใส่ยังเหล่าอัศวินแห่งสายธารที่เหลือทั้ง 3 คนทันที-ทิ้งยังฟ็อก์ซวัน ทู ทรีและซีโร่เอาไว้อารักษาและพิทักษ์ยังเซไนล์ไว้กับกาเน็ทที่ได้แต่หันรีหันขว้างอย่างงงๆเหมือนกับจะไม่เข้าใจอยู่คนเดียว...

“หือ...”

ซีเบร็นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าในเวลาเช่นนี้พร้อมทั้งโดโรธี ไทกะ ดีสและมีมีจะลงมือขึ้นมาได้...แต่แคสท์ที่ไม่รอช้ารีบพุ่งทะยานยังร่างออกไปยังเบื้องหน้าอาศัยยังชั่วเวลาที่พริบตาเร็วยิ่งกว่าเปลวเพลิงเผาผลาญนี้ตวัดยังคมดาบยาวในมือฟันออกไปยังหน้าอกของเทพพิทักษ์แห่งสายธารที่อยู่ ณ เบื้องหน้าในพริบตา...

“กรี๊ด...ด”

ซีเบร็นส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างดั่งลั่นพร้อมทั้งสร้อยเพชรสีฟ้าของอความารีนที่ส่วนใส่อยู่ถึงกับขาดกระเด็นสะท้อนยังประกายของแสงจันทร์ตกลงมาสู่พื้นพิภพราวกับหยาดน้ำตาที่ล่วงหล่นจากฟากนภา...

“ตุบ...บ”

ท่ามกลางร่างของซีเบร็นที่หล่นล่วงลงไปยังพื้นที่เบื้องหน้าสายตาของทุกคนราวกับประกาศยังชัยชนะของแคสท์...แต่สายตาของทุกคนกลับจับจ้องมองไปยังเพชรที่ฟ้าแตกร้าวราวกับหัวใจของหญิงสาวที่แตกสลายยังคงเปล่งประกายสวยงามอยู่ ณ เบื้องหน้าสายตาของทุกคนได้ยามนี้...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

เซไนล์ที่ฉวยจังหวะที่พวกฟ็อก์ซวันกำลังจ้องมองยังเพชรสีฟ้าก้าวเดินออกไปจากวงล้อมออกไปหยิบยังเพชรที่งดงามสวยนั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้วที่เรียวสวยได้หลั่งหยาดน้ำตาออกมาอย่างเศร้าสร้อยพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“หยาดน้ำตานี้คือความเศร้าสร้อยของท่านไนล์”

“วาว...”

เพียงพริบตาเดียวยังประกายแสงสีฟ้าอันงดงามของอความารีนที่สถิตอยู่ในเพชรสีฟ้าถึงกับเปล่งประกายขึ้นมารอบๆร่างของเซไนล์ก่อนที่จะจางหายไปพร้อมทั้งทิ้งไว้ยังเพชรสีฟ้าอความารีนที่กลับมางดงามไร้ตำหนิอีกครั้ง-เธอที่วางยังเพชรสีฟ้าที่เรียวสวยทิ้งลงไปยังร่างของซีเบร็นด้วยรอยยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว...”

พลางกล่าวต่อมาอีกด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับสายธารว่า

“...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“...”

โซฟานที่จ้องมองไปยังเซไนล์ที่เบื้องหน้าถึงกับพยักหน้าลงไปเหมือนกับพอที่จะเดาๆอะไรออกมาแล้ว-แม้จะยังไม่ชัดเจนนักก็ตาม...

“นั่นใครน่ะ...”

เสียงของเหล่าทหารยามยังดั่งขึ้นมาอีกว่า

“...ทำอะไรอยู่ตรงนั่นน่ะ”

“ทุกคนหนีเร็วเข้า...ทหารมาแล้ว”

แม่นกแก้วสาวบีบีถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนออกมาทันที-เตือนสติของทุกคนที่กำลังยืนมองยังภาพที่งดงามอยู่เซไนล์ด้วยความประหลาดใจอยู่นั้น

“หา...”

ทำเอาพวกโดโรธีและทุกคนที่ได้ยินถึงกับต้องตกใจขึ้นมาตามๆกัน เพราะจากการต่อสู้กับซีเบร็นทำให้เธอสลายยังห้องเก็บสมบัตินี้ให้หายไปจนกระทั่งพวกทหารที่กลับมาพบเจอเข้าไงล่ะ...โซฟีเน่ที่ไม่รอช้าจึงรีบส่งการออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“พวกเราสลายตัว”

“พวกเราหนีกันเถอะ”

“อืมม์...”

โดโรธีและเหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหลายต่างส่งเสียงตอบรับออกมาด้วยรอยยิ้มแล้วรีบหอบหิ้วยังสมบัติหันกายหมายที่จะหลบหนีทันที...จาริโค้ที่คว้ายังร่างของโดโรธีและหีบสมบัติขึ้นมาอย่างรวดเร็วพลางส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เจ้าชู้นิดๆว่า

“เรารีบหนีกันเถอะ”

“ปลอ่ยฉันน่ะ”

โดโรธีส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นในขนาดที่ถูกแบกขึ้นมาบนบ่าสะพานหลังจ้องมองไปยังด้านหลังที่เห็นยังสภาพของเจนนี่ที่โดนโลอี้อุ้มขึ้นมาในขนาดที่โอบกอดหีบสมบัติวิ่งหนีตามมาเช่นเดียวกัน

“เชอะ...”

โดยที่โซฟานซึ่งไม่สบอารมณ์เปลี่ยนแขนซ้ายทะยานขึ้นมาบนหลังคากำแพงอย่างรวดเร็วเพียงคอยระวังหลังให้กับทุกคนที่กำลังวิ่งหนีผ่านยังช่องว่างของกำแพงที่พังทลายทันที...ฟ็อก์ซที่เห็นว่า”คงจะหนีไม่รอดง่ายๆ”ถึงกับสั่งการออกไปว่า

“เซทีดำเนินตามแผน”

“ได้ครับ...”

เซทีที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเข้าใจแล้วจึงนำยังลูกเรือของจิ้งจอกสีเงินอีกกลุ่มเข้าบุกเข้าไปหายังเหล่าทหารยามที่กำลังมุ่งหน้ามาแล้ววิ่งหนีนำออกไปอีกทางทันทีราวกับจะรับหน้าที่ล่อยังอีกฝ่าย-ส่วนลูกเรืออีกส่วนภายใต้การนำของกระต่ายป่าสีเทาและสีน้ำตาลก็รีบขนยังสมบัติหลบหนีตามยังเหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทันที...
--------------------------------

“ตามไปเร็ว”

เหล่าทหารที่สวมใส่ยังชุดเกราะสีฟ้าต่างส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งไล่ตามหลังของโซฟีเน่ที่กุมมือของเซบัสวิ่งหนีอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริงสนุกสนานไร้ยังความหวาดกลัวหรือกังวลใดๆ...อานิต้าที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกระโดดทิ้งก้าวเหยียบหัวของเหล่าทหารทั้ง 3 คนที่เบื้องหน้าในพริบตา

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

“โอ๊ย...โอ๊ย...โอ๊ย...”

เสียงร้องอย่างดังลั่นของเหล่าทหารพร้อมทั้งล้มลงไปในพริบตา-ส่วนทหารที่วิ่งตามหลังมาที่เหลืออีก 5 ถึง 6 คนต่างกระชับยังอาวุธในมือแน่นพร้อมทั้งส่งเสียงกล่วออกมาว่า

“ทุกคนระวังตัว”

“เฟียว...ว”

แต่สายลมสีแดงเพลิงที่พุ่งผ่านมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเหล่าทหารอีก 3 ถึง 4 คนที่ล้มลงไปในพริบตาพลางปรากฏยังร่างของอาธีน่าที่ยืนทิ้งปลายดาบปล่อยให้ทหารที่เหลืออีก 2 คนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ระวัง...”

เสียงของโพอีกัสร้องออกมาอย่างดังลั่นราวกับจะกล่าวเตือนภัย-แต่อาธีน่าที่ไม่รอช้ารีบกลับกายตวัดดาบในมือกลับอย่างรวดเร็วยิ่ง

“เฟียว...”

“อ๊าก...”

ร่างของทหารที่เหลืออีก 2 คนล้มลงมาอย่างง่ายดายปลายจับจ้องมองไปยังโพอีกัสที่กำลังยืนยิ้มอยู่ด้านข้างฟังเสียงเขากล่าวออกมาว่า

“ยอดมาก”

“เชอะ...”

อาธีน่าที่สะบัดหน้าไปมองยังอีกทางทำเป็นไม่สนใจยังหมาป่าหนุ่มที่เบื้องหน้าพลางร้องกล่าวออกไปว่า

“...เรื่องแค่นี้ฉันสามารถจัดการเองได้”

“ครับ...ครับ”

โพอีกัสที่พยักหน้ารับออกมาด้วยรอยยิ้มที่เจ้าชู้นิดๆเหมือนกับไม่คิดอะไรได้แต่โค้งให้กับหญิงสาวเพียงเล็กน้อย...แต่กลับทำเอาอาธีน่าที่หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยรีบสะบัดหันไปมองยังทางอีกอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดยังดาบเก็บเข้าฟักอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตามหลังของพวกโซฟีเน่ออกไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย...”

โพอีกัสที่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งวิ่งตามหลังของทุกคนหายไปในเงามืดของบ้านเรื่อนในพริบตาท่ามกลางเสียงร้องของเหล่าทหารที่ยังคงดังไล่หลังขึ้นมาว่า

“อยู่ทางนี้...”

“รีบตามมาเร็วสิ...”

พร้อมทั้งเสียงร้องออกมาอย่างดิ้นร้นของโดโรธีที่ดังไล่หลังขึ้นมาว่า

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้น่ะ-ไอ้หมาบ้า”

“นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นตัวน่ะ”

เสียงร้องของจาริโค้ดังขึ้นมาพร้อมทั้งมือหนึ่งที่แบกร่างของโดโรธขึ้นบ่าและอีกมือหนึ่งก็แนบหีบสมบัติไว้ที่ข้างเอววิ่งหนีทหารอยู่

เพราะมือทั้งสองของเขาไม่ว่างจริงๆจึงไม่สามารถปิดปากของแม่ลูกแมวตัวนี้ไว้ได้...
--------------------------------------

“แฮก...แฮก...แฮก...”

เสียงหอบหายใจออกมาอย่างดังลั่นเมื่อทุกคนสามารถกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งภายในห้องพักของโรงแรมที่เช่าเอาไว้...

และที่แน่นอนที่สุดคือทุกคนยกเว้นโซฟีเน่ เซบัส เซเรส โซฟาน เมียร่าและฟรีเนเซียที่ต่างมีสมบัติและข้าวของที่มีค่าติดไม้ติดมือกลับมากันทุกคนไป...

สำหรับพวกของฟ็อก์ซและจิ้งจอกสีเงินกับสีทองพอมาถึงก็ต่างแยกย้ายกันไปยังห้องพักของพวกตนเพื่อทำอย่างที่พวกซิลเวอร์แอร์โร่ทุกคนกำลังทำอยู่ในยามนี้คือ...การรับค่าเหนื่อย

“เอาล่ะเมื่อทุกคนกลับมาพร้อมกันแล้ว...”

อาธีนาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังกองหีบสมบัติและข้าวของเล็กๆน้อยๆที่กองร่วมกันอยู่เบื้องหน้า เพราะตามกฏแล้วของทุกสิ่งที่ปล้นได้จะต้องนำมาร่วมกันและจัดการแบ่งตามความเหมาะสม-เธอที่เป็นรองกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่จึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เราก็มาแบ่งสมบัติกันเถอะ”

“เดี๋ยวก่อนสิจ๊ะ...”

อาร์เชอะที่คล้ายกับเป็นประธานยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางนั่งอยู่บนโซฟานยาวอยู่ข้างๆแอร์โร่ยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ยังกลับมาไม่ครบกับเลยไม่ใช่หรือ”

“ขาดใครอีกล่ะ”

โดโรธีที่ส่งเสียงร้องโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะต้องการจะแบ่งยังสมบัติที่ปล้นได้เร็วๆ-สำหรับเธอแล้วถึงการปล้นและการแบ่งสมบัติจะสนุกสนาน...แต่ความหมายที่แท้จริงมันอยู่ที่การใช้เงินที่หามาได้(ปล้น)ต่างหากล่ะ...

“ก็ครบแล้วไม่ใช่หรือ...”

มินะส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งกล่าวไล่เรียงยังบุคคลที่อยู่ในห้องนี้

“...โซฟีเน่ เซบัส เซเรส กัปตัน หัวหน้า แอร์โร่ เจนนี่ โดโรธี ฉัน พี่ อาธีน่า อานิต้า เมียร่า ฟอการิต้า ไทกะ ฟรีเนเซีย ทาญา ลุงซีก แคสท์ ดีส มีมี่ โพอิกัส วอรัส กาเน็ทแล้วก็พวกฟ็อก์ซวัน ทู ทรีแล้วก็ซีโร่”

“ครบแล้วนี่”

มินาพยักหน้าตอบรับอกมาอีกคน เพราะเท่าที่ไล่เรียงดูก็น่าจะครบกันทุกคนแล้วไม่ใช่หรือ...

“ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...”

แต่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงของมินาดีก็ปรากฏยังเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมทั้งเสียงของยูอันที่ดังขึ้นมาจากนอกห้องว่า

“ขอเข้าไปล่ะค่ะ...”

แล้วยูอันที่อยู่ในชุดกระโปร่งยาวสีขาวปกปิดยังมือและขาไว้คลุมทับด้วยเสื้อสีดำแบบชาวจีนโบราณก็ก้าวเข้ามาพลางจ้องมองไปยังเหล่าแม่ลูกแมวที่ชั่วร้ายทั้ง 3 ตัวซึ่งหิ้วเธอไปด้วย-แต่ลืมพากลับมาแล้วร้องออกไปอย่างแน่นอนว่า

“...เล่นลืมกันแบบนี้ไม่ดีน่ะค่ะ”

“โทษที”

มินายิ้มออกมาแห้งๆ เพราะเธอที่มั่วแต่หอบสมบัติหนีจึงลืมหิ้วยังยูอันที่แอบอยู่ในกระดองตลอดเวลาที่เกิดเรื่องกลับมาด้วย...มินะจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“พวกเรามั่วแต่ยุ่งๆกันอยู่น่ะ...เลยลืมไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ...”

ยูอันที่ยิ้มออกมาอย่างเหมือนกับไม่โกรธอะไรยังกล่าวออกมาอีกเหมือนกับไม่มีอะไรว่า

“...ยังไงฉันก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วค่ะ”

“อืมม์...”

โดโรธีที่ใช้ยังสายตาที่คลางแคลงจ้องมองไปยังแม่เต่าสาวที่เบื้องหน้า เพราะรู้สึกได้ถึงท่าทางที่ผิดปกติของยูอันจึงกล่าวออกมาว่า

“...น่าสงสัย”

“แล้วเธอกลับมาได้ยัง”

ฟอการิต้าที่สงสัยถึงกับส่งเสียงถามออกมาทันที เพราะในขนาดที่ทุกคนต้องรีบร้อนหอบสมบัติหนีกลับมาในสภาพที่เหนื่อยอ่อน-แต่ท่าทางของแม่เต่าสาวที่เบื้องหน้ากลับเหมือนกับไม่เป็นอะไรเลย...ยูอันที่ยิ้มออกมาราวกับพยายามที่จะกลบเกลื่อนอะไรยังกล่าวออกมาอีกว่า

“ฉันก็เดินกลับมาสิค่ะ...”

เธอที่คล้ายกับไม่กล้าสบสายตาทุกคนยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...กว่าจะหาทางหลบออกมาได้ก็แทบแย่เหมือนกันค่ะ”

“งั้นก็เอาสมบัติออกมาแบ่งกันได้แล้ว”

อาร์เชอะที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางกล่าวออกมาอย่างชัดเจนพร้อมทั้งจ้องมองไปยังยูอันที่อยู่เบื้องหน้าทำเอาทุกคนต้องจ้องมองไปยังเธอเป็นสายตาเดียว...ยูอันที่หน้าซีดเหงื่อไหลออกมาอย่างมีพิรุธอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนรีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“อะไรกันค่ะ...”

เธอที่กล่าวออกมาอย่างร้อนร้นว่า

“...ฉันไม่ได้ขโมยอะไรออกมาด้วยน่ะ เพราะไม่งั้นคงไม่สามารถเดินกลับมาได้อย่างเปิดเผยและทหารไม่สงสัยหรอกน่ะคะ”

“อืมม์...”

โดโรธีที่ร้องออกมาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังตามร่างของยูอันที่มั่นใจว่า”ไม่มีที่ไหนที่สามารถซุกซ่อนยังข้าวของเอาไว้ได้”ด้วยความสงสัย...ยูอันที่ก้าวถอยหลังไปชิดยังกำแพงห้องด้านหลังพลางส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งแกล้งบีบน้ำตาว่า

“ฉันไม่ได้ขโมยอะไรมาจริงๆน่ะคะ-ทุกคน”

“...”

แต่สายตาที่ทุกคนจ้องมองไปยังแม่เต่าสาวที่เบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือราวกับพยายามที่จะต้องมองไปยังเรือนร่างที่สวยงามภายใต้ชุดบางๆว่า”จะซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า”...ยูอันจึงร้องออกมาพร้อมทั้งน้ำตาที่แกล้งบีบออกมาว่า

“ไม่มีจริงๆน่ะค่ะ”

“อย่างนี้ต้องค้นตัวพิสุจน์”

แอร์โร่ที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าชูถึงกับรีบลุกขึ้นหมายที่จะอาสาเข้าไปค้นตัวยังร่างของยูอันที่เบื้องหน้าและฉวยโอกาสนิดๆหากำไรหน่อยๆ...แต่อาร์เชอะที่ไม่รอช้ากลับหยิกเอวของแอร์โร่พลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“คิดจะทำอะไรน่ะ”

“เปล่าจ๊ะ...”

แอร์โร่ได้แต่ฝืนยิ้มตอบกลับไปอย่างกลัวๆอาร์เชอะจะโกรธ-เขาจึงได้แต่ทรุดนั่งลงไปยังโซฟาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ทันที...โซฟานที่ยืนกอดอกอยู่นานเรื่องหงุดหงิดจึงส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“อานิต้าจัดการทีสิ”

“ได้แล้วค่ะ...”

แม่เรนเดียสาวที่ส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างไม่รอช้ารีบกระโดดพุ่งร่างเหยียบยังสายลมไปยังด้านหลังของยูอันในพริบตาจนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงร้องออกมาว่า

“จะทำอะไรน่ะ”

“ก็ไม่ทำอะไรหรอก...”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์-เธอที่ไม่รอช้ายังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ก็แค่...”

“ก็แค่...”

ยูอันส่งเสียงร้องออกมาได้แค่นั้นก่อนที่จะโดนยังอานิต้าจับยังข้อเท้ากระโดดเหยียบยังสายลมลอยขึ้นไปยังเพดานห้องอย่างรวดเร็วในพริบตา

“...กรี๊ด...ด”

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ดังลั่นของยูอันทุกคนก็เห็นยังทั้งข้าวของ เงินทองและหีบสมบัติมากมายต่างหลุดล่วงออกมาจากกระดองของยูอันที่อยู่ด้านหลัง...

“ครืน...ครืน...”

ของต่างๆถึงกับตกลงมาอย่างมากมายนับไม่ถ้วนราวกับสายฝนสีทอง...

“...ครืน...ครืน...”

ตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้งราวกับสายฝนสีทอง...

“...ครืน...ครืน...”

ตกลงมาราวกับสายน้ำที่ไม่ขาดตอนจนห้องและพื้นของทุกคนที่ยืนอยู่ถึงกับกลายเป็นทรายเหรียญทองแห่งเมย์ ซีซี ไนล์ไปในพริบตา...

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าในเวลาที่ทุกคนกำลังหลบหนีและต่อสู้อยู่แทบตาย-ยูอันที่ถูกทิ้งจนฉวยโอกาสเข้าไปกวาดยังสมบัติที่เหลืออยู่มาจนหมดสิ้นคนเดียว..

“...ครื่น...น”
--------------------------------------------

“นี่มันอะไรกัน...”

โดโรธีกวาดสายตาจ้องมองไปยังกองสมบัติมากมายที่เรียกได้ว่า”มากกว่าพวกเธอทุกคนที่ช่วยกันขนกลับมาเสียอีก”-ซึ่งล่วงหล่นลงมาจากกระดองเต่าของยูอันราวกับจะย้ายยังห้องสมบัติของซีเบร็นมาไว้ที่นี่เลยก็ว่าได้...

...ถ้าไม่นับส่วนที่จิ้งจอกสีเงินและสีทองแบ่งไปน่ะ

“นี่เธอกล้าหุบสมบัติไว้หรือ”

อาธีน่าที่อยู่ในฐานะของรองกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาพลางใช้ประกายตาสีแดงเพลิงของเธอมองไปยังร่างของแม่เต่าสาวที่โดยอานิต้าปล่อยทิ้งลงมายังพื้นที่เบื้องหน้าของทุกคนทันที...ยูอันในยามนี้ที่กลัวยังทุกคนจะลงโทษจนตัวสั่นถึงกับรีบหลบเข้าไปอยู่ในกระดองเต่าสีดำที่กำลังสั่นๆ-เพียงแต่เอาธงสีขาวโบกไปมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาเบาๆราวกับสำนึกผิดว่า

“ขอโทษค่ะ”

“อย่างนี้มันต้องลงโทษ”

โดโรธีที่จ้องมองไปด้วยประกายตาที่ไม่สบอารมณ์พลางเจ้าเล่ห์นิดๆ...มินะจึงรีบท่องยังกฏของลูกเรือซิลเวอร์แอร์โร่ออกมาให้ทุกคนทราบทันทีว่า

“หากใครซ่อนซุกสมบัติที่ปล้นได้เอาไว้จะต้องโดนลงโทษด้วยการยึดส่วนแบ่งและไล่ส่งจากเรือ...”
เธอยังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...กฏนี้เป็นซิลเวอร์กับแอร์โร่ตั้งเอาไว้”

“หา...”

ยูอันถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะโดยไล่ลงจากเรือในยามนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี-เธอจะได้กลับไปยังปราสาทมูนไลท์แล้วใช้ชีวิตอยู่กับสนุกสบายไม่ต้องคอยรับใช้อาร?เชอะอีก...

แต่จะให้โดยยึดสมบัตินี่สิเรื่องใหญ่เลย

แม่เต่าสาวจึงรีบส่งเสียงประท้วงออกไปว่า

“...ฉันพึ่งขึ้นเรือก็เลยไม่รู้ค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วอีกว่า

“...ขอแค่โดยไล่ลงจากเรือก็พอค่ะ”

เพราะยังไงก็ขอสมบัติไว้ก่อน...

“อืมม์...”

ในขนาดที่อาธีน่ากำลังส่งเสียงร้องออกมาอย่างครุ่นคิดนั้น...มินาที่กำหมัดซ้ายต่อยยังฝ่ามือขวาพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“แต่กฏนี้เคยเปลี่ยนครั้งหนึ่งแล้วด้วยหัวหน้าโซฟาน...”

ทำเอาสายตาของทุกคนจ้องมองไปยังโซฟานเป็นสายตาเดียว เพราะสมัยที่อาร์เชอะเป็นกัปตันและเธอเป็นรองกัปตันนั้นได้มีการเปลี่ยนกฏเกณฑ์มากมาย-หนึ่งในนั้นก็คือข้อนี้...ยูอันที่ได้ยินถึงกับรีบชะโงกหน้าส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความหวังทันที

“อะไรหรือ”

มินาที่ตาเป็นประกายถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายทันทีว่า

“เชือดทิ้งไงล่ะ”

“กรี๊ด...ด”

ยูอันที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งรีบหุบหัวเข้าไปในกระดองอย่างรวดเร็วทันทีกับความป่าเถือนนี้...เจนนี่ที่ได้ยินถึงกับรีบกวาดสายตามองไปยังโซฟานที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ด้านหลังพลางส่งเสียงถามออกไปว่า

“นี่จริงหรือ”

“จริง...”

โซฟานที่พยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไร เพราะกฏข้อนี้เธอตั้งขึ้นมาจริงๆท่ามกลางที่ยูอันในยามนี้ถึงกับหวาดกลัวจนกระดองสั่นแล้ว-แต่โซฟานที่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชากลับส่ายหน้าพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...นี่เป็นคำพูดที่ฉันพูดขึ้นมาเล่นๆเท่านั้นไม่ต้องจริงจังหรอก”

“งั้นหรือ...”

โซฟีเน่ที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าใครจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แล้วจะเอายังไงกับยูอันดีล่ะ”

“อืมม์...”

อาธีน่าที่ขบคิดเล็กน้อย เพราะถ้าจะเลือกระหว่างยูอันกับสมบัติแล้วละก้อเหล่าลูกเรือซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหลายจะต้องเลือกสมบัติแน่นอนจึงกล่าวออกมาว่า

“...หรือว่าจะให้ไล่ยูอันลงจากเรือและยึดสมบัติไว้ตามเดิมล่ะ”

“เออ...”

ในขนาดที่ยูอันเหมือนกับกำลังจะสงสัยกล่าวอะไรออกไปนั้น...อาร์เชอะที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“แต่ว่ายูอันไม่ใช่คนของซิลเวอร์แอร์โร่ไม่ใช่หรือ...”

“หือ...”

“อา...”

ทำเอาทุกคนที่ได้ยินและยูอันถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างยินดีทันที เพราะจริงๆแล้วยูอันถึงจะอยู่บนเรือซิลเวอร์แอร์โร่ก็จริง-แต่ก็ไม่ใช่ลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่จึงไม่นับว่า”เป็นลูกเรือ”และต้องทำตามกฏของซิลเวอร์แอร์โร่ด้วย...แต่รอยยิ้มของทุกคนกลับอยู่ได้ไม่นานเมื่อได้ยินยังเทพธิดาผู้มีปีกเดียวกล่าวต่อมาว่า

“...แต่เป็นข้ารับใช้ของฉันต่างหาก”

เพราะยูอันที่แพ้พนั้นให้กับอาร์เชอะจึงต้องทำงานชดใช้ให้กับเทพธิดาผู้งดงามนี้ถึง 29 ปีกว่าจะหมด...โซฟานที่เค้นหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ฝีมืออย่างยูอันจะปล่อยให้ลงจากเรือไปก็เสียดาย...”

เธอที่ไม่รอช้าจึงกล่าวลงมาอย่างรวดเร็วว่า

“...งั้นลงโทษเรือให้เป็นลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่และต้องทำงานเป็นคนรับใช้ในห้องรับแขกหนึ่งเดือนก็แล้วกัน-โทษนอกจากนี้ก็ยกไปแล้วกัน”

“นี่...”

เจนนี่และทุกคนที่คิดจะส่งเสียงร้องอะไรออกมายังความลำเอียงที่เห็นได้อย่างชัดเจนนี้...โซฟานที่เลิกคิ้วจ้องมองไปยังทุกคนแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ใครมีปัญหาอะไรมั้ย”

“ไม่มีค่ะ...”

ทุกคนส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างทันที เพราะบนซิลเวอร์แอร์โร่นี้ไม่มีใครกล้าที่จะขัดยังคำพูดของโซฟานได้หรอก...

แต่ต้องยกเว้นยังอาร์เชอะเอาไว้คนน่ะ...

“งั้นก็ตกลงตามนี้...”

โซฟานที่พยักหน้ารับตัดสินใจยังทุกสิ่งแล้วจึงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...เพราะยังไงยูอันก็ยังมีความดีความชอบในการหาสมบัติได้มากที่สุดด้วย”

“ค่ะ...”

ทุกคนที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ เพราะอย่างนี้ก็เท่ากับปัญหาทุกอย่างได้ยุติลงและดีด้วยกันทุกฝ่าย...แต่อยู่ๆก็มีเสียงที่เฉื่อยชาของซิลเวอร์ที่พึ่งจะกลับมาจากการเดินเที่ยวในตลาดยามราตรีกลับดังขึ้นมาว่า

“นี่อย่าลืมส่วนของฉันด้วยล่ะ”

“ฉันด้วยน่ะ”

เรย์ร่าส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขที่ได้เดินเที่ยวสองต่อสองกับหมาป่าหนุ่มที่ด้านข้างทันทีทำเอาพวกโดโรธี อานิต้า ดีสคิดที่จะโวยวายออกไปทันที เพราะทั้งสองไม่ได้มีส่วนร่วมในการปล้นเคยแต่กลับมาขอยังส่วนแบ่งหน้าด้านๆอีก...แต่ซิลเวอร์ที่รู้ทันกลับยิ้มออกมาอย่างเฉื่อยชาว่า

“เพราะยังไงคนที่จะตีราคาของและเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินมันก้อเป็นฉันไม่ใช่หรือ”

“...”

ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบไปตามๆกัน เพราะงานที่แท้จริงของซิลเวอร์คือการตีราคาและเปลี่ยนของที่หามาได้เป็นเงินในตลาดมืด...ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการข้าวของเป็นชิ้นจะหักออกไปจากเงินส่วนที่ได้รับไป-แต่ต้องผ่านยังการประเมินราคาของซิลเวอร์...

และนอกไปจากนี้เขายังมีหน้าที่ในการจัดซื้อยังวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆในส่วนกลางที่จำเป็นอีกต่างหากด้วย...

“งั้นก็ตกลางตามนี้”

ซิลเวอร์ที่เห็นไม่มีใครคัดค้านจึงยิ้มออกไปพร้อมกับการประชุมแบ่งสมบัติจึงได้จบลงโดยมีคนที่ไม่ต้องปล้นและได้รับส่วนแบ่งคือ...

อาร์เชอะที่เป็นเหมือนกับกัปตันที่แท้จริงของซิลเวอร์แอร์โร่ แอร์โร่ที่เป็นหมอประจำเรือ ซีกที่เป็นคนขับเรือ(แทนมินะกับมินา)และช่างเครื่อง ทาญาที่เป็นแม่ครัวกับซิลเวอร์และเรย์ร่าที่รับผิดชอบเรื่องการแลกเปลี่ยนกับตีราคาของ...
-----------------------------------------------

“ครืน...น”

ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้งราวกับหยาดน้ำตาที่โรยริยนจากฟากฟ้า...โซฟีเน่ที่คล้ายกับยังรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางยามค่ำคืนและรุ่งสางที่กำลังมาถึง-ถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังทุกคนที่กำลังนอนอยู่ภายในห้องเหมือนกับถูกยังมนตราสะกดแห่งเสียงฝน...

มนต์สะกดแห่งสายธาร...

“เซบัส...”

โซฟีเน่ที่กวาดสายตาจ้องมองไปดูยังรอบๆห้องที่ทุกคนในยามนี้แยกย้ายกันไปพักร่วมกันอยู่ตามมุมต่างๆของห้อง(ยกเว้นอาร์เชอะกับแอร์โร่ที่แยกออกไปพักเป็นส่วนตัว)กลับไม่พบเห็นยังชายหนุ่มถึงกับรีบลุกขึ้นหันกายจ้องมองไปยังระเบียงที่เบื้องนอกทันที

“เฟียว...”

ราวกับเสียงของสายลมสีเขียวมรกตที่ซัดสาดตัดผ่านยังหยาดฝนคล้ายกับบอกถึงหญิงสาวว่า”ที่ด้านนอกของห้องมีเขาอยู่”-โซฟีน่ที่ไม่รอช้าจึงรีบกางปีกสีขาวสะอาดบินผ่านยังบานหน้าต่างออกไป ณ เบื้องนอกทันทีพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งว่า

“...เซบัส”

“ครืน...น”

แต่ท่ามกลางเสียงของสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดยั้งกลับไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากชายหนุ่ม-แต่บนระเบียงที่กว้างราวๆ 20 กว่าเมตรที่เบื้องหน้าถึงกับปรากฏยังร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เรียวสวยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาจากท้องนภา...

โศกเศร้า...

ไหลริน...

โซฟีเน่ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เหม่อมองยังท้องฟ้าที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งยื่นยังฝ่ามือและปลายนิ้วไปสัมผัสรับยังหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างเศร้าจากท้องนภา-ฟังยังเธอส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“หยาดน้ำตาแห่งสายธาร...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกพร้อมทั้งก้มหน้าลงไปใช้ยังสองมือกุมที่หัวใจร่ำร้องออกมาอีกว่า

“...หยาดน้ำตาของท่านไนล์...”

“เซไนล์...”

เพียงเห็นเพียงแค่แววเดียวโซฟีเน่ก็สามารถจดจำยังเงาหลังของอีกฝ่ายได้ถึงกับส่งเสียงร้องเรียกออกไป...แต่เซไนล์ที่คล้ายกับยืนเปียกปอนอยู่ท่ามกลางสายฝนอย่างเศร้าสร้อยกับหันกลับมามองยังโซฟีเน่ที่ด้านหลังเปลี่ยนให้หยาดน้ำตาที่ไหลรินผ่านออกมายังดวงตาสีฟ้ามรกตส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“โซฟีเน่หรือ...”

เป็นเสียงที่เศร้าสร้อยราวกับหลอรวมยังหยาดฝนและสายธารทั่วหล้ามาไว้ในคำกล่าวนี้...

“เปรี้ยง...ง”

ท่ามกลางสายลมที่โชยพัดและสายฝนที่โรยรินลงมาจากฟ้าฟากกลับปรากฏยังสายฟ้าฟากลงมาราวกับหลอมรวมยังทุกสิ่งให้สมบูรณพร้อมและร่างของเซเรสที่ไม่ทราบมายืนอยู่ด้านหลังของโซฟีเน่ทั้งแต่เมื่อใดในค่ำคืนนี้...

ค่ำคืนที่ตัวแทนของทั้ง 3 องค์เทวะราชันย์ได้มาอยู่ร่วมกันเพียงลำพัง...

โซฟีเน่-วิหกแห่งความรักของเจ้าหญิงสาวลมแห่งแดนเหนือ...

เซเรส-มังกรผู้ได้รับพรจากองค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่าง...

และเซไนล์-เงือกสาวผู้ถือสารลับในเทพธิดาแห่งสายธาร...

หญิงสาว 3 คนที่เป็นตัวแทนของหญิงสาวทั้ง 3 คนที่ต่างหลงรักยังชายหนุ่มคนเดียวกันได้มาหลอมร่วมกันอยู่ในค่ำคืนนี้แล้ว...

ค่ำคืนแห่งสายลม สายฝนและสายฟ้า...นี้

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 มี.ค.55 เวลา 00:36:40 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ