davidmccartney
(Davie Mckie)
Member

DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด- ตอนที่4 [PART2/2]

หากมีคอมเมนท์บอกได้เลยค่ายินดีปรับปรุงแก้ไขเสมอค่ะ (โค้ง)




DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด

ดอนการ์ดคืออะไรกันแน่...!?
บัดนี้ปริศนาได้เริ่มต้นขึ้น
ในขณะที่ฆาตกรพยายามตามล่า ริคโทเฟ่นก็มีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องของฆาตกรและดอนการ์ดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยเหลือเขาได้ !!!

เขาควรจะทำอย่างไร...?!



ลิงค์ตอนที่ผ่านมา

คำโปรย+บทนำ
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=36965
ตอนที่1 [PART1/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=36988
ตอนที่1 [PART2/2]
http://pocketonline.net/board/view.php?id=37009
ตอนที่2 [PART1/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=37045
ตอนที่2 [PART2/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=37140
ตอนที่3 [PART1/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=37181
ตอนที่3[PART2/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=37227
ตอนที่4[PART1/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=37268

\\\\\\\\\\\

DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด- ตอนที่4 [PART2/2]


“กวินเวียร์ เอียน เป็นหญิงอิตาลีที่พูดภาษาตัวเองไม่ได้ ความจริงคนทั้งประเทศก็คงจะลืมภาษาตัวเองไปแล้วล่ะมั้ง ประเทศอิตาลียังหลงเหลือความเป็นเดิมอยู่ก็คงจะมีดินแดนฝั่งเหนือแถวๆโตริโนกับมิลานซึ่งก็คงชื่อเดิมไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ ยังไงเสียก็ยังดีกว่าประเทศของเราและอีกๆหลายแห่งทั่วโลกเลยล่ะเพราะไม่เหลือความเป็นเดิมไว้อีกแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านี้พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นของใครหรืองอกเงื้อมออกมาจากทะเลตั้งแต่เมื่อไหร่ ให้ตายเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะฉันไม่ได้พูดถึงสังคมศาสตร์ที่เกิดขึ้นก่อนยุคก่อนมหาสงคราม ฉันกำลังจะบอกว่าเธอเป็นนางแบบที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นต่างหาก”

“เพราะนายเพิ่งจะเคยเห็นนางแบบตัวจริงเสียงจริงก็วันนี้น่ะสิแฮริส และสิ่งที่นายพูดนั่นก็นอกเรื่องอยู่ดีล่ะ ” อัลบอก เขาเดินถือถ้วยกาแฟอุ่นๆรอบห้องเพื่อหาน้ำตาลสองก้อน

พวกเขาพักอยู่ในโรงแรมชั้นหรู ค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกโดยแฮริสัน นิลบาเล็ต นามสกุลของเขาทำให้ห้องพักระดับบุคคลพิเศษลดลงครึ่งหนึ่งเนื่องจากกิจการที่นี่มีหุ้นส่วนเป็นลุงของสะใภ้ของป้าห่างๆทางฝ่ายแม่ของเขา

ไม่นานนักริคก็เคาะประตูห้องพัก เขากลับมาพร้อมแฟนที่ผืนใหญ่ซึ่งเดินออกไปซื้อในจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณหัวมุมถนนใกล้ๆโรงแรม

“ฉันได้แล้วล่ะ”ว่าพลางก็กางลงบนเตียงนอน แฮริสจึงรีบเข้ามานั่งขีดเขียน ล้อมตำแหน่งที่ชาลส์ ฮัสกินเคยเดินทางไปพร้อมวิเคราะห์คำพูดของกวินเวียร์





“เราต้องตามหาย่านสามศิลาแดงอย่างนั้นหรือ? อืม ... ชินซูรีไม่ใช่เมืองเล็กๆในแผนที่นี่ก็แค่ส่วนใต้ของชินซูรีเท่านั้นเอง”ริคเปรย

แฮริสต้องนั่งใช้ความคิด “เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเฉพาะจุดที่ติดกับชายทะเลนั่นหมายความว่าชาลส์ต้องเดินทางแค่ในละแวกนี้เท่านั้น”แฮริสใช้นิ้วลากไปรอบขอบพื้นที่ติดทะเล “ครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่คือย่านสามศิลาแดงนั่นหมายความว่ายังไง” แฮริสหรี่สายตามองอัล

ผู้ถูกถามดื่มกาแฟมองดูรายการอเมริกันฟุตบอลในโทรทัศน์เพลินจนแฮริสต้องตีสีหน้าดุพร้อมแยกเขี้ยวใส่ “ หืม ”

“ฉันถามว่าย่านสามศิลาแดงอยู่แถวไหนของลอนเดรีย”

อัลส่ายหน้าอย่างไม่มีความลังเล “ฉันมาที่นี่ครั้งที่สองเองนะ แต่ฉันแน่ใจว่าไม่มีย่านสามศิลาแดงในลอนเดรีย ... เท่าที่รู้ก็คงเป็นย่านเจ็ดเกล็ดเป็นย่านถนนคนเดิน แล้วก็ย่านหกสถาน เป็นบริเวณที่รวบรวมของมือสองคุณภาพดีน่ะ”

“แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย“แฮริสงง

“ไม่มีหรอกน่า ชื่อนี้ในชินซูรี ... เลขสามเป็นเลขธรรมเนียมที่คนในเมืองนี้จะไม่ยกมาใช้ตั้งชื่อเมือง”

“แปลกดี” ริคหัวเราะชอบใจ“เอาอย่างนี้ดีไหม นายลองเขียนรายชื่อย่านและสถานที่ที่ชาวต่างชาติต้องอยู่ขึ้นมาดูสิ”

แฮริสจึงนึกและเขียนรายชื่อทั้งหมดที่พอจะนึกออกลงกระดาษ ริคและอัลช่วยกันคิดอีกคนละนิด รายชื่อของห้างสรรพสินค้า ตรอกซอยเล็กๆและชื่อผับบาร์ถูกปรากฏบนกระดาษเต็มหน้า

พวกเขามองดูรายชื่อเหล่านั้นจนตาลาย

“เอาล่ะ เราจะเก็บความสงสัยเอาไว้จนพรุ่งนี้เช้าแล้วจึงค่อยเริ่มต้นคิดกันอีก”อัลเบิร์ตบอกพลางสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวเข้านอนทันที





ริคโทเฟ่นตื่นเช้าที่สุด เขานั่งดูโทรทัศน์เกี่ยวกับข่าวคดีฆาตกรรมต่อเนื่องแล้วจึงหันไปมองดูดอนการ์ดในกระเป๋าสัมภาระด้วยความหวั่นเกรงแต่สุดท้ายริคก็ตัดสินใจลองสวมใส่ก่อนจะลงมารับประทานอาหารบริเวณชั้นล่างสุดของโรงแรม

ไม่นานนักเพื่อนเกลอทั้งสองของเขาก็เดินสนทนาเสียงดังไม่เกรงใจใครเข้ามาตักอาหารบุฟเฟ่ต์ พวกเขาต่างถือแผนที่แผ่นโตมาด้วย

ทั้งสามสนทนากันเรื่องของย่านสามศิลาแดงระหว่างทานอาหาร ในตอนนั้นเองที่สายตาของริคเหลือบเห็นชายในชุดสูทนับสิบชีวิตนั่งรับประทานอาหารบริเวณไม่ไกลจากโต๊ะของพวกเขามากนัก ลักษณะการพูดคุยอย่างเคร่งขรึมภายใต้แว่นตาสีดำสนิท ดูเหมือนพวกเขากำลังปรึกษาหารือกันด้วยเรื่องราวบางอย่าง

มีสิ่งหนึ่งกำลังดึงดูดความสนใจให้แก่ริคโทเฟ่นเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือสำนวนภาษาของพวกเขานั้นช่างเคยคุ้นเสียจนทำให้เด็กหนุ่มหวนกลับไปนึกย้อนถึงเพื่อนผู้จากไปแล้ว

“แทบบินส์ มอร์นากีย์” เขาพึมพำเสียงแผ่ว

ชายผู้เดียวซึ่งเคยพูดภาษาประหลาดนี้ให้แก่ริคฟังบ่อยๆ จนเขาจำได้ดีแม้ว่าไม่สามารถเข้าใจได้ก็ตามที

เขาเชื่อว่าเพื่อนๆของแทบบินส์ก็คงจะใช้ภาษาท้องถิ่นนี้ในการสนทนา

เดี๋ยวสิ!

คนกลุ่มนี้ก็คงมาจากประเทศเดียวกันกับแทบบินส์สินะ! . . . แต่เท่าที่จำได้ ตำรวจยังไม่สามารถระบุสัญชาติของพวกเขา . . . นั่นมันเพราะอะไรกัน?

ริคส่ายหน้าไล่ความสงสัยทุกอย่างในใจทั้งหมดออกไปเมื่อพบว่านิ้วมือของตนเองกำลังเลื่อนสัมผัสดวงตาซึ่งสวมใส่ดอนการ์ดอยู่นั้น

เขาลุกขึ้นเลี้ยวเข้าห้องน้ำ นั่งข้างๆอ่างล้างหน้า เหลือบมองดวงตาตนเองในกระจก ดอนการ์ดภายใต้นัยน์ตาสีฟ้าประกายเงินที่เขาสวมใส่นั้นมันมีความสามารถอะไรกันแน่?

“มันสำคัญกับแทบบินส์ ไม่สิ มันอาจจะเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง” คิดพลางต้องสะดุ้งเฮือก เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมาในบัดดลครั้นแล้วใครบางคนก็ผลักประตูห้องน้ำ

ริคต้องใช้สายตาจับจ้องตอบกลับเมื่อชายในชุดสูทสีดำสนิทมองดูเขาด้วยความฉงนยิ่งนัก

“โอ้ ... ประหลาดใจจัง คุณชายดูแปลกต ... ” ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ จู่ๆเขาก็อ้าปากค้าง ก่อนที่เขาจะถอดแว่นสีดำ เปิดเผยใบหน้าซึ่งดูซีดเผือดตกใจจนผิดคาด

แต่แล้วชายหนุ่มก็รับสะบัดหน้า “ทีซีดดัสกี ” เขาลูบผมบลอนด์ของตนอย่างวางมาด ถึงกระนั้นก็ตามท่าทางกระสับกระส่ายก็ไม่อาจปกปิดอารมณ์ผิดปกติที่แสดงให้ริคเห็นได้

นั่นสิ! แทบบินส์ก็เคยแสดงอาการเช่นนี้ตอนที่พบกับริคเป็นครั้งแรก

“สวัสดีครับ” ริคตอบรับด้วยน้ำเสียงคนชาติครีตเชียแท้เป็นเชิงประชดพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง

การทักทายในห้องน้ำทำให้ริครู้สึกอึดอัด

“คนครีตเชียสินะ น่าประหลาดใจจริง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างใจเย็นก่อนจะสำรวจตัวเองในกระจก“ที่นี่มีแต่ชาวต่างชาติพักอยู่ เธอเองก็คงเป็นแขกที่มาเที่ยวในเมืองท่าชินซูรีเหมือนกัน”

“ครับ ผมมาจากดรัมลิงตัน เซสเซ”

“โอ้! เธออยู่ในเมืองหลวงของครีตเชีย ฉันเองก็เพิ่งจะไปทำธุระที่นั่น” พูดพลางขยิบตาแฝงเลศนัยเหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ไปหาเพื่อนน่ะ”

“คุณเป็นคนสัญชาติอะไร”

“อย่ารู้เลย เธอไม่รู้หรอก” ชายหนุ่มบอก “ไม่ใช่สถานที่โด่งดัง เธอต้องไม่อยากรู้แน่ๆ” สายตาสีเทาของอีกฝ่ายหรี่ลงบังคับให้เด็กหนุ่มเลิกถามก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

“ช่วงวันหยุดเธอมีแผนบ้างไหม”

ริคบ่ายหน้าก่อนตอบ“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ อันที่จริงเพื่อนตัวป่วนของผมสองคนแล้วก็ผมตกลงกับนางแบบชาวอิตาลีคนหนึ่งให้ตามตัวสืบหาคู่หมั้นของเธอที่นี่”

“น่าสนใจนะ ตามหาใครล่ะ”

“คนที่ชื่อชาลส์ ฮัสกินน่ะครับ”

จู่ๆชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างชอบใจ “เธอต้องตกใจแน่ๆ ถ้าหากฉันจะบอกว่าฉันรู้จักเขาและที่สำคัญฉันรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

ริคนิ่งเงียบไปในบัดดล “คุณเป็นเพื่อนของเขาหรือ? คุณคงจบเกมนี้ได้สินะ” แววตาของริคฉายแววแห่งความหวัง

“เขาเป็นพวกชอบความท้าทาย เธอก็น่าจะชอบความท้าทายจึงได้ตกลงเล่นเกมกับคู่หมั้นของชาลส์ ฮัสกิน”

“ก็นิดหน่อยครับ ... แต่ถ้าหากมีทางเลือกของการโกงล่ะก็ ... ฟังหูไว้หูก็คงจะมีประโยชน์กว่าฉายเดี่ยว”

“โอ้! ตอบอย่างตรงไปตรงมาเสียด้วยสิ!”ดูเหมือนอีกฝ่ายต้องหัวเราะร่าก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมหรี่สายตาอย่างจริงจัง“เธอฉลาดมาก ฉันรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร ... อย่าลองเชิงกับฉัน หนุ่มน้อย ... เธอกำลังคิดว่าฉันโกหกสินะ”

“ทำนองนั้น”ริคเองก็กล่าวน้ำเสียงแข็งประสานสายตาเย็นเฉียบจ้องมองกันและกัน

“ตอบตามความจริง ... ชาลส์ ฮัสกินไม่รู้จักฉันหรอก” ชายหนุ่มว่าพลางยืนค้ำอ่างน้ำ “ที่สำคัญก็คือเขาเป็นสายลับให้กับประเทศตัวเอง”

ริคหัวเราะ อีกฝ่ายจึงถามก่อนจะตีสีหน้าจริงจังใส่ “ฉันพูดจริงๆ เขาเป็นสายลับของอิตาลีที่น่าจับตามองที่สุด ตอนนี้เขามาทำงานในครีตเชียด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับคดีที่เธอรู้จัก ... คดีฆาตกรรมต่อเนื่องนั่นน่ะ”

“เป็นไปไม่ได้” เหมือนชายหนุ่มจะภูมิใจที่ริคแสดงให้เห็นว่าเด็กหนุ่มพูดออกมาโดยไม่แสดงความเชื่อเลยเพียงสักนิด

“แล้วเธอจะเข้าใจด้วยตัวเองในเรื่องนี้”

“ถ้าอย่างนั้น” ริคถามอย่างลังเล “คุณไม่มีเหตุผลที่จะต้องบอกผม”

“เธอควรจะรู้ ตัวเธอน่ะควรจะรู้” นิ้วชี้มายังดวงตาของริค “เดี๋ยวสิ เธอคงใส่เยื่อบางๆไว้ในตา”

“เอ๋? มันคือคอนแทคเลนส์ยังไงล่ะครับ?”

“คอนแทค?”

“ใช่ เลนส์สัมผัส คุณไม่รู้จักหรือ?”

“คิดว่ารู้นะ” เขาสังเกตสายตาของริคอยู่นานจนกระทั่งริคกระแอม

ชายคนนี้จะรู้จักดอนการ์ดหรือเปล่านะ?

“เอาเถอะ”ว่าพลางชายหนุ่มก็เดินออกไปเปิดประตูห้องน้ำ “เธอเคยได้ยินเรื่องคู่สมมาตรหรือเปล่า”

จู่ๆริคก็รู้สึกชาวูบอย่างฉับพลันไร้สาเหตุ “คู่สมมาตร?”

“น่าสนใจนะ คู่สมมาตรมีจริง ถ้าหากเธอไขปริศนาของชาลส์ ฮัสกินได้ อย่าลืมหาคำตอบในเรื่องนี้ด้วยล่ะคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเธออย่างแยกไม่ได้”

“คุณเป็นใคร” ริคตัดสินใจถามอย่างสงสัยถึงที่สุด อีกฝ่ายจึงยิ้มเยาะ

“มอสติล เฟลโร ยินดีที่ได้รู้จัก ... ฉันยังไม่รู้จักชื่อของเธอ”

“ริค ริคโทเฟ่น เลมเบอสท์ครับ อันที่จริงผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่พูดภาษาเดียวกันกับคุณ ผมหมายถึงอาจจะเป็นคนชนชาติเดียวกันกับคุณ”

ชายหนุ่มหันมาสบสายตาอย่างจริงจังหลังจากสิ้นสุดคำพูดนั้น

“เธอคงพูดเล่น” สีหน้าของเขากับความเงียบในห้องน้ำสร้างความกดดันอย่างประหลาดในบรรยากาศและน่าใจหาย

“เปล่า ผมพูดจริงๆ”

“เธอกำลังโกหก” น้ำเสียงสงบทำให้ริคหวั่นเกรง

“ไม่” ริคบอก

“แน่นอน เธอกำลังล้อเล่น” สีหน้าบอกความจริงจังราวกับกำลังเค้นคำตอบบางอย่างจากเด็กหนุ่ม ริคจึงเลี่ยงเถียงกลับ “เขาคือใคร?”

“เขาหรือ?”ริคแกล้งทำหน้าครุ่นคิดหนัก เด็กหนุ่มรู้สึกสะใจประหลาดๆเมื่ออีกฝ่ายอยากล่วงรู้สิ่งที่ตนเองไม่มีทางบอก เขารีบล้างมือแล้วจึงเดินไปยังประตูห้องน้ำ “อย่ารู้เลย คุณไม่มีทางรู้หรอก ไม่ใช่คนที่โด่งดัง คุณต้องไม่อยากรู้แน่ๆ ไม่สิ !... บางทีคุณควรจะรู้ ตัวคุณเองน่ะควรจะรู้”ริคโทเฟ่นย้อนคำพูดเดิมของชายหนุ่มพร้อมเหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัย

มอสติลต้องหัวเราะเบาๆ “ขอให้สนุกกับเกมของฮัสกินนะ” พูดจบเขาก็ ใช้สองนิ้วกระทบคิ้วตัวเองเบาๆเป็นเชิงเอ่ยลา ชายหนุ่มมองริคเดินลับตาไปแล้วก็ต้องถอนหายใจยาวๆพร้อมส่ายหน้าก่อนจะพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุด “คำพูดกวนๆอย่างมั่นอกมั่นใจแบบนี้ช่างเหมือนกับลูกชายของแทบบินส์ไม่มีผิดเพี้ยน”



ให้ตายเถอะ! ริครู้สึกถึงความผิดปกตินี้

ชายนามมอสติล เฟลโรเป็นคนชาติเดียวกับแทบบินส์แน่ๆ

ริคควรวางใจชายคนนี้หรือไม่?พวกเขาเป็นใคร?

การสนทนาอันน่าฉงนในห้องน้ำหมายความว่าอย่างไร และชาลส์ ฮัสกินเป็นสายลับของอิตาลีจริงหรือ? ริคเก็บคำถามทุกอย่างไว้อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากทางเดินห้องน้ำนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม

สายตาของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำร่วมสิบคนหันมาจับจ้องริคเป็นสายตาเดียวหลังจากมอสติล เฟลโรเดินกลับไปนั่งตำแหน่งเดิมของตน เด็กหนุ่มพยายามเลี่ยงความสนใจครั้นแล้วจึงหันมาช่วยเหลือเพื่อนเกลอทั้งสองสำหรับปริศนาของชาลส์ ฮัสกิน





หลังจากรับประทานอาหารในโรงแรม พวกเขาก็ออกมาเดินเล่นบนหาดทรายขาว

ย่านสามศิลาแดงต้องหมายถึงอะไรสักอย่างหนึ่ง ชาลส์ ฮัสกินอาจจะไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่สถานที่สุดท้ายที่พวกเขาทราบก็มีประโยชน์มากในการสืบหาตัวฮัสกินต่อไป

อัลเกาศีรษะคิดไม่ออก เขานั่งปรึกษากับแฮริสอยู่อีกครู่ใหญ่แต่แล้วไม่นานริคก็ต้องย่างสามขุมกลับมาหาเพื่อนอย่างอารมณ์เสียโดยไม่ต้องเดาเรื่องราว

“ยายนั่นบ้าแน่ๆ ฉันตะโกนด่ายังเดินตามมาอีก ฉันชักจะสงสัยว่าต้องต่อว่าเป็นภาษาอังการาส(ภาษาอังกฤษ) เพื่อให้รู้รสเผ็ดร้อนคำด่าภาษาครีตเชียบ้างเสียแล้ว”

“นายนี่ก็แปลก คนเขาชมแทนที่จะดีใจกลับบ่นเหมือนหมีกินผึ้ง” อัลหัวเราะร่า

แฮริสหยิบกระดาษขึ้นมาดูรายชื่อสถานที่จำนวนมาก เขาตัดรายชื่อสถานที่ไม่เด่นดังออกไป

ชาลส์มาถ่ายรูปธรรมชาติ แสดงว่าภาพที่เขาต้องการคงจะต้องเป็นบริเวณที่มีทิวทัศน์เยี่ยมหรือไม่ก็ภาพสังคมที่ดูโดดเด่น

มันคือที่ไหนกันนะ?

“มันอาจจะเป็นการบอกใบ้ชื่อสถานที่ก็ได้นะ พวกนายลองคิดดูสิ ชาลส์ ฮัสกินคงจะต้องเป็นพวกเคลือบแคลงคำศัพท์แล้วแปลออกมา เหมือนการถอดรหัสนั่นล่ะ”ริคเสนอ

แล้วทั้งสามก็ต้องนั่งครุ่นคิดอยู่อีกครู่ใหญ่

“เดี๋ยวสิ ริคกี้”แฮริสพูดขึ้น “บางทีศิลาแดงที่ชาลส์ ฮัสกินหมายถึงอาจจะเป็นสิ่งที่ตนเองเคยคุ้น นั่นหมายความว่าย่านสามศิลาแดงเป็นสิ่งที่สะดุดตาสำหรับเขาหรือนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่าคนครีตเชียอย่างพวกเรา นั่นก็คือมันอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเราไม่สนใจ ”

“แล้วอะไรคือสิ่งที่พวกเราไม่สนใจขณะที่คนต่างประเทศให้ความสนใจ”อัลถามบ้าง

ริคต้องนอนราบลงบนลานหินอ่อน พวกเขาใช้เวลาสักพักหนึ่งพึมพำออกมาจนกระทั่งริคอุทานอย่างเข้าใจความหมาย

“ วิว ธรรมชาติน่ะสิ พวกเรามักจะเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ขณะที่คนต่างประเทศต้องหาโอกาสขวนขวายตามมาถึงที่นี่ ” ริคบอก “สาเหตุที่คนต่างชาติมาพักผ่อนก็เพื่อชมธรรมชาติของที่นี่ไม่ใช่หรือ? ชินซูรีเป็นเมืองท่าและความงามเด่นของเมืองท่าก็คงจะต้องเป็นชายทะเลหรือไม่ก็ภูเขา”

“หรือว่าศิลาจะหมายถึงภูเขา ” อัลเปรยออกมา แต่นั่นก็เรียกสายตาจากเพื่อนทั้งสองให้หันไปจับจ้องสนใจในคำพูดทันควันนั้นเอง

“ถ้าศิลาหมายถึงภูเขา นั่นก็หมายถึงภูเขาสามแห่งหรือเปล่า ”

“ชาลส์คงไม่แยกร่างเดินทางไปถึงภูเขาสามแห่งในเวลาเดียวกันหรอกน่า ” ริคหยอกล้อบ้าง แฮริสอดขำไม่ได้ “ แต่บางทีเขาอาจจะไปยังสถานที่สำคัญสามแห่งเพื่อเก็บภาพสวยๆบนยอดเขา”ริคเอ่ยต่อ

“หรือไม่บางทีสามแห่งที่หมายถึงอาจจะเป็นภูเขาลูกเดียวกัน”อัลนึกตรอง

“ภูเขาลูกเดียวกัน?”แฮริสสงสัย

“ภูเขาสามแห่งที่มีเพียงหนึ่ง” ริคพึมพำ “ขนาดของมันอาจจะไม่เท่ากับที่เราคาดคิดไว้ก็ได้”

“ถ้านายหมายถึงภูเขาทั้งสามมีขนาดเล็กเพียงฝ่ามือและเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวล่ะก็นะ” แฮริสบอก

“ลาดุช ตาลามาน!” อัลเบิร์ตสวนขึ้นในทันควัน

“ลาดุช ตาลามาน? ทำไมล่ะ” แฮริสกับริคสะดุ้งแทบจะพร้อมกันก่อนเอ่ยถาม

“ฉันนึกออกแล้วล่ะ ครั้งก่อนที่ฉันเคยมาที่นี่พ่อเคยพาไปพักที่โรงแรมนี้ นักท่องเที่ยวพยายามถ่ายหินโสโครกสามก้อนที่มีขนาดใหญ่มากบริเวณแหลม ฉันเชื่อว่าพวกนายเห็นคงจะไม่สนใจ แต่มันกลับกลายเป็นที่สนใจของชาวต่างประเทศ!”

แฮริสกับริคเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่แฮริสจะยิ้มออกมาและขยี้ผมเพื่อนเบาๆ “เยี่ยมมากอัล” ทั้งสามลุกขึ้นแล้วจึงรีบวิ่งไปที่รถยนต์

เริ่มรู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางตามหาชาลส์ ฮัสกินเสียแล้วสิ!


To be continued ....




Edit by Davie Mckie - 18 มี.ค.55 เวลา 12:11:32 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 มี.ค.55 เวลา 21:07:21 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ