Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 16 สู่ป้อมปราการฟอลคอน

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย...โดนเฉพาะในบทแรกที่มีการจัดทัพครับ ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับ

ตอนที่ 16 สู่ป้อมปราการฟอลคอน

...

แสงสว่างของยามเช้าสาดส่องลงมาพร้อมกับเปลวไฟแห่งสงคราม-คำสั่งรวมพลถูกส่งมาก่อนที่ผู้คนจะลืมตาตื่นเสียอีก...ราเมลและทุกคนจึงต้องมารวมกลุ่มกับอยู่ที่หน้าประตูเมืองในตอน 8 โมงนี้

กองทัพที่ 1 ของซีน่อนซึ่งเป็นหน่วยประจัญบานในยามนี้เหลืออยู่ 7 หน่วยคือหน่วยที่ 1, 3, 4, 6, 7, 8 และ 9 ซึ่งมีหัวหน้าหน่วยคือรัลเรย์ เทลน่า กรีน โซฟาลล่า ริวนัน เวก้าและมาเทลทั้ง 7 คนเท่านั้น

เวก้า ทีดีออส เป็นชายหนุ่มอายุ 32 ปี สูง 179 เซน หน้าตาดี คิ้วเข้ม ดวงคมกริบ จมูกโด่ง ค้างกว้างเล็กน้อย ไว้ผมยาวปะบ่าสีดำ สวมใส่เสื้อไหมพรมสีขาวทับด้วยเสื้อสูทแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำ...ใช้ดาบสีดำเป็นอาวุธ

ส่วนมาเทล เบเซเรสเป็นหญิงสาวสวยผมยาวถึงหัวไหล่สีทอง อายุ 19 ปี สูง 168 เซน เธอมีดวงตากลมโตสีฟ้ารับกับใบหน้าที่ขาวนวล จมูกโด่งเป็นสัน ค้างเรียวสวยรับกับริมฝีปากที่บอบบาง สวมใส่เสื้อแขนยาวสีเขียวอ่อนที่คลุมทับด้วยชุดเกราะและเครื่องป้องกันแขนสีเงิน กางเกงขายาวสีขาวทับด้วยเกราะและเครื่องปกกันขาสีเงิน...ใช้หอกยาวสีเงินเป็นอาวุธ

ซึ่งหน่วยที่ 1 ของรัลเรย์ที่มีกาเบล ซันเต้ ครีเต้ อโดนัส รีเซล ไคลส ชาชา มิทได้ชินกับเซย์สองพี่น้องจากหน่วยที่ 5 ที่โดนยุบไปเข้ามาแทนทีมิธรากับอาล์มสองพี่น้องที่ตายไป...ในขนาดที่หน่วยของเทลน่าที่มีเทลน่า ราเมล เรนนี่ ไรก้า ฟรอเดีย วินดี้ ลูน คูสก็ได้รอยจากหน่วยที่ 5 กับพลันและราเครุเข้ามาเสริมทีม...

พลัน ซิลเตอร์ เป็นนักบวชสาวหน้าตาไร้เดียงสา ไว้ผมยาวถึงกลางหลังสีน้ำเงิน มีดวงโตกลมโตสีดำที่ดูเหมือนเหม่อลอยอยู่เสมอ สวมใส่ชุดเสื้อแขนสั้นกระโปร่งยาวสีเหลืองคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาล สวมรองเท้าผ้าสีน้ำตาล อายุ 16 ปีสูง 159 เซน...ใช้คทาไม้เป็นอาวุธ

ราเครุ เทริส เป็นหญิงสาวท่าทางเหมือมผู้ชายหน้าตาน่ารักอายุ 15 ปีสูง 167 เซน ไว้ผมสีน้ำตาลสั้นๆแค่หัวไหล่ สวมใส่เสื้อยึ้ดสีฟ้าทับด้วยเสื้อกั๊กสีเขียวอ่อน กางเกงยีนส์สั้นแค่ขาอ่อน รองเท้าบูทสีน้ำตาล...ใช้ธนูไม้สีขาวเป็นอาวุธ

หน่วยที่ 4 ของกรีนที่มีฟาแรนท์ เซรูเวีย ราชีก้า เจราล์ด คริสตี้ มิลลิเดียก็มีอัลชูจากหน่วยที่ 5 กับมัลจูและจีดที่เป็นนักรบเข้ามาเสริมแทนที่

มัลจู ทอยเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี สูง 168 เซนมีใบหน้าน่ารักไว้ผมสั้นสีน้ำตาล ดวงตากลมโต สวมใส่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อแขนสั้นสีเขียว กางเกงผ้าสีน้ำตาล รองเท้าผ้า...ใช้ดาบเหล็กกล้าสีดำเป็นอาวุธ

จีด ทีแมนเป็นชายวัยกลางคนที่อายุ 39 ปี สูง 182 เซน สีหน้าดูเย็นชา ดวงตาคมกริบสีดำ ไว้ผมยาวถึงกลางหลังแต่รวบไว้สีเขียว สวมใส่เสื้อเสื้อสูทสีน้ำเงินที่มีตราเฟลย์สีเซียที่กลางหลัง กางเกงขาวยาวสีขาว รองเท้าบูทสีดำยาวถึงหน้าแข้ง...ใช้หอกทองคำที่มีลายมังกรเป็นอาวุธ

หน่วยที่ 6 ของโซฟาลล่าซึ่งมีอาเทรเซีย ริน เซเรน มาน เจนด้า อากีส รี ซาซาก็มีเมลกับนอตันเข้าเสริมหน่วย

เมล สไตล์เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยน่ารัก ดวงตากลมโตสีเขียว ไว้ผมหน้าม้าสีฟ้าอ่อนยาวถึงหัวไหล่ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่บอบบางสีชมพูอ่อนๆ สวมใส่เสื้อแขนยาวที่หลวมๆสีม่วงแก่ พันด้วยผ้าพันคอสีเหลือง เกงเกงขายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ อายุ 17 ปีสูง 170 เซน...ใช้ดาบเรียวยาวปลายโค้งแหลมเป็นอาวุธ

นอตัน กอลิ ชายวัยกลางคนร่างยักษ์อายุ 36 ปีสูง 202 เซน ใบหน้าคล้ายลิงกอลิล่า มีดวงตาและผมยาวที่มักเป็นมวลไว้สีดำ สวมใส่ชุดทหารสีน้ำเงิน รองเท้าหนังสีดำ...ใช้ธนูเหล็กสีดำเป็นอาวุธ

หน่วยที่ 7 ของริวนันที่เหลือกิลม์ เกท นารอน รูก้า เอสเทล ราฟิน เอนเต้ บาบาร่าได้โทมัสกับโรเจอร์มาเสริมในหน่วยแทนผู้ที่ตายไป

โทมัส กีส์เป็นชายหนุ่มอายุ 23 ปีสูง 195 เซนที่มีหน้าดีใจดีกว้างใหญ่ ผิวเข้มไว้ผมสั้นๆสีน้ำตาลใช้ผ้าสีผ้าโผกหัวไว้ สวมเสื้อแขนกุดสีน้ำตาล ผูกผ้าพันคอสีเขียว สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีขาว...ใช้ขวานเป็นอาวุธ

โรเจอร์ ไคส์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีอายุ 24 ปีสูง 189 เซนที่ดูสูงสง่า ไว้ผมปกหน้าเล็กน้อยสีน้ำเงิน สวมใส่ชุดเกราะอัศวินสีเหลือง...ใช้ธนูทองคำเป็นอาวุธ

ส่วนหน่วยที่ 8 ของเวก้าประกอบด้วยโฮมส์ เซโน ยูนิ คาโทริที่เป็นนักรบ

โฮมส์ เซกะเป็นชายหนุ่มอายุ 23 ปี สูง 185 เซนหน้าตาเจ้าเล่ห์และขี้เล่นนิดๆ ไว้ผมยุ่งๆสีทอง ดวงตาดูกวนๆสีฟ้าอ่อน สวมใส่ชุดเกราะทั้งร่างสีเขียวผูกผ้าคลุมสีแดง...ใช้ดาบน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนเป็นอาวุธ

เซโน แม๊กเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปี สูง 178 เซน หน้าตาอ่อนโยน ไว้ผมสั้นสีน้ำตาล ดวงตากลมโตสีดำ สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียว สวมกางเกงสีขาวสะอาด รองเท้าบูท...ใช้ดาบเงินเป็นอาวุธ

ยูนิ บาร่าเป็นหญิงสาวผิวเข้มที่หน้าตาน่ารักอายุ 17 ปีสูง 168 เซน ดวงตากลมโตสีฟ้าคราม ไว้ผมยาวแค่หัวไหล่สีม่วงอ่อน สวมใส่เสื้อสีขาวที่คาดไหล่ด้วยผ้าแพรสีม่วง กาง เกงรัดรูปสีดำสนิท รองเท้าหนังสีดำ...ใช้ถุงมือเหล็กกล้าสีเงินเป็นอาวุธ

คาโทริ เรฟานเป็นหญิงสาวเรียบร้อยอายุ 21 ปีสูง 166 เซน หน้าตาอ่อนโยนไว้ผมหน้าม้าสีม่วงยาวถึงก้น ดวงตากลมโตสีดำสนิท สวมใส่ชุดเสื้อแขนสั้นสีเขียวอ่อนคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีผ้าอ่อนๆ สวมกางเกงสีเขียวอ่อน รองเท้าผ้ายาวถึงหน้าแข้งสีน้ำตาล...ใช้ดาบเหล็กกล้าเป็นอาวุธ

มีเมริเอล นารุซัล ซารอนและบิลฟอร์ดเป็นจอมเวทย์ นักบวชและพลธนู

เมริเอล ฟลาว์เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยงามอายุ 15 ปี สูง 158 เซน ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อน ไว้ผมยาวผูกเป็นทรงหางม้ายาวถึงกลางหลังสีเขียวอ่อน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่บอบบางทาลิปสติกสีแดงสด สวมชุดจอมเวทย์แขนสั้นสีน้ำเงินที่ยาวแค่ขาอ่อนรัดด้วยเข็มขัดสีทอง คลุมทับด้วยผ้าคลุมสีม่วงเข้ม สวมปลอกแขนสีทองและรองเท้าส้นสูงสีน้ำเงิน...ใช้ไม้เท้ารูปหัวใจสีชมพูเป็นอาวุธ

นารุซัล เซทีออนเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาเจ้าชูและออกจะเจ้าเล่ห์นิดๆอายุ 23 ปี สูง 179 เซน ผมสีทองดวงตากวนๆสีฟ้าอ่อน สวมใส่ชุดเสื้อสีขาวที่หลวมกว้างสีขาว กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าหนังสีดำ...ใช้ดอกกุลาบเป็นอาวุธแทนคทานักบวช

ซารอน มีเทียร์เป็นหญิงสาวหน้าตาเย็นชาอายุ 19 ปี สูง 174 เซน ดวงตารีบคมกริบสีเขียว ผมสั้นสีส้น จมูกโด่งค้างเรียวสวย ริมฝีบางบางสีชมพูอ่อนๆ สวมใส่ชุดเสื้อแขนสั้นสีเขียว กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าหนังยาวถึงหน้าแข้ง...ใช้ธนูไม้สีน้ำตาลเป็นอาวุธ

บิลฟอร์ด ราเคนเป็นชายวัยกลางคนค้างสี่เหลี่ยมอายุ 35 ปี สูง 187 เซน มีดวงตาดูเย็นชาสีส้ม ไว้ผมยาวสีแดงรวบไว้ถึงกลางหลัง สวมใส่เสื้อสีฟ้าอ่อนทับด้วยชุดเกราะป้องกันหน้าอกและเอวสีขาวสะอาด สวมกางเกงยีนส์...ใช้หน้าไม้ที่สามารถบรรจุลูกได้ 5 ดอกเป็นอาวุธ

และมีมันซึกับเคนี่เป็นสปายและพลสนับสนุน

มันซึ ไคลรี่เป็นวัยกลางคนหน้าค่อนข้างกลางใหญ่ไว้หมวดเรียวเหนือริมฝีปากอายุ 44 ปี สูง 175 เซน สวมใส่เสื้อคลุมยาวสีน้ำตาล กางเกงขาวสีเดียวกันดูราวกับจอมเวทมากกว่าสายสืบ...ใช้ไม้เท้าที่มีดาบซ่อนอยู่ภายในเป็นอาวุธ

เคนี่ รัลเซ่เป็นหญิงสาวหน้าตาสวยดูเจ้าเล่ห์นิดๆไว้ผมสีม่วงสีหน้าม้าสั้นที่มาหางยาวเรียวลงไปถึงปลายหลัง ดวงตากลมโตสีฟ้า อายุ 18 ปี สูง 172 เซน สวมใส่เสื้อสีม่วงอ่อนรัดเอวด้วยเข็มขัดเส้นโตสีเหลือง สวมกางเกงสีขาว รองเท้าผ้าสีน้ำตาล...ใช้ดาบสั้นคู่เป็นอาวุธ

และในหน่วยที่ 9 ของมาเทลก็ประกอบด้วยชิเกน ไรเนล แซมซันและเอริชาเป็นนักรบ

ชิเกน ไกเป็นชายหนุ่มหน้าคมสันผมสีแดงอายุ 25 ปี สูง 182 เซน ดวงตาคมกริบสีฟ้าอ่อน สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนสั้นทับด้วยเสื้อกั๊กสีเขียว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าสีน้ำตาล...ใช้ดาบเหล็กเป็นอาวุธ

ไรเนล สปาร์เป็นชายหนุ่มที่หน้าตาหยิ่งๆเล็กน้อย ไว้ผมยาวเปิดหน้าผากเล็กน้อยสีทองอายุ 28 ปี สูง 183 เซน ดวงตาเย็นชาสีแดง สวมชุกเกราะทองทั้งร่าง...ใช้ดาบทองคำเป็นอาวุธ

แซมซัน ฮอทเป็นชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆอายุ 27 ปีสูง 189 เซนที่สวมใส่ชุดเกราะไร้แขนที่ทำจากหนังสีน้ำตาล กับกางเกงยีนส์...ใช้ขวานสงครามด้ามยาวสีเงินเป็นอาวุธ

เอริชา รัลเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยไว้ผมยาวถึงกลางหลังสีเงินที่มีดวงตาเรียวสีเขียวมรกตที่งดงามอายุ 17 ปี สูง 169 เซน จมูกโด่งสวย ริมฝีปากสีชมพู่อมแดงเล็กน้อยที่บอบบางสวย สวมใส่ชุดเสื้อสูทแขนยาวสีเขียวเข้ม กางเกงสีขาวสีสะอาด รองเท้าบูทสีเขียว...ใช้ดาบสีเขียวเป็นอาวุธ

มีอาโทรอม ครีซินู เมลเฮนและฟราวเป็นจอมเวทย์ นักบวชและพลธนู

อาโทรอม การัส เป็นชายหนุ่มหน่าตาหล่อเหลาผมสีน้ำเงิน ดวงตาคมเข้มสีดำสนิท อายุ 19 ปี สูง 173 เซน สวมใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวไร้แขนทับด้วยเสื้อกั๊กสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนส์ขาวยาว รองเท้าผ้าสีน้ำตาล...ใช้ดาบเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนเป็นอาวุธ

ครีซินู ซาร่าเป็นหญิงสาวผิวเข้มไว้ผมเสกซ้ายเปิดหน้าผากยาวแค่ปลายค้างสีม่วง อายุ 23 ปี สูง 169 เซน มีดวงตาเรียวสวยสีดำรับกับจมูกทีโด่ง ริมฝีปากที่อวบอิ่มสีจางๆ ค้างเรียวสวย สวมใส่เสื้อรัดรูป คอกว้างเปิดหัวไหล่สีม่วงอ่อน รัดเอวด้วยผ้าผูกเอวสีเหลือง ใส่กระโปร่งสั่นแค่ขาอ่อนสีดำ รองเท้าส้นสูงสีดำ...ใช้แส้ยาวสีดำเป็นอาวุธ

เมลเฮน กอล์ดอนเป็นชายวัยกลางคนอายุ 50 ปี สูง 175 เซนที่ไว้ผมสั้นสีน้ำตาล คิ้วหนา ดวงตาสีดำ ไว้เคราสั้นๆราวกับแพะภูเขา สวมใส่เสื้อขนสัตว์สีน้ำตาลไร้แขน กางเกงผ้าสีเทา...ใช้ธนูที่ทำจากเหล็กกล้าเป็นอาวุธ

ฟราว ทีก้าเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักไว้ผมสั้นยาวปะบ่าสีเขียวอ่อนๆ มีดวงตากลมโตสีฟ้าอายุ 16 ปีสูง 165 เซน สวมใส่เสื้อสีเขียวอ่อนแขนสั้นทับด้วยชุดเกราะปกป้องหน้าอกสีขาวกับผ้าคลุมหลังสีเขียวอ่อน กางเกงยีนส์ขาสั้นแค่ขาอ่อน รองเท้าบูทหนังยาวถึงหน้าแข้ง...ใช้ธนูไม้สีเขียวเป็นอาวุธ

แล้วมีซันกับรีริเอะที่เป็นสปายและกองหนุน

ซัน สเดย์ร่าเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักอายุ 15 ปี สูง 164 เซน ผมสีส้นยาวแค่ต้นคอ ดวงตากลมโตสีแดง สวมใส่เสื้อรัดอกไร้แขนแลพคอสีผ้าอ่อน คลุมทับด้วยผ้าคลุมสีเขียว สวมกางเกงยีนส์ขายาว ใส่ถุงมือยาวถึงข้อแขนสีเขียว และรองเท้าผ้าใบสีเขียว...ใช้ทอนฟา(พลองมือ)เป็นอาวุธ

รีเรียร์ นาเทียร์เป็นหญิงสาวน่ารักท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานอายุ 18 ปีสูง 167 เซนไว้ผมยาวปะบ่าบานออกมาเล็กน้อยสีชมพู ดวงตาสีเหลืองอ่อน สวมใส่ชุดกระโปร่งยาวสีขาที่มีลายดอกไม้สีชมพู รัดเอวด้วยเข็มขัดเส้นโตสีเหลือง...ใช้กระทะกับตะหลิวเป็นอาวุธ

ส่วนดาวิชที่เป็นหน่วยเสบียงของหน่วยที่ 5 ซึ่งโดนยุบลงไปนั้นไม่ได้จัดเข้าประจำการอยู่ในหน่วยใดๆเป็นหลักแต่ให้ตามไปด้วยเพื่ออาจจะเป็นที่จะต้องช่วยเหลือถึงทุกคนที่อยู่ในป้องฟอลคอน...ซีน่อนที่นั่งอยู่บนหลังม้ากวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่านับรบในหน่วยของตนทั้ง 78 คนถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างเฉื่อยชาแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยว่า

“เคลื่อนพลได้”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ-ท่านแม่ทัพ...”

จูเรียที่ควบม้าสีขาวของเธอวิ่งนำหน้าเหล่านักรบให้หน่วยของเธออีก 10 คนมาอย่างรวดเร็วถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“...รอเดี๋ยวค่ะ”

“มีอะไรหรือ”

ซีน่อนที่ชักม้าหันกลับมาถามพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังจูเรียซึ่งเป็นทหารในกองทัพของโรเซร่าซึ่งเป็นหน่วยประจัญบานด้วยความสงสัย...จูเรียจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ท่านโรเซร่าได้สั่งการให้กองทัพให้หน่วยของข้ามาเสริมกองทัพของท่านแม่ทัพค่ะ”

“...”

ซีน่อนที่กวาดสายตาจากจูเรียไปจ้องมองยังคนในหน่วยของเธออีก 10 คนที่นำมาซึ่งเป็นนักดาบและนับรบเสีย 6 คน นักธนู นักบวช จอมเวท กองสนับสนุนอย่างละหนึ่งประกอบด้วยซิโร่ โรฟาล เลออน ซากาเรีย ทีน แม๊ก บั๊ด ริจูเอล โบนัสและคาล่า…

ซีโร่ ครายเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าอายุ 26 ปี สูง 179 เซน ผมยาวถึงกลางหลังสีเขียว ดวงตาเรียวสวยสีฟ้า สวมใส่เสื้อแขนยาวสีเขียวพันคอด้วยผ้าสีแดง กางเกงยีนส์...ใช้ดาบเหล็กเป็นอาวุธ

โรฟาล กราว์นี่เป็นชายวัยกลางคนอายุ 44 ปี สูง 180 เซน ไว้ผมยาวสีทองที่ผูกไว้อย่างเป็นระเบียบ คมดาบคมกริบสีแดง ใบหน้ากว้างใหญ่ ไว้หมวดเคราสั้นๆ สวมใส่ชุดที่หรูหร่าเสื้อเชื้อสีขาว ผ้าผูกคอสีฟ้าอ่อน เสื้อคลุมยาวสีเขียว กางเกงขาวยาวสีเขียว รองเท้าหนังสีดำยาวถึงใต้หัวเขา...ใช้ดาบเรียวสีเงินเป็นอาวุธ

เลออน ฮาทร์เป็นชายหนุ่มอายุ 32 ปีสูง 185 เซน ที่มีใบหน้าหล่อเหล่าไว้ผมยาวสีดำ มีคิ้วคมเข้มสีดำและดวงตาสีดำสนิท ใบหน้ากว้างใหญ่คลุมทับศีรษะด้วยผ้าคลุมยาวถึงกลางหลัง สวมใส่ชุดที่หลอมกว้างสีขาวสะอาดยาวถึงข้อเท้า...ใช้ดาบเรียวยาวสีทองเป็นอาวุธ

ซากาเรีย เวดูทีเป็นชายชราอายุ 60 ปีสูง 189 เซน ไว้ผมยาวถึงกลางหลังสวมใส่ชุดเกราะสีส้มทั้งร่าง...ใช้หอกยาวสีทองเป็นอาวุธ

ทีน กาบ้าเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 ปี สูง 168 เซนที่มีใบหน้าทะเล้น สวมใส่ชุดเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าสีน้ำตาล...ใช้ดาบเหล็กเป็นอาวุธ

บั๊ด รันลี่เป็นเด็กสาวน่ารักๆอายุ 14 ปี สูง 154 ซนไว้ผมสั้นสีส้ม ดวงตาสีชมพูเข้ม จมูกงอนๆนิดๆอย่างเจ้าเล่ห์ สวมใส่เสื้อแขนไร้แขนที่มีคอหนาๆสีเขียวอ่อน กางเกงผ้าขาวสั้นเหนือหัวเข่า รองเท้าผ้าสีน้ำตาล...ใช้ธนูไม้สีน้ำตาลเป็นอาวุธ

ริจูเอล บาน่อนเป็นชายหนุ่มท่าทางใจเย็นหน้าต่าหล่อเหล่าอายุ 26 ปี สูง 185 เซน ไว้ผมยาวสีม่วงรับกับดวงตาสีแดงที่เย็นชา สวมใส่ชุดนักบวชสีขาวสะอาดที่คลุมทับด้วยผ้าคลุมสีม่วงเข้ม...ใช้คทาสีม่วงเป็นอาวุธ

คาล่า สไตล์เซนต์เป็นหญิงสาวอายุ 26 ปีที่งดงามสูง 169 เซน ไว้ผมยาวสีเขียวเสกกลางยาวถึงหัวเข่า มีดวงตาเรียวสวยสีชมพูอ่อนๆ รับกับค้างที่เรียวสวย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่บอบบางสีชมพู สวมใส่เสื้อที่ทำจากผ้าเนื้อหยาบสีเหลืองอ่อนที่คอกว้างเผยให้เห็นถึงหัวไหล่ซ้ายที่ขาวนวลสวย รัดเอวด้วยเข้มขัดสีเขียวเหนือกระโปร่งยาวแต่หัวเข่าสีเหลื่องอ่อน สวมกำไลสีทองที่มีพลอยสีเขียวที่แขนซ้ายและข้อเท้า สวมรองเท้าที่เป็นสายรัดสีเขียว...ใช้มีดทำครัวเป็นอาวุธ

“...งั้นหรือ...”

ซีน่อนเพียงส่งเสียงออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าจ้องมองไปยังระเบียงทางทิศเหนือของปราสาทเฟลย์ลิเซียเห็นถึงร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่จ้องมองมาด้วยสายตาที่เป็นห่วงถึงกับยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าตอบรับออกไปว่า

“...อืมม์...”

เขาที่หันหน้ากลับมายังบานประตูได้ตวัดเท้าตบหลังมาตัวเก่งของตนอย่างรวดเร็วในมันก้าวเดินออกไปแล้วส่งเสียงร้องสั่งกล่าวออกมาอย่างทันทีว่า

“...ไม่มีอะไรแล้ว-ทุกคนออกเดินทางได้”

“ครับ”

“ค่ะ”

ราเมล เทลน่า เรนนี่ รัลเรย์และทุกคนต่างส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมทั้งรีบควบม้าและก้าวเดินตามหลังของซีน่อนที่กำลังคุมไพร่พลมุ่งหน้าไปยังป้อมปราการฟอลคอนทันที
-----------------------------------

“ไปแล้วซีน่ะ...”

โรเซร่าที่ยืนอยู่บนระเบียงทางทิศเหนือถึงกับส่งเสียงกล่าวอะไรพร้อมทั้งจับจ้องมองกองทัพทั้ง 90 ชีวิตภายในการนำของซีน่อนที่มุ่งหน้าออกไปจากประตูเมืองทางทิศตะวันตกไปด้วยประกายตาที่สั่นไหว

“ไปแล้วล่ะ”

อาริเซียที่ไม่ทราบว่า”มายืนอยู่ตั้งบแต่เมื่อไป”กลับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม...โรเซร่าที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที-เธอรีบหันหลังกลับไปจ้องมองยังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างตกใจทันทีว่า

“เธอมายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ-อาริเซีย”

“...”

อาริเซียยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และอ่อนหวานนิดๆพลางจ้องมองไปยังเพื่อนรักพลางกล่าวออกมาว่า

“...ก็นานพอที่จะเห็นอะไรดีๆแหละน่า...”

เธอที่ยิ้มอย่างชั่วร้ายยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถ้ารักก็บอกไปตรงๆก็จบแล้ว”

“บ้า...”

โรเซร่าที่หน้าแดงถึงกับรีบปฏิเสธออกมาทันที-เธอยังกล่าวออกมาอย่างปากแข็งว่า

“...ใครรักซีน่อนกัน”

“ฉันก็ไม่หมายถึงซีน่อนเสียหน่อยน่ะ”

อาริเซียที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เอานิ้วชี้ซ้ายแตะปากกล่าวออกมาทันที...ยิ่งทำให้โรเซร่าที่หยุดชะงักยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีกกล่าวอะไรไม่ออก-เธอจึงได้แต่รีบหันกายก้าวเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็วในพริบตา...

“...ตุบ...ตุบ...ตุบ”

อาริเซียที่เห็นเช่นนั้นจึงกล่าวออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“ถ้าไม่ใช่แล้วจะรีบหนีไปไหนกันล่ะ”

“ใครหนีกัน...”

โรเซร่าที่เผลอหยุดชะงักอย่างตกใจได้แต่รีบก้าวหนีออกไปอย่างรวดเร็วทั้งยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า
“...ฉันจะรีบไปจัดเตรียมกองทัพให้เดินทางไปพรุ่งนี้ต่างหาก”

“นั่นสิน่ะ...”

อาริเซียที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์กลับกล่าวต่อไปว่า

“...ถึงตัวจะต้องเดินทางพรุ่งนี้-แต่ไม่รู้หัวใจตามไปถึงไหนต่อไปแล้วสิ...”

“...ตุบ...ตุบ...ตุบ”

แต่โรเซร่าที่ก้าวหนีไปกลับไม่ยอมที่จะหยุดฟังหรือส่งเสียงใดๆโต้ตอบกลับมาอีกเลยทำเอาอาริเซียอดที่จะยิ้มออกมาอย่างพอใจเล็กน้อยไม่ได้ว่า

“ทั้งที่พรุ่งนี้ก็จะออกเดินทางตามไปแล้ว...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปทั้งรอยยิ้มที่อิจฉานิดๆว่า

“...คนที่มีความรักนี่น่ารักจังน่ะ...เฮ้อ...”

เธอที่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วจึงก้าวเดินตามหลังของโรเซร่าออกไปยังระเบียงทางทิศเหนือแห่งนี้ช่นกัน-เพื่อไปสั่งการยังกองทัพของตนที่เหนืออยู่ให้เตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทางในวันพรุ่งนี้อีกคน
--------------------------------------

“ทุกคนหยุดพักได้...”

ซีน่อนส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังพร้อมกระโดดลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากที่ออกมาเดินทางมาทั้งวัน-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆอาณาบริเวณส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แยกย้ายกันไปพักได้-พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า”

“ครับ”

“ค่ะ”

ราเมล เทลน่า เรนนี่และทุกคนส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วทันทีอย่างยินดี...เทลน่าที่ไม่รอช้ารีบหันไปสั่งการกับพวกราเมล รอยและคูสที่เป็นผู้ชายเพียง 3 คนของกลุ่มว่า

“พวกนายสามคนก่อกระโจมน่ะ-เดี๋ยวฉันกลับมา”

“ครับ...ครับ…”

ราเมลได้แต่ตอบรับกลับไปอย่างเซ้งๆที่รู้สึกว่า”ความน่ารักเมื่อคืนนั้นของเทลน่ามันหายไปไหนน่ะ”-เขาที่หันไปโบกมือให้กับรอยกับคุสช่วยกันก่อกระโจมนอนให้กับเหล่าหญิงสาวทั้งหลายยังบ่นออกมาเบาๆว่า

“...หรือว่าคืนนั้นเราฝันไปน่ะ…”

ก่อนที่จะนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะเมื่อฉุกคิดขึ้นมาภาพของเทลน่าในคืนนั้นก็ปรากฏขึ้นมาทันทีจนหน้าแดงพร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่ตื่นตัวขึ้นมา...ในขนาดที่เทลน่าซึ่งไม่รู้กระไรจึงก้าวตรงไปหารือกับซีน่อนพร้อมทั้งหัวหน้าหน่วยต่างๆทันที

“เป็นอะไร-ราเมล”

รอยที่เห็นถึงราเมลนิ่งเงียบลงถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสงสัยพลางจ้องมองยังใบหน้าของชายหนุ่มราวกับจะค้นหายังอะไร...ราเมลที่สะดุ้งตัวจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วทันทีว่า

“เปล่า-ไม่มีอะไร”

แล้วก็รีบก้าวเดินเข้าไปช่วยรอยกับคูสกันตั้งกระโจมที่พักแรมอย่างรวดเร็วทันทีจนกระทั่งเสร็จพอดีกับเทลน่าที่ประชุมเสร็จแล้วก็กลับมาพร้อมกับดาวิช...เทลน่าที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังพวกราเมลที่ก่อกระโจมเสร็จส่วนพวกเรนี่ก็เตรียมอาหารเสร็จในเวลาเดี๋ยวกันแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ทุกคนมาประชุมกันเดี๋ยวนี้”

“ครับ”

“ค่ะ”

“อืมม์”

ราเมล เรนนี่และทุกคนที่ต่างส่งเสียงตอบรับออกมาพลางก้าวเท้ามารวมกลุ่มกันที่เบื้องหน้ากระโจมทันที...เทลน่าจึงรีบส่งการออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“วันนี้หน่วยของเรารับผิดชอบเวรยามให้พลัดที่สองตั้งแต่เวลาทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มเข้าใจมั้ย”

“ครับ”

“ค่ะ”

ทุกคนส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างรับทรา บเพราะเวรยามจะเริ่มตั้งแต่ 18.00 น.-เวรละชั่วโมงครึ่งรวมทั้งหมด 8 พลัดไปจนกระทั่งถึง 6 โมงเช้า...แต่ก่อนที่ราเมลจะหันกายหมายจะเอาถ้วยไปรับยังซุปกระต่ายป่าที่ฟรอเดียกับราเครุช่วยกับล่ามาทานพร้อกับขนมปังนั้น-เทลน่ากลับส่งเสียงกล่าวออกมาก่อนว่า

“ราเมล-นายรอเดี๋ยวก่อน”

“หือ...”

ราเมลที่หยุดชะงักหันพลางหันกลับมาส่งเสียงถามด้วยความสงสัยว่า

“...มีอะไรหรือ”

“วันนี้นายไม่ต้องอยู่เวร...”

เทลน่าส่งเสียงออกมาท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังแปลกประหลาดใจกับราเมลที่ไม่ต้องอยู่เวรเช่นทุกคน...เรนนี่ที่เห็นถึงท่าทีของเทลน่าถึงกับจ้องมองไปยังอย่างสงสัยพลางขบคิดใจว่าว่า”คืนนั้นมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าน่ะ”

...

แต่เทลน่ากลับไม่ทิ้งเวลาให้ทุกคนได้สงสัยอะไรมากมายทัน เพราะกลัวทุกคนจะเข้าใจผิดจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“...ซีน่อนสั่งให้นายหลังจากทานอาหารแล้วไปพบที่ป่าด้านหลัง”

เธอกล่าวออกมาพร้อมทั้งหลบสายตาของทุกคนหันไปมองยังป่าที่อยู่ด้านหลัง...ราเมลที่ได้ยินจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างขบคิดว่า

“ท่านแม่ทัพน่ะหรือ”

แต่เทลน่าที่ไม่สนใจยังหันไปกล่าวกับรอยและดาวิชว่า

“ส่วนนายดาวิช รอยแล้วก็คูสคืนนี้-พวกนายอยู่ยามกันสามคนแทนทุกคนก็แล้วกัน”

“หา...”

รอยส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะคืนนี้ถ้าต้องอยู่ยามกัน 3 คนกับพวกคูสและดาวิชละก้อคงจะไม่สามารถแอบหนีไปหาสาวๆได้แน่เลย...แต่เรนนี่ที่ไม่สนใจยังหันไปกล่าวกับราเมลด้วยความสงสัยว่า

“นี่มีเรื่องอะไรหรือ”

“ไม่รู้สิ”

ราเมลส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งหยิบเอาจานเพื่อไปรับเอาซุปกระต่ายป่ากับขนมปังมากิน เพราะการที่ซีน่อนเรียกเขาไปหาจะต้องมีอะไรอย่างแน่นอนเลย...เรนนี่ที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อยอย่างงอนๆว่า

“เชอะ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ไม่บอกก็ไม่เป็นไหร-ไม่เห็นอยากรู้เลย...”

เธอที่มีหน้าที่ตักเอาน้ำซุปให้กับทุกคนกลับไม่ยอมตักซุปกระต่ายป่าให้กับราเมลยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...งั้นก็ไม่ต้องกิน”

“โธ่-เรนนี่...”

ราเมลส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยอย่างอ้อนวอนฝ่ายตรงข้าม-เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันไม่รู้จริงๆ”

“ตกลงนี่จะบอกมามั้ยล่ะ”

เรนนี่ยื่นคำขาดออกมาพร้อมทั้งจ้องมาด้วยสายตาที่โกรธๆ แง่งอนและขอร้องนิดๆ...ราเมลจึงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างหนักใจว่า

“ถ้าไม่มีงานอะไรสั่งมาก็คงอยากที่จะทดสอบฝีมือล่ะมั่ง”

“งั้นหรือ...”

เรนนี่ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างลังเลใจว่าจะเชื่อเหลือฝ่ายตรงข้ามดีหรือไม่ดี...แต่ไรก้าที่รอคิวอยู่ด้านหลังกลับรีบส่งเสียงออกมาอย่างร้อนใจว่า

“อย่ามั่วงอนกันอยู่เลยน่า...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...ท่านเทลน่ากำลังรอทานอาหารอยู่น่ะ-เดี๋ยวเกิดโมโหหิวขึ้นมาก็อาละวาดอีกหน่อย”

“อืมม์-เชื่อก็ได้”

เรนนี่จึงได้แต่พยักหน้ารับ-เธอที่ยิ้มให้กับราเมลและรีบตักเอาน้ำซุปกระต่ายป่าให้กับราเมลจนเต็มชามอย่างลำเอียงเช่นทุกครั้ง...ราเมลที่รับเอาซุปกระต่ายป่าไปถึงกับยิ้มตอบรับออกไปเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ…”

เรนนี่ที่ยิ้มรับจ้องมองดูราเมลที่ยกชามใส่น้ำซุปขึ้นมาซดแล้วรีบส่งเสียงถามออกไปอย่างกระตือรือร้นว่า

“...เป็นไงอร่อยมั้ย”

“...”

ราเมลยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวชมออกมาอีกว่า

“...ยังอร่อยเหมือนเดิมแล้ว”

“อืมม์…”

เรนนี่ส่งเสียงตอบรับออกมาพร้อมรอยยิ้มที่หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอายบิดตัวจนทำอะไรไม่ถูก...ทำเอาไรก้าที่อยู่ด้านหลังของราเมลยังต้องส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งว่า

“...นี่เร็วๆหน่อยสิเดี๋ยวท่านเทลน่าก็โมโหเอาพอดี”
---------------------------------------

หลังจากทานอาหรรเสร็จ

...ยังพอดีเวลาเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มเวรยามพลัดแรก

“ผลุด...”

ราเมลที่ลุกขึ้นถึงกับรีบที่จะก้าวเข้าไปยังป่าด้านหลังตามที่ซีน่อนคำสั่งทันที...แต่รอยที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบฉุดมือของเขาไว้พร้อมทั้งส่งเสียงถามออกมาว่า

“จะรีบไปไหนเล่า”

“มีอะไรหรือ...”

ราเมลที่หันกลับไปมองยังฝ่ายถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันจะรีบไปหาท่านแม่ทัพน่ะ”

“ไม่เห็นต้องรีบเลย...”

รอยส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่กรุ่มกริ่งเล็กน้อย-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆบริเวณว่า”ไม่มีใครอยู่ใกล้”แล้วจึงยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูของราเมลเบาๆว่า

“...แล้วพวกสาวๆก็จะอาบน้ำกันแล้ว”

“...”

ราเมลที่หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยจึงส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...แล้ว...แล้วเราไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”

“แล้วนายไม่อยากแอบดูหรือไง”

รอยส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มที่เจ้าชู้พลางหันไปมองยังจุดหมายที่อยู่ไม่ห่างออกไปนักพร้อมทั้งเสียงน้ำที่รินไหล...ราเมลที่หน้าแดงพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังในกระโจมที่เป็นที่พักสำหรับสาวๆในยามนี้ซึ่งมีเทลน่าอยู่ด้วยถึงกับหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างลังเลทันที

“ถ้าเทลน่ารู้เข้าล่ะ...โดนฆ่าแน่เลย”

“ไม่มีปัญหา...”

รอยกลับยิ้มที่เจ้าเล่ห์นิดๆ-เขาที่โบกมีเป็นสัญญาณให้กับคูสที่กำลังยื่นคุยอยู่กับไรก้าที่ยื่นเฝ้าอยู่เบื้องหน้ากระโจมแล้วส่งเสียงออกไปว่า

“…คูส”

“ครับ”

คูสส่งเสียงร้องรับออกมาพร้อมทั้งรีบเข้ามาหายังราเมลกับรอยที่ยืนคุยอยู่ทันทีด้วยความรวดเร็วทันที...รอยจึงรีบถามคูสที่เป็นสปายประจำหน่วยออกไปทันทีว่า

“เป็นไงบ้าง”

“คืนนี้ดูท่าจะยากน่ะ…”

คูสที่คล้ายร่วมมือกับรอยอยู่ก่อนแล้วกล่าวออกมาอย่างหนักใจ-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆกระโจมแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เทลน่าคล้ายกับระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างดี-เธอนอกจากจะสั่งให้ไรก้าจัดเวรยามเฝ้าอยู่ตลอดเวลาที่หญิงสาวทุกคนกำลังอาบน้ำแล้วยังรู้สึกว่าจะมีการสั่งให้กั้นพื้นที่สำหรับอาบน้ำไว้ภายในอีกต่างหากด้วย...”

เขายังเหล่สายตาไปมองเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ต่อที่เข้าไปภายในกระโจมได้ก็ใช่จะแอบดูได้ง่ายๆ”

“อืมม์...”

ราเมลจึงได้แต่พยักหน้าลงไปอย่างขบคิดเล็กน้อยถึงผ้าม่านมากมายที่ต้องขนเข้าไปในกระโจมเมื่อก่อนหน้านี้-เขาจึงส่งเสียงถามออกไปว่า

“…แล้วตอนนี้เทลน่ากำลังทำอะไรอยู่”

“เธอกำลังอาบน้ำอยู่...”

เมื่อได้ยินถึงตอนนี้ราเมลก็ถึงกับหนาแดงขึ้นมาทันที เพราะดันจิตนาการไปยังเลือนร่างของเทลน่าที่กำลังเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำที่เกาะอยู่อย่างงดงามในคืนนั้น...คูสที่ยังไม่ทันสังเกตได้ปุ้ยปากไปยังกระโจมแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอีกว่า

“...ดูซิ...เธอสั่งให้พวกผู้หญิงต่างเฝ้าอยู่รอบๆกระโจมทุกคนเลยมั้ยล่ะ-ไม่มีทางที่พวกเราจะแอบย่องเข้าไปได้อย่างแน่นอนเลยล่ะ”

“อืมม์-นั่นสิ”

รอยที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังกระโจมที่เหล่าหญิงสาวกำลังเฝ้าอยู่อย่างหนาแน่นถึงกับส่งเสียกล่าวออกมาอีกคนโดยไม่มีเวลามาสนใจยังราเมล เพราะรู้สึกว่า”สิ่งที่ตนเองคิดจะไม่สมหวังเอาเสียแล้ว”

“งั้นฉันไปก่อนล่ะ”

ราเมลส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรีบก้าวเดินไปหยิบยังดาบของเขามุ่งหน้าไปยังป่าด้านหลังตามคำสั่งของซีน่อนที่เรียกให้ไปพบทันที

...เพราะทราบดีว่า”อยู่ต่อไป”ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก-เมื่อเทลน่าระมัดระวังถึงขนาดนั้น

“นี่รอเดี๋ยวสิ...”

รอยส่งเสียงร้องเรียกออกไป เพราะถ้าขาดกำลังหนุนอย่างราเมลไปอีกคนล่ะก้อ-การแอบดูสาวๆคงไม่สำเร็จแน่นอน...แต่ราเมลกลับก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจ

“...”

คูสกับรอยจึงได้แต่หันไปสบสายบตาจ้องมองหน้ากันอย่างอับจนปัญญาเท่านั้น...รอยจึงบ่นออกมาอย่างเซ้งๆในอารมณ์ว่า

“กลับไปนอนกันเถอะ…”

เขาที่กอดคอคูสก้าวเดินไปหาทางล้มตัวลงนอนยังข้างกองไฟยังบ่นออกมาอีกอย่างเซ้งๆว่า

“...คืนนี้เราต้องอยู่ยามกันอีก”

โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่า”ได้มีใครบ้างคนแอบก้าวตามหลังของราเมลออกไป”-ท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังจะละขอบฟ้านี้...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 12 มี.ค.55 เวลา 01:12:29 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 16

รอย      : ทำไมท่านแม่ทัพ(ซีน่อน)ถึงกับเรียกราเมลเพียงคนเดียวล่ะ

ไรก้า      : แล้ววันๆพวกนายทำอะไรบ้างล่ะ

รอย      : พอว่างๆด็ดื่มเหล่ากับจีบสาว

ไรก้า      : สมครวแล้วล่ะ เพราะราเมลมักจะฝึกดาบทุกวัน

ฟรอเดีย      : ฉันว่าไม่มั้ง

ไรก้า      : งั้นเพราะอะไรล่ะ

ฟรอเดีย      : เห็นท่านแม่ทัพยังเป็นหนุ่มโสดไม่แต่งงานไม่ใช่หรือ แถมวันๆยังไม่เคยสนใจผู้หญิงอีก…แต่กลับมาสนใจราเมลเข้า

รอย      : ...

ไรก้า      : จริงด้วย มิน่าล่ะท่านเทลน่ากับราเมลที่หายกันไปสองต่อสองตั้งหลายคืนจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คูส      : มินาล่ะ...เมื่อกี้พวกเราชวนไปแอบดูสาวๆอาบน้ำก็ไม่ไปด้วย

รอย      : ฉันโชคดีแล้วล่ะที่ไม่โดนเรียกไปหาตอนการคืน

ไรก้า ฟรอเดีย      : พวกเราหรือ

คูส      : ใช่...ฉันกับรอยไงล่ะ      

เหล่าหญิงสาว(ทั้งหลาย)      : ตายซ่ะเถอะ

      หลังจากนั้นสภาพของรอยกับคูสก็ต้องรับศึกหนักจากสาวๆจนแทบจะไม่มีปัญญาไปเฝ้ายามได้

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 12 มี.ค.55 เวลา 01:13:20 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ