Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ตอนที่ 5 ผู้พิทักษ์แห่งสายธาร

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 5 ผู้พิทักษ์แห่งสายธาร

เพชรสีฟ้าที่สวยงามยิ่ง...

ประกายสีฟ้าของมันสดใสราวกับท้องมหาธาราธารอันยิ่งใหญ่ บริสุทธิ์สูงส่งยิ่งกว่าหยาดน้ำตาแห่งสายน้ำทั้งโลกหล้า...

แม้แต่สีฟ้าของท้องฟ้ายังมิงดงามเท่า-มิสวยงามเทียมถึง...

เพชรที่เรียวสวยคล้ายหยาดน้ำตาแห่งวารีกำลังลอยเอาปลายแหลมชี้ไปด้านบนราวกับเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องนี้ต้องจับตามอง เพราะทันทีที่กาเน็ทก้าวเข้ามาภายในห้องนี้ถึงกับถูกยังประกายแสงสีฟ้าท่อทาบผ่านดวงตาเข้าไปในหัวใจจนมิสามารถละสายตาจากไปได้

“สวยจังเลย...”

แม่มิงค์สาวที่ร้องครางออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจถึงกับพยักหน้าส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...เอาชิ้นนี้แหละ”

เพราะเธอที่ขึ้นเรือโจรและกลายเป็นโจรไปแล้ว-ถ้าจะขโมยก็น่าจะขโมยยังของที่มีค่าและเป็นของสวยงามที่เธอชอบไม่ดีกว่าหรือ...

กาเน็ทที่ไม่รอช้าจึงรีบวิ่งตรงไปยังเพชรเม็ดโตที่สวยงามราวกับต้องใช้ทั้งมือคว้าทันที เพราะราคาของมันคงมีค่าที่เทียมเมืองอย่างไม่ต้องสงสัยเลย...

“ควับ...”

แต่ก่อนที่กาเน็ทจึงสัมผัสถึงหัวของเธอถึงโดนยังปลายเท้าที่เรียวสวยข้างหนึ่งเหยียบใส่จนต้องเงยหน้าขึ้นไปถึงกับเห็นยังอานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“ชิ้นนี้ฉันขอล่ะ...”

พลางหมายที่จะเอื้อมมือไปคว้ายังเพชรสีฟ้าที่คล้ายหยดน้ำเข้ามาใส่ถุงที่สะพายอยู่บนบ่าทันที...กาเน็ทที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อนสิ...”

เธอยังรีบร้องออกไปว่า

“...ฉันเห็นก่อนน่ะ”

“ช่วยไม่ได้...”

อานิต้าที่ยึดถึงยังกฏของโจรสลัดที่ว่า”ใครดีใครได้”ถึงกับยิ้มส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนยิ่งว่า

“...ใครมือไว้ก็ได้ไป”

เพราะถึงขืนมั่วแต่รอกาเน็ทที่ชักช้าละก้อ-เพชรที่มีค่าอันนี้คงอาจจะตกไปถึงมือของจิ้งจอกสีเงินหรือสีทองที่ก้าวเข้ามาภายในห้องนี้แล้วอย่างแน่นอนเลย...

ซึ่งจริงๆปแล้วอานิต้าถึงจะชอบยังเพชรนี้อยู่บ้างก็เถอะ-แต่ก็ไม่คิดที่จะแย่งชิงกับเพื่อนร่วมเรืออย่างกาเน็ทหรอก...เมื่อถึงเวลาแบ่งส่วนแบ่งแล้วถ้ากาเน็ทอยากได้(โดยที่ไม่มีใครต้องการ)ค่อยเอาไปก็ได้...

แต่ที่ต้องรีบหยิบตัดหน้าและก้าวออกมาเช่นหนึ่ง เพราะไม่ต้องการเสียของมีค่าที่สุดให้เรือลำอื่นไปและที่กล่าวออกมาเช่นนั้นก็แค่ต้องการที่จะแกล้งยังแม่มิงค์สาวเล่นเท่านั้น

“เดี๋ยวสิ...”

“ฉันไม่สน...”

อานิต้าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายไม่สนใจถึงใบหน้าที่เหมือนจะร้องไห้และเสียงทัดทานของอีกฝ่ายยื่นมือออกไปหมายกับจะคว้ายังเพชรสีฟ้าสดสวยที่มีค่าที่สุดนี้ทันที...ท่ามกลางสายตาที่สงสัยและระวังภัยของฟ็อก์ซกับสายตาที่เสียดายของคูเปอร์ที่คล้ายกับเห็นช้าไป...

เพราะในการร่วมมือกันปล้นนี้-การแย่งชิงกันเองถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด...

...สมบัติอาจจะไม่ได้แถมยังอาจจะก่อกวนเรื่องราวจนเหล่าทหารรู้ตัวก็ได้

การแย่งชิงสมบัติกันจึงถือว่า”เป็นข้อห้ามอย่างเด็ดขาด”-โดยเฉพาะกับซิลเวอร์แอร์โร่ เพราะด้วยกำลังรบในตอนนี้ทั้งจิ้งจอกสีเงินและจิ้งทองต่างสู้ยังซิลเวอร์แอร์ไร่ไม่ได้อย่างแน่นอนเลย...

แค่นางกำนัลแห่งตำแหน่งเทพทั้ง 4 บวกกับหน่วยจู่โจมภายใต้การนำของแคสท์ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถสู้ได้แล้ว-นี่ยังไม่ร่วมเหล่าเหล่าปีศาจร้ายในคราบนางฟ้าอีกหลายต่อหลายคนน่ะ ไม่ว่าจะเป็นดาบและโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งทะเลทรายสทองหรือเหล่าอดีตนักรบแห่งแดนเหนือยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง...

“เฮ้ย...”

คูเปอร์ที่ได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญญาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังอานิต้าที่ใช้มือขวาสัมผัสยังเพชรที่เรียวสวยสีฟ้าจนเกิดยังประกายอันงดงามแห่งสายธารสาดส่องไปยังทั่วหล้าอย่างเจ็บปวดใจยิ่ง...

“วาว...ว”

ประกายสีฟ้าราวกับสายธารถึงกับสาดส่องไปยังทั่วหล้าราวกับจะย้อนห้องทั้งห้อง ปราสาททั้งหลังให้กลายเป็นสีฟ้าอ่อนๆที่กระจ้างใสในพริบตา...

“...เฟียว”

พร้อมทั้งร่างของอานิต้าที่ต้องกระเด็นถอยหลังออกมารีบกลับตัวลงพื้นอย่างรวดเร็ว

“นี่มันอะไรกัน...”

แม่เรนเดียสาวที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังเพชรสีฟ้าที่สุกสกาวสวยยิ่งกว่าท้องฟ้ายามราตรีท่อแสงสะท้อนเงาลงมาห้วงมหาสายธารารยังร้องออกไปว่า

“...ทำไมอยู่ฉันถึงกระเด็นออกมาได้”

อานิต้าที่ร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจพลางส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังรอบๆว่า”เป็นฝีมือของใคร”จนไปหยุดยังร่างของวอรัส เพราะด้วยคลื่นเสียงของอีกฝ่ายอาจจะสามารถพลักยังร่างของเธอให้กระเด็นออกมาได้...

แต่จะทิศทางที่อีกฝ่ายยืนอยู่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่ด้านหลังเธอและเป็นลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่เช่นกันจึงไม่มีความเป็นที่ต้องลงมืออีกต่างหาก...

“มีอะไรหรือ...”

โซฟีเน่ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมๆกับเซบัสส่งเสียงร้องถามออกไป เพราะเธอที่เป็นกัปตัน(แต่ในนาม)จึงไม่จำเป็นที่ต้องขนหรือขโมยสมบัติชิ้นใดๆก็สามารถได้ส่วนแบ่งอย่างแน่นอนอยู่แล้ว...

นอกไปจากจะมีชิ้นไหนที่ชอบเป็นพิเศษค่อยมาว่ากันใหม่...

“จะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ”

อาธีน่าที่ข่นยังกล่องทองคำซึ่งใส่ยังสมบัติและของมีค่ามากมายขนาดไม่ใหญ่นักจึงสามารถสะพานอยู่ที่ข้างเอวซ้ายถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาอย่างเซ้งๆ เพราะหากมีเรื่องน้อยดีกว่ามีเรื่องมากในยามนี้...

ยิ่งในยามที่ต้องทำอะไรเงียบๆเช่นเป็นโจรนี้...

“เออ...เออ...”

ในขนาดที่กาเน็ทซึ่งตกใจยังสายตาของคนมากมายที่จ้องมองมายังเธอราวกับเป็นคนผิดกำลังจะคิดหายังคำแก้ตัวอยู่นั้น...อานิต้าที่รวดเร็วและว่องไวกว่าจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างทันทีว่า

“ก้อฉันเห็นกาเน็ทอยากได้เพชรเม็ดนั้น...”

สายตาของทุกคู่ที่จ้องมองไปยังเพชรสีฟ้าราวหยดน้ำต่างเห็นยังความสวยงามที่ท่อผ่านแววตาเข้าไปรู้สึกอันสวยงามเย็นสบายได้ถึงส่วนลึกของหัวใจฟังยังอานิต้ากล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันก็เลยกะจะหยิบมาให้”

หมายความว่า”เธอแค่จะตัดหน้าเอามาให้ก่อนจิ้งจอกสีเงินและสีทอง”เท่านั้น...

“งั้นหรือ...”

โดโรธีที่ส่งเสียงตอบรับออกมาราวกับจะรู้เรื่องรู้ราวแล้วจึงหันไปมองยังกาเน็ทพลางกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เป็นความผิดของเธอสิน่ะ”

“เอ๋ะ...”

ท่ามกลางกาน็ทที่ยังตกใจและสงสัยเหมือนกับพยายามที่จะใช้สมองของเธอขบคิดอยู่นั้น...มินะที่ร้องบอกออกมาอย่างรวดเร็วอีกคนว่า

“เป็นความผิดของเธอจริงๆด้วย...”

ราวกับเธอและทุกคนในห้องนี้ต่างทราบดีถึงการแตะต้องยังเพชรเม็ดนี้จะต้องเกิดปัญหาอย่างแน่นอนเลย...มินาจึงพยักหน้ารับแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“เพราะเธอคนเดี๋ยวเลย...จริงๆซิน่ะ”

“เดี๋ยวก่อนสิ....”

กาเน็ที่ตั้งสติได้ เพราะถึงเธอจะอยากได้เพชรเม็ดนั้นก็เถอะ-แต่ว่าคนที่แตะต้องมันไม่ใช่เธอกลับเป็นอานิต้าไม่ใช่หรือ...

คนผิดน่าจะเป็นอานิต้าที่ไม่ระมัดระวังไม่ใช่หรือไง...

แม่มิงค์สาวจึงรีบประท้วงออกไปทันทีว่า

“...ไม่ใช่นั้นน่ะ”

“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาแก้ตัวน่ะ”

อาธีน่าในฐานะของรอกัปตันได้แต่ทิ้งยังหีบใส่สมบัติลงที่ข้างกายทันทีพร้อมทั้งชักดาบที่เรียยาวสีทองออกมากวาดสายตาจ้องมองไปยังโซฟีเน่พลางร้องถามออกไปว่า

“...สั่งการมาได้เลย”

เพราะถึงยังไงหน้าที่ในการตัดสินใจครั้งสุดท้ายก็เป็นของโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันอยู่ดี...โซฟีเน่ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่าเพื่อนๆและลูกเรือทั้งหลายของเธอที่วางยังสมบัติและชักยังอาวุธออกมาเตรียมพร้อมในมือแล้วพยักหน้าตอบรับกลับไปในรอยยิ้มทันที

“อืมม์...”

ก่อนที่สายตาของเธอและทุกคนจะจับจ้องมองไปยังเพชรสีฟ้าที่งดงามสวยราวกับหยาดน้ำตาแห่งวารีที่เบื้องหน้าทันที...

ราวกับจะรอคอยยังการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาอย่างไม่ยอมที่จะหนีไปไหนอย่างเด็ดขาด...

“ใคร...”

เสียงเปล่งออกมาพร้อมทั้งประกายแสงสีฟ้าที่ส่องสาดลงมาในหัวใจของทุกคนอย่างชัดเจนยังดังต่อมาอีกว่า

“...ใครกัน...”

สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังเพชรที่ค่อยๆเปล่งประกายงดงามราวกับดวงตาแห่งสายตาที่กำลังลืมขึ้นมาท่อทาบยังเงาร่างของผู้คน...

“วาว...ว”

เหมือนกับกำลังจ้องมองดูพลางส่งเสียงถามออกมาอีกว่า

“...พวกเจ้าเป็นใครกันจึงได้บังอาจบุกเข้ามา ณ ยังที่นี้...”

ก่อนที่จะประกายแสงจะสาดส่องไปท่อทาบยังเงาของเซไนล์ที่กำลังยืนอยู่เจ้าการเซเรสกับโซฟานถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างเกลียวกราดว่า

“...เจ้าเองหรือ...เซไนล์”

“ครืน...น...”

ราวกับเสียงของสายน้ำทั้งโลกหล้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความโกธาจนปราสทาทและห้องที่เก็บยังสมบัติแห่งนี้ก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นราวกับผิวน้ำที่กำลังสั่นไหว...

“...ครืน”

เพียงพริบตาเดียวที่ทุกคนกำลังจ้องมองยังเพชรสีฟ้าก็ปรากฏยังปราสาททั้งหลังถึงกับแตกสลายกลายเป็นหยดน้ำจางหายไปในพริบตาพร้อมทั้งละอองน้ำมากมายที่ไหลรินหลอมรวมกันมาเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง ณ เบื้องหน้าสายตาของทุกคน...โดโรธีและแม่ลูกแมวสาวทั้ง 3 คนที่ตกใจถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“นี่มันอะไรกัน...”

“เธอเป็นใครน่ะ...”

“...งงไปหมดแล้ว”

“เออ...”

มีมี่ที่จ้องมองไปยังเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงราวกับกล่าวอะไรไม่ออกจึงหันไปถามยังดีสที่อยู่ด้านข้างว่า

“...นี่มันเรื่องอะไรน่ะ”

“แล้วฉันจะไปรู้หรือไงล่ะ”

ดีสที่ไม่รู้เรื่องส่งเสียงร้องออกไปพร้อมทั้งกำกำปั้นทุบหัวของมีมี่ที่อยู่ทางด้านข้างทันที เพราะดันมาถามยังเรื่องราวที่เธอไม่รู้ได้

“โอ้ย...”

มีมีที่ร้องออกมาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังดีสราวกับจะถามว่า”มาทุบหัวของเธอทำไมกัน”...แต่ร่างที่งดงามราวกับสายน้ำที่ไหลรินมาหล่อรวมกันถึงกับค่อยๆปรากฏร่างขึ้นมาอย่างชัดเจนของหญิงสาวที่สวยงามในชุดแพรสีฟ้า จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วโค้งเรียวสวยและผมยามสลวยสีฟ้า สวมใส่ยังอาภรณ์สีฟ้า ประดับยังสร้อยเพชรสีฟ้าที่สวยงามอยู่บนลำคอที่เรียวสวยยืนอยู่บนขั้นบันไดแห่งวารีเพียงจับจ้องมองไปยังเซไนล์พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“เซไนล์...”

“เธอ...”

เซไนล์ที่คล้ายกับถูกระบุตัวจากจากอีกฝ่ายได้แต่ก้าวเดินออกไปยืนเคียงข้างยังเซบัสจับจ้องมองไปยังหญิงสาวแห่งสายธารที่เบื้องหน้าถึงกับส่งเสียงกล่าวยังนามของเธอออกไปอย่างชัดเจนว่า

“...ซีเบร็น”

“ซีเบร็น...”

ทั้งโซฟีเน่และทุกคนที่ได้ยินยังเซไนล์ส่งเสียงราวออกมายังนามของหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของทุกคนกลางห้องเก็บสมบัติแห่งนี้ด้วยตกใจทันที...

ซีเบร็น...

นามที่ปรากฏอยู่ ณ เบื้องหน้าของทุกคนในยามนี้...

นามอันเป็นชื่อเมืองที่ทุกคนกำลังยืนอยู่ ณ ที่นี้...

และสิ่งที่คำสัญที่สุดมันคือนามของหญิงสาวแห่งสายธารที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของทุกคนในยามนี้อย่างที่ไม่มีใครๆสามารถคัดค้านหรือไม่ยอมรับได้...

...ทุกคนต่างเชื่อในสิ่งที่เซไนล์กล่าวออกมา

“ฮือ...”

หญิงสาวแห่งสายธารหรือซีเบร็นที่กวาดสายตาพลางทิ้งร่างจากมาจากขั้นบันไดแห่งวารี-เธอที่ก้าวเดินลงมายังเบื้องหน้าของทุกคนแต่กลับเพียงแต่จับจ้องยังเซไนล์เพียงคนเดียวเท่านั้น...

เพราะในสายตาของเธอเห็นยังเธอเพียงผู้เดียวนั้น...

“ครืน...น”

เกลียวคลืนที่เรียวสวยถึงกับตวัดผ่านยังละอองของหยดน้ำให้กลายเป็นดาบที่เรียวสวยสายหนึ่งผ่านมายังด้านข้างกายในมือของซีเบร็นพร้อมทั้งเสียงที่ไพเราะดั่งขึ้นมาว่า

“เจ้าผู้ทรยศต่อเทพธิดาของพวกเราจงออกมารับความตายซ่ะ”

“...”

เซไนล์ที่จ้องมองไปยังซีเบร็นถึงกับนิ่งเงียบลงไปด้วยความลังเลก่อนที่จะส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ขอโทษน่ะ-ฉันยังตายตอนนี้ไม่ได้...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...แต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ต้องทำ-มีหน้าที่ที่ต้องทำ...”

หยุดเล็กน้อยแล้วยังกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยปานหัวใจจะต้องเจ็บปวดแล้วแหลกสลายว่า

“...มีหน้าที่ที่ต้องพายังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงไปพายังเทพธิดาของพวกเรา”

“ไม่มีทาง...”

ซีเบร็นที่ตวัดยังดาบที่เรียวสวยราวกับสายธารยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...เจ้าผู้ทรยศที่คิดจะนำพายังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงไปปลิดยังชีวิตของเทพธิดาของพวกเราจงตายซ่ะที่นี่เสียเถอะ”

“หา...”

พวกโดโรธีและแม่ลูกแมวทั้ง 3 ตลอดจนใครๆทั้งหลายที่ยังไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ของเซไนล์ต่างพากันส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจและคาดไม่ถึงถึงสิ่งที่ได้ยิน...เซไนล์ที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญายังได้แต่กล่าวออกมาอีกว่า

“ขอโทษน่ะ...ถึงมันจะเป็นเรื่องที่เศร้าสร้อยและทำให้พวกเราจะต้องเสียใจก็ตามที...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยในยังประกายตาสีฟ้ามรกตที่ปรากฏหยาดน้ำตารินไหลจ้องมองไปยังซีเบร็นแล้วกล่าวออกไปอย่างเจ็บปวดว่า

“...แต่นี่เป็นความต้องการขององค์เทพธิดาของพวกเรา...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...พระองค์ต้องการที่จะตายด้วยมือขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวง”

“ไม่...”

ซีเบร็นที่ตวัดยังดาบพุ่งเข้ามาหมายที่จะแทงยังดาบใส่ยังหัวใจของเซไนล์พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ถึงจะต้องทรยศต่อพระองค์-พวกเราก็จะต้องปกป้องยังพระองค์ให้ได้”

“...”

เซไนล์ที่นิ่งเงียบเพียงหลับตายลงไปเท่านั้น เพราะหากเธอได้ตายลงไป ณ ที่นี้ก็ดีเหมือนกัน-หน้าที่ที่ได้รับมาจากเทพธิดาแห่งสายน้ำแห่งห้วงมหาสมุทรอันแสนเศร้าสร้อยนี้จะได้จบลงเสียที...

“เปรี้ยง...”

แต่ยามเมื่อเซไนล์ที่นิ่งเงียบรอคอยยังคมดาบฟันเข้ามาในร่างได้ลืมตาขึ้นมาพบพบยังคมดาบที่ควรจะฝันใส่ยังร่างของเธอกลับหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเธอโดยมียังดาบของอาธีน่าขว้างเอาไว้แล้วโดโรธีที่ยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ถ้าจะทำอะไรเซไนล์ละก้อ...”

แม่ลูกแมวสาวที่แสนเจ้าเล่ห์และซุกซนยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ถามพวกเราหรือยังล่ะ”

“ใช่แล้ว เพราะว่าเซไนล์เป็นเพื่อนของพวกเรายังไงล่ะ”

มินะส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งมินาที่พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยท่ามกลางทุกคนที่ไม่มียังความเห็นที่ขัดแย้งใดๆ...โซฟีเน่ที่ยิ้มรับจึงส่งเสียงสั่งการออกมาในฐานะของกัปตันแห่งซิลเวอร์แอร์โร่ทันทีว่า

“ทุกคนประจัญบานได้”

“อืมม์...”

เหล่าลูกเรือแห่งซิลเวอร์แอร์โร่ต่างตอบรับออกมาอย่างชัดเจนถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นนี้เท่ากับเป็นการเปิดศึกระหว่างจอมโจรสลัดซิลเวอร์แอร์โร่กับมหานครแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่แล้ว...

“ฮึ...”

ประกายตามากมายถึงกับจับจ้องมองไปยังซีเบร็นเพียงสายตาเดียวด้วยความตั้งใจที่เด็ดเดียวราวกับจะท้าทายยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่เบื้องหน้า

...

ซีเบร็นที่นิ่งเงียบถึงจ้องมองไปยังเหล่าลูกเรือแห่งซิลเวอร์แอร์โร่ราวกับไม่สนใจอะไร เพราะด้วยพลังจะอำนาจของเธอที่ได้รับมาจากองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรมั่นใจได้ว่า”จะจัดการกับทุกสิ่งได้”จึงก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

“เข้ามาเลย...”

โดโรธีที่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจถึงกับที่สวมยังกรงเล็บในมือทัน 2 ข้างหมายกับที่จะพุ่งออกไปทันที...มินาที่ตวัดยังปืนในมือขึ้นมาเล้งยังไปซีเบร็นพร้อมทั้งมินาที่กำมือแน่นพร้อมจะลุยออกไปในพริบตา...

แต่...

“ควับ...”

เซไนล์ที่ก้าวออกมายังเบื้องหน้าของทุกคนตวัดยังเรียวฝ่ามือซ้ายที่ขวานวลสวยขว้างหน้าของทุกคนแล้วส่งเสียงออกมาทันที

“ทุกคนไม่ต้องหรอกค่ะ...”

เธอที่จ้องมองไปยังซีเบร็นที่เบื้องหน้า-ใช้ยังประกายที่เรียสวยสีฟ้ามรกตดั่งสายธารอันบริสุทธิ์และสดใสไปด้วยประกายของความภักดีและความรักพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันขอจัดการเอง...”

เซไนล์ที่ขมวดคิ้วเรียวสวยด้วยความหนักใจยังส่งเสียงกล่าวอีกอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะมันเป็นภาระหน้าที่ที่ฉันจะต้องจัดการเองค่ะ”

เพราะเธอมีหน้าที่ที่ต้องพายังองค์ราชันย์แห้งแดนสรวงไปสังหารยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรตามความต้องการของพระนาง...

“...”

ซีเบร็นที่จ้องมองไปยังเซไนล์อย่างดูถูกพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเจ็บชาว่า

“...เป็นแค่ข้าทาสต่ำต้อยผู้หนึ่งถึงกับกล้าทรยศองค์เทพเจ้าของพวกเราและกล้าขว้างหน้ายังข้าผู้ได้รับมอบหมายให้ปกป้องและพิทักษ์ยังซีเบร็นแห่งนี้หรือเชียวหรือ...”

ยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างเกรี้ยวกราดดุจสายน้ำที่โหมกระหน่ำว่า

“...ช่างบังอาจนัก...ตายซ่ะเถอะ”

พลางตวัดยังฝ่ามือที่เรียวสวยกลางมายังเซไนล์ที่เบื้องหน้าของทุกคนในพริบตา เพราะเป้าหมายของเธอคือจะต้องฆ่ายังอีกฝ่ายให้ได้อย่างชัดเจน

“ครืน...น”

เกลียวหยาดน้ำมากมายที่ล่องลอยอยู่กลางนภากาศถึงกับผนึกกลายเป็นหยาดฝนนับไม่ถ้วนพุ่งตรงมายังร่างของเซไนล์และทุกคนในพริบตา...โซฟานที่ไม่รอช้ารีบพุ่งร่างมาขว้างยังเบื้องหน้าของโซฟีเน่ที่เซบัสปกป้องไว้ทันที

“ควับ...”

แต่...

เซไนล์ที่ยืนออกไปยังเบื้องหน้าของทุกคนกลับตวัดยังมือซ้ายขว้างตัดยังเบื้องหน้าในพริบตาก่อเกิดยังกำแพงแห่งวารีปราการแห่งสายน้ำขึ้นมาปกป้องยังหยาดพิรุธมากมายที่พุ่งเข้ามาจนหมดสิ้น...

“ครืน...น”

แม้แต่สายน้ำสีฟ้าที่สดสวยสักเม็ดก็ไม่สามารถซัดผ่านยังกำแพงแห่งวารีเข้ามาได้แม้แต่สักหยดเดียวราวกับสายธารของเทพธิดาแห่งห้วงมหาสมุทรก็ปกป้องและพิทักษ์ยังเซไนล์และทุกคนเช่นเดียวกัน...

“บ้าน่า...”

ซีเบร็นที่ปกติจะวางสีหน้าที่นิ่งเฉยถึงกับปรากฏยังสีหน้าที่ตกใจขึ้นมา เพราะไม่คิดว่าองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรจะปกป้องยังเซไนล์ที่เป็นคนทรยศถึงกับส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ทั้งๆที่เธอทรยศกลับได้รับการปกป้องจากพระองค์อีกหรือ”

ประกายตาสีฟ้าครามของซีเบร็นที่จ้องมองไปถึงกับจ้องนิ่งเงียบไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้า-เธอถึงกับขมวดคิ้วด้วยความลังเลใจขึ้นมา

“หยุดเถอะ...”

เซไนล์เลือกที่จะก้าวเฉียงออกไปยังด้านข้างเพื่อให้การโจมตีในครั้งต่อไปของซีเบร็นไม่โดนลูกหลงไปยังพวกโซฟีเน่-เธอยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ได้โปรดหยุดยังการต่อสู้ที่ไร้เหตุผลนี้เถอะค่ะ...”

เธอที่ยังส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความมั่นหวังว่า

“...ได้โปรดปล่อยเราไปหายังองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรหรือ”

“หือ...”

ซีเบร็นที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมาราวกับเกลียวคลืนที่ถาโถมสูงกระหน่ำยังส่งเสียงกล่าวออกมาราวกับสายน้ำที่เกรียวกราดว่า

“...เจ้ายังคิดที่จะกล้าเข้าพบยังองค์เทพธิดาของเราอีกหรือ...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...คิดที่จะสังหารยังพระองค์อีกหรือทั้งๆที่พระองค์ยังทรงปกป้องและพิทักษ์เจ้าแม้แต่ในยามนี้-ยามที่คิดจะนำพายังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงไปสังหารพระองค์”

“...”

ถึงทุกคนที่ได้ยินยังคำกล่าวของซีเบร็นอย่างชัดเจนจะใช้ยังสายตาที่สงสัยจ้องมองไปยังเซไนล์เพียงหนึ่งเดียวถึงสิ่งที่ได้ยิน...

แต่กลับไม่มีใครส่งเสียงถามออกไป เพราะต่างเชื่อใจยังเซไนล์ที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้กันทุกคน...

เซไนล์ที่เคียงร่วมกันต่อสู้มาด้วยกัน ณ มหานครแห่งเปลวเพลิง...

เซไนล์ที่เป็นลูกเรือคนหนึ่งของซิลเวอร์แอร์โร่...

เพราะไม่ว่าการกระทำของเซไนล์จะลงมือไปด้วยเหตุผลใดๆก็ตามแต่-แต่ ณ ยามนี้เซไนล์ยังคงเป็นเพื่อนของเธออยู่...

แม้วันหน้าที่อยู่เบื้องหน้าของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรจะเป็นเช่นไรก็ตามที เพราะไว้ถึงวันนั้นค่อยว่ากันอีกที...

“เออ...”

คูเปอร์ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยราวกับไม่สามารถข่มใจได้ แต่พอเห็นยังฟ็อก์ซที่อยู่ด้านข้างไม่ส่งเสียงอะไรออกไปจึงนิ่งเงียบลงไปทันที...

เพราะถึงจะอยากรู้แค่ไหนก็ไม่มีทางยอมแพ้ยังฟ็อก์ซเด็ดขาดเลย...

“เป้าหมายของฉันคือการนำพายังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงไปเพื่อพบยังองค์เทพธิดาแห่งสายกธารกลางห้วงมหาสมุทรจริง...”

เซไนล์ทีส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเด็ดเดียวด้วยประกายของดวงตาที่หลับลงไปเปลี่ยนให้หยาดน้ำตารินไหลออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...และเพื่อสังหารยังพระองค์จริงอย่างที่ซีเบร็นกล่าวออกมา...”

“...”

ทุกคนที่นิ่งเงียบต่างต้องมองไปยังเซไนล์เป็นสายตาเดียวทันที เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ยินยังถึงจุดประสงค์และจุดหมายถึงกลางเดินทางที่แท้จรอิงของเซไนล์...

เพื่อนำเซบัสไปสังหารยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร...

“ไม่มีทาง...”

ซีเบร็นที่ส่งเสียงร้องลั่นออกมาด้วยความไม่พอใจยังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนอีกว่า

“...ฉันไม่มีทางยอมอย่างเด็ดขาด”

“...”

แต่เซไนล์ที่จ้องมองไปยังเจ้าเมืองและเทพพิทักษ์แห่งซีเบร็นนี้ด้วยสายตาที่มั่นคง เศร้าสร้อยแต่เด็ดเดียวพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...แต่นี่คือความต้องการและพระประสงค์ขององค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรเอง...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ต้องการที่จะตายด้วยมือขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวง”

เมื่อไม่สามารถได้รับความรักจากชายหนุ่มอันเป็นที่รักก็มิสู้จะมีชีวิตอยู่เสียดีกว่า...

แม้ไม่สามารถได้รับความรักจากเข้าได้ก็สู้ตายด้วยมือของเขาเสียดีกว่า...

นี่คือความเห็นแก่ตัวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาหรือองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร...

และนี่คือความรักของหญิงสาวคนหนึ่งที่พลาดความรัก...

...ที่เลือกยังความตายแทนการอยู่อย่างเจ็บปวด

“บ้าน่า...”

ซีเบร็นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมทั้งก้าวถอยไปด้านหลังราวกับจะปฏิเสธยังความเป็นจริงและสิ่งที่เซไนล์ได้กล่าวออกมา...

เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรต้องการความตาย...

เธอที่เป็นยังข้ารับใช้และผู้ที่ได้รับการไว้ใจให้ปกป้องยังเมืองแรกอันเป็นปราการด่านที่สำคัญสำหรับปกป้องยังดินแดนแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรนี้-ถึงกับจ้องมองไปยังเซไนล์และเหล่าผู้บุกรุกทั้งหลายที่ต้องการเข้ามาคลาดยังชีวิตขององค์เทพธิดาของเธอถึงกับตัดทิ้งยังความลังเลใดๆตวัดยังมือขวาที่เรียวสวยราวกับสายตาออกไปยังด้านข้างปรากฏเป็นหอกแห่งวารีสีฟ้าแห่งอความารีนที่ยาวสวยดุจหยาดพิรุธก้าวเดินเข้ามาพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างขัดเจนว่า

“...ต่อให้เป็นพระประสงค์ขององค์เทพธิดาก็ตาม-แต่การปกป้องยังพระองค์จากความทุกข์และหยาดน้ำตาคือหน้าที่ของพวกเราเหล่าข้ารับใช้แห่งสายธาร...”

พลางตวัดยังปลายหอกชี้ไปยังใบหน้าของเซไนล์แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...แต่อีกอย่างคำพูดของกบฏผู้ทรยศเช่นเธอก็ไม่น่าเชื่อด้วย”

“แต่ที่ฉันพูดเป็นความจริงน่ะค่ะ”

เซไนล์ส่งเสียงกล่าวออกไปยังชัดเจนถึงภาระและหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่เธอได้รับมาจากองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรนี้...

ยังความลับที่ได้รับมอบหมายนี้...

“หากเธอจงรักและภักดีต่อองค์เทพธิดาของเราจริงล่ะก้อ...”

ซีเบร็นที่ตวัดยังหอกในมือแทงใส่ยังหัวใจของเซไนล์พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ก็จะตายตรงนี้ซ่ะ”

“...”

เซไนล์ที่จ้องมองไปยังคมหอกที่พุ่งออกมาถึงกับหลับตาลงไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาโซฟานที่ชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“บ้าชะมัด...”

“หมับ...”

แต่ความเร็วของโซฟานกลับไม่เร็วเท่ากับเซบัสที่ยืนมือใช้ปลายนิ้วชี้ กลางและโป้งขวาคีบยังปลายหอกที่พุ่งตรงมายังหัวใจของเซไนล์ไว้พร้อมทั้งประกายของแสงจันทราที่สาดส่องฟ้า

“วาว...”

ประกายแห่งแสงจันทร์ในมือของเซเรสถึงกับตวัดฟันยังคมหอกแห่งสายธารอความารีนจนกระเด็นออกไปทันทีในเวลาเดียวกันกับที่สกายบูลถึงกับกวาดออกมาฟันใส่ยังหยาดน้ำมากมายที่พุ่งตรงมายังร่างของเซไนล์จนไม่มีละอองน้ำเม็ดใดๆสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้

“เออ...”

เซไนล์ที่คิดจะส่งเสียงกล่าวอะไรออกมา...แต่โซฟานในยามนี้ที่เหมือนกับเป็นแม่ทัพใหญ่ของซิลเวอร์แอร์โร่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“เธอจะมาตายตรงนี้ไม่ได้”

“แต่ว่า...”

เซไนล์ที่คิดจะเถียงออกมากลับเห็นถึงรอยยิ้มของเซบัสที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนยิ่งพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“เพราะคุณยังต้องนำพาผมไปพบยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรตามคำสัญญา”

“นั่นซิ...ห้ามตายน่ะ-เซไนล์”

โซฟีเน่ส่งเสียงกล่าวออกมาอีกคน เพราะเธอไม่ต้องการเห็นยังใครต้องมาตายอีกแล้ว...เหล่าลูกเรือทั้งหลายที่ได้ยินจึงพยักหน้าตอบรับออกมาทันที

“อืมม์...”

ราวกับตอบรับยังความต้องการของกัปตันและความรู้สึกของพวกเธอที่จะไม่ยอมให้เพื่อนคนใดๆคนหนึ่งต้องตายไป...

“เข้าใจแล้วค่ะ...”

เซไนล์ที่ยิ้มรับออกมาอย่างอ่อนหนาวด้วยประกายตาสีฟ้ามรกตโทแพซอันงดงามยิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายหยาดน้ำตาแห่งความรักและความหวังพร้อมทั้งก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าจากการปกป้องและพิทักษ์ของโซฟานและเซเรสพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ฉันจะขอสู้เอง”

เพราะนี่คือหน้าที่ของเธอ-คือการศึกของเธอที่ต้องรับผิดชอบเอง...

“แต่ว่า...”

โซฟีเน่ที่เป็นห่วงยังเซไนล์ถึงกับส่งเสียงร้องคิดที่จะทัดทานออกไป...แต่เซไนล์ที่หันกลับมายิ้มอย่างอ่อนหวานถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอกทุกคน...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันไม่คิดที่จะตายอีกแล้ว”

เพราะนั่นไม่ใช่การแสดงถึงความภักดีต่อองค์เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่กำลังโศกเศร้า-การนำพายังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงไปพบต่างหากคือความภักดีของเธอ...

คือสิ่งที่เธอต้องทำและต้องการ...

“งั้นพวกเราะช่วยเอง”

โดโรธีส่งเสียงร้องออกมาด้วยรอยยิ้มที่ซุกซนพลางตวัดยังกรงเล็บแทนพร้อมที่จะสู้ศึกพร้อมทั้งมินะและมินาสองพี่น้องที่พยักหน้ารับ

“อืมม์...”

“ขอบคุณค่ะ...”

เซไนล์ที่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มถึงกับตวัดยังฝ่ามือซ้ายกวาดออกไปในปรากฏยังดาบแห่งวารีขึ้นมาในมือซ้ายพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...แต่ไม่ต้องหรอกค่ะ...”

ทุกคนที่ได้ยินถึงกับจ้องมองไปยังเซไนล์เป็นสายตาเดียวพร้อมทั้งฟังยังเธอส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจว่า

“...กับคู่ต่อสู้แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกค่ะ”

“งั้นจัดการเลย”

มีมี่ส่งเสียงเชียร์ออกมาทันทีพร้อมทั้งกาเน็ทที่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจที่ไม่ต้องสู้...ซีเบร็นที่เห็นยังเซไนล์ก้าวออกมาถึงกับต้องเลิกคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า

“เธอเข้ามารับความตายเองก็ดี”

เพราะเธอก็มั่นใจว่าพลังที่ได้รับมาจากเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรของเธอจะไม่มีทางแพ้ใครๆอย่างเด็ดขาดบนดินแดงนี้...

“อืมม์...”

โซฟานที่เห็นยังเซไนล์กำลังก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับซีเบร็นถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมาราวกับจะขบคิดอะไรแล้วจึงส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรหรือค่ะ”

เซไนล์ที่หยุดชะงักแล้วหันไปร้องถามยังโซฟานด้วยความสงสัยทันที-โดยไม่มีความจำเป็นที่ต้องระวังซีเบร็นจะลอบทำร้าย เพราะอีกฝ่ายแบกรับยังเกียรติ์และศักดิ์ศรีของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรไว้-จึงจะไม่ทำยังสิ่งที่ไร้เกียรติ์อย่างเด็ดขาด...

“เธอไม่จำเป็นต้องสู้หรอก”

แต่สิ่งที่โซฟานกล่าวออกมาทำเอาเซไนล์และทุกคนที่ได้ยินถึงกับตกใจไปตามกันจนแม่เงือกสาวถึงกับต้องร้องถามออกไปว่า

“ทำไมล่ะค่ะ”

“เพราะเธอคล้ายกับเป็นเป้าหมายของซีเบร็นที่ต้องการจัดการ...”

โซฟานที่จ้องมองไปยังซีเบร็นแล้วยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...หากปล่อยให้เธอออกไปสู้ก็สมใจอีกฝ่ายสิ”

“เออ...”

เซไนล์ที่ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...แต่ฉันไม่แพ้อย่างแน่นอน”

“งั้นหรือ...”

โซฟานที่พิจารณาแล้วถึงความมั่นใจของเซไนล์กับซีเบร็นที่คิดว่า”จะสามารถเอาชนะได้”ถึงจะมั่นใจว่า”เซไนล์น่าจะเอาชนะได้จริงๆอย่างที่ว่าด้วย”-แต่เธอที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...แต่การต่อสู้ที่ชนะแน่ๆมันไม่น่าสนใจด้วยสิ”

“...”

ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไม่ทันทีราวกับทราบยังความคิดของโซฟานดี...กาเน็ทที่กลัวซวยต้องสู้ที่สุดถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“แต่ถ้าเป็นกัปตันอาร์เชอะละก้อจะต้องให้เซไนล์สู้อย่างแน่นอน”

เพราะตามนิสัยของเทพธิดาผู้มีปีกเดียวที่ไม่อยู่ที่นี่...ขอซ้ำว่าไม่อยู่ที่นี้จะมักเลือกใช้ยังวิธีที่ชนะง่ายๆและชัวร์ที่สุดเอาไว้ก่อน...

“แต่ฉันไม่ใช่อาร์เชอะ...”

โซฟานส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจน เพราะในยามนี้ที่อาร์เชอะไม่อยู่ก็เท่ากับเธอมีอำนาจมากที่สุดบนซิลเวอร์แอร์โร่นี้...

เพราะโซฟีเน่จริงๆแล้วเป็นแค่กัปตันในนามที่แทบจะไร้อำนาจเท่านั้น...

โซฟานที่ยิ้มพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังแคสท์พลางยิ้มออกมาแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...การต่อสู้นี้จะให้แคสท์กับหน่วยประจัญบานรับผิดชอบ”

“ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ”

แคทส์ส่งเสียงถามออกไปพร้อมทั้งดีสที่ร้องออกมาอีกคนว่า
“นั่นสิ”

“เพราะฉันอยากดูฝีมือของเธอไงล่ะ...”

โซฟานที่ต้องการรู้ยังฝีมือและการวางแผนการต่อสู้ของแคสท์เพื่อวิเคราห์ถึงฝีมือของอีกฝ่ายว่าจะสามารถรับมือกับการต่อสู้กับมหานครแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรนี้ได้หรือไม่จึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...แคทส์ ฟินิกส์-ปีกซ้ายแห่งเปลวเพลิง”

“ได้...”

แคสท์ที่ยิ้มรับออกมาอย่างไม่แคร์อะไรพลางสาวเท้าก้าวออกมาอย่างเบื้องหน้าด้วยความมั่นใจพร้อมทั้งส่งเสียงเรียกชื่อยังคนในหน่วยประจัญบานของเธอออกมาทันทีว่า

“...ไทกะ ดีส มีมี โดโรธี กาเน็ท ฟ็อก์ซวัน ฟ็อก์ซทู ฟ็อก์ซทรี ฟ็อก์ซซีโร่เตรียมพร้อมต่อสู้”

“หา...”

กาเน็ทถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าคนที่เป็นเด็กเสริฟ์ประจำห้องครัวอย่างเธอซึ่งว่างงานจะโดนแคสท์เรียกตัวเหมารวมออกไปด้วย...แต่แคสท์ที่ไม่รอช้ากลับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ปกป้องเซไนล์ไว้...”

พลางตวัดยังปลายดาบสีแดงเพลิงที่ยาวเรียวของเธอชี้ไปยังซีเบร็นที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนเต็มไปด้วยความมั่นใจว่า

“...ส่วนเธอ-ฉันจะจัดการเอง”

เพราะหน้าที่ปกป้องยังจุดอ่อนนี้ยกให้กับไทกะ ดีสและมีมี่ที่มีฝีมือ-โดยมีพวกโดโรธีที่เหลือเป็นคนช่วยประสาน...

“หึ...”

ซีเบร็นที่เยาะเย้ยออกมาเล็กน้อยพลางใช้ยังสายตาที่ถูกดูยังอีกฝ่ายที่ไม่คิดจะเจียมตัวแล้วกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...อย่างเธอคิดหรือว่าจะชนะฉันได้...”

แล้วตวัดยังปลายหอกชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมทั้งร้องออกมาว่า

“...วิชร์พลูกาเดียน”

…Whirlpool guardian-วังวนผู้พิทักษ์

“ครืน...น...”

สิ้นเสียงของซีเบร็นทั้งกำแพง พนังห้องและทุกสิ่งทุกอย่างทั่วอาณาบริเวณห้องเก็บสมบัติแห่งนี้ถึงกับแตกสลายกลายเป็นกลายเป็นหยด ละอองน้ำให้กลายเป็นลานโล่งกว้างในพริบตาก่อเกิดเป็นกระแสธารแผ่ขนาดออกไปหมุนวนเป็นชั้นๆราวกับเกลียวน้ำวน...

“...ครืน...น”

ที่เหนือผิวของวังวนแห่งสายธารถึงกับปรากฏยังร่างของอัศวินแห่งสายน้ำสีฟ้าสวยของอความารีนทั้ง 6 ขึ้นมารอบๆร่างของซีเบร็นในพริบตา...

“ควับ...บ”

ทุกคนถึงกับขยับยังคมหอกที่เรียวสวยพุ่งตรงมายังแคสท์ราวกับจะปลิดชีวิตของเธอในพริบตาตามการสะบัดยังคมหอกของซีเบร็น

“...ครืน...น”

แคสท์ที่ไม่รอช้าถึงกับตวัดยังดาบสีแดงเพลิงของเธอรับยังคมหอกพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องของเหล่าอัศวินแห่งสายน้ำทั้ง 6 ที่ทะลักทะลวงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดราวกับเกลียวคลืนกระทบฝั่งที่ไร้สิ้นสุดทันที

“พรึบ...บ”

แคสท์ที่เป็นฝ่ายตั้งรับถึงการโจมตีที่ต่อเนื่องอย่างไม่หยุดของเหล่าอัศวินแห่งสายธารถึงกับต้องถอยหลังออกไปถึง 2-3 ก้าวเพื่อหลบเลี่ยงยังความรุนแรงที่ไม่หยุดยั้งนี้...

“...ครืน...น”

แต่ปลายหอกที่แหลมคมสายหนึ่งของอัศวินแห่งสายน้ำถึงกับแทงออกมาอย่างรวดเร็วใส่ยังใบหน้าของแคทส์อย่างรวดเร็วตรงกับจะปลิดชีวิตของเธอทันที

“เฟียว...ว”

แต่แคสท์ที่สามารถเอาดาบปัดได้อย่างรวดเร็ว-ประกายตาสีแดงเพลิงของเธอถึงกับจ้องมองไปเห็นยังคมหอกอีกสายหนึ่งพุ่งตรงมายังหน้าอกและหัวใจของเธอในพริบตา...

“พรึบ...”

คมหอกที่แทงออกไปถึงกับทะลุยังร่างของแคสท์ออกไปราวกับเปลวเพลิงที่จางหายไปในนภากาศ-อดีตแม่ทัพสาวแห่งกองทัพกบฎผู้มีสมญญาว่า”ปีกซ้ายแห่งเปลวเพลิง”ซึ่งไปปรากฏตัวยังด้านข้างถึงตวัดยังคมดาบออกไปหมายที่จะฟันใส่ยังหว่างเอวของเหล่าอัศวินแห่งสายน้ำที่อยู่ด้านข้างทันที...

แต่...

“ตายซ่ะเถอะ...”

ซีเบร็นที่คล้ายปรากฏขึ้นมายังด้านข้างของแคสท์ราวกับหยาดน้ำตาที่ปรากฏในปลายหางตาของผู้คน-ปลายหอกที่งดงามราวกับประกายของอความารีนที่ชูขึ้นไปบนท้องฟ้าถึงกับตวัดลงมาใส่ลำคอของแคสท์ในพริบตาราวกับประกายของสายธารที่หลั่งน้ำตาลงมาจากท้องนภา...

“...ซ่า”

“เฟียว...”

แค่คมดาบที่ตวัดรับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในพริบตาของแคสท์ถึงกับสามารถรับยังปลายหอกไว้ได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งร่างของเธอที่ต้องกระโดดถอยหลังหลบออกไปในพริบตา

“หึ...”

ซีเบร็นที่เค้นเสียออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งเหล่าอัศวินแห่งสายน้ำที่มาขว้างหน้าตวัดยังคมหอกชี้มายังแคสท์ราวกับจะพิทักษ์ยังเจ้านายของพวดตนเอาไว้-เธอที่จ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เย็นชาสีอความมารีนยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แค่ยืดชีวิตออกไปอีกหน่อยเท่านั้นเอง”

“ใครบอกล่ะ...”

แคสท์ที่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งประกายเพลิงสีแดงราวกับปีกแห่งไฟปรากฏขึ้นมายังด้านหลังทันที-เธอที่จ้องมองไปยังซีเบร็นพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบออกไปยังด้านข้างแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...กำลังเริ่มสนุกต่างหากล่ะ”

“งั้นหรือ...”

ซีเบร็นยิ้มตอบรับออกไปอย่างเย็นชาพลางจับจ้องมองไปยังแคสท์ราวกับกำแพงแห่งสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่จะขว้างกั้นยังทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้...

“...”

แคสท์ที่ไม่สนใจถึงกับจ้องมองตอบรับกลับไปด้วยประกายตาสีแดงเพลิงประหนึ่งวิหกแห่งเพลิงที่จะพุ่งทะยานเผาผลาญยังทุกสิ่งทุกอย่างออกไป...

ศึกระหว่างส่ายน้ำและเปลวเพลิงยังคงดำเนินอยู่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง...

...ระหว่างนครแห่งสายธารกลางห้วงมหาสมุทรกับซิลเวอร์แอร์โร่

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 12 มี.ค.55 เวลา 01:07:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ