K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 43 เผชิญหน้าอีกครั้ง

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 43 เผชิญหน้าอีกครั้ง
------------------------------

            ทันทีที่เข้าสู่แนวรบ ทัพฟ้าของอาโกลาสเป็นฝ่ายเปิดฉากลงมือก่อน
            อัศวินมังกรเริ่มเร่งความเร็วพร้อมๆกับแปรรูปขบวนเห็นได้แม้อยู่ในระยะห่างที่ค่อนข้างมาก

            ทว่าทัพของไฮแลนด์ก็ยังคงบินมาในลักษณะกลุ่มก้อนเช่นเดิม จำนวนที่มากกว่าหลายเท่าทำให้ไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่นกับลูกเล่นที่ทำได้เพียงแค่ยื้อเวลาเท่านั้น
            วีเธอร์ผู้เป็นรองแม่ทัพไฮแลนด์เห็นภาพรวมของทัพอาโกลาสแล้วก็นึกขำแกมสมเพช
            "เหอะ... ฮึกเหิมกันน่าดูเลยนะอาโกลาส" เขาช่างสังเกต "จะว่าไปแล้วดูมีจำนวนเยอะขึ้นจากเมื่อวาน แต่การบินแต่ละคนนี่ยังกับทหารหน้าใหม่ทั้งนั้นเลยนะ แถมยังมีแม่ทัพที่เกษียณไปแล้วอีก ท่าทางว่าอาโกลาสจะรู้อนาคตตัวเองแล้วแน่ๆถึงได้ยอมเสี่ยงตายบ้าบิ่นแบบนี้"

            ทัพหน้าไฮแลนด์ยังคงตำแหน่งบินเดิมเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวและยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้าม
            ในจังหวะที่เครนี่เชิดหัวริริสให้บินสูงขึ้นนั่นเอง วีเธอร์ถึงได้เห็นอัศวินมังกรอีกคนที่อยู่ในมุมอับของสายตาได้ชัดขึ้น... เห็นภาพลางๆของมังกรวัยเด็กที่มีเกล็ดสีชมพูดเท่านั้น ซึ่งก็เกินพอที่จะรับรู้ได้ว่าเป็นมังกรของใคร
            "เฮ้ย... นั่นมันเจ้าหนูที่ถูกท่านแม่ทัพเล่นงานไม่ใช่หรือไง?" เขาก็ถึงกับอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ "ถูกยิงทะลุท้องไปแบบนั้นยังรอดมาได้อีกงั้นเหรอ?"
            "จริงๆด้วยสิ..." กอร์ด้อนเองก็ตาดี พอเห็นแล้วเขาเองก็หัวเราะเบาๆขึ้นมา "ไอ้เจ้าหนูเอ้ย อุตส่าห์รอดตายมาได้ทั้งที ยังกล้าดีที่จะเข้าสู่สนามรบของข้าอีกงั้นเหรอ!?"
            "จะเอาไงดีล่ะครับท่านแม่ทัพ?" วีเธอร์ควบมังกรบินขึ้นเทียบข้างเพื่อถาม "ถ้าท่านจะเลือกเป็นเป้าหมาย ผมก็จะรับหน้าที่ไปขัดขวางเครนี่ให้..."
            "ไม่ต้อง ศึกนี้จะเป็นศึกสุดท้ายแล้ว ข้าอยากที่จะชี้ขาดกับเครนี่ที่ค้างคากันมานานมากกว่า ส่วนเจ้าก็บัญชาการทัพแทนข้าไป" กอร์ด้อนไม่สนใจฟิล เป้าหมายที่ครั้งหนึ่งเคยจัดการจนรู้แพ้รู้ชนะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจนไปแล้ว
            "เข้าใจแล้วครับ" วีเธอร์รับคำ

            จากนั้นแล้วทัพไฮแลนด์เองก็เริ่มมีการแปรรูปขบวนบ้าง
            การที่ถูกชิงโอบล้อมก่อนทำให้ไฮแลนด์ตั้งจัดขบวนทัพตั้งรับอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้ จะมีก็เพียงกอร์ด้อนเท่านั้นที่นำกำลังรบพิเศษบุกเข้าไปซึ่งๆหน้า

            กอร์ด้อนพุ่งตรงไปทางเครนี่ เช่นเดียวกับเครนี่ที่พุ่งตรงมาหาตน
            สองแม่ทัพเร่งความเร็วสูงสุดฉีกห่างจากลูกน้องไป ขณะที่บรรดาลูกน้องเองก็รับรู้เจตนาของผู้เป็นหัวหน้าได้ พวกเขาบินฉีกจากตำแหน่งเพื่อเตรียมปะทะกับศัตรูคนอื่น เปิดพื้นที่ว่างให้แม่ทัพของตนชี้ขาดกัน

            ไม่กี่อึดใจจากนั้นแล้วทั้งเครนี่และกอร์ด้อนก็ชักอาวุธประเภทหอกออกมา
            จากนั้นก็ง้างฟันเข้าใส่กันในจังหวะที่บินสวนนั่นเอง

            เคร้ง!!

            เสียงปะทะดังลั่นฟ้า แต่ไม่มีความเสียหายใดๆเกิดกับสองแม่ทัพ
            มันเป็นการทักทายประสานักรบเท่านั้น

            เครนี่และกอร์ด้อนเชิดมังกรให้บินวนกลับแล้วหยุดนิ่งหันมาเผชิญหน้ากัน
            "วันนี้ไม่คิดหนีฉันอีกแล้วหรือไง?" เครนี่ทักทายกึ่งเหน็บแนมใส่
            "ถึงจะน่าเบื่อไปหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเจ้าต้องถูกตัดคอตอนหลังแพ้ศึกแล้ว ข้าว่าชิงตัดคอเจ้าตอนนี้แล้วขอรับเกียรติไปตอนนี้เลยน่าจะดีกว่า!" กอร์ด้อนตอบรุนแรงตามนิสัยเดิม
            "หึ... สู้กันมาหลายหนปะทะกันก็หลายรอบนายก็ยังทำอะไรฉันไม่ได้เลยสักครั้ง ป่านนี้แล้วก็ยังคิดฝันหวานอยู่อีกหรือไง?"
            "แล้วเจ้าล่ะคิดจะสู้จนตัวตายหรือหนีรอวันตายในภายหลัง! เลิกหัวหนเอาแต่บินวนไปวนมาได้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตายสู้ตายอย่างชายชาติทหารไม่ดีกว่าหรือ!?"
            "แน่นอนว่าฉันหวังเช่นนั้น เพราะอย่างนั้นจึงไม่คิดว่าจะต้องตายเพราะมือนายยังไงล่ะ!"

            กล่าวทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก็เป็นอันสิ้นสุดการสนทนา
            กอร์ด้อนเชิดบังเหียนมังกรคุมมิเร่อร์พุ่งเข้าใส่ เครนี่ก็คาดการณ์ไว้แล้วเช่นกัน เขาสั่งให้ริริสบินหลบฉีกระยะแล้วเตรียมสู้ต่อด้วยธนูแทน


            ...............................................


            หลังเปิดฉากสงครามด้วยการประมือกันระหว่างเครนี่กับกอร์ด้อนแล้ว
            บรรดากองทหารและอัศวินมังกรของทั้งสองฝ่ายก็ทำการเข้าปะทะกันในเวลาต่อมา

            อาโกลาสพยายามต่อสู้โดยใช้ความได้เปรียบเฉพาะตัวให้เป็นประโยชน์
            เริ่มแรกโดยการโอบล้อมโจมตีทำลายเป้าหมายให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงเร่งความเร็วและเปลี่ยนความสูงบินฉีกเพื่อไม่ให้ถูกรุมเล่นงาน สู้โดยใช้ที่ว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด
            ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ทำให้มีอิสระที่จะบินหลบหลีกโจมตีได้โดยไม่ต้องพะวงจำนวน

            เช่นเดียวกับกองทัพบกที่ตกลงกับทัพฟ้าแล้วว่าจะให้เข้าตีแบบระยะประชิด เพราะกำลังมังกรส่วนใหญ่จะถูกดึงไปต้านทัพมังกรด้วยกันจนส่วนที่จะป้องกันเหนือทัพบกมีจำนวนน้อยลง
            การเข้ารบแบบประชิดจะทำให้ปลอดภัยจากการโจมตีด้วยไฟจากทางด้านบนได้มาก ถึงมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียกำลังพลเพิ่มขึ้นกว่ายุทธวิธีอื่นๆ แต่ก็ยังดีกว่าถูกมังกรฝ่ายศัตรูเล่นงานอยู่เพียงข้างเดียว

            ดังนั้นแล้วเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น การต่อสู้ภาพรวมก็เข้าสู่จุดระอุในทันที

            ฟิลซึ่งเป็นกลุ่มภารกิจพิเศษไม่ได้ไปร่วมกับหน่วยรบอื่น ก่อนที่จะเริ่มงานใหญ่เขามีหนึ่งเรื่องที่อยากจะกระทำก่อนและก็ได้รับความเห็นชอบจากทางเครนี่แล้ว

            ฟิลพามีอาบินหลบขึ้นมาระดับความสูงพอสมควรเพื่อเตรียมความพร้อม และเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการเล่นงานทหารฝ่ายไฮแลนด์
            ซึ่งตามข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองนั้น ตำแหน่งที่ฟิลเลือกบินอยู่คือบริเวณกลุ่มแนวรบของทหารมังกรมือใหม่หรือทหารเกณฑ์ที่เพิ่งประจำการเอาตอนช่วงประกาศสงคราม

            ฟิลยังคงใช้แนวเมฆบดบังตัวเอง ขณะที่สายตาก็พุ่งมองลงไปยังเบื้องล่างตั้งแต่แนวรบมังกรลงไปถึงแนวรบของทหารราบ
            ภาพจากมุมสูงตัดกับเมฆเป็นระยะๆทำให้เห็นภาพลางๆ แต่จำนวนทหารที่มากก็ทำให้สรุปสภาพการณ์ได้ไม่ยาก
            "หนักกว่าที่คิดอีกนะ" ฟิลพูดขึ้นลอยๆ "ปะทะกันแบบนี้อีกไม่นานคงมีคนตายกันเกลื่อนแน่ๆ"
            "อืม..." มีอาหูไว เธอก้มมองดูตามที่ฟิลพูด
            "ดูเลวร้ายสมเป็นวันสุดท้ายของสงคราม... พ่อพูดถูกจริงๆ กับศึกแบบนี้ไม่มีทางเลยที่ชนะโดยไม่มีการสูญเสียใดๆเกิดขึ้น... ถึงตอนนี้คงต้องมีแต่เชื่อแผนของพ่อเท่านั้นล่ะนะ..."

            ความที่จำนวนมังกรรบของไฮแลนด์มีมาก แม้ว่าผืนฟ้าจะกว้างเพียงใดแต่พื้นที่ในเขตรบนั้นก็ถือว่าอันตรายทั้งสิ้น
            ฟิลใช้เมฆและความสูงช่วยอำพรางตัวเองมาได้ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ทหารมังกรคนหนึ่งก็พบเข้าจนได้ และเมื่อเห็นว่าบินอยู่ตามลำพังโดยไม่มีสมาชิกทีมร่วมกันก็จึงหมายจะชิงจับมาเป็นคู่ต่อสู้สร้างสถิติ

            มีอารับรู้จิตสังหารได้จึงสะบัดตัวเบาๆแล้วก้มมองให้ฟิลรู้ตัวว่ากำลังจะมีอันตราย ฟิลชายตาลงมองแล้วเงยหน้ากลับรักษาอาการเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ
            ฟิลยังคงให้มีอาบินไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจฝ่ายศัตรูที่เริ่มดึงลูกธนูขึ้นเล็งอย่างย่ามใจ
            "เราเองก็อาจเป็นหนึ่งในการสูญเสียนั้นด้วยเช่นกัน แต่ว่าความสูญเสียนั้นคือทางเลือกสุดท้าย และเป็นความล้มเหลว... แต่ความล้มเหลวนั้นก็จะเกิดได้ในช่วงแผนการขั้นสุดท้ายเท่านั้น ไม่ใช่จากตอนนี้!" ฟิลพูดต่อเรื่องเดิมพร้อมกับกระตุกบังเหียนสั่งการมีอา "ไปกันเลยมีอา! ไปสู่การทดสอบครั้งสุดท้ายของเรา!!"
            "อืม!!" มีอาขานรับ

            เด็กน้อยในร่างมังกรบินฉีกตัวหลบจากโจมตีจากลูกธนูได้อย่างไม่ยากเย็น
            ถึงแม้ชั่วโมงบินจะยังน้อย แต่ทั้งทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ รวมไปถึงประสบการณ์จริงที่ได้สัมผัสมา ทำให้มีอาพัฒนาตนเองจนเก่งกาจกว่ามังกรรบทั่วไปแล้ว อย่างน้อยก็ไม่แพ้มังกรที่พึ่งเข้าสนามรบได้เพียงไม่กี่เดือน

            ทหารมังกรไฮแลนด์ผู้ท้าชนกับฟิลตะลึงกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและดูชำนาญผิดกับภาพลักษณ์ภายนอก
            อย่างไรก็ดีความตกใจก็เปลี่ยนเป็นความอายในเวลาต่อมาเมื่อเพื่อนต่างหน่วยเห็นเขาก็ตะโกนแซวว่า 'ไม่มีฝีมือ' ไม่ก็ 'แค่ลอบเล่นงานเด็กคนหนึ่งก็ยังทำไม่ได้'
            เพียงเท่านั้นเองเขาก็รีบเชิดมังกรให้เข้ามุมเหมาะแก่การโจมตีแล้วเตรียมลงมืออีกรอบเป็นการกู้หน้ากลับคืน

            ฟิลก้มมองแล้วละสายตาไม่สนใจ แต่เปลี่ยนมาเป็นจับบังเหียนมือเดียวให้กระชับและหนีบขากับตัวมีอาให้แน่น
            "เอาล่ะ... ก่อนจะคิดการใหญ่เรามาทดสอบกันก่อนดีกว่า เริ่มจากพื้นฐานง่ายๆก่อนเลย ฝากด้วยนะมีอา" ชายหนุ่มใช้มือข้างที่ไม่ได้จับบังเหียนตบเบาๆที่คอมีอาบอก ก่อนที่จะขยับมือนั้นเพื่อใช้ในการเหนี่ยวนำร่ายเวท
            "อื้อ!" มีอาตอบกลับโดยที่รู้สึกได้ว่ากำลังจะมีการโจมตีมาเล่นงานพี่ชายอีกรอบ

            และก่อนที่จะธนูจะได้ถูกปล่อยออกมาจากคันศรดี มีอาก็สนองต่ออันตรายไปแล้วด้วยการเอียงตัวพร้อมบินฉีกจากตำแหน่งเดิม
            มันเป็นปฏิกริยาในชั่วพริบตา พอธนูดีดออกมาก็ปรากฎว่ามีอาพาฟิลหลบไปไกลหลายช่วงตัวแล้ว นั่นก็ยิ่งทำให้ทหารมังกรคนนั้นตะลึงหนักเข้าไปอีก
            "อะไรวะเนี่ย หลบทั้งๆที่ไม่หันมามองลูกธนูนี่นะ!?" เขาหยิบลูกธนูขึ้นมาเล็งอีกรอบ "เป็นไปไม่ได้! วิธีการหลบแบบนี้ จังหวะแบบนี้มันเป็นของผู้ใช้มังกรระดับสูงกันทั้งนั้นนี้นา เด็กๆแบบแกไม่มีทางทำได้หรอกน่า! มันแค่บังเอิญแน่ๆ!!"

            ทหารมังกรหลอกตัวเองแล้วยิงธนูใส่อย่างต่อเนื่อง
            แต่มีอาก็หลบได้ทั้งหมด และไม่มีธนูดอกไหนเลยที่จะเข้าใกล้ตัวฟิล บรรดาทหารมังกรที่ทำท่าจะบินผ่านไปหาศัตรูคนอื่นก็เริ่มชะลอความเร็วหันมอง
            "เยี่ยมมากมีอา" ฟิลชมและกระตุกบังเหียนรั้งหนึ่งทีให้สัญญาณแทนการออกคำสั่งจากปาก "ถ่วงเวลาได้มากเกินพอแล้ว มาจัดการให้เด็ดขาดกันเถอะ"

            มีอารับรู้และสนองในทันที เธอหันหัวไปทางนายทหารมังกรคนนั้น แล้วจากนั้นก็ไม่รอช้าที่จะบินตรงเข้าไปหา
            นายทหารมังกรยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ลักษณะการหันหัวมังกรในทิศที่เผชิญหน้ากันทำให้ยากที่จะเบี่ยงทิศหลบหนีได้ทัน เขามีทางเลือกสองทางคือหนีหรือไม่ก็ต้องวัดใจด้วยธนูดอกที่กำลังง้างอยู่ ซึ่งถ้าพลาดแล้วอาจถูกสวนกลับได้...

            ขณะที่มีอาบินเข้าหา ระยะห่างยิ่งหดสั้นเข้าเรื่อยๆ ซึ่งก็ให้อีกความหมายหนึ่งก็คือ เมื่อเป้าหมายเข้าใกล้จะทำให้การโจมตีง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกันเวทที่อยู่ในมือข้างซ้ายของฟิลมีอานุภาพพอที่จะฉุดกระชากวิญญาณคู่ค่อสู้ในทันทีได้เช่นกัน
            "มั่นใจในสัมผัสกับปฏิกริยาตอบสนองไว้นะมีอา พี่เชื่อว่าเธอทำได้" ฟิลพูดให้กำลังใจ

            ส่วนหนึ่งแล้วฟิลก็พอจะรู้ขอบเขตที่มีอาจะตอบสนองและหลบหลีกได้โดยปลอดภัย ซึ่งถ้าใกล้กว่านั้นอาจเป็นอันตรายแต่มันก็ถือว่าอยู่ในระยะหวังผลจากเวทของเขาเช่นกัน
            ดูภายนอกแล้วเหมือนเป็นการกระทำที่เสี่ยงและอาศัยดวง แต่ความเป็นจริงแล้วตรงข้ามฟิลมั่นใจว่าคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดและมีแผนอื่นไว้รองรับกรณีอื่นแล้ว

            จนกระทั่งเข้าสู่ระยะปลอดภัยสุดท้ายฝ่ายทหารมังกรก็ตัดสินใจปล่อยธนูออกมา
            มีอาที่ทนไม่กระพริบตามาเมื่อครู่เห็นภาพชัดเจน และเมื่อสมาธิอยู่นิ่งดีก็ทำให้การหลบในระยะกลางกึ่งใกล้เป็นเรื่องยากเกินกว่าจะทำได้

            พอเห็นธนูยิงออกมาแล้ว มีอาก็ใช้วิธีเอียงตัวตะแคงข้างเพียงเล็กน้อย มันมากเกินพอที่จะทำให้ธนูพลาดเป้าไปอย่างสมบูรณ์
            จากนั้นแล้วเธอก็ได้พลิกตัวตะแคงกลับข้างแล้วบินโฉบผ่านทหารมังกรคนนั้นจากด้านข้างไป

            ฟิลที่รอจังหวะนี้มาโดยตลอดก็ไม่รอช้าที่จะสะบัดมือซ้ายไปทางทหารคนนั้นพร้อมปล่อยพลังเวทที่ร่ายรอออกไป
            "ไฟล์บอล!"

            ตูม!!

            การโจมตีระยะใกล้ไม่พลาดเป้า จากมวลเวทในมือแปรสภาพเป็นเปลวเพลิงขนาดย่อม พอกระทบใส่ผ้าคลุมเท่านั้นมันก็ลุกติดร่างทั้งร่างของทหารมังกรคนนั้น
            การที่มีอาหลบหนีด้วยตัวเองทำให้ฟิลสามารถร่ายเวทไฟได้รุนแรงมากขึ้น ไม่เพียงแค่ลุกใส่ตัวเท่าทหารนั้นแต่มันยังลามไปยังมังกรรับใช้ด้วย

            ช่วงอึดใจให้หลังจากที่ฟิลบินผ่านไปแล้ว ไฟก็คลุมทั้งร่างทหารมังกรและมังกรรับใช้...
            จากนั้นร่างของทั้งสองก็เป็นอันสิ้นสภาพร่วงหล่นลงจากผืนฟ้า ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทหารมังกรไฮแลนด์หลายคน

            ทหารจำนวนมากไม่รู้จักฟิลและไม่เคยเห็นฟิลมาก่อน
            บางคนอาจคุ้นตามาบ้างแล้วสมัยที่ฟิลยังอยู่ทีมเดียวกันแฟ้งค์ กระนั้นก็ตามทีตอนนั้นสิ่งที่ทหารมังกรเห็นก็คือฟิลอยู่ภายใต้การคุ้มครองเสมือนไข่ในหิน ปลอดภัยและมีโอกาสนี้ในการเลือกโจมตีอย่างมาก
            หากแต่ฟิลและมีอาในตอนนี้เปลี่ยนไป... ไม่เพียงแค่ความสามารถที่ร้ายกาจเท่านั้น แต่ทั้งการโจมตี การวางตัวหรือแม้กระทั่งแววตาก็เปลี่ยนไปมาก...

            มันเป็นแววตาของคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว และจะไม่มีความลังเลใจที่จะทำในสิ่งนั้น

            แววตาของลูกผู้ชายที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิตเพื่อจุดหมายที่ตั้งหวัง
            และเป็นแววตาแบบทหารหาญโดยแท้จริง


            ...............................................


            ฟิลเปิดประเดิมผลงานศึกได้อย่างน่าประทับใจ
            เมื่อจัดการศัตรูไปได้หนึ่งคนแบบง่ายดายแล้วก็กวาดสายตามองภาพรวมเพื่อเลือกเป้าหมายต่อไป

            ทว่าในตอนนี้ฝ่ายไฮแลนด์ก็ไหวตัวกันและเห็นพ้องว่าฟิลคือตัวอันตรายยิ่ง พวกทหารมังกรจึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหมายจะใช้วิธีรุมเข้าโจมตีแทน
            จนกลายเป็นว่าจากที่ดวลเดี่ยวๆในตอนแรก บัดนี้ฟิลถูกรุมด้วยจำนวนถึงสี่ต่อหนึ่ง...

            ตัวเลขความแตกต่างที่ดูน่ากลัว แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟิลถูกไล่จี้ด้วยจำนวนที่มากกว่า

            ฟิลและมีอาเคยเจอทั้งการไล่ล่าของทหารรับจ้างของมิดแลนด์และหน่วยรบพิเศษของไฮแลนด์มาแล้ว
            ดังนั้นกับทหารมังกรไฮแลนด์ที่ส่วนใหญ่เป็นทหารเกณฑ์พื้นๆแล้วจึงไม่อาจทำอะไรพวกเขาที่มีทั้งประสบการณ์และผ่านการฝึกการรับมือจากผู้ใช้มังกรที่เก่งกาจเรื่องการบินที่สุดมาแล้ว

            ฟิลแนะนำให้มีอาบินสูงขึ้นไปในระดับสุดท้ายที่ร่างกายพอจะรับไหว
            แต่มีอาที่พยายามบินเว้นระยะห่างให้นอกพื้นที่หวังผลของลูกธนูเกิดหวั่นๆใจขึ้นมา เธอกลัวว่าลำพังตนเองคนเดียวกับฝ่ายตรงข้ามที่มากกว่าแล้วจะทำให้ดูแลฟิลได้ไม่ดีพอ
            "เอาไงดีพี่จ๋า?" เธอไม่กลัวที่จะถามความเห็นจากฟิล "ถึงตอนนี้จะประคองได้ แต่ถ้าถูกกระจายตัวรุมพร้อมกันมีอาคงไม่ไหว..."
            "ก็ดูยากขึ้นอีกขั้น แต่ก็ดีในการทดสอบจริง ถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ก็เลิกหวังจะสู้กับกอร์ด้อนได้เลย" ฟิลไม่ยอมถอย เขาพูดพลางหันมองทางด้านข้าง "ดูเหมือนลมจะแรงแล้วก็เปลี่ยนทิศแล้วนะมีอา"
            "อืม... พัดจากทางด้านหลังแนวเฉียงในความแรงที่มากขึ้นเรื่อยๆ" มีอาเสริมละเอียด
            "ถึงศัตรูจะมากกว่าแต่ก็เทียบความกดดันของกอร์ด้อนไม่ได้เลย ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะมีอา ตอนนี้พี่มั่นใจว่าคุมจังหวะได้หมดแล้ว" ฟิลตบเบาๆที่คอมีอาให้กำลังใจ "ที่พี่ไม่พูดอะไรมาตั้งแต่เมื่อกี้ก็แค่กำลังคิดน่ะว่าจะตอบโต้วิธีไหนดีโดยไม่เป็นการเผยท่าไม้ตายให้อีกฝ่ายรู้ตัวน่ะ"
            "อื้ม..." มีอารับฟังแต่ก็ไม่คลายความกังวลใจนัก
            "ตอนนี้มันไม่เหมือนกับตอนซ้อม เราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว ถ้าแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะไปถึงกอร์ด้อนได้เลย พ่อรู้อยู่แล้วเลยอนุญาติให้เราทดสอบแบบนี้ไง" ฟิลดึงเรื่องที่คุยกับเบ็ดเสร็จก่อนขึ้นบิน
            "แต่มีอาไม่คิดว่าจะโดนต้อนมากขนาดนี้น่ะสิ"
            "นั่นแสดงว่าเราเจ๋งพอน่ะ ลองนึกเล่นๆว่าถ้าที่ถูกไล่ต้อนมาเป็นพ่อ หรือกอร์ด้อนล่ะ มีอาคิดว่าพวกเขาจะเป็นยังไงต่อ?"
            "เอ่อก็... คงมีวิธีเอาตัวรอดแล้วตอบโต้กลับในแบบของเขาล่ะมั้ง..." เธอตอบแบบง่ายๆไม่มีโอกาสได้คิดมากนัก
            "ใช่ พ่อก็มีวิธีของพ่อ กอร์ด้อนก็มีวิธีของเขา และแน่นอนว่าเราก็มีวิธีของเรา" ฟิลแนบตัวใกล้มีอาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจกระตุ้นไปยังน้องสาวให้รู้สึกฮึกเหิมเหมือนกัน "เป้าหมายเราใหญ่ถึงขนาดแม่ทัพของทางไฮแลนด์เชียวนะ ถ้าแค่ทหารมังกรที่ดูเหมือนทหารเกณฑ์ใหม่ๆแค่นี้ยังจัดการไม่ได้เราก็เลิกพูดถึงเรื่องอื่นได้เลย... เชื่อพี่เถอะดูจากการไล่ล่าแล้วชั่วโมงบินเขาก็ไม่ได้ต่างจากเรานักหรอก แต่ถ้าเรื่องประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย การบินผาดโผน แล้วก็การประสานงานระหว่างกันและกันล่ะก็ พี่เชื่อว่าเรากินขาด... หรือมีอาคิดว่าไงล่ะ คิดว่ามีใครคนไหนที่จะรู้ใจกันระหว่างมังกรกับผู้ใช้ดีกว่าพวกเราหรือเปล่า?"
            "ไม่ค่ะ! ถ้าเรื่องนี้ล่ะก็มีอามั่นใจที่สุดเลย! ไม่มีใครเข้ากับผู้ทำสัญญาได้ตัวเองได้ดีเท่ามีอาแน่!" เด็กน้อยตอบกลับด้วยศักดิ์ศรีเปี่ยมล้น เธอก็คิดเช่นนั้นจริงๆ สำหรับฟิลในฐานะผู้ใช้มังกรแล้ว เธอไม่คิดว่าจะมีใครรู้ใจและตอบสนองความต้องการ การสั่งการได้ดีกว่าเธออีกแล้ว
            "ดีมาก โจทย์คราวนี้จะยากขึ้นมาอีกนิด บินแบบอิสระคงไม่ได้แล้ว ฉะนั้นเราต้องประสานงานกันคนหนึ่งบิน คนหนึ่งนำทาง" ฟิลลงรายละเอียด "พี่จะคอยดูภาพรวมแล้วกำหนดหน้าที่คร่าวๆให้ มีอาแค่ทำในกรอบนั้นก็พอ ถ้าอยู่ในกรอบที่พี่บอกล่ะก็ มีอาคิดทำได้อย่างเต็มที่เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงเชื่อในตัวพี่นะ"
            "อื้ม...!" เธอขานรับ
            "ดีล่ะ... งั้นก่อนอื่นก็พาพวกไล่จี้ไปเล่นไล่จับกันหน่อย แล้วจากนั้นก็สอนให้พวกเขารู้จักเรื่องลมกันเถอะ"
            "ได้เลยพี่จ๋า!"

            ว่าแล้วมีอาก็ออกตัวบินทิ้งดิ่งลงไป ใช้แรงโน้มถ่วงให้เป็นประโยชน์เพิ่มความเร็วให้มากขึ้น ขณะที่ทางผู้ไล่กวดเองพอเห็นก็ทำตามบ้าง
            แต่มีอาลงมือได้ไวกว่าจึงชิงจังหวะได้ทั้งหมด เธอพุ่งมาจนได้ระยะห่างและความเร็วพอกับที่ต้องการแล้วก็เชิดหัวขึ้นพอสมควรให้บินในระนาบองศาขนานกับพื้น ทางด้านฟิลเองก็เริ่มต้นร่ายคาถาอีกครั้ง
            "จับจังหวะลมไว้นะมีอา ไปตามกระแสที่เราพอจะลื่นไหลได้ แล้วรอจังหวะที่ฝ่ายนั้นลงมือ" ฟิลพักจังหวะสั้นๆวางกรอบการบ้านให้มีอา
            "เข้าใจแล้วพี่จ๋า!" เธอรับโจทย์นั้นมาทำ

            มีอาบินในความเร็วคงเดิมแต่ขยับไปมาซ้ายทีขวาทีไม่เป็นจังหวะ
            ดูผ่านๆแล้วเหมือนเป็นเพียงแค่การพยายามบินส่ายเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าการโจมตี... แต่ในความจริงแล้วมันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น...

            ฟิลอาศัยช่วงเวลามีอาทำหน้าที่ระวังหลังในการร่ายเวทอย่างเต็มที่ ความที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นมือใหม่อย่างที่ฟิลว่าทำให้มีช่องว่างมากเกินพอที่จะร่ายคาถาให้แล้วเสร็จพร้อมๆกับมีเวลามาดูมีอา
            "เป็นไงบ้างแล้วมีอา?" เขาหน่วงคาถาแล้วก้มหน้าถาม
            "จับทางลมได้แล้วพี่จ๋า ที่เหลือก็แค่รอให้อีกฝ่ายโจมตีมา..."

            ไม่ทันที่จะได้พูดจบคำดี จังหวะที่มีอากำลังจะกล่าวถึงก็มาพอดีกัน
            "ง้างธนูกันแล้วพี่จ๋า!" เธอพูดขึ้นเร็ว
            "งั้นก็เริ่มบินแบบที่ว่าได้เลย"

            เนื่องจากมือซ้ายต้องประคองเวทไว้ ฟิลจึงต้องใช้มือขวาจับบังเหียนแน่นและหนีบตัวให้ชิดมีอาป้องกันตัวเองไม่ให้หลุดจากหลังเธอไป
            "บินไถลล่องลม" (Limar Flow Slip) เขาสั่งการซ้ำในชื่อท่วงท่าเฉพาะนี้

            จากนั้นแล้วมีอาก็เริ่มการบินในลักษณะพิเศษที่ไม่เคยมีในตำราการบินในประเทศไหนๆบนเคลเฟอร์
            ก่อนที่ธนูจะได้ถูกยิงออกมามีอาก็กระพรือปีกสุดกำลังอีกครั้งเร่งแรงส่ง จากนั้นก็กางปีกขวาสุดแต่ปรับปีกซ้ายแค่ครึ่งเดียว

            ลมซึ่งเป็นมวลอากาศขนาดใหญ่บนฟ้าที่มองไม่เห็นแต่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาเสมอก็พัดเข้าไปยังจุดที่มีอาต้องการ
            ผลจึงแสดงออกมาในทันทีโดยมีอาบินแฉลบจากตำแหน่งเดิมเหมือนลื่นไถลกลางอากาศโดยที่ไม่เสียสมดุล

            มังกรน้อยเกล็ดสีชมพูบินเหมือนเลื่อนลื่นไปทางด้านข้างทั้งๆที่ไม่ได้มีการบิดตัวหรือสะบัดหางปรับทิศ

            การบินลักษณะนี้มีปรากฎให้เห็นได้บ้างในกรณีที่ถูกลมพัดกระแทกแรงๆ ทว่าสิ่งที่มังกรน้อยทำนั้นดูแตกต่าง มันไม่ใช่การถูกลมแกล้ง แต่เหมือนเป็นการจับมือกับสายลมแล้วให้สายลมจูงมือไปเอง
            มันไม่ใช่การฝืนแต่เป็นการอ่อนตาม...

            พอมีอาเปลี่ยนลักษณะของปีกใหม่โดยให้ปีกข้างซ้ายกางเต็มที่บ้าง ลมในตำแหน่งนั้นที่มาแบบสมดุลก็ทำให้ความเร็วของเธอมากขึ้นและพุ่งกระชากตัวออกจากตำแหน่งเดิมได้เร็วเหลือเชื่อ
            จากระยะที่หวังผลในการโจมตีตอนแรก ก็เปลี่ยนทิศไปจนหลุดจากจุดที่เล็งไว้ และเมื่อถูกลมผลักอีก ตำแหน่งก็พาลห่างไปข้างหน้าจนจุดที่เล็งไว้เลื่อนโดยสมบูรณ์
            "อะไรน่ะ!?" ทหารมังกรไฮแลนด์มองตะลึงจนแทบลืมเผลอปล่อยลูกธนูทิ้งเปล่า มันเป็นเสียยิ่งกว่ากายกรรมบนฟากฟ้า มันเป็นเหมือนมายากลกลางเวหาที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

            แรกเริ่มการฝึกให้กลมกลืนกับลมเป็นสิ่งที่แปลกใหม่เกินไปทั้งกับฟิลและมีอา ผลจึงร่วงจากฟ้าอยู่หลายครั้ง
            แต่อย่างไรเสียทั้งคู่ก็อยู่กับธรรมชาติมาตลอด อีกทั้งฟิลเองก็เรียนรู้ทางหลักการทั่วไปอยู่ไม่น้อย มีอาเองก็เป็นเด็กที่เรียนรู้ได้ไว ครั้นพอจับจุดเล็กน้อยที่ทหารมังกรหลายคนคาดไม่ถึงหรือไม่คิดว่าจะเป็นประโยชน์มาใช้ได้แล้ว ฟิลก็จึงได้รู้ว่าสิ่งที่หลายต่อหลายคนมองข้ามนั้นมันกลับมีประโยชน์เกินคาดนัก
            นอกจากนี้การที่มีอาโต้ตอบภาษามนุษย์ได้ก็ทำให้การฝึกแบบลงลึกเป็นไปได้จริง ฟิลสามารถสั่งได้ครอบคลุมมากขึ้นชนิดที่ว่าจะปรับมุมปีกเช่นไร ให้หัวให้หางชี้ไปในทางไหน

            ท่วงท่าเฉพาะจึงมาลงเอยยังจุดที่เป็นอยู่นี้

            ฟิลรู้สึกว่ายังสามารถพัฒนาการบินได้มากกว่านี้ หากแต่ว่าเวลานั้นกระชั้นเกินไปจึงต้องใช้ในระดับที่พอจะทำได้
            ก่อนที่จะไปชนกับกอร์ด้อนฟิลยังต้องการที่จะฝึกอีกสักนิด อย่างน้อยก็อยากให้คุ้นเคยในพื้นฐานของการบินแบบหมากรุกให้ได้เสียก่อน ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีตรงตามที่คาดหวังไว้

            ถึงจะบินห่างออกมาแต่ฟิลก็พอจะได้ยินลางๆถึงเสียงก่นด่าโมโหปนประหลาดใจของทหารไฮแลนด์จากทางด้านหลัง
            "ใช้ได้เลยมีอา เล่นกับลมได้เก่งมาก ถ้าแบบนี้ล่ะก็ใช้ท่าที่ยากกว่านี้ได้สบาย!" ฟิลชม
            "อื้ม!" มีอาเองก็พอใจกับผลที่ออกมา ครั้งที่ผ่านๆมาช่วงฝึกอาจดูฝืนๆไปบ้าง แต่พอใช้หลายครั้งเข้าและถูกกดดันด้วยสถานากรณ์จริงแล้ว มันกลับลงตัวและออกมาได้อย่างที่เห็น
            "เอาล่ะนะ ทีนี้ก็ตาพี่บ้างล่ะ จะแสดงให้ดูเองว่าจอมเวทเองก็มีดีไม่แพ้นักธนูเลย..." ฟิลนัดแนะ "จับทางลมแล้วบินตีโค้งไปทางซ้ายทีนะ"
            "ได้เลยพี่จ๋า จะหาตำแหน่งที่นิ่งที่สุดให้เลย" มีอาเริ่มคุ้นชินกับลักษณะแรงลมบนฟ้า

            มีอาใช้ช่องว่างของช่วงเวลาที่ได้มาจากตอนที่ทหารไฮแลนด์เผลอในการหักออกขวาเพิ่มพื้นที่สักเล็กน้อย
            จากนั้นก็หักซ้ายสุดบินให้ฟิลสามารถหันมองทางซ้ายมือได้อย่างเต็มที่

            มีอาทำจริงตามที่อวดอ้างไว้กับพี่ชาย เธอเลือกองศาที่ทิศทางลมเบาสุด
            ผลทำให้ฟิลสามารถมองไปทางด้านข้างพร้อมกับเหยียดแขนได้สุด เล็งเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและไม่ถูกลมตีรบกวน
            "ดีมากมีอา"

            ฟิลชมสั้นๆและเขม่นตาลงมองดูทหารมังกรทั้งสี่ที่กำลังบินตรงมาทางด้านข้างนั้น
            "ขอโทษด้วยนะ เราไม่มีความแค้นต่อกันก็จริง แต่ถ้านี่คือสงครามที่เลี่ยงไม่ได้ล่ะก็ ผมขอถือสิทธิ์นี้..." เขาเอ่ยปากขึ้นก่อนที่จะระเบิดเวทระดับกลางออกมา "สังหารพวกคุณซะ!!"


            ...............................................


            เปรี้ยง!!

            สายฟ้าฟาดส่งเสียงดังไปทั่วทั้งฟ้า ทำเอาการต่อสู้ในระแวกใกล้ๆแทบชะงักลงและหันมองไปยังจุดที่ส่งเสียงก้องจนแทบทำให้หูชา
            เมื่อมองตามแล้วก็พบว่าทหารมังกรกลุ่มหนึ่งถูกสายฟ้าช็อคร่วงจากฟ้ากราวราวกับแมลงวันถูกตบ และเมื่อมองกวาดตาออกไปอีกก็พบว่ามังกรตัวน้อยสีชมพูกำลังบินห่างจากพื้นที่นั้น โดยที่ชายหนุ่มผู้ใช้ก็ดึงมือซ้ายกลับมาจับบังเหียนแล้วคุมเปลี่ยนทิศบินฉีกขึ้นสูงไม่อยู่เป็นเป้านิ่ง

            กอร์ด้อนกับเครนี่ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ๆกันก็พักจังหวะโจมตีแล้วหันมองตามไปด้วยอีกคน
            "ไอ้เจ้าหนูนั่น...!?" เขาแปลกใจ

            มันเป็นภาพที่คาดไม่ถึง ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้กอร์ด้อนเกือบจะเห็นภาพฟิลตายไปแล้วจริงๆ
            แม้กระทั่งตอนที่กราไนต์ไปช่วยออกมาจากป่าก็ยังเห็นว่าอยู่ในสภาพที่ร่อแร่พร้อมจะหมดลมได้ทุกเมื่อ แต่มาในวันนี้ภาพปรากฎนั้นน่าทึ่งเหลือเชื่อ ไม่เพียงแค่กลับมาฟื้นตัวได้สมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังมีทักษะใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาด้วย ซ้ำหัวจิตหัวใจนักสู้ก็ดุดันราวกับเป็นคนละคน
            "เป็นไปได้จริงหรือนี่?" กอร์ด้อนพูดกับตัวเอง
            "หึๆ ถ้าคิดว่าลูกชายฉันจะตายหรือหัวหดเพราะธนูของนายล่ะก็ คิดผิดถนัดแล้ว" เครนี่พูดข่มตอกกลับ "นายพลาดแล้วที่ไปจุดไฟให้ลูกชายฉัน ถึงจะยังหนุ่มและอ่อนด้อยประสบการณ์ในสนามรบ แต่ถ้าเรื่องประสานงานกับมังกรและไหวพริบความฉลาดล่ะก็ เขาเหนือกว่านายเยอะ"
            "เฮอะ! อย่าอวดดีไปนัก วันนี้ล่ะข้าจะส่งให้แกกับลูกแกลงนรกไปพร้อมๆกัน!!"
            "ถ้าทำได้ก็ลองดูสิ!" เครนี่แสยะยิ้มพอใจแล้วสั่งริริสให้บินโฉบไปด้านข้างพร้อมแทงหอกเล่นงาน

            สองแม่ทัพมังกรเข้าประหัตถ์กันเป็นรอบที่สอง

            ทางด้านของฟิล หลังจากที่ใช้เวทสายฟ้าจัดการกลุ่มทหารมังกรมือใหม่ของไฮแลนด์ได้แล้วก็บินเปลี่ยนทิศไม่เป็นเป้านิ่งพร้อมๆกับไปตรวจจับวิเคราะห์ทิศทางลมใหม่
            "ใช้ได้... ทั้งการบินและโจมตี แบบนี้ก็เหมือนจำลองตอนที่อยู่ในทีมของคุณแฟ้งค์ได้เลย มีอาคอยป้องกันพี่ ส่วนพี่ก็ทำหน้าที่โจมตีอย่างเดียว" ฟิลพยักหน้าพอใจแล้วถามทางมีอาต่อ "ร่างกายเป็นไงบ้างมีอา ปีกกับการทรงตัวเข้าที่เข้าทางดีไหม?"
            "ไม่มีปัญหาพี่จ๋า ให้บินฝืนกว่านี้ก็ยังได้" เธอตอบเสียงใส
            "ดี... เท่านี้ก็พร้อมทุกอย่างดีแล้ว" ฟิลมองถึงแผนการขั้นต่อไปที่ตกลงไว้กับเครนี่

            แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เปลี่ยนตำแหน่ง ทหารมังกรของไฮแลนด์อีกสองคนก็ได้บินขนาบมาจากทางด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลัง
            ลักษณะการควบคุมมังกรดูเป็นมืออาชีพกว่าเดิม การปรับตัวให้เข้ากับกระแสลมก็สมดุลกว่าทหารก่อนหน้า
            "ท่าทางคราวนี้จะเป็นมืออาชีพจริงๆแล้วนะ" ฟิลกวาดตามองดูซึ่งระยะห่างของเขากับศัตรูก็หดสั้นลงมาเรื่อยๆ
            "จิตสังหารแรงกว่าก่อนหน้าเยอะเลยพี่จ๋า..."
            "อืม... เสียเวลาหน่อยแต่ขอทดสอบอีกสักครั้งก็ดีนะ" ฟิลพูดขึ้น "มีอาคอยดูจังหวะลมเป็นระยะๆนะ ถ้ารู้สึกว่าจะเจอช่วงที่ลมแรงๆจริงล่ะก็รีบบอกพี่ทีล่ะ"
            "อืม"
            "จัดการชุดนี้เสร็จแล้วก็ทำไปงานใหญ่กันเลย" ฟิลจับบังเหียนแล้วคุมมีอาบินเร่งความเร็วหนีก่อนที่จะถูกประกบติด

            ทหารมังกรทั้งสองไหวตัวได้ไวและรีบสั่งให้มังกรเร่งบินไล่ตามหลังฟิลไปติดๆ
            ความต่างชั้นของประสบการณ์ทั้งตัวทหารและมังกรแสดงผลความแตกต่างอย่างชัดเจนและรวดเร็ว แม้ว่าฟิลจะใช้ประโยชน์จากช่องว่างของลมที่พัดมาเบากว่าจุดอื่นให้บินได้เร็วขึ้น แต่ทหารมังกรที่หาจุดนั้นไม่เจอก็ใช้วิธีบินให้เร็วสลับห่อตัวลดแรงปะทะ ทำให้ระยะห่างที่ควรฉีกทิ้งไปก็เริ่มทรงและหดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

            ฟิลยังคงรักษาท่าทางที่เยือกเย็นไว้ได้สนิท เดิมทีการถูกไล่ล่ากดดันจากทางด้านหลังจะทำให้รู้สึกกดดันและหวั่นไหวได้ไม่น้อย
            แต่หลังจากที่ให้มีอาช่วยดูแลและเรียนรู้เรื่องธรรมชาติของลมกับการบินแล้ว สิ่งเล็กน้อยพวกนี้ก็เป็นประโยชน์กับฟิลได้มาก ถึงรู้ว่าระยะห่างกำลังหดสั้นลง แต่ถ้ายังคงบินด้วยความเร็วเช่นนี้แล้วและลมที่พัดสวนยังคงแรงอยู่ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อาจโจมตีได้ง่ายๆ อย่างน้อยการยืดตัวเพื่อเล็งอาวุธก็ทำให้ถูกลมปะทะจนเสียสมดุลหรือเสียความเร็วได้

            ฟิลพอจะอ่านออกว่าถ้ายังรักษาความเร็วระดับนี้ได้แล้ว ศัตรูก็มีแต่ต้องประชิดเพื่อใช้อาวุธติดตัวประเภทดาบยาวหรือหอกเล่นงานเท่านั้น
            "ลมเป็นไงบ้างแล้วมีอา?" เขาถามเพื่อที่จะได้วางแผนให้ถูกจุด
            "รู้สึกว่าข้างล่างลมจะเบากว่านี้นะพี่จ๋า"
            "งั้นขอพี่ร่ายเวทอีกสักพักแล้วมีอาบินต่ำลงไปจุดนั้นเลย"
            "แต่ว่าถ้าลงไปจุดนั้นฝ่ายที่ไล่ตามมาน่าจะได้เปรียบขึ้นนะพี่จ๋า" เธอเป็นกังวล
            "แค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นล่ะ เราจะลงไปเพื่อหลอกล่อและทำให้ฝ่ายนั้นสับสน จากนั้นเราจะบินขึ้นอีกด้วยท่วงท่าที่พวกนั้นต้องตาค้าง"
            "บินขึ้นอีกครั้ง..." มีอาเหลือบหันมองเหมือนจะเข้าใจความผิดของฟิล "หรือว่า..."
            "ใช่แล้ว ท่านั้นล่ะ... ฉะนั้นอดทนบินฝืนอีกนิดนะ พี่จะขอร่ายเวทหนักๆสักแปป"
            "อื้ม! ไว้ใจมีอาได้เลย!" เด็กน้อยออกตัวมุ่งมั่น

            เดิมทีแล้วเธอก็บินแบบไม่ได้ฝืนอะไรเป็นพิเศษ เพราะเมื่อได้รู้เรื่องแรงและทิศทางของลมและการขยับปีกแล้ว เธอจึงสามารถบินในความเร็วระดับปกติโดยไม่ถูกต้านมากนัก จึงประหยัดกำลังได้มากโข
            พอได้ยินคำสั่งจากฟิลแล้วเธอก็จึงสูดลมหายใจให้ลึกและดึงกำลังไปยังปีก บินสุดกำลังฝืนร่างกายสักช่วงเวลาหนึ่ง

            มีอาบินเร่งขึ้นทำให้ฝ่ายที่ไล่ตามต้องเร่งตามไปด้วย
            ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำให้ช่องว่างความแตกต่างปรากฎมากขึ้น มังกรที่ตัวเล็กกว่าเพรียวกว่าและคุ้นเคยกับลมมากกว่าพลิกมาได้เปรียบเหนือมังกรตัวใหญ่กว่าของไฮแลนด์อย่างเด่นชัด
            ไม่นานนักจากที่บินเร่งระยะห่างก็พลันขยายมากขึ้นอีกครั้ง บีบให้ฝ่ายทหารไฮแลนด์ต้องสั่งให้เร่งขึ้นมาอีก

            ฟิลเชื่อใจมีอาและร่ายเวทโดยไม่พะวงทางด้านหลัง
            จนกระทั่งตัวบทคาถาแล้วเสร็จดีนั่นเอง เขาก็หนีบขาและโอบตัวแนบมีอาสื่อสั่งการสั้นๆ
            "จังหวะนี้ล่ะมีอา จัดการกันเลย!"
            "ค่า!"

            มีอารับคำแล้วปรับระดับองศาต่ำลงสี่สิบห้าองศาพุ่งทะยานเป็นแนวเฉียงลงสู่พื้นที่ๆลมต้านเบากว่าทำให้ระยะห่างในช่วงแรกนั้นทิ้งไปหลายเท่าตัว
            ทหารมังกรไฮแลนด์เห็นเข้าก็รู้สึกเหมือนถูกหยาม พวกเขาสั่งมังกรให้บินความเร็วสูงสุดและลดองศาลงตามมีอาไปติด ซึ่งพออยู่ในจุดที่ลมต้านเบาแล้ว ศัยกภาพการบินก็กลับมาสูงเช่นเดิมทำให้ระยะห่างเมื่อครู่หดหายไปในพริบตา

            ดูเผินๆแล้วฟิลกำลังเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้ทหารมังกรทั้งสองก็ชักดาบยาวออกมาหมายจะขนาบสองข้างแล้วโจมตีพร้อมกัน
            แต่ทุกอย่างนั้นคือแผนการที่แยบยลและตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฟิล

            ในช่วงที่สองทหารมังกรไฮแลนด์กำลังเงื้อดาบขึ้นเตรียมฟัน
            ตอนนั้นเองฟิลก็ดังบังเหียนให้ตึงมือ

            มีอารับรู้ถึงคำสั่งและตอบสนองในทันทีด้วยการเพิ่มความเร็วอีกระดับพร้อมๆกับเชิดหัวขึ้นในมุมสี่สิบห้าองศาขึ้น
            มีอาอาจไม่ได้เร็วเหนือมังกรระดับหัวหน้ากองอัศวินมังกร แต่ในมุมกลับกันเธอก็มีศักยภาพที่ไม่แพ้มังกรทั่วๆไป

            ทันทีที่ออกแรงส่ง ซึ่งก็เป็นจังหวะที่ฝ่ายโจมตีต้องลดความเร็วลง มีอาก็ถีบตัวเองพ้นการโจมตีไปได้แบบฉับพลัน
            และไม่เพียงแค่หลบหนีเท่านั้น แต่สิ่งที่ฟิลตั้งหวังก็คือการสวนกลับด้วย

            การเชิดหัวของมีอาไม่ได้เป็นการเอาตัวรอด...
            หากแต่นี่คือหนึ่งในรูปแบบการบินชั้นสูงที่จะพลิกจากรับเป็นรุกในพริบตา
            "เอาเลยมีอา! พลิกตัวตลบหลังเลย!!" ฟิลออกคำสั่งเน้นย้ำพร้อมกับห่อตัวรัดเกาะมีอาไว้แน่น
            "อื้อ!!"

            มีอาขบฟันแล้วแอ่นโค้งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นลักษณะครึ่งวงกลมแบบอักษรซี อันเป็นท่วงท่าของ...

            วงกลมจันทรา

            เทคนิคระดับสูงที่มีอัศวินมังกรไม่มากรายนักจะใช้ได้
            ฟิลหยิบจับมาใช้ได้ถูกจังหวะและช่วงเวลาที่สุด และในหนนี้ไม่เพียงแค่การบินเท่านั้นที่เป็นจุดเด่น แต่ฟิลได้ผนวกแรงเกื้อหนุนของลมมาช่วยด้วย

            ในจังหวะที่มีอากำลังแอ่นตัวและตีโค้งกลับหัวเหนือทหารมังกรไฮแลนด์นั่นเอง
            ด้วยความสูงนั้นที่ลมแรงกว่ามาก จึงทำให้ลมดังกล่าวตีย้อนเข้ากลางตัวของมีอา ยังผลให้การกลับตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น มีอาทำเพียงแค่กางปีกปรับทิศทางลมดูสมดุลของร่างกายและหางในจังหวะพลิกตัวเท่านั้น ที่เหลือก็เพียงให้แค่ลมต้านเกื้อหนุนแรงเฉื่อยที่มีอยู่

            เพียงชั่วเวลาแค่กระพริบตาเท่านั้น
            คู่หูอัศวินมังกรหนุ่มและมังกรน้อยที่กำลังจะถูกฟันจากทางด้านหลัง ก็บินเชิดแล้วม้วนตัวกลับมาตลบหลังแทนได้อย่างอัศจรรย์

            สองทหารมังกรไฮแลนด์หันมองด้วยความตระหนก มันเป็นเรื่องที่ทั้งเหนือความคาดหมายและเกิดขึ้นเร็วชนิดที่ว่าเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่สามารถระวังหรือแม้แต่จะหนีได้
            เดินทีหากเป็นเพียงแค่การม้วนตัวกลับหลังธรรมดาก็อาจจะพอทำอะไรได้บ้าง หากแต่สิ่งที่ฟิลและมีอาทำนั้นเป็นสิ่งที่เหนือกว่านั้น ตั้งแต่การชิงจังหวะหลบหนี การขึ้นสู่ฟ้าด้วยความเร็วสูง การพลิกตัวโดยรักษาสมดุลและมีลมเกื้อหนุน กระทั่งการม้วนตัวลงโดยที่แทบจะไม่ต้องปรับสมดุลอีกรอบ

            แม้จะไม่ได้ล่องหนหายไปในพริบตาเหมือนท่าระดับสูงสุดอย่างลังกาจันทร์เสี้ยว
            แต่ในตอนนี้ฟิลก็สามารถใช้วงกลมจันทราได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

            ความเร็วที่หลงเหลืออยู่ตอนกลับตัวยังมีมากอยู่ เพียงมีอาบินต่อไปอีกเล็กน้อยก็เข้าสู่ระยะหวังผลของฟิลแล้ว
            "ผมล่ะไม่ชอบความรุนแรงเลย แต่ทั้งหมดนี่ก็เพื่อหนทางสู่ความสงบสุขในภายภาคหน้า" ฟิลชูมือไปยังกึ่งกลางระหว่างสองทหารมังกร ซึ่งทำท่าจะบินแยกหนีไปคนละทาง "ฝนหอกน้ำแข็ง!"

            ไวเกินกว่าที่จะแยกตัว ฟิลก็ชิงลงมือแล้วด้วยการปล่อยเวทน้ำแข็งลงเหนือศีรษะของทหารมังกรทั้งสอง
            น้ำแข็งของฟิลมีขนาดเล็กเพียงแค่แท่งดินสอ แต่ก็มีจำนวนมากนับสิบๆแท่ง และมันก็พุ่งปักไปยังทหารทั้งสองอย่างเร็วและแรง

            น้ำแข็งส่วนหนึ่งก็ปักเข้าร่างของทหารผู้ใช้มังกร อีกส่วนก็ปักเข้าตัวมังกร ซึ่งการที่ฟิลเลือกยิงแบบกระจายเพื่อหวังผลให้มากที่สุด ทำให้น้ำแข็งส่วนมากปักทะลุปีกของมังกร
            ยังผลให้ทหารมังกรคนหนึ่งสิ้นชีพในทันทีจากการโจมตี ส่วนอีกคนก็ร่วงตกลงไปพร้อมๆกับมังกรรับใช้ของตนเองที่ไม่อาจบินได้อีก

            ฟิลทนใจแข็งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นและจดจำไว้ทั้งความรู้สึกผิดบาปและข้อมูลที่ได้รับ
            ข้อมูลอันสำคัญยิ่งสำหรับนำไปใช้จริงกับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดต่อไป...


            ...............................................


            ผ่านการรบมาได้ราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ลีลาการบินและโจมตีของฟิลและมีอาก็เป็นที่ประจักษ์ของทหารมังกรไฮแลนด์แล้ว
            และตอนนี้ทหารเกณฑ์ใหม่ก็เริ่มถอยห่างและไม่คิดลองดีเนื่องจากรู้ซึ้งถึงความแตกต่างด้านฝีมืออย่างชัดเจน

            อาจจะยังดูหน้าใหม่และเด็กทั้งผู้ใช้และมังกร แต่ทั้งฟิลและมีอาก็สร้างสิ่งที่เรียกว่าบารมีให้กับตัวเองได้สำเร็จ
            และบารมีนี้เองที่ทำให้ทหารมังกรหน้าใหม่และทั่วๆไม่กล้าที่จะมาลองดีด้วย เว้นเสียเพียงแค่ทหารมังกรที่มากประสบการณ์และใจถึงพอเท่านั้น

            มันเป็นเหมือนดาบสองคม ฟิลคิดที่จะใช้ความแตกต่างของฝีมือทำให้ทหารมังกรไฮแลนด์ไม่กล้ายุ่ง
            แต่ก็กลายเป็นว่าฟิลทำให้ทหารระดับล่างกลัวเท่านั้น ทว่าทหารระดับสูงกลับคิดตรงข้ามและต้องการที่จะท้าทายบ้าง

            หลังจากที่จัดการทหารมังกรไปแล้วเจ็ดคน ฟิลก็หมายจะบินกลับไปยังจุดนัดพบกับเครนี่ แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คาดไว้เพราะยังคงมีอุปสรรค์มาขวางทางอยู่...
            ทหารมังกรสองตัวบินมาดักหน้าฟิล ดูจากภายนอกแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าคราวนี้มิได้เป็นเพียงแค่ทหารมังกรมากประสบการณ์เท่านั้น หากแต่ทั้งคู่ก็ยังเป็นมังกรแบบพิเศษด้วย

            ทหารมังกรที่ใช้มังกรพิเศษทั้งสองบินดักหน้าฟิลห่างออกไปพอสมควร แต่ก็ทำให้รับรู้ได้ว่าจิตคุกคามและแรงกดดันนั้นไม่ธรรมดา

            ฟิลสั่งให้มีอาหยุดบินและคงระยะห่างนั้นไว้เพื่อดูท่าทีไปก่อน ไม่ผลุนผลันพลันแล่นให้เสียเรื่อง
            "นึกว่าจะได้เริ่มงานเร็วๆสักหน่อย แต่ก็มีอะไรมาวุ่นวายให้ได้ตลอดสิน่า..." เขาพูดพึมพำกับตัวเอง
            "เอาไงต่อดีล่ะพี่จ๋า จะให้แลกเลยไหม?" มีอาเสนอความเห็น "ยังไงซะเราก็มีบลูเฟลมกับเพอร์เฟคชิลด์อยู่นี่นะ ถ้าพี่จ๋าอยากจะเข้าไปจัดการให้จบไวๆล่ะก็..."
            "ก็ไม่รู้ว่าความสามารถอะไรน่ะนะ แต่พี่คิดว่าเลี่ยงการปะทะตรงๆน่าจะดีกว่า" ฟิลเห็นต่าง ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการสงวนพลังพิเศษที่มีอยู่จำกัดไว้ใช้กับช่วงสำคัญที่สุดจริงๆ "โทษทีนะมีอา งานนี้พี่คงต้องให้เธอบินเหนื่อยหน่อยแล้วล่ะ ถ้าจำเป็นก็อาจต้องยอมงัดไม้ตายออกมาสักท่า"
            "จะใช้ท่านั้นเลยเหรอพี่จ๋า?"
            "ก็ลองดูก่อนนะ ตอนนี้เรารักษาระยะห่างบินดูเชิงสักหน่อยดีกว่า"
            "ค่ะ"

            รับคำแล้วมีอาก็หันหัวออกข้างพร้อมกับบินโฉบลงในจังหวะที่ลมพัดมาแรงสุด ช่วยให้ทั้งมีอัตราเร่ง ความเร็ว และทิศทางตามต้องการ
            มีอาพาฟิลบินหลบจากจุดเผชิญหน้า และก็เป็นไปตามคาดเมื่อทหารมังกรทั้งก็คุมมังกรไล่ประกบมาจากทางด้านหลัง

            การไล่ล่าเกิดขึ้นในทันที
            ฟิลยังคงรัดกุมรอบคอบ โดยเว้นระยะห่างในจุดที่ระวังป้องกันการโจมตีได้ จนฝ่ายศัตรูทำได้เพียงแค่การบินตามอย่างเดียวเท่านั้น

            อย่างไรก็ดีฝ่ายตรงข้ามก็เป็นถึงนายทหารระดับสูงที่อยู่ในหน่วยหน้าของกอร์ด้อน และที่สำคัญคือพวกเขารู้ข้อมูลของฟิลมากพอเกินพอ
            ในช่วงที่กำลังบินอยู่นั้นทหารมังกรก็ตกลงนัดแนะกัน โดยคนหนึ่งทำหน้าที่เร่งบินให้เร็วขึ้นเพื่อเตรียมประชิดเทียบข้างฟิลพร้อมๆกับเตรียมธนูยิงใส่ ส่วนทหารมังกรอีกคนก็บินในความเร็วเท่าเดิมแต่เริ่มมีการสะสมพลังอะไรบางอย่างที่ตัวของมังกรรับใช้
            "ชักไม่ค่อยดีแล้วสิ ดูเหมือนพวกนั้นจะชำนาญวิธีการไล่ต้อนกว่าที่คิดไว้แฮะ" ฟิลสังหรณ์ใจ

            ฟิลอาจจะยังตั้งสมาธิดีอยู่ แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็มีความเป็นมืออาชีพสูง พวกเขาไม่ลดละที่จะหาช่องว่างโจมตีที่หวังผลได้

            ทหารมังกรที่บินมาทางด้านซ้ายเล็งในช่วงเวลาสั้นๆที่เห็นว่าฟิลกำลังเหลือบมองไปทางอีกฟากที่กดดันด้วยพลังพิเศษ
            "ไม่ยอมหรอกน่า!" มีอาไหวตัวทันและรีบชะลอความเร็วให้ทั้งธนูและทหารมังกรที่กวดติดรายนั้นพุ่งผ่านหน้าไป

            มันเป็นการหลบหลีกที่ยอดเยี่ยม
            แต่โชคร้ายที่นี่เป็นแผนที่อีกฝ่ายต้องการให้มีอาทำตามมาแต่แรก...

            พอเห็นว่ามีอาชะลอความเร็วไปแล้วทหารมังกรที่ประกบมาอีกฟากก็ไม่รอช้าโจมตีด้วยพลังพิเศษทันที
            "ตาข่ายสายฟ้า!!" (Shock Net)

            มังกรพิเศษสะบัดหัวพร้อมพ่นอะไรบางอย่างออกมา
            ตอนแรกฟิลนึกว่าจะเป็นการพ่นไฟในลักษณะพิเศษ ทว่าแทนที่จะเป็นไฟมันกลับเป็นก้อนแสงสีขาวที่สว่างจ้า โดยเมื่อถูกคายพ้นปากออกมาแล้วมันก็กางตัวออกลักษณะคล้ายกับตาข่ายที่มีความกว้างกว่าสองเมตร
            "ระวังนะมีอา!" ฟิลหันมองไม่ไว้ใจ

            พอตาข่ายกางสุดแล้ว ทั้งหัวและปลายตาข่ายนั้นก็ได้สะบัดไปมาตามแรงส่งและแรงลมต้าน และทำท่าจะโอบใส่มีอาจากทางด้านหน้า
            ประจุไฟฟ้าที่ดีดไปมาทำให้มันสะบัดรุนแรงขึ้นไปอีกทำให้ยากแก่การหลบหลีกให้พ้นได้ทั้งหมด

            มีอาพยายามหลบสุดตัวเท่าที่จะทำได้ ตาข่ายสายฟ้าทำท่าจะพาดผ่านช่วงเอวของฟิลไป แต่อีกครึ่งนั้นกลับสะบัดเข้าทางช่วงคอของมีอาแทน
            ฟิลรู้สึกขอบคุณลางสังหรณ์ตัวที่เตือนให้เริ่มร่ายคาถาระวังป้องกันไว้ พลันที่เห็นว่าจะหนีไม่พ้นแล้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะใช้มันออกมา
            "เกราะอาคม!!"

            โล่กำบังที่มีลักษณะโปร่งแสงถูกสร้างขึ้นโดยเวทมนตร์และห่อหุ้มตัวผู้ร่ายไปจนถึงมังกรรับใช้ในพริบตา และก็ทันท่วงทีอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด

            ทันทีที่ตาข่ายสายฟ้านั้นกระทบใส่ มันก็คายประจุเข้าที่ผิวนอกของเกราะและเกิดปฏิกริยาทางไฟฟ้าขึ้นมาอย่างรุนแรง

            เปรี๊ยะ!!

            ฟิลและมีอาเห็นว่าเหมือนกำลังมีสายฟ้าฟาดเข้าที่ด้านข้างของเกราะซ้ำแล้วซ้ำอีก ตาข่ายสายฟ้านั้นอัดแน่นไปด้วยประจุจำนวนมากและดูท่าจะไม่หมดลงง่ายๆ

            ตาข่ายสายฟ้ามีลักษณะเบา มันเกาะติดกับเกราะอาคมได้ดีเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปลายทั้งสองมีแรงส่งไปโอบด้านข้างแล้ว มันก็เหมือนกับว่าตาข่ายนี้ถูกเหวี่ยงให้ติดแนบกับเกราะจนไม่มีทีท่าว่าจะหลุดได้เอง

            ถึงจะยังปลอดภัยภายใต้ช่องว่างเล็กๆหลังเกราะนั้น แต่เสียงลั่นของประจุไฟฟ้าก็หลอนความรู้สึกของฟิลและมีอาได้ดีนัก
            จากการได้เห็นทั้งแสง แรงสะเทือนในระยะใกล้แค่เอื้อมนั้นทำให้พอคาดเดาได้ว่าความแรงของมันไม่ธรรมดา อาจช็อคให้หมดสติได้เพียงพุ่งผ่านในระยะใกล้ๆ หรือถ้าโชคร้ายถูกตาข่ายนี้พาดเข้าที่ตัวก็อาจถูกช็อตจนเสียชีวิตได้ทันที

            ยิ่งทีก็ยิ่งทำให้ฟิลเป็นกังวล ขนาดปล่อยประจุไฟฟ้ามาเต็มที่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดกำลังลง ผิดกับเวทอาคมของเขาที่ใกล้จะสิ้นฤทธิ์ลงไปทุกที
            ถ้าไม่หาทางทำให้ตาข่ายนี้พ้นตัวไปได้แล้วล่ะก็ ความตายจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่แน่นอนที่สุด

            มีอาเองก็รู้ถึงอันตรายได้เช่นเดียวกับฟิล เธอพยายามบินและส่ายหัวและหางไปมา
            แต่ก็ไม่เป็นผลตามที่ต้องการเพราะความยาวของตาข่ายที่พาดกินระยะกว้างและแนบชิดเกราะมากกว่าจะสลัดให้หลุดได้ง่ายๆ
            "มะ... ไม่หลุดอ่ะพี่จ๋า... ทำไงดี...!?" เธอออกอาการร้อนรน
            "ใจเย็นๆมีอา มันก็แค่ตาข่ายมาแปะติดเท่านั้นเอง" ฟิลคิดไวตัดสินใจไว "ทำตามที่พี่บอกนะมีอา ก่อนอื่นลดความเร็วลง"
            "อะ อื้อ!" ถึงจะไม่เข้าใจสิ่งที่ฟิลคิดอยู่แต่เธอก็เชื่อใจอย่างเต็มที่

            มีอาลดความเร็วลงมากว่าครึ่ง ลมที่ต้านอันจะทำให้ตาข่ายถูกดันติดเกราะก็อ่อนกำลังลง และตาข่ายทำท่าจะค่อยๆไหลลงตามส่วนโค้งของเกราะ
            "อ๊ะ... คลายตัวแล้ว...!?" มีอาทึ่ง
            "ไม่หรอก... ยังไม่พอ..." ฟิลก็คิดว่ามันใช้เวลามากกว่าไป และการลดความเร็วก็เหมือนการกลายเป็นเป้าให้อีกฝ่ายโจมตีได้ง่ายขึ้น "เกราะจะสลายแล้วต้องรีบสลัดให้หลุดเดี๋ยวนี้เลย"
            "ละ... แล้วจะต้องทำไงล่ะพี่จ๋า!?"
            "ลังกาหมุนดิ่งลงไปเลยนะมีอา แค่รอบเดียวก็พอแต่หมุนให้เต็มกำลังเลย ทำแบบนี้ล่ะเอาออกได้แน่!" ฟิลสั่งพร้อมๆกับยึดตัวเองให้แน่นเตรียมรับสภาพการบินแบบโลดโผน
            "เข้าใจแล้วค่ะพี่จ๋า!" เธอก็ทำตามง่ายเช่นกัน

            มีอาหันหัวลงแนวเฉียงองศาชัน จากนั้นก็หมุนปีกไปในทิศทางตรงข้ามกับตำแหน่งที่ตาข่ายติดอยู่
            แรงโน้มถ่วงที่ดึงจากบนลงล่างทำให้มีอารักษาความเร็วได้โดยที่ไม่ต้องกระพือปีก มีอาบินแล้วหมุนคว้างได้ตามที่ฟิลว่า
            เพียงแค่บิดตัวหมุนแค่รอบเดียวเท่านั้น ตาข่ายที่นาบติดก็ถูกสบัดหลุดออกได้โดยง่าย ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เกราะอาคมกำลังสลายตัวไปพอดี มีอาจึงรีบเชิดหัวบินในระนาบปกติให้ฟิลเตรียมการต่อไปได้ถนัด
            "หลุดไปได้สักที" ฟิลมองดูตาข่ายสายฟ้าตกห่างออกไปด้วยความโล่งอก

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถอนหายใจคลายความอึดอัด ฟิลก็ต้องรับกับการจู่โจมระลอกที่สามอย่างต่อเนื่อง
            "พี่จ๋า!" มีอาร้องทักสั้นๆ เพราะตอนนี้เบื้องหน้าเธอมีทหารมังกรพิเศษอีกคนมาโฉบดักข้างหน้าแล้ว
            "บ้าจริง...! ไวผิดคาดเลยแฮะ..." ฟิลเปลี่ยนแผน ในเมื่อศัตรูไม่บุกเข้ามา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะบุกเข้าไปหาโดยที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังพิเศษอะไร "หยุดบินก่อนมีอา! รักษาระยะห่างไว้ก่อน!!"

            ฟิลหงุดหงิดเล็กๆ ทั้งที่คิดว่าคำนวนศัตรูมาดีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทหารอาชีพระดับสูงนั้นมีความแตกต่างกับทหารอาชีพทั่วไปอย่างมาก
            ช่วงเวลาสั้นๆที่ลดความเร็วและพยายามสลัดตาข่ายสายฟ้าให้หลุด ศัตรูกลับใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุดโดยการบินเร่งแล้วโค้งมาดักข้างหน้า

            และแน่นอนว่าช่วงเวลาที่ฟิลกำลังจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีพลังพิเศษนั้น ทหารมังกรที่ใช้ตาข่ายสายฟ้าเมื่อครู่ก็ไล่ตามหลังมาใกล้ขึ้นพร้อมๆกับเตรียมใช้พลังพิเศษอีกครั้ง...
            กลายเป็นว่าเขาต้องตกอยู่ในวงล้อมของมังกรพิเศษอีกครั้ง...
            "จบกันแค่นี้ล่ะเจ้าหนู!" ทหารมังกรไฮแลนด์ที่อยู่ด้านหน้าฟิลแสยะยิ้มมุมปากแสดงความเหนือกว่าพร้อมๆกับสั่งการให้มังกรเปิดฉากเล่นงานก่อน "ลำแสงแผดเผา!!" (Ray)

            มังกรรับใช้อ้าปากขึ้นกว้าง ที่ใจกลางลำคอปรากฎแสงสว่างขึ้นมา
            แสงนั้นเป็นสีขาวเจิดจ้าแต่คนละแบบกับตาข่ายสายฟ้า มันเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดออกมาเป็นเส้นลำ ทว่าที่ต่างออกไปก็คือเส้นลำแสงนั้นมีอุณหภูมิที่สูงมากราวกับเป็นแสงจากดวงอาทิตย์ที่ผ่านแว่นขยาย

            พอมีอาคิดจะบินหลบออกไป มังกรตัวนั้นก็เรียกพลังออกมาทำให้แสงกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น หมายว่าต่อให้หนีรอดไปได้ก็ต้องคงเหลือไว้ซึ่งอาการบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้
            ขณะที่ทางด้านหลังก็รุกคืบ โดยบินในระยะห่างของลำแสงแผดเผา แต่ก็อยู่ในจุดที่สามารถเหวี่ยงตาข่ายสายฟ้าใส่ได้
            "โดนดักหน้าหลังเลยอ่ะพี่จ๋า..." มีอาตัดสินใจไม่ถูก เธอทำได้แค่บินส่ายไปมาบริเวณที่เดิมเพื่อให้โดนลำแสงทื่เผาให้น้อยที่สุด
            "ฮึ่ม...! ตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ"

            ฟิลขบฟันไม่พอใจและตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อทำการตอบโต้แบบกล้าได้กล้าเสีย
            "บินตรงไปหามังกรตรงหน้าเลยมีอา!" ฟิลออกคำสั่งพร้อมกับแตะมือขวาที่คอมีอา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีระหว่างทั้งสองแล้วว่าหมายถึงอะไร

            มีอาเองก็กล้าได้กล้าเสียเชื่อมั่นในการตัดสินใจของฟิลเช่นกัน เธอบินตรงและพยายามห่อตัวให้แคบที่สุดเพื่อลดพื้นที่สัมผัสกับแสงองศาสูง
            เกล็ดอาจจะช่วยทำป้องกันกายเผาไหม้ที่จะส่งผลกับร่างกายของเธอได้บ้าง แต่อานุภาพของแสงก็วาดได้กว้างและลึกจนทำให้เธอเริ่มรู้สึกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อบินเข้าใกล้แหล่งกำเนิดความร้อน

            ทหารมังกรที่คุมมังกรพิเศษอยู่ประหลาดใจเล็กๆที่ฟิลไม่คิดหนีแต่กลับบ้าบิ่นให้มังกรพุ่งเข้าใส่แทน
            กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกินการรับมือ เพราะลำแสงที่ใช้อยู่นี้ยังมีความแรงเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เขาเห็นว่าถ้าฟิลบ้าดีเดือดพอแล้วล่ะก็จะใช้กำลังทั้งหมดปล่อยลำแสงเผาในระยะประชิดให้ทั้งฟิลและมีอาเกรียมเสียก่อนที่จะได้มาถึงตัวเขา

            แม้จะดูเหมือนไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่ฟิลก็ยังคงมีสติที่ดีอยู่และก็รู้ตัวด้วยว่ากำลังจะทำอะไร
            "เข้ามาตายเลยไอ้หนู!" นายทหารมังกรตะโกนขู่
            "เอาสิ! อยากฆ่านักก็ลงมือเลย!!" ฟิลท้าทายกลับคืน "จะสนองกลับให้สาสมเลย!"

            ในจังหวะที่กำลังจะถึงช่วงโจมตีแลกหมัดกัน ฝ่ายทหารมังกรก็ออกคำสั่งไปยังมังกรรับใช้ให้ปล่อยพลังออกมาให้สุด
            เช่นเดียวกับฟิลที่แตะคอมีอาแน่นพร้อมๆกับตั้งสมาธิพร้อมประยุกต์ใช้พลัง
            "เพอร์เฟค...!" ฟิลประกาศชื่อพลังออกมา

            ทว่าในตอนนั้นเองสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็บังเกิดขึ้น

            เปรี๊ยะ!!

            เสียงของการแช่แข็งผนึกดังฟังชัด

            แล้ววินาทีให้หลังจากนั้น นายทหารมังกรที่กำลังจะใช้พลังพิเศษเล่นงานฟิลก็เป็นอันต้องร่วงลงจากฟ้าต่อหน้าต่อตา...

            ซึ่งเมื่อทหารและมังกรตกลงไปจากจุดนั้นแล้ว ฟิลก็เห็นว่าเป็นดาเนี่ยลนี่เองมาช่วยเหลือเขาไว้ โดยได้ใช้พลังพิเศษของฟรีซแช่แข็งช่วงปีกของมังกรฝ่ายศัตรูไว้อยู่หมัด
            ชายวัยเกษียณยังคงดูภูมิฐานสมทหารทั้งฝีมือและภาพลักษณ์ เขาคุมมังกรมาหยุดใกล้ๆฟิลแล้วทักอย่างเป็นมิตร
            "ไม่จำเป็นต้องเสียพลังสำคัญไปกับพวกนี้หรอกฟิล ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
            "คุณดาเนี่ยล" ฟิลมอง

            ขณะที่สองอัศวินมังกรกำลังคุยกันอยู่ ทหารมังกรไฮแลนด์ที่อยู่ข้างหลังก็หมายจะฉวยโอกาสนี้เล่นงานไปพร้อมๆกัน
            "หนอยแก!" เขาชี้นิ้วสั่ง "จัดการพวกมันด้วยตาข่ายสายฟ้าเลย!"

            ทว่าในจังหวะที่กำลังเพ่งสมาธิไปแต่ด้านหน้าอยู่นั้นเอง ก็ได้มีการโจมตีหนึ่งพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังโดยที่ทั้งตัวทหารมังกรและมังกรรับใช้แทบจะไม่รู้ตัว

            ฉั๊วะ!

            มันเป็นการลอบโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ กว่าทหารมังกรจะรู้ตัวอีกทีปลายแหลมของลูกธนูก็ทะลุอกมาทางด้านหน้าแล้ว
            "อ๊อก...!" เขาก้มหน้ามองตะลึงและสับสน

            ไม่กี่อึดใจจากนั้นชายผู้ลอบโจมตีก็บินผ่านจากมาหน้า โฉบห่างจากทหารมังกรคนนั้นไม่ไกลนักเพื่อยืนยันด้วยสายตาตัวเองว่าเล่นงานได้สมบูรณ์แบบจริง
            ซึ่งผู้ที่ลงมือนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นครึ่งหมาป่าครึ่งมนุษย์ที่พึ่งฟื้นอาการบาดเจ็บมาได้ไม่นานเช่นเดียวกับฟิล แต่ทว่ากำลังการและความสมบูรณ์นั้นมากเกินพอที่จะรบได้เต็มที่อีกครั้ง
            "เจ้าทึ่มเอ๊ย! อย่าคิดว่าแกจะเป็นฝ่ายรุมล่าเหยื่อได้เพียงข้างเดียวสิ" แฟ้งค์สบถใส่แล้วบินห่างออกมา จากนั้นไม่นานนักทหารมังกรคนนั้นก็เป็นอันสิ้นลมร่วงจากหลังมังกรไปตามกัน

            สองผู้ช่วยอาศัยจังหวะมาเป็นประโยชน์อย่างน่าทึ่ง ฉวยช่วงเวลาที่ทหารมังกรเอาแต่จับจ้องฟิล จากนั้นก็กลบจิตสังหารแล้วเข้าเล่นงานในจังหวะบวกทำให้ยากแก่การป้องกัน
            "คุณแฟ้งค์ คุณดาเนี่ยล... ผมแทบไม่รู้ตัวเลย คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะครับ?" ฟิลมองดูสองอัศวินมังกรที่คุ้นเคยด้วยความประทับใจแกมประหลาดใจ
            "เห็นเธอกำลังล่อหลอกแบบนั้นก็เลยว่าใช้ประโยชน์จากการที่ศัตรูมั่งสมาธิจนละเลยการป้องกันน่าจะดีกว่า" ดาเนี่ยลตอบ "แต่ไม่นึกว่าจะง่ายแบบนี้ ดูเหมือนว่าการต่อสู้กับเธอจะน่าสนุกนะ ขนาดศัตรูยังหลงจนแทบไม่รู้ตัวเลย"
            "ถือว่าเป็นคำชมสินะครับ" ฟิลหัวเราะเบาๆ

            การจัดการทหารมังกรมีฝีมือไปสร้างแรงกดดันได้สำเร็จทำให้ฟิลอาจพอได้มีเวลาพักหายใจอยู่บ้าง แต่อย่างไรเสียฝ่ายไฮแลนด์ก็มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า และมีทหารมังกรอีกหลายคนที่ต้องการสร้างชื่อเสียงด้วยการปราบอัศวินมังกรคนเก่งแห่งอาโกลาส
            ฟิลไม่มีเวลาได้พูดคุยกับผู้มาช่วยเหลือมากนัก เขาหันมองทหารมังกรอีกกลุ่มที่กำลังบินเข้ามาจากระยะห่าง ก็ทำให้คิดว่าจำต้องเตรียมการรับมือต่อ

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้สั่งการใดๆไปยังมีอา แฟ้งค์ก็พามังกรบินมาใกล้ๆแล้วสะบัดหน้าไปทางด้านข้างประกอบคำพูด
            "นายแสดงให้เห็นว่าเทคนิคนี้ดีเกินพอที่จะท้าทายกับกอร์ด้อนแล้ว ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง นายไปจัดการกับกอร์ด้อนเถอะ"
            "แต่ว่าจำนวนศัตรูขนาดนั้นมันก็..."
            "กำลังอาจจะโรยไปบ้าง แต่ถ้าเทคนิคกับประสบการณ์ล่ะก็เหลือเฟือ กะแค่ทหารมือใหม่ไม่คณามือฉันหรอก" ดาเนี่ยลไม่กังวล "ไปเถอะฟิล... ทำหน้าที่ให้สำเร็จ ชัยชนะของเธอคือก้าวแรกสู่ชัยชนะของเรา พยายามให้เต็มที่นะ"
            "ขอบคุณมากครับ คุณแฟ้งค์ คุณดาเนี่ยล ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปทำหน้าที่ของผมต่อล่ะนะครับ" ได้ยินเช่นนั้นแล้วฟิลก็โล่งใจขึ้น เขาโค้งศีรษะทำความเคารพแล้วพามีอาบินแยกออกไป

            ยังพอมีเวลาอีกสักเล็กน้อยก่อนที่จะต้องกลับไปสู้อีกหน
            แฟ้งค์มองดูฟิลที่ห่างออกไปพลางนึกถึงคำพูดหนึ่งของดาเนี่ยล
            "ฟิลและมีอาเป็นเหมือนฟองน้ำที่ดูดซับความรู้ได้อย่างง่ายดายงั้นเหรอ...?" เขาพูดขึ้น "ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกนะครับ แต่ยิ่งนานวันยิ่งเก่งกันทั้งคู่เลย ล่าสุดมีอาถึงขนาดจำวิธีหลบธนูได้ภายในแค่สองวันเท่านั้นเองนะครับ"
            "ฉันเข้าใจผิดน่ะ สองคนนั้นไม่ใช่ฟองน้ำอย่างเดียวหรอก" ดาเนี่ยลหัวเราะเบาๆชอบใจ
            "หมายความว่ายังไงครับ?"
            "ฟองน้ำมันแค่ดูดซับเท่านั้น แต่สองคนนั้นเป็นไปได้ยิ่งกว่า ไม่เพียงซึมซับเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แต่ยังสร้างรูปแบบของตัวเองได้ด้วย" ชายวัยเกษียณเฉลย "งานวันนี้คงเป็นงานที่ยากที่สุดในชีวิตพวกเขา แต่ถ้าเกิดว่าฟิลกับมีอาผ่านมันไปได้ล่ะก็ ฉันเชื่อเลยว่าเขาจะเก่งยิ่งกว่านี้เสียอีก... วันที่จะแซงเครนี่ไปก็ขึ้นกับเวลาเท่านั้น"
            "นั่นสินะครับ" แฟ้งค์ชอบใจความเห็น "แล้วท่านคิดว่าผลจะออกมาเป็นยังไงครับ?"
            "ไม่รู้สินะ ถ้าปะทะกันตรงๆล่ะก็ฟิลยังเป็นรองอยู่เยอะ แต่ว่าถ้ามองในแง่ยุทธการยื้อเวลาล่ะก็ฉันว่าฟิลจะทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์แน่" ดาเนี่ยลสะบัดหน้าหันกลับไปมองด้านหลังทิศที่ศัตรูเริ่มบุกเข้ามา "ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ ถ้าไม่อ้างอิงอะไร แต่เป็นแค่การคาดเดาล่ะก็ ลางสังหรณ์ฉันมันรู้สึกว่าฟิลกับมีอาจะต้องสร้างเรื่องเซอร์ไพร้ซ์อะไรสักอย่างขึ้นมาแน่"
            "หึๆ ถึงจะเป็นแค่คำทำนายที่ไม่มีการรับรองเหตุผล แต่ผมล่ะชอบจริงๆเลยเวลาที่ท่านทำนายอะไรลักษณะนี้ออกมา" แฟ้งค์หันมองตามแล้วพูดสนับสนุนความคิด
            "จากนี้ไปก็ยกให้สองคนนั้นจัดการไปเถอะนะ ก็หวังว่าจัดการงานชุดนี้เสร็จเมื่อไหร่ ยามที่หันหลังกลับไปมอง ตอนนั้นก็หวังว่าลางสังหรณ์ที่ฉันรู้สึกได้จะเป็นจริง"
            "ครับ! ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน!!" แฟ้งค์พยักหน้าเห็นด้วย

            แล้วจากนั้นอัศวินมังกรก็พามังกรของตนโบยบินเข้าปะทะกับทหารมังกรไฮแลนด์ เพื่อช่วยปกป้องด้านหลังของฟิล ไม่ให้มีใครเข้าไปขัดขวางงานชิ้นสำคัญของฟิลที่ไม่มีใครอื่นที่กล้าพอจะรับหน้าที่นี้อีกแล้ว
            และมันก็เป็นงานที่ส่งผลแพ้ชนะต่อสงครามครั้งนี้ด้วย

            
            ...............................................

            
            การปะทะของสองแม่ทัพอาโกลาสและไฮแลนด์ดูดุเดือดและมีชั้นเชิง
            แต่หลังจากที่สู้กันมาพักใหญ่แล้วก็ปรากฎว่าต่างฝ่ายต่างก็ทำอะไรกันไม่ได้แม้รอยถลอก... มันเป็นการต่อสู้ระดับสูงอย่างแท้จริง

            เครนี่มีเทคนิคการบินที่เหนือกว่าใคร
            ขณะที่ทางกอร์ด้อนก็แข็งแกร่งและมีมังกรที่แข็งแรงกว่าใครสามารถติดอาวุธและเกราะหนักจนการโจมตีพื้นๆทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเมื่อรวมกับความสามารถทางร่างกายที่ไวพอจะปัดป้องธนูจากระยะกลางแล้วก็ทำให้ดูไร้เทียมทานขึ้นมาทันที

            สิ้นการปะทะรอบล่าสุด ทั้งสองก็แยกห่างกันพักจังหวะให้มังกรได้พักเหนื่อย ขณะที่ผู้ใช้ก็ยังคงประเมินกันทางด้านความคิดกันต่อ
            "สู้กับเจ้านี่มันช่างน่าเบื่อโดยแท้" แม่ทัพร่างใหญ่สบถ
            "น่าเบื่อเพราะไล่จับไม่ได้งั้นสินะ น่าเสียดายด้วยนะที่ฉันไม่ใช่พวกที่ชอบถูกเล่นงานฝ่ายเดียวเสียด้วยสิ" เครนี่ย้อนกลับ
            "อยากพูดยังไงก็พูดไปเถอะ แต่จงรู้เอาไว้เลยว่าเจ้าเหลือแค่สองทางเลือกเท่านั้น คือจะตายบนฟ้าหรือถูกตัดหัวหลังไฮแลนด์ยึดอาโกลาสแล้วเสร็จ"
            "เหอะ... พูดยังกับว่านายเอาชนะสงครามได้แน่นอนแล้วสินะ"
            "ข้าพูดผิดตรงไหนกัน หากตาเจ้าไม่มืดบอดก็น่าจะเห็นถึงความแตกต่างของกองทัพอย่างชัดเจนอยู่แล้ว!" กอร์ด้อนสะบัดมือออก ซึ่งภาพรวมสงครามมันก็เป็นเช่นที่เขาว่ามาจริง

            เครนี่ยิ้มมุมปาก เขารู้ดีทุกอย่าง และสิ่งที่เป็นอยู่ก็ตรงตามความต้องการเขาด้วยเช่นกัน แม้นั่นจะหมายถึงกองทัพของอาโกลาสเป็นรองก็ตามที
            "สงครามไม่จบก็อย่าพึ่งนับศพทหารเชียวท่านแม่ทัพใหญ่" เขาตอบโต้อย่างใจเย็น "ในการศึกอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆ แต่ก็อาจมีพิษสงค์ร้ายพอที่จะล้มช้างได้เชียว"
            "เฮอะ! ไร้สาระ! แล้วเจ้าจะให้เห็นกับตาเองว่ายามใดที่สงครามสิ้นสุด ยามนั้นความฝัน จินตนาการใดๆของเจ้าก็จะสลายเป็นเพียงอากาศธาตุ!"
            "ถ้าพูดถึงขนาดนั้นก็แสดงว่ามั่นใจเต็มประดา งั้นจะลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะว่าที่ฉันพูดมันเป็นจริงเพียงใด?" เครนี่ท้าทาย

            เป็นจังหวะที่ลงตัวตามที่คาดไว้
            สิ้นคำกล่าวของเครนี่ฟิลกับมีอาก็บินลงมาหยุดอยู่ในระนาบความสูงเดียวกันจากทางด้านข้าง
            "ทดสอบด้วยการประลองกับลูกชายฉันดูเป็นไง?" เครนี่ชายตามองทางฟิลแล้วมองกลับไปท้าทายกับกอร์ด้อนอีกครี่ง
            "เจ้าหนู... ช่างกล้าดีนัก" กอร์ด้อนหันมองฟิลด้วยความประหลาดใจ "เจ้าเป็นคนแรกรอดจากการไล่ล่าของข้าไปได้ แต่ก็เป็นคนแรกที่ถูกเล่นงานแล้วยังกล้ากลับมาเผชิญหน้ากับข้าเป็นรอบที่สอง ช่างเป็นคนที่ไม่หวาดกลัวต่อความตายเอาเสียเลย!"
            "ความตายมันก็น่ากลัวอยู่ แต่ว่าผมมีสิ่งที่สำคัญกว่าความตายต้องทำ" ฟิลสู้ความจริงสลัดความกลัวและมองตากอร์ด้อนกลับ "นั่นคือการทวงของๆผมคืน"
            "ของๆเจ้า?"
            "ทั้งพลังพิเศษ ชีวิตของเพื่อนทหารในทีม และแผลที่ผมและมีอาได้รับเมื่อศึกผ่านมา ผมจะเรียกคืนทุกอย่างทั้งต้นทั้งดอก!" ฟิลตอบด้วยน้ำเสียงปกติแต่แฝงด้วยความรู้สึกมุ่งมั่นหนักแน่น

            เครนี่หัวเราะเบาๆแล้วค่อยๆสั่งให้ริริสตีปีกถอยห่างออกจากกอร์ด้อน พูดจริงทำอย่างอย่างที่กล่าวอ้างไว้เมื่อครู่
            "ถ้าสู้กับฉันแล้วน่าเบื่อก็ลองสู้กับฟิลแทนเป็นไง?" เขายั่วยุเพิ่มแรงกระตุ้น
            "คิดจะหนีงั้นเรอะ?"
            "แหม...ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านเพิ่งจะพูดเองไม่ใช่หรือว่าต่อให้ไม่แพ้ในสนามรบ แต่ก็ต้องถูกตัดคอตอนสงครามจบอยู่ดี ถ้าเช่นนั้นจะห่วงอะไรกับทางนี้กัน" เครนี่พูดติดตลก
            "เจ้า..."
            "เชิญสนุกให้เต็มที่เถอะ ถ้าฟิลแพ้เมื่อไหร่แล้วฉันจะกลับมาเล่นด้วย... แต่มันคงจะไม่เป็นอย่างที่นายคิดแน่ๆเชื่อได้เลย"

            เครนี่หันมองหน้าฟิลแล้วยิ้มให้กำลังใจ ซึ่งฟิลก็พยักหน้าสั้นๆแทนการขอบคุณที่ช่วยจัดการอะไรต่อมิอะไรให้

            จากนั้นแล้วเครนี่ก็บินโฉบแยกออกไป โดยที่กอร์ด้อนไม่ได้ไล่ตามหลัง
            คำยั่วยุได้ผล นอกจากนี้ฟิลก็เป็นสิ่งที่ท้าทายแปลกๆจริง กอร์ด้อนจึงละเรื่องเดิมแล้วหันมาสนใจทางฟิลแทนในที่สุด
            "ช่างกล้าบ้าบิ่นนักเจ้าหนู" เขาพูดข่ม "ข้าคิดว่าหากเจ้ารอดแล้วจะปล่อยให้มีชีวิตต่อไปแท้ๆ แต่เจ้ากลับกล้าที่จะมาเผชิญหน้ากับข้าอีกครั้ง"
            "มีคนพูดว่าคุณเป็นมัจจุราชแห่งสนามรบ นั่นเป็นสิ่งที่กดดันให้อัศวินมังกรหลายคนไม่กล้าเผชิญหน้ากับคุณ แต่มาในตอนนี้พอมีหลายสิ่งให้คิดผมเองก็ชักนึกสนุกขึ้นมาแล้วสิ..." ฟิลเองก็สวนกลับไม่เกรงใจเช่นกัน "ว่าจะเป็นยังไงนะถ้าเกิดวันนี้มัจจุราชแห่งสนามรบกลับถูกล่าชีวิตเสียเองน่ะ?"
            "อย่าอวดดีนักเจ้าหนู!"

            กอร์ด้อนไม่สนุกกับคำท้าทายหยามเหยียดจากเด็กที่อายุน้อยกว่าเกือบสามรอบด้วยกัน
            เขาชักธนูออกมาแล้วยิงมันเข้าใส่ฟิลในพริบตา กำลังที่มหาศาลแทบจะเหนือมนุษย์ด้วยกันทำให้เขาหยิบธนูคันใหญ่ที่เส้นเอ็นเหนียวหนาขึ้นง้างยิงได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้ธนูเบาๆสำหรับทหารมังกรมือใหม่

            ธนูเหล็กเส้นพุ่งแหวกอากาศจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งจนมองแทบไม่ทัน
            มีอาเองก็ไม่ได้ประมาทหรือผ่อนสมาธิลง แต่กอร์ด้อนโจมตีได้เร็วผิดคนอื่นๆที่ผ่านมา กว่าจะไหวตัวทัน ลูกธนูก็ถูกยิงออกมาแล้ว เธอบินหลบให้เร็วที่สุดแต่ก็ช้าไปครึ่งจังหวะ

            เผี๊ยะ!

            ลูกธนูถากแก้มฟิลไปเล็กน้อย แต่แรงปะทะก็มากพอที่จะฉีกผิวหนังเขาบางๆให้เลือดไหลซึมออกมาได้
            กอร์ด้อนลดธนูลงแสดงให้เห็นเป็นนัยว่านี่ยังเป็นแค่การขู่ ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้ฟิลเงียบปากลงไปได้เช่นกัน

            ฟิลเลิกที่จะพูดท้าทายอีก...
            แต่อย่างไรเสียการเงียบของฟิลก็ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวหรืออย่างใด หากแต่เป็นการเงียบลงเพื่อวิเคราะห์ไตร่ตรองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
            "สมแล้วที่เป็นการโจมตีระดับแม่ทัพ แตกต่างไปจากทหารทั่วไปอย่างชัดเจนเลย แต่ถ้าเป็นการโจมตีรูปแบบเดิมอย่างนี้ก็น่าจะรับมือไม่ยาก"
            "พี่จ๋า...!?" มีอาหันมองแล้วก็ใจหายที่เห็นฟิลได้เลือด
            "พี่ไม่เป็นไรมีอา ใจเย็นไว้ อย่าลืมเรื่องที่เราตกลงกันสิ"

            ฟิลตบหลังมีอาเบาๆสองทีแล้วสะบัดหน้าให้มีอากลับไปมองข้างหน้าและตั้งสติให้มากกว่านี้
            "ศัตรูลงมือได้ไวมาก แถมยังแม่นอีกต่างหาก เธอต้องพยายามจับตาดูให้กว้างขึ้นตั้งแต่แขนไปถึงหัวไหล่เลยนะ ถ้ามีท่าทีจะขยับขึ้นก็ให้เตรียมตัวเผื่อหลบไว้เลย"
            "อะ... อืม..."
            "มีสติให้มากกว่านี้หน่อย เพราะเดี๋ยวเราต้องเขาไปสู้ในระยะที่ใกล้กว่านี้อีกนะ"
            "ตะ... แต่ว่าจะให้บินเข้าไปแลกทั้งแบบนี้มัน... มันจะดีจริงๆเหรอพี่จ๋า?" เธอติดลูกลังเลเพราะครั้งขนาดมีระยะห่างเท่านี้ก็ยังหลบได้ไม่พ้น
            "เราซ้อมมาเพื่อการนี้นะมีอา ไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว ถ้ามีอาไม่ไว้ใจหรือไม่มั่นใจว่าจะหลบในที่แคบๆได้ พี่อนุญาตให้เธอหลบฉีกกว้างกว่านี้ได้นะ"
            "แต่ว่าถ้าระยะหลบกว้างขึ้นพี่จ๋าก็โจมตีได้ยากขึ้นด้วยสิ"
            "พี่จะใช้พลังที่แรงขึ้นชดเชยเอง แต่แน่นอนว่านั่นก็ต้องใช้สมาธิร่ายเวทมากขึ้นด้วย ฉะนั้นหน้าที่ระวังป้องกันพี่ยกให้มีอาทั้งหมดนะ"
            "อืม..." มีอาตั้งสติใหม่
            "ต่างคนต่างมีหน้าที่ต้องทำ อย่าได้ลังเลใจล่ะ" ฟิลกระตุ้นซ้ำแต่ยังคงแฝงอารมณ์พี่ชายที่แสนดี "พี่รักษาสัญญาเสมอ มีอาก็ด้วยล่ะ... บอกไว้ก่อนเลยพี่เกลียดคนโกหกมากเลยนะ พี่จะไม่พอใจมากเลยถ้ามีอาโกหกพี่น่ะ"
            "ค่ะ...! มีอาจะทำให้ได้เลย!" สาวน้อยพยักหน้าขานรับ

            ท่าทีมุ่งมั่นของฟิลไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกจากใจจริงหรือว่าเพราะแกล้งแสดงก็ตามที แต่มันก็ทำให้มีอาตระหนักว่าต้องสลัดความคิดกังวลไม่เป็นท่าแล้วปรับตัวตามให้ได้ขึ้นมา

            ฟิลมองมีอาจากทางด้านหลังก็พอจะรู้สึกได้ว่าเธอนิ่งลงไปมากและกำลังสูดลมหายใจปรับสภาพร่างกายเตรียมสู้ระยะประชิดโดยไม่มีอาการอิดออด
            เห็นเช่นนั้นแล้วเขาก็สบายใจเพราะจากนี้ไปจนจบศึกเขาต้องพึ่งมีอาและฝากชีวิตไว้กับเธอโดยไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้...

            มนุษย์บางคนอาจมีประสาทสัมผัสและการตอบสนองดีเลิศ แต่เมื่อเทียบกับมังกรที่เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าแล้วยังถือว่าห่างชั้นกันมาก

            ฟิลสลับมาจับบังเหียนด้วยมือซ้ายและร่ายเวทที่มือขวาข้างถนัด จากนั้นก็ให้มีอาบินเข้าหากอร์ด้อนด้วยความเร็วระดับช้าและค่อยๆเร่งขึ้นตามลำดับ
            ลมพัดหนุนฟิลจากทางด้านหลังอ่อนๆและเริ่มค่อยๆแรงขึ้นตามลำดับ มีอาเลยไม่ต้องเร่งรีบนักแค่ประคองตัวให้ลมช่วยนำพาไปก็พอ

            ฟิลเร่งร่ายเวทให้เร็วขึ้น การสงบทีท่าแสร้งทำกลัวช่วยกลบเกลื่อนได้ดียิ่งขึ้น

            จนระยะห่างเริ่มหดสั้นลงกอร์ด้อนก็จับพิรุธได้ว่าชายหนุ่มนักรบหน้าใหม่ไม่ได้ยำเกรงตนเลยแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับจะใช้ลูกเล่นหาจังหวะเล่นงานเมื่อสบโอกาส
            "คิดว่าแน่นักหรือไงไอ้หนู!?" กอร์ด้อนดึงบังเหียนให้มิเรอร์เชิดหน้าขึ้นมุมที่เล็งได้ถนัดขึ้น "เด็กน้อยตัวคนเดียวอย่างเจ้าจะทำอะไรได้!?"
            "ฮ่ะ... ตัวคนเดียว... นี่ตาคุณฝ้ามัวไปแล้วหรือไร?" ฟิลพักจังหวะแล้วท้าทายกลับ "ถ้าเห็นว่าผมมาคนเดียวล่ะก็ ผิดมหันต์แล้ว"
            "ฮึ...?" กอร์ด้อนติดใจกับคำพูดของฟิล
            "สามต่างหากล่ะ!" ฟิลตอบกลับเสียงดัง "คุณต่างหากที่ตัวคนเดียว คงไม่ต้องให้ผมอธิบายหรอกนะว่ามันหมายถึงอะไร!?"
            "เพ้อเจ้อ!" แม่ทัพใหญ่ชักเริ่มหงุดหงิดกับการพูดจาวกวนแต่ยวนประสาท "ในสนามรบกำลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าจะทำให้เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ล่ะ!!"

            กอร์ด้อนดึงธนูขึ้นง้างแต่ยังไม่ยิงเหมือนเช่นก่อนหน้า เขาดูทีท่าแล้วเห็นว่ามีอาบินตรงมาเรื่อยๆแล้วก็เชื่อได้ว่าเจตนาของฟิลคือต้องการสู้ในพื้นที่ๆหวังผลจากเวทได้
            ทว่าก่อนจะถึงระยะของเวทนั้นก็ต้องผ่านระยะของธนูมาให้ได้เสียก่อน มันเป็นจุดที่อันรายที่สุดที่มีอาเองก็ไม่เคยเจอมาก่อน

            แต่กระนั้นฟิลก็ยังคงให้มีอาบินตรงไปยังจุดนั้นโดยไม่คิดเปลี่ยนใจ
            ไม่ใช้เพราะความบ้าบิ่น แต่เพราะความเชื่อใจอย่างถึงที่สุด

            จนคาถาใกล้แล้วเสร็จ ฟิลก็ดึงบังเหียนสั่งให้มีอาเร่งความเร็วมากขึ้น พุ่งเข้ากอร์ด้อน พุ่งชนกับความกลัวและความตาย
            "ไปเลยมีอา! ไปทวงคืนกัน!!"
            "กล้าตายนักก็จงตายเสียเถอะ!" กอร์ด้อนเล็งธนูเป็นครั้งสุดท้าย โดยเลือกเป้าไปที่กลางหน้าผากของฟิล

            ฟิลยังคงเช่นเดิมไม่ได้แสดงออกซึ่งความไหวหวั่น เขาจ้องดูที่หน้าผากของกอร์ด้อนอันเป็นจุดที่เล็งโจมตีด้วยเช่นกัน
            "คุณจะเก่งมาจากไหน และเก่งแค่ไหนก็เรื่องของคุณ แต่รู้ไว้อย่างเถอะว่าคนที่ไม่เข้าใจมังกรและเดียวดายอย่างคุณไม่มีทางเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก!" เขาพูดตอบเสียงดังมุ่งมั่น "อย่าได้ดูถูกผม และอย่าได้ดูถูกมังกรของผม! อย่าได้ดูถูกมีอานัก!"

            มันเป็นคำพูดท้าทายที่ไม่ได้หวังผลกดดันกอร์ด้อน มันเป็นเพียงคำพูดที่ฟิลพูดมาเพื่อปลุกใจตัวเอง
            แต่ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดโดยที่ฟิลไม่รู้ตัว คำพูดนี้กลับปลุกใจมีอาด้วย... โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย คำพูดสั้นๆแต่เหมือบคำพูดนับร้อยคำที่โอบอุ้มดวงใจเธอไว้จนรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยความอบอุ่นจนอยากสนองความรู้สึกนั้นคือแก่ผู้เป็นนาย

            มีอาไม่แสดงอาการดีใจ เธอนำความรู้สึกนี้ไปลงในเรื่องของการกระทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากพี่ชาย ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวช่วงบนตามคำแนะนำพี่ชาย ก่อนที่จะเพ่งสายตาไปยังปลายยอดของหัวธนู
            มีอาเร่งบินเข้าประชิด ระยะห่างหดลงทุกทีจนช่องที่จะหลบหนีน้อยลงไปเรื่อยๆ การวัดใจนี้เหมือนจะไปเข้าทางของกอร์ด้อน แต่ประตูแห่งความหวังก็ยังไม่ปิดตายเสียทีเดียว ทุกอย่างขึ้นกับมีอาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            จนกระทั่งใกล้มากเกินพอที่ระยะห่างเหลือแค่ราวสิบเมตรเท่านั้น กอร์ด้อนก็ปล่อยสายเอ็น ดีดลูกธนูเหล็กเส้นนั้นออกมา
            เสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาแทบจะพอดีกับสายตาของมีอาที่เห็นว่าธนูนั้นใหญ่มากขึ้น ซึ่งผกผันกับระยะห่างที่น้อยลงในพริบตา

            ความเป็นความตายของพี่ชายที่เธอรักอยู่ที่การตัดสินใจและการขยับตัวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
            "ก๊าซ!!" มีอาคำรามลั่นพร้อมกับบิดตัวทิ้งฉีกไปทางซ้ายสุดกำลัง

            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฟิลก็ไม่ได้หันไปมองธนูแม้แต่น้อย
            เขาตั้งใจและมั่นใจแน่วแน่แล้วว่ามีอาจะต้องหลบการโจมตีนี้ได้ ดังนั้นจึงกระทำเพียงแค่ทรงตัวบนหลังเธอและเพ่งสายตาเล็งไปที่เป้าหมายเท่านั้น

            และฟิลก็ตัดสินใจได้ถูกต้องที่สุด

            วูบ!!

            ลูกธนูพุ่งผ่านเขามีอาไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเฉี่ยวผ่านหูของฟิลไปเพียงหนึ่งศอก ลมสวนของลูกธนูดังฟังชัดและกระแทกจนรู้สึกว่าหูข้างนั้นอื้อไปช่วงเวลาหนึ่ง
            แต่นั่นก็ถือว่าดีเกินพอแล้ว เมื่อชีวิตของเขายังคงอยู่ และผ่านพ้นความตายมาได้

            กอร์ด้อนเบิกตามองฉงน การโจมตีที่คิดว่าไม่พลาดเป้าแน่นอนกลับทำได้แค่เฉี่ยวเท่านั้น ซ้ำยังเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามเลือกเป้าเล่นงานได้ด้วย

            การที่มีอาบินหลบลูกธนูได้ทำให้ฟิลเข้าสู่ระยะหวังผล แม้จะบิดออกไปจากที่ต้องการก็ตาม
            เวทน้ำแข็งในมือฟิลเริ่มกลายสภาพ พลันที่มือข้างนั้นถูกสะบัดออกไป มันก็แปลงมาน่าเป็นน้ำแข็งปลายแหลมก้อนขนาดกลาง
            "หอกน้ำแข็ง!!"

            ฟิลปาเวทออกไปโดยเสริมความเร็วจากมีอาช่วยผลักดัน น้ำแข็งก่อตัวกลางอากาศจับไอน้ำบนฟ้าให้กลายเป็นก้อนขนาดใหญ่ในพริบตา
            ระยะที่หดแคบลงกลายเป็นจุดเสียย้อนคือแก่กอร์ด้อน เขาไม่มีพื้นที่ให้หลบ และน้ำแข็งนั้นก็มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

            ผลที่สุดแล้วกอร์ด้อนจึงทำได้เพียงแค่ยกแขนขึ้นมาปกป้องส่วนศีรษะเอาไว้

            เปรี้ยง!!

            แรงอัดและขนาดของน้ำแข็งทำเอากอร์ด้อนถึงกับผงะ แต่ก็ไม่ได้เสียสมดุลไปมากนัก
            เขายังคงทรงตัวบนหลังมังกรได้อยู่ ขณะที่แขนข้างที่ยกขึ้นมาก็มีอาการสะเทือนชาไปช่วงสั้นๆ

            แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ทำให้กอร์ด้อนโมโหที่สุดก็คือการที่น้ำแข็งแตกตัวเป็นก้อนเล็กๆและพุ่งแแฉลบร่างเขาไป
            และมีหนึ่งในนั้นที่ปาดเฉือนแก้มของเขาไปจนได้แผลแรกในศึกวันนี้

            คราวนี้เป็นกอร์ด้อนที่ต้องได้เลือดบริเวณแก้มเช่นเดียวกับที่ฟิลโดนมาก่อนหน้า... เป็นการเอาคืนที่ตรงไปตรงมาที่สุด...
            "แก...!" บาดแผลไม่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดนัก แต่ความรู้สึกทางใจที่ถูกเด็กหน้าใหม่สร้างรอยแผลกลับเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่า

            ความเร็วที่เหลืออยู่ของมีอาทำให้บินสวนกับกอร์ด้อนไปโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังทำอะไรกันไม่ได้อีก
            ฟิลแทบไม่ละสายตาจากกอร์ด้อนไปจนถึงระยะที่ต่างฝ่ายต่างบินฉีกกันไป
            "เท่านี้ก็เสมอกันแล้วล่ะนะ แต่มันยังไม่จบแค่นี้แน่จริงไหม?" ฟิลพูดขึ้นกับตัวเอง

            สายตาของเขาหันมองตรงไปที่เกล็ดกราไนต์ที่สะบัดเบาๆบริเวณเขาของมีอา
            ก่อนที่จะมองตรงไปยังท้องฟ้ากว้างเบื้องหน้าและสัมผัสถึงสายลมที่พัดวนเวียนอยู่

            เพื่อเตรียมเข้าสู่การต่อสู้อย่างเต็มรูปแบบ

-----------------------------
Free talk - ขออภัยที่ล่าช้าไปหน่อยนะครับ ช่วงนี้หลายอย่างเลยทั้งงานทั้งสอบ ช่วงเย็นว่าจะไปเตะบอลตลอดด้วย ก็จะใช้ช่วงว่างปั่นนิยายแทน อาจมีเลทไปบ้างนะครับ
กลับเข้าสู่เนื้อเรื่อง ตอนนี้ก็ปูสู่ไคลแม็กซ์สุดท้ายจริงๆล่ะครับ ตอนหน้าจะคือการดวลระหว่างฟิลกับกอร์ด้อนแล้ว แพ้ชนะจะเป็นอย่างไร สงครามจะจบลงเช่นไร ติดตามต่อเนื่องกันได้เลยครับผม

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 ก.พ.55 เวลา 05:39:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

ฟิลเอาคืนได้อย่างเท่มาก ขอใช้คำนี้เลยครับ

เรื่องเลทนี่เข้าใจน่ออย่าให้นานเกินรอก็พอ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.55 เวลา 08:13:08 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ