Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 10 ซ้อมรบ

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับ

ตอนที่ 10 ซ้อมรบ

ราเมลที่ฝึกซ้อมดาบและเรนนี่อยู่ดูจนเพลินกลับทำให้มาเข้ารวมประชุมช้าไปราวๆชั่วโมงหนึ่งจึงทำให้ทุกคนกลับไปหมดแล้วในยามที่ทั้งสองมาถึง...

...ยกเว้นเทลน่า

เทลน่าที่กำลังนั่งจับจ้องมองมายังราเมลกับเรนนี่ที่เปิดบานประตูห้องรวมตัวของหน่วยเข้าไปด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์พลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“พึ่งจะมาหรือ”

“โทษที...”

ราเมลที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบนใบหน้า-เขาที่ยกมือขึ้นปาดแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอีกอย่างที่ไม่รู้ผิดอะไรว่า

“...บังเอิญกำลังยุ่งๆอยู่น่ะ”

เขาที่ซ้อมดาบจนเพลินไม่อยากให้เทลน่ารับรู้ถึงความอ่อนแอของตนเองจึงไม่ได้บอกสาเหตุออกไป...แต่นอกจากเทลน่าจะรับรู้อยู่แล้วยังสร้างความไม่พอใจให้กับเธอที่เห็นเขาเข้าพร้อมทั้งเรนนี่จึงกล่าวประชดออกไปว่า

“ไม่ใช่ไปเดทกับเพลินจนลืมเวลางานหรือ”

“ใครไปเดทกัน”

ราเมลส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ...เทลน่าที่ไม่รอช้า-เธอที่ลุกขึ้นถึงกับใช้มือขวาตบโต๊ะไปอย่างเสียงดังลั่น

“ปัง...”

ทั้งยังส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจอีกว่า

“ก็นายไม่ใช่หรือที่เดทกันจนลืมเวลางาน...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...จนเข้ามาร่วมประชุมสายจนทุกคนกลับไปหมดแล้ว”

“ก็ยังเหลือเธอกับไรก้าอยู่ยังไงล่ะ”

ราเมลตอบกลับไม่อย่างไม่พอใจ-เขาจ้องมองสบตาของเทลน่าไปอย่างท้าทายโดยแทบจะไม่สนใจถึงไรก้าที่ยืนอยู่เป็นองครักคที่ด้านหลังของเทลน่าเลย...เทลน่าที่ไม่รู้ช้ารีบส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจว่า

“ที่ฉันต้องรออยู่นี่ก็เพราะว่าพวกนายมาช้าไง...”

“ปัง...”

เธอที่ตบโต๊ะอย่างดังยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ไม่งั้นพรุ่งนี้หน่วยของฉันก็ขาดคนไปน่ะสิ”

“ต่อให้เธอไม่รออยู่ก็ไม่เป็นไรหรอก...”

ราเมลส่งเสียงตอบออกมาพร้อมทั้งทุบกำปั้นลงไปยังโต๊ะส่งเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย

“ตุบ...”

ปากของเขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เดี๋ยวฉันไปถามใครในหน่วยเอาเองก็ได้-ไม่จำเป็นต้องให้เธอมารอหรอก”

“ปัง...”

เทลน่าตบโต๊ะพร้อมทั้งกล่าวออกไป

“นี่หมายความว่าไงกัน”

“เชอะ...”

ราเมลเสียงน้ำเสียงขึ้นสูงแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ”

“นี่นายหาเรื่องกันนี่”

เทลน่าส่งเสียงกล่าวออกามาอย่างม่าพอใจพร้อมทั้งชักเอาดาบเลเบียยาวที่ข้างเอวของเธอออกมาทันที...ราเมลที่ไม่รอช้าก็ชักดาบที่อยู่ในปลอกดาบยังมือซ้ายออกมาเช่นนั้น

“ฉันไม่กลัวเธออยู่แล้ว...”

เขาที่โมโหจนลืมตัวยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เข้ามาเลยคราวนี้ฉันจะสั่งสอนเธอเอง”

“แล้วคิดว่าฉันกลัวนายหรือไง...”

เทลน่าที่ไม่พอใจพลางใช้ปลายดาบตวัดชี้ไปยังใบหน้าของราเมล-ปากยังกล่าวต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ว่า

“...ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้อีกครั้ง-เข้ามาเลย”

“ได้อยู่แล้ว”

ราเมลส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งร่างของเขาและเทลน่าที่พุ่เข้าหากันราวกับจะใช้ยังห้องประชุมของหน่วยแห่งนี้แทนยังเวทีประลอง...เรนนี่กับไรก้าที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปล๊อกยังแขนของทั้งสองอย่างด้านหลังทันทีเพื่อมิให้ทั้งสองประทะกัน...

“หยุน...หยุน..”

ราเมลที่สังผัสได้ถึงหน้าอกของเรนนี่ที่สัมผัสยังแผ่นหน้าของตนถึงกับเผลอตัวหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยจนแทบถึงโดนดาบเลเบียของเทลน่าที่ตวัดฟันออกไป-ถ้ามิใช่ไรก้าฉุดกระชากเธอกลับไปอย่างสุดแรงก่อน

“แน่จริงเข้ามาเซ่”

เรนนี่ที่เห็นว่า”ท่าจะไม่ดี”จึงรีบส่งเสียงกล่าวถามออกไปท่ามกลางเสียงร้องท้าของเทลน่าว่า

“สรุปว่าประชุมวันนี้มีเรื่องอะไรกันค่ะ”

“พรุ่งนี้แปดโมงเช้าให้ไปร่วมตัวกันที่ประตูเมืองทางทิศตะวันตก-เพื่อมุ่งหน้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่โดนเสือทำร้ายที่หมู่บ้านเทียริก้ากัน”

“ค่ะ-เข้าใจแล้ว”

เรนนี่ที่ได้ยินไรก้าตอบมาจึงรีบพยักหน้ารับพลางพยายามลากร่างของราเมลที่ประหม่าตกใจยังทำอะไรไม่ถูกออกไปจากห้อง...ในขนาดที่เทลน่ายังโดนไรก้าล๊อกไว้ยังส่งเสียงร้องด่าออกมาว่า

“แน่จริงอยู่หนีเซ่...”

“เฮ้อ...”

ไรก้าจึงได้แล้ส่งเสียงถอยหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหัวใจกับการห้ามศึกของเทลน่ากับราเมลแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน...

การประชุมในเช้าวันนี้จึงจบลงไปเช่นนี้...
---------------------------------------------

“ปัง...”

ราเมลที่กำลังอารมณ์เสียกระแทกแก้วเหล้าลงไปกระทบยังพื้นโต๊ะที่เบื้องหน้าอย่างเสียงดังลั่น-เขาที่ไม่พอใจยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“บ้าที่สุดแล้ว”

แล้วก็ยอมแก้วเหล้าในมือขึ้นไปดื่มลงไปอีกด้วยความไม่พอใจ...เรนนี่ที่นั่งอยู่ด้านข้างจึงส่งเสียงกล่าวปลอบออกไปว่า

“นี่อย่าโกรธไปเลยน่ะ-ราเมล”

“จะไม่ให้โกรธได้ยังไงล่ะ”

ราเมลที่วางแก้วเหล้าลงไปยังส่งเสียงบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ...วินดี้ที่นั่งทานอาหารอยู่ด้านตรงข้างเรนนี่จึงส่งเสียงถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“นี่ราเมลไปอารมณ์เสียอะไรมาหรือ”

“เปล่าหรอกจ๊ะ...”

เรนนี่พยายามที่จะปฏิเสธออกไปเพื่อไม่ให้เรื่องมันลุกลานไปใหญ่โต...แต่ราเมลที่กวาดสายตาจ้องมองมายังวินดี้แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“ก็ยั่ยเทลน่านี่สิ...”

เขายังส่งเสียงบ่นออกมาอีกอย่างไม่พอใจว่า

“...แค่ไปประชุมสายหน่อย-ทำเป็นเรื่องใหญ่”

“ก็เราเป็นฝ่ายผิดไม่ใช่หรือ”

เรนนี่ส่งเสียงกล่าวออกมาเพื่อให้ราเมลคลายถึงความไม่พอใจเทลน่าลงไป...วินดี้จึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“อ้อ-เรื่องนี้เองน่ะหรือ...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...จะว่าไปวันนี้เทลน่าก็อารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมประชุมแล้วด้วย”

“อืมม์...”

คูสที่เป็นสปายหรือสายสืบประจำหน่วยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามราเมลก็พยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย-เขายังกล่าวต่อไปอีกราวกับสมเป็นสายสืบประจำหน่วยอีกว่า

“...เห็นว่าระหว่างที่เข้าไปรับคำสั่งให้ปฏิบัติงานในวันพรุ่งนี้รู้สึกจะมีเรื่องกับโซฟาลล่า-นอกจากโดนถูกดูที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเพราะเส้นที่มาจากตระกูลใหญ่แล้ว...”

หยุดเล็กน้อยพลางกวาดสายตาจ้องมองมายังราเมลแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...เห็นบอกว่าในการต่อสู้สองครั้งต้องให้นายช่วยเหลือจนต้องบาดเจ็บถึงสองครั้งไม่ใช่หรือ”

“...”

ราเมลที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปเล็กน้อยพลางขบคิดเล็กน้อยว่า”ด้วยนิสัยของยั่ยนั่นที่โดนดูถูกเช่นนั้นจะอารมณ์ไม่ดี-ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่”-ถึงกับเผลอรู้สึกว่า”เทลน่ามีส่วนที่น่ารักเหมือนกันแฮะ”จนเผลอยิ้มออกมาและน่าแดงขึ้นมาเล็กน้อย...

เรนนี่ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“ราเมลคิดอะไรอยู่หรือ...”

เธอที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจึงส่งเสียงถามออกไปเล็กน้อยว่า

“...ทำไมถึงต้องหน้าแดงขึ้นมาล่ะ”

“ปะ...เปล่า...”

ราเมลที่หน้าแดงขึ้นมารีบส่ายหน้าอย่างตกใจทันที-จากใบหน้าที่แดงขึ้นมาเล็กน้อยจะแดงเข้มขึ้นมาอย่างชัดเจนพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างร้อนตัวอีกว่า

“...ฉันไม่ได้หน้าแดงเสียหน่อย...บ้าน่า”

“ไหนๆ-ใครหน้าแดงกัน...”

รอยที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับชิน เชย์และสเตย์ฟานที่โต๊ะทางด้านหลังของราเมลพลันส่งเสียงกล่าวออกมา-เขาที่ก้มลงมามองยังใบหน้าของราเมลแล้วยิ้มกล่าวแซวๆออกมาว่า

“...ที่แท้ก็ราเมลนี่เองที่หน้าแดง”

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ...”

พวกของสเตย์ฟานที่นั่งอยู่ถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างขบขันยิ่ง...รอยที่ไม่รอช้าจึงรีบก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของราเมลเบาๆว่า

“หน้าแดงอย่างงี้-ยังไม่เคยสิน่ะ”

“เคยอะไรกัน”

ราเมลส่งเสียงถามออกไปอย่างสนใจพลางจ้องมองยังใบหน้าของอีกฝ่าย...แต่พอน้ำเสียงของเขาดังไปกระทบหูของรอย สเตย์ฟาน ชินและเซย์ที่กำลังนั่งดื่มอยู่ถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ...”

รอยยังยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆแล้วพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ยังเป็นเด็กน้อยอยู่จริงๆ...”

เขาที่สบสายตากับสเตย์ฟานแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มอีกว่า

“...งั้นเราไปฝึกฝนกันเถอะ”

“อืมม์”

ราเมลที่ไม่รับรู้อะไรพอได้ยินคำว่า”ฝึกฝน”จึงส่งเสียงตอบรับออกไป-ปล่อยให้พวกรอยลากไปทันที...เรนนี่ที่ได้ยินจึงลุกขึ้นแล้วส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“ฉันไปด้วยคนสิ”

“ผมไปด้วย”

คูสก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสอดรู้สอดเห็นอีกคนหนึ่ง เพราะรู้สึกน่าจะมีอะไรที่น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ...รอยที่กวาดสายตาทั้งสองเพียงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“คูสไปได้แต่เรนนี่ไปไม่ได้จ๊ะ”

“ทำไมล่ะ”

เรนนี่ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างสงสัยยิ่งพลางจ้องมองไปยังรอยที่เหมือนกับมีอะไรที่เหมือนจะปิดบังเธออยู่...รอยจึงอมยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ความลับจ๊ะ...”

เขาที่ล๊อกคอของราเมลก้าวเดินออกไปยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...พวกเราไปกันเถอะ”

“นี่...นี่...”

ทิ้งเรนนี่ที่จ้องมองรอยลากราเมลออกไปจากร้านอาหารของโรงแรมที่ทุกคนพักอาศัยซึ่งเป็นเสมอยังห้องชุมนุ่มของทุกคนไปอย่างงงๆ...รัลเรย์ที่กำลังนั่งดื่มอยู่คนเดียวเพียงส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆเล็กน้อย

“เฮ้อ...”

เธอที่ก้มหน้าลงไปมองยังภาพของตนเองในแก้วเหล้าเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น-ไม่ได้ส่งเสียงกล่าวอะไรออกมาอีก
-------------------------------

“นี่มัน...อะไรกัน”

ราเมลส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อโดนทั้งรอยและสเตย์ฟานกลับลากเข้าไปในบาร์เหล้าแห่งที่อยู่ในย่านกลางคืนแห่งหนึ่ง-แต่ก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสกล่าวอะไรออกไปนั้น...หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างของรามเลซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดจนเรือนลางที่อวบอัดของเธอจะทะลักออกมาจากเสื้อที่สั้นจนแทบไม่สามารถจะปิดอะไรได้กลับใช้หน้าอกทั้งสองของตนเสียดสียังต้นแขนของราเมลจนเข้าขนลุกซู่ไปทั้งร่าง-หล่อนที่รอช้ารีบใช้น้ำเสียงที่ยั่วยวนกระซิบที่ข้างหูของเขาแล้วยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“ดื่มอีก…”

หญิงสาวที่รินเหล้าลงไปในแก้วของราเมลยังกล่าวต่อไปที่ข้างหูเข้าอีกว่า

“...ดื่มอีกสิค่ะ”

“เออ...”

ราเมลที่หน้าแดงทำอะไรไม่ถูกจึงรีบกระดกแก้วเหล้าดื่มลงไปจนหมดแก้วอย่างลืมตัวทันที-โดยไม่สนใจถึงปริมาณของเหล้าที่ดื่มเข้าไปเป็นแก้วที่ 5 หรือ 6 แก้วโดยไม่พักแล้ว...หญิงสาวที่ยังคงใช้หน้าอกเบียดแขนของราเมลส่งเสียงชมออกมาว่า

“เก่งจังเลยค่ะ...”

หล่อนที่ไม่รอช้ายังรินเหล้าเติมแต่งลงไปในแก้วเปล่าอย่างรวดเร็วราวกับจะมอมยังราเมลให้เมาตามคำสั่งแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ดื่มอีกแก้วสิค่ะ”

“ครับ...ครับ...”

ราเมลส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งดื่มเหล้าลงไปอีกแก้วอย่างรวดเร็วจนสติเริ่มที่จะเลือนลอยและมึนๆงงๆเล็กน้อยในขนาดที่คูสเมาไปแล้วจนพิงยังหน้าอกสาวๆที่นั่งอยู่ด้านข้างยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...ท่ามกลางเสียงของพวกรอย สเตย์ฟาน ชินและเซย์ที่กำลังจ้องมองมายังทั้งสองที่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจยิ่ง

“ฮะ...ฮะ...ฮะ...”

รอยที่สบตากับสเตฟายแล้วยิ้มออกมากันสองคนเล็กน้อยราวกับได้เวลาแล้วจึงหันไปดีดนิ้วส่งเสียงสัญญาณให้กับสาวๆทันที...หญิงสาวที่เห็นสัญญาณจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วค่อยๆประคองร่างของราเมลและคูสก้าวขึ้นไปยังห้องพักที่อยู่ด้านบนทันที

“...”

รอยที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าวต่อไปพร้อมรอยยิ้มทันทีว่า

“...ที่นี่ราเมลกับคูสจะได้เป็นผู้ชายเต็มตัวทันที”

“พวกเราดื่มฉลองให้กับทั้งสองกันต่อเถอะ...”

สเตย์ฟานที่รอยยิ้มชอบใจ-เขาที่ไม่รอช้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ดื่มเพื่อบอกลาไก่อ่อนราเมลให้เป็นผู้ชายเต็มตัว”

“ดื่ม...ดื่ม...”

ชินกับเซย์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างทันทีพร้อมทั้งยกแก้วชนกับรอยและสเตย์ฟานแล้วดื่มเหล้าลงไปอย่างสนุกสนามราวกับแผนการที่วางเอาไว้...
--------------------------------------------

“ตุบ...”

ทางด้านราเมลที่ถูกหญิงสาวประคองเข้ามายังด้านบนก็ถูกหญิงสาวประคองร่างแยกกับคูสเข้ามาในห้องแรกทางซ้ายมืออยู่กับหล่อนเพียงสองต่อสอง-ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกทิ้งลงไปบนเตียงนอนอย่างรวดเร็ว

“อืมม์...”

ราเมลที่นั่งอยู่บนเตียงยังพอมีสติเหลืออยู่เล็กน้อยเพียงจับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าอย่างงงๆแล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

“...พาผมมาที่นี่ทำไมกันล่ะ”

“คิก...คิก...”

หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างขบขันเพียงใช้สายตาที่หยาดเยิ้มจ้องมองมายังร่างของราเมลที่เหมือนกำลังจะหมดสติลงไปได้อย่างง่ายดายแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างยั่วยวนว่า

“...เดี๋ยวก็รู้เองแหละค่ะ”

“ผมมึนแล้ว...”

ราเมลที่พยายามส่ายหัวขับไล่อาการมึนเมาออกไป-เขาที่พยายามจะลุกขึ้นแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...ผมว่าผมกลับดีว่า”

“ค้างที่นี่ก็ได้ค่ะ”

หญิงสาวตอบกลับมาทั้งรอยยิ้มทพร้อมทั้งค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ๆยังราเมลที่นั่งอยู่ข้างเตียง...ราเมลที่ไม่ทันได้ขบคิดอะไรจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ผมค้างที่นี่ได้หรือ”

“ฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้วค่ะ”

หญิงสาวที่ก้าวมาหยุดยังเบื้องหน้าของราเมลถึงกับรอยยิ้มอย่างพอใจ-หล่อนที่มิรอช้าใช้เอื้อมมือทั้งสองไปยังด้านหลังให้ปลดยังตะข้อที่เกี่ยวเสื้อที่รัดรูปนั้นในปลดออกจนเลื่อนลงไปเล็กน้อย...ราเมลที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงออกไปอย่างตกใจ

“หา...”

ยังดีที่หญิงสาวยังใช้ลำแขนประครองยังเสื้อไว้มิให้ล่วงหลุดลงไป-ทำให้ราเมลมีเวลาพอทำใจได้บ้าง...แต่ก็เพียงแววเดี๋ยวเท่านั้น...

“คว้า...”

เมื่อหล่อนกลับเลื่อนมือลงไปพร้อมทั้งเสื้อตัวนั้นเบื้องวเผยยังหน้าอกที่อวบอัดทั้งสองข้างออกมายังราเมลที่เบื้องหน้าของราเมลจนเขาที่เมาๆอยู่ถึงกับสร่างลงไปในพริบตา...

“...”

ราเมลที่เหมือนกับนิ่งเงียบทำอะไรไม่ถูกได้แต่จ้องมองไปยังเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก...แต่หญิงสาวที่เบื้องหน้าเห็นเช่นนั้นจึงยกปลายนิ้วก้อยซ้ายขึ้นมากัดเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาทั้งรอยยิ้มว่า

“น่ารักจัง...”

“...ตุบ”

พร้อมทั้งก้าวเข้ามาหยุดยังหว่างขาของราเมลจนแทบจะประชิดยังหน้าอกที่เปลือยเปล่านั้นมาชนยังใบหน้าของราเมลที่นั่งอยู่จนเขาต้องรีบเอนตัวไปยังด้านหลังเพื่อถอยหนีทันทีด้วยความหวาดกลัว...หญิงสาวที่เห็นถึงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจว่า

“คิก...คิก...”

หล่อนที่ใช้มือซ้ายของจนไปกุมยังมือขวาของราเมลที่วางอยู่บนเตียงแล้วยกขึ้นมาจับยังหน้าอกซ้ายของตนพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ลองจับดูซิ”

“อึก...”

ราเมลถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบากได้แต่ปล่อยให้หญิงสาวจับมือของเขาไปวางลงไปยังหน้าอกของหล่อนอย่างกล้าๆกลัวๆ...หญิงสาวจึงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ลองบีบดูสิ”

“ครับ”

ราเมลส่งเสียงตอบออกไปพร้อมทั้งบีบไปเบาๆอย่างลืมตัว เพราะสมองที่ปรับตัวไม่ถูกยังไม่ทันได้ขบคิดอะไรมากนัก...

...

แต่หญิงสาวที่ไม่รอช้ากลับยิ้มออกมาอย่างไม่สนใจ-หล่อนที่ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านเลยไปกลับเลื่อนมือซ้ายข้างนั้นลงไปยังหว่างขาของราเมล...ยังใต้เข็มขัด...

“หา...”

ราเมลที่สะดุ้งตัวถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจรีบหยุดมือแล้วเทียบจะพุ่งร่างถอยหนีออกไปทันทีเมื่อหล่อนกลับลูบไล้ยังราเมลจนเขาถึงกับขนลุกซูอย่างไม่รอตัว-ราวกับเรียวแรงทันมวลของราเมลคล้ายกับตกอยู่ในมือของหญิงสาที่กำลังเคลื่อนไหว...

“...อา”

ราเมลส่งเสียงออกมาเล็กน้อย...หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาแล้วค่อยๆเลื่อนมือไปปลดกระดุมแต่ละเม็ดยังกางเกงขึ้งราเมลให้หลุดออกมาทันทีราวกับอยากที่จะกลืนกินราเมลลงไปในวินาทีนั้น-หล่อนถึงกลับส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มว่า

“...น่ากินจังเลย”

“ทนไม่ไหวแล้ว”

ราเมลส่งเสียงร้องอกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งใช้ยังเรี่ยวแรงที่มีทันหมดของตนผลักยังร่างของหญิงสาวให้ล้นลงไปบนเตียงอย่างสุดแรงทันที-เขาที่ไม่รอช้าจึงรีบพุ่งกายกระโดดขึ้นไปบนร่างของหล่อนทันที...

“เฟียว...”

เขาพุ่งข้ามร่างของหล่อนกระโจนกระโดดออกไปยังบานหน้าต่างเบื้องนอกแล้ววิ่งหายลับไปในตรอกที่มืดมิดหายไปอย่างรวดเร็วทันที

“หา...”

หญิงสาวที่คิดว่า”น่าจะได้กินราเมลสำเร็จแล้ว”กลับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ-หล่อนที่ลุกขึ้นมายืนจ้องมองออกไปยังนอกบานหน้าต่างได้แต่กล่าวออกมาอย่างงงๆว่า

“...นี่มันอะไรกัน”
------------------------------------------------

ยามเช้ามาถึงอีกครั้งพร้อมทั้งการรวมพลเพื่อไปปราบเสือยังหมู่บ้านเทียริก้ายังประตูเมืองทางทิศเหนือพร้อมทั้งข่าวของราเมลที่วิ่งหนีออกไปจากบาร์เหล้าในยามค่ำคืนนั้นที่เป็นเรื่องเหล้าและหัวเราะต่อกระซิบของผู้คนที่ดังขึ้นมาอย่างขบขัน

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ...”

ราเมลที่อายๆกับไม่กล้าที่จะสบสายตาใครที่จ้องมองมาได้แต่เพียงก้าวเดินไปหายังเรนนี่ที่กำลังเตรียมข้าวของขึ้นรถม้าอย่างด้านข้าง-เพื่อที่จะช่วยเธอยกขึ้นถึงกับยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“มีอะไรให้ช่วยมั้ย-เรนนี่”

“...”

แต่เรนนี่ที่จ้องมองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่พอใจเล็กน้อยไม่กล่าวอะไรออกมาราวกับกำลังโกรธๆอยู่แล้วก็หันไปชักชวนฟรอเดียกล่าวออกไปว่า

“...เราสองคนมาช่วยกันยกของเถอะ”

“คิก...คิก...คิก...”

ฟรอเดียส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ-เธอที่ไม่ช้ารอเพียงกวาดสายตาจ้องมองมายังราเมลแล้วน้อยแล้วหันไปช่วยเรนนี่ยกของกันสองคน...ทำเอาราเมลที่ทราบดีว่า”ไม่ควรที่จะเข้ามายุ่งกับเรนนี่ได้ยานนี้”จึงรีบหันกายก้าวเดินออกไปยังทางออกทันที

“กุบ...กุบ...กุบ...”

ในยามนั้นเทลน่าที่ขวบม้าก้าวเดิมผ่านเข้ามา...ราเมลที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“หวัดดี-เทลน่า”

“...”

เทลน่าที่นั่งอยู่บนหลังม้าเพียงกวาดสายตาจ้องมองลงมายังราเมลที่เบื้องล่างอย่างดูถูก-เธอที่เชิดเสียงขึ้นสูงเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...สกปรก”

แล้วควบม้าจากไปทิ้งราเมลที่ยืนนิ่งงงๆจ้องมองดูเธอขวบม้าออกไปอย่างงงๆเพียงส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจว่า

“หา..."

เขาที่ยกมือขึ้นเกาหัวเล็กน้อยอย่างเซ้งๆพลางขบคิดเล็กน้อยก่อนที่จะบ่นออกมาอย่างเบาๆว่า

“...เมื่อวานไม่น่าตามพวกรอยกับสเตยฟานไปเลยสิ”

“ตุบ...”

แต่ซีน่อนที่ก้าวเดินมาตบหลังของราเมลถึงกับยิ้มแล้วแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...แกนี่ยังต้องฝึกอีกเยอะเลยน่ะ-ไอ้น้องชาย”

“ครับ”

ที่หันไปมองยังอีกฝ่ายอย่างงงๆเพียงส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างช่วยไม่ได้เท่านั้น...ซีน่อนที่ได้ยินเช่นนั้นจึงก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาเบาๆอย่างขบขันว่า

“ทั้งเรื่องเพลงดาบ...”

หยุดเล็กน้อยแล้วหันมาจ้องมองราเมลด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์นิดๆว่า

“...และเรื่องผู้หญิง”

“หา...”

ราเมลได้แต่ร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีกับคำกล่าวของซีน่อน...ส่วนรัลเรย์ที่ก้าวเดินผ่านยังร่างของราเมลที่ได้ยินทุกอย่างเพียงและส่ายหน้าอย่าเซ้งๆประมาณว่า”นี่แหละผู้ชาย”โดยไม่กล่าวอะไรออกมาเท่านั้น

“...”

“ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว”

โซฟาลล่าที่ขวบม้าอย่างเบื้องหน้าประตูเห็นทุกคนยังรวบตัวไม่เรียบร้อยจึงส่งเสียงกล่าวออกมาเร่งรัดออกมาอย่างดังลั่น...เทลน่าที่ไม่รอช้าจึงรีบสั่งการออกไปทันทีว่า

“รีบเตรียมตัวกันได้แล้ว”

“ครับ”

“ค่ะ”

ราเมลและทุกคนต่างส่งเสียงตอบรับออกมาทันทีพร้อมทั้งรีบเข้าไปรายงานตัวยังหน่อยของตนทันที...ซึ่งหน่วยที่จะเดินทางออกไปปราบเสือเพื่อช่วยชาวบ้านในยามนี้-มีเพียง 4 หน่วยคือหน่วยที่ 1 ของรัลเรย์ หน่วยที่ 3 ของเทลน่า หน่วยที่ 6 ของโซฟาลล่าและหน่วยที่ 7 ของรินนัน สกาย...

ริวนัน สกายเป็นชายหนุ่มอายุ 19 ปีที่สูง 176 เซนหน้าตาดีสวมใส่ชุดเกราะสีฟ้าอ่อน มีผ้าคลุมสีเขียวดูสง่างามราวกับพวกขุนนางดาบเป็นอาวุธ

“เรียบร้อยแล้วหกก็ออกเดินทางกันเถอะ”

เทลน่าที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังหน่วยของตนที่ควบทุกคนแล้วคือราเมล ไรก้า เรนนี่ คูล สเตย์ฟาน เลล่า มิคาเอล ฟรอเดีย วินดี้และลูนแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมา...ส่วนหน่วยที่ 1 ของรัลเรย์ที่ประกาบด้วยรัลเรย์ กาเบล ซันเต้ มิธรา อาล์ม ครีเต้ อโดนัส รีเซลและมินท์กลับมีไคลสที่เป็นนับบวชกับชาชาที่เป็นนักธนูเข้ามาเสริมทีมเท่านั้น

ไคลส ริงเป็นนักบวชหนุ่มหน้าตาดีผมสีฟ้า ตาสีดำที่สวมใส่ชุดยาวสีฟ้าอายุ 22 ปีใช้คทาเงินเป็นอาวุธ สูงประมาณ 182 เซน

ชาชา รีโดนัสเป็นหญิงสาวผมยาวปะบ่าสีม่วงหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตสีฟ้า ที่สวมใส่ชุดเสื้อเชิตสีเขียวกับเกงเกงขาสั้นที่แทบจะไร้ขาสีเขียว ใช้สายรัดสีขาวสลับแดงคาดที่หน้าผากเสียดขนนกอินทรี 2 เส้น อายุ 18 ปี สูงประมาณ 167 เซนใช้ธนูเงินเป็นอาวุธ

“ออกเดินทางได้”

รัลเรย์ส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกคนในทีมควบแล้ว...โซฟาลล่าจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังหน่วยของตนที่ประกอบไปด้วยอาเทรเซีย ริน ฟูลตัน เซเรน มาน เจนด้าซึ่งมีอากีส รีซึ่งเป็นนักดาบ กาโร่ที่เป็นพลขวาน และซาซาที่เป็นน้องสาวฝาแฝดของชาชาซึ่งรับหน้าที่เป็นสปายเข้ามเสริมทีมทันที

อากีส ฟาแลน์เป็นชายหนึ่มที่หน้าตาหล่อเหล่าและมีรอยยิ้มที่เจ้าชูนิดๆมีดวงตาสีน้ำตาลและผมสีเขียว อายุ 21 ปีสูง 183 เซน สวมใส่ชุกเกราะสีเขียวของพวกอัศวิน ใช้ดาบเขียวที่มีรูปมังกรเป็นอาวุธ
รี แม็กเป็นหญิงสาวสวยผมยาวดำถึงกลางหลังมีดวงตาสีดำ อายุ 19 ปีสูง 173 เซน สวมใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีม่วงกางเกงสีขาว รองเท้าบูทสีดำ ใช้ดาบเหล็กกล้าทั่วไปเป็นอาวุธ

กาโร่ บูลเป็นชายวัยกลางคนอายุ 45 ปี สูง 189 เซน สวมชุดกะลาสีสีขาวลายน้ำเงินกับกางเกงยีนล์ขาสั้นแค่หัวเข่า ใช้ขวานใหญ่เป็นอาวุธ

ซาซา รีโดนัส-เธอมีหน้าตาเหมือนกับชาชาทุกอย่างเพียงแค่สวมใส่ชุดสีเหลืองแทน ใช้ขวานสั้นสำหรับขวานเป็นอาวุธ

“พวกเราก็รีบออกเดินทางกันเถอะ”

ก่อนที่ทุกคนจะรีบก้าวตามไปตามคำสั่งทันที...ริวนั่นจำพยักหน้าเล็กน้อยแล้วนำพาทุกคนก้าวเดินออกไปทันที-ซึ่งหน่วยของเขาประกอบไปด้วยกิลม์ เกท เอเซกิเอล นารอนที่เป็นพลทหาร...

เกท ฟาสน์เป็นนักดาบสาวที่น่าตาน่ารักอายุ 17 ปี เธอมีผมยาวสีฟ้าถึงกลางหลังรับกับดวงตาสีม่วงสวย จมูกโด่งเป็นสัน สูง 173 เซน สวมใส่ชุดสีฟ้ากางเกงสีขาว รองเท้าบูทสีดำ ใช้ดาบทองเป็นอาวุธ

เอเซกิเอล โบว์วี่เป็นชายหนุ่มหัวล้านอายุ 35 ปี สูง 190 เซน สวมใส่เสื้อแขนสั่นสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ รองเท้าบูทสีน้ำตาลในหอกยาวเป็นอาวุธ

นารอน คอบร้าเป็นเด็กหนุ่มน่าหน้าตารักผมสีเขียวอ่อนดวงตาสีเหลืองอายุ 15 ปี สูง 164 เซน สวมใส่เสื้อยึดสีเขียวอ่อน กางเกงผ้าสีเขียวเข้ม ใช้ดาบเหล็กเป็นอาวุธ

มีรูก้า เอสเทลเป็นนักบวชและเจ้าเวทย์ประจำหน่วย

รูก้า เรสนิ่งเป็นนักบวชสาวสวยที่สวมชุดนักบวชสีขาวสีอาดอายุ 17 ปีสูง 167 เซน เธอมีดวงตาสีฟ้ารับกับเส้นผมสีแดงสวยยาวถึงกลางหลัง ใช้คทาแก้วผลึกเป็นอาวุธ

เอสเทล กราวแลนด์จอมเวทย์สาวสวยอายุ 16 ปีสูง 165 เซน ผมสั้นยาวปะบ่าสีดำรับกับดวงตาสีดำสนิทที่ซุกซ่อนและเขี้ยวที่น่ารัก สวมใส่ชุดเสื้อสีม่วงเข้มและกระโปร่งสั้นเหนือหัวเข่ากับรองเท้าผ้าใบสีม่วงอ่อน ใช้คทาไม้สีม่วงเป็นอาวุธ

ส่วนพลธนูทั้งสองคนและสปายกับกองหนุนคือราฟิน บาธ เอนเต้และบาบาร่า

ราฟิน ดีร้อกเป็นชายหนุ่มอายุ 29 ปีสูง 182 เซนที่มีหน้าเหลี่ยมผมสั้นสวมชุดพรานป่าสีเขียวใช้ธนูเหล็กเป็นอาวุธ

บาธ ไคลด์เป็นชายวันกลางคนอายุ 46 ปีสูง 187 เซนที่มีผมสั้นๆกับรอยแผลจากเล็บหมาป่าที่ตาซ้าย สวมเสื้อกั๊กไร้แขนสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้า ใช้ธนูเหล็กเป็นอาวุธ

เอนเต้ โรส แมรี่กลับเป็นหญิงสาวที่ท่าทางยั่วยวนผิวขาวสะอาดหน้าน่ามีเสน่ห์ดวงตาสีดำสนิท ผมยาวยักโศกสีดำที่ยาวถึงแก้มก้น เธอมีหน้าอกที่อวบอัดรวดอยู่ภายในเสื้อรัดรูปตัวเล็กที่รวดดับชุดว่ายน้ำสีม่วง เผยหน้าไหล่และเนินอก หน้าท้องสีขาวนวลต่อสายตาของทุกผู้คน ท่อนเป็นกระโปร่งที่ใช้ผ้าสีม่วงผูกไว้ที่เอวซ้ายเท่านั้นเผยขาอ่อนที่เรียวสวยสูดสายตาผู้คน เธอยังสวมใส่เสร้อยคอและกำไลข้อมือทองคำ รองเท้าแตะสีม่วงใช้ห่วงทองเป็นอาวุธ อายุ 22 ปีสูงประมาณ 168 เซน

ในขนาดที่บาบาร่า สไตเกอร์กลับเป็นคุณป้าที่อ้วนลงพุงอายุ 46 ปี สูง 178 เซนที่มักยิ้มแย้มอยู่เสมอสวม
ชุดแม่ครัวและสวมหมวกสีขาวสะอาด ใช้มีดปังตอเป็นอาวุธ

“ว้าว...”

เอนเต้ที่กวาดสายตาจ้องมองไปเห็นราเมลที่อยู่ใกล้ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างยินดี-เธอที่ไม่รอช้าจึงรีบเข้าไปคว้ายังแขนของเขาอย่างอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เราเจอกันอีกแล้วน่ะ-ที่รัก”

“เอ๋ะ...”

ราเมลที่เห็นถึงเอนเต้พุ่งเข้ามาเกาะแขนใช้หน้าอกเสียดสียังร่างตนถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยความจนใจทำเอาทุกคนต้องหันมามองทันที...แต่เอนเต้ที่คล้ายไม่สนใจกลับยิ้มออกมาอย่างยั่วยวนพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...คืนนี้ฉันไม่ปล่อยให้คุณรอดไปแน่”

“หา”

ราเมลส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจ เพราะเอนเต้คือหญิงสาวที่เขาพบที่บาร์เหล้าเมื่อคืนวานนั้นเอง...ในขนาดที่เทลน่ากับเรนนี่ที่กวาดสายตาจ้องมองมาเห็นพอดี-เรนนี่ถึงกับหันไปทางอื่นทันทีอย่างไม่พอใจ

“เชอะ...”

เทลน่าส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเล็กน้อยแล้วควบม้าก้าวเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์และไม่หันกลับมามองอีก-ทิ้งราเมลที่ต้องขมวดคิ้วด้วยความเซ้งกับการเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 29 ม.ค.55 เวลา 05:57:17 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 10

      แบบสอบถามถึงความรู้สึกของทหารในกองทัพที่มีต่อราเมล(เพื่อเป็นการพิทักษ์สิทธิส่วนบุคลจึงจำเป็นต้องมีการปกปิดชื่อไว้
ทหารหญิง T : ถือว่าเป็นทหารที่ใช้ได้
ทหารหญิง R : เป็นผู้ชายที่ดีค่ะ
แม่ทัพ S : ถือว่ามีอนาคตใกล้
      แล้ว...
(นางระบำ) ทหารหญิง E : สมชายชาตรีค่ะ
แม่ทัพ S : หา
ทหารหญิง T : หมายความว่าไง
ทหารหญิง R : นั่นสิบอกมาน่ะ
(นางระบำ) ทหารหญิง E : ทั้งสูงทั้งใหญ่ไงค่ะ
ทหารหญิง T : ราเมล...ตาย
ทหารหญิง R : รอเดี๋ยวสิ...เทลน่า
ทหารหญิง T : อย่ามาห้ามน่ะ...เรนนี่
ทหารหญิง R : ฉันไม่ได้ห้าม...แต่จะไปด้วยล่ะหากล่ะ
      เมื่อทั้งสองถืออาวุธวิ่งออกไป
แม่ทัพ S : เธอหมายถึงอะไรกัน
(นางระบำ) ทหารหญิง E : ฉันก็แค่อยากบอกว่าเขาตัวสูง กล้ามใหญ่สมชาตรีไงล่ะ...มีอะไรหรือ
      นี่จะเป็นข่าวลือแปลกที่เกิดขึ้นมาในกองทัพยามเช้าก่อนที่จะออกเดินทาง

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 29 ม.ค.55 เวลา 05:58:54 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ