davidmccartney
(Davie Mckie)
Member

DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด- ตอนที่1 [PART2/2]

หากมีคอมเมนท์บอกได้เลยค่ายินดีปรับปรุงแก้ไขเสมอค่ะ (โค้ง)




DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด

ดอนการ์ดคืออะไรกันแน่...!?
บัดนี้ปริศนาได้เริ่มต้นขึ้น
ในขณะที่ฆาตกรพยายามตามล่า ริคโทเฟ่นก็มีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องของฆาตกรและดอนการ์ดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยเหลือเขาได้ !!!

เขาควรจะทำอย่างไร...?!



ลิงค์ตอนที่ผ่านมา

คำโปรย+บทนำ
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=36965
ตอนที่1 [PART1/2]
http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=36988

///////////////


DonGuard: ปริศนาแห่งดอนการ์ด- ตอนที่1 [PART2/2]


นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่ริคใช้ในการเรียนรู้สิ่งแปลกประหลาดภายในห้องทดลองของแทบบินส์ เขาก็พบว่าข่าวเกี่ยวกับการแต่งตั้งสามัญชนในฐานะนามสกุลที่สองเพื่อทำงานให้กับตระกูลสนิทของเชื้อพระวงศ์แห่งนิลบาเล็ตนั้นเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น และหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีการประกาศข่าวอย่างเป็นทางการจากราชสำนักทำให้ริคต้องติดตามความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด เขาเองก็อยากรู้ว่าใครจะได้รับนามสกุลที่สอง ... นามสกุลอันทรงเกียรติที่แลกด้วยภาระอันหนักอึ้ง

ในขณะที่ชาวครีตชายกำลังตื่นเต้นว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้รับฐานะนามสกุลที่สอง พวกเขาเองก็ต้องตื่นตระหนกต่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องซึ่งเกิดขึ้นทั่วครีตเชียในช่วงเวลาเดียวกันโดยไม่มีใครทราบว่าคนร้ายคือใคร มีจุดประสงค์เช่นไร

“ฆาตกรฆ่าชาวต่างด้าวอีกแล้วเหรอเนี่ย”ริคโทเฟ่นเปรยเบาๆขณะนั่งกินขนมขบเคี้ยวหน้าโทรทัศน์ภายในบ้านของแทบบินส์ ขณะที่ชายหนุ่มออกเดินทางไปธุระข้างนอก “พวกชาวต่างด้าวมาจากประเทศเดียวกันกับแทบบินส์หรือเปล่านะ?”

ภาพที่ริคเห็นในจอโทรทัศน์ตอนนี้คือเศษชิ้นเนื้อจากร่างของเหยื่อเคราะห์ร้ายซึ่งมีสภาพเละเป็นก้อนเนื้อกระจัดกระจายทั่วพื้นซึ่งชโลมด้วยเลือด มีรอยบากด้วยของมีคมปรากฏตามช่องท้อง ของเหลวภายในไหลเยิ้ม ลำไส้ทะลักล้นขาดวิ่น ข้อมือและคอถูกตัดขาดออกจากร่าง อวัยวะบางส่วนฉีกขาด หนังบนใบหน้ายับยู่ ลูกตาหลุดออกจากเบ้าและปากก็เผยอกว้าง

ริคโทเฟ่นแทบขนลุก เขาอยากร้องหยีกับภาพสะเทือนจิตที่ได้เห็น “ใครคือคนร้าย?”เด็กหนุ่มสงสัยเป็นอย่างยิ่งก่อนจะเลิกตั้งคำถามทันทีที่เสียงปิ๊บๆเตือนดังมาจากชั้นใต้ดิน

เขาเดินลงไปชะเง้อมองห้องทดลองผ่านกระจกใสก็พบว่ามอเตอร์จากเครื่องมืออย่างง่ายที่ริคสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการแยกองค์ประกอบโครงสร้างของอนุภาคบางตัวเกิดความผิดพลาดในการทำงานแล้วความร้อนก็ทำให้มอเตอร์ไหม้จนไฟลุกพรึ่บ ริคโทเฟ่นต้องเบิกตากว้างรีบวิ่งเข้าไปหยิบถังดับเพลิงกวาดแขนดึงสลักนิรภัย ดึงหัวฉีดดับไฟทันที

“ให้ตายเถอะ!”เด็กหนุ่มต้องถอนหายใจยาวๆ แล้วฉับพลันนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น

กิ๊งก่อง

คงจะเป็นแทบบินส์

ริคจึงรีบไปเปิดประตูโดยด่วนแล้วก็ต้องตกใจกับสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีดของชายวัยกลางคน แทบบินส์ร้องอุทานก้าวขาถอยห่างจากริคโทเฟ่น

“ริค!?”

“ครับ?”ริคมองแทบบินส์ตัวสั่นระเทิ้มน่าประหลาด

ชายหนุ่มเหงื่อแตกพลั่กสะบัดหน้าจับจ้องมองริคครู่หนึ่ง “โอ้! ใช่! เธอเอง ... เป็นเธอเอง”แทบบินส์ถอนหายใจก่อนจะสับเท้าถี่ๆรีบเดินกลับลงไปในชั้นใต้ดิน

“เอ่อ...คือว่า...เมื่อตะกี้นี้ผมทำอุปกรณ์...”ริคเดินตามลงมาด้วย เขาพยายามหาข้อแก้ต่างขณะมองดูชายวัยกลางคนผู้ซึ่งไม่สนใจเลยว่ากลิ่นไหม้ๆคละคลุ้งด้วยควันภายในห้องมาจากไหน “ช่างมันเถอะ”ริคพูดเสียงแผ่วๆบอกตัวเอง

แทบบินส์พึมพำบางอย่าง เขาเดินไปค้นบรรดากองเอกสารงานวิจัยซึ่งร่องรอยขีดเขียนทั้งหมดล้วนเป็นภาษาพื้นเมืองของชายหนุ่มและริคก็ไม่มีทางอ่านออกได้

นั่นสินะ...ริคไม่เคยถามเลยว่าแทบบินส์มาจากประเทศอะไร เด็กหนุ่มมัวแต่ตื่นตะลึงกับความสามารถอันน่าทึ่งทางวิทยาศาสตร์ของชายคนนี้จนไม่ได้ใส่ใจเรื่องส่วนตัวของเขา

“เจอแล้ว”แทบบินส์กราดสายตาอ่านอักษรตัวเล็กๆ

ริคมองเห็นเพียงภาพสเก็ตช์ของดวงตาและโครงสร้างภายในของดวงตามนุษย์ มีภาพการออกแบบสิ่งประดิษฐ์บางอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ารายงานชิ้นนี้แทบบินส์ไม่เคยเอ่ยถึงมาก่อน

“มันคือ...?”

ชายวัยกลางคนไม่ได้ตอบ เขาเดินเลียบ ตรงไปยังบริเวณกำแพงสีขาวสะอาดมุมหนึ่งของห้องแล้วจึงเลื่อนมือคลำกำแพงจนพบปุ่มเล็กๆ แทบบินส์ใช้ปลายนิ้วทั้งห้ากดเบาๆทำให้บานประตูทางลับเปิดกว้างออก เขาหันไปเรียกให้ริคเดินตามตนเองเข้าไปจนพบกับห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งเพดานสูงเป็นรูปโดมดูสง่างามยิ่งนัก

“โว้ว! คุณสร้างห้องลับเอาไว้ข้างใต้บ้านเช่าที่นี่เนี่ยนะ!”เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความเหลือเชื่อ

“มันปลอดภัยที่สุดแล้ว”

“คุณนี่แปลกดีชะมัดเลยแทบบินส์! เจ้าของบ้านไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายบ้างหรือไง?”

“พวกเขาควรขอบคุณฉันที่เพิ่มเนื้อที่ให้แก่บ้านโทรมๆหลังนี้มากกว่านะ”ว่าพลางหัวเราะร่าแม้สีหน้าเคร่งเครียดไม่ได้จางลงเลยแม้แต่น้อย

รอบๆห้องเป็นผนังสีขาวสว่าง มีเลเซอร์นับร้อยพันเส้นตรวจกวาดพื้นที่รอบๆทรงกลมแก้วซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงกลางห้องซึ่งภายในทรงกลมแก้วนั้นบรรจุของเหลวใสที่มีอุปกรณ์ขนาดเล็กคล้ายเยื่อบางลอยอยู่ในนั้น

แทบบินส์ป้อนรหัสผ่านแก่ประตูแล้วฉับพลันบรรดาเลเซอร์ทุกเส้นก็อันตรธานหายไป

“มันคืออะไรครับ?”ริคถามอย่างสงสัย

“มันเรียกว่าดอนการ์ด”ชายวัยกลางคนบอกพลางเดินไปตรวจอุปกรณ์ทางการแพทย์วางเรียงรายบนถาดสีเงินก่อนจะเงยหน้ามองกระจกสูงซึ่งเปรียบเสมือนหน้าจอมอนิเตอร์กำลังแสดงผลของข้อมูลตัวเลขทางกายภาพของดอนการ์ด ชายหนุ่มหยิบกระจกนาฬิกาและคีมคีบชุบล้างแอลกอฮอล์ก่อนจะเดินตรงมายังใจกลางห้องเบื้องหน้าทรงกลมแก้วใส

เขาใช้ปลายคีมคีบกดบนกระจกเบาๆแล้วคีมคีบก็หลุดเข้าไปในของเหลวใส แทบบินส์นำอุปกรณ์เยื่อบางๆภายในทรงกลมแก้วใสออกมาใส่เอาไว้ในกระจกนาฬิกาก่อนจะเงยหน้ามองดูเด็กหนุ่ม “ดอนการ์ดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ฉันสร้างขึ้นมาก่อนจะถูกพัฒนาโดยนักวิจัยจำนวนหนึ่ง มันได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับดวงตามนุษย์”

“ใช้กับดวงตามนุษย์?”

“ถูกต้อง เพราะฉะนั้นฉันจะหลอมรวมดอนการ์ดเข้ากับคอนแทคเลนส์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเลนส์สัมผัสทุกชนิดบนโลกใบนี้ โอ้ แน่นอน ... เธอก็รู้ว่าฉันไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ฉันทำได้เป็นปกติราวกับมันน่าอัศจรรย์”ขายหนุ่มกล่าวโดยไม่ใส่ใจนัก “ดอนการ์ดจะเป็นของเธอ”

“ของผม!?”

“ใช่ ... ฉันให้เธอ ตอนนี้มันจะเป็นของเธอเพียงผู้เดียว”แทบบินส์บอกพลางเรียกให้ริคเดินไปตรวจวัดสายตา “สั้นพอสมควร โดยปกติเธอคงไม่เคยใส่แว่น”

ริคต้องยักไหล่ตอบ “ผมสวมแว่นตาเฉพาะเวลานั่งเรียน”

ชายหนุ่มรีบนำดอนการ์ดใส่เข้าไปในเครื่องจักร มันใช้เวลาในการทำงานเพียงห้านาทีแล้วคอนแทคเลนส์สีฟ้าประกายเงินก็เสร็จสมบูรณ์

“คุณให้ดอนการ์ดกับผมทำไม?”

แทบบินส์ยังคงง่วนอยู่กับการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายของดอนการ์ดก่อนจะกล่าวตอบ “จงใช้มันและเก็บรักษามันให้ดี”ว่าจบก็ยื่นกล่องผ้าเก็บดอนการ์ดให้แก่ริค

“นั่นไม่ใช่คำตอบนะครับ”

แทบบินส์วางมือบนไหล่ของเด็กหนุ่มก่อนจะถอนหายใจยาวๆ “ฉันบอกเธอไม่ได้ ริคโทเฟ่น มันสำคัญมาก”น้ำเสียงของเขากระตือรือร้นพอๆกับสีหน้า “มันสำคัญสำหรับชีวิตของฉัน ของพวกเรา ของครีตเชีย และของโลก! ที่สำคัญคือมันสำคัญต่อเธอมาก”

ริคโทเฟ่นมองปลายนิ้วของอีกฝ่ายชี้ย้ำบนอกของเขา

“ดอนการ์ดมีข้อมูลบางอย่างซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้ ... มันเลือกเจ้านายและดอนการ์ดก็เลือกเธอเพราะนั่นคือความต้องการของฉัน ริคโทเฟ่น ฉันให้เธอและห้ามเธอปริปากบอกแก่ใคร จงเก็บเป็นความลับเอาไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามที!สัญญากับฉัน”

สีหน้าทุกข์ร้อนของแทบบินส์ส่อแววกังวลเป็นอย่างยิ่ง

ริคโทเฟ่นยอมพยักหน้าพร้อมรับดอนการ์ดเอาไว้ “ครับผมสัญญา”เด็กหนุ่มบอกพลางมองดูกล่องผ้า “ผม ... คือว่า ... ผมควรจะใช้มันเพื่ออะไร?”

“นั่นคือสิ่งที่เธอต้องรู้ด้วยตนเอง ฉันตอบเธอไม่ได้! มันอันตรายเกินไป! ทันทีที่เธอรู้จักดอนการ์ดด้วยตัวของเธอเอง เธอจะตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวเกิดขึ้นในโลกใบนี้ มันเกินกว่าที่เธอจะคาดคิดคำนึงถึง จงรักษาดอนการ์ดเอาไว้เท่าชีวิต! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันก็ตาม”

“อะไรนะครับ!? หมายความว่าอย่างไร!?”

“ริค...ฟังฉันให้ดีนะ...ตอนนี้ฉันต้องหนี! พวกเขารู้แล้วว่าฉันอยู่ที่ไหนภายในเมืองหลวงดรัมลิงตัน เซสเซแห่งนี้ ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว!”

“ทำไม!”ริคต้องอุทานอย่างตกใจยิ่งนัก

“เธอรู้ดีว่าฉันเป็นนักวิจัย...ใช่ ฉันเป็นอย่างนั้น ฉันมีทีมงานคอยสนับสนุนนับเป็นร้อยๆชีวิต บางคนก็ถูกบังคับให้ทำงานเพื่อภารกิจบางอย่าง บางคนก็เป็นพวกคลั่งไคล้การค้นคว้าใหม่ๆจนเห็นประโยชน์แก่ตัวเองผู้เดียว ... แต่ฉันทำงานวิจัยเพื่อลบล้างการค้นคว้าที่น่าสะพรึงกลัวนั่นออกไปจากวงการวิทยาศาสตร์! ลบล้างสิ่งที่นักวิจัยบางกลุ่มสร้างการทดลองประหลาดๆขึ้นมา และฉันก็ทำอย่างนี้เพื่อปกปิดมันเอาไว้ให้เป็นความลับตราบจนนิรันดร์ ... ซ่อนมันไว้เพื่อไม่ให้พวกเขารู้ ... ไม่ให้นักวิจัยเลวทรามบางคนรู้หรือลูกชายของฉันรู้อย่างเด็ดขาด!”

ริคโทเฟ่นต้องเบิกตามอง ... ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายมากนักแต่ท่าทีที่แสดงออกของแทบบินส์นั้นก็บอกให้รู้ได้ว่าสิ่งที่เขากำลังเอ่ยถึงอาจส่งผลต่อริค

“ซ่อนเอาไว้ในไหน?”

“ดอนการ์ด” ฟังจบริคก็แทบสะดุ้ง ... เขารู้ในทันทีนั้นว่าแทบบินส์ต้องการให้เขาช่วยเหลือ “ทุกอย่าง ... ทุกๆอย่างที่สำคัญมาก ... เธอทำลายดอนการ์ดไม่ได้และเธอก็ไม่ควรให้ใครรู้โดยเด็ดขาดว่าดอนการ์ดยังคงอยู่ในการปกครองของเธอ เธอต้องรักษามันให้ดี”

“ครับ”ริคบอกด้วยความไม่แน่ใจ

“มีเพียงแค่เธอคนเดียวที่ใช้มันได้ ริคโทเฟ่น”แทบบินส์บอก “เอาล่ะ คราวนี้เราต้องการทำลายห้องนี้ เราต้องทำลายหลักฐานทิ้งเสียก่อนที่ใครจะพยายามเข้ามาตรวจค้น”

“อะไรนะ!”ริคอ้าปากหวอ

แทบบินส์ไม่พูดพล่ามอีก เขารีบเดินดุ่มๆออกมาจากชั้นใต้ดินโดยไว

“ข้อมูลทุกอย่างที่ฉันทำงานร่วมกับเพื่อนๆจะต้องถูกทำลายเพื่อไม่ให้ใครก็ตามขโมยมันไปได้”

“แต่ว่าแทบบินส์!ทุกอย่างข้างใต้นั่นเป็นห้องทำงานของคุ ...”

“มันจะไม่เป็นอีกต่อไป”ชายหนุ่มกล่าวจบก็เลื่อนคันโยกบริเวณหน้าประตูห้องชั้นใต้ดินก่อนที่ประตูจะส่งสัญญาณหวอๆแล้วจึงเลื่อนปิดลง ริคเหลือบสายตากวาดมองน้ำกรดความเข้มข้นสูงถูกสาดออกมาจากท่อบริเวณเพดานทำลายอุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ทุกชิ้นรวมทั้งรายงานหนานับพันหน้า

เด็กหนุ่มแทบจะอุทานอย่างตกใจ

“มันไม่สำคัญหรอกริคโทเฟ่น”แทบบินส์บอก “ตอนนี้ดอนการ์ดเป็นของเธอ”สีหน้าของเขาดูโล่งอก “ฉันคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีก” ริคโทเฟ่นไม่อยากซักไซ้ที่มาที่ไปขณะมองดูแทบบินส์รีบเก็บสัมภาระแล้วก็เดินเข้าไปในโรงจอดรถพร้อมกับโยนเป้เข้าไปในเบาะท้ายรถกระบะ

เด็กหนุ่มยืนนิ่งด้วยความสับสนครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ “คุณจะไปที่ไหน?”

“ยังไม่แน่ใจ”แทบบินส์ขมวดคิ้วจนเป็นปม เขาพูดด้วยความรีบร้อน “ฉันจะหาทางออกจากเมืองหลวงให้ได้เสียก่อน”

“ขับรถออกไปตามเส้นทางถนนสายที่ห้าสองเจ็ด”

“ใช่ ... ใช่ ฉันรู้ ริค ฉันรู้”ชายวัยกลางคนกล่าวสวนด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย

“คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลนี่นาแทบบินส์”

“ไม่หรอก เธอไม่เข้าใจ”

เด็กหนุ่มมองดูสีหน้าของแทบบินส์แล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ “คุณอยากให้ผมช่วยอะไรอีกไหม?”

“ไม่มี ”แทบบินส์พยายามปั้นหน้ายิ้มขณะใช้สายรัดลังกระดาษแข็งใบใหญ่

“มีใครบางคนกำลังตามล่าคุณ?”

“ใช่”

“โอ้!”เด็กหนุ่มตะลึง “ให้ตายเถอะ! ผมควรจะไปกับคุณ!”

“ไม่อย่างเด็ดขาด” แทบบินส์กล่าวเสียงหนักแน่น รีบเหยียดมือห้ามก่อนจะดันริคให้ออกมาห่างๆจากโรงเก็บรถ

“แต่ว่าแทบบินส์! นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะ! คุณต้องให้ผมช่วย! ผมเชี่ยวชาญเส้นทางในเมืองหลวงและเขตมณฑลโดยรอบ ผมรู้ว่าจะต้องหลบหนียังไงถึงจะ ...”

“ไม่! ไม่ต้อง ... ริค...ฉันรู้ว่าเธอกล้าชกต่อยเตะตีหรือเสี่ยงตายเพื่อเพื่อนๆของเธอมาหลายครั้งหลายหน แต่สำหรับฉัน ฉันไม่ได้ต้องการเช่นนั้น เธอควรจะอยู่ห่างๆฉันเอาไว้หรือใครก็ตามที่เธอไม่รู้จักโดยเฉพาะกลุ่มคนเชื้อชาติเดียวกันกับฉัน”

“เชื้อชาติ?”ริคพึมพำ “...เดียวกันกับคุณ?”

แทบบินส์เดินกลับเข้าไปท้ายรถ สำรวจสัมภาระอีกครั้ง

“คุณมาจากประเทศอะไรหรือ?”ริคโทเฟ่นอยากรู้ “ผมไม่เคยถาม”

“ใช่ เธอไม่เคยถามและเธอก็ไม่ควรจะรู้เพราะฉันก็ตอบตัวเองไม่ได้! ... เธอเพียงแค่ทำตามที่ฉันบอก ... หากเธอเคยเห็นใครที่ใช้สำเนียงภาษาแบบฉัน เธอจะต้องหลีกหนีห่างจากพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยความหวังดีหวังร้ายหรืออะไรก็แล้วแต่”

“เพื่ออะไร”

แทบบินส์หันมาจับจ้องสายตาของอีกฝ่าย

“เพื่อเธอและดอนการ์ด”

ริคก้มมองสิ่งของในมือก่อนจะพยักหน้ารับ

“เอาล่ะ!ฉันต้องรีบไป!”แทบบินส์พูดพร้อมกับกระโดดเข้าไปในที่นั่งคนขับ เขาเปิดกระจกเหลือบมองริคโทเฟ่นอีกครั้ง “อย่าเป็นห่วงฉัน ฉันสบายดี!”

“แต่ผมคิดว่าผมควรไปกับ...”

“ไม่”แทบบินส์ยื่นคำขาด “กลับบ้านไปซะแล้วก็ลืมเสียว่าเคยมาที่นี่หรือแม้กระทั่งว่าเคยรู้จักฉัน เข้าใจนะ”

ริคต้องเออออตอบอย่างหนักใจยิ่งนัก

“เราจะได้พบกันอีกไหม?”

แทบบินส์ต้องเม้มริมฝีปากแน่น “ฉันไม่รู้ ... ฉัน ... ฉันตอบไม่ได้ แต่ขอให้ระวังตัวให้ดี!”

ในเมื่อแทบบินส์ไม่ต้องการให้ริคช่วยเหลือ เขาก็คงจะห้ามเพื่อนต่างวัยคนนี้ไม่ได้อีก “ครับ ... ระวังตัวเช่นกันครับแทบบินส์”

ชายหนุ่มกล่าวรับ เขาสบตามองกับริคก่อนจะถอนหายใจยาวๆแล้วจึงรีบพุ่งรถออกไปบนถนนทันที

ถึงแม้ว่าริคโทเฟ่นจะไม่เข้าใจความพิลึกของแทบบินส์ในครานี้ แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ... อะไรจะเกิดขึ้นหรืออะไรเกิดขึ้นไปแล้วบ้าง ... บางทีสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกเรียกว่าดอนการ์ดอาจจะเป็นคำตอบเดียวของริคโทเฟ่น เด็กหนุ่มมองรถกระบะคันใหญ่ลับตาไปก่อนที่ตนเองจะเดินเลียบทางเดินเท้ามุ่งสู่ถนนชิพมานเพื่อกลับบ้านหมายเลขที่สิบหกของตนเองด้วยคำถามปริศนามากมายผุดขึ้นในสมอง



To be Continued in Chapter.2




Edit by Davie Mckie - 26 ม.ค.55 เวลา 15:11:43 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 25 ม.ค.55 เวลา 11:01:07 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ