คุณหมอเกาลัด
หมอหนุ่มหัวหน้าเทมปลาร์ทีม

Templar the dream องก์ที่ 1 ตอนที่ 22 : วันอาทิตย์ กับ วันจันทร์

บทที่ 22 วันอาทิตย์ กับวันจันทร์

      “ฮิเดคุง ทางนี้”
      เด็กชายตัวน้อยพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเขย่งขา โบกมือไหวๆ ท่ามกลางฝูงคนที่คลาคล่ำ เพื่อเรียกให้เพื่อนร่างใหญ่เห็น
      “ เอ้า ของกินที่นายขอ แล้วอเล็กซี่ไปไหนเสียล่ะ ไม่ได้อยู่จองที่นั่งด้วยกันกับนายเหรอเจ้าเปี๊ยก?” ฮิเดอากิจัดแจงวางของที่หอบหิ้วพะรุงพะรังมาบนเสื่อผ้าที่เพื่อนตัวน้อยปูจองที่นั่งหน้าจอสีขาวขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนระเบียงมาเรเซเรนิตาร์ รอบๆเต็มไปด้วยบรรดานักเรียนของปราการอื่นๆที่พร้อมใจกันมารอชมการถ่ายทอดภาพศึกชิงธงวันแรกอย่างมากมายโดยไม่กลัวแดดร้อนแต่อย่างใด

      “อเล็กซ์น่ะเหรอ? เห็นบอกว่าจะออกไปทำมาหากินน่ะ งงเหมือนกัน นี่นายเอาน้ำมาด้วยหรือเปล่าเนี่ย ฉันร้อนนะน้ำเย็นหรือเปล่า ไม่เย็นไปเอามาใหม่นะ โอ๊ย...”
      ฮิเดอากิจัดการปิดปากช่างเจรจาน้อยๆนั่น โดยเอากระป๋องน้ำอัดลมที่ถือติดมืออีกข้างมาแนบพวงแก้มของเจ้าตัวแสบที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอากาศอันแสนร้อนระอุท่ามกลางแดดยามเที่ยงวัน ที่นั่งที่จองไว้ตรงนี้มองเห็นจอไม่ค่อยชัดนัก ยังไม่ใช่ทำเลที่ดีที่สุดถ้าจะดูการถ่ายทอด แต่ตอนที่จองเขาคำนึงถึงรินทร์น้อยมากกว่า ตรงนี้แม้ไม่ชัดแต่ก็มีร่มไม้บังให้ความเย็นพอได้บ้าง ขืนให้เจ้าตัวแสบนั่งกลางแดดสิ

      “อ้า.....เย็นจัง ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ฮิเดคุง นายเหงื่อไหลเต็มไปหมดเลยน่ะ หน้าชุ่มเชียว สงสัยเพราะผ้าพันไหล่ผืนหนามั๊ง ”
รินทร์ช่วยฮิเดอากิแกะผ้าพันไหล่สีแดงเลือดหมูออกไป ตั้งแต่เข้ามาเป็นนักเรียนของผาเกียรติยศ นี่เป็นครั้งที่ 2 ทีพวกเขาต้องแต่งชุดพิธีการอย่างเต็มยศ ผ้าพันไหล่นั้นหนาอยู่แล้ว ยิ่งเป็นสีแดงที่ดูดความร้อนด้วยอีก ยิ่งทำให้ร้อนมากขึ้นทวีคูณ
“ ขอบใจนะเจ้าเปี๊ยก” ฮิเดอากิปลดกระดุมเม็ดบนลง 2 เม็ดพลางกระพือคอเสื้อ ขับไล่อากาศร้อนออกไป

“เอ้า เช็ดหน้าซะสิ” รินทร์ไปขโมยผ้าเย็นมาจากกระติกน้ำแข็งไม่ทราบเจ้าของที่วางอยู่ข้างๆ อันที่จริงก็ไม่เรียกว่าขโมยหรอก เพราะเด็กชายทิ้งน้ำอัดลมไว้ 1 กระป๋องแลกเปลี่ยนกัน หมีเผือกก้มลงมองผ้าเย็นผืนน้อยๆในซองพลาสติกที่เพื่อนยื่นให้ พลางพ่นลมออกจมูกพรืด


“ฉันเดินไปหาอะไรมาให้นายกินแล้ว นายน่าจะบริการฉันหน่อยนะ”
เด็กชายตัวน้อยขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมโดยดี เขาแกะผ้าเย็นออกจากถุงพลาสติก และก้มหน้าก้มตาเช็ด หน้า คอให้กับเจ้าหมีเผือก โดยที่เจ้าตัวแอบยิ้มนิดๆไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งสังเกตเห็น อากาศวันนี้ร้อนจริงๆชวนให้หมดเรี่ยวแรงได้ง่ายๆทีเดียว นับว่าเป็นโชคของปราการวันจันทร์ที่ได้เปิดปราการต้อนรับทีมบุกในวันเช่นนี้ ฮิเดอากิคิด

“ อ้าว นายก็เหงื่อออกเหมือนกันนี่นาเจ้าเปี๊ยก ดูสิหน้าชุ่มเชียว”
รินทร์น้อยพึ่งได้สังเกตเหมือนกันว่าหน้าน้อยๆของเขาชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เด็กชายใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อแต่ก็ปาดออกไม่หมดเพราะแขนเสื้อเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นเดียวกัน ครั้นพอจะยกผ้าเย็นขึ้นมาเช็ดหน้าก็โดนดุต่อ
“ มันเช็ดตัวฉันไปแล้ว สกปรกแถมชุ่มเหงื่อด้วย นายจะใช้มันได้ไงเล่าเจ้าเปี๊ยก” แล้วก็แย่งผ้าเย็นผืนน้อยจากมือของเพื่อนตัวเล็กขึ้นมา เป็นอย่างที่เขาพูดมันชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบเปื้อนแล้ว

“ อ้ะ... งั้นเช็ดกับนี่ก็ได้”
ไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว รินทร์ดึงอกเสื้อของฮิเดอากิขึ้น ซุกหน้าลงไปถูไปถูมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า โดยไม่สนใจทั้งฮิเดอากิและคนที่นั่งอยู่รอบข้างว่าจะทำหน้าอย่างไร มิหนำซ้ำพอเช็ดเสร็จยังเงยหน้ามายิ้มแฉ่งให้กับเพื่อนตัวโตอีกต่างหาก
“ อ้าว ฮิเดคุงนายเป็นอะไรน่ะ? ยังร้อนอยู่อีกเหรอ? หน้าแดงถึงหูแล้วน่ะ”
เด็กชายตัวน้อยเอียงคอมองเพื่อนตัวใหญ่ที่เบือนหน้าไปทางอื่น พยายามที่จะไม่สบตากับเจ้าตัวแสบที่นั่งอยู่บนตักของเขา

“ เฮ้... นายสองคนสนใจเสี่ยงโชคไหม?” หน้าที่ตกกระและเปื้อนยิ้มตลอดเวลาของเจ้าหนุ่มร่างใหญ่ผมทอง โผล่หน้ามาขวางระหว่างหน้าเล็กๆเของรินทร์และหน้าที่แดงเหมือนตำลึงสุกของฮิเดอากิ ทำเอาเจ้าตัวเกือบจะเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน

“เห...เสี่ยงโชคอะไรเหรออเล็กซ์?”
รินทร์น้อยเปลี่ยนความสนใจมาเป็นหัวข้อใหม่ที่อเล็กไซฟ์พึ่งเสนอมา นับว่าเป็นโชคดีของหมีเผือกตัวใหญ่ ที่เพื่อนหมีขาวรัสเซียตัวโตไม่แพ้กันโผล่เข้ามาขัดไว้เสียก่อนไม่อย่างนั้นเขาเองก็ไม่รู้จะยุติสถานการณ์คับขันที่โดนจู่โจมอย่างไรเหมือนกัน
“ เยอะแยะ มีตั้งแต่รายการเล็กย่อยๆว่า วันนี้ปราการไหนจะชิงธงแรกได้ก่อน ปราการไหนจะชวดธงบ้าง หรือปราการไหนจะได้ธงกี่ผืน ไปจนรางวัลใหญ่ว่าปราการไหนจะเป็นแชมป์ ด้วยคะแนนเท่าไหร่ ว่าไงสนใจหรือป่าว รีบๆนะ ฉันต้องไปเดินโพยต่ออีกหลายจุด” เด็กหนุ่มอารมณ์ดีเปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กในมือไปมา หยิบดินสอมาเตรียมจด

“แล้วใช้อะไรเสี่ยงโชคล่ะ ?” เจอคำถามนี้เข้าไป อเล็กไซฟ์ละจากสมุดบันทึกมามองหน้าเพื่อนตัวน้อยพลางยื่นมือไปขยี้หัวอย่างนึกเอ็นดู
“ เงินไงเล่า มีอย่างอื่นในโลกนี้ที่ใช้แทนได้ด้วยเหรอรินทร์น้อย หืม..”

“เงิน....เหรอ?”
รินทร์นิ่งไป เด็กชายไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย ในโลกวัลฮาลาร์ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้แล้วสำหรับนักเรียนในผาเกียรติยศ ทั้งเสื้อผ้า อาหารการกิน จนเขาคิดว่าที่นี่คงไม่ต้องมีการใช้เงินแล้วแน่นอน

“อ้าวอย่าบอกนะว่านายไม่เคยไปเช็คบัญชีของนายเลยน่ะรินทร์น้อย”
อเล็กไซฟ์ถามเสียงสูง แต่นั่นก็เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงอธิบายก่อนที่เพื่อนตัวน้อยจะตั้งคำถามเพิ่ม
“ปกติเราอยู่ที่ผาเกียรติยศนี่นะ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรอก แต่นักเรียนทุกคนจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวอยู่เรื่อยๆในทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่ไม่มากหรอก อย่าพึ่งดีใจ” ท้ายประโยคเขาพูดเบาเกือบเป็นกระซิบนินทา ทำเอารินทร์นึกขำ
“นายสามารถเช็คได้นะ ใช้ทาลิสมันนั่นแหละ ไปที่ส่วนบริการการเงินกลางในผาเกียรติยศชั้น 36 น่ะ”

“อ้าว... อยู่ในผาเกียรติไม่ต้องใช้เงินนี่นา แล้วเขาจะให้เงินเราไปทำไมกันล่ะ?” เด็กชายตัวน้อยถามพลางหยิบทาริสมันของเขาขึ้นมาพิจารณา ในใจคิดว่าเขาจะมีเงินสะสมอยู่สักเท่าไรกันหนอ แล้วมันจะใช้ทำอะไรได้บ้าง

“โอ๊ย เยอะแยะไป อย่างเช่น.....” อเล็กไซฟ์เหล่ไปมองทางเพื่อนตัวโตที่กำลังกินน้ำอัดลมจากกระป๋องอย่างไม่สนใจใคร
“ซื้อตั๋วสวนสนุกไว้ไปกับแฟ.....”
อเล็กไซฟ์พูดยังไม่ทันจบ ฮิเดอากิก็สำลักน้ำอัดลมพ่นพรวดใส่หน้าเพื่อนตัวโตเข้าเต็มๆ
“โอ๊ย ฮิกกี้ นายนี่ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
แม้หน้าจะโชกไปด้วยน้ำอัดลมที่ถูกพ่นออกมา แต่เขาก็ยังอดแซวเพื่อนไม่ได้ ขณะที่พยายามใช้แขนเสื้อที่เปียกเหงื่อไม่แพ้คนอื่นซับน้ำอัดลมที่เลอะหน้า

“สวนสนุก สวนสนุกอะไรเหรอ? อเล็กซ์” เจ้าตัวแสบยังไม่วายกระตุกชายเสื้อเพื่อนถามต่อ เด็กชายยังไม่เข้าใจอยู่ดี ในวัลฮาลาร์มีสวนสนุกด้วยหรือ? แล้วทำไมเพื่อนญี่ปุ่นตัวยักษ์ต้องสำลักน้ำอัดลมด้วยพอพูดถึงสวนสนุก

“That’s the thing …. I don’t wanna talk about “
นับได้ว่าอเล็กไซฟ์แหย่เพื่อนตัวน้อยสำเร็จ เพราะรินทร์ยิ่งขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิมเสียอีก
“ตกลงนายสองคนไม่สนใจสินะ ไม่เป็นไรยังไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้นะ กิจการฉันเปิดจนวันสุดท้ายนั่นแหละ อย่าลืมนะ ยิ่งเสี่ยงมากยิ่งได้ผลตอบแทนมากนะ ขอตัวไปเจรจาธุรกิจด้านนู้นต่อก่อนนะ” ว่าแล้วก็เดินจากไป ทิ้งไว้แต่ต้นอ่อนของความฉงนสงสัย
      
      เมื่อเห็นว่าอเล็กไซฟ์จากไปแล้ว เด็กชายจึงเปลี่ยนเป้าหมายในการถามมาเป็นเพื่อนที่นั่งอยู่ใกล้ตัวมากกว่า เขาหันไปกระตุกชายเสื้อเพื่อนตัวโตที่ทำเป็นนั่งดื่มน้ำอัดลมที่ยังเหลืออยู่ค่อนกระป๋องและใช้ความพยายามอย่างมากทำเป็นสนใจผู้คนทางอื่น
      “นี่ฮิเดคุง ..”

      “เอ้ย ฉันไม่รู้เรื่องตั๋วสวนสนุก Ivory Park อะไรนั่นเลยนะ อย่ามาถามเลย ไม่รู้” เด็กหนุ่มญี่ปุ่นรีบปฏิเสธพัลวันจนเกือบจะสำลักน้ำอัดลมอีกรอบ
“นี่ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย พิลึกจริง ฉันจะถามว่าในเมื่อเราอยู่ที่นี่แล้วไม่ต้องใช้เงินเขาจะให้เงินพวกเราไว้ทำไมกันเล่าตะหาก” รินทร์บ่นแก้มตุ่ยกอดอก ส่วนฮิเดอากิก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ดึงมาดนิ่งๆของเขากลับมาตามเดิม

“ พวกเราอยู่ในวัลฮาลาร์น่ะถูก แต่ผาเกียรติยศน่ะ ถือว่าอยู่นอกเมืองหลวงของวัลฮาลาร์มากเลยนะ อย่างที่นายรู้นั่นล่ะ เมืองหลวงมันไปอีกด้านหนึ่งมีที่ทำการของหอคอยงาช้าง นั่นล่ะเมืองหลวงของวัลฮาลาร์ มีแหล่งค้าขายเยอะแยะ แล้วพวกเราจะได้รับอนุญาตให้ไปได้ตอนอยู่ปี 2...” เขาเว้นวรรคชั่วครู่เพื่อหยั่งท่าทีของเพื่อนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่ารินทร์ตั้งใจฟังและไม่มีทีท่าจะกลับมาสงสัยเรื่องสวนสนุก จึงพูดต่ออย่างโล่งใจ
“ เงินที่พวกเราสะสมไว้ก็จะได้เอาไปใช้ตอนนั่นล่ะ ทีนี้เงินที่ได้ก็จะมีอัตรายืนพื้นอยู่แล้วแต่จะมีเพิ่มถ้านายทำงานส่งอาจารย์ ก็การบ้านนั่นแหละ หรือว่าสอบภาคปฏิบัติ สอบภาคทฤษฏีได้คะแนนสูงก็จะได้เพิ่ม”

รินทร์ไม่ได้สนใจอยากเสี่ยงโชคกับศึกชิงธง แต่ว่าสนใจจำนวนสะสมของเขาในตอนนี้มากกว่า มันจะมีสักเท่าใดกันนะ แล้วพอขึ้นปี 2 แล้วจะเอาไปทำอะไรกันดี เรื่องเงินก็เป็นอีกระบบหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนอีกเช่นกัน วัลฮาลาร์นี้มีอะไรอีกหลายอย่างให้เรียนรู้จริงๆ

      “การต่อสู้เพื่อชิงธงของปราการวันจันทร์กำลังจะเริ่มต้นในอีก 10 นาทีข้างหน้า ทีมบุกของทั้ง 6 ปราการให้มารายงานตัวที่ห้องหินหลักกับคณะกรรมการ เพื่อรับฟังกติกาและเตรียมโองการป้องกันชีวิตด้วย”
      เสียงประกาศของมาสเตอร์เอสเมอลันดาร์ดังแหวกอากาศ กลบเสียงเอะอะของเหล่านักเรียนที่ปักหลักนั่งกันอยู่หน้าจอยักษ์บนระเบียงมาเรเซเรนิต้าจนสิ้น ภาพบนจอยักษ์ฉายให้เห็นโต๊ะคณะกรรมการที่ตั้งอยู่ในห้องหินหลัก ประกอบไปด้วย มาสเตอร์โครโนส มาสเตอร์มาลาไคน์ มาสเตอร์มาคิเยร์ วาลิโอต์ มาสเตอร์หลงเอ๋อ และมาสเตอร์เอสเมอลันดาร์ ที่ยืนอยู่ด้านซ้ายสุดของโต๊ะ อ่านประกาศอยู่

      แต่ที่เตะตาก็คือกลุ่มคนในเครื่องแต่งกายแปลกๆยืนอยู่ด้านหลัง และมีอยู่หนึ่งคนที่นั่งร่วมโต๊ะติดกับมาสเตอร์โครโนส
      “พวกเจ้าหน้าที่จากหอคอยงาช้างน่ะ คนนั้นคือมาสเตอร์บัลชอร์ เป็นรุ่นน้องพวกพ่อ เขาเป็นหัวหน้าหน่วยพายัพ 1 ใน 8 หน่วยปฏิบัติการหลักของหอคอยงาช้าง” ฮิเดอากิเล่าถึงบุคคลปริศนาเหมือนรู้ใจรินทร์
      “ เมื่อก่อนเขาสนิทกับพ่อน่ะ แต่หลังจากที่พ่อลาออกจากหอคอยงาช้างแล้วมาทำงานที่นี่ ก็เงียบหายไปนาน จนเมื่อสัก 2-3 ปีก่อนนั่นล่ะ ถึงได้ข่าวว่าเขาได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยพายัพ”
      สีหน้ามาสเตอร์บัลชอร์ดูบูดบึ้งเหมือนไม่พอใจทุกสิ่งที่เห็น แต่สิ่งที่สะดุดตารินทร์ไม่ใช่เรื่องนั้น หากแต่เด็กชายรู้สึกเหมือนว่าเคยพบเห็นมาสเตอร์บัลชอร์มาก่อน แม้จะจำไม่ได้ว่าที่ไหน แต่มั่นใจทีเดียวว่าเคยเป็นแน่ ตอนนี้ภาพบนหน้าจอยักษ์เปลี่ยนมุมไปอีกด้าน บรรดานักเรียนทีมบุกของทั้ง 6 ปราการทยอยกันเดินเข้ามาตั้งแถวหน้าโต๊ะคณะกรรมการ

      เสียงโห่ร้องจากบรรดาผู้ชมที่หน้าจอดังสนั่น ต้อนรับเหล้าผู้กล้าของแต่ละปราการ จากหน้าจอนั้น รินทร์เห็นใบหน้าที่คุ้นตา ประธานและรองประธานนักเรียนของปราการต่างๆยกเว้นปราการวันจันทร์ที่คงเตรียมตัวรอต้อนรับเหล่าทีมบุกอยู่แล้ว

      มาสเตอร์เอสเมอลันดาร์กางหนังสือเล่มหนาที่มีปกทำจากหินอ่อน ร่ายโองการ พลันมีละอองสีทองปลิวออกมาจากหนังสือ ไหลไปโอบล้อมนักเรียนทีมบุกทุกคนในแถว พอตกต้องร่างกายมันก็ซึมหายลงไป เมื่อเห็นว่าทุกคนได้อาบละอองสีทองจนครบแล้วมาสเตอร์เอสเมอลันดาร์จึงปิดหนังสือ

      “ ละอองสีทองคือ โองการป้องกันชีวิต ในการต่อสู้พวกเธอจะบาดเจ็บจริง ความเจ็บปวดจะเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อใดก็ตามทีร่างกายของพวกเธอทนรับไม่ไหวแล้ว โองการนี้จะพาเธอออกมาสู่ห้องหินหลักอีกครั้งพร้อมทั้งคืนสภาพให้ร่างกายเป็นปกติเหมือนก่อนจะเข้าไปบุก แต่จะไม่มีสิทธิ์ตามกลับไปสมทบอีกแล้ว พวกปราการวันจันทร์ที่ป้องกันธงอยู่ก็มีโองการแบบนี้คุ้มครองอยู่เหมือนกัน เมื่อครบ 3 ชั่วโมงหมดเวลาในการโจมตีโองการนี้ก็จะหมดฤทธิ์ไป ทุกคนจะถูกส่งกลับออกมาเจอกันที่นี่อีกครั้ง
      คำแนะนำนะถ้าไม่อยากทำร้ายเพื่อนละก็ อย่าออมมือ โจมตีให้เต็มที่ไปเลย เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องเจ็บหลายที” มาสเตอร์เอสเมอลันดาร์สรุปจบแล้วนั่งลง

      “เดี๋ยวก่อน ! คำชี้แจงยังไม่จบ”
ทุกสายตา แม้กระทั่งอาจารย์ที่นั่งร่วมโต๊ะกรรมการต่างจับจ้องไปทางต้นเสียง ชายที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบแปลกตาจากหอคอยงาช้าง มาสเตอร์บัลชอร์

“ผมอยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ทางหอคอยงาช้างไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจัดศึกชิงธงในขณะที่มีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีนักเกิดขึ้นในสถาบันแห่งนี้ แต่ด้วยความ....” หัวหน้าหน่วยพายัพพยายามข่มแรงผลักดันของคำผรุสวาทโดยการกลืนมันลงไป
“ ด้วยความเย่อหยิ่งในเกียรติภูมิของผาเกียรติยศ และความดื้อดึงของคณาจารย์ของพวกเธอ การจัดงานจึงมีต่อไป แต่!”

“การรักษาความปลอดภัยต้องเข้มงวดมากขึ้น แน่นอนว่ามันคงไม่ได้มาจากอาจารย์ของพวกเธอ ในทุกวันของการแข่งขันจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยพายัพของหอคอยงาช้าง ร่วมกับอาจารย์ของพวกเธอดูแลความปลอดภัยทั้งภายในการแข่งขันและรอบๆสถานที่”
มาสเตอร์บัลชอร์หันไปมองคณะกรรมการผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นๆด้วยหางตา
“ที่ผมจะชี้แจงก็มีเท่านี้ หากคนกระทำผิดอยู่ในกลุ่มของพวกคุณแล้วละก็ ... ผมขอเตือน” บรรยากาศที่สนุกสนานเมื่อสักครู่นี่กลับตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น มาสเตอร์โครโนสลุกขึ้นยืนกระแอม

“ในฐานะผู้ประศาสน์การใหญ่แห่งผาเกียรติยศ ผมขอขอบคุณทางหน่วยพายัพที่สละเวลาอันมีค่ามาอำนวยความปลอดภัยให้กับงานประเพณีอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของเรา”

“อย่างที่ท่านได้ชี้แจงให้พวกเราทราบแล้ว มาสเตอร์เอบิสึทั้งพ่อลูก มาสเตอร์มิรันตรี และมาสเตอร์มิคาเอล คอยอยู่ที่ปราการวันจันทร์ดูแลความปลอดภัยของทุกคนที่เข้าบุกปราการแล้ว ตอนนี้พวกเราก็แค่รอให้ทางปราการวันจันทร์พร้อมเท่านั้น “
ไม่ทันขาดคำภาพโฮโลแกรมจากลูกแก้วที่วางบนโต๊ะส่องแสง ฉายภาพมาสเตอริมิรันตรี เธอหันไปทางผู้ประศาสน์การใหญ่แห่งผาเกียรติยศ
“อาจารย์คะ ทางนี้พร้อมแล้วค่ะ”

ผู้ประศาสน์การเฒ่าพยักหน้า หันมาทางเหล่าทีมบุก เอ่ยถ้อยคำเปิดงานที่ทุกคนจดจ่อรอคอยอยู่
“ เริ่มศึกชิงธงได้”

พลันเหล่าอัศวินทีมบุกทั้ง 60 คนจากทั้ง 6 ปราการก็หายไปจากห้องหินหลักทันที ภาพใหญ่บนหน้าจอยักษ์เปลี่ยนเป็นจอขนาดเล็กลง 6 จอติดตามการเคลื่อนไหวของทีมบุกแต่ละปราการ

บรึ้ม!!

ยังไม่ทันที่กองเชียร์จะเปล่งเสียงโห่ร้องเชียร์ เสียงระเบิดดังสนั่นก็ชิงบทเด่นไปเสียก่อน หน้าจอย่อยทั้ง 6 แสดงภาพเดียวกันคือกลุ่มควัน
“อ้า... ยังไม่ทันไรเลย เหล่าอัศวินของเราก็เจอกับค่ายกลที่ปราการวันจันทร์เตรียมไว้ต้อนรับเสียแล้ว”
“ผมฮอเรส อิบเบน อมีรา รับหน้าที่เป็นผู้บรรยายการแข่งขันในวันนี้นะครับ ไม่ต้องหันมองหาให้ยากครับ ตอนนี้ผมอยู่ในปราการวันจันทร์เพื่อจะได้ถ่ายทอดอารมณ์บู๊สุดมันให้เพื่อนๆได้ฟังกันครับ “

ภาพในจอทั้ง 6 เริ่มปรากฏอีกครั้งหนึ่งด้วยทิวทัศน์ที่ต่างกันออกไป รินทร์รู้ได้ว่าจอบนสุดด้านซ้ายมือเป็นจอภาพที่ติดตามการเคลื่อนไหวของปราการวันอาทิตย์ เนื่องจากมีสัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลับหัวสีแดงอยู่ที่มุมจอ
“ ปราการวันจันทร์มาเหนือชั้นโดยการใช้ค่ายกล เพื่อกระจายกำลังที่เข้ามาจู่โจมออกไป แน่ใจเสียเหลือเกินว่าทางปราการวันจันทร์คงเตรียมไม้อื่นไว้ต้อนรับที่ปลายทางอีกแน่ๆ ติดตามชมกันได้เลยครับ ”

....................................

ม่านควันเริ่มจางลง อูรูว์ไหวตัวทันใช้เสี้ยววินาทีก่อนเกิดการระเบิดดึงศาสตราประจำกายลักษณะคล้ายโล่ขึ้นป้องกันเขา เอกรัตน์และยูริเอล ด้านข้างมาริคใช้โองการ Divinar protectiata คลุมตัวเขาและสองพี่น้องฝาแฝดไว้ เช่นเดียวกับรอสติกที่ใช้โองการเดียวกัน ส่วนคีราห์ นั้นภารุคใช้ผ้าคลุมของเขายกขึ้นกันไว้ให้เพราะรู้อยู่แล้วว่า ระเบิดนั้นมิใช่เพื่อโจมตี อานุภาพจึงไม่รุนแรงนัก

พิจารณารอบกายแล้วสถานที่เปลี่ยนไปเรียบร้อย ห้องนี้ถูกโองการบางอย่างแปลงให้กลายเป็นสมรภูมิภูเขาหิน ชัยภูมิสูงๆต่ำๆพื้นที่ต่างระดับ อย่างที่พวกเขาประชุมไว้เมื่อคืนไม่ผิด กลยุทธ์แรกที่ทางปราการวันจันทร์เตรียมไว้ต้อนรับคือลดกระแสจู่โจมที่โถมมาเป็นก้อนให้แตกออกเป็นส่วนต่างๆ และถ้าเป็นไปตามที่เขาคาดเดาไว้แล้วมันต้อง..

“ยินดีต้อนรับทีมบุกจากปราการวันอาทิตย์”
เด็กสาวผิวแทนร่างบางยืนอยู่บนชัยภูมิสูงบนยอดแง่งหิน ผมของเธอถูกรวบมวยไว้ที่ท้ายทอย เครื่องแบบนักเรียนปราการวันจันทร์พร้อมกับสายคาดที่ต้นแขนบ่งบอกว่าเธออยู่ในตำแหน่งรองประธานนักเรียน
และเพราะจุดที่เธอยืนอยู่ตรงกับตำแหน่งตะวันทุกคนต้องยกมือขึ้นป้องเพื่อกันแสงอาทิตย์ที่ย้อนเข้าตา แต่ก็พอเห็นได้คร่าวๆว่า นอกจากเธอแล้วยังมีอัศวินปราการวันจันทร์รอต้อนรับพวกเขาอีก 4- 5 คน

“ นั่น ปรายฟ้า รองประธานนักเรียนปราการวันจันทร์.... พวกเราเจอหินเลยนะนี่..”
รอสติกหันไปส่งสายตาให้ประธานนักเรียนของเขา มาริคเข้าใจความนัยนั้นอย่างทันที โองการสร้างสมรภูมิแบบนี้เกิดจากการสร้างฟังค์ชั่นสลับสถานที่ขึ้นหนึ่งชุด หากสามารถหาแค่ส่วนหนึ่งของเซ็ทคำตอบได้ก็จะสามารถเจาะผ่านออกไปได้ และหน้าที่นี้ต้องเป็นของคนที่ชำนาญด้านพลังตรรกะและโองการเชิงซ้อนที่สุดในทีมซึ่งก็คือเขาเป็นคนจัดการ

“ อีก 5 ปราการก็ถูกส่งไปตามห้องต่างๆเหมือนกัน ส่วนภายนอกก็มีทัพนักเรียนที่เหลือวางกำลังป้องกันตลอดทางจนถึงดาดฟ้า พวกเรารู้ว่าคงไม่สามารถสู้จนชนะพวกคุณได้ทั้งหมดหรอก แต่เราแค่ต้องการถ่วงเวลาเท่านั้น ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถึงพวกคุณจะพยายามฝ่าโองการออกไปได้ ก็ไม่ง่ายนักหรอกที่จะขึ้นดาดฟ้า”
พูดจบ ลูกพลังก็พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มอัศวินปราการวันอาทิตย์จากทุกทิศอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีสักลูกที่เข้าเป้า ทุกคนอาศัยความไวที่เหนือชั้นกว่าหลบทันอย่างไม่ยากนัก ฝุ่นจากแรงระเบิดคลุ้งขึ้นอีกครั้ง เหล่าอัศวินปราการวันอาทิตย์กระจัดกระจายกันออกไปตอนหลบลูกพลัง อูรูว์กระโดดขึ้นจองชัยภูมิสูงสุดไว้ก่อนเพื่อความได้เปรียบในการโจมตีและค้นหาพวกพ้อง

ชายหนุ่มเห็นประธานนักเรียนหลบอยู่ที่ซอกหิน กำลังใช้ลูกรูบิคในการช่วยแก้สมการอยู่โดยไม่ทันระวังตัวว่าจะมีขุนพลจากปราการวันจันทร์รอดักโจมตีจากด้านหลัง หน้าที่ของเขาคือคุ้มกันมาริคขณะที่กำลังไขฟังค์ชั่นแหวกโองการออกไป อูรูว์รีบพุ่งตัวลงไปใช้โล่ปัดบูมเมอแรงที่พุ่งเข้ามาหมายจะทำอันตรายมาริคได้ทันท่วงที
      “ผมจัดการเอง พี่รีบแก้ฟังค์ชั่นเถอะ” เขาบอก บูมเมอแรงลอยกลับไปทางผู้จู่โจมทางซอกหิน มาริคไปหลบที่ซอกหินอีกจุดและร่ายโองการป้องกันตัวไว้ แต่ก็คอยดูอูรูว์ต่อสู้อยู่เผื่อพลาดพลั้งเขาก็ต้องเข้าช่วยทันที เรื่องการฝ่าโองการออกไปนั้นไว้ค่อยว่ากัน

      ชายหนุ่มในชุดปราการวันจันทร์รับบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาเข้ามือเดินออกมาจากซอกหิน และหยุดอยู่ห่างออกไปในระยะระวัง เขายิ้มทักทายคู่ต่อสู้
      “อูรูว์ ที ยอเร ยอดฝีมือเลยนี่ ผมนี่ช่างโชคดีจริงๆ” ชายหนุ่มโค้งให้เกียรติอีกฝ่าย

      “โชคเป็นของผมมากกว่า ลิ่มเคี้ยง ผมอยากสู้กับคุณอีกครั้งมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกันไวขนาดนี้”
      หลังจากโค้งตอบ อูรูว์ขยับโล่ในมือลง ย่อเข่า หรี่ตา ตอนนี้ถือว่าเขาเสียเปรียบอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด เพราะนอกจากจะต้องต่อสู้แล้วยังต้องป้องกันประธานที่กำลังไขฟังค์ชั่นเพื่อทลายโองการออกไปอีกด้วย ศัตรูก็ไม่ใช่ฝืมือกระจอกๆ นี่ปราการวันจันทร์คัดมาแต่ระดับหัวกะทิเพื่อมาต้อนรับทีมของเขาเลยหรือนี่ น่าอิจฉาพวกปราการอื่นจริงๆแฮะ เขาคิด

      “เริ่ม!”
      อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ลิ่มเคี้ยงกระโดดขึ้นสูง อาศัยแสงอาทิตย์แผดจ้าพรางสายตาของคู่ต่อสู้โจมตีด้วยท่าเท้าตรง แม้อูรูว์จะหลบทันแต่เพราะไม่สามารถจับทิศทางการโจมตีได้แน่นอน จึงโดนท่าร่างโจมตีต่ออย่างทันที ลิ้นปี่ของเขาถูกศอกกระแทกเข้าอย่างจัง ขุนพลปราการวันจันทร์ไม่ยอมให้ชายหนุ่มมีเวลาป้องกันตัวใดๆทั้งสิ้น

      การโจมตีเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ทำอันตรายชายหนุ่มปราการวันอาทิตย์มากนัก ใช้เวลาชั่วเสี้ยววินาทีในการตั้งตัวแล้วอูรูว์ก็กระโจนเข้าหาลิ่มเคี้ยงด้านหน้า ชายหนุ่มตั้งท่ารับ แต่ในวินาทีที่จะเข้าปะทะอูรูว์กลับหายไปจากลานสายตาของเขา
      
“หึ..ด้านบนรึ?”
      ลิ่มเคี้ยงยกแขนขึ้นหวังป้องกันการโจมตีจากด้านบน จึงทำให้โดนถีบเข้าอย่างจังที่ชายโครงซ้ายกระเด็นไปกระแทกกับแง่งหินฝุ่นตลบ อูรูว์รีบเข้าไปซ้ำด้วยลูกเตะกลับหลัง ส้นเท้าของเขาตอกเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายอย่างจัง ส่งผลให้ลิ่มเคี้ยงทรุดเข่าลงกระแทกพื้นหิน โชคดีที่เขาหมอบราบลงทัน ไม่เช่นนั้นคงโดนหน้าแข้งของอูรูว์ที่เตะกวาดซ้ำ ชายหนุ่มหยุดมือก่อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายหนึ่งจนแต้มไม่สามารถจู่โจมกลับได้

“คุณไวมากนะอูรูว์”
ลิ่มเคี้ยง ประคองตัวลุกขึ้นยืน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่
“ขอบคุณที่ชม”

“แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าคุณทำพลาดไป 2 อย่าง หนึ่งคือ ความไวน่ะได้เปรียบในการต่อสู้แบบประชิดตัวเท่านั้น และอย่างที่สองคือ” ลิ่มเคี้ยง หยิบบูมเมอแรงคู่ของเขาออกมาถือในท่าพร้อมสู้ อูรูวร์เองก็กระชับโล่ดึงเข้าประชิดกาย
“ ผมว่าคุณเมตตาคู่ต่อสู้ในสนามรบเกินไปหน่อยนะ”

“ Maxima Bombada” ลิ่มเคี้ยง ซัดโองการระเบิดไฟเข้าใส่อูรูว์
“Divinar Protectiata” อูรูว์คาดเดาว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะอาศัยจังหวะที่เขากระโดดหลบระเบิดซึ่งเป็นช่วงที่ป้องกันตัวได้ยากเข้าโจมตี จึงร่ายโองการสนามพลังป้องกันระเบิด
ประสาสัมผัสอันเฉียบคมบอกว่าอากาศด้านซ้ายมีการตึงไหว เขารีบยกโล่ขึ้นป้องกันบูมเมอแรงที่พุ่งเข้ามาโจมตี แต่...

      “ ด้านหลังมีช่องโหว่นะอุรูว์”
สายไปเสียแล้ว อูรูว์โดนบูมเมอแรงอีกอันหนึ่งกระแทกที่ต้นคอ ล้มกลิ้งโค่โร่ไปกับพื้น ลิ่มเคี้ยงยืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่กัน บูมเมอแรงทั้งสองอันของเขาลอยอยู่รอบๆ

“อย่างที่ผมบอกความไวของนายทำให้ได้เปรียบเวลาสู้ประชิดตัว แต่อย่าลืมนะว่าตัวจริงของผมน่ะคืออาวุธบิน ทีนี้คุณจะทำอย่างไรดีล่ะ”

“ ปฐมศาสตรา ฟูเอียวตีจู”

บูมเมอแรงทั้งสองที่ลอยอยู่รอบๆตัวเขาเริ่มแบ่งตัวจากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด จากแปดเป็นสิบหก “ หวังว่าความไวของคุณคงจะช่วยให้หลบจาก ฟูเอียวตีจู ของผมได้นะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเข้าประชิดตัวผมหรอก”

พลันบูมเมอแรงทั้ง 16 ก็กระจายออกไปในทิศทางต่างๆ เข้าโจมตีอูรูว์ด้วยแรงมหาศาล เขาใช้ความเร็วหลบทุกการโจมตีได้ ปฐมศาสตราตราของลิ่มเคี้ยง คือบูมเมอแรงทั้ง 16 ที่นอกจากป้องกันตัว ลิ่มเคี้ยง จากการโจมตีแล้ว ยังช่วยโจมตีไปในเวลาเดียวกันด้วย นับเป็นปฐมศาสตราที่รับมือได้ยากยิ่งจริงๆ

แม้ความเร็วของเขาจะช่วยให้หลบได้ไม่ยากนัก แต่ชายหนุ่มรู้ว่าคงไม่สามารถหลบได้อย่างนี้ต่อไปตลอดแน่นอน สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการเข้าประชิดตัวและใช้ความเร็วเหนือชั้นของเขาโจมตี แต่ทำอย่างไรกันดีล่ะ
บูมเมอแรงอันหนึ่งพุ่งเข้ามาตรงหน้าเขาด้วยความเร็ว อูรูว์ยกโล่ด้วยแขนซ้ายขึ้นป้องกัน และใช้แขนขวาหยุดบูมเมอแรงอีกอันที่เข้ามาอีกด้าน ให้ตายสิ! เวลาเช่นนี้ไม่ต้องนึกถึงยุทธวิธีตอบโต้หรอกแค่หลบการโจมตีทั้ง 16 ทิศให้ทันก็แย่แล้ว ชายหนุ่มเริ่มหายใจหอบเหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาไม่อยากใช้มันเลยจริงๆ

“เปล่าประโยชน์น่า คุณก็รู้นี่นา อาวุธบินได้เปรียบเสมอ” ลิ่มเคี้ยง กระโดดลงมายืนอยู่บนลานหินเบื้องหน้าเขา ยิ้มที่มุมปากดูเหมือนว่าบทสรุปของการต่อสู้ครั้งนี้ใกล้จะมาแล้ว

      อูรูว์เค่นเสียงหัวเราะ “ใช่คุณพูดถูก อาวุธบินได้เปรียบเสมอ และคุณเองก็ทำพลาดไปเหมือนกันนั่นล่ะ ลิ่มเคี้ยง“

      ลิ่มเคี้ยง ขมวดคิ้ว ถอยเท้าซ้ายไปอยู่ในท่าร่างที่เตรียมพร้อม ฟูเอียวตีจู ทั้ง 16 ของเขายังลอยอยู่รอบๆ ไม่มีทางที่เจ้าอัศวินจากปราการวันอาทิตย์จะเข้าโจมตีประชิดตัวเขาได้หรอก อย่าพึ่งกระวนกระวายกับคำพูดของศัตรู

      “ไม่นึกเลยแฮะว่าจะต้องใช้ นี่เป็น 1 ใน 3 ของปฐมศาสตราของผม และผมไม่เคยใช้มันกับใครมาก่อน” อูรูว์จับโล่ของเขาแนบอก ลมแห้งๆพัดเอาฝุ่นทรายม้วนขึ้นรอบๆตัวเขา ค่อยๆเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ งวงทรายที่ถูกลมพัดเข้ามาห้อมล้อมตัวเขาไว้

      “โจมตีเลย! ฟูเอียวตีจู” บูมเมอแรงทั้ง 16 ที่ลอยอยู่รอบตัว ลิ่มเคี้ยง พุ่งเข้าโจมตีอูรูว์ที่ยืนอยู่กลางงวงทรายจากทุกทิศทาง แต่..

      เคร้ง!!!

      โล่ใหญ่อาวุธประจำกายของอูรูว์ หมุนรอบตัวเขาด้วยความเร็วสูงจนดูเหมือนเป็นเกราะป้องกันบูมเมอแรงทั้ง 16 ที่พุ่งเข้าโจมตี
      “ คุณสมบัติของโล่ คือ ป้องกันภายนอก ปกป้องภายใน และแทรกแซงทั้งสองด้าน นี่ คือหนึ่งในนั้น” โล่ใหญ่ที่หมุนรอบอูรูว์เพิ่มความเร็วมากขึ้นจนแทบมองไม่เห็น ดูคล้ายว่าฟูเอียวตีจูทั้ง 16 กระแทกเข้ากับเกราะที่มองไม่เห็นรอบๆตัวของอูรูว์

      “ แต่คุณก็ตอบโต้ไม่ได้อยู่ดี เพราะคุณใช้โล่ป้องกันฟูเอียวตีจูไว้อยู่แล้ว เสียใจด้วยนะ ถึงแม้ผมจะทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ก็ปกป้องประธานนักเรียนคนเก่งที่กำลังไขฟังค์ชั่นอยู่ไม่ได้เหมือนกันนั่นล่ะ”

      “คุณทำพลาดอีกอย่างหนึ่งแล้วล่ะลิ่มเคี้ยง“
อูรูว์ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากออก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีชัย โล่แสงสว่างจ้าโผล่ขึ้นบินเหนือศีรษะของชายหนุ่มเตรียมพร้อมจู่โจมทันทีที่ได้รับสัญญาณถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อย

      ปฐมศาสตรา Tricera Protectia จู่โจมแทรกแซง

      โล่แสงพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง       ลิ่มเคี้ยง รีบหลบด้วยความว่องไว หากแต่โล่แสงก็วกตามมาด้วยความเร็วไม่แพ้กัน และดูเหมือนมันจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“กลับมานี่ฟูเอียวตีจู “
ลิ่มเคี้ยงเรียกให้ฟูเอียวตีจูกลับมาป้องกัน แต่ความเร็วของบูมเมอแรงกับโล่แสงต่างนั้นช่างกันลิบลับ โล่แสงกระแทกทะลุกลางอกออกหลัง พลันร่างของ ลิ่มเคี้ยง ก็หายไป
      
      “ผมไม่เคยบอกเสียหน่อยว่าผมมีโล่เพียงอันเดียว... ปีหน้าค่อยเจอกันใหม่นะ คุณเป็นคู่ต่อสู้ที่เก่งมากๆ” ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ชุ่มหน้าผาก เขาต้องพักสักหน่อยเสียแล้ว

      ...................................................

      เสียงเฮจากกลุ่มปราการวันอาทิตย์ดังลั่นจนรินทร์ต้องเอามือมาปิดหู แต่ยังเร็วเกินไปที่จะดีใจ เด็กชายคิด พรรคพวกของเขายังไม่สามารถฝ่าออกมาจากค่ายกลได้ แม้จะชนะขุนพลที่ปราการวันจันทร์เตรียมไว้ก็ไร้ประโยชน์

      ภาพบนหน้าจอส่วนของปราการวันอาทิตย์ เปลี่ยนเป็นมุมกว้างจากด้านบน ทำให้มองเห็นสมรภูมิโดยรอบ มาริคยังคงอยู่ที่เดิม โดยมีอูรูว์นั่งพักอยู่ไม่ห่างมากนัก รินทร์พยายามมองหาพี่รอสติกจากมุมนี้ แต่ยังไม่ทันกวาดตาดูได้ครบหมด ภาพก็เปลี่ยนมุม รอสติกที่รินทร์มองหาสักครู่โผล่มาพอดี

      .............................................

      แคร้ง!
      แม้ชายหนุ่มจะยกคาตาร์ขึ้นกันคมดาบที่ฟาดลงมาได้ทัน แต่ด้วยแรงมหาศาลที่ฟันลงมานั้น ก็ทำให้เขาถึงกับแขนชาทีเดียว กระนั้นรอสติก็ยังมีแก่ใจยิ้มตอบให้กับคู่ต่อสู้
      

“คุณเก่งกว่าที่เขาร่ำลือกันอีกนะครับ คุณปรายฟ้า”
ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้เว้นช่องว่าง รอสติกปัดดาบออกด้วยคาตาร์ข้างขวาอย่างแรง พลางป่ายคาตาร์ในแขนซ้ายขึ้นมาในแนวตวัดเฉียงหวังจะเล่นงานที่ช่วงกลางลำตัวด้วยส่วนป้านที่หลังแขนอันไร้คม แต่ปรายฟ้าฟ้าไหวตัวทัน ถอนดาบออกพร้อมกับกระโดดถอยหลบไปยืนตั้งหลักบนโขดหิน จ้องกลับมาอย่างประหลาดใจ

      “คำพูดนั้นควรจะเป็นของฉันมากกว่านะคุณรองประธานปราการวันอาทิตย์ บอกตรงๆการโจมตีของฉันเมื่อกี้นี้ แม้แต่ท่านประธานคุณไอรีนเอง ก็ยันไว้ได้ไม่ทุกครั้งหรอกนะ”
เธอเอ่ยชมชายหนุ่มตรงหน้า แม้ว่าจะดำรงตำแหน่งรองประธานนักเรียนเช่นเดียวกัน แต่รอสติกเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ของผาเกียรติยศ ที่ได้เป็นรองประธานตั้งแต่อยู่ชั้นปี 4 เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเรียนชั้นปี 5 เช่นเดียวกับเธอมากกว่าที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ และจากการต่อสู้นี้ ยืนยันได้แล้วว่า ชื่อเสียงของรองประธานหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีแต่คำร่ำลือเท่านั้น

“ขอบคุณที่ชมครับ แหะๆ เขินจัง”
หนุ่มรัสเซียฉีกยิ้มอย่างทะเล้น แต่ก็มิได้ลดการ์ดลงแต่อย่างใด อาวุธที่แขนทั้ง 2 ยังคงเตรียมพร้อมสำหรับการถูกจู่โจม อันที่จริงถ้าเลือกได้เขาไม่อยากจะสู้กับปรายฟ้าเลย แม้จะเป็นรองประธานนักเรียนเหมือนกันก็ตาม แต่รอสติกไม่นิยมการต่อสู้กับผู้หญิง ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่ตั้งรับไปเรื่อยๆ รอเวลาให้มาริคไขสมการแก้ค่ายกล แล้วจะได้หลบฉากหรือให้ผู้หญิงมาสู้ด้วยแทน

“ฉันรู้นะว่าเธอเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงถึงได้หันด้านที่ไม่มีคมออกมาสู้” รอสติกดูไม่ตกใจเท่าไรนักที่ปรายฟ้าคาดเดาความคิดของเขาออก ยังคงส่งยิ้มมาให้เหมือนเดิม
“แต่อย่าคิดว่าฉันเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วๆไปสิ อย่างน้อยเราก็เป็นรองประธานนักเรียนเหมือนกันนะ อย่า..”

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้เจตนาจะดูถูกคุณเลย แต่มันเป็นนิสัยเสียๆของผมเองแหละครับ” รอสติกรีบขัด เนื่องจากไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาดูถูกความเป็นหญิง แต่คำตอบของชายหนุ่มยิ่งทำให้ปรายฟ้ารู้สึกอยากเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้

“งั้นฉันนี่แหละจะเป็นฝ่ายบังคับให้คุณลงมือเอง” หญิงสาวหยุดโจมตี เก็บดาบลงฝัก จ้องมาที่รอสติก แววตามุ่งมั่นของเธอทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่า ต่อไปนี้จะเป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
“ที่จริงไม่อยากจะใช้ตั้งแต่เริ่มศึก แต่ฉันคงสู้คุณไม่ได้แน่ๆถ้าไม่ใช้มัน”

รอสติก ค้อมศีรษะรับเป็นเชิงให้เกียรติหญิงสาว ปรายฟ้าปล่อยดาบให้ลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าของเธอ รวบรวมสมาธิ พลันสายลมจากทุกทิศก็หอบเอาละอองฝุ่นธุลีดิน ม้วนเป็นสายเข้าหาตัวเธอ

ปฐมศาสตรา ค้างคาวแห่งอนธกาล

เธอจับด้ามดาบอีกครั้ง พลันฝักดาบสีน้ำเงินเข้มดุจท้องทะเลลึกก็สลายออกไปเอง เหลือเพียงแต่ดาบสีเงินเล่มเดิม สายลมที่พัดวูบเมื่อสักครู่นี้ก็สลายไปพร้อมๆกันด้วย
รอสติกขมวดคิ้ว ปกติแล้ว เวลาใช้ปฐมศาสตรา มันต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับศาสตราประจำกายบ้างสิ แต่นี่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่อะไรบางอย่างในสัญชาติญาณบอกเขาว่า อย่าได้ไว้วางใจรูปร่างภายนอกที่เห็น ชายหนุ่มกระชับคาตาร์ทั้งสองข้างขึ้น ตั้งท่าเตรียมพร้อม

“ ระวังตัวด้วยนะ เพราะนี่เป็นการต่อสู้จริงๆล่ะ”
ปรายฟ้ากระโดดขึ้นสูง อาศัยแสงอาทิตย์ที่ย้อนลงมา ทำให้รอสติกพร่าตา มองตามไม่ทัน แต่ชายหนุ่มก็ไหวตัวทัน รีบใช้วิชาตัวเบาเปลี่ยนจุดตั้งรับทันที เขายังไม่อยากเข้าประมือโดยตรงกับปรายฟ้าในตอนนี้ อันที่จริงแล้วมันเป็นหลักการทั่วไปสำหรับอัศวินอยู่แล้วว่าหากยังไม่รู้ถึงความสามารถของฝ่ายตรงข้าม การดุ่มตอบโต้นั้นเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย
      เขาต้องการรู้คุณสมบัติของปฐมศาสตราของปรายฟ้าก่อน

      “ช้าไปนะ พ่อรองประธาน”
      จู่ๆ ภาพหญิงสาวตรงหน้าเขาก็อันตรธานหายไป เสียงกระซิบอย่างคนมีชัยดังมาจากทางด้านหลัง รอสติกรีบหันกลับไปใช้คาตาร์กันการโจมตีทันที แต่สายไปเสียแล้ว

      ปึ้ด
      โชคดีที่ชายหนุ่มอาศัยความเจนสนามเบี่ยงตัวหลบทัน แต่เพราะการตัดสินใจผิดที่จะตั้งรับในตอนแรกทำให้เขาเสียจังหวะในการหลบไปเพียงแค่ 1 ก้าว แม้จะหนีออกมาได้พ้นระยะอันตรายแต่ ปลายดาบของอีกฝ่ายก็เรียกเลือดสดๆ ออกจากแขนขวาของเขาได้

แม้กระนั้นเขาก็ไม่ปล่อยจังหวะให้อีกฝ่ายโจมตีต่อเนื่องได้ เขารีบสาวเท้าเข้าประชิด ใช้คาตาร์แขนขวาปัดดาบออกจากระยะโจมตี หมุนตัวด้านซ้ายเข้าประชิดและใช้ข้อศอกถองเข้าลิ้นปี่ของปรายฟ้า หญิงสาวเซถอยออกไป แต่รอสติกก็มิได้ตามเข้าไปจู่โจมต่อ นั่นล่ะ เขาไม่ชอบต่อสู้กับผู้หญิง แม้จะเป็นผู้หญิงเก่งที่เรียกเลือดจากเขาได้ก็ตาม

“ นายยังคงไม่ให้เกียรติผู้หญิงเหมือนเดิมนะ รอสติกสลาฟ” ปรายฟ้าใช้ดาบยันตัวลุกขึ้น เค้นเสียงถาม มีแววเจ็บใจระคนอยู่ในน้ำเสียง
“ ผมบอกคุณไปแล้วว่านี่เป็นนิสัยเสียของผม ผมไม่ชอบสู้กับผู้หญิง อย่าถือสาผมเลยนะ”

“ถ้านายอยากพาพรรคพวกออกจากค่ายกลนี้ ก็ต้องโค่นฉันให้ได้ล่ะ” ปรายฟ้าหันไปทางมาริคพลางตะโกนเสียงดัง “ ไม่ต้องเสียเวลาแก้สมการหรอก ถ้าหาผู้ถือกุญแจในค่ายกลและฆ่าได้ ค่ายกลก็จะสลายไป และฉันนีแหละคือผู้ถือกุญแจของค่ายกลนี้”

มาริคเงยหน้าขึ้นจากลูกรูบิคที่หมุมคว้างอยู่ในฝ่ามือของเขา พยักหน้ากับรอสติก รองประธานนักเรียนคู่ใจ “เธอคนนั้นพูดจริง” เขาพูด พลางเก็บลูกรูบิคเข้าอกเสื้อตามเดิม “ดูเหมือนศึกนี้จะยุติได้ง่ายขึ้นนะ” มาริคหันไปมองสมรภูมิรบรอบๆ คู่อื่นก็กำลังต่อสู้กันอยู่เช่นเดียวกัน

“รอสติก นายรีบจัดการเสีย นี่เป็นคำสั่ง ถ้าทำลายผุ้ถือกุญแจได้ เราจะได้ออกไปจากค่ายกลนี้” เขาตะโกนสั่งรองประธานหนุ่ม รอสติกพยักหน้า หันกลับเข้าหาคู่ต่อสู้ตั้งท่าเตรียมพร้อม ที่จริงเขาไม่ใช่คนที่หลงตัวเองหรอก แต่ประเมินดูแล้วตอนนี้เขาสู้กับปรายฟ้าที่ใช้ปฐมศาสตราโดยที่ตัวเขาไม่ได้ใช้ ยังพอจะสูสี ถ้าหากเขาใช้ปฐมศาสตราน่าจะชนะได้ไม่ยากนัก

“ รองประธานของคุณน่ะ สู้ต่อไม่ได้แล้วล่ะ” แทนที่จะเตรียมตัวเข้าสู้ ปรายฟ้าลดดาบลง และหันมาพูดกับมาริคแทนเหมือนกับรอสติกไม่มีตัวตน

“อะไรนะ..”
ไม่ทันจะพูดจบ รองประธานหนุ่มก็ทรุดร่างลงไปกับพื้น ในหัวของเขาตอนนี้หมุนคว้าง รู้สึกเหมือนหายใจไม่อิ่ม ปากชา ปลายมือปลายเท้าชาไปหมด

“ความรู้สึกตอนร่างกายเสียเลือดมากๆ ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ คุณรองประธานสุดหล่อ” รองประธานปราการวันจันทร์ยิ้มเยาะ เธอสืบเท้าเข้ามาหารอสติกที่นอนอยู่บนพื้น ใกล้เข้ามาจนรอสติกได้กลิ่นฝุ่นจากรองเท้าของเธอ แต่เขาไม่มีแรงแม้จะเอื้อมมือไปคว้าข้อเท้าปรายฟ้าได้

“ ผมเสียเลือดไปนิดเดียวเอง นี่นา ทำไม? นายกำลังจะพูดประโยคนี้สินะ หึ“ เธอหยุดยืนตรงนั้น หันปลายดาบมาทางมาริคที่กำลังจะเข้ามาช่วยรอสติก
“อย่าเข้าสู้ ก่อนจะรู้ความสามารถของศัตรู คุณเคยพูดเองลืมแล้วหรือท่านประธานวันอาทิตย์” มาริคหยุดฝืเท้าลง แต่ไม่ใช่เพราะเกรงต่อความสามารถของปรายฟ้า ตรงนั้น รอสติกกำลังค่อยๆรวบรวมกำลัง ชันเข่าขึ้น

“ดูเหมือนว่าความสามารถของปฐมศาสตราของคุณก็คือ ดูดเลือดออกจากบาดแผลที่เกิดจากอาวุธของคุณสินะ” เขาลุกขึ้นยืนได้ในที่สุด แต่ก็ดูอ่อนแรง พร้อมจะล้มลงเมื่อไหร่ก็ได้ กระนั้นชายหนุ่มก็ยังไม่ทิ้งรอยยิ้มไป

ปรายฟ้าหันกลับมาทางคู่ต่อสู้ที่เธอคิดว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว
“เกือบถูก” เธอตอบ
“สิ่งที่ดูดเลือดของนายน่ะ คือฝักดาบต่างหาก เมื่อใดก็ตามที่...สร้างบาดแผล อณูฝักดาบที่กระจายอยู่ในอากาศจะดูดเอาเลือดออกมาทางนั้นและมาแปรเป็นพลังงานให้กับฉัน ดังนั้น” เธอตั้งดาบขึ้นพลางสืบเท้าเข้ามาหารอสติกช้าๆ
“ ดูท่าแผลเดียวคงจะเสียเลือดไม่เร็วพอสินะ”

      “ หึหึ หยุดเถอะ เธอน่ะแพ้แล้วนะ ปรายฟ้า”
      รอสติกที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงยืน เอ่ยขัดมาก่อน ทำให้มือที่เงื้อขึ้นเตรียมจะฟาดฟันลงมาของปรายฟ้าหยุดชะงัก เธอขมวดคิ้ว
      “ว่าอะไรนะ นายอ๊ะ...”

      หญิงสาวทำดาบหลุดจากมือตกลงพื้น รู้สึกร่างกายเต้นไม่เป็นส่ำ อ่อนแรงหายใจติดขัด เหมือน เหมือน....
      “ รู้สึกเหมือนโดนพิษใช่ไหมครับ คุณปรายฟ้า” รอสติกเอ่ยถาม แม้น้ำเสียงจะอ่อนแรงแต่แฝงไปด้วยความมีชัย ชายหนุ่มสูดอากาศเข้าปอดช้าๆ พลางจ้องดูคู่ต่อสู้ที่ตอนนี้ทรุดเข่าลงเนื้อตัวสั่นเทา ปลายมือปลายเท้าของปรายฟ้าเริ่มเขียว ซีด

      “เลือดของผมเต็มไปด้วยพิษนานาชนิด คุณก็รู้นี่นาว่าพวกสไนเปอร์น่ะเชี่ยวชาญเรื่องพิษขนาดไหน นับว่าเป็นโชคเข้าข้างผมจริงๆที่คุณดันมายุ่งกับเลือดของผมพอดี และตอนนี้เลือดของผมก็ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้คุณสินะ แต่ผมเรีมไม่แน่ใจแล้วว่ามันเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ หรือมันกำลังทำร้ายคุณอยู่กันแน่” รอสติกยิ้มเยาะกลับบ้าง

      ปรายฟ้าอยากจะโต้ตอบอะไรกลับบ้าง แต่ตอนนี้ร่างกายเธอเริ่มเป็นอัมพาต แม้แต่จะกะพริบตายังดูเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเหลือเกิน หญิงสาวรู้สึกถึงกระบังลมที่ค่อยๆหยุดทำงานทีละนิด ทีละนิด พร้อมๆกับลมหายใจสุดท้ายของเธอที่ใกล้หมดลงอย่างช้าๆ

      “ขอโทษจริงๆนะครับ ที่ทำให้คุณรู้สึกทรมาน ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากจบแบบนี้เลย ไว้เจอกันในงานเต้นรำปิดศึกชิงธง หวังว่าคงจะได้รอยยิ้มจากคุณบ้างนะครับ ผมอยากรู้จักว่าเวลาที่คุณยิ้มดีๆ แบบไม่เหยียดคนอื่นจะเป็นยังไง” เขายิ้มให้เธออีกครั้งแบบจริงใจ นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายและภาพสุดท้ายที่ปรายฟ้าเห็นก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายจะหลุดไป

      ...........................

      เสียงเฮจากกลุ่มนักเรียนปราการวันอาทิตย์ดังสนั่นอีกครั้งหนึ่ง ฮิเดอากิสะกิดเจ้าตัวเล็กที่เอาหน้าซุกกับอกเสื้อของเขาเบาๆ
      “นี่เจ้าเปี๊ยก มองได้แล้วพี่รอสติกชนะแล้วน่า”
      รินทร์ค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมอง เมื่อครูนี้ตอนที่รอสติกทรุดเข่าลง เขารีบซุกหน้ากับอกเสื้อของฮิเดอากิทันที แม้รู้ว่าถึงตายในการประลองแต่ก็กลับออกมาได้อย่างไม่สึกหรอ แต่รินทร์ก็ยังคงหวาดเสียวและทนดูไม่ได้เมื่อเห็นรอสติกพลาดท่าเกือบต้องเป็นฝ่ายถูกส่งกลับออกมาเสียแล้ว

      “ อ้าว.... ทำไมพี่รอสติกพลิกมาชนะได้ล่ะเนี่ย ฉันพลาดตรงไหนไปล่ะ” เด็กชายตัวน้อยเกาหัว ทำเอาเจ้าหมีเผือกส่ายหน้าอย่างระอา ก็ดันไม่ได้ดูเองแล้วจะมาสงสัยอะไรกันเล่า มัวแต่กลัวฉากหวาดเสียวอย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาต่อสู้จริงที่เคยผ่านมา รินทร์จะทำได้ดี ฮิเดอากิคิด

      พลันภูเขาหินเวิ้งว่างก็มลายหายไปในอากาศทันที บรรดาขุนพลของปราการวันจันทร์ทีมที่ถูกส่งมาต้อนรับทีมบุกจากปราการวันอาทิตย์พ่ายแพ้ และถูกส่งกลับออกมาที่ห้องหินหลักทั้งหมดแล้ว มาริคที่ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสำรวจดูสภาพแวดล้อมรอบๆ พวกเขาทั้งหมดอยู่ในห้องที่ก่อจากหินเหมือนๆกับห้องทั่วๆปในทุกปราการ แม้ขนาดห้องจะกว้างมาก แต่ก็ไร้เสาหินคอยค้ำจุนเพดาน แสดงว่า...

      “ พวกเราโชคดีมากเลยนะ ห้องนี้น่าจะเป็นโถงใหญ่ที่อยู่ใต้ดาดฟ้า นั่นก็แสดงว่าขึ้นบันไดไปเราก็เจอกับลานปักธงแล้วล่ะ คงไม่ต้องเจอคู่ต่อสู้อีกแล้ว” เขาเดินไปหารอสติกซึ่งดูอาการหนักสุดในบรรดาเพื่อนร่วมทีม พลางใช้โองการฟื้นฟูสภาพรักษาอาการบาดเจ็บของรองประธาน ในขณะที่พารุคและคีราห์ ที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยช่วยกันรักษาอาการของอูรูว์

      “นายว่าทีมจากปราการอื่นๆจะไปถึงไหนกันบ้างแล้วน่ะแจม” เอกรัตน์กับยูริเอล เดินมานั่งยองๆข้างๆ มาริคที่กำลังรักษารอสติกอยู่ พลางยิ้มให้เพื่อนร่วมทีม รอสติกพยักหน้ายิ้มตอบ
      “ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าเราน่าจะเป็นทีมแรกที่ได้ไปถึงดาดฟ้านะ นับเป็นโชคของพวกเราล่ะ เจอทีมที่หินที่สุดแต่พอเคลียร์ได้ก็กลายเป็นว่าเราถูกส่งมายังห้องโถงใต้ดาดฟ้าแล้ว อ้ะเสร็จแล้วล่ะ นายอาจจะยังไม่ฟื้นเต็มที่แต่ก็น่าจะพอไหวนะ” ประโยคหลังนี่เข้าหันไปพูดกับรอสติกที่ตอนนี้หน้ากลับมีสีเลือดฝาดขึ้นมาแล้ว

      “นั่นเหรอทีมที่หินที่สุดแล้วของปราการวันจันทร์ ไม่ทันจะได้ทำอะไรเล๊ย” ไอรีน เทียเดินเข้ามาช่วยพยุงรอสติกให้ลุกขึ้นยืน เธอไม่มีแม้กระทั่งรอยยับของเสื้อผ้าสัดนิด คู่ต่อสู้ของเธอถูกส่งกลับออกไปยังห้องหินหลักตั้งแต่ฝุ่นของการระเบิดครั้งแรกยังไม่จางเสียด้วยซ้ำ
“แหม ก็คุณไอรีนเก่งนี่ครับ ไม่เหมือนผมล่ะ เกือบเสียท่าแล้วเนี่ย” รอสติกค้อมหัวขอบคุณเพื่อนร่วมรุ่น ที่จริงตอนที่มาริคตัดสินใจเลือกเขาเป็นรองประธานนั้น รอสติกเคยคัดค้านเพราะคิดว่าไอรีนเป็นคนที่มีคุณสมบัติมากกว่า แต่ก็เป็นเธออีกนั่นล่ะที่ยกมือสนับสนุนให้เขาเป็นรองประธาน
เมื่อเช้านี้ก่อนร่วมงานเธอถอดริบบิ้นสุทธาสิโนบลออกเก็บเอาไว้ ทำให้เห็นเป็นรอยทางพาดตรงต้นคออันเกิดจากผิวที่ไม่ได้ต้องแดด จริงอยู่ว่าริบบิ้นแม้จะพังจากการต่อสู้อย่างไรก็จะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้หลังจากเสร็จสิ้นศึก แต่ไอรีนไม่ต้องการให้เครื่องหมายแห่งเกียรติยศของตระกูลที่ติดตัวเธอต้องเสียหาย คงจะคล้ายๆนิสัยของรอสติกที่ต่อให้เจียนตายอย่างไรก็ไม่อยากสู้กับผู้หญิงกระมัง

“ฉันตรวจคลื่นพลังตรรกะแล้ว บนดาดฟ้าไม่มีใครอยู่เลยสักคน แบบนี้พวกเราฉลุยแล้วล่ะ” ยูริเอลยิ้มแฉ่งเดินเข้ามาหาพรรคพวก ทุกคนตาโตด้วยความยินดี แบบนี้พวกเขาก็จะปิดศึกวันแรกไปได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียกำลังคนใดๆเลยสินะ

“ งั้นไปกันเถอะพวก....”

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก แจม”
แม้ไม่ต้องหันไปมองที่มาของเสียง ทุกคนในทีมก็รู้ว่าเป็นใคร ประธานนักเรียนปราการวันจันทร์ผู้ลือชื่อ หัวหน้าของเหล่าดอกไม้งามแห่งปราการสีแสงจันทร์

“ไอรีน... แบบว่า ไหนๆเราก็สนิทกันแล้วน่ะนะ ปล่อยพวกเราไปเอาธงสบายๆเถอะนะ”
มาริคเอาทะเล้นเข้าใส่ ที่จริงเขาก็ไม่คิดอยู่แล้วว่าจะต้องมาสู้กับเพื่อนสนิทในศึกชิงธง ทำเอาเพื่อนๆร่วมทีมกลั้นยิ้มไม่อยู่ แม้กระทั่งตัวไอรีน ปาราวตี วินเซนท์เองก็ตาม

“นี่ แจมที่จริงฉันก็อยากจะทำอย่างนั้นหรอกนะ แต่ว่า”
หญิงสาวค่อยชักระบำลมออกมาจากฝัก ประกายปลาบของดาบสะท้อนแสงให้เห็นถึงความคมกริบของมัน มาริคยิ้มตอบพลางควักลูกรูบิคออกมาจากอกเสื้อ ลูกบาศก์น้อยๆทั้ง 27 ลูกส่งแสงสีฟ้าเรืองออกมาพร้อมๆกับหมุนคว้าง
“ อันที่จริงนะไอรีน ฉันว่าเราเองก็ไม่เคยดวลกันเป็นทางการแบบนี้มาก่อนเหมือนกันนะ จริงไหม?”

ระบำลมถูกชักออกมาจนหมด ทิ้งเสียงควิ้ว...เบาๆค้างในอากาศ ทุกคนเงียบกริบ หากเหงื่อของใครสักคนหยดต้องพื้น คงจะได้ยินกันทั่ว
“ งั้นถือเสียว่าเป็นการทิ้งทวนก่อนเรียนจบ ห้ามออมมือเด็ดขาดเข้าใจไหม?”
ไอรีนยกดาบขึ้นตั้งท่าร่างอย่างเยือกเย็น

“อยู่แล้ว ใครออมมือต้องเลี้ยงนะ” มาริคยิ้ม ลูกรูบิคแตกออกเป็นลูกบาศก์ 4 เหลี่ยมเล็กๆ 27 ลูกลอยอยู่รอบๆตัวเขา ชายหนุ่มย่อตัวแยกขา ตั้งท่าร่างแบบกังฟูพร้อมสู้เต็มที่

“เอาล่ะน่ะ”

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 ม.ค.55 เวลา 13:21:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 10 จากทั้งหมด 10 Reply

คุณหมอเกาลัด
หมอหนุ่มหัวหน้าเทมปลาร์ทีม

เล็กๆน้อยๆ กับคนเขียน

บู๊เยอะนะตอนนี้ และเป็นสิ่งที่ผมเคยบอกอยู่เสมอมาว่า ผมเขียนบทบู๊ ฉากต่อสู้ไม่เคยเก่งเลย โชคดีที่ได้รับคำบอกเล่าชี้แนะจากคนในนี้เยอะครับ
ครบ 2 สัปดาห์ก็เอาตอนถัดไปมาลง ผมจะพยายามคงอัตราการลงแบบนี้ให้สม่ำเสมอนะครับ เพราะที่จริงบทนี้เริ่มเข้าสู่ส่วนท้ายของเรื่องแล้ว
ใกล้จะจบภาคนี้แล้วครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านครับ
คุณหมอเกาลัด

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 05 ม.ค.55 เวลา 13:23:06 น.

Izabelle
Oversea Student

วันนี้งานเยอะ ขอจองที่ไว้ก่อน ชะแว่บ~

Edit มาอ่านจบล่ะ
ตัวเด็ดๆ ของวันจันทร์มาออกทางนี้หลายคนเลย แล้ว 5 ทีมที่เหลือก็น่าจะสบายน่ะสิ?
ท่าทางวันที่ต้องป้องกันปราการเนี่ยคงยากโขจริงๆ

ลืมไปแล้วว่าจำนวนป้องกัน กับจำนวนบุกจัดกันยังไงนะ?

Edit by Izabelle - 06 ม.ค.55 เวลา 11:46:24 น.

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 05 ม.ค.55 เวลา 15:41:24 น.

Tsubura
Rider Hiper

ไม่ทราบว่ามี pack รวมฟิคไหมอะ ... ขอเก่าหายไปหมดแล้ว - - อยากจะย้อนกลับไปอ่านช่วงแรกๆเพราะแทบลืมเลือนแล้วนะเนี่ย ถ้ามีรบกวนด้วยนะ ^o^

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 05 ม.ค.55 เวลา 16:00:23 น.

คุณหมอเกาลัด
หมอหนุ่มหัวหน้าเทมปลาร์ทีม

search หาชื่อ "คุณหมอเกาลัด" ได้เลยครับ ทางท่านแอดมินได้ไปขุดมาให้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 05 ม.ค.55 เวลา 16:55:51 น.

Tsubura
Rider Hiper

รับทราบและปฏิบัติโดยพลัน :3

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 06 ม.ค.55 เวลา 01:47:17 น.

Yin
Doll

ลงชื่ออ่านแล้ว~

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 06 ม.ค.55 เวลา 12:08:54 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

มาละๆ จบตอนมาริคกำลังจะลงมือสู้เลย จบได้ตื่นเต้นจริงๆครับผม

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 06 ม.ค.55 เวลา 21:34:42 น.

คุณหมอเกาลัด
หมอหนุ่มหัวหน้าเทมปลาร์ทีม

บุกปราการละ 10 คน 6 ปราการ บุก 1 ปราการ ดังนั้นจะมี 60 คนที่เข้ารุม 1 ปราการ
ทีมป้องกัน ไม่จำกัด ขนกันมาทั้งปราการได้เลย (แต่ว่าทุกปราการมักจะจัดตัวเด่นๆ นำทัพน้องๆสู้)

ดูแลความปลอดภัยของทีมบุกโดย มาสเตอร์เอสเมอลันดาร์
ลูแลความปลอดภัยของทีมรับโดย มาสเตอร์มิรันตร

หากมีการลักลั่นระหว่างการแข่งขัน ถือผลตัดสินชี้ขาดจากคณะกรรมการที่นั่งโต๊ะกลมในห้องหินหลักของวันนั้น (เพราะบางวันคนอาจจะไม่ครบได้ครับ)

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 07 ม.ค.55 เวลา 15:57:24 น.

Izabelle
Oversea Student

ปราการที่เป็นฝ่ายรับวันแรกคงกระอักน่าดู เพราะยังเหลือๆ กันทั้งนั้น ^ ^

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 08 ม.ค.55 เวลา 23:20:36 น.

คุณหมอเกาลัด
หมอหนุ่มหัวหน้าเทมปลาร์ทีม

จึงป้องกันไม่ให้กระอักด้วยวิธีการใช้ โองการป้องกันชีวิต ไงครับ เสร็จศึกก็ไม่บาดเจ็บ ไม่อ่อนเพลีย พร้อมพรุ่งนี้ต่อ

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 09 ม.ค.55 เวลา 07:29:21 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 10 จากทั้งหมด 10 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ