Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 6 อาวุธของผู้กล้า

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย(โดยเฉพาะตอนนี) ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ(ประมาทย่อหน้าที่ 2 น่ะครับ) เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับและสวัสดีปีใหม่ครับ

ตอนที่ 6 อาวุธของผู้กล้า

ประชุมยามเช้าเป็นสิ่งที่ราเมลรู้สึกเบื่อหน่ายที่สุด...แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้-เขาจึงต้องมานั่งร่วมประชุมในยามเช้าที่แสนจะน่าเบื่อนี้...

ราเมลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหน้าสุดด้านซ้ายโดยมีเรนนี่นั่งอยู่ข้างๆ-ในห้องยังประกอบไปด้วยสเตย์ฟาน เลล่า มิคาเอล เอวด์ คูสรวมทั้งฟรอเดีย วินดี้ ลูนที่พึ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่รวมทั้งสิ้น 10 คน...

เพื่อรอคอยเทลน่าที่เข้าประชุมกองกับบรรดาหัวหน้าหน่วยต่างๆเข้ามาสั่งงานต่ออีกที่หนึ่ง...

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังวางอยู่จึงส่งเสียงทักทายกันอย่างเป็นกันเองและสนุกสนาน...คูสที่เป็นสปายหรือสายสืบประจำกองทัพมีนิสัยที่สอดรู้สอดเห็นจึงส่งเสียงถามพวกฟรอเดีย วินดี้และลูนที่เข้ามาประจำหน่วยที่ 3 นี้ออกไปว่า

“ทำไมพวกเธอถึงมาเป็นทหารกันล่ะ”

“ทำไมพวกเราถึงมาเป็นทหารกันหรือ”

ฟรอเดียที่พลางเอียงคอทวนคำกลับมาอย่างน่ารักด้วยความสงสัยอีกคน...วินดี้ที่นั่งกินน้ำส้มอยู่ด้านข้างจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ฉันหนีคุณตาที่เป็นจอมเวทย์ออกมาจากหมู่บ้านน่ะ-ก็เลยมาเป็นทหาร...

เธอยังทำหน้าเซ้งๆแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่ที่ไหนได้คุณตายังหนีคุณยายตามมาเป็นทหารอีกด้วยน่ะสิ”

“คุณตาของเธอเป็นใครหรือวินดี้”

คูสที่ได้ยินจึงหันไปถามยังเด็กสาวจอมเวทย์ด้วยความสงสัยทันที...วินดี้จึงเชิดปากส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจว่า

“ก็จอมเวทย์แก่ที่ชื่อโบนัส-ที่ทั้งจู้จี้และขี้บ่นแถมยังชอบเอาแต่เมานั้นไงล่ะ...”

เธอยังแลบลิ้นออกมาแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ยังดีที่คุณตาไม่อยู่หน่วยเดียวกัน-ไม่งั้นได้โดนบ่นหูชาอย่างแน่นอน”

“งั้นหรือ...”

คูลส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเข้าใจ-ราเมลก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย...ลูนจึงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ส่วนฉันก็แค่อยากหาผู้ชายดีๆสักคนมาแต่งงานเท่านั้นเอง-ไม่มีอะไรมากหรอก”

สเตย์ฟานที่ๆได้ยินถึงกับยิ้มออกมาทันที-เขารีบส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“แล้วอย่างฉันล่ะเป็นไงบ้าง”

“หือ...”

ลูนส่งเสียงร้องออกมาอย่างสงสัยพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายทันที-แต่เมื่อเห็นถึงเลล่าที่กำลังจ้องมองมายังเธอและสเตย์ฟานอย่างตาขว้างๆจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ไม่ล่ะ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันไม่ชอบผู้ชายมีเจ้าของแล้ว”

“โธ่...”

สเตย์ฟานส่งเสียงร้องออกมาอย่างผิดหวังเดินคอตกออกไปทันที...ทุกคนที่เห็นเช่นนั้นจึงนั้นจึงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

คูสที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบหันไปหายังฟรอเดียที่กำลังนั่งตรวจสอบคันธนูของตนอยู่จึงส่งเสียงถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“แล้วเธอล่ะ-ฟรอเดีย...”

เขายังกล่าวต่อไปพร้อมรอยยิ้มอีกว่า

“...เธอมาเป็นทหารทำไม”

“ฉันหรือ...”

ฟรอเดียส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ป่าที่ฉันเป็นพรานอยู่-โดนกองทัพของศัตรูทำลายไปหมดไม่เหลือสัตว์อะไรให้ล่าอีก...ฉันจึงต้องมาเป็นทหารเพื่อหาเลี้ยงตัวเองไงล่ะ”

“งั้นหรือ...”

คูสส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งยกเท้าทั้งสองขึ้นมาเหยียบกางหัวเข่าบนเก้าอี้ทั้งยิ้มออกมา...แต่ก่อนที่เขาหรือใครจะกล่าวอะไรออกมาเสียงของบานประตูจึงได้เปิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เอียด...ด”

เทลน่าที่สีหน้ายังคงแสดงถึงความไม่พอใจกวาดมองไปยังทุกคนแล้วก้าวไปนั่งยังโต๊ะเบื้องหน้าของทุกคนอย่างอารมณ์เสีย-โดยมีไรก้าที่ก้าวเดินตามมาด้านหลังด้วยสีหน้าที่หนักใจ...ทุกคนทีเห็นถึงสีหน้าและท่าทีของเทลน่าจึงทราบดีว่า”ผลของการประชุมแบ่งงานในยามเช้านี้-ต้องไม่ดีเท่าไหร่อย่างแน่นอน”

“เป็นไงบ้าง”

ราเมลเป็นคนเดียวที่กล้าส่งเสียงกระตุกหมวดเสือถามเทลน่าที่คล้ายกับลูกระเบิดเคลื่อนที่ออกไปในยามนี้...เทลน่าเพียงเลิกคิ้วซ้ายขึ้นให้ประกายตาที่ไม่พอใจกวาดมองมายังราเมลราวกับกำลังจะระบายอารมณ์อันไม่พอใจออกมาทันที-เธอที่ลุกขึ้นตบโต๊ะออกมาอย่างดังลั่นว่า

“ตุบ...”

แต่ก่อนที่เธอจะได้มีโอกาสกล่าวอะไรออกมานั้น...ไรก้าที่รู้หน้าที่จึงรีบเอาน้ำส้มเย็นๆที่รินออกมาจากแก้วส่งไปให้ยังเทลน่าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วว่า

“ดื่มน้ำให้ใจเย็นๆก่อนสิ-เทลน่า”

“ชิ...”

เทลน่าส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก-แต่เธอยังคว้าเอาแก้วน้ำส้มขึ้นไปดื่มอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังเธอเป็นสายตาเดียว

“อึก...”

หลังจากที่ดื่มน้ำส้มเสร็จอารมณ์ที่ร้อนและเสียของเทลน่าคล้ายกับเย็นและดีขึ้นมาเล็กน้อย-เธอกวาดสายตาจ้องมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ภายในห้องนี้แล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ผลการประชุมในเช้าวันนี้ให้หน่วยที่หนึ่ง สาม สี่ ห้าและหก-พร้อมทั้งผู้กล้าภายใต้การนำของแม่ทัพทัพที่หนึ่งซีน่อนไปค้นหาถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้กับท่านผู้กล้าเพื่อใช้ในการต่อสู้กับจอมมาร...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์แล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...อีกชั่วโมงหนี่งให้พวกเราทุกคนไปรวมตัวกันที่ประตูเมืองทางทิศเหนือ-เพื่อมุ่งหน้าไปยังหุบเขาแห่งแสงที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง”

“ทำไมเราต้องไปค้นหาอาวุธให้ผู้กล้าด้วย”

ราเมลส่งเสียงถามออกไปอย่างสงสัย เพราะหน่วยของเขาพึ่งจะกลับมาจากการค้นหาท่านผู้กล้าได้สำเร็จไม่ใช่หรือ...

ยังไม่ได้รับเงินรางวัลหรือความดีความชอบอะไรเลย...

“นั่นสิ”

สเตย์ฟานส่งเสียงพยักหน้าออกมาอย่างเห็นเดียวอีกคน เพราะเขาก็อุตส่าห์คิดว่า”จะได้เอาเงินรางวัลไปซื้อของให้กับสาวๆสวยๆในเมืองเสียหน่อย”...แต่เทลน่ากลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจเช่นเดียวกันว่า

“ทำไมเราต้องไปหาถึงอาวุธให้ท่านผู้กล้าน่ะหรือ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เป็นคำถามที่ดีมาก...”

ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบจ้องมองไปยังเธอเป็นสายตาเดียวราวกับรอคอยคำตอบ...เทลน่าที่เลิกคิ้วซ้ายขึ้นสูงด้วยความไม่พอใจยังกล่าวต่อไปว่า

“...ก็เพราะว่าการต่อสู้กับพวกปีศาจร้าย-ท่านผู้กล้าของเราจำเป็นที่ต้องอาศัยอาวุธวิเศษน่ะสิ...”

หยุดแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...สังเกตได้จากตอนที่ต่อสู้กับแร็ทดัส-ดาบที่ท่านผู้กล้าใช้ฟันใส่มันถึงกับหักเสียไป เพราะไม่อาจที่จะทนถึงความรุนแรงได้...”

“อืมม์”

ราเมลและทุกคนที่รวมอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับผู้กล้าเมื่อวานต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างเห็นด้วย...เทลน่าจึงกล่าวต่อไปว่า

“ส่วนสาเหตุที่หน่วยของเราโชคดีได้ไปกับท่านผู้กล้าในครั้งนี้...”

น้ำเสียงของเธอที่กล่าวออกมาราวกับเป็นโชคร้ายเสียมากกว่า-แต่เทลน่ายังคงกล่าวต่อไปอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...ก็เพราะพวกเราเป็นหน่วยที่ค้นหาถึงท่านผู้กล้าแห่งตำนานพบไงล่ะ”

“อืมม์”

ทุกคนจึงได้แต่พยักหน้ารับกลับไปอย่างช่วยไม่ได้...เทลน่าที่เห็นทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างรวดเร็วราวกับคำสั่งออกไปว่า

“เมื่อเข้าใจก็ดีแล้ว...”

เธอหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แยกย้ายกันไปได้แล้ว-อีกหนึ่งชั่วโมงให้ไปรวมตัวกันที่ประตูทางทิศเหนือ”

“ครับ”

“ค่ะ”

ทุกคนส่งเสียงตอบรับออกมาพร้อมทั้งต่างแยกย้ายกันออกไปเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางไปค้นหาอาวุธให้กับท่านผู้กล้าเพื่อใช้ต่อสู้กับจอมมารทันที...
-------------------------------------

อีก 1 ชั่วโมงต่อมา...

ราเมลและทุกคนต่างไปรวมกลุ่มยังประตูเมืองทางทิศเหนือตามคำสั่งที่ได้รับอย่างตรงเวลา...โดยหน่วยที่ 1 ยังคงมีรัลเรย์เป็นหัวหน้าเหมือนเดิมเช่นเดียวกับเทลน่าที่เป็นหัวหน้าหน่วยที่ 3-ส่วนหน่อยที่ 4 หัวหน้าคือกรีนนั่นเอง...

ในหน่วยของเขายังมีเอเลน ฟ็อก์ซ กันท์ โซดัสเป็นนักรบ

ฟ็อก์ซ เกรย์ ชายหนุ่มหน้าตาซูบผอมอายุ 30 ปี สูง 181 เซน ผมดำ สวมใส่เสื้อสีฟ้า กางเกงยีนส์ รองเท้าบูทสีน้ำตาล ใช้ดาบเป็นอาวุธ

กันท์ ทีโบว์ ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาอายุ 28 ปี สูง 176 เซน ผมสีน้ำตาล สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าหนังสีดำ ใช้ดาบซามูไรเป็นอาวุธ

โซดัส แม็กกี้ ชายหนุ่มผมยาวสีแดงอายุ 27 ปี สูง 179 เซน รูปร่างสูงสง่า สวมใส่เกราะสีเหลืองอ่อนๆทั้งร่าง ใช้หอกเป็นอาวุธ

จอมเวทย์กับนักบวชคือฟาแรนท์กับเซลูเวีย

ฟาแรนท์ บราว์ เป็นชายวัยกลางคนอายุ 41 ปีที่มีเครายาวสีน้ำตาล สูง 167 เซน สวมใส่ชุดยาวของพวกจอมเวทย์สีฟ้า ใช้ไม้เท้าที่ทำจากไม้เป็นอาวุธ

เซรูเวีย บากอน เป็นชายหัวโล้นอายุ 45 ปี สูง 189 เซน ร่างกายสูงใหญ่กล้ามเป็นมัดๆ สวมใส่ชุดนักบวชสีขาวสะอาด ใช้คทาทองเป็นอาวุธ

นักธนูสองคนคือ ราชีก้ากับเจราล์ดทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน

ราชีก้า ไนท์อาย เป็นหญิงสาวอายุ 24 ปี สูง 174 เซน มีใบหน้าเรียวสวย ดวงตาสีฟ้า ผมสีดำยาวถึงกลางหลัง สวมใส่ชุดเสื้อไร้แขนแบบเปิดหลังสีฟ้า กางเกงขายาวสีขาว รองเท้าผ้าสีฟ้า ในธนูไม้เป็นอาวุธ

เจราล์ด ไนท์อาย เป็นชายหนุ่มอายุ 26 ปี สูง 187 เซน ใบหน้าเหลี่ยม ดวงตาสีน้ำตาล ผมสีแดง ไว้หนวดเรียวสวยเหนือริมฝีปาก สวมเสื้อยึดสีฟ้า กางเกงขาวยาวสีขาว รองเท้าผ้าสีผ้า ในธนูไม้เป็นอาวุธ
สปายกับพลสนับสนุนคือคริสตี้กับมิลลิเดีย

คริสตี้ โฟว์รอน หญิงสาวหน้าตาสวยอายุ 25 ปี สูง 172 เซน มีผมยาวสีเขียวสั้นแค่หัวไหล่ ดวงตาสีแดง ใบหน้าสวยงาม สวมเสื้อยึดสีเหลืองทับด้วยเสื้อกั๊กสีแดง กางเกงขาสั้นสีแดง รองเท้าผ้าใบสีแดง ใช้ดาบสั้นเป็นอาวุธ

มิลลิเดีย ไกอา หญิงสาวหน้าตาสวยอายุ 22 ปี สูง 173 เซน มีผมยาวสีฟ้า ดวงตาสีทอง ใบหน้าสวยงาม สวมเสื้อปกกะลาสีสีชาวแถบฟ้า สวมกระโปร่งบานสีขาว รองเท้าผ้าใบสีขาว ใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ

ส่วนหน่วยที่ 5 มีมารอม สการ์เป็นหัวหน้า...เขาเป็นชายหนุ่มอายุ 27 ปี สูง 182 เซน ใบหน้าคมสันมีดวงตาสีฟ้า เส้นผมสีทอง สวมเกราะสีแดงทั้งชุด ใช้ดาบยาวเป็นอาวุธ

นักรบประจำหน่วยมีรอย อัลชู โบว์เคนและสบ็อก

โบว์เคน บาย เป็นชายกลางวันวัย 42 ปี สูง 192 เซนผมสั้นสีเขียว ดวงตาสีทอง สวมชื่อกั๊กสีเขียว กางเกงขาสั้นสีเขียว รองเท้าผ้าใบสีขาว ใช้ขวานเป็นอาวุธ

สบ็อก กัส ชายหนุ่มอายุ 23 ปี สูง 185 เซน หน้าตาดี ผมยาวปะบ่าสีทอง ดวงตาสีน้ำตาล สวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อน กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าสีขาว ใช้ดาบเป็นอายุ

จอมเวทย์กับนักบวชคือชินกับเซย์

ชิน ไก เป็นชายหนุ่มอายุ 24 ปี สูง 172 เซน หน้าตาธรรมดาๆ ผมสีดำ สวมชุดจอมเวทย์ที่มีหมวกแหลมสีน้ำเงิน ใช้ไม้เท้าสีดำเป็นอาวุธ

เซย์ ไก น้องชายของชินอายุ 21 ปี สูง 174 เซน หน้าตาคล้ายกัน สวมชุดนับบวชสีฟ้าใช้คทาไม้สีขาวเป็นอาวุธ

พลธนูคือสรายกับดัน

สราย ฟานเป็นเด็กหนุ่มอายุ 14 ปี สูง 156 เซน หน้าตาซุกซนดวงตากลมโตสีฟ้า ผมสีน้ำตาล สวมใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงผ้าสีเขียว รองเท้าสีดำ ใช้ธนูเหล็กอันโตเป็นอาวุธ

ดัน แคนเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปี สูง 173 เซน หน้าตาหล่อเหลาดวงตาคมกริบสีดำ ผมสีดำ สวมใส่ชุดสีเทา กางเกงยีน รองเท้าสีดำ ใช้ธนูไม้ธรรมดาๆเป็นอาวุธ

สปายกับพลสนับสนุนคือแบล็คกับดาวิช

แบล็ค กราว์น เป็นชายหนุ่มอายุ 23 ปี สูง 179 เซน หน้าตาซูบผอมดวงตาเรียวยาวสีน้ำตาล ผมสีดำ สวมชุดสำดำที่สวมกว้างทั้งตัว ใช้กรงเล็บแหลม 3 เล็บเป็นอาวุธ

ดาวิช พีส เป็นชายร่างอ้วนอายุ 32 ปี สูง 186 เซน หน้าตาอ้วนกลม ผมสีเทา ดวงตาสีแดง สวมชุดพ่อค้าสีขาวใช้มีดปังตอเป็นอาวุธ

ส่วนหน่วยสุดท้ายคือหน่วยที่ 6 นั้นมีหญิงสาวชื่อโซฟาลล่า อาร์เคสเป็นหัวหน้า...เธอเป็นหญิงสาวผมสีส้มหน้าตาน่ารัก อายุ 23 ปี สูง 174 เซน ดวงตาสีเหลืองที่กลมโต สวมใส่เสื้อสีม่วงแขนสั้น กางเกงขายาวสีขาว รองเท้าสีดำ ใช้ดาบปลายแหลมเป็นอาวุธ

มีอาเทรเซีย ลิเดีย ชาคง ทีดัสเป็นนักรบ

อาเทรเซีย ลัน เป็นหญิงสาวสวยผมสั้นสีม่วง ดวงตากลมโตสีฟ้า อายุ 19 ปี สูง 176 เซน สวมใส่ชุดเกราะปกกันหน้าอกสีฟ้าทับเสื้อตาข่ายสีดำไร้แขน เปลือยหน้าท้องสีขาวนวล สวมเกราะป้องกันแขนและขาสีเดียวกัน สวมกางเกงสีขาว ให้ดาบใหญ่เป็นอาวุธ

ลิเดีย นัสเบ็ล เป็นหญิงสาวสวยผมสีเขียวอ่อนๆยาวถึงกลางหลัง ดวงตาเรียวสีฟ้าอ่อน อายุ 23 ปี สูง 178 เซน สวมใส่ชุดเกราะสีม่วงทั้งร่าง ไม่สวมหมวก ใช้ดาบและโล่เป็นอาวุธ

ชาคง ลี เป็นชายหนุ่มผมยาวสีดำถักเป็นเปีย ดวงตาสีดำ อายุ 25 ปีสูง 177 เซน สวมใส่เสื้อยึดสีขาว กางเกงผ้าสีดำ ใช้ดาบใบกว้างลายมังกรเป็นอาวุธ

ทีดัส ซันนี่ เป็นชายหนุ่มอายุ 27 ปี สูง 176 เซน ผมสีทอง ดวงตาสีเหลือง สวมใส่เสื้อกั๊กสีเหลือง กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าสีขาวแถบฟ้า ใช้ดาบเป็นอาวุธ

พลธนูคือรินกับฟูลตัส

ริน บาแลนด์ เป็นเด็กสาวอายุ 15 ปี สูง 160 เซน หน้าตาน่ารักผมสีแดง ดวงตาสีม่วง สวมใส่เสื้อคอกลมสีน้ำตาลอ่อน กางเกงขาสั้นสีเข้ม รองเท้าผ้าใบสีขาว ใช้ธนูเหล็กสีดำเป็นอาวุธ

ฟูลตัส สกาวด์ เป็นชายหนุ่มอายุ 26 ปี สูง 175 เซน หน้าตาหล่อเหล่า ดวงตาสีคมสันสีฟ้า ผมยาวปะบ่าสีน้ำเงิน สวมใส่เสื้อเชื้อสีเขียวอ่อน กางเกงผ้าสีขาว รองเท้าบูทสีน้ำตาล ใช้ธนูทองเป็นอาวุธ
จอมเวทย์กับนักบวชคือเซเรนกับมาน

เซเรน มูนเป็นหญิงสาวสวยยาวผมสีฟ้า ดวงตาทรงเสน่ห์สีเขียวอ่อน อายุ 21 ปี สูง 164 เซน สวมใส่ชุดเกราะอกสีแดง สวมหมวกปลายแหลมสีเดียวกัน สวมรองเท้าส้นสูงสีแดง ใช้ไม้เท้าเงินเป็นอาวุธ

มาน ปันบุเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผมสั้นสีทอง ดวงตากลมโตสีฟ้า อายุ 19 ปี สูง 171 เซน สวมใส่ชุดนักบวชเสื้อสีเหลือง กางเกงสีขาว รองเท้าบูทสีดำ ใช้สนับมือเป็นอาวุธ

และสปายกับพลสนันสนุนคือซันชายกับเจนด้า

ซันชาย ดักกี้ เป็นชายกลางคนอายุ 43 ปี สูง 179 ปี ดวงตาสีเทา หัวโล้น ร่างผอมสูง สวมชุดรัดรูปสีน้ำตาล ใช้ดาบเรียวยาวเป็นอาวุธ

เจนด้า สปาต้าเป็นหญิงสาวน่ารักหน้ารักผิวสีน้ำตาล ดวงตาสวยคล้ายแมวสีดำ ผมดำสั้นๆอายุ 18 ปี สูง 172 เซน สวมใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีเหลือง กางเกงขาสีเหลืองยาวแค่หน้าแข้ง สวมรองเท้าผ้าสีขาว ใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ

เมื่อทุกคนมารวมกันที่หน้าประตูเมืองทางทิศเหนือของเมืองเฟรย์ลิเซียเรียบร้อยแล้ว-ทุกคนก็ออกเดินทางทันทีตามเวลาที่กำหนดไว้...ในการเดินทางครั้งนี้จะมีรถม้า 5 คันสำหรับทั้ง 5 หน่วยโดยให้หน่วยสนับสนุนหรือกองเสบียงเป็นคนขับเกวียนแล้วให้ผู้หญิงในหน่วยสามารถขึ้นไปนั่งพักได้...

...ส่วนผู้ชายให้เดินไปเอาเอง

ทั้งหมดจึงมุ่งหน้าไปยังหุบเขาแห่งแสงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือทันทีพร้อมทั้งผู้กล้าเพื่อออกเดินทางไปค้นหายังอาวุธใช้ในการต่อสู้กับจอมมารที่ต้องการรุกรานยังดินแดนแห่งนี้
-------------------------------------

การเดินทางในครึ่งวันแรกไม่มีอะไรมากนักเพียงเดินทางไปประมาณ 3 ชั่วโมง...

เมื่อได้เวลาแล้วซีน่อนจึงสั่งให้ตั้งค่ายชั่วคราวสำหรับหุงหาอาหาร-โดยมีพลธนูออกไปล่าสัตว์และสปายก็ไปสำรวจเส้นทางเบื้องหน้าตามเดิม...ในขนาดที่เหล่าหน่วยสนับสนุนหรือพ่อครัว-แม่ครัวประจำหน่วยก็เตรียมอุปกรณ์เพื่อทำอาหารให้กับทุกคนทานตามปกติ...

ราเมลในวันนี้เมื่อเทียบกับการเดินทางในวันก่อนจัดว่า”สบายกว่ามากนัก”...พลทหารเช่นเขาไม่ต้องแบกข้าวของเดินทางแล้ว เพราะสิ่งของต่างๆได้ถูกเก็บเอาไว้ในรถม้าเรียบร้อย-เขาสามารถจึงนั่งพักดื่มน้ำที่ข้างลำธารอย่างสบายใจเพื่อรอเรนนี่ทำการต้มสตูเนื้อหมูป่าที่ฟรอเดียล่ามาได้...

...โดยใช้เสน่ห์ของเธอเรียกเอาสเตย์ฟานไปแบกมา

เทลน่าที่ลงจากหลังของเครสเซ็นด์ไปนั่งพักเหนื่อยที่ใต้ร่มไม้ข้างลำธารเพื่อรับเอาไอเย็นที่โชยพัดผ่านมากับสายลมที่พัดเหนือผิวน้ำอย่างสบายใจ...โดยมีไรก้าทำหน้าที่คอยดูแลและเป็นเบ้รับใช้จึงรีบยื่นเอากระติกใส่น้ำที่ปลดจากหลังม้าสีขาวส่งให้กับเทลน่าดื่มอย่างสบายอารมณ์...

ยามเมื่อเรนนี่ต้มสตูหมูป่าเสร็จแล้วจึงยิ้มแล้วส่งเสียงร้องเรียกทุกคนออกมาอย่างดีใจว่า

“เสร็จแล้ว...”

เธอที่ตักเอาสตูใส่ชามอย่างรวดเร็ว-ปากยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มากินกันได้แล้วล่ะ-ทุกคน”

ไรก้าจึงเข้าไปรับเอาชามแรกมาเสริฟ์ให้กับเทลน่าทันทีก่อนตามด้วยทุกคนจะเข้าไปตักสตูแล้วไปหาที่นั่งกินอย่างรวดเร็ว...เรนนี่ที่มีหน้าที่ตักอาหารจึงเอาชามตักส่วนของตนเองพร้อมทั้งชามใหญ่ตักยังเนื้อและส่วนดีๆก้าวเดินไปหาราเมลที่นั่งพักอยู่ข้างลำธารด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“นี่จ๊ะ-ราเมล”

“ขอบใจ”

ราเมลส่งเสียงกล่าวออกไปพร้อมทั้งรับเอาชามสตูจากเรนนี่มายกขึ้นดื่มเล็กน้อย...เรนี่ที่เห็นเข่นนั้นจึงรีบกล่าวออกไปว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ...”

เธอยังถามต่อไปอีกอย่างรวดเร็วว่า

“..อร่อยมั้ย”

“อืมม์...”

ราเมลที่พยักหน้าพลางยกชามสตูขึ้นซดอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปทั้งรอยยิ้มว่า

“...อร่อยมากเลย”

“อืมม์”

เรนนี่ส่งเสียงตอบรับออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มแห่งความดีใจ-เธอที่หน้าแดงขึ้นมา เพราะคำชมของราเมลจึงก้มหน้าซ่อนถึงใบหน้าที่แดงของเธอแล้วจึงค่อยๆตักเอาสตูกินอย่างมีความสุข...ทางด้านเทลน่าที่กวาดสายตามามองดูทั้งสองคนเล็กน้อยก็เบือนไปมองทางอื่นอย่างเซ้งๆแล้วก็ตักสตูกินต่อไปจนหมด เพราะฝีเท้าอาหารของเรนนี่จัดว่า”อร่อยจริงๆ”…

ไม่เหมือนกับเธอที่ทำไม่เป็น…

ก่อนที่เวลาบ่ายคล้อยจะมาถึงพร้อมทั้งดวงตะวันที่ไม่เป็นใจ...ท่านผู้กล้าอาดิออนที่ต้องการรีบเดินทางไปยังหุบเขาแห่งแสงจึงส่งเสียงสั่งการทุกคนออกไปว่า

“พวกเรารีบเดินทางกันเถอะ”

“ครับ...”

“อืมม์...”

“ค่ะ...”

เหล่าทหารทั้งหลายต่างส่งเสียงส่งเสียงตอบรับออกมา-มีเพียงเทลน่าเท่านั้นที่นิ่งเงียบไม่กล่าวอะไรออกมา...ซีน่อนที่ใจจริงอยากจะนอนหลับสัก 3-4 ชั่วโมงเพียงได้แต่ลืมตาขึ้นมาอย่างไม่ยินยอมเท่าไหร่นัก-เขาอ้าปากหาวออกมาอย่างขี้เกียจ...

“หาว...ว”

แล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างเฉื่อยชาปล่อยให้มันก้าวเดินออกไปยังเส้นทางที่ทอดออกไปเบื้องหน้าอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้-เคียงข้างกับเครสเซ็นด์...

...ม้าสีขาวของเทลน่าเพื่อมุ่งหน้าไปยังหุบเขาแห่งแสง

บนเส้นทางที่กองทัพทั้ง 60 กว่าชีวิตที่ก้าวผ่านไปนั้นมีวัว 2 ถึง 3 ตัวที่กำลังกัดกินหญ้าอยู่ถึงกับจ้องมองทุกคนด้วยสายตาที่เป็นประกายพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

“วัว...”

ซีน่อนที่เพียงหันมามองยังวัวทั้งหลายเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เพราะเท่าที่เขาทราบแถวนี้ไม่น่าจะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่ใช่หรือ...

แล้ววัวมันมาจากไหนกัน...

“อืมม์...”

เขาที่เก็บถึงความสงสัยเอาไว้ในใจได้แต่ควบม้าก้าวเดินตามหลังม้าเทลน่าออกไปเท่านั้น
-------------------------------------

การเดินทางในวันนี้สิ้นสุดลงเมื่อตะวันตกดิน...ถึงอาดิออนที่รีบร้อนจะไปค้นหาอาวุธถึงเพียงใดก็ต้องหยุดยั้งลงไปการเดินทางยามค่ำคืน เพราะอาจจะโดนซุ่มโจมตีจากศัตรูได้...

...ซึ่งอาจจะมีน่ะ

ทุกคนจึงตั้งค่ายพักแรมชั่วคราวที่ปากทางเข้าสู่ชายป่า เพราะขอเพียงตัดผ่านชายป่าแห่งนี้ไปประมาณครึ่งวันก็จะถึงยังหุบเขาแห่งแสงที่มีตำนานถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ซุกซ่อนอยู่แล้ว...

กระโจมทั้งหลายจึงถูกลากลงมาจากรถม้ากลางให้กับหญิงสาวนอนได้ประมาณ 5 ถึง 6 คน-ส่วนผู้ชายให้นอนเฝ้าอยู่นอกกระโจมและบนรถม้าตามสะดวก...

ส่วนเวรยามนั้นให้แต่ละหน่วยรับผิดชอบเวรละ 2 ชั่วโมงครึ่ง-โดยเริ่มจากหน่วยที่ 1 รับหน้าที่ตอน 2 ทุ่มไปจนถึง 4 ทุ่มครึ่งแล้วหน่วยที่ 3 ของเทลน่าก็รับช่วงต่อไปอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง...จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่หน่วยที่ 6 ตอน 8 โมงครึ่งตอนรุ่งเช้าพอดี...

หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปนอนตามที่ๆของตนเอง-เทลน่าที่ง่วงจึงก้าวเข้าไปนอนภายในกระโจนอย่างรวดเร็วทันที...โดยยังไม่ทันได้ถอดเกราะก็หลับไป เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง

...

จึงกระทั่งเมื่อถึงเวลาที่เปลี่ยนเวร...ไรก้าจึงได้เข้ามาปลุกเทลน่าจากที่นอนอย่างรวดเร็วทันที

“ท่านเทลน่า-ตื่นได้แล้วล่ะ”

“หือ...”

เทลน่าที่รู้สึกตัวเพียงส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งไหลับตาลงไปต่ออย่างขี้เกียจ...ไรก้าจึงเขย่าตัวของเทลน่าแล้วส่งเสียงเรียกปลุกออกไปอีกว่า

“นี่ได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้วน่ะ”

“อืมม์...”

เทลน่าที่ส่งเสียงออกมาแต่กลับไม่ยอมลืมตาขึ้นมา-เธอเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไรก้า-เธอดูแลแทนฉันทีเถอะ”

“แต่ว่า...”

ไรก้าที่คิดจะกล่าวอะไรออกมาอีก...แต่เสียงของซีน่อนที่ไม่ทราบว่า”ก้าวเข้ามาในกระโจนเมื่อไหร่”กลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ปล่อยให้เธอนอนต่อไปเถอะ”

“หา”

ไรก้าที่หันไปมองเพียงส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจรีบหันไปมองยังอีกฝ่ายทันที...ซีน่อนที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเทลน่าที่หลับใหลอยู่บนเตียงสนานแบบพับได้อย่างมีความสุขเพียงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“วันนี้เธอคงเหนื่อยมาทั้งวัน...”

ปากยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...อยู่สบายๆในวังไม่ชอบ...”

แล้วหันไปกล่าวกับไรก้าว่า

“...เธออยู่ดูแลเทลน่าแล้วกัน-ไรก้า...เดี๋ยวฉันจะช่วยดูแลเวรคืนนี้ให้เอง”

“ค่ะ”

ไรก้าส่งเสียงร้องออกไปพร้อมทั้งรอยยิ้มอย่างยินดี เพราะหากซีน่อนรับผิดชอบแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะต้องห่วงอีก...ซีน่อนที่เห็นถึงรอยยิ้มของไรก้าเพียงฝืนยิ้มอย่างเกียจคร้านตอบรับกลับไปเท่านั้น-เขาหันกายก้าวเดินออกไปจากกระโจนอย่างรวดเร็ว

“ตุบ...ตุบ...”

ก้าวตรงไปยังราเมลที่อ้าปากห้าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายง่วงเท่าไหร่นัก...ซีน่อนจึงส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“เป็นไงบ้าง”

“ปกติดีครับ”

ราเมลส่งเสียงตอบออกไปอย่างรวดเร็วทันที...ซีน่อนเพียงยิ้มออกมาอย่างเฉื่อยชาเล็กน้อยแล้วกวาดสายตาจ้องมองไปยังราเมล สเตย์ฟาน มิคาเอล คูลและเอวด์ที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆพร้อมทั้งส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“ตื่นขึ้นมาแค่นี้เองหรือ”

“ครับ…”

สเตย์ฟานที่อยู่ใกล้ๆได้แต่รีบพยักหน้าตอบรับออกมาทันที-เขายังรีบส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วว่า

“...พวกเราแค่นี้ก็อยู่เวรกันได้แล้วครับ-ไม่จำเป็นต้องไปปลุกสาวๆหรอกครับ”

“อืมม์...”

ซีน่อนที่พยักหน้าตอบรับพร้อมทั้งกวาดสายตามองไปยังชายหนุ่มทั้ง 5 แล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่ถือสาอะไรว่า

“...งั้นก็ตามใจ”

แล้วทรุดกายลงไปนั่งข้างกองไฟพร้อมทั้งโยนเอากิ่งไม้เข้าไปเผาไหม้เพิ่มแสงสว่าง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามกองไฟดับอย่างเด็ดขาด-ซีน่อนที่นั่งพิงข้างก้อนหินเพียงเอากระติกใส่เหล้าขึ้นมาดื่มเล็กน้อยอย่างไม่สนใจอะไร...

“อึก...อึก...”

แล้วกวาดสายตาจ้องมองไปยังราเมลที่กำลังอ้าปากห้าวอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ดื่มมั้ย-ราเมล...”

เขาที่จำชื่อราเมลได้ส่งเสียงร้องเรียกออกไปพลางยื่นกระติกใส่เหล้าไปยังเบื้องหน้าราเมลแล้วกล่าวออกไปพร้อมรอยยิ้มว่า

“...แก้ง่วง”

“ผมว่าไม่ดีมั่งครับ...”

ราเมลที่ส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความลังเลอยู่นิดๆยังกล่าวออกไปอีกว่า

“...เรากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่น่ะครับ”

“อึก...อึก…”

แต่ซีน่อนที่ดื่มเข้าไปอีก 2-3 อึกแล้วยื่นกระติกเหล้าไปให้กับราเมลอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ดื่มแค่นี้ไม่เมาหรอกน่า”

“เออ...เออ...”

ราเมลที่ลังเลเล็กน้อยสุดท้ายที่ยื่นมือออกไปรับเอากระติกเหล้ามา-เขาส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ก็ได้ครับ...อึก...อึก...”

แล้วดื่มลงไปอย่างรวดเร็ว-เขารู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของเหล้าที่ไหลเวียนลงไปยังกระเพาะแล้วแผ่ขยายจากหัวใจที่สูบฉีดไปตามแขนขาของตนสร้างความอบอุ่นให้อย่างรวดเร็วยิ่งพร้อมทั้งส่งกระติกเหล้าคืนไปยังซีน่อนพร้อมทั้งกล่าวออกไปว่า

“ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไร...”

ซีน่อนเพียงยิ้มรับพลางรับกระติกในเหล้ากลับไป-เขายังถามราเมลออกมาอีกว่า

“...เป็นไงล่ะ-รู้สึกดีขึ้นบางมั้ย”

“ครับ”

ราเมลส่งเสียงตอบรับออกไปทันที เพราะเริ่มที่จะหายง่วงขึ้นมาบางแล้ว...แต่ซีน่อนที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆกลับส่งเสียงถามราเมลออกไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวว่า

“นายรู้สึกอะไรแปลกๆบางมั้ยล่ะ-ราเมล”

“อะไรแปลกๆ...”

ราเมลทวนคำกลับมาอย่างสงสัย-เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มีอะไรแปลกๆหรือครับ”

“นายลองสังเกตดูให้ดีๆซิ”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งดื่มเหล้าลงไปในลำคออย่างรวดเร็ว...ราเมลที่ได้ยินซีน่อนกล่าวออกมาเช่นนั้นจึงเงยหูฟังพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆทันที

...

ไม่มีเสียงอะไร...

ราเมลไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย...

“ผมไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเลยนี่ครับ...”

ราเมลที่ยังไม่เข้าใจ-เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ผมไม่เห็นจะได้ยินเสียง...”

แต่เขาที่คล้ายกับฉุกใจคิดอะไรได้ยังกล่าวต่อมาอีกอย่างตกใจว่า

“...เสียง...”

“ใช่แล้วเสียง”

ซีน่อนที่สบสายตาราเมลพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม...ราเมลที่กวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความกังวลได้แต่เพียงส่งเสียงกล่าวออกไปมาว่า

“คืนนี้มันเงียบผิดปกติ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...เสียงมันเงียบผิดปกติไป”

มือของเขาถึงกับเลื่อนมาจับดาบอย่างไม่รู้ตัว-อาจเป็นไปได้ว่า”อาจจะมีศัตรูซุ้มโจมตีอยู่แนวๆนี้ก็ได้” เพราะตามปกติมันน่าจะมีเสียงสัตว์หรือเสียงแมลงส่งเสียงใดๆบ้างซิ...

“ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดีสิน่ะ”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มที่เฉื่อยชาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปเสียแล้ว...ราเมลที่ได้ยินจึงกล่าวออกไปว่า

“นั่นสิครับ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก็ดี”

“หือ...”

แต่ซีน่อนที่กำลังดื่มเหล้าอยู่ถึงกับตาเป็นประกายสร่างจากอาการเมาเหล้าในพริบตา-มันคมกริบราวกับคมดาบที่จ้องมองไปรอบอาณาบริเวณอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งลุกขึ้นมายืนอย่างราวเร็วทันที

“เฟียว...”

เขาที่ชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วส่งเสียงร้องบอกราเมลออกไปอย่างรวดเร็วว่า

“ราเมล-รีบไปปลุกทุกคนเร็วเข้า”

“หา”

ราเมลร้องออกมาอย่างตกใจ-เขาที่ยังงงๆทำอะไรไม่ถูกราวกับยังไม่เข้าใจอะไร...ที่ซีน่อนจึงรีบอธิบายด้วยถ้อยคำสั่นๆแต่ได้ใจความอย่างชัดเจนยิ่งว่า

“พวกเราถูกล้อมไว้หมดแล้ว”

สิ้นเสียงของซีน่อนก็ปรากฏยังดวงตาสีแดงเพลิงด้วยความพิโรธมากมายนับร้อยๆดวงสุกสว่างขึ้นมารอบล้อมค่ายพักแรมของราเมลไว้ในพริบตา...ราเมลที่ไม่รอช้ารีบส่งสัญญาณให้กับสเตย์ฟานและทุกคนรีบแยกย้ายกับออกไปปลุกยังทุกคนให้ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วยิ่ง-ส่วนตัวเขาก็รีบวิ่งเข้าไปภายในกระโจมเห็นถึงไรก้าที่กำลังจะหลับอยู่นั่นจึงส่งเสียงร้องออกไปว่า

“ไรก้า...”

เมื่อเห็นถึงไรก้าสะดุ้งตัวลืมตาขึ้นมา-เขาที่ไม่รอให้เธอตอบอะไรออกมารีบส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วแข่งกับเวลาว่า

“...รีบปลุกเทลน่าและทุกคนเร็ว”

“มีอะไรหรือ…”

ไรก้าส่งเสียงถามออกมาพร้อมทั้งลงมือเขย่าร่างของเทลน่าบนที่นอนให้ตื่นขึ้นทันที...ราเมลจึงรีบตะโกนตอบพร้อมทั้งปลุกเรนนี่ที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในกระโจนออกไปว่า

“เราถูกล้อมไว้หมดแล้ว...”

พร้อมทั้งหันไปกล่าวกับเรนนี่ว่า

“...เรนนี่ตื่นได้แล้ว”

“หา...”

ไรก้าที่ได้ยินเสียงร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมทั้งเขย่าร่างของเทลน่าที่หลับใหลให้ตื่นตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย-ปากยังกล่าวออกไปว่า

“....ตื่นเร็วเข้า-เทลน่า”

“หือ...”

เทลน่าส่งเสียงรับคำออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งลืมตาขึ้นมา...ไรก้าจึงรีบส่งเสียงร้องออกไปอย่างรวดเร็วแล้วดังลั่นว่า

“...เราโดยศัตรูล้อมเอาไว้หมดแล้ว”

“หา...”

เทลน่าส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมทั้งลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับหายง่วงไปเป็นปลิดทิ้ง...ในขนาดที่เบื้องนอกหลังมีเสียงร้องขึ้นมาดังลั่นท้องทุ่งไปหมด

“วัว...”

“ครื่น...ครื่น...”

พร้อมทั้งเสียงฝีเท้าที่สั่นสะเทือนแผ่นฟ้าและพื้นดินให้สั่นไหวมุ่งหน้าตรงมายังทางนี้อย่างรวดเร็วยิ่งราวกับโลกาจะวินาศดับสูญลงไปหมดสิ้นแล้ว

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 ม.ค.55 เวลา 03:03:24 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 6

คูส      :      พวกเธอมาเป็นทหารทำไม
วินดี้      :      ฉันหนีออกไปจากไม่มีที่ไป
ฟลอเดีย      :      อยู่บ้านไม่มีอะไรกิน
ลูน      :      ฉันแค่อยากมาหาผู้ชายดีๆแต่งงาน
เทลน่า      :      นี่พวกเธอไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นทหารกันเลย
ไรก้า      :      แต่เทลน่าก็มาเป็นทหารเพราะไม่อยากแต่งงานไม่ใช่หรือ
ทุกคน      :      เธอมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ
      เทลน่าได้แต่นิ่งเงียบไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 01 ม.ค.55 เวลา 03:04:12 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ