Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

The Chronicle of Farnese: Myth of Arcadia - Part 57


"เอค?"



สตรีผู้เป็นเจ้าของบ้านกล่าวออกมาอย่างแปลกใจ เมื่อน้ำเสียงที่คุ้นเคยบ่งบอกว่าผู้บุกรุกยามวิกาลแท้จริงแล้วกลับเป็นบุตรชายของตน ซึ่งควรจะกำลังอยู่ในที่ที่ห่างไกลออกไปแสนไกล

"...แม่ครับ...คือ..." เอคครางเสียงสั่น ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอธิบายที่ตรงไหนดี ขณะที่เรเกียซึ่งทำท่าจะลุกขึ้นก็ถูกปลายดาบของสตรีแปลกหน้าชี้คุมเชิงเอาไว้ในทันที

"ท่านเหล่านี้คือจอมเวทแห่งอาร์คาเดียหรือ" หญิงวัยกลางคนผู้มีรูปโฉมอ่อนวัยกว่าอายุจริงเอ่ยถามพลางจับจ้องไปยังเงาตะคุ่มทั้งสาม เมื่อได้ยินบุตรชายตอบรับจึงเก็บดาบก่อนจะเร่งควานหาตะเกียงบนโต๊ะมาจุด ครั้นแล้วจึงได้เห็นสภาพของชายสูงวัยที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเอค

"พาเขาไปที่บ้านท่านปู่" ผู้เป็นมารดาเอ่ยสั่งบุตรชายพลางชี้ไปในทิศที่เรือนของผู้อาวุโสซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านตั้งอยู่ ก่อนจะหันไปหาเรเกียซึ่งอยู่ใกล้ๆ "ท่านเองคงพอเดินไหวใช่ไหม"

เมื่อเห็นจอมเวทหนุ่มพยักหน้ารับ หญิงวัยกลางคนจึงเร่งลุกไปเปิดประตูบ้าน ซึ่งเมื่อพบว่าบานประตูยังคงถูกลงกลอนจากด้านในอยู่ดังคาด ก็ได้แต่ลอบถอนหายใจกับตนเองอย่างแผ่วเบา ซึ่งกิริยานั้นก็อยู่ในสายตาของเรเกียที่เฝ้ามองอยู่อย่างเงียบๆ ขณะที่เอคนั้นกลับได้แต่งุนงงกับท่าทีของมารดาที่ดูจะไม่แปลกอะไรเอาเสียเลย

"ท่านจอมเวทได้รับบาดเจ็บอย่างไร"

มารดาของเอคเอ่ยถาม ขณะหิ้วตะเกียงเดินกึ่งวิ่งนำหน้าบุตรชายซึ่งอุ้มร่างของจอมเวทเฒ่าตรงไปยังเรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน โดยมีเรเกียเดินตามไปติดๆ

"...คิดว่าไม่มีบาดแผลอะไรครับ... แต่..."

"ใช้พลังเวทมากเกินไป"

ถ้อยคำของมารดาที่กล่าวโดยไม่ได้หันกลับมามองทำให้เอคประหลาดใจจนเผลอหยุดฝีเท้า เมื่อเรเกียที่เดินตามหลังมาสังเกตเห็นจึงแตะไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ทำให้เอคได้สติเร่งเดินต่อไป

ครั้นเมื่อถึงที่หมาย มารดาของเอคก็เคาะกระดิ่งที่หน้าบ้านของผู้อาวุโสเป็นจังหวะ ไม่นานนักประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก ก่อนที่ร่างของชายชราจะปรากฏขึ้นพร้อมกับแสงตะเกียง

"ท่า-...เอ้อ...ยูลา" หัวหน้าหมู่บ้านสูงวัยเอ่ยอย่างแปลกใจเมื่อได้เห็นใบหน้าของหญิงลูกบ้าน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าผู้มาเยือนยามวิกาลไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว "เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ?"

"ต้องขออภัยด้วยค่ะท่านธีโอ พอดีว่ามีท่านจอมเวทได้รับบาดเจ็บเดินทางผ่านมา" หญิงวัยกลางคนเบี่ยงกายให้ชายชราได้เห็นร่างของกลุ่มผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเอคที่กำลังหอบร่างไร้สติของใครคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขน

"...สวัสดีขอรับท่านปู่..." เอคยิ้มเจื่อนๆ ให้กับชายชราผู้เคยมีพระคุณต่อตนและครอบครัวมาโดยตลอด "...ท่านปู่สบายดีใช่ไหมขอรับ..."

"เข้ามาก่อนเถอะ อย่าเพิ่งมัวแต่ทักทายกันเลย" หัวหน้าหมู่บ้านว่าแล้วก็เร่งเปิดประตูให้กับอีกฝ่าย

"เอค เจ้านำท่านจอมเวทไปพักในห้องรับรอง ยูลาช่วยไปต้มน้ำให้หน่อย แล้วท่านจอมเวทท่านนั้นบาดเจ็บหรือเปล่า" ผู้อาวุโสสั่งการก่อนจะหันมาถามเรเกีย ซึ่งกล่าวตอบไปว่าตนไม่เป็นอะไรมากนัก และขอเข้าไปช่วยในครัวอีกคน ขณะที่เอคนำร่างของดาร์เนลเข้าไปในห้อง โดยมีเจ้าของบ้านเดินตามไปพลางซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ ไปพร้อมกัน

"ดูไม่มีบาดแผลภายนอกจริงๆ เมื่อครู่เจ้าว่าท่านอาจารย์ของเจ้าใช้พลังเวทมากเกินไปอย่างนั้นใช่ไหม" ชายชราเอ่ยถามเอคขณะตรวจชีพจรของร่างไร้สติบนเตียงนอน เมื่อได้ยินชายหนุ่มตอบรับก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาพิจารณาอาภรณ์ที่จอมเวทสูงวัยสวมใส่อยู่อย่างครุ่นคิด

"ท่านอาจารย์ของเจ้าเป็นผู้ใช้เวทความมืดสินะ"

เอคสะดุ้งโหยงกับคำถามดังกล่าว แต่เมื่อตั้งสติได้ก็คิดว่า การโกหกในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้คงไม่เป็นการดี จึงตัดสินใจตอบออกไปตามตรง

"...ข...ขอรับ..."

ชายหนุ่มคิดว่าตนเองได้ยินเสียงถอนหายใจของท่านผู้เฒ่า ทว่าจังหวะนั้นเองแม่ของเขาและท่านเรเกียก็เดินตามเข้ามาในห้องพอดี

"ยูลา ช่วยเช็ดตัวชำระคราบเลือดให้ท่านจอมเวทเสียหน่อยนะ" ธีโอว่าพลางหันไปทางมารดาของเอคที่กำลังจัดเก้าอี้ให้เรเกียวางอ่างใส่น้ำอุ่นลงข้างเตียง "ข้าจะลงไปใต้ถุนเรือนหน่อย คิดว่าสมุนไพรในตอนนั้นคงยังมีอยู่"

ชายชราว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เอคมองตามด้วยความสงสัยว่า 'ตอนนั้น' ที่ท่านปู่ว่าหมายถึงเมื่อไรกัน กระทั่งถูกมารดาเรียกให้ช่วยปลดเสื้อผ้าของท่านอาจารย์นั่นเอง ชายหนุ่มจึงได้ละความสงสัยนั้นไป

หลังจากที่เช็ดตัวให้กับดาร์เนลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอคและเรเกียก็ได้รับผ้าอุ่นมาเช็ดหน้าเช็ดตากันคนละผืน เป็นเวลาเดียวกับที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านถือถาดวางกากระเบื้องใบเล็กๆ สองใบกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะรินของเหลวควันฉุยจากกาใบหนึ่งลงในถ้วยยื่นให้กับหญิงวัยกลางคน แล้วสั่งให้ป้อนให้กับจอมเวทเฒ่าช้าๆ

เพียงไม่นานนักหลังจากที่ดาร์เนลได้รับยาต้มของหัวหน้าหมู่บ้าน สีหน้าของจอมเวทเฒ่าก็กลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง จนทำให้เอคที่เฝ้ามองอยู่อย่างเป็นห่วงรู้สึกทั้งอัศจรรย์และโล่งใจไปพร้อมกัน

"นั่นเป็นยาต้มจากรากของไนท์เฉดที่สกัดพิษออกแล้ว กับสารสกัดจากเห็ดดำและเกษรบัวดำ แต่ต้องผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย ถึงจะทำให้พลังเวทฟื้นตัวได้เร็ว" ท่านผู้เฒ่าเอ่ยราวกับล่วงรู้ความคิดของเอค ก่อนจะหันไปรินน้ำยาจากกาอีกใบหนึ่งลงในถ้วยกระเบื้องยื่นให้กับจอมเวทหนุ่มแปลกหน้า

"ส่วนกานี้มีส่วนผสมของ โคลฟ จูนิเปอร์ กับซินนามอน ที่มีฤทธิ์เสริมธาตุไฟ สำหรับท่าน...เรเกียใช่ไหม"

จอมเวทอัคคีนิ่งงันไปครู่หนึ่งเนื่องจากเข้าใจว่าตนยังมิเคยบอกกับชายชราว่าสังกัดธาตุใด กระนั้นก็ค้อมศีรษะรับถ้วยยามาพลางกล่าวคำขอบคุณ ก่อนจะยกยาต้มถ้วยนั้นกระดกซดจนหมดในคราเดียวอย่างไม่ลังเล อันแสดงถึงความไว้วางใจในตัวอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้ชายชรายิ้มน้อยๆ อย่างนึกชม

เพียงครู่เดียวหลังจากที่ตัวยารสฝาดเฝื่อนตกถึงท้อง เรเกียก็สัมผัสได้ถึงมาน่าไฟในร่างที่ค่อยๆ ทวีขึ้นจนรู้สึกได้อย่างชัดเจนจนชายหนุ่มต้องยกฝ่ามือขึ้นมองด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ตัวเขาก็ทราบดีอยู่ว่ามียาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฟื้นฟูพลังเวทอยู่จริง แต่เท่าที่เคยได้ทดลองใช้กับตัวเองมา ตัวยาของอาร์คาเดียก็ไม่สามารถจะฟื้นฟูพลังเวทได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แม้จะถูกปรุงขึ้นด้วยมือของผู้เชี่ยวชาญเองก็ตาม...

...แต่ชายชราในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้กลับสามารถปรุงยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่าได้อย่างนั้นหรือ...

"หากไม่จำเป็นจริงๆ ข้าก็ไม่ได้อยากจะปรุงยาสูตรนี้นักหรอก ขอให้ท่านเข้าใจด้วยเถอะนะ" ธีโอกล่าวกลับจอมเวทหนุ่มยิ้มๆ เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ครั้นแล้วจึงหันกลับไปมองเตียงคนเจ็บ จึงได้เห็นว่าเอคกำลังหลับตาเอื้อมสัมผัสหน้าผากจอมเวทเฒ่า แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ถอนมือออก ก่อนจะหันมากล่าวกับตนอย่างยินดี

"ยาของท่านปู่ช่วยได้มากจริงๆ ขอรับ ดูเหมือนพลังเวทของท่านอาจารย์จะฟื้นขึ้นพอควรแล้ว ข้าเลยแทบไม่ต้องถ่ายพลังเวทให้ท่านอาจารย์อีก"

"ทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือ" ชายชราเลิกคิ้วแปลกใจ ก่อนจะถอนหายใจพรืดราวกับนึกขำแล้วจึงถามกลับไปด้วยรอยยิ้ม "แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ทำเสียตั้งแต่แรกเล่า"

"...ค...คือ... นั่นสินะขอรับ..." เอคก้มหน้าลูบทายทอยเขินๆ "ข้าก็มัวแต่ตกใจจนลืมไป... เพิ่งจะมาคิดได้ตอนที่ท่านปู่พูดถึงยาฟื้นพลังเวทนี่แหละขอรับ..."

ธีโอได้ยินคำของชายหนุ่มก็ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเข้าไปตรวจอาการของจอมเวทเฒ่าบ้าง เมื่อเห็นว่าชีพจรของอีกฝ่ายเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ จึงสั่งให้มารดาของเอคพาบุตรชายไปพักผ่อนเสียก่อน สำหรับเรเกียก็ให้พักในห้องรับรองอีกห้องหนึ่งที่ได้สั่งให้สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนตนจะดูแลท่านจอมเวทอาวุโสให้ต่อเอง ยูลาได้ยินเช่นนั้นจึงโค้งขอบคุณท่านหัวหน้าหมู่บ้านก่อนจะลากตัวลูกชายซึ่งได้แต่ยืนเกรงใจจนทำอะไรไม่ถูกกลับบ้าน โดยมีชายชราตามออกมาส่งที่ประตูและเฝ้ามองจนทั้งคู่ลับตาไป

"เอ้า เชิญทางนี้เถอะ ท่านจอมเวท" หัวหน้าหมู่บ้านหันมากล่าวกับเรเกียซึ่งยืนรออยู่ด้านหลังพลางผายมือเชื้อเชิญ ก่อนจะนำทางชายหนุ่มไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้

"หนังสือเยอะจังนะขอรับ" เรเกียกวาดสายตามองโดยรอบขณะเดินตามไป ในใจเก็บความรู้สึกผิดสังเกตที่ว่าชาวชนบทส่วนใหญ่มักไม่ได้เรียนหนังสือมากนักเอาไว้อย่างเงียบๆ ทว่าผู้อาวุโสที่เดินนำอยู่ก็มิได้ตอบคำ กระทั่งเมื่อนำชายหนุ่มมาจนถึงห้องพักจึงเปิดประตูเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้เข้าไปด้านใน

"อาจจะคับแคบไปสักหน่อย แต่ขอเชิญท่านพักผ่อนให้สบายเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะให้สาวใช้นำอาหารอ่อนๆ และเสื้อผ้ามาให้ผลัด หากท่านต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกกับนางได้เลย อย่าได้เกรงใจ" ผู้เฒ่าธีโอยิ้มกล่าวกับจอมเวทหนุ่มก่อนจะกล่าวราตรีสวัสดิ์ เรเกียเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงโค้งขอบคุณอีกฝ่าย ทว่าขณะที่ชายชรากำลังจะก้าวออกจากห้อง จอมเวทหนุ่มก็ชิงกล่าวถามรั้งเอาไว้เสียก่อน

"ท่านธีโอ เมื่อครู่ข้าได้กลิ่นกำมะถันจางๆ จากตัวท่าน คงจะไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมขอรับ"

คำถามนั้นทำให้ชายชราชะงักไปครู่หนึ่ง ครั้นแล้วจึงหันกลับมายิ้มน้อยๆ ให้กับอีกฝ่ายราวกับได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว



"ความลับนี้ ข้าขอเป็นค่ายาเมื่อครู่ก็แล้วกันนะ" ธีโอขยิบตาให้กับจอมเวทหนุ่ม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วปิดประตูตามหลัง ทิ้งให้เรเกียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อมีลางสังหรณ์ว่าเหล่าผู้คนรอบข้างของเอคจะต้องมีคนที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้อยู่อีกมากมายอย่างแน่นอน...

...ก็ผู้ที่จะมีความรู้และฝีมือพอจะสามารถปรุงยาได้ถึงขั้นนี้... ทั้งยังมีกลิ่นกำมะถันติดตัวน่ะ... ก็มีเพียงเหล่าอัลเคมิสต์ชั้นปราชญ์แห่งฟิโลโซเฟียเท่านั้นละ...

................................................

หลังจากที่เอคกลับไปถึงบ้าน ชายหนุ่มก็ถูกมารดาจับถอดเสื้อผ้าเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บทั่วร่าง ซึ่งแม้จะทั้งอายทั้งเขิน แต่เอคก็รู้ดีว่าคำสั่งของแม่นั้นยากที่จะขัดขืน ฝ่ายยูลาเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือของลูกชาย รวมถึงรอยช้ำจ้ำใหญ่บนชายโครง ก็เร่งทำความสะอาดแผลป้ายสีผึ้ง ก่อนจะพันแผลทั้งที่มือและรอบอกของเอคให้อย่างชำนิชำนาญตามที่เอคก็คุ้นเคยดี

ภายหลังจากขู่เข็ญให้ลูกชายทานซุปร้อนๆ ไปได้พอสมควร ยูลาก็สั่งให้เอคขึ้นไปนอนที่ห้องของตน ครั้นเอคถามถึงน้องๆ ก็ได้รับคำตอบจากมารดาว่าได้สั่งไม่ให้พวกเด็กๆ ออกมารบกวน หากจะทักทายกันก็ขอให้เป็นพรุ่งนี้เช้า แต่ในตอนนี้เอคควรจะพักผ่อนเสียก่อน ชายหนุ่มจึงได้แต่ต้องยอมทำตามแต่โดยดี

...ทว่าหลังจากล้มตัวนอนไปพักใหญ่ เอคกลับพบว่าตนเองไม่สามารถจะหลับตาลงได้ ทั้งที่ร่างกายก็รู้สึกอ่อนล้าอยู่ไม่น้อย แต่ความคิดมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัวกลับทำให้เขาไม่อาจจะทำใจให้สงบ ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านคาร์ล... เรื่องอาการบาดเจ็บของท่านอาจารย์... เรื่องของชายแปลกหน้าที่ชื่อโดโนแวนผู้นั้น... และอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกค้างคาใจไม่แพ้กัน... ก็คือท่าทางของแม่ ที่ดูจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีจนน่าหลือเชื่อ... ทั้งยังไม่คิดจะถามเขาเลยสักคำว่าเหตุใดพวกเขาทั้งสามคนจึงโผล่มาอยู่ในบ้านได้... แต่ก็นั่นแหละ... นั่นอาจจะเป็นเรื่องดีแล้วก็ได้... เพราะหากแม่ถาม... เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเล่าอย่างไรดีเหมือนกัน...

"ยังไม่นอนอีกหรือลูก"

เสียงเอ่ยทักของมารดาทำให้เอคที่นอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงสะดุ้งโหยง ผู้เป็นมารดาเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งบนขอบเตียงเคียงข้างบุตรชาย ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่

"...แม่ครับ...คือข้า..." เอคแหงนหน้าขึ้นสบตามารดาในที่สุด ทว่ากลับไม่อาจจะเปล่งถ้อยคำต่อมาให้พ้นลำคอออกไปได้...

ยูลาจ้องหน้าเอคอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของลูกชาย สุดท้ายก็อดสงสารไม่ได้...

"ถ้าเป็นเรื่องที่เจ้าไม่ได้เรียนเวทปฐพีล่ะก็ แม่รู้อยู่แล้วละ" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะยกฝ่ามือลูบศีรษะของบุตรชายอย่างแผ่วเบา "อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย นอนพักเสียก่อนเถอะนะ"

เอคพูดอะไรไม่ออก... ไม่เข้าใจเลยว่ามารดารู้เรื่องราวเกี่ยวกับเวทมนตร์ของตนได้อย่างไร... แต่ท่ามกลางความคิดอันสับสน... ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นเคยมานานแสนนาน...

...หลับเถิด... นะแก้วตา... นอนเถิดหนา... แม่จะกล่อม...

...เพลงกล่อมนอนของแม่... จริงสินะ...

ริ้นไร... มิให้ตอม... เฝ้าถนอม... เจ้าดวงใจ...

...เขาเคยชอบเพลงนี้มาก... ชอบมากจริงๆ ...แม้จะไม่ได้ยินมานานแล้ว... แม้จะเติบใหญ่จนป่านนี้... บทเพลงนี้ก็ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำเสมอ...

คืนพราว... ดาวพร่างฟ้า... ไปเถิดหนา... เจ้าจงไป...

ท่วงทำนองอันอ่อนหวานรับสัมผัสแผ่วเบาเป็นจังหวะบนกระหม่อม ทำให้ความวุ่นวายทั้งหลายในใจของเอคลบเลือนไปทีละน้อย ก่อนที่ห้วงนิทราอันอ่อนโยนจะเข้าโอบอุ้มชายหนุ่มเอาไว้ในที่สุด

สู่ฝัน... อันแสนไกล... งามสดใส... ไร้ทุกข์ตรม...

เสียงเพลงสิ้นสุดลงพร้อมกับการหลับใหลของเอค ผู้เป็นมารดาละมือจากเรือนผมดำขลับก่อนจะโน้มตัวจุมพิตหน้าผากของบุตรชายอย่างแผ่วเบา ครั้นแล้วจึงยันกายขึ้นพิจารณาใบหน้าของชายหนุ่ม...ที่แม้จะย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นเด็กตัวเล็กๆ ในสายตาของตนอยู่เสมอ...

เจ้าหญิงออเรเลีย... หรือในบัดนี้คือยูลาเรียสาวชาวบ้าน หันมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงความมืดมิดและแสงดาวรำไร...

"ถึงเวลาที่ลูกจะต้องเลือกแล้วสินะ... เอเรบัส..."

.............................................

.

..

...

"นี่เอค"

เสียงใครคนหนึ่งเรียกเด็กน้อยจากห้วงภวังค์ให้ก้มมองลงไปเบื้องล่าง

"ถ้าลูกได้รับพรวิเศษ ให้มีอำนาจที่จะทำอะไรก็ได้ ลูกอยากจะทำอะไร" ชายหนุ่มเอ่ยกับเด็กน้อยที่กำลังขี่คอของตนอยู่ ขณะเดินไปบนคันนาท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง



"เอ๋... ข้าก็..." เด็กชายชะโงกมองหน้าบิดาอย่างแปลกใจ ก่อนจะแหงนมองท้องฟ้าอย่างใช้ความคิด

"...ข้าก็...อยากทำให้ทุกคนมีความสุขครับ"

"ทุกคนเลยหรือ" ผู้เป็นพ่อหัวเราะ ก่อนจะยกมือขึ้นโคลงหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู "โลภมากจริงๆ นะ เรานี่"

"...ไม่ได้หรือครับ..." เด็กชายเห็นท่าทางของบิดาก็ทำเสียงอ่อย

"ไอ้ได้น่ะ มันก็ได้อยู่หรอก" ร่างสูงถอนหายใจพร้อมรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับหมองลงชั่วขณะ "...แต่ถ้าการจะทำให้ทุกคนมีความสุข จะทำให้ลูกต้องแบกรับความทุกข์เอาไว้คนเดียว ลูกจะยังอยากทำอยู่อีกหรือเปล่า"

"...ความทุกข์...หรือครับ?" เด็กชายทำหน้าสงสัย ชายหนุ่มจึงหัวเราะออกมาอีกครั้ง

"พ่อขอโทษ มันคงจะเร็วเกินไปสำหรับลูกในตอนนี้ แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่พ่ออยากจะให้ลูกจำเอาไว้" ผู้เป็นพ่อว่าแล้วก็อุ้มบุตรชายลงยืนบนพื้น ก่อนจะทรุดเข่าลงจับไหล่น้อยทั้งสองเอาไว้ ขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ทำตาแป๋วจ้องตอบกลับมาอย่างงุนงง

"สักวันหนึ่ง เมื่อเวลามาถึง ลูกอาจจะต้องเลือก ระหว่างหนทางที่สบายเพื่อความสุขของตัวเอง กับหนทางที่ยากลำบากเพื่อความสุขของผู้อื่น..." ชายหนุ่มกล่าวพลางสบตาเด็กน้อย

"พ่ออยากจะบอกลูกว่า ไม่มีทางเลือกไหนที่ผิด และลูกก็มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะเลือกทางเดินของลูกเอง ไม่มีใครบนโลกนี้แม้แต่คนเดียวที่มีสิทธิ์จะตำหนิลูก ไม่มีใครเลยที่จะสามารถบังคับลูกได้ ...เพราะชีวิตเป็นของลูก ...และความปรารถนาเดียวของพ่อ... ก็คืออยากให้ลูกมีความสุข..."

ร่างสูงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแฝงไว้ด้วยทั้งความรู้สึกผิดและความเป็นห่วงกังวล... และที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปยิ่งกว่า... ก็คือความคาดหวัง...

"...ดังนั้นหากเวลานั้นมาถึง ลูกก็จงถามตัวเองดูเถอะนะ... ว่าความสุขที่แท้จริงของลูกคืออะไร..."

ชายหนุ่มลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มจาง ก่อนจะลุกขึ้นหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้เด็กชายได้แต่มองตามอย่างงุนงง

"...ข...ข้าไม่เข้าใจครับ..." ร่างเล็กว่าพลางออกวิ่งตาม แต่กลับพบว่าแผ่นหลังของบิดานั้นห่างไกลออกไปทุกที

"ด...เดี๋ยวสิครับพ่อ! ข้ายังไม่เข้าใจเลย! พ่อครับ!" เด็กชายร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าร่างของผู้เป็นพ่อค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดเบื้องหน้า ทว่าทันใดนั้นกลับมีแสงสว่างสาดส่องขึ้นจนทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นสีขาวโพลน

"พ่อ!"

เอคลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกที่หลุดออกจากปาก ก่อนจะหรี่ตาลงอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงแสงจ้าที่ส่องกระทบใบหน้า แต่ครั้นเหลือบมองไปนอกหน้าต่างเห็นตะวันขึ้นจนสูงโด่งแล้ว ก็ตกใจรีบยันตัวลุกขึ้นในทันที

"จอห์น! ตื่นเถอะ สายแล้ว!" ชายหนุ่มเร่งหันไปปลุกเพื่อนด้วยความเคยชิน แต่แล้วกลับต้องชะงักไปทันทีที่เห็นว่าอีกฟากหนึ่งของห้องกลับมีเพียงกำแพงไม้ที่ว่างเปล่า จึงเพิ่งระลึกขึ้นมาได้ในเดี๋ยวนั้นเอง ว่าที่ๆ ตนอยู่ในขณะนี้คือบ้านที่แอมเบอร์ไชร์ มิใช่หอนอนของอาร์คาเดียแต่อย่างใด

"อา..." เอคครางในลำคอพลางยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้า ในหัวรู้สึกมึนงงจนเผลอคิดไปวูบหนึ่ง ว่าเรื่องที่ตนเคยไปยังอาร์คาเดียตลอดเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่เมื่อสังเกตเห็นผ้าพันแผลบนกำปั้นขวา ตลอดจนแถบผ้าที่พันอยู่รอบอก ชายหนุ่มจึงแน่ใจว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง... ทว่าหลังจากที่นั่งนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่หนึ่ง เอคก็ระลึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดขึ้นมาได้

"จริงสิ! ท่านอาจารย์!"

ภาพของดาร์เนลที่ยังคงไม่ได้สติตั้งแต่เมื่อคืนทำให้ชายหนุ่มร้อนใจจนลุกพรวดออกจากเตียง ก่อนจะผลักประตูห้องวิ่งลงบันไดไปชั้นล่าง ด้วยหมายจะไปติดตามอาการของท่านอาจารย์ที่เรือนของท่านปู่ธีโอให้เร็วที่สุด

ทว่าทันทีที่สายตาของเอคตวัดผ่านโต๊ะอาหารกลางห้องชั้นล่างของบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงบันไดมาได้ไม่กี่ขั้นต้องเผลอชะงักฝีเท้า เป็นเหตุให้สะดุดขาตนเองล้มกลิ้งลงมากองหัวทิ่มอยู่ที่ตีนบันไดเกิดเสียงโครมครามดังลั่น จนสายตาทั้งสามคู่ที่อยู่ภายในห้องหันมามองเป็นตาเดียว

"ตื่นแล้วสินะ...เจ้าทึ่ม..." เป็นเสียงของดาร์เนลนั่นเองที่กล่าวขึ้นเป็นคนแรกก่อนจะวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะอย่างโล่งใจ ขณะที่เด็กหญิงซึ่งเพิ่งจะช่วยมารดายกอาหารออกมาจากครัวเมื่อเห็นเอคก็โผเข้าไปหาในทันที

"พี่เอค! พี่เอคฟื้นแล้ว!" สาวน้อยร้องพลางโผเข้ากอดพี่ชายที่นอนแอ้งแม้งอยู่ด้วยความดีใจ ส่วนผู้เป็นพี่หลังจากตั้งสติยันตัวขึ้นได้ก็รวบตัวน้องสาวมากอดตอบพลางลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู



"...สวัสดี...สวัสดีนะ...เอล..." เอคกล่าวทักทายเด็กหญิงก่อนจะประคองร่างลุกขึ้นหันไปทางอาจารย์ที่ยืนกอดอกมองดูตนกับน้องอยู่

"ท่านอาจารย์...สบายดีแล้วหรือขอรับ"

สายตาของลูกศิษย์ที่หันมามองอย่างฉับพลันทำให้ดาร์เนลแทบจะคลายรอยยิ้มบนใบหน้าลงไม่ทัน

"อืม" จอมเวทเฒ่าก้มกระแอมกลบเกลื่อน "มีลูกศิษย์น่าเป็นห่วงอย่างเจ้าอยู่ ข้ายังไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกน่า"

"...โชคดีจริงๆ... เมื่อคืนข้าเห็นท่านอาจารย์ไม่ได้สติ... เป็นห่วงแทบแย่เลยขอรับ..." เอคลูบท้ายทอยว่ายิ้มๆ แต่นั่นเองที่ทำให้เอลที่กอดเอวพี่ชายอยู่แหงนหน้ากล่าวแทรกขึ้น

"เมื่อคืนที่ไหนกัน พี่เอคคงไม่รู้ตัวสินะ ว่าพี่น่ะ หลับไปตั้งสองคืนเต็มๆ"

"หา..."

"วางใจเถอะ ข้าขอให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยส่งม้าเร็วฝากสาส์นไปยังเมืองใหญ่ใกล้ๆ ที่มีจอมเวทประจำการอยู่แล้ว จะพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อยก็คงไม่มีปัญหา" จอมเวทเฒ่าอธิบาย ก่อนทำท่าเหมือนกำลังจะพูดเรื่องสำคัญบางอย่างต่อไป แต่แล้วกลับมีเสียงทัพพีเคาะก้นหม้อดังแทรกขึ้นจากโต๊ะอาหารเสียก่อน

"ต้องขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ แต่ลูกชายของข้าไม่ได้ทานอะไรมาสองวัน ป่านนี้คงจะหิวแย่แล้ว ให้เขาทานอะไรสักหน่อยแล้วค่อยคุยกันต่อก็แล้วกันนะคะ" สตรีผู้เป็นเจ้าของบ้านกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางผายมือไปยังชามซุปควันฉุยบนโต๊ะอาหาร เมื่อเอคเห็นดังนั้นก็ค้อมศีรษะให้อาจารย์อย่างเขินๆ ก่อนจะรีบลุกไปนั่งที่และลงมือกินอาหารมื้อสายอย่างเอร็ดอร่อย

ดาร์เนลเมื่อเพิ่งคิดได้ว่าลูกศิษย์คงกำลังหิวมากจริงๆ จึงกลับไปนั่งลงจิบชาพลางเฝ้ามองเอคกินอาหารอย่างเงียบๆ และต้องนึกเห็นด้วยกับที่เทอราสเคยเล่าให้ฟัง ว่าถึงเอคจะกินเร็วแต่ก็รักษามารยาทบนโต๊ะอาหารได้เป็นอย่างดี สมแล้วกับที่มีมารดาเป็นถึง...

ห้วงความคิดของชายชราถูกขัดจังหวะลงด้วยชามซุปที่วางลงตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มจากสตรีผู้ที่ตนกำลังใคร่ครวญถึง

"ข...ขอบคุณ... แต่ข้ายังไม่..."

"ท่านดาร์เนลก็ไม่ยอมแตะต้องอาหารเลยตั้งแต่เมื่อวาน ทานเสียหน่อยเถอะค่ะ"

"...แต่ว่าข้าแค่ดื่มชาก็-"

"นะคะ"

สตรีเจ้าของบ้านกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดาร์เนลกลับสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารอันรุนแรงที่แพ่พุ่งออกมาจากเบื้องหลังใบหน้าอันงดงามนั้น จนต้องรีบพยักหน้ารับแล้วคว้าช้อนขึ้นตักอาหารในชามเข้าปากในทันที

...เอเรบัส... ข้าว่าข้าชักเริ่มจะเห็นภาพซะแล้วสิ... ว่าชีวิตคู่ของเจ้ากับเจ้าหญิงออเรเลียน่ะ... เป็นอย่างไร...

.....................................

Talk: Reference สมุนไพรกับธาตุต่างๆ ครับ http://www.spiritquill.com/recipegoddess/herbs.html

เพลงกล่อมเด็กนั่นจริงๆ เกิดจากอินกับเพลง Aimo ของ Macross Frontier
http://www.youtube.com/watch?v=lE4avwJI2PU (เค้าเอามาร้องเป็นเยอรมันหมดก็ดูขลังดีนะ)
เลยเคยแปลงเป็นเนื้อไทยออกแนว lullaby ไว้ แต่พอเอามาใส่นิยายไม่มีทำนองก็ไม่ค่อยเพราะ เลยดัดแปลงเนื้อเพลงให้ตรงฉันทลักษณ์ไปซะเลย...ออกมาเป็นกาพย์ยานีสิบเอ็ด ซะงั้น ฮ่ะๆ...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 31 ม.ค.54 เวลา 23:16:04 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 14 จากทั้งหมด 14 Reply

kotoba
ที่ปรึกษาแห่งน้ำโศกสีฟ้า

เอ่อ... ผมว่ายูลานี่มันฟังดูแปลก ๆ มั้ยฮะ ถ้าจะย่อยูลาเรีย ให้ฟังดูบ้าน ๆ ใช้ลาเลีย (เอ่อ....) หรือยูเลีย (เอ่อ......) จะดูดีกว่ามั้ย...... (ชักไม่แน่ใจตัวเอง....)

คลับคล้ายว่าเวอร์ชั่นก่อนสมบูรณ์ (อู่เด็กดี) นี่ รู้สึกคนที่เข้ามากอดจะเป็อัลไม่ใช่เหรอฮะ... รึผมจำผิดหว่า = =a แต่เป็นแบบนี้แล้วพอจะมองเห็นรูปลักษณ์ในอนาคตของเด็กพวกนี้แล้วแฮะ.... ลงว่าท่านปู่เป็นอัลเคมิสต์แล้ว จะให้อัลเรียนวิชาก็คงไม่ยากเท่าไหร่นัก.... เอลเองเพราะเป็นห่วงพี่ อาจจะอยากผันตัวไปเป็นนักบวชก็ได้ (ในหมู่บ้านจะมีใครเพิ่มอีกมั้ยนะ.....)

พี่รองก็อยู่กับท่านแม่นี่ล่ะ เหตการณ์ตอนนี้ก็มากพอจะให้ท่านแม่เริ่มเตรียมการใหญ่แล้วด้วย

พี่น้องกู้โลกเรนเจอร์! XD

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 31 ม.ค.54 เวลา 23:32:34 น.

xelloss
ปีศาจชุดขาว

...เอเรบัส... ข้าว่าข้าชักเริ่มจะเห็นภาพซะแล้วสิ... ว่าชีวิตคู่ของเจ้ากับเจ้าหญิงออเรเลียน่ะ... เป็นอย่างไร...

กร้ากกกกก

เห็นภาพ!

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 31 ม.ค.54 เวลา 23:43:02 น.

cg
ไม่ใช่โพลีก้อนนะ

ต้องเรียก ยูลา แหละถูกแล้วครับ
ถ้าเป็น ยูเลีย เนี่ย เป็นการกร่อนคำ หรือ ย่อแบบญี่ปุ่นไปซะ

ปล.น้องสาวสุดยอด ' x ' b

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 31 ม.ค.54 เวลา 23:50:46 น.

Dark Master
Masked Rider Hollow

เปลี่ยนจากอัลเป็นเอลเลยเหรอครับพี่หมอ...แต่ก็เป็นการเปลี่ยนที่สมเหตุสมผลอยู่นะ เพราะดูท่าเอลจะติดพี่มากกว่าอัลจริงๆ smile

อ่านตอนนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่าคนใกล้ตัวเอคนี่คงแทบไม่มีใครเป็นปกติมนุษย์เลยสินะ เหอๆๆๆ grin

รอดูว่าเมื่อไหร่พี่น้องจะแยกสายฝึกวิชาครับ smile



ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 00:04:03 น.

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

ได้อ่าน ref แล้วทึ่งจริงๆครับ ไว้อ่านต่อยาวแหง๋มๆ

น้องๆนี่จะลุกขึ้นมาเอายาปาบอร์มไหมน้อ XD

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 00:33:24 น.

Horus
อาจารย์ฝึกหัดวิชาสุขศึกษา

"...แต่ว่าข้าแค่ดื่มชาก็-"

"นะคะ"

^
^
^ WIN สุดๆ 555

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 02:06:14 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

ความน่ากลัวอยู่ที่ถ้าน้องสาวเหมือนแม่ละ......

พอโตแล้วเริ่มแสดงความมั่นนี่ .......

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 07:33:42 น.

Dark~Pikachu
สัตว์เทวะในตำนาน

หม่ามี๊เอค WIN!!!

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 08:11:51 น.

Alasthor
อสูรพิทักษ์ดาบ

ท่านแม่ขั้นเทพ แต่ปู่หัวหน้าหมู่บ้านนี่เทพงำประกายจริงๆ
อดสงสัยไม่ได้ว่าหมู่บ้านนี้จะมีเทพอีกไม่น้อยรึเปล่าเนี่ย แบบว่าติดตามท่านแม่กับท่านปู่มาตั้งแต่สมัยก่อน

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 08:23:34 น.

Izabelle
Oversea Student

เห็นภาพว่า ทำไมเอเรบัสถึงกลับอาเคเดียไม่ได้
ที่แท้เพราะโดนเจ้าหญิงคุมตัว กักขังไว้นี่เอง กร้ากกกกก

แล้วเรเกียล่ะ?

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 11:55:30 น.

Sister Goddess
The Proof Reader

เอลเป็น บราค่อนสินะ = w = แม่เอคยังสาวมากกกก

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 17:39:07 น.

Izabelle
Oversea Student

กลับมาอ่านอีกรอบ รูปประกอบแรก แทบจะใส่ข้อความได้ว่า
เอค "แม่จ๋า...... คิดถึงแม่จังเลย"
เรเกีย ".... ท่าทางดุชะมัด.... น่ากลัวด้วยฟ่ะ...."
การ์เนล "ตรูจะตายอยู่แล้ว ไอ้ลูกแหง่เอย...."

grin grin tongue

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 01 ก.พ.54 เวลา 21:07:53 น.

blazx
illusionist

[quote=Dark~Pikachu]หม่ามี๊เอค WIN!!![/quote]

 

 เยี่ยมกู๊ดดด!!!



Edit by blazx - 04 ก.พ.54 เวลา 19:50:43 น.

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 04 ก.พ.54 เวลา 19:49:53 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

Quote : Izabelle
กลับมาอ่านอีกรอบ รูปประกอบแรก แทบจะใส่ข้อความได้ว่า
เอค "แม่จ๋า...... คิดถึงแม่จังเลย"
เรเกีย ".... ท่าทางดุชะมัด.... น่ากลัวด้วยฟ่ะ...."
การ์เนล "ตรูจะตายอยู่แล้ว ไอ้ลูกแหง่เอย...."

grin grin tongue


+10000 like!!!


- - - - -


ทำไมนะ อ่านแล้วดันจิ้นไปว่าหมู่บ้านนี้ต้องเป็นอดีตกองร้อยอย่างประหลาด วณิพกร้องเพลงแลกเศษตังค์ในหมู่บ้านอาจเป็นคีตธร ท่านนักบวชอาจเป็นระดับคาร์ดินัลปลอมตัวมา ส่วนเจ้าของร้านชำในหมู่บ้านเป็นทายาทเศรษฐีร้อยล้านจากเวนาลิเซีย (ชักบ้ากันไปใหญ่ @_@ )

ที่เป็นหนูเอลก็เพราะ "โมเอะ" กว่าชิมิล่า =w=

ส่วนหม่าม้า Wins เต็มๆ บ้านนี้มาตาธิปไตย ใครๆ คงไม่เถียงแหงแก๋


- - - - -


เก็บเล็กเก็บน้อยฮะ


ท่าทีของมารดาที่ดูจะไม่แปลก___อะไรเอาเสียเลย

เกษร --> น่าจะ เกสร นะ

เอคก้มหน้าลูบทายทอย

...ก็ผู้ที่จะมีความรู้และฝีมือพอจะสามารถปรุงยาได้ถึงขั้นนี้... ทั้งยังมีกลิ่นกำมะถันติดตัวน่ะ... ก็มีเพียงเหล่าอัลเคมิสต์ชั้นปราชญ์แห่งฟิโลโซเฟียเท่านั้นละ...
--> น่าจะตัด ก็ หลังนะฮะ

ที่ดูจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีจนน่า__หลือเชื่อ

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 05 ก.พ.54 เวลา 03:07:53 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 14 จากทั้งหมด 14 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ