Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ลำนำความรัก วรรคที่ 2 กษัตริย์และกวี

ขอบคุณครับที่ติดตาม

วรรคที่ 2 กษัตริย์และกวี

"พี่ของเจ้าอยู่ไหนกัน-พิชญธิดา"

ลีโอนัสที่รีบนั่งรถม้าข้ามสะพานที่ทอดเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำกลับออกมาจากงานอย่างรวดเร็วส่งเสียงถามพิชญธิดาลูกสาวคนเล็กของออกไปทันทีอย่างไม่พอใจ เมื่อกวินทรกานต์ตัวดีแอบหนีหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้ตั้งสติใดๆหลังกล่าวกลอนได้จบเสียอีก...พิชญธิดาจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วว่า

"แต่ที่ท่านพี่ทำไปก็เพราะต้องการช่วยท่านพ่อน่ะค่ะ..."

หล่อนยังแกล้งบีบน้ำตากล่าวต่อไปอีกว่า

"...หากท่านพี่ไม่นั่งเรือนำบทกวีไปให้ท่านพ่อแล้วล่ะก็-ปานนี้พวกเราอาจจะต้องนั่งเรือไปเยี่ยมท่านพ่อในคุกแล้วก็ได้"

"เออ..."

ลีโอนัสที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปทันที-สุดท้ายเขาที่มักแพ้น้ำตาของลูกคนนี้ทุกครั้งจึงต้องใจอ่อนได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"...ก็ได้ๆ...ครั้งนี้พ่อจะไม่เอาโทษพี่ของเจ้าก็ได้..."

แต่ยังคงอดที่จะถามออกไปว่า

"...แล้วกวินทรกานต์-พี่ของเจ้าไปอยู่ไหนล่ะ"

"ท่านพี่ตั้งแต่ออกไป..."

พิชญธิดาส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยกลับแอบแลบลิ้นออกมาอย่างหน้ารักและซุกซนว่า

"...ก็ยังไม่กลับมาเลยค่ะ"

"เจ้าลูกคนนี้..."

ลีโอนัสที่ได้ยินถึงกับโกรธจนเนื้อเต้นขึ้นมาอีกด้วยความไม่พอใจแล้วส่งเสียงถอนหายใจออกมาว่า

"...เฮ้อ..."

แล้วกล่าวออกมาว่า

"...ทำไมเจ้าจึงไม่ได้เกิดมาเป็นผู้ชายน่ะ-วทีกานต์..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปออกมาอย่างปลงๆว่า

"...คนทั่วไปมักกล่าวว่า’ข้ามีบุตรชายและบุตรสาวที่น่ารักยิ่ง’-แต่ความเป็นจริงแล้วข้ามีกลับเพียงแต่บุตรสาวสองคนเท่านั้น"

...แต่คล้ายกับไม่มีใครได้ยินถึงเสียงรำพันนี้
--------------------------------------------------------

กวินทรกานต์ที่นั่งอยู่บนเรือสีขาววาดสายตาขึ้นไปมองยังท่าเรือที่ด้านข้างของบ้านเห็นถึงหน้าคฤหาสน์ของตนที่มีรถสีน้ำเงินซึ่งเทียม 4 ตัวที่วิ่งห่อมาอย่างร้อนร้นต้องส่งเสียงหอบหายใจ-ทำเอาเธอแทบไม่อยากที่จะก้าวขึ้นไปจากเรือเลย

"ตุบ...ตุบ..."

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าอันร้อนร้นของสาวใช้ประจำตัวกวินทรกานต์ก็พุ่งตรงมายังท่าเรืออย่างรวดเร็วยิ่ง-เจ้าหล่อนส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างร้อนใจว่า

"แย่แล้วล่ะค่ะ-คุณหนู..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกด้วยเสียงที่ดังราวสาลิกาเจื้อยแจ้วอีกว่า

"...ท่าทางท่านนายโกรธใหญ่เลย..."

แต่น้ำเสียงของแม่สาวใช้กลับต้องชะงักเงียบหายไปในพริบตาเมื่อถูกฝ่ามือซ้ายที่ขาวนวลสวยนิ้วเรียวงามราวกับคนที่ไม่เคยทำงานหนักยกขึ้นปิดปากทันที-กวินทรกานต์ที่เลิกคิ้วซ้ายที่เรียวสวยจ้องมองไปด้วยความไม่พอใจยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

"เบาๆซิ-เดี๋ยวท่านพ่อก็ได้ยินหรอก..."

เธอที่สูงประมาณ 176-177 เซนกวาดสายตาจ้องมองไปยังสาวใช้ที่ตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อยประมาณ 164-165 เซนแล้วส่งเสียงถามออกไปด้วยความเป็นห่วงว่า

"ท่านแม่กำลังทำอะไรอยู่-สขิลา"

"ท่านหญิงทานยาแล้วหลับไปแล้วค่ะ"

หญิงรับใช้หรือสขิลาส่งเสียงตอบรับออกมา-เจ้าหล่อนเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 21 ปี อ่อนกว่ากวินทรกานต์อยู่ 1 ปี มีใบหน้าที่จัดว่า"น่ารัก-ดูดี" มีดวงตากลมโต จมูกโด่งเล็กน้อย รับกับริมฝีปากที่แดงเรื่อของหล่อน มีผิวที่คล้ำเล็กน้อย สวมใส่อยู่ในชุดหญิงรับใช้ที่เป็นเสื้อสีน้ำตาลกับกระโปร่งสีฟ้าอ่อน

"เฮ้อ..."

แต่กวินทรกานต์ที่ได้ยิงถึงกับขมวดคิ้วด้วยความกังวลเล็กน้อยแล้วรีบทรุดลงไปนอนอย่างสบายใจกลางลำเรือตามเดิมอย่างสบายใจ-ปากที่เรียวสวยยังส่งเสียงกล่าวออกไปอีกว่า

"ออกเรือได้"

"หา..."

สขิลาส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ-เจ้าหล่อนที่ไม่รอช้าจึงรีบแก้เชือกที่พึ่งจะผูกเรือแล้วกล่าวลงมานั่งยังปลายหางเรืออย่างรวดเร็ว ใช้ไม้พายตกกระทบยังผิวน้ำบังคับให้เรือแล่นออกไปอย่างรวดเร็วราวกับรู้ใจผู้เป็นนายว่า"ต้องการหลบนายท่านกวีแห่งราชสำนักที่กำลังโมโหออกไปก่อน"-แล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

"...เราจะไปไหนกันดีค่ะ-คุณหนู"

กวินทรกานต์ที่ยังคงนอนอยู่บนลำเรืออย่างสบายอามรณ์เพียงยิ้มออกมาแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ไปที่ที่ผู้คนกำลังมีเสียงหัวเราะก็แล้วกัน"

"ค่ะ"

สขิลาส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรีบฝ่ายเรือตรงไปยังแสงไฟของยามราตรีที่กำลังสว่างไสวอยู่เบื้องหน้าทันที

เนื่องจากการปฏิวัติอุสาหกรรมของยุโรปจึงทำให้มีการค้นพบถึงเครื่องจักรไอน้ำและกระแสไฟฟ้า-ตามสถานสำคัญๆที่ในเมืองจึงมีดวงไฟสุกสว่างตลอดทั้งคืนเสมอ...ส่วนบ้านเรือนของผู้คน-ไฟฟ้ายังราคาแพงเกินที่จะติดตั้งได้

...แม้กระทั่งบ้านของกวินทรกานต์ด้วยก็ตามที่มีเพียงไฟแค่ดวงเดียวตรงถนนหน้าบ้านเท่านั้น

แสงไฟอันสุกสว่างบนท้องน้ำฝั่งตรงข้ามของพระราชวังซึ่งเป็นตลาดท่าน้ำที่ผู้คนมากมายกำลังพายเรือเล่นอย่างมีความสุข บ้างส่งเสียงหัวเราะร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานภายใต้เงาของงานเฉลิมฉลองนี้
ณ กลางสายน้ำที่สขิลากำลังผายเรือสีขาวลำน้อยของหล่อนมุ่งหน้าตัดผ่านตลาดและลำเรือมากมายที่กำลังค้าขายกันอยู่อย่างสนุกสนานตรงไปยังลานละครกลางสายน้ำที่กำลังแสดงละครอย่างท่ามกลางเสียงตบมือของผู้คน...สขิลาที่นานๆทีจะมีข้ออ้างแอบหนีออกมาเที่ยวตามคำสั่งของกวินทรากานต์-ไม่มีทางที่จะละโอกาสได้เที่ยวชมความสนุกเช่นนี้แน่นอน

"เฟียว...ว"

ยามที่ลำเรือของกวินทรกานต์ซึ่งนอนอยู่แล่นผ่านหมู่สายน้ำตรงไป-เหล่าแม่ค้าขายดอกไม้สาวๆมากมายที่เหลือบเห็นถึงกับเอาดอกไม้ที่คิดว่า"สวยที่สุดของตน"โยนทิ้งลงมายังอกของเธออย่างแฝงความหมาย...กวินทรกานต์ที่ได้รับถึงดอกกุหลาบที่สวยงามสีแดงสดดอกหนึ่งถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งลืมตาที่สวยซี้งสีเขียวมรกตของเธอจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ขายดอกไม้แล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ดอกกุหลาบงดงามปานใดเล่า จักงดงามยิ่งเท่านางผู้มอบมา"

"ว้าย...ย"

สาวขายที่พายเรือขายดอกไม้ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจ-เอียงอายจนหน้าแดงที่กวินทรกานต์ยิ้มให้แล้วกล่าวกลอนบทหนึ่งมอบแด่หล่อน...หญิงสาวที่ขายผลไม้ลำหนึ่งที่กำลังพายเรือแล่นมาใกล้ๆถึงกับเหม่อมองกวินกานต์ที่ทรงกายขึ้นมาอย่างตกตะลึง

"..."

กวินทรกานต์เพียงยิ้มให้กับหญิงสาวที่ขายผลไม้เล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวถามออกไปว่า

"แอปเปิ้ลสีแดงสดน่าหวานชื่นใจ ใช่หวานดั่งน้ำใจแม่นางหรือไม่..."

"ท่านก็ลองชิมดูเองสิค่ะ"

หญิงสาวขายผลไม้ส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มที่เอียงอายจนหน้าแดง-หล่อนหยิบเอาแอปเปิ้ลสีแดงสดประมาณ 3 ถึง 4 ผลลงให้กวินทรกานต์ที่นั่งอยู่ในลำเรือสีขาวทันทีด้วยความเต็มใจ...หญิงสาวที่รับเอาผลแอปเปิ้ลมาใช้ประกายตาสีเขียวมรกตจ้องมองไปพร้อมทั้งรอยยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"...แม้มิต้องลิ้มลองชมก็ทราบได้ ด้วยดวงใจนี้รู้ว่าหวานปานใด"

"บ้า..."

หญิงสาวขายผลไม้ส่งเสียงร้องด่าของมาทั้งรอยยิ้มและหน้าแดงจนเอียงอายอีกครั้งหนึ่งสร้างถึงความขบขันของเหล่าชายหนุ่มมากมายกำลังกวาดสายตามองมาอย่างสนุกสนานยิ่ง

"ฮ่า...ฮ่า..."

หญิงสาวขายผลไม้ที่ยิ่งน่าแดงจึงรีบเอาผลไม้อีก 3 ถึง 4 อย่างส่งให้กับเธอเป็นการแก้เขิน-กวินทรกานต์จึงยิ้มรับออกมาแล้วเด็ดเอาผลองุ่นสีม่วงสวยเม็ดหนึ่งผ่านริมฝีปากทานอย่างเอร็ดอร่อย...ท่ามกลางเสียงสายตาและเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆ

"เฮ้อ..."

ของสขิลา เพราะทุกคนที่ตลาดแห่งนี้ต่างทราบว่า”กวินทรกานต์เป็นบุตรชายของลีโอนัส”-มิใช่เป็นบุตรสาวอย่างที่เป็นความจริง…กวินทรกานต์ที่ได้ยินเสียงถอนหายใจถึงกับทราบว่า”คิดของหญิงรับใช้”เธอจึงก้าวออกไปว่า

"ถ้าไม่พอใจ-วันหลังไม่ต้องตามมาก็ได้น่ะ"

"ไม่มีอะไรค่ะ"

สลิขาส่งเสียงปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็วแล้วหยิบเอาสินบนที่เป็นชมพูชิ้นหนึ่งขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อยปิดปากตนเองทันที...แต่ในหมู่ของลำเรือที่กำลังแล่นอยู่ที่ตลาดน้ำแห่งนี้กลับปรากฏยังเรือสีขาวอีกลำหนึ่งที่แล่นอยู่ไม่ห่างออกไปนัก

...ราวกับเหตุการณ์ต่างๆปรากฏอยู่ภายใต้สายตาของผู้คนบนเรือจมหมดสิ้น

บนเรือสีขาวที่นั่งอยู่ด้วยชายหนุ่มประมาณ 4 คน...ชายหนุ่มที่หล่อเหล่าและทรงอำนาจที่สุด-เขาที่เปลี่ยนมาสวมใส่ยังเสื้อคลุมสีน้ำเงินแทนสีขาวเพียงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

"กวินทรกานต์..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ดูท่าเขาจะเป็นที่รักของทุกคนจริงๆน่ะ"

"อืมม์..."

ชายหนุ่มที่ภูมิฐานคนหนึ่งสวมใส่เสื้อคลุมสีม่วงเข้มเพียงส่งเสียงตอบรับออกมา-เขาที่เป็นชายหนุ่มที่ตาโต คิ้วเข้ม จมูกโด่งมีค้างเหลี่ยมเพียงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"...ทุกคนที่ตลาดน้ำและเมืองทางฝั่งใต้นี้ต่างรักเขาทั้งนั้นแหละ"

"ท่านรู้อะไรดีๆหรือ-ธรรมธัช"

ชายหนุ่มผู้หล่อเหล่าหันลงไปเลิกคิ้วถามยังชายหนุ่มที่สวมชุดสีม่วงหรือธรรมธัชผู้นั่งอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัย...ธรรมธัชจึงพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"เมื่อหนึ่งปีก่อน-กวินทรกานต์เคยไปว่าความที่ศาลของฉันเพื่อช่วยพ่อค้ายากไร้คนหนึ่งที่โดนขุนนางที่คดโกงคนหนึ่งเอาเปรียบ เพราะต้องการลูกสาวไปเป็นนางบำเรอ..."

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ตั้งแต่นั้นทุกคนที่ตลาดน้ำแห่งนี้และชาวบ้านในเมืองต่างชอบกวินทรกานต์กันทุกคน-ท่านก็น่าจะได้ยินถึงเรื่องราวเหล่านี้บ้างไม่ใช่หรือ"

"อืมม์..."

ชายหนุ่มผู้หล่อเหล่าจงส่งเสียงออกมาอย่างพอใจเล็กน้อย-เขาที่จับจ้องมองไปยังกวินทรกานต์ที่กำลังแล่นเรือตรงไปยังลานละครกลางสายธารแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

"...เราชักอยากจะรู้จักกับกวินทรกานต์ผู้นี้แล้วสิ"

"ถ้าท่านอยากที่จะรู้จัก..."

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้าสุดซึ่งสวมชุดสีเขียวเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยหันกลับมากล่าว-เขาที่ไว้หนวดยังกล่าวออกมาอีกว่า

"...พรุ่งนี้ก็เรียกให้เขาเข้าวังไปสิ-ง่ายนิดเดียว"

พร้อมทั้งหันไปกล่าวเกี้ยวสาวที่ขายน้ำหวานต่อด้วยรอยยิ้มที่เจ้าชูนิดๆ...แต่ชายหนุ่มรูปหล่อที่นั่งอยู่ตรงกลางยังกล่าวออกไปอีกว่า

"แต่เราอยากที่จะรู้สึกในฐานะของคนทั่วๆไปต่างหากล่ะ-ชวิน"

"งั้นหรือ..."

ชายหนุ่มไว้หมวดที่นั่งหน้าหรือชวินเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยส่งเสียงตอบรับออกมา-เขาที่หยุดเกี้ยวสาวแล้วหันกว่ามาอย่างเจ้าเล่ห์นิดหน่อยพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปอีกว่า

"...ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร-เรื่องแค่นี้เราสามารถจัดให้ได้"

"งั้นก็ดี"

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกลางส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างพอใจเป็นอย่างยิ่ง...ชวินที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ที่กวาดสายตากลับไปด้านหลังยังกล่าวต่อไปอีกว่า

"แต่งานนี้จะต้องมีผู้เสียสละหน่อยน่ะ"

"ไม่เป็นไร…"

ชายหนุ่มส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งหันไปหายังชายหนุ่มคนสุดท้ายที่มีหน้าที่ผายเรือพร้อมทั้งยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วส่งเสียงบกล่าวออกไปอีกว่า

"...รีบผายเรือตามไปเถอะ-ปาลทัต"

"ครับ"

คนพายเรือที่นั่งอยู่ท้ายหรือปาลทัตส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งพายเรือไปอย่างรวดเร็วราวกับยอมรับถึงชะตากรรมของตนอย่างไม่คิดที่จะปฏิเสธใดๆ
-----------------------------------------------

"เฟียว...ว"

ท่ามกลางสายน้ำที่กำลังพริ้วพัดอย่างแผ่วเบาและโอบยังความสุขใจให้กับทุกผู้คน...กวินทรกานต์ที่กำลังนอนเล่นใช้สองมือชมดูละครบนเวทีกลางสายน้ำอย่างมีความสุขกลับได้ยินถึงเสียงร้องออกมาอย่างตกใจของสขิลา

"กรี๊ด...ด"

"หือ..."

กวินทรกานต์ที่กำลังชมดูละครอย่างมีความสุขถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างรับรู้ทันที-เธอที่ทรงกายลุกขึ้นจึงรีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังสขิลาที่นั่งอยู่ด้านหลังทันที...ปากที่เรียวสวยของเธอยังส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"มีอะไรหรือ-สขิลา..."

แต่ไม่จำเป็นต้องทราบถึงคำตอบอะไรภาพที่เห็นก็ปรากฏขึ้นมาชัดเจนแล้ว-เมื่อเห็นถึงชายหนุ่มหน้าตาที่นั่งอยู่ท้ายเรือสีขาวกำลังเอามือซ้ายคว้าลำแขนขวาของสาวใช้ของเธอไว้...กวินทรกานต์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่คิ้วตรง หน้าคมเข้ม ตัดผมสั่น สวมใส่เสื้อสีคลุมสีเขียวอ่อนของพวกราชองครักษ์ บนเรือลำนั้นยังนั่งไปด้วยชายหนุ่มอัน 3 คนที่สวมชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงินที่หล่อเหล่า สีม่วงและสีเขียว-ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกนักปราชญ์ ขุนนางชั้นล่างและฝ่ายเสนาธิการจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจว่า

"...พวกคุณคิดจะทำอะไรกัน"

"ขอโทษที..."

ชายหนุ่มที่สวมชุดสีน้ำเงินซึ่งหล่อเหลาคล้ายกับเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้จึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วแล้วกวาดสายตาไปยังปาลทัตที่กำลังจับแขนของสขิลาอย่างรวดเร็วทันที

"ครับ"

ปาลทัตที่รู้ว่า”หน้าที่ของตนสิ้นสุด”แล้วจึงรีบปล่อยมืออย่างทันทีพร้อมทั้งพยักหน้าส่งเสียงตอบรับออกไป...พร้อมทั้งเสียงที่ดังขึ้นมาต่อไปว่า

"เพียะ..."

สขิลาตบมือขวาข้างที่ถนัดตบใส่ใบหน้าของปาลทัตทันทีที่ได้รับอิสระ...แต่ปาลทัตที่โดนตบกลับเพียงเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับไม่รู้สึกเจ็บอะไรแม้แต่น้อย

"..."

"เชอะ..."

สร้างความไม่พอใจและแง่งอนให้กับสขิลาถึงกับเชิดเสียงออกมาแล้วหันไปมองอีกทางอย่างไม่พอใจทันที...แต่กวินทรกานต์ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงหัวร่อออกมาเล็กน้อยในลำคอฟังดูกังวานราวเสียงระฆังระวัวขึ้นในหัวใจของผู้คน-เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังสขิลาแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"เจ้าอย่าโกรธไปเลย-สขิลา..."

ก่อนที่จะใช้ประกายตาอันคมกริบที่เรียวสวยสีเขียวมรกตของตนจับจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่สวมใส่ชุดสีน้ำเงินแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างมั่นใจว่า

"...องค์กษัตริย์ทรงอุตส่าห์ใช้ให้ราชองครักษ์มาลวนลามเจ้าเชียวน่ะ"

"หา..."

ชายหนุ่มผู้หล่อเหล่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องร้องออกมาอย่างตกใจ-เขายังส่งเสียงถามออกไปอีกว่า

"...เจ้าทราบได้อย่างไงกัน"

...ราวกับส่งเสียงยอมรับออกมาว่าเป็นความจริง

"ก็กระหม่อนพึ่งได้พบกับพระองค์เมื่อครู่นี้เอง..."

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างมั่นใจ เพราะในเวลาที่กษัตริย์หนุ่มกำลังจ้องมองไปยังเธอในขนาดที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดนั่น-หญิงสาวที่จ้องมองไปยังชายหนุ่มในขนาดที่กำลังเอยกลอนเช่นเดียวกัน

...ถึงเขาจะเปลี่ยนชุดก็มิสามารถตบสายตาของเธอได้อย่างเด็ดขาด

เธอที่มั่นใจยังกวาดสายตาจ้องมองไปยังปาลทัตที่เป็นราชองครักษ์แล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แล้วคงไม่มีราชองครักษ์คนไหนกล้าลวนลามสาวชาวบ้านเบื้องหน้าองค์ราชาเป็นแน่..."

หญิงสาวใช้สายตาสีเขียวมรกตที่งดงามของเธอจับจ้องมองไปยังกษัตริย์หนุ่มแล้วกล่าวต่อไปอีกอย่างมั่นใจว่า

"...ถ้ามิใช่องค์ราชาเองเป็นผู้ที่สั่งการ-ใช่ไหมล่ะพะยะค่ะ..."

ประกายตาสีเขียวมรกตที่เรียวสวยและงดงามจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้หล่อเหล่างามสง่าอีกครั้งแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

"...องค์ราชาภวินทธาร"

"เจ้าฉลาดมาก..."

ภวินทธารส่งเสียงก้าวออกไป-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังกวินทรกานต์แล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"...กวินทรกานต์"

"ขอพระทัย-พะยะค่ะ..."

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกไปด้วยท่านั่งที่สบายๆ เพราะทราบดีว่า"กษัตริย์หนุ่มที่ปลอมตัวออกมา"ไม่ต้องการให้ใครรู้...ในขนาดที่สขิลากลับมีสีหน้าตื่นตกใจที่จะส่งเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้ง

"กร..."

แต่ปาลทัตที่รู้หน้าที่จึงรีบเอามือปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว...กวินทรกานต์ที่ไม่มีเวลาสนใจยังสาวใช้ของตนเพียงส่งเสียงถามกษัตริย์หนุ่มออกไปว่า

"พระองค์ทำเช่นนี้เพราะอะไรหรือพะยะค่ะ"

"เราทำเพราะต้องการรู้จักเจ้าไงล่ะ"

ภวินทธารที่จ้องมองไปยังกวินทรกานต์ส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งรอยยิ้ม...หญิงสาวที่ใช้ประกายตาสีเขียวมรกตสบสายตาของชายหนุ่มกลับไปเพียงยิ้มออกมาอย่างงดงามแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"งั้นพระองค์สามารถทำได้สำเร็จแล้ว..."

เธอยังกล่าวต่อไปอีกอย่างชื่นชมว่า

"...พระองค์ทรงเก่งมาก"

"วิธีนี้ไม่ใช่เราเป็นผู้คิดหรอก"

กษัตริย์หนุ่มส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังชวินเป็นเชิงชื่นชม...กวินทรกานต์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังชวินอีกคนเป็นเชิญที่รู้ความหมายทั้งยังพยักหน้าให้เล็กน้อย

"..."

ชวินเพียงพยักหน้ารับไปเท่านั้น...กวินทรกานต์ยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะในยามที่เธอก้าวเดินพร้อมร่ายกลอนเมื่อตอนเย็นนั้นก็เห็นถึงเขาอยู่เคยข้างองค์ราชาประกอบกับท่านผู้พิพากษาอยู่ด้วยจึงมั่นใจยิ่งขึ้น-แล้วหญิงสาวจึงยิ้มแล้วโค้งให้กับภวินทธารอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งกล่าวออกไปว่า

"พระองค์ทรงเป็นองค์ราชาที่ปรีชามาก"

เพราะมีแต่องค์ราชาที่ให้เกียรติ์แด่ผู้ที่มีความรู้เช่นนี้เท่านั้นจึงเหมาะสมให้กับผู้ที่มีความรู้ยินยอมรับใช้ได้อย่างจริงใจ

"ไม่ต้องมาพิธี..."

ภวินทธารส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้ม-เขาส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

"...เจ้าช่วยเป็นผู้นำเราเที่ยวได้ไหมล่ะ-กวินทรกานต์"

"เป็นเกียรติ์อย่างยิ่งพะยะค่ะ"

กวินทรกานต์ส่งเสียงตอบออกไปพร้อมทั้งโค้งให้กับกษัตริย์หนุ่มภวินทธารด้วยรอยยิ้มที่เต็มใจทันที เพราะการได้รับใช้ถึงกษัตริย์หนุ่มเป็นสิ่งที่ทุกผู้คนบนดินแดนแห่งนี้ต่างปรารถนา

...รวมทั้งกวินทรกานต์ด้วยเช่นเดียวกันที่เป็นข้าผู้จงรักใต้พระบาทนี้
-------------------------------------------------

ระหว่างที่กษัตริย์หนุ่มภวินทธารกับกวินทรกานต์รอชมถึงการแสดงละครอยู่อย่างสนุกสนานภายในเสียงโห่ร้องอันมีความสุขของผู้คนอยู่...

...

หลังจากที่รอคอยอยู่นานแต่ละครบทต่อไปกลับยังไม่เปิดฉากคนจนผู้คนเริ่มไม่พอใจ...หัวหน้าคณะละครที่กำลังหนักใจเมื่อกวาดสายตาจ้องมองมาเห็นยังกวินทรกานต์ถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจแล้วรีบวิ่งตรงมายังเธอทันที

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

หัวหน้าคณะละครที่มาหยุดยั้งเบื้องหน้าเรือของกวินทรกานต์แล้วส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจว่า

"ท่านกวินทรกานต์-ท่านต้องช่วยข้าน่ะขอรับ..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปราวกับเหมือนจะก้มลงไปเข่าคุกกราบเสียตรงนั้นว่า

"...มีเพียงท่านคนเดียวเท่านั้น"

"มีอะไรหรือ..."

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเห็นใจ-เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ถ้าช่วยได้-ข้าต้องช่วยท่านอยู่แล้ว"

"ขอบพระคุณ..."

หัวหน้าคณะละครจึงส่งเสียงกล่าวต่อไปอย่างรวดเร็วว่า

"...เมื่อครู่นักแสดงที่เล่นเป็นมาร์คัสกลับก้าวพลาดจนเท้าหักไม่สามารถแสดงต่อไปได้-เรากำลังมีปัญหาถึงจนที่มาแสดงแทนละครให้จบอยู่"

"ข้าน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก..."

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกมาแล้วหันไปมองยังภวินทธารเป็นเชิญขออนุญาต เพราะเธอในตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวอยู่...กษัตริย์หนุ่มที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าตอบรับออกไปพร้อมทั้งรอยยิ้มเท่านั้น

"อืมม์"

เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มอย่างเห็นถึงความสามารถของกวีผู้งดงามยิ่งที่เบื้องหน้ายิ่งกว่าสิ่งใดๆต่างหากล่ะ...

"ขออนุญาตน่ะพะยะค่ะ"

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งลุกขึ้นก้าวเดินขึ้นไปยังลานแสดงละครกลางสายน้ำอย่างรวดเร็วทันที...

"มาร์คัส..."

ไม่นานนักเสียงของนักแสดงหญิงก็ส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งแสงไฟคบไฟที่ถูกจุดส่องสว่างขึ้นมารอบๆนักแสดงสาวที่ยืนอยู่กลางลานเวทีทันที-หล่อนที่กำลังกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆยังส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

"...ท่านอยู่ไหนกัน"

"ข้าอยู่ยอดรักของข้า..."

เสียงของกวินทรกานต์ดังลั่นขึ้นมากพอทั้งร่างของเธอที่สวมใส่อยู่ในชุดที่เก่าซอมซ่อราวยาจก-สวมใส่หมวกใบเก่าก้าวเดินออกไปท่ามกลางไฟที่สาดส่องมายังเธอเพียงหนึ่งเดียว...เธอที่เล่นบทของมาร์คัสสวมกอดนักแสดงสาวทันทีพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

"...โดโรธี"

"โอ้มาร์คัส..."

นักแสดงหญิงส่งเสียงกล่าวออกมา-หล่อนที่เงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยังกวินทรกานต์แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกปานหัวใจแหลกสลายว่า

"...อีกสามวันข้าโดนท่านพ่อบังคับให้แต่งงานกับเศรษฐีที่ชั่วช้าคนนั้น..."

นักแสดงหญิงที่คล้ายกำลังร่ำไห้จึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"...จะทำอย่างไงดี"

"ข้าพอมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง..."

กวินทรกานต์ที่ก้มลงไปในสายตาจ้องมองไปยังนักแสดงหญิงส่งเสียงกล่าวออกไปราวกับหลงรักหล่อนจนหมดหัวใจ-ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกด้วยเสียงที่กังวานไพเราะว่า

"...พรุ่งนี้ข้าจะไปสู่ขอเจ้าน่ะ"

"ท่านพ่อคงไม่ยอมแน่..."

นักแสดงหญิงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างหวดกลัว-หล่อนยังกล่าวออกมาอีกว่า

"...เราสองคนใช้เงินก้อนนี้หนี้กันไปจากเมืองนี้เถอะค่ะ"

"อืมม์..."

กวินทรกานต์ส่งเสียงตอบรับออกมา-เธอที่ทำเป็นกวาดสายตาจ้องมองไปยังทางด้านซ้ายราวกับเห็นถึงท่าเรือแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...พรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน...ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ท่าเรือน่ะ-ยอดรักของข้า"

"พรุ่งนี้ช้าจะมาให้ได้-มาร์คัส"

นักแสดงสาวส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งแสงคบไฟที่ดับลงไปเป็นการจบถึงองค์นี้...ยามเมื่อแสงคบไฟสุกสว่างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง-ฉากบนเวทีก็ได้ถูกจัดเป็นท่าเรือแล้ว...

กวินทรกานต์ที่ยืนอยู่บนหัวเรือที่ใช้เป็นฉากบนลานแสดงนั้นกำลังกวาดสายตาจ้องมองไปยังรอบๆอย่างร้อนใจยิ่ง-เธอส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชันเจนว่า

"โดโรธี..."

หญิงสาวที่ยังแสดงถึงสีหน้าที่ร้อนใจยังกล่าวออกไปอีกว่า

"...ทำไมเจ้ายังไม่มีอีกน่ะ"

นักแสดงที่แสดงเป็นเจ้าของเรือจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"นายท่านนี่ก็ได้เวลาแล้วน่ะ..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปว่า

"...ข้าว่านางไม่มาหรอก"

"ไม่-นางต้องมาอย่างแน่นอน..."

กวินทรกานต์ที่สวมบทมาร์คัสส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนจนกระทั่งภวินทธารก็รู้สึกได้เช่นนั้น-เขาได้แต่ดูการแสดงของกวินทรกานต์ที่กล่าวต่อไปอีกว่า

"...ข้าจะรอนางจนกว่านางจะมา เพราะหัวใจข้าบอกเช่นนั้น"

"แต่ได้เวลาแล้วน่ะ"

นักแสดงชายส่งเสียงกล่าวเร่งรัดออกมาด้วยท่าทีที่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง...กวินทรกานต์จึงหันไปตอบอย่างวิงวอนว่า

"ข้าจะไม่ไปไหนทันสิ้นจนกว่ายอดรัดรักข้าจะมา..."

กวินทรกานต์ที่หันกลับมาทางหน้าเวทีกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆเวทีอย่างรวดเร็ว-เธอใช้สายตาอันร้อนร้นจับต้องมาไปยังคนดูทุกคนแล้วส่งเสียงตะโกนก้องออกมาอย่างสุดเสียงว่า

"...โอ้...โดโรธียอดรักของข้า-เจ้าอยู่แห่งไหนกัน..."

"เฮ้อ..."

เสียงถอนหายใจของนักแสดงชายที่รับบทเจ้าของเรือส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจน-เขายังกล่าวออกมาอีกว่า

"...ตายเสียเถอะ"

พร้อมทั้งพุ่งเอามีดแสบใส่ท้องของกวินทรกานต์จนทรุดลงไปนั่งยังพื้นเรือทันที-หญิงสาวที่ใช้สายตาอันไม่เชื่อถือจ้องมองไปยังนักแสดงชายแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ทำ...ทำไม...กัน..."

"พ่อค้าค่าเงินให้พาเจ้าออกไปจากเมืองซ่ะ..."

นักแสดงชายส่งเสียงกล่าวออกมา-เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ถ้าเจ้ายอมไปเสียดีๆแล้วล่ะก็-ข้าคงไม่ต้องฆ่าเจ้าหรอก"

"บ้าน่า..."

กวินทรกานต์ที่นอนทรุดอยู่บนฉากหัวเรือส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่เชื่อถือสักเท่าไหร่...นักแสดงชายยังขยับร่างหมายจะเข้ามาทำร้ายกวินทรกานต์ซ้ำอีก-แต่เสียงของนักแสดงหญิงจึงดังขึ้นมาว่า

"มาร์คัส-ท่านอยู่ไหนกัน"

"หา..."

นักแสดงชายส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรีบหันกายวิ่งหนีออกไปจากแสงไฟทันที...กวินทรกานต์ที่ได้ยินเสียงของนักแสดงหญิงจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจแล้วส่งเสียงที่อ่อนละโหยโรยแรงออกไปว่า

"ข้าอยู่นี่-โดโรธ..."

...มันเป็นน้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความหวังให้กับทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน

"อา...มาร์คัส-ท่านเป็นอะไร"

นักแสดงสาวที่วิ่งมาพบกวินทรกานต์ในบทของมาร์คัสโดนทำร้ายส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งก้มร่างลงไปประคองเขา...กวินทรกานต์ยิ้มออกมาอย่างดีใจเล็กน้อย-เธอส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

"ในที่สุดเจ้าของมาแล้ว-ยอดรักของข้า"

"ข้ามาแล้ว...ข้ามาตามสัญญาแล้ว-มาร์คัสยอดรักของข้า"

นักแสดงสาวส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งโอบกอดกวินทรกานต์ไว้พร้อมทั้งหลั่งน้ำตา...กวินทรกานต์จึงยิ้มออกมาราวกับพยายามที่จะซ่อนถึงความเจ็บปวดเอาไว้-เธอยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

"ข้ารักเจ้า-โดโรธี"

"ข้ารักท่าน-มาร์คัส"

นักแสดงสาวส่งเสียงตอบออกมา...กวินทรกานต์ที่ยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ลาก่อน...ยอด...รัก...ของ...ข้า...โด..."

พร้อมทั้งสิ้นเสียงลงไปแล้วหลับตาฟุบหน้าลงไปราวกับตาย...นักแสดงหญิงที่ส่งเสียงร้องออกไปอย่างดังลั่นว่า

"มาร์คัส..."

พร้อมทั้งการแสดงที่จบสิ้นลงไปและแสงคบไฟที่ดับลงไป…กษัตริย์หนุ่มภวินทธารที่ดูการแสดงในครั้งนี้ถึงกับยกมือขึ้นปราดหยาดน้ำตาที่เอ่อล้มออกมาใต้ดวงตาตน
----------------------------------------------------

...

"กระหม่อนขอลาก่อนลาล่ะ"

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกมาของตัวลากลับไปคฤหาสน์ของเธอหลังการแสดงจบลง...กษัตริย์หนุ่มภวินทธารกล่าวออกไปว่า

"เชิญเถอะ-วันนี้เราสนุกมาก"

"ขอบพระทัยพะยะค่ะ"

กวินทรกานต์ส่งเสียงกล่าวออกไปพร้อมทั้งโค้งให้กับภวินทธารแล้วหันไปสั่งสขิลาว่า

"เรากลับกันเถอะ-สขิลา"

"ค่ะ"

สลิขาส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรีบผายเรือไปอย่างรวดเร็วทันทีราวกับต้องการหนี้ยังใครบางคน...กษัตริย์หนุ่มภวินทธารที่จ้องมองเรือของกวินทรกานต์ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"ทำไมกัน..."

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ทำไมชายหนุ่มที่หล่อเหล่าและสวยงามเปี่ยมด้วยความสามารถเช่นนี้จึงไม่ยอมรับใช้ข้า"

"หากพระองค์ต้องการให้เขารับใช้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่พะยะค่ะ"

ชวินส่งเสียงกล่าวออกมาให้ฐานะเสนาธิการคนสนิทที่พอจะแก้ยังทุกปัญหาที่ชายหนุ่มมิสบายใจ...ภวินทธารที่ได้ยินเพียงหันไปสบสายตากับชวินเป็นความหมายที่รู้กันแล้วส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย

"ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."

สร้างความหนักใจให้กับปาลทัตเป็นอย่างมาก-แม้กระทั้งธรรมธัชก็อดที่จะส่ายหน้ามิได้...ทางด้านกวินทรกานต์ที่นั่งเรือกลับไปถึงยังท่าเรือของคฤหาส์นเธอแล้วเพียงส่งเสียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

"เฮ้อ-จบเสียที..."

เธอที่ลุกขึ้นก้าวเดินไปบนท่าเรือเพียงถอดหมวกสีน้ำเงินของตนปล่อยให้เส้นผมสีดำที่ยาวสลวยถึงปลายหลังของเธอพริ้วไสวลงมาอย่างสวยงามท่ามกลางสายลมของยังราตรีสีน้ำเงินเข้มอันแสนงดงามสวยยิ่งนี้-หญิงสาวไม่คิดอะไรมายังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ช่างเป็นวันที่แสนยาวนานยิ่งนัก"

พร้อมทั้งก้าวเดินขึ้นไปยังสวนด้านข้างของคฤหาสน์ที่ไร้แสงไฟเพราะผู้คนน่าจะหลับแล้วตรงไปยังห้องนอนของตนทันที...โดยที่ไม่รู้เลยว่า...

...เรื่องราวของเธอมันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 30 ม.ค.54 เวลา 05:09:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ