Temp Nightflare
แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

มาโดกะ - หนังอาร์ต - จริงๆแล้วอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์คืออะไร? [spoil]

***คำเตือน - สปอยล์เรื่องราวตอนที่ 1-3 นะครับ








มาโดกะ - หนังอาร์ต - จริงๆแล้วอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์คืออะไร?



-------------------------------------

Mahoushoujo Madoka Magica ผลงานของผู้กำกับอนิเมชั่นเขย่ากระแสอย่างชินโบ ที่หลายๆคนอาจมองว่าแค่ชินโบทำก็อาร์ตแล้ว ทั้งๆที่ไม่ได้รู้เลยว่าหนังอาร์ตคืออะไร ดูแล้วรู้สึกว่า " มันอาร์ต เพราะได้ฟีลลิ่งแบบบาเคะโมโนกาตาริ เพราะบาเคะมันดูแล้วรู้สึกอาร์ต อาร์ตยังไงเหรอ? ไม่รู้สิ ก็อาร์ตไง ดูแล้วมันอาร์ตดีนะ " ดังนั้นผมจะขอข้ามบริบทเกี่ยวกับผู้กำกับคนนี้ไปเลยนะครับ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าทำไมผมถึงให้นิยามของอนิเมชั่นสาวน้อยเวทมนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นหนังอาร์ต



บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นหนังอาร์ตเพราะภาพหรือเปล่า? ภาพที่ใส่เอาของจริงเข้ามาตัดสลับรวมกับ 2D อนิเมแบบนี้เลยทำให้กลายเป็นหนังอาร์ตใช่มั้ย?

เปล่าครับ ไม่เกี่ยวเลย

ภาพในส่วนนั้นเป็นจุดประสงค์ของผู้กำกับที่ต้องการหยอกเย้าเล่นกับคนดู ภาพเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบที่ต้องการให้คนดูเห็นแล้วสมองเกิดการตีความโดยอัติโนมัติว่า "อนิเมสาวน้อยเวทมนตร์เรื่องนี้มีความแตกต่างจากอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์เรื่องอื่น" ซึ่งนี่เป็นการโหมโรงเหล่าคนดูให้เข้าสู่กระบวนการตีความในส่วนอื่นๆของอนิเมให้รับรู้ถึงความอาร์ตในเรื่องนี้เป็นขั้นต่อไป ดังนั้นภาพพวกนี้จึงไม่ใช่ตัวการที่จะบ่งบอกว่าอนิเมเรื่องนี้เป็นหนังอาร์ต หนังอาร์ตมันไม่ได้คิดง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ภาพและ art direction เหล่านี้เป็นแค่การบิวด์ให้คนดูเกิดความรู้สึกคล้อยตามว่าเรื่องนี้มีความพิเศษเท่านั้นเอง





หนังอาร์ต มีชื่อเรียกเป็นที่รู้จักหลายชื่อ ภาพยนตร์ทดลอง, Avant Garde หรืออะไรอื่นๆ แต่ที่คนคุ้นหูกัน และหลายๆคนแขยงคำนี้ บางคนก็ดูถูก บางคนก็เชิดชู ง่ายที่สุดก็คือคำนี้แหละครับ " หนัง-อาร์ต "

นิยามของหนังอาร์ตก็คือ " จะดูรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ได้ เป็นหนังที่ทำตามใจผู้กำกับ ไม่ต้องแคร์ว่าคนดูจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ มีความสุขหรือไม่มีความสุขที่ได้ดู ขึ้นอยู่กับการตีความของคนดูเอง และหนังอาร์ตทุกเรื่อง จะมีคอนเซ็ปต์หลักที่เหมือนกันอยู่ นั่นคือเป็นการตั้งคำถามต่ออะไรสักอย่าง "

ซึ่งหนังตระกูลนี้เราสามารถตั้งคำถาม หรือการทดลองกับอะไรในตัวหนังก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับ บท พลอต ภาพ เสียง บริบท ยกตัวอย่างหนังสัตว์ประหลาดบุกโลกซักเรื่องที่คอนเซ็ปต์ก็ไม่ได้แปลกใหม่ เล่าย่อๆก็ได้ว่า สัตว์ประหลาดบุกโลก! เท่านั้นแหละ แต่เมื่อเราจับพลอตนี้มาเล่าเรื่องด้วยการใช้ POV (ภาพแทนสายตา) ตลอดทั้งเรื่อง เราก็จะได้หนังที่เป็นการทดลองกับกล้อง หรือ "ภาพ" เรื่องหนึ่ง เท่านี้หนังเรื่องนี้ก็มีองค์ประกอบของหนังอาร์ตขึ้นมาแล้ว



สาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะเป็นอนิเมมาโฮโชโจ(สาวน้อยเวทมนตร์) เรื่องแรกที่ไม่ได้มีการขายตัวละครเลย ไม่มีการบอกคนดูตรงๆว่านี่คือโมเอะแฟคเตอร์ นี่คือจุดขายของตัวละครตัวนี้ ไม่มีซีนที่จงใจเล่าความน่ารักของตัวละคร ไม่ว่าจะด้วยภาพหรือบทพูด สีสันในเรื่องก็ไม่สดใส ภาพที่ควรจะเน้นสีสันเหมือนการ์ตูนเด็กก็กลับกลายเป็นการละเล่นกับคอนทราสต์ องค์ประกอบเชิงวิจิตรศิลป์ และสีที่ออกไปทางพาสเทลที่มี saturation(ความจัดของสี)ต่ำ ตัวละครหลักแต่ละตัวจึงดูเผินๆไม่ได้โดดออกมาจากตัวละครอื่นๆมากนัก เครื่องแต่งกายของมาโฮโชโจเองก็ไม่ได้โดดเด่นหรือมีลูกเล่นมากมาย และทั้งหมดนี้ก็เป็น mood & tone ที่เหมือนกับเตือนให้คนดูคล้อยตามอย่างไม่รู้ตัวก่อนเลยว่า " อนิเมเรื่องนี้จะไม่สดใสเหมือนกับอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์ทั่วไปหรอก รีบๆรู้ตัวเถอะ "



เรื่องราวของมาโดกะเล่าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการแฟลชแบคถึงเรื่องราวในอดีต จึงมีปมปริศนาอยู่เสมอ แต่ก็ใช่ว่าจะเดาไม่ได้เสียทีเดียว ซึ่งจุดเด่นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การหักมุมในพลอตแต่อย่างใด การที่เหมือนว่าไอ้ตัวคิวเบย์นี่มันจะเป็นอัพไลน์ขายตรงมาหลอกล่อให้เหล่าตัวเอกทำสัญญาเป็นมาโฮโชโจไวๆเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง... ตรงเนี้ย คนดูเดาได้อยู่แล้วล่ะจากบริบท แต่ที่น่าสนใจก็คือเดาได้แล้วเกิดคำถามต่อไปทันทีว่า " เฮ้ย เอาแบบนี้เลยเหรอ นี่มันอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์นะเว้ย...? ตกลงการเป็นสาวน้อยเวทมนตร์นี่มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดเลยใช่มั้ย? "

เหมือนจะยิ่งตอกย้ำความคิดนั้นเข้าไปอีก เมื่อมาถึงตอนที่ 3 ตัวละครที่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในตัวละครหลักอย่างมามิ จู่ๆก็โดนปีศาจหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูกัดหัวหลุดลงมาแหมะเป็นศพที่พื้นด้วยความประมาท แล้วไอ้ตัวนั้นมันก็ตามลงมาเคี้ยวกินต่ออีกแน่ะ... ถ้าใครที่ไม่โดนสปอยล์มาก่อนมาดู ผมว่าในหัว(หรือนอกหัว)ต้องร้อง เฮ้ยยยยยยยยย กันบ้างไม่น้อย



สรุปแล้วการเป็นมาโฮโชโจก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด และนี่ก็คือการทดลองที่แท้จริงของอนิเมเรื่องนี้... ไม่ใช่ภาพหรอกครับ ภาพพวกนั้นมันก็แค่น้ำจิ้มที่เป็นพรมปูทอดไปสู่ไอ้นี่ต่างหาก ความเป็นหนังอาร์ตของมาโดกะอยู่ที่ไอ้นี่ครับ " บท และบริบท "

ผมจะไม่พูดถึงแล้วนะว่าบทของเรื่องนี้เป็นการตั้งคำถามอย่างไร คิดว่าหลายๆคนคงจะได้คำตอบไปแล้วจากการตีความ แต่ส่วนที่ทำให้บทของเรื่องนี้กลายเป็นการตั้งคำถามได้ ก็ไปอยู่ที่ " บริบท " อีกนั่นแหละ เราลองมาคิดกันดูว่าบทแบบนี้มันพิเศษตรงไหน? ลองเปลี่ยนอนิเมเรื่องนี้เป็นโทนดาร์คตั้งแต่นิยามแล้ว สมมติว่าเรื่องนี้เป็นอนิเมต่อสู้ ซีเรียส มืดมน ตัวละครตัวเอกหญิงที่อ่อนแอคนหนึ่งมีโอกาสได้รับพลังพิเศษแต่ก็ยังไม่ใช้ รุ่นพี่ที่เป็นนักต่อสู้อีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องพาเขาไปติดตามดูการต่อสู้ที่แท้จริงก่อน แล้วพอมาถึงตอนที่ 3 รุ่นพี่ก็ประมาท พลาดท่าถูกอีกฝ่ายเล่นงานคอขาดตาย

พลอตดูธรรมดาลงไปเลยใช่ไหม?

ดังนั้นสิ่งที่เสริมสร้างให้บทของเรื่องนี้มีความพิเศษขึ้นมา นั่นคือบริบทครับ หรือก็หมายถึง " นิยามการเป็นอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์ " ที่คนทั่วไปพึงระลึกถึงนั่นเอง ความเป็นอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์มันฝังรากลงไปอยู่ในระดับความเข้าใจของคนดูอนิเมทั่วไปแล้ว ถ้าได้ยินว่าเรื่องนี้เป็นอนิเมสาวน้อยเวทมนตร์ มันควรจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พอเรื่องนี้เป็นสาวน้อยเวทมนตร์ และมีบทกับพลอตที่ไม่เหมือนกับนิยามที่รับรู้เลย บทของเรื่องนี้ถึงมีความพิเศษ นี่คือความหมายของบริบท





ความอาร์ตของสาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะที่จริง นั่นก็คือการตั้งคำถามโดยผู้กำกับและทีมงาน ถึงเหล่าคนดูอนิเมทุกคนว่า " สาวน้อยเวทมนตร์คืออะไร เราจับสาวน้อยมาใส่ชุดกิ๊วก๊าว เอาไปสู้กับเหล่าร้าย มีฉากแปลงร่างให้หัวใจตุ้มๆต่อมๆ ต่อสู้ผดุงความยุติธรรม เป็นอนิเมสดใสๆ ดูแล้วเบิกบาน นั่นคือสาวน้อยเวทมนตร์แล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นสาวน้อยเวทมนตร์ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย จะเป็นอนิเมแบบไหนในสายตาพวกคุณ? "

เคยมีศิลปินชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อเสียงโด่งดัง ชื่อ Marcel Duchamp เขียนงาน ทำหนัง ทำอะไรคนก็ชื่นชมไปหมด ขณะนั้นมีงาน gallery ประกวดผลงานศิลปะยิ่งใหญ่ มาร์เซลเอาส้วมอันหนึ่งที่เขาซื้อมาจากร้านขายสุขภัณฑ์ทั่วไปมาสลักชื่อว่า R.Mutt แล้วส่งเข้าประกวด ไม่มีใครรู้ว่านี่คือเขา และแน่นอน ส้วมอันนั้นก็ตกรอบพร้อมคำด่า สองปีต่อมามาร์เซลเปิด gallery ของตัวเองแล้วเอาส้วมสลักชื่อ R.Mutt นั้นขึ้นโชว์ คนให้ความสนใจล้นหลาม ก่อให้เกิดรูปแบบของศิลปะในมิติใหม่



มาร์เซลตั้งคำถามต่อวงการศิลปะ ว่าศิลปะที่แท้จริงคืออะไร? เกิดจากงานที่มีคุณค่าโดยแท้จริง หรือที่จริงแล้วงานศิลปะเกิดจากชื่อเสียง? เกิดจากนิยาม? เรานิยามกันว่าถ้าเป็นงานของคนคนนี้คือศิลปะ ไม่ว่าเขาจะสรรสร้างห่านเหวอะไรออกมาก็ตาม เพราะเขาเป็นศิลปิน? หรือจริงๆแล้วรูปภาพที่สวย งานวาดที่วิจิตรตระการตาไม่ได้มีค่าในเชิงศิลป์เลย เพราะมันไม่ได้สร้างจากศิลปินมีชื่อ?

ผู้กำกับชินโบก็กำลังทำเรื่องคล้ายๆกันนี่แหละครับ

สาวน้อยเวทมนตร์คืออะไร? ภาพ พลอต บท แบบนี้ยังเป็นสาวน้อยเวทมนตร์อยู่ไหม?

บางทีการทดลองครั้งนี้ของผู้กำกับชินโบ อาจจะไม่ต้องการคำตอบก็ได้นะ








-------------------------
เขียนตามความรู้ความเข้าใจ และความหมั่นไส้ที่เห็นหลายๆคนเข้าใจหนังอาร์ตผิดๆครับ
มีอะไรชมสมเหตุสมผล ชมได้ มีอะไรด่าสมเหตุสมผล ด่าได้
ขอบคุณครับ

ฟ้ารักใหม่ที่สุดในโลกกกก X3

Edit by Rico - 23 ม.ค.54 เวลา 23:02:32 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 10:24:09 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
1 - 20 จากทั้งหมด 35 Reply

Alsagoz
The Medium of Chaos

เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้คนเขียนเรื่องอย่างอุโรบุชิด้วยแหละครับ จากผลงานก่อนหน้านั้นของเขาอย่าง Saya no Uta ก็รู้สึกทะแม่งๆ แล้วว่างานนี้มีอึ้งแหงๆ grin

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 10:30:11 น.

Temp Nightflare
แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

ครับ ใช่เลย saya no uta เจ๋งนะ แต่ที่ผมรู้สึกเฉยๆกับคนเขียนบทคนนี้ เพราะอนิเมซีซั่นก่อนหน้าอย่าง Phantom มันไม่ประทับใจซักนิดเดียวเลยก็ได้มั้ง... เลยนึกไปที่ชินโบก่อนว่า "เฮ้ย อยากได้บทแบบนี้นะ" เครดิตบทความนี้เลยเทไปทางผู้กำกับครับ grin

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 10:34:07 น.

zwei
สมาชิกลัทธิบริโภคนิยม

มองหาปุ่มกด Like

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 10:44:23 น.

สบ๊ายสบายนะเคอะ
(Kul-ChaN)

Yowaneko

"อยากทำก็ทำ คนดูตีความกันไปเองแหละ"

ส่วนคำตอบ ผมว่ายอดขายคือคำตอบนะว่างานนี้เรื่องต่อไปก็คงความอาร์ตต่อไปเช่นเดิม
อนิเมะถือเป็นศิลปพาณิชย์ ฉะนั้นถ้าทำตามใจอยากและขายได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 10:57:11 น.

Poemii
นักพากษ์ช่างฝัน

เห็นชื่อผู้กำกับก็นึกอยู่ว่า "มันไม่ใช่มาโฮโชโจธรรมดาๆแหงๆ" แต่ไม่คิดว่ามันจะไปได้ขนาดนี้ O_o

เรื่องนี้เด่นสุดในซีซั่นแล้วมั้ง

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:02:15 น.

เด็กสีฟ้าจากนรก (เฮลบลูบอย)
คนขายน้ำหวาน

แม่มด หญิงสาวผู้ใช้เวทย์
ถ้าจะเอาตามรากต้นกำเนิดดั้งเดิมตามศาสนาคริสต์ แม่มด หญิงผู้ใช้เวทย์ คือผู้ที่ทำสัญญากับปีศาจ เป็นผู้ต้องคำสาป ผู้มีมลทิล ชั่วร้ายมืดมน
เมะยุ่นเอาแม่มด หญิงเวทย์ มาทำการ์ตูนแล้วเปลี่ยนจากรากเหง้าเดิมคือเป็นแนวสดใส หวานแหว

เรื่องนี้กลับไปสู่รากเหง้าของ"แม่มด" นั่นคือชั่วร้าย มืดมน ต้องคำสาป

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:09:11 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

แค่แชร์ความคิดเห็นเน่อ grin

ส่วนตัวแล้วแอนตี้หนังอาร์ตอยู่หน่อยๆ เพราะรู้สึกว่าคนทำแค่ทำตามใจตัวเอง ซึ่งการทำตามใจตัวเองน่ะ ทำให้สร้างผลงานที่ unique ได้ง่าย และดูเท่ห์ แต่จริงๆแล้วการสร้างผลงานที่ตามใจผู้ชมได้และ unique ไปในตัวด้วยต่างหากที่ยากกว่า ส่วนคนชอบบางคนก็จะพยายามทำเป็นว่าดูรู้เรื่องแล้วอิน เพื่อที่จะยกระดับตัวเองให้สูงกว่า "คนสามัญ" ก็เลยทำให้ผมไม่ค่อยชอบหนังอาร์ต และคนอวยที่หนังอาร์ต(อยู่เสมอ)เท่าไหร่

สำหรับอนิเมเรื่องนี้...ไม่รู้ว่าอาร์ตรึเปล่า แต่ผมว่าผกก.ก็คงคิดอยู่เหมือนกัน ว่าคนดูที่ดูอนิเมมาเยอะแล้ว คงจะสะใจที่ได้เห็นอะไรนอกกรอบบ้าง และการเสียดสีที่นำมาใช้ก็ทำให้อมยิ้มได้ดี(ถึงจะโหดก็เถอะ) อีกอย่างที่ชอบก็คือคำเตือน(ว่าอนิเมเรื่องนี้ไม่ปกตินะเหวย)อย่างที่ฟ้าว่า ที่รู้สึกชัดสุดๆสำหรับผมก็คือ ห้องเรียนที่มีกำแพงทุกด้านเป็นกระจกใสนี่แหละ... โคตรหลอนเลย... ได้กลิ่นมาแต่ไกล...

อ้อ ลืมไปอีกอย่าง ถึงจะอาร์ตจะแนว แต่ถึงเวลาที่ต้องใส่แอคชั่น เค้าก็กำกับและอนิเมทได้เต็มที่จริงๆ ไม่อู้เลย ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ชอบเรื่องนี้นะ ^ ^;

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:10:54 น.

Kirito
A.K.Service

มองในแง่ร้าย "ศิลปะ" ก็คือคำที่ศิลปินใช้อุปโลกขึ้นมาเพื่อให้เหล่านายทุนและนักสะสมใช้เป็นข้ออ้างในการปั่นราคาผลงานของตัวเอง และตีตราคนทั่วไปที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองว่าเป็น "พวกไม่มีศิลปะ"

มองในแง่ร้ายจริงๆนะ...

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:16:12 น.

Temp Nightflare
แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

ผมชอบหนังอาร์ตครับ แต่แอนตี้แฟนบอยหนังอาร์ตอีกที เพราะผมก็ไม่ได้ชอบหนังอาร์ตไปซะทุกเรื่อง

อย่างแสงศตวรรษนี่ผมก็ไม่ชอบ ดูไม่รู้เรื่องเพราะไม่มีพลอต แต่มันเป็นการทดลองการเล่นแสง และบทที่อิงจาก ผกก. ล้วนๆ แสงศตวรรษเป็นหนังเกี่ยวกับพ่อแม่ แบ่งเป็นสองพาร์ต พาร์ตนึงใช้แสงธรรมชาติ อีกพาตใช้แสงสังเคราะห์ สื่อถึงพ่อกับแม่ในแต่ละบริบท.... แต่กรูดูไม่รู้เรื่องว้อยยยยยยยย หนังเมิงตามใจตัวเองเกินไปแล้ววววว และ require ความรู้ทางด้านภาพยนตร์ในการตีความอีกต่างหาก ใครจะไปเก็ทของเมิง ถูกแบนในไทยก็สมควรแล้ว โกอินเตอร์เถอะครับประเทศนี้ไม่มีที่ให้เทพอย่างคุณหรอก

ส่วนไอ้ดูเรื่องนี้แล้วต้องไปพยายามทำเป็นชอบเป็นเชิดชูเพื่อยกระดับตัวเองนี่เห็นมาเยอะครับ
ถ้าพูดถึงอนิเม บาเคะโมโนกาตาริก็เรื่องนึง : P
ผมไม่เชื่อว่า 99% ของคนไทยเราที่บอกว่าชอบ ดูรู้เรื่องทุกอย่าง มันรู้เรื่องจริงๆเอ้า ผว่าการจะตีความเรื่องนี้พร้อมๆกับที่ดูไปด้วยได้ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ทางวรรณกรรมญี่ปุ่น และความเข้าใจในลัทธิเซ็นสูงมาก

แต่หนังอาร์ตไม่จำเป็นต้องดูไม่รู้เรื่องนะครับ เป็นหนังเล่าเรื่องก็ได้ อย่างที่ยกตัวอย่างไปว่า cloverfield แม้จะเป็นหนังบอกซ์ออฟฟิศก็มีความเป็น avant garde ทั้งภาพและบท

ส่วนหนังอาร์ตที่ผมชอบนี่... พูดไปก็ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆในปัจจุบัน lol ผมชอบงานของคุโรซาว่า อากิระ ครับ ตั้งแต่ราโชมอน, 7 samurais อะไรแบบนี้ เลยมีอคติกับหนังตลาดญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน เพราะแอคติ้งกับจัดแสงกันห่วยเหลือเกิน... นอกนั้นก็หนังฝรั่งเศสบางเรื่องครับ ส่วนที่เป็นหนังอาร์ตในบอกซ์ออฟฟิศมันก็มี แต่หายาก.... Sweeny Todd เรื่องนึงล่ะ



ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:19:56 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

อย่าง 300 นี่อาร์ทป่าวอะ (ทั้งที่เนื้อเรื่องมันก็ป๊อบๆล่ะนะ) แต่ว่าการสื่อสาร แต่ละภาพแต่ละช็อตมันดูงดงามเป็นศิลปะไปหมด นั่นก็คือหนังที่ อาร์ท ตามนิยามของผมล่ะนะ...

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:25:37 น.

-Maya-
นักเรียน No. 021

ลงชื่ออ่านครับ

ส่วนตัวชอบฉากที่หลงไปโลกใต้ดิน(?)มากเลย

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:31:57 น.

Temp Nightflare
แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

300 อาร์ตได้ไม่เต็มปากครับ คือถ้าจะให้หนังเรื่องนั้นๆอาร์ตด้วยภาพ ก็ต้องเป็นคอนเซ็ปต์ที่ครอบทั้งเรื่องครับ เช่น cloverfield ที่ใช้ POV ทั้งเรื่อง หรือเรื่องอื่นๆที่มีการใช้ลักษณะของกล้อง หรือฟิลเตอร์ภาพที่แตกต่างใน ทั้งเรื่อง และถ้าจะใช้ลักษณะที่แตกต่างทางด้านภาพมาสร้างเรื่องแบบนี้ เราต้องมีเหตุผลที่สอดคล้องกับบทให้มันด้วย ว่าทำไมจำเป็นต้องใช้กล้องแบบนี้

เช่น Sin City ที่เป็นขาวดำทั้งเรื่อง มีแต่เลือดที่สีแดง มันก็มีเหตุผลของมันอยู่ว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้น มันจะสื่ออะไรในบท (เรื่องนี้ในสายตา critique ของอเมริกาก็ถือเป็นหนังอาร์ต แต่พวกยุโรปก็บอกว่าเรื่องทำนองนี้มันยังทำมะด๊าทำมะดานะคุณ)

ดังนั้น 300 ไม่อาร์ตหรอกครับ แค่ใช้เทคนิคการถ่ายทำกับเทคนิคการตัดต่อภาพในบางฉากเอง ถ้าถามผม Avatar ที่เป็นการเปิดมิติใหม่ในการทดลองเกี่ยวกับภาพ และใช้ในหนังกว่า 80% ของเรื่อง ยังอาร์ตกว่า แต่จากพลอตและการเล่าเรื่องที่ไม่พยายามทำให้คนตีความว่าอาร์ตเลย มันก็เลยไม่อาร์ตครับ



Edit by Temp Nightflare - 23 ม.ค.54 เวลา 11:33:50 น.

Edit by Temp Nightflare - 23 ม.ค.54 เวลา 11:36:53 น.

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:32:41 น.

Nighty
แมวสีฟ้า

ขอพูดถึงเรื่องหนังอาร์ทอย่างเดียวแล้วกัน ความจริงเราว่าหนังทุกเรื่องผู้กำกับเขาก็สร้างมาเพราะมีจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งนั้นแหละ บางครั้งแค่ผู้ชมรู้สึกไปในทางเดียวกันกับผกก.ก็ถือวาประสบความสำเร็จแล้ว เพราะความจริงแล้ว "ความรู้สึก" เป็นสิ่งที่ค้างในใจคนได้มากกว่า

อีกอย่างที่มีบางคนชอบสนับสนุนหนังอาร์ทหรือบูชา ๆ เพราะนัยหนึ่งแล้วเขานับถือในการสร้างความคิดและหลายครั้งก็คือความกล้าที่จะแหวกแนวจากสื่อขนบเดิม ๆ เพราะการทำซ้ำ ๆ ๆ ๆ แบบเดิม ๆ มันก็มีแต่รังให้ทุกอย่างจมอยู่กับที่ เพราะงั้นวงการหนังไทยส่วนหนึ่งจึงนิยมชมชอบที่จะได้เห็นอะไรแปลกแหวกแนวบ้าง

และอีกอย่างไอ้ผกก.ที่ชอบบอกว่า "ผมทำไปงั้น ๆ ไม่ได้คิดอะไรหรอก คนดูตีความกันไปเอง" ไม่ต้องไปเชื่อเขาหรอก เพราะงานสื่องานศิลปะยังไงมันก็ต้องผ่าน process หลาย ๆ อย่างในสมองอยู่แล้วและเมื่อผลงานออกไปแล้วมันก็ถือว่าเป็นผลงานของผู้ชมทุกคนที่จะสามารถนำไปคิดหรือว่าตีความยังไงก็ได้ การที่ผกก.เอามือชี้นิ้วไปบอกว่าแกต้องมองอย่างนี้ แกต้องคิดอย่างนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรจากการกระทำของเด็กเลย

ในขณะอย่างที่พี่หมอซิดบอกว่าคนดูอนิเมมาเยอะและรู้สึกเอียนจะสะใจอนิเมอย่างมาโดกะ คนดูหนังก็ต้องรู้สึกเบื่อเช่นกันถึงได้ใฝ่หาหนังที่แปลกและแหวกจะเมนสตรีม (พวก film addict บางทีดูหนังร้อยถึงสองร้อยเรื่องต่อปี) แต่สุดท้ายแล้วเรื่องพวกนี้ก็ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องคำว่ารสนิยมส่วนตัวอยู่ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:36:41 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

จากที่คุยมา เลยเกิดความสงสัยว่า แค่แหวกแนว ไม่ได้ทำให้ได้ชื่อว่า 'อาร์ท' ใช่ปะครับ? หรือแค่ทำอะไรที่ไม่เมนสตรีมก็ได้ชื่อว่าอาร์ท

ถ้าเป็นงั้นไว้ให้ฟ้าลองยกตัวอย่างให้ฟังหน่อย หนังเรื่องไหน แหวกแนว แปลกใหม่ ชัดเจน แต่ไม่อาร์ท แล้วมีหนังที่อาร์ท แต่ไม่แหวกแนวมั้ย... หรือ อาร์ท เป็น subset ของแหวกแนว...

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:47:02 น.

Alsagoz
The Medium of Chaos

มาเพิ่มเติมเบื้องหลังของเรื่องนี้นิดนึง tongue

เดิมทีทางทีมงานกะจะซ่อนอุโรบุชิซึ่งเป็นคนเขียนบทไว้ แต่เผอิญว่ารายชื่อของทีมงานหลุดออกมาก่อน แล้วก่อนหน้าที่ซีรี่ย์นี้จะเริ่มนั้นเขาก็เคยบอกว่า "จะเขียนเรื่องที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข" แต่เขาก็สารภาพภายหลังว่าเขาไม่ได้พูดจริงเพื่อที่จะเก็บเซอร์ไพรส์ของตอนที่สามไว้นั่นแหละ her

ซึ่งบางคนก็รู้อยู่แล้วว่าอุโรบุชินี่โม้แหงๆ เนื่องจาก Postface ที่เขาเขียนไว้ใน Fate/Zero ที่แสดงถึงแนวคิดการเขียนเรื่องของเขาไว้ค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว grin

http://www.wattpad.com/819362-fate-zero-volume-1-postface

Edit by Alsagoz - 23 ม.ค.54 เวลา 11:50:25 น.

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าความเป็น "อาร์ต" ของหนังอยู่ที่วิธีการนำเสนอให้คนดูตีความนอกบริบทเป็นหลักนะ ซึ่งมันอาจจะมาจากความตั้งใจของผู้สร้างหรือเกิดขึ้นมาโดยความบังเอิญก็ได้

Edit by Alsagoz - 23 ม.ค.54 เวลา 11:58:48 น.

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 11:47:22 น.

Temp Nightflare
แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

ยกตัวอย่างนะครับ

หนังแหวกแนวชัดเจนแต่ก็ไม่อาร์ท
- Watchmen ที่เป็นการตั้งคำถามกับวงการหนังฮีโร่ว่าหนังสืบสวนกับหนังฮีโร่ไปกันได้ไหม แต่สุดท้ายก็ไม่อาร์ต เพราะมีความเป็น box office สูงมาก ทั้งดีไซน์ แอคชั่น
- Inception มิติใหม่ของความคิด ที่บทอาร์ตมาก ดีไซน์เวิร์ล คอนเซ็ปต์ ดูดีมีศิลป์ไปหมด แต่สุดท้ายโนแลนด์ก็ยังเป็นผู้กำกับบอกซ์ออฟฟิศที่ไม่ได้กะจะอาร์ตอยู่แล้ว แต่เขาเก่งจนมันมีองค์ประกอบทางความคิดที่แปลกใหม่อยู่ในหนังมาก
- Scott Pilgrim vs. The World ลองไปอ่านที่ soma review กระทู้ก่อนหน้านี้ดูครับ



หนังอาร์ทที่ไม่แหวกแนว
- Paranormal Activity หนังผีที่เนื้อเรื่องไม่แปลกใหม่ ตัวเอกไปท้าทายผีแล้วไปอาศัยอยู่ในบ้านหลอน วันดีคืนดีผีก็เล่นงานเข้า เรื่องธรรมดา แต่ที่มันอาร์ตเพราะการเล่าเรื่องด้วยการตั้งกล้องถ่ายที่แปลกใหม่นี่แหละ
- Memento หนังของโนแลนด์อีกเรื่อง แต่เรื่องนี้อาร์ตแน่นอนครับ เรื่องของชายที่จำเรื่องได้ไม่กี่เรื่องแล้วลืมเรื่องก่อนหน้า หนังเล่าเรื่องโดยแบ่งเป็น 6 พาร์ท ไม่เรียงลำดับเวลาตามปฏิธิน ค่อยๆเฉลยเรื่องที่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆทีละพาร์ท เรื่องมันไม่แหวกแนวมากมายนัก แต่วิธีการเล่าเรื่องนี่แหละที่เป็นองค์ประกอบของภาพยนตร์ทดลอง
- The Imaginarium of Dr. Parnassus เป็นต้น


นอกจากนี้หนังบอกซ์ออฟฟิศสมัยก่อนก็มีหนังของ David Linch ที่อาร์ตโดดเด่นทุกเรื่องจนได้รับคำชมจากทางยุโรป

ปล. ผมชอบบทความเกี่ยวกับหนังของ Nighty นะครับ ยังเขียนอยู่มั้ยเดี๋ยวนี้

Edit by Temp Nightflare - 23 ม.ค.54 เวลา 12:06:22 น.

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 12:04:41 น.

Xecono-Master
Dream Seeker

จริงๆ ผมก็คิดว่า "แนวอาร์ต" เป็นเรื่องการตีความของแต่ละคน และไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

ส่วน Bakemonogatari นี่ยอมรับว่าดูแบบตั้งใจตลอดเรื่องแล้วเวียนหัว เนื่องจากการตัดภาพสลับกับฉากมืดๆ ที่มีตัวอักษร แต่ชอบ Opening ของน้องงูมากมาย ^^"

ปล. แล้วอย่างหนัง "Watchmen" นี่ถือว่า อาร์ต ไหมครับ ?

ความคิดเห็นที่ 17 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 12:15:33 น.

เน็ตโตะ
นักมวยไทยสายAgi

ตายได้ก็ชุบได้

ตอนสุดท้ายก็ขอให้เทพเจ้ามังกรคืนชีพทุกคนที่ตายจากฟรีสเซอร์ก็จบ

เผลอ ๆ เรื่องนี้อาจจะพล็อตแนวจัมป์ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 18 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 12:23:47 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

มามิตายไปครั้งนึงแล้ว (ตอนรถคว่ำ) เลยชุบไม่ได้ เพราะดราก้อนบอลชุบชีวิตได้ครั้งเดียว (มุขนะ...)

ความคิดเห็นที่ 19 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 12:35:19 น.

เล่าปี่ the lolicon
จอมจักพรรดิ โลลิค่อน

ทำไมผมมีลางสังหรณ์แปลกๆว่าตอนสุดท้าย มันต้องมีแนวว่า รีเซ็ตโลกกลับไปใหม่อีกรอบจังเลยแหะ

ความคิดเห็นที่ 20 ตอบเมื่อ 23 ม.ค.54 เวลา 13:08:09 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
1 - 20 จากทั้งหมด 35 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ