อย่ามาคัน
โทรลลอร์ด

An Unbiased Review Winter Anime 2011

ครั้งแรกนะเนี่ยที่แปะที่นี่!?

สวัสดีครับ ก็พบกันอีกแล้วกับ An Unbiased Review ประจำฤดูหนาวปี 2011 ปีนี้เมืองไทยก็หนาวกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย!
สำหรับซีซั่นนี้มีหลายเรื่องที่น่าจับตามองด้วยหลายๆเหตุผล เช่น Fratale งานที่ยามะคัน (ไม่ใช่อย่ามาคัน) ประกาศกร้าวเลยว่า
ถ้าเจ๊งจะเลิกกำกับอนิเม หรือ มาโฮโชโจมาโดกะ งานยามินะเบะรวมมิตรสยองของ ชินโบ(Shaft)xอุเมะเทนเทย์xอุโรบึจิ(Nitro+)
ที่ดูเหมือนจะเข้าใจคำว่าสาวน้อยเวทมนต์กันผิดๆ หรือ โฮโรมุสึโกะ ที่โดดเด่นเรื่องงานภาพที่มีเอกลักษณ์ แต่ก็น่าเสียดาย
เหลือเกินที่ซีซั่นนี้ไม่มีงานจากเกียวอนิอีกแล้ว ก็เลยขาดสีสันจากแฟนบอยจัดตั้งของเกียวอนิที่พร้อมจะขย้ำทุกอย่างที่ขวางหน้า
แหม....จืดเลย

ก็เหมือนเดิมครับ บอกทุกรอบ แล้วก็มีคนไม่อ่านทุกรอบ ผมจะแบ่งคะแนนออกเป็นสองส่วนคือ “คุณภาพงานโดยรวม”
ที่หมายถึงความเรียบร้อยของงาน, บท, การกำกับ. ความลื่นไหล ของตอนแรกที่ฉายไป แล้วก็รวมกันออกมาเป็นเกรด
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ อีกส่วนนึงคือ “ความน่าติดตาม” หมายถึงสเน่ห์ของอนิเมและความดึงดูดชวนให้ติดตามตอนต่อๆไป
รวมถึงโอกาสจะดูต่อหรือดูจนจบเรื่อง ก็จะออกมาเป็นเปอร์เซนต์ ถ้าเกิดเรื่องใดผมทนดูได้ไม่จบตอนจะได้รับสิทธิ์ F ทันที

ก่อนจะไปอ่านก็คุยกันหน่อยละกัน ผมมักจะโดนถามบ่อยเหลือเกินว่าดูเรื่องไหนจบมั่ง หรือชอบเรื่องไหนมั่ง หรืออยาก
ให้เขียนหลังจากดูจบแล้วมั่ง ซึ่งบางอันก็ตอบไปแล้วแต่ก็ไม่เคยมีคนสนใจ.... อืม ก็เลยมาคุยกันก่อนเสียหน่อย สำหรับ
ซีซั่นก่อนนั้นผมดูเรื่อง อามางามิ, โซเรมาจิ, แพนตี้สต๊อกกิ้ง ชิกิและน้องกรูไม่น่ารัก จบครับ ชอบสุดก็คงเป็นโซเรมาจิ
ที่ไม่ชอบก็เลิกดูเลิกจำไปหมดแล้ว สำหรับเรื่องน้องกรูนั้นผมว่าในแง่อนิเมมันก็สนุกดีนะ แต่ในแง่เรื่องราวก็รู้สึกหงุดหงิด
อยู่พอสมควร หลังจากดูจนจบผมก็ค้นพบว่าทำไมผมถึงชอบอายาเสะที่สุด นอกจากสถานะ "เพื่อนน้องสุดแจ่ม" ที่ชวน
ให้ระทึกแล้ว อายาเสะยังชอบพูดในสิ่งที่ผมอยากให้มีใครสักคนพูดเสมอ คำถามที่อายาเสะถามมักจะเป็นคำถามที่แทงใจ
โอตาคุ และแม้แต่คนในเรื่องก็ยังตอบไม่ได้ ได้แต่หยิบยกบริบทที่ไม่เกี่ยวข้องมากลบเกลื่อนไปเรื่อยๆ จุดนี้นี่เองทำให้
ผมรู้สึกชอบอายาเสะเป็นพิเศษ

อามางามินั้นการแยกเป็นบทๆ ทำให้เรื่องจืดกว่าที่ควรจะเป็น ความสนุกของอนิเมรักในรั้วโรงเรียนก็คือเวลาที่สาวๆ
ปะทะ(ตบ)กันนี่หล่ะ พอไม่มีจุดนี้ก็เลยเซ็งๆ และหลายๆตอนก็ทำตอนจบได้ไม่ดีนัก (เกมมันก็บื้อๆงี้ด้วย) ผมชอบตอน
ของคาโอรุ ไอ แล้วก็คุณหัวหน้าห้อง แล้วก็ตอนจบ นอกนั้นเฉยๆ ส่วนเรื่องชิกินั้น ดูแบบเรื่อยๆเปื่อยๆเละเทะดี คาใจ
แค่ทำไมอีเด็กประถมจากนรกนั่นมันไม่มีบทจนตายไปเองเลย.... แล้วก็รู้สึกสงสารเมกุมิ​ (CV: โทมัตสึ ฮารุกะ)
ที่สุด เธอแค่อยากหนีไปให้พ้นจากสังคมชนบทเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าต้องตาย(ซ้อนตาย)อย่างอนาถ(โดนรถไถขับทับหัว)
โดยไม่ได้ทำอะไรผิดเลย(ละมั้งนะ...) สุดท้ายก็โซเรมาจินี่ผมชอบที่มันเพี้ยนๆ จังหวะเดินเรื่องประหลาดๆ และสนุกกับเรื่อง
เรื่อยเปื่อยได้หลากหลายดี โอเคบางตอนก็งานแย่จัง แต่หลายๆตอนก็สนุกมากเช่นกัน


มาโฮโชโจ มาโดกะ มากิก้า
สาวน้อยเวทมนต์ยุค MLM


คานาเมะ มาโดกะสาวน้อยธรรมด้าธรรมดา มีชีวิตในโรงเรียนกับเพื่อนธรรมดาๆ แต่ว่าวันนึงโชคร้ายก็ได้คืบคลานมาหาเธอ
เมื่อเธอได้พบกับคุณแมว(?)คิวเบย์ที่มาเกลี้ยกล่อมหาดาวน์ไลน์ถึงในฝัน คิวเบย์พยายามพูดถึงความเปลี่ยนแปลง อนาคต
และสิ่งที่อยากได้ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้มาโดกะ ทำสัญญาเป็นมาโฮโชโจดาวน์ไลน์ ซายากะ เพื่อนของมาโดกะก็ติดร่างแหโดน
ชักชวนให้ทำสัญญาด้วยเช่นกัน และโฮมุระซัง นักเรียนใหม่ซึ่งโดนหลอก..เอิ้ย...เกลี้ยกล่อมจนตกเป็นดาวน์ไลน์จนต้องเป็นหนี้
บัตรเครดิทเพราะกักตุนสินค้า ได้ปรากฏตัวและพยายามเตือนมาโดกะว่าหากยังรักครอบครัวและเพื่อนจงอย่าได้ทำสัญญา
ทางด้านคิวเบย์ได้ใช้มามิซึ่งเป็นดาวน์ไลน์มงกุฏเพชร มาช่วยเกลี้ยกล่อมพวกมาโดกะ โดยการแสดงให้เห็นว่าเมื่อทำสัญญา
แล้วจะเลิศเลอเพียงใด (แปลงร่าง ยิงปืนให้ดูเยอะๆ) เมื่อพวกมาโดกะกำลังประทับใจและสับสน มามิและคิวเบย์จึงไม่พลาด
โอกาสจับไปอบรมที่ห้องมิดชิดและเสนอผลประโยชน์ว่าเมื่อเป็นดาวน์ไลน์แล้วจะสามารถขอพรได้อย่างนึง ซึ่งทำให้พวกมาโดกะ
เริ่มลังเล แม้ว่าจะยังไม่ได้ทำสัญญา คิวเบย์ก็ยังให้ความสามารถพิเศษเทเลพาธี่ของดาวน์ไลน์มาทดลองใช้ก่อน เทเลพาธี่
นั้นแสนสะดวกสบาย เวลาสอบพวกมาโดกะก็สามารถถามคำตอบจากมามิที่เป็นรุ่นพี่ได้อย่างสบาย มามิได้พาพวกมาโดกะ
ไปลองออกสนามของจริง และโชว์ความท่าไม้ตายใหม่โดยไม่ซ้ำกับตอนก่อน ทำเอาพวกมาโดกะประทับใจเป็นอย่างมาก...
พวกมาโดกะจะตกเป็นดาวน์ไลน์ของคิวเบย์หรือไม่! มามิมีรายได้ต่อปีเท่าไหร่! ชีวิตมาโฮโชโจ MLM นั้นจะเป็นอย่างไร!!
โปรดติดตามตอนต่อไป!!!

.....โอเค....เอาจริงๆ หน่อย มาโดกะเป็นงานของชินโบที่มีความเป็นชินโบสูงมาก ใครที่ไม่ชอบชินโบนั้นอาจจะพาลไม่ชอบเลย
มาโดกะนั้นฉีกภาพจากมาโฮโชโจเดิมๆ ที่ต้องวางอยู่บนความถูกต้องและคุณธรรม แต่จะมีเรื่องของตัณหา ด้านมืดในจิตใจคน
ปะปนอยู่ด้วย ธีมของเรื่องนั้นดูหม่นหมองเกินจะเรียกว่ามาโฮโชโจได้เต็มปาก คาแรกเตอร์ดีไซน์ของอุเมะนั้นก็ยังคงความ....บาน
ได้เหมือนเดิม แต่โอเค..หันข้างแล้วก็น่ารักดี อย่างน้อยตัวก็สูงอกใหญ่น่า อย่างที่บอกไว้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นงานรวมมิตรคนบ้า
งานก็เลยบ้าสมใจ... Theme Song เพลง Magia ก็ยังร้องโดย Kalafina เพลงอย่างกะจับไปบูชายัญ.... พวกเอ็งเข้าใจ
คำว่าสาวน้อยเวทมนต์กันยังไงฟระเนี่ย...

จุดที่ทำให้อยากตะโกนว่าเชี่ยอะไรวะที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นมิติพิศวงและศัตรูในเรื่อง ที่พอปรากฏตัวก็จะเปลี่ยนเป็นอีกสไตล์ไปเลย
(คนทำชื่ออินุคาเระ*) ซึ่งทำเอาสงสัยว่านี่เปิดอนิเมผิดเรื่องหรือเปล่า... และถ้าผมจำไม่ผิดความรุนแรงในมาโฮโชโจนั้นมี
จุดเริ่มต้นจาก Nanoha และนาโนฮะก็เป็นงานของชินโบ.... ชายผู้เป็นรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายคนนี้กำลังจะเปลี่ยนความหมาย
ของคำว่ามาโฮโชโจ(สาวน้อยเวทมนต์)อีกครั้ง โอเค เอาเป็นว่าถ้าคุณรับไม่ได้กับสไตล์บ้าๆของชาฟท์และวิธีนำเสนอแบบชินโบ
ก็กลับไปดูเคองเหอะ

คุณภาพงาน: B+
ความน่าติดตาม: 100%
Check Point: มาโฮ..โช...โจ? หลอนไปหรือเปล่า, ชินโบ๊ชินโบ




โฮโรมุสึโกะ
ครอสเดรส



โฮโรมุสึโกะหรือ Wandering Son เป็นอนิเมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ "ครอสเดรส" หรือการใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้าม
ก่อนที่อนิเมจะฉายนั้นสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดก็คือสไตล์ของภาพที่พยายามทำให้เป็นเหมือนภาพสีน้ำแนวเดียวกับที่
Shimura Takako ผู้วาดเรื่องนี้วาด ซึ่งทำออกมาได้น่าทึ่งเป็นอย่างมาก เมื่อได้พบกับตัวงานจริงๆก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
เรื่องภาพเลย ทำออกมาได้สวยปริ๊ง และไม่ใช่แค่สไตล์ภาพเท่านั้น ตัวอนิเมชั่นเองก็ขยับได้ลื่นไหลและมีจังหวะที่สวยงาม
อนิเมเรื่องนี้ดูแค่ภาพก็คุ้มแล้ว

โฮโรมุสึโกะนี้มีต้นฉบับเป็นมังงะมาก่อน แต่ว่าไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทย มีให้อ่านเป็นแสกน ซึ่งปกติผม
ไม่อ่านแสกนก็เลยไม่เคยได้อ่านมาก่อน ได้ยินว่าตัวมังงะนั้นจะเริ่มเนื้อหาตั้งแต่ตอนที่ตัวเอกเรียนประถม แต่อนิเมเริ่มมา
ก็จะเข้าชั้นมัธยมแล้ว ด้วยความที่ค่อนข้างรวบรัดเนื้อหาและตัวละคร ในตอนแรกนี้จึงมีตัวละครมากมายปรากฏตัวมา
พร้อมๆกัน จึงทำให้สับสนนิดหน่อยว่าใครเป็นใคร กว่าผมจะตั้งตัวได้ว่าใครเป็นใคร มีจุดเด่นอะไรก็ปาเข้าไปครึ่งตอนหลังแล้ว

แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอสเดรสซึ่งเป็นหนึ่งในแฟคเตอร์สมัยนิยม แต่ก็ไม่ได้ใช้เป็นจุดที่จะทำให้ตะลึง
หรือตื่นเต้นเลย ไม่มีการจับตัวละครหนุ่มหน้าหวานมาแต่งหญิงทำตัวโมเอ้แล้วให้ตัวละครอื่นๆในเรื่องหื่นกามใส่
ครอสเดรสในเรื่องนี้เป็นเหมือน "สถานการณ์ต้องห้ามที่ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก" เพื่อบีบคั้นให้ตัวละครในเรื่องถ่ายทอด
อารมณ์ออกมา ไม่ได้มีเรื่องจิตใจสกปรกปะปน (ยกเว้นคนดูจิตใจสกปรกไปเอง ฮ่าๆ)

โอเคถึงแม้ภาพรวมมันจะดีข้อดีหลายอย่าง แต่พูดก็พูดตรงๆ อนิเมประเภทนี้เป็นอนิเมประเภทที่จะถูกพูดถึงในลักษณะ
"เรื่องนี้ดีนะแต่ว่าไม่ได้ดูหรอก แกดูหรือเปล่า" อารมณ์ราวๆอนิเมดีแต่ไม่มีคนดู ไม่มีคนซื้อ ซึ่งก็ต้องอยู่เป็นไม้
ประดับวงการไปเรื่อยๆ ด้วยตัวละครที่โผล่มามากมายในตอนแรก นางเอกที่ไม่น่ารัก (แต่พระเอกน่ารัก!?)
สไตล์การเดินเรื่องเนิบๆ ภาพที่สวยแต่ไม่มีโมเอ้เซอร์วิส สุดท้ายก็คงถูกลืมไป


คุณภาพงาน: A
ความน่าติดตาม: 88%
Check Point: ภาพสวยมาก, มึน ตัวละครเยอะ, งานดีที่ไม่มีคนดู






ซอมบี้เหรอก๊ะ
มาโซโชโจครอสเดรสชิมะแพน


หนุ่มน้อยคนนึงที่เป็นซอมบี้ แล้ววันนึงก็มาเจอกับสาวน้อยเวทมนต์ที่ใช้เลื่อยไฟฟ้าเป็นอาวุธ เปิดเรื่องมาหม่นๆ
นึกว่าจะเป็นอนิเมแนวซีเรียส ไปมาๆ ตลกแดกนี่หว่า.... พอดูๆไปก็พบว่า เออก็สนุกดีนะ มุกในเรื่องก็ขำดี เสื่อมดี
งานภาพก็ค่อนข้างใช้ได้เลย มุกในเรื่องใช้วิธีล้อตัวเองผสมกับเสื่อม ซึ่งก็ทำออกมาได้ดี หลายๆคนดูแล้วรับไม่ได้
กับการซูมกางเกงในตุงๆหลายวินาที ผมก็เฉยๆนะ ไม่เห็นจะเป็นไร

คุณภาพงาน: B
ความน่าติดตาม: 75%
Check Point: เนโครแมนเซอร์สุดยอด, มาโซโชโจก็สุดยอด, กางเกงใน




Fractale
งานสุดท้ายของยามะคัน


ใครที่ตามข่าวคงจะรู้ว่ายามะคัน(ไม่ใช่อย่ามาคัน)คนดังเคยประกาศก้องเลยว่าถ้า Fractale งานออริจินอล
ของเขานั้นถ้าเกิดเจ๊งขึ้นมาละก็ เขาจะเลิกกำกับอนิเมเลยทีเดียว! ซึ่งแม้ว่า Image Illust ต้นฉบับของ Hidari
จะดูดีก็ตาม พอเป็นอนิเมชั่นคาแรกเตอร์ดีไซน์แล้วช่างดูสิ้นหวังเหลาเหย่สุดๆ เปลี่ยนพาเลทสีผมจนอยากจะร้องไห้
แทนคนออกแบบ แทบจะฟันธงได้เลยว่าเจ๊งแน่ๆ พอวันฉายจริงก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย...... งานภาพแม้จะขยับได้ดี
แต่ก็ดูไม่น่าประทับใจเลยสักนิด

ถึงกระนั้นก็ตามหากมองข้ามเรื่องภาพที่ไร้เสน่ห์ไปก่อน โดยรวมแล้วเรื่องยังมีจุดที่สนใจหลายอย่าง เช่นนางเอก
ที่ดูลึกลับและมีเสน่ห์ โลกทัศน์ที่ผสมผสานระหว่างยุคกลางและอนาคต เทคโนโลยีประหลาดๆ ฉากหลังที่ค่อนข้างดี
(แต่ไมไ่ด้โดดเด่น) ตอนที่ดูผมรู้สึกว่า Fractale ให้อารมณ์เหมือนอนิเมยุค 90 อย่างนาเดีย การผจญภัยกับหญิงสาว
แปลกหน้าที่มีแรงดึงดูดลึกลับ นานแล้วที่ไม่ได้พบกับอารมณ์นี้ แต่ก็ติดปัญหาเดิม.... อนิเมชั่นคาแรกเตอร์ดีไซน์
ไม่ชวนให้อยากดูต่อเอาเสียเลย

แม้ยามะคันจะประกาศก้องว่าถ้าเจ๊งจะเลิกทำอนิเม แต่ก็ไม่ได้จำกัดความคำว่า "เจ๊ง" ไว้อย่างชัดเจน เช่นเรทติ้ง
มากกว่า 2.5% หรือยอดขายมากกว่า 10,000 ชุด ดังนั้นผมฟันธงเลยว่าไม่ว่า Fractale จะขายได้ห่วยแตกเท่าไหร่
จะโดนด่าทอสาดเสียเทเสียเพียงใด ยามาคันก็ยังคงทำอนิเมต่อไปอยู่ดี

คุณภาพงาน: C
ความน่าติดตาม: 55%




โอนี่จังกับน้องสาวสุดหื่น
น้องสาวผมเป็นป๊อบอาย


ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับเหล่าสาวกค้ำคอร์ทั้งหลายที่ชื่นชอบเรื่องราวผิดศีลธรรมอยากจับน้องสาว(ในจินตนาการ)กด
เรื่องโอนี่จังนี้นั้น ไม่ผิดศีลธรรมแต่อย่างไรครับ... เพราะไม่ได้เป็นน้องสาวแท้ๆ ตัวเรื่องสนุกกว่าที่คิด แม้ว่าจะมุกเดิมๆก็ตาม
นางเอกก็พากย์รัวได้สะใจ สิ่งที่เห็นแล้วอดทักไม่ได้ก็คือ แขนขาอะไรมันจะยาวเป็นป๊อปอายขนาดนั้น... แล้วก็เห็นกางเกงในได้
ถนัดชัดเจนมาก ไม่ทราบว่าจะเน้นเกินไปหรือเปล่า แขนขายาวเป็นโอลีฟป๊อปอาย เห็นกางเกงในไปก็ไม่ได้เกิดอารมณ์หรอก

คุณภาพงาน: B-
ความน่าติดตาม: 50%
Check Point: ไม่ค้ำคอร์, ชิมะแพน, แขนยาว





GoSick
โลลิโกธิคโกซิกค์


ก่อนจะดูเรื่อง GoSick นั้น ผมเคยอ่านมังงะเรื่องเดียวกันมาแล้ว เวอร์ชั่นมังงะนั้นค่อนข้างน่าเบื่ออย่างแรง แม้จะเป็นแนว
สืบสวนสอบสวนไขปริศนา แต่วิธีแก้ปริศนาและตัวปริศนาช่างไร้เหตุผลและดูไม่ฉลาดเอาเสียเลย แถมมังงะก็วาดไม่สวยด้วย
ในเวอร์ชั่นอนิเมนั้นคาแรกเตอร์ดีไซน์ออกมาได้ดีกว่าในมังงะ และยังมีการดัดเปลงเรื่องและปริศนาเสียใหม่ กระนั้นก็ตาม
ยังออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร (แต่ก็ดีกว่ามังงะ) จากที่ดูๆ หลายคนดูเรื่องนี้เพียงเพราะว่ามีตัวละครโลลิผมทองใส่ชุดโกธิคเท่านั้น....
สำหรับผมแล้วเรื่องนั้นค่อนข้างจืด แต่ภาพรวมก็ไม่ขี้ริ้วนัก อย่างน้อยก็ดูจบตอนล่ะวะ...

คุณภาพงาน: C+
ความน่าติดตาม: 47%
Check Point: วิคตอริก้า, โลลิ, ปริศนาเห่ย





Dragon Crisis
คุกิมิยะไครซิส


อนิเมเรื่องนี้ก่อนดูผมไม่มีข้อมูลใดๆทั้งสิ้น พอเปิดดูก็อืม งานดีนะ ภาพเหมือน Elhazard ไงไม่รู้ แต่ชอบฟิลเตอร์แสง
ในเรื่อง พอดูๆไป ฉากแอ็คชั่นก็อลังดี แม้ว่าจะเนื้อหากลวงโบ๋โจ๋ จากนั้นพอคุกิมิยะตื่นเท่านั้นหล่ะ.... ริวจิ ริวจิ! ริวจิ!
เรียกอยู่ได้รำคาญโว้ย ระวังริวจิอีกคนมันจะโผล่มาถูบ้านเช็ดกระจกให้นะเฟ้ย ดูจบก็อืม... พอดูได้แม้จะไม่ได้ประทับใจอะไร
นมก็ใหญ่เด้งดี

คุณภาพงาน: B-
ความน่าติดตาม: 37%
Check Point: คุกิมิยะ, แสงสวย, เรื่องน่าเบื่อ





Wolverine
เมื่อมาเวลบรรจบกับฟุโจฉิ


วูลฟ์เวอร์รีนเป็นฮีโร่ฝั่งอเมริกาคนนึงที่โด่งดังที่สุด ฮีโร่ที่ป่าเถื่อนสันโดษและดูไม่ค่อยเป็นพระเอกคนนี้หล่ะที่ดัง
ที่สุดในกลุ่ม X-Men แต่เมื่อเขาเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่น อะไรอะไรมันก็เปลี่ยนไป... เมื่อโลแกนได้รับการอัพเกรด
เป็นอิเคเมง(หนุ่มหล่อ)อย่างสมบูรณ์แบบ! หน้าแหลมเปี๊ยวตาเรียวงาม สูงชะลูด กล้ามนิดๆพองาม ไม่ได้ล่ำบึ๊ก
เป็นนักมวยปล้ำ ลายเส้นเอาใจฟุสุดๆ ขนาดหนวดหรอมแหรมยังดูเซ็กซี่อย่างที่สุดไม่ได้ งวดนี้ Madhouse
ไม่ได้ทำเป็นฝรั่งจ๋าเหมือน IronMan แล้ว เปิดเรื่องในนิวยอร์คแต่โลแกนพูดญี่ปุ่นคล่อง จากนั้นก็มาญี่ปุ่น ตามหาเมีย!!
เหตุผลสมัยนิยมหน่อยๆ เจอคุณพ่อตาหล่อแบบสูงอายุใช้ดาบไม้สู้ชนะมิวแตนท์อมตะได้... งานภาพก็ดีแบบเฉพาะทางหน่อย
จะดูแข็งๆถ้าเทียบกับอนิเมแนวแอ๊คชั่นทั่วไป ถ้าเป็นฟุชอบหนุ่มหล่อๆ หรือว่าเป็นคนไม่ตะขิดตะขวงกับโลแกนเวอร์ชั่น
อิเคเมงแล้วล่ะก็ น่าจะพอทนดูได้เรื่อยๆ

คุณภาพงาน: C
ความน่าติดตาม: 35%
Check Point: ลืมโลแกนแบบเก่าๆไปซะ เพราะนี่คือโลแกนอิเคเมง!




Level E
เจ้าชายซ่นตริง


ไม่รู้ว่าจัมพ์หมดมุกหรือว่าโทงาชิจะอดตาย เลยต้องไปขุดเรื่องงานเก่าขนาดนี้มาทำอนิเม Level E เป็นมังงะ
ที่เคยลงใน Jump หลาย(สิบ)ปีก่อน เขียนโดยโยชิฮิโร่ โทงาชิ เป็นงานคั่นระหว่าง Yuyu Hakusho และ
HunterxHunter เรื่องนี้ความยาว 3 เล่มจบ และเป็นมังงะแหวกแนวจัมพ์ที่สนุกมากเรื่องนึง สำหรับเวอร์ชั่น
อนิเมนั้นบอกตามตรงว่าน่าเบื่อกว่าที่คิด เรื่อง Level E นี้เป็นงานที่ฉีกกฏจัมพ์อย่างมาก พลิกแพลงทั้งเนื้อหา
และการนำเสนอ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเริ่มบ้าของโทงาชิ แต่พอเป็นอนิเม กลับกลายเป็นอยู่ในกรอบจนน่าเบื่อ
เดินเรื่องตามมังงะแบบไม่มีผิดเพี้ยน ลายเส้นอนิเม การเคลื่อนไหว แม้จะทำออกมาได้สมมาตรฐาน แต่ว่า
ไร้จิตวิญญาณเป็นอย่างยิ่ง ไม่สามารถถ่ายทอดความเจ๋งของมังงะออกมาได้เลย จัมพ์อนิเมก็ยังเป็นจัมพ์อนิเม
ในกรอบเดิมๆ แม้จะได้ต้นฉบับดีๆก็ไม่สามารถหลุดกรอบไปได้

สปอยนะ...บอกก่อน ในฐานะที่คนเคยอ่านมังงะมาแล้ว และชอบเรื่องนี้ไม่น้อย วินาทีแรกที่ไอ้มนุษย์ต่างดาวมันโผล่หน้ามาผมก็ขำแล้วครับ..... ยิ่งท้ายตอนที่เปิดเผยตัวจริงอันน่าขยะแขยง.... ยิ่งฮาโคตรๆ!!!

คุณภาพงาน: C
ความน่าติดตาม: 26%
Check Point: การ์ตูนตลก, จืด, จัมพ์, ขี้ฮกหว่ะ





Infinite Stratos
สไตรค์วิทช์ฮาเรมรูท


บอกตรงๆว่าซีซั่นนี้มีแต่อนิเมนอกกระแส หาแฟนบอยจัดตั้งไม่ได้เลย ขนาดพวกที่มาจากไลท์โนเวลอย่าง IS
นี้ยังดูไม่น่าจะได้รับความนิยมได้เลย IS เป็นเกี่ยวกับอาวุธสงครามที่ใช้ได้แต่ผู้หญิง แล้วพระเอกก็เสือกใช้ได้
คนเดียวในโลก(กริ๊ง) ก็เลยต้องมาอยู่รวมกับสาวๆมากมาย โครงเรื่องรวมๆคล้ายๆ Strike Witches พอสมควร
แต่ไม่มีการโชว์กางเกงในในที่สาธารณะเท่านั้น แต่จากที่ดูตอนหนึ่งดูไม่ค่อยจะเน้นฮาเรมเท่าไหร่ ยูคานะมาพากย์
ตัวอิจฉาได้นอยโสตประสาทมาก อย่าเอาเสียงไอจังของผมมาทำแบบนี้สิ ; ;

ฉากการต่อสู้กลางท้องฟ้านั้นทำออกมาได้ดี เมคานิคก็ออกแบบได้ดี แต่ไม่ชอบเวลาพระเอกใส่เกราะ มันดูเสร่อๆสุดๆ
เป็นไปได้ให้พระเอกมันขับเครื่องบินไปเลยก็ได้ ไม่ต้องมาใส่เกราะซาจิทาเรียสแบบนี้หรอก เกราะแบบนี้ให้สาวๆใส่ไปน่ะดีแล้วน่า

คุณภาพงาน: C
ความน่าติดตาม: 24%
Check Point: ยูคานะนอยหว่ะ, สไตรค์วิทช์แบบไม่มีกางเกงใน, ฮาเรมรูท





Yumekui Merry
สะดืองาม


ผมไม่เคยอ่านมังงะเรื่องนี้ แต่มีคนบอกว่าไม่สนุก พอดูอนิเมก็ไม่สนุกจริงๆ ไม่สนุกเอามากๆ Merry
เป็นงานเดียวของ J.C. ในซีซั่นนี้ (ไม่รวม Index) ตัวงานคุณภาพค่อนข้างดีเลย นักพากย์ก็ดี เพลงก็เพราะ เอวก็งาม
สะดีอก็สวย อกก็แบน แต่ Merry มีปัญหาเพียงข้อเดียวก็คือมันไม่สนุก... อธิบายยากมากเลย ทั้งๆที่รวมๆแล้วเหมือนจะดี
แต่กลับไม่สนุกได้อย่างเหลือเชื่อ

คุณภาพงาน: B
ความน่าติดตาม: 16%
Check Point: ถุงน่องลาย, สะดือสวย, เอวกิ่ว, ไม่สนุกเลย





Freezing


โลกนี้มีอนิเมอยู่สองประเภท ประเภทแรกคืออนิเมที่สาวน้อยวัยขบเผาะในเรื่องจะใส่กระโปรงสั้นๆกระโดดตีลังกา
ขี่จักรยานลงสะพานลอยห้อยหัวร่วงจากเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่มีทางได้เห็นกางเกงในของเธอ ประเภทที่สองก็คือไม่ว่า
สาวในเรื่องจะใส่กระโปรงอะไรหรือต่อให้ใส่กางเกงก็ตาม กางเกงเหล่านั้นก็จะฉีกขาด แล้วกล้องก็จะไปตั้งอยู่ใน
ตำแหน่งที่คนดูสามารถมองเห็นกางเกงในของเธอได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา และเรื่อง Freezing นี้เป็นอนิเมประเภทหลัง

คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0%
Check Point: เลือดเยอะ แต่กางเกงในเยอะกว่าเลือด, นมใหญ่มาก




Rio - Rainbow Gate!


ผมดูริโอเพราะว่าชอบ IIIust ที่วาดโดย Koutaro และหน้าอกของริโอะอันฟิตเปรี๊ยะจนแทบจะฉีกเสื้อของเธออกมา
แต่ด้วยความสัตย์จริง อนิเมเรื่องนี้ห่วยที่สุดในซีซั่นนี้แล้ว เดินเรื่องแย่ งานแย่ ภาพแย่ ฉากแอ็คชั่นแย่ ฉากเล่นไพ่แย่
ดูไปได้ 8 นาทีผมก็ข้ามไปดูตอนเล่นไพ่ ก็พบว่ามิติเล่นไพ่นี่ยิ่งโคตรเลวร้ายเข้าไปอีก ดูนมโดกะเล่นมาจองขนาดผมเล่น
มาจองไม่เป็นเลยยังสนุกกว่าดูริโอะเล่นโปกเกอร์ที่ผมเล่นเป็นล้านเท่า

คุณภาพงาน: F
ความน่าติดตาม: 0% แม้แต่หน้าอกอันล้นหลามก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
Check Point: นมใหญ่มาก, มิติเล่นไพ่โคตรปัญญาอ่อน




ซีซั่นนี้เรื่องไหนที่เป็นภาคต่อผมจะไม่เขียนนะครับ (มิตสึโดโมเอะ, คิมิโนะโทโดเกะ)
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://tomare.exteen.com/

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 ม.ค.54 เวลา 11:29:52 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 4 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ Last ]
61 - 80 จากทั้งหมด 104 Reply

ซึรุกิจัง
นักดาบพเนจร

จะว่าไงดีล่ะเนี่ย ...


มุมมองของผู้ทำสื่อ เอาเป็นว่ารีวิวของอย่ามาคันถือว่าเป็นสื่อช่องทางหนึ่งที่นำเสนอความเห็นเกี่ยวกับอนิเมะ ซึ่งผู้รับสือเลือกที่จะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ ซึ่งแน่นอนว่าสื่อแต่ละประเภทย่อมที่จะมีการสอดแทรกทัศนคติของผู้ทำออกมาตามปกติอยู่แล้ว ผู้รับสื่อจึงต้องมีความรู้เท่าทันสื่อที่ต้องการจะนำเสนอออกมาเช่นเดียว


ถ้ามองในมุมมองนักวิจารณ์ ... ตั้งแต่แอบติดตามอ่านตั้งแต่รีวิวตอนเซโตะไค (ที่ดูจากดราม่าและเข้ามาอ่าน) จนมาถึงรีวิวซีซั่นปัจจุบัน ก็วิจารณ์ได้คงเส้นคงวาจริง ๆ ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของบทวิจารณ์ ซึ่งในตอนแรก(เซโตะไค)ก็ว่าจะวิพากย์วิจารณ์รีวิวอันนั้นอยู่แล้วแต่หลังจากเห็นดราม่าต่อหน้าต่อตาก็ตัดสินใจว่า "ไม่เอาดีกว่า" เพราะเชื่อว่ามันคงลุกลามใหญ่โตแหง ๆ

แต่ จนถึงตอนนี้ ก็เห็นแล้วว่าไม่ได้เปลี่ยนเลยจึงขอใช้มุมมองนักวิจารณ์มาวิจารณ์บทวิจารณ์กัน ถ้าเกิดไม่เห็นด้วยก็ถือเสียว่านี่คือคำวิจารณ์คำหนึ่งซึ่งก็คือสื่อที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อ ซึ่งผู้รับสื่อจะรับและจะตีความอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง


จุดแรกที่ควรจะติที่สุดเลยและที่เด่นชัดที่สุดก็คือเรื่อง Bias จริง ๆ นั่นล่ะ สังเกตได้ชัดเจนว่าถ้าเรื่องไหนที่ชอบ ข้อมูลก็ครบทุกอย่าง แต่ถ้าไม่ชอบเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่ข้อมูลอะไรเลย เจอแต่ความเห็นส่วนตัวโจมตีล้วน ๆ ซึ่งข้อมูลที่แท้จริงคืออะไรก็ไม่ได้บอกอะไรเลย (รู้แต่ว่าแย่ยังไง ดียังไงเพียงเท่านั้น) ซึ่งการวิจารณ์ตามหลักแล้วต่อให้จะเกลียดแค่ไหนก็พึงงให้ข้อมูลด้วยความเป็นกลาง และค่อยอธิบายถึงข้อดีข้อเสียของอนิเมะที่เกิดขึ้น ... ซึ่งแม้ว่าจะมี Bias หรือไม่ นักวิจารณ์ชั้นนำ (ที่มีฝีมือ) ทั้งหลายก็มิได้ใช้ Bias ในงานแต่ก็ไม่ได้ลัทธิสไตล์ของตัวเอง...


จุดต่อมาที่ต้องการติจริง ๆ คือ ในบางครั้งอนิเมะ 1 เรื่อง ก็มิอาจตัดสินได้ไนตอนเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นการรีวิวนิยายตอนแรกก็ตาม แต่ว่าอนิเมะ 1 ตอนไม่ได้หมายถึงว่าจะเข้าใจถึงแก่นเรื่องทั้งหมด ... ก็เหมือนกับอ่านนิยายบทนำแค่ 1 ตอน แม้ว่าบทนำจะสำคัญ แต่ว่าในบางครั้งก็จะเจอเรื่องที่เปิดเรื่องไม่น่าสนใจแต่กลับสนุกตอนท้ายก็มีตั้งเยอะแยะ .... ซึ่งถ้าจะรีวิลอนิเมะ ตอนที่ 1 เพื่อจะแนะนำอนิเมะ ก็จงอย่าวิจารณ์เหมือนกับว่า "ตอนที่ 1 คือตอนสุดท้าย" เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างไรต่อไปจนกระทั่งถึงตอนจบ หรืออย่างน้อยที่สุดก็แค่จุดไคลแม็กของเรื่องก็ยังดี

จุดต่อมาคือการวิจารณ์โดยไม่อาศัยหลักการ หรือทฤษฏีอะไรมาสนับสนุนการวิจารณ์ของอย่ามาคัน ซึ่งการวิจารณ์ของอย่ามาคันเหมือนกับว่า ดูอนิเมะแล้วมาเขียนเรื่องที่ถูกใจ และออกมาบ่น ๆ ๆ กับเรื่องที่ไม่ถูกใจ แต่ว่านะ ในบางเรื่องมันอาจจะมีประเด็นที่ลึกเกินกว่าที่ดู 1 ตอนจะเข้าใจได้ทั้งหมด ซึ่งการเข้าใจหลักการ หรือทฤษฏีต่าง ๆ เข้ามาประกอบการวิจารณ์ จะทำให้บทวิจารณ์มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น มิใช่การนั่งเทียนเขียน อย่างที่ใครคนอื่นเขาเข้าใจกัน

จุดอีกจุดหนึ่งในตัวของผู้วิจารณ์ที่ควรแก้ไขปรับปรุง ก็คือการวางตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ... ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แค่ในบทวิจารณ์ แต่รวมไปถึงปฏิกิริยาตอบรับจากคนอื่นที่ตอบกลับมาถึงบทวิจารณ์ดังกล่าว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าฝ่ายไหนที่คุณไม่เห็นด้วย คุณจะปฏิเสธไปในทันที ทั้งตั้งแต่ตอนก่อนและตอนนี้ .... การที่คุณลงบทวิจารณ์มาแปลว่าคุณต้องการให้มีผู้อ่าน และแน่นอนว่าถ้ามีผู้อ่าน ก็ต้องมีกระแสตอบรับกลับมา ... ถ้าคุณไม่พอใจในกระแสตอบรับและปฏิเสธ คุณก็จะไม่รู้ว่าบทวิจารณ์มีข้อบกพร่องตรงไหน และก็กลายเป็นอยู่อย่างนั้น

จุดหนึ่งที่อยากจะชมคือ มีการบอกกฏเกณฑ์ชัดเจนว่าคะแนนขึ้นกับ คุณภาพงานกับความน่าติดตาม... "แต่ว่า" ตัวแปรดังกล่าวมันไม่ได้ขึ้นกับตอนเพียงตอนเดียว ภาพอนิเมะอาจเปลี่ยนไปได้ในแต่ละตอน และเนื้อหาบางทีก็อาจมีจุดที่น่าสนใจในตอนหลัง ๆ ก็ได้ .... อย่างที่ว่าไปว่าอนิเมะ 1 เรื่อง ก็มิอาจตัดสินได้ในตอนเดียว เพราะฉะนั้น ปัจจัยดังกล่าวที่ตั้งกฏเกณฑ์ครอบไว้ อาจมิได้ตัดสินได้ใน 1 ตอน ตามที่ อย่ามาคัน ตัดสินออกมาก็ได้


พอเข้าใจในระดับหนึ่งว่าต้องการสร้างอัตลักษณ์ในบทวิจารณ์ของตัวเอง แต่ในบางครั้งแนวทางที่ถูกต้องกับให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมันก็ไปด้วยกันได้ยาก แต่เชื่อว่าคงไม่ยากจนเกินไป


สิ่งที่ต้องการจะแนะนำ - ลองหาตัวอย่างงานของคนอื่น ๆ ว่ามีแนวทางและหลักการวิจารณ์อย่างไรบ้าง และนำมาปรับปรุงและพัฒนาการวิจารณ์ตัวเองให้มากยิ่งขึ้น สำหรับในบอร์ด Pocket นั้น บทวิจารณ์ที่นักดาบชื่นชอบจริง คือ "ภาพยนตร์"ของคุณ Soma เพราะว่า บทวิจารณ์ของคนนั้นมีความเป็นกลางสมกับเป็นบทวิจารณ์ ขณะเดียวกันมีการวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อด้อยในหนังเรื่องนั้น โดยมิได้โจมตีหรือชักจูงกับภาพยนตร์เรื่องนั้น ซึ่งทุกเรื่องมีการทำการบ้าน หาข้อมูลเป็นอย่างดีมาก (จนคิดว่าคุณ Soma จะเอาจริงเอาจังไปหน่อยอ๊ะเปล่า)

ซึ่งถ้าจะบอกว่า การวิจารณ์ภาพยนตร์กับวิจารณ์อนิเมะ มันต่างกันล่ะก็ จงวิเคราะห์และวิจารณ์ถึงจุดร่วมในของทั้งสองสิ่ง และนำมาวิพากษ์วิจารณ์โดยคิดคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เคยอธิบายไป และคำนึงถึงจุดต่างกันด้วย


จริงอยู่ว่านี่คือการวิจารณ์ของนักดาบธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะวิจารณ์ แต่ก็ควรจะเป็น 1 เสียงที่ควรฟัง เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน และคาดหวังว่ามันจะถูกอ่านจริง ...

โดย มิได้ยกข้อความบางตอนและปฏิเสธออกไปในทันที


เพิ่มเติม

Quote : Hiroaki
หลายๆคนที่ตามอ่านมาเหมือนกับผม ทุกซีซั่น ก็น่าจะรู้ว่า Unbias เขาจั่วหัวมาเพื่อจุดประสงค์อะไรนะ ก็ยังมีคนตกหลุมพรางกันเรื่อยมา...


จึงขอใช้มุมมองของนักวิจารณ์ในการนำมาวิจารณ์บทวิจารณ์ของนักวิจารณ์ตอนนี้นั่นล่ะ


Quote : SANE
ขอเสียมารยาทว่าผมอ่านมุมมองของคุณซึรุกิจังไม่รู้เรื่องครับ

ใครก็ได้ช่วยย่อความที ไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองอ่านอีกทีว่าต้องการสื่ออะไรกันแน่ (ฮา)


เจ้าตัวจึงเข้ามาย่อความอีกที เพราะนั่งเขียนตั้งแต่ 4 ทุ่มยันตี 1

โดยที่จะบอกก็คือ
- Bias จัดมาก จนละเลยข้อมูล
- อนิเมะไม่อาจตัดสินได้ 1 ตอน
- วิจารณ์ไม่มีหลักการหรือทฤษฏี หรือเหตุผลรองรับ (ใช้แต่อารมณ์)
- วิจารณ์ตัวผู้วิจารณ์ที่ปฏิเสธความเห็นที่ไม่พ้องกับตน
- แนะนำให้ไปหาบทวิจารณ์อื่นศึกษาเพิ่มเติม

ปล. ขออภัยกับวิชาการจัดจนลำบากชาวบ้านนะ... /me ก้มหัว
แต่สุดท้ายใคร่เขียนก็จงเขียนกันต่อไป เพราะไม่ได้ห้ามไม่ให้เขียนอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับแนวการวิจารณ์แบบนั้นเพียงเท่านั้นเอง




Edit by ซึรุกิจัง - 20 ม.ค.54 เวลา 02:06:23 น.

ความคิดเห็นที่ 61 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:04:06 น.

Hiroaki
Salaryman

หลายๆคนที่ตามอ่านมาเหมือนกับผม ทุกซีซั่น ก็น่าจะรู้ว่า Unbias เขาจั่วหัวมาเพื่อจุดประสงค์อะไรนะ ก็ยังมีคนตกหลุมพรางกันเรื่อยมา...

ความคิดเห็นที่ 62 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:23:07 น.

SANE
Fictioner Burner

ขอเสียมารยาทว่าผมอ่านมุมมองของคุณซึรุกิจังไม่รู้เรื่องครับ

ใครก็ได้ช่วยย่อความที ไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองอ่านอีกทีว่าต้องการสื่ออะไรกันแน่ (ฮา)

ความคิดเห็นที่ 63 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:36:32 น.

Blade
คนบ้าในไร่แห้ว

อ่านแล้วได้อารมณ์ประมาณนี้เลย

Yo dawg, I herd you like Unbiased Review, so I put an Unbiased Review in your Unbiased Review so you can critique while you critique.

grin grin grin

ความคิดเห็นที่ 64 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:42:29 น.

Crescent
Proctor

Quote : อย่ามาคัน
ทำไมกันครับ อีกะแค่เห็นไม่ตรงกันจะต้องโดนประนาม?
เห็นไม่ตรงต้องเงียบๆเอาไว้?
ด่าอนิเมที่เคารพคบไม่ได้? ต้องโดนประนามหยามเหยียด
ตลกครับ

อ่านแล้วฮากลิ้งดี โดนประจำเลยล่ะผม "Angel Beat! แหม่มพล๊อตโครงอ่อนไร้สาระ มีดีแค่คาแรคเตอร์" / "แวมไพร์โลลิ ชินโบแหม่มกำกับได้แป๊กโคตรๆ" หรือไม่ก็ล่าสุดที่โดนมา "Madoka เรื่องไรฟะ ตอน 1 แหม่มแป๊กขิงๆ ทำไมมันบอกว่าสนุกกันได้ฟะ"/ "Wandering Son ภาพสวยแต่เรื่องมันโคตรแอบจิตอ่า ใครจะทนดูต่อได้ฟะ"/ "IS นี่พล๊อตมันอย่างจืดสูตรสำเร็จรูป" / เพียงแค่แป๊ปเดียวเท่านั้น เหล่าสาวกก็จะมารุมด่าผมจนเละ (อ้าว ก็ดูตอน 1 แล้วรู้สึกไม่สนุกจริงๆนี่หว่า) ... ซึ่งบางเรื่องผมดูแล้วก็เฉยๆนะ ไม่ได้ชอบหรือเกลียด แต่เจอพวกเห่อกันเกินงาม ก็ชอบไปเกรียนเล่นหิ้งให้มันด่าเล่น smile

ส่วนประเด็น Biased หรือ Unbiased ผมเฉยๆน่ะ ไม่ว่าท่านจะแปะอะไรมา สำหรับผมก็เหมือนกันแหละ ส่วนที่เปิดประเด็นค้ำคอร์มา คือผมจะแซวเฉยๆ เพราะอ่านแล้วขำดี จริงๆมันก็ขำหลายจุด ซูมกางเกงในคะแนนเพิ่ม นมโตดีคะแนนเพิ่ม ริวจิๆๆ คะแนนร่วง ... แต่ยกตรงค้ำคอร์มาเพราะคะแนนมันดิ่งได้กวนถูกใจผมดี (ฮา)

ความคิดเห็นที่ 65 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:45:39 น.

Vinchester
Grammar Nazi

รู้สึกว่าตัวเองเม้นในกระทู้นี้หลายรอบแล้ว เริ่มเกะกะ ขอครั้งสุดท้ายละกัน

ผมเชื่อว่า จขกท. เขารีวิวเอามันส์ครับ ซึ่งผู้อ่านหลายๆคนก็ชอบ เฮฮาไปด้วย
คนที่มาช่วยชี้แนะยืดยาวว่า รีวิวไม่เป็นกลาง ดูตอนเดียวแล้วตัดสิน อีโก้สูง บลาๆ ผมว่ามันแอบผิดประเด็นนะ
จขกท. ไม่ได้เคลมว่า "ผมเก่ง รีวิวผมถูกต้องทุกอย่าง ทุกคนต้องเชื่อผม" เลยนี่ครับ เค้ารีวิวเอามันส์อย่างเดียวแบบอยากพูดอะไรก็พูด ซึ่งเขียนในโทนแบบติดตลก มันก็ยอมรับได้ (น่าอ่านดีด้วยซ้ำ สะใจดี) ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปแก้ไขเค้า

จะให้คนเราพูดจาถูกต้องตามหลักการตลอดมันก็น่าเบื่อนะครับ เห็นอะไรตลกเข้าก็เอ็นจอยเถ้ออย่าเถียงกันเลย

ความคิดเห็นที่ 66 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 01:54:37 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ที่นี่ไม่ค่อยมีโทรล...เลยมีคนยังไม่มี immunity เยอะ...

บางคนรู้ตัวก็หายไปแล้ว

บางคนยังไม่รู้ตัว โทรลลอร์ดก็อิ่มหนำสำราญไป...

ความคิดเห็นที่ 67 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 02:16:36 น.

Arch Devil
Dark Knight

ผมรอ review ทุกฤดูฮะ
ผมดูตอนแรกเกือบทุกเรื่อง เห็นไม่ตรงกับคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องของรสนิยม

แต่มีคนรับไม่ได้แบบนี้ให้เห็นทุกฤดู เช่นกัน

ผมชอบ IS มากกว่าเรื่องอื่นตอนนี้เพราะฉาก Action มันสนุก สาวๆ เนื้อเรื่อง ฮาเร็ม มันน้ำจิ้ม! (สาวฝรั่งเศษสุดยอด แต่ถุงน่องดำอาเจ๊จิฟุยุสุดยอดกว่า รินทำคะแนนต่อเนื่องเพราะชุดนักเรียนโชว์ไหล่)
3D, Action ตะหากที่ทำให้อยากดู ผมชอบมากเลยนะใน OP ที่บินหลบกระสุนรอบหอคอยนั่น
เอาแบบ Merry ไหมหละ สโลว์โม ทำไม เพื่ออะไร ไม่สนุกไปเลย ตอน 2 ไม่โหลดมาดูซะ LOL
รองมาเป็นมาโดกะถ้าแก้เรื่องลายเส้นอันสุดแสนจะไม่เข้ากะ Theme เรื่องได้ก็แหล่มโบ๊ะ! (ฝันอยู่อย่าเพิ่งปลุก)
ซอมบี้ไม่ได้แต้มอะไรมากมายแต่ก็ดู เหมือนจะยิ้มได้แต่ไม่ขำ (เส้นลึก)

หลายๆ เรื่องตกไปหลังดูตอน 1 หรือกลางทางเพราะมันไม่สนุก ทำไมผมต้องตามเรื่องที่ผมเห็นว่าไม่สนุกให้จบ แล้วค่อยมาบอก ไม่สนุกนะ

"เสียเวลา" (เอาเวลาไปนั่งปั้นโมดีก่า)

เห็นทุกฤดู ดูให้จบทุกตอนก่อนค่อยมาบอกห่วยบลาๆ งั้นผมจะบอกให้คุณไปดู Pokemon, Onepiece ทุกตอนแล้วค่อยมารีวิว
ยิ่งโปรดักชั่นตอน 1 ถือว่ามีเวลามากที่สุด ถ้าตอน 1 ไม่สนุกก็แทบจะบอกลาตอนอื่นๆ ไปได้เลย อะไรบางอย่างลากยาวก็ไม่สนุกได้เหมือนกัน เช่น BLEACH

ความคิดเห็นที่ 68 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 04:32:45 น.

Rancrosider
เตะฝุ่น

Quote : Dr.Cid
ที่นี่ไม่ค่อยมีโทรล...เลยมีคนยังไม่มี immunity เยอะ...

บางคนรู้ตัวก็หายไปแล้ว

บางคนยังไม่รู้ตัว โทรลลอร์ดก็อิ่มหนำสำราญไป...


+ like
ค่า immunity น้อย grin grin grin

ความคิดเห็นที่ 69 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 08:47:12 น.

Tenkaminari
Wrath of Heaven

=w=" มันก็แค่ความเห็นของคนๆเดียว จะไปซีเรียสไรนักหนา?
ชอบเรื่องไหนก็ดูๆไป คนอื่นจะว่ามันจะกากจะห่วยยังไงก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
เรื่องมันจะเป็นที่นิยมหรือไม่นิยมก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไร

สำหรับผม มันก็เหมือนกับว่าใครมาว่ารถคลาสสิกนั้นห่วยเพราะเครื่องไม่แรงรูปทรงก็มีแอโร่ไดนามิกแย่ๆ แล้วคนที่นิยมรถคลาสสิกก็ไม่พอใจ
แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผล แค่เห็นต่างกัน

แม้จะไม่เห็นด้วยกับอย่ามาคันหลายครั้ง มีว่าอนิเมะที่ผมชอบบ่อยๆ
แต่ยอมรับว่าความเห็นที่เขียนมานั้นก็ไม่ได้ไร้เหตุผล
และก็ตามอ่านความฮาของกราฟทุกซีซั่น grin

แล้วรีวิวนี้ biased or unbiased?
ผมว่า unbiased นะ
เพราะว่าอย่ามาคันไม่ได้มีอคติ อย่างเช่นว่า "อันนี้ทำโดยค่าย A เพราะฉนั้น อนิเมะนี้ห่วย!"

ความคิดเห็นที่ 70 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 08:52:35 น.

N@@N
ผมชิงปลาทองมาเกิด

Quote : Vinchester
เห็นอะไรตลกเข้าก็เอ็นจอยเถ้ออย่าเถียงกันเลย


ตามนั้น ดูเมะแล้วคิดมากแก่ตัวไปจะลำบากนะ grin

ความคิดเห็นที่ 71 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 09:13:43 น.

Noir
ตัวละครลับ

ผมเข้ามาทวง บาเกะตอน 2 ครับ

ความคิดเห็นที่ 72 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 09:34:48 น.

Humpty2Dumpty
On the beach

กระทู้แบบนี้แสดงถึงวุฒิภาวะของผู้อ่านกระทู้ได้ดีมาก
น่าขำที่เถียงกันเพราะืเรื่อง"ความคิดเห็น" หึหึ

ความคิดเห็นที่ 73 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 09:46:38 น.

อย่ามาคัน
โทรลลอร์ด

ตอบคุณ Temp #56
ผมไม่เถียงครับว่าอนิเมบางทีก็ควรจะดูไปอีกนิดอาจจะสนุกกว่า แต่ผมก็วางคอนเซ็บ(ขี้เกียจ)ไว้ว่าจะดูแค่ตอนแรกเท่านั้น
ก็เลยเป็นแบบนี้ไป ส่วนที่ว่ามีภูมิไหม อืม....ไม่มีครับ ไม่มีในแง่แบบว่าร่ำเรียนมา หรือรับรู้แบบเป็นกิจจะ ส่วนมากก็
ดูเอา แล้วใช้ความรู้สึกล้วนๆครับ ศัพท์เทคนิคก็ไม่เข้าใจหรอก​ ฮ่าๆ อย่างที่บอก ผมแยกออกแค่ สนุก หรือ ไม่สนุก
แล้วค่อยๆกระจายออกว่าทำไมไม่ชอบหรือทำไมชอบ

ตอบคุณ El #57
ดูดีๆแล้ว Fractale ถือว่าคะแนนเยอะนะเออ อยู่อันดับต้นๆเลย

ตอบคุณ Noir#72
อย่าทวงดิวะ เพิ่งดูซ้ำถึงตอน 8 เอง

ส่วนความเห็นคุณสึรุงิขอเวลาย่อยแป๊บ จะมาตอบต่อ

Edit by อย่ามาคัน - 20 ม.ค.54 เวลา 10:38:04 น.

ความคิดเห็นที่ 74 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 10:04:11 น.

alpha
เด็กโดดเรียน

ตามอ่านรีวิวของคุณอย่ามาคันทุกซีซั่น..สนุกดี
บางเรื่องก็ไม่คิดว่าจะแย่ขนาดนั้นนะ อย่าง Fractale นี่ยังหวังว่าจะดี ถึงจะผิดหวังกับ BRS มากๆก็เถอะแต่คิดว่าอย่างน้อยสำหรับซีซั่นนี้ที่มีอนิเมฮาเร็มกับเซอร์วิสเยอะเหลือเกิน ก็ยังดีที่มีแนวอื่นอย่างเรื่องนี้ให้ดูบ้าง นอกจากนั้นก็มีมาโดกะกับ Hourou musuko ที่หวังว่าจะแปลงเป็นอนิเมออกมาได้ดีไม่น้อยหน้า Aoi hana (แต่ขอให้เรตติ้งดีกว่าเยอะๆ เดี๋ยวไม่มีอนิเมดีๆดู ;_;)

ว่าแต่ไม่มีรีวิว Mitsudomoe2 เหรอ

ความคิดเห็นที่ 75 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 10:13:39 น.

อย่ามาคัน
โทรลลอร์ด

Quote : ซึรุกิจัง
จะว่าไงดีล่ะเนี่ย ...
มุมมองของผู้ทำสื่อ เอาเป็นว่ารีวิวของอย่ามาคันถือว่าเป็นสื่อช่องทางหนึ่งที่นำเสนอความเห็นเกี่ยวกับอนิเมะ ซึ่งผู้รับสือเลือกที่จะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ ซึ่งแน่นอนว่าสื่อแต่ละประเภทย่อมที่จะมีการสอดแทรกทัศนคติของผู้ทำออกมาตามปกติอยู่แล้ว ผู้รับสื่อจึงต้องมีความรู้เท่าทันสื่อที่ต้องการจะนำเสนอออกมาเช่นเดียว

ครับ ฉลาดมากๆครับ

Quote : ซึรุกิจัง
จะว่าไงดีล่ะเนี่ย ...
ถ้ามองในมุมมองนักวิจารณ์ ... ตั้งแต่แอบติดตามอ่านตั้งแต่รีวิวตอนเซโตะไค (ที่ดูจากดราม่าและเข้ามาอ่าน) จนมาถึงรีวิวซีซั่นปัจจุบัน ก็วิจารณ์ได้คงเส้นคงวาจริง ๆ ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของบทวิจารณ์ ซึ่งในตอนแรก(เซโตะไค)ก็ว่าจะวิพากย์วิจารณ์รีวิวอันนั้นอยู่แล้วแต่หลังจากเห็นดราม่าต่อหน้าต่อตาก็ตัดสินใจว่า "ไม่เอาดีกว่า" เพราะเชื่อว่ามันคงลุกลามใหญ่โตแหง ๆ

ใครบอกว่าผมเป็นนักวิจารณ์ครับ ผมแค่บ่นไปเรื่อยๆ
เซโตไคนั่นก็เกิดจากการบ่นที่ใช้เซลสมองคิดประมาณ 15 วินาทีเท่านั้น
แต่กลับมีคนมากมายเป็นเดือดเป็นร้อน ตีอกชกตัว อกอีแป้นจะแตกกันไปเอง

Quote : ซึรุกิจัง

จุดแรกที่ควรจะติที่สุดเลยและที่เด่นชัดที่สุดก็คือเรื่อง Bias จริง ๆ นั่นล่ะ สังเกตได้ชัดเจนว่าถ้าเรื่องไหนที่ชอบ ข้อมูลก็ครบทุกอย่าง แต่ถ้าไม่ชอบเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่ข้อมูลอะไรเลย เจอแต่ความเห็นส่วนตัวโจมตีล้วน ๆ ซึ่งข้อมูลที่แท้จริงคืออะไรก็ไม่ได้บอกอะไรเลย (รู้แต่ว่าแย่ยังไง ดียังไงเพียงเท่านั้น) ซึ่งการวิจารณ์ตามหลักแล้วต่อให้จะเกลียดแค่ไหนก็พึงงให้ข้อมูลด้วยความเป็นกลาง และค่อยอธิบายถึงข้อดีข้อเสียของอนิเมะที่เกิดขึ้น ... ซึ่งแม้ว่าจะมี Bias หรือไม่ นักวิจารณ์ชั้นนำ (ที่มีฝีมือ) ทั้งหลายก็มิได้ใช้ Bias ในงานแต่ก็ไม่ได้ลัทธิสไตล์ของตัวเอง...

ตลกครับ ผมไม่ได้มานำเสนอข้อมูลอนิเมครับ อยากได้ข้อมูลก็ไปหาอ่านเอาเอง ไม่งั้นผมมิต้องมานั่งเขียนเรื่องย่อมันทุกเรื่องเลยไหม
บอกเลยไหมใครกำกับ ใครพากย์ ผมมาแสดงความรู้สึกที่มีต่อตอนแรกครับ เรื่องข้อมูลนั่นบางครั้งก็ต้องหยิบยกมาเป็นบริบท
เพื่อความเข้าใจเฉยๆครับ แล้วก็ "นักวิจารณ์ชั้นนำ" (หัวเราะ) มันเป็นยังไงครับ นักวิจารณ์ชั้นนำ ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อย หรือข่วย
ยกตัวอย่างให้ดูหน่อยครับ

Quote : ซึรุกิจัง

ต่อมาที่ต้องการติจริง ๆ คือ ในบางครั้งอนิเมะ 1 เรื่อง ก็มิอาจตัดสินได้ไนตอนเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นการรีวิวนิยายตอนแรกก็ตาม แต่ว่าอนิเมะ 1 ตอนไม่ได้หมายถึงว่าจะเข้าใจถึงแก่นเรื่องทั้งหมด ... ก็เหมือนกับอ่านนิยายบทนำแค่ 1 ตอน แม้ว่าบทนำจะสำคัญ แต่ว่าในบางครั้งก็จะเจอเรื่องที่เปิดเรื่องไม่น่าสนใจแต่กลับสนุกตอนท้ายก็มีตั้งเยอะแยะ .... ซึ่งถ้าจะรีวิลอนิเมะ ตอนที่ 1 เพื่อจะแนะนำอนิเมะ ก็จงอย่าวิจารณ์เหมือนกับว่า "ตอนที่ 1 คือตอนสุดท้าย" เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างไรต่อไปจนกระทั่งถึงตอนจบ หรืออย่างน้อยที่สุดก็แค่จุดไคลแม็กของเรื่องก็ยังดี

บอกไปล้านรอบแล้วว่าวัดจากตอนแรก ถ้าตอนหลังสนุก มันก็เป็นเรื่องของตอนหลังครับ
ไม่ใช่กงการอะไรที่ผมจะต้องมาคอยรับผิดชอบสักกะติ๊ด

Quote : ซึรุกิจัง

จุดต่อมาคือการวิจารณ์โดยไม่อาศัยหลักการ หรือทฤษฏีอะไรมาสนับสนุนการวิจารณ์ของอย่ามาคัน ซึ่งการวิจารณ์ของอย่ามาคันเหมือนกับว่า ดูอนิเมะแล้วมาเขียนเรื่องที่ถูกใจ และออกมาบ่น ๆ ๆ กับเรื่องที่ไม่ถูกใจ แต่ว่านะ ในบางเรื่องมันอาจจะมีประเด็นที่ลึกเกินกว่าที่ดู 1 ตอนจะเข้าใจได้ทั้งหมด ซึ่งการเข้าใจหลักการ หรือทฤษฏีต่าง ๆ เข้ามาประกอบการวิจารณ์ จะทำให้บทวิจารณ์มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น มิใช่การนั่งเทียนเขียน อย่างที่ใครคนอื่นเขาเข้าใจกัน

หลักการน่ะมีครับ หลักการก็คือตัวกรู ซึ้งไหมครับ


Quote : ซึรุกิจัง

จุดอีกจุดหนึ่งในตัวของผู้วิจารณ์ที่ควรแก้ไขปรับปรุง ก็คือการวางตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ... ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แค่ในบทวิจารณ์ แต่รวมไปถึงปฏิกิริยาตอบรับจากคนอื่นที่ตอบกลับมาถึงบทวิจารณ์ดังกล่าว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าฝ่ายไหนที่คุณไม่เห็นด้วย คุณจะปฏิเสธไปในทันที ทั้งตั้งแต่ตอนก่อนและตอนนี้ .... การที่คุณลงบทวิจารณ์มาแปลว่าคุณต้องการให้มีผู้อ่าน และแน่นอนว่าถ้ามีผู้อ่าน ก็ต้องมีกระแสตอบรับกลับมา ... ถ้าคุณไม่พอใจในกระแสตอบรับและปฏิเสธ คุณก็จะไม่รู้ว่าบทวิจารณ์มีข้อบกพร่องตรงไหน และก็กลายเป็นอยู่อย่างนั้น

อ่านดีๆครับ ผมไม่เคยปฏิเสธความเห็นคนอื่นเลย ผมกลับสนุกด้วยซ้ำเวลาที่มีคนมาเถียง
แล้วหยิบยกเหตุผลมาโต้กัน ความเห็นคนอื่นที่เข้าท่า ผมก็บอกว่าเข้าท่าครับ ออกจะดีใจด้วยซ้ำ
แต่ส่วนมากพวกที่มาเถียงมักจะไม่หยิบยกเหตุผลอะไรมาแย้งเลยมากกว่า มาถึงก็สักแต่ว่าด่า
ไอ้รีวิวบัดซบมรึงไปดูให้จบตอนกันทั้งนั้น และที่คุณสึรุกิ บ่นมายาวยืดเป็นแม่น้ำฮวงโห มันก็สรุปส้ันๆได้ว่า
"ไอ้รีวิวบัดซบมรึงไปดูให้จบตอน" ได้ไม่แตกต่างกันครับ


Quote : ซึรุกิจัง

สิ่งที่ต้องการจะแนะนำ - ลองหาตัวอย่างงานของคนอื่น ๆ ว่ามีแนวทางและหลักการวิจารณ์อย่างไรบ้าง และนำมาปรับปรุงและพัฒนาการวิจารณ์ตัวเองให้มากยิ่งขึ้น สำหรับในบอร์ด Pocket นั้น บทวิจารณ์ที่นักดาบชื่นชอบจริง คือ "ภาพยนตร์"ของคุณ Soma เพราะว่า บทวิจารณ์ของคนนั้นมีความเป็นกลางสมกับเป็นบทวิจารณ์ ขณะเดียวกันมีการวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อด้อยในหนังเรื่องนั้น โดยมิได้โจมตีหรือชักจูงกับภาพยนตร์เรื่องนั้น ซึ่งทุกเรื่องมีการทำการบ้าน หาข้อมูลเป็นอย่างดีมาก (จนคิดว่าคุณ Soma จะเอาจริงเอาจังไปหน่อยอ๊ะเปล่า)

ซึ่งถ้าจะบอกว่า การวิจารณ์ภาพยนตร์กับวิจารณ์อนิเมะ มันต่างกันล่ะก็ จงวิเคราะห์และวิจารณ์ถึงจุดร่วมในของทั้งสองสิ่ง และนำมาวิพากษ์วิจารณ์โดยคิดคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เคยอธิบายไป และคำนึงถึงจุดต่างกันด้วย


จริงอยู่ว่านี่คือการวิจารณ์ของนักดาบธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะวิจารณ์ แต่ก็ควรจะเป็น 1 เสียงที่ควรฟัง เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน และคาดหวังว่ามันจะถูกอ่านจริง ...

โดย มิได้ยกข้อความบางตอนและปฏิเสธออกไปในทันที


ผมคิดว่าผมไม่ได้โง่ครับ เวลาผมอ่านบทความวิจารณ์ภาพยนตร์ หรือเกม หรืออนิเม ของคนอื่น บางครั้งผมก็ชอบบางครั้งผมก็ไม่ชอบ
คนบางคนแค่พูดคำเดียวว่า "เรื่องนี้ดี" แล้วก็อาจจะมีคำจัดความแค่ 2 บรรทัด ก็ทำให้ผมหยิบหนังสือ ดูหนัง เปิดอนิเม เรื่องนั้นทันทีครับ
แต่พวกดาษๆที่พร่ำเขียนยาวเป็นรายงาน Thesis อ่านจบไปทั้งหมดผมก็ไม่คล้อยตามแต่อย่างไร และก็อาจจะเสียมารยาทนิดหน่อย
แต่งานเขียนของ Soma นั้นก็เป็นประเภทหลังครับ



Edit by อย่ามาคัน - 20 ม.ค.54 เวลา 17:05:14 น.

ความคิดเห็นที่ 76 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 10:24:41 น.

อย่ามาคัน
โทรลลอร์ด

Quote : ซึรุกิจัง
จะว่าไงดีล่ะเนี่ย ...
เจ้าตัวจึงเข้ามาย่อความอีกที เพราะนั่งเขียนตั้งแต่ 4 ทุ่มยันตี 1

โดยที่จะบอกก็คือ
- Bias จัดมาก จนละเลยข้อมูล
- อนิเมะไม่อาจตัดสินได้ 1 ตอน
- วิจารณ์ไม่มีหลักการหรือทฤษฏี หรือเหตุผลรองรับ (ใช้แต่อารมณ์)
- วิจารณ์ตัวผู้วิจารณ์ที่ปฏิเสธความเห็นที่ไม่พ้องกับตน
- แนะนำให้ไปหาบทวิจารณ์อื่นศึกษาเพิ่มเติม

ปล. ขออภัยกับวิชาการจัดจนลำบากชาวบ้านนะ... /me ก้มหัว
แต่สุดท้ายใคร่เขียนก็จงเขียนกันต่อไป เพราะไม่ได้ห้ามไม่ให้เขียนอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับแนวการวิจารณ์แบบนั้นเพียงเท่านั้นเอง


เขียนนานจังเลยครับ(หัวเราะ)
ไหนๆก็มาสรุป ผมก็ช่วยสรุป

1- ทำไมคิดว่าผมไม่มีข้อมูลครับ ผมมีข้อมูลมากมาย แต่สิ่งที่ผมจะนำเสนอหาใช่ข้อมูลไม่
2- ตลกครับ บอกไปราวๆล้านรอบแล้วครับว่า ดู แค่ ตอน แรก เท่า นั้น
3- ทฤษฏีคืออะไรครับ เหตุผลน่ะผมมี บรรทัดฐานน่ะผมมี ไม่ใช่อารมณ์เขียนแล้วจะเอาอะไรเขียนครับ วู้ หมดอารมณ์เขียนหว่ะ(หัวเราะ)
4- ไม่เคยปฏิเสธครับ อย่ามายัดเยียด
5- คิดว่าผมโง่เหรอครับ


Edit by อย่ามาคัน - 20 ม.ค.54 เวลา 10:29:45 น.

ความคิดเห็นที่ 77 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 10:29:08 น.

midori tea
ผู้บริโภคการ์ตูน ไม่มีการไดเอ็ต

รีวิวของคุณ อย่ามาคัน นี่ผมชอบตรงกราฟมากยิ่งไอ้ตอนค้ำคอร์นี่ร่วงอย่างฮา

ถ้าดูอนิเมทุกเรื่องทุกตอนคงได้เห็นกราฟยาวทะลุจอแน่

gosick นี่ผมดูเพราะเห็นวิคตอริก้ากลิ้งจริงๆนะ
merry เอ่อ ฉากแอ็คชั่นทำได้น่านอนมาก

ขอให้ตอนต่อมันน่าดูมากกว่านี้นะ

ความคิดเห็นที่ 78 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 10:44:34 น.

วิญญาณต้นถั่วอาฆาต
ต้นถั่วพลังเก็ตเตอร์

อนิเมช่วงนี้ไม่มีค่อยมีอะไรสนุกๆดู ที่ดูมีแต่พวกดูได้แค่นั้นเอง แต่ดูกราฟแต่ละซีซั่นแล้วสนุกจริงๆนะ ไล่ตามอ่านคอมเมนท์แล้วสนุกกว่าเดูกราฟสียอย่างเดียวมันเดาได้ + กับมันจะยาวเกินไปไหมเนี่ย 4 หน้าแล้วนะ เห็นใจคนอ่านมั่งซิ เหนื่อยนะ T T

ความคิดเห็นที่ 79 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 11:58:08 น.

Kคุง
นักเรียนจอมหลงตึก

เข้ามาอ่านเพราะอยากรู้ว่ามี'ตูนอะไรน่าสนบ้าง
เพราะปกติไม่เคยโหลดมาดูซักเรื่อง (ตกกระแสว่างั้นเถอะ)

อ่านรีวิทของท่านก็ขำบางอัน ไม่รู้เรื่องบางอัน เข้าใจว่าต้องเคยได้เห็นมาก่อนถึงจะเข้าใจที่ท่านมาพูด(เขียน)

แต่เริ่มได้รู้สึกไม่ดี (ได้กลิ่นมาม่า) ก็ตอนมาอ่านกระทู้ล่าง ๆ ที่ท่านเข้ามาตอบนั้นแหละ

ต้องขอบอกก่อนนะว่าเราไม่รู้จักท่านมาก่อน (อาจจะเพราะไม่เคยอ่าน หรืออ่านกระทู้ของท่านแล้วไม่ได้จำชื่อ) เลยไม่รู้ว่าปกติท่านมีนิสัยอย่างไร

แต่จากที่อ่านกระทู้ตอบของท่าน (เรา)รู้สึกว่าให้อารมณ์หาเรื่องจัง (อย่างบ้างเรื่องที่คนอื่นเขียนเตือนหรือแนะนำ แต่กระทู้ที่ท่านตอบกลับเหมือนหาเรื่องจัง ไม่รู้นะแต่รู้สึกอย่างนั้นนะ)

แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักท่านมาก่อน คงรู้ว่าที่ท่านเขียนตอบ อาจไม่ได้หาเรื่อง แต่แค่เป็นคนพูดตรงก็ได้
(ประมาณว่าพูดตรงเกิน คนไม่รู้จักกันมาก่อนตกใจ/แอบไม่พอใจเอาได้นะ grin )

นี้เป็นอีกความคิดเห็นหนึ่งของคนอ่านกระทู้นี้นะ
ถ้าสงสัยว่าเราต้องการสื่ออะไร เรายังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่เข้ามาพิมพ์นี้ต้องการอะไรกันแน่ her หรือแค่อยากแสดงความคิดเห็นธรรมดา หรือว่าไม่อยากเห็นคนทะเลาะกันเพราะความต่างทางความคิด-การแสดงออก

ความคิดเห็นที่ 80 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.54 เวลา 13:40:29 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 4 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ Last ]
61 - 80 จากทั้งหมด 104 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ