K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 21 คำสอนของพ่อ

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 21 คำสอนของพ่อ
------------------------------

            ในบรรดาสิ่งมีชีวิตจำนวนมากบนเคลเฟอร์ทั้งหมด มังกรถือเป็นเผ่าพันธุ์ที่เก่งกาจที่สุดและสามารถเอาชนะเผ่าพันธุ์อื่นที่มีจำนวนมากกว่าได้โดยง่าย จนผู้คนในยุคอดีตหวาดกลัวว่าหากมังกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ได้แล้ว มันมีความสามารถมากเกินพอที่จะยึดครองโลกใบนี้ไว้ได้
            แต่กฎแห่งธรรมชาติก็สร้างโลกขึ้นมาให้มีความสมดุล มังกรที่ดูร้ายกาจจนไม่มีผู้ใดปราบได้ตามลำพังมีจุดอ่อนที่รุนแรงเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือมนุษย์...

            ปริศนาเรื่องพิษมังกรยังดูเป็นความลับที่ยากจะไขได้
            ปราชญ์หลายคนบนเคลเฟอร์เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตใดๆล้วนมีคลื่นวิญญาณและจิตของตัวเองอยู่ ซึ่งคลื่นของมนุษย์นั้นมีความพิเศษที่สามารถส่งผลแทรกแซงไปยังมังกรได้
            หากมังกรเข้าใกล้มนุษย์มากเท่าไหร่ มนุษย์ก็จะส่งคลื่นบางอย่างไปกระตุ้นมังกรนั้นได้มากเป็นเท่าตัว แล้วผลที่ตามติดก็คือการแสดงออกซึ่งพิษของมังกร...

            นอกจากนี้แล้วปราชญ์ยังมีคำอธิบายต่อว่าเมื่อทำสัญญาแล้วทั้งมนุษย์และมังกรก็จะมีการปรับคลื่นเข้าหากันได้ในที่สุด
            ผลก็คือการทำงานของพิษจะหยุดลง คลื่นในตัวมังกรจะปรับสมดุลตัวเองและสลายอาการของพิษได้ด้วยตัวเองเช่นกัน ขณะเดียวกันคลื่นของมนุษย์ที่เคยกระตุ้นมังกรก็ถูกปรับด้วยจนไม่ทำอันตรายกับมังกรอีกต่อไป

            ปราชญ์เชื่อว่าเดิมทีมังกรนั้นมีความอ่อนไหวต่อการกระตุ้นของมนุษย์มาก ไม่จำเป็นที่มนุษย์คนนั้นจะต้องมีสายเลือดมังกรก็สามารถกระตุ้นให้พิษมังกรแสดงออกมาได้
            แต่พอเวลาผ่านไปโดยเฉพาะหลังจากยุคที่อีฟพามังกรสายเลือดมนุษย์ไปจากเคลเฟอร์แล้ว มังกรที่เหลืออยู่ก็จะเป็นประเภทที่มีภูมิต้านมากขึ้นจนผู้ที่จะทำสัญญาได้ต้องมีสายเลือดมังกรเท่านั้น
            อาจดูเหมือนว่ามังกรจะกลับมาเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัวอีกครั้ง แต่กระนั้นจำนวนที่มีอยู่ก็น้อยลงไปมาก และความสามารถพิเศษก็หายไปตามการเจือจางของสายเลือด สมดุลโลกจึงยังคงเป็นปกติมาจนเช่นทุกวันนี้

            และยิ่งนานวันมันก็ยิ่งตรงข้าม...
            มังกรที่เหลืออยู่ถูกอำนาจและลดบทบาทไปเรื่อยๆ ผิดกับทางมนุษย์ที่ยิ่งเข้มแข็งมากขึ้น และเมื่อรวมกับมนุษย์ฉลาดที่จะใช้เรื่องพิษมังกรให้เป็นประโยชน์แล้วแล้ว มนุษย์ก็กลับกลายเป็นผู้เหนือกว่าและเป็นนายบังคับใช้มังกรไปในที่สุด...

            ฟังดูแล้วอาจเป็นเหมือนการบีบบังคับมังกร แต่ในความเป็นจริงแล้วมังกรหลายตัวกลับยินดีรับใช้มนุษย์เสียเองเพราะทำให้สามารถใช้ชีวิตได้สบายขึ้น
            ด้วยความที่มังกรมีจำนวนน้อยและผู้ใช้มังกรเองก็มีจำนวนน้อย สองชีวิตคู่สัญญาจึงค่อนข้างถูกทางกองทัพให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และระหว่างมังกรและผู้ใช้เองก็มีความผูกพันที่ดีต่อกันด้วย

            แม้ว่าธรรมชาติจะมีการปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่สุดท้ายก็มีการปรับสมดุลให้เป็นกลางได้อีกครั้งเมื่อเวลานั้นมาถึง

            อย่างไรก็ตาม ในความเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีสิ่งที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของมันอยู่บ้าง แม้จะมีน้อยมากจนไม่ถึงหนึ่งในหมื่นหรือหนึ่งในแสนก็ตาม...
            เช่นในบรรดามังกรที่มีอาการพิษเมื่ออยู่ใกล้มนุษย์ ก็จะมีมังกรบางตัวที่ไม่มีอาการนี้... หรือมีมนุษย์สายเลือดมังกรที่ทำสัญญากับมังกรได้อย่างต่อเนื่องทั้งที่เคยทำสัญญาไปแล้ว...


            โรเบิร์ตที่บังคับรถม้าผ่านป่าลึกพูดอธิบายทฤษฎีเชิงลึกเกี่ยวกับมังกรให้ฟิลฟัง
            "อย่างกรณีของพ่อเธอ... ผู้เชี่ยวชาญด้านมังกรหลายคนเห็นตรงกันว่าพ่อเธอมีคลื่นที่แตกต่างกับมนุษย์สายเลือดมังกรทั่วไป คือถึงแม้จะถูกปรับสมดุลหลังการทำสัญญาไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถที่จะทำสัญญาได้อีก โดยที่มังกรที่อยู่ใกล้ชิดไม่ถูกกระตุ้นให้พิษทำงานด้วยนะ"
            "ยังกับว่าเกิดมาเพื่อเป็นผู้ใช้มังกรจริงๆนะครับ" ฟิลที่นั่งอยู่ด้านหลังคิดตาม
            "แต่ก็น้อยคนมากล่ะนะถึงจะมีความสามารถนี้ หากมนุษย์สามารถทำสัญญาเป็นนายมังกรถูกเรียกว่าเป็นบุคคลพิเศษในบรรดามนุษย์ด้วยกันแล้ว... เครนี่ก็คงถูกเรียกว่าเป็นบุคคลพิเศษในกลุ่มบุคคลพิเศษอีกทีหนึ่งได้เช่นกัน"

            ฟังที่โรเบิร์ตเล่ามาแล้วฟิลก็เกิดนึกย้อนไปถึงเรื่องครอบครัวได้โดยไม่ตั้งใจ
            "เอ... ถ้าอย่างงั้น... ตอนมีมี่ พ่อไม่จำเป็นต้องหนีก็ได้นี่ครับ...?"
            "ปลอดภัยไว้ก่อนน่ะ เพราะเราไม่รู้ว่ามังกรกับมังกรสายเลือดมนุษย์แตกต่างกันยังไง" โรเบิร์ตมีข้อแก้ต่างที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
            "อืม..."
            "ว่าแต่ว่าเถอะ เดิมทีลุงเองก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะมีความสามารถแบบเครนี่หรอกนะ เพราะใช่ว่าคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันจะต้องมีความสามารถเหมือนกันเสมอไป" โรเบิร์ตตัดบทเปลี่ยนเรื่อง
            "มันก็นะ... ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาลงที่ผมเสียทั้งหมดเลยก็ไม่รู้ มีทั้งพลังเวทจากแม่แล้วยังจะมีพลังคุมมังกรแบบพ่ออีก..."

            ระหว่างที่ฟิลกำลังจะคิดอะไรเพลินๆกับเรื่องที่ได้ยินอยู่นั้นเอง หางของมีอาที่รัดแขนเขาอยู่ก็รัดแน่นขึ้นจนต้องหันไปมอง
            "นี่ปล่อยพี่ได้แล้วมั้งมีอา... พี่ไม่หนีไปไหนหรอก..." ฟิลพูดเสียงอ่อยๆ
            "ไม่...!" มีอาค้านเสียงดุ "มีอาบอกแล้วไงว่าจะไม่ให้พี่จ๋าไปไหนไกลตัวอีกแล้ว!"
            "แต่ว่านี่เราอยู่บนรถม้ากันนะ... พี่จะไปไหนได้ล่ะ...?"
            "ไม่รู้ไม่ชี้!"

            มีอาไม่แสดงความเห็นใดๆ เธอเอาแต่มองผ่านหน้าต่างรถลากดูป่ามาตั้งแต่ช่วงเดินทาง
            ที่จริงแล้วมีอาแทบไม่พูดอะไรกับฟิลเลยมาตั้งแต่ตื่นนอน... เธอยังคงโกรธและโมโหฟิลเรื่องที่ทิ้งมา แต่กระนั้นความรักที่ยังคงฝังในหัวใจก็ทำให้เธอปฏิเสธที่จะก่นด่าหรือทุบตีฟิลแต่อย่างใด ผลจึงออกมาดังที่เห็น... สงครามเย็นขนาดย่อมที่ทำให้ฟิลทั้งอึดอัดและลำบากใจอยู่ไม่น้อย...

            ฟิลรู้สึกลำบากใจขึ้นมาก ลำพังแค่มีอาโมโหเรื่องเดิมที่เขาทิ้งมาว่าแย่แล้ว การทำสัญญารับมังกรมาเพิ่มอีกอาจจะแย่ยิ่งกว่า เพราะมังกรใหม่ย่อมต้องมีความผูกพันใหม่เพิ่มด้วยเช่นกัน...
            ฟิลคาดเดาไม่ออกว่ามีอาจะรับในเรื่องนี้ได้ไหม ครั้นจะถามเธอก็ยังคงงอนไม่เลิก จนกลายเป็นเรื่องที่ค้างคามาถึงตอนนี้...


            ...............................................


            ใช้เวลาเดินทางกว่าชั่วโมง ในที่สุดรถม้าก็ผ่านป่าทึบมาได้ และสิ่งที่อยู่หน้าผืนป่าใหญ่ก็คือ 'ฟาร์มมังกร' ตามที่โรเบิร์ตว่าไว้
            สถานที่แห่งนี้มีชื่อทางการว่าฟาร์มมังกรบลิซบลีซ แต่มักจะถูกเรียกสั้นๆในภาษาทหารว่าฟาร์มมังกรที่ 1 ซึ่งถูกเรียกตามลำดับที่ก่อตั้งขึ้นมานั่นเอง

            ฟาร์มมังกรที่ 1 เป็นสถานที่สำหรับเพาะพันธุ์และเลี้ยงดูมังกรเพื่อนำไปใช้ในกองทัพเป็นหลัก ส่วนตัวที่ตกคุณภาพก็จะถูกแยกไปขายหรือแจกจ่ายให้กับขุนนางต่อไป
            มังกรที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นมังกรเด็กอ่อน ที่เหลือจะเป็นมังกรพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และมังกรที่อายุมากถูกปลดประจำการแล้วมาอยู่ด้วย

            ถึงจะถูกเรียกว่าฟาร์มแต่สภาพรวมก็เป็นเพียงทุ่งหญ้ากว้างที่ติดกับชายป่าเท่านั้น มีเนินเขาและทะเลสาบแม่น้ำอยู่ด้านหลังในป่าทึบ
            สิ่งปลูกสร้างจะมีก็เพียงส่วนเพาะเลี้ยงและเรือนสำหรับมังกรแค่ไม่กี่หลังคาเรือน แล้วก็จะเป็นส่วนของบ้านพักพนักงานกับเรือนรับรองเท่านั้น
            มังกรในส่วนเพาะเลี้ยงจะเป็นมังกรที่ฟักกำลังไข่กับที่ลูกมังกรที่พึ่งฟักออกมาเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ของฟาร์ม ซึ่งการเลี้ยงดูฝึกสอนมาแต่เด็กๆทำให้มังกรเรียนรู้ได้ไวและเชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดี


            เพียงเข้าใกล้เขตฟาร์มมังกรเท่านั้น มีอาที่ดูเซ็งมาตลอดทางก็ตาตื่นขึ้นมาได้ในทันที
            มีมังกรวัยสิบสามปีตัวหนึ่งบินร่อนต่ำลงมาดูรถม้าด้วยความสนใจเช่นกัน มีอาดีใจโผล่ตัวออกไปโบกมือจนเกือบตกรถ ทำเอาฟิลดึงกลับแทบไม่ทัน

            ฟิลไม่แปลกใจนักหากมีอาที่ดูอึมครึมมาตลอดจะกลับมาเริงร่าได้อย่างกับเป็นคนละคน เพราะบรรยากาศที่นี่ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก ซ้ำยังมีมังกรหลายตัวกระจายกันอยู่ดูมีความสุข มันดูเป็นสถานที่ที่ทำให้มังกรสบายใจโดยแท้
            "จะว่าไปแล้ว... ที่นี่ไม่ขังไม่ล่ามโซ่มังกรไว้เหรอครับ?" ฟิลสังเกตเห็นภาพความจริงแตกต่างกับภาพในหนังสืออยู่มาก
            "อื้อ ฟาร์มมังกรที่นี่จะพิเศษแตกต่างที่อื่นน่ะ เพราะเป็นมังกรที่เกิดใหม่ ส่วนที่เหลือก็มังกรที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องเข้มงวดมากนัก ก็ใช้วิธีปล่อยให้อยู่กับธรรมชาติแล้วคอยสอนเป็นระยะๆ ยิ่งมีมังกรรุ่นพี่ที่ปลดระวางแล้วมาเป็นแบบอย่างก็ยิ่งหายห่วง" โรเบิร์ตอธิบายอย่างละเอียด "มังกรที่นี่ส่วนใหญ่จะถูกเลี้ยงจนมีอายุได้สักสิบสองถึงสิบสี่ปี จากนั้นแล้วทางกองทัพก็จะดึงตัวไปเพื่อทำสัญญากับผู้มีความสามารถต่อไป หน้าที่หลักของที่นี่เลยมีแค่ช่วยให้ไข่ฟักออกมาให้มากที่สุดแล้วก็คอยเลี้ยงดูให้เป็นมังกรที่ดี ช่วยฝึกฝนให้มีนิสัยพื้นฐานเหมาะกับกองทัพ"
            "อืม... ดูน่าสนใจกว่าที่คิดไว้เสียอีกนะครับ" ฟิลมองผ่านหน้าต่างตามมีอา "ปกติแล้วผมนึกว่ามังกรจะต้องถูกดูแลอย่างเข้มงวดเสียอีก"
            "ถ้าเป็นประเทศอื่นล่ะไม่แน่ อย่างไฮแลนด์นี่ได้ยินมาว่าฝึกกันเข้มงวดจนมังกรล้มตายไปเยอะเลยทีเดียวนะ"
            "ถ้าอย่างงั้นมังกรของไฮแลนด์ก็คงเก่งมากเลยสิครับ...?"
            "ก็ไม่เสมอไปหรอก แต่ละประเทศก็ย่อมมีหลักการฝึกอัศวินที่แตกต่างกันไป อย่างของเราจะเน้นไปที่การควบคุม"
            "การควบคุมเหรอครับ?" ฟิลหันกลับมองโรเบิร์ตด้วยความสนใจ
            "มังกรของประเทศไฮแลนด์จะมีจุดเด่นทางด้านร่างกายที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ทำให้ความคล่องตัวและความเร็วด้วยลงมาก ซึ่งตรงข้ามกับทางอาโกลาสของเราที่มังกรอาจจะตัวเล็กกว่าแต่ก็มีความเร็วและความคล่องตัวที่สูงกว่าหลายเท่า ถ้าสู้กันแบบตัวต่อตัวแล้วเราจะเป็นฝ่ายได้เปรียบกว่าน่ะ"
            "อืม... ก็จริงครับ งั้นก็หมายความว่าทางเราเน้นที่การฝึกฝนร่วมมากกว่าการฝืนบังคับมังกรสินะครับ"
            "ใช่เลย... เพราะอย่างงั้นเราถึงเลี้ยงดูให้มังกรมีความพร้อมทั้งร่างกายโดยที่ไม่ฝืนด้านจิตใจน่ะ บ่อยครั้งเลยนะที่มังกรของเรามีส่วนช่วยตัดสินใจในการบินและสนองต่อผู้ใช้มังกรเป็นอย่างดี ทำให้สามารถพิชิตศึกได้แบบพลิกล็อคมาหลายครั้ง" โรเบิร์ตหันกลับมองที่ฟิลแล้วบอกต่อ " จงเป็นหนึ่งเดียวกับมังกร...! พ่อของเธอมักสอนคำๆนี้ให้กับผู้ใช้มังกรหน้าใหม่เสมอๆ"
            "จงเป็นหนึ่งเดียวกับมังกร... งั้นเหรอครับ..." ฟิลท่องตาม

            โรเบิร์ตควบรถม้าเข้ามาในฟาร์มมังกรได้สักพักก็มาหยุดจอดที่ส่วนอาคารสถานที่พัก ซึ่งเป็นบ้านพักรับรองสองหลังตั้งห่างกันเพียงเล็กน้อย
            เครนี่ที่มาถึงฟาร์มมังกรก่อนใครได้สั่งให้จัดเตรียมที่พักไว้ล่วงหน้าแล้ว ตอนนี้เขาออกมารอรับฟิลพร้อมแนะนำบุคลากรระดับหัวหน้าดูแลสถานที่อีกสามคนด้วย

            พอลงจากรถมาฟิลก็เห็นชายวัยกลางคนสองคน คนหนึ่งเป็นครึ่งหมาป่าครึ่งคน อีกหนึ่งเป็นคนปกติที่ดูภูมิฐานและมีความรู้
            ส่วนคนสุดท้ายเป็นชายมีอายุราวหกสิบปีกว่า การที่เขามีสัญลักษณ์ตรามังกรที่หลังมือขวาซ้ำยังดูแข็งแรงเกินวัยก็ทำให้ฟิลเชื่อว่าชายคนนี้น่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าคนดูแลฟาร์มมังกรทั่วไป
            "ขอแนะนำให้รู้จักนะ สามคนนี้คือคนสำคัญของฟาร์มมังกรนี้เลย" เครนี่ไม่รอช้าแนะนำผู้ดูแลคนแรก โดยเริ่มจากชายที่เป็นครึ่งหมาป่าครึ่งคน "นี่คือ แจ๊คเกิ้ล รับผิดชอบเรื่องหน้าที่ดูแลทั่วไปในฟาร์มมังกร อย่างเช่นด้านอาหาร ด้านความสะอาดของสถานที่"
            "นายเองเรอะที่จะมาทดสอบทำสัญญา" แจ๊คเกิ้ลมองหน้าฟิลก่อนที่จะพูดเสียงห้าวแข็งและห้วนตรงประสาครึ่งสัตว์ป่า
            "เอ้อ... ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ฟิลยื่นมือไปทักทายตามมารยาท
            "เป็นคนที่แปลกอย่างที่ลือมาจริงๆ ฉันสัมผัสได้ถึงพลังอะไรบางอย่างในตัวนาย" แจ๊คเกิ้ลมองตาฟิลแต่ไม่จับมือด้วย "ส่วนแววตาก็ไม่ใช่คนมากเล่ห์กลอะไร ถึงจะไม่พอใจกับการใช้มังกรที่นี่มาทดสอบนัก แต่ถ้าเป็นนายล่ะก็คงพออภัยให้ได้"

            กล่าวเพียงเท่านั้นแจ๊คเกิ้ลก็แยกตัวออกไปทำงานต่อโดยไม่สนใจฟิลอีกเลย
            เครนี่ยิ้มเล็กๆเพราะรู้จักนิสัยของคนงานดี เขาไม่สนใจแล้วหันกลับมาแนะนำคนอื่นๆต่อ
            "ทางนี้ก็ เอมีล รับผิดชอบเรื่องสุขภาพมังกรและคนงาน" เครนี่ผายมือไปทางชายหนุ่มที่วางตัวสุภาพดูมีความรู้
            "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ฟิลลิปส์" เขาพูดแบบให้เกียรติฟิลที่อายุน้อยกว่า
            "เรียกฟิลเฉยๆก็ได้ครับ" ฟิลยิ้มแล้วจับมือตอบ
            "ส่วนเธอก็มีอาสินะ ที่ว่าเป็นมังกรจำแลงร่างได้" เอมีลก้มมองไปยังมีอาที่อยู่ข้างฟิล
            "ค่ะ" มีอาตอบรับแบบไว้ใจเพราะสัมผัสความอ่อนโยนและได้กลิ่นมังกรตามตัวของเอมีล

            ต่อมาเครนี่ก็แนะนำชายคนสุดท้ายที่มีอายุมากกว่าเครนี่มากเกินกว่าสิบปี
            "คนนี้ก็คุณ ดาเนี่ยล อัศวินมังกรที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการฝึกฝนมังกร"
            "ว่าไงเจ้าหนู สนใจเป็นอัศวินมังกรใช่ไหม?" ดาเนี่ยลทักทายประสาคนมีอายุมากกว่า
            "เอ้อ... ครับ" ฟิลตอบรับตามมารยาท ถึงเขาจะสนใจเรื่องมังกรก็จริงแต่ก็ยังไม่ได้มองไกลไปถึงขั้นเป็นอัศวินมังกร
            "ส่วนนี่ก็... มังกรประจำตัวเธอสินะ?" ดาเนี่ยลหันมองทางมีอาบ้าง
            "ก็ครับ..."
            "ถึงจะยังเป็นเด็กแล้วก็ยังไม่เห็นในร่างของมังกร แต่ความรู้สึกมันบอกว่าเธอมีมังกรที่ดีนะรู้ไหม?" ดาเนี่ยลยิ้มพอใจแล้วบอกต่อ "ถึงจะเป็นเรื่องที่แปลกและยากจะเชื่อไปบ้าง แต่ทางฟาร์มมังกรก็ขอต้อนรับนะฟิล พักให้ตามสบายเลย แล้วก็ตั้งใจฝึกให้ดีล่ะ ฉันชักอยากเห็นแล้วสิคนที่จะเก่งกว่าเครนี่ได้นะ ฮะๆๆ"
            "ก็ตามนี้ล่ะนะ" เครนี่สรุปปิดท้าย "เดี๋ยวลูกเอากระเป๋าไปเก็บในบ้านพักก่อน แล้วเอมีลจะพาไปชมฟาร์มมังกรกัน ตอนเย็นๆค่อยมาเลือกมังกรที่จะใช้ทดสอบกัน"
            "ค่า...!"

            มีอารีบตอบนำ ก่อนที่จะหันเดินไปทางบ้านพักโดยที่ส่วนหางของเธอรัดแขนฟิล ดึงให้เขาต้องตามไปด้วยในที่สุด


            ...............................................


            ช่วงเวลาสายแก่ๆ แดดเริ่มจะแรงมากขึ้น
            แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการเดินชมฟาร์มมังกรเพราะการมีต้นไม้สูงใหญ่โตกระจายอยู่ช่วยบดบังและให้ร่มเงาที่ดีนัก

            เครนี่กับโรเบิร์ตได้แยกตัวไปคุยธุระกับเดเนี่ยล ส่วนแจ๊คเกิ้ลก็ไปดูมังกรต่อ
            ฟิลและมีอาจึงมาชมฟาร์มมังกรกับเอมีลเพียงสามคนเท่านั้น...

            ช่วงที่กำลังเดินไปอย่างเงียบๆนั้น มังกรที่นอนอยู่ก็มีเงยหน้าขึ้นมองฟิลเป็นระยะๆ บ้างก็ทำท่าจะเดินตาม ซึ่งตรงข้ามกับมีอาที่ยิ้มให้มังกรเสียทุกตัวทั้งหมด โบกไม้โบกมือทักทายทุกครั้งที่เห็น

            อย่างไรก็ดีการเป็นเป้าสายตาทำเอาฟิลรู้สึกอึดอัด จนในที่สุดเขาก็ต้องชวนเอมีลคุยเพื่อทำลายความเงียบและเบนความสนใจไป
            "ว่าแต่ฟาร์มออกจะกว้าง แต่มีทำงานกันแค่สามคนเองเหรอครับ?"
            "ไม่หรอกครับ เอาจริงๆก็มีเกือบยี่สิบคนเป็นอย่างน้อยเลยนะครับ" เอมีลตอบสุภาพตามนิสัย "ปกติแล้วจะมีทหารจากค่ายใกล้ๆ แล้วก็มีชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านห่างออกไปสักนิดมาทำงานน่ะ จะแบ่งงานกันไปทำตามที่หัวหน้างานสั่ง ไว้สักพักก็คงเห็นเอง ช่วงนี้ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ จะเห็นคนงานอื่นๆคงเป็นช่วงเย็นก่อนให้อาหารน่ะครับ"
            "คุณเอมีลมาอยู่ที่นี่ได้นานเหรอคะ?" มีอาสนใจถามบ้าง
            "ผมมาประจำการที่นี่ได้สามปีแล้วล่ะครับ แต่ผิดกับคุณแจ๊คเกิ้ลกับคุณดาเนี่ยลที่อยู่มานานกว่าผมหลายปีเลย"
            "พูดถึงคุณแจ๊คเกิ้ล... ผมรู้สึกกดดันยังไงไม่รู้แฮะ" ฟิลแอบนินทาเล็กๆ ถึงจะคุ้นเคยกับสัตว์ป่าที่มีความเป็นมนุษย์ แต่กระนั้นก็อ่านใจคนลักษณะนี้ได้ยาก
            "ฮะๆ ปกติแล้วคุณแจ๊คเกิ้ลไม่เข้าหาใครง่ายๆหรอกนะครับ ต่อให้เป็นคนใหญ่โตแค่ไหนจะอยากพบก็เถอะ แล้วเห็นอย่างงั้นเขาก็รักมังกรมากที่สุดในฟาร์มเลยนะครับ ดูเหมือนว่าพวกมังกรเองก็รักเขาที่สุดด้วยเหมือนกัน"
            "หน้าที่หลักของเขาคือการให้อาหารมังกรใช่ไหมครับ?" ฟิลคาดเดา
            "ใช่ครับ แต่ที่มังกรติดก็ไม่ใช่เพราะเป็นคนให้อาหารอย่างเดียวหรอกนะครับ เขาเป็นคนประเภทปากร้ายใจดี พวกสัตว์ป่าด้วยกันคงสัมผัสได้" เอมีลหัวเราะเบาๆชอบใจ "ฮ่ะๆ แต่ผมก็ว่าถ้าฟิลอยู่ที่นี่ล่ะก็คงจะเป็นที่รักของมังกรไม่แพ้คุณแจ๊คเกิ้ลแน่ๆ"
            "ไหงคิดงั้นล่ะครับ?"
            "อย่างที่บอกน่ะว่าคุณแจ๊คเกิ้ลค่อนข้างไม่ชอบใครนอกจากมังกร ดังนั้นการที่เขายอมจับมือกับเธอก็แสดงว่าต้องเห็นหรือสัมผัสกับอะไรบางอย่างได้แน่ๆครับ..." เอมีลมองฟิลแล้วก็ยิ้มขึ้นอย่างเป็นกันเอง "ที่จริงแล้วผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันนะครับ ดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมากเลย ขนาดมังกรในฟาร์มเรายังไม่เคยแสดงอาการสนใจหรือให้ความคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าแบบนี้มาก่อนเลยนะครับ"
            "เหรอครับ..."

            ฟิลเหลือบสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าตอนนี้มังกรยิ่งดูสนใจเขาขึ้นไปอีก มังกรเด็กๆบางตัวพอได้สบตาเข้าก็ทำทีจะเข้ามาหาฟิลเหมือนถูกเรียก
            "เอ้อ..." ฟิลต้องรีบหันกลับไปมองเอมีลแล้วชวนคุยต่อ ก่อนที่มังกรเด็กๆจะแห่เข้ามาเล่นด้วย "แล้วคุณดาเนี่ยลเป็นอะไรกับพ่อผมเหรอครับ ดูท่าทางจะสนิทสนมกันมากเลย?"
            "ผมเคยได้ยินว่าคุณดาเนี่ยลเป็นอาจารย์ของคุณเครนี่มาก่อนนะครับ"
            "เห... ไม่ยักรู้เลยแฮะ"
            "ไม่แปลกหรอกครับ เพราะคุณดาเนี่ยลปลดประจำการมาพักใหญ่แล้ว แต่ด้วยความที่รักในมังกร แล้วก็อยากให้มังกรของตัวเองได้พัก คุณดาเนี่ยลก็เลยรับหน้าที่เป็นครูฝึกมังกรเด็กๆที่นี่น่ะครับ"
            "อ้อ... แบบนี้นี่เอง" ฟิลรับฟัง

            ฟิลเงยหน้ากวาดสายตามองรอบๆต่ออีกครั้ง เขาพยายามมองเก็บรายละเอียดโดยเลี่ยงที่จะเพ่งไปยังมังกรตัวใดตัวหนึ่ง
            "เป็นที่ๆกว้างก็จริง แต่ผมว่ามีมังกรน้อยกว่าที่คิดนะครับ... ตอนแรกได้ยินว่าฟาร์มมังกร ผมนึกว่าจะมีมังกรถูกจับล่ามโซ่ไว้เป็นร้อยตัวเสียอีก"
            "ไม่หรอกครับ... ทางกองทัพไม่มีนโยบายทรมานมังกรแบบนั้น แล้วอีกอย่างวิธีการเลี้ยงก็ใช้แบบกระจายครับก็ทำให้มังกรไม่อึดอัดเกินไปนัก จะพูดว่าปริมาณน้อยแต่คุณภาพเยี่ยมก็ว่าได้ครับ"
            "เลี้ยงแบบกระจายเหรอครับ?"
            "ครับ... ประเทศเรามีฟาร์มมังกรกระจายอยู่ทั้งหมดสี่แห่ง โดยมีชื่อว่าบลิซบลีซ (Blitz Breeze) ฮาวลิ่งวินด์ (Howling Wind) แฟรี่วิสเปอร์ (Fairy Whisper) แล้วก็เรนเกล (Rain Gale) แต่ละฟาร์มก็จะแยกไปตามโซนป่าใหญ่แถบชานเมืองครับ... ส่วนที่บลิซบลีซของเราเป็นฟาร์มขนาดกลาง มีมังกรอยู่สามสิบห้าตัว เป็นมังกรเด็กยี่สิบตัว มังกรวัยเจริญเติบโตรอกองทัพเรียกใช้อีกแปดตัว พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์รวมกันอีกสี่ตัว แล้วก็มังกรรุ่นพี่ที่ปลดระวางแล้วอีกสามตัว นอกจากนี้ก็มีไข่มังกรที่รอฟังอีกจำนวนหนึ่งในฟาร์ม"
            "อืม..." ฟิลพยักหน้ารับฟังพลางนึกเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องการทำสัญญา

            ในระหว่างเดินทางฟิลเองก็ทำใจที่จะยอมรับมังกรได้บ้าง แต่ครั้นเข้ามาอยู่ในแหล่งแล้วถูกมังกรจับตามองจนแทบจะมาล้อมหน้าล้อมหลังก็ทำให้เขาเกิดลังเลใจอย่างห้ามเสียไม่ได้
            นอกจากนี้แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ฟิลลังเลใจไม่แพ้กันก็คือ... มีอา...

            จนป่านนี้ฟิลก็ยังไม่ได้คุยเป็นจริงเป็นจังกับมีอาในเรื่องการทำสัญญาซ้อน อาการงอนของมีอาจากเหตุเที่เขาแอบทิ้งมาก็ดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าทุกที และดูท่าจะหาทางคืนดีได้ยากเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน
            โรเบิร์ตเองก็ช่วยเกริ่นและอธิบายให้มีอารู้มาบ้างแล้ว แต่กระนั้นมีอาก็ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆนอกจากตอบรับแบบขอไปทีว่า... ค่ะ!

            ฟิลเริ่มรู้สึกแบบเดียวกับที่เครนี่ว่าไว้คือหากเขาคิดจะทำสัญญา มีอาเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามได้ และหากฟิลคิดจะทำให้ได้จริงๆ เพียงแค่ออกคำสั่งมีอาว่าห้ามยุ่งเท่านั้น มีอาก็ไม่อาจทำอะไรได้แม้จะแค่ออกความเห็นใดๆ...
            แต่ฟิลไม่ต้องการเช่นนั้น เขาไม่อยากจะทำสัญญาโดยที่ยังคลาแคลงใจกับมีอา... เขาคิดว่ามันควรจะมีสักทางที่ทำให้สามารถปรับความเข้าใจกับมีอาได้...

            มันอาจดูเป็นข้ออ้างเหมือนจะหลบเลี่ยง แต่ฟิลก็คิดจริงจังว่าอย่างน้อยถ้ายังทำความเข้าใจกับมีอาไม่ได้... เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะทำสัญญากับมังกรตัวอื่น...


            ...............................................


            ตกช่วงบ่ายแก่ๆ แจ๊คเกิ้ลก็ทำกิจวัตรเดิมคือเรียกมังกรมารวมตัวกันเพื่อออกกำลังกายเล็กน้อยๆก่อนให้อาหารเย็นต่อไป
            โดยตอนนี้นอกจากแจ๊คเกิ้ลแล้วก็มีฟิล มีอา เครนี่ โรเบิร์ต เอมีล และดาเนี่ยลยืนมองอยู่ห่างด้วยๆ

            เมื่อเห็นเวลาสมควรดีแล้ว แจ๊คเกิ้ลร้องคำรามด้วยเสียงของหมาป่าที่มีพลังดังก้องไปทั่วป่า
            จากนั้นไม่นานมังกรเล็กๆและมังกรย่างเข้าวัยรุ่นรวมทั้งหมดยี่สิบแปดตัวก็กรูมาเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ
            "เอ่อ..." ฟิลที่อยู่ด้านหลังมองดูมังกรจำนวนมากที่แตกต่างกันไป มีทั้งเกล็ดสีเทาตามปกติ และมีทั้งมังกรแบบเกล็ดสีน้ำเงินและสีครามที่มีความสามารถพิเศษหลับซ่อนอยู่ด้วย
            "สบายๆเข้าไว้ลูก วันนี้ยังไม่ได้ทำสัญญาอะไรหรอกนะ แต่พ่ออยากให้ลูกไปทำความรู้จักกับมังกรเข้าไว้น่ะ ลองๆดูเอาละกันว่าถูกชะตากับตัวไหนน่ะ" เครนี่แนะนำ
            "เอ่อ... ครับ" ฟิลกลืนน้ำลายตั้งสติก่อนที่จะเดินไปยังกลุ่มมังกรซึ่งกำลังจ้องมองมาทางตนเองเช่นกัน

            เพียงแค่ฟิลเดินออกไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น มีอาเองก็เดินจ้ำอ้าวไปจับมือของฟิลแล้วเดินตามติดไปอีกคน
            "มีอาไปด้วย...!" เธอพูดขึ้นเอาจริง
            "พี่จะไปเลือกมังกรนะ"
            "มีอารู้ แต่มีอาจะไปด้วย...!" เธอออกลูกดื้อต่อเนื่อง
            "แต่ว่า..." ฟิลลังเลใจ

            ครั้นพอเงยหน้ามองจะถามหาความเห็นจากผู้รอบรู้เรื่องมังกรอย่างโรเบิร์ตกับเครนี่แล้ว ทั้งสองก็ยักไหล่บ้างก็ส่ายหน้าไม่มีความเห็นใดๆในเรื่องนี้
            ที่สุดแล้วฟิลก็จำต้องพามีอาไปด้วย โดยมองว่ามีอาไม่น่าจะมีปัญหากับมังกรทั่วไป ตรงข้ามกลิ่นและความเป็นมังกรของเธอกลับยิ่งทำให้ดึงดูดให้มังกรเข้ามาหาฟิลมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

            เพียงฟิลเดินย่างเข้าไปหาได้แค่ไม่กี่ก้าว มังกรกว่าครึ่งจากทั้งหมดก็กลับแตกแถวเดินเข้ามาหาฟิลเสียเอง...
            "กี๊ซ..." มังกรวัยห้าขวบตัวหนึ่งร้องอ้อนแล้วทำทีจะมาคลอเคลียที่ต้นขาฟิล
            "เอ้อ..." ฟิลเองก็พยายามมองดูด้วยความเอ็นดู

            เผลอมองลงไปในช่วงสั้นๆเท่านั้น มารู้ตัวอีกทีฟิลก็ถูกมังกรทั้งหมดรุมล้อมเข้าให้เสียแล้ว
            "ฮะๆ... จริงๆหรือเนี่ย... ที่ว่าฉันเป็นที่รักของมังกรน่ะ..." ฟิลหัวเราะกับตัวเองกลบเกลื่อน

            เพื่อให้เกิดเป็นความแน่ใจ ฟิลได้ยกมือขวาขึ้นแล้วขยับไปใกล้บริเวณส่วนหัวของมังกรน้อยตัวหนึ่ง
            มังกรน้อยตัวนั้นก็สนองกับความต้องการของฟิลเหมือนรู้ใจและในทันที มันย่อตัวลงเล็กน้อยจากนั้นก็ดันตัวขึ้นให้ส่วนหัวของมันไปถูกับมือของฟิล...
            "อา... ดูเข้าสิ... ทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูจริง..." ฟิลเริ่มสนใจ
            "พี่จ๋า..." มีอามองดูแล้วก็ทักเสียงอ่อย

            ไม่นานนักพอเห็นฟิลลูบหัวเล่นด้วยแล้ว มังกรวัยหกขวบกับเจ็ดขวบที่อยู่ใกล้ๆก็ไม่น้อยหน้าวิ่งเข้ามาอ้อนมาคลอเคลียบ้าง
            "ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะนะ... แต่ว่าเล่นแบบนี้ฉันก็เลือกไม่ได้พอดีกันน่ะสิ" ฟิลหัวเราะแหยๆ เดิมทีเขาคิดว่าจะเลือกมังกรตัวที่เป็นมิตรกับตนที่สุด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามังกรเกือบทั้งหมดจะเป็นมิตรจนเกินความต้องการเสียด้วยซ้ำ...
            "นี่... พี่จ๋า..." มีอาเรียกอีกครั้ง แต่เสียงร้องของมังกรเด็กๆที่กำลังสนุกกับฟิลก็กลบเสียงเธอไปหมด

            พอเบียดกันมากเข้าฟิลก็ถูกดันผลาทรุดไปพิงกับมังกรอีกตัวหนึ่ง
            มังกรตัวนั้นพาลนึกว่าฟิลเล่นด้วยก็เลยเลียแก้มของฟิลเข้าแผล่บใหญ่
            "เฮ้ย...!"

            ฟิลสะดุ้งผวาออกมา แต่นั่นเองที่เหมือนเปิดโอกาสให้มังกรอีกตัวนึกครึ้มใจได้ทีเลียแก้มอีกข้างของฟิลบ้าง
            "อย่าซี่!" เขาอดที่จะบ่นไม่ได้ แต่ดูเหมือนยิ่งบ่นก็เหมือนยิ่งเชิญชวน มังกรตัวที่เหลือทำท่าจะเข้ามาเอาด้วย

            แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรดี มีอาก็ได้แปลงร่างระเบิดออกมาตูมใหญ่
            ทั้งแสงและลมทำเอามังกรทั้งหมดต้องชะงักงังไปช่วงเวลาหนึ่ง เช่นเดียวกันกับฟิลเองที่ต้องผงะนิ่งไปด้วย

            พอสายตาหายพร่าฟิลก็เห็นว่าตัวเองกำลังถูกอุ้มลอยอยู่บนฟ้า โดยที่มังกรที่เหลือได้แต่ร้องหาจากบนพื้นดินที่เริ่มห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
            "เฮ้ย...! อะไรน่ะ!?" เขายังคงงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            มีอาพาฟิลบินไปไกลระยะหนึ่ง ก่อนที่จะร่อนลงที่บนเนินเขาทุ่งหญ้ากว้างแล้วปล่อยตัวเขาลง

            เมื่อฟิลแตะเท้าถึงพื้นแล้วก็คิดจะหันไปต่อว่ามีอาเรื่องที่ทำอะไรไม่คิดแบบนี้
            "นี่มีอา...! คิดจะทำอะไรของ..."

            แผล่บ!

            ยังไม่ทันได้พูดจบคำดี ด้วยความหึงหวงแกมอิจฉา มีอาในร่างมังกรก็ได้สะบัดลิ้นเลียหน้าฟิลแรงจนเหมือนถูกผลักให้หงายหลัง
            "เฮ้..!" ฟิลรีบตั้งตัวเช็ดหน้าแล้วบ่นกลับไปบ้าง "ทำอะไรของเธอเนี่ย!?"
            "ก็พี่จ๋าไม่สนใจมีอาเลยนี่!?" มีอาไม่ยอม เฉพาะครั้งนี้เท่านั้นที่หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็จะไม่ยอมให้ฟิล
            "ก็พี่กำลังดูมังกรอยู่นี่นา"
            "ดูอะไรกันเล่า เล่นกับมังกรแบบนั้น แถมยังให้มังกรเลียหน้าอีก ครั้งก่อนหน้านี้ก็ทีหนึ่งแล้วนะ!"
            "ก็บอกแล้วไงว่าพี่เองก็ไม่อยากจะถูกเลียสักหน่อย! มีเหตุผลหน่อยสิมีอา!" ฟิลเองก็ชักหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
            "ไม่รู้ล่ะ ก็พี่จ๋าไม่รักษาคำพูดก่อนนี่!" มีอาเองก็แรงตอบไม่แพ้กัน

            มีอาพูดด้วยน้ำเสียงมังกร สำหรับฟิลฟังแล้วอาจเหมือนมีอาต่อล้อต่อเถียงตามปกติ
            แต่สำหรับคนอื่นแล้วจะได้ยินก็เพียงเสียงร้องโฮกฮากของมังกรตามเท่านั้นเอง...

            อย่างไรเสียท่าทีเถียงไปมาอย่างจริงจังของฟิลและมีอาก็แสดงออกถึงความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งก็ทำให้ทุกคนที่ดูอยู่ห่างๆรู้สึกขำมากกว่าที่จะเป็นห่วง
            "เป็นอย่างที่คิดจริงๆ หมอนี่มีคุณสมบัติดึงดูดมังกร" แจ๊คเกิ้ลกอดอกยอมรับในบางส่วน "แต่ดูเหมือนว่าโดยพื้นฐานจะไม่ได้ชอบมังกรนะ กลัวว่าจะมีปัญหาในตอนหลังจริงๆผับผ่าสิ"
            "ทัศนคติน่ะมันปรับได้ สำคัญคือพลังพิเศษกับหัวใจมันต้องไปด้วยกันให้ได้เสียก่อน แต่ฉันดูแล้วไม่น่ามีปัญหานะ" โรเบิร์ตให้ความเห็น "ขอเพียงแค่ทำให้มีอาเห็นชอบกับฟิลด้วยเท่านั้นก็เกินพอแล้วล่ะ"
            "ว่าแต่ก็สมเป็นลูกของเธอจริงๆนะเครนี่" ดาเนียลผู้เป็นอาจารย์เห็นแววในตัวของฟิล "สมญานามดราก้อนมาสเตอร์ที่ไม่เคยมีใครเป็นได้นอกจากอดัมส์ที่เป็นเพียงเรื่องเล่างั้นเหรอ... ดูเหมือนว่าเราจะได้เห็นคนที่มีความสามารถนั้นเข้าให้จริงๆแล้วสิ"

            ช่วงที่กำลังแลกเปลี่ยนความเห็นกันสนุกปากอยู่นั้นเอมีลที่รู้จักกับฟิลแล้วหวังดีจะให้ฟิลทำสัญญาสำเร็จก็ได้ขัดขึ้นมาก่อน
            "เอ้อ... แล้วจะเอาไงต่อล่ะครับ สองคนนั้นยังทะเลาะกันอยู่เลย" เขาถามกังวล
            "ฮ่ะๆ ปล่อยไปเถอะ เห็นแบบนี้แต่สองคนนั้นก็สนิทกันที่สุดเลยนะ" โรเบิร์ตไม่คิดอะไรมาก "ให้เปิดใจพูดกันแบบนี้น่ะ ดีกว่าปากแข็งไม่พูดกันเป็นไหนๆ"
            "แล้วเรื่องมังกรล่ะครับ... ดูท่าจะเลือกได้ยากนะครับ จะเอายังไงดีครับ ให้ทางเราเฟ้นให้ไหมครับ?"

            เครนี่มองตรงไปยังฟิลแล้วให้คำตอบแทนลูกชาย
            "ไม่ล่ะ... ให้ฟิลเป็นคนเลือกเองดีกว่า ยังไงซะทั้งฟิลและมังกรก็ต้องฝากชีวิตซึ่งกันและกันอยู่แล้ว" กล่าวเพียงเท่านั้นเครนี่ก็ผิวปากเรียกมังกรของตัวเองมา "เอาเป็นว่า... ก่อนอื่นต้องทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกันก่อน แล้วฉันจะได้ถือโอกาสสอนไปพร้อมกันเลย"

            เครนี่มีความคิดที่จะทำให้เรื่องนี้ยุติลงด้วยดี


            ...............................................


            ที่สุดแล้วการมีปากเสียงระหว่างสองพี่น้องผู้เป็นนายและมังกรรับใช้ก็สงบลงด้วยการห้ามทัพของเครนี่

            ต่อมาบุคคลผู้มีมังกรรับใช้ทั้งสามก็ได้กลับไปยังเนินมังกรผงาด อันเป็นเนินที่มีอาพึ่งพาฟิลไปทะเลาะมาเมื่อครู่นั่นเอง
            เครนี่ขึ้นขี่ริริส แต่ยังไม่ออกบิน ทางด้านดาเนี่ยลก็ขี่ -ฟรีซ- มังกรสูงวัยเช่นเดียวกับผู้ขี่แต่ก็ยังแข็งแรงพอที่จะพาบินได้ ส่วนฟิลยังคงยืนอยู่ข้างมีอาไม่ได้ขึ้นควบขี่แต่อย่างใด
            "ตกลงว่าให้ผมมาที่นี่ทำไมครับ แล้วเรื่องการทำสัญญาล่ะ?" ฟิลยังไม่เข้าใจความคิดของพ่อ
            "สัญญาน่ะไม่ต้องรีบร้อน วันนี้แค่ให้ลูกเห็นหน้าค่าตาของมังกรก็พอแล้วล่ะ" เครนี่ยิ้มแล้วบอกเพิ่ม "ส่วนที่เรียกมานี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอก พอดีเห็นว่าทั้งลูกทั้งมีอาดูจะเครียดๆกับการเดินทางเลยว่าจะชวน เล่นไล่จับ กันหน่อย"
            "เล่นไล่จับ?"
            "อื้ม แต่เป็นการไล่จับในแบบมังกรนะ"
            "ครือ...!?" มีอาในร่างมังกรหันมองสนใจ
            "กติกาก็ง่ายๆ พ่อจะบินนำไปก่อน แล้วจากนั้นลูกก็บินตามไล่จับพ่อให้ได้ ก็ไม่ต้องถึงขนาดแซงหรือแตะต้องตัวหรอกนะ แค่ตามหลังมาในระยะห่างสักสองถึงสามเมตรพอให้ยิงเวทได้เท่านั้นก็พอแล้ว ส่วนระยะบินก็เริ่มจากเนินนี้แล้ววนรอบฟาร์มมังกรแล้วผ่านป่าสักรอบก็ได้ ถ้าพ่อมาถึงนี่ก่อนหรือลูกกับมีอาเกิดร่วงไปก่อนก็เกมโอเวอร์"
            "แค่นั้นเองหรือครับ?" ฟิลถามเสียงจืดๆ
            "แค่นั้นแหล่ะ" เครนี่มองออกว่าลูกชายไม่สนใจนักจึงจงใจหลอกล่อด้วยเงื่อนไขพิเศษ "แต่เพื่อให้เกิดความฮึกเหิม เรามาเดิมพันกันหน่อยดีกว่าไหม?"
            "เดิมพัน?"
            "ถ้าพ่อชนะ เพื่อเป็นการทำโทษพ่อให้ลูกไปช่วยงานแจ๊คเกิ้ล เอมีล แล้วก็คุณดาเนี่ยลตลอดช่วงสัปดาห์นี้" เครนี่หันมองทางมีอาแล้วบอกข้อต่อรองให้เธอในฐานะผู้ร่วมแข่งขันทีมเดียวกัน "ส่วนมีอาเองก็ด้วยในฐานะมังกรของฟิล ถ้าแพ้เธอต้องฝึกความอดทนเรื่องช่องว่างระหว่างนายกับมังกร โดยตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเธอต้องแยกเตียงกับฟิล ต้องอดทนให้มากกว่านี้ ต้องฟังคำสั่งฟิลอย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลอีก"
            "ครือ..." มีอาครางเสียงสลด เธอรู้สึกว่าเหมือนจะถูกเครนี่สั่งสอนเสียมากกว่าบอกเงื่อนไข
            "แล้วถ้าเกิดว่าผมชนะล่ะ?" ฟิลถามกลับ
            "ถ้าลูกชนะพ่อจะไปคุยกับบรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติ ขออนุญาติให้ลูกเข้าไปอ่านหนังสือได้ทุกเล่มตามใจชอบเลย"
            "หืม...?" เป็นเงื่อนไขที่เรียกความสนใจฟิลได้มาก "ทำได้แน่เหรอครับ?"
            "แน่นอนสิ พ่อรู้จักคนที่นั่นดี ขอเพียงแค่ไปคุยให้สักนิดล่ะก็ ต่อให้เป็นหนังสือเวทลับ เวทโบราณ ลูกก็สามารถอ่านได้ทั้งหมด"
            "ส่วนมีอา... ถ้าฟิลชนะ มีอาก็จะได้รางวัลด้วยนะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมล่ะ?"

            เมื่อได้รับการยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธเช่นนี้แล้ว มีอาก็ไม่รอช้าแปลงร่างกลับมาเป็นร่างมนุษย์ แล้วจากนั้นก็ได้บอกความต้องการให้เครนี่รู้จากปากของเธอเอง
            "งั้นขอมีอาอยู่แบบนี้ต่อไปได้ไหมล่ะพ่อจ๋า ขอเกาะติดพี่จ๋าต่อ แล้วก็ไม่อยากให้พี่จ๋าไล่ด้วย!" มีอาพูดเป็นจริงเป็นจังทำเอาฟิลต้องแอบค้อนสายตามอง
            "ได้สิ... ถ้าเธอชนะ พ่อจะสั่งให้ฟิลทำตามเอง" เครนี่ลูบศีรษะมีอาแล้วมองไปทางฟิล "ดูไม่ยุติธรรมกันลูกไปนิด แต่ลูกคงไม่คิดทิ้งรางวัลดีๆนี้ไปหรอกใช่ไหม?"
            "เอ้อ... มันก็..." ฟิลออกอาการลังเลใจขึ้นมา

            ที่จริงแล้วฟิลก็ไม่ได้รังเกียจหรือไม่พอใจที่มีอามาคลุกคลีตามประกบแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ไม่ค่อยชอบนักเพราะจะทำการทำงานไม่สะดวกเท่าที่ควร
            แต่อย่างไรเสียเงื่อนไขที่แลกกับการเข้าไปอ่านหนังสือในหอสมุดแห่งชาติก็ยั่วตายวนใจไม่น้อย... ฟิลติดนิสัยชอบอ่านมาจากแม่อยู่มาก มีหลายครั้งที่ได้ตามไปอ่านในหอสมุดแห่งชาติ

            ฟิลเคยได้ยินข่าวลือมาว่าในหอสมุดมีหนังสือเวทน่าสนใจอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือต้องห้ามที่อนุญาตให้เฉพาะบุคคลระดับสูงเท่านั้น โดยว่ากันว่ามันได้บันทึกเรื่องราวลึกลับทั้งเป็นศาสตร์ปกปิด หรือประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศเอาไว้
            การอยู่หมู่บ้านรอบนอกและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสายวิชาการอาจทำให้ทอนความสนใจอยากรู้อยากเห็นไปบ้าง แต่ด้วยนิสัยและความชอบอ่านและเรียนรู้ที่ฝังลึกแล้ว พอได้ยินเงื่อนไขที่เมื่อสมัยเด็กเคยได้นักหนาแล้ว ฟิลก็คิดว่าไม่น่าปล่อยให้โอกาสอันดีนี้หลุดลอยไป ถึงแม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการพัวพันที่หนักกว่าเดิมของมีอาก็ตาม...
            "แฮ่ม!"

            ฟิลกระแอมดึงความสนใจก่อนที่จะตอบรับเงื่อนไขแบบไม่คิดให้หนักสมอง
            "งั้นก็ตกลงครับ"
            "ดี งั้นพ่อให้เวลาเตรียมตัวห้านาที ตกลงนัดแนะกับมีอาให้ดีล่ะ... อ้อ... บอกกติกาเพิ่มอีกนิดนะว่าลูกจะชนะทันทีถ้าอยู่ด้านหลังของพ่อในระยะน้อยกว่าสามเมตร ย้ำนะว่าด้านหลังตรงๆเท่านั้น ถ้ามุมเบี้ยวจะไม่นับ เพราะในการศึกจริงๆการอยู่ด้านหลังตรงๆหมายถึงการที่เล็งยิงได้แม่นยำที่สุด ขอเพียงแค่ประคองได้สักสามวินาทีลูกก็ชนะ... แต่ในทางกลับกันถ้าพ่อหนีได้เกินสิบเมตรก็เท่ากับว่าพ่อสลัดลูกได้หลุด ถึงตอนนั้นลูกก็จะแพ้เช่นกัน เข้าใจกฎแล้วนะ?"
            "ผมเข้าใจครับ" ฟิลพยักหน้ารับ
            "ดีมาก" เครนี่ได้ทีข่มฟิลเพื่อกระตุ้นทางอ้อม "แล้วก็อย่าคิดว่าจะชนะพ่อง่ายๆเชียวล่ะ อย่าลืมนะว่าสมัยก่อนลูกยังไม่เคยขี่ม้าชนะพ่อได้เลย"
            "นั่นมันอดีตแล้วครับ คราวนี้ผมจะชนะให้ดู" ฟิลมุ่งมั่น
            "งั้นเดี๋ยวรู้กัน" เครนี่ดึงบังเหียนให้ริริสบินขึ้นฟ้าไปสำรวจสภาพอากาศและทิศทางลมก่อน

            ทางด้านฟิลก็บอกให้มีอาแปลงร่างเป็นมังกร แล้วจึงได้เปิดอกคุยกันตรงๆต่อ
            "เอาล่ะ ตอนนี้เรามาคิดเรื่องเอาชนะพ่อให้ได้ก่อนดีไหม แล้วจากนั้นค่อยหาเวลาคุยกันในเรื่องที่ค้างคากันว่าจะเอายังไงต่อ"
            "อื้อ" ในหนนี้มีอาไม่ดื้อ เธอคิดว่าหากชนะได้แล้วได้คลุกคลีกับฟิลมากขึ้นก็ย่อมมีเวลาคุยมากขึ้นตามไปด้วยเอง

            ว่าแล้วมีอาก็แปลงร่างกลับมาเป็นมังกร และฟิลก็ขึ้นขี่หลังอย่างชำนิชำนาญ

            ก่อนที่ทั้งคู่จะออกบินขึ้นสู่ฟ้า ดาเนี่ยลที่จับตาดูเงียบๆมาตลอดก็พูดขัดขึ้นมา
            "ฮึๆ พวกเธอนี่น่ารักดีนะ ดูเหมาะสมกันดีด้วยสิ ก็หวังว่าคงจะทำให้เครนี่ได้เหนื่อยบ้างล่ะนะ"
            "หืม... พูดเหมือนกับว่าพ่อไม่ลำบากใจที่ท้าผมเลยนะครับ?" เขาถามกลับ

            จริงๆแล้วฟิลเองก็ไม่ได้ประมาทฝีมือการบังคับมังกรของพ่อเกินไปนัก แต่ฟิลเองก็บินกับมีอามามากพอที่จะรู้ถึงศักยภาพของตัวเอง
            อย่างน้อยๆเขาก็มั่นใจว่าฝีมือที่มีในตอนนี้สามารถเอาชนะทหารมังกรทั่วไปได้ไม่ยากเกินไปนัก ฟิลเชื่อว่ากับระดับฝีมือของพ่อแล้วหากใช้สมอง ความคิดตัดสินใจ และเฟ้นความสามารถของมีอามาใช้แล้ว ก็น่าจะแข่งได้อย่างสูสีหรือถ้าโชคเป็นใจก็อาจพลิกล็อคเอาชนะได้
            "อย่าว่างั้นงี้เลยนะฟิล... เครนี่คือลูกศิษย์ที่เก่งที่สุดของฉันเลยล่ะ แล้วตอนนี้ก็เก่งเกินฉันไปแล้ว"
            "ขนาดนั้นเลยหรือครับ?" ฟิลหันมองรับฟังแต่ไม่ตระหนกนัก
            "แต่ไปลองบินแข่งดูก็ดีนะ จะได้รู้ว่าฉายาที่ถูกอัศวินมังกรทั้งโลกยกให้ว่าเป็น 'ผู้ใช้มังกรที่เก่งที่สุด' น่ะฝีมือมากแค่ไหน?" ดาเนี่ยลดึงบังเหียนมังกรให้ขยับเตรียมบินบ้างโดยเขารับหน้าที่เป็นกรรมการดูภาพรวมให้ "ตั้งใจให้เต็มที่ล่ะ เผินๆอาจเหมือนเป็นการบินเล่น แต่จริงๆแล้วมันจะช่วยทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายสิ่ง แล้วมันจะมีประโยชน์มากในเวลาต้องเข้าร่วมศึกน่ะ"
            "เต็มที่แน่นอนครับ" ฟิลพยักหน้ารับก่อนที่จะหันไปบอกมีอา "ไปกันเถอะมีอา สู้ให้เต็มที่!"
            "ก๊าซ!" มังกรน้อยมีอาขานรับเสียงมุ่งมั่นแล้วจึงออกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าไปด้วยกัน


            ...............................................


            ช่วงเวลาเกือบห้าโมงเย็น ดวงอาทิตย์ที่อยู่ขอบฟ้าอ่อรแรงลงทำให้บรรยากาศเริ่มจะเริ่มมืดและเย็นมากขึ้น
            แต่ความเป็นฟาร์มมังกรเป็นพื้นที่เปิดและไม่ถูกบดบังด้วยเมฆกับภูเขาสูงก็ทำให้มีแสงส่องมากพอที่จะเห็นอะไรได้อยู่

            ริริสบินประคองตัวอยู่ห่างจากมีอาราวสามเมตร มือทั้งสองของเครนี่จับบังเหียนแบบง่ายๆ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มมั่นใจ ผิดกับทางฟิลและมีอาที่เริ่มเครียดมากขึ้น

            ดาเนี่ยลอยู่ห่างออกมาจากทั้งสองกวาดสายตามองดูความพร้อม จากนั้นก็ไม่รอช้าที่จะให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน
            "เริ่มได้!" เขาตะโกนเสียงดังฟังชัด

            พลันนั้นเครนี่ก็ควบริริสบินกระชากทิ้งห่างจากฟิลออกไปได้ในชั่วพริบตา
            "เฮ้ยๆๆ อะไรเนี่ย!?" ฟิลถึงกับตะลึง

            แม้แต่มีอาเองก็ต้องอึ้งตามไปด้วย
            ทั้งคู่เคยบินด้วยกันมาหลายครั้งและก็เคยสู้กับมังกรของกองทัพมาก่อน พวกเขาจำความเร็วในการบินและระดับความเร่งในการออกตัวมังกรของกองทัพได้ดี

            แต่ทว่ามังกรของเครนี่นั้นต่างออกไป...
            เพียงแค่บินออกตัวช่วงสั้นๆเท่านั้น ทั้งฟิลและมีอาก็เห็นถึงความแตกต่างที่เหนือกว่าจนเทียบกันไม่ได้... ระยะห่างที่คิดว่าพอจะไล่ได้ก็ขยายมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ปีกของริริสกระพรือสะบัด
            "แย่ล่ะ จะปล่อยให้ห่างมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!" ฟิลรีบตั้วสติ "มีอา! ตามไปเลย!!"
            "ก๊าซ!" มีอายังคงตอบสนองกับฟิลได้ไว เธอรับคำสั่งของฟิลแล้วบินตามไปทันที

            แล้วมีอาแสดงศักยภาพที่เหนือกว่ามังกรทั่วไปให้ได้เห็น พอเธอตั้งใจบินอย่างเต็มที่แล้ว ระยะห่างที่ทำท่าจะฉีกมากขึ้นจนทำให้แพ้ก็หดลดลงเรื่อยๆ
            เครนี่แอบเหลือบมองก็ยิ้มพอใจ เช่นเดียวกับดาเนี่ยลที่ประทับใจในความสามารถของมีอาและการสั่งการของฟิลไม่แพ้กัน
            "ทำได้ไม่เลวนี่ น่าจะดีกว่าอัศวินมังกรหลายคนเสียด้วยซ้ำ" อดีตอัศวินพูดขึ้นลอยๆ "แต่ว่ากับเครนี่แล้วแค่นี้ยังไม่ดีพอหรอกนะฟิล... จากนี้ไปเธอจะได้เรียนรู้เรื่องความลำบากของผู้ล่าล่ะนะ"

            และก็เป็นไปตามที่ดาเนี่ยลกล่าวไว้จริง...
            ฟิลเข้าระยะที่พอจะประคองไม่ให้ถูกทิ้งห่างได้สำเร็จ แต่ความเร็วสูงสุดของมีอาก็ยังไม่มากพอที่จะเข้าประชิดริริสได้
            "ไม่ไหวแล้วเหรอฟิล นี่ยังไม่สุดกำลังของริริสเลยนะ!?" เครนี่หันมองแล้วพูดท้ากึ่งกระตุ้น
            "ฮึ่ม!" ฟิลดึงบังเหียนมีอาไว้แน่น "มีอายังไหวไหม ถ้าจี้ติดได้ล่ะก็เราจะชนะแล้วนะ"
            "ก๊าซ!" มีอาขานรับแล้วฝืนดึงกำลังออกมาอีก

            และแล้วฟิลเร่งก็มีอาขึ้นไปอีกจนระยะห่างหดสั้นเหลือสามเมตรได้สำเร็จ
            มีอาและฟิลพยายามจนสำเร็จ แต่ว่า... พวกเขาก็ไม่อาจประคองให้ถึงสามวินาทีได้ เมื่อเครนี่แสดงความเหนือชั้นในเรื่องการควบคุมมังกรออกมาอีกหน

            เครนี่ไม่อยู่เป็นเป้านิ่ง เขาดึงบังเหียนบังคับริริสบินโยกสลับซ้ายขวาซิกแซกได้อย่างไหลลื่น
            "อย่าคิดว่าบินตามได้ก็จบแล้วนะ" เครนี่ท้าทาย "แน่จริงก็จับให้ได้สิฟิล!"
            "หนอย...!" ฟิลพยายามคุมมีอาให้บินแบบเครนี่

            แต่การบินหักไปมาระยะสั้นโดยที่อยู่ในความเร็วสูงสุดก็เป็นเรื่องที่ยากจะควบคุมได้
            ดาเนี่ยลที่มองอยู่ห่างออกมาเห็นภาพความแตกต่างระหว่างมังกรทั้งสองอย่างชัดเจน มังกรตัวหนึ่งบินสลับไปมาอย่างสวยงาม แต่มังกรอีกตัวที่ตามหลักต้องเสียจังหวะประคองตัวแล้วบินไล่ในองศาที่กว้างกว่ามาก... แต่ก็มีความพยายามที่จะไล่ต่อไปอย่างไม่ลดละ

            ช่วงเวลาแห่งการทดสอบการบินระดับที่สูงขึ้นเริ่มขึ้นได้ไม่นาน ความแตกต่างก็เห็นชัดเจนอีกครา...
            ดาเนี่ยลเห็นผลสรุปแล้วว่าหากเครนี่จะเอาจริงแล้ว เขาสามารถทิ้งห่างฟิลได้ทุกเมื่อ ในทางกลับกันมีอาที่เร่งบินฝืนก็เริ่มหมดกำลังลงจนจี้ต่อไม่ไหว
            "หึๆ ยังแค่เริ่มต้นเองนะฟิล จะแพ้แค่นี้แล้วเหรอ?" เครนี่แกล้งลดความเร็วให้ระยะห่างกลับมาเท่าเดิม "มีอาเองก็เหมือนกัน เป็นมังกรรับใช้ที่ทำได้แค่นั้นเองเหรอ... แบบนี้ยังเป็นรองริริสอยู่มากเลยนะ ถ้าหมดแรงแค่นี้ล่ะก็ยอมแพ้เสียแต่เนิ่นๆจะเป็นผลดีกับฟิลเสียมากกว่ามั้ง"

            กล่าวเพียงเท่านี้เครนี่ก็เปลี่ยนรูปแบบการบินไป ความเร็วในการบินลดต่ำลงแต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความชัน...
            เครนี่เปลี่ยนระดับการบินให้สูงขึ้นไปอีก โดยที่ฟิลและมีอาก็จำต้องบินตามอย่างไม่มีทางเลี่ยงเพราะไม่อยากแพ้ แต่อย่างน้อยการลดความเร็วของริริสก็ทำให้ฟิลและมีอามีกำลังใจพอที่จะไล่กวดต่อไปได้อีก

            อาจดูเหมือนว่าเป็นงานที่ง่ายขึ้น แต่การคิดแบบนั้นก็เท่ากับว่าติดกับเครนี่อย่างจัง เพราะสิ่งที่เครนี่ต้องการจะให้สอนไม่ใช่เรื่องการไล่ตามจับ แต่เป็นการเรียนรู้เรื่องอันตรายของความดันอากาศ... ด้วยร่างกายของตัวเอง...

            ยิ่งบินขึ้นสูงฟ้าก็ยิ่งโปร่งใส การบินก็ไวขึ้นและรู้สึกเบาขึ้นตามไปด้วย
            ทว่าในความเรียบง่ายนี้ก็มีความเสี่ยงที่แอบซ่อนอยู่... นั่นก็คืออากาศที่เบาบางลง...

            พอถึงในจุดที่สูงพอแล้วเครนี่ก็ประคองระดับความสูงนั้นไว้แล้วเริ่มทำการบินหนีต่อไปในความเร็วที่ไม่มากไปกว่าเดิมนัก
            ฟิลเองก็คิดว่าเครนี่กำลังจะออมมือให้ตามนิสัยเดิมๆ แต่กระนั้นยิ่งบินตามฟิลก็รู้สึกว่าระยะห่างมากขึ้น ซ้ำมีอาเองก็ดูเหนื่อยกว่าเดิม หัวใจเต้นสูบฉีดแรงกว่าเดิม
            "มีอา... เป็นอะไรหรือเปล่า...!?" ฟิลแปลกใจ ที่ผ่านมามีอาไม่เคยออกอาการเหนื่อยได้มากและรุนแรงเท่านี้มาก่อน โดยที่ฟิลเองก็ไม่ทันได้มองว่าตัวเขาเองก็มีอาการที่ไม่ต่างกันนัก
            "แฮ่ก... แฮ่ก... วะ... ไหว...ค่ะ!" มีอาฝืนใจตอบกลับ

            เครนี่ลดความเร็วแบบฉับพลังลงมาตีข้างฟิล ดูเผินๆเหมือนจะแสดงตัวเหนือกว่า แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเครนี่กระทำไปด้วยความหวังดี
            "จำไว้นะนี่คือการบินในระดับความดันของบรรยากาศที่ต่ำ... ลูกจะบินได้เร็วขึ้น แต่ว่าอากาศที่น้อยลงก็จะทำให้มังกรเหนื่อยมากเป็นเท่าตัว..." เครนี่สอนด้วนประสบการณ์จริง "มีลูกฮึดลูกตื๊อเกาะติดมันก็เป็นเรื่องดี แต่ว่าทะเล่อทะล่าบินตามแบบไม่คิดนี่ถือว่าใช้ไม่ได้นะรู้ไหม...?"
            "ฮึ่ม...!" ฟิลเสียความรู้สึกแต่ก็เถียงไม่ออก
            "หึ..." เครนี่ยิ้มชอบใจจากนั้นก็เริ่มท้าทายต่ออีกรอบ "ฟ้าเริ่มจะมืดแล้ว ชักหิวด้วยสิ... เดี๋นสรีบๆทำให้ให้ลูกแพ้ไปเลยละดีกว่า..."
            "อะไรนะ...!?"

            เครนี่ดึงบังเหียนเปลี่ยมมุมพร้อมกับแนบตัวเข้ากับแผ่นหลังริริสแล้วสั่งการดุดัน
            "ทิ้งดิ่งไปเลยริริส!"
            "ก๊าซ!!" มังกรรับใช้รับคำสั่งเสียงก้องกังวาล

            อัศวินมังกรผู้ได้สมญานามว่าเก่งกาจที่สุดในเรื่องการบังคับ เขาพุ่งทะยานลงไปกับมังกรคู่ใจแบบรวดเร็วจนได้ยินเสียงแหวกอากาศดังฟังชัด
            การบินแนวราบว่าเร็วแล้ว แต่การบินเหินหาวดิ่งลงตามแรงดึดดูดกลับยิ่งเร็วกว่ากันหลายเท่าตัว
            "แย่แล้ว ระยะห่าง!?" ฟิลต้องรีบกลับมาคุมมีอาให้ทำตัวตามก่อนที่โดนทิ้งห่างไปเกินสิบเมตร "ตามไปเลยมีอา!"
            "ก๊าซ!" เธอรับคำสั่งอีกครั้ง

            ที่สุดแล้วมีอากับฟิลก็ทิ้งตัวพุ่งทะยานตรงแหวกแรงโน้มถ่วงตามเครนี่ลงมาอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้ แต่ก็ถือว่าทันเวลาก่อนที่จะถูกทิ้งห่างเกินสิบเมตรได้อย่างเฉียดฉิว
            "ตามมาแล้วสินะ" เครนี่แอบมองแล้วหันกลับมาดูทางข้างหน้าซึ่งพื้นทะเลสาบก็ดูใหญ่ขึ้นทุกทีๆ

            ด้วยการบินเต็มกำลังไปตามทิศทางที่แรงโน้มถ่วงกระทำอยู่ก็ยิ่งทำให้ความเร็วของมังกรสูงมากจนยากจะควบคุมอยู่
            สำหรับฟิลกับมีอาแล้วก็เคยมีการฝึกแบบนี้อยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ทั้งก็ไม่เคยกระทำด้วยความเร็วและความสูงระดับนี้มาก่อน... เพาาะหากควบคุมไม่ได้แล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายด้วยการพุ่งกระแทกพื้นจนแหลกเหลว...

            ระดับความสูงลดลงแบบรวดเร็ว ฟิลก็ยังไม่ยอมแพ้และคิดว่ายังมีระยะปลอดภัยที่สามารถหักกลับขึ้นได้ทัน

            เครนี่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของผู้บังคับมังกรอย่างต่อเนื่อง แม้จะถึงระยะปลอดภัยสุดท้ายที่ฟิลคิด แต่เขาก็ยังคงพุ่งดิ่งลงไปอีกโดยที่ไม่เชิดหัวมังกรขึ้น
            "พ่อ!?" ฟิลอดตะโกนห้ามไม่ได้เมื่อเห็นว่าเครนี่กำลังจะเดินเข้าหาความตาย

            เครนี่ไม่สนใจและยังดิ่งลงไปอีก จนเมื่อถึงในจุดที่คิดว่าอันตรายที่สุดแล้วเครนี่ก็สั่งให้ริริสกางตัวและปีกจนสุดต้านลมไว้
            ความเร็วก็ลดลงแบบฉับพลัน ถึงไม่ทั้งหมดแต่ก็มากเกินพอ จากนั้นแล้วเครนี่สั่งริริสตีปีกพร้อมกับดึงบังคับปรับองศา

            เพียงเท่านั้นจากที่ทำท่าเหมือนจะกระแทกผิวน้ำเต็มความแรงก็กลายเป็นสามารถกลับมาบินโฉบเหนือทะเลสาบได้อย่างน่าอัศจรรย์
            "มะ... ไม่น่าเชื่อ..." ฟิลถึงกับตะลึงที่เห็นเทคนิกการบังคับชั้นสูงนี้เข้า

            อย่างไรก็ตามความตื่นตะลึงก็เปลี่ยนมาเป็นความตื่นตระหนกได้ในชั่ววินาทีต่อกัน เมื่อเขานึกได้ว่าตนเองก็กำลังบินพุ่งมาด้วยความเร็วสูงสุด และก็กำลังจะถึงเส้นอันตรายที่เคยกำหนดไว้ด้วย
            "เชิดหัวเร็วมีอา!" ฟิลดึงมีอาให้บินต้านแรงโน้มถ้วงอย่างเต็มที่

            ฟิลอาจมีความคิดความอ่านที่ดี มีอาอาจมีความสามารถของมังกรที่ดี... แต่เรื่องของทักษะการบินระดับสูงแล้ว ทั้งคู่ยังอ่อนด้อยพอกัน...
            แทนที่จะปรับองศาแล้วบินเลียดผิวน้ำได้อย่างเครนี่ แต่มีอากลับทำได้แค่ตีปีกแรงๆเพื่อประคองไม่ให้กระแทกกับพื้นน้ำเท่านั้น

            ความพยายามของมีอาสำเร็จได้ด้วยดีแบบหวุดหวิด มังกรน้อยที่แบกนายมาประคองตัวกลับมาบินต่อได้ก่อนที่จะตกกระทบผิวน้ำเพียงเล็กน้อย
            ทั้งฟิลและมีอาต่างก็ตื่นเต้นและตกใจไม่แพ้กัน นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่บินในรูปแบบที่เฉียดฉิวกับเส้นตายที่สุด...
            "เกือบไปแล้วเชียว..." ฟิลกัดฟันตั้งสติ "ให้ตายเถอะ... นี่พ่อกล้าบินเสี่ยงตายแบบนี้ได้ยังไงกัน!?"

            ฟิลบ่นขึ้นใช้สมองให้ทำงานเพื่อที่จะได้ไม่ว่อกแว่ก
            แต่เมื่อสติกลับมาก็พบว่าบัดนี้พ่อและมังกรคู่กายได้หายไปจากมุมมองสายตาของเขาเสียแล้ว

            ฟิลมองกวาดสายตาหาเครนี่ด้วยความประหลาดใจ เช่นเดียวกับมีอาที่ช่วยหา แต่ด้วยความเหนื่อยและความเครียดที่ยังไม่คลายตัวไปก็ทำให้เธอจับสัมผัสของริริสไม่ได้เช่นกัน

            อึดใจต่อมาเสียงของเครนี่ก็ได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของฟิลด้วยประโยคพูดที่ตอบคำถามที่ฟิลกล่าวไว้ลอยๆเมื่อครู่
            "คนทั่วไปอาจดูเหมือนเป็นการบินแบบกายกรรมที่น่าหวาดเสียง แต่สำหรับอัศวินมังกรที่บินจนชำนาญแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับการออกกำลังกายประจำวันหรอก"

            ฟิลหันขวับกลับไปมองทันที ซึ่งก็พบว่าตอนนี้เครนี่บินมาประชิดตัวเขาแล้ว... จากผู้ถูกล่าพลิกกลับมาเป็นผู้ไล่ล่าพลัน...
            "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?" ฟิลแทบพูดอะไรไม่ออก
            "ถ้าคิดอยากเป็นอัศวินมังกรจริงๆล่ะก็ ยังมีอะไรอีกเยอะที่ลูกต้องเรียนรู้... อย่างเช่นการทำให้คู่ต่อสู้ยอมจำนนโดยไม่ใช้ความรุนแรงแบบนี้"

            กล่าวทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นเครนี่ก็สั่งให้ริริสจู่โจมมีอาโดยการบินโฉบแล้วใช้เท้าเกี่ยวกระแทกส่วนหางของมีอา
            วิธีการโจมตีดูเรียบง่ายและไม่รุนแรงจนเหมือนหยอกล้อ แต่นี่ก็ถือเป็นความเหนือชั้นอีกรูปแบบหนึ่งของเครนี่เช่นกัน... เพียงแค่เท้าของริริสไปปัดใส่ช่วงหางของมีอาเท่านั้น มีอาที่เหนื่อยและล้ามาแต่แรกก็เสียสมดุลได้โดยง่าย...

            มังกรน้อยเฉมุมบินลงไปยังพื้นน้ำ...

            จากนั้นทั้งฟิลและมีอาก็ตกลงไปกลางทะเลสาบ ปิดฉากการไล่จับด้วยความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป...


            ...............................................


            ฟิลและมีอาขึ้นจากน้ำแล้วมานั่งพักเหนื่อยทั้งกายและใจที่ริมทะเลสาบ
            ระหว่างนั้นดาเนี่ยลก็ได้บังคับมังกรมาหยุดอยู่ข้างๆฟิลแล้วพูดให้กำลังใจประสาผู้ใหญ่ใจดี
            "ฮะๆ มาแพ้เอาในวิชาการบินที่สี่สินะ แต่ก็ไม่เลวนักหรอกสำหรับการทดสอบบินของมังกรทัพครั้งแรก เด็กใหม่ๆหลายคนแพ้ตั้งแต่บินออกตัวแล้วด้วยซ้ำไป อีกส่วนก็บินหลงทิศตอนที่บินซิกแซก ที่เหลือก็มาถอนตัวตอนบินขึ้นฟ้า มีรอดมาอีกหน่อยก็ลงมาเจ็บบนพื้นน้ำไม่ก็ถอดใจตั้งแต่แรก" เขาพูดชมทิ้งท้าย "แต่พวกเธอก็ผ่านมาได้เกือบทั้งหมด ถึงสุดท้ายจะโดนเครนี่เล่นงานแต่ก็น่าชมเชยแล้ว มีทั้งทักษะพื้นฐาน มีความกล้า คุณสมบัติดีเยี่ยมเลย ขอเพียงแค่ได้ฝึกกับผู้ที่มีฝีมือล่ะก็อนาคตไปได้ไกลแน่"

            เครนี่พาริริสมาแตะพื้นใกล้ๆดาเนี่ยล จากนั้นก็มองไปฟิลและมีอาที่กำลังเปียมชุ่มไปด้วยกัน
            "อย่างที่คุณดาเนี่ยลว่านั่นล่ะ ยังพอมีเวลาอีกกว่าสัปดาห์ จากนี้ไปเช้ากับเย็นลูกต้องมาฝึกกับพ่อล่ะนะ... วันนี้ไปอาบน้ำกันก่อนก็แล้วกัน" เขาทวงสัญญาเดิมพัน
            "ครับ..." ฟิลเชื่อแต่โดยง่าย
            "ค่า..." มีอาที่คืนร่างมนุษย์แล้วก็เหนื่อยจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ไม่วายที่จะไม่ลืมความเป็นตัวตนของตัวเอง "เดี๋ยวมีอาขออาบกับพี่จ๋านะ..."
            "ไม่ล่ะเธอไปอาบก่อนเลย" ฟิลปฏิเสธ
            "มีอายังไม่หายโกรธพี่จ๋าเลยนะบอกไว้ก่อน...!" เด็กน้อยพูดติดขู่ "นี่พี่จ๋าก็จะผิดสัญญาอีกแล้วใช่ไหม...!?"
            "เปล่าผิดนี่ แต่มีอาเองก็สัญญากับพ่อไว้ไม่ใช่เหรอว่าถ้าแพ้แล้วจะเชื่อฟังพี่ แล้วก็ต้องยอมออกห่างด้วยน่ะ" ฟิลได้ทีพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
            "อะ..." คำพูดของฟิลดักคอมีอาเสียสนิท ทำเอาเธอเถียงไม่ออกขึ้นมา

            แต่ก็เป็นเครนี่เองที่ยอกย้อนเหมือนจะแกล้งฟิลโดยการผ่อนผันข้อตกลง
            "ไม่ต้องเถียงกันแล้ว มัวแต่เกี่ยวกันแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก ไปอาบด้วยกันทั้งคู่นั่นล่ะ!" เขาพูดขึ้นเสียงแข็งประสาพ่อที่ดุลูก
            "อ้าวก็ไหนพ่อว่า..."
            "พ่อบอกว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนะ ไม่ใช่วันนี้สักหน่อย"
            "อะไรของพ่อเนี่ย..." คราวนี้เป็นฟิลที่พูดไม่ออกบ้าง
            "ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยซะไป นี่ก็จะค่ำแล้วนะ" เครนี่หันมองมีอาแล้วพูดสั่งแบบที่เธอก็เต็มใจรับฟัง "ไปมีอา พาฟิลกลับบ้านไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย"
            "เย้! รักพ่อจ๋าที่สุดเลย" มีอาได้ทีเสริมคำพูดของเครนี่ "ป่ะ... ไปกันเถอะพี่จ๋า!

            ว่าแล้วมีอาก็ไม่รอช้ารีบแปลงร่างเป็นมังกรแล้วโอบรัดฟิลพาบินกลับบ้านก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจหรือแย้งขัด....
            "เดี๋ยวๆๆ"
            "ก๊าซ!" มีอาร้องอารมณ์ดีแล้วบินพาฟิลขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่รีรอ
            "อาบน้ำเสร็จแล้วไปเจอกันที่บ้านพักของพ่อล่ะ เดี๋ยวช่วงมื้อเย็นอีกอะไรจะต้องคุยกันหน่อย เรื่องการทดสอบวันนี้น่ะ" เครนี่บอกเสียงดังตามหลัง

            มีเสียงขานรับตอบกลับจากฟิลเบาๆเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็มีเสียงบ่นสลับกับเสียงมังกรมีอาดังขึ้นสับไปมาแทนและเบาลงเรื่อยๆเมื่อมีอาบินห่างออกไป

            เครนี่มองตามแล้วยิ้มชอบใจ ก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆแล้วพูดขึ้นมากับดาเนี่ยล
            "ฟิลน่ะมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ไวอยู่แล้ว สมัยเด็กผมสอนเขาขี่ม้าได้ไม่นาน เขาก็ขี่ได้เหมือนผมเลย แถมยังดูจะขี่ได้ดีกว่าผมเสียอีกด้วยซ้ำ... กับมังกรก็คงไม่ต่างกันแน่ๆ"
            "อื้ม... สมัยก่อนฉันเคยคิดว่าเธอคือเด็กที่มีแววที่สุดในการขี่มังกรแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าลูกของเธอคงจะไปได้ไกลยิ่งกว่าอีก"
            "ครับอาจารย์..." เครนี่ยอมรับความเห็นด้วยความยินดี

            เครนี่หันมองไปทางอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าแล้วก็ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่อ่อนไหว
            "ผมเคยหวังว่าจะได้ขี่มังกรบินบนฟ้าคู่กับลูกชาย ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเป็นจริงเอาในวันนี้... แต่ว่าน่าเสียดายที่การบินกับลูกในภายภาคหน้าไม่ใช่บนผืนฟ้าใต้พระอาทิตย์ยามเย็น แต่กลับต้องเป็นสนามรบที่ระอุไปด้วยการฆ่าฟัน... นอกจากสั่งสอนวิชาที่จะใช้ฆ่าคนแล้ว ยังต้องลากให้มีอาที่อายุเพียงเท่านี้ต้องมาร่วมด้วยเสียอีก... มันไม่น่าเลยจริงๆ..."
            "คนเราล้วนต้องมีชะตากรรมที่แตกต่างกันทั้งนั้น เราเลือกที่จะให้เกิดหรือไม่เกิดไม่ได้ แต่เราก็เลือกที่จะเป็นได้ไม่ใช่หรือ?" ดาเนี่ยลให้ข้อคิดเครนี่

            ถึงปัจจุบันเครนี่จะเก่งจนเกินหน้าดาเนี่ยลไปแล้ว แต่สายตาของดาเนี่ยลก็ยังมองเครนี่เป็นลูกศิษย์อยู่เช่นเดิม อายุที่มากกว่าและผ่านร้อนผ่านหนาวมากกว่าเครนี่เกือบยี่สิบปีก็มีอะไรที่ สอนสั่งให้ได้มาก
            "ก็รู้กันดีนี่ว่าจะช้าจะเร็ว ผลที่สุดของสถานการณ์ก็จะต้องบีบให้ฟิลมาทางนี้อยู่ดี สู้ให้เรียนรู้แต่เนิ่นๆเลยจะดีกว่า ส่วนเรื่องของมีอา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถ้ามาจากร่างมังกรแล้วเพื่อปกป้องฟิลแล้วล่ะก็ ฉันคิดว่าก็พอจะรับได้นะ ดูจากนิสัยแล้วฟิลเองก็คงไม่ยอมให้มีอาทำอะไรรุนแรงเกินเลยแน่ แต่เอาเถอะไว้ฉันจะกำชับให้อีกทีก็แล้วกันนะ"
            "ขอบคุณครับอาจารย์ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนให้อาจารย์ดูแลลูกชายให้..."
            "อย่าคิดมากน่าเธอเองก็มีหน้าที่ของกองทัพต้องทำอยู่ไม่ใช่หรือ ให้คนที่ปลดระวางแล้วอย่างฉันได้ทำประโยชน์ให้กับกองทัพบ้างก็ดีแล้ว"
            "งั้นก็ขอฝาก งานหนัก นี้ด้วยละกันนะครับ" เครนี่โค้งศีรษะทำความเคารพ

            สิ่งที่ได้ร้องขอดาเนี่ยลไว้ก็คือให้ช่วยฝึกการต่อสู้บนหลังมังกรแก่ฟิลในช่วงกลางวัน
            เครนี่วางแผนที่จะฝึกฟิลและมีอาไว้ แต่เขาไม่ได้บอกลึกไปถึงประเภทของการฝึกแต่อย่างใด

            จะมีก็เพียงแค่เครนี่ โรเบิร์ต และดาเนี่ยลเท่านั้นที่รู้ว่าตารางการฝึกนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วน
            ส่วนแรกคือการฝึกบินเอาตัวรอดและไล่ล่า... และแบบที่สองคือการต่อสู้บนหลังมังกร การเอาชนะและสังหารศัตรูเพื่อชัยชนะ...


            ...............................................


            ตกช่วงเวลาทุ่มครึ่งฟิลก็เดินจูงมือมีอามาในชุดนอนที่ทางโรเบิร์ตช่วยหามาให้
            ถึงปากจะบอกว่าไม่ยินดีนัก แต่เมื่องานถึงมือฟิลก็ทำสมบูรณ์ดังเช่นนิสัยประจำ ฟิลจับมีอาอาบน้ำสระผมมาสะอาดและเช็ดแห้งพร้อมหวีเรียบร้อยเสร็จสรรพ

            ในบ้านพักของเครนี่ก็มีเพียงแค่เครนี่เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนโรเบิร์ตได้แยกตัวไปพักผ่อนแต่แรกแล้ว
            พอเห็นฟิลเข้ามาแล้ว เครนี่ก็ไม่รอช้าที่จะชวนฟิลเข้ามาทานมื้อเย็นพร้อมหน้ากัน
            "มาช้านะเรา... พ่อรอจนข้าวจะเย็นหมดแล้ว" เครนี่ตำหนิเล็กๆ
            "ช้าก็เพราะพ่อน่ะแหล่ะ... ถ้าแยกกันอาบน้ำก็คงมาเร็วกว่านี้ครึ่งชั่วโมงไปแล้ว" ฟิลบ่นกลับ
            "พูดอย่างงั้นก็ไม่ถูกนะ ถ้าลูกไม่แพ้จนตกน้ำ ป่านนี้ก็คงไม่ต้องลำบากแล้วจริงไหม?" เครนี่แซวกลับ ทำเอาฟิลต้องยอมจำนวนด้วยเหตุผลไปในที่สุด

            ทักทายช่วงค่ำพอเป็นที่เข้าใจแล้ว เครนี่ก็ตัดบทชวนฟิลกับมีอาทานอาหารเย็นต่อ
            "เอ้า นั่งๆกินข้าวกัน"


            ช่วงเวลาแห่งความสุขในครอบครัวของเครนี่ล่วงผ่านไปรวดเร็ว
            จนกระทั่งสองทุ่มครึ่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนอิ่มกันดีแล้ว เครนี่ก็ถือโอกาสกลับเข้าเรื่องเดิมสรุปผลการฝึกบินเมื่อช่วงเย็นขึ้นมา
            "เอาล่ะก่อนที่จะง่วงกัน มาสรุปข้อผิดพลาดของลูกในวันนี้กันดีกว่า มีอาก็ด้วยนะ" เครนี่พูดขึ้น

            ฟิลกับมีอาที่พึ่งล้างจานเสร็จได้ยินที่เครนี่บอกก็รีบกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้วรับฟังด้วยความสนใจ
            ความแตกต่างที่ฟิลได้สัมผัสมาในวันนี้มันกว้างมากจนหาคำตอบด้วยตัวเองไม่ได้ ฟิลเคยคิดว่าฝีมือการบินน่าจะพอสูสีกับทหารมังกรทั่วไป แต่เอาเข้าจริงแล้วเมื่ออยู่ต่ออัศวินมังกรที่เก่งการที่สุดในด้านการบังคับแล้ว ฟิลเป็นรองเครนี่ทุกด้านอย่างเทียบกันไม่ได้เลย...

            ในประเด็นนี้มีอาเองก็สนใจไม่น้อยเช่นกัน
            การเป็นมังกรเหมือนกันทำให้มีอารู้ว่าริริสก็ไม่ได้เป็นมังกรที่แข็งแกร่งมากมายแต่อย่างใด เทียบๆกับแล้วริริสอาจดีกว่าเธอเล็กน้อยก็ตรงที่เป็นวัยรุ่นเต็มตัวกำลังกายมีเต็มที่ สามารถบินเร็วต่อเนื่องได้ แต่อย่างไรเสียหากวัดกันที่ความเร็วสูงสุดในการบินแล้วมีอาเองก็มั่นใจเช่นเดียวกับฟิล
            แต่สุดท้ายแล้วผลจากการบินก็ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มีอาแทบเทียบกับริริสไม่ได้ทุกด้านเช่นกัน...

            เครนี่มองตาฟิลและมีอาที่ดูสนใจเป็นพิเศษแล้ว เขาก็รู้สึกพอใจในควมตั้งใจแล้วเริ่มต้นบอกจุดอ่อนจากฟิลก่อน
            "แรกสุดที่พ่อต้องติงก็คือลูกเร่งมากเกินไป ฝืนมากเกินไป จริงจังมากเกินไป"
            "จริงจังเกินไปหรือครับ?"
            "การบินน่ะคือการเล่นกับลมโดยต้องผสานเป็นหนึ่งเดียวกับมังกร ถ้าสิ่งหนึ่งสิ่งใดขัดแย้งแล้วล่ะก็ จากที่ควรจะบินได้เต็มร้อยก็เหลือเพียงห้าสิบ... เห็นได้ชัดเลยว่าวันนี้ลูกเตลิดไปหน่อย รีบเร่งมีอาไล่ตามจนตัดแวดล้อมออกไปเลย... การบินที่ดีต้องมองให้กว้าง จัดตำแหน่งของตัวเองและมังกรให้ไปในองศาเดียวกัน ลู่ลมเหมือนกัน ลูกต้องละเอียดอ่อนให้มากกว่านี้ ดูข้อดีข้อด้อยของสภาพแวดล้อมให้ขาด แม้แต่สิ่งที่มองไม่เห็นอย่างทิศทางลม ลูกก็ต้องรู้"
            "อา..." ฟิลยอมรับเหตุผลโดยดุษณี

            พูดจบแล้วเครนี่ก็หันมองต่อทางและสอนกับมีอาบ้าง
            "มีอาเองก็เหมือนกันนะ... การเป็นมังกรรับใช้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับคำสั่งทุกอย่างของเจ้านายหรอกนะ เธอต้องแยกด้วยว่าคำสั่งไหนควรกระทำ คำสั่งไหนไม่ควรกระทำ"
            "แต่มีอาไม่อยาก..." เธอคิดจะเถียง
            "วันนี้มีอาทำเรื่องเสี่ยงสามครั้งติดกันเลยรู้ไหม?" เครนี่สังเกตทุกรายละเอียดในการฝึก "เรื่องแรกก็ฝืนบินตามโดยไม่ดูสภาพร่างกายตัวเองว่าไปได้แค่ไหน ถ้าพ่อสั่งให้ริริสบินเร่งต่อไปรับรองได้เลยว่ามีอาหมดแรงก่อนแน่... เรื่องที่สองตอนที่บินไปบนท้องฟ้า มีอาต้องรู้ตัวแต่แรกอยู่แล้วแน่ๆว่าความสูงระดับนั้นมีความดันที่น้อย อากาศที่เบาบาง แต่มีอาก็ยังฝืนตามไป ซ้ำยังปิดบังฟิลแล้วแกล้งทำตัวว่าไหวด้วย... และเรื่องสุดท้ายที่พ่อว่ามีอาพลาดที่สุดก็คือเรื่องที่บินดิ่งตามลงมา"

            เครนี่มองตามีอาเป็นจริงเป็นจัง แม้จะพูดด้วยเสียงที่ใจดีไม่ใส่อารมณ์ แต่ด้วยเนื้อหาแล้วก็ทำให้มีอาหน้าเจื่อนลงไปอย่างมาก
            "เรื่องนี้มีอาที่เป็นมังกรรู้ดีที่สุดแน่ๆว่าจุดไหนคือจุดปลอดภัยที่จะเชิดหัวขึ้น แต่ก็ยังจะปล่อยให้ฟิลบังคับต่อไปจนแทบจะเลยจุดปลอดภัยสุดท้าย ถ้าวันนี้พ่อบินลงด้วยองศาที่ชันกว่านี้ล่ะก็ มีอากับฟิลที่ตามมาได้ปักลงในแม่น้ำแน่... แล้วมันก็ไม่ได้จบที่เจ็บตัวด้วย รู้ตัวหรือเปล่า?" เครนี่เน้นย้ำต่อ "จริงอยู่ว่าเธออาจหวังดีให้ฟิลชนะ แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าฟิลรู้ว่าเธอกำลังจะถึงขีดจำกัด ถ้าฟิลรู้ว่าเธอกำลังจะไปไม่ไหว?"
            "ก็..." มีอาพูดอะไรไม่ออก
            "แน่นอนว่ามันอาจทำให้ฟิลต้องเป็นห่วงและฟิลต้องลำบากมากขึ้นในการวางแผนการบิน แต่มันก็ยังดีกว่าการฝืนจนเกินตัวโดยที่ฟิลไม่รู้อะไรเลย แล้วถ้าไปถึงขั้นนั้นมันก็สายเกินจะแก้ไขแล้ว... ลองมองในมุมกลับสิว่าถ้าเธอเกิดบินจนหมดสติไปแล้วร่วงลงมา ถึงตอนนั้นฟิลจะเป็นยังไง?"

            คำถามกึ่งคำสอนของเครนี่ทำเอามีอาก้มหน้าสลดไปแทบจะทันที
            บ้านที่กำลังดูมีความสุขกลับมาสงบนิ่งจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน...

            เครนี่ปล่อยให้บรรยายกาศอึมครึมไปอีกสักพักเพื่อให้ทั้งมีอาและฟิลได้เก็บเรื่องที่สอนไปคิด
            จนกระทั่งอีกห้านาทีต่อมาเขาก็กลับมาพูดต่อในประเด็นเดิมแต่ฟังแล้วสบายใจขึ้น
            "ฟังนะมีอา... พ่อไม่ได้บอกว่าให้มีอาฝืนคำสั่งฟิลหรือไม่ยอมทำตามหรอกนะ เพียงแต่พ่ออยากให้มีอาบอกกับฟิลตรงๆว่าตอนนั้นเธอรู้สึกอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นต่อ... เพราะคนที่บินคือมีอา ดังนั้นมีอาย่อมต้องรู้ตัวเองที่สุดจริงไหม?"
            "ค่ะ..." มีอายอมรับแต่โดยดี
            "มีมังกรไม่น้อยที่ยอมตายเพื่อนายได้ แต่ความคิดนั้นก็ทำให้นายต้องตายไปด้วย... นายตายมังกรอยู่ได้ แต่ถ้ามังกรตายตอนที่อยู่บนฟ้า เจ้านายก็จะตกลงมาตายตามในเวลาต่อมา... ตอนทำสัญญาแล้วผู้เป็นนายอาจมีอำนาจเสมือนเป็นเจ้าชีวิตของมังกร... แต่ว่าไม่ใช่เลย ขึ้นบนฟ้าเมื่อไหร่ชีวิตของนายต่างหากที่ต้องฝากไว้กับมังกร... ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่านะมีอา ถ้าหากว่าเธอมีการสื่อสารกับฟิลให้มากกว่านี้ หรือขอเพียงแค่พูดคุยโต้ตอบแสดงความเห็นเมื่อคิดว่าการกระทำนั้นจะอันตรายจริงๆก็ยังดี"

            เครนี่เงยหน้ามองผ่านหน้าต่างออกไป ทอดสายตาดูริริสที่กำลังนอนหลับสบายใจอยู่ใต้ต้นไม้ข้างบ้าน
            "เพราะมังกรทั่วไปพูดแบบมีอาไม่ได้ ทหารและอัศวินมังกรจำนวนไม่น้อยที่ต้องบาดเจ็บจากการบินเพราะความไม่เข้าใจกัน... บางรายก็ตายก่อนที่จะรู้ใจมังกรเสียด้วยซ้ำ... มีอาน่ะดีกว่ามังกรตัวอื่นที่มีความคิดอ่านและเข้าใจกันได้ แถมคุยภาษามนุษย์ได้ เธอควรใช้ประโยชน์จุดนี้ให้มากๆ"

            เครนี่หันกลับมามองทางฟิลกับมีอาแล้วสอนสั่งเรื่องสำคัญสุดท้าย
            "เพราะอย่างงั้นก็เปิดใจให้กับฟิลมากกว่านี้นะ อย่าใช้แค่ความรักที่หนักไปแค่ความรู้สึกเท่านั้นแต่ให้มีเหตุผลด้วย รักให้ถูกต้องมองให้ไกลถึงอนาคต... เรื่องโกรธเกลียดไม่พอใจมันก็เกิดขึ้นได้เพราะมังกรก็มีชีวิตจิตใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องแยกให้ออกว่าเวลาไหนสมควรเวลาไหนไม่สมควร... เรื่องในวันนี้ถ้ามีอาพูดกับฟิลให้มากกว่านี้ บางทีฟิลอาจไล่จับพ่อได้ดีกว่านี้ก็ได้ มีอาก็จะเหนื่อยน้อยลง แน่นอนว่าทั้งคู่ก็จะปลอดภัย อย่างน้อยก็อาจไม่ต้องเปียก"
            "ค่ะ..." เธอยังคงรับฟังอยู่เงียบๆ
            "ฟิลเองก็เหมือนกัน ลูกต้องเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของมีอาให้มากกว่านี้" เครนี่กล่าววนกลับมาที่ฟิลอีกรอบ "เห็นชัดๆเลยว่าเรื่องวันนี้เกิดจากการที่ลูกเชื่อใจมีอามากเกินไป แต่ว่าความจริงแล้วมีอากำลังพยายามเกินตัวเพื่อที่จะทำให้ลูกดีใจ มีอาตั้งใจจะทำตามคำสั่งของลูกให้สำเร็จจนแทบไม่ดูตัวเองเลย... ส่วนนี้ก็เป็นความผิดของลูกเหมือนกันที่เชื่อใจมีอามากจนทำให้ละเลยและมองจุดนี้ไม่ออก ลูกต้องเข้าใจด้วยว่าธรรมชาติมังกรที่ทำสัญญาแล้วน่ะจะทุ่มทุกอย่างที่เจ้านายสั่ง ยิ่งมังกรนั้นรักเจ้านายเท่าไหร่ มังกรตัวนั้นก็ยิ่งปริปากน้อยเท่านั้น... การรู้เท่าทันมังกรก็เป็นคุณสมบัติที่ดีของเจ้านายด้วยนะฟิล"

            มีอาเอาแต่ก้มหน้าเผลอยกมือขึ้นจับมือฟิลด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
            ฟิลชายตามองแล้วไม่พูดอะไร เขาขยับมือข้างนั้นขึ้นกุมมือมีอาด้วยความเข้าใจ
            "ลูกมองมีอาเหมือนน้องสาวก็เป็นเรื่องดี... แต่มันจะดีกว่านั้นถ้าลูกมองและเข้าใจในตัวมีอาในฐานะมังกรตัวหนึ่งด้วย" เครนี่พูดต่อปิดท้ายด้วยคำพูดที่มักใช้สอนทหารมังกรหน้าใหม่ "เรื่องอะไรที่มันค้างคาใจน่ะเปิดอกคุยกันซะเถอะ... ทำลายกำแพงที่มันกั้นไว้ซะ เปิดหัวใจให้กันซะ คุยกันให้มากกว่านี้ ยอมรับกันให้มากกว่านี้... หนึ่งเดียวกัน น่ะมันมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าประโยคสั้นๆนะฟิล มีอา..."
            "ครับ..." ฟิลรับคำสอนโดยที่มือข้างขวาบีบจับมือมีอาไว้แน่น

            ถึงไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของมีอา
            สิ่งที่เครนี่สอนมีทั้งเรื่องที่ตรงและเรื่องแฝงปรัชญา แต่ฟิลก็รู้สึกได้ว่าคำพูดทั้งหมดของเครนี่นั้นได้กระตุ้นและเตือนสติของตนและมีอาได้มากที่สุด... มันชัดเจนจนหาข้อโต้แย้งหรือแก้ตัวไม่ได้แม้แต่คำเดียว...


            ...............................................


            ก่อนแยกจากกันเครนี่ได้บอกงานที่ฟิลจะต้องทำตลอดสัปดาห์นี้
            โดยเช้ากับเย็นฟิลมีคิวฝึกกับเครนี่ ตอนสายฟิลจะต้องฝึกการต่อสู้บนหลังมังกรกับดาเนี่ยลและต้องช่วยสอนพื้นฐานต่างๆของกองทัพให้กับมังกรเด็กๆ ช่วงเที่ยงจะช่วยแจ๊คเกิ้ลดูแลเรื่องสุขอนามัยและอาหารของมังกร และช่วงบ่ายก็ให้พักผ่อนและช่วยเหลือเอมีลในการดูแลมังกรต่อ

            ตารางค่อนข้างจะอัดแน่นไปนิด แต่ด้วยเวลาที่มีไม่มาก เครนี่ก็ตั้งใจที่จะให้ฟิลเรียนรู้ธรรมชาติของมังกรให้มากที่สุด โดยอนุญาตให้มีอาตามประกบได้เพราะเชื่อว่าการสื่อระหว่างมังกรกับมังกรน่าจะช่วยให้ฟิลเข้าใจมังกรได้มากขึ้นและก็จะช่วยให้งานของฟาร์มง่ายขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน...
            ส่วนเรื่องการเลือกมังกรทำสัญญานั้นเครนี่ไม่เร่งรีบนัก โดยฟิลสามารถเลือกหามังกรได้ตามสะดวกในช่วงเวลาเจ็ดวันที่เหลืออยู่


            สามทุ่มกว่าฟิลและมีอาก็ได้กลับมาบ้านพักของตัวเอง
            ภายในห้องนอนขนาดเล็กที่มีสองเตียงตั้งชิดผนังคนละด้านและมีโต๊ะวางตะเกียงไว้กลางห้อง

            มีอาได้เดินกลับไปที่เตียงของตัวเองโดยที่ไม่มีความเริงร่าเหมือนเช่นทุกที ทางด้านฟิลก็เอาแต่นั่งพักถอนหายใจที่เตียงตัวเองมองดูก็พูดอะไรไม่ออก
            คำสอนของเครนี่มันเสียดแทงความรู้สึกได้ลึกโดยที่ไร้ข้อโต้แย้ง มันเป็นเรื่องจริงและเป็นจุดบอดที่ฟิลเองก็มองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัยจริง...
            "นอนกันเถอะนะมีอา..." ฟิลเหนื่อยจนอยากจะพักเต็มแก่ "วันนี้เจออะไรมามากเกินพอจริงๆ..."
            "อื้อ..." เด็กน้อยตอบกลับเสียงหงอย

            พอฟิลดับตะเกียงแล้วก็กลับมานอนคิดอะไรลำพังที่เตียงตัวเอง ส่วนมีอาก็นอนหนุนหมอนสูงแล้วเหยียดหลังตรงพลางถอนหายใจลากยาว...
            ทั้งสองอยู่นิ่งเงียบ ต่างฝ่ายยังไม่หลับ... แม้จะเพลียและล้าจนอยากนอนเพียงใด แต่เรื่องในใจก็กลัดกลุ้มสุมทรวงจนยากจะหลับตาลง...

            ที่สุดแล้วฟิลก็ทำลายบรรยากาศน่าอึดอันนี้ด้วยการเรียกหามีอาขึ้น
            "นี่มีอา... หลับหรือยังน่ะ?" ฟิลถามเบาๆ
            "ยัง..." เธอขานตอบ
            "มานอนด้วยกันไหม?" เขาเอ่ยชวน
            "อือ..."

            ไม่บ่อยครั้งนักที่ฟิลจะใจดีให้มีอามานอนเบียดด้วย
            แต่ก็น้อยครั้งเช่นกันที่มีอาจะไม่ขานตอบกระดี๊กระด๊า...

            มีอาลุกจากเตียงเงียบๆแล้วเดินมานอนบนเตียงของฟิล ก่อนที่จะเบียดตัวเข้ามาในผ้าห่มถดหลังให้ซุกกับแผ่นอกของฟิล ส่วนฟิลเองก็โอบแขนไปรัดบีบที่แขนของมีอาแถวหน้าอกเช่นกัน...
            ทั้งสองนอนนิ่งเงียบแต่ก็ยังคงไม่ได้หลับเช่นเดิม ยิ่งใกล้ชิดเท่าไหร่ความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นก็ยิ่งพลั่งพลูออกมามากขึ้นเท่านั้น

            สุดท้ายแล้วก็เป็นฟิลนั่นเองที่พูดขึ้นมาก่อน
            "นี่มีอา..." เขาเปิดใจพูดไม่อ้อมค้อม "พี่อยากขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา... ขอโทษที่ต้องทิ้งมีอาไว้คนเดียว... ถึงตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วก็เถอะนะ..."

            มีอารับฟังและนิ่งไปสักพักใหญ่แต่มือน้อยๆที่บีบแขนฟิลด้วยอาการสั่นระริกก็สะท้อนออกมาซึ่งความรู้สึกตอบรับได้เช่นกัน
            "ที่จริงแล้ว..." มีอาพูดขึ้นบ้าง "ที่จริงแล้วก็ใช่ว่ามีอาจะไม่เข้าใจพี่จ๋าหรอกนะ... มีอารู้ว่าทำไมพี่จ๋าต้องทิ้งมีอามา... แต่ว่ามีอาแค่น้อยใจ... น้อยใจที่พี่จ๋าทิ้ง..."
            "อาจฟังดูเป็นคำแก้ตัว แต่พี่ทิ้งมีอาก็เพราะไม่อยากลากมีอามาเสี่ยงด้วย..." ฟิลกอดมีอาแน่นขึ้น "มีอา... พี่จำได้ว่าเธอเคยพูดว่าเธอก็กลัวตาย แต่ก็กลัวน้อยกว่าที่จะไม่ได้อยู่สินะ..."
            "อื้อ..."
            "อันที่จริงพี่เองก็กลัวตายเหมือนกัน... แต่ว่าพี่ก็กลัวน้อยกว่าเห็นมีอาตายไปต่อหน้า... พี่ก็เลยต้องทิ้งมีอาไว้ในที่ๆพี่คิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้วออกมาคนเดียว..."
            "พี่จ๋า..."
            "แต่พี่ก็ยอมรับนะว่าตอนที่มีอาไม่อยู่ด้วยมันก็ทั้งเหงาทั้งเป็นห่วง พอเห็นมีอาบินตามมาพี่เลยพูดอะไรกับเธอไม่ออกสักคำเลย..." ฟิลพูดต่อเนื่องโดยที่มีอาไม่พูดอะไรขัด นอกจากจับแขนของฟิลด้วยมือทั้งสองให้แน่นมากยิ่งขึ้น "ที่จริงแล้วก่อนออกมาพี่ก็รับปากกับพ่อว่าถ้ามีอาตามมาได้จะยอมให้มีอาร่วมเดินทางไปด้วยกัน... แต่พอเห็นเธอบินมาถึงแล้วร้องไห้แบบนั้นพี่ก็รู้สึกว่าบางทีถ้าพี่ตัดสินใจพามีอามาแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องอย่างในวันนี้แล้ว... พี่คงไม่ทะเลาะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว..."

            กล่าวมาถึงจุดนี้ฟิลก็หลับตาลงพลางถอนหายใจแล้วพูดต่อด้วยเสียงที่ฟังดูเจ็บปวดในใจ
            "ได้ยินที่พ่อสอนไปเมื่อกี้ก็ยิ่งสะเทือนใจ... พี่มันยังครึ่งๆกลางๆ... ทั้งที่คิดว่าจะเข้าใจมีอาดีที่สุดแล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย... ซ้ำยังลากมีอาให้ต้องเข้าไปเสี่ยงด้วยหลายต่อหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ตัว... บางทีพี่อาจไม่มีคุณสมบัติบังคับมังกรมาแต่แรกแล้วก็ได้..." ฟิลหัวเราะเสียงเศร้ากลบเกลื่อนปิดบังอาการไม่สนิท "เดิมทีพี่เองก็ไม่คิดจะมองมังกรอยู่แล้วนี่นะ... มันคงจะฝืนเกินไปนั่นแหละ... ฮะๆ..."
            "ไม่ใช่นะ... มันไม่ใช่ความผิดพี่จ๋าสักหน่อย!"

            มีอาขึ้นเสียงก่อนที่พลิกตัวหันกลับมามองฟิลด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า...
            "ถ้ามีอาไม่โกรธพี่จ๋า... ถ้ามีอาไม่งอนพี่จ๋า... ถ้ามีอาพูดกับพี่จ๋าให้มากเหมือนกับทุกครั้ง พี่จ๋าก็คงไม่... ฮึก... ฮึก... แง...!!"

            พูดมาถึงตรงนี้แล้วมีอาก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้อยู่
            เธอร้องไห้โอดครวญกับอกของฟิล...

            ฟิลปล่อยให้มีอาร้องไห้ปล่อยความอัดอั้นตันใจบ้าง จากนั้นแล้วก็ไปขยับมือขึ้นลูบศีรษะมีอาปลอบใจ
            "อย่าคิดอย่างงั้นเลยมีอา... ถ้าจะผิดมันก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นี่ล่ะ... ผิดที่พี่ทิ้งมีอามา... ผิดที่มีอาไม่ยอมรับพี่... แต่ว่าถ้าเรารู้ว่าผิดตรงไหนแล้วเราก็จะไม่ทำให้ผิดพลาดซ้ำสองอีก... นะมีอา"
            "อื้อ...! อื้อ...!" มีอาขยี้หน้ากับแผ่นอกฟิลปาดเช็ดน้ำตา "มีอาจะไม่ทำอีกแล้ว... มีอาจะเชื่อฟังพี่จ๋า...!"
            "พอมาได้เรียนรู้เรื่อยสายสัมพันธ์แล้ว พี่เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไม พ่อกับหลวงพ่อโรเบิร์ตถึงดูไม่กังวลในเรื่องนี้เลย..." เห็นมีอาเริ่มกลับมาเป็นตัวตนแบบเดิมแล้วฟิลก็ยิ้มเล็กๆขึ้น "มังกรกับนายเป็นหนึ่งเดียวกัน... สำหรับในสนามรบแล้ว ถ้าอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน มันก็มีแค่นั้นเองจริงๆ"

            พอมีอาผละตัวออกมามองหน้าฟิลแล้ว ฟิลก็เอื้อมมือขึ้นลูบแก้มมีอา ก่อนที่จะยิ้มพร้อมพูดกึ่งให้คำสัญญา
            "คิดได้แบบนี้แล้วก็มีแต่ต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียวล่ะนะ... เราจะผ่านศึกนี้ไปด้วยกัน... พี่จะไม่ตาย แล้วมีอาก็จะไม่ตายด้วย... แล้วเราจะกลับบ้านด้วยกันนะ"
            "อื้อ..." มีอารับคำเสียงแน่นหนัก

            ฟิลยิ้มพอใจพลางรู้สึกเหมือนจะยกภูเขาที่สุมอกออกไปได้สำเร็จ...
            มีอาเองก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากไม่แพ้กัน เธอกลับมาแนบชิดสนิทใกล้กับฟิลต่ออีกครั้ง หางที่ดูห้อยตกก็ถูกตวัดม้วนมารัดฟิลแสดงความรักที่สุดจากหัวใจดังที่เคยทำมา

            ฟิลนอนกอดและให้มีอากอดแบบนี้อยู่พักใหญ่
            แล้วตอนนั้นเองความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้นมา และฟิลก็ไม่คิดที่จะเก็บความคิดนั้นไว้คนเดียว
            "นี่มีอา..."
            "จ๋า...?"
            "ยังจำได้นะว่าตอนนี้พี่ยังมีอีกงานหนึ่งอยู่... การทดสอบทำสัญญาซ้อนกับมังกรน่ะ" ฟิลคิดจะบอกความคิดนั้นให้มีอารับรู้ด้วย
            "จำได้สิ"
            "ตอนแรกพี่พลาดไปที่คิดอะไรง่ายๆ ถึงพี่จะเลือกมีอาเป็นที่หนึ่ง แต่มังกรที่ทำสัญญาก็มีชีวิตจิตใจ แล้วก็ไม่ใช่ตัวแทนของใครด้วย..."

            แล้วฟิลก็ร้องขอออกมาด้วยความรู้สึกที่สัตย์จริงไม่เสแสร้งหรือต้องการเอาใจ
            "พรุ่งนี้ตอนเลือกมังกร มีอาจะช่วยพี่เลือกหน่อยได้ไหม?"
            "เห...?" มีอาฉงนกับคำขอของฟิลไม่น้อย "ให้มีอาช่วยเลือกเหรอ? แต่ว่าเรื่องนี้พี่จ๋าน่าจะเป็นคนที่เลือกเองนี่นา อีกอย่างพี่จ๋าเป็นเจ้านาย แต่ว่ามีอา..."

            ฟิลรู้ว่ามีอาไม่กล้าที่จะเทียบชั้นอำนาจ ไม่ว่าจะด้วยเกรงใจฟิลหรือให้เกียรติในฐานะที่ตนเองเป็นมังกรรับใช้ แต่กระนั้นฟิลเองก็มีเหตุผลที่ทำให้มีอาต้องอดที่ยิ้มขึ้นมาเสียไม่ได้
            "ก็ถ้าเกิดทำสัญญาได้จริง มังกรตัวนั้นก็จะเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเราด้วยนี่นา" ฟิลพูดขึ้น "เรื่องใหญ่แบบนี้ก็ต้องถามความเห็นคนในครอบครัวก่อนสิ แล้วตอนนี้ครอบครัวพี่ก็มีแค่พ่อกับมีอาเท่านั้นเอง"
            "พี่จ๋า..." มีอามองฟิลตาใส
            "อย่างที่รู้พี่เองก็ไม่สันทัดเรื่องมังกรเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นมีอาที่เป็นมังกที่เข้าใจความคิดมังกรด้วยกัน แล้วก็ยังพูดคุยกับมังกรได้ล่ะก็... มีอาต้องช่วยพี่ได้มากแน่ๆ" ฟิลยิ้มให้กับมีอาแล้วถามขึ้นอีกครั้ง "ช่วยพี่เลือกมังกรหน่อยจะได้ไหม?"

            เพียงเท่านั้นรอยยิ้มซื่อ บริสุทธิ์ที่ไม่ได้เห็นมาหลายวันก็กลับมาปรากฎอีกครั้ง ก่อนที่น้ำเสียงที่สดใสมีพลังในแบบฉบับมีอาจะดังขึ้นตามมาติดๆ
            "อื้ม มีอาจะช่วยนะพี่จ๋า" เด็กน้อยเต็มใจรับคำขอฟิลด้วยความยินดียิ่ง

-----------------------------
Free talk - เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็แอบซึ้งจนได้แฮะตอนนี้ tongue
แล้วเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็เป็นตอนที่ยาวมากๆตอนหนึ่ง ก็มีหลายอารมณ์ในตอนแต่ก็ขมวดจบได้แบบพอใจผู้เขียนล่ะนะ คิดว่าน่าจะพอใจผู้อ่านเหมือนกันนะครับ grin

ปล.ขอบคุณคุณแจมมาสเตอร์ด้วยที่ช่วยออกไอเดียเรื่องชื่อฟาร์มมังกรนะครับ

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 09 ม.ค.54 เวลา 11:01:56 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

ตอนนี้เยอะได้ใจจริงๆ

ผมประทับใจในส่วนของเครนี่ที่สอนทั้งฟิลและมีอาในเวลาเดียวกัน น่าเสียดายว่าไม่มีการกล่าวถึงสำหรับเรื่องความเป็นที่ชมชอบของมังกรในตัวฟิลนัก

สำหรับตอนนี้ชักแอบเอะใจว่าเอ มีอาเกาะติดฟิลเพราะความพิเศษของฟิลหรือจะมีบางอย่างที่ผูกพันธ์มากกว่านั้นกัน รอลุ้นการเลือกมังกรของมีอาแหละตอนหน้า

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 09 ม.ค.54 เวลา 22:01:33 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

ขอบคุณครับ smile

ที่ข้ามส่วนของประเด็นความชอบที่มังกรมีให้ก็เพราะว่าไม่ใช่ประเด็นหลักน่ะครับ
เพราะเดิมทีฟิลก็เป็นคนประเภทที่สัตว์รักอยู่แล้ว จะมีมังกรรักอีกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ ผมเลยไปเน้นบทหึงของมีอาเสียแทน grin

ส่วนที่สงสัยว่ามีอาชอบฟิลแบบไหน คำตอบก็คือแบบสัตว์นำครับ แล้วตามติดมาด้วยแบบมนุษย์
ประเด็นที่ผมจะเสนอก็คือมังกรเป็นสัตว์ที่มีความเป็นมนุษย์ครับ ถึงแม้ว่าหลังๆมาจะมีการเรียนรู้และมีอารยะแต่โดยเนื้อแท้ก็ยังแฝงสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าอยู่ดี

สปอยสักนิด... อย่างภาค 2 เนี่ยเอเลนัวร์ที่มาจากอีเทอร์โร่เพื่อช่วยมีอา แล้วก็เป็นมังกรที่จำยอมต้องรับใช้ฟิล(แบบซึนๆ)นั้น พอเห็นศัตรูเป็นมังกรเธอก็ฆ่าได้แบบไม่คิดอะไรเลยครับ จนฟิลต้องมีปากเสียงหลายครั้งเพราะเห็นตอนเป็นมนุษย์ก็เชื่อฟังกันดี

แต่อย่างไรเสียมีอาก็รักฟิลแบบบริสุทธิ์ใจล่ะนะ อันที่จริงถ้าถามว่ารักแบบไหนเธอก็ยังตอบไม่ได้เลยครับ รักทั้งแบบพี่ชาย แบบพ่อ แบบที่พึ่ง หรือกระทั่งแบบคนรัก(โดยที่ไม่รู้ตัว)

แต่เรื่องพวกนี้จะชัดเจนเองตอนโตครับ เมื่อสามัญสำนักมากขึ้นความเป็นมนุษย์จะเบียดความเป็นสัตว์ป่าได้อย่าง(เกือบ)สมบูรณ์

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 10 ม.ค.54 เวลา 10:48:50 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ