jojobizzard
ประธานชมรมวรรณศิลป์

New Year อยากให้อ่านกัน

New Year
“นี่ๆ เขาว่ากันว่า...”
“ทุกๆวันปีใหม่น่ะนะ...จะมีนางฟ้าปรากฏตัวออกมาล่ะ”
“เอ๋...จริงๆงั้นเหรอ” เด็กหญิงอีกคนตอบขึ้น
“อื้ม...แล้วคุณนางฟ้าก็จะให้พรแห่งความสุขกับทุกคนเลยล่ะ” เด็กน้อยอีกคนตอบด้วยรอยยิ้ม
แล้วทำไมนางฟ้าที่ว่านั่นถึงไม่ให้ความสุขกับเรามั่งล่ะ
ผมฟังคำพูดของเหล่าเด็กๆที่วิ่งผ่านหน้าผมไปพลางคิด
ผมนั่งอยู่คนเดียวในร้านคอฟฟี่ช็อบเล็กๆย่านชานเมืองด้วยอารมณ์เหนื่อยหน่าย ด้วยบรรยากาศที่สบายๆบวกกับราคาไม่แพงมากนัก ซ้ำยังไม่ค่อยมีลูกค้า ร้านนี้จึงเป็นร้านขาประจำที่ผมชอบมานั่งเล่นเวลาที่คิดอะไรไม่ออกอยู่เสมอ
แต่วันนี้ก็ดูจะครึกครื้นเป็นพิเศษ ดูจากที่มีผู้คนมากมายมาใช้บริการร้านนี้ และเสียงเพลงที่บ่งบอกถึงความสุขสนุกสนาน เสียงเหล่านั้นแพร่กระจายไปทั่วเมืองราวกับเมืองแห่งนี้กำลังเต้นรำ
ก็คงไม่แปลกหรอก เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ก็จะกลายเป็นวันปีใหม่ซะแล้ว
แต่แทนที่จะเป็นวันที่เราจะได้เที่ยวครื้นเครงกับเพื่อนอย่างครื้นเครง ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่ ผมกลับออกมานั่งอยู่ในร้านคอฟฟี่ช็อปและจิบกาแฟอยู่เพียงลำพัง
ก็จะทำไงได้ล่ะ...คนมันไม่มีอารมณ์จะออกไปเที่ยวนี่นา
ถ้าใครมาโดนแฟนบอกเลิกในวันสิ้นปีแบบผมดูบ้าง ก็คงจะเข้าใจขึ้นมาบ้างล่ะมั้ง
ผมนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของตัวเอง มันขึ้นเป็นชื่อเธอพร้อมกับบ่งบอกอย่างทุกครั้งว่ากำลังโทรออก
แต่เธอก็ไม่ได้รับ...
ผมโทรหาเธอเป็นสายที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ก็ยังพยายามจะโทรหาเธอต่อไป
แม้เธอจะไม่รักเราแล้ว
แม้รู้อยู่แก่ใจว่าเธอจะไม่มีวันรับสายเราอีก
คงจะรำคาญสุดๆเลยล่ะมั้งที่โทรไปหาแบบนี้
เสียงของระบบข้อความอัตโนมัติดังขึ้นอย่างเฉยชา
นิ้วมือกดปุ่มวางสายไปอีกครั้ง แล้วกดปุ่มโทรออกอีกหน
ไม่อาจทนอยู่ในที่ๆมีเสียงหัวเราะของคู่รักแบบนี้ได้อีกแล้ว จึงจ่ายเงินและลุกเดินออกมา
ทำไมเรายังถึงทำแบบนี้กันนะ...ผมเฝ้าถามใจตัวเอง
อาจเป็นเพราะว่า เรายังเห็นเธอเป็นคนสำคัญที่สุดของเราเสมอ
แต่เธอ...ไม่ได้เห็นเราเป็นคนสำคัญที่สุดของเธออีกต่อไป
ท้องฟ้าที่เราเคยมองว่าสดใส กลับกลายเป็นสีหม่นหมองด้วยเหตุผลใดก็ไม่รู้
หรืออาจจะเป็นเพราะน้ำตาที่กำลังไหลออกมาบดบังโลกใบนี้จนพร่ามัวกันนะ
“โธ่โว้ย ถ้านางฟ้ามีจริงล่ะก็ ไหนช่วยดลบันดาลให้เราได้พบเจอความสุขดูบ้างเถอะ”
ผมตะโกนร่ำร้อง หยดน้ำใสๆของลูกผู้ชายหลั่งริน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครสนใจ มีเพียงคนที่มองมาด้วยสายตาประหลาด และคนที่วิ่งผ่านหน้าผมไปโดยไม่ได้ใส่ใจ เสียงดนตรีแห่งความสุขยังคงบรรเลงไปทั่วทั้งเมือง คนมากมายกำลังหัวเราะ ในขณะที่คนอีกมากกำลังรีบเร่งเพื่อกลับบ้านไปสังสรรค์กับครอบครัว
แต่ผมกลับอยู่เพียงคนเดียว และยังคงเดินต่อไปโดยที่ไม่ได้ทำตัวให้เข้ากับบรรยากาศเลยสักนิด

ปึ้ก...
เสียงแห่งการเปลี่ยนแปลงถือกำเนิดขึ้น
ใครคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ผมที่กำลังซึมเศร้าบวกกับน้ำตาที่กำลังเจิ่งนองนั้นถูกคนคนนั้นชนจนล้ม ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมองเมื่อร่างกายกระทบพื้น แต่ด้วยอารมณ์โกรธที่มีมากกว่า(ถึงแม้เราก็ผิดเหมือนกันก็เถอะ)
“นี่คุณ หัดเดินดูตาม้าตาเรือบ้างเถอะ” ผมตะคอกกลับไปอย่างหัวเสีย แต่...
เจ้าตัวคนชนวิ่งไปซะแล้ว
จะรีบไปไหนของเขากันนะ...
ผมเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ พลางหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเธอต่อไป
เอ๊ะ...
แล้วโทรศัพท์มันไปอยู่ที่ไหนกันนะ
หรือว่า...
ผมนึกถึงคนที่พุ่งชนผมเมื่อครู่และนึกได้ทันที
เห็นหลังไวๆวิ่งอยู่ตรงนั้น เราน่าจะตามทันได้
“คนคนนั้นน่ะ...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” ผมตะโกนแล้ววิ่งตามไป

ผมวิ่งตามบุคคลลึกลับนั้นไปสุดชีวิต เพื่อที่จะเอามือถือของผมคืน
มือถือที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย
มือถือที่มีเธออยู่...
มือถืออันแสนสำคัญที่มีจี้เล็กๆที่ได้จากเธอห้อยอยู่
ร่างเบื้องหน้านั้นดูเล็กนิดเดียว แต่ก็พยายามวิ่งหนีผมอย่างสุดชีวิต
ผมเองก็เช่นกันที่พยายามวิ่งตามไป
เหงื่อออกและหายใจแรงถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป
เหมือนว่าเขาก็คงจะเหนื่อยเหมือนกัน ถึงได้วิ่งช้าลงทุกที
และสุดท้ายก็ตามทัน...
มือขวาคว้าไหล่ซ้ายเอาไว้ได้ และจับร่างเล็กๆนั้นไว้มั่น
ร่างเล็กนั้นหงายหลังล้มลงราวกับว่าเป็นเพียงอากาศ ทำเอาผมที่คว้าร่างนั้นไว้เสียหลักล้มไปตามกัน
มือถือเครื่องนั้นล่องลอยไป...
ตุบ!!
“นี่เธอ เอามือถือคืนมานะ!!” ผมตะคอกใส่ทั้งๆที่ยังคงล้มอยู่
บุคคลร่างเล็กเบื้องหน้าหันมามองผม นัยน์ตามีน้ำตาคลอ
ผู้หญิง...
เด็กผู้หญิงนี่นา
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนี่อ่านะที่วิ่งราวโทรศัพท์ไปจากเรา
เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลเข้มออกดำเบื้องหน้าสวมเสื้อโค้ตตัวใหญ่กว่าตัวเอง ยิ่งส่งผลให้เธอยิ่งดูตัวเล็กลงไปอีก
เด็กผู้หญิงที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแบบนี้อ่ะนะ...
แทบไม่อยากเชื่อเลย
“ปล่อยนะ!!” เธอกรีดร้อง
“ไม่!!” “บอกให้ปล่อยไงเล่า!!” “ยังไงก็ไม่ จนกว่าเธอจะคืนมือถือของชั้น”
“ไม่ปล่อยฉันจะตะโกนร้องให้คนช่วยนะ!!” เธอพูดออกมาและทำให้ผมนึกขึ้นได้
สภาพแบบนี้มันชวนเข้าใจผิดขั้นสุดยอด
ผมทับเธออยู่ในท่าที่คนทั่วไปต้องคิดว่า กำลังทำเรื่องน่าอายกันอยู่ สองมือของผมคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกันจนรู้สึกได้ถึงไออุ่น
ผมตกใจจนลุกขึ้นทันที
และก็แอบเห็นว่าเธอหน้าแดงก่ำ ซ้ำยังน้ำตาคลอด้วย
“จะทำแบบนี้ก็เลือกที่มันลับตาคนหน่อยสิ”
เอ๊ะ ผมเผลออุทานออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ที่เธอพูดหมายความว่าไง” ผมถาม “ต๊าย แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอคะ โตแล้วซะเปล่า” “อย่ามาพูดแบบนั้นนะ เอามือถือผมคืนมา!!” “ไม่ให้!!” “ถ้าไม่เอาคืนมาผมจะแจ้งตำรวจนะ” “ถ้าไม่กลัวว่าเค้าจะแจ้งกลับข้อหาลวนลามนะ”
พูดจบเธอก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูงดงามแต่มันช่างน่าหมั่นไส้
      ไม่น่ารักเท่าเธอคนนั้นหรอก...
“นี่เธอ เอาคืนมาเถอะนะ” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แบบกัดฟันพูดสุดๆ
“ม่าย...ให้”
ปึด
เสียงเหมือนอะไรสักอย่างในหัวขาดผึง
“เอาคืนมาน๊า” ผมพุ่งใส่เธอด้วยความรวดเร็ว โดยที่เธอไม่ทันระวัง จนสุดท้าย มือถือสุดรักของผมก็กลับมาอยู่ในมือจนได้ แม้จะต้องใช้กำลังก็เถอะ
“นี่เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย ถึงมาวิ่งราวมือถือชาวบ้านเขาแบบนี้”
ผมพูดไปพลางสำรวจมือถือของตัวเอง...เธอคนนั้นก็ไม่ได้โทรกลับมา
“ฉันน่ะหรอ...” เธอเอียงคอเล็กน้อยทำท่าคิด แม้จะดูน่ารักแต่ก็ทำผมหลงไม่ได้หรอกนะ
อีกอย่างผมก็กำลังรอคอยว่าเธอคนนั้นจะรับสายผมไหม
ก็แค่อยากจะอวยพรปีใหม่กับเธอ อยากสวัสดีปีใหม่กับเธอคนแรกเท่านั้นเอง
แต่เธอคงมีคนอื่นที่อยากสวัสดีปีใหม่เป็นคนแรกมากกว่าผมกระมัง
นาฬิกาที่มือถือบอกเวลาว่าอีกสองชั่วโมงจะขึ้นวันใหม่
คงไม่มีหวังซะแล้วล่ะ
“ฉันเป็นนางฟ้าแหละ”
เอ๊ะ เธอว่าอะไรนะ
ยัยเด็กใสซื่อหน้าตาแอ๊บแบ๊วนี่พูดว่าอะไรนะ
นางฟ้า...
ยัยนี่มันสติดีหรือเปล่าเนี่ย
“เธอว่าอะไรนะ” ผมลองถามกลับไปอีกรอบด้วยความสงสัย
“ฉันเป็นนางฟ้าไงคะ” แล้วเธอก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
บ้าไปแล้ว ยัยคนนี้ต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ
แล้วมันมีนางฟ้าบ้าที่ไหนวะ ที่มาวิ่งราวโทรศัพท์มือถือคนอื่น
อย่าไปยุ่งดีกว่า เดี๋ยวจะหาเรื่องซวยโดนที่ไม่รู้ตัว
เผ่นดีกว่า...
“อ๋อเหรอ งั้นเธอก็ไปทำหน้าที่ของเธอเถอะ” พูดจบผมก็เดินหันหลังกลับไป โดยที่ยังคงจ้องมือถือที่ต่อสายถึงเธอ
แต่ยัยเด็กนี่ดันพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องเข้าจนได้
“ดูท่าว่าเธอจะรักผู้หญิงคนนั้นมากเลยเนอะ” คำพูดเพียงคำพูดเดียวทำเอาผมหยุดนิ่ง
“ก็เมสเซจในเครื่องก็มีแต่เมสเซจของเธอ รูปก็มีแต่รูปเธอคนนั้นนี่นา” หญิงสาวเล่าข้อสันนิษฐานต่อไป
“ไหนจะเล่นโทรไปถี่ยิบขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องรู้มั่งแหละ” เด็กสาวพูดจบเธอก็ยิ้ม
ก็ใช่ไง ฉันรักเธอคนนั้นมาก
รักจนคิดไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าถ้าไม่มีเธอจะเป็นยังไง
แต่เธอก็ไม่ได้รักฉันอีกแล้ว
เธอคงจะมีคนใหม่ที่เธอรักมากกว่าฉัน ฉันรู้ดี
แต่ที่ทำเรื่องที่ดูว่าน่ารำคาญอยู่แบบนี้ก็เพราะว่า...
เพราะว่าอยากจะพูดคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย
อยากจะอวยพรให้เธอมีความสุขกับคนๆนั้น
ทำไงได้ล่ะ...ก็เธอไม่ได้รักฉันแล้วนี่
ก็คงต้องปล่อยให้เธอไป
แล้วก็มีชีวิตต่อไป โดยเก็บเรื่องราวแสนสุขของเธอเอาไว้ในใจ...ได้แค่นั้นเอง
ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หยดน้ำใสๆไหลออกตาอีกครั้งหลังจากที่หยุดลงได้สักพัก
หยาดน้ำหลั่งไหลอาบแก้ม ตกลงสู้ผืนดิน
เด็กสาวเพียงมายืนข้างๆ เขา และเช็ดน้ำตาให้ สัมผัสบางเบาที่แก้มนั้นชวนให้รู้สึกถึงความอบอุ่น
“ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ...” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ชั่วแวบหนึ่งผมเผลอคิดไปว่า เธอเป็นนางฟ้าจริงๆ
ผมส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น สายโทรออกในมือถูกตัดไปเมื่อไหร่ไม่รู้
เจ็บปวดที่วันพรุ่งนี้จะไม่มีเธออีกแล้ว...
เจ็บปวดที่จะต้องกลับมาอยู่เดียว
หัวใจมันบีบรัดจนอึดอัด น้ำตาที่ไม่เคยไหลกลับไหลออกมา
ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลง
แล้วมันก็ผันเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อบางสิ่งฉุดให้ผมก้าวเดินต่อไป
มือน้อยๆอันแสนบอบบางจับแขนเสื้อผมแล้วออกวิ่ง ผมที่ไม่ได้ระวังตัวจึงแทบจะล้มหัวทิ่มไปเลย
“จะไปไหนของเธอ...”
“เดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า” เธอพาผมออกวิ่ง วิ่งนำไปโดยไม่ปล่อยแขนเสื้อที่จับเอาไว้
เธอวิ่งต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ยอมหยุด พวกเราวิ่งผ่านผู้คนมากมาย ทั้งผู้คนที่ยิ้มหัวเราะกับคนข้างๆอย่างมีความสุข ผ่านคนแก่ที่จูงเด็กตัวน้อยๆออกเดิน ผ่านกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กำลังตะโกนร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ผ่านผู้คนมากมาย...
และสุดท้ายเธอก็หยุดยืน ณ ที่แห่งหนึ่ง
สวนสาธารณใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน เสียงดนตรีจังหวะครื้นเครง ส่งเสียงดังลั่น เหล่าผู้คนร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เธอปล่อยแขนเสื้อของผมแล้วหันกลับมายิ้มให้
แล้วก็กลายมาเป็นคล้องแขนผมเอาไว้แทน
“ฮะ เฮ้ย!!” ผมร้องออกไปด้วยความตกใจ แต่เธอก็ยังยิ้ม
“ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนให้เองนะ คืนนี้”
“มาสนุกด้วยกันนะ” และเธอก็ลากผมไปยังซุ้มปาเป้าเบื้องหน้า แรงเธอมหาศาลกว่าที่เห็นแหะ
ไม่เข้าใจเลย...
ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวคนนี้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...
ทำไมถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อเราด้วยนะ
แต่เราก็รู้สึกสนุกจริงๆน่ะแหละ...

สายโทรออกเงียบเสียงไปแล้ว...

“เฮ้อ...สนุกชะมัดเลยเนอะ” เธอพูดกับผมด้วยท่าทีสนุกสนาน หลังจากที่เราสองคนเข้าไปเล่นตามซุ้มต่างๆจนหนำใจแล้ว แถมผมยังแสดงฝีมือสุดเก่งออกมาด้วยการยิงปืนอัดลมเข้าเป้าทุกนัด
ก็เลยได้ตุ๊กตาหมีน่ารักๆกลับมาด้วยตัวหนึ่ง
แล้วเขาก็ตัดสินใจให้เด็กสาว
เธอกอดมันไว้ด้วยสองมือท่าทางมีความสุข ได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆออกมาจากปากของเธอ
ผมเผลอยิ้มไปโดยไม่รู้ตัว
“เย้...ยิ้มแล้วๆ ในที่สุดก็ยิ้มสักที” เด็กสาวเห็นดังนั้นก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ทำเอาผมรู้สึกอายไปเลยทีเดียว
ก็วันนี้ทั้งวันเรายังไม่ได้ยิ้มเลยนี่นา
ตั้งแต่เวลาที่เธอจากไปเราก็ไม่ได้ยิ้มอีกเลย
เก่งจริงๆแหะเด็กคนนี้
หรือว่าเธอจะเป็นนางฟ้าจริงๆกันแน่นะ
“เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าฉันน่ะเป็นนางฟ้า”
“ใครเชื่อก็บ้าแล้ว” ผมยิ้มให้เธอพลางหัวเราะเบาๆ มือซ้ายยื่นไปลูบหัวของเธอด้วยความเอ็นดู ซึ่งเธอก็ครางรับเบาๆอย่างมีความสุข
อย่างกับลูกแมวแน่ะ ฮะๆ
“ว่าแต่ ทำไมเธอถึงมากับฉันล่ะ”
“ก็เพราะฉันลงมาเพื่อมอบความสุขให้เธอไง”
“ไม่ใช่ล่ะมั้ง” ผมหัวเราะเบาๆอีกครั้ง ซึ่งเธอก็หัวเราะไปด้วย
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และต่อสายถึงเธอ
ซึ่งแน่นอนว่าโทรไม่ติดเหมือนเดิม
แต่คราวนี้กลับรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันเปลี่ยนไป
ไม่จำเป็นจะต้องจะต้องโทรหาเธอแล้วล่ะ
แค่เราอวยพรให้เธอมีความสุขอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว
ส่งข้อความไปหาสักให้รู้ว่าเราอยู่ตรงนี้
และจะเก็บเธอไว้ในความทรงจำเสมอ
แล้วจากนี้...
เราก็จะเริ่มต้นใหม่...
เราลืมไปได้ยังไงนะว่าทุกสิ่งที่จบลง...
อะไรบางอย่างก็จะเริ่มต้นขึ้นแทน
“บอกแล้ว ไม่ว่าใครก็มีความสุขได้ทั้งนั้น แค่เรายอมรับมันให้ได้เท่านั้นเอง” เธอพูด
“อาจจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เราก็ต้องสู้ต่อไป”
“เรียนรู้จากรอยแผลที่มีอยู่ แล้วเดินต่อไปข้างหน้า”
“ถึงจะเจ็บปวด แต่เราก็ยังยิ้มได้นี่นา”
“เหมือนปีนี้ที่กำลังจะจบลง และปีใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามา”
“ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้เธอยิ้มสู้เข้าไว้”
“แล้วสักวันความสุขที่แท้จริงจะมาเยือนเธอเอง”
เธอพูดเสียยืดยาว แต่ก็รู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริง
เสียงอวยพรดังขึ้นแล้ว และปีใหม่ก็เริ่มต้น
พร้อมกับปีเก่าที่สิ้นสุด
Happy New Year 2011 And Goodbye 2010
ขอให้ทุกคนได้มีความสุขในวันปีใหม่นี้นะ


...................
“สุขสันต์วันปีใหม่นะ”
“เช่นกันค่า สุขสันต์วันปีใหม่นะ”
“แล้วเราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า...”
“ได้สิ....”

“เจอกันอีกทีปีหน้านะ...........................................................”

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 00:17:08 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ