Jammaster X
ซาตานครอส

ผู้หยิบยืม (Lucious The Bringer) EX-0 ประกายแสงสีน้ำเงินจากฟากฟ้า

" มีคำกล่าวไว้ว่ามนุษย์ช่างอ่อนแอยิ่งนักเพราะมนุษย์นั้นไม่อาจทำอะไรได้ด้วยเพียงลำพัง แต่ทว่าข้าพเจ้ากลับอ่อนแอยิ่งกว่า เพราะข้าพเจ้าจักต้องพึ่งผู้อื่นด้วยการหยิบยืม หาไม่แล้วแม้แต่ตัวตนของข้าพเจ้าอาจจะไม่มีอยู่ก็เป็นได้ "

ชายใน ชุดสูทสีน้ำเงินกล่าวกับตัวเองท่ามกลางแสงจันทร์อันเวิ้งว้าง และรู้เพียงว่าเขาถูกส่งมายังดินแดนอันไร้ขอบเขตนี้มิใช่เพียงตามหา ' ประกายแสงแห่งความหวัง '

ด้วยความสามารถในการ ' หยิบยืม ' จากสิ่งรอบข้างนำพาให้ชะตากรรมเขาได้กลายเป็นประกายแสงแห่งความหวังเสียเอง และบัดนี้ตำนานของการผจญภัยในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ได้เริ่มขึ้นจากเรื่องเล่านิทานต่อไปนี้ ....

--------------------------------------------------------------

"เปลวเพลิงที่ลุกลามอย่างช้าๆ
ฉายแสงเพลาเย็นที่ต้องตา
อุปมาราวกับผู้บุรุษผู้เจนจัดในสงคราม
ตามตำราที่เล่าไว้ให้ทุกเหล่าชน ..... "

" นั่นคือกิลรอยด์ ฮันเดล บุตรของวาร็อคทรราชย์อหังการ์ ราชามังกรอัคคี " ชายแก่เล่าด้วยเสียงอันหอบให้กับเหล่าบรรดาเด็กๆที่ตั้งใจฟังตาแป๋ว

หลายเรื่องหลายตำนานที่ชายแก่เล่ามีเพียงไม่กี่เรื่องที่เด็กน้อยทั้งหลายจะ เรียกร้องให้ชายชราเล่าขาน เหล่าผู้เยาว์วัยมักจะมาออกันก่อนเวลาพลบค่ำเพื่อรอชายแก่ผู้นี้เล่านิทาน ให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เอสเทียบทเพลงแห่งนางฟ้า ตำนานปีศาจดาบทมิฬ หรือแม้แต่เหตุการณ์มังกรที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน ชายชราเองก็รู้สึกว่าทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ทุกอย่างดูจะร้อนแรงไปเสีย หมดจนแม้แต่เลือดในกายยังแทบจะเดือดพล่าน

นักเล่านิทานเฒ่าค่อยๆยัน กายขึ้นอย่างช้าๆหลังจากที่เด็กๆแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว จึงเหลือแต่เพียงตัวเขาที่จะต้องแบกสังขารกลับไปยังเพิงที่อยู่ไม่ห่างไกล นัก ร่างกายที่เคยสั่นเทาเพราะความชรากลับเปลี่ยนเป็นกระฉับกระเฉงอย่าง เหลือเชื่อ ดวงตาของชายแก่เปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นดุดัน ก่อนจะสอดส่ายมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง...

" ท่านเล่านิทานได้สนุกดี ..... " เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น

มือ ที่มีผิวพรรณเปล่งปลั่งบ่งบอกถึงพลังแห่งชีวิตอันเต็มเปี่ยมของวัยหนุ่มวาง ลงบนไหล่ของผู้เฒ่าอย่างช้าๆ เพียงถูกสัมผัสเหงื่อกาฬที่ไหลไปทั่วสรรพางค์กายทั้งๆที่อากาศเริ่มเย็นตัว บ่งบอกถึงความหวาดกลัวต่อเจ้าของมือนั่นเป็นอย่างดี นักเล่านิทานผู้ชรารู้ดีว่าเจ้าของมือนั่นคือใคร ...

" พรุ่งนี้ท่านช่วยเล่าเรื่องของราชามังกรแห่งรัตติกาลให้ข้าฟังที "

น้ำเสียงอันสุภาพและพูดเบาราวกับกระซิบ แต่ชายชรากลับได้ยินชัดเจนทุกประโยคราวกับว่าเขาถูกตะโกนใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

" ข้าไม่คิดว่าข้าจะรู้มากกว่าท่านหรอกนะ ....... "

" ข้าขอร้องให้ท่านเล่า ไม่ได้ขอร้องให้ท่านมาเปรียบเทียบความรู้ และที่สำคัญ ข้าอยากรู้จากปากของท่านเองมากกว่า ..... " เสียงนั้นเริ่มดุขึ้น หากแต่ไม่ได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด

ชายแก่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าบ่งบอกถึงความโศกา พลางหลับตาแล้วพึมพำด้วยเสียงอันดัง

" เมื่อใดที่ข้าเอ่ยปาก ที่แห่งนี้ก็จะลุกเป็นไฟ หากข้าปฏิเสธ ผลที่ได้ก็มิต่างกัน แล้วแบบนี้ข้าสู้ยอมตายเสียตอนนี้เลยจะดีกว่ารึไม่ ? "

" นักเล่านิทานเอ๋ย ท่านเป็นผู้บอกเล่าอดีตหาใช่คนทำนายอนาคตไม่ เพราะอย่างนั้นอย่าได้กังวลไปเลย "

สิ้นคำกล่าว มือข้างที่จับไหล่ของชายชราไว้ก็คลายออกและดีดนิ้วหนึ่งครั้ง

สิ่ง ที่สายตาอันฟ้าฟางของนักเล่านิทานเฒ่าได้มองเห็นคือ แสงวาบของเปลวเพลิงขึ้นหลายแห่งท่ามกลางท้องฟ้ายามเย็น ...เขามองเห็นเงาของมังกรเลาๆในหมู่เมฆก่อนที่พวกมันจะลุกเป็นไฟและสลายไปใน พริบตา

ไม่มีควัน .... ไม่มีเสียงร้อง.... กลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยตามลมมา ย้ำเตือนความรู้สึกคุ้นเคยของชายชราอย่างบอกไม่ถูก

" ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เด็กๆยังคงอยากฟังนิทานของท่านอยู่ รวมทั้งข้าด้วยเช่นกัน "

นัก เล่านิทานเฒ่าทรุดตัวลงอย่างโล่งใจแต่แล้วเขาก็ยังเคลือบแคลงในบางสิ่งอยู่ ดี ครั้นจะเอ่ยปากถามคำตอบที่ทำให้หนักใจไม่แพ้กันก็ถูกชิงตอบเสียก่อน

" ท่านจะห่วงเรื่องต่อจากนั้นไปทำไม ในเมื่อข้าไม่รู้อนาคต ท่านเองก็เช่นกัน ..... เพราะงั้นหลังจากที่นิทานจบ นิทานบทใหม่ก็จะเริ่มขึ้นถูกไหม ? "

เสียง กุกกักของทองในถุง ดังขึ้นเมื่อมันกระทบกับพื้นดิน ชายที่น่าเกรงกลัวหายวับไปทันทีที่เสียงทองตกถึงพื้น เขาไม่รอรับฟังคำตอบ สิ่งเดียวที่ชายชราทำได้มีเพียงแค่ยืดชีวิตของตนต่อไป เท่าที่จะทำได้

ด้วยการตัดสินใจที่จะเล่านิทานในวันถัดมา...

----------

ท้องฟ้ายามอัสดงกลับมาอีกครา เป็นการสมควรกับเวลาที่ได้ให้สัญญาไว้

นัก เล่านิทานเฒ่าถอนหายใจอีกหลายครั้งก่อนการไปยังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่เป็นจุด เล่านิทานเป็นประจำ มือที่หยาบกร้านของชายชราลูบศรีษะเด็กทุกคนที่มาอย่างอ่อนโยน วันนี้เด็กๆที่มาเยอะเป็นพิเศษรวมไปถึงไฮเอลฟ์น้อยผมแดงที่ปรกติจะไม่ค่อย กล้ามาเท่าไหร่ หากแต่เธอยังคงเข้ามาอ้อนนักเล่านิทานเหมือนกับครั้งแรกที่พบกัน ชายแก่ไม่คิดว่าผู้คุกคามจะแค่ขู่ พลังของอีกฝ่ายมากมายเกินกว่าจะมาเล่นสนุก แต่สิ่งเดียวที่คิดไม่ตกคือนิทานของเขาทำไมถึงได้สำคัญนัก ในเมื่อชายคนนั้นไม่มีทางที่จะรู้เรื่องราวน้อยไปตนแม้แต่นิดเดียวก็ตามที

หลังจากเด็กๆเลือกที่นั่งของตนเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเริ่มต้นของเล่านิทาน นิทานที่อาจจะได้เล่าเป็นครั้งสุดท้าย ......

" ก่อนที่แสงสว่างจะสาดส่อง ความมืดมิดปกครองทุกสิ่ง และผู้ที่ปกครองความมืดมิด ก็คือมังกรรัตติกาล "

เพียงประโยคแรกถูกเอ่ยขึ้น ท้องฟ้าพลันตอบสนองราวกับเป็นใจ

เมฆสีดำค่อยๆเคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์ยามอัสดงที่แผดแสงสีส้มให้มืดมัวลง

ห่างออก ไปจากจุดเล่านิทาน สายลมที่หวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องค่อยๆดังขึ้นตามลำดับ ยอดเนินที่สูงชันอันว่างเปล่ามีชายผู้หนึ่งยืนจ้องไปยังต้นไม้ต้นใหญ่นั้น สายตาที่เฉียบคมมองออกถึงความกลัวอันสั่นเทาที่ซ่อนอยู่ในใจของชายชรา

เมื่อถึงเวลา สิ่งที่นักเล่านิทานเฒ่าเกรงกลัวก็เป็นจริง ท้องฟ้าที่มืดลงเพียงพริบตาก่อนที่แสงยามเย็นจะกลับมาสาดส่อง บัดนี้ชายผู้มีความทะเยอทะยานก็ประจักเห็นถึงความอำมหิตสีดำเบื้องหน้าของ เขาด้วยตนเอง ...

" ข้าไม่คิดว่าท่านจะสนใจนิทานเสียอีก " ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

" วางแผนอะไรอยู่ เจ้าหนู ? "

" ข้าเพียงแค่อยากฟังนิทานเท่านั้นเอง แต่ท่านต่างหากที่ข้าแปลกใจ แม้แต่ในสงครามเมื่อกาลก่อนท่านก็มิได้มีความสนใจให้กับข้าถึงขนาดนี้ "

เขาพูดพลางหันหลังให้กับชายผู้มาเยือนอย่างไม่สะทกสะท้านสายตายังคงมองไปยังชาย แก่ที่เล่านิทานให้เด็กๆฟังอยู่โดยไม่มีทีท่าวาดกลัวต่อผู้มาเยือนแม้แต่ น้อย

" ถ้าเพียงแค่นั้นจริงเหล่ามังกรเมฆที่แอบสังเกตการณ์อยู่คงไม่ถูกเจ้าย่างสดหรอก "

" พวกมันต่างหากที่ล้ำเส้นของข้า แล้วก็ไม่ใช่กงการอะไรทีท่านจะเข้ามาข้องเกี่ยว "

มังกร รัตติกาลในร่างมนุษย์ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก่อนที่ร่างบอบบางจะเข้าประชิด อีกฝ่ายในพริบตา เขาโน้มตัวเข้าหาพร้อมกับกระซิบชายผู้ดูจะอ่อนวัยกว่าอย่างอ่อนโยน

" หากเพราะเจ้าทำตัวให้ข้าต้องมาสนใจ เพียงเพราะความทะเยอทะยานของเด็กๆที่เย่อหยิ่งอย่างเจ้า การสั่งสอนของข้าคงไม่เสียอรรถรสลงไปเท่าไหร่หรอกนะ แต่ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้ ..... "
ผู้มาเยือนยิ้มให้อีกครา

" ความทะเยอะทะยานของเจ้าน่ะมันช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับบาปที่เจ้าก่อขึ้น ! "

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง นิทานของชายชราก็เข้าสู่จุดสำคัญ

" มังกรรัตติกาลเป็นเผ่ามังกรที่น่าเกรงขามที่สุด ซ้ำยังมีความใกล้เคียงกับมนุษย์ยิ่งกว่าเผ่ามังกรใดๆ พวกมันหลงใหลในวัฒนธรรมเฉกเช่นมนุษย์ ไม่ว่าจะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิทยาการ อาหาร หรือแม้แต่มีความรักกับมนุษย์ก็ตาม "

เสียงของสายฟ้าดังแปลบปลาบสลับกับเสียงของชายชราที่กำลังเล่านิทาน

" และบาปที่ร้ายแรงที่สุดในหมู่มังกร ...คือการสังหารมังกรด้วยกันเอง หากมิได้เพื่อปกป้องเกียรติยศ หากมิใช่เพื่อปกป้องผู้สืบสายพันธุ์ มังกรตนนั้นจะถูกตราว่าเป็นบาปมหันต์ หากแต่ว่าในอดีตมีมังกรตนหนึ่งที่ละเลยบาปข้อนั้นไป ทั้งที่ความจริงแล้ว ..."

เสียงของชายแก่นักเล่านิทานถูกเร่งให้ดังขึ้น เพื่อสู้กับเสียงลมและฟ้ารอง โดยที่ผู้มาเยือนทั้งสองที่ยืนห่างออกไปก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน

" สิทธิ์ในการสังหารมังกรทุกชีวิตไม่ได้มีแต่เพียงท่านหรอก ท่านออฟีโอ เซธิน คนบาปแห่งท้องฟ้าสีดำ !!! " เสียงอันเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานกล่าวขึ้นอย่างท้าทาย

" แต่ข้าไม่อาจมองเห็นว่าเจ้าเองมีสิทธิ์หรอกนะไอ้หนู กิลรอยด์ !!"
สิ้นคำของมังกรดำ ทั้งสองก็ผละออกจากกันเว้นระยะห่างหลายช่วงตัว

หนึ่ง...คือมังกรผู้รับเอาตราบาปจากการฆ่าล้างฝูงตัวเองจนหมดสิ้นเพื่อยุติสงครามแห่งมังกร
หนึ่ง...คือความคึกคะนองที่ไม่เคยถูกหยุดยั้ง พลังของความทะเยอทะยานที่ไร้ที่สิ้นสุด

ตราบาปในข้อเดียวกันของสองอุดมการณ์ ถูกดึงมาประชันดวงกงล้อแห่งโชคชะตา ซึ่งกำลังนำพาเอาหายนะมาสู่ผืนดิน

ดวงตะวันสีแสดทีแผดแสงตัดผ่านเมฆสีดำที่ลอยตัวเหนือเส้นขอบฟ้าราวกับจะชี้ชะตาให้กับทุกชีวิตในดินแดนแห่งนี้

" ท่านไม่อาจเอาชีวิตของข้าได้ในยามนี้หรอก ท่านราชามังกรรัตติกาล "

" อะไรทำให้เจ้ามั่นใจนัก ? " ออฟีโอถามกลับ

" คำตอบอยู่ในนิทาน .... " กิลรอยด์ตอบกลับอย่างเยือกเย็น

มังกร อหังการ์ผายมือให้อีกฝ่ายราวกับเปิดโอกาสให้มีโอกาสได้ฟังนิทานต่อ ในขณะที่มังกรดำพลางสดับฟังเสียงที่ลอยมาโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายคลาดสายตาแต่ เพียงอย่างใด

เสียงของชายชราที่เอ่ยช้าลงเพื่อสร้างบรรยากาศ พลางเว้นจังหวะให้เด็กน้อยทั้งหลายได้เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ

" ยามที่ความอำมหิตสีดำและความทะเยอทะยานสีแดงมาบรรจบ ความหายนะจะมาเยือนทุกเหล่าชีวิต "
" หากแต่ว่า ..... " ชายชราเบาเสียงลงเล็กน้อยก่อนจะตะเบ็งเสียงขึ้นอีกครั้ง

" ประกายแห่งความหวังสีน้ำเงินจะปรากฏขึ้น เพื่อปัดเป่าความหายนะออกไป พร้อมกับบันดาลความฝันทั้งหนึ่งร้อยให้เป็นจริง ! "

เหล่า เด็กน้อยที่สั่นงันงกไปกับบรรกาศเมื่อครู่พากันเผยรอยยิ้มกันถ้วนหน้า ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายรอนิทานท่อนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าขณะนี้พวกตนเป็นส่วนร่วมในนิทาน ....

ห่างออก ไปนั่นเองราชามังกรทั้งสองผู้ซึ่งยังอยู่ในร่างของมนุษย์ยังคงยืนจ้องกัน อย่างนิ่งเงียบราวกับลมสงบก่อนพายุ สมรภูมิที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ได้เริ่มขึ้นจากเสียงหัวเราะของมังกรดำผู้ ร้ายกาจ

" หึ หึ .. เนี่ยนะเหรอคำตอบของผู้ที่มากด้วยเล่ห์ จนกล่าวได้ว่าไม่มีใครตามทัน ช่างเหลวไหลเสียเหลือเกิน "

พูด จบ เปลวเพลิงสีดำก็ได้ก่อตัวขึ้นบนมือของออฟีโอ ดวงตาสีดำสนิทของเขาไม่ล้อเล่นอีกแล้วเพียงสะบัดมือเปลวเพลิงทมิฬแผ่ขยายออก เป็นวงกว้างและพุ่งเข้าหาอีกฝั่งในทันที หากแต่มังกรอหังการ์อย่างกิลรอยด์หาได้กังวลใจแม้แต่น้อย เปลวเพลิงสีแดงที่ถูกเรียกขึ้นได้แทรกเข้าไปยังเปลวเพลิงสีดำก่อนจะถูกปัด ขึ้นให้ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า มหาสงครามของราชามังกรทั้งสองในร่างมนุษย์กำลังระอุขึ้น

เสียงร้อง อย่างตื่นตระหนกของผู้คนดังระงมไปทั่ว เหล่าเด็กๆที่เห็นเปลวเพลิงสองสีท่ามกลางอัสดงพากันตื่นกลัวพากันเข้ามากอด ผู้เฒ่าอย่างหวาดหวั่น ชายชราค่อยๆรวมพละกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดในร่างค่อยๆเปล่งรัศมีสีทองออกมา

ด้วย ความชราภาพของอายุขัยที่มากกว่ามนุษย์หลายชั่วคนพลังจึงระส่ำระร่ายราวกับจะ สลายไปได้ทุกเมื่อ ถึงกระนั้นนักเล่านิทานเฒ่าก็พร้อมที่จะใช้พลังชีวิตทั้งหมดของตนเพื่อปก ป้องเด็กๆเหล่านี้ แต่มือที่สั่นเทาและสิ้นหวังของชายชราก็ถูกกุมไว้ด้วยมือน้อยๆของเด็กหญิงไฮ เอล์ฟผมแดง

" ประกายแสงสีน้ำเงินจะมาไหมคะ ? เหมือนอย่างที่คุณปู่เล่าให้ฟัง "

เพียงได้ยินเสียงที่สดใสชายชราก็คลายความหวาดกลัวทั้งหมดที่มีไปอย่างง่ายดาย พลางลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู

" ต้องมาสิ ในเมื่อตอนนี้เด็กๆก็เรียกหาประกายแสงสีน้ำเงินแล้วนี่ ใช่ไหมเดียน่า "

สิ้น คำตอบของชายแก่ เหล่าเมฆบนฟ้าก็แหวกออก แลให้เห็นพระจันทร์เต็มดวงที่ทอแสงสีฟ้าสดใส ทันใดนั้นเอง ประกายแสงสีน้ำเงินจากท้องฟ้า ก็ร่วงลงมาทะลุกลางกองเพลิงที่ลอยอยู่ ประกายแสงสีน้ำเงินอันเจิดจ้าลบล้างเอาเปลวเพลิงทั้งสองให้หายไปในเวลาชั่ว อึดใจ เหล่าเมฆสีดำที่เคยเคลื่อนคล้อยก็พลันสลายไปสิ้น เหลือแต่เหล่าหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนไปมา

เสียงโห่ร้อง แสดงความยินดีของเด็กๆดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทุกคน บ้างก็กระโดดกอดชายชราที่ทรงตัวแทบไม่ไหว บ้างก็มองแสงที่สาดส่องจนเพลินก็มี

ท่ามกลางความดีใจของเหล่าเด็ก นั้นเอง ความโกรธเกรี้ยวของมังกรดำก็ได้ปะทุขึ้นอีกหลายเท่า พร้อมกับความอยากเดิมพันกับสิ่งเร้าที่แสนจะน่าตื่นเต้น เพลิงทมิฬเมื่อครู่เป็นแค่การลองเชิงเท่านั้น หากแต่เจ้าหนูตรงหน้ากลับแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่น่าสนุกกว่าหลายเท่านัก

ในเวลานี้ออฟีโอกำลังครุ่นคิด

ประกายแสงแห่งความหวังคืออะไรกัน ความอยากรู้ที่เอ่อล้นแทบจะพามันให้ไปหาแสงนั่นในทันทีแต่ทว่า ...

" ข้าว่า... " กิลรอยด์กล่าวก่อนหันออกไป " ท่านและข้าไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว "

กริยาเช่นนี้สร้างความฉงนให้กับราชามังกรรัตติกาลอย่างออฟีโอยิ่งนัก จนอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

" น่าแปลกที่เจ้าเป็นฝ่ายเสนอบทสรุปแบบนี้มา เจ้าวางแผนอะไรกันแน่ .... "

" ข้าคงมิอาจบอกท่านได้ และคงต้องของตัวเสียที " กิลรอยด์โค้งคำนับอย่างสุภาพ

" มังกรไฟผู้ทะเยอทะยานเกรงกลัวแม้กระทั่งเรื่องในนิทาน ... ช่างน่าขันยิ่งนัก "

" หามิได้ข้ามิเคยหวาดหวั่นต่อสิ่งใด ....เพียงแต่ มันยังไม่ถึงเวลา .... เท่านั้นเอง "

" หากข้าบอกว่า ข้าจะไปเล่นสนุกกับประกายแสงสีน้ำเงินล่ะ เจ้าจะว่าอย่างไร ? " ออฟีโอยังคงถามต่อด้วยความอยากรู้

" สมรภูมินั้น ก็จะไม่มีเพียงท่าน "

" หมายความว่าเจ้าจะเข้าร่วมงั้นสิ ... แต่ว่าข้างไหนล่ะ ? "

คำพูดนี้ก็ทำให้มังกรไฟถึงกับชะงัก ....

" นั่นเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องคาดเดาเอาเอง " แต่แล้วมังกรผู้เย่อหยิ่งตอบกลับด้วยเสียงอันยียวน

" หากข้าเลือกที่จะเริ่มสมรภูมิตรงนี้ .... "

" ความหวังสีน้ำเงินไม่ปล่อยให้เรารอนาน ข้าบอกท่านแล้ว ยังไม่ถึงเวลา ..... "

ออฟีโอและกิลรอยด์ยืนจ้องตากันเป็นเวลาชั่วครู่ ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆเลือนหายไปจากเนินและทิ้งไว้แต่ความเงียบงัน

ค่ำ คืนนี้ ทุกชีวิตรอดพ้นความตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ทว่าไฟของสงครามยังมิได้ดับลงอย่างแท้จริง ที่แห่งนี้เคยเขียวชอุ่มกลับกลายเป็นดินแดนที่เกือบร้างเมื่อปีก่อน มีเพียงไม่กี่ชีวิตที่ยังผูกพันจนมิอาจแยกจากหากแต่ในเวลานี้หายนะใกล้มา เยือนอีกครา

เวลาแห่งความโศกเศร้ากำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ อดีตราชามังกรทองในร่างของชายแก่นักเล่านิทานได้แต่หวังว่าเขาจะใช้ช่วงเวลา สุดท้ายของชีวิตในดินแดนที่ปราศจากความละโมบแห่งนี้

" คุณปู่คะ แล้วตอนจบของนิทานล่ะคะ ? " เดียน่าถามขึ้น เอล์ฟน้อยผมแดงยังคงยืนอยู่ข้างๆชายชราโดยที่ยังไม่กลับไปบ้านเหมือนกับเด็ก น้อยคนอื่นๆ

" ไม่รู้สินะ เอาไว้วันหลังปู่จะเล่าตอนจบให้ฟังละกัน .... " ชายแก่ลูบหัวเธออย่างเอ็นดูก่อนที่จะมองเด็กน้อยวิ่งหายไปจนลับตา โดยที่ไม่ มีโอกาสรู้ว่าเด็กน้อยที่รอตอนจบของนิทาน กลับไม่ได้อยู่รอฟังนิทานเสียแล้ว .......






--------------------------------------------

จาก ผู้เขียน - นี่เป็นรีเมค ของฟิกเก่าของผมเองครับโดยตอนนี้ถูกนำมาดัดแปลงใหม่เพื่อใช้เป็นการเปิดตัว ของผู้หยิบยืมในรูปของประกายแสงสีน้ำเงินแห่งความหวัง

บางคนอ่านแล้วอาจจะสงสัยว่าฟิกอันนี้ชื่อเรื่องเป็น ผู้หยิบยืมแต่กลับโผล่มาแค่ประกายแสงเองเหรอ ?
นี่ เป็นตอน 0 ที่เปิดตัวน่ะครับโดยตอนอื่นๆที่รีเมคแล้วจะค่อยๆทยอยมาเรื่อยๆโดยดึงเอามา แต่เนื้อหาของผู้หยิบยืมที่เคยเขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว

รายละเอียดตัวละคร (ถูกเปลี่ยนแปลงจากฟิกเดิมเพื่อให้เข้ากับเนื้อหาใหม่)

กิลรอยด์ ฮันเดล บุตรของวาร็อคทรราชย์อหังการ์ ราชามังกรอัคคี - ผู้ซึ่งทะเยอทะยานหมายจะครอบครองพลังที่ไม่เคยมีมังกรตนใดทำได้มาก่อน

ออฟีโอ เซธิน คนบาปแห่งท้องฟ้าสีดำ ราชามังกรรัตติกาล - มังกรที่เคยเป็นที่กล่าวขานของการได้ปกครองทุกสิ่งและยิ่งใหญ่กว่าความมืด หากแต่เมื่อได้สังหารเหล่ามังกรรัตติกาลตัวอื่นจนหมดสิ้นจึงเหลือเพียงตนที่ ร่อนเร่ไปในความมืดมิด

โอไรออน อลามาร์ ราชามังกรทอง - ราชาแห่งแสงสว่างผู้หวังเพียงได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวในความสงบสุขเล็กๆกับเหล่ามนุษย์

เดียน่า - เด็กไฮเอลฟ์ผมแดงที่จะเป็น Key Character ในตอนอื่นๆครับผม





Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 00:14:35 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply

singer
Member

น่าติดตามดีฮะป๋าแยม จะรอตอนอื่นๆด้วยนะฮะ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 00:27:40 น.

Zales
Member


สำหรับฟิคออริแล้วยังถือว่าเปิดเรื่องได้คลุมเครือไปหน่อยน่ะครับ เพราะบางจุดนี่ยังค่อนข้างจะชวนงงถ้าไม่ใช่คนที่เคยเล่นหรืออ่านฟิค Void มาก่อน

อีกจุดนึงก็สรรพนามของมังกรดำสองตนปนกันจนงงว่าคนไหนเป็นคนไหน น่าจะปรับส่วนนั้นให้แยกง่ายขึ้นหน่อย

ส่วนลูเซียสนี่บทนี้ถึงจะโผล่มาเป็นแค่แสง แต่ผมคิดว่าถ้าเน้นตรงฉากนั้นให้อลังการณ์ขึ้นน่าจะทำให้เด่นได้อยู่นะ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 00:38:43 น.

ฉลุหมื่นปทุม
นักเขียน

ถ้าอ่านจนจบก็พอจะเข้าใจอยู่นะว่าอะไรเป็นอะไร
แต่คิดว่าเมื่อตัวละครถูกเปิดออกมา ก็เหมือนการ์ดที่คว้ำไว้หงายขึนคนดูย่อมอยากรู้ว่าการ์ดใบนี้หงายขึ้นมาแล้วจะมีผลอะไรกับเกมที่ดำเนินอยู่ แล้วการ์ดใบนี้จะมีวิเศษขนาดไหนก็ค่อยไปวากันเมื่อมันสร้างผลกระทบให้กับเกมเปลี่ยนทิศทาง

ผมว่าให้ระบุชัดเจนไปตั้งแต่ย่อหน้าแรกที่ปรากฏตัวออกมาเลยตัวละครนี้มาทำอะไร หรืออย่างน้อยก็ให้เร็วที่สุด เพื่อเสนอภาพความขัดแย้งให้ชัดเจนที่สุด

 

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 12:43:19 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

น่าสนใจ จะรอดูว่าจะโยงไปเกี่ยวกับผู้หยิบยืมยังไง smile

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 04 ม.ค.54 เวลา 10:01:55 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ