K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 20 สายสัมพันธ์

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 20 สายสัมพันธ์
------------------------------

            ในคืนวันที่ฟิลคุยธุระสำคัญกับเครนี่ มีอาหลับอุตุไม่รู้เรื่องใดๆจนฟิลต้องอุ้มพากลับมาบ้าน

            วันต่อมามีอาก็ยังคงหลับสบายจนตื่นสายโดยที่ฟิลไม่ได้มาปลุกอย่างทุกครั้ง อากาศช่วงสายแก่ๆที่อบอุ่นมากขึ้นจนเริ่มจะกลายเป็นอบอ้าวปลุกให้มีอาตื่นได้เอง
            เมื่อเปิดตาและรู้สึกหายง่วงงัวเงียแล้วมีอาก็รีบถลาออกจากห้องด้วยความรู้สึกไม่ดี เพราะหากวันไหนที่ฟิลไม่ยอมปลุก ส่วนใหญ่วันนั้นมักมีเรื่องไม่ดีตามมาเสมอ ตั้งแต่ฟิลป่วยบ้าง มีอาป่วยเองบ้าง ไม่ก็ฟิลแกล้งทำท่าจะทิ้งแล้วเดินทางไปในเมืองคนเดียวบ้าง

            ทว่าครั้งนี้ไม่เป็นอย่างที่มีอาคิด
            เพียงเธอก้าวพ้นห้องนอนออกมาก็พบว่าฟิลกำลังจัดเตรียมกระเป๋าเป้อยู่... โดยฟิลกำลังจัดเก็บพวกอุปกรณ์แพทย์ทั่วไป ตั้งแต่สำลี คีม เข็ม รวมไปถึงกระทั่งยาสมุนไพรต่างๆอย่างเป็นระบบระเบียบ

            พอมีอาเห็นเข้าก็อดที่จะถามไม่ได้
            "ทำอะไรน่ะพี่จ๋า?" เธอพูดพร้อมกับเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

            ฟิลสะดุ้งโหยงรีบยัดของลงกระเป๋า ก่อนที่จะหันกลับมามองมีอาแล้วทักทายกลับ
            "งะ... ไงอรุณสวัสดิ์มีอา ถึงจะสายไปหน่อยก็เถอะนะ" ฟิลแซวมีอากลบเกลื่อน "พอดีเห็นเธอหลับผล็อยน่าเอ็นดูก็เลยไม่อยากปลุกน่ะ... ว่าแต่ว่าหิวแล้วหรือยังล่ะ?"
            "ค่า..."

            เด็กน้อยตอบพลางหาวหวอดตอบไปพร้อมๆกัน แต่กระนั้นก็ไม่ลืมเรื่องเดิมที่ได้ถามไว้...
            "แล้วพี่จ๋ากำลังทำอะไรอยู่อ่ะ...?"

            ถึงเป็นการพูดคุยเรื่อยเปื่อยเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็ถือว่าสร้างเวลาให้ฟิลนึกคำแก้ตัวที่เตรียมเผื่อไว้ออกพอดี
            "เอามาทำความสะอาดน่ะ... ของพวกนี้ไม่ออกมาปัดฝุ่นมาล้างบ้าง ถึงเวลาจริงมันจะสกปรก ไม่ก็เสื่อมคุณภาพเอา" ฟิลบอกเป็นการเป็นงานอิงวิชาการตามนิสัยเก่า
            "งั้นเหรอ..." มีอาไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก เพราะก็เคยมีเหมือนกันที่ฟิลหยิบอุปกรณ์เหล่านี้มาทำความสะอาดให้เห็น
            "ไปล้างหน้าล้างตาแล้วกินข้าวซะไป เดี๋ยวจะได้ไปช่วยพี่รีดนมวัวกัน" ฟิลถือโอกาสชวนเปลี่ยนเรื่อง
            "อื้ม...!" มีอารับคำและเชื่อฟังแต่โดยดี

            พอมีอาผละตัวไปห้องน้ำแล้ว ฟิลก็รีบหันมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
            เขาจัดแจงยัดข้าวของที่เตรียมไว้ลงกระเป๋าแต่โดยไวก่อนที่มีอาจะกลับมาเห็นและสนใจเข้า

            จากนั้นเมื่อจัดเสร็จดีแล้ว ฟิลก็รีบเอามันไปไว้บนตู้ที่อยู่สูงเกินกว่าสายตาของมีอาจะมองเห็น
            ซึ่งสิ่งที่อยู่บนตู้นอกจากมีถุงเครื่องมือแพทย์และสมุนไพรแล้ว มันก็ยังมีเป้สัมภาระเสื้อผ้าของฟิลวางอยู่ข้างๆกันด้วย...


            ...............................................


            ตลอดทั้งวันฟิลยังคงทำตัวเสมือนเช่นปกติ
            ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่านี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่จะได้อยู่ร่วมกับมีอา แล้วเขาก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะกลับมาเจออีกเมื่อไหร่... หรือถ้าโชคร้ายก็อาจจะไม่ได้กลับมาอีกตลอดไปก็เป็นได้...

            ที่จริงแล้วฟิลเองก็รู้สึกไม่ดีนักกับการที่จะต้องทิ้งมีอาไป ซ้ำยังต้องแอบหนีไปโดยไม่ให้มีอารู้ตัวอีกด้วย
            แต่กระนั้นฟิลตัดสินใจโดยมองไปถึงอนาคตและคิดว่าตนเองน่าจะเป็นกำลังที่สำคัญได้อีกแรงหนึ่ง การกระทำทั้งหมดก็เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ไฟสงครามลามมาถึงหมู่บ้านห่างไกลนี้...

            ฟิลยอมทนปวดใจการแยกจากช่วงสั้นๆ ดีกว่าปล่อยให้เรื่องบานปลายแล้วมาเสียใจในภายหลัง

            กาลเวลาเป็นสิ่งที่น่าพิศวง ยามใดที่รอคอยกลับรู้สึกว่าเวลานั้นเดินช้า
            แต่ยามใดที่อยากอยู่กับสิ่งที่ชอบ เคียงข้างกับคนที่รัก ยามนั้นกลับรู้สึกว่าเวลาได้เดินไปไวกว่าทุกที...

            เผลอไม่ทันไรอาทิตย์ก็ตกลงมาผ่านพ้นช่วงบ่ายแก่ๆเข้าสู่ช่วงเย็น
            ฟิลจัดการงานสวนได้ตามที่ต้องการ ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้

            พอเมื่อเห็นว่าอากาศคลายความร้อนลงไปมากและลมเย็นก็เริ่มพัดมามากขึ้น ฟิลก็สบโอกาสชวนมีอาไปบินเล่นด้วยกัน
            เนื่องจากวันนี้อากาศดีและการบินเองก็ถูกเว้นช่วงมานาน ฟิลเลยบอกให้มีอาบินเล่นไปเรื่อยๆ มีเร่งบ้างผ่อนบ้าง ให้สนุกกันอย่างเต็มที่

            สำหรับมีอาแล้วการเล่นสนุกกับฟิลก็ทำให้รู้สึกว่าเวลาล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอาทิตย์ก็ใกล้ลับขอบฟ้าไปแล้ว
            แสงสว่างเริ่มเลือนหายไปฟิลก็ถือว่าสมควรแก่การกลับไปบ้าน อาบน้ำ ทานข้าว นอนหลับเสียที
            "ได้เวลากลับบ้านแล้วล่ะมีอา" ฟิลบอกขึ้น
            "อื้ม... วันนี้แค่นี้ก่อนก็ได้พี่จ๋า" มีอาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

            ถึงจะอยากบินเล่นต่ออีกแต่มีอาก็รู้สึกว่าสนุกมาเต็มที่แล้ว และตั้งใจจะอ้อนฟิลของสนุกต่ออีกในวันพรุ่งนี้...

            โดยที่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเมื่อผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้ว...
            เธอจะถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง...


            ...............................................


            การออกแรงมามากทำให้มีอาหลับไปได้แต่โดยง่าย และก็หลับลึกตื่นยากไปด้วย...
            ส่วนฟิลเองก็หลับพร้อมๆกับมีอา แต่เขาหลับไวเป็นพิเศษและกระตุ้นตัวเองให้พร้อมตื่นตัว

            พอตกเวลาตีสามกว่าๆ ฟิลก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ง่วงเท่าใดนัก
            ดวงตาที่อยู่ที่มืดมานานทำให้เขาสามารถมองอะไรอะไรลางๆในห้องได้โดยไม่ต้องจุดตะเกียงให้เป็นที่น่าสงสัย

            กำหนดการของฟิลยังคงเป็นไปตามที่วางไว้ไม่มีความคลาดเคลื่อน
            ก่อนที่จะแยกไปทำตามแพลน ฟิลได้เจียดเวลาออกมาเพื่อไปดูหน้ามีอาเป็นครั้งสุดท้าย
            " ขอโทษนะมีอา... แต่ว่าพี่จำเป็นต้องไปจริงๆ มันเป็นทางเลือกที่ไม่ดีเลย แต่พี่เคยเสียครอบครัวมาแล้ว พี่จะไม่ยอมเสียมันอีก... พี่จะช่วยเหลือพ่อ และปกป้องอนาคตของเธอเอง..."

            เด็กน้อยยังคงนอนกรนและหลับสนิทอย่างไม่รู้ตัว
            ฟิลเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มที่มีอาดิ้นจนไปกองที่เอวขึ้นมาคลุมถึงหน้าอก
            "ถึงเราจะอยู่ด้วยกันมาได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่พี่ก็รักเธอเหมือนน้องสาวของพี่จริงๆนะ..." ฟิลลูบหน้าผากมีอาแล้วกล่าวลา "ขอโทษด้วยพี่ต้องตัดสินใจแบบนี้ แล้วค่อยเจอกันนะมีอา"

            ฟิลออกมาจากห้องนอนแล้ววางจดหมายฉบับหนึ่งไว้ที่โต๊ะอาหารกลางบ้าน
            จากนั้นจึงได้เดินไปบอกกล่าวกับสัตว์เลี้ยงทั้งหมด ตั้งแต่กัซ โทนี่ มิลกี้ ช็อกกี้ ก่อนที่จะแยกตัวไปยังจุดนัดพบที่ตกลงกับพ่อไว้


            ...............................................


            ฟิลเดินเท้ามาเรื่อยๆ อากาศช่วงเช้ามืดยังเย็นยะเยือก แสงจากดวงดาวยังส่องสว่างให้พอเห็นทางเดินโดยไม่ต้องใช้ตะเกียงนำทาง
            จนเมื่อมาถึงโบสถ์ก็พบว่าทั้งเครนี่และโรเบิร์ตต่างก็ได้เตรียมตัวพร้อมเดินทางแต่แรกแล้ว ขณะที่ลอร่าเองก็ออกมาส่งพ่อของเธอด้วย

            ฟิลมองดูยังเครนี่ที่นั่งจับบังเหียนบนรถม้าด้วยความแปลกใจ
            "แล้วมังกรของพ่อล่ะ?" เขาถามขึ้น
            "ให้รอที่ป่านอกหมู่บ้านน่ะ"
            "ทำไมล่ะครับ?"
            "พ่อคิดว่ามังกรมีสัมผัสที่ไวน่ะ เลยกลัวมีอาจะจับได้เสียก่อน แล้วอีกอย่างการบินแต่ละครั้งก็มีทั้งลมทั้งเสียงด้วย พ่อไม่อยากรบกวนชาวบ้านน่ะ" เครนี่ตอบ

            ฟิลพยักหน้าตอบรับความหวังดีของพ่อ จากนั้นก็ได้หันไปฝากฝังกับลอร่าอีกครั้ง
            "งั้นผมขอฝากช่วยดูแลมีอาด้วยนะครับพี่ลอร่า..."
            "อืม... ไว้ใจพี่ได้เลยฟิล" ลอร่ายิ้มยินดี
            "ผมพอจะนึกภาพมีอาตื่นมาแล้วร้องไห้งอแงฟูมฟายออกเลย... ยังไงก็ต้องขอโทษสำหรับเรื่องที่จะเกิดด้วยนะครับ"
            "ไม่เป็นไรหรอกฟิล... ถึงมีอาจะติดเธอแค่ไหน แต่มีอาก็ไม่ใช่เด็กอารมณ์ร้อนหรือหัวรุนแรง พี่คิดว่าน่าจะปลอบได้นะ"
            "ขอบคุณจริงๆครับพี่" ฟิลโค้งศีรษะแล้วจึงได้แยกมาขึ้นรถม้าซึ่งตอนนี้โรเบิร์ตเองก็ไปนั่งข้างหลังรถรออยู่แล้ว

            เมื่อทุกอย่างพร้อมเครนี่ก็ไม่รอช้าควบรถม้าให้เคลื่อนที่ออกจากหมู่บ้าน

            แต่ก่อนที่รถม้าจะพ้นหมู่บ้านไป เครนี่ได้ชะลอรถม้าลงแล้วหันไปถามฟิลเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
            "จะเอาแบบนี้จริงๆเหรอฟิล?" เครนี่อ่านความรู้สึกฟิลออก

            ถึงจะไม่ได้พบหน้ากันมานาน แต่เครนี่ก็รู้ว่าฟิลเป็นคนที่รักครอบครัวมากแค่ไหน
            เครนี่รู้ดีว่า มีอาอาจจะไม่ใช่ครอบครัวสายเลือดเดียวกัน แต่มีอาก็มาอยู่ในจุดที่แทนที่มีมี่ได้สนิท และฟิลก็เอ็นดูมีอาเสมือนน้องสาวเช่นกัน
            "ไม่นึกเลยว่าผมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้" ฟิลก้มหน้าถอนหายใจลากยาวแล้วพูดความในใจ "ครั้งหนึ่งผมเคยจงเกลียดจงชังการกระทำแบบนี้... แต่คงเป็นผลกรรมสินะ... ว่ากันว่าคนเราเกลียดอะไรก็มักเจอกันสิ่งนั้น... แต่ก่อนก็เรื่องมังกรทีล่ะ... คราวนี้ต้องทอดทิ้งครอบครัวไปอีก..."
            "พามีอามาด้วยกันจะไม่ดีกว่าเหรอ?" โรเบิร์ตถามหวังดี
            "ผมไม่อยากเอามีอาไปเสี่ยงด้วยหรอกครับ ถึงจะบอกว่ามีอาในร่างมังกรดูแลตัวเองได้ก็เถอะ แต่เธอยังอ่อนต่อโลก... แล้วผมก็ไม่อยากให้เธอต้องไปเห็นโลกด้านมืดในสนามรบด้วย"
            "ถ้าลูกตัดสินใจแบบนั้นพ่อก็ไม่พูดอะไรอีกแล้วล่ะ"

            ได้ยินเช่นนั้นแล้วเครนี่ก็หันตรงไปยังถนนแล้วสั่งควบม้าตรงออกไปจากเมือง
            รถม้าควบมาโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอื่น จนสักพักใหญ่ฟิลก็ได้เงยหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้าตามเครนี่ แล้วก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอึดอัดในใจ
            "เมื่อวานพ่อบอกผมว่าให้เลือกทางเลือกที่แย่น้อยที่สุดใช่ไหม?"
            "ใช่" เครนี่ตอบโดยไม่หันมองฟิลเช่นกัน
            "ถามจริงเถอะว่าวันที่พ่อจำใจต้องทิ้งบ้านไป... ตอนนั้นพ่อรู้สึกปวดหัวใจไหม?" มาถึงตอนนี้ฟิลเริ่มเข้าใจแล้วว่าพ่อของตนทิ้งครอบครัวไปเพื่ออะไร และจากไปด้วยความรู้สึกเช่นไร
            "เจ็บปวดที่สุดในชีวิต" เครนี่ตอบตามตรง
            "แต่มันก็ทำให้คนในครอบครัวมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกนานเลยใช่ไหมล่ะครับ"

            เครนี่เงียบไปแล้วเพ่งสมาธิไปเรื่องการบังคับรถม้าต่อ ขณะที่ฟิลเองก็เงียบตามไปด้วยอีกครั้ง...

            รถม้าควบมาห่างจากหมู่บ้านได้ราวครึ่งชั่วโมง ที่สุดแล้วเครนี่ก็สั่งหยุดแล้วก้าวลงมาจากที่บังคับแล้วให้โรเบิร์ตที่รู้เส้นทางมาคุมแทนที่
            เพียงแค่เครนี่ผิวปากเสียงแหลมเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น มังกรคู่ใจก็บินออกจากป่ามาร่อนลงเคียงข้างรอรับคำสั่ง

            ฟิลมองดูริริส... มังกรสีครามที่เกือบจะโตเต็มวัย
            ขนาดของมังกรดูใกล้เคียงกับมังกรทั่วไปเมื่อเทียบกับมังกรทหารที่ฟิลเคยประมือมา แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าริริสดูตัวเล็กกว่าพอสมควร

            ฟิลไม่แสดงความเห็นใดๆเกี่ยวกับมังกร นอกจากมองดูพ่อของตนแยกตัวไปขึ้นขี่ควบมังกรอย่างเงียบๆเท่านั้น
            จากนี้ไปการเดินทางจะไม่แน่ไม่นอนนัก เครนี่จะไปทีละหมู่บ้านตามเขตเกษตรกรรมเพื่อมองดูเสบียงเพิ่มเติมและถือโอกาสสำรวจประชากรในหมู่บ้านเพื่อไปรายงานให้กองทัพสำหรับประเมินการเกณฑ์ทหารรอบสองหากจำเป็นจริง

            เครนี่ได้ให้แผนที่กับโรเบิร์ตไว้ก่อนแล้ว มังกรของเครนี่เร็วกว่าจะล่วงหน้าไปก่อน ส่วนฟิลกับโรเบิร์ตจะตามไปสบทบในภายหลัง ซึ่งระยะห่างจากหมู่บ้านจะกินเวลาไม่เกินสองชั่วโมง
            แต่ถ้าจะไปถึงยังจุดหมายสำคัญของฟิลที่ฟาร์มมังกรนั้น อาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ แต่ถ้าพ่วงภารกิจสำรวจไปด้วยแล้วเครนี่ก็เผื่อไว้ว่าน่าจะไปถึงได้สักวันรุ่งขึ้นช่วงใกล้เที่ยง

            เครนี่จับบังเหียนมังกรเตรียมออกคำสั่งบินสู่ฟ้า
            แต่พอหันมองเห็นหน้าฟิลแล้วเขาก็เกิดชะลอคำสั่งก่อน แล้วหันไปคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว
            "นี่ฟิล... ในฐานะพี่น้อง การกระทำของลูกถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องล่ะนะ แต่พ่อคิดว่าในฐานะมังกรที่ทำสัญญาแล้วมันไม่เหมาะสมเท่าไหร่" เครนี่คุยกับฟิลทั้งด้วยเรื่องของครอบครัวและเรื่องของผู้มีสัญญามังกรเหมือนกัน "แต่เมื่อลูกตัดสินใจอย่างตั้งใจจริงไปแล้ว พ่อก็จะเคารพในความคิดของลูก แต่ว่าพ่อเองก็มีมุมมองหนึ่งที่จะให้คำตอบทั้งสองอย่างได้"
            "ยังไงเหรอครับ?"
            "พ่อได้ยินจากที่โรเบิร์ตเล่ามาว่า ไม่นานมานี้มีอาก็พึ่งออกอาการซึมเศร้าเพราะลูกไม่มีเวลาให้มีอาในร่างมังกรเท่าไหร่ใช่ไหม?"
            "ใช่ครับ"
            "แล้วลูกก็ได้ยินโรเบิร์ตเล่าให้ฟังถึงอาการของมังกรที่ซึมเศร้าด้วยใช่ไหม?" เครนี่ถามต่อ
            "มังกรแต่ละตัวจะมีอาการที่ต่างกันไป ตั้งแต่เหงาหงอย เบื่ออาหาร บางตัวก็ร้องหาเจ้าของ บางตัวก็ดุร้าย" ฟิลจำรายละเอียดได้

            เมื่อเห็นว่าฟิลเข้าใจอะไรดีพอแล้วเครนี่ก็ไม่สาธยายให้เสียเวลา เขาเข้าประเด็นตรงๆ
            "ยังมีอีกประเภทคือมังกรที่ตามเจ้าของนะฟิล ว่ากันว่ามังกรประเภทนี้จะมีความรักต่อเจ้านายสูงมาก"
            "ถ้างั้นมีอาก็น่าจะอยู่ในประเภทนี้" ฟิลตอบรับแล้วให้ความเห็น "แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้งครับ... มีอายังเด็กแล้วผมก็ไม่เคยพาเธอไปไหนนอกจากเมืองทะเลสาบมรกตด้วย คงไม่มีทางตามผมมาได้ถูกหรอก..."
            "ลูกคิดงั้นเหรอ?"
            "ครับ... บางทีมีอาอาจเศร้าจนไม่เป็นอันกินอันนอนก็ได้... ผมเป็นห่วงตรงนี้เสียมากกว่า" ฟิลพูดด้วยความหนักใจ "ก็หวังว่าสงครามจะจบลงเร็วๆ แล้วผมจะได้กลับไปอยู่กับเธออีกครั้ง"
            "นี่ฟิล" เครนี่เรียก
            "ครับ?"
            "อาจฟังดูแปลกๆแล้วขัดกับความคิดของลูกอยู่บ้าง แต่พ่ออยากให้ลูกสัญญาอะไรกับพ่อสักเรื่องได้ไหม?" เครนี่ผูดมัดเอาดื้อๆ "มันจะเป็นผลดีทั้งกับลูกและมีอาเอง"
            "ได้สิครับ" ฟิลสนใจด้วยความคิดที่ว่าเครนี่อาจมีมุมมองอื่นๆเกี่ยวกับมังกรที่ตนไม่รู้

            เครนี่มองหน้าฟิลแล้วพูดขึ้นด้วยประโยคสั้นๆแต่เข้าใจได้ง่าย
            "ถ้ามีอาเกิดตามมาจนเจอลูก ตอนนั้นพ่อขอให้ลูกพามีอาไปด้วยในฐานะมังกรรับใช้ตัวหนึ่ง ตกลงไหม?"

            ฟิลนิ่งเงียบมองหน้าเครนี่ สิ่งที่พ่อทวงเรียกให้สัญญาฟังดูแปลกๆ แต่ฟิลก็รู้ว่าพ่อไม่ใช่คนที่ชอบพูดเล่นหรือพูดแบบไม่รับผิดชอบ ประโยคที่บอกมาน่าจะมีนัยยะอะไรบางอย่าง
            "ได้สิครับ... ถ้ามีอาถึงขนาดบินตามมาจนเจอได้ล่ะก็ ถึงตอนนั้นผมคงต้องพาเธอไปแบบเลี่ยงไม่ได้ล่ะนะ" ฟิลเองก็ตอบกลับแบบสมเหตุสมผล "เพราะถึงขนาดหนีไปไกลขนาดนี้ยังตามได้ถูก ผมก็ไม่คิดว่าจะมีที่ไหนที่เธอจะตามไปหาไม่ได้อีกแล้วล่ะ"
            "ดี! อย่าลืมสัญญาล่ะ" เครนี่ยิ้มพอใจ จากนั้นจึงได้ดึงบังเหียนคุมริริสทะยานขึ้นสู่ฟ้าออกนำไปก่อนทันที

            ฟิลมองดูเครนี่บินไปจนลับตา จากนั้นก็ได้กลับขึ้นไปนั่งที่รถม้าอีกครั้ง
            "พูดถึงมังกรตามหาเจ้าของแล้ว..." ฟิลหันไปคุยกับโรเบิร์ตที่ทำหน้าที่สารถีจำเป็น
            "หืม?"
            "จริงอยู่ว่ามังกรบางตัวอาจจมูกดี หรือสายตาดี มังกรอาจจะมีสัญชาตญาณกลับบ้านได้แบบสุนัข แต่ผมไม่คิดว่าจะมีถึงขนาดตามหาเจ้านายที่เดินทางไม่หยุดอยู่กับที่ได้หรอกนะครับ"
            "อืม... นั่นสินะ" โรเบิร์ตทำทีเห็นด้วยกับฟิล

            แต่กระนั้นก็มีรอยยิ้มเล็กๆหนึ่งแอบปรากฎขึ้นมาราวกับว่ากำลังนึกสนุกอะไรบางอย่างอยู่


            ...............................................


            เวลาล่วงผ่านไปจนกระทั่งถึงช่วงเวลาสาย
            มีอาหลับสนิทไม่รู้ตัว ยิ่งเมื่อฟิลไม่อยู่ บ้านก็ยิ่งเงียบลงไปมาก มันก็ยิ่งทำให้เธอหลับนานกว่าที่เคย

            จนเกือบสิบโมงมีอาถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น
            เธอเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนด้วยความเคยชิน คิดว่าวันนี้ก็จะยังเห็นฟิลกำลังทำงานบ้านอยู่แล้วหันกลับมาแซวเหมือนกับวันวาน

            แต่ก็ไม่ใช่เลย...
            บ้านทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ ประตูหน้าต่างถูกปิดไว้มิดชิดจนบ้านดูมืดไปทั้งหลัง...
            "พี่จ๋า...?" มีอาร้องหาฟิลด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก "พี่จ๋า... อยู่ไหน?"

            เสียงเรียกดังขึ้นตามลำดับแต่ก็ไม่มีเสียงพี่ชายที่แสนดีขานกลับ
            ตอนแรกมีอาคิดว่าฟิลไปทำสวน เธอจึงได้รีบออกจากบ้านไปดูที่แปลกผัก แต่ก็ไม่พบฟิล...

            ครั้นพอมาที่คอกม้าคอกวัว ก็พบโทนี่ มิลกี้และช็อคกี้อยู่กันครบ รวมไปถึงกัซ สุนัขประจำบ้าน... แต่ก็ไม่มีร่องรอยของฟิล...
            "พี่จ๋าล่ะ...?" มีอาพูดขึ้นเสียงสั่น

            สัตว์ทั้งสี่ในคอกได้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่กล้าที่จะสบตามีอา ทั้งนี้เป็นเพราะทั้งหมดรับรู้จากฟิลแล้วว่า ฟิลจะต้องออกไปทำภารกิจสำคัญและไม่ทราบได้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่...

            เมื่อเห็นว่าฟิลไม่อยู่แล้ว มีอาก็วิ่งกลับไปที่บ้านอีกรอบ
            ในหนนี้เมื่อประตูถูกปิดอ้าแล้วแดดส่องเข้ามาถึงแล้ว มีอาก็พบว่ามีจดหมายซองหนึ่งวางไว้บนโต๊ะกินข้าวโดยมีแก้วน้ำวางทับไว้อยู่

            มีอาเดินมาหยิบให้แดดส่องกระทบ ทำให้เห็นถึงลายมือของฟิลที่จ่าหน้าซองไว้ว่า 'ถึงมีอา'

            มีอามือไม้สั่นรู้สึกไม่สู้ดีหนักยิ่งขึ้น แต่นิ้วน้อยๆก็ขยับไปเปิดซองด้วยความสงสัยไม่แพ้กัน
            พอหยิบกระดาษข้างในมาอ่าน ก็พบเนื้อหาจดหมายที่เขียนไม่ยาวนักด้วยภาษาง่ายๆที่มีอาเองก็อ่านเข้าใจได้

            'ขอโทษด้วยนะมีอา แต่ว่าพี่ต้องไปช่วยงานพ่อที่ต่างเมือง'
            'งานที่พี่จะทำออกจะอันตรายไปหน่อย พี่คงพามีอาไปด้วยไม่ได้ ช่วงนี้พี่ขอให้พี่ลอร่ามาช่วยดูแลมีอาแทน ยังไงก็ไปอยู่ด้วยกันที่โบสถ์กับพี่ลอร่าซะเถอะนะมีอา'
            'ส่วนพี่ก็คิดว่าคงอีกไม่นานก็น่าจะได้กลับมา ทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังที่พี่ลอร่าบอกด้วยล่ะ'
            'ฟิล'

            อ่านจบแล้วมีอาแทบทำจดหมายร่วงจากมือ
            ขาของเธอสั่นระริกจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเศร้าเสียใจ
            "ไม่จริง... ไม่จริงใช่ไหม...?" เธอเงยหน้าตะโกนร้องทั้งน้ำตา "ทำไมต้องทิ้งมีอาไปด้วย... พี่จ๋า...!!?"


            ...............................................


            หลังจากที่มีอารู้ความจริงได้ไม่นานนัก
            ลอร่าก็เดินมาถึงบ้านของฟิลพร้อมกับทำขนมอย่างง่ายๆใส่ตะกร้ามาให้มีอาเผื่อว่ามีอาตื่นมาแล้วจะหิว

            แต่มันก็หาได้เป็นอย่างที่ลอร่าคิดไม่
            มีอาตื่นแล้วจริง... แต่ว่าเธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะทานอะไร... ไม่แม้แต่จะรู้สึกหิว...

            มีอานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่หน้าประตูบ้านมาโดยตลอด มือของเธอกำจดหมายของฟิลไว้แน่นจบยับยู่ยี่ไม่ยอมปล่อยวาง
            ลอร่าเห็นแล้วก็อ้ำอึ้งอยู่เล็กๆ ถึงจะคาดไว้แล้วว่าจะเจอกับอะไร แต่ไม่คิดว่าบรรยากาศจะหดหู่ได้มากขนาดนี้...
            "มีอา..." ลอร่าเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วจะช่วยประคอง "ลุกขึ้นก่อนเถอะ มานั่งอะไรอยู่ตรงนี้?"
            "พี่ลอร่า..."

            มีอาเงยหน้ามองดวงตาเธอแดงและมีน้ำตาคลออยู่
            "พี่จ๋าไปไหน... พี่ลอร่าพามีอาไปหาพี่จ๋าได้ไหม...?" เธอถามเสียงสะอื้น
            "เอ้อ... ฟิลต้องไปทำงานด่วนต่างที่น่ะ..." ลอร่าเองก็อธิบายแบบที่ฟิลบอก "แต่มีอาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ พ่อของพี่ก็ได้ด้วย คุณเครนี่เองก็ด้วย รับรองปลอดภัยหายห่วง เดี๋ยวเสร็จงานแล้วพวกเขาก็กลับมาเองล่ะ"
            "แล้วเมื่อไหร่ล่ะ...?" มีอาถามต่อ
            "มันก็..."

            เป็นคำถามที่ลอร่าเองก็ไม่รู้จะตอบเช่นไร เพราะถึงตอนนี้สงครามก็ยังไม่เกิด และต่อให้เกิดแล้วก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ และจบลงเช่นไร...
            สำหรับมีอาแล้วเธอไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นและฟิลจะทำงานอะไรหรือฟิลจะอยู่ที่ไหน... สิ่งเดียวที่เธอคิดก็คือเธอจะไปหาฟิลได้อย่างไรเท่านั้น
            "มีอาไม่อยากอยู่คนเดียว... พี่ลอร่าพามีอาไปหาพี่จ๋าได้ไหม...?" เด็กน้อยเงยหน้าอ้อนวอน
            "มีอา..."

            การทำงานที่โบสถ์และการช่วยโรเบิร์ตรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บทำให้ลอร่าคุ้นเคยกับเด็กๆอยู่มาก เธอพอจะมีจิตวิทยาในการปลอบประโลมหรือหว่านล้อมให้เด็กยอมเชื่อฟังได้
            สำหรับเธอแล้วเด็กที่หวาดกลัวหรือเด็กที่ตื่นเต้น ตกใจ ขวัญเสีย ถือเป็นกรณีที่เธอสามารถปลอบได้ไม่ยาก แต่กรณีของมีอานั้นถือว่าต่างออกไปและเป็นกรณีที่ยากที่สุดที่เธอเองก็ไม่มั่นใจนักว่าจะเอาอยู่...

            มีอาเป็นเด็กที่แทบจะไม่เอาอะไรอื่นในชีวิต เธอไม่มีความทะเยอทะยานและมักโลภ เธอไม่ต้องการเงินทอง ลาภยศ สรรเสริญ... ชีวิตของมีอาจะมีก็แต่ฟิล กับฟิล และก็ฟิลเพียงเท่านั้น...
            ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มีอาทำใจรับได้กับสิ่งที่เกิด เพราะในเมื่อสิ่งที่เธอต้องการที่สุดในชีวิตตัดสินใจแยกห่างออกไปเองแล้ว...

            กับลอร่าที่เป็นเสมือนคนนอกก็ย่อมไม่อาจจะทำอะไรมากไปกว่าการยืนมองเท่านั้น... ลอร่ามองว่าคำพูดของเธอคงไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่งให้มีอาเชื่อฟังหรือยอมรับฟังแต่อย่างใด...
            "มีอาอยู่ที่นี่ไม่ได้..." ว่าแล้วมีอาก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองออกไปนอกบ้าน
            "เดี๋ยวสิมีอา... เธอจะไปไหน?" พอเห็นมีอาทำท่าจะเดินออกไปนอกบ้านลอร่าก็รีบคว้าจับไหล่มีอาไว้ก่อน
            "มีอาจะไปหาพี่จ๋า...!"
            "มีอารู้เหรอ... ว่าจะไปหาฟิลได้ที่ไหน?" ลอร่าถามเตือนสติมีอา
            "ไม่รู้... แต่มีอาไม่อยากอยู่คนเดียว...!" มีอาไม่สนใจเหตุผลใดๆ
            "งั้นไปอยู่กับพี่ด้วยกันที่โบสถ์เถอะนะมีอา... อยู่กับพี่ รอฟิลกลับมา" ลอร่าได้ทีหว่านล้อมชวน
            "ไม่เอา... มีอาอยากอยู่กับพี่จ๋า..." ทว่ามีอาไม่สนใจอีกเช่นเคยตรงข้ามยิ่งลอร่าทำตัวเสมือนการแทนที่ฟิลเท่าไหร่ มีอาก็ยิ่งโหยหาคนึงถึงฟิลมาเท่านั้น "มีอาจะไปหาพี่จ๋า...!"
            "เดี๋ยวมีอา..."

            มีอาสะบัดไหล่สลัดมือของลอร่าออก จากนั้นแล้วเธอก็รีบวิ่งออกไปทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลังประสาเด็กน้อยที่กำลังอับจนหนทาง
            ลอร่าทำท่าจะตามไปห้าม แต่ก็เป็นมีอาเสียเองที่เป็นฝ่ายหยุด เพราะเมื่อวิ่งไปเพียงไม่กี่ก้าว แข้งขาที่อ่อนกำลังมาแต่แรกก็เกิดสะดุดตัวเองเข้าจนล้มหัวเข่ากระแทกพื้นโครมใหญ่...

            มีอานอนคว่ำแน่นิ่งตัวสั่น... เธอเจ็บปวดไปทั้งกายและใจ...
            "มีอา... เป็นอะไรหรือเปล่า!?" ลอร่ารีบตามไปดูด้วยความเป็นห่วง
            "เจ็บ... ฮึก... ฮึก...!" มีอาร้องไห้อีกครั้งโดยแยกไม่ออกว่าร้องไห้เพราะเสียใจหรือเพราะเจ็บปวดกันแน่...

            ลอร่ามาช่วยประคองมีอากลับไปที่หน้าบ้านแล้วใช้เวทช่วยรักษาแผลที่หัวเข่าให้
            ทางด้านมีอาที่ถอดใจเรื่องตามฟิลไปบ้างแล้วหลังจากที่ได้แผลที่หัวเข่ามาเตือนสติ ตอนนี้เธอก็เอาแต่ร้องไห้กระซิกไม่เลิก...
            "เดี๋ยวไปนั่งพักที่ห้องก่อนนะมีอา... พี่จะทำอาหารให้ทาน... ไว้อิ่มแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน" ลอร่าพยายามบ่ายเบี่ยงคนสนใจไปก่อน

            ลอร่ามองว่านี่คือช่วงเวลาที่หนักที่สุดของมีอา อย่างน้อยก็ขอให้มีอารับเรื่องที่ฟิลไม่อยู่ให้ได้เสียก่อน
            แล้วจากนั้นจึงค่อยคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี...


            ...............................................


            ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลอร่าก็พอจะประคับประคองสถานการณ์ได้อยู่... มีอากลับมาสงบลงมาก จนกลายเป็นซึมไป...
            เช่นนั้นแล้วเธอจึงให้มีอาไปนั่งพักที่ห้องนอนก่อน ส่วนเธอก็จัดแจงเปิดหน้าต่างที่มีให้แสงแดดกับสายลมสาดส่องเข้ามาบ้าง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้บ้านมืดชวนหดหู่

            ตามที่ว่าไว้ลอร่ากลับไปเข้าครัวแล้วเริ่มปรุงอาหารเที่ยงให้มีอา ถึงแม้ว่ามีอาจะไม่อยากกินอะไรนัก แต่เธอคิดว่าก็ควรจะทำออกมาเผื่อไว้ก่อน
            ส่วนมีอาก็กลับไปสงบจิตสงบใจที่ห้องนอนตามที่ลอร่าขอไว้...

            อย่างไรเสียทุกอย่างในบ้านล้วนเป็นความทรงจำที่ดีของมีอาแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน...
            มีอายืนที่ประตูห้องมองดูเตียงนอนของตนเองที่นอนประจำ ที่ๆซึ่งมักให้ฟิลมาเล่านิทานให้ก่อนนอนเสมอ...
            เธอมองไปยังเตียงของฟิล ที่ๆเธอมักจะตะแคงมองไปดูในยามที่ฝันร้ายหรือนอนไม่หลับ ในคืนที่น่าหวาดกลัว หากได้เห็นหน้าพี่ชายนอนอยู่ด้วยแล้ว เธอก็รู้สึกได้รับความกล้าขึ้นมาตามไปด้วย...

            และท้ายที่สุดมีอามองไปยังกลางห้อง...
            มันเป็นที่ๆมีอาได้ทำสัญญาเป็นมังกรรับใช้ให้ฟิล ที่ๆฟิลช่วยเธอจากความตาย ช่วยให้หลุดพ้นความทุกข์ทรมานจากพิษมังกรและได้ตราประทับที่เฝ้าฝันใฝ่มานาน...

            ยิ่งมีความหลังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็นความเปล่าเปลี่ยวมากขึ้นเท่านั้น...

            มีอากลับไปนอนที่เตียงของตัวเอง พอพลิกตะแคงแล้วสายตาของเธอก็เศร้าหนักเมื่อเห็นเตียงของฟิลที่ว่างเปล่า...
            จากนี้ไปจะไม่มีพี่ชายที่แสนดีอยู่อีกแล้ว และก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรถึงจะได้พบกันอีก...

            มีอาสะอื้นอีกครั้งและก็ร้องไห้อู้อี้อยู่คนเดียว ในมือก็ยังคงกำจดหมายไว้แน่น
            จดหมายอันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฟิลทิ้งไว้ให้...


            ...............................................


            ตั้งแต่จำความได้ มีอาเชื่อว่าวันนี้จะเป็นวันที่เธอเสียใจและเสียน้ำตามากที่สุด...
            เรื่องที่ฟิลทิ้งให้อยู่คนเดียวว่าเป็นเรื่องแย่แล้ว การที่มันมาแบบไม่ให้ตั้งตัวก็ยิ่งทำให้สะเทือนใจได้มากเป็นทวีคูณ

            มีอาร้องไห้จนเพลียและผล็อตหลับไปในเวลาต่อมา
            เธอไม่รู้ตัวว่าหลับไปเมื่อไหร่และหลับไปนานแค่ไหน แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ปรากฎว่าตัวของเธอนั้นกำลังนอนอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้...

            มีอาจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่กระนั้นเธอก็ยังคงมีความคิดถึงฟิลอยู่ตลอดเวลา
            "พี่จ๋า...?" เธอมองไปมาพบแต่ความว่างเปล่าก็พาลทำให้อยากร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง

            แล้วในจังหวะหนึ่งที่ลมอ่อนพัดโบกมาพร้อมกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ มีอาก็เกิดได้ยินเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
            "โถ... น่าสงสารจริงๆ" เสียงอ่อนโยนของเด็กผู้หญิงดังใกล้เข้ามา "แต่เห็นแล้วก็เหมือนดูตัวเองในอดีตเลย..."

            มีอาหันมองแล้วก็พบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่อายุแก่กว่าตอนเองสักสองปีได้ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูอ่อนหวานและมีจุดเด่นก็คือผมสีชมพูยาวสลวยคล้ายๆกับตนเอง

            นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของมีอาและมีมี่...

            ถึงจะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนแต่ด้วยความรู้สึกของมีมี่ที่มีความละม้ายทั้งกับฟิลและเครนี่ รวมไปถึงกลิ่นของมังกรซึ่งมีอาที่นอนเตียงของมีมี่มาตลอดจำมันได้ดี มันก็ทำให้มีอาคลายความระแวงไปได้แทบทั้งหมดแม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก
            "ที่ผ่านมาพี่ได้เจอกับพี่ฟิลได้ก็เพราะเธอแท้ๆเลยนะ... แต่ไม่นึกเลยว่าวันนี้พี่จะได้เจอกับเธอเพราะพี่ฟิลเป็นเหตุนะน่ะ" มีมี่กล้าออกตัวเองว่าพี่ได้เต็มปาก ถึงร่างกายเธอจะหยุดนิ่งที่วัยสิบขวบแต่แท้จริงแล้วอายุของเธอควรจะอยู่ที่สิบสองปีได้
            "พี่มีมี่... จ๋า?" มีอาไม่แน่ใจนักแต่ก็หลุดปากเรียกไปด้วยความคุ้นเคย
            "จ้ะ... พี่มีมี่เอง"

            มีมี่ยิ้มแล้วเดินเข้าไปหามีอาด้วยความเป็นมิตร
            "อยากเจอเธอมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไม่นึกเลยว่ากว่าจะได้เจอสักครั้ง กลับต้องเจอเพราะเรื่องร้ายๆซะได้"

            มีอายืนตากลมมองมีมี่ จริงอยู่ว่าความรู้สึกอบอุ่นที่สัมผัสได้จะทำให้มีอาไม่ได้ระแวงในตัวของมีมี่ แต่การพบกันแบบไม่ได้เตรียมใจก็ทำให้เธอนึกเรื่องที่จะพูดไม่ออกเช่นกัน นอกจากนี้ความรู้สึกเศร้าในใจก็ปิดกั้นความคิดไปเสียสนิท...

            แต่มีมี่เองก็รู้ใจมีอาดี
            การต้องเป็นวิญญาณแฝงในร่างมีอาโดยไม่สามารถแสดงความรู้สึกตรงๆได้ก็มีผลดีในมุมกลับเช่นกัน เพราะทำให้เธอได้เห็นและรับรู้ความคิดของฟิลและของตัวมีอาไปพร้อมๆกัน
            และการที่เป็นบุคคลที่สามรับฟังอย่างเดียวและมีเวลาคิดอยู่มาก ก็ทำให้เธอมองได้อย่างเป็นกลางและมีเหตุผลที่สุด
            "กับเรื่องของพี่ฟิลน่ะ... มีอาอย่าได้โกรธพี่เค้าเลยนะ..." เมื่อมีอาไม่พูดอะไรมีมี่ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง
            "อุ..." ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะใจมีอาส่วนใหญ่ยังมองเรื่องฟิลเป็นสำคัญสุด
            "พี่ฟิลไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดีหรอกนะ ที่ทำไปก็เพื่อตัวมีอาเองด้วยล่ะ"
            "มีอา... มีอาไม่ได้โกรธพี่จ๋านะ... เพียงแต่ว่า... เพียงแต่ว่า... มีอา... มีอาไม่เข้าใจ... ทำไมจู่ๆพี่จ๋าถึง..." เธอออกอาการสะอื้นอีกคราหนึ่ง

            มีมี่ยิ้มเล็กๆแล้วโอบกอดมีอาแนบอก
            เพียงเท่านั้นเองน้องสาวตัวน้อยก็ปล่อยโฮขึ้นมาอย่างเต็มที่
            "แง...! พี่มีมี่...!! มีอาเหงา...!! มีอากลัว...!!"
            "ใจเย็นๆนะมีอา... ถ้าพี่ฟิลไปกับพ่อแล้วล่ะก็ งานที่พี่ฟิลพูดถึงน่ะคงไม่พ้นทหารหรอก พี่เองก็ได้ยินมานานแล้วเหมือนกันว่าสถานการณ์ของประเทศเรากับประเทศใกล้ เคียงกำลังแย่... อาจเกิดสงครามขึ้นได้ทุกเมื่อ..." มีมี่อธิบายให้มีอาเข้าใจ "ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็สักวัน เรื่องร้ายๆคงมาถึงหมู่สุดสงบของพวกเราแน่ๆ พี่ฟิลก็เลยคิดว่าจะไปช่วยงานพ่อน่ะ... ที่จริงแล้วพี่เขาก็ไม่ได้อยากทิ้งมีอาหรอกนะ แต่งานของพ่อค่อนข้างจะหนักมากเลย เอาเด็กอย่างเราไปก็เพิ่มภาระให้เขาเปล่าๆ"
            "แต่ว่า... แต่ว่า... มีอาไม่อยากอยู่คนเดียวนี่นา..." มีอาตอบเสียงสั่น
            "ก็มีพี่ลอร่าอยู่ทั้งคนไง พี่เขาก็ใจดีเหมือนกันนะ มีอาน่าเองก็สนิทกับพี่ลอร่าเหมือนกันนี่?"
            "แต่มีอาอยากอยู่กับพี่จ๋ามากกว่านี่นา..." มีอาซบหน้ามีมี่แน่น

            มีมี่ลูบศีรษะปลอบใจมีอาและเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุด
            ก่อนหน้านี่ตอนที่เมลิซ่าเสียไป โรเบิร์ตเองก็เคยบอกว่าจะรับเลี้ยงดูฟิลและมีมี่ โดยถ้าทั้งคู่เห็นชอบก็ให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่โบสถ์ได้เลย
            แต่กระนั้นฟิลก็ปฏิเสธและยืนยันว่าจะยืนหยัดและใช้ชีวิตด้วยกำลังของตัวเองให้ได้ ทางด้านมีมี่เองก็เห็นชอบกับฟิลอย่างไม่คิดมาก กับชีวิตที่ต้องอยู่เพียงสองพี่น้องแล้วมีมี่เองก็ไม่อยากจะไปรบกวนใครอื่น และเธอก็มีความสุขที่สุดที่ได้อยู่กับฟิลต่อไป ถึงแม้ชีวิตจะต้องยากลำบากขึ้นแค่ไหนก็ตาม...

            มีมี่มองดูมีอาแล้วก็เหมือนเห็นภาพสะท้อนจิตใจที่บริสุทธิ์ของตัวเธอเองในอดีต มุมมองที่คิดว่าฟิลคืออยู่อย่างและชีวิตของตนยังคงมีพลังอยู่ได้ก็เพราะมีฟิลเคียงข้าง
            "ที่พี่ฟิลทำลงไปก็ไม่ใช่เรื่องผิดในฐานะพี่ชายคนหนึ่งหรอก... เพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้น้องตัวเองต้องไปเหนื่อยยากอันตรายด้วยกัน" มีมี่ให้ความเห็นสองด้าน "แต่ว่าในฐานะมังกรแล้ว... พี่เองก็คิดว่าการทิ้งมีอาไว้ที่บ้านก็ดูจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายไปหน่อยนะ ทั้งๆที่พี่ฟิลเองก็เคยเห็นมีอาต้องซึมเศร้ามาแล้วแท้ๆ..."
            "อือ..." มีอาไม่พูดอะไร

            กล่าวมาถึงตรงจุดนี้แล้วมีมี่ก็ได้ผละตัวมีอาออกเล็กน้อย ก่อนที่จะขยับนิ้วปาดน้ำตาทำเสมือนที่อดีตที่ฟิลปลอบตัวของเธอเอง...
            มีอาเองก็ยืนนิ่งให้มีมี่ปลอบโดยความรู้สึกที่รับรู้ได้แทบไม่อะไรกับตอนที่ฟิลปลอบแต่อย่างใด ความเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดมีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกันมากโดยเฉพาะความรู้สึกและจิตใจที่แสดงออกมา แม้ว่ามีมี่จะเป็นเพียงร่างวิญญาณก็ตาม...
            "อันที่จริงแล้วพี่เองก็คิดถึงแล้วก็เป็นห่วงพี่ฟิลเหมือนกันล่ะนะ... แล้วถ้าพี่ฟิลตัดสินใจให้มีอาอยู่ที่นี่ได้ มีอาเองก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจไปหาพี่ฟิลได้เหมือนกัน" จู่ๆแล้วมีมี่ก็เสนอทางเลือกหนึ่งขึ้นมาให้ "ถ้ามีอาต้องการล่ะก็... ไม่คิดจะลองตามหาพี่ฟิลดูบ้างเหรอ?"
            "มีอาก็อยาก... แต่ว่า... มีอาไม่รู้นี่นาว่าพี่ฟิลอยู่ที่ไหน..." พอมีมี่ดึงมีอามาคุยเป็นการเป็นงานขึ้นเธอก็จึงเริ่มคืนสติและสะอื้นน้อยลง
            "ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็ไม่ต้องห่วง"

            มีมี่ลูบผมมีอาแล้วลูบสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึงเขายาวหัวมนของมีอา
            "มีอาตามไปจนเจอได้แน่... เพียงแต่ว่าอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดเท่าไหร่"
            "ทำได้จริงเหรอ...?"
            "อื้อ ทำได้แน่นอน มีอาอาจจะยังเด็กเลยไม่รู้ แต่ว่ามังกรที่ทำสัญญาแล้วจะมีความสามารถในการตามหาเจ้านายได้ด้วยนะ"
            "จริงเหรอ...!? แล้วพี่มีมี่รู้หรือเปล่าว่ามีต้องทำยังไงถึงจะตามหาพี่จ๋าได้ถูก...!?" ได้ยินเพียงเท่านั้นมีอาก็ตาตื่นเปลี่ยนอารมณ์แทบจะในทันที เธอพร้อมจะคว้าทุกความหวังที่มีอยู่ ขอเพียงมันทำให้ได้พบกับฟิลได้อีกครั้ง

            มีมี่ยังไม่ใจร้อนให้คำตอบตามไปด้วย เธอมองหน้ามีอาแล้วถามทดสอบใจดูก่อน
            "มีอารู้ใช่ไหมว่าพี่ฟิลเคยเจ็บปวดตอนที่พ่อทิ้งไป?"
            "อืม... มีอารู้..."
            "ตอนนี้พี่ฟิลเองก็ต้องทิ้งมีอาไปแบบที่พี่เคยเจอ... ดังนั้นหากมีอาเจ็บเท่านี้ พี่ฟิลก็จะเจ็บยิ่งกว่าอีก... แต่ว่าพี่ฟิลก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนทิ้งมีอาไปเพื่องานใหญ่กว่า"
            "อือ..." มีอาตั้งใจฟัง
            "ดังนั้นแล้วถ้ามีอาอยากเจอพี่ฟิลจริงๆล่ะก็ มีอาก็ต้องมีความตั้งใจจริงให้ได้ไม่น้อยกว่าพี่ฟิล... ห้ามท้อแท้ ห้ามบ่นว่าเหนื่อย เพราะเมื่อเดินทางไปแล้ว มีอาจะต้องอยู่ในที่ๆไม่รู้จัก มีอาจะกลับหลังไม่ได้ มีแต่เดินหน้าต่อไปจนกว่าจะเจอพี่ฟิล มีอาคิดว่าจะทำได้ไหม?" มีมี่จ้องมองมีอาด้วยสายตาเอาจริงหมายจะลองใจเด็กน้อยว่าพร้อมจริงหรือไม่

            ทว่ามีอาก็จ้องตามีมี่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นกลับเช่นกัน
            ดวงตาทั้งสองอาจจะยังคงแดงระเรื่อ ขอบตาอาจจะดูคล้ำมีคราบน้ำตาติดอยู่ แต่สายตาและความมุ่งมั่นที่มีอาส่งออกมานั้นเป็นของจริงที่สุด
            "มีอาจะทำให้ได้...!" เธอยืนยันเสียงแข็ง

            มีมี่ยอมรับในความมุ่งมั่นของมีอาที่ส่งออกมาทั้งจากในฐานะของน้องสาวคนหนึ่งที่รักพี่ชายที่สุดและในฐานะมังกรทาสที่เป็นห่วงเจ้านายอย่างสุดชีวิต
            "ตกลง งั้นพี่จะบอกวิธีตามคลื่นของพี่ฟิลให้เอง... เรื่องนี้คงต้องคุยยาวหน่อย แล้วมีอาก็ต้องจำมันให้ได้ด้วยนะ เพราะเมื่อมีอาได้สติกลับไปแล้ว โอกาสที่เราจะพบกันแบบนี้อีกคงยากมากๆ... ยากกว่าที่พี่จะได้เจอพี่ฟิลด้วยซ้ำ"
            "อื้ม...! มีอาจะพยายามค่ะ...!!" เด็กน้อยกำหมัดสองมือเรียกความมั่นใจ
            "แล้วถ้าเจอพี่ฟิลแล้วล่ะก็อย่าลืมอ้อนให้หนักๆเข้าไว้ล่ะ ในตอนที่พี่เขารู้ตัวว่าทำอะไรผิดลงไป ในตอนนั้นล่ะถ้ามีอาขออะไรไป พี่เขาจะยอมให้หมดเลย" มีมี่รู้ทันฟิลไปเสียหมด "ได้โอกาสแล้วก็อย่าปล่อยให้มันหลุดมือไปนะ"
            "ค่ะ!!" มีอารับคำเสียงแข็งและมุ่งมั่นเป็นเท่าตัว
            "ดีมากจ้ะ งั้นเดี๋ยวพี่จะเริ่มอธิบายวิธีหาตัวพี่ฟิลให้เลยนะ"

            มีมี่ยิ้มแล้วพามีอาไปนั่งคุยที่ทุ่งหญ้าริมน้ำต่อไป


            ...............................................


            ตกช่วงเที่ยงกว่า ลอร่ายังคงทำครัวอย่างเงียบๆต่อไป
            อาหารใกล้เสร็จดีแล้ว แต่ว่ามีอาที่อยู่ในห้องก็ยังคงเงียบอยู่ ดังนั้นลอร่าจึงไม่คิดจะเร่งมือนัก หากมีอาหลับเธอก็ตั้งใจจะปล่อยให้มีอาหลับต่อไป อย่างน้อยการนอนก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ใจสงบลงได้มากวิธีหนึ่ง

            แต่อย่างไรเสียมีอาก็หลับไปเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น
            การพูดคุยกับมีมี่อาจเหมือนยาวนานนับสองถึงสามชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงแล้วมีอาหลับไปเพียงแค่ราวชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น

            พอตื่นขึ้นมาแล้ว มีอาก็ลุกขึ้นจากเตียงมานั่งนิ่งๆ
            ช่วงเวลานี้เธอกำลังอยู่ในภวังค์ที่แยกไม่ออกว่าเป็นความฝันหรือความจริง เพราะถึงประสาททั้งหมดจะตื่นตัวดังคนที่ตื่นนอนแล้ว แต่เธอกลับจำความฝันที่มีมี่ได้สอนวิธีการตามหาเจ้านายได้ทั้งหมด

            มีอาแกว่งหางไปมา ก่อนที่สะบัดให้ปลายหางแหลมนั้นจิ้มเบาๆที่ด้านหลัง ซึ่งอาการจี๊ดที่ทำให้สะดุ้งโหยงก็ทำให้มั่นใจว่าทั้งหมดที่ได้ยินมานั้นน่าจะเป็นความจริง...
            "ขอบคุณนะ... พี่มีมี่จ๋า..." และมีอาก็เชื่อในสิ่งที่ฝันเห็น "มีอาจะทำให้ได้เลย...!"

            มีอาเดินออกไปนอนบ้านแล้วจัดการนำชุดตัวเก่งที่ตากอยู่มาผลัดเปลี่ยนใส่ให้เรียบร้อย แล้วจึงได้กลับมายืนอยู่ที่หน้าบ้านพลางมองไปยังป่าเบื้องหน้าห่างออกไปไกล
            ในจังหวะนั้นเองลอร่าที่กำลังยกจานอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะกลางบ้านก็เกิดมาเห็นมีอาเข้า
            "อ้าวมีอาตื่นแล้วเหรอ... มากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ" เธอเรียกชวน

            มีอาไม่ตอบอะไร เธอเอาแต่มองไปยังที่ๆห่างออกไป ขณะที่มือข้างขวาก็กำจดหมายของฟิลไว้แน่น
            "มีอา... เดี๋ยวข้าวจะเย็นซะก่อนนะ มากินกับพี่เถอะ" ลอร่าชวนอีกครั้ง

            ในคราวนี้มีอามีการตอบสนอง เธอหันกลับมามองยังลอร่าแต่ก็ไม่ได้เดินกลับเข้าบ้านตามคำเชิญ
            "พี่ลอร่า... ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแล แต่ว่ามีอาตัดสินใจแล้วว่าจะไปหาพี่จ๋า" มีอาตอบกลับเสียงมุ่งมั่น
            "เดี๋ยวสิ... เธอจะไปยังไง แล้วป่านนี้ฟิลก็คงไปไกลถึงไหนต่อไหนด้วยนะ"
            "ไม่เป็นไรค่ะมีอาไปถูกแน่ แล้วต่อไปไกลแค่ไหน มีอาก็จะไปให้ถึงด้วย!" มีอาหันหน้ากลับไปทางหน้าบ้านแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมตัว
            "มีอา... เดี๋ยวก่อน..."

            กล่าวเพียงเท่านั้นมีอาก็แปลงร่างกลายเป็นมังกรขึ้นมาทันที
            ลอร่าถึงกับผงะด้วยแสงและแรงลมที่พัดอัดเข้าทางเดียวจากประตูหน้าบ้าน

            จนเมื่อตั้งตัวได้ก็ปรากฎว่ามีอาได้บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปแล้ว...
            ลอร่าวิ่งมาหยุดยืนหน้าบ้านหมายจะเอ่ยปากห้าม แต่มีอาก็บินออกไปเร็วมาก เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ห่างออกไปจนแทบลิบตา...
            "โธ่... ไม่ฟังกันเลย..." เธอถอนหายใจระอา

            อย่างไรก็ดีลอร่าเพียงแค่รู้สึกตกใจกับความผลุนผลันพลันแล่นของมีอาเท่านั้น แต่เธอก็ไม่ได้ประหลาดใจนัก...
            เพราะตอนก่อนออกเดินทางโรเบิร์ตก็ได้บอกกับเธอเป็นการส่วนตัวไว้ล่วงหน้าแล้วว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับมีอาก็ให้มันเกิดไป ไม่จำเป็นต้องฉุดรั้งหรือหักห้ามไว้...

            โรเบิร์ตอาจพูดสั้นๆดูเป็นปริศนา แต่พอเห็นมีอาโบยบินตามเหนือถนนเส้นที่ฟิลเดินทางไปแล้ว เธอก็เข้าใจขึ้นมาเลยว่าสิ่งที่พ่อต้องการจะบอกนั้นคืออะไร


            ...............................................


            อากาศในวันนี้สดใสเป็นใจกับการบินนัก แต่กระนั้นมันก็หาได้เป็นประโยชน์กับมีอาไม่
            มันอาจเป็นประโยชน์ในเรื่องความราบลื่นในการบิน แต่ไม่ได้มีผลกับการตามหาใครสักคนแต่อย่างใด...

            หมู่บ้านที่ฟิลจะไปส่วนใหญ่จะถูกล้อมด้วยป่าทึบ ดังนั้นการจะมองหาใครสักคนจากระยะไกลจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
            ขณะเดียวกันมีอาเองก็ต้องรีบบินให้เร็วที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะฟิลได้รุดหน้าไปก่อนกว่าครึ่งวันแล้ว หากไม่เจอตัวภายในวันนี้มีอาคงต้องลำบากในเรื่องการพักผ่อนค้างแรมรวมไปถึงอาหารการกินด้วย แต่ในทางตรงข้ามหากเธอบินเร็วเกินไปจนไม่ทันมองก็อาจเลยฟิลไปได้เช่นกัน... การจะตามหาคนเพียงไม่กี่คนในป่าที่กว้างใหญ่ดูไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอเอาเสียเลย...

            อย่างไรก็ดีแม้ว่ามีมี่จะให้ความหวังไว้ว่าถ้าอยู่ในระยะที่ใกล้พอ มีอาอาจจับคลื่นของมังกรของเครนี่ได้ แต่อย่างไรเสียมีมี่ก็ไม่เทไปลงจุดนั้นเสียเท่าไหร่ เพราะอาจเป็นไปได้เช่นกันว่าเครนี่ขี่มังกรไปทำภารกิจหมู่บ้านอื่นโดยแยกกับฟิล อันจะยิ่งทำให้หลงทางไปกันใหญ่
            การเพ่งเป้าไปที่ฟิลโดยตรงดูจะเป็นอะไรที่ชัดเจนแน่นอนกว่ามาก

            ถึงจะเป็นการตัดสินใจที่เหมือนขาดการยั้งคิด แต่มีอาก็ไม่ลังเลใจที่จะเลือกทางนี้ และเธอก็เด็ดเดี่ยวพอที่จะบินออกมาโดยไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้โดยมั่นใจว่าจะสามารถหาฟิลให้พบจนได้

            มีอาบินด้วยความเร็วที่มากขึ้น ภาพป่าเบื้องล่างก็เลื่อนไหลไวมากขึ้นตามความเร็วที่มีอาบิน จนยากที่จะมองรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้อีก
            ซึ่งเมื่อเห็นว่าการมองหาอะไรสักอย่างในความสูงและความเร็วขนาดนี้เป็นเรื่องยากแล้ว มีอาก็ทำตามคำสอนของมีมี่โดยหลับตาลง

            แล้วรวมสติดึงความรู้สึกรับรู้จากปลายเขาทั้งสองมายังสมองและบินตรงไปยังจุดที่สัมผัสได้...


            ...............................................


            ในที่สุดแล้วหนึ่งวันที่แสนระทมทุกข์ระหว่างฟิลกับมีอาก็กำลังจะล่วงผ่านไป
            โรเบิร์ตควบรถม้าออกมาจากหมู่บ้านล่าสุดได้ราวสองชั่วโมงมาอยู่ช่วงป่าโปร่งใกล้เข้าป่าทึบเพื่อไปสู่หมู่บ้านถัดไป

            พอเห็นว่าอาทิตย์ยามเย็นกำลังออกสีส้มทอนความแรงและถูกแทรกมาด้วยความมืดรอบด้านมากขึ้นแล้ว เขาก็เห็นว่าสมควรที่จะพักเสียก่อน
            ซึ่งฟิลก็เห็นด้วยเพราะการเดินทางผ่านป่าทึบช่วงกลางคืนที่มองอะไรไม่เห็นแลดูไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดแต่อย่างใด ประสบการณ์ถูกไล่ล่าโดยหมาป่าเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีที่สุด...

            ความที่ฟิลเป็นเกษตรกรชำนาญเรื่องการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติและโรเบิร์ตเองก็เคยเป็นทหารมาก่อน การจะค้างแรมแถวชายป่าจึงไม่ใช่ปัญหากับทั้งคู่แต่อย่างใด
            ระหว่างที่โรเบิร์ตกำลังตั้งเต๊นท์นอนอย่างง่ายๆนั้น ฟิลก็แบ่งหน้าที่มาก่อกองไฟและเตรียมทำอาหารเย็น

            ไม่นานนักเครนี่ก็ขี่ริริสตามมาทันแล้วก็มาร่วมวงอีกคนหนึ่ง
            "ตกลงพักที่นี่สินะ" เครนี่ให้มังกรพักใกล้ๆ ส่วนตัวเองแยกมาพร้อมถือเต๊นท์ของตนเองมาด้วย
            "พ่อไปพักที่โรงแรมหมู่บ้านข้างหน้าก็ได้นะครับ ผมอยู่ที่นี่ได้" ฟิลพูดขึ้น
            "ไม่เป็นไรหรอก นานๆทีพักแถวป่าก็ดีเหมือนกัน อีกอย่างพ่อมีเรื่องอยากคุยกับลูกเยอะเลย"
            "งั้นเหรอครับ" ฟิลหันมองเครนี่แล้วยิ้มตอบ

            แต่รอยยิ้มนั้นก็ดูไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไรนัก... สีหน้าของฟิลเก็บอาการของคนมีความกังวลได้ไม่อยู่นัก
            เครนี่ที่เคยกระทำแบบฟิลมาก่อนรู้ดีว่าความรู้สึกที่ต้องทิ้งครอบครัวนั้นแย่ แค่ไหน และเขาเองก็ไม่ปรารถนาจะเห็นลูกชายต้องเดินตามเส้นทางเดียวกัน
            แต่ว่าเมื่อเป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองเป็นอย่างดีแล้ว เครนี่ก็ไม่คิดที่จะตำหนิหรือปลอบใจใดๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ฟิลต้องจัดการเอาเอง

            แต่อย่างไรเสียสิ่งหนึ่งที่เครนี่ทำได้ก็คือการแสดงความอบอุ่นประสาพ่อที่ใจดีคนหนึ่ง
            "เฮ้... กินซุปไม่เพิ่มเกลือกับน้ำตาลแล้วมันจะกลมกล่อมได้ยังไง?" เครนี่ที่เสร็จจากการปักเต๊นท์แล้วก็ได้เดินมานั่งตรงข้ามฟิล พลางดูหม้อสนามที่กำลังใช้ในการเคี่ยวซุปอยู่
            "พ่อก็ยังชอบรสจัดเหมือนเดิมนะ" ฟิลยิ้มเล็กๆแซว
            "รสจัดมันทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาดีน่ะ เติมให้หน่อยได้ไหม?"
            "ได้สิครับ ช่วงหลังมานี้ผมเองก็เริ่มติดหวานแล้วเหมือนกัน" ฟิลน้ำตาลมาเติมเพิ่มรสชาติ

            ระหว่างที่กำลังเติมน้ำตาลอยู่นั้นฟิลที่กำลังเหม่อๆอยู่ก็เกิดหลุดปากขึ้นลอย
            "นี่ล่ะ... หวานขนาดนี้มีอากำลังชอบเลย..." เขาคุ้นเคยเพราะมีอาชอบมาดูตอนทำอาหารแล้วตื้อให้ต้องเพิ่มความหวานอยู่เสมอๆ

            พูดเสร็จแล้วฟิลก็เกิดนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังอยู่กลางป่ากับพ่อและโรเบิร์ตเท่านั้น...
            เครนี่ถือโอกาสนี้ขยับตัวเข้าใกล้หม้อแล้วหยิบกระบวยในคนแทนฟิล
            "วันนี้เดินทางมาทั้งวันลูกน่าจะเพลียนะ ไปพักสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวทางนี้พ่อดูให้เอง"
            "นั่นสินะครับ..." ฟิลเองก็ยอมฟังแต่โดยดี

            อากาศช่วงหัวค่ำเย็นลงไปมาก แต่ยังมีแสงให้พอเห็นอะไรลางๆ
            ฟิลหันหลังกลับไปมองยังทิศที่บ้านตั้งอยู่ ในหัวก็พาลนึกถึงอะไรต่อมิอะไรที่เกี่ยวกับมีอาไปหมด เกิดความกังวลว่ามีอาจะยังอยู่ดีกินดีไหม จะร้องไห้จนไม่เป็นอันกินอันนอนหรือไม่ จะยอมไปพักกับลอร่าที่โบสถ์หรือเปล่า...

            สำหรับฟิลแล้วการตัดสินใจ อาจจะกระทำได้ไม่ลำบากนัก แต่การต้องรับผลกระทบทางจิตใจที่จะตามมานั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่า...
            ยิ่งรักและเอ็นดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นห่วงมากเท่านั้น...

            ฟิลมองดูเครนี่และโรเบิร์ตที่เริ่มเตรียมอาหารมื้อเย็นพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

            ที่ผ่านมาตอนอยู่กับมีอานั้น มีหลายครั้งที่ฟิลรู้สึกรำคาญเล็กๆเวลามีอาตามคลอเคลียไม่ยอมห่าง
            แต่ในวันนี้ วันที่ฟิลต้องเป็นอิสระไม่มีใครเดินตาม ไม่มีใครมาคอยถาม ไม่มีใครมาคอยอิงแอบแนบชิดติดตัวแล้ว... ความรู้สึกเหงาๆก็เกิดก่อตัวขึ้นมาเองอย่าน่าฉงน...
            "ไม่ได้สิ... เราต้องเข้มแข็งให้มากกว่านี้ ตัดสินไปแล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้น"

            ฟิลส่ายหน้าตั้งสติและตบแก้มตัวเองเบาๆเรียกความมุ่งมั่นกลับมา
            "เราจะเข้าสงครามด้วยจิตใจแบบนี้ไม่ได้ ถ้าลังเลใจจนเกิดบาดเจ็บขึ้นมาคงไม่มีหน้ากลับไปพบมีอาแน่!" ฟิลแล้วลุกขึ้นยืนหายใจรับอากาศบริสุทธิ์

            ฟิลตั้งสติกลับมาได้ดีและพยายามจะกระทำการต่อไปให้เห็นว่าการตัดสินที่เด็ดเดี่ยวนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ผิด
            แต่ทว่าในเวลานี้ก็ใช่ว่ามีเพียงฟิลเท่านั้นที่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว... และไม่ว่าฟิลจะมีหน้าไปพบกับมีอาหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกเช่นกัน...

            เพราะบัดนี้นี้มีอาก็ได้ตามหาฟิลจนพบแล้ว

            ในระหว่างที่กำลังจะเดินไปรวมกลุ่มกับเครนี่นั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังลากยาวก้องสะเทือนมาจากทางด้านหลัง

            ก๊าซ!!!

            เสียงห้าวของมังกรดังลากยาวสร้างความแตกตื่นในทันตา นกที่กำลังจะเข้ารังถึงกับบินกระเจิงหนีออกมาไปแทบทั้งป่า
            สำหรับเครนี่กับโรเบิร์ตแล้วอาจได้ยินเพียงแค่เสียงของมังกรธรรมดาเท่านั้น ริริสเองก็หันมองสะดุ้งเข้าใจแต่ไม่รู้เรื่องด้วย

            แต่กับฟิลแล้วนอกจากได้ยินแล้วเขาก็ยังเข้าใจและรู้เรื่องด้วยว่า เสียงตะโกนคำรามนั้นมีความหมายว่า
            'เจอตัวแล้ว! พี่จ๋าบ้าที่สุด!!'

            ฟิลถึงกับหันขวับไปทันที แล้วภาพของมังกรสีชมพูที่กำลังบินอยู่ที่ความสูงเหนือยอดไม้ก็ทำเอาเขายืนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกเสียสนิท...

            มังกรวัยเด็กยังคงบินอยู่กลางอากาศด้วยอาการเหนื่อยหอบ หากแต่สายตาคู่นั้นกลับตรงข้าม มันยังแฝงไว้ด้วยพลังและความมุ่งมั่นที่แรงกล้า
            ซึ่งเมื่อบินลงมาในระยะที่ต่ำพอแล้ว มีอาก็เปลี่ยนสัมผัสทางจิตที่เขามาเป็นการมองเห็นด้วยดวงตาแทน...

            มีอาที่น้ำตาคลออยู่จ้องมองฟิลเขม็งจนฟิลเองก็เดาไม่ออกว่ามีอากำลังอยู่ในอารมณ์ตื่นเต้นสุดขีดหรือโกรธสุดขั้วอารมณ์กันแน่...
            "เอ่อ..." ยิ่งเห็นน้ำตามีอาเข้าแล้วฟิลก็ยิ่งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเข้าไปใหญ่

            จนเมื่อรู้สึกว่าจ้องได้มากเกินพอแล้ว มีอาก็ได้บินร่อนมาหาฟิลตรงๆ ทำเอาเขาถึงกับสะดุ้งโหยงตกใจหนัก
            "เฮ้ยๆๆ จะทำอะไรน่ะ...!?"

            มีอาบินต่ำพุ่งเข้าไปยังฟิลทำท่าเหมือนจะโฉบชนเสียให้ได้
            แต่จนกระทั่งอยู่ในระยะห่างกันแค่ไม่กี่ช่วงตัว เธอก็ได้กลายร่างกลับเป็นมนุษย์ในระหว่างที่กำลังบินอยู่ทั้งอย่างนั้น

            ทั้งแสงและลมกระแทกหน้าของฟิลตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา
            แต่ในหนนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะยังมีเพิ่มมาอีกสิ่งหนึ่ง... นั่นก็คือตัวของมีอานั่นเอง...

            ผลั่ก!

            เร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทันมีอาที่พุ่งด้วยแรงเฉื่อยก็กระแทกกับแผ่นอกฟิลแล้วกลิ้งไปหลายตลบบนพื้นหญ้าด้วยกัน
            เป็นการเข้าสวมกอดที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุด แล้วมันก็สะท้อนอารมณ์ของมีอาได้อย่างดีที่สุดเช่นกัน...

            พอฟิลมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนเองกำลังนอนแผ่อยู่บนหญ้านุ่มๆ ขณะที่มีอานั่งคร่อมทับอยู่ที่เอว... และเธอก็กำลังมองหน้าฟิลด้วยดวงตาที่นองไปด้วยน้ำตาและตัวที่สั่นเทิ่มอัดอั้นตันใจ
            "ฮึก... ฮึก... ฮึก...! ฮึก...!!" มีอากัดฟันสะกดความรู้สึกอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก
            "เอ่อ... มีอา..." แต่ฟิลเองก็ไม่ต่างกันนัก เจอเข้าไปแบบนี้อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกเช่นกัน

            แต่ถึงตอนนี้แล้วมีอาก็คงไม่มีคำพูดอื่นใดที่จะบอกความในใจได้ดีที่สุดเท่ากับเสียงแห่งธรรมชาติ
            "แง...!!!" เด็กน้อยปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เกรงใจ

            ความในใจถูกระบายออกมา แม้ก็ไม่ถึงครึ่งจากที่รู้สึกอยู่ แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งขึ้นมาก
            จากนั้นแล้วมีอาก็โน้มตัวมาทางด้านหน้า แล้วใช้มือทั้งสองข้างทุบอกฟิลไปมาหลายรอบ การทุบไม่รุนแรงจนรู้สึกเจ็บแต่ก็เป็นกริยาที่ทำให้ฟิลรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าถูกชกตรงๆเป็นไหนๆ
            "บ้าๆๆๆๆๆ... พี่จ๋าบ้าที่สุด...!" ที่สุดแล้วมีอาก็มีสติพอที่จะพูดในสิ่งที่อยากพูดได้ "ทำไมต้องทิ้งมีอาด้วย...! ไหนบอกว่ารักมีอาไง...!! ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไง... แล้วทำไมทิ้งมีอามาแบบนี้!!?"

            ถึงแม้มีอาจะเข้าใจเรื่องที่มีมี่บอกถึงความรู้สึกของฟิลดี แต่กระนั้นเมื่อเจอหน้าฟิลแล้วมีอาก็อดที่จะบ่นด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียไม่ได้
            "โกรธพี่จ๋าแล้ว...! เกลียดพี่จ๋าที่สุดเลย...!!" มีอาพูดประโยคสุดท้าย ก่อนที่จะทิ้งตัวลงทับฟิล แล้วซุกหน้าลงแนบหน้าอกฟิลพร้อมกับร้องไห้ไม่หยุด
            "ขอโทษนะมีอา..."

            ฟิลทำได้เพียงถอนหายใจสั้นๆ มือขวาของเธอโอบลูบไปที่แถวท้ายทอยของมีอา แล้วลูบไปมาที่ด้านหลังศีรษะปลอบประโลมจิตใจแก่เธอ...


            ...............................................


            พอตกหัวค่ำแก่ๆ จากกลุ่มเดินทางที่มีสามคนก็ได้กลายเป็นสี่อย่างไม่อาจเลี่ยงได้...

            ขณะที่ฟิลก็ยังคงนั่งอยู่ที่ข้างๆกองไฟทานซุปโดยที่มีเครนี่และโรเบิร์ตนั่งอยู่ห่างกันสักเล็กน้อย
            ทางด้านของมีอานั้น... การที่ต้องเพลียจากการบินมาตลอดวัน ครั้นพอเจอฟิลตามที่ต้องการแล้ว เธอก็คลายสมาธิลดความเคลียดไปมา จนในที่สุดก็หลับสนิทบนตักฟิลมาจนถึงตอนนี้...

            การถูกมีอาเกาะติดซ้ำยังหลับไปแล้วยิ่งทำให้ฟิลทำอะไรลำบากนัก เขาจะลุกไปไหนก็ไม่ได้ขยับตัวแรงๆก็ไม่ได้เกรงจะเป็นการปลุกให้มีอาตื่น
            ครั้นจะแยกมีอาให้ไปนอนที่เต๊นท์ มีอาก็ไม่ยอมเสียอีก... ตอนนี้เธอนอนตะแคงเข้าหาฟิล มือซ้ายของเธอดึงแขนเสื้อฟิลจนแทบยืด ส่วนหางก็โค้งมาพันแขนขวาเขาไว้เหมือนโซ่พันธนาการทั้งเป็น...

            ฟิลเองก็ได้แต่ต้องทนรับสภาพเสมือนถูกมีอาลงโทษฐานที่ทิ้งเธอไว้ตามลำพัง
            ยิ่งได้เห็นจดหมายที่มีอากำไว้ตลอดทางจนชุ่มเหงื่อเพื่อเป็นกำลังใจ มันก็ยิ่งทำให้ฟิลพูดอะไรไม่ออก

            มันอาจดูเป็นเรื่องน่าเศร้าปนประทับใจ แต่เครนี่และโรเบิร์ตกลับยังคงขำไม่เลิกทั้งตลกและชอบใจปนเปกันไป เพราะนานจะได้เห็นฟิลเสียรู้เข้าสักที
            "ให้ตายเถอะ... นี่พ่อกับหลวงพ่อรู้กันใช่ไหมครับ?" ฟิลอดที่จะบ่นไม่ได้
            "แน่นอนสิฟิล... ลุงยังไม่เคยบอกสินะว่าที่ผ่านมาเคยมีมังกรซึมเศร้าจนถึงขนาดที่บินตามหาเจ้าของในที่ห่างไกลมากๆได้น่ะ" โรเบิรต์พูดขึ้น
            "ว่ากันว่าต่อให้เจ้านายไปไกลข้ามทวีปมังกรบางตัวที่มีจิตใจแรงกล้าก็ตามไปจนเจอได้นะ ก็ใช้เวลานานหน่อยเพราะต้องใช้ทุกประสาทสังเกตทั้งคลื่นสัมผัส สายตา หรือกระทั่งจมูกดมกลิ่นคงค้าง" เครนี่พูดเสริม "แต่กับมีอาแล้วพ่อคิดว่าน่าทึ่งที่สุดเลยล่ะ... เราเองก็ออกมาไกลจากหมู่บ้านโฮฟเม้นท์เท่นกว่าร้อยกิโลเมตรได้ แต่มีอาก็กลับตามจนเจอภายในวันเดียว... ไม่สิอาจครึ่งวันด้วยซ้ำไป"
            "แล้วก็ไม่บอกกันเลยนะครับ..." ฟิลบ่นงุบงิบไม่พอใจ "ก็เอะใจอยู่แล้วว่าปกติหลวงพ่อโรเบิร์ตจะเป็นตัวตั้งตัวตีที่สนับสนุนให้ผมทำสัญญากับมีอา แล้วก็ยุให้ผมฝึกมีอาจนคล่องแท้ๆ แต่พอผมบอกว่าจะทิ้งมีอาไป หลวงพ่อกลับไม่พูดอะไรสักคำ... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง..."
            "ฮ่ะๆๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองจะได้จดจำได้ดีกว่าไง" โรเบิร์ตหัวเราะชอบใจก่อนที่จะตักซุปทานบ้าง
            "ว่าแต่ว่าทำได้ยังไงกันนะ อุตส่าห์ตามหาผมจนเจอได้เนี่ย..."
            "นี่ล่ะสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่าสายสัมพันธ์ของมังกรกับผู้เป็นนายล่ะ" เครนี่พูดขึ้น
            "มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งนะฟิล แล้วก็ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะ"
            "ก็จริง..."

            ฟิลพยายามตักซุปขึ้นทานโดยฝืนไม่ให้หกเพราะหางของมีอาที่รัดอยู่มักจะกระตุกหน่วงกลับเป็นระยะๆที่แขนของเขาขยับ
            "อุตส่าห์ทนใจแข็งทิ้งเอาไว้... สุดท้ายก็ต้องพาไปด้วยจนได้สิน่า..." ฟิลบ่นขึ้นหลังจากที่ทานไปได้อีกช้อนด้วยความเหนื่อยยาก
            "จะเป็นไรไปล่ะ ถ้าเทียบกับว่าไม่เจอหน้าแล้วเป็นกังวล สู้พาไปด้วยกันไปเลยจะไม่ดีกว่าเหรอ?" เครนี่อ่านใจฟิลออก "ที่พ่อบอกให้ลูกสัญญาไว้ก็ใช่ว่าจะเพื่อผูกมัดลูกกับมีอาอย่างเดียวหรอกนะ แต่พ่ออยากให้ลูกรู้กับตัวเองด้วยว่า มังกรก็คือมังกรน่ะ โดยเฉพาะมังกรที่ทำสัญญาแล้ว ซ้ำยังรักเจ้านายมากขนาดนี้ล่ะก็... พาไปด้วยน่าจะเป็นประโยชน์แล้วเป็นผลดีกับทั้งลูกแล้วก็ทั้งมีอามากกว่านะ"
            "แต่ว่า..."
            "แล้วก็อีกอย่างถึงพ่อรับปากว่าจะให้ลูกอยู่สังกัดอัศวินมังกร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ลูกไปรบด้วยที่แนวหน้าหรอกนะ"
            "อ้าว... ยังไงนะครับ...?"
            " ในการศึกน่ะการป้องกันแนวหลังก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กันนะ โดยเฉพาะจุดที่ใช้รักษาผู้บาดเจ็บ พ่อจะให้ลูกไปช่วยโรเบิร์ตที่นั่น ถ้าเป็นตรงนั้นมีมีอาไปด้วยก็ไม่มีปัญหาใช่ไหมล่ะ?"
            "นั่นสิ มีมังกรที่รู้ความไปช่วยคุ้มกันก็ยิ่งอุ่นใจนะ" โรเบิร์ตได้ทีสนับสนุน
            "อืม... มันก็..." ฟิลเริ่มคล้อยตาม "ถ้าเป็นแนวหลัง... มีอาก็คงอยู่ได้ล่ะมั้งนะ... เธอเองก็ช่วยงานรักษาผมมาบ้างเหมือนกัน แล้วก็ทำได้ดีเสียด้วยสิ"
            "อาจดูน่าเป็นห่วงที่ต้องพาเด็กแปดขวบไปร่วมศึกด้วย แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งมีอาก็เป็นมังกรแปดขวบที่แข็งแกร่งไม่แพ้มังกรศึกทั่วไป ซ้ำยังใช้บลูเฟลมได้ พ่อว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับลูกนะ" เครนี่ให้ความเห็นประกอบแทรกข้อคิด "แก้ปัญหาเฉพาะหน้ามันง่ายกว่า ตามล้างตามเช็ดกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ ลูกไม่คิดแบบนั้นหรือไง?"
            "ก็จริงของพ่อนะ..."

            ฟิลถอนหายใจลากยาวยอมรับความจริง
            "เอ... พ่อครับ... มีอาตามมาแบบนี้แล้ว กำหนดการที่จะไปฟาร์มมังกรเพื่อทดสอบเรื่องการทำสัญญาซ้อนล่ะครับ จะเอาไงต่อดี?" เขาถามต่อ
            "ก็ตามกำหนดการเดิมน่ะ ยังไงซะพ่อกับโรเบิร์ตก็มีธุระที่นั่นอยู่แล้วด้วย ลูกก็ไปด้วยกันนั่นแหล่ะ จะได้รู้จักสถานที่แล้วก็ถือโอกาสทดลองซะเลย"
            "อืม..."
            "ถึงตรงนี้แล้วคงไม่มีปัญหาเรื่องมังกรแล้วใช่ไหมล่ะ แบบว่าไม่ได้เกลียดชังอะไรอีกแล้วน่ะ?"
            "ถ้าเรื่องมังกรล่ะก็ผมปล่อยวางไปบ้างแล้วครับ..." ฟิลเผยความใมใจ "ผมอาจไม่เกลียดก็จริง แต่ว่าบางครั้งเห็นแล้วก็รู้สึกเศร้าๆเหมือนกันนะครับ..."
            "คิดว่าจะมีปัญหาไหม อย่าลืมนะว่าถ้าใจลูกไม่พร้อมจริงแล้วล่ะก็ การทำสัญญาล้มเหลวตั้งแต่เริ่มเลยนะ" เครนี่เน้น
            "ผมเข้าใจครับ แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก" ฟิลยืนยัน

            ฟิลยกช้อนขึ้นมาหมายจะซดน้ำซุปต่อ แต่ในหนนี้มีอากระตุกหางแรงขึ้นทำเอาซุปในช้อนกระเด็นหกจนหมดเสียก่อน...
            "เอ้อ... จะว่าไปแล้ว... ปัญหาคงอยู่ที่ยายตัวแสบนี่มากกว่า" ฟิลก้มมองมีอา "ปากบอกชอบมังกรก็จริงอยู่ แต่เธอก็เคยหึงผมเวลามีมังกรมาคลอเคลียมาแล้วนะ"
            "ฮ่ะๆ เรื่องปกติน่ะ ก็มีอารักลูกที่สุดนี่นา" เครนี่ยิ้มชอบใจ "แต่ว่ามีอาก็คงมีความคิดของเธอเหมือนกันล่ะนะ ไว้มีอาตื่นแล้วก็ลองคุยดีๆสิ"
            "จะยอมคุยดีๆหรือเปล่าเถอะ... ตะกี้ยังเกลียดผมอยู่เลย" ฟิลถอนหายใจระอา
            "ก็พูดไปงั้นล่ะ ดูการกระทำตอนนี้ก็รู้แล้ว" เครนี่มองดูมีอาที่ยังกอดฟิลไม่คลาย "อีกอย่างนะลูกกับมีอาผูกพันธ์กันด้วยสายสัมพันธ์แล้ว ไม่มีทางที่มีอาจะไม่เชื่อฟังลูกได้หรอก"
            "สายสัมพันธ์งั้นเหรอ..." ฟิลก้มมองมือตัวเองที่อยู่ใกล้อกมีอา เห็นถึงสัญลักษณ์คู่มังกรที่ประทับแน่น
            "จริงๆแล้วถ้ามีอาดื้อมากล่ะก็... ลูกไม่ลองใช้สิทธิ์ผู้ใช้มังกรดูล่ะ" เครนี่แกล้งแนะนำ "ออกคำสั่งไปเลยก็ได้นี่นา รับรองไม่ว่าจะเห็นแย้งยังไงมีอาก็ต้องยอมทำตามแน่ๆ"
            "ไม่ล่ะครับ มีอาไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะครับ ผมจะไม่บังคับเธอเด็ดขาด"
            "แต่ว่าบางครั้งพ่อแม่เองก็ต้องบังคับลูกเหมือนกันนะ จำไม่ได้เหรอสมัยเด็กลูกดื้อจนถูกพ่อตีมากี่ครั้ง"
            "มันต่างกันน่าครับ... เอาเป็นว่าถามความสมัครใจมีอาก่อนละกัน ถ้าเธอยอมผมก็จะลอง ถ้าไม่ยอมก็ไม่เท่านั้นแหล่ะ"
            "ไม่ใช่ว่าเอามีอาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทดสอบนะฟิล" โรเบิร์ตแกล้งแแหย่
            "ไม่หรอกครับ"

            ฟิลตัดบทแล้วหันกลับมาดูชามซุปในมือหมายจะกินต่อ
            ทว่าคราวนี้พอกำลังจะควานช้อนลงไปในถ้วย มีอาก็เผลอตอบสนองด้วยการชักแขนกลับกระชากแขนเสื้อฟิลอย่างแรง ผลจึงทำให้ถ้วยซุปหลุดมือฟิลร่วงไปหกข้างตัวแทน...
            "เอ้า... อะไรอีกล่ะเนี่ย... ไม่ต้องกินกันแล้ว!?" ฟิลหันมองแล้วบ่นขึ้น
            "เกลียดพี่จ๋าที่สุดเลย..." มีอาเองก็ละเมอตามเหมือนสนองกับเสียงของฟิล "คอยดูนะพี่จ๋า... มีอาไม่ยอมให้พี่จ๋าทิ้งอีกแล้ว...!"
            "ตกลงว่านี่เธอไม่ได้แกล้งหลับใช่ไหมเนี่ย...?" ได้ยินเข้าแล้วฟิลก็ต้องถอนหายใจซ้ำอีกรอบด้วยความรู้สึกหน่ายใจ "แล้วจะชอบหรือจะเกลียดก็เอาสักอย่างได้ไหม... หืม...?"
            "ฮ่ะๆๆ" เครนี่กับโรเบิร์ตหัวเราะชอบใจขึ้นพร้อมกัน

            ความจริงใจที่น่ารักของมีอาเป็นที่เอ็นดูของทั้งเครนี่และโรเบิร์ตมาก
            "เป็นกรณีศึกษาที่ดีนะว่ามังกรนั้นรักเจ้านายแค่ไหนน่ะ?" โรเบิร์ตพูดขึ้น
            "สายสัมพันธ์นี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็น่าประทับใจนะ" เครนี่เห็นชอบ
            "ปกติแล้วผู้ใช้มังกรควรจะเป็นคนผูกมัดมังกรนี่นา แล้วไหงกลายเป็นผมที่ถูกมังกรผูกมัดเสียเองเล่า" ฟิลวางช้อนลงเลิกคิดที่จะทานอะไรต่อโดยที่มีมีอาเกาะติดอยู่
            "มาสำนึกตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะลูกเอ้ย... ลองมาไกลขนาดนี้ยังตามมาถูกล่ะก็ รับรองเลยว่าชาตินี้ไม่มีทางหนีมีอาพ้นแน่ๆ"
            "นั่นสินะครับ... รู้ซึ้งเลยจริงๆ"

            อาจเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะต้องพามีอาไปร่วมศึกด้วยแม้ว่าจะในฐานะมังกรก็ตาม...
            แต่ถึงตอนนี้ฟิลคิดว่ายอมเสียแต่เนิ่นๆน่าจะดีกว่าปล่อยให้มีอาตามไปภายหลัง...
            "ให้ตายสิ... นับวันยิ่งน่ากลัวจริงๆ แทนที่จะประทับใจแต่ผมกลับรู้สึกกลัวสายสัมพันธ์อะไรนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วนะเนี่ย..." ฟิลอดบ่นเสียไม่ได้ แต่กระนั้นก็ไม่วายที่จะลูบศีรษะมีอาด้วยความเอ็นดู

-----------------------------
Free talk - ที่จริงแล้วผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามีมี่จะมีบทได้เยอะแยะอะไรมากมาย ตอนแรกก็แค่วางให้เป็นตัวละครที่มีแค่บทลอย บรรยายแล้วก็หายไป แต่พอได้มีรายละเอียดแล้วมีบทพูดให้เธอแล้ว มาถึงตอนนี้มีมี่ก็สำคัญกว่าที่คิดเสียอีกแฮะ เธอกลายเป็นตัวแปรในหลายๆเรื่องเลยครับ เป็นคนเชื่อมข้อมูลมังกรจากอีวาสู่ฟิล แล้วก็เป็นคนปรับใจให้ทั้งฟิลกับมีอาไปพร้อมๆกัน แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณกับมีอามากกว่านะ tongue
เหมือนจะดราม่าแต่ก็จบแบบแฮปปี้ล่ะนะงานนี้ ชักดูไม่ออกแล้วว่าใครเป็นนายใครเป็นคนใช้กันแน่เหมือนกันแฮะ แต่ก็อย่างที่เครนี่ว่าล่ะครับ ชาตินี้อย่าหวังว่าจะหนีมีอาไปได้เลยฟิลเอ้ย grin

ปล. ตอนแรกก็ตั้งใจจะปั่น RO สงสิ้นปี แต่ก็ไม่มีเวลาพอแฮะครับ ก็ฉลองปีใหม่ด้วยฟิคมังกรน้อยไปด้วยกันเลยละกันครับ
ท้ายที่สุดนี้ก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขสมหวังโชคดีปลอยภัยแข็งแรงตลอดปีตลอดไปนะครับ

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 00:01:13 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

มังกรตามหาเจ้าของ....

ซึ้งดีนะตอนนี้ แต่ให้ความรู้สึกแลสซี่เพื่อนรักไปหน่อย มันไม่เหมือนอารมณ์น้องตามหาพี่เลยพอเน้นไปว่าเป็นมังกรเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 01 ม.ค.54 เวลา 01:46:27 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

ก็เน้นไปที่อารมณ์มังกรนั่นล่ะครับ smile

ตอนนี้ธีมมันอยู่ที่ว่ามีอาเป็นทั้งมังกรและน้องสาวไปพร้อมๆกัน
โดยรวมแล้วไม่ว่าร่างไหนก็รักฟิลทั้งคู่ แต่ว่ามันจะต่างกันที่มุมมองครับ ถ้าร่างมนุษย์ก็ชอบอ้อนประสาน้องสาวคนหนึ่งๆ แต่ถ้าเป็นมังกรก็จะรักประสาสัตว์เลี้ยงที่มีต่อนายไปเลย

ตอนนี้เธอยังเด็กน่ะครับ แล้วก็ความทรงจำถูกสะกดเลยแยกไม่ออกว่ารักในรูปแบบไหน แต่ถ้าเอากันจริงๆแล้วถ้าเธออยู่ร่างมังกร การแสดงความรักจะออกตรงไปตรงมาแล้วก็ห่ามๆกล้าได้กล้าเสียแบบการบินมาตามหานี่แหล่ะครับ

ปล. เดี๋ยวตอนหน้าจะเห็นเธอหึงในแบบมังกรอีกครับ tongue

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 04 ม.ค.54 เวลา 10:00:36 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ