Jammaster X
ซาตานครอส

Touhou Fanfic - ลำนำแห่งความทรงจำ [ บทที่ 6 ทางเลือกกับโชคชะตา ]

มีคำกล่าวกันว่าเมื่อยามที่พระจันทร์ปรากฏเหล่ากระต่ายก็จะออกมาชมความงดงามสีเหลืองนวลอันน่าหลงใหลหาใดเปรียบ หากแต่มิใช่กระต่ายดวงจันทร์ในร่างหญิงสาวที่กำลังโหยหาความช่วยเหลือตนนี้....

ร่างกายของหล่อนเหนื่อยล้า.....

เสื้อผ้าอันบอบบางของหล่อนก็ขาดวิ่น....

บาดแผลหลายแห่งยังคงมีเลือดสีแดงสดไหลรินอยู่.....

ในอ้อมกอดของกระต่ายจากดวงจันทร์กลับเป็นกระต่ายโลกในร่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ดูเหมือนจะหลับใหลไม่ได้สติ จะมีก็แต่เพียงเสียงลมหายใจรวยรินเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่ และคงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้อุด้งเกะดั้นด้นมาได้จนถึงหน้าหมู่บ้านใกล้ๆป่าเวทมนตร์นี่

สติของอุด้งเกะกำลังเลื่อนลอยขึ้นเรื่อยๆ ตาของหล่อนกำลังพร่ามัวจากการบาดเจ็บและเสียเลือดจนไม่อาจมองออกได้ว่าเบื้องหน้าของตนนั้นเป็นใคร ? มนุษย์หรือว่าโยวไค ?
สิ่งเดียวที่หล่อนทำได้คือพูดออกมา

“ ได้โปรด.... ชั้นจะเป็นอย่างไรก็ได้....ขอเพียงแค่.......ช่วยเทวิ......ช่วยเทวิด้วย......!!!! ” สิ้นคำสติของอุด้งเกะก็ดับวูบลง.....

ทว่าร่างของอุด้งเกะและเทวิกลับมิได้ล้มลงฟาดพื้นแต่อย่างใด หากแต่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสายลมที่อ่อนโยนยิ่งนักผิดกับท่าทางที่เหมือนจะโมโหเสียให้ได้ของเทนกุผู้มีทรงผมทวินเทลตรงหน้า

“ ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้เราก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้วเดี๋ยวสำนักพิมพ์บุนบุนมารูก็ได้ข่าวไปก่อนพอดี ........”

แม้จะบ่นอย่างไรก็ตามแต่สุดท้ายแล้ว เทงกุสาวนามฮาตาเตะก็ตกลงใจที่จะช่วยเหลือกระต่ายทั้งสองอยู่ดีเธอเพียงแต่อดไม่ได้ที่จะแสดงอาการไม่พอใจต่อเหตุการณ์ตรงหน้าเท่านั้นเอง

“ รู้ไว้ด้วยนะว่าชั้นน่ะไม่ได้อยากช่วยหรอกแต่มันเป็นโอกาสที่จะติดหนี้บุญคุณกับชั้นไว้ใหญ่หลวงเลยละ ” ฮาทาเตะบ่น

ไม่ทันขาดคำเงาสีดำที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าก็เคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายของมันอย่างรวดเร็ว ไอเท็มวิเศษสี่อย่างเปล่งประกายขึ้นก่อนที่กระสุนดันมาคุจะถูดสาดเข้าหาเป้าหมายทั้งสามอย่างไร้ปราณี !!!

กำแพงลมอันแข็งแกร่งถูกสร้างขึ้นในพริบตาก่อนที่ห่ากระสุนจะเข้ามาในระยะ แต่ทว่าพลังทำลายของสมบัติวิเศษทั้งสี่เองก็ใช่น้อยแรงสั่นสะเทือนที่ทะลุกำแพงลมทำเอาฮาทาเตะถึงกับพยุงตัวไว้ไม่อยู่ และเมื่อกระสุนชุดที่สองถูกซัดออกมากำแพงลมที่ขวางกั้นก็เป็นอันระเบิดออก ส่งผลให้ทั้งฮาทาเตะและกระต่ายทั้งสองปลิวไปตามแรงลมอย่างไร้การป้องกันตัว

ฮาทาเตะพยายามสร้างกระแสลมใหม่เพื่อมิให้อุด้งเกะและเทวิบาดเจ็บไปมากกว่านี้ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเธอจึงไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ร่างที่บอบบางกระแทกลงกับพื้นอย่างจังจนเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว

“ เจ็บจังเลย.... เจ้านั่นมันเล่นแรงจริงๆ แถมมีตัวถ่วงแบบนี้ชั้นจะทำยังไงดีเนี่ย ? ” ฮาทาเตะบ่น

ทันใดนั้นเองเปลวไฟลูกหมึมาก็พุ่งเข้าใส่เงาสีดำที่ตามเข้ามาอย่างแม่นยำ !
เบื้องหน้าของนักข่าวสาวบัดนี้กลับมีมนุษย์ผู้มีพลังของนกฟินิกซ์ขวางอยู่ระหว่างเธอกับผู้ล่า

“ ปากบ่นแต่สายตาก็ยังเหลือบไปมองเจ้าพวกนั้นอยู่ตลอดเวลาเลยนี่ คุณนักข่าวหมายเลขสอง ! ” โมโคว์พูดติดตลก

“ ใครเป็นหมายเลขสองกัน ! ชั้นต่างหากที่เป็นที่หนึ่ง ! ” ฮาทาเตะสวนขึ้น

“ แหมๆ เรื่องแค่นี้อย่าเพิ่งเถียงกันเลยค่ะ มาช่วยชั้นพาคุณอุด้งเกะกับคุณเทวิออกไปจากบริเวณนี้ก่อนเถอะค่ะ ”

ลูกครึ่งฮาคุตาคุอย่างเคย์เนะเข้ามาตัดบทก่อนที่โมโคว์จะเปลี่ยนมารำคาญฮาตาเตะแทน หากแต่ว่าทั้งเงาดำและโมโคว์ต่างก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้สายลมที่ร้อนแรงจะพัดผ่านอย่างเกรี้ยวกราดราวกับเสียงโห่ร้องก่อนสงคราม

ทั้งสองหยุดนิ่งไม่ไหวติง.....

“ นี่เคย์เนะ เธอรู้จักไอ้ตัวที่มันลอยอยู่นั่นรึเปล่า ? ” โมโควเปิดจังหวะถามขึ้น พลางจ้องไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

“ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ชั้นไม่อาจรู้ได้ละนะ ทำไมเหรอ ? ” เคย์เนะถามกลับด้วยความเยือกเย็น

“ เอาว่าชั้นเกิดอยากกระทืบเจ้านี่จนแทบจะทนไม่ไหวแล้วละ รีบๆพาพวกนี้ไปไกลๆทีนะก่อนที่ชั้นจะอาละวาด ! ”

โมโควกัดฟันกรอดๆราวกับอดกลั้นไว้ ในใจของเธอคุ้มคลั่งยิ่งว่าเปลวเพลิงที่โลมเลียรอบตัวยิ่งนัก

“ เข้าใจแล้ว ! มาเถอะค่ะคุณฮาทาเตะ ” เคย์เนะแกะม้วนกระดาษออกหลายม้วนก่อนที่ตัวอักษรด้านในจะลอยออกมาวนล้อมรอบตัวราวกับอาณาเขตป้องกันภัยที่ค่อยๆยกเอาเคย์เนะ ฮาตาเตะ อุด้งเกะและเทวิลอยออกจากสมรภูมิอย่างว่องไว

เป็นที่น่าแปลกนักที่เงาปริศนาจะหยุดตรงหน้าโมโคว์โดยไม่สนใจเหยื่ออื่นๆ รวมทั้งโมโคว์ที่ออกจะเยือกเย็นก็กลับกลายเป็นเดือดพล่านอย่างไม่รู้สาเหตุ และเมื่อพวกเคย์เนะพ้นระยะของการดันมาคุพญาฟินิกซ์และเงาสีดำก็พุ่งเขาห้ำหั่นกันแทบจะทันที !

ประกายแสงสี่ดวงรอบตัวเงาทมิฬปลดปล่อยกระสุนมาคุจำนวนมหาศาลเข้ามาโมโคว์อย่างต่อเนื่อง ทว่าเพียงปีกเปลวเพลิงที่กางออกเพียงสยายออกเท่านั้นห่ากระสุนก็แหวกออกราวกับทะเลถูกแบ่งแยก

“ ทำได้แค่นี้เองเหรอ ? ” โมโคว์กลับไม่สนใจกระสุนประปรายแต่แรกแล้ว เลือดในกายที่เดือดพล่านบ่งบอกให้เธอพุ่งเข้าฉีกศัตรูตรงหน้าเป็นชิ้นๆ ! เงาทมิฬเองก็เหมือนจะเข้าใจจึงพุ่งเข้าใส่อย่างเต็มที่เช่นกัน

โมโคว์เป็นฝ่ายกระดอนลงพื้น ก่อนที่แรงกดมหาศาลจะทับโถมเข้าหาเธออีกครั้งจนทำให้ถึงกับกระอักเลือดเลยทีเดียว

“ หนอย ! ” ทว่าเธอไม่ยอมแพ้ พลังของพญาฟินิกซ์ตอบกลับแรงกดด้วยความโกรธาที่เหนือกว่า
เสาเพลิงพุ่งขึ้นมาจากผืนดินหลายต้นวิ่งเข้าหาเงาทมิฬอย่างแม่นยำ และชั่วอึดใจต่อมาเสียงระเบิดก็ดังลั่นไปทั่ว

และเมื่อควันจางลงได้เพียงเล็กน้อยโมโควก็พบว่าเงาทมิฬนั้นได้แหว่งออกหลายส่วนและตรงกลางของมันก็เหมือนจะเห็นเงาของคนอยู่ ....แต่หาใช่สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความลังเลไม่ เพียงเห็นเงารางๆนั้นเองโมโคว์ก็ได้พุ่งเข้าใส่ด้วยกำลังทั้งหมดโดยไม่สนถึงกระสุนดันมาคุที่ยิงใส่อย่างบ้าคลั่ง

โมโควกอดเงาทมิฬเอาไว้แน่นเฉกเช่นเดียวกับเงาทมิฬที่กำลังเหมือนจะพาดไปตามตัวของเธอ...

“ เอาแบบนั้นก็ได้นะ ! ”

ร่างของโมโควเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงสว่างจ้าก่อนที่จะระเบิดออกเป็นก้อนเพลิงขนาดมหึมา........


.......................................................................................................


ณ ป่าเวทย์มนต์ใกล้กับบ้านของมาริสะนั้นเอง ศึกอีกด้านก็กำลังคุกรุ่นไม่แพ้กัน

ประกายแสงเจ็ดสีจากปีกของแวมไพร์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างส่องแสงระยิบระยับอย่างงดงาม ฟรินดอลกำลังไล่ต้อนเงาทมิฬในรูปของเรมุอย่างกระชั้นชิดโดยมีผู้ชมคือมาริสะที่มองอย่างไม่เชื่อสายตาเท่าใดนัก.....

“ นั่นมันฟรันจริงๆเหรอ .... ” มาริสะบ่นกับตัวเอง

มิโกะสีเทาที่เหมือนกับเรมุอย่างกับแกะเพิ่งเอาชนะเธอไปหมาดๆ ทำลายความมั่นใจของมาริสะหมดสิ้นแต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่ากับเป็นใบหน้าที่ไม่รู้สึกรู้สานั่น เธอพร่ำปฏิเสธกับตัวเองว่านั่นไม่ใช่เรมุ แต่ทว่าตอนนี้คนที่สู้อยู่ก็เหมือนกับไม่ใช่ฟรันดอล สกาเล็ตเช่นเดียวกัน....

หอกสีแดงฟากเข้าให้ที่สีข้างของมิโกะสีเทา ส่งผลให้ร่างนั้นลอยละลิ่วลงสู่พื้นก่อนที่กระสุนแสงเจ็ดสีจะถล่มตามไปอีกหลายชุดโดยไม่มีคำว่ายั้งมือ......

“ หยุด........ชั้นบอกให้หยุด !!! ” มาริสะตะโกนขึ้นทำให้ฟรันดอลถึงกับหยุดการโจมตีแล้วหันไปมองด้วยสายตาที่เหมือนกับจะยั่วให้โกรธ

“ อาระ..อาระ ? นี่คงไม่ได้สงสารเจ้าเงาทมิฬนั่นหรอกนะ มาริสะ ”

“ คิดจะทำอะไร ? หยุดชั้นอย่างงั้นเหรอ ? ” ฟรันดอลยังคงพูดต่อพร้อมๆกับบินเข้าหามาริสะแทน

ไม่ทันที่มาริสะจะโต้ตอบไม้ปัดรังควาญก็ถูกแทงทะลุท้องของฟรันดอลจากด้านหลัง

“ ร.......เรมุ ..... ” มาริสะพยายามเปล่งเสียง ทว่าตอนนี้ในคอของเธอมันกลับจุกไปหมด

“ หึ... ”

ฟรันดอลหัวเราะขึ้นก่อนที่เธอจะกลายเป็นค้างคาวหลายๆตัวบินกระจายออกไปส่วนมิโกะสีเทากระโจนขึ้นฟ้าราวกับว่ามาริสะตรงหน้าไม่มีตัวตนอยู่แม้แต่น้อย ... มันไม่แม้แต่จะมองมาริสะด้วยซ้ำ ! และนั่นเองทำให้มาริสะถึงกับทรุด....

“ ทำไม....... ”

ค้างคาวสีแดงนับร้อยกลับมารวมกันเป็นฟรันดอลอีกครั้งพร้อมหอกกุงเนอร์ในมือ ดวงตาสีแดงก่ำบ่งบอกว่าเธอกำลังจะเอาจริงมากกว่าที่ผ่านๆมาและมันก็เป็นเช่นนั้น !

ฟรันดอลเข้าจู่โจมด้วยความเร็วสูงที่มิโกะสีเทาไม่สามารถตามทันแม้แต่น้อย เพียงชั่วอึดใจรอยแผลจากการถูกหอกสีแดงฟากฟันเริ่มปรากฏขึ้นตามร่างของผู้ถูกเล่นงาน มิโกะสีเทาพยายามเสกยันต์ขึ้นมาเพื่อรับการจู่โจมทว่าก่อนที่ยันต์จะสำแดงฤทธิ์นั้นเองมันก็ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียก่อน

ในเวลาไม่นานนักที่เรมุในร่างสีเทาจะเสียท่า หล่อนร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างจังด้วยแรงฟาดของฟรันดอลหากแต่สีหน้ากลับไม่แสดงความเจ็บปวดใดๆทั้งนั้น มิโกะสีเทาลุกขึ้นมาอย่างช้าๆและมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย

“ เสร็จชั้นล่ะ ! ” ฟรันดอลเอ่ยขึ้นพร้อมกับทะยานใส่จากมุมอับด้านหลังโดยที่เรมุในร่างสีเทาไม่อาจมอง
เห็นได้

นั่นเองที่มาริสะตะโกนขึ้นอีกครั้ง

“ เรมุ ! ข้างหลัง ! ”

กระแสปราณจากพื้นดินและอากาศรอบๆถูกดึงเข้าหามิโกะสีเทาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะลงไปรวมอยู่ที่เท้าข้างขวาของหล่อนในเวลาไม่กี่วินาที และแล้วฟรันดอลก็พุ่งเข้ามาหมายเผด็จศึก !

เรมุในร่างสีเทาสะบัดเท้าเตะกลับหลังจังหวะเดียวกับที่ฟรันดอลพุ่งเข้าหาอย่างทันควัน กระแสพลังทั้งหมดจากเท้าขวาของมิโกะสีเทาถูกเข้าอัดเข้าใส่ฟรันดอลอย่างเต็มกำลังจนเกิดเป็นประกายแสงขึ้น แต่แล้วประกายแสงสีแดงก็แยกออกเป็นสี่ทิศก่อนที่ประกายแสงแต่ละเส้นจะรวมตัวกันเป็นฟรันดอลทั้งหมดสี่ตน มิโกะสีเทาไม่รอช้าในโอกาสที่มาถึงพลางกวัดแกว่งมือรร่ายเวทย์จู่โจมแต่ว่าช้าไป.....

ฟรันดอลทั้งสี่ร่ายเวทย์ในมือเสร็จแล้ว !

“ ควอต้าล็อค ! ” สี่เสียงดังขึ้นพร้อมกันก่อนที่กระแสเวทย์ทั้งสี่จะเชื่อมต่อ

มิโกะสีเทาถูกพลังตรึงไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ จึงได้แต่ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อให้หลุดจากผนึก ส่วนฟรันดอลทั่งสี่ก็เรียกเอาหอกประจำตัวของแต่ละตน ขึ้นมาพร้อมกับปาใส่เข้าหามิโกะสีเทาอย่างรวดเร็ว

“ เลวาทีน ! ”

“ กุงเนอร์ ! ”

“ ลองกินุส ! ”

“ เก บล็อก ! ”

แสงสว่างจ้าขึ้นแทบจะทันทีที่อาวุธพุ่งเข้าสู่เป้าหมายพร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้น และเมื่อแสงจางลงผู้ที่ถูกหอกเสียบอยู่กลับมิใช่มิโกะสีเทาที่ถูกตรึงอยู่แต่แรกกลับแต่เป็นเงาทมิฬตนอื่นแทนที่พร้อมๆกับรอยแยกของมิติที่กำลังปิดตัว

“ ยูคาริ ! ” มาริสะพูดขึ้น

“ ชิ... มีคนมาขัดจังหวะซะได้ ” ฟรันดอลที่กลับมารวมเป็นร่างเดียวบ่นขึ้นอย่างเสียไม่ได้พลางกำมือขึ้น หอกที่เสียบอยู่กับเงาทมิฬก็เปล่งพลังขึ้นอีกครั้ง นั่นเองเสียงโหยหวนของยูคาริร่างเงาร้องขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะสลายเป็นอากาศธาตุไป

ฟรันดอลค่อยๆบินลงมาหามาริสะอีกครั้งและครั้งนี้เธอก็ได้กระชากคอเสื้อของมาริสะที่ทรุดอยู่กับขึ้นให้ลอยขึ้นมาทั้งตัว

“ อยากเห็นชั้นแพ้มากขนาดนั้นเลยเหรอ ? ” ฟรันดอลเหน็บแหนมด้วยเสียงอันเย็นยะเยือกพลางสร้างบอลพลังในอีกมือเอาไว้หมายซัดมาริสะในระยะประชิด

“ ช่วย ....... ” เสียงเบาๆเล็ดลอดออกมาจากปากของมาริสะ

“ หาาาา ? อย่าบอกนะว่าจะมาร้องขอความช่วยเหลือน่ะ ! ” ฟรันยังคงล้อเลียนมาริสะต่อ

“ ช่วยเปลี่ยนชะตากรรมของชั้นให้ทีสิ ........ ” มาริสะพูดพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า......

กระสุนพลังในมือของฟรันค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆ ก่อนที่เธอจะกระซิบข้างหูของมาริสะว่า

“ ขอปฏิเสธ............ ”


.......................................................................................................


อีกด้านของเกนโซเคียว

ซานาเอะกำลังลืมตาขึ้นอย่างช้าๆพลางเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้าง สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้คือการที่ถูกลูกบอลหยินหยางสีดำ-ขาว กระแทกเข้าอย่างจังจนสติของตนได้ขาดหายไป และเมื่อกวาดตามองดูรอบๆอย่างละเอียดก็พบว่าตนเองมาอยู่ที่กลางลานของศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ถึงแม้จะแตกต่างจากศาลเจ้าโมริยะหรือว่าฮาคุเรย์ไปพอสมควรแต่ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าอยู่ดี

ซานาเอะไม่เคยรู้ว่าเกนโซเคียวมีสถานที่แบบนี้......

“ ตื่นแล้วเหรอคุณมิโกะฝึกหัด ….. ” เสียงเรียกที่ยียวนของยูกะดังขึ้น

“ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ? แล้วที่นี่คือที่ไหน ? ” ซานาเอะถามขึ้น

“ ชั้นพาเธอหนีจากเงาพวกนั้นมานะสิ ! ส่วนที่นี่น่ะเหรอศาลเจ้าแห่งแรกของเกนโซเคียวละมั้ง ? ” ยูกะตอบ

นั่นเองทำให้ซานาเอะครุ่นคิดอีกครั้ง...หลายสิ่งเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่เธอจะตามทันมิหนำซ้ำเสียงบางอย่างในใจของมิโกะฝึกหัดกำลังร้องเตือนอย่างไม่หยุดหย่อน....

ยูกะเข้าใจในความหมายของนัยน์ตาคู่นั้นของซานาเอะได้เป็นอย่างดีก่อนที่จะยิ้มที่มุมปากอย่างช้าๆ.....

“ จะสำรวจรอบๆก่อนก็ได้นะ ! ” โยวไคดอกไม้พูดขึ้น

“ มีแผนอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่าค่ะ ชั้นรู้ว่าคุณกำลังเร่งรีบแต่การที่จะหว่านล้อมชั้นแบบนี้เนี่ยไม่เข้าท่าเลย
นะคะ ” ซานาเอะตัดบท

“ ไม่นานนักหรอกที่เจ้านั่นจะตามมาทัน ในระหว่างนี้หากเธอปลดปล่อยพลังที่เคยสถิตอยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้แล้วละก็ อาจจะมีหวังก็ได้นะ ” ยูกะอธิบายเพียงถึงสิ่งที่จะต้องทำอย่างคร่าวๆ

ซานาเอะใช้เวลาไม่นานนักในการจับสัมผัสของพลังดังกล่าวได้.....

แต่ทว่าเสียงร้องเตือนในใจของเธอยังไม่หยุด บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่เธอคิดไปเอง แต่ทว่า.....

“ ดอกไม้จะนำทางเธอเอง.... ”

คำพูดเมื่อครั้งก่อนของยูกะดังขึ้นในหัวของซานาเอะประกอบกับความรู้สึกถึงพลังที่เก็บซ่อนอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ทำให้มิโกะฝึกหัดรู้สึกกังวลมากขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้นเองเสียงสั่นสะเทือนก็ดังขึ้นไปทั่ว !

“ ซานาเอะ ! ” เสียงของยูกะดังขึ้นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงระเบิดจากกระสุนดันมาคุ

“ ใจเย็นๆสิ ซานาเอะ ใจเย็นๆ ” ซานาเอะพูดกับตนเองทั้งๆที่เธอเองก็รู้สึกสับสนแต่แล้วเธอก็สังเกตว่าดอกไม้สีชมพูอมม่วงกลับขึ้นอยู่ที่ศาลเจ้าจำลองขนาดเล็กห่างออกไปจากแท่นบูชาที่เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่เก็บซ่อนเอาไว้

“ ชั้นจะต้านไม่ไหวแล้วนะ ! ” ยูกะตะโกนขึ้นอีกครั้ง

หลังจากท่องคาถาพลังเวทย์ก่อตัวขึ้นเป็นลูกพลังสีเขียวเรืองรอง ซานาเอะหลับตาลงอีกครั้งเพื่อตัดสิ่งรบกวนออก ก่อนที่จะลงมือปากระสุนเวทย์เข้าสู่เป้าหมาย !

แรงระเบิดส่งให้เศษหินกระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศพร้อมทั้งเกิดแสงสว่างจ้า !

ซานาเอะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนที่จะพบว่ารอบตัวของตนเป็นทุ่งหญ้ากับซากหินคร่ำครึ เบื้องหน้าของตนมีแท่นศิลาสลักข้อความภาษาโบราณอยู่ ห่างออกไปเป็นกองหินที่เคยเป็นศาลเจ้าจำลองมาก่อน บัดนี้มันถูกทำลายลงด้วยกระสุนเวทย์เมื่อครู่

มิโกะฝึกหัดเหลียวซ้ายแลขวาอย่างลุกลน แต่ทว่าไม่ทันการสำแสงเวทย์ถูกยิงเข้าที่กลางหลังของเธออย่างจังและคนที่ยิงนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น....

“ คุณ..ยูกะ....? ” ซานาเอะกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ

“ เป็นเด็กที่ใช้ไม่ได้เลย รู้มากจริงๆ ” เสียงของยูกะบ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก พลางกระหน่ำกระสุนดันมาคุเข้าใส่ซานาเอะอีกหลายนัดและตามมาด้วยการกระทืบซ้ำเข้าที่กลางหลังของมิโกะฝึกหัดอย่างไม่ปราณี...

ช่วงเวลาที่ยูกะกำลังจะซ้ำด้วยพลังเวทในระยะประชิดนั้นเองหล่อนก็ได้ถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ หมัดทลายภูผา !!!! ”

หมัดตรงที่อัดเข้าที่สีข้างของยูกะส่งให้โยวไคดอกไม้ถอยกรูดไปหลายช่วง แม้จะไม่ได้ส่งผลถึงขนาดหนักแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เสียจังหวะและการทรงตัวไปได้ ยูกะหันกลับมามองผู้ที่เข้ามาสอดอย่างเคียดแค้น

เส้นผมสีแดงฉานที่สยายพริวไปกับสายลมพร้อมกับชุดจีนสีเขียวตั้งท่าต่อสู้อย่างไม่ลังเล สายตาที่จ้องไปยังยูกะโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อยและนั่นเองทำให้โยวไคดอกไม้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นร่างสีเทาพร้อมๆกับดวงตาที่แดงก่ำ

“ ดูเหมือนว่าจะมีคนที่ไม่ควรจะอยู่เพิ่มขึ้นอีกคนซะแล้วสินะ .... ฮอง เมย์ริน ! ”


.......................................................................................................


ณ หมู่บ้านใกล้กับป่าเวทย์มนต์ - ร้านของโครินโด -


อาริสะไม่ได้สติตั้งแต่หลังจากดันมาคุกับมาริสะที่นอกเขตหมู่บ้าน อลิสกับแพทชูลี่พาอาริสะกลับมาผักผ่อนที่นี่โดยผลัดเวรกันดูแล ร่างน้อยๆนอนนิ่งแทบไม่ไหวติงจอมเวททั้งสองรู้ดีว่านั่นไม่ใช่แค่อาการเหนื่อยล้าหลังดันมาคุหากแต่ว่าทั้งสองก็ไม่กล้าด่วนตัดสินใจนัก สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอให้อาริสะฟื้นขึ้นมาเอง

“ นี่อลิสชั้นถามหน่อยสิมาริสะเป็นอะไรกับเธอกัน ? ” แพทชูลี่ถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครีม

“ หา.... นี่เธอเล่นบ้าอะไรเนี่ยมาถามอะไรตอนนี้แพทชูลี่ ” อลิสตกใจจนถึงกับทำถาดกับผ้าชุบน้ำตกลงพื้น

“ คำตอบล่ะ ? ” แพทชูลี่ย้ำ

“ ไม่...รู้.... ” อลิสตัดบทก่อนที่จะใช้ตุ๊กตาหยิบของที่ตกลงมาเก็บกลับเข้าไปที่เดิมและเดินไปยังห้องที่อาริสะนอนอยู่ แต่แล้วทั้งอลิสและแพทชูลี่ก็จับความรู้สึกของผู้มาเยือนได้ ทั้งสองจึงตรงไปยังประตูหน้าร้านทันที

นั่นเองที่ทำให้ทั้งสองคนถึงกับตะลึง !

โดยที่เบื้องหน้าของพวกเธอคือฟรันดอล สกาเล็ต ซึ่งลอยอยู่พร้อมกับหิ้วมาริสะที่อยู่ในสภาพยับเยินมาด้วย

“ มาริสะ ! ” แพทชูลี่กับอลิสตะโกนขึ้นพร้อมกันแต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อฟรันดอลได้โยนมาริสะลงพื้นอย่างไม่ใยดีนัก

เมื่อทั้งสองเห็นดังนั้นแล้วก็เกิดอาการโมโหขึ้นในทันใด

“ แหมจ้องอย่างกับจะฉีกชั้นกินซะงั้นเลยนะ ..... ยัยนี่น่ะอยากให้ชั้นแพ้ถึงขนาดช่วยฝ่ายตรงข้ามเชียวนะ ” ฟรันดอลพูด

“ ให้มันน้อยๆหน่อยนะ ! จะบอกว่านี่ฝีมือเธอรึไง ! ” อลิสฉุนขึ้นมาทันใดพร้อมกับขึ้นเสียงราวกับจะขู่ฟรันดอล แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่ออลิสก็ถูกมีดและดาบก็จ่อที่คอและข้างลำตัวของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ......

“ โยวมุ...กับ ซาคุยะงั้นเหรอ ...... ” แพทชูลี่ที่เป็นฝ่ายมองสถานการณ์อย่างใจเย็นมาตั้งแต่ต้นเอะใจอยู่ไม่น้อยในการที่ฟรันดอลเข้ามายั่วถึงร้านของโครินโดแต่ทว่าเธอรู้ดีอยู่ว่าว่านั่นไม่ใช่การกระทำตามนิสัยของฟรันดอลแต่เป็นเรมิเลียเสียมากกว่า

“ เงียบหน่อย ” โครินโดพูดขึ้นพลางช้อนร่างที่ไม่ได้สติของมาริสะขึ้นมา

“ ต้องขอขอบคุณที่พายัยจอมป่วนนี่กลับมานะครับ ” โครินโดกล่าวขอบคุณฟรันดอล “ คุณอลิสกับคุณแพทชูลี่เดี๋ยวตามมาที่ห้องรับแขกด้วยครับช่วยดูอาการให้มาริสะทีส่วนผมจะออกไปส่งยาให้กับชาวบ้านหน่อย ”

“ ซาคุยะ โยวมุ พวกเธอสองคนอยู่ที่นี่แหละ คอยระวังไม่ให้มีเรื่องวุ่นวายนะ ” ฟรันดอลสั่ง

“ ค่ะคุณหนู ” ซาคุยะกับโยวมุรับคำพร้อมๆกับผละออกจากอลิสอย่างรวดเร็ว แพทชูลี่จึงถือโอกาสดึงอลิสให้ตามโครินโดไป

ไม่นานนักที่ฟรันดอลจะบินหายไป ส่วนโครินโดก็ออกไปส่งของเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แพทชูลี่ที่สังเกตอลิสมาพักใหญ่จึงเอ่ยปากอีกครั้ง...

“ ไปดูอาริสะเถอะ .... ตอนนี้เธอเป็นห่วงเด็กคนนั้นมากกว่าไม่ใช่รึไง ..... ” แพทชูลี่พูดด้วยเสียงราบเรียบ

“ ไม่รู้สิ....มันเหมือนกับว่ามีบางอย่างในใจชั้น ” อลิสกุมหน้าอกของตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสนไม่น้อย
ในที่สุดอลิสก็ตัดสินใจปล่อยให้แพทชูลี่เป็นคนเฝ้ามาริสะส่วนตนก็ไปดูอาการของอาริสะแทนและดูเหมือนอลิสจะตัดสินใจถูก ดวงตาที่เศร้าศร้อยของอาริสะจ้องมองมาทางประตูเหมือนรอคนมาหาอยู่ตลอด และนั่นเองที่ทำให้อลิสเข้าไปลูกหัวเธออย่างช้าๆและอ่อนโยน

“ อยากจะบอกอะไรชั้นอย่างงั้นเหรอ ? ” อลิสถามขึ้น

“ หนูขอโทษค่ะ ที่เอาแต่ใจตัวเอง.... ” อาริสะทำท่าเหมือนกับจะร้องไห้ หากแต่อลิสชิงปลอบขวัญเสียก่อน

“ ไม่เป็นไรหรอก เด็กอย่างเธอน่ะเอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้....ชั้นไม่โกรธหรอก ” อลิสยังคงลูบหัวของอาริสะต่อ

ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างประหลาดค่อยๆถ่ายทอดมาทางมือของเธออย่างช้าๆ เพียงชั่วครู่อาริสะก็หลับไปอีกครั้งโดยที่เธอยังดูเหนื่อยอ่อนแต่ทว่าใบหน้าของอาริสะกลับพยายามยิ้มอยู่ตลอดเพื่อมิให้อลิสเป็นกังวล...

อลิสเลือกที่จะอยู่เป็นเพื่อนกับเด็กลึกลับมากกว่าที่จะกลับไปหามาริสะกับแพทชูลี่ อลิสเองพิงตัวเข้ากับผนังอย่างเหนื่อยล้าเธอเองก็กรำศึกมาไม่น้อย เหล่าตุ๊กตาที่รายล้อมก็ค่อยๆเข้าไปหาอาริสะก่อนที่พวกมันจะเลือกไปนอนข้างๆเธออย่างสนิทสนม ความรู้สึกบางอย่างบอกอลิสว่าเธอเคยรู้จักอาริสะมาก่อนแน่ๆ..........

ความสงบสุขมักไม่ยาวนานอย่างที่คิด

เสียงกุกกักผิดปรกติปลุกให้อลิสตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอพลางเงี่ยหูฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในร้าน

“ มาริสะ....นี่เธอ กำลังจะ ....... ” แพทชูลี่ร้องขึ้นอย่างร้อนรน !

“ ไม่นะ ...ไม่ !!!!!! ”


------------------------------ Continue to บทที่ 7 คำสัญญา -------------------------------------


คุยกับผู้อ่าน

ตอนที่ 6 นี่ดองไปนานเลยทีเดียวไม่รู้ยังจำได้กันอยู่ไหมครับรอบนี้ผมยืดเรื่องไปอีกนิดเลยทำให้ปริศนาทั้งหมดยังไม่คลายแต่ก็จบเนื้อหาส่วนย่อยๆไปได้หน่อยละครับ หลังจากที่คิดอยู่นานเลยตัดสินใจจะให้ตอนหน้ามีส่วนผ่อนคลายนิดหน่อยแทนที่จะอัดดราม่าหนักๆ (รออ่านละกันครับ)


ตอนก่อนหน้าเผื่อใครลืมแล้ว

บทที่ 5 พ่ายแพ้และหลงทาง
บทที่ 4 สิ่งที่หลงเหลือ
บทที่ 3 สายสัมพันธ์
บทที่ 2 ความฝันที่หายไป
บทที่ 1 เมื่อวันนี้ไม่มีเธอ
บทนำ ค่ำคืนที่สับสน

ภาพประกอบฟิคฝีมือคุณ Hina Suki ครับ




ตอบคอมเม้น

Kulchan - เม้นได้ฮามากครับ
KWE - ร่างเงาของเรมุก็ไม่ใช่แม่แบบซะทีเดียวนะแต่ก็เหมือนใช่แหละต่างกันแบบสไตล์ Dark Rider ละมั้ง
กริฟ - ก็จงใจล้อแหละ รอบนี้แถมภาพประกอบด้วยนะ
Finel - เกนโซเคียวยับเยินตามเคยครับ ส่วน FA เดี๋ยวจะรีเควสไปนะครับผม
pokkuman0021 - ขอบคุณมากครับที่มาชมหวังว่าคงติดตามกันต่อไปครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 ธ.ค.53 เวลา 23:01:12 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

Kul-ChaN
Yowaneko

โกงง่ะ หอกกับคทาเดิมก็เมพแล้ว ยังจะเบิ้ลในตำนานมาอีกสอง (*ตามตำนาน เลวาทีนเป็นคทาหรือไม้เท้าครับ ไม่ใช่หอก แต่ก็คงใช้ซัดได้มั้ง)



...




ดูรูปประกอบล่ะเข้าใจเลยทำไมฟลังถึงเก่งนัก =w="

Edit by Kul-ChaN - 21 ธ.ค.53 เวลา 00:45:14 น.

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 21 ธ.ค.53 เวลา 00:41:41 น.

กริฟ
จอมยุทธ์ฟิคชั่น

โครินโดมันชื่อร้านนะลุง หมอนั่นมันชื่อรินโนสุเกะ
โมวโควใช้อุลตราไดนาไมท์แล้ว....
พอดูรูป ยังไม่ต้องดูชื่อคนวาดเห็นผมม้วนๆนั่นก็รู้แล้วล่ะ.... แถมที่มือนั่นมัน...

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 21 ธ.ค.53 เวลา 00:56:55 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

เข้าช่วงไคลแม็กซ์เต็มตัวแล้วสินะ จากนี้คงได้เห็นฉากบู๊สนุกๆให้เพียบล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 21 ธ.ค.53 เวลา 13:30:55 น.

finel
คนสวน

-[]- ยูกะ VS อาหมวยยยย
/me โบกมือเชียร์ซือเจ๊หยอยๆ
เข้าสู่ช่วงน่าติดตามแบบไม่หยุดแล้วสินะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 21 ธ.ค.53 เวลา 22:36:10 น.

midori tea
ผู้บริโภคการ์ตูน ไม่มีการไดเอ็ต

นี่อลิสชั้นถามหน่อยสิมาริสะเป็นอะไรกับเธอกัน ? ” ประโยคนี้เล่นเอาอึ้งเลยครับ

อยากอ่านยูกะสู้กับเหม่ยหลิงต่อเร็วๆแฮะ น่าจะมันส์

ฟรานเวอร์ชั่นนี้น่ารักมาก

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 23 ธ.ค.53 เวลา 15:18:18 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ