K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 19 สัญญาของน้องสาว

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 19 สัญญาของน้องสาว
------------------------------

            หลังจากที่รับรู้ความจริงที่แสนเจ็บปวดไปแล้ว เวลาต่อจากนี้ไปฟิลจำต้องรับการทดสอบจิตใจที่โหดร้ายอีกครั้งหนึ่ง...

            ตลอดช่วงชีวิตสิบแปดปีของฟิล เขาเคยพบกับเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดทางใจจนแทบจะทนอยู่ต่อไปไม่ได้ถึงสามครั้งด้วยกัน
            ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่เครนี่... ชายผู้เป็นพ่อที่ฟิลทั้งรักและเคารพที่สุดได้ทิ้งครอบครัวและหนีกลับไปเป็นอัศวินมังกร โดยไม่เคยที่จะหันกลับมาดูทางบ้านอีกเลย
            ครั้งที่สองคือวันที่เมลิซ่า...ผู้เป็นแม่ได้ล่วงลับลาจากไปด้วยโรคประจำตัวที่ไม่มีทางรักษา
            และครั้งที่สามคือในคืนที่มีมี่... น้องสาวอันเป็นสมาชิกครอบครัวหนึ่งเดียวสุดท้ายที่เหลืออยู่ได้สิ้นลมบนเตียงนอนในห้อง

            เจ็บกายไม่หนักหนาสาหัสเท่าเจ็บใจ ฟิลเป็นคนที่รักครอบครัวตัวเองที่สุดถึงขนาดชีวิตก็พร้อมพลีให้โดยไม่เสียดาย หากมันสามารถช่วยเหลือฉุดรั้งครอบครัวจากภยันตรายที่เกิดขึ้นได้
            แต่อย่างไรเสียชีวิตของใครก็ย่อมเป็นของคนนั้น ถึงฟิลจะเตรียมใจมาดีเพียงใด แต่เขาก็ไม่อาจช่วยประสานครอบครัวให้กลับมามีความสุขเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็กๆได้

            เรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ล้วนเป็นสิ่งที่ยากจะแก้ไขได้เพียงแค่ความมุ่งมั่นหรือพยายาม เมื่อมนุษย์ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้ สิ่งที่เขาทำได้เมื่อเกิดเรื่องก็มีเพียงแค่การทำใจยอมรับความจริงเพียงเท่านั้น...
            สิ่งที่ฟิลเผชิญมาอาจเป็นเรื่องเศร้า แต่ประสบการณ์ที่โหดร้ายนี้ก็ช่วยหล่อหลอมให้จิตใจของเขาให้เข้มแข็งขึ้น เหตุการณ์ทั้งสามครั้งอาจแตกต่างกัน แต่กับฟิลแล้วความเศร้าและความรู้สึกเจ็บปวดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ... มันอาจทำให้เกิดช่วงเวลาที่โหดร้ายจนไม่อยากจะจดจำ แต่กระนั้นฟิลก็เอาชนะและยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้...

            จากวันนั้นเป็นต้นมา ฟิลคิดว่าจะไม่มีเรื่องไหนที่เลวร้ายได้มากกว่านี้อีกแล้ว ทั้งสามเรื่องที่เกิดกับครอบครัวถือเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าโหดร้ายและสร้างความทุกข์ทรมานกับเขาที่สุด...
            แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น... เพราะฟิลต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่สุดหลังจากที่ได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง

            เหตุการณ์ทั้งสามครั้งที่ว่าเลวร้ายจะดูเล็กน้อยไปทันที เมื่อฟิลได้รู้ความจริงทั้งหมดที่เกิดกับครอบครัวตัวเอง...
            เมื่อฟิลได้รู้ว่าที่พ่อต้องหนีไปนั้นก็เพราะต้องการปกป้องชีวิตน้องสาว... เมื่อฟิลได้รู้ว่าน้องสาวตัวเองนั้นเป็นมังกรที่มีสายเลือดมนุษย์ ซึ่งสามารถป่วยเป็นพิษของมังกรได้...
            และเหนืออื่นใดทุกอย่างมันคลุมเคลือจนไม่อาจสรุปได้ว่า การป่วยตายของน้องสาวนั้นมีสาเหตุมาจากตนเองหรือไม่...?

            หลังจากรู้เรื่องรางทั้งหมดแล้ว ฟิลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าไปชั่วขณะ...
            นอกจากเรื่องของครอบครัวแล้ว เขาก็สำนึกต่อว่าเหตุผลที่ทำให้ไม่ชอบมังกรนั้นดูบ้าสิ้นดี...
            เขาเกลียดชังมังกรเพียงเพราะเข้าใจผิดคิดว่าพ่อรักมังกรมากกว่าครอบครัว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างที่สุด...

            มีหลายเรื่องที่ตอกย้ำเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็สะเทือนลงไปยังส่วนลึกสุดของหัวใจ...
            ความเข้มแข็งที่หล่อหลอมให้เขายืนหยัดอยู่ได้มาตลอดแทบไม่อาจประคองให้เขาทนรับเรื่องที่เกิดได้เลยแม้เพียงน้อย...


            ...............................................


            หลังจากที่รู้ความจริงแล้ว ฟิลก็ยังคงทำงานบ้านได้เหมือนปกติที่เคยเป็นมา
            น้ำตาของลูกผู้ชายหยุดหลั่งไหลไปแล้ว แต่ดวงใจที่แตกร้าวก็ยังไม่สมานคืน...

            การทำงานอาจดูเหมือนว่าฟิลกลับเป็นคนเดิมแล้ว หากแต่ว่ามันไม่ใช่เลย
            ฟิลทำสักกะว่าทำ มืออาจขยับไปตามความคุ้นเคย แต่ดวงตานั้นกลับดูเลื่อนลอยและไม่มีสมาธิตลอดเวลาเหมือนที่เคยเป็นมา...

            ช่วงสองวันให้หลังมานี้ชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านแทบจะพลิกกลับ เมื่อมีอาที่ถูกฟิลดูแลบ่อยๆกลับต้องมาคอยดูแลช่วยเหลือฟิลแทน
            หลายมื้ออาหารที่มีอาต้องมาช่วยทำแบบง่ายๆแทนฟิลเพราะทนเห็นฟิลถูกมีดบาดกับถูกน้ำมันลวกไม่ได้...

            มีอาเองก็พยายามที่จะกระตุ้นฟิลอยู่หลายครั้ง เธอทำตัวให้ร่าเริงที่สุดจนหลายครั้งก็รู้สึกว่าฝืนไป
            แต่ฟิลก็ไม่ดีขึ้นอย่างที่เธอหวังจะให้เป็น อาการซึมเศร้าอาจจะเริ่มทรงตัวและค่อยปรับดีขึ้นเรื่อยๆก็จริงอยู่ แต่มีอาก็มองว่ากว่าฟิลจะกลับมาเหมือนเดิมคงเสียสุขภาพไปมาก
            ตั้งแต่รู้ความจริงมาฟิลแทบไม่ได้ทานอะไรเลย อย่างดีก็อาจกลืนลงไปไม่กี่คำเพราะเห็นแก่มีอาที่ตั้งใจทำ เช่นเดียวกับเรื่องของการพักผ่อนนั้น ฟิลเองก็แทบไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มเช่นกัน... มีอาเห็นฟิลหลับดึกตลอด บางครั้งเธอตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนก็เห็นฟิลเอาแต่นอนพลิกไปมา แล้วตอนเช้าฟิลก็จะลุกออกไปก่อนปกติอยู่มากจนเหมือนกับยังไม่ได้นอน...

            การสังเกตของมีอาอาจดูไม่ปะติปะต่อนัก แต่หน้าตาของฟิลก็หมองลงไปจริงๆ ขอบตาเริ่มคล้ำ สีหน้าก็ดูซูบลงไปมาก... ยืนยันว่าฟิลไม่ได้นอนอย่างเต็มที่จริง...

            มีอาเป็นกังวลหนักว่าฟิลจะล้มหมอนนอนเสื่อเอา
            ผลที่สุดแล้วเธอก็ตัดสินใจว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างในคืนนี้เพื่อให้ฟิลกลับมาดูมีชีวิตชีวาให้ได้


            หลังจากมื้ออาหารเย็นแล้วฟิลก็ขอตัวไปพักที่ห้องนอนก่อนเช่นเคย
            ฟิลเดินเหมือนคนไร้วิญญาณแยกไปอยู่เงียบๆคนเดียวอีกครั้ง แต่วันนี้มีอาก็ไม่ออกอาการใดๆ เธอยกจานกลับไปล้างที่ห้องครัวโดยไม่ถามหรืออ้อนตามถนัด เจตนาก็ตั้งใจจะให้ฟิลได้นอนพักไปก่อน จากนั้นแล้วเธอก็จะได้แอบย่องไปนอนกอดต่อไป...

            เด็กน้อยก็ยังคงคิดประสาเด็กน้อย...
            มีอามองว่าลำพังแค่คุยตามโอกาสทั่วไปอย่างบนโต๊ะอาหารหรือตอนทำงานนั้น ฟิลจะไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่ แต่ถ้ารุกเข้าไปนอนกอดหรือทำอะไรเกาะติดที่ฟิลไม่ค่อยชอบนัก หลายครั้งมักได้ผล ฟิลจะต้องยอมรับหรือยอมๆบอกไปก่อนเพื่อให้มีอาแยกตัวออกมา

            ครั้งนี้เองก็เช่นกัน มีอาคิดจะไปคุยกับฟิลแบบใกล้ชิดติดตัว
            เธอไม่ได้หวังว่าฟิลจะกลับคืนเหมือนเดิม แต่ขอเพียงแค่ฟิลแสดงสีหน้าตกใจ ตื่นเต้น หรือแม้จะเป็นการโกรธ เธอก็ยินดี... เพราะอย่างน้อยมันก็ยังทำให้ฟิลดูมีชีวิตชีวาได้ มันดีกว่าหน้าที่เห็นต้องทำหน้าเศร้าหมองแบบที่เป็นอยู่เป็นไหนๆ...

            ถึงจะวางแผนไว้พร้อมสรรพเช่นนั้นแต่มีอาเองก็ต้องเตรียมใจตัวเองเหมือนกัน เธอรู้ว่าความตั้งใจของตัวเองเป็นความตั้งใจที่ดี แต่อารมณ์ฟิลตอนนี้ก็แปรปรวนหนักแล้วก็เป็นในแบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนเลยคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาไม่ได้

            
            มีอาล้างจานเช็ดจานแล้วผึ่งไว้แบบไม่รีบร้อนนัก เธอปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อยๆพลางทำใจไปด้วย
            จนกระทั่งเมื่อเตรียมใจพร้อมแล้ว มีอาก็ดับตะเกียงแล้วรีบเดินกลับมาที่ห้อง หมายจะดำเนินการตามแผนแบบรวดเดียวจบ

            แต่แผนของมีอาก็เป็นอันต้องพับไปเมื่อมาถึงห้องและเห็นว่าฟิลได้นอนหลับสนิทไปแล้ว...

            ถึงสภาพจิตใจจะย่ำแย่จนไม่รู้สึกอยากนอน ไม่อยากจะจินตนาการจนฝันร้าย แต่ฟิลก็ไม่อาจฝืนความเป็นไปของร่างกายตัวเองได้
            เมื่อสมองอ่อนล้าและร่างกายที่อ่อนเปรี้ยมาถึงขีดสุด ร่างกายจึงได้พักตัวเองโดยอัตโนมัติ ฟิลหลับไปเพียงแค่หัวถึงหมอน...

            มีอาเดินมาที่เตียงของฟิลพลางก้มมองใกล้ๆ ซึ่งการดูใกล้ๆก็ทำให้มั่นใจว่าฟิลหลับลึกจริงๆ
            "พี่จ๋านี่ล่ะก็..." เธอเท้าสะเอวมองฟิลเสียอารมณ์นิดๆที่แผนที่วางไว้อย่างดีต้องถูกล้มไป

            แต่พอเห็นฟิลหลับอุตุในแบบที่เห็นได้น้อยครั้งแล้วมีอาก็อดที่จะยิ้มชอบใจไม่ได้
            "แต่ก็เอาเถอะ... ในที่สุดพี่จ๋าก็หลับสักทีล่ะนะ" เธอยิ้มพอใจก่อนที่จะแอบก้มหน้าไปหอมแก้มฟิล


            ...............................................


            ความเครียดอาจมีส่วนทำให้ไม่อยากที่จะนอนจริง แต่สำหรับฟิลแล้วเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ไม่อยากนอนก็เพราะกลัวที่จะฝันร้ายเสียมากกว่า
            ตลอดหลายวันมานี้ฟิลรู้สึกว่าความจริงได้กลายเป็นสิ่งที่คอยหลอกหลอนเขายามตื่นอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ควบคุมความคิดได้ ฉะนั้นหากเป็นตอนนอนที่จิตใจล่องลอยนั้นเขากลัวยิ่งว่าภาพความหลังจะกลายมาเป็นฝันร้ายที่ทิ่มแทงจิตใจให้ปวดร้าวยิ่งไปกว่านี้... ฟิลรู้ว่าไม่อาจคุมความฝันได้จึงพยายามเลี่ยงหลบด้วยการฝืนไม่นอนไปเสีย

            แต่เมื่อฟิลฝืนร่างกายต่อไปไม่ไหวและหลับลงไปจริงๆแล้วนั้น เขาก็ฝันจนได้...
            ทว่าความฝันที่ฟิลเห็นไม่ใช่ฝันร้าย และมันก็ไม่ใช่ฝันที่ควบคุมไม่ได้ด้วย...

            พอหลับไปแล้วฟิลก็รู้สึกได้ว่าตัวเองตกลงจากฟากฟ้าและกำลังลอยเคว้งในหลุมลึกที่มืดมิดมองไม่เห็นก้นหลุม
            จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งเขาก็ได้สะดุ้งขึ้นมา แล้วก็พบว่าความมืดรอบตัวได้หายไปแล้ว สิ่งที่ปรากฎแทนก็คือทุ่งดอกไม้หลายสีที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
            มันเป็นความฝันที่เสมือนจริงที่สุด ฟิลรู้สึกได้แม้กระทั่งลมเย็นๆที่โบกพัดและกลิ่นดอกไม้ที่หอมชวนสดชื่น

            ฟิลประหลาดใจหนักเพราะมันคือฝันที่ไม่เคยเจอมาก่อน
            แต่นั่นความประหลาดใจในเรื่องแปลกถิ่นแปลกที่ก็ดูเป็นเรื่องรองไปถนัดตา เมื่อฟิลเห็นภาพของมีมี่ปรากฎตัวอยู่เบื้องหน้าของตน...
            "มีมี่...?" ฟิลพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

            มีมียืนส่งยิ้มสดใสให้กับฟิล จากนั้นแล้วเธอก็ได้เดินเข้ามาโผกอดเช่นเคย
            ถือเป็นการพบกันแบบไม่ได้ตั้งตัวอีกครั้ง แต่ในหนนี้สิ่งหนึ่งที่ฟิลรู้สึกว่าเปลี่ยนไปก็คือร่างกายของเขาเหมือนถูกปลดจากพันธนาการที่มองไม่เห็น นั่นคือฟิลสามารถขยับตัวเป็นครั้งแรกได้ในฝันที่พบกับมีมี่

            และการกระทำแรกของฟิลก็ไม่อาจเป็นอื่นไปได้นอกจากขยับมือและแขนทั้งสองโอบกอดมีมี่อย่างเต็มรัก...
            "ดีใจจังเลย... ตอนแรกนึกว่าจะไม่เจอพี่อีกแล้วซะอีก แต่ดูเหมือนว่าเพราะใจของมีอาเป็นห่วงพี่มากเลยนะ หนูก็เลยมีพลังพอที่จะมาเจอพี่ได้อีก" มีมี่ดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
            "มีมี่..."

            การได้พบหน้าน้องสาวในช่วงเวลาที่หดหู่ถือเป็่นสิ่งหนึ่งที่ฟิลต้องการที่สุด
            แต่ทว่าในมุมกลับแล้วเขาเองก็รู้สึกเข้าหน้ามีมี่ไม่ติดเช่นกัน... สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่การกอดน้องสาวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...
            "เรื่องของเธอ... คือว่าพี่..."
            "หนูรู้เรื่องหมดแล้วล่ะค่ะพี่..." มีมี่พูดดักฟิลขึ้นมาก่อน "อะไรที่มีอารู้ หนูก็รู้ด้วย... รวมถึงเรื่องของพ่อกับหนูที่หลวงพ่อโรเบิร์ตเล่าให้ฟังด้วย"

            ฟิลเงียบไปสนิท เมื่อมีมี่รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมที่มาที่ไปและเหตุผลของความซึมเศร้าต่อไปอีก

            ฟิลเผลอตัวขยับมือไปด้านหลังทางซ้ายของมีมี่ ถึงจะเป็นเพียงแค่ความฝันแต่เขาก็กลับรู้สึกได้ถึงสัมผัสการเต้นของหัวใจที่ส่งแรงสะเทือนเบาๆมาถึงฝ่ามือ
            "ถ้างั้น... เรื่องที่เธอ..." ฟิลอยากถามแต่ก็พูดไม่ออก
            "ถ้าเรื่องนี้มังกรล่ะก็... หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" มีมี่รู้ทันความคิดฟิล

            ฟิลเงียบลงไปอีกครั้ง แต่ไม่นานนักเขาก็ซบหน้าลงข้างศีรษะของมีมี่แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ
            "มีมี่... พี่นี่บ้าจริงๆเลย... ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่เหมือนคนบ้า... เอาแต่โกรธแค้นพ่อ... ซ้ำยังพาลไปเกลียดมังกรอย่างไร้เหตุผลอีก... แล้วยังทำให้เธอ... ทำให้เธอต้อง..."

            ก่อนที่ฟิลจะได้ฟิลอะไรมากกว่านี้ มีมี่ก็ได้ผละตัวออกจากอ้อมกอดของฟิลเพื่อให้สามารถเงยหน้ามองหน้ามองตาพี่ชายได้ถนัดถนี่มากขึ้น
            "พี่ก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ... ใจดีรับผิดชอบไปหมด แต่ว่านะพี่คะ หนูว่าหลายครั้งที่พี่แบกรับมากเกินไป" มีมี่พูดแทรกฟิลขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา "หนูดีใจนะคะที่พี่รักหนูขนาดที่เหมารวมว่าหนูไม่ได้ป่วยตาย แต่ว่าในเมื่อไม่รู้ความจริงพี่ก็ไม่ควรทำแบบนั้นเลยนะคะ... ถึงพี่จะรักหนูแค่ไหนแต่ถ้าการทำให้ตัวเองต้องรู้สึกทรมานแบบนี้ หนูก็ไม่ยินดีหรอกค่ะ"
            "มีมี่..."
            "ที่จริงแล้วไม่ใช่มีแค่พี่คนเดียวหรอกนะคะที่รู้สึกไม่ดีเวลาเห็นหนูป่วยและมีหน้าตาที่ทุกข์ทรมาน แต่ว่าหนูเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันเวลาเห็นพี่ต้องเหนื่อยยากกับการแบกรับทุกอย่าง ทั้งๆที่บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องที่พี่ควรแบกเลย" มีมี่มองตาฟิลจริงจัง "โดยเฉพาะเรื่องความตายของหนู"
            "แต่ว่า..."
            "หนูเห็นด้วยกับคำพูดของหลวงพ่อโรเบิร์ตนะคะ... เรื่องที่พี่เป็นผู้ใช้มังกรแล้วมีพลังทำให้มังกรใกล้ตัวออกอาการเจ็บป่วยขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่อาจเกิดได้ แต่ว่าก็ไม่มีใครรู้ว่าพลังนั้นตื่นเมื่อไหร่ แล้วจะมีผลกับมังกรที่ไม่สมบูรณ์ได้หรือเปล่านั่นก็เป็นเรื่องที่คิดกันไปเองเท่านั้น... แต่ว่าการที่หนูป่วยมานานแล้วนับวันอาการก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคืนสุดท้ายก่อนหนูตาย นั่นต่างหากที่เป็นเรื่องจริง... ทำไมพี่ต้องลังเลใจไม่เข้าเรื่อง ทำไมพี่ต้องแบกรับบาปที่ไม่รู้ว่าใช่จริงหรือเปล่าไว้คนเดียวด้วย?"
            "แต่ว่ากับตอนของมีอา..." ฟิลพยายามหาเหตุการณ์มาเปรียบเทียบ
            "พี่อย่าเถียงสิ คนที่ป่วยคือหนูนะคะ ใครจะมารู้ดีกว่าหนูได้?" มีมี่กอดอกพูดมั่นใจ
            "เอ่อ..." เจอประโยคนี้เข้าไปทำเอาฟิลเถียงไม่ออกไปพลัน
            "เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไปพี่ห้ามพูดออกมาอีกนะว่าพี่ทำให้หนูตาย ห้ามแม้แต่จะคิดเด็ดขาดเลยด้วย!" มีมี่ยื่นคำขาด "ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม แต่ตอนนี้ล่ะโอกาสดีที่สุดแล้ว พี่ต้องสัญญาต่อหน้าหนูเดี๋ยวนี้เลยว่าจะไม่โทษตัวเองอีก! ไม่งั้นหนูโกรธจริงๆด้วย!!"
            "อ่า... สะ... สัญญาเลยเหรอ?" เจอรุกฉับพลันแบบไม่ได้เตรียมใจก็ทำเอาฟิลพูดไม่ออกขึ้นมา
            "พี่น่ะเป็นคนประเภทย้ำคิดย้ำทำด้วย เผลอเมื่อไหร่ล่ะคิดอีกแน่ๆ ดังนั้นแล้วก่อนจะอะไรยังไงกว่านี้ พี่ต้องสัญญากับหนูซะดีๆเลย" มีมีตอกย้ำให้แน่นหนักขึ้น "ถึงนี่จะเหมือนกับความฝัน แต่มันก็ไม่ใช่ความฝันนะคะ พี่รู้อยู่แก่ใจดีแน่ๆ ตราบที่มีอายังอยู่กับพี่ หนูจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่... หนูอยากให้พี่รู้ไว้อย่างนะว่าตอนนี้หนูไม่มีอาการเจ็บป่วยอีกแล้ว หนูสบายดีแล้วมีความสุขด้วยซ้ำ... แต่ว่าถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนูไม่สบายใจที่สุด นั่นก็คือเรื่องที่พี่ต้องเสียใจน่ะแหล่ะ"
            "มีมี่..."
            "เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะค่ะพี่ อย่าเก็บเรื่องแย่ๆไปคิดอีกเลย โดยเฉพาะเรื่องของหนูน่ะ" มีมี่มองหน้าฟิลแล้วยิ้มเล็กๆขึ้นมา "สิ่งที่พี่ควรจะทำก็คือกลับไปเป็นพี่ชายที่ใจดีร่าเริงเหมือนเช่นทุกที แล้วมันจะดีกว่านี้ถ้าพี่กลับไปคืนดีกับพ่อ แล้วก็กลับมารักมังกรเหมือนเช่นสัตว์อื่นๆที่พี่ใจดีด้วยน่ะ หนูไม่หวังอะไรอื่นนอกจากนี้เลยจริงๆ"

            ฟิลทำได้แค่ยืนนิ่งมองดูมีมี่พูดอยู่เพียงคนเดียว
            คำพูดของน้องสาวดูที่อายุอ่อนกว่าถึงหกปีกลับดูมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าที่ฟิลคิดไว้มาก และเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่มีมี่พูดมานั้นก็เป็นเรื่องจริงที่มีเหตุผลที่สุด
            "มีมี่... พี่มีคำถามหนึ่ง" ฟิลก้มหน้ามองมีมี่
            "คำถามอะไรเหรอคะ?"
            "เธอที่อยู่หน้าพี่นี่เป็นจิตตกค้างหรือวิญญาณของเธอจริงๆใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงความฝันที่พี่คิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ?"

            ได้ยินเช่นนั้นแล้วมีมี่ก็ยิ้มขึ้นเข้าใจความคิดของฟิลอีกเช่นเคย
            "จริงแท้แน่นอนเลยค่ะ... ถ้าพี่ไม่เชื่อล่ะก็ที่ไดอารี่ของหนูในลิ้นชักน่ะจะลองเอามาเปิดก็ได้นะคะ มันมีเขียนเรื่องของพี่ชายกับพ่อแล้วก็มังกรอยู่เยอะเลย เนื้อหาส่วนใหญ่หนูจะอยากให้พี่คืนดีกับพ่อแล้วก็กลับไปรักมังกรทั้งนั้นเลย ไว้ถ้าตื่นแล้วจะลองพิสูจน์ดูก็ได้นะคะ หรือไม่งั้นก็มีอีกหลายเรื่องเลยล่ะที่หนูคุยกับพี่ลอร่า ก็ลองแวะไปโบสถ์แล้วถามจะจากปากพี่เค้าดูก็ได้ว่าจริงหรือไม่จริง"
            "เอาล่ะๆๆ ตกลงๆพี่เชื่อก็ได้"

            ฟิลพ่ายแพ้ให้กับน้องสาว...
            แม้ว่าจะมีวิธีการพูดข่มขู่ที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าเอาจริงเอาจังขึ้นมาแล้วเขาก็รู้สึกว่าไม่อาจเถียงสู้ได้เลยทั้งมีมี่และมีอา...

            เห็นหน้าฟิลดูผ่อนคลายลงไปมากแล้วมีมี่ก็รู้สึกพอใจ
            เธอยกมือขวาขึ้นไปที่หน้าอกฟิลแล้วพูดขึ้นเสียงใสทวงสัญญาต่อ
            "เอาล่ะงั้นสัญญากับหนูว่าจะไม่เก็บเรื่องนี้มาคิดอีก ตกลงนะ?"

            ฟิลมองดูมีมี่ที่เป็นจริงเป็นจังแล้ว เขาก็ยอมปล่อยวางแล้วยกมือขึ้นเกี่ยวนิ้วก้อยให้สัญญากับมีมี่
            "พี่สัญญามีมี่..." ฟิลยอมเอ่ยปากให้สัจจะ
            "ดีมากค่ะ" เธอยิ้มแป้นพอใจ

            ระหว่างที่กำลังจะละสายตาจากมือขวาที่กำลังเกี่ยวก้อยกันนั้นเอง มีมี่ก็เหลือบเห็นสัญลักษณ์มังกรบนหลังมือฟิลขึ้น
            เด็กน้อยที่อายุหยุดเพียงวัยสิบขวบยิ้มพลางยกมือทั้งสองโอบจับมือของพี่ชายอย่างแผ่วเบา นิ้วเล็กๆของเธอลูบถูไปตามรอยประทับที่บางติดผิวเหมือนน้ำหมึก

            ฟิลก้มมองดูน้องสาวที่กำลังดูมีความสุขกับการได้สัมผัสต้องแตะสิ่งที่เป็นเครื่องแสดงความผูกพันระหว่างนายและมังกร
            "เธอนี่เหมือนมีอาจริงๆเลยนะ..." ฟิลหลุดปากพูดขึ้นลอย
            "ฮะๆ"

            มีมี่หัวเราะชอบใจแล้วเงยหน้ามองฟิล ก่อนที่จะยิ้มใสซื่อแล้วบอกฟิลกลับไปแบบไม่คิดอะไรมาก
            "หนูอยู่กับพี่ได้ก็เพราะแบบนี้ล่ะค่ะ หนูกับมีอามีอะไรที่เหมือนกันจริงๆ แต่ว่าที่เหมือนที่สุดก็คือเรื่อง..." มีมี่บีบมือฟิลแน่นแล้วบอกต่อ "เรื่องที่พวกเรารักพี่ที่สุดเลย"
            "อือ..."

            ช่วงที่กำลังคุยอยู่นั้นลมวูบหนึ่งก็ได้พัดโบกมาแรงผิดทุกทีจนฟิลต้องเผลอยกมือป้องตา
            ลมนั้นพัดจนผมยาวสลวยสีชมพูของมีมี่สะบัดพริ้วใหญ่ เธอยืนนิ่งไม่สะเทือนกับลมวูบนี้ หากแต่สีหน้าที่กำลังดูมีความสุขกำลังเลือนหายไป
            "ว้า... หมดเวลาอีกแล้ว ทั้งที่อยากคุยกับพี่ต่ออีกแท้ๆ" เธอบ่นขึ้นโดยรู้ความหมายของสัญญาณธรรมชาติที่แจ้งบอก
            "ต้องแยกกันอีกแล้วเหรอ?" ฟิลเริ่มคุ้นกับการแยกจาก
            "ก่อนจะไปหนูมีเรื่องที่ต้องพี่อยู่สองเรื่องนะคะ มันเป็นเรื่องความสามารถพิเศษของพี่น่ะค่ะ"
            "ความสามารถพิเศษของพี่?"
            "ค่ะ... เรื่องแรกคือ พี่สามารถทำสัญญากับมังกรได้มากกว่าหนึ่งตัว แล้วอีกเรื่องก็ความสามารถพิเศษของมีอาที่ฟิลเรียกใช้ได้... อันนี้การประสานสัมพันธ์ระหว่างพี่กับมีอายังไม่ลงตัวเท่าไหร่ แต่ว่าคุณอีวาให้มาบอกพี่ไว้ก่อนเลย... ความสามารถของพี่กับมีอาเป็นความสามารถเกี่ยวกับการปกป้องค่ะ"
            "เดี๋ยวนะ ยังไง พี่ไม่เข้าใจ?"
            "ความสามารถสองสิ่งของพี่มีเพื่อจุดประสงค์เดียวคือรักษาชีวิตของพี่และมีอาไปพร้อมๆกันน่ะค่ะ"
            "ยิ่งฟังยิ่งงง?" ฟิลส่ายศีรษะ
            "มันเป็นความสามารถเฉพาะตัวของพี่จริงๆ คุณอีวาบอกว่าให้เรียกใช้เองเมื่อถึงเวลาจะเป็นผลดีกว่าการบอกทั้งหมดค่ะ... หนูเองก็เห็นด้วยนะ เวลามีปัญหาอะไรฉุกละหุก พี่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ยอดเยี่ยมจริง บางครั้งก็ดึงพลังแฝงมาได้จนหนูต้องตกใจเลย"

            ฟิลรับรู้สิ่งที่มีมี่ว่ามาทั้งหมด แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจเรื่องที่เธอพูดอยู่ดี
            "เธอรู้เรื่องยากๆแบบนี้ได้ยังไงน่ะมีมี่ คนที่ชื่อว่าอีวาบอกมางั้นเหรอ?"
            "ใช่ค่ะ คุณอีวาบอกหนูหลายอย่างเลยล่ะ แถมยังใจดีด้วย" เธอยิ้มตอบ
            "คุณอีวาที่ว่านี่... เป็นแม่ของมีอาจริงๆใช่ไหม?" เขาถามต่อ
            "ค่ะ... คุณอีวาว่าร่างที่อยู่ที่พี่เห็นคราวก่อนน่ะเป็นเพียงแค่ร่างแยกเท่านั้นเอง เลยทำให้มีข้อมูลอะไรน้อยไปหน่อย บางเรื่องก็เป็นความลับ... เขาบอกว่าถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับมังกรให้มากกว่านี้ไว้สักวันให้พี่กับมีอาไปโลก อีเทอร์โร่ ดูสิคะ"
            "อีเทอร์โร่?"
            "โลกแห่งมังกรที่พี่เคยอ่านนิทานให้หนูฟังไง มันมีจริงๆนะ แล้วชื่อของมันก็คืออีเทอร์โร่ยังไงล่ะคะ"
            "งั้นเหรอ..." ฟิลคิดตาม

            ลมแรงโบกพัดมาอีกเป็นวูบที่สองเป็นการส่งสัญญาณต่อเนื่องถึงมีมี่และฟิลไปพร้อมๆกัน ขณะเดียวกันพื่นที่ว่างๆหลังมีมี่ไม่กี่ช่วงตัวก็ได้มีประตูมิติเปิดออกอยู่
            มีมี่เข้ามาโอบกอดฟิลอีกครั้ง ส่วนฟิลก็โอบกอดมีมี่กลับเช่นกัน มันเป็นอ้อมกอดแห่งรักที่ห่างเหินมานานหลายปีและเขาก็เคยนึกอยากโอบกอดน้องสาวให้ได้อีกสักครั้งแม้จะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ดี

            และฝันที่เคยปรารถนานั้นก็มาเป็นในวันนี้เอง...

            มีมี่ผละตัวออกจากฟิลแล้วเดินถอยหลังแยกออกมาด้วยรอยยิ้ม
            มันอาจเป็นการแยกจากที่ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ แต่เธอก็คิดว่าจากด้วยรอยยิ้มนั้นน่าจะเป็นสิ่งดีกว่าจากด้วยน้ำตาเป็นไหนๆ
            "จะได้พบกันอีกไหมน่ะ?" ฟิลถาม
            "ค่ะ... เราต้องได้เจอกันอีกแน่ ตราบที่มีอายังอยู่กับพี่... ตราบที่สัญญาผูกพันยังคงประทับอยู่บนมือพี่และบนหน้าอกของมีอา"

            ฟิลมองดูมีมี่ที่ทำท่าจะหันหลังกลับไปเดินแยกไปในประตูมิติขนาดเล็กที่เปิดอ้ารออยู่
            "มีมี่... ก่อนที่จะแยกจากกันนี้ พี่มีอีกเรื่องที่อยากถามเธอจริงๆ"
            "อะไรเหรอคะ?" เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมอง
            "ถ้าเธออยู่กับคุณอีวาที่รอบรู้หลายๆสิ่งเกี่ยวกับมังกรแล้ว ถ้างั้นเธอก็ต้องรู้จากคุณอีวาแล้วสิว่า... เอ่อ..."

            ฟิลกลืนน้ำลายกลั้นความรู้สึกหวาดกลัวคำตอบแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจจริง
            "เธอเป็นมังกรใช่ไหม?"

            มีมี่หยุดเดินสนิท เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนที่จะเอานิ้วแตะคางแล้วตอบแบบทีเล่นทีจริง
            "ไม่บอกค่ะ" เธอตัดบทเอาดื้อๆ
            "อ้าวเฮ้ย... ไหงงั้นล่ะ?" ฟิลถามหน้าเหรอหรา
            "ก็แหม... พี่เป็นคนฉลาดแล้วชอบย้ำคิดย้ำทำนี่นา ถ้าบอกว่าใช่เดี๋ยวก็โทษตัวเองอีก ถ้าบอกไม่ใช่พี่ก็จะหาว่าหนูโกหกเอา" มีมี่มองตาฟิลแล้วถามย้อนคืน "จริงไหมคะ?"
            "เอ่อ... มันก็..."
            "แหะๆ ไว้ถึงเวลาเมื่อไหร่พี่จะได้รู้แน่ค่ะ ตอนนี้หนูขออุบไว้ก่อนละกัน"

            มีมียิ้มขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดกล่าวลากับฟิล
            "อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้นะพี่ อย่าโทษตัวเองอีก... แล้วก็เหมือนที่เคยบอกมาก่อนหน้านี้น่ะค่ะ รักมีอาให้มากๆนะคะพี่ ความรักที่พี่มอบให้มีอาเท่าไหร่มันจะมาถึงหนูมากตามไปด้วยเท่านั้น"

            มีมี่โบกมือลาก่อนที่จะเดินเข้าไปยังประตูมิติข้างหลัง
            แล้วจากนั้นฟิลก็รู้สึกเหมือนฉากรอบข้างค่อยๆสลายลงไปเรื่อยๆ


            ...............................................


            อึดใจจากที่มีมี่แยกจากไป ฟิลก็สะดุ้งเฮือกลืมตาตื่นขึ้น...
            ความจริงกับความฝันนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากทุ่งหญ้าอบอุ่นรอบตัวมีกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนโชยมาตลอดเวลา ก็กลายเป็นห้องมืดมิดที่เย็นชื้นจากลมกลางคืนและมีกลิ่นแชมพูจากแถวหน้าอกลอยมาสะกิดจมูกในทันทีที่สติเริ่มกลับคืน
            "กลิ่นแชมพู?" ฟิลสะกิดใจจำได้ว่ามันเป็นกลิ่นแชมพูที่มีอาใช้ประจำ

            พอจำกลิ่นได้แล้วสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืน ฟิลเองก็รู้สึกว่าตัวเองที่นอนหงายอยู่กำลังถูกบีบรัดแถวหน้าอก แล้วก็มีอะไรบางอย่างคล้ายท่อนหรือเส้นเชือกมาพาดอยู่ที่ท้องของตน...
            ไม่ต้องคิดให้มากความฟิลก็รู้ได้ว่าสัมผัสแปลกๆที่รู้สึกได้ในตอนนี้คืออะไร

            ฟิลขยับมือถลกผ้าห่มออก ก็พบว่าเป็นมีอามานอนกอดดังที่คาดเดาไว้ไม่ผิดเพี้ยน
            "ถึงว่าฝันแปลกๆ ที่แท้เพราะยายตัวดีมาแอบนอนกอดนี่เอง..."

            ถึงจะไม่เชื่อเรื่องที่ว่าหากมีอะไรมาทับหน้าอกเวลานอนแล้วจะฝันร้าย แต่ฟิลก็ไม่ชอบที่จะให้ใครมาแอบนอนกอดหรือพาดอะไรมาทับสักเท่าไหร่นัก
            ถึงกระนั้นฟิลก็โกรธมีอาไม่ลงเพราะรู้ใจดีว่าทุกอย่างที่มีอาทำลงไปนั้นล้วนเป็นเรื่องที่หวังดีกันตนทั้งสิ้น โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกสลัดเรื่องร้ายๆได้แล้วก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเอ็นดูในความหวังดีนี้มากขึ้นไปอีก

            ฟิลพลิกตัวตะแคงมองดูมีอาที่กำลังหลับ มือของเขาขยับขึ้นมาปาดผมที่ปรกหน้ามีอาออกเพื่อให้มองหน้าเธอได้ชัดๆ
            คำพูดหลายคำของมีมี่ดูเป็นปริศนาและอธิบายแบบหาหลักฐานมาอิงประกอบได้ยาก แต่หลายสิ่งหลายอย่างนั้นมันเป็นข้อเท็จจริงและเชื่อมต่อกับมีอาจริง...
            "รักมีอาให้มากๆ เพราะความรักจากมีอาส่งถึงเธอได้เหรอ...?" ฟิลลูบแก้มของมีอาพลางนึกถึงคำพูดของมีมี่

            สัมผัสอ่อนนุ่มที่ส่งผ่านถึงปลายนิ้วและกลิ่นแชมพูที่เดิมเป็นกลิ่นชอบของมีมี่ทำ ให้ฟิลอดที่จะถอนหายใจด้วยความรู้สึกตลกชีวิตเสียไม่ได้
            "อย่าว่างั้นงี้เลยนะมีมี่... ถึงจะรู้แก่ใจว่าคนละคนก็เถอะ แต่พี่เองก็รู้สึกหลายครั้งว่ามีอาเหมือนกับเธอจริงๆนั่นล่ะ... หรือว่าเธอจะเป็นมังกรจริงๆ... แล้วทำไมเธอถึงดูมีอะไรบางอย่างที่ผูกพันและเชื่อมโยงกับมีอาได้นะ" ฟิลมองมีอาคิดอยู่คนเดียว "แล้วอีเทอร์โร่ที่ว่านี่มันเป็นยังไงกัน โลกแห่งมังกรตามในนิทานมังกรน่ะเหรอ แล้วคนอย่างพี่จะได้ยังไงกันน่ะ?"

            ระหว่างที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆนั้น จู่ๆแล้วมีอาก็ได้ตื่นขึ้นมาเสียก่อน...
            "อือ..."
            "อ๊ะ... อา..." ฟิลถอยมือกลับ "สงสัยเผลอลูบแรงไปสินะ..."
            "พี่จ๋า...?" มีอางัวเงียมองหน้าฟิล
            "เด็กไม่ดีเลยนะ แอบมานอนเตียงพี่อีกแล้ว" ฟิลยิ้มเล็กๆแล้วแกล้งยกมือขึ้นมะเหงกเบาๆที่หน้าผากมีอา

            ทว่าการกระทำด้วยอารมณ์กึ่งทีเล่นทีจริงกึ่งขำแสดงความใจดีของฟิลที่ห่างหายไปนานหลายวัน เมื่อมันได้ปรากฎมาแบบนี้เองแล้ว มีอาที่กำลังสลึมสลืออยู่ก็ตื่นเต็มตัวทันที
            "พี่จ๋า...!"

            เด็กน้อยโอบกอดแน่นจนแทบจะขึ้นคร่อมทับฟิลไป
            "เฮ้ยๆๆ... เกินไปแล้วๆ" ฟิลปรามพลางตะแคงตัวให้มีอาหลุด "ลงไปนอนที่เดิมเดี๋ยวนี้เลย"
            "ก็... ก็... ก็พี่จ๋าคนเดิมกลับมาแล้วนี่...!" เธอดีใจจนน้ำตาปริ

            ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าฟิลจะหยุดการปลุกปล้ำของมีอาได้...
            จากนั้นแล้วทั้งคู่ก็ได้นั่งคุยกันที่ขอบเตียง ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ฟิลรู้สึกตัวจริงๆว่ามีอาช่วยเหลือตนในช่วงเวลาที่ซึมเศร้าได้มากแค่ไหน และทำให้มีอาต้องทั้งลำบากและรู้สึกไม่ดีอย่างไร...
            "ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะมีอา... แต่ว่าพี่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ..." ฟิลลูบหลังศีรษะมีอา
            "จริงๆนะ...?" มีอาเงยหน้ามอง
            "อืม..."


            ...............................................


            ฟิลตัดสินใจเล่าเรื่องที่ฝันเมื่อครู่ให้มีอาฟัง และมีอาเองก็ดูจะสนใจเรื่องของมีมี่อยู่ไม่น้อย
            แต่พอเล่าให้มีอาฟังแล้วฟิลก็ต้องแปลกใจที่มีอาไม่เคยสัมผัสได้ถึงการมีตัวตนของมีมี่เลย มีอาไม่เคยแม้กระทั่งจะฝันถึง สิ่งที่พอรับรู้ได้ก็มีเพียงแค่กลิ่นของมังกรที่ตกค้างอยู่เท่านั้น

            ฟิลพูดคุยกับมีอาไม่นานนักก็เริ่มกลับมาง่วงอีกครั้ง ความเพลียเมื่อยล้าทางกายไม่ได้หายได้ด้วยการพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ
            เช่นเดียวกับมีอาที่เมื่อหายตื่นเต้นและสบายใจแล้วตาเธอก็เริ่มปรือขึ้นอีกครั้งตามไปด้วย เด็กน้อยอ้าปากกว้างหาวหวอดจนฟิลนึกตลก
            "ไปนอนเถอะมีอา ดึกแล้วนะ พี่สัญญาว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว เธอจะพบกับพี่คนเดิมไม่มีเปลี่ยนอีกแล้วล่ะ"
            "อืม..." มีอารับฟังโดยง่าย

            ในตอนที่มีอากำลังเดินหันหลังออกไปนั่นเอง ภาพแผ่นหลังของเธอจากแสงสลัวๆก็ทำให้ฟิลเกิดเห็นซ้อนทับเป็นภาพเดียวกับมีมี่เข้า...
            "มะ... มี..." ฟิลอ้ำอึ้งพูดไม่ออกว่าจะเรียกใคร
            "หืม...?" มีอาหันกลับมองตามเสียง "อะไรเหรอพี่จ๋า?"

            ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ฟิลหลุดจากภวังค์ได้
            "เอ่อ... เปล่า..."

            ฟิลทำท่าจะบ่ายเบี่ยง แต่ก็ปิดโกหกมีอาที่ไวต่อการสัมผัสถึงจิตใจของฟิลไม่ได้
            มีอาเดินย้อนกลับมาหาฟิลอีกครั้ง ก่อนที่จะหยุดแล้วจ้องหน้าฟิลพร้อมกับถามนำทางฟิล
            "มีอะไรอยากพูดกับมีอาหรือเปล่าพี่จ๋า?"
            "เอ่อ... มันก็..."

            การได้มองหน้ามีอาใกล้ๆก็ทำให้ฟิลเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในใจ
            ถึงจะไม่อยากเหมารวมว่ามีอามาแทนมีมี่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีมี่กับมีอามีความคิดหลายอย่างคล้ายกัน อย่างน้อยแล้วก็เรื่องความรู้สึกที่มีต่อตน
            "ก็ได้... ก่อนจะนอนจริงๆ พี่มีเรื่องหนึ่งที่อยากถามเธอ..." ฟิลพูดล่ะคำว่า 'แทนมีมี่' ไว้
            "ได้สิพี่จ๋า มีอาตอบพี่จ๋าให้ได้ทุกเรื่องเลย" เด็กน้อยดูดีใจ
            "ในคืนวันที่ทำสัญญา... คือว่า..."

            ฟิลกระอักกระอ่วมใจที่จะถาม ใจหนึ่งก็อยากรู้คำตอบ อีกใจหนึ่งก็หวั่นๆใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นแววตาซื่อบริสุทธิ์ของมีอา

            มีอาจับมือฟิลแล้วยิ้มและพูดให้กำลังใจ
            "ถามมาเถอะพี่จ๋า มีอาสัญญาว่าจะตอบตรงๆแล้วก็ไม่โกรธด้วยไม่ว่าจะเป็นคำถามแบบไหนนะ" เธอยังคงซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
            "อืม... มันอาจเป็นคำถามที่ตลกที่จะมาถามคนเป็น แล้วถ้าเป็นอย่างที่พี่สงสัยเธอก็ไม่อยู่ในสถานะที่ตอบได้หรอกนะ... แต่ว่า... ขอถามเธอตรงๆเลยละกัน..."

            ฟิลมองหน้ามีอาแล้วตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
            "สมมติว่า... สมมติว่าคืนนั้นสัญญาล้มเหลว... เธอจะโกรธพี่ไหม?"

            มันเป็นคำถามง่ายๆแต่ก็เป็นเรื่องยากจะทำใจรับได้สำหรับฟิล...
            เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบเสียมีอาไป และครั้งหนึ่งเขาก็เคยคิดว่าเป็นตัวการที่ทำให้มีมี่ตาย...
            "อ๋อ... นึกว่าเรื่องอะไร"

            ทั้งที่มันเป็นคำถามที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย และฟิลเองก็ถามไปด้วยความเครียดและตั้งมั่นที่สุด
            ทว่ามีอากลับตรงข้าม เธอยิ้มให้กับคำถามของฟิล ก่อนที่จะส่ายหน้าแล้วตอบด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติเช่นเดิม
            "ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะพี่จ๋า?" เธอย้อนกลับคำถามด้วยคำถาม
            "ก็... พี่เป็นสาเหตุให้อาการพิษมังกรแสดงออกมานี่นา ถ้าเธอไม่เข้าใกล้พี่ เธอก็น่าจะปลอดภัยกว่านี้..."
            "ไม่สักหน่อย! อยู่ห่างพี่จ๋าต่างหากที่ทำให้มีอาทรมานที่สุด!" เธอพูดเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าฟิลพยายามจะแยกตนออกไป "ถ้าได้อยู่กับพี่จ๋าล่ะก็ ถึงตายมีอาก็ยอม... มีอาพูดจริงๆนะ!"

            ฟิลยิ้มแล้วเงียบไป ก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบศีรษะมีอาที่จริงจังจนใกล้จะร้องไห้อีกรอบ
            "ไม่เอาน่า... อย่าพูดเรื่องตายง่ายๆสิ..." ฟิลปลอบ "ถ้าตายแล้วเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้วน่ะสิ"
            "อืม..." ว่าแล้วมีอาก็โผเข้าซบกับแผ่นอกฟิล "นั่นสินะ... ก็พี่จ๋าสัญญาแล้วว่าจะอยู่กับมีอาตลอดไป"
            "ทั้งเธอทั้งมีมี่เหมือนกันจริงๆเลยนะ... ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาพี่แทบไม่เคยเห็นพวกเธอโกรธพี่เลยสักครั้ง..." ฟิลลูบศีรษะมีอามือสั่นไหว "แม้กระทั่งทำให้เธอเกือบตาย... เธอก็ยังไม่คิดโกรธพี่... กับมีมี่ก็ป่วยจนไปไหนไม่ได้น่าจะเดาอนาคตตัวเองได้... กับเธอก็ด้วยตอนสัญญาล้มเหลว ภาพความตายน่าจะเวียนมาในหัวบ้าง... แต่ทั้งมีมี่ทั้งเธอกลับยิ้มให้พี่ได้... แม้ตอนใกล้ลมหายใจสุดท้ายของชีวิต... พอมานึกว่าความตายของพวกเธอนั้นอาจมาจากตัวของพี่... มันก็ทำให้พี่ปวดใจเหลือเกิน..."
            "พี่จ๋า..."

            มีอาดันตัวเองจากแผ่นอกของฟิลแล้วเงยหน้ามองระยะใกล้ๆ
            "มีอาเองก็กลัวตายเหมือนกันนะพี่จ๋า... มีอาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรจากนั้น จากนิยายก็น่ากลัว จากหนังสือที่พี่เล่าให้ฟังก็น่ากลัว... มันเป็นอะไรที่ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่แล้วจะเจอกับอะไร... แต่ว่านะพี่จ๋า..." มีอามองฟิลด้วยแววตาเศร้าตามเรื่องที่กล่าวถึง "ที่มีอากลัวที่สุดก็คือการไม่ได้อยู่กับพี่จ๋าต่างหาก..."
            "งั้นเหรอ..."
            "แต่ถ้าสัญญาไม่สำเร็จจริงล่ะก็... ก็ไม่รู้สินะ... จะเกิดอะไรขึ้นมีอาก็นึกไม่ออกเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆมีอาไม่คิดโทษพี่จ๋าแน่"
            "ทำไมล่ะ... ทั้งๆที่พิษมังกรเกิดจากการกระตุ้นของสายเลือดในตัวพี่นี่นา?"
            "ก็เพราะพี่จ๋าไม่ได้ตั้งใจนี่นา... ตรงข้ามพี่จ๋ากลับพยายามทุกวิธีช่วยมีอา กระทั่งเสี่ยงตายก็ทำมาแล้ว... แล้วมีอาจะโกรธพี่จ๋าทำไมล่ะ... อีกอย่างมีอาก็เป็นคนคะยั้นคะยอให้พี่จ๋าทำสัญญาด้วย แค่พี่จ๋าคิดจะทำสัญญามีอาก็ดีใจสุดๆแล้วล่ะ"
            "อา..."

            ฟิลได้แต่นิ่งอึ้งไป มีอามองโลกแง่ดีประสาเด็กน้อยที่ซื่อบริสุทธิ์และมีความรักอย่างหมดหัวใจ

            มีอามองฟิลแล้วยิ้มออกได้อีกครั้ง ก่อนที่จะพูดต่อในสิ่งที่ฟิลเองก็ไม่คาดคิด
            "ถึงจะไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยเจอกัน แต่มีอาคิดว่าพี่มีมี่เองก็ต้องคิดแบบเดียวกันแน่ค่ะ" เด็กน้อยพูดขึ้น

            แม้ระยะใกล้เช่นนี้ฟิลก็ยังคงเห็นภาพซ้อนเป็นมีมี่ที่กำลังยิ้มให้เช่นเดียวกับมีอา
            แล้วนาทีนั้นเองสิ่งที่เสมือนหอกทิ่มแทงดวงใจก็พลันแตกออก ความรู้สึกเจ็บปวดมาหลายวันได้ทอนความรุนแรงลง ฟิลรู้สึกเหมือนได้ทิ้งห่วงโซ่ล่องหนอันหนักอึ้งที่ผูกมัดฉุดรั้งร่างกายลงไปได้

            ก่อนที่จะรู้ตัว มือทั้งสองข้างก็โอบกอดเด็กน้อยเข้าไว้เต็มรัก...
            ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอื่นใด เพียงแค่สัมผัสทางกายก็มากพอที่จะสื่อความรู้สึกออกมาได้หมดสิ้น...


            ...............................................


            เช้าวันใหม่ที่สดชื่นเวียนวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมจิตใจของฟิลที่สดใสขึ้นมาก
            แน่นอนว่าเขาไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่ตัดข้อสงสัยเรื่องที่ตนเองเป็นเหตุให้มีมี่ป่วยด้วยพิษมังกร แต่กระนั้นก็เลือกที่จะยืนหยัดและกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งด้วยสัญญาที่ให้ไว้กับมีมี่และด้วยแรงผลักดันที่หวังดีของมีอา

            ความอ่อนล้าที่สะสมมาทำให้ฟิลนอนยาวกว่าที่คิด ซึ่งกว่าเขาจะตื่นมีอาก็จัดการทำอาหารเช้าอย่างง่ายไว้เรียบร้อย
            จังหวะที่ฟิลกำลังลุกจากเตียงมานั่งให้เลือดลมเดินเข้าที่เข้าทางนั่นเอง มีอาก็ได้เดินเข้ามาหมายจะปลุกพอดี
            "ตื่นสายนะพี่จ๋า" มีอาได้ทีแซวหลังจากที่เคยถูกฟิลหยอกล้อเรื่องตื่นสายมาหลายครั้ง
            "ฮ่ะๆ... แบบว่าไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายวันแล้วน่ะ... เลยนอนคุ้มไปเลย"
            "รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมล่ะพี่จ๋า?" เธอถามเป็นห่วง
            "อื้อ สดชื่นขึ้นมากแล้วล่ะ วันนี้ทำงานได้เต็มที่เลย
            "อื้อ ดีจัง" เด็กน้อยยิ้มโล่งใจที่เห็นพี่ชายกลับมาเป็นคนเดิมแล้วจริงๆ

            ในระหว่างที่ฟิลทำท่าจะลุกขึ้นยืน มีอาก็ได้เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วก็นั่งลงที่เตียงเคียงคู่ฟิล
            "นี่พี่จ๋า"
            "หืม...?" ฟิลนั่งต่อแล้วหันมอง
            "ที่จริงแล้วมีอาตั้งใจจะทำมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ แต่เห็นพี่จ๋าอยากนอนเงียบๆก็เลยไม่ได้ทำ"
            "ทำอะไร?"
            "แบบว่าอุตส่าห์ตั้งใจอย่างเต็มทีเลย ก็เลยไม่อยากให้ค้างคาอ่ะ ยังไงแล้วพี่จ๋าช่วยเอียงหูมาใกล้ๆหน่อยได้ไหม?"
            "เอียงหู?" ฟิลสงสัยแต่ก็ทำตามแต่โดยดีเพราะคิดว่ามีอาอาจมีเรื่องหยอกล้อตามแบบฉบับของเธอเอง

            ทว่ามีอาไม่ได้คิดจะหยอกล้ออย่างที่ฟิลคาดเดา หากแต่เธอตั้งใจเอาจริง...
            พอเห็นฟิลเอียงต่ำมาอยู่ในระยะถนัดแล้ว เธอก็ไม่รอช้ายื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มฟิลไปฟอดใหญ่

            เพียงเท่านั้นเองฟิลก็สะดุ้งดีดตัวกลับไปที่เดิมทันที
            "นี่!?" เขาหันมามองมีอาตาดุ

            แต่แทนที่มีอาจะสลดอย่างทุกที วันนี้เธอกลับยิ่มร่าแล้วหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
            "สำเร็จจริงๆด้วย! ถึงจะไม่ใช่มนตร์มีความสุข แต่ก็ทำให้เริงร่าขึ้นได้จริงๆด้วยล่ะ"
            "ตกใจไม่ใช่เริงร่า" ฟิลบ่นกลับ "แล้วไปรู้อะไรมาจากไหนอีกล่ะ ก็ไหนว่าคุณมิลฟี่สอนไปแล้วไง?"
            "ก็สอนแล้วน่ะสิ เห็นไหมล่ะพี่จ๋าคนเดิมกลับมาแล้ว ไม่ได้เห็นสีหน้าพี่จ๋าแบบนี้มานานแล้วรู้ไหม?"

            ว่าแล้วมีอาก็ลุกจากเตียงโดยอ้างว่าจะไปเตรียมอาหารเช้าให้ฟิล เป็นการตัดบทสนทนาได้อย่างแนบเนียนได้กำไรเต็มรูปแบบ
            "ให้ตายสิ... คุณมิลฟี่แอบสอนอะไรให้มีอากันนะ?" ฟิลบ่นงุบงิบ

            แต่ เมื่อมองเห็นมีอากำลังจัดโต๊ะพลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข และเมื่อมองกระจกข้างกำแพงห้องดูหน้าตัวเองที่มีชีวิตชีวาขึ้น... ถึงจะเพราะโมโหก็ตาม ฟิลก็ถอนหายใจปล่อยวางและมองโลกในแง่ดีขึ้นมา
            "เอาเถอะ... จะยอมให้สักครั้งก็ได้" พี่ชายใจอ่อนบ่นไม่ลงเมื่อน้องสาวมังกรน้อยทำไปเพราะหวังดี(และก็ทำได้สำเร็จตามประสงค์)

            จากนั้นแล้วฟิลก็ได้จัดเตรียมเสื้อผ้าหมายจะอาบน้ำให้สดชื่นแล้วกลับมาทานข้าวเช้าร่วมกับมีอา
            ระหว่างที่กำลังเดินออกไปจาก ตอนที่กำลังจะสวนกับมีอาที่กำลังง่วนอยู่กับการยกอาหารจากครัวขึ้นโต๊ะกินข้าว ฟิลก็ได้หยุดแล้วคุยกับมีอานัดแนะกำหนดการใหม่ในวันนี้
            "เออนี่มีอา ช่วงเย็นนี้ไม่ต้องฝึกบินอีกสักวันนะ"

            คำพูดสั้นๆของฟิลแทบทำให้จานในมือของมีอาร่วง ตอนแรกเธอนึกว่าฟิลจะลงโทษที่แอบไปหอมแก้มฟิล
            "ไม่ใช่อย่างที่คิดน่า" ฟิลรู้ทันเลยชิงตอบไปก่อนที่มีอาจะคิดไปไกลกว่านี้ "พอดีพี่ตั้งใจว่าจะไปหาหลวงพ่อโรเบิร์ตช่วงเย็นน่ะ เลยต้องงดซ้อมบินไปก่อน"
            "ทำไมช่วงเย็นล่ะพี่จ๋า?"
            "ก็ตอนนั้นพ่อน่าจะกลับมาแล้วน่ะสิ" ฟิลให้คำตอบ "ไหนๆก็เคลียร์เรื่องมีมี่ได้แล้ว พี่ก็เลยอยากจะเคลียร์เรื่องของพ่อให้เสร็จก่อนที่พ่อจะกลับไปน่ะ"
            "อืม..."
            "พี่อาจคุยยาวสักหน่อย จะไปด้วยกันไหมล่ะ?" ฟิลแกล้งถาม "หรือว่าจะอ่านนิทานอยู่ที่บ้านรอพี่กลับก็ได้นะ"
            "ไปสิ! มีอาก็อยากเจอพ่อจ๋าเหมือนกัน!" มีอารับคำโดยไว

            ฟิลยิ้มพอใจก่อนที่จะแยกตัวไปอาบน้ำ
            เขาคิดว่าไม่ว่าผลการคุยจะออกมาเป็นเช่นไร แต่วันนี้เรื่องราวที่ค้างคาในครอบครัวทั้งหมดควรจะยุติสิ้นสุดลงเสียที...


            ...............................................


            วันนี้เป็นวันดีของฟิลอีกหนึ่งวัน นอกจากจะปล่อยวางเรื่องน้องสาวที่ค้างคาใจได้แล้ว สิ่งที่ต้องการต่อมาก็สมประสงค์โดยไม่มีอุปสรรค์ใดๆมากั้นขวาง
            เมื่อไปถึงโบสถ์แล้วฟิลก็พบทั้งพ่อและโรเบิร์ต ลอร่าอยู่กันพร้อมหน้า...

            พลันที่เปิดประตูโบสถ์เข้าไปก็พบว่าเครนี่กำลังคุยธุระอยู่กับโรเบิร์ตที่ด้านในโบสถ์พอดี
            พอเห็นหน้ากันแล้วต่างฝ่ายต่างก็เงียบไปทั้งคู่ ฟิลกระอักกระอ่วมใจเล็กๆที่ต้องไปเริ่มต้นพูดกับพ่อหลังจากที่เคยหมางเมินมาอย่างรุนแรง ทางด้านโรเบิร์ตกับเครนี่เองก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเช่นกันเพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นฟิลแยกไปนั้น ฟิลก็อยู่ในสภาพที่สลดหดหู่ที่สุด...

            แต่บรรยากาศก็อึมครึมอยู่ได้ไม่นาน เพราะมีอาได้เป็นคนทำลายมันลงได้ง่ายๆด้วยลูกอ้อนประจำตัว
            "นี่พี่จ๋า พ่อจ๋าอยู่ด้วยล่ะ เข้าไปคุยกันเถอะ" เธอพูดขึ้นเพราะอยากไปหาเครนี่โดยไม่ได้เกี่ยวกับจุดประสงค์ของฟิล แต่มันก็กลับเป็นเรื่องดีที่เป็นการเปิดช่องให้ฟิลเข้าหน้าเครนี่ได้ง่ายขึ้นมาก
            "นั่นสินะ" ฟิลได้ทีจูงมือมีอาเดินเข้าไปในโบสถ์
            
            ฟิลไม่ปล่อยให้ความรู้สึกลังเลใจกลับมาอีกรอบ พออยู่ใกล้เครนี่พอแล้ว เขาก็ตัดสินใจพูดในสิ่งที่ต้องการพูดมากที่สุด
            "พ่อ... กับเรื่องทั้งหมด ผมอยากจะขอโทษ..."

            ไม่ทันที่ฟิลจะได้พูดจบประโยคดี เครนี่ที่รู้ใจหัวอกลูกชายดีจึงได้เป็นฝ่ายพูดตัดบทไปเอง
            "ทานข้าวเย็นมารึยังล่ะลูก?"
            "ยังครับ..." ฟิลเองก็หลงประเด็นไปโดยง่าย
            "งั้นมากินด้วยกันเลยดีไหม?" เครนี่ถามพลางชายตามองไปที่โรเบิร์ต

            โรเบิร์ตเองก็รู้ทันความคิดของเพื่อนและเข้าใจสถานการณ์ดี เขาหันไปทางห้องครัวแล้วตะโกนบอกลอร่าแทนคำตอบฟิลแบบกึ่งๆมัดมือชก
            "ลอร่า เตรียมอาหารอีกสองที่เผื่อฟิลกับมีอาด้วยนะ!"
            "ค่า พ่อ!" เสียงแหลมดังตอบมาจากห้องใกล้ๆกัน เป็นอันที่เข้าใจตรงกันดีทุกฝ่าย


            ที่สุดแล้วฟิลกับมีอาก็เปลี่ยนบรรยากาศมาทานอาหารเย็นต่างที่
            ความต้องการของฟิลไม่ถูกตอบสนอง เครนี่เองก็รู้ดีว่าฟิลรู้สึกอย่างไรจึงไม่อยากซ้ำเติมเรื่องในอดีตอีก เขาบอกเพียงแค่สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปอย่าได้ขุดคุ้ยขึ้นมาอีก เพราะมันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย
            สำหรับเครนี่แล้วขอเพียงให้ฟิลรู้ความจริงแล้วเอาชนะความเจ็บปวดระทมทุกข์มาได้ก็เป็นเรื่องที่เขาพอใจที่สุดแล้ว และการที่ฟิลกลับมาขอประสานรอยร้าวกลับคืนครอบครัวเดิมก็ถือเป็นเรื่องต่อเนื่องที่เขาเองก็ไม่คิดมาก่อน ซึ่งหากฟิลต้องการเช่นนั้นจริง ขอเพียงแค่ความรู้สึกก็พอแล้วไม่จำเป็นต้องขอโทษให้รู้สึกผิดอีก
            "ว่าแต่เราดื่มพวกเหล้าเป็นไหม?" เครนี่เบนเรื่องไปด้านอาหารเย็นเต็มตัว
            "ก็พอได้ครับ แต่ถ้าเป็นไวน์น่าจะดีกว่าเบียร์หรือเหล้านะ กินได้เรื่อยๆแล้วก็เหมาะกับมื้ออาหารด้วย" ฟิลเสนอไป
            "งั้นก็พอดีเลย พ่อพึ่งไปได้ของขึ้นชื่อจากหมู่บ้านใกล้ๆนี่มา..." เครนี่หยิบขวดไวน์ข้างตัวขึ้นมาแสดง "ฉลากยี่ห้อไม่เด่นเท่าไหร่ ท่าทางจะเป็นสูตรเฉพาะของหมู่บ้านแถวนี้ ลองชิมดูแล้วรสชาติดี แต่แปลกตรงที่มีฉลากบอกว่าเก็บให้ห่างมือเด็กด้วยสิ"
            "ฉลากบอกว่าเก็บให้ห่างมือเด็ก...?"

            ฟิลมองดูแล้วก็ยิ้มชอบใจขึ้นมา
            "ไอ้ไวน์ที่พ่อถือนั่นน่ะ ฝีมือหมักผมเองนะ"
            "เห?" เครนี่ประหลาดใจ "ลูกทำขายเรอะ?"
            "แน่นอนสิครับ ผมไม่ใช่เป็นเกษตรกรแบบโบราณที่ปลูกได้เท่าไหร่ก็ขายเท่านั้นหรอกนะครับ แปรรูปอาหารเป็นเรื่องผมทั้งชอบและถนัดเลยล่ะ หมักไวน์เองผมก็ทำมาหลายสูตรแล้วด้วย แต่พอดีว่าองุ่นช่วงนี้รสชาติหวานนำไปหน่อยเลยต้องปรับสูตรนิดหน่อย" สายตาฟิลมองไปที่ฉลากก่อนที่จะขยับมือขวาไปขยี้ผมมีอา "ส่วนฉลาดแปลกๆนั่นก็... ที่มาก็มาจากยายตัวแสบคนนี้แหล่ะครับ"
            "เอ๋... เอ๋? เอ๋??" มีอาจำไม่ได้
            "ไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนทานข้าวเย็นก็แล้วกันนะครับ" ฟิลเปลี่ยนเรื่องตามเครนี่

            ฟิลเองก็เข้าใจความคิดนั้นของเครนี่ดี หากเลือดข้นกว่าน้ำแล้ว ฟิลเองก็เป็นดังลูกไม้ที่ตกไม่ไกลต้น ทั้งแนวคิดและมุมมองเขาแทบไม่ต่างกับผู้พ่อเท่าใดนัก จึงเข้าใจเรื่องนี้ได้โดยง่าย
            การมาพบเครนี่จึงกลายเป็นร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันไปในที่สุด...


            ...............................................


            ช่วงเวลาแห่งความสุขที่หวนคืนดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงช่วงเวลาสามทุ่มกว่า
            การห่างเหินมาหลายปีทำให้ฟิลยังคงมีเรื่องอีกมากที่อยากคุยกับพ่อ ทำให้ตอนนี้มีอาที่ง่วงนอนตามประสาเด็กได้ไปนอนพักก่อนที่เตียงในห้องนอนของลอร่า

            ฟิลมองผ่านห้องนอนที่เปิดประตูแง้มๆเห็นภาพมีอากำลังนอนหลับอย่างมีความสุข
            "น้อยครั้งมากเลยนะที่จะเห็นมีอาหลับต่างที่ได้สบายใจได้แบบนี้ ขนาดมีเหตุให้ต้องค้างที่บาร์คุณมิลฟี่ก็ยังต้องให้ผมกล่อม ไม่ก็ต้องขอนอนกอดผมเสียก่อนประจำ" ฟิลพูดลอยๆขึ้นมาหมายจะให้เครนี่และโรเบิร์ตได้ยิน
            "ผู้ใช้มังกรที่แสนใจดีสองคนมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ มังกรที่ไหนจะไม่มีความสุขได้ลงกันล่ะ" โรเบิร์ตแซวขึ้นมา
            "นั่นสินะ... ถึงว่ามีอาเลือกที่นั่งคั่นกลางระหว่างผมกับพ่อเลย แถมไปทานไปยิ้มไปอีก" ฟิลนึกย้อนแล้วก็ชอบใจ

            ชายหนุ่มผู้พี่เหลือบตามองไปดูในห้องนอนของลอร่าอีกครั้ง ซึ่งเมื่อเห็นว่ามีอาหลับสนิทไปแล้วจริงๆ เขาก็หันกลับมาคุยยังประเด็นหนักได้อย่างไม่มีอะไรต้องระวังระแวงหรือปิดบังอีก
            ฟิลพอรู้คร่าวๆมาก่อนหน้าเรื่องที่ประเทศกำลังต้องการกำลังพลจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้มังกรที่ต้องการมากเป็นพิเศษ

            ฟิลถือโอกาสนี้ไต่ถามความจริงจากเครนี่ผู้เป็นอัศวินมังกรในระดับสูงสุดของประเทศ
            ความต้องการของฟิลไม่ใช่อะไรอื่น ฟิลไม่ได้กระหายสงครามแต่อย่างใด หากแต่เขาเป็นกังวลเรื่องที่พ่อของตัวเองจะเข้าไปทำสงครามเสียมากกว่า

            ถึงแม้ว่าเครนี่จะไม่ต้องการให้ฟิลชดใช้อะไรกับเรื่องความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น
            แต่สำหรับฟิลแล้ว เขาคิดว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อชดเชยความผิดที่เคยกระทำกับพ่อ และเพื่อชดใช้ช่วงเวลาที่หาย
            การเข้าร่วมศึกพร้อมพ่อก็เป็นหนึ่งในความคิดของเขา ซึ่งหลังจากได้ยินสถานการณ์โดยร่วมแล้วมันก็ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่สนับสนุนแนวคิดนี้ด้วย
            "ไม่ว่ายังไงไฟสงครามก็จะมาถึงอาโกลาสแน่ๆใช่ไหมครับพ่อ?" ฟิลถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "ชาวบ้านทุกคนในประเทศจะเดือดร้อนกันหมด..."
            "ถ้าชนะศึกไม่ได้ล่ะก็ใช่... แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันก็จะเกิดไวยิ่งขึ้นไปอีก" เครนี่ยังคงยืนยันเสียงแน่นหนัก
            "จริงหรือเปล่าครับที่ว่าประเทศเรากำลังต้องการผู้ใช้มังกรจำนวนมาก"
            "จริง" เครนี่พยักหน้าก่อนที่จะยกไวน์ขึ้นดื่ม

            มาถึงตอนนี้แล้วฟิลไม่มีความลังเลใจที่จะตามไปช่วยเหลือพ่อ
            แต่ว่าฟิลเองก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างเช่นก่อนหน้านี้ หากแต่เขายังมีเด็กน้อยน้องสาวจำเป็นที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆให้ต้องดูแลอยู่
            "ผมอยากไปทำงานกับพ่อ... แต่ว่าผมจะพามีอาไปไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากทิ้งให้เธออยู่ที่นี่คนเดียวด้วย" ฟิลพูดขึ้นด้วยความหนักใจ "ผมอยากเป็นกำลังให้กับประเทศอย่างน้อยถ้าประเทศชนะมีอาก็จะปลอดภัย... แต่ว่า... ถ้ามีอาไม่ได้ไปด้วยความสามารถที่ผมมีก็คงไม่มีประโยชน์..."
            "ไม่หรอกฟิล เธอใช้เวทได้นะ เวทรักษาของเธอก็ถือว่าสำคัญมากสำหรับกองทัพด้วย" โรเบิร์ตให้ความเห็นต่อแบบชมติดตลก "อย่างที่เธอบอก เธอทำได้หลายอย่าง ถ้าอะไรยังไม่เกิดจะให้เธอช่วยฝ่ายพลาธิการ ช่วยด้านอาหารการกินยังได้เลย"
            "ครับ" ฟิลจับคางหลับตาลงคิดอยู่คนเดียว

            ไม่นานนักฟิลก็เกิดนึกขึ้นได้ถึงตอนที่เจอกับมีมี่ในช่วงนิมิตรที่เหมือนหลับฝัน
            "เออใช่...!!" ฟิลหลุดปากขึ้นมาทำลายความเงียบ
            "มีอะไรเหรอฟิล?" ลอร่านั่งใกล้ๆตกใจหันมอง
            "ตอนนี้ผมยังลังเลใจอยู่ในข้อมูลหนึ่ง... เรื่องฝันที่มีมี่บอกน่ะครับ การทำสัญญามังกร" ฟิลเริ่มต้นอธิบายเรื่องในความฝันให้ทุกคนได้ฟัง

            ฟิลคิดว่าเรื่องความฝันใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้ เรื่องที่ได้ยินก็ออกจะไม่ปกติด้วย
            แต่กระนั้นฟิลคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายอะไร หากจะนำเรื่องความฝันแปลกๆมาปรึกษาสองผู้รอบรู้เรื่องมังกร เพราะเรื่องเกี่ยวกับมังกรนั้นมีการผสมผสานปนเประหว่างความจริงและตำนานอยู่มาก
            "มีมี่บอกว่าลูกทำสัญญาซ้อนได้ระหว่างที่มีสัญญามังกรอยู่แล้วงั้นเหรอ?" เครนี่สนใจเรื่องที่ฟิลพูด
            "ครับ... ผมก็ยังแปลกใจอยู่เลยว่ามันหมายความว่ายังไง ปกติแล้วคนๆหนึ่งจะทำสัญญาได้เพียงครั้งเดียวนี่นา จะมีบ้างแบบพ่อก็จะไม่ต่างกันคือทำสัญญาได้แบบครั้งต่อครั้งไม่สามารถมีมังกรพร้อมกันได้"
            "ใช่..." เครนี่ตอบยืนยันทฤษฎีที่ฟิลพูด "พ่อทำสัญญาได้หลายครั้งก็จริง แต่ก็ต้องให้มังกรตัวเดิมตายไปก่อน ถึงจะทำสัญญาใหม่ได้"
            "น่าสนใจนะ ถ้าคนๆหนึ่งมีมังกรรับใช้ถึงสองสามตัวได้นี่คงไม่เลวเลย" โรเบิร์ตคิดตาม
            "แต่มันอาจเป็นเรื่องที่ผมคิดไปเองก็ได้นะครับ" ฟิลไม่ออกตัวนัก
            "ลูกสนใจจะลองไหมล่ะ?" เครนี่เสนอตรงๆ "กองทัพเรามีฟาร์มมังกรอยู่แถวๆป่ากลางประเทศ ที่นั่นมีมังกรตั้งแต่เด็กยันมังกรแก่ปลดระวางเลยล่ะ ถ้าอยากลองล่ะก็ช่วงเดินทางพ่อจะพาไปทดสอบเอง"
            "อืม..." ฟิลคิดหนัก "อยากลองมันก็อยากอยู่หรอกครับ ถ้ามีมังกรรบที่โตเต็มวัยแล้ว ผมคงช่วยเหลืออะไรได้มาก แต่ว่า... เรื่องของมีอาล่ะ..."

            ที่สุดแล้วคำตอบก็เวียนวนมาจุดเริ่มต้น
            ไม่ว่าเครนี่ โรเบิร์ต หรือลอร่า ก็ไม่สามารถให้คำตอบแทนฟิลได้ เพราะสำหรับความผูกพันระหว่างฟิลกับมีอาแล้ว มันคือสายสัมพันธ์ทั้งพี่น้องและนายบ่าวที่กลมกลืนแน่นจนไม่สามารถแทรกแซงหรือแนะนำอะไรได้

            เมื่อเห็นทุกคนเงียบไปฟิลเองก็เข้าใจได้ว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่ เช่นนั้นแล้วเขาจึงเป็นฝ่ายที่จะถามเสียเอง
            "พ่อคิดว่าไงล่ะ?" ฟิลมองหน้าพ่อแล้วขอความเห็น "ผม... ควรจะเลือกทางไหนดี?"
            "ถ้าเป็นเรื่องนี้ลูกต้องตัดสินใจเองแล้วล่ะ... ลูกโตพอที่จะเลือกหนทางที่ถูกต้องได้แล้ว" แต่เครนี่ก็ไม่เสนออะไร เขาคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะตัดสินใจแทนเพราะขึ้นชื่อสงคราม แล้วย่อมมีความเสี่ยงถึงชีวิตได้เสมอ
            "แต่ว่าผมเคยเลือกผิดมาแล้ว จนทำให้เข้าหน้ากับพ่อไม่ได้มาหลายปีเลยนะ" ฟิลไม่มั่นใจ ภาพอดีตที่อาจสลัดไปได้มากแต่ก็ยังคงตราตรึงในห้วงความคิดอยู่
            "การเลือกทางเดินที่ผิดมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือวิจารณญาณตัดสินผิดจะด้วยเหตุของการตริตรองไม่พอหรือมีอคติก็แล้วแต่ ส่วนอย่างที่สองคือได้ข้อมูลผิดๆมา ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด เรื่องในอดีตนั้นลูกไม่ผิดหรอกแต่ผิดที่ข้อมูลนั้นถูกบิดเบือน... แต่ในครั้งนี้ข้อมูลของพ่อแน่นอนที่สุด ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าลูกจะตัดสินใจยังไง"

            ฟิลพยักหน้าเข้าใจที่เครนี่พูด แต่อย่างไรเสียทางเลือกที่เหลือมันก็ไม่ใช่สิ่งง่ายที่จะคิดตัดสินใจ
            "แย่เป็นบ้าเลย ไม่ว่าทางเลือกไหนก็พบแต่เรื่องแย่ๆทั้งนั้นเลย..." ฟิลอดที่จะถามความเห็นพ่ออีกครั้งไม่ได้ "ถ้าเป็นพ่อจะทำยังไงน่ะ?"
            "ก็ต้องเลือกทางที่แย่น้อยที่สุด" เครนี่ไม่ตอบแทนเช่นเคยแต่ก็ให้ข้อคิดที่ดีแทน "การกระทำหนึ่งใดย่อมมีผลการกระทำสนองกลับมาเสมอๆ ถ้าคิดว่าทางไหนที่จะเจอทางออกที่ดีที่สุด แล้วก็พบปัญหาน้อยที่สุด ลูกก็ควรตริตรองให้ดีแล้วมุ่งไปทางสายนั้นโดยอย่าลังเลใจ..."
            "บางครั้งชีวิตทหารก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เห็นหรอกนะ เบื้องหลังของความสงบสุขก็มีการสูญเสียไม่รู้ตั้งเท่าไหร่..." โรเบิร์ตสอนต่อ "ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนออกรบก็คือการเตรียมใจ"
            "เตรียมใจ?"
            "ใช่... เตรียมใจว่าจะต้องเผชิญอะไร และเตรียมใจที่จะพบสิ่งที่จะตามมา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะได้ไม่มาตัดพ้อภายหลัง ไม่มาเสียใจภายหลังในสิ่งที่เลือกกระทำลงไป มิเช่นนั้นแล้วก็อย่าได้คิดไปแต่แรกเลยจะดีกว่า" โรเบิร์ตอธิบายเพิ่มเติม "ความคิดของเธอก็เป็นเรื่องฉลาดดีที่ชิงตัดสินใจในระหว่างที่ยังมีทางเลือกให้ ถึงแม้ว่าทางเลือกนั้นจะบีบแคบก็ตาม แต่ในตอนนี้เธอยังควบคุมอะไรได้นะ เธอควรที่จะคิดให้ดีแล้วตัดสินใจอย่างชัดเจนไปเลยจะดีกว่า"
            "อืม..."

            ฟิลเหลือบมองไปดูมีอาที่นอนหลับสนิทไม่รู้ความ
            "ไอ้เรื่องไปสนาม รบนี่ผมคงไม่อะไรมาก ถึงจะไม่บ่อยนักแต่ผมก็เคยเจออะไรเสี่ยงๆแล้วเอาตัวรอดได้ เลยพอมีความมั่นใจอยู่บ้างว่าน่าจะไหวอยู่ขอเพียงได้ฝึกพื้นฐานการต่อสู้เพิ่มเติม... แต่ว่าสำหรับเด็กเล็กๆอย่างมีอาแล้วผมคงพาเธอไปสนามรบไม่ได้หรอกครับ... ถึงเธอจะเป็นมังกรภายใต้สัญญาผูกผันก็เถอะ" ฟิลเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดตามที่เครนี่ว่าไว้ "ผมคงต้องฝากมีอาไว้กับพี่ลอร่าที่นี่ แล้วไว้ขอผมลองทำสัญญามังกรอีกทีที่ฟาร์มมังกรตามที่พ่อว่าไว้ละกัน"
            "รับฝากน่ะพี่ยินดีอยู่แล้ว แต่พี่คิดว่ามีอาคงไม่ยอมแยกกับเธอแน่ๆ" ลอร่าที่นั่งฟังมาตลอดให้ความเห็นบ้าง
            "พ่อจะเดินทางวันไหนล่ะ?"
            "อีกสองวันตอนเช้ามืด"
            "เข้าใจล่ะครับ..."

            ฟิลหลับตาลองถอนหายใจลากยาวคิดหนัก
            จากนั้นแล้วเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมองไปทางพ่อของตนเอง แล้วจึงได้ตัดสินใจบอกทางเลือกที่ตนเลือกไว้
            "อาจเป็นเรื่องที่ดูโหดร้ายไปหน่อยกับมีอา... แต่ผมคงต้องแอบหนีไปแล้วทิ้งเธอไว้ที่นี่กับพี่ลอร่า" ฟิลตัดสินใจเด็ดขาด "ผมจะไปรบคนเดียว ส่วนมีอาจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าเรื่องจะจบ...!"

-----------------------------
Free talk - กำลังจะหมดดราม่าไปแล้วแท้ๆ ก็จะมีดราม่าใหม่มาต่อเนื่องล่ะครับ บอกแล้วงานนี้ดราม่าต่อเนื่อง
เก็บไว้ลุ้นตอนต่อไปครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฟิลและมีอา แต่บอกได้ว่าประทับใจแน่ๆ grin


คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 ธ.ค.53 เวลา 12:30:50 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

มาละ ตอนนี้มีมี่ยังกะลากฟิลเข้าห้องกาลเวลาแล้วเลคเชอร์ยาวเลยแฮะ
ถ้าตีความจากที่มีมี่พูดแล้วละก็ ฟิลน่าจะรู้ได้ไม่ยากนักเลยต้องใช้วิธีคาดคั้นให้รับปากสินะ
จะว่าไปมีมี่เรียกว่าฉลาดเกินเด็กดีไหมหว่า

ส่วนตัวคาดว่าตอนนี้อัดมากไป ควรจะแยกเป็นจบที่ ตื่นมาแล้วคุยกับมีอา แล้วค่อยต่ออีกตอนของเครนี่มากกว่าเพราะการที่เนื้อหาครึ่งแรกกำลังซึ้งได้ที่ กลับมาเริ่มปมดราม่าใหม่เสียแล้วซะงั้น

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 20 ธ.ค.53 เวลา 12:39:38 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

เห็นแบบนี้แต่มีมี่ก็หนักไปทางแม่(เมลิซ่า) เชียวนะครับ smile
เรื่องความคิดความอ่านนี่ไม่เบาเชียวล่ะ เพียงแต่จะอ่อนโลกไปสักนิดเพราะชีวิตส่วนใหญ่จะนอนป่วยบนเตียง

ยิ่งตอนหลังพอได้อยู่กับอีวาแล้วยิ่งไปใหญ่เลย ที่จริงแล้วตอนนี้เธอเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องมังกรที่สุดบนเคลเฟอร์ล่ะครับ แต่ก็ปิดไว้เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเท่าไหร่

อืม... ที่จริงแล้วตอนนี้ทื่วางโครงก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ยาวสักเท่าไหร่ แต่พอเก็บตกนั่นนี่แล้วก็กลายเป็นเพิ่มมาเอาเรื่องเลย แต่ก็ไม่หลุดจากสโคปที่วางไว้ล่ะนะครับ
ที่ไม่หั่นเพราะตอนหน้ามันจะเป็นบทซึ้งน่ะสิครับ แต่ตอนนี้เป็นบทเครียดส่งท้ายตอน เลยหั่นไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 21 ธ.ค.53 เวลา 13:41:09 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ