Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-02 : Triangle-Heart ตอนที่ 14 ค่ำคืนแห่งคำสัญญา

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 14 ค่ำคืนแห่งคำสัญญา

"พรึบ..."

เปลวไฟสัญญาณแห่งสงครามถูกจุดขึ้นทันที-อันเป็นสัญญาณเริ่มต้นแห่งสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนทวีปไทรมีนัสแห่งนี้...

...ซึ่งในภายหลังถูกเรียกว่า"สงครามเทียร์ศักดิ์สิทธิ์"

...สงครามหยาดน้ำตาศักดิ์สิทธิ์
---------------------------------------

"เทดีกัส..."

เสียงของพระราชานารัสดังขึ้นภายในห้องท้องพระโรงแห่งอาเรเซียพลางกวาดสายตามองลงไปยังสายสืบที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...นำกองกำลังปีศาจเพียงแค่สองหมื่นสองพัน-ก็คิดจะตีอาณาจักรอาเรเซียของเราหรือ"

"ครับ"

สายสืบส่งเสียงตอบรับออกมา...องค์ราชาจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังอาเรสกับกาแลนที่เป็นเพียงรองแม่ทัพใหญ่บาเรนซึ่งถูกเทดีกัสสังหารไปแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

"อาเรส...กาแลน..."

"ครับ..."

"พะยะค่ะ..."

อาเรสและกาแลนก้าวออกมาเบื้องหน้าแล้วคุกเข่าลงพร้อมทั้งส่งเสียงตอบรับกลับไป...องค์ราชาจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างเรียบง่ายว่า

"ท่านทั้งสองจงนำกองกำลังทหารและอัศวินสามหมื่นนายออกไปรับศึกเดียวนี้"

"ครับ..."

"พะยะค่ะ..."

อาเรสและกาแลนส่งเสียงตอนรับออกมาด้วยความหนักใจยังภาระหน้าที่ที่ตนได้รับ...องค์ราชานารัสยิ้มแล้วจึงสั่งการต่อไปว่า

"ส่วนเราจะนำยังกำลังทหารและอัศวินหนึ่งหมื่นนายเฝ้ากำแพงเมืองเอง..."

พระองค์ที่มีหน้าที่ต้องปกป้องประชาชนที่อยู่ในเมืองจึงพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังมีน่าที่ถูกสถานการบังคับให้ต้องออกมารวมประชุมในครั้งนี้ด้วยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...มีน่า"

"พะยะค่ะ"

มีน่าส่งเสียงพร้อมทั้งก้าวออกมาจากด้านหลังขององค์หญิงนีน่าคุกเข่าลงรอคอยรับคำสั่งอีกคน...องค์ราชาจึงกล่าวต่อไปว่า

"เจ้าก็นำทหารและเหล่าอัศวินหนึ่งหมื่นห้าพันนายปกป้องหอคอยแห่งเวทมนตร์ด้วย"

"พะยะค่ะ"

เมื่อมีน่าส่งเสียงตอบรับออกมาถึงหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของเธอที่ได้รับ เพราะหากอาเรสมีหน้าที่นำทัพออกไปรับมือกองทัพปีศาจ พระราชานัสนำกองทัพเฝ้ายังกำแพงเมืองปกป้องยังผู้คน-หน้าที่ของเธอคือต้องรักษาและพิทักษ์ยังเวทมนตร์ทำลายล้างสุดยอดอันเป็นเป้าหมายของชนเผ่าปีศาจ...องค์ราชันย์ที่พยักหน้ารับด้วยความพอใจจากเหล่านักรบและอัศวินที่เบื้องหน้าแล้วจึงหันไปกล่าวกับองค์หญิงนีน่าว่า

"นีน่าเจ้าก็พาเนน่าน้องสาวเจ้ารวมทั้งประชาชนออกไปหลบภัยอยู่ที่ภูเขาทางใต้ของเมืองก็แล้วกัน"

"ไม่เพค่ะ..."

องค์หญิงนีน่าส่งเสียงปฏิเสธออกมาอย่างเสียงแข็ง-เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังอาเรส เพราะถ้าเป็นไปได้เธออยากที่จะร่วมกองทัพไปแนวหน้ากับเขาด้วย...แต่รู้ดีว่า"คงไม่มีทางได้รับความยินยอมแน่ๆ" จึงหันไปจ้องมองยังมีน่าแล้วกล่าวออกไปว่า

"นีน่าจะอยู่ที่หอคอยเวทมนตร์กับมีน่าค่ะ-ท่านพ่อ"

"แต่ว่า..."

องค์ราชานารัชคิดที่จะส่งเสียงปฏิเสธออกไป เพราะรู้ดีว่า"การที่กองทัพปีศาจยกกองทัพมาในครั้งเพราะต้องการจะครองครอบเวทมนตราทำลายล้างความชั่วร้ายสุดยอดของพระเจ้าที่เก็บรักษาอยู่ในหอคอยเวทมนตร์ของอาเรเซีย"...แต่องค์หญิงนีน่ากลับกล่าวตอบไปด้วยประกายตาที่มุ่งมั่นว่า

"ไม่เพคะ...ลูกจะอยู่ที่นี่เพราะมันเป็นหน้าที่ของลูกที่เป็นทายาทแห่งสามนักปราญช์ที่ต้องสืบทอดหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาเวททำลายล้างสุดยอดนั้นไว้"

"..."

องค์ราชานารัสถึงกับนิ่งเงียบลงไปเล็กน้อยเมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่มุ่งมั่นของบุตรสาวตน...ตั้งแต่เล็กจนโตใหญ่-ตนไม่เคยเห็นถึงดวงตาที่เดี่ยวเด็ดของบุตรสาวตนเช่นนี้มาก่อนเลย จึงได้แต่เปลี่ยนใจตอบออกไปว่า

"งั้นก็ตามใจเจ้าแล้วกัน…"

องค์ราชานารัสจึงหันไปกล่าวกับมีน่าว่า

"...มีน่า-เราฝากนีน่าด้วยน่ะ"

"หม่อนฉันจะดูแลองค์หญิงด้วยชีวิตพะยะค่ะ"

มีน่าส่งเสียงตอบรับกลับไปพร้อมทั้งคุกเข่าลงอีกครั้งด้วยแววตาที่เชื่อมั่น เพราะต่อให้เธอต้องตายก็จะต้องปกป้องยังองคืหญิงนีน่าให้ได้...องค์ราชานารัสที่พยักหน้ารับอย่างเชื่อมั่นแล้วจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังทุกคนจึงกล่าวต่อไปว่า

"ถ้าไม่มีอะไรก็เลิกประชุมได้...พรุ่งนี้ออกเดินทางได้"

"ครับ..."

"พะยะค่ะ..."

"เพคะ..."

ทุกคนส่งเสียงตอบรับออกไปพร้อมทั้งส่งเสร็จองค์ราชาที่ก้าวออกไป
-------------------------------------

55,000 นายคือจำนวนนายทหารและเหล่าอัศวินที่เหลืออยู่ของอาณาจักรอาเรเซียในยามนี้ โดยที่วางแผนจะเน้นหนักที่ใช้กองทัพของอาเรสทำร้ายล้างพวกปีศาจและมีกองทัพขององค์ราชาคอยสนับสนุนหรือช่วยเหลือถ้ายามจำเป็น ส่วนมีน่าต้องนำอัศวินส่วนหนึ่งประจำอยู่ที่หอคอยเวทมนตร์เพื่อป้องกันพวกปีศาจอาจจะลอบโจมตีหอคอยแห่งนั้นจึงเป็นจุดที่สำคัญที่สุด

อาเรสที่กำลังประชุมการวางแผนเพื่อเตรียมเดินทัพอยู่กับเควิน อลันและกาแลนอยู่ในยามนี้-เขาได้หันไปถามสายสืบว่า

"นายพอจะรู้มัยว่ากองทัพของพวกมันในยามนี้มีทัพอะไรบ้าง"

"กองทัพของพวกมันแบ่งเป็นห้ากองทัพประกอบด้วยปีกซ้ายและปีกขวา ทัพหน้า ทัพหลวงและทัพอากาศ..."

หยุดเล็กน้อย-สายสืบคนนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า

"...ถ้าจะแบ่งอย่างละเอียดละก้อ กองทัพหน้าจะเป็นกองทัพมังกรพสุธาที่เน้นพลังกำลังโจมตีเร็ว-สี่พันนาย ปีกซ้ายขวาเป็นทหารราบ-รวมแปดพันนาย กองทัพอากาศจะเป็นมังกรบินสำหรับโจมตีทางอากาศหรืออาจจะลอบเข้าโจมตีกำแพงเมือง-สองพันนาย..."

หยุดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แต่นายน่ากลัวที่สุดกลับหลวงที่อยู่ตรงกลางประกอบด้วยทัพมังกรพสุธา-พันนาย ทหารราบ-สี่พันนายและพันจอมเวทคอยสนับสนุนอีก-สามพันนายครับ...รวมทั้งหมดเป็นสองหมื่นสองพันนายครับ"

"อืมม์..."

กาแลนที่พยักหน้าตอบรับออกมาอย่างพอใจถึงรายงานที่ได้รับจากสายสืบแล้วจึงกล่าวออกไปอย่างหนักใจว่า

"...ช่างเป็นกองทัพที่น่ากลัวจริงๆ…"

เพราะถึงจะมีจำนวนกองทัพปีศาจแค่ 22,000 นายก็ตาม-แต่ด้วยความแข้งแรงของพวกจนเผ่าปีศาจที่โดยรวมจะสูงกว่ามนุษย์ถึง 1.5 เท่านั้นก็เท่ากับว่า"มีกองกำลังเทียบกับกองทัพมนุษย์ถึง 33,000 นายเลยที่เดียว"...หักรบกันแล้ว-กองทัพของอาเรสถือว่าเสียเปรียบอยู่ 3,000 นายเลยทีเดียว

...อาเรสมีทหารอยู่ในมือ 30,000 นาย

แต่สิ่งที่กาแลนหวาดกลัวจริงๆกลับไม่ใช่กองทัพที่มากว่า 3,000 นายนั้นแต่เป็น...เป็นสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไปต่างหาก

"ทำอย่างไงถึงกับจะจัดการกับกองทัพมังกรพสุธานั้นได้"

เพราะถึงมังกรพสุธาที่กองทัพปีศาจใช้ขี่แทนม้านั้นจะเป็นมังกรขั้นต่ำสุดที่สูงประมาณ 2.5-4 เมตรไม่สามารถพ่นไฟได้-แต่ก็มีความเร็วพอๆกับม้าพร้อมทั้งกรงเล็บและคมเขี้ยวของมันถึงกับสังหารม้าที่พวกตนขี่ได้อย่างง่ายดาย...

...การเข้าประทะด้วยทัพม้าจึงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ

"อืมม์..."

อาเรสที่ขบคิดเล็กน้อยจึงหันไปถามยังกาแลนออกไปว่า

"...ในกองทัพเรามีจอมเวทที่สามารถใช้เวทเออธเควคได้กี่คน"

"ถ้าเป็นจอมเวทที่ใช้เวทพสุธาขั้นที่เจ็ดละก็คงราวๆเจ็ดถึงแปดร้อยคน..."

กาแลนส่งเสียงตอบออกมาทันที-เขาที่คล้ายกับไม่เข้าใจจึงกล่าวต่อไปว่า

"…ทำไมหรืออาเรส"

แต่อาเรสกลับไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มออกมาเล็กน้อย-เขากลับถามกาแลนออกไปอีกครั้งว่า

"พลธนูกับกองทัพนกล่ะ"

...เพราะเราคิดที่จะใช้ทัพธนูยิงโจมตีทัพมังกรบินของพวกปีศาจแล้วใช้ทัพนกโจมตีซ้ำอีกที

"ก็คงประมาณห้าถึงหกพันนาย"

"ดี..."

อาเรสส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรอยยิ้มอีกครั้งหนึ่งด้วยความพอใจของจำนวนทหาร-เขาจึงกล่าวต่อไปว่า

"...ศึกครั้งนี้เรามีลุ้น"

...เพราะถ้าจัดการกับกองทัพมังกรพสุธาและมังกรบินของพวกกองทัพปีศาจได้แล้วละก้อ-สถานการณ์ที่เสียเปลี่ยนของพวกตนก็จะเปลี่ยนเป็นทัดเทียมและอาจจะทำให้มีโอกาสพิชิตชัยในศึกครั้งนี้ได้

"เอ๋ะ..."

อลันส่งเสียงร้องออกมาอย่างรู้ทันก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

"...หรือว่านายจะใช้แผนนั้น"

"ใช่แล้ว"

พออาเรสส่งเสียงตอบรับกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มั่นใจยังแผนการณ์ที่เคยซ้อมกันหากต้องทำสงครามกับชนเผ่าปีศาจ...เควินที่ฉุกใจคิดได้ถึงกล่าวออกไปว่า

"นายคิดจะใช้แผนการทำลายกองทัพปีศาจของท่านอาจารย์บาเรนที่เคยให้พวกเราซ้อมรบกันใช่ไหม"

"ใช่..."

อาเรสพยักหน้าตอบรับออกมาอย่างชัดเจน-เขายังกล่าวออกไปด้วยประกายตาที่มุ่งมั่นอีกว่า

"...ไม่มีแผนไหนจะดีเท่าแผนการนั้นอีกแล้ว-เพื่อล้างแค้นให้กับท่านอาจารย์อีกและฉันจะเข้าไปเด็ดหัวของเทดีกัสเพื่อแก้แค้นให้กับอาจารย์ด้วยมือของฉันเองเลย"

"อืมม์"

ทั้งเควินและอลันส่งเสียงตอบรับออกมา เพราะทั้งพวกเขาและอาเรสต่างไม่มีใคร-ไม่เสียใจต่อการตายของบาเรนเพื่อแต่เก็บซ่อนความโศกเศร้าไว้เป็นพลังสำหรับการต่อสู้เท่านั้น...ในขณะที่กาแลนกลับร้องถามออกไปว่า

"แผนการอะไรกัน"

อาเรสที่ไม่ตอบกลับสั่งการต่อไปว่า

"ฉันจะคุมกองทัพหน้าเองส่วนเควินกับอลันพวกแกคุมปีกซ้าย-ขวาส่วนท่านกาแลนคุมทัพหลักกับพวกธนู..."

แล้วจึงหันไปกล่าวกับสายสืบว่า

"...ส่วนนายคุมทัพวิหกก็แล้วกัน"

"ครับ..."

ทุกคนส่งเสียงตอบรับอาเรสที่สั่งการไปทันที เพราะถึงแม้เขาจะได้รับมอบหมายให้นำทัพเคียงคู่กับกาแลนก็ตาม แต่ทุกคนก็ทราบดีว่า"เขาคือผู้ที่สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากบาเรน-ทั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่หรือแม่ทัพผู้เก่งกาจในอนาคต"...อาเรสร่วมกับวางแผนการรับมือกับกองทีพปีศาจเสร็จแล้วไม่มีใครเสนอยังความเห็นอื่นใดอีกจึงลุกขึ้นพร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า

"เลิกประชุมได้..."

เขาที่ก้าวเดินออกไปหยุดยังประตูห้องกลับหันว่ากล่าวกับทุกคนอีกครั้งว่า

"...เตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อม-เราจะเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืด"

"ครับ"

ทุกคนส่งเสียงตอบรับกลับไปอีกครั้งหนึ่งด้วยความหนักใจ เพราะทราบดีว่าศึกครั้งนี้มีความสำคัญมากแค่ไหน...อาเรสจึงรีบก้าวออกไปรุ่มร้อนทันที

เพราะหัวใจของเขาลุ้มร้อน โหยหาที่จะพบกับใครสักคนเป็นที่สุด...
----------------------------------------------

"ท่านมีน่า"

โมก้าอดที่จะส่งเสียงร้องถามออกไปมีน่าออกไปหลังจากที่การประชุมเสร็จสิ้น-ไม่ได้...มีน่าที่คิดจะก้าวออกไปจากห้องประชุมนั้นได้หันกลับไปกล่าวกับโมก้าว่า

"มีอะไรหรือ-โมก้า"

"คือว่า...คือว่า..."

โมก้าที่คิดจะกล่าวอะไรออกไปนั้นอดที่จะลังเลขึ้นมาไม่ใด้-เธอจึงได้แต่เพียงอ้ำอึ้งลงไปเท่านั้น...มีน่าที่เห็นถึงท่าทีที่แปลกๆไปของโมก้าจึงจ้องมองไปพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

"มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ-โมก้า...ฉันไม่ว่าอะไรหรอก"

"คือว่า..."

โมก้ายังลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกไปว่า

"...ฉันอยากจะเข้าร่วมกับกองทัพของท่านกาแลนที่ยกออกไปรบนอกเมือง"

"..."

มีน่าถึงกับนิ่งเงียบลงไปด้วยประกายตาสีน้ำเงินขาวของเธอที่สับสนไร้ซึ้งประกายแห่งความกล้าหาญอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่ใช่แต่โมก้าเท่านั้นที่จะได้ยินถึงเสียงร่ำร้องนี้จากหัวใจ...

"ควับ"

เพียงแต่เธอมีภาระและหน้าที่ของตนที่ต้องแบกรับไว้จะได้แต่หันกายกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวไหล่ที่กำลังสั่นไหวอยู่...โมก้าที่เห็นเช่นนั้นคล้ายกับรู้สึกว่า"ท่านมีน่าอาจกำลังโกรธหรือไม่พอใจอยู่ เพราะในยามนี้เธอยังคงคิดถึงเรื่องของตนเอง"จึงรีบส่งเสียงออกไปว่า

"ท่านมีน่า..."

แต่ก่อนที่โมก้าจะกล่าวขอโทษอะไรออกไปนั้น...มีน่าจึงจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยแฝงที่อิจฉาเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาว่า

"อยากจะไปก็ไปเถอะ-โมก้า..."

เพราะโมก้าคล้ายกับสามารึถทำในสิ่งที่เธอทำไม่ได้...มีน่าจึงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงหันกายก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาว่า

"...จงไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจเจ้าเถอะ"

"ท่านมีน่า..."

แต่โมก้าที่ได้ยินแม้จะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ก็ตามถึงส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความดีใจก่อนที่จะร้องถามออกไปว่า

"...ท่านมีน่าจะไปไหน"

"เราจะไปยืนรับลมบนหอคอยหน่อย"

มีน่าส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งแผ่นหลังที่สั่นไหวราวกับเสียงร่ำไห้แทนหัวใจและดวงตาของเธอ
---------------------------------------

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

โมก้าที่วิ่งออกมาจากห้องประชุมถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังอาเรสที่ยืนหาใครอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ทางด้านขวาของปราสาท-ถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างดีใจว่า

"อาเรส"

พร้อมทั้งวิ่งตรงไปหาเขาทันที

"หือ-โมก้า..."

อาเรสที่กำลังกวาดสายตาหามีน่าอยู่นั้นพอได้ยินเสียงของโมก้าก็รีบหันไปมองตามเสียงร้องทันทีพอทั้งรอยยิ้ม-เขาจึงส่งเสียงร้องออกไปอย่างดีใจแล้วรีบวิ่งตรงไปยังโมก้าพร้อมทั้งร้องถามออกมาว่า

"...ฉันมีอะไรจะถามเธอหน่อย"

ในขนาดที่โมก้าก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมๆกันว่า

"ฉันมีเรื่องอะไรจะขอร้องนายหน่อย"

อาเรสจึงเปลี่ยนเป็นถามออกไปว่า

"มีอะไรหรือ"

"ขอฉันไปกับกองทัพหน่อยสิ"

โมก้าส่งเสียงขอร้องออกไป เพราะอาเรสที่เป็นแม่ทัพใหญ่-ผู้กุมกองทัพมีอำนาจในการตัดสินใจให้ตนไปได้หรือไม่

...ถ้าไม่เช่นนั้นเธอจะต้องแอบไป

"ได้สิ"

อาเรสส่งเสียงตอบรับออกไปทันที เพราะตนเองก็มีเรื่องที่ต้องถามโมก้าเช่นกัน...ไม่มีใครจะรู้เรื่องของมีน่าเท่ากับโมก้าอีกแล้ว

"ขอบใจน่ะ-อาเรส..."

โมก้าส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้มอย่างดีใจก่อนพลางฉุกใจคิดอะไรได้แล้วร้องถามอาเรสออกไปว่า

"แล้วนายมีอะไรจะถามหรือ-อาเรส"

"มีน่าอยู่ที่ไหน"

อาเรสส่งเสียงถามออกไปอย่างร้อนใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งหวังจับจ้องมองไปยังโมก้า...โมก้าชี้ไปบนยอดหอคอยพร้อมทั้งกล่าวออกไปอย่างไม่คิดอะไรมากว่า

"ท่ามมีน่าอยู่ที่บนยอดหอคอยนั้น"

"งั้นหรือขอบใจน่ะ-โมก้า..."

อาเรสที่จ้องมองตานิ้วที่ชี้ของโมก้าส่งเสียงออกมาพร้อมทั้งหันกายหมายจะวิ่งออกไป-แต่เขาที่คล้ายกับฉุกใจคิดอะไรได้จึงหยุดเล็กน้อยแล้วหันกลับมายิ้มกล่าวกับโมก้าอีกว่า

"...อลันจะเป็นแม่ทัพคุมปีกขวาของกองทัพน่ะ-ตอนนี้อาจยังอยู่ที่ห้องประชุมอยู่รีบไปหน่อยแล้วกัน"

"ขอบใจ"

โมก้าที่ส่งเสียงตอบรีบออกมาเล็กน้อยก็หันกายวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว-โดยไม่สนใจยังอาเรสอีก...

"ไม่เป็นไร"

อาเรสส่งเสียงตอบรับออกไปอีกครั้งพร้อมทั้งหันกายกลับออกไปอีกครั้งหนึ่งหมายที่จะวิ่งออกไป...แต่อาเรสที่วิ่งออกไปได้แค่เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ต้องหยุดลง

"...ตุบ"

เพราะเสียงขององค์หญิงนีน่าที่ดังขึ้นมาว่า

"อาเรส..."

อาเรสจึงได้แต่หยุดลงไปเล็กน้อยแล้วหันไปมองยังองค์หญิงนีน่าที่พึ่งจะก้าวออกมาจากห้องประชุมของเหล่าอัศวินราชองค์รักษ์พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"องค์หญิงนีน่า"

"อาเรส..."

องค์หญิงนีน่ากล่าวออกมาพร้อมทั้งก้าวเดินมาหยุดอยู่ยังเบื้องหน้าของอาเรส-เธอใช้ประกายตาสีเขียวมรกตอันเศร้าสร้อยของเธอจับจ้องมองมายังอาเรสที่เบื้องหน้าและถามออกมาอย่างโศกเศร้าว่า

"...พอพรุ่งนี้เช้าอาเรสก็จะออกรบแล้วใช่ไหม"

"พะยะค่ะ"

อาเรสส่งเสียงตอบรับออกไปเล็กน้อยพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังยอดหอคอยด้วยความร้อนใจ...องค์หญิงนีน่าที่ได้ยินอย่างงั้นยิ้มออกมาอย่างเศร้าเล็กน้อยก่อนออกมาอีกว่า

"เราขอให้อาเรสชนะและสามารถนำชัยชนะกลับมาได้น่ะ"

"ขอบพระทัยพะยะค่ะ-ที่ทรงอวยพร"

อาเรสตอบรับกลับไปพร้อมรอยยิ้มยังความหวังดีขององค์หญิงที่มีให้...องค์หญิงนีน่าจึงยิ้มรับออกมาอย่างดีใจก่อนที่จะก้มหน้าลงไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า

"แล้วเราจะสวดภาวนาขอพรพระเจ้าและท่านเอสเมน่าให้อาเรสปลอดภัยกลับมาน่ะ"

"ขอบพระทัยพะยะค่ะ"

อาเรสส่งเสียงตอบรับไปอีกครั้งพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังบนยอดหอคอยอีกครั้งอย่างไม่สบายใจ เพราะกลัวว่า"มีน่าจะไปอีกอื่นแล้ว"...แต่องค์หญิงสาวที่ก้มหน้าลงไปนั้นกลับกล่าวออกมาว่า

"เรารู้สึกกังวลจนนอนไม่หลับ..."

ก่อนที่จะหน้าแดงแล้วเงยหน้าของมามองดูด้วยอาเรสด้วยประกายตาสีเขียวมรกตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งหวังแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...คืนนี้อาเรสเดินเล่นในสวนเป็นเพื่อนเราได้ไหม"

"องค์หญิง..."

อาเรสเพียงใช้มือทั้งสองตนกับหัวไหล่ขององค์หญิงนีน่าไว้...จนองค์หญิงนีน่าต้องหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างเอียงอายเบาๆว่า

"อาเรส"

ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งหลับตาลงไปราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างด้วยหัวใจที่มุ่งหวังอยู่...แต่อาเรสที่เพียงก้มหน้าลงกลับส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ขอโทษน่ะ-องค์หญิงนีน่า..."

ก่อนที่อาเรสจะปล่อยมือจากหัวไหล่ทั้งสองขององค์หญิงนีน่าแล้วกล่าวต่อไปว่า

"...มีเพียงคืนนี้เท่านั้นที่ไม่ได้"

"ทำไมล่ะ-อาเรส"

องค์หญิงนีน่าที่ลืมตาขึ้นมาด้วยประกายแห่งหยาดน้ำตาส่งเสียงถามออกมาด้วยน้ำเสียงราวกับจะร้ำไห้-จ้องมองมายังเขาด้วยสายตาที่ราวกับโลกหล้าจะแตกสลายลงไปในพริบตา

...

แต่อาเรสที่นิ่งเงียบลงไปเล็กน้อยสุดท้ายของตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกล่าวออกไปว่า

"กระหม่อนมีคนต้องการจะไปหาให้ได้...ภายในคืนนี้…"

เพราะสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้นนี้ไม่ว่า"อาเรสจะมีความมั่นใจแค่ไหนก็ตาม"-เขาก็ยังไม่สามารถจะบอกได้ว่า"ชนะอย่างแน่นอน"...เขาจึงต้องการพบคนที่จะมอบถึงกำลังใจและรอยยิ้มที่จะเป็นพลังให้เขาสามารถนำเอาชัยชนะกลับมาให้ได้-ก่อนที่จะหันกายแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

"...ขอประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ-องค์หญิง"

"เธอเป็นใครกัน-อาเรส..."

องค์หญิงนีน่าส่งเสียงอันเศร้าสร้อยของเธอร้องถามออกไปพร้อมทั้งหยาดน้ำตา...แต่สิ่งที่องค์หญิงนีน่าได้รับตอบกับมาจากอาเรสนั่นคือเสียงฝีเท้าของเขาที่วิ่งจากไปเท่านั้น

"…ตุบ"

องค์หญิงนีน่าที่จ้องมองเงาร่างของอาเรสวิ่งหายไปนั่นเพียงได้แต่ทรุดกายลงไปนั่งอยู่กับพื้นพร้อมทั้งหัวใจที่แหลกสลายหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะท้ายที่สุดผู้หญิงที่อาเรสรักกลับไม่ใช่เรา...
----------------------------------------

"อ้าว...เควินแกยังนั่งทำอะไรอยู่อีกล่ะ"

อลันที่เห็นเควินยังคงนั่งอยู่ภายในห้องประชุมคนเดียวในขนาดที่ตนกำลังจะก้าวเดินออกไปนั้น-จึงส่งเสียงร้องถามออกไป...เควินที่เงยหน้าขึ้นมามองดูอลันเพียงฝืนยิ้มออกส่งให้เขาอย่างเล็กน้อยก้อนที่จะตอบออกมาว่า

"ก็ฉัน...ไม่มีใครให้ต้องร่ำลาแล้วนี่"

เพราะเหล่านายทหารและอัศวินในยามก่อนที่จะออกรบเช่นนี้มักจะไปร่ำลาบุคคลที่ตนรัก-ไม่ว่า"จะเป็นครอบครัวหรือคนรักของตน"

"..."

แต่คำพูดของเควินนั้นกลับทำให้อลันต้องนิ่งเงียบลงไป เพราะคิดถึงเรื่องเควินกับรีเวียเมื่อวันก่อน-เขาจึงอดกล่าวปลอบใจเควินออกไปไม่ได้ว่า

"...ไม่เป็นไรหรอกหลังสงครามรีเวียก็อาจจะกลับมาที่อาเรเซียอีกก็ได้"

"ขอบใจ-อลัน..."

เควินฝืนยิ้มตอบรับอลันกลับไป-เขาที่เงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยังท้องฟ้าแล้วกล่าวต่อไปอย่างเลือนลอยว่า

"...ฉันก็หวังว่าเธอจะกลับมาที่อาเรเซียเหมือนกัน"

เพราะว่า"สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างชนเผ่ามนุษย์กับชนเผ่าปีศาจเช่นนั้น" จึงทำให้ชนเผ่าปีศาจมากมายที่หนีสงครามอพยพมาอยู่ที่อาเรเซียแห่งนี้เพราะสงครามของโลกปีศาจต้องจากไป...

...ซึ่งปกติพวกชนเผ่าปีศาจก็มักจะได้รับการดูถูกจากพวกมนษย์อยู่แล้ว-ยิ่งทำให้ต้องถูกขับไล่ออกไปจากอาณาจักรทันทีที่สงครามเกิดขึ้น เพราะกลัวว่า"จะเป็นไข้ศึก"

"แล้วแกละ-อลัน..."

เควินที่คล้ายกับฉุกใจคิดได้จึงก้มหน้าลงมามองยังอีกฝ่ายแล้วถามอลันต่อไปว่า

"...ไม่มีสาวๆให้ไปร่ำลาหรือไงล่ะ"

"ใครบอกแกล่ะ-ฉันมีลูกสาวขุนนางสวยๆชะโงกคอมองรอคอยฉันไปร่ำลาก่อนออกรบมากมายน่ะ..."

อลันที่ส่งเสียงกล่าวออกมาต้องหยุดชะงักลงไปทันทีเมื่อภาพของใบหน้าหญิงสาวมากมายที่สลายไปในห้วงความคิดเขาหลงเหลือแต่เพียงใบหน้าของโมก้าคนเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่-กำลังจ้องมองมายังเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

"ทำไมถึงเป็นโมก้า..."

อลันที่นิ่งเงียบยังคิดในใจต่อไปอีกว่า

"...ทำไมเราต้องนึกถึงผู้ชายด้วยน่ะ"

จนเควินที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบอย่างผิดสังเกตไปต้องส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"เป็นอะไรไปล่ะ-อลัน"

"ปะ...เปล่า..."

อลันส่งเสียงออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งหันกายรีบวิ่งออกไปทันทีทั้งยังกล่าวออกมาอย่างรีบร้อนว่า

"...ฉันไปก่อนน่ะ-พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องด่วนน่ะ"

"โชคดี"

เควินเพียงส่งเสียงตอบรับออกมาเล็กน้อยเท่านั้น...ในขนาดที่อลันกำลังจะก้าวผ่านบานประตูออกไป-เขาที่คิดจะวิ่งมุ่งหน้าตรงไปหาโมก้าก็ครุ่นคิดขึ้นมาในใจว่า

"ไปหาโมก้าหน่อยก็ดีเหมือนกัน"

"ตุบ...ตุบ..."

แต่อลันวิ่งออกไปได้เพียง 2 ก้าวเท่านั้นก็ชนโครมเข้าอย่างจังกับโมก้าที่กำลังวิ่งเขามาอย่างจังจนทั้งสองต้องล้นลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นทันที...ก่อนที่โมก้าจะส่งเสียงร้องโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจว่า

"วิ่งอะไรไม่ดูหาม้าตาเรือเลย..."

ก่อนที่เธอจะกล่าวต่อไปอีกว่า

"...จะรีบไปตายที่ไหนของนายน่ะ-อลัน"

"ก็ฉันจะรีบไปหาเธอ..."

อลันกล่าวหลุดปากออกไปได้แค่นั้น-ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเป็นกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วว่า

"...เธอนั่นแหละโมก้า...จะรีบไปไหนกัน-ถึงได้วิ่งเข้ามาไม่ดูอะไรเลย"

"นายนั่นแหละผิด"

โมก้าส่งเสียงต่อว่าอลันออกมาอย่างไม่พอใจ...อลันก็สวนกลับมาทันทีราวกับลืมถึงความตั้งใจของตนไป

"เธอต่างหากที่ผิด"

"นายต่างหาก..."

"เธอต่างหาก..."

ในขนาดที่อลันและโมก้าต่างส่งเสียงทะเลาะกันอยู่นั้น...เควินที่จ้องมองดูทันสองอยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย-ก่อนที่จะร้องถามโมก้าออกไปว่า

"เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะโมก้า"

"ไม่มีอะไร..."

โมก้าที่เลิกสนใจอลันหันกลับมากล่าวกับเควินว่า

"...ฉันแค่มาบอกว่าจะร่วมกองทัพไปด้วยเท่านั้น"

"อะไรเธอจะไปทำไมกัน..."

อลันส่งเสียงถามออกไปอย่างไม่พอใจ-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังโมก้าแล้วกล่าวออกไปด้วยความเป็นห่วงอีกฝ่ายว่า

"...ที่สนามรบมันอันตรายจะตาย"

แต่โมก้ากลับสนกลับไปทันทีว่า

"ฉันปกป้องตนเองได้"

"แต่ฉันไม่ให้ไป"

"อลันนายไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน..."

โมก้าส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างดื้อรั้น-เธอยังกล่าวต่อไปว่า

"...เพราะท่านมีน่ากับอาเรสอนุญาตแล้ว"

"นี่เธอ..."

อลันกล่าวออกมาได้แค่นั้นก็ไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก เพราะถ้ามีน่ากับอาเรสที่เหมือนกับเป็นผู้คุมกองทัพทั้งสองอนุญาตแล้ว-เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวอะไรได้อีก...ในขนาดที่เควินกลับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

"ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...แกแพ้แล้วล่ะ-อลัน"
-----------------------------------

ณ ยอดหอคอยสังเกตการณ์ทางซ้ายของปราสาทอาเรเซีย...บนลานกว้างเบื้องบนมีน่า เรนัสก้ากำลังยืนปล่อยให้เส้นผมสีทองของเธอพริ้วไสวละเลยกับสายลมที่โชยพัดมาภายในละอองของแสงจันทราสีทองสกาวที่ส่องสาดท่อประกายงดงามลงมาจากฟากฟ้าจับหัวใจผู้คนในยามนี้

...

อาเรสที่เปิดประตูก้าวเดินออกมานั่นถึงกับหยุดนิ่งแผ่นหลังของมีน่าที่เบื้องหน้าของตน-มิได้ เพราะไม่ว่า"เวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่"

...หญิงสาวคนเดียวที่เขารักก็คือเธอ

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

ก่อนที่อาเรสจะปลุกปลอบความกล้าของตนเองก้าวเดินตัดผ่านทำลายความเงียบอันเป็นนิรันดร์กาลของยามราตรีกาลนี้ไปหยุดอยู่ยังเบื้องหลังของมีน่าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างนิ่มนวลและแผ่วเบาราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับกาลเวลา ณ วินาทีนี้ว่า

"...มีน่า"

"..."

มีน่าที่ยืนอยู่เพียงสะดุ้งตัวออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งหันกลับมาอย่างรวดเร็วใช้ประกายตาที่สั่นไหวด้วยความสับสนของเธอจ้องมองมายังอาเรส-แล้วส่งเสียงอันไพเราะผสานมาเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมที่โชยพัดและแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในราตรีกาลนิรันดร์นี้ว่า

"...อาเรส"

อาเรสจ้องมองไปยังมีน่า จ้องมองไปยังใบหน้าที่สวยงดงามของเธอและจ้องมองเข้าไปในแววตาที่เรียวงดงามสวยสีน้ำเงินขาวประกายแห่งแสงออโรร่าดั่งละอองแสงแห่งสายฟ้าศักดิ์อาคาเทลของหญิง-เขาจับจ้องไปยังเงาร่างของตนที่ปรากฏอยู่อย่างชัดเจนในแววตาที่สับสนคู่นั้น...ก่อนที่อาเรสจะกล่าวผ่านสายลมที่โชยพัดฝากคำพูดของตนไปสู่เธอว่า

"พรุ่งนี้ฉันจะนำกองทัพออกไปสู้รบกับกองทัพปีศาจ"

"ฉันรู้…"

มีน่าส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งจ้องมองกลับไปยังอาเรส จ้องมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายของเขาและจ้องมองไปยังประกายตาที่แดงที่กล้าหาญและมุ่งมั่นของชายหนุ่ม-เธอเห็นถึงเงาร่างของตนปรากฏอยู่อย่างชัดเจนยิ่งในแววตาและหัวใจที่มั่นคงของเขา...ก่อนที่จะถามออกไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะแต่สับสนดังราวเสียงหัวใจที่สับสนยิ่งของเธอเองว่า

"...แล้วมาพบฉันทำไม"

"ฉันแค่มาพบเธอ..."

ใบหน้าของอาเรสปรากฏรอยยิ้มแห่งความมั่นใจโดยที่ไม่ละสายตาไปจากมีน่าเพียงแม้แต่ชั่ววินาทีเดียว-เขายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

"...มาพบเทพธิดาแห่งชัยชนะของฉัน"

"..."

มีน่าเพียงแต่นิ่งเงียบลงไปไม่ได้กล่าวอะไรออกมาพร้อมทั้งลมหายใจที่ร้อนผ่าวและเสียงหัวใจอันสับสนที่เต้นแรงและเร็วรั่วยิ่งกว่าทุกครั้งจนใบหน้าต้องแดงระเรื่อขึ้นมา...แต่ไม่ได้ละสายตาไปจากอาเรสเลยแม้แต่วินาทีเดียวในยามราตรีนิรันดร์นี้

"ตุบ...ตุบ..."

เธอคล้ายได้ยินถึงเสียงหัวใจของเธอเองและเสียงหัวใจของอาเรสที่ค่อยๆเต้นดังขึ้นมาจนเสียงหัวใจทั้งสองดวงนั้นผสานเป็นเสียงรับร้องและบทเพลงเดียวกันในพริบตาที่สลักจนซึ้งหัวใจยากที่จะลืมเลือนลงไปได้นี้...มีน่าจึงทำได้แต่ใช้มือซ้ายหยิบเอาหินหยาดน้ำตา-เทียร์แห่งแสงสว่างของเธอแตะขึ้นมาริมฝีปากที่เรียวบางอีกครั้งอย่างไม่ยอมรับเสียงของหัวใจยามนี้

...เทียร์

แม้มีน่าจะไม่ได้กล่าวออกมาจากปากแต่หัวใจเธอได้ร่ำร้องออกมาจนกระทั่งมือซ้ายของเธอเปล่งแสงสว่างสีน้ำเงิน-ขาวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

"วาว..."

ก่อนที่จะปรากฏดาบเลียยาวสีน้ำเงินขาวของเธอขึ้นในมือซ้ายอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งยกชี้ไปยังอาเรสที่เบื้องหน้าอีกครั้งหนึ่งเดียวปลายดาบที่สันสบและสับสนยิ่งพอๆกับหัวใจของเธอ

"มีน่า..."

อาเรสที่ก้าวตรงไปยังเบื้องหน้าส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งยกมือขวาของตนปัดเอาดาบเลเบียที่สั่นไหวของมีน่าให้เบนออกไปอย่างไม่สนใจ...ภายใต้แสงจันทราเพ็ญที่สาดส่องท่อประกายลงมาสิ้นยังประกายที่งดงามอาบร่างของเขาที่เป็นแม่ทัพต้องคลุมทางทัพออกไปรบกับกองทัพปีศาจและเธอที่ต้องเป็นองค์รักษ์พิทักษ์หอคอยแห่งมนตราที่ทิศเหนือนี้ก่อนที่ประกายตาของอาเรสจะจ้องมองมีน่าเพียงหนึ่งเดียวแล้วกล่าวออกไปว่า

"...ฉันรักเธอ"

มีน่าสูดเอาลมหายใจของอาเรสที่เปล่งผสานออกมาพร้อมทั้งเสียงและคำพูดของเขามาในร่างกายของเธอแล้วปล่อยให้สายลมนี้ไหลเวียนไปยังหัวใจและดวงวิญญาณของเธอ-ก่อนที่มีน่าซึ่งจ้องมองไปยังใบหน้าของเขาด้วยประกายตาที่ทั้งสั่นไหวสับสนและพร่ามัวไปด้วยละอองแห่งหยาดน้ำที่ล่องลอยจับตัวอยู่ในอากาศเบื้องหน้ากระจกตาที่เรียวงดงามสวยของเธอแล้วกล่าวออกมาทั้งๆที่รู้ถึงคำตอบของหัวใจเธอดีอยู่แล้วกลับตอบออกไปว่า

"ฉันเกลียดนาย..."

พร้อมทั้งละอองแห่งหยดน้ำที่ล่องลอยอยู่จะกลั่นตัวเป็นหยาดหยดน้ำตาได้หลั่งรินไหลออกมาจากหัวใจของเธอจนเอ้อล้นไปถึงประกายสีน้ำเงินขาวออโรร่าของเธอนี้

...ไม่ว่าเธอจะรักอาเรสมากเท่าใดก็ตาม-ก็ไม่สามารถทรยศต่อองค์หญิงนีน่าจนทำให้เธอต้องเจ็บปวดได้ เพราะทั้งร่างกาย หัวใจและดวงวิญญาณนี้มีเพียงเพื่อปกป้ององค์หญิงนีน่าจากความทุกข์ต่างๆเท่านั้น

"..."

แต่อาเรสที่นิ่งเงียบจ้องมองลงไปเห็นถึงประกายแห่งความรักและความสันสบในหัวของมีน่านั้น-คล้ายรับรู้ได้ถึงความรักที่เธอมีต่อเขาดั่งเทียร์แห่งเปลวไฟเคยบอกกับเขาเสมอมา...แต่ยังคงมีบางสิ่งบางอย่างขว้างกั้นความรู้สึกอันนั้นของมีน่าไว้

"มีน่า..."

อาเรสส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งใช้สองมือคว้าร่างที่สั่นไหวของมีน่าเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกของตนเองพร้อมทั้งกล่าวต่อไปพร้อมทั้งเสียงของหัวใจสองดวงที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกันว่า

"...เธอรักฉันจริงๆด้วย-มีน่า"

"..."

แต่มีน่าเพียงนิ่งเงียบไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเท่านั้นนอกจากร่ำไห้ออกมาในอ้อมกอดของอาเรสพร้อมทั้งปล่อยดาบเลเบียในมือซ้ายของเธอให้ล่วงหล่นลงไปสู่พื้นเท่านั้น

"เพล่ง"

...เสียงดาบเลเบียตกกระทบพื้นพร้อมทั้งศึกครั้งนี้ระหว่างเธอกับเขานั้น...มีน่า-เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว

จนในยามนี้มีน่าที่เงยหน้าขึ้นไปจ้องมองไปยังใบหน้าของอาเรสที่ก้มลงมานั้นถึงกับลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น-คล้ายทั้งโลกหล้าใบนี้คงเหลือเพียงแต่แค่เธอและเขาสองคนเท่านั้น...ถึงกับเผลอส่งเสียงกล่าวออกไปตามเสียงของหัวใจที่แท้จริงของตนเองว่า

"อาเรส-ฉันรัก..."

แต่มีน่าก็กล่าวออกมาได้แค่นั้นก่อนที่จะหยุดลงไปเพราะอาเรสได้ยกนิ้วชี้ของตนขึ้นมาปิดปากของมีน่าไว้คล้ายกับบอกให้เธอหยุดลง...ก่อนที่เขาจะกล่าวออกไปเบาๆว่า

"ฉันจะเอาชัยชนะกลับมายังปราสาทแห่งนี้ให้ได้..."

แล้วอาเรสที่ใช้มือซ้ายของตนถอดเอาแหวนหินหยดน้ำตา-เทียร์แห่งเปลวเพลิงสีแดงที่นิ้วนางขวาของตนออกแล้วใช้มือขวาของตนจับเอามือซ้ายของมีน่าขึ้นมาสวมแหวนเทียร์ของเขาลงไปยังนิ้วนางของเธอพร้อมทั้งกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ฉันจะต้องกลับมาฟังคำพูดต่อไปของเธอให้ได้อย่างนี้แน่นอน"

"อาเรส..."

มีน่ากล่าวออกมาเล็กน้อยโดยที่ประกายตาสีน้ำเงินขาวออโรร่าของเธอไม่เคยละไปจากใบหน้าอาเรสและแววตาสีแดงเพลิงของเขาแม้แต่น้อย-ก่อนที่เธอจะใช้สองมือถอดเอาสร้อยคอหินหยดน้ำตา-เทียร์แห่งแสงสว่างของเธอมาสวมคล้องคอให้กับอาเรสพร้อมทั้งกล่าวออกไปว่า

"...ฉันจะรอคอยนายกลับมาพร้อมชัยชนะ"

"ผมสัญญา…"

อาเรสกล่าวออกมาพร้อมทั้งก้มหน้าลงไปมองดูอย่างมีน่าอีกครั้งและเอามือขวาของตนจับเทียร์แห่งแสงสว่างของมีน่าที่สวมอยู่บนคอของตนของมาจูบที่ริมฝีปากของตน

"..."

มีน่าที่เห็นเช่นนั้นถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งอย่างเอียงอายพร้อมทั้งรอยยิ้มก่อนที่จะก้มหน้าลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้วกล่าวออกมาอย่างเบาๆว่า

"นายจ้องต้องกลับมา"

"ฉันจะกลับมันอย่างแน่นอน"

"อืมม์"

ไม่ว่าจะแผ่วสักแค่ไหน...อาเรสที่ได้ยินมันก็ได้ส่งเสียงตอบรับกลับมา เพราะในคืนนี้เขาได้เห็นถึงรอยยิ้มของเทพธิดาแห่งชัยชนะแล้ว...

...เขาไม่มีวันที่จะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

...เพราะนี่เป็นรอยยิ้มแรกที่มีน่ายิ้มให้กับเขา

โดยที่ทั้งอาเรสแต่มีน่าต่างไม่ทันได้รับรู้เลยว่า"ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้"-ต่างตกอยู่ภายในประกายตาสีเขียวมรกตคู่หนึ่งที่กำลังหลั่งน้ำตาออกมาพร้อมหัวใจที่แหลกสลาย

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 ธ.ค.53 เวลา 01:28:10 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 14

      ความหนักใจของเหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งหลายต่อสงครามครั้งแรกในชีวิต...
เควิน      :      รีเวีย...เธออยู่ไหน
อลัน       : ทำไมต้องคิดถึงผู้ชายว่ะ
โมก้า       : พรุ่งนี้จะแต่งชุดอะไรดี (ราวกับลืมว่าไปรบ)
อาเรส       : รักเธอที่สุด...มีน่า
มีน่า       : เอาไงดีเรื่องระหว่างเรา อาเรสและองค์หญิงนีน่า
นีน่า       : เราจะสวดมนตร์ให้ชนะน่ะ
กาแลน       : กลับมาฉันจะขอเธอแต่งงาน
      ถ้าบาเลมได้รับรู้ถึงความคิดในยามนี้ของทุกคน-คงไม่สามารถนอนตายตายหลับอย่างแน่นอน เพราะกลับไม่มีใครคิดถึงสงครามพรุ่งนี้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 19 ธ.ค.53 เวลา 01:28:38 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ