Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-02 : Triangle-Heart ตอนที่ 13 สิ่งที่ไม่อาจคาดหมาย

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 13 สิ่งที่ไม่อาจคาดหมาย

"เฮ้ย...เซ้งจังเลย..."

อลันที่นั่งง้าวอยู่บนโต๊ะภายในห้องทำงานของเหล่าอัศวินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเบื่อหน่าย-เขาที่กวาดยังสายตาจ้องมองไปยังเบื้องนอกหน้าต่างยังบ่นต่อไปอีกว่า

"...รู้อย่างงี้น่าจะตามท่านบาเรนไปส่งท่านเทดีกัสที่ป้อมไทตันก็ดีหรอก"

...บาเรนได้ร่วมเดินทางไปส่งราชันย์แห่งเผ่าปีศาจเทดีกัสเมื่อวานยังป้อมปราการไทตัน

"ทำงานไปเถอะน่า"

เควินที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะตรงข้ามซึ่งวางต่อกับโต๊ะอลัน-เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารกองโตส่งเสียงบ่นอลันออกมาอีกคน เพราะว่า"พวกตนต้องนั่งเขียนรายงานสรุปผมการทำงานที่ผ่านมาตลอด 3 ปีส่งหัวหน้าเสนาฯ"-ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง...

ซึ่งสำหรับเหล่านักรบที่ฟันฝ่ายังการต่อสู้มามากมายเช่นพวกเขาแล้ว-มันเป็นงานที่น่าเบื่อมาก...

"ใครจะไปตั้งใจทำงานเหมือนแกกันเล่า..."

อลันอดที่จะมองเคืองๆไปยังเควินไม่ได้-เขายังกล่าวแซวๆออกไปอย่างอิจฉานิดๆว่า

"...ที่มีผู้หญิงคอยให้กำลังใจ"

"แกพูดอะไรของแกน่า"

เควินถึงกับหยุดเขียนรายงานขึ้นมามองหน้ายังเพื่อนรักอย่างตกใจ...อลันที่ยิ้มเยาะอีกฝ่ายอย่างเจ้าเล่ห์จึงกล่าวออกไปอย่างกรุ่งกริ่งว่า

"ฉันรู้น่ะว่าเย็นนี้แกมีนัดกับเธอที่สะพานตรงลานน้ำพุหน้าเมือง"

"นี่แกรู้ได้ยังไง"

เควินส่งเสียงถามออกมาอย่างตกใจยิ่งกว่า-ที่อลันทราบเรื่องที่ตนนัดหมายกับรีเวียได้อย่างไร...อลันเพียงยิ้มแล้วกล่าวออกไปว่า

"ฉันมีวิธีรู้ของฉันก็แล้วกัน"

"แกบอกมาเดี๋ยวนี้น่ะ"

เควินที่ลุกขึ้นเอาสองมือเท้าโต๊ะก้มหน้าชะโงกลงไปใกล้อลันพร้อมทั้งร้องถามออกไปทันที-ทำเอาคนหลายต่อหลายคนภายในห้องทำงานนี้หยุดทำงานหันกลับไปมองยังทั้งสอง...แต่อลันกลับทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่ชี้กล่าวออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า

"ฉันไม่บอกแกหรอก"

"แกบอกมาน่ะ"

เควินส่งเสียงขู่ออกมาเล็กน้อย-จ้องมองไปยังอลันอย่างเอาจริงผิดกับทุกครั้งที่จะเห็นสายตาเช่นนี้เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น...แต่อลันที่ยิ้มรับกลับตอบกลับมาว่า

"ฉันไม่บอก"

"อลัน...แก..."

เควินที่ก้าวเดินออกไปเอาสองมือของตนเองคว้าคอเสื้อของอลันยกตัวเราให้ลอยขึ้นพร้อมทั้งกล่าวออกไปออกมาด้วยความร้อนใจยิ่งว่า

"...แกจะบอกออกมาไหม"

"อะไรหรือ..."

อลันยังคงยิ้มกลับมาราวกับไม่ใส่ใจอะไร เพราะทราบแน่ว่า"เควินไม่มีปัญหาทำอะไรตนไปอย่างเด็ดขาด"...แต่โมก้าที่นั่งทำงานอยู่ด้านข้างอลันกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเดือดร้อนหัวใจแทนว่า

"เมื่อวานซืนหลังจากงานเลี้ยงเลิก-อลันแอบตามหลังนายที่เดินไปส่งสาวขายดอกไม้ก็เลยได้ยินพวกนายนัดหมายกันน่ะ"

...เนื่องจากห้องทำงานของพวกอาเรส อลันและเควินยังไม่มี-จึงต้องกลับมานั่งทำงานในห้องเดิมสมัยที่ตนยังเป็นเหล่าราชองค์รักษ์...โดยที่อาเรสนั่งทำงานที่โต๊ะของมีน่าแทน-ส่วนเธอนั้นกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะของบาเรนแทน

"งั้นหรือ..."

เควินส่งเสียงกล่าวรับทราบออกมาพร้อมทั้งปล่อยร่างของอลันลงไปอย่างไม่สนใจอะไรอีกหันไปกล่าวกับโมก้าว่า

"...ขอบใจน่ะ-โมก้า"

แล้วหันกลับไปนั่งเขียนรายงานของตนต้องไป-โดยที่ลืมนึกไปว่า"แล้วโมก้ารู้ได้อย่างไงกัน"...ในขณะที่อลันซึ่งถูกทิ้งนั่งลงไปบนพื้นจะหันไปกล่าวกับโมก้าที่ด้านข้างอย่างไม่พอใจว่า

"นี่เธอปากมากไปแล้ว-โมก้า..."

ก่อนที่จะกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แล้วเย็นนี้ฉันจะตามหลังไปแอบดูเควินกับสาวขายดอกไม้ที่ชื่อรีเวียได้อย่างไง"

"นี่แกยังคิดจะแอบตามไปอีกหรืออลัน"

เควินเงยหน้าขึ้นไปส่งเสียงออกไปอย่างไม่พอใจพร้อมทั้งลุกขึ้นหมายจะหาเรื่องอลันอีกครั้ง...อลันเพียงส่งเสียงออกไปอย่างไม่สนใจว่า

"แล้วแกมีปัญญาห้ามฉันมันล่ะ"

"แก..."

เควินส่งเสียงออกมาพร้อมทั้งก้าวออกมาหมายจะหาเรื่องอลันอีกครั้ง...แต่โมก้าส่งเสียงเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่า

"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจะคอยจับตาดูอลันให้เอง"

"ขอบใจน่ะ-โมก้า"

เควินส่งเสียงกล่าวขอบอกขอบใจออกมาที่เธอสามารถพึ่งพาได้เพราะคนที่จะห้ามยังอลันทำอะไรบ้าๆอย่างงี้ได้คงมีโมก้าเพียงคนเดียวเท่านั้น...ในขนาดที่อลันกลับจ้องมองไปยังโมก้าอย่างไม่พอใจก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

"นี่เธอจะมาตามฉันทำมัยล่ะโมก้า-ปกติเห็นเอาแต่ตามหลังท่านมีน่าอยู่ต้อยๆไม่ใช่หรือไง"

โมก้าจ้องมองไปยังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของมีน่า(อดีตเป็นของบาเรน)-จ้องมองไปยังแจกันดอกไม้ที่มีดอกกุหลาบสีชมพูปักอยู่จึงกล่าวต่อไปว่า

"ก็ตั้งแต่หลังจากงานเลี้ยงในวันนั้นท่านมีน่าก็เอาแต่อยู่ภายในห้อง-ไม่ยอมก้าวออกมาเลย...ไม่รู้ว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า…"

แล้วโมก้าจึงรีบหันไปกระซิบกับอลันเบาๆว่า

"...ฉันแค่บอกว่าจะเคยคอยตาดูนายเท่านั้น-ไม่ได้บอกว่าจะห้ามเสียหน่อย"

อลันที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เพราะตนก็รู้ดีว่า"โมก้าเองก็สนใจและอยากที่จะรู้เรื่องของเควินกับรีเวียเหมือนกัน"

...กับเรื่องรักๆของอัศวินหนุ่มแห่งราชสำนักกับสาวขายดอกไม้ชาวบ้านนี้

"หา..."

อาเรสที่นั่งเซ้งอยู่บนโต๊ะของตน(โต๊ะเดินของมีน่า)ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ-ที่เขานึกแปลกในอยู่แล้วว่า"ทำไมวันนี้และเมื่อวานเขาจึงไม่เห็นมีน่าเข้ามาทำงานเสียที" ตอนแรกคิดว่า"เธอต้องตามรักขาองค์หญิงเสียอีก"-จึงลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งออกไปทันที

"จะรีบไปไหนล่ะ-อาเรส"

อลันที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกไป-ในขณะที่เควินก็เงยหน้าขึ้นไปมองดูอีกคนอย่างสนใจพร้อมๆกับโมก้า...แต่อาเรสกลับตอบออกมาว่า

"...ฝากที่เหลือด้วยน่ะ"

"ฝากอะไร"

อลันส่งเสียงถามกลับไปอย่างสงสัย...ในขณะที่เควินซึ่งมองไปยังกระดาษเปล่าบนโต๊ะทำงานของอาเรสพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

"ก็รายงานของมันไงล่ะ"

"หา..."

อลันส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะแค่รายงานของตนก็แย่พอแล้ว-นี่ยังต้องมาช่วยทำรายงานของอาเรสอีกหรือ...ทั้งเขาและอาเรสซึ่งถนัดการรบมากกว่ามานั่งเขียนรายงานเช่นนี้จึงได้แต่บ่นออกไปเบาๆว่า

"...ตอนเป็นสายลับลอบเข้าที่โลกปีศาจยังง่ายดายกว่านี้อีก…"

"..."

ในขนาดที่หันกลับไปมองเห็นถึงเควินที่นิ่งเงียบดูเหมือนจะก้มหน้าก้มตาลงไปตั้งใจเขียนรายงานให้เสร็จเร็วๆ-เพื่อจะได้เลิกงานเสียที...จนอลันจ้องส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ทำไมผู้ชายที่ไร้ความโรแมนติดอย่างเควินจึงหาแฟนได้..."

ก่อนที่จะร้องถามเควินต่อไปว่า

"...ปกติพวกแกพูดอะไรกับเธอว่ะ"

"ก็ไม่มีอะไรนี่...ฉันก็คุยเรื่องปกติทั่วๆไป..."

เควินตอบออกมาอย่างไม่สนใจอาไรนักพลางกล่าวต่อไปว่า

"...ก็เรื่องต่างๆในปราสาท ไม่ก็เรื่องว่าฉันเคยทำอะไรบ้างสมัยที่อยู่ป้อมปราการไทตันเท่านั้น"

"มีผู้หญิงบ้าที่ไหนชอบฟังเรื่องพวกนี้ว่ะ"

อลันอดที่จะกล่าวออกไปเสียไม่ได้ เพราะเรื่องที่เควินกล่าวออกมา-มันไม่เหมือนกับเรื่องที่ชายหนุ่มจะพูดคุยกับหญิงสาวที่มีความรักได้เลย...เควินที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงออกไปอย่างไม่พอใจว่า

"นี่แกว่ารีเวียหรือ"

"เปล่า..."

อลันส่งเสียงตอบออกไป-เควินที่ได้ยินแช่นนั้นจึงก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานของตนต่อไป...ในขนาดที่อลันกลับส่งเสียงถอนหายในต่อไปว่า

"...หรือว่าฉันจะลองไปจีบสาวชาวบ้านดูบ้างว่ะ"

เพราะเขาคิดว่า"พวกหญิงสาวชาวบ้านคงจะชอบพักเรื่องราวในปราสาทกับเรื่องราวที่เร้าใจจากชายแดน"-ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนพบจนเคยชิน...สร้างความไม่พอใจให้กับโมก้าที่ได้ยินเป็นอย่างมาก
-----------------------------------------

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

อาเรสที่ร้อนใจรีบวิ่งออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว-เขาวิ่งออกไปหยุดอยู่กลางสวนภายในปราทอาเรเซียก่อนที่กวาดซ้ายแลขวาเล็กน้อยเพราะฉุกใจคิดได้ว่า"ตนคล้ายไม่รู้จักห้องของมีน่า"-เพียงแต่รู้ว่า"เธอพักอยู่ในปราสาทนี้เท่านั้น"...จึงหมายจะมองหาใครสักคนที่สามารถบอกเขาได้

"หาอะไรอยู่หรือค่ะ-อาเรส…"

เสียงขององค์หญิงนีน่าดังขึ้นมาจากด้านหลังของอาเรส-ก่อนที่เขาจะหันไปพบองค์หญิงนีน่าก้าวเดินออกมาจากเรือนพักในสวนมุ่งหน้าตรงมายังเบื้องหน้าของเขาพร้อมทั้งถามออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขอีกว่า

"...มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"

"ปะ...เปล่า"

อาเรสได้แต่ส่งเสียงตอบออกไปเล็กน้อย เพราะต่อในใครๆทั้งปราสาทเขาก็สามารถถามถึงที่อยู่ของมีน่าได้...นอกจากหญิงสาวที่แสนจะอ่อนโยนที่เบื้องหน้าเท่านั้น

"อาเรสว่างหรือเปล่าค่ะ"

องค์หญิงนีน่าส่งเสียงถามออกมาพร้อมทั้งจ้องมองมายังอาเรสด้วยความมุ่งหวัง...อาเรสได้แต่ฝืนยิ้มตอบรับออกไปว่า

"บังเอิญมีธุระกับมีน่านิดหน่อย"

"งั้นหรือ..."

องค์หญิงนีน่าส่งเสียงออกมาอย่างน้อยใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มปฏิเสธออกมา-เธอยังส่งเสียงถามต่อไปอย่างตัดพ้อว่า

"...จะประลองกับมีน่าอีกหรือ..."

แล้วจึงกล่าวต่อไปอย่างน้อยใจว่า

"...เราไม่อยากเห็นมีน่ากับอาเรสสู้กันเลย...พอเห็นแล้วเรารู้สึกไม่สบายใจ-เป็นห่วงว่าใครจะบาดเจ็บหรือเปล่า อย่างครั้งที่แล้วเราเห็นเล็บมือของมีน่าฉีกขาดออกไปตั้งหลายเล็บ...เรารู้สึกเจ็บปวดใจจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาทันทีที่เห็นน่ะ…"

องค์หญิงนีน่าที่ใช้ยังแววตาที่กลมโตสีเขียวมรกตราวกับจะร้องไห้ออกมาจ้องมองไปยังอาเรสกแล้วกล่าวอย่างขอร้องวิงวอนอีกว่า

"...อาเรสอย่าสู้กับมีน่าอีกเลยได้ไหม"

"ถ้าเป็นไปได้กระหม่อนก็ไม่อยากที่จะสู้กับมีน่าหรอกพะยะค่ะ"

อาเรสส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างเลือนลอยเล็กน้อย ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากที่จะสู้กับมีน่าเลย-ไม่ใช่เพราะเขามักจะพ่ายแพ้เธอทุกครั้ง...แต่เขาอยากที่จะโอบกอดเธอมากกว่า

"งั้นอาเรสมีธุระอะไรกับมีน่าอีกหรือเปล่า…"

องค์หญิงน่าส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ-เธอที่มองไปยังอาเรสยังถามต่อไปอีกด้วยความเป็นห่วงว่า

"...ไม่รู้ว่ามีน่าเป็นอะไร-เอาแต่อยู่ในห้องตลอดเวลาไม่ยอมออกมาเดินเที่ยวเป็นเพื่อนเราเลย ตอนแรกเราคิดว่าป่วยก็เลยไปเยี่ยมแต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไร...แค่เห็นเธอบอกว่าอยากพักหน่อย-เราก็เลยไม่กล้าที่จะกวนอะไรเหมือนว่า’มีน่ากำลังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่’ เราว่าอาเรสตอนนี้อย่าพึ่งไปรบกวนมีน่าดีกว่า...เดี๋ยวจะมีเรื่องกันอีกล่ะค่ะ"

"งั้นหรือ..."

อาเรสส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างโล่งใจที่รู้ว่า"มีน่าไม่ได้เจ็บป่วยเป็นอะไรไป"-เขาจึงยิ้มออกมาแล้วกล่าวออกไปว่า

"...มีน่า-เธอไม่สบายใจเรื่องอะไรน่ะ"

...โดยที่ไม่รู้ว่าตนเองคือต้นเหตุแห่งความไม่สบายใจของมีน่า

"ไม่รู้สิ...เราถามเท่าไหร่-มีน่าก็ไม่ยอมบอกออกมา…"

องค์หญิงสาวนีน่าส่งเสียงกล่าวออกมา-เธอที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังอาเรสด้วยความหวังแล้วถามเขาออกไปอย่างมุ่งหวังว่า

"...อาเรสว่างพอที่จะเดินเที่ยวในสวนเป็นเพื่อนเราได้ไหม"

"ได้พะยะค่ะ"

อาเรสได้แต่ตอบรับกลับไปเท่านั้น เพราะเมื่อมีน่าไม่ได้เจ็บป่วยอะไรไว้รอให้เธอสบายใจก่อนแล้วเขาค่อยไปหาเธอ...ก็ได้
----------------------------------------------

มีน่าที่นั่งขันเข่าอยู่บนขอบหน้าต่าง-อดที่จะหยิบเอาเทียร์แห่งแสงสว่างที่เธอห้อยคอไว้ตลอดเวลาขึ้นมาวางเอาไว้ในฝ่ามือซ้ายของเธอ...มิได้

...

เธอได้แต่นิ่งเงียบจ้องมองดูเพียงเทียร์ที่อยู่ในฝ่ามือด้วยแววตาที่สับสนและไม่เข้าใจ...โดยไม่ยอมที่จะส่งเสียงใดๆของมา ประกายตาของมีน่าในยามนี้ปราศจากความกล้าอีกต่อไปแล้ว-เธอไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าใครๆอีกต่อไปแล้ว...โดยเฉพาะกับ...กับ...

...อาเรส

...คนที่หัวใจของเธอควรจะเกลียดเขามากที่สุดในโลก

หัวใจของเธอมีเพียงแค่ความหวาดกลัวคงอยู่เท่านั้น-กลัวถึงคำพูดของบาเรนว่า"มันจะเป็นจริง"...กลัวถึงคำตอบของหัวใจเธอที่ไม่อาจจะรับได้นั้น

"..."

ก่อนที่ดวงตาของมีน่าซึ่งกวาดจ้องมองลงไปยังฝ่ามือของเธอนั้นจะเหลือบมองไปเห็นยังอาเรสกับองค์หญิงนีน่าที่กำลังเดินเล่นอยู่ภายในสวน

...เจ็บปวด

หัวใจของมีน่าถึงกับเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมประกายตาสีน้ำเงินขาวออโรร่าของเธออดที่จะสั่นไหวลงไปเล็กน้อย...ไม่ได้

...ฝ่ามือที่กำหินหยดน้ำตา-เทียร์ไว้ของเธออดที่จะสั้นไหวแทนหยาดน้ำตาที่ไม่ได้หลั่งไหลออกมา...มิได้
สิ่งที่อาเรสพูดไว้เมื่อ 3 ปีก่อนนั้นมัน...เป็นจริง

...แต่ว่าเธอจะทราบถึงความจริงข้อนี้-ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว
-------------------------------------------------

"นี่รอนานไหม"

เควินที่สวนชุดเกราะเต็มยศวิ่งส่งเสียงร้องเรียกรีเวียที่กำลังยืนอยู่รอคอยอยู่บนสะพานลานน้ำพุแห่งสายน้ำหน้าในกลางเมืองของอาณาจักรอาเรเซีย รีเวียในยามนี้เธอยังคงสวมใส่ชุดสวมอยู่ในชุดกระโปร่งสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวสีขาว รองเท้าสีดำและคาดผูกผมซ่อนใบหูไว้สีเขียวและมีกำไลที่ประดับพลอยสีดำที่มือซ้าย...เช่นเดียวกับครั้งแรกที่เควินได้พบเธอ

"ไม่นานหรอก"

รีเวียหันกลับไปมองยังมองดูยังเควินด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างดีใจที่ได้พบยังอีกฝ่าย...เควินที่วิ่งมาหยุดยังเบื้องหน้าของรีเวียกับยิ้มออกมาอย่างดีใจว่า

"เราสองคนจะไปไหนกันดีล่ะ"

รีเวียกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆเมืองอาเรเซียอย่างเศร้าๆเล็กน้อย-เธอที่คล้ายกับฝืนยิ้มแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

"ฉันอยากเดินเล่นทั่วๆเมืองอาเรเซียจะได้ไหม"

"ได้...ผมก็อยากที่จะเดินเล่นเหมือนกัน…"

เควินส่งเสียงตอบออกมาด้วยรอยยิ้มพลางยื่นมือส่งไปในรีเวียพร้อมทั้งกล่าวออกไปด้วยความดีใจว่า

"...ไปกันเถอะ"

รีเวียที่มองลงไปยังมือซ้ายที่เควินซึ่งออกมาถึงกับยิ้มออกไปเล็กน้อยแล้วจึงก้าวเดินเข้าไปเอากอดลำแขนซ้ายของเควินไว้กลางหว่างอกพร้อมทั้งพิงศีรษะลงไปบนหัวไหล่ซ้ายเขาพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

"ขอฉันเกาะแขนคุณเดินเที่ยวชมเมืองได้ไหมค่ะ"

"ได้ครับ"

เควินส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างอายๆจนหน้าแดง-เขารีบก้าวเดินพารีเวียเดินชมเมืองกลบเกลื่อนยังความรู้สึกทันที...ในขณะที่อลันซึ่งแอบตามหลังของเควินมานั่นกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจและอิจฉาว่า

"ดูสิกระทั่งมาเดททั้งที-ยังสวมชุดเกราะเต็มยศมาได้...ผู้ชายซื่อบื้ออย่างงี้มีอะไรดีน่ะ"

"..."

ส่วนโมก้าที่จ้องมองไปยังอลันดวงสายตาที่ขว้างๆราวกับบอกว่า"อลันก็ซื่อบื้อไม่แพ้เควิน...ไม่ซิ-ยิ่งกว่าเควินด้วยซ้ำไป"ก่อนที่จะกล่าวออกไปว่า

"...ไปกันเถอะ"

แล้วก้าวนำออกไปโดยทิ้งอลันไว้ที่เบื้องหลังอย่างไม่สนใจ...จนอลันที่วิ่งตามหลังไปพร้อมทั้งร้องตะโกนออกไปว่า

"นี่รอด้วยสิ"

...

ก่อนที่กาลเวลาจะหมุนเวียนไปจนกระทั่งดวงตะวันได้ลาลับไปจากขอบฟ้า...ทั้งเควินและรีเวียได้ก้าวเดินกลับมายังที่บนสะพานหน้าลานกว้างน้ำพุอีกครั้งหนึ่ง

...อลันและโมก้าที่แอบตามมาด้วย

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

แล้วรีเวียที่ปล่อยแขนซ้ายของเควินซึ่งเกาะไว้ตลอดเวลากลับก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าหยุดยังริมสะพานก่อนที่จะหันมากล่าวกับเควินว่า

"วันนี้ฉันมีความสุขมาก"

"วันนี้ผมก็มีความสุขเหมือนกัน"

เควินส่งเสียงกล่าวออกไปทั้งรอยยิ้มพร้อมทั้งก้าวเดินไปหยุดอยู่ยังเบื้องหน้าของรีเวีย...รีเวียเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะกล่าวออกมาอย่างอายๆว่า

"เควินค่ะ"

"มีอะไรหรือ"

เควินส่งเสียงถามออกไปเล็กน้อยพลางจับจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกพบผู้นี้...รีเวียจึงกล่าวออกมาอย่างหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยว่า

"ช่วยหลับตาไปไหม"

"ควับ"

เควินเพียงพยักหน้าลงไปเล็กน้อยพร้อมทั้งหลับตาลงไปโดยไม่ได้ถามอะไรออกไปเลย...ในขณะที่รีเวียกลับก้าวเดินไปใกล้เควินก่อนที่จะเผยอริมฝีปากของเธอขึ้นไป

"หา...บ้าน่า..."

แต่อลันที่เห็นเหตุการณ์อยู่ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจแกมอิจฉา-แต่ก่อนที่เขาจะได้ร้องอะไรออกไปมากกว่านี้นั้น...โมก้าที่อยู่แอบดูอยู่ด้านหลังของอลันกลับใช้สองมืออ้อมมาปิดปากของเขาไว้ทันที

...

เควินที่หลับตาลงไปนั่น-เขาจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงอะไรบ้างอย่างที่นุ่มนิ่นคู่หนึ่งประทับลงมาสัมผัสริมฝีปากของตนอย่างแผ่ว...เควินจึงลืมตาขึ้นไปมองดูอย่างตกใจทันที

รีเวียที่เบื้องหน้าได้ก้าวเข้ามาเผยอริมฝีปากขึ้นมาจูบเควินอย่างแผ่วเบา...จูบที่เป็นดังราวคำสาบานรักต่อเบื้องหน้าของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

...

เควินรู้สึกได้ถึงกาลเวลาจองตนหยุดลงไป ณ วินาทีนั้นทันที...ก่อนที่เธอจะก้าวถอยหลังกลับไปเล็กน้อยอย่างเอียงอาย

"รีเวีย"

เควินส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างเลือนลอยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขราวอยากที่จะดอบกอดยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าแล้วประทับยังรอยจูบลงไปอีกครั้งหนึ่ง...แต่ก่อนที่ทั้งเควินและใครจะสามารถคาดคิดได้นั้น-รีเวียก็ได้แต่กล่าวออกมาอย่างเศร้าสร้อยว่า

"ลาก่อนค่ะ-เควิน"

แล้วเธอจึงรีบหมุนตัวแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

"ตุบ...ตุบ..."

"หา..."

อลันกับโมก้าแทบจะส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจต่างต้องรีบใช้มือของตนปิดปากฝ่ายตรงข้ามไว้ทันที

"เดี๋ยวก่อนที่รีเวีย..."

แต่คำพูดนี้ของรีเวียคล้ายกับเรียกกาลเวลาที่หยุดลงของเควินให้เดินขึ้นทันทีจนต้องรีบร้องเรียกเธออกไป-พร้อมทั้งเอื้อมมือซ้ายออกไปหมายจะคว้าเอาลำแขนของเธอไว้...จนทำให้รีเวียที่วิ่งออกไปได้แต่ 2 ก้าวเท่านั้นก็หยุดลงทันทีแต่ไม่ใช่ เพราะมือของเควินจะสามารถคว้าเอาลำแขนของเธอไว้

...แต่เสียงเรียกของเขาสามารถคว้าหัวใจของเธอไว้ได้

รีเวียที่หยุดลงเพียงหันกลับมาจ้องมองยังเควินจ้องมองกลับไปด้วยสายตาที่เหมือนจะร้องถามออกไปว่า"เรียกและฉุดรั้งเธอไว้ทำไม"...เควินจึงส่งเสียงถามออกไปว่า

"...นี่มันเธออะไรกัน-ผมไม่เข้าใจ"

พร้อมทั้งเลื่อมมือขวาที่ฉุดรั้งลำคอซ้ายของเธอไว้ขึ้นไปยังเส้นผมของเธอพร้อมทั้งเสยเอาเส้นผมที่ปกใบหูของเธอไว้ก่อน

"ควับ"

แต่รีเวียที่ก้าวถอยหลังออกไปด้วยความหวาดกลัวอย่างรวดเร็วจนเควินจ้องเผยคว้าเอาผ้าที่ผูกผมของเธอไว้อย่างไม่รู้ตัวเผยให้เห็นถึงเส้นผมสีดำที่ยาวสลวยของเธอ...ก่อนที่เควินจะจ้องมองไปยังรีเวียที่เบื้องหน้าอย่างตกตะลึง

"หูนั่น..."

ทั้งอลันและโมก้าต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นถึงหูของรีเวีย-ที่มันเรียวแหลม...ถึงมันจะไม่ยาวเท่าหูของพวกเอลฟ์

...แต่มันต้องไม่ใช่หูของมนุษย์อย่างแน่นอน

"เธอเป็นพวกชนเผ่าแห่งความมืด"

เควินส่งเสียงออกไปได้แค่นั่นด้วยความตกใจ เพราะรีเวียกลับไม่ใช่มนุษย์เช่นเขา...ในขณะที่รีเวียกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"ลาก่อน-เควิน"

ก่อนที่เธอจะเงยร่างทิ้งตัวลงไปยังพื้นน้ำด้านหลังนอกสะพานอย่างรวดเร็ว...เควินที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบพุ่งกายไปยังราวสะพานทันทีพร้อมทั้งก้มหน้าลงไปมองยังด้านล่างพร้อมทั้งส่งเสียงร้องเรียกออกไปอย่างสุดเสียงว่า

"รีเวีย"

...

แต่ที่เบื้องล่างกับมีเพียงผิวน้ำที่นิ่งสงบไม่ตอบสนองใดๆต่อเสียงเรียกของเขาเลย-รีเวียได้หายไปอย่างไร้ล่องลอยแล้ว

...เธอมาพบเขาอย่างปัจจุบันทันด่วนและจากเขาไปอย่างปัจจุบันทันด่วนเช่นเดียวกัน

รีเวียได้จากไปแล้ว...ทิ้งไว้เพียงเควินกับผ้าผูกผมสีเขียวของเธอไว้กับเขาเท่านั้น

...รีเวียเธอเป็นใครกัน

...และมาทำอะไรที่เมืองอาเรเซียแห่งนี้
-------------------------------------

ณ บริเวณชายแดนทวีปไทรมีนัส

"นั่นมันอะไรกัน"

บาเรนที่ก้าวลงจากหลังม้าอดจะส่งเสียงออกไปอย่างไม่ตกใจเล็กน้อย-เมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นถึงทางป้อมปราการไทตันคล้ายเห็นถึงเปลวไฟมหึมากำลังลุกโชนอยู่

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

เทดีกัสที่ก้าวเดินมายังด้านกลังของบาเรนส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"ป้อมปราการไทตันกำลังโดยโจมตี"

"หาว่าอะไรน่ะ..."

บาเรนส่งเสียงถามกลับไปยังเทดีกัสที่ด้านข้างซึ่งดูเขาจะไม่ตกใจอะไรเลย-เขารับรู้ได้ถึงความชั่วร้ายอะไรบ้างอย่างแผ่ขยายออกมาจากราชันย์แห่งเผ่าปีศาจที่อยู่ด้านข้างก่อนที่จะร้องถามออกไปว่า

"...นายรู้ได้ยังไงกัน-เทดีกัส"

"เพราะชนเผ่าปีศาจเป็นผู้โจมตีป้อมปราการไทอัมไงล่ะ"

เทดีกัสส่งเสียงตอบออกไปพร้อมทั้งหันไปมองยังบาเรน

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

บาเรนเพียงก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อยพร้อมทั้งจ้องมองไปยังเทดีกัสที่เบื้องหน้าแล้วถามออกไปว่า

"ก็ไหนว่าพวกปีศาจที่ต้องการจะก่อสงครามได้ถูกแกจัดการหมดแล้วไง"

"ใช่พวกชนเผ่าปีศาจทั้งหมดถูกฉันรวบรวมไว้เป็นหนึ่งแล้ว..."

เทดีกัสส่งเสียงกล่าวออกไปโดยไม่สนใจถึงคำเรียกหาตนของบาเรนที่เปลี่ยนไป-เขาที่คล้ายทราบยังความรู้สึกของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดีจึงกล่าวต่อไปอีกอย่างเย็นชาว่า

"...พวกนั้นโจมตีป้อมปราการไทตันตามคำสั่งของฉัฉเอง"

"แกต้องการอะไร"

บาเรนส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมทั้งชักดาบออกมาถือกระชับไว้ในมือขวาอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปฟันดาบใส่เทดีกัส

"เปรี้ยง"

เทดีกัสเพียงยกมือขวาที่สวมปลอกแขนเหล็กกล้าขึ้นมารับดาบของบาเรนไว้ก่อนที่จะออกแรงตวัดเหนี่ยวเอาร่างของบาเรนให้ลอยกระเด็นถอยหลังออกไปเล็กน้อยท่ามกลางทหารและอัศวินนับสิบๆคนที่ล้อมเทดีกัสและผู้ติดตามทั้ง 4 พร้อมทั้งชักดาบออกมาชี้ยังตน-เขาที่จ้องมองไปนังกำแพงแสงแห่งพระเจ้าแล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า

"ฉันไม่มีความจำเป็นที่ต้องบอกกับคนที่ใกล้ตายอย่างแก-บาเรน"

"แล้วแกเซ็นต์สัญญาสงบศึกทำไมกัน"

"สัญญานี่หรือ..."

เทดีกัสกล่าวออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งเอามือซ้ายล้วงเอาสัญญาสงบศึกขึ้นมาขยี้ลงไป-ก่อนที่จะกางฝ่ามือซ้ายออกไปยังเบื้องหน้าของบาเรนเล็กน้อย

"พรึบ"

เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาบนมือซ้ายของเทดีกัสเผาแผดสัญญาสงบศึกจนไหม้จางหายไปหมดสิ้นทันทีพร้อมทั้งต่อไปว่า

"...การที่ฉันต้องเดินทางไปเซ็นต์สัญญาสงบศึกถึงเมืองหลวงอาเรเซีย เพราะต้องการล่อลวงแกออกไปจากป้อมปราการไทตันและสำรวจดูเส้นทางต่างหากล่ะ"

เพราะหากบาเรนและอาเรสประจำอยู่ที่ป้อมไทตันการบุกเข้าโจมตีจะลำบากมากกว่าในยามนี้ที่สามารถยึดและเผาป้อมปราการไทตันได้ตามที่ต้องการ

"แก..."

บาเรนส่งเสียงออกไปอย่างไม่พอใจ เพราะรู้ดีว่า"ในยามนี้พวกมนุษย์ได้สูญเสียป้อมปราการไทตันไปแล้ว"และทหารที่เหลืออยู่ของตนก็มีไม่พอที่จะกู้คืนมาได้...ก่อนที่บาเรนจะพุ่งแทงดาบใส่หัวใจของเทดีกัสอีกครั้งอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

"...ตายซ่ะเถอะ"

เพราะในยามนี้สิ่งที่บาเรนทำได้มีแต่ฆ่าเทดีกัสที่เบื้องหน้าเท่านั้นเพื่อกู้เอาสถานการที่เสียเปรียบกลับคืนมา-ซึ่งเหล่าทหารของบาเรนก็พุ่งเข้าไปโจมตีใส่ผู้ติดตามทั้ง 4 ของเทดีกัสในเวลาเดียวกัน...แต่เทดีกัสกลับเพียงแต่ยกมือซ้ายของตนขึ้นมารับเอาคมดาบที่บาเรนแทงเข้ามาเท่านั้น

"ฉึก"

คมดาบของบาเรนแทงทะลุมือของเทดีกัสเข้าไปโดยที่ไม่มีเสียงร้องใดๆดังขึ้นมา-ก่อนที่เทดีกัสจะกำมืออย่างรุนแรงจนดาบของบาเรนถึงกับแหลกละเอียดลงไปพร้อมทั้งต่อยหมัดขวาของตนใต้หน้าอกของบาเรนทันที

"โครม"

ราวของบาเรนกระเด็นถอยหลังออกไปอย่างรุนแรง-บาเรนที่ลุกขึ้นมานั่งชันเข่าเพียงใช้ดาบที่หักแทงยันพื้นทรงกายไว้

"แฮก...แฮก...แฮก..."

บาเรนส่งเสียงหอบหายไปออกไปอย่างเจ็บปวดพร้อมทั้งจ้องมองไปยังเทดีกัสด้วยสายตาที่โกรธแค้น เพราะรู้ดีว่า"หมัดของตนเมื่อครู่ของเทดีกัสนี้"-มันได้ต่อยเอากระดูกหน้าอกของตนหักแทงทะลุทิ่มปอดเข้าไปหลายซี่เลยจนเลือดหลั่งไหลออกมาจากมุมปากพร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า

"...แกไม่มาทางได้สมหวังหรอกตราบใดที่อาเรสยังอยู่"

"แกคิดว่าฉันพ่ายแพ้อาเรสจริงๆหรือ"

เทดีกัสส่งเสียงถามออกไปยังบาเรนเป็นเชิงดูถูกฝ่ายตรงข้ามที่เบาปัญญา...บาเรนที่ได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตนคาดคิดว่า

"หรือว่า...หรือว่า..."

"ใช่...ฉันไม่ได้แพ้อาเรสเพราะโชคช่วยหรอก..."

เทดีกัสที่ยิ้มเยาะยังบาเรนและเหล่ามนุษย์ที่โง่เขลาแล้วจึงส่งเสียงกล่าวต่อไปอย่างชัดเจนว่า

"...แต่ฉันพ่ายแพ้อาเรสเพราะต้องการที่จะแพ้ต่างหากเล่า"

"ขอพระเจ้าผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งโปรดประทานวงแหวนแห่งเปลวเพลิงรัดเผาผลาญศัตรูแห่งข้าด้วยเถิด-วงแหวนไฟ-ไฟร์วิง"

บาเรนกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกางผ่ามือของตนไปยังร่างของเทดีกัสที่เบื้องหน้าก่อนที่พื้นรอบๆกายของเทดีกัสจะปรากฏวงล้อมแห่งเปลวไฟขึ้นมาอย่างรวดเร็ว-ก่อนที่จะปรากฏวงแหวนแห่งเปลวเพลิงรัดร่างของและแขนทั้งสองของเทดีกัสไว้ทันที

"ย๊าก...ก"

บาเรนที่เห็นเช่นนั้นจึงทุมเทเรียวแรงที่เหลืออยู่ทั้งมวลพุ่งร่างตรงไปยังเทดีกัสอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งใช้ดาบที่หักของตนตวัดฟันออกไปอย่างรวดเร็วหมายจะตัดคอของเทดีกัสทันที

...ไฟร์ริง-เวทมนตร์ธาตไฟขั้นที่ 6 ใช้เรียกวงแหวนเปลวเพลิงรัดและเผาผลาญศัตรู

"แค่นี้เองหรือเวทมนตร์ของพวกมนุษย์"

เทดีกัสกล่าวออกมาเล็กน้อยก่อนที่หินสีเหลืองที่ประดับไว้บนเข็มขัดสีเหลืองของเทดีกัสจะเปล่งแสงขึ้นมาทันทีสลายเอาวงแหวนเปลวไฟของบาเรนให้หายไปมวลธุลีดินที่ล่องลอยอยู่ในนภากาศทันที...ก่อนที่จะเอี้ยวตัวหลบคมดาบของบาเรนอย่างง่ายดาย

"เฟียว...ว"

ดาบที่ฟาดมายังลำคอของบาเรนกลับพลาดไปเป้าไปอย่างน่าเสียดาย...ในขนาดที่บาเรนยังจ้องมองมายังเข็มขัดที่เอวของเทดีกัสอย่างตกใจทันที-ส่วนเทดีกัสกลับในมือขวาของตนคว้าลำคอของบาเรนพร้อมทั้งยกขึ้นชูอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกล่าวว่า

"มีฝีมือแค่นี้เอาหรือเจ้ามนุษย์..."

เทดีกัสที่กล่าวดูถูกออกไปกลับกวาดสายตาจ้องมองไปยังปลายดาบที่หักของบาเรนซึ่งมีคาบเลือดอาบอยู่เล็กน้อย-ก่อนที่จะใช้มือซ้ายที่วาดอยู่จับลำคอของตนเอง...เทดีกัสสัมผัสได้คาบน้ำบนอย่างหลั่งไหลออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองดูคาบเลือดบนฝ่ามือของตนพร้อมกับเปลี่ยนเป็นกล่าวชมชื่นออกไปว่า

"...แต่สำหรับมนุษย์ก็ถือว่าเยี่ยมมือแล้ว"

...เพราะหากดาบนี้ไม่หักไปเสียก่อน-คอของเทดีกัสคงจะถูกตัดขาดออกไปแล้ว

แต่บาเรนที่ไม่สนใจคำชมหรือคำดูถูกของเทดีกัสกลับจ้องมองไปยังเข็มขัดหินบนเข็มขัดของเทดีกัสเท่านั้น-ก่อนที่จะกล่าวออกไปว่า

"เข็มขัดนั้นหรือว่า...หรือว่า..."

"แกรู้มากไปแล้ว-บาเรน..."

เทดีกัสที่ยิ้มเยาะยังอีกฝ่ายถึงกับออกไปแรงบีบลำคอของบาเรนอย่างสุดแรงพร้อมทั้งกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ลาก่อนบาเรน-แม่ทัพผู้เก่งกาจ"


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 11 ธ.ค.53 เวลา 16:20:18 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น


ละครโรงเล็ก ตอนที่ 13

      สิ่งที่คาดไม่ถึงในตอนนี้มี 7 อย่าง...
อลัน       : เควินมีแฟนแล้ว
เควิน      :      รีเวียเป็นชนเผ่าปีศาจ
บาเลน      :      ชนเผ่าปีศาจบุกขึ้นมาบนโลกมนุษย์
นีน่า       : มีน่าโดดงานทั้งๆที่สบายดี
อลัน       : แล้วเควินก็อกหักในวันเดียวกัน
อาเรส       : แล้วที่เหลืออีกวสองอย่างล่ะ
      สายตาของทุกคนจึงจ้องมองไปยังมีน่ากับโมก้าทันที
มีน่า       : ฉันไม่เกี่ยวด้วยน่ะ
โมก้า       : ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรน่ะ
      แต่สายตาของทุกคนที่นิ่งเงียบจ้องมองไปยังทั้งสองกลับไม่เชื่อถือ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 11 ธ.ค.53 เวลา 16:20:49 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ