Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 4 ตอนที่ 24 มังกรเขียวผู้เก่งกาจ

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 24 มังกรเขียวผู้เก่งกาจ

...

ท่ามกลางความเงียบที่ประกายตาสีม่วงมรกตกำลังจับจ้องมองไปยังเรียวแววตาสีแดงเพลิงอันร้อแนแรงระอุไปด้วยความแค้น สับสนและไม่พอใจ...

ทั้งเซเรสและจูนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ด้วยดาบแห่งแสงจันทร์และเปลวเพลิงกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆ เพราะการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจจะก่อให้เกิดยังการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่จนสามารถตัดสินถึงชะตากรรมของดินแดนมหานครมหานครแห่งเพลิงเปลวนี้ได้...

หาก...

...เซเรสแพ้-พวกโซฟีเน่คงไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับฟรีเนเซียอย่างแน่นอน

หรือ...

...จูนพ่าย-ความหวังของผู้คนมากมายต้องดับสูญไป

จึงเป็นศึกที่ไม่ควรกล่าวถึงเลย...

...ยังศึกที่จะสะเทือนฟ้าสะท้านดินนี้

"..."

ประกายตาสีม่วงอ่อนที่แสนกล้าหาญผสานกับแววตาสีแดงที่เข้มแข็งราวกับจะสะกดยังทุกคน ณ วินาทีนี้ให้ต้องหยุดนิ่งแม้กระทั่งลมหายใจมิกล้าจะระบายออก-ความตรึงเครียดแผ่ขยายออกไปจากหัวใจผู้คนสู่หัวใจของผู้คนราวกับรับรู้ได้ถึงการเผชิญหน้าของสองสาวที่ต่างไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกัน...
ต่างมีเป้าหมาย...

มีความต้องการ...

มีความหวัง...

และ...

...มีความรักที่ต้องทำให้สำเร็จ

"ควับ..."

อาร์เชอะคล้ายกับเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่เหนือกาลเวลาที่เหมือนกับหยุดนิ่งลงไปนี้-เธอที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานถึงกับก้าวถอยออกไปยังด้านหลังราวกับเข็มกลางของนาฬิกาที่เขยื้อนเคลื่อนที่อีกครั้งหนึ่ง...

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

ทุกฝีก้าวคล้ายผสานดับเสียงหัวใจของทุกผู้คน...

"...ตึก...ตึก...ตึก"

...เป็นเสียงหัวใจของผู้คน

โซฟีเน่ โซฟาน อาธีน่า อานิต้า เรย์ร่า เจนนี่ โดโรธี มินะ มินา เมียร่า ฟอการิต้า เซไนล์ กาเน็ท ฟ็อก์ซ ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ ทาญา คองก้าและบัฟฟาที่ต่างรู้สึกตัวกับเสียงฝีเท้าของอาร์เชอะที่ดังเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงหัวใจตนถึงกับหันไปมองยังเทพธิดาผู้มีปีกเดียวที่ก้าวถอยหลังออกไปทำเอาทุกคนรีบก้าวถอยตามไปทันทีอย่างรู้ทัน...เซบัสที่จ้องมองยังการเผชิญหน้าของทั้งสองเพียงส่ายหน้าออกมาอย่างอับจนปัญญแล้วจึงก้าวถอยหลังออกไปเคียงข้างยังโซฟีเน่เพื่อที่จะปกป้องเธอ...

...เสียงฝีเท้าของอาร์เชอะคล้ายไม่มีผลกับเซบัส

เสียงฝีเท้าและเสียงหัวใจที่ทำให้เขาต้องล่ะสายตาจากการเผชิญหน้าของทั้งสองสาวกลับเป็นหญิงสาวเพียงผู้เดียวที่เป็นดวงแสงตะวันแห่งความหวังในใจเขา...

เทพธิดาแห่งทะเลทรายสีทอง...คนปัจจุบัน

กัปตันเรือของซิลเวอร์แอร์โร่...ยังคงเป็นคนปัจจุบันกัน

...โซฟีเน่

"หือ..."

ไทกะที่รู้สึกตัวว่าในยามนี้กลางลานกล้างกลับเหลืออยู่แต่เพียงเธอกับยูอันที่พิทักษ์ยังเก้าอี้ของฟรีเนเซียกับอีกฝ่ายที่มีเฟส ดีสและมีมี่เหลืออยู่จึงพากับยกเก้าอี้ที่มีฟรีเนเซียกำลังนั่งจีบเหล้าอย่างสบายอารมณ์ก้าวถอยหลังออกไปเพียงทิ้งยังเซเรสและจูนไว้สองคนเท่านั้น

"วาว..."

"พรึบ..."

เปลวไฟสีเพลิงที่สะท้อนยังแววตาสีม่วงกับสาดกระทบกับละอองแสงจันทร์ในดวงตาสีแดงเพลิงราวกับเป็นสัญญาณของการประลอง การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้

"เฟียว..."

ทั้งเซเรสและจูนที่พุ่งทะยานเข้าหายกันในพริบตาที่ใครๆต่างพสกับแทบจะลืมหายใจ...จูนตวัดยังดาบเปลวเพลิงในมือขวาตวัดออกไปพร้อมๆกับแสงจันทร์ที่เป็นดั่งคมดาบในมือของเซแรสที่ฟาดลงมา...

"เปรี้ยง..."

เพียงพริบตาที่เปลวไฟและแสงจันทร์ประทะกันผสานเป็นหนึ่งเดียวในแววตาของทั้งสอง...เซเรสที่ได้รอช้ารีบรั้งมือขวากลับมาแล้วแทงยังดาบแสงจันทราในออกใส่ยังใบหน้าของจูนทันที

"พรึบ..."

เปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นมามือของจูนถึงกับตวัดออกมารับยังแสงจันทร์ที่สาดส่องได้อย่างง่ายดาย-เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งตวัดยังปลายเท้าซ้ายที่ลุกขึ้นเป็นเพลิงเตะใส่ยังหว่างเอวของแม่มังกรสาวที่เบื้องหน้าการกับจะเผาผลาญยังร่างที่งดงามเบื้องหน้าให้ดับสูญไปในพริบตา...

...

แต่ร่างของเซเรสที่หายไปกลับใช้ยังปลายเท้ายืนอยู่บนขาซ้ายของจูนที่ตวัดออกไปแล้วตวัดยังดาบแห่งแสงจันทร์ในมือแทงใส่ยังใบหน้าของจูนทันที

"ควับ..."

จูนที่งอยังขาซ้ายที่เซเรสยืนอยู่ถึงกับพุ่งทะยานเข้าไปหายังคมดาบแห่งแสงจันทร์-แทงยังเปลวเพลิงแดงคมดาบใส่ยังแสงจันทราที่เบื้องหน้าอย่างสุดแรง

"เปรี้ยง..."

เสียงของแสงของไฟที่ประทะกันอย่างรุนแรงราวกับการระเบิดขึ้นจักรวาลถึงกับทำเอาร่างของเซเรสและจูนต้องกระเด็นถอยหลังออกไปคนล่ะ 3 ถึง 4 ก้าว-จับจ้องมองกันอย่างเงียบนิ่งราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชั่วเสี้ยวของวินาทีที่ทั้งสองประทะกันอย่างรวดเร็วยิ่ง...

โซฟานที่ที่จ้องมองยังดาบของทั้งสองที่ตวัดฟาดใส่กันเร็วยิ่งกว่ากระแสลมหายใจของผู้คนจะเปลี่ยนสายเข้าออกถึงกับต้องยกมือขึ้นมากอดอกด้วยความที่ไม่สบอารมณ์

"ชิ..."

เธอที่เค้นเสียงออกมายังกล่าวต่อไปอย่างเสียดายว่า

"...ไม่น่าพลาดเลย"

หากรู้เช่นนี้-เธอคงก้าวออกไปปกป้องยังฟรีเนเซียแล้ว เพราะจะได้สู้กับจูนแทนเซเรสในยามนี้...ในขนาดที่พวกโดโรธีที่คล้ายกับเห็นเพียงเงารางๆของทั้งสองที่พุ่งเข้าหากันเท่านั้นกับไปยินเสียงที่ดั่งลั่นจนแก้วหูแทบแตก...

...จึงรู้ว่า"ทั้งสองสาวได้ประดาบกันแล้ว"

...แต่นี่พึ่งเริ่มเท่านั้นเองสิน่ะ

"เฟียว..."

เพลงดาบแสงจันทร์ที่ตวัดตัดยังนภากาศพร้อมทั้งร่างของจูนที่ย่อตัวหลบอย่างรวดเร็วแทงยังประกายของเปลวเพลิงในมือตรงไปใบหน้าของเซเรส...

...

เซเรสที่เพียงถอยออกไปเพียงครึ่งก้าว...

...ครึ่งก้าวเท่านั้น

...ครึ่งก้าวก็เพียงพอ

ประกายของเปลวเพลิงที่ยึดออกไปจนสุดหล้าคล้ายกับห่างยังใบหน้าที่เรียวสวยซึ่งของมังกรสาวออกไปประมาณ 1 นี้ว-เป็นระยะ 1 นิ้วที่เปลวเพลิงไม่แม้แต่จะสามารถแผ่ยังรังสีความร้อนไปกระทบยังใบหน้าที่ขาวนวลสวยนั้นได้...

"..."

จูนที่เห็นถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจพร้อมทั้งออกแรงถีบยังร่างพุ่งออกไปยังเบื้องหน้าแทงดาบเปลวเพลิงในมืออกไปอย่างสุดแรง...

"พรึบ...บ"

ประกายเพลิงสีแดงถึงกับแทงผ่านยังใบหน้าของเซเรสออกไปยังด้านหลัง-เฉียดยังข้างแก้มที่เธอเบนศีรษะหลบออกไปอย่างน่าเสียดาย...แต่...

"วาว..."

ประกายของแสงจันทร์ในมือขวาของเซเรสกลับตวัดใส่ยังหว่างเอวของจูนเท่ากับเธอเสมอยังตัวเข้าไปหายังคมดาบของแม่มังกรสาว-หญิเงสาวที่ไม่รอช้ารีบถีบยังปลายเท้ากระโดดถอยออกมายังด้านหลัง 2 ถึง 3 ก้าวปล่อยให้คมดาบของแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาตวัดเลยผ่านยังปกเสื้อไปโดนที่ไม่สามารถแม้จะกรีดขาดได้...

"...ตุบ"

การศึกในชั่วพริบตานี้เซเรสคล้ายกับสามารถรุกไล่จนจูนถอยกลับไปยังด้านหลังได้-เธอทั่ไม่รอช้าจึงตวัดยังดาบแสงจันทร์แทงออกไปยังเบื้องหน้าพร้อมทั้งพุ่งร่างทะยาทไป...จูนที่จ้องมองถึงกับยิ้มออกมาอย่างชอบใจ-ฝ่ามือซ้ายที่เรียวสวยและว่างเปล่าถึงกับตวัดออกไปใส่ยังแม่มังกรสาวที่เบื้องหน้าทันที

"พรึบ...บ"

วิหกเพลิงถึงกับพุ่งทะยานออกไปใส่ยังร่างของแม่มังกรสาวทันทีราวกับจะแผดเผาให้ไหม้เป็นจุญ-แต่เซเรสที่คล้ายกับไม่สนใจเพียงตวัดยังคมดาบตัดผ่านยังแสงจันทร์ที่สาดส่องส่องมาตัดยังวิหกเพลิงและช่องว่างของกาลเวลาใส่ยังร่างของจูนที่เบื้องหน้า

"วาว..."

"...ฟุบ"

ประกายของแสงจันทร์ที่ตัดผ่านถึงกับตัดยังปลายผมสีแดงเพลิงของจูนขาดออกไปเล็กน้อยพร้อมทั้งคมดาบเปลวเพลิงในมือที่ตวัดลงไปยังใบหน้าของเซเรสสวนกลับไปอย่างไม่รอช้า...เซเรสที่เห็นยังคมดาบตวัดลงมาจึงรีบถีบยังปลายเท้าพุ่งถอยออกไปยังด้านหลังในพริบตา-ปล่อยให้ปลายผมสีม่วงอ่อนด้านหน้าถึงกับถูกฟันขาดออกไปเช่นเดียวกัน

...รอบนี้คล้ายกับเสมอกัน

"..."

เพียงพริบตาที่ประกายตาสีม่วงและสีแดงเพลิงถึงกับสบกับเล็กน้อยทั้งสองก็พุ่งทะยานเข้าหากันอีกครั้งราวกับมังกรแสงสีม่วงและวิหกเพลิงสีแดงเหินเวหาโบยบินโรมรันบนท้องนภา-เซเรสตวัดยังแสงจันทร์ฟันออกไปพร้อมทั้งจูนที่สวนกลับมาด้วยเปลวเพลิง...

หนึ่ง...

สอง...

สาม...

จนนับไม่นับ...

ทุกคมดาบที่แสงจันทร์ฟันออกไปมีประกายเปลวเพลิงสวนกลับมาทุกคนพร้อมทั้งร่างของทั้งเซเรสและจูนที่คล้ายกับไม่ก้าวถอยแม้สักก้าวเดียว...ในสายตาของทุกคนเห็นเป็นแต่ประกายแสงสีแดงสวนกับเปลวเพลิงสีเหลืองที่ตวัดผ่านยังรอบๆกายของทั้งสองอย่างละลานตาเท่านั้น...

"อืมม์..."

โดโรธีที่ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะแทบจะมองไม่ออกว่า”ฝ่ายไหนกำลังได้เปรียบเสียเปรียบ”จึงหันไปถามยังมินะกับมินาที่ด้านข้างว่า

"...พวกเธอมองทันบ้างไหม"

"..."

มินะได้แต่ส่ายหน้าออกมาอย่างอับจนปัญหาเท่านั้น เพราะเธอก็แทนจะมองไม่เห็นเหมือนกับโดโรธีและทุกคนเช่นกัน...ส่วนมินาที่เพ่งสายตาจ้องมองไปยังภาพของเบื้องหน้ากลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"รู้สึกเซเรสจะเสียเปรียบอยู่เล็กน้อยน่ะ"

"ไม่ใช่หรอก..."

ยูอันที่หันกลับมายังจ้องส่งเสียงตอบออกมาอย่างมั่นใจว่า

"...ทั้งสองกำลังสูสีกันต่างหากล่ะ..."

เธอที่ละสายตาจากการต่อสู้ที่เบื้องหน้าถึงกับลกวาดสายตาจ้องมองไปยังพวกโดโรธี มินะ มินาและเหล่าลูกเรือทั้งซิลเวอร์แอร์โร่กับจิ้งจอกสีเงินแล้วจึงกล่าวออกมาราวกับขบคิดอะไรขึ้นมาได้ว่า

"...มาแทงกันไหมล่ะ-อัตราต่อรองในตอนนี้เป็นห้าต่อห้าอยู่น่ะ"

...ไม่ยอมพลาดโอกสที่จะฉวยยังเงินเข้ากระดองตนเองเลย

"งั้นหรือ..."

"เอ..."

คำถามนี้ทำเอาพวกโดโรธฃีที่ได้ยินถึงกับต้องครุ่นคิดด้วยความหนักใจ เพราะถ้าแทงไปตอนนี้อาจจะต้องเสียเงินฟรีๆก็ได้...ส่วนทางโซฟานที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาพลางกวาดสายตาไปยังยูอันที่มีสายตาคมกริบจนสามารถไล่ตามยังความเร็วของทั้งสอง...

ด้วยสายตาที่ดีเยี่ยมเช่นนี้-คมดาบต้องดีเยี่ยมอย่างแน่นอนเลย...

...ช่างเหมาะที่เธอจะใช้เป็นคู่ประลองฆ่าเวลาจริงๆด้วย

"เปรี้ยง..."

คมดาบของทั้งสองประทะกันอย่างแรงกล้าอีกครั้งหนึ่งทำเอาจูนและเซเรสต้องถอยยังขาซ้ายกลับไปยันยังด้านหลังทั้งคู่...จูนที่ไม่รอช้าถึงกับแทงยังคมดาบออกไปยังเบื้องหน้าพร้อมทั้งเซเรสที่ตวัดลงมา

"พรึบ..."

"วาว..."

ในพริบตาที่แสงจันทราสาดส่องลงมาจากท้องนภาราวกับคำอวยพรขององค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่างที่ประทานลงมายังร่างของเซเรสถึงกับรับเอาดาบแห่งเปลวเพลิงให้สลายออกไปอย่างง่ายดายก่อนที่จะสัมผัสยังร่างของเธอ...จูนที่เห็นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

"หือ..."

เซเรสที่ไม่รอช้าช้ารีบตวัดยังดาบฟันต่อไปใส่ยังร่างของจูนที่พุ่งเข้ามา...

"พรึบ..."

เปลวไฟที่ลุกโชนถึงกับดับสูญไปพร้อมทั้งร่างของหญิงสาวที่หายไป-เซเรสที่ไม่รอช้ารีบกวาดยังสายตาสีม่วงอ่อนจ้องมองไปยังด้านขวาอย่างรวดเร็ว...

จูนที่ยืนอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตรถึงกับจ้องมองไปยังเซเรสด้วยสายตาที่ไม่พอใจ-ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง...ที่ปกเสื้อสีแดงเพลิงของเธอถึงกับถูกตัดขาดยาวประมาณ 15 เซนเผยให้เห็นยังเนินอกที่ขาวนวลสวย

"เอเรสหรือ..."

หญิงสาวเค้นเสียงกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจยังชื่อขององค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงว่างที่ประทานยังแสงจันทร์ลงมาปกป้องยังเซเรสจากคมดาบของเธอในพริบตานั้น...

เธอไม่ได้แพ้ยังเซเรส...แต่เป็นเพราะพลังของเหล่าเทวะราชันย์ที่ชั่วร้ายต่างหากที่ทำให้เธอต้องพลาดท่ายังอีกฝ่าย-จูนที่ยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปอย่างชัดเจนว่า

"...ถ้าจะจัดการกับเธอ..."

"พรึบ..."

ราวกับเปลวเพลิงที่ลุกขึ้นมาในนภากาศพร้อมทั้งสร้อยเพชรสีแดงที่จูนห้อยคออยู่ถึงกับเปล่งประกายราวกับจะเผาผลาญยังโลกหล้าใยนี้ให้ไหม้เป็นจุลพร้อมทั้งเปล่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"...ฉันคงต้องเอาจริงแล้วสิน่ะ"

ร่างของจูนที่งดงามยังเบื้องหน้าถึงกับอาบยังเปลวเพลิงที่ลุกโชนยังย้อมยังโลกหล้าและทุกสิ่งไปด้วยประกายแสงสีเพลิงจนมวลอาการรอบๆกายของหญิงสาวถึงกับต้องร้อนระอุประทุด้วยประกายไฟที่พุ่งผ่าน...

...พรึบ

เส้นผมถึงกับพริ้วไสวไปด้านหลังอย่างงดงามราวกับเปลวเพลิง ที่ด้านหลังถึงกับปรากฏยังปีกสีแดงจากเปลวเพลิงที่ดูงดงามและร้อนแรงกล้ายิ่งพร้อมทั้งประกายสีแดงเข้มของดาบแห่งเปลวเพลิงในมือขวาที่ยิ่งแดงฉานจริงร้อนแรงจนปรากฏออกมาเป็นดาบที่คมกล้าอย่างแท้จริง...

ดาบสีแดงราวเปลวเพลิงที่ดูราวกับคมกริบจนสามารถจะตัดยังทุกสิ่ง...สะปั้นยังฟ้าดิน-สังหารเทพและหมู่มารได้...

...ทุกคนในยามนี้จึงได้รับรู้แล้วว่า"จูนเอาจริง"แล้ว

เธอจะทุมพลังทั้งมวลเพื่อจัดการกับทุกสิ่งที่ขัดขว้างยังทางเดินและการตัดสินใจของเธอ เพราะหากต้องสะดุดลง ณ ที่นี้คงไม่มีทางทำยังความหวังของเธอให้เป็นจริงได้อย่างแน่นอน...

การฆ่ายังเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงคราม...

...สังหารมาร์ช ทอย

ฆ่าทวยเทพและสังหารยังเหล่าองค์เทวะราชันย์ให้หมดสิ้นเพื่อปลดปล่อยยังโลกใบนี้และล้างแค้นให้กับพ่อของเธอ-จูนที่เลิกคิ้วถึงกับจ้องมองไปยังแม่มังกรสาวที่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่เอาจริงยิ่งกว่าทุกครั้ง...
เพราะตั้งแต่เธอต่อสู้มา-นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคิดจะเอาจริง...

...คิดที่จะฆ่ายังอีกฝ่ายแล้ว-เธอจะพ่ายแพ้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

จูนที่งดงามและร้อนแรงดังดวงตะวันเพียงจ้องมองไปยังเซเรสที่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่ร้อนแรงดังเปลวเพลิง....

"พรึบ...พรึบ...พรึบ...พรึบ...พรึบ..."

นกเพลิงทั้ง 5 ตัวปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าต่างพุ่งลงมาเข้าใส่ยังเซเรสจากทุกทิศทุกทางราวกับศรแห่งเปลวเพลิงที่จะเผาผลาญยังทุกสิ่งให้ดับสูญไป...

"วาว..."

ประกายแสงสาดส่องออกมาเรื่องราวกับแสงตะวัน-งดงามราวกับแสงจันทร์ขับไล่ยังหมู่มวลวิหกให้ดับสูญไปในประกายละอองของจันทราที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า...เซเรสที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของทุกคนราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกลับเพียงแต่ขยับยังมือซ้ายไปกุมยังดาบเรียวยาวสีม่วงอ่อนที่ข้างเอว-แค่ใช้ยังปลายนิ้วโป้งดันโก่งให้ตัวดาบเลื่อนออกมาเพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น...

แต่...

ประกายความงดงามของตัวดาบกับเรื่องรองราวกับพลังแห่งความหวังของดวงตะวันที่ฉายลงมา สวยงามราวกับแสงจันทราบนท้องนภาและตราตรึงใจดุจแสงดาราอันตระการตายิ่ง...

เพียงแต่นิ้วเดียวของคมดาบที่ปรากฏออกมา...

...ดาบที่ข้างเอวของเซเรส

...ดาบที่เธอได้รับมอบมาจากองค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่าง

...ดาบที่เป็นดั่งพลังของเอเรส ไลท์

"..."

ทำเอาทุกคนที่กำลังจ้องมองดูยังเซเรสตามทราบดีแล้วว่า"เธอในยามนี้ก็เอาจริงเช่นกัน"...ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่ศึกของสองนักสู้ธรรมดาระหว่างนางกำนัลแห่งตำหนักเทพและหัวหน้ากองทัพกบฏที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไป-แต่เป็น...

...ศึกของสองผู้ที่มีอำนาจเทียบเคียงพระเจ้า

...ศึกของผู้ที่มีพลังของเหล่าเทวะราชันย์

ทั้งประกายตาสีม่วงอ่อนและแดงเพลิงที่จ้องมองอย่างไม่ลดละ-เซเรสเริ่มก้าวเท้าซ้ายออกไปในขนาดที่จูนกลับก้าวเท้าขวาออกไปยังเบื้องหน้า...ทุกคนต่างทราบดีถึงการต่อสู้ที่จะระเบิดขึ้นมาอีกครั้งยามเมื่อทั้งสองประชิดกันราวกับดวงตะวันที่แสนร้อนแรงและยิ่งใหญ่สองดวงที่พุ่งชนใส่กันอย่างสุดแรง

"บ้าน่า..."

อานิต้าที่จ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจราวกับการก้าวเดินออกไปของเซเรสและจูนแทบจะไม่แตกต่างไปจากการเผชิญหน้าของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือและองค์ราชินีแห่งหมู่เกาะแสงสว่างเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยจนต้องร้องออกไปว่า

"...เอาอีกแล้วหรือ..."

พลางรีบกวาดสายตาหายังอาร์เชอะเพื่อเป็นเกราะกำบังเช่นทุกคนพร้อมททั้งร้องเสียงหลงออกไปว่า

"...รีบหาที่หลบภัยดีกว่า"

"กึ้ย..."

กาเน็ทที่ร้องออกมาด้วยเสียงหลงถึงกับทรุดลงไปนั่งอย่างเขาอ่อน เพราะหากเกิดเช่นดั่งที่อานิต้าคาดคิดไว้จริงๆ-เธอไม่มากก็น้อยจะต้องโดนยังลูกหลงหรือหางเล่เข้าไปด้วยอย่างแน่นอน...โดโรธีที่รีบไปหลบด้านหลังของอาร์เชอะเป็นคนแรกเพื่อความปลอดภัยถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

"ทุกคนระวัง"

แต่...

ก่อนที่ใครจะขยับตัวหรือวิ่งมาหลบยังด้านหลังของอาร์เชอะเช่นเดียวกับทุกคนที่ผ่านๆมา-อาร์เชอะที่คล้ายยิ้มอกมาอย่างงดงามยิ่งราวกับแสงจันทร์ที่ท่อทาบสาดส่องประกายลงมาจากฟากฟ้าขอบท้องนภากลับก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้า...

"ตุบ..ตุบ...ตุบ..."

ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คนที่จ้องมองไปอย่างตกตะลึง-อาร์เชอะกลับก้าวเดินออกไปขว้างยังเบื้องหน้าของเซเรสและจูนเอาไว้ราวกับดวงจันทร์ที่ท่ามแล้วยามราตรีบดบังยังดวงตะวันอันร้อนแรงทั้งสองดวงด้วยท้องฟ้าแห่งรัตติกาลทันที...จูนที่เลิกคิ้วจ้องมองไปยังแม่เทพธิดาผู้มีปีกเดียวด้วยประกายตาที่ร้อนแรงกล้าของความไม่พอใจกลับเค้นเสียงร้องออกมาว่า

"เชอะ..."

ราวกับไม่เห็นยังใครอยู่ในสายตา เพราะต่อให้เบื้องหน้าของเธอมีใครยืนขว้างอยู่-เธอก็จะก้าวข้ามออกไปสู่เป้าหมายให้ได้...

ถึงอาร์เชอะจะร่วมมือกับเซเรสในยามนี้-เธอก็ไม่แคร์อะไร เพราะจะไม่แพ้ใครและไม่มีทางแพ้ใครอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะสามารถเด็ดหัวยังมาร์ช ทอยที่แสนชั่วร้ายนั้นให้ได้...

จนกว่าจะทำลายล้างยังเหล่าเทวะราชันย์ที่ชั่วร้ายไปจนหมดสิ้น เพื่อการนี้แม้จะต้องเป็นศัตรูกับเหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหมดก็ตาม...

...หากไม่สามารถฆ่ายังไส้ศึกได้-รบต่อไปก็มีแต่จะแพ้เท่านั้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต่างตกอยู่ภายใต้สายตาของเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามที่แสนชั่วร้ายยิ่งนี้ที่กำลังขบคิดวางแผนการทำลายล้างทุกสิ่ง

"..."

แต่อาร์เชอะกลับยิ้มตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มที่สวยงาม-เธอที่ตวัดยังปลายนิ้วชี้ขวาที่เรียวสวยขึ้นมาทำเอาจูนต้องเลิกคิ้วด้วยความตระหนกตระเตรียมรับมือ...

...

แต่ปลายนิ้วของอาร์เชอะกลับแตะลงไปที่เรียวริมฝีปากอย่างแผ่วเบาพลางยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"คิดจะสู้กันจริงๆหรือ..."

ปลายหางตาที่เรียวสวยสีเขียมรกตที่มัดยังหัวใจชายหนุ่มทั้งหลายโดยเฉพาะแอร์โร่ยังจับจ้องมองไปยังจูนโดยเฉพาะแล้วส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกอย่างชัดเจนราวกับศรที่ปักลงไปกลางหัวใจของหญิงสาวให้ต้องหวั่นไหวว่า

"...เธอมั่นใจหรือ"

...เปรี้ยง

ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาในหัวใจของจูนทันที เพราะหากถามว่า”เธอสามารถเอาชนะยังเซเรสที่เบื้องหน้าได้หรือไม่"ยังเป็นปัญหาอยู่" เพราะอีกฝ่ายก็มีพลังของเทวะราชันย์ปกป้องอยู่...
แล้วไหนจะองค์ราชันบย์แห่งแดนสรวงอีกล่ะ...

แผนการณ์ที่เธอคิดจะใช้ยังเซบัสจัดการกับมาร์ช ทอยเป็นอันดับสูญไป...

การปลดปล่อยเหล่ามวลมนุษย์จากอำนาจของเหล่าเทวะราชันย์...

...ทุกสิ่งเป็นอันดับสูญไป

"เออ..."

เพียงคำกล่าวเดียวของแม่เทพธิดาผู้มีปีกเดียวที่เบื้องหน้าถึงกับทำเอาหญิงสาวถึงกับจ้องลังเลขึ้นมาในหัวใจพลางจ้องมองไปยังอาร์เชอะด้วยประกายตาที่ไร้ยังความเด็ดเดี่ยวเช่นเมื่อครู่...แม้จะเป็นเพียงพริบตาเดียวที่ปรากฏยังความลังเลขึ้นมาในแววตาของจูนที่ยังตัดสินใจไม่ได้-อาร์เชอะที่ฉวยจังหวะเวลานั้นไว้ได้จึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และมีชัยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"ผู้พิทักษ์ของชั้นนี้กำลังจะมาแล้ว..."

ทั้งยังกวาดสายตาจ้องมองไปยังฟรีเนเซียพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

"...ไม่ใช่ฟรีเนเซียหรอก เพราะเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามไม่มีทางใช้ผู้ที่ไม่อยู่ใต้อำนาจหรอก"

"..."

คำพูดของอาร์เชอะย้ำชัดยังความจริงให้ปรากฏขึ้นมาในหัวใจของทุกคนทันที เพราะเหล่านักรบและผู้พิทักษ์ที่เทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามใช้เป็นเปลวเพลิงที่มีชีวิตเพื่อการสู้รบ-มิใช่คนหรือสิ่งที่มีชีวิตจริงๆ...

...จึงไม่มีทางเป็นฟรีเนเซียที่ชอบดื่มเหล้าอย่างแน่นอนเลย

"ควับ..."

จูนที่คล้ายกับฉุกใจคิดได้ถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังกลางลานกว้างที่ถูกทิ้งเอาไว้อย่างไร้ความสนใจแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

"ช่างชั่วร้ายจริงๆ..."

เพราะการที่ไม่ยอมส่งยังผู้พิทักษ์ออกมาในตอนแรกก็เพื่อที่จะยั่วยุให้เธอผิดใจกับเหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ทั้งหลาย-เป็นการลิดรอนยังพลังของเธอไป...จูนที่จ้องมองไปยังผู้พิทักษประจำชั้นนี้จึงส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกอย่างโกรธแค้นว่า

"...มาร์ช ทอย"

ยังนามของชายหนุ่มผู้ชั่วร้ายยิ่ง..

...นามของเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามผู้แสนเจ้าเล่ห์และโหดร้ายยิ่ง

...

สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังตามจูนถึงกับพบยังผู้พิทักษ์ประจำยังชั้นนี้ที่ปรากฏกายขึ้นมาอย่างชั่วร้ายยิ่ง-ยังร่างชุดเกราะสีแดงเพลิงที่มีเพียงแต่หมวก เกราะหน้าอก หัวไหล่ เอว ลำแขนและหน้าแข้งที่เชื่อมต่อไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานขนาดสูงประมาณ 2 เมตรนั่งอยู่บนหลังของม้าเปลวเพลิงที่สวมเกราะสีแดงอยู่...

"หมับ..."

"พรึบ..."

ท่ามกลางมือที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงยังคมกำยังดาบด้านยักษ์ที่ยาวนับ 2 ถึง 3 เมตรแน่นค่อยๆปล่อยให้เสียงฝีเท้าของเจ้าม้าเปลวย่างก้าวออกมาเบื้องหน้าของทุกคน...

กับการปรากฏตัวที่มิมีปี่มีขลุ่ยของมันที่ไม่มีใครรับรู้หากจูนไม่ส่งเสียงกล่าวออกมาทำเอาทุกคนถึงกับรู้สึกประหลาดใจไม่เว้นแม้แต่ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู่หลี่เชากุ้ย...

...ที่ยังไม่ทราบถึงการมาของมัน

...เหมือนเช่นเหล่านักรบแห่งไฟทั้งหลายหากจูนไม่รู้สึกขึ้นมาก่อน

อัศวินแห่งไฟที่เบื้องหน้าถึงกับหยุดลงกวาดยังประกายตาสีแดงเพลิงจับจ้องมองไปยังเหล่าลูกเรือทั้งหลายของซิลเวอร์แอร์โร่ราวกับจะรอคอยยังผู้ที่ก้าวขึ้นมานังวลานประลองแห่งนี้กันมัน...จูนที่คล้ายกับไม่พอถึงกับสลายยังดาบและปีกให้จางหายไปพร้อมทั้งหันกายจะก้าวออกไปสำเร็จโทษยังผู้พิทักษ์ที่เป็นตัวแทนกลอุบายอันแสนชั่วร้ายของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้านี้...

...

เซเรสที่นิ่งเงียบกลับหันกายเดินกลับเข้ามาพร้อมทั้งเก็บยังคมดาบกลับเข้าไปในฟักตามเดิม เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องสู้อีกต่อไปแล้ว...แต่สิ่งที่ใครไม่ทันได้คาดคิดกลับบังเกิดขึ้นมา...

"ฉันจัดการเอง..."

อานิต้าที่คล้ายกับคันมือ(เท้า)คันไม้ถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งกระโดดเหยียบยังสายลมสีเขียวที่โชยพัดผ่านยังโลกหล้าอย่างที่ไม่มีสิ่งใดสามรถขว้างกั้นได้ชิงตัดหน้ายังจูนไปทิ้งกายลงยังเบื้องหน้าของเจ้าอัศวินแห่งเปลวทันที...เจ้าอัศวินที่คล้ายกับยึดถือบังอานิต้าเป็นศัตรูถึงกับสาดยังประกายตาสีแดงเพลิงจับจ้องมองมาพร้อมทั้งกำแพงแสงสีเพลิงได้บังเกิดขึ้นเพื่อกางกั้นยังทั้งสองออกไปจากเหล่าลูกเรือแห่งซิลเวอร์แอร์โร่ที่เหลืออยู่ทั้งหลาย...

ศึกในรอบนี้จึงตกเป็นของอานิต้า-แม่เรนเดียสาวแทน...

...แทนจูนหรือใครๆ
-----------------------------------

"กุบ...กุบ..."

อัศวินเปลวเพลิงบนหลังม้าเพียงควบยังม้าเยาะก้าวเดินวนอยู่รอบๆยังร่างของอานิต้าเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิการาวกับกำลังหายังช่องว่างในการพุ่งเข้าไปโจมตี...ส่วนแม่เรนเดียสาวกลับเพียงยึดแข้งยึดขาเล็กน้อยแล้วกระโดดอยู่กับทีเบาๆเป็นการวอร์มร่างกาย

"...ตุบ...ตุบ"

ยามเมื่อเจ้าม้าเปลวเพลิงก้าวเดินไปยังด้านซ้ายของอานิต้าในจังหวะที่เธอกำลังยกมือทั้งสองขึ้นออกไปผสานยึดเหนือหัวพอใจ...ประกายตาสีแดงเพลิงของเจ้าม้าถึงกับสาดประกายขึ้นมา-อัศวินที่อยู่บนหลังรีบใช้ยังเท้าตบที่ข้างลำตัวแล้วเจ้าม้าก็วิ่งพุ่งเข้าไปราวกับเกลียวสว่างที่หมุนเข้าหน้าร่างของแม่เรนเดียสาวราวกับเป็นจุดสูญกลาง...

"พรึบ..."

ดาบที่ยาวกว่า 3 เมตรถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นหอกยาวนับ 7 ถึง 8 เมตรในพริบตาพุ่งทะยานออกไปยังกลางหลังด้านซ้ายตรงหัวใจของอานิต้าในพริบตา...

"เปรี้ยง..."

ปลายส้นเท้าซ้ายที่ตวัดเตะออกมาด้วยรองทเสีแดงเพลิงที่อาบยังประกายของสายลมสีเขียวมรกตถึงกับปัดยังคมหอกให้แทงเฉียดเลยยังหัวไหล่ของเธออกไปอย่างง่ายดาย-อานิต้าที่ไม่รอช้าจึงรีบตวัดยังเท้าซ้ายกลับเหยียบยังสายลมให้ร่างลอยขึ้นไปลากยังปลายเท้าขวาเตะใส่ยังหัวของเจ้าม้าเพลิงอย่างสุดแรง

"...เปรี้ยง"

เสียงดังลั่นพร้อมทั้งร่างของเจ้าม้าที่เงยขึ้นไปจนแทบจะล้มลงไป...แม่เรนเดียสาวที่ไม่รอช้ายังคงพุ่งร่างเหยียบยังสายลมใช้เท้าซ้ายเตะใส่ลำตัวตามด้วยขวาที่เตะใส่ยังลำคอของเจ้าม้าเพลิงในพริบตา

"...เปรี้ยง...เปรี้ยง"

พร้อมทั้งร่างที่ลอยขึ้นไปราวกับเหยียบยังบันไดแห่งสายลมสีเขียวมรกตที่โชยพัดผ่านหมายจะตวัดยังปลายส้นเท้าขวาลงมาเผด็จศึก...แต่อัศวินแห่งเพลิงที่อยู่บนหลังอาชากลับสาดยังประกายตาสีแดงเพลิงเป็นประกาย-มันรีบตวัดยังหอกยาวในมือแทงใส่ร่างของแม่เดนเรียสาวที่อยู่กลางอากาสนับไม่ถ้วน

"พรึบ...พรึบ...พรึบ..."

เร็วจนสายลมต้องลุกโชนด้วยเปลวไฟ...อานิต้าที่รีบกระโดดเหยียบยังสายลมถึงกับพุ่งถอยออกไปยังด้านหลังได้อย่างหวุดหวิด เพราะถึงหอกที่ดูเหมือนจะยาวแค่ 7 ถึง 8 เมตร-แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับสามารถโจมตีได้ถึง 10 กว่าเมตรเลยที่เดียว...

แต่ก็มากเพียงพอที่จะให้เจ้าม้าเพลิงได้มีโอกาสทิ้งยังปลายเท้าลงไปยังพื้นพร้อมทั้งพุ่งทะยานเข้ามายังอานิต้าที่อยู่ห่างออกไปในพริบตา-คมหอกที่แหลมคมถึงกับยึดตรงออกมายังร่างของอานิต้าในพริบตาที่รวดเร็วยิ่งกว่าแสงไฟจะเผาผลาญยังทุกสิ่งแผ่ขยายคลื่นความร้อนที่ชั่วร้ายออกมา

"เฟียว..."

แต่ท่ามกลางร่างของอานิต้าที่คล้ายกับยมีสายลมอ่อนโชยพัด...

...เป็นสายลมสีเขียวมรกต

...สายลมของมาเรียเบ็ลที่พิทักษ์ยังเหล่านักรบผู้จงรักของเธอ

อานิต้าที่อาบยังสายลมถึงกับพุ่งทะยานสวนเหยียบลงไปยังปลายหอกที่แทงออกมาแล้วไถลร่างไปตามด้ามหอกอย่างสวยงามราวกับมีสายลมเคยเกื้อหนุม-เธอที่ใช้ยังปลายเท้าซ้ายเป็นแกนในการหมุนตัวกลับงตวัดยังปลายเท้าขวาเตะใส่ยังหัวของเจ้าม้าเพลิงอย่างสุดแรงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโดนออกไปว่า

"ทอร์นาโดคิก"

"โครม..."

ร่างของเจ้าม้าเพลิงที่ถูกเตะถึงกับลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง-แต่อัศวินที่อยู่บนหลังมันกลับชิงกระโดดสวนออกมาเผชิญหน้ากับอานิต้าที่กลางอากาศแล้วแทงยังคมหอกในมือใส่ยังร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างไม่หยุดยั้ง

"พรึบ...พรึบ...พรึบ..."

อานิต้าที่คล้ายกับตกเป็นเป้าของคมหอก-ถ้ามิใช้พวกที่มีปีกสามารถโพยบินได้บนท้องฟ้าอย่างอิสระแล้วละก้อคงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอนเลย...

แต่เธอคืออานิต้าผู้ที่เรียกตนเองว่า"เป็นองค์รักษ์แห่งแดนหนือ"(ถึงจะไม่มีใครยอมรับพอๆกับนักฆ่าแห่งแดนเหนือกก็เถอะ)-แค่ก็คือผู้ที่ได้รับพรจากเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือให้สามารถเหยียบย่างยังสายลมได้อย่างอิสระเสรีดั่งกวางเรนเดียที่สามารถเหยียบยังสายลมลากรถเลื่อนในตำนานได้

"เฟียว..."

แม่เรนเดียสาวที่อาศัยยังจังหวะใช้ปลายเท้าเตะยังสายลมให้ร่างลอยออกไปด้านซ้ายมาเล็กน้อยหลบยังคมหอกได้อย่างสวยงามจนแม้แต่พวกแม่ลูกแมวทั้ง 3 ยังไม่เชื่อสายตา-แล้วแม่เรนเดียสาวที่พุ่งลอยอยากลางอากาศกลับสามารถหลบยังหอกที่มากมายราวกับเดินอยู่บนพื้นราบกระโดดหนุมตัวตวัดปลายเท้าเตะใส่ยังปลายหอกสีแดงเพลิงอีกครั้งหนึ่งให้เบนออกไปแล้วฉวยจังหวะกระโดดหลบหนีไปยังด้านหลังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว...

"...ตุบ"

"ตุบ..."

พร้อมทั้งร่างของอัศวินแห่งไฟที่ทิ้งร่างลงไปยังพื้นดินที่เบื้องหน้าซากของม้าให้ไฟทีดับสูญไป เพราะการโจมตีอย่างรุนแรงของอานิต้า...ประกายไฟจากร่างของเจ้าม้าเพลิงที่ดับสูญไปกลับพุ่งไปร่างยังร่างของอัศวินราวกับจะหล่อมรวมเป็นหนึ่งเพื่อมอบยังพลังที่จะทำลายล้างยังศัตรูเบื้องหน้าให้กับมัน

"พรึบ..."

หอกที่ยาวนับ 7 ถึง 8 เมตรแปรเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นดาบที่ยาวเหลือประมาณ 2 ถึง 3 เมตรอีกครั้งหนึ่งที่เหมาะสมกับศึกบนพื้นดิน...

...แทนบนหลังม้า

"นึกว่าจะได้กินเรนเดียย่างเสียแล้วสิ"

โดโรธีที่บ่นออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับจะโล่งใจ เพราะไม่คิดว่า"อยู่ๆอานิต้าที่เสนอหน้าออกไปสู่แทน"-แถมยังเกือบโดนหอกเพลิงนับไม่ถ้วนแทงใส่ด้วย...ในขนาดที่มินะกลับขบคิดอะไรบ้างอย่างแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ถึงเนื้อกวางจะอร่อยก็เถอะ-แต่ถ้าเป็นอานิต้าคงไม่ไหวหรอก"

"อืมม์..."

มินาที่พยักหน้ารับ เพราะหากอานิต้าแพ้ในครั้งนี้คงไม่ต้องจัดงานศพให้อย่างแน่นอนเลย-แถมเนื้อคงกินไม่ได้ด้วยจึงกล่าวออกมาอีกคนว่า

"...ถ้าอยากกินกวางให้อร่อยสงสัยต้องให้เจนนี่ด้วยทำให้หน่อยแล้วสิ"

"นี่...ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้น่ะ"

เจนนี่อดที่จะส่งเสียงต่อว่ายังแม่ลูกแมวทั้ง 3 ที่พูดเดล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาอยู่ได้จนโดโรธีต้องหันๆไปส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

"ทำไมล่ะ"

"ก้อ..."

เจนนี่ที่หน้าแดงขึ้นมา เพราะรู้สึกหิวแล้วสิ-วันนี้ตลอดทั้งวันยังไม่ได้ทานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยจึงไม่อยากที่จะคิดถึงเรื่องของกินจึงรีบกล่าวออกไปว่า

"...นี่เป็นเวลาที่ต้องเป็นห่วงอานิต้าต่างหาก"

ส่วนอานิต้าที่ทุกคนกำลังเป็นห่วง...

"จ๊อก..."

เสียงท้องที่ร้องขึ้นมาอย่างดังลั่นของแม่เรนเดียสาวในยามนี้ถึงกับกลบยังทุกสิ้นไปจนหมดสิ้นทำเอาทุกคนถึงกับต้องมองไปยังเธอด้วยสีหน้าที่ตกใจ...อานิต้าที่หิวอยู่พอได้ยินยังคำพูดเรื่องอาหารของแม่ลูกแมวทั้ง 3 ถึงกับน้ำลายไหลออกมาทันที-เธอที่รีบยกลำแขนขึ้นปาดยังน้ำลายที่ไหลออกมากลบเกลื่อนยังความอายแล้วจ้องมองไปยังอัศวินที่เบื้องหน้าเพื่อรีบๆจบยังการต่อสู้ในครั้งนี้เสียที...

...จะได้รีบๆออกไปหาอะไรใส่ท้องแก้หิวได้แล้ว เพราะยิ่งออกแรงมากก้อยิ่งหิวมากเหมือนกัน

ร่างของอัศวินแห่งเปลวไฟที่เบื้องหนากำลังลุกโชนไปด้วยความร้องแรงกล้าแห่งการต่อสู้อย่างไม่ลดล่ะ...ส่วนทางด้านของอานิต้ากลับรู้สึกเหมือนกับจะว่า”หมดแรงเพราะหิวแล้ว”สิ...

"พรึบ..."

อัศวินแห่งเปลวที่เบื้องหน้าสาดยังประกายตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังแม่กวางเรนเดียสาวที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งกำดาบที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงย่างสามขุมเข้าไปอย่างมั่นคงจนทุกคนได้ยินถึงเสียงของชุดเกราะสีแดงเพลิงที่กระทบยังเปลวไฟ...ในขนาดที่ทางทางด้านของอานิต้ายังคงยืนนิ่งเงียบรอรับการโจมตีจากอีกฝ่าย-ดวงตากลมโตสีน้ำตาลยังคงจับจ้องมองไปยีงศัตรูที่เบื้องหน้าอย่างไม่กระพริบ...

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

ปล่อยให้อัศวินแห่วงเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าค่อยๆก้าวเข้ามาจากระยะ...

...5 เมตร

...4 เมตร

...3 เมตร

และ 2 เมตรอย่างว่างตา-ไม่เปิดยังช่องโหว่งใดๆให้อีกฝ่ายเลย...อัศวินแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าถึงกับสาดยังประกายตาสีแดงฉานด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนตรงบริเวณมุมปากด้วยรอยยิ้มแล้วตวัดยังดาบที่ทิ้งไว้ยังด้านข้างของลำตัวฟันใส่ยังแม่เรนเดียสาวจากกด้านบนอย่างสุดแรงทันที...

"พรึบ..."

เสียงของคมดาบที่ตวัดลงมาเร็วจนเกินกว่าที่สายตาของบัพฟากับคองก้าจะมองเห็นเพียงทิ้งยังภาพเพลิงไฟอันสวยงามที่ลุกโชนเป็นภาพติดตาพุ่งตรงไปยังลำคอของอานิต้าทันที...

"หึ..."

อานิต้าที่คล้ายกับยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งตวัดยังเท้าขวาที่ลุกโชนได้ด้วยเปลวเพลิงเตะถึง 3 ครั้งซ้อน...

"...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง"

ครั้งแรกเตะใส่ยังคมดาบที่ลุกโชนด้วยไฟให้ต้องหยุดชะงักลง-ครั้งที่สองถึงกับเพิ่มแรงเตะใส่ยังตัวดาบและร่างของอัศวินแห่งเปลวไฟให้เสียหลักเปิดยังช่องโหว่งที่หน้าออกมา...และเตะขวาครั้งสุดท้ายด้วยความเร็วและแรงถึงขีดสุดใส่ยังกลางหน้าอกของอีกฝ่ายจนร่างต้องลอยกระเด็นออกไปยังชนกำแพงยังด้านหลังทันที

"โครม..."

อานิต้าที่กระหยิ่มยิ้มยองถึงกับหันไปถามยังแม่ลูกแมวที่เบื้องหลังทั้ง 3 ตัวว่า

"เป็นไงบ้าง...สวยไหมล่ะ"

กับท่าที่จัดการกับศัตรูของเธอ...แต่แม่ลูกแมวทั้ง 3 กลับส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมๆกันว่า

"สามคะแนน..."

"สี่คะแนน..."

"สองคะแนน..."

โดโรธีส่งเสียงกล่าวออกมาเป็นคนแรกอีกว่า

"...พอใช้ได้"

มินะที่ให้คะแนน มากที่สุดที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"...เร็วไปหน่อย...มองไม่ทัน"

ส่วนมินะซึ่งให้คะแนนน้อยกว่าทุกคนก็กล่าวออกมาทันทีว่า

"...จังหวะสุดท้ายยกขาขวาสูงไปหน่อยแล้วไม่สยเท่าไหร่"

"ได้เก้าเต็มสิบห้าก็ถือว่าฝ่ายแล้ว"

อานิต้าส่งเสียงตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ภูมิใจในท่าเตะของเธอที่ได้คะแนนจะพวกโดโรธี มินะ มินาทั้งสาม...แต่โดโรธีที่ส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วยความส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"เป็นเก้าจากสามสิบต่างหากล่ะ..."

เพราะคะแนนที่พวกเธอให้แต่ละคนเต็ม 10 ต่างหาก-ไม่ใช่แค่ 5 คะแนนอย่างที่อานิต้าเข้าใจ...ทำเอาแม่เรนเดียสาวถึงกับส่งเสียงร้องออกไปด้วยความตกใจทันที

"หา...บ้าน่า"

"ไม่บ้าหรอก..."

มินาที่อกอกส่ายหน้าส่งเสียงตอบออกมาอย่างชัดเจนยิ่งพลางกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แถมยังจัดการกับศัตรูไม่ได้อีกด้วย"

ทำเอาอานิต้าที่หันไปมองยังด้านหลังเห็นถึงอัศวินแห่งเพลิงไฟค่อยๆลุกขึ้นมาราวกับเหมือนจะไม่เป็นอะไรเลย...มินาที่ยิ้มออกมาในคราวเคราะห์ของคนอ่อนถึงกับส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกเหมือนกับให้กำลังใจว่า

"พยายามเข้าน่ะ

เพราะการต่อสู้ยังไม่จบลงนี้...ทำเอาอานิต้าที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังอัศวินแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าถึงกับต้องส่ายหน้าออกไปอย่างเซ้งๆพลางถอนหายใจออกไป

"เฮ้ย..."

เธอที่ไม่รอช้ารีบพุ่งร่างเข้าไปหายังอัศวินที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร้วราวกับอยากที่จะจบๆยังการต่อสู้ที่น่าเบื่อนี้ลงไปเสียที...อัศวินแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าถึงกับสาดยังประกายตาสีแดงเพลิงที่เป็นประกายพร้อมทั้งแทงยังคมดาบใส่ยังร่างของแม่เรนเดียสาวที่พุ่งเข้าหาทันที

"พรึบ..."

แต่ในพริบตาที่เร็วยิ่งกว่าประกายไฟอานิต้ากลับย่อตัวหลบยังคมดาบที่ลุกด้วยเปลวไฟให้เลยยังศีรษะออกไปพร้อมทั้งตวัดยังขาขวาที่ลุกไปด้วยเปลวเพลิงเตะใส่ยังลำตัวของอีกฝ่ายและทิ้งเท้าขวาลงไปหมุนตัวกลับหลังฟาดยังลำแข้งซ้ายใส่ยังซอกแขนซ้ายตามด้วยหมุนตัวอย่างรวดเร็วโดยใช้ขาซ้ายที่ทิ้งลงไปตวัดฟาดยังปลายเท้าขวาเตะใส่ใบหน้าของอัศวินแห่งเปลวเพลิงอย่างสุดแรงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกไปอย่างดังก้องว่า

"...มังกรสะบัดหาง"

"เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง..."

ท่าหมุนตัวเตะอย่างรุนแรงถึง 3 จังหวะซ้อนของอานิต้าถึงกับซัดยังร่างของอัศวินแห่งเปลวเพลิงให้ลอยกระเด็นออกไปซัดใส่กำแพงอย่างรุนแรงอีกครั้ง

"...โครม"

"เป็นยังไงบ้างล่ะ"

อานิต้าที่มั่นใจว่า"สามารถจัดการกับศัตรูได้สำเร็จ"ถึงกับหันมาส่งเสียงร้องด้วยรอยยิ้ม...พวกแม่ลูกแม่ทั้ง 3 กลับส่ายหน้าตอบออกมาว่า

"ห้าคะแนน..."

"สี่คะแนน..."

"เจ็ดคะแนน..."

โดโรธียังคงกล่าวออกมาอีกว่า

"...ชื่อไม่เหมาะสมเท่าไหร่"

"น่าจะเรียกกว่าเรนเดียสะบัดหางหรือขาจะเหมาะกว่าน่ะ..."

หลังจากที่มินะส่งเสียงกล่าวออกมาทำเอามินาที่ยกมือขึ้นมากอดอกก็พยักหน้าส่งเสียงกล่าวออกมาอีกคนว่า

"อืมม์...หักคะแนนในการตั้งชื่อไป"

"เดี๋ยวสิ...ฉันจะตั้งชื่ออะไรมันก็เรื่องของฉันสิย่ะ"

อานิต้าส่งเสียงร้องประท้วงออกมาทันทีอย่างไม่ยินยอม...โดโรธีส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งว่า

"ไม่ได้...ไม่ได้...ชื่อท่ามันต้องเหมาะสมกับตัวสิ"

"นอกจากนี้ยังต้องเหมาะกับอิมแมสด้วย..."

มินะส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้ม...ในขนาดที่มินะที่พยักหน้ารับจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

"เธอเป็นเรนเดียก็ต้องตั้งชื่อให้สมกับเป็นเรนเดียสิ..."

ก่อนที่ทั้งสามจะสบสายตากันแล้วจึงพยักหน้าตอบรับสบสายตากันแล้วกล่าวออกมาพร้อมๆกันว่า

"...สรุปเอาเป็นลูกเตะเรนเดียสะบัดหางก็แล้วกัน"

"เดี๋ยวสิ..."

อานิต้าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่ยินยอมทันที-แต่ก่อนที่จะได้มีโอกาสกล่าวอะไรอีกออกไปมากกว่านั้น...โซฟานที่คล้ายกับไม่พอใจที่โดนแย่งเหยื่อไปทำให้ต้องยืนเซ้งมองดูอยู่ด้านนอกตั้งหลายรอบกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

"เลิกเล่นกันได้แล้ว..."

เธอที่ใช้สายตาที่คมกริบยิ่งกว่าคมดาบจ้องมองผ่านยังใบหน้าของโดโรธี มินะ มินาและอานิต้าไปยังเจ้าอัศวินแห่งเปลวเพลิงที่ลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างเหมือนกับไม่เป็นอะไรเลยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

"...รีบๆจัดการเร็วเข้าสิ..."

เธอที่จ้องมองไปยังทั้ง 4 ราวกับอยากที่จะเชือดทิ้งเสียยังกล่าวออกไปว่า

"...เสียชื่อซิลเวอร์แอร์โร่หมดเลย"

"ค่ะ..."

ทำเอาแม่ลูกแมวและเรนเดียสาวต่างรีบส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรวดเร็ว...อานิต้าที่ไม่รอช้ารีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังอัศวินแห่งเปลวเพลิงที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความหนักใจยิ่ง เพราะไม่คิดว่า"อีกฝ่ายจะอึดขนาดนี้"...

...ทำเอาเธอเริ่มรู้สึกเสียใจที่เสนอหน้าออกมาสู้ในรอบนี้จริงๆเลย

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 11 ธ.ค.53 เวลา 16:08:53 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ