Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

The Chronicle of Farnese: Myth of Arcadia - Part 53

"ท่านอาจารย์พักตรงนี้ก่อนนะขอรับ"

เอคกล่าวกับร่างไร้สติของอาจารย์ หลังจากบรรจงวางร่างของชายชราให้เอนหลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลออกมาจากบริเวณที่เรเกียกับคาร์ลกำลังปะทะกันอยู่ระยะหนึ่ง

เสียงระเบิดจาการปะทะกันของเวทไฟและน้ำแข็งที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มหันไปยังที่เกิดเหตุด้วยความเป็นห่วง เมื่อมองผ่านชายป่าที่ตนพาอาจารย์มาหลบพักออกไป ก็ได้เห็นเสาเพลิงยักษ์ของเรเกียกำลังปะทะกับงวงน้ำสามสายของคาร์ลอยู่อย่างดุเดือด จนดูราวกับว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่างมังกรไฟและมังกรน้ำในเรื่องเล่าที่เคยได้ยิน...

ภาพที่เห็นทำให้เอคยิ่งเป็นกังวล... เนื่องจากใจจริงแล้ว เขาก็อยากจะให้การต่อสู้ของจอมเวทรุ่นพี่ทั้งสองยุติลงโดยเร็วที่สุดโดยที่ไม่มีฝ่ายใดต้องได้รับบาดเจ็บ... และคงจะเข้าไปขัดขวางการต่อสู้เมื่อครู่ไปแล้ว หากเรเกียไม่ได้ชี้ให้เห็นเข้าเสียก่อน ว่าท่านอาจารย์ของเขากำลังอยู่ในอาการไม่สู้ดีนัก ดังนั้นแม้ว่าชายหนุ่มจะนึกเป็นห่วงรุ่นพี่ทั้งสองมากเพียงใด เขาก็เข้าใจดีว่าตนต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของท่านอาจารย์เป็นอันดับแรก จึงกล่าวขอโทษเรเกียและรีบนำร่างของอาจารย์ออกมาดูแลในที่ปลอดภัย โดยไม่ได้ตระหนักเลยว่าแท้จริงแล้วเรเกียก็ต้องการเช่นนั้นเช่นกัน

เสียงครางเบาๆ ที่แว่วมาเข้าหูเรียกให้เอครีบหันกลับไปมองอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชายชราที่ยังคงไม่ได้สติกำลังกัดฟันกระสับกระส่ายโดยมีเหงื่อกาฬไหลชุ่มโชกใบหน้า ก็ตกใจจนต้องรีบทรุดตัวเข้าไปใกล้

"ท่านอาจารย์... ทำใจดีๆ เอาไว้นะขอรับ..." เอคกระซิบบอกพลางพยายามค้นหาผ้าสะอาดในตัว ครั้นเมื่อระลึกได้ว่าตนเองไม่ทันได้หยิบอะไรติดตัวมาเลยนอกจากเสื้อคลุม จึงตัดสินใจกล่าวขอโทษอาจารย์ก่อนจะยกแขนเสื้อของตนขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากของชายชราอย่างแผ่วเบา

เมื่อได้สัมผัสร่างของอาจารย์ ชายหนุ่มจึงพบว่าผิวกายของชายชรากลับเย็นเฉียบทั้งที่มีเหงื่อออกจนชุ่ม อีกทั้งใบหน้าก็ซีดเซียวไร้สีเลือด หลังจากที่ทั้งเป็นกังวลและแปลกใจอยู่ครู่หนึ่งเอคก็เริ่มนึกออก ว่าอาการของท่านอาจารย์นั้นตรงกับที่เขาเคยถูกสอนเอาไว้ ว่าเป็นภาวะอันตรายจากการใช้พลังเวทเกินกำลังนั่นเอง

...ล...แล้วต้องทำยังไงล่ะ... ท่านอาจารย์ไม่ได้สอนต่อเอาไว้นี่นา...

"รีบถ่ายพลังเวทให้อาจารย์ของเจ้าสิ เจ้าหนุ่ม"

เสียงของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นราวกับได้ยินความคิดของเอค ทำให้หนุ่มบ้านนอกตกใจหันกลับไปมองต้นเสียงทันควัน จึงได้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในผ้าคลุมดำเดินออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ตรงเข้ามาหา

"...ท...ท่านลุงคือ..."

"เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง" ชายแปลกหน้าตัดบทพลางทรุดเข่าลงข้างกายของสโคโตแกรนด์มาสเตอร์เพื่อสัมผัสชีพจร ครั้นแล้วก็หันไปหาเอคอีกครั้ง "รีบถ่ายมาน่าเข้าไปในร่างอาจารย์ของเจ้าก่อน คล้ายๆ กับการสะกดเวทนั่นแหละ เจ้าทำเป็นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ"

เอครู้สึกงุนงงกับคำพูดของชายแปลกหน้าที่ดูจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นจอมเวทของเขาดีจนน่าแปลกใจ ทั้งยังไม่เคยรู้มาก่อนว่ามาน่าสามารถถ่ายทอดให้กันอย่างนั้นได้ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็คิดว่าควรจะรีบทำตามก่อนที่จะมามัวตั้งคำถาม

"...ข...ขอรับ..."

ชายหนุ่มว่าแล้วก็หันไปยกนิ้วขึ้นแตะหน้าผากของอาจารย์ ก่อนจะหลับตาลงสูดหายใจลึก แล้วจึงเริ่มผนึกมาน่าแห่งความมืดของตนเพื่อถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของอาจารย์อย่างช้าๆ ไม่นานนักเอคก็รู้สึกราวกับว่าในจิตของอาจารย์มีหลุมว่างเปล่าที่กำลังดูดซับมาน่าของเข้าที่ถ่ายทอดเข้าไปอย่างหิวกระหาย จึงค่อยๆ เพิ่มกระแสมาน่าเข้าไปเติมเต็มช่องว่างนั้นให้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าจะทำให้อาจารย์กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบที่หัวไหล่จนลืมตาตื่นจากห้วงภวังค์

"พอแล้ว" ชายแปลกหน้ากล่าวกับเอคที่หันมามองอย่างงุนงง "หากถ่ายทอดพลังเวทให้กับคนที่ขาดมาน่าเร็วเกินไป ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นะ"

"...ข...ข้าขอโทษขอรับ!" ชายหนุ่มตกใจจนหน้าถอดสี เร่งหันกลับไปมองอาจารย์ด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อได้เห็นว่าอาการทุรนทุรายของท่านอาจารย์ดูคลายลงจากเมื่อครู่แล้ว จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"เจ้าทำได้ดีแล้วล่ะ เขาปลอดภัยแล้ว" ชายวัยกลางคนว่าเรียบๆ พลางเฝ้ามองชายหนุ่มซับเหงื่อให้กับชายชราอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นเอคลุกขึ้นหันกลับมาโค้งคำนับให้

"...ต้องขอบพระคุณท่านลุงจริงๆ ขอรับ ถ้าไม่ได้ท่านลุงช่วยไว้ ท่านอาจารย์ต้องแย่แน่ๆ..." เอคกล่าวขอบคุณจากใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ครั้นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้เลยว่าชายแปลกหน้าคือใครกัน

"...ว่าแต่..."

"ข้าเป็นอดีตจอมเวทของอาร์คาเดีย บังเอิญมีกิจธุระต้องทำละแวกนี้พอดี จึงได้มาพบเจ้ากับอาจารย์เข้า" ชายในผ้าคลุมกล่าวตอบราวกับล่วงรู้คำถาม ก่อนจะพเยิดหน้าไปยังทิศทางที่สองจอมเวทไฟและน้ำกำลังห่ำหั่นกันอย่างดุเดือดอยู่

"รวมถึงเจ้าหนุ่มสองคนนั่นด้วย"

"...อ้อ..." คำตอบของชายแปลกหน้าทำให้เอคเริ่มเข้าใจว่าอีกฝ่ายรอบรู้เรื่องเวทมนตร์มากมายเช่นนั้นได้อย่างไร แต่แล้วก็ต้องสะดุดใจกับคำๆ หนึ่งในคำกล่าวนั้น

...อดีต...อย่างนั้นหรือ?

"ว่าแต่เจ้าเถอะ ใช้ความมืดได้เก่งกาจไม่เบาเลยนี่ เข้ามาเรียนที่อาร์คาเดียได้นานแล้วหรือ"

คำถามของชายวัยกลางคนทำให้เอคตกใจจนผงะไปครู่หนึ่ง เมื่อไตร่ตรองดูก็คาดว่าอีกฝ่ายคงจะได้เห็นตนใช้เวทเข้าไปช่วยคลายสะกดให้เรเกีย แต่เมื่อดูจากท่าทางของอีกฝ่ายที่ไม่ได้แสดงความแปลกใจอะไรนักแม้จะรู้ว่าเขาเป็นผู้ใช้ความมืด เอคก็คิดว่าการที่เขาได้รู้ความจริงนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรนักกระมัง...

"ก็..." ชายหนุ่มยกมือลูบท้ายทอยยิ้มแหยๆ "...สักพักหนึ่งแล้วล่ะขอรับ... อย่างไรก็ขอรบกวนท่านลุงช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะขอรับ..."

ท่าทางเก้อๆ ของเอคทำให้ชายแปลกหน้าหัวเราะออกมาเบาๆ

"เจ้านี่ซื่อดีจริงๆ นะ" ร่างสูงในผ้าคลุมเผยรอยยิ้มบาง ทว่าเมื่อได้ยินคำกล่าวของตนเอง ร่วมกับการที่เพิ่งได้พิจารณารูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มให้ชัดเจนก็พลันระลึกถึงบางสิ่งขึ้นได้

"เดี๋ยวก่อน... อย่าบอกนะว่าเจ้าคือลูกชายของเอเรบัส..."

"เอเรบัส?" เอคกระพริบตาปริบๆ "...ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นหรอกขอรับ แต่พ่อของข้าชื่อเบรูส"

คำตอบของเอคทำให้ชายแปลกหน้าลอบถอนหายใจ... แต่เพียงอึดใจหลังจากที่ได้พิจารณานามที่ชายหนุ่มกล่าวถึง ร่างสูงก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าของเอคราวกับไม่เชื่อสายตาของตนเอง

"ข้าต้องขอโทษด้วยกับคำถาม... แต่บิดาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่..."

คำถามนั้นทำให้หนุ่มบ้านนอกนิ่งงันไปครู่หนึ่ง

"...พ่อข้า...เสียไปเมื่อราวสิบปีก่อนขอรับ..."

"อย่างไร?"

"เอ่อ..."

แล้วเอคจึงต้องอธิบายเรื่องการตายของบิดาที่ออกไปช่วยเพื่อนที่เดือดร้อนเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งหลังจากนั้นก็มีข่าวว่าบิดาของตนถูกสัตว์อสูรทำร้ายจนเสียชีวิต หนำซ้ำศพยังอยู่ในสภาพที่ไม่อาจจะส่งกลับมาทำพิธียังหมู่บ้านได้ ภาพของบิดาที่เอคได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายจึงเป็นภาพที่พ่อกอดเขาแล้วเดินทางออกไปกลางดึกในค่ำคืนนั้นเอง...

ครั้นเมื่อเอคเล่าเรื่องราวจบ ชายหนุ่มก็เห็นว่าสายตาของจอมเวทแปลกหน้าล่องลอยไปไกลราวกับกำลังใช้ความคิดใคร่ครวญอะไรบางอย่าง ซึ่งหลังจากที่ปล่อยให้อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เอคจึงเอ่ยทักออกไปด้วยความเป็นห่วง

"...ท่านลุงขอรับ?"

"หือ?" ร่างสูงเมื่อรู้สึกตัวก็รีบหันมองชายหนุ่ม "จ...จริงสินะ ข้ายังไม่ได้รู้จักชื่อของเจ้าเลย เจ้าชื่อว่าอะไรนะ"

"เอ้อ... ข้า เอค ขอรับ เอค แอมเบอร์วูด ขอรับ" ชายหนุ่มกล่าวตอบงงๆ

"เอคอย่างนั้นรึ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ชายแปลกหน้าว่าแล้วก็ยื่นมือมาแตะไหล่ของเอค สายตาจับจ้องใบหน้าของชายหนุ่มเขม็งจนเอคเองต้องรู้สึกแปลกใจ

"ข...ข้าก็เช่นกันขอ-"

"อาจารย์ของเจ้าเคยพูดถึงเรื่องของคนที่ชื่อ 'เอเรบัส' ให้ฟังบ้างหรือเปล่า"

คำถามที่กล่าวแทรกขึ้นทำให้เอคต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง ...เอเรบัสอีกแล้วหรือ... คนๆ นี้คือใครกัน...

"...ม...ไม่เคยขอรับ..." ชายหนุ่มตอบออกไปในที่สุด

"...อย่างนั้นหรือ..." ชายลึกลับรำพึงกับตนเอง ครั้นแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว "...นั่นสินะ...จะกล้าเล่าได้อย่างไรกัน"

รอยยิ้มและแววตาที่วาวโรจน์ขึ้นของชายแปลกหน้าทำให้เอครู้สึกเย็นสันหลังวูบโดยไม่มีสาเหตุ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ ร่างในผ้าคลุมดำก็ยกมือทั้งสองขึ้นจับไหล่ของเขาเอาไว้แน่น

"ข้าจะขอเตือนอะไรไว้สักอย่างนะ เอค" ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเข้มพลางจ้องตาเอคขม็ง จนทำให้ชายหนุ่มต้องเผลอกลืนน้ำลาย...

"...ข...ขอรับ?..."

"อย่าเชื่อใจอาจารย์ของเจ้ามากนักจะดีกว่า"

"เอ๋?..." เอคร้องอย่างไม่เข้าใจ

"แล้วก็... พ่อของเจ้าอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้นะ"

"หา...?"

ชายลึกลับผละมือออกจากชายหนุ่มที่กำลังงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองร่างของชายชราที่คล้ายกำลังจะคืนสติ ครั้นแล้วริมฝีปากก็เหยียดยิ้มเยือกเย็นราวกับจะประชดประชัน

"ลองถามอาจารย์ของเจ้าดูสิ..." ร่างสูงแค่นหัวเราะในลำคอ "แต่ก็ตามที่ว่านั่นล่ะนะ... เขาน่ะ เชื่อใจไม่ได้หรอก"

เสียงครางของดาร์เนลที่เริ่มยกมือขึ้นจับศีรษะทำให้ชายลึกลับก้าวถอยห่างออกไปราวกับไม่ต้องการจะเผชิญหน้ากับชายชราที่กำลังจะตื่นขึ้น ขณะที่เอคก็ยังได้แต่งงอยู่อย่างนั้นกับคำพูดทั้งหลายของอีกฝ่าย

"ข้าต้องไปแล้ว ยังมีกิจที่ข้าจะต้องสะสางให้สำเร็จ เจ้าเองก็ทำภารกิจของเจ้าต่อไปเถอะ" ร่างในผ้าคลุมดำว่าแล้วก็หันหลังกลับ แต่กลับถูกชายหนุ่มเรียกรั้งเอาไว้ก่อน

"ช้าก่อนขอรับ!" เอคตะโกนออกไปทั้งที่ยังสับสนว่าตนเองควรจะถามอะไรดี สุดท้ายจึงนึกถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดขึ้นได้

"...ท...ท่านลุงขอรับ... เอ่อ... อย่างน้อย... ท่านลุงจะกรุณาบอกชื่อให้ข้าทราบหน่อยได้ไหมขอรับ"

"อา...นั่นสินะ..." ชายลึกลับรำพึงราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกัน ครั้นแล้วจึงหันกลับมาสบตากับเอคอีกครั้งหนึ่ง

"ข้าคือ โดโนแวน... โดโนแวน อัมบราน..."

นามตระกูลของชายแปลกหน้าทำให้เอคต้องขมวดคิ้วด้วยความนึกคุ้นว่าเคยได้ยินชื่อนี้ที่ใดมาก่อน ทว่าไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ ร่างในผ้าคลุมดำก็หายวูบไปโดยที่เอคไม่ได้สัมผัสถึงการใช้พลังเวทเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะมีเสียงก้องคล้ายจะมาจากพุ่มไม้เบื้องบนดังแว่วมาเข้าหู

"ฝากบอกอาจารย์ของเจ้าด้วยก็แล้วกัน ว่า 'อดีตลูกศิษย์' ฝาก 'ความคิดถึง' "

ถ้อยคำสุดท้ายที่ชายลึกลับฝากทิ้งไว้ทำให้เอคได้แต่แหงนหน้าอ้าปากค้าง แต่ขณะที่กำลังตะลึงงันอยู่นั้นเอง ก็เกิดเสียงดังสนั่นจากการปะทะกันของมนตราชุดใหญ่ฝีมือสองจอมเวทรุ่นพี่ที่เรียกสติเอคให้รู้ตัวว่าตนเองมีสิ่งที่ต้องรีบจัดการโดยเร่งด่วนอีกครั้ง

"...เจ้าทึ่ม... เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ข้าสลบไป..."

เสียงของดาร์เนลทำให้ชายหนุ่มรีบหันกลับไปมอง เมื่อพบว่าท่านอาจารย์กำลังยันตัวลุกขึ้นจากโคนต้นไม้ก็เร่งรุดเข้าไปช่วยประคองในทันที

"ท่านอาจารย์ดีขึ้นแล้วใช่ไหมขอรับ! ข้าเป็นห่วงแทบแย่เลยขอรับ!" หนุ่มบ้านนอกกล่าวถามลนลาน กระนั้นบนใบหน้าก็ยังแฝงรอยยิ้มยินดี

"...เรเกียกับคาร์ล... กำลังสู้กันอยู่หรือ..." จอมเวทเฒ่ากล่าวถามทั้งที่ยังหอบเหนื่อยอยู่เล็กน้อย หลังจากมองเห็นแสงเรืองจากพลังเวททั้งสองที่ปะทะกันอย่างสูสีในทุ่งโล่งซึ่งห่างออกไปนอกชายป่าเบื้องหน้า "...แสดงว่าเจ้าคลายผนึกให้เรเกียสำเร็จสินะ"

"ขอรับ จริงๆ แล้วข้าก็อยากจะระงับการต่อสู้ของท่านเรเกียกับท่านคาร์ลขอรับ แต่ก็เป็นห่วงท่านอาจารย์" ชายหนุ่มตอบไปตามตรง ครั้นแล้วก็นึกถึงเรื่องชายแปลกหน้าเมื่อครู่ขึ้นมาได้

"อ้อ! คือว่าเมื่อครู่นี้-"

"เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง เจ้าทึ่ม" ดาร์เนลกล่าวตัดบทพลางสืบเท้าผ่านหน้าเอคพร้อมกับดีดหน้าผากลูกศิษย์จนผงะไป "รีบไปกันก่อน งานนี้คงต้องพึ่งพลังของเจ้าแล้ว"

เอคสูดปากยกมือลูบหน้าผากพลางตัดสินใจว่าจะค่อยเล่าเรื่องชายลึกลับที่ชื่อโดโนแวนคนนั้นให้อาจารย์ฟังในภายหลัง แล้วจึงรีบออกวิ่งตามจอมเวทเฒ่าไปในทันที เมื่อทั้งคู่ออกมาพ้นชายป่าจึงได้เห็นว่าบริเวณที่เคยเป็นกระท่อมร้างนั้นถูกพลังเวทอันรุนแรงทำลายจนพินาศวอดวายไปสิ้นแล้ว เหลือเพียงพื้นที่โล่งซึ่งมีชั้นน้ำแข็งหนาและผลึกลิ่มน้ำแข็งปกคลุมผืนดินเป็นหย่อมๆ สลับกับเถ้าถ่านของต้นไม้และกองเพลิงที่กระจายกันเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนั้นแล้วยังมีรอยแตกของผืนดินที่มีหินเหลวสีส้มแดงจากใต้โลกปะทุขึ้นมาเดือดปุดให้เห็น และกลางพื้นที่แห่งความหายนะนั่นเอง ทั้งคาร์ลและเรเกียต่างก็กำลังซัดสาดเปลวเพลิงและมวลน้ำใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง

"...เพลิงแห่งปฐพีจริงๆ สินะ..." สโคโตแกรนด์มาสเตอร์กล่าวกับตนเองอย่างตื่นตะลึงเมื่อมองเห็นผลของพลังเวทจากไพรม์ของเรเกีย ก่อนจะแหงนมองเมฆดำก้อนใหญ่บนท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากทุกทิศทางพร้อมกับกระแสลมที่เริ่มพัดแรงขึ้น "...นั่นก็พายุหิมะ...เรียกมาในที่แบบนี้ได้มันก็เกินธรรมดามากไปแล้ว..."

"เจ้าพวกตัวประหลาดเอ๊ย..."

ท่าทางของอาจารย์ที่ค้อมตัวลงจับหัวเข่าอย่างอ่อนใจทำให้เอครีบเข้าไปด้อมๆ มองๆ อีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อดาร์เนลเหลือบไปเห็นใบหน้าใบหน้าซื่อๆ ของเจ้าหนุ่มบ้านนอกก็รู้สึกฉุนกึกขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ

"เอ็งก็ด้วย! เจ้าทึ่ม! ไม่ต้องมาตีหน้าเซ่อเลย!"

คำตวาดของอาจารย์ทำให้ชายหนุ่มยกมือลูบท้ายทอยทำหน้างงๆ และนั่นก็ทำให้ดาร์เนลต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

"ช่างเป็นยุคสมัยที่น่าปวดหัวซะจริงๆ นะ..." ชายชราส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วเริ่มตั้งสติเพื่อเตรียมการสำคัญ ครั้นแล้วจึงหันไปจ้องหน้าลูกศิษย์ "เอาล่ะ เจ้าทึ่ม ฟังที่ข้าพูดให้ดีนะ"

"เจ้าสะกดการเคลื่อนไหวของอณูน้ำได้คล่องแล้วใช่ไหม ข้าจะให้เจ้าปิดผนึกมาน่าน้ำรอบตัวของคาร์ล" จอมเวทเฒ่าเอ่ยถามย้ำความมั่นใจ ทั้งที่จริงก็ได้เห็นมาโดยตลอด ว่าเอคมีความก้าวหน้าในการใช้ความมืดผนึกเวทน้ำอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง จนสามารถทำได้ทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าตนแล้วในเวลาอันสั้น จะขาดก็แต่เพียงประสบการณ์เท่านั้น

"ข...ขอรับ..." ชายหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม "แต่ว่าถ้าไม่มีผ้าคลุม..."

ดาร์เนลเข้าใจในสิ่งที่เอคต้องการจะบอกดีโดยไม่ต้องฟังให้จบ นั่นก็คือข้อจำกัดในการใช้เวทแห่งความมืด ที่หากไม่อยู่ภายใต้ความมืดสนิท ก็จะสามารถสะกดพลังเวทได้เพียงบริเวณรอบกายเท่านั้น การจะปิดผนึกเวทของคาร์ลที่เข้าประชิดตัวได้ยากดังเช่นในยามนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ...ทว่าจอมเวทเฒ่าผู้มากประสบการณ์ย่อมมีแผนการรับมืออยู่แล้ว...

"ข้าจะลอบเข้าไปส่งสัญญาณให้เรเกียดับเปลวเพลิงทั้งหมดลงชั่วครู่ เมื่อร่วมกับที่เมฆของคาร์ลบดบังแสงจากฟ้าจนหมดแบบนี้ เจ้าจะมีความมืดเหลือเฟือ" ดาร์เนลว่าแล้วก็ชี้ไปยังจอมเวทน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปไกลลิบ

"ยึดคาร์ลเป็นศูนย์กลาง กางขอบเขตผนึกให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ การผนึกน้ำอย่างสมบูรณ์ไม่เป็นอันตรายกับคนที่อยู่ภายในเหมือนการผนึกลม ดังนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง"

"...ขอรับ..."

การพยักหน้ารับคำโดยไม่หลบเลี่ยงสายตาของเอค ทำให้ดาร์เนลนึกชมในความหนักแน่นของลูกศิษย์ที่ดูจะปรับตัวรับสถานการณ์อันกดดันเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว

...ก็สมแล้วที่มีสายเลือดของคนๆ นั้น...

"ดี ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ"

อาจารย์เฒ่าว่าแล้วก็ตบไหล่ลูกศิษย์ครั้งหนึ่ง ก่อนจะสั่งให้เอคพรางตัวด้วยชาโดว์เมลด์แล้วค่อยๆ คืบย่างเข้าไปใกล้บริเวณที่กำลังมีการต่อสู้ โดยเตรียมพร้อมที่จะยับยั้งมนต์โจมตีที่อาจพุ่งมาเป็นลูกหลงได้ทุกขณะ ไม่นานนักทั้งคู่ก็เข้าไปจนถึงจุดที่ห่างจากคาร์ลและเรเกียราวร้อยก้าว ซึ่งเป็นระยะที่เอคพอจะซ่อนตัวอยู่ได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย และมีวิสัยทัศน์พอเหมาะที่จะสะกดเวทของคาร์ลให้ได้พื้นที่พอควร

"เจ้ารออยู่ตรงนี้แหละ ข้าจะลอบเข้าไปใกล้เรเกียเอง" ดาร์เนลหันมากระซิบกับลูกศิษย์ "ตั้งสติเตรียมพร้อมไว้ ทันทีที่แสงไฟทั้งหมดดับลง ให้เจ้าผนึกเวทของคาร์ลทันที แล้วข้ากับเรเกียจะจัดการที่เหลือเอง"

"ขอรับ..." เอครับคำพลางกลืนน้ำลาย ทั้งที่พยายามทำใจให้สงบนิ่ง แต่ก็ยังอดตื่นเต้นกับภารกิจสำคัญครั้งนี้ไม่ได้

"ข้ามั่นใจในตัวเจ้า" จอมเวทเมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่มก็ตบบ่าอีกฝ่ายหนักๆ ครั้งหนึ่ง "ฝากด้วยนะ"

สายตาเชื่อมั่นของชายชราจับจ้องมายังเอค ครั้นแล้วความหวาดวิตกในใจของชายหนุ่มก็จางหายไปในทันที

"ขอรับ"

ดาร์เนลลอบยิ้มอย่างพอใจกับสีหน้าของลูกศิษย์ ก่อนจะกระชับผ้าคลุมหันหลังพรางกายหายไปในความมืดมิด โดยมีเอคมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

แต่แล้วเพียงชั่วครู่หลังจากที่ดาร์เนลเริ่มก้าวลึกเข้าไปในพื้นที่การต่อสู้นั่นเอง สัมผัสไอเวทมนตร์จากประสบการณ์ของจอมเวทเฒ่าก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของมาน่าน้ำที่อยู่ใต้เท้าในฉับพลัน

...ฟรอสต์แทร็ป!... สู้ติดพันอยู่อย่างนั้นยังอุตส่าห์วางเอาไว้เรอะ!...

ไวเท่าความคิด ดาร์เนลเร่งดึงผ้าคลุมขึ้นแนบกายพลางรวบรวมความมืด ทว่าความอ่อนล้าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ร่วมกับพลังเวทของคาร์ลที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก ส่งผลให้การป้องกันตัวต่อเวทกับดักโลงน้ำแข็งล่าช้าเกินไป...

...ฉิบหายล่ะ...

เพียงชั่วพริบตาเดียวมวลน้ำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเข้าครอบคลุมร่างของจอมเวทเฒ่า ก่อนที่มันจะแข็งตัวกลายเป็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ขนาดหลายคนโอบสูงท่วมหัวในเสี้ยววินาทีถัดมา ผนึกเอาร่างของดาร์เนลที่กำลังเบิกตาค้างเอาไว้ภายใน ขณะที่เอคซึ่งยืนมองอยู่ก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ อย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

"ท่านอาจารย์ขอรับ!"

เสียงร้องดังลั่นของเอคทำให้เรเกียเหลือบมองตามเสียง และเมื่อได้เห็นแท่งน้ำแข็งยักษ์ที่มีร่างของใครคนหนึ่งอยู่ภายในก็ต้องใจหายวาบ

"ท่านดาร์เนล!" ชายหนุ่มทะยานตรงไปยังแท่งน้ำแข็งพลางเรียกมวลเพลิงขึ้นบนฝ่ามือ แต่แล้วกลับถูกคาร์ลซึ่งเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วด้วยการเหยียบบนมวลน้ำขนาดใหญ่เข้ามาขวางทางเอาไว้ในทันที

"...จะไปไหนเล่าเรเกีย... คู่ต่อสู้ของเจ้าอยู่ทางนี้นะ"

"หลีกไปนะ ท่านคาร์ล!"

"อยากจะให้ข้าหลีกก็เอาจริงซะทีซี้... ทำเป็นยั้งมือถ่วงเวลาไว้แบบนี้ คิดว่าข้าโง่นักหรือยังไง" จอมเวทน้ำแสยะยิ้ม ก่อนจะเหลือบมองไปทางเอคที่วิ่งเข้าไปใกล้ก้อนน้ำแข็งฝีมือตน "อ๊ะ จริงสิ"

คาร์ลว่าแล้วก็สะบัดมือซัดมวลน้ำใส่เรเกียที่ไม่ทันตั้งตัวจนกระเด็นหงาย ครั้นแล้วก็ยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งขึ้นโบกเป็นวงเหนือหัว ทันใดนั้นเองเมฆดำที่กำลังเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบนท้องฟ้าก็แหวกตัวออกเป็นช่องว่าง สะท้อนเอาแสงจันทร์บนท้องฟ้าให้สาดลงมาเป็นลำแสง ตรงเข้าอาบก้อนน้ำแข็งที่ผนึกเอาร่างของดาร์เนลไว้ภายในอย่างเต็มที่

"เท่านี้เจ้าหนุ่มนั่นก็ไม่มีทางปล่อยท่านดาร์เนลออกจากโลงน้ำแข็งของข้าได้..." คาร์ลยกนิ้วดุนแว่นยิ้มเยือกเย็น ดวงตาหรี่มองเอคที่กำลังยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างผลึกน้ำแข็งยักษ์ที่เปล่งแสงเรืองรองออกมานั้นราวกับกำลังนึกสะใจ ก่อนจะเหลือบกลับไปยังเรเกียที่กำลังยันตัวลุกขึ้นจากพื้น จึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกัดฟันกรอดพร้อมกับมาน่าเพลิงที่เดือดดาลขึ้นโดยรอบ

"ต้องอย่างนั้นสิเรเกีย...สู้กับข้าให้เต็มที่..." จอมเวทน้ำผู้ต้องอาคมแสยะยิ้มถูกใจ ประกายแสงจากสลักอาคมในดวงตาเปล่งแสงเรืองรองอย่างน่ากลัว...

"เพราะชีวิตของท่านดาร์เนลเหลืออีกไม่เกินห้านาทีเท่านั้น..."

………………………………….

Note: ผมเปลี่ยนชื่อปลอมของเอเรบัสกับออเรเลียหน่อยนะครับ ให้มันเป็น anagram ในตอนที่คุยกันที่บ้านของเซรอสในงานเลี้ยง เซเลสเทียซึ่งเซนส์ไวกว่าเลยรู้ได้ทันที จะเมคเซนส์ที่จะปักใจเชื่อกว่า (และจริงๆแล้วป้าแกก็ใช้กับ...)

Erebus <-> Beruse
Aurelia <-> Eula(ria)

สั้นไปมั้ยหว่า แต่ก็ 4,000 คำแล้วน้า ;w;


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 11:38:01 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 14 จากทั้งหมด 14 Reply

Izabelle
Oversea Student

สั้นปายยย~
อ๊ะ ล้อเล่น tongue

เห็นฉากแรกเอควางบรรจ๊ง บรรจง แหมๆ smile

สองย่อหน้าแรกเปิดมาสร้างฉากกำลังดีเลยแหะ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 12:09:41 น.

xelloss
ปีศาจชุดขาว

คุ้น ๆ เรื่องแสงจันทร์อาบน้ำแข็ง แต่นึกไม่ออกว่าคุ้นจากเรื่องไหน

ตอนอ่านว่ามีตาลุงคนนึงเสนอหน้ามาก็คิดแล้วว่าโดโนแวนหรือเปล่า ปรากฏใช่ด้วย

แต่เริ่มงง ตกลงใครถูกผิดกันแน่ว่า???

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 12:19:55 น.

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

กลายเป็นไอติมแท่งไปซะแล้ว grin

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 12:25:48 น.

Sister Goddess
The Proof Reader

มีหลุมว่างเปล่าที่กำลังดูดซับมาน่าของเข้าที่ถ่ายทอดเข้าไป <------ ของเขา

ซัดกันมันส์หยด ตอนหน้าเอคจะได้โชว์พาวตามสเต็บหรือเปล่าหนอ - 3-

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 12:44:28 น.

Dark Master
Masked Rider Hollow

โดโนแวน...ในที่สุดก็โผล่มาในเนื้อเรื่องช่วงปัจจุบันแล้วแฮะ (มาหยอดปริศนาน่ากังขาไว้อีก...ลุงวางแผนอะไรไว้หว่า)

ว่าแต่แบบนี้มีสิทธิ์ที่ความลับของเอคจะรั่วไหลแล้วสินะครับ ผู้ใช้ความมืดคนใหม่ของอาร์คาเดีย...ข่าวใหญ่สำหรับฝ่ายศัตรูชัวร์ๆ


ลุงดาร์เนล...เจอท่าโลงน้ำแข็งเข้าไป แถมเอาแสงจันทร์อาบน้ำแข็งไม่ให้มีความมืดพอจะสลายน้ำแข็งอีก...งานนี้เอคจะแผลงฤทธิ์อีท่าไหนถึงจะแก้ไขอาจารย์ออกมาได้น้อ


ปล. - ฟังที่ลุงดาร์เนลบอกว่ายุคนี้มีแต่พวกปีศาจมาเกิดแล้วชักอยากรู้เลยแฮะ ว่าจะมีพวกอัครพันธะระดับปีศาจคนอื่น หรือพวกยอดฝีมือระดับปีศาจสายอื่นอยู่อีกกี่คน

รอดูตอนต่อไปครับ smile

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 13:02:27 น.

xelloss
ปีศาจชุดขาว

ลุงดาร์เนล...เจอท่าโลงน้ำแข็งเข้าไป แถมเอาแสงจันทร์อาบน้ำแข็งไม่ให้มีความมืดพอจะสลายน้ำแข็งอีก. <-- อ้อ..อย่างนี้นี่เอง

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 13:59:04 น.

Izabelle
Oversea Student

Quote : xelloss
ลุงดาร์เนล...เจอท่าโลงน้ำแข็งเข้าไป แถมเอาแสงจันทร์อาบน้ำแข็งไม่ให้มีความมืดพอจะสลายน้ำแข็งอีก. <-- อ้อ..อย่างนี้นี่เอง


ไหงนึกถึงท่านแดร็กคูล่า (จากดาร์เนล)นอนโลง ภายใต้แสงจันทร์ส่องลงมา พร้อมด้วยดอกกุหลาบประดับรอบโลงไปซะได้ก็ไม่รู้ดิ tongue

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 14:37:27 น.

Alasthor
อสูรพิทักษ์ดาบ

เดาว่าโดโนแวนก็ถูกจริงๆ ว่าแต่เป็นญาติฝ่ายไหนกับท่านอาจารย์ล่ะนี่
ถ้าจะดราม่าที่สุดก็ต้องลูกชายล่ะนะ

เรเกียนี่น่าจะเก่งกว่าคาร์ลพอสมควรเลยเหมือนกันแฮะ
สูสีกับคาร์ลที่เป็นอัคระพันธะแล้วน่าจะได้รับพลังเพิ่มมาแล้วด้วย

Edit by Alasthor - 07 ธ.ค.53 เวลา 15:53:39 น.

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 15:52:09 น.

cg
ไม่ใช่โพลีก้อนนะ

ส่งเข้า void ไปเลย ทั้งโลงนั่นแหละ ลุงแกอยู่ีได้อยู่แล้ว grin~

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 16:00:07 น.

blazx
illusionist

เอิ๊บ ท่านอาจารย์ดารค์เนลเป็นไอติมไปแล้ว  แล้วคราวนี้เอคจะทำยังไงล่ะเนี่ย

(คิดถึงหน้าเอคตอนทำอะไรไม่ถูกออกเลยล่ะค่ะ ฮา)

 เอคได้เจอศิษย์พี่แล้วสินะ XD

 

 

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 07 ธ.ค.53 เวลา 23:12:20 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

ตอนนี้เล่นระเบิดภูเขาเผากระท่อม แช่แข็งอาจารย์ (???) กันเลยทีเดียว ^^a

แอบชอบชื่อ anagram แฮะ แบบว่ามันเจ๋งอ่ะ (พ่อแม่ของเอคคุงไฮโพรไฟล์ซะ ชื่อสลับอักษรเหมาะกว่ากันเยอะจริงๆ)

ส่วนตาลุงโดโนแวนเล่นทิ้งบอมบ์กันเลย (ถึงจะตงิดๆ มานานแล้วก็เถอะ ว่าใครที่บอกว่าตายแต่ไม่เห็นศพเนี่ย...ตายปลอมกันทุกทีเชียว ^^a )

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 08 ธ.ค.53 เวลา 01:25:23 น.

sasara
Member

อนาแกรมเนี่ยคือชื่อที่สลับอักษรสินะ

ได้ปั๊บลองปุ๊ปป้าเซเลสเทียคงจะใช้กับ........

เหมือนกับ................สินะ

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 08 ธ.ค.53 เวลา 19:35:39 น.

ฮานารุท
นักอ่านฟิคพเนจร

สารภาพว่าจำโดโรแวนไม่ได้ เลยไม่นึกเลยว่าลุงแกจะโผล่มาที่นี่ ตอนนี้

แล้วก็มีรุ่นคุณลุงเพิ่มมาในเรื่องอีกหนึ่ง(+พ่อเอคที่น่าจะไม่ตายด้วยก็เป็นสอง) เข้มข้นเหลือหลาย

รอลุ้นว่าตาเอคจะโชว์สกิลใหม่หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 08 ธ.ค.53 เวลา 22:23:55 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

โลงน้ำแข็ง !

แบบนี้ต้องใช้ดาบทองคำ อาวุธแห่งสิบสองราศีถึงจะเอาท่านอาจารย์ออกมาได้ !

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 13 ธ.ค.53 เวลา 04:12:38 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 14 จากทั้งหมด 14 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ