runaway guy
คนเดินทาง

Divine Comedy - บทที่ 25 - ทุพภิกขภัยระดับจุลภาค (ครึ่งหลัง)

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บทที่ 25 - ทุพภิกขภัยระดับจุลภาค

มิราจ เลอามาสเกลียดระบบเสียงข้างมาก

มันเป็นระบบเฮงซวยที่เหยียบย่ำและทำลายความรู้สึกของคนกลุ่มน้อย ไม่ว่าความคิดของคนกลุ่มน้อยจะดีเลิศประเสริฐปานใด และไม่ว่าความคิดของคนข้างมากจะเฮงซวยและเหมือนจะไปฆ่าตัวตายปานใดก็ตาม
และเพราะความสิ้นคิดของเสียงข้างมาก ทำให้เขาต้องมาย่ำดงในป่าที่ว่าไปแล้วก็ค่อนข้างทึบ

นักพเนจรไม่ได้เกลียดการย่ำป่า พื้นขึ้นๆ ลงๆ ขรุขระ มดแมลงไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันอยู่ที่เด็กสี่คนที่ดื้อรั้นหัวชนฝา ชนิดที่ถ้าจับหัวพวกมันไปโขกกำแพง กำแพงน่าจะแตกก่อนหัวพวกมัน

ไอ้ลามกเด็กโข่งหัวดื้อคนแรกพอเดินมาถึงที่มันว่าถนนเริ่มเบี่ยง มันก็ตัดสินใจเดินดุ่มตรงเข้าไปในป่าตามแผนของมัน แถมยังมีหน้ามาบอกว่านะเฮียนะ เร็วดีอีกต่างหาก เขายังไม่ทันจะพูดอะไร ยัยตะกละหัวรั้นก็ควักอาคมรุ่นพกพาของมัน กรีดนิ้วป้ายเลือดลงกระดาษแล้วเดินตามไอ้ลามกไป ไอ้ตูดหัวแข็งดันเดินดุ่มตามสองนั้นเข้าไปทันที แถมยังมีหน้าควักคันธนูกับเตรียมขึ้นสายไว้พร้อมอีกต่างหาก

แน่นอนว่าเขาไม่สนใจนักหรอกว่าพวกมันสามตัวจะรนไปหาที่ตายที่ไหน ถ้าไม่เป็นเพราะเด็กซื่อบื้อหัวดื้อหัวแข็งแถมยังไม่รู้จักเจียมตัวด้วยอีกคน

ดอลเต้...

มันเดินตามตูดพวกพี่ๆ ของมันไปอย่างสัตย์ซื่อ แล้วพอเขาจะอ้าปากห้ามมัน มันก็ดันมีหน้ามาเรียกเขาอีก

“เร็วๆ สิฮะพี่มิราจ!”

เร็วๆ สิฮะ... แล้วเป็นไงล่ะ

มิราจปรายตามองไปทางคนตัวเล็กที่นั่งเบียดเขาจนเกินพอดี เหลียวมองรอบตัวด้วยอาการหวาดระแวง แถมยังมีการจับชายเสื้อของเขาไว้อีกต่างหาก

อีตอนเดินก็ยังเห็นทำท่าแปลกหูแปลกตาเหมือนคนเพิ่งเคยเข้าป่า แต่พอมานั่งรอไอ้ตูดออกไปดักสัตว์ ก็ดันผวาขึ้นมา สงสัยว่างจัดเลยเริ่มคิดสะระตะแล้วเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังนั่งเป็นเป้านิ่ง ไม่มีปัญญาทำอะไรถ้าปีศาจโผล่มาสิท่า

นักพเนจรหนุ่มพ่นลมหายใจหึให้กับความคิดตัวเอง

“เป็นอะไร? ติดไข้ป่าแบบกะทันหันหรือไง?”

“เปล่าฮะ ผมแค่คิดว่า...ป่านี้ออกจะน่ากลัวเหมือนกันก็เท่านั้นฮะ” ดอลเต้เกาแก้มเบาๆ ท่าทางเขินๆ

“แล้วแกจะกลัวไปทำไม? ในเมื่อไอ้คุณพี่โอเลียตต้าแกมันก็บอกว่าเขตอาคมมีรัศมีตั้งห้าเมตร” มิราจปรายตามองไปทางโอเลียตต้าที่นั่งเหม่อลอยเหมือนคนหมดแรง แม้จะได้ยินน้ำเสียงประชดของอีกฝ่ายเต็มที่แต่เด็กสาวก็หาได้มีอาการใดๆ ไม่ นักเรียนเวทเพียงแต่ร้องเฮ้อเบาๆ พลางมองไปยังทิศที่แอสทารอทกับโรเซียสหายไปไม่เลิก

“ผมก็รู้ฮะว่าที่ที่เรานั่งอยู่ตรงนี้ปลอดภัย... แต่...ของน่ากลัวก็คือน่ากลัวนี่ฮะ ยิ่งนั่งยิ่งน่ากลัว เมื่อไหร่พี่โรเซียสกับแอสจะกลับมาก็ไม่รู้”

“ยิ่งเร็วยิ่งดี พี่ชักจะหิวจนทนไม่ไหวแล้ว” โอเลียตต้าพูดด้วยเสียงระโหยโรยแรง มิราจเหลือบมองเด็กสาวด้วยความหมั่นไส้ เพิ่งเขมือบทะลุสวรรค์ไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงแท้ๆ

“เอาขนมปังกรอบผมไปรองท้องก่อนไหมฮะ? ผมพอมีอยู่บ้าง”

“หยุด! ห้ามกินอะไรทั้งนั้น!! แกลืมไอ้ปีศาจปากกว้างไปแล้วหรือไง!?” มิราจร้องห้ามเสียงหลงทันทีที่เห็นดอลเต้ก้มลงทำท่าจะคว้าถุงเสบียงตัวเองขึ้นมา คนถูกห้ามได้แต่เอียงคอถามด้วยความไม่เข้าใจ ในขณะที่คนโดนขัดลาภปากมีสีหน้าราวเห็นของรักแตกคาตา

“ทำไมละฮะ? ก็ในเมื่อพี่โอเลียตต้ามีเขตอาคมรัศมีตั้งห้าเมตร ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรไม่ใช่เหรอฮะ?”

มิราจกัดฟันกรอด นับวันไอ้เด็กซื่อบื้อจากเซราฟยิ่งย้อนเก่ง

“กันไว้ดีกว่าแก้ ใครจะไปรู้ว่าอาคมชั่วคราวมันชั่วคราวขนาดไหน ถ้าจะกินอะไรก็รอให้กลับไปบนถนนก่อน!”

“แล้วน้ำละฮะ?”

“ถ้าหิวนักก็กลืนน้ำลายเอา!!”

คำสั่งของชายหนุ่มเรียกเสียงโอดโอยขึ้นจากเด็กสองคนพร้อมๆ กัน โอเลียตต้าได้แต่ก้มหน้าลงไปซบเข่า ก่อนจะประสานมือขึ้นราวกับกำลังสวดมนต์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า

ทว่าบทสวดนั้น...เห็นทีไปถามบาทหลวงที่ไหนก็คงไม่มีใครรู้จักเป็นแน่แท้

“กลับมาเร็วๆ เถอะ จะได้รีบๆ กินซะที”

ถึงมิราจจะเหลือบตามองคนสวดมนต์บทประหลาดด้วยความหมั่นไส้ แต่ในใจนั้นก็เห็นด้วยกับบทสวดของโอเลียตต้าเป็นประการหนึ่ง

มันไปล่าสัตว์กันถึงสวรรค์ชั้นไหนวะ ทำไมมันถึงได้หายหัวไปนานนัก!?

********************


โรเซียส โดฟาร์ได้รู้ความลับของการล่าสัตว์ประการหนึ่ง

มันเป็นเกมวัดความอดทน...

ไม่ใช่ความอดทนของผู้ล่ากับเหยื่อ แต่เป็นความอดทนของผู้คุ้มครองที่ตามผู้ล่ามาด้วย

หลังจากที่แอสทารอทและเขาแยกกับพวกมิราจและตามรอยเท้าสัตว์มาได้สักระยะแล้ว ผู้ช่วยนายพรานก็ลงมือขุดหลุมดักสัตว์ ทำแร้วและกับดักอย่างง่าย แล้วก็ปีนต้นไม้ขึ้นมารอให้สัตว์ตกลงไปในกับดัก ในระหว่างรอก็เห็นเอาลูกธนูมาขึ้นสายรอไว้

แล้วเด็กชายก็นั่งนิ่งจับลูกธนูขึ้นสายไว้แบบนั้น นั่งรอ รอ แล้วรอ แม้ว่าจะเห็นกระต่ายตัวหนึ่งกระโดดเหยงๆ เข้าไปใกล้แร้ว ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำอะไรเป็นการเร่งให้มันติดกับ ปล่อยมันดมฟุดฟิดๆ แล้วกระโดดผ่านแร้วไป

ไม่ใช่แค่กระต่าย กระรอก กระแต แม้กระทั่งตัวแรคคูน เด็กชายก็ยังนั่งนิ่ง ไม่คิดจะยิง จนกระทั่งสัตว์ผ่านไปเป็นสิบๆ ตัว แอสทารอทก็ยังไม่คิดจะทำอะไรทั้งนั้น จนกระทั่งโรเซียสไม่เข้าใจขึ้นมาว่าแอสทารอทคิดจะทำอะไร

นี่จะรอไปจนถึงเมื่อไหร่เนี่ย ไม่เข้าใจความคิดลูกเจ๊ลิลิธเลยจริงๆ ใช่ว่าปกติจะเป็นคนเข้าใจง่ายอยู่แล้วหรอกนะ

หลังจากโรเซียสตกเป็นผู้พ่ายแพ้เกมวัดความอดทน เด็กหนุ่มก็หันหลังหมายจะไปถามผู้ช่วยนายพรานที่นั่งพิงคบไม้ แต่ทันทีที่หันไป ผู้คุ้มครองก็แทบจะกรีดร้องชนิดผู้หญิงยังอายออกมา

บัดนี้งูเหลือมตัวยักษ์กำลังเลื้อยพันแอสทารอทราวกับมันเห็นอีกฝ่ายเป็นโขดหินก็ไม่ปาน

โรเซียสเกาะกิ่งไม้ที่ตัวเองนั่งอยู่แน่น เกิดอาการสับสนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีขึ้นมา เด็กหนุ่มไม่ได้เกลียดสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็น หากเขารู้สึกว่างูมันทำท่าจะคุกคามสวัสดิภาพเขาขึ้นมา เขาก็เขวี้ยงมีดไปกบาลมันให้ตายคาที่ เป็นอันหมดปัญหา

แต่ขืนเขาเขวี้ยงมีดไปปักกบาลมันตอนนี้สิ นายพรานจำเป็นของเขาจะได้กลายเป็นศพไปด้วย ในเมื่อไอ้งูตัวนั้นมันเอาหัวมันเกยหัวเด็กชายอย่างมีความสุขแบบนั้น

มันเห็นลูกเจ๊ลิลิธเป็นอะไร? หินภูเขาไฟหรือไง?

ถึงแม้ว่างูเหลือมตัวนั้นมันจะไม่มีท่าทีคุกคามสวัสดิภาพเขาและแอสทารอทแต่อย่างใด หากโรเซียสก็ไม่อาจปล่อยให้มันยึดแอสทารอทเป็นรังพักผ่อนของมันได้ ไม่งั้นพวกเขาไม่ได้ไปไหนกันพอดี มันท่าทางเหมือนจะเพิ่งกินอิ่มมาเสียด้วย

เด็กหนุ่มจากทีซูลควักมีดขึ้นมาแหย่ๆ งูเหลือม มันชูคอขู่เด็กหนุ่มฟ่อ กระนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้สังเกตว่าสิ่งที่มันเลื้อยพันอยู่เป็นสิ่งมีชีวิตแต่อย่างใด โรเซียสเอามีดไปจิ้มๆ เขี่ยๆ งูอีกครั้ง มันฟ่อใส่เด็กหนุ่มอีกครั้งด้วยความรำคาญก่อนจะค่อยๆ เลื้อยออกไปจากตัวแอสทารอทอย่างช้าๆ

เมื่อวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว โรเซียสก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเก็บมีด แล้วเข้าไปเขย่าตัวเด็กชาย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนั่งจับธนูนิ่งไม่รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์น่าสยองขวัญเมื่อครู่

“แอสตี้ แอสตี้ เป็นอะไรหรือเปล่า?” ทว่าเมื่อยังไม่มีเสียงตอบรับจากสรวงสวรรค์ โรเซียสก็เริ่มล่กขึ้นมา “แอส เฮ่ยแอส แอสทารอท!”

ผู้ช่วยนายพรานหลุดออกจากภวังค์ทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเองเต็มยศที่มาพร้อมกับแรงเขย่าจนหัวคลอน เด็กชายจากลิมโบกะพริบตาปริบๆ สองสามครั้ง ทำเอาเด็กหนุ่มจากทีซูลถึงกับถอนหายใจเฮือกอย่างหมดแรงด้วยความโล่งอก

“เฮ่อ เฮียนึกว่าเรากลัวจนช็อคตายไปแล้วซะอีก” แอสทารอทได้ยินแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วงงด้วยความสงสัยว่ามันเรื่องอะไร โรเซียสก็ขมวดคิ้วมึนงงว่าอีกฝ่ายงงอะไร นานหลายอึดใจจนกระทั่งแอสทารอทสรุปในใจได้ว่าอีกฝ่ายเห็นจะไม่เข้าใจภาษากายของตนแน่ เด็กชายจากลิมโบถึงได้เอ่ยปากขึ้น

“เรื่องอะไรครับ?”

“อ้าว!? ก็งูเหลือมไง ตัวเบ้อเริ่มแถมพันรอบตัวแบบนั้น ก็น่าช็อคอยู่นะ จะโดนรัดตายหรือเปล่าก็ไม่รู้”

แอสทารอทมุ่นคิ้วให้กับคำตอบอีกครั้ง

“เมื่อไหร่ครับ?”

หา?

โรเซียสเกาหัวแกรกให้กับคำถามอีกฝ่าย หากผู้ช่วยนายพรานไม่ได้ช็อคงูจนหมดสติไป ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะไม่เห็นงูที่พันรอบตัวเสียแบบนั้น ถึงตาจะปรือ แต่เขาก็เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายลืมตาอยู่

เมื่อแอสทารอทอ้าปากหาวหวอดพลางบิดขี้เกียจนั่นแหละ โรเซียสถึงได้ค่อยๆ อ้าปากกว้างขึ้นเรื่อยๆ

อย่าบอกนะว่า...

“แอสตี้ อย่าบอกเฮียนะว่า...เมื่อกี้หลับอยู่น่ะ?” ถามไปแล้วโรเซียสก็รู้สึกว่าเป็นคำถามงี่เง่า คนบ้าที่ไหนหลับทั้งที่ลืมตาแถมยังง้างธนูได้ด้วย แต่เมื่อคนบ้าดังกล่าวพยักหน้าหงึกให้กับคำถาม โรเซียสก็แทบจะตกต้นไม้ทันที

ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ สิ่งที่ไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีจริง...

...เดี๋ยวสิ... งั้นไอ้เหยื่อสิบกว่าตัวที่รอดไปก็...

“แอสตี้ เฮียถามอีกครั้งนะ หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” แอสทารอทเหลือบตาขึ้นเมื่อได้ยินคำถาม แต่ผ่านไปหลายนาทีแล้วผู้ช่วยนายพรานก็ยังไม่ตอบอะไรกลับมา ยังทำท่านึกอยู่อย่างนั้นราวกับมันเป็นเรื่องที่เกิดเมื่อชาติปางก่อน จนเด็กหนุ่มเริ่มระแวงขึ้นมาว่าเด็กชายตรงหน้าจะถอดจิตไปเข้าพบมหาเทพยูริเอลที่ไหนทั้งที่ยังลืมตาอยู่อีก “ถามจริงเหอะ เห็นไอ้กระต่ายตัวแรกที่มันทำท่าจะติดแร้วหรือเปล่า?”

ภาพแอสทารอทที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเต็มประดาเป็นคำตอบได้อย่างดี

“แอสตี้” โรเซียสพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่เริ่มผุดขึ้นมาเต็มที่ “พวกเราต้องออกจากป่านี้ก่อนมืดนะ ต่อให้โอเลียตต้าคนสวยเขามีเขตอาคมกันปีศาจจริง แต่ป่าก็ยังอยู่ในเขตสนอททัลก์ เราไม่รู้ว่าจะมีพายุลูกเห็บหรือฝนน้ำแข็งลงมาเมื่อไหร่ เราพักในป่าไม่ได้ ถึงมันจะถูกก็ตาม เพราะงั้นรีบจับสัตว์สองสามตัวแล้วรีบกลับไปหาพวกเฮียมิราจดีกว่านะ”

แอสทารอทพยักหน้า ก่อนจะดึงลูกธนูขึ้นมาขึ้นสายเตรียมไว้อีกครั้งแล้วกลับไปนั่งรอนิ่งๆ ตามเดิม โรเซียสเหลือบตามองแอสทารอทด้วยความหวาดระแวงแล้วหันกลับไปนั่งมองกับดักของเด็กชายอีกครั้ง ระหว่างนั้น เด็กหนุ่มพูดไปเรื่อยๆ พลางให้เด็กชายตอบรับเป็นระยะๆ จนในที่สุด ผู้ช่วยนายพรานก็ชักจะทนการรบกวนของอีกฝ่ายไม่ไหวขึ้นมา

“คุณโรเซียสครับ ถ้าเสียงดังแบบนี้เหยื่อที่ไหนมันจะมาติดกับละครับ?”

“ก็เฮียกลัวเราจะหลับไปอีกนี่”

แอสทารอทพยักหน้าหงึกให้กับเหตุผลของอีกฝ่าย แม้ว่ามันจะระคายหูไม่น้อย ประจวบกับจังหวะนั้นผู้ช่วยนายพรานเหลือบไปเห็นกวางตัวหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้กับดักของตน เห็นว่าเป็นเหยื่อที่สมควรปลิดชีวิตเป็นที่ยิ่ง

ไหนๆ โรเซียสก็อยากให้รีบล่ารีบกลับไปเร็วๆ อยู่แล้วนี่นะ จะรอให้มันเดินมาติดกับก็คงช้าไม่ทันใจวัยรุ่นซะละมั้ง

คิดได้ดังนั้นแล้วแอสทารอทก็ถีบเด็กหนุ่มผู้คุ้มครองลงไปจากคาคบไม้ทันที คนโดนถีบร้องอ๊ากลั่นขณะที่ร่วงลงมา กวางที่กำลังจะเป็นเหยื่อสะดุ้งทันทีที่ร่างโรเซียสร่วงกระแทกพื้น สัตว์ที่น่าสงสารวิ่งไปอีกทางทันที

ทว่าแอสทารอทขึ้นสายง้างธนูเตรียมเล็งไปยังทิศที่คาดว่ากวางจะวิ่งหนีไปอยู่แล้ว เมื่อเป้าหมายเข้ามาได้ระยะ ผู้ช่วยนายพรานก็ปล่อยลูกธนูให้วิ่งไปโดนเป้าหมายอย่างจัง เมื่อเหยื่อล้มลงหลังจากที่โดนลูกธนูดอกแรก เด็กชายจากลิมโบก็ไม่รอช้า ยิงธนูดอกที่สองซ้ำไปปลิดชีวิตสัตว์ผู้น่าสงสารทันที

โรเซียสได้แต่ลูบบั้นท้ายตัวเองป้อยๆ ขณะที่เงยหน้าขึ้นมองแอสทารอทผู้ชะโงกหน้ามาถามเด็กหนุ่มเบาๆ ว่า

“กวางตัวเดียวน่าจะพอนะครับ หรือว่าไงครับ?”

ไอ้บ้า...

แต่เอาเหอะ อย่างน้อยกวางตัวนึงก็น่าจะพอให้คนสวยมีเสบียงกินไปซักสองวัน ตรงตามกำหนดการของเฮียพอดี

หวังก็แต่ว่าตอนกลับไป เฮียมิราจจะไม่บ่นขรมที่พวกเขาหายหัวมาสองชั่วโมงได้...

********************


“พวกแกไปล่าสัตว์ที่พาราดิโซมาหรือไงวะ!?”

นั่นเป็นคำทักคำแรกทันทีที่มิราจเห็นหน้าโรเซียส เรียกให้เด็กหนุ่มได้แต่โคลงศีรษะที่พระเจ้าไม่ฟังคำขอร้องเขา

“ไม่ใช่ความผิดของผมนาที่กลับมาช้า” คนจากทีซูลตอบคนหน้าหงิกจากเมืองหลวงก่อนจะวางกวางที่หามมาลง เด็กหนุ่มกับเด็กชายจากลิมโบหมุนไหล่แก้เมื่อยขบ มิราจมองเหยื่อตัวเป้งตรงหน้าตาโต

“เอ้า ถ้าได้ตัวขนาดนี้มาก็คงคุ้มกับสองสามชั่วโมงละวะ”

โรเซียสคันปากยิบๆ อยากบอกอยู่เหมือนกันว่าที่ต้องเสียเวลาไปสองชั่วโมงกว่านั้นเพราะอะไร แต่เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วไปแล้วเถอะ เด็กหนุ่มตัดสินใจหันไปหาโอเลียตต้าผู้จ้องมองกวางที่ถูกมัดติดกับคานราวกับเห็นขุมทรัพย์โซโลมอนแทน

“ว่าไงครับคนสวย? ถูกใจกับว่าที่เสบียงบ้างไหม?”

“น้องแอสทารอทเก่งมากเลยค่ะ! เก่งที่สุดในโลกเลย น่ากินมากๆ เลยค่ะ!!”

คนรอรับคำชมได้แต่ยิ้มค้างให้กับคำชมที่วิ่งไปหาเด็กชายตาปรือ คนโดนชมหาวหวอดๆ ไม่ยินดียินร้ายกับคำยกยอปอปั้น โรเซียสแอบหันไปทำหน้าแห้งอีกทาง นึกสงสารบั้นท้ายกับไหล่ตัวเองที่เสียสละโดยไม่มีคนเห็นใจ

หลังจากชื่นชมกับเนื้อกวางจากสรวงสวรรค์ โอเลียตต้าก็กระวีกระวาดลุกขึ้นเก็บเศษกิ่งไม้ร่วงใกล้ตัวทันที อาการระโหยโรยแรงหายไปเป็นปลิดทิ้ง

“ตั้งไฟเลยค่ะ ตั้งไฟเลย ฟืนอยู่ไหน ฟืน ฟืน”

“จะมาตั้งฟงตั้งไฟอะไรกันเล่า!? ก็บอกแล้วไงว่าห้ามกินอาหารในป่า!!” มิราจยกมือห้ามขึ้นทันควันเหมือนกัน ยังผลให้โอเลียตต้าทำหน้าเหมือนเห็นคนอื่นชิงขุดสมบัติกษัตริย์โซโลมอนตัดหน้า

“ตะ...แต่ว่า เดี๋ยวเนื้อมันจะบูดนะคะ!?”

“สองสามชั่วโมงมันไม่บูดหรอก!! เอ้ารีบขนรีบไป เดี๋ยวมันมืดก่อนจะยุ่ง” มิราจว่าพลางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่ทำท่าจะโพล้เพล้อยู่รอมร่อ

“ใครละเฮีย?” โรเซียสถามขึ้นพลางมองกวางตัวโตด้วยสายตาขยาดในน้ำหนักของมัน

“แล้วแกคิดว่าจะมีใคร?”

คำถามของมิราจเรียกให้โรเซียสหันไปมองรอบๆ นอกจากดอลเต้แล้ว สายตาทุกคู่ต่างมองมาที่เขาด้วยความคาดหวังทั้งสิ้น

“ผมอีกแล้วเหรอเนี่ย?”

“ก็แล้วแกคิดว่าจะมีใครอีก?”

“เอ้า ก็ได้ แต่เฮียต้องมาช่วยผมด้วยนะ กวางตัวเบ้อเริ่ม ใครมันจะไปแบกคนเดียวไหว” พูดแล้วโรเซียสก็บริหารไหล่ เตรียมใช้แรงงานอีกครั้ง

หากคนที่จะโดนใช้แรงงานร่วมด้วยร้องเสียงหลง

“ฉันต้องแบกกับแกเนี่ยนะ?”

คนฟังได้ยินแล้วก็ถึงกับเหลือบตามองคนถาม

“ก็แล้วถ้าไม่ใช่เฮียแล้วจะเป็นใคร?”

“ก็แล้วแกแบกมาถึงนี่ได้ยังไง?”

คำถามของมิราจทำให้แอสทารอทผู้กำลังนวดไหล่ตัวเองชะงักมือ หันไปมองคนจากเมืองหลวงทันที

“ผมไม่คิดว่าให้แอสตี้ทั้งล่าแล้วก็แบกไปถึงโรงเตี๊ยมมันจะยุติธรรมหรอกนะ” โรเซียสมองคนพูดด้วยท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง มิราจเห็นสายตาของอีกฝ่ายแล้วถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

“แกไม่ต้องมามองฉันยังงั้นเลย ฉันก็แค่...” แล้วนักพเนจรหนุ่มก็เกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมาเสียแบบนั้น เพราะใจหนึ่งเขาเองก็ไม่อยากต้องแบกกวางจริงๆ มันดูหนักไม่ใช่น้อยแถมระยะทางจากในป่าไปถึงโรงเตี๊ยมก็ไม่ได้ใกล้ แค่คิดเขาก็รู้สึกปวดไหล่ขึ้นมาแล้ว

แต่การถูกตราหน้าว่าเป็นไม่ใช่ลูกผู้ชายมันเจ็บแสบยิ่งกว่า

ดอลเต้เห็นพี่ชายรูปหล่อของตัวยกมือขึ้นๆ ลงๆ เป็นท่ากายบริหารแบบใหม่แล้วเข้าใจไปว่า เห็นทีอีกฝ่ายจะไม่อยากแบกจริงๆ จึงตัดสินใจช่วยแบ่งเบาภาระพี่ชายใจดีให้

“ไม่เป็นไรนะฮะพี่มิราจ เดี๋ยวผมแบกกับพี่โรเซียสก็ได้ฮะ”

คำพูดของดอลเต้ทำให้มิราจรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชิวิตที่ระยำที่สุดในโลก

“เฮียได้ยินน้องชายเขาพูดแบบนั้นแล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง?”

“แกไม่ต้องมาช่วยทำให้ฉันรู้สึกระยำมากไปกว่านี้” มิราจขมุบขมิบกับโรเซียสเสร็จก็หันไปคว้ามือดอลเต้ หยุดมือคนตัวเปี๊ยกไม่ให้คว้าไม้ที่หามกวางขึ้นมาเสียก่อน “ส่วนแกก็หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่พอใจกับส่วนสูงรึไง? อยากจะแกร็นไปกว่านี้ใช่ไหม? ฉันแบกเอง!!” พูดแล้วมิราจก็ก้มลงไปหยิบคานขึ้นพาดบ่า ในใจก็สรรเสริญทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ที่ไม่ใช่ตัวเอง

นี่เขาต้องเกิดมามีดวงที่ไม่ถูกโฉลกกับเด็กแน่ๆ ให้ตายสิ

หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าผู้ใหญ่จะแพ้เด็กตลอดได้ก็ให้มันรู้ไป!

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คุยกันท้ายตอน

ขออภัยครับที่มาลงช้ามาก ลืมไปเลยว่าหั่นตอนไว้ครึ่งนึง ^^;;;

และด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ตอนนี้สั้นกว่าปกติเป็นอย่างมาก คิดว่าผมสมควรหั่นตอนยาวๆ เป็นสองส่วนหรือไม่ หรือว่าผมควรลงรวดเดียวให้จบตอนไปเลย (เพราะอาจลืมอีกได้ว่าลงไว้ครึ่งตอน) ก็บอกกันบ้างนะครับ บางครั้งก็ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าในเนทตอนๆ หนึ่่งควรจะยาวซักแค่ไหน

คุณอนิธิน < ปีศาจ tetris ถ้าให้ผมคิดละก็ คงเป็นตัวยาวๆ คล้ายๆ งู แต่ขดพับไปมาได้แบบไม่มีกระดูกสันหลังแล้วพรางตัวเนียนๆ ไปกับพวกหินดินทรายที่ปูดโปนมาจากพื้นละมั้งครับ ^^;;;

คุณ penchan < ขอบคุณสำหรับเสียงทักทายครับ ^^ คิดอยู่เหมือนกันว่าฟาเมสคงบรรยายน้อยไป แต่บางครั้งก็คิดว่าบรรยายแบบให้เหลือที่คนไปจินตนาการต่อเอาเองน่าจะดีเหมือนกัน (แต่กับอะไรที่ไม่มีในความเป็นจริงก็คงไม่ค่อยดีสินะครับนี่ ^^;;; ) ส่วนเรื่องสู้ก็เป็นครั้งแรกละครับที่บู๊กัน คิดว่าเรื่องนี้คงไม่เน้นพะบู๊ แต่จะเน้นฮา ^^a

ขอให้สนุกและฮากับตอนนี้นะครับ ถ้าว่าง ขอความกรุณากับคอมเมนต์ด้วยนะครับ ^^



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 03 ธ.ค.53 เวลา 02:47:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

หลับ....จริงจริงเรอะ

ทางนี้นึกว่ามีสมาธิมากจน...= ="

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 04 ธ.ค.53 เวลา 17:38:14 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ