K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 17 ผู้มาเยือน

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 17 ผู้มาเยือน
------------------------------

            ผ่านพ้นคืนวันที่มีทั้งความสะเทือนใจและความประทับใจระหว่างฟิลกับมีอา
            อันจะกลายเป็นความทรงจำที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแล้ว...

            เช้าวันใหม่ที่สดใสก็ได้มาเยือนหมู่บ้านโฮฟเมาน์เท่นอีกครั้ง
            พอแสงอาทิตย์ส่องสว่างมากขึ้น อากาศก็เริ่มอบอุ่นมากตามไปด้วย อันเป็นสัญญาณที่ปลุกให้ฟิลต้องตื่นตามความคุ้นเคย

            ถึงจะผ่านเรื่องหนักๆมาตลอดทั้งคืนวาน แต่ฟิลก็ยังคงตื่นเช้าได้ตามปกติ... ส่วนมีอาก็ยังคงนอนตื่นสายกว่าฟิลเหมือนตามปกติด้วยเช่นกัน...
            ฟิลเดินออกมาจากห้องนอนของพ่อ ซึ่งเขาใช้เป็นที่นอนชั่วคราวเพราะห้องนอนเดิมได้เละเทะข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อน ด้วยผลของลมหมุนจากการแปลงร่างของมีอานั่นเอง

            ฟิลหาวทิ้งท้ายอีกครั้งก่อนที่จะมองย้อนกลับไปดูมีอาที่เตียง
            ซึ่งภาพที่เห็นก็ทำให้เขาวางใจที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่ อาการป่วยของมีอาหายไปอย่างสนิท แม้แต่อาการอ่อนเพลียและอิดโรยที่เด่นชัดจากเมื่อวาน ก็เหมือนจะหายไปได้ด้วยการงีบหลับเพียงคืนเดียวเท่านั้น

            เด็กน้อยยังคงหลับอุตุได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่หลงเหลือมาจากการทำสัญญาก็มีเพียงแค่สัญลักษณ์มังกรที่ประทับเหนือหน้าอกเท่านั้น...


            ...............................................


            ฝนที่ตกมาตลอดวันวานทำให้ผืนดินชุ่มน้ำ แปลงผักชะอุ่มไปด้วยความชื้นไม่จำเป็นต้องไปเปิดประตูส่งน้ำอย่างน้อยก็ตลอดทั้งวัน
            หลังมื้ออาหารเช้าแล้ว ฟิลพักงานสวนทั้งหมดโดยตั้งใจว่าจะจัดการสะสางห้องนอนให้เรียบร้อยเสียก่อน มิเช่นนั้นเขาอาจต้องไปนอนเตียงใหญ่ที่ห้องพ่อแล้วถูกมีอากอดเป็นหมอนข้างต่ออีกคืนก็เป็นได้...

            ฟิลเห็นสภาพห้องแล้วก็อดที่จะถอนหายใจเสียไม่ได้...
            ลมหมุนของการทำสัญญาเมื่อคืนรุนแรงไม่แพ้กับการแปลงร่างครั้งแรกประหนึ่งระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมา แล้วลมนั้นก็ทำเอาของชิ้นเล็กน้อยกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง ตู้เสื้อผ้าเองก็ถึงกับถูกลมประชากเปิดพัดเสื้อ กางเกงกระเด็นไปด้วยเช่นกัน
            ยังดีว่าในห้องนอนของฟิลไม่มีเครื่องแก้วจานชามหรือของที่แตกได้อยู่มากนัก มิเช่นนั้นการทำความสะอาดก็จะกินเวลาไปมากยิ่งกว่านี้

            ฟิลง่วนอยู่กับการปัดกวาดพื้นและจัดโต๊ะตู้เตียงให้เข้าที่ ส่วนมีอาก็ทำหน้าที่เก็บหนังสือของเธอมาเรียงให้เป็นระเบียบแล้วจัดการเรื่องผ้าปูเตียงต่อ

            แต่ด้วยความที่พึ่งผ่านเหตุการณ์สุดประทับใจมาได้ไม่ถึงครึ่งวัน มีอาจึงยังคงเห่อกับตราประทับอยู่ไม่น้อย
            ขณะที่ฟิลเร่งทำงานตามปกติ มีอากลับเอื่อยลงไปและมักใช้เวลากับการชื่นชมตราประทับ หากไม่แตะที่ตราประทับแถวเหนือหน้าอกของตนเอง ก็มักจะแอบจ้องมาที่มือขวาของฟิลอยู่เป็นระยะๆจนงานแทบไม่เดิน

            ฟิลรู้ตัวและก็ปล่อยไปก่อนในตอนแรก แต่พอเห็นงานตัวเองใกล้เสร็จส่วนงานมีอายังกองอยู่แล้ว เขาก็ต้องกระตุ้นเตือนไปบ้าง
            "แฮ่ม!" ฟิลระแอมเรียกความสนใจจากมีอาแล้วเขาก็ได้ขู่ขึ้น "บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเที่ยงวันแล้วยังจัดไม่เสร็จ พี่จะลงโทษให้เธอนอนห้องนอนของพ่อคนเดียวนะ"
            "หา!?" มีอาสะดุ้งโหยงกับคำขู่นั้น "พูดจริงเหรอพี่จ๋า?"
            "พี่จัดของพี่เสร็จแล้ว มีอายังทำไม่ถึงไหนเลยนะ มันแต่เหม่ออะไรอยู่?" ฟิลเดินมาหยุดหน้าห้องแล้วยิ้มเล็กๆพลางขู่แต่พองาม "พี่จะไปครัวทำอาหารมื้อเที่ยงก่อนล่ะ ถ้ากลับมาแล้วห้องยังไม่เรียบร้อยล่ะก็ เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ว่าพี่พูดจริงหรือพูดเล่น"
            "หวาๆ"

            นั่นเองที่ทำให้มีอาตาตื่นรีบก้มหน้าเก็บข้าวของเป็นการใหญ่
            ฟิลเดินออกจากห้องพลางหัวเราะเบาๆชอบใจ ที่สุดแล้วมีอาก็กลับมาเป็นมีอาคนเดิมจริงๆ


            ...............................................


            เพราะการทำสัญญาที่สำเร็จสมบูรณ์จึงทำให้ฟิลหมดห่วงไปมาก
            มีอากลับมาดูแข็งแรง ส่วนตัวของฟิลเองก็ไม่ได้มีอาการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ไม่คุ้นตาก็เห็นมีเพียงแค่สัญลักษณ์มังกร ซึ่งอาจเป็นจุดเด่นพอสมควรเวลาเข้าไปยังเมืองหรือชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน

            ด้วยความที่ไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ เวลาไปธุระต่างเมืองฟิลจึงมักสวมถุงมือปิดบังตรามังกรนั้นเสีย
            ส่วนมีอาไม่มีปัญหาใดๆเพราะชุดค่อนข้างมิดชิดดีอยู่แล้ว หากจะมีปรากฎให้เห็นแบบผ่านตาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีเด็กหลายคนที่คลั่งไคล้มังกรขนาดเขียนตรามังกรเล่นๆบนตัวเช่นกัน

            มีอาปลื้มเรื่องตรามังกรอยู่หลายวันจึงลดอาการลงไปได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่าเรื่องความรักที่มีต่อฟิลนั้นจะยังคงอยู่และก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ
            แรกๆตอนที่ทำสัญญาแล้วฟิลก็ลองให้มีอาฝึกแปลงร่างและบินอยู่บ้างพอให้คุ้นตัวและศึกษาไขข้อสงสัยส่วนตัว ฟิลรู้สึกว่าตราสัญลักษณ์ไม่ได้มีผลชัดเจนในการสื่อสารนัก ทั้งนี้เป็นเพราะมีอาสามารถจำแลงร่างมนุษย์ได้และเข้าใจภาษามนุษย์เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่ฟิลเองก็ฟังภาษามังกรของมีอาออก

            ฟิลอยากทดสอบเรื่องมังกรกับการตอบสนองต่อคำสั่งของเจ้านาย แต่มันก็ไม่ได้ผลชัดเจนนัก... เพราะมีอาไม่เคยปฏิเสธคำสั่งของฟิล เธอจะทำทุกอย่างที่ฟิลบอก อาจด้วยความรักและความเชื่อฟังที่เป็นแรงสนับสนุน แต่มันก็ทำให้คำพูดที่นิยมมากในหมู่ผู้สนใจมังกรสิ้นความหมาย...

            'นี่คือคำสั่ง'

            มันเป็นคำพูดที่ดูมีพลังและมนตร์ขลัง เด็กๆหลายคนมักพูดเวลาเล่นเป็นนายมังกร แม้แต่ผู้ใช้มังกรก็อาจต้องเน้นย้ำเวลาที่มังกรเกิดดื้อหรือมีอาการหวาดหวั่นขึ้นมา
            แต่การด้วยกระทำของมีอาที่สนองฟิลทุกอย่างก็ทำให้เขารู้สึกว่าคำสั่งบังคับคำมังกรนี้ดูไร้ประโยชน์ไป และโดยส่วนตัวแล้วเขาก็ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้ใช้คำนี้ด้วยเช่นกัน

            ดังเช่นที่ฟิลว่าไว้สัญลักษณ์มังกรเป็นเพียงเครื่องแสดงเท่านั้น ฟิลไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากมัน และก็ไม่เห็นความสำคัญของมันนัก สิ่งสำคัญกว่าก็คือการเห็นมีอายังคงมีชีวิตที่แข็งแรงดีเพียงเท่านั้น...

            แต่อย่างไรเสียเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง และไม่ให้ผิดสัญญากับพูดที่เคยให้ไว้ ฟิลก็ยังคงพยายามปรับตัวให้เข้าหามังกรให้ได้
            แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกนานนับหลายปีถึงจะถอนสิ่งที่ฝังลึกมาแต่เด็กให้ออกไปได้ แต่ฟิลก็เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงได้ ขอเพียงแค่มีมังกรน้อยผู้ทำสัญญาร่วมมาอยู่เป็นกำลังใจเคียงข้าง...


            ...............................................


            จวบจังหวะที่เข้าสู่ฤดูกาลของการปลูกผัก ช่วงเวลาที่ฟ้าใสสลับมีเมฆฝนมาเป็นระยะๆ อากาศลดทอนความร้อนแรงไปมาก
            ช่วงนี้ฟิลไม่ค่อยมีเวลาให้มีอาในร่างมังกรสักเท่าใดนัก เพราะในแต่ละวันเช้าถึงเย็นเขาต้องยุ่งอยู่กับการเตรียมแปลงเพาะปลูกให้เรียบร้อย

            แม้ว่ามีอาจะยังคงคอยตามประกบช่วยงานเล็กๆน้อยๆ หรืออาจช่วยงานครัวตามสั่ง ส่วนกลางคืนก็อาจมีอ้อนให้ฟิลช่วยเล่านิยายก่อนนอนบ้าง
            แต่นั่นก็เป็นการเติมความสุขในร่างของมนุษย์เท่านั้น หากแต่ร่างของมังกรกลับเหมือนถูกลืมเลือนไป ด้วยงานที่หนักทำให้มีอาไม่ได้แปลงร่างเป็นมังกรอีกเลยในตลอดครึ่งเดือนนี้

            ทุกอย่างยังดูปกติดี มีอาก็ยังแข็งแรงเช่นเคย
            แต่ทว่าช่วงหลังๆมานี้ฟิลเริ่มรู้สึกว่ามีอาไม่เหมือนเดิมเท่าไรนัก...

            ฟิลรู้สึกว่ามีอาดูหงอยๆลงไป อาการเหมือนซึมเศร้านี้ไม่ใช่เป็นเพราะป่วยไข้หรือเหนื่อยล้า
            ดูออกไม่ยากว่าความมีชีวิตชีวาน้อยลงไป มีอาดูพูดน้อยลง การชวนคุยนั่นนี่ก็น้อยลง เสียงตอบรับก็ดูไม่สดใส จะมีเหมือนเดิมก็แค่เธอพยายามอยู่ใกล้ๆตัวฟิล แต่เปลี่ยนมาเป็นอ่านหนังสือเงียบๆแทน
            ครั้นพอถามดูว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือรู้สึกเป็นไข้ไม่สบายตัวไหม มีอาก็เอาแต่ส่ายหน้าโดยไม่มีความเห็นใดๆประกอบ...

            ก็เป็นจังหวะเดียวกันนั้นเองฟิลมีโอกาสได้แวะเอาสมุนไพรที่พึ่งเก็บได้จากป่าไปฝากโรเบิร์ตที่โบสถ์ เขาจึงสบช่องพามีอาไปด้วยเพื่อสอบถามดูเผื่อจะได้รับคำแนะนำที่ดีกลับมา

            และฟิลก็ได้คำแนะนำตามที่ต้องการ หลังจากที่โรเบิร์ตตรวจภายนอกแบบง่ายๆแล้ว เขาก็ได้หันมาสอบถามเน้นหนักโดยเฉพาะเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงนี้
            ซึ่งพอได้ฟังคำบอกกล่าวของฟิลกับมีอาแล้ว โรเบิร์ตก็สรุปต้นตอขออาการซึมเศร้าได้อย่างง่ายดาย
            "ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก ก็แค่อาการทางใจของมังกรน่ะ" โรเบิร์ตบอกให้ฟิลพลางลูบศีรษะของมีอา
            "อาการทางใจของมังกรงั้นเหรอครับ?" ฟิลงง
            "ก็นึกสภาพสัตว์เลี้ยงที่โดนขังกรงสิฟิล... ต่อให้เลี้ยงด้วยอาหารดีแค่ไหน เอาอกเอาใจแค่ไหน แต่การไม่ให้สัตว์นั้นๆได้ออกกำลังกาย ไม่ให้วิ่งเล่นอย่างเต็มที่บ้าง มันก็หงอยได้เป็นธรรมดา"
            "พูดอย่างกับว่ามีอาเป็นกระต่ายเลยนะหลวงพ่อ?"
            "จะมังกรหรือว่ากระต่ายก็เป็นสัตว์เหมือนกันนี่นา พวกมันมีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจนะ"
            "แต่ว่าผมก็ดูแลมีอาดีนะครับ ทำไมถึงยังมีอาการนี้ได้ล่ะ?" ฟิลยังสงสัยไม่เลิก
            "ดีครึ่งเดียวต่างหากล่ะ เธออาจดูแลมีอาในฐานะน้องสาวได้อย่างไม่ขาดหกตกหล่น แต่ว่าในฐานะนายแห่งมังกรแล้วเธอละเลยการดูแลมังกรไปอย่างมากเลยนะ"
            "อา..."

            ฟิลรับฟังคำชี้แนะของโรเบิร์ตอย่างตั้งใจ โดยที่มีอาก็นั่งชิดฟิลฟังอย่างสนใจไม่แพ้กัน...
            เห็นเข้าเช่นนี้แล้วฟิลก็ชักเริ่มเชื่อโรเบิร์ตมากขึ้น แม้จะยังไม่ได้สั่งให้แปลงร่างเป็นมังกรแต่แค่พูดถึงมังกรเท่านั้นมีอาก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาแบบทันตาเห็น...
            "ที่จริงแล้วการดูแลมังกรนั้นเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากอย่างที่เข้าใจกันหรอกนะ มังกรไม่ได้ต้องการอะไรมากเป็นพิเศษเลย อาหารก็กินเหมือนๆพวกเรา ปกติคือเนื้อดิบแต่จะปรุงสุกก็ได้ ผักก็กินได้บ้างแล้วแต่ความชอบ การเลี้ยงดูก็ปล่อยตามธรรมชาติได้เลย เพราะเกล็ดมังกรกับหนังมังกรนั้นทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิได้ดี แล้วก็ทนกับสิ่งแวดล้อมด้วย มังกรป่วยไข้ได้ยากมากๆ... พูดได้ว่าขอเพียงมีอาหาร มีพื้นที่ แล้วก็คนดูแลนิดหน่อยเท่านั้น ก็สามารถเลี้ยงมังกรเป็นฟาร์มได้เลย"
            "เดี๋ยวนะครับ ถ้ามังกรสมบูรณ์แข็งแรงได้แบบนี้แล้วทำไมยังมีหงอยได้ล่ะครับ?"
            "ปกติแล้วมังกรที่ยังไม่ทำสัญญาจะมีอิสระค่อนข้างมาก พื้นที่เลี้ยงมังกรจะเป็นพื้นที่เปิด ทำให้มันสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แม้จนกระทั่งช่วงเวลาเลือกคู่ก็มีผู้ดูแลคอยรับผิดชอบ" โรเบิร์ตอธิบายแบบกึ่งสอน "แต่มังกรที่ทำสัญญาแล้วจะผิดจากมังกรเลี้ยงมาก เพราะว่าอิสระทั้งหมดจะหมดไป ก็ขึ้นอยู่กับเจ้านายด้วยว่าจะมีภารกิจแบบไหน ถ้าได้เดินทางหรือออกศึกมากมังกรก็แทบจะกลายเป็นเงาตามตัวเลย จะมีเวลาพักก็เวลาเดียวกับเจ้านายนั่นล่ะ... แต่ก็น่าตลกอย่างที่เห็นงานหนักแบบนี้ แต่มังกรที่ทำสัญญาแล้วกลับดูมีชีวิตชีวามากกว่ามังกรเลี้ยงเสียอีก... พอจะเดาออกไหมว่าเพราะอะไร?"
            "อืม... น่าจะเป็น..." ฟิลนึกคำตอบออก
            "เพราะว่าได้อยู่กับเจ้านาย ได้ทำตามคำสั่งเจ้านายใช่ไหมคะ?" กลายเป็นว่ามีอาชิงตอบออกมาก่อน
            "ถูกต้อง เก่งมากมีอาสมแล้วที่เป็นมังกร" โรเบิร์ตชม
            "แหะๆ" เด็กน้อยยิ้มชอบใจหลังจากที่ได้รับคำชมและฟิลยื่นมือมาลูบศีรษะกึ่งแกล้งแกมให้รางวัล
            "ก็ไม่อยากจะเทียบแย่ๆว่ามังกรดีใจที่ได้ทำงานรับใช้เจ้านายหรอกนะ แต่ว่ามันเหมือนกับเป็นหน้าที่ๆต้องกระทำน่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆระหว่างให้เธอนอนเฉยๆกับทำงานสวนนี่ เธอชอบแบบไหนมากกว่าล่ะ?"
            "ทำงานสวนสิครับ" ฟิลตอบ
            "ทำไมคิดแบบนั้น?"
            "ก็มันมีการเคลื่อนไหวออกกำลังกาย ได้ทั้งสัมผัสธรรมชาติ แถมยังสนุกกับการติดตามสิ่งที่ลงแรงลงไป ดูว่าการปลูกแบบใหม่ ปุ๋ยแบบใหม่จะให้ผลแค่ไหน แค่คิดก็สนุกแล้วล่ะครับ"
            "ใช่ไหม ล่ะ... มังกรเองก็เหมือนกันนะ ถ้าการได้รับใช้นายคือความต้องการของมังกรแล้ว มังกรก็ย่อมอยากจะทำอะไรให้เจ้านาย หรือถูกเจ้านายสั่งให้ทำอะไร... แล้วอิริยาบทหรือการแสดงออกต่างๆของเจ้านายก็เป็นสิ่งที่มังกรอยากเห็นด้วยเช่นกัน สำหรับมังกรของกองทัพแล้วมันแทบไม่ต้องการรางวัลใดๆเลย ขอเพียงแค่เจ้านายลูบหัวเอ่ยชม มังกรก็ดีใจมากแล้วล่ะ"
            "มีอาก็คิดแบบนั้นนะพี่จ๋า" มีอาเห็นด้วยกับที่โรเบิร์ตพูดมา ทำเอาฟิลต้องลูบศีรษะอีกครั้งตอบรับความรู้สึก
            "สรุปก็คือ... ผมต้องมีกิจกรรมร่วมกับมังกรให้มากกว่านี้สินะครับ?"
            "ใช่... เพราะมังกรเองก็เหงาเป็น ต่อให้เป็นมังกรที่ถูกฝึกมาในกองทัพก็เถอะนะ ก็มีเรื่องแบบนี้ให้เห็นมาบ้างเหมือนกัน กับการที่อัศวินมังกรที่เป็นเจ้านายเกิดมีธุระต้องไปทำต่างที่ชั่วคราว แล้วฝากมังกรไว้ที่ฟาร์ม... แค่ครึ่งเดือนเท่านั้นล่ะอาการออกทันที"
            "อาการแบบไหนครับ?"
            "หลายอย่าง... มีทั้งซึมเศร้า มีทั้งไม่กินข้าว บ้างก็เอาแต่นอน บางตัวก็กลายเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวทะเลาะกับมังกรตัวอื่น บางตัวก็กู่ร้องทุกกลางคืน"
            "ลึกลับซับซ้อนกว่าที่คิดจริงๆนะครับ..."
            "การทำสัญญามังกรเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็มีอะไรมากกว่าที่เธอคิดน่ะน่ะ" โรเบิร์ตกล่าวย้อนกลับมาถึงมีอา "คงเป็นเพราะมีอาอยู่ในร่างมนุษย์น่ะเลยทำให้การแสดงออกดูไม่เหมือนอาการมังกรซึมเศร้า แต่ลุงเชื่อว่าเป็นอาการนี้ไม่ผิดแน่ๆ"
            "แล้ว... ผมต้องทำยังไงต่อล่ะครับ?"
            "ไม่ยากเลย แค่พาเธอบินเล่นจนหนำใจก็พอแล้วล่ะ แล้วก็จัดตารางชีวิตใหม่หน่อยก็ดีนะ จากเดินเล่นช่วงเย็นอะไรพวกนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นพามีอาบินเล่นรอบภูเขาหลังหมู่บ้านแทนสิ ถ้าไม่มีเวลาก็สัปดาห์ละครั้งก็พอ แต่ถ้าไม่ลำบากไปนักก็วันละครึ่งชั่วโมง จะเช้าหรือบ่ายก็ได้ มีประโยชน์ดีนะได้ออกกำลังกายมีอาไปในตัว แถมเธอก็ยังได้ฝึกบังคับมังกรด้วย" โรเบิร์ตแนะนำ
            "แค่นั่นเหรอครับ?" ฟิลรู้สึกว่าวิธีแก้ดูง่ายเกินไป
            "มังกรเหงาเพราะเจ้าของไม่เห็นคุณค่าเหลือตัวตน วิธีแก้แค่ให้มีกิจกรรมร่วมกันก็เกินพอแล้วล่ะ"

            กล่าวถึงจุดนี้โรเบิร์ตก็ได้หันไปมองทางมีอาแล้วถามขึ้นเพื่อขอความเห็นแล้วบีบบังคับฟิลไปพร้อมๆกัน
            "ว่าไงมีอา อยากบินเล่นกับฟิลไหม?"
            "อยาก!" มีอาตอบเสียงใสแทบจะทันที "มีอาอยากบินกับพี่จ๋าที่สุดเลยค่ะ!!"

            โรเบิร์ตหันกลับมองไปทางฟิลแล้วยิ้มมุมปาก ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติมเพราะมีอาได้ให้คำตอบไปหมดแล้ว
            ฟิลมองตามีอาที่กำลังจ้องทางตนอย่างจริงจังแล้ว เขาก็ได้ถอนหายใจก่อนที่จะยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยปากชวน
            "นั่นสินะ... งั้นกลับบ้านแล้วเราไปบินเล่นสักชั่วโมงกันนะ"
            "อื้ม!!" มีอารับคำด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นธรรมชาติที่ฟิลไม่ได้เห็นมาหลายวัน


            ...............................................


            หลังจากได้รับคำปรึกษาจากโรเบิร์ตมาแล้ว ฟิลก็ได้เริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นทันที
            แทบจะไม่ต้องบอกให้ทำอะไร มีอาก็รู้งานและแปลงร่างรอเป็นที่เรียบร้อย เหลือก็เพียงแค่ให้ฟิลขึ้นหลังแล้วจับบังเหียนบังคับทิศทางเท่านั้นเอง

            มังกรน้อยดูเริงร่าอย่างเห็นได้ชัด ความอัดอั้นที่เก็บฝืนมาตลอดช่วงครึ่งเดือนกำลังจะถูกระเบิดออกมาด้วยการโบยบิน

            เพียงแค่ฟิลบอกให้บินขึ้นฟ้าเท่านั้น มีอาก็พุ่งขึ้นฟ้าอย่างสุดกำลังทำเอาแทบจับบังเหียนไว้แทบไม่ทัน
            "เบาๆหน่อยสิมีอา... พี่ตกลงไปแล้วใครจะเรียกใช้เธอกันล่ะ...!?" ฟิลลูบคอมีอาแล้วบอกเตือน
            "แหะๆ โทษค่าพี่จ๋า... แบบว่าดีใจไปหน่อย" มีอาร้องตอบ ก่อนที่จะถามขอคำสั่งต่อทันที "แล้วจะบินไปไหนดีล่ะพี่จ๋า?"
            "บินตามใจชอบเธอเลยก็ได้นะ"
            "อืม... แต่ว่า..." มีอารู้สึกตะหงิดใจ "มีอาว่าถ้าพี่จ๋าพาบินจะสนุกกว่านะ..."
            "งั้นเหรอ..."

            ได้ยินที่มีอาพูดแล้วฟิลก็นึกถึงสัตว์เลี้ยงของตนอย่างกัซหรือโทนี่ ซึ่งแต่เดิมตอนยังเด็กๆทั้งสองต่างก็ชอบวิ่งเล่นมาก
            ฟิลเคยสังเกตว่าไม่ว่าสุนัขหรือม้าต่างก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างหนึ่งตรงที่จะชอบวิ่งเล่นกับเจ้า หรืออย่างน้อยก็ให้เจ้านายมีส่วนร่วมด้วยมากกว่าที่จะวิ่งอยู่คนเดียว
            กัซจะชอบเล่นจานร่อนหรือวิ่งคาบลูกบอล ส่วนโทนี่ก็ชอบให้ฟิลขี่หลังพาควบเร่งมากกว่าจะวิ่งอยู่ตัวเดียว

            ฟิลมองว่าพฤติกรรมที่อยากมีส่วนร่วมกับเจ้านายเช่นนี้จะเป็นเหมือนกันกับสัตว์ที่มีเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอาที่นอกจากจะชอบฟิลเป็นทุนเดิมแล้ว พันธสัญญามังกรก็ยังทำให้ความชอบนี้มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
            "เอาล่ะ... งั้นมาบินแบบมีเงื่อนไขกันหน่อยดีกว่า" ฟิลถือโอกาสนี้ฝึกมีอาไปพร้อมๆกันเลย
            "ยังไงเหรอพี่จ๋า?"
            "ตอนที่บินหนีมังกรทัพครั้งก่อน ตอนนั้นพี่ใช้เสียงสั่งการ เลยทำให้รู้ได้ว่าการสั่งการด้วยเสียงนั้นช้ากว่าการใช้บังเหียนมาก แถมยังคุมองศาได้ยากด้วย... ครั้งนี้พี่เลยตั้งใจจะฝึกพร้อมๆกับทำความเข้าใจวิธีบังคับด้วยบังเหียนพร้อมกันเลย"
            "อืม..." มีอาตั้งใจฟัง
            "ถ้าพี่ดึงบังเหียนออกซ้าย มีอาก็บินโฉบซ้าย ถ้าพี่ดึงขวามีอาก็โฉบขวา... นอกจากนี้ให้สังเกตดูการกระตุกด้วยนะ ถ้ามีดึงค้างก็ให้บินเลี้ยวไปเรื่อยๆจนกว่าพี่จะปล่อย แต่ถ้าพี่กระตุกครั้งเดียวก็แค่โฉบเปลี่ยนมุม... แต่ถ้าพี่ดึงตรงค้างเมื่อไหร่ก็ให้เร่งความเร็ว พอกระตุกเบาๆรัวก็ให้ชะลอ ถ้ากระตุกแรงก็ให้หยุด... ส่วนการบินต่ำสูงนั้นให้ดูมุมของการกระตุก" ฟิลหยิบวิธีในหนังสือมังกรศึกของพ่อมาใช้สอนมีอา
            "อ่า... อีกทีได้ไหมพี่จ๋า... มันเยอะไปอ่ะ..." เธอก็ยังคงตั้งใจฟังแต่ดูเหมือนจะงงกับคำสั่งที่มากมายเยอะรายละเอียดจนจำในครั้งเดียวไม่ไหว
            "อ้า... งั้นค่อยๆเป็นค่อยๆไปละกัน วันนี้เริ่มจากฝึกบินเร็วสลับชะลอละกันนะ"
            "ค่า!" ถ้าเงื่อนไขสั้นๆนั้นมีอาก็เข้าใจได้ง่ายๆ
            "ดีมาก งั้นก็เริ่มจากบินสุดกำลังก่อนเลยละกัน" ฟิลดึงบังเหียนกระตุกตรงเบาๆแล้วบอกต่อ "ไปทางภูเขานะมีอาจะได้ไม่มีใครเห็น พี่ไม่อยากให้เป็นจุดเด่นเท่าไหร่"
            "ได้เลยค่าพี่จ๋า!!"

            รับคำเพียงเท่านั้นมีอาก็ตีปีกรุนแรงบินกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว
            "นี่! อย่ากระโชกโฮกฮากนักสิ! เฮ้!!" ฟิลร้องเสียงหลงเกือบจับบังเหียนไม่อยู่
            "ฮะๆๆๆๆ" เธอหัวเราะร่าสนุกสนานประหนึ่งสัตว์เลี้ยวได้วิ่งอย่างอิสระบนทุ่งหญ้กว้าง

            ภายใต้ผืนฟ้าที่สว่างสบายตาด้วยอาทิตย์อัสดง มังกรน้อยสีชมพูได้พาเจ้านายขี่หลังและโบยบินไปมาอย่างอิสระ
            สัญญาผูกมัดที่ดูเหมือนจะจำกัดชีวิตจากนี้ไปไม่ได้เป็นเรื่องที่ดูเลวร้ายสำหรับมังกรแห่งอีเทอร์โร่ตัวนี้ ตรงข้ามมันยิ่งเป็นเสมือนสัญญาผูกพันที่จะมัดนายที่รักให้ไปไหนได้อีก
            ขอเพียงแค่มีเธอและนายกับผืนฟ้าให้โบยบินร่วมกันแล้ว... เธอก็ไม่ปรารถนาสิ่งอื่นใดมากไปกว่านี้อีกแล้ว


            ...............................................


            เวลาผ่านมากว่าสองชั่วโมงจนฟ้ามืดเริ่มมองไม่ค่อยเห็นทัศนียภาพใดๆแล้ว ฟิลก็เห็นสมควรว่าน่าจะหยุดการเดินเล่นไว้เพียงเท่านี้ก่อน
            มีอาไม่ได้ฝึกอะไรเท่าไหร่นักนอกจากบินเร่งกับบินผ่อนความเร็ว แต่เธอก็สนุกกับมันมาก การได้ออกกำลังกายหนักๆช่วยคลายความเครียดในการพร้อมๆกับรับความสบายใจจากการถูกนายให้ความสำคัญมาพร้อมๆกัน

            ฟิลบอกให้มีอาบินไปที่หน้าบ้านแล้วกลับคืนร่าง ซึ่งมีอาก็ไม่ได้ขืนขัดหรือไม่พอใจแต่อย่างใด เพราะถือว่าวันนี้ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมามากแล้ว
            นอกจากนี้ฟิลก็ให้สัญญาด้วยว่าจะจัดแบ่งเวลามาฝึกบินอย่างน้อยวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ทำให้มีอาดีใจเป็นอย่างมาก

            มีอาบินลงแตะพื้นที่ทุ่งหญ้าข้างบ้าน เธอให้ฟิลลงจากหลังแล้วก็จึงได้แปลงร่างกลับมาเป็นร่างมนุษย์ตามเดิม... ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ฟิลเห็นว่ามีอาเหนื่อยมากแค่ไหน
            พอกลับสู่ร่างเด็กน้อย มีอาก็มีอาการเหนื่อยหอบพอสมควร ที่แผ่นหลังของเธอก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทุกอย่างเสมือนมีอาได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ในร่างมังกร...

            เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพได้ฟิลจึงพามีอาไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ข้างโรงเก็บของ
            "ดูเหนื่อยกว่าที่คิดเลยนะ" เขาเดินไปที่หน้าต่างห้องครัวแล้วหยิบน้ำมาให้มีอา
            "ค่า... เหนื่อย... แต่ว่ามีความสุขที่สุดเลย..." เธอตอบแบบยังหอบๆ
            "สนุกก็ต้องเอาให้พอดีสิ" ฟิลส่งแก้วน้ำให้มีอา

            ระหว่างที่ให้มีอาพักอยู่นั้น ฟิลก็คิดว่าอาจต้องปรับตารางการฝึกให้ยืดหยุ่นกว่านี้ ไม่อย่างงั้นผลเสียของการฝืนมากเกินไปอาจส่งผลถึงมีอาร่างมนุษย์ได้
            "เออ... ใช่... เดี๋ยวอาบน้ำแล้วก็เอาเสื้อไปซักให้เรียบร้อยด้วยล่ะ" ฟิลนึกได้ว่าจากนี้ไปเรื่องเสื้อผ้าก็เป็นอีกประเด็นที่ควรคิดเผื่อไว้ด้วย "บิดให้หมาดๆแล้วไปผึ่งลมสักคืน แล้วปล่อยให้โดนแดดถึงตอนเที่ยง แล้วค่อยมาเปลี่ยนเอาตอนก่อนฝึกบินก็แล้วกันนะ"
            "อืม..."
            "ลำบากเหมือนกันนะ ก็มีชุดเดียวที่ไม่ขาดตอนเธอแปลงร่าง แถมยังเป็นบังเหียนได้ด้วย... ถึงบังเหียนอาจหามาผูกเองได้ แต่พี่ก็ไม่ชอบที่จะให้เธอเดินโทงๆไปมาหรอกนะ... ยังไงก็คงต้องใช้เสื้อตัวนี้อย่างถนอมๆหน่อยล่ะ แล้วก็ต้องรักษาความสะอาดให้ดีด้วย"
            "ค่าพี่จ๋า..." มีอาดื่มน้ำหมดแก้วแล้วขานรับมีพลัง
            "งั้นไปอาบน้ำแล้วซักชุดก่อนเลยนะ พี่จะไปเตรียมอาหารให้เหมือนเคย"
            "อื้อ!" เธอรับคำแล้วถือแก้วน้ำเดินเข้าบ้านไปยังห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี

            ฟิลมองดูมีอาเดินฮัมเพลงพลางส่ายหางประกอบจังหวะประสาเด็กๆแล้วก็อดที่จะยิ้มขึ้นมาไม่ได้
            อารมณ์ของมีอาดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ซึ่งถ้าจะให้ถูกต้องกล่าวว่ามีอากลับมาร่าเริงได้ปกติอีกครั้ง หลังจากที่มีอาการซึมเศร้าเหงาหงอยมากว่าครึ่งเดือน

            การพาบินเล่นเพียงสองชั่วโมงช่วยผ่อนคลายมีอาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
            และมันก็ทำให้ฟิลได้คิดเช่นกันว่าควรตระหนักถึงมีอาในฐานะที่เป็น 'มังกร' ตัวหนึ่งให้มากกว่านี้


            ...............................................


            จากนั้นเป็นต้นมากิจวัตรประจำวันของฟิลและมีอาก็ต้องเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง
            นั่นก็คือการฝึกบินที่ส่วนใหญ่จะกลายเป็นการบินเล่นของมีอานั่นเอง

            เพื่อไม่ให้ดูเหมือนเป็นการฝึกของทหารที่ดูซ้ำซากและเข้มงวดเกินไป ฟิลได้ออกแบบวิธีการฝึกในแต่ละวันให้แตกต่างกันไป
            ความที่พื้นที่อยู่อาศัยเป็นป่าและภูเขา บนพื้นที่แถวยอดเขาก็มีทะเลสาปใหญ่ ทำเลเหล่านี้ล้วนเอื้อให้ฟิลได้ใช้เป็นสถานที่ฝึกได้แบบไม่ซ้ำกัน
            วันแรกๆฟิลจะฝึกบินธรรมดาไปก่อน มีการสลับเร่งและผ่อนเพื่อดูว่าร่างกายมีอาจะรับได้แค่ไหน แล้วค่อยๆปรับความเข้มงวดมากขึ้นตาม ต่อมาเมื่อคล่องขึ้นแล้วฟิลก็นึกสนุกลองให้มีฝึกบินขึ้นและลงแบบกระชากจังหวะ บางครั้งก็ให้พาบินลงไปโฉบเหนือผิวน้ำที่แอ่งบนยอดเขา ก็มีบ้างที่กะจังหวะพลาดทำเอาเปียกไปด้วยกันทั้งนายทั้งมังกร

            มีอายังคงเป็นเด็กหัวไวไม่ว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์หรือมังกร ในครั้งแรกที่ฟิลแนะนำทำความเข้าใจวิธีบังคับแล้วมีอางงก็เพราะอัดแน่นมากเกินไปหน่อย
            แต่เมื่อค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วฝึกให้จำได้แล้ว เพียงแค่สองสัปดาห์ให้หลัง ฟิลก็สามารถบังคับมีอาด้วยบังเหียนได้อย่างคล่องแคล่ว
            ซึ่งเมื่อลดเวลาในการพูดออกคำสั่งแล้ว การเคลื่อนที่บนท้องฟ้าก็ดูไหลลื่นและคล่องแคล่วขึ้น จนทำให้ฟิลนึกย้อนไปว่าหากสู้กับทหารมังกรจากกองทัพอีกครั้งก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะหลบหนี หรือต่อสู้แล้วเอาชนะได้โดยที่ไม่มีใครบาดเจ็บอย่างที่เคยเป็น


            ในวันนี้ก็ยังคงเป็นวันที่สนุกของฟิลในการเห็นความคืบหน้าของการฝึก และก็เป็นวันที่เพลิดเพลินกับการบินต่อเนื่องกว่าชั่วโมงสำหรับมีอา
            หลังจากพามีอาบินเล่นจนหนำใจแล้ว ฟิลก็ได้พามีอากลับเข้าบ้านแล้วแยกย้ายกับทำกิจวัตรประจำวันดังที่เคยเป็นมา

            ระหว่างที่มีอากำลังนั่งเช็ดผมพลางหยอกล้อกับกัซอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นมา
            ฟิลกำลังง่วนอยู่กับการผัดผักอยู่จึงละตัวออกมาไม่ได้ เขามองผ่านไปที่ประตูซึ่งการเห็นกัซทำท่าจะเดินออกไปรับโดยไม่เห่าขู่ก็พอจะอุปมานได้ว่าแขกผู้มาเยือนอาจเป็นคนที่รู้จัก หรืออย่างน้อยก็มาดี
            "มีอาตามกัซไปดูทีนะว่าใครมา เดี๋ยวพี่ขอเวลาเอาอาหารลงจานแป๊ป"
            "ค่าพี่จ๋า!" เด็กน้อยรับคำเสียงใส

            การที่กัซจมูกดีและจำกลิ่นได้ไม่เห่าเรียกก็ช่วยให้ฟิลไว้ใจได้มากและปล่อยให้มีอาตามไปรับแขกผู้มาเยือนไปก่อนได้
            นอกจากนี้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีแต่คนรู้จักคุ้นหน้าทั้งสิ้น การมาช่วงหัวค่ำเช่นนี้ก็มีอยู่บ้างประปราย บางครั้งอาจมาขอความช่วยเหลือ บางครั้งก็อาจทำอาหารเหลือเกินทานหมดแล้วแบ่งมา

            มีอาตามกัซไปแล้วเปิดประตูต้อนรับแขก มุมจากห้องครัวค่อนข้างไกลไปนิด ขณะที่ทางหน้าบ้านก็มืด ไฟจากตะเกียงของผู้มาเยือนอยู่ในมุมหลังประตูทำให้เห็นหน้าได้ไม่ชัด
            แต่ทว่าฟิลเห็นมีอาเงียบเหมือนกำลังฟังแขกผู้มาเยือนพูดอะไรอยู่ เช่นเดียวกับกัซที่ถึงกับเดินเข้าไปคลอเคลียด้วยความสนิทสนม ซึ่งก็มีน้อยรายมาก...
            "ใครมากันน่ะ?" ฟิลอดที่จะสงสัยไม่อยู่กับแขกผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้

            ฟิลรีบจัดแจงเทอาหารจากกระทะลงบนจานให้เรียบร้อยแล้วเดินตามไปหน้าบ้านด้วยความสงสัย
            "ใครมาเหรอมีอา?" ฟิลพูดขึ้นพลางเดินมากลางบ้าน

            พอมาถึงประตูหน้าบ้านยังจุดที่เห็นอะไรได้ชัดเจนแล้ว ฟิลก็เผลอหยุดขาแล้วยืนนิ่งสนิทลงตรงนั้น...
            สิ่งที่ฟิลเห็นก็คือชายวัยกลางคนผู้ใจดีกำลังลูบหัวของกัซอย่างคุ้นเคยพลางคุย กับมีอาอย่างสนิทสนม...

            กับกัซแล้วฟิลยังพอเข้าใจ แต่กับมีอาแล้วถือเป็นเรื่องที่แปลกมากอย่างยิ่งมีอาจัดเป็นเด็กที่ถือเนื้อถือตัวคนหนึ่ง เธอมักจะไม่ค่อยยอมให้คนที่ไม่รู้จักกันแตะเนื้อต้องตัว แต่ทว่าตอนนี้เธอกลับเข้าไปจับมือของชายคนนั้นอย่างง่ายดายและดูไว้ใจที่สุด
      
            หากลองตั้งสติแล้วมองอย่างใจเย็นแล้ว ฟิลเองก็พอเข้าใจความรู้สึกของมีอาว่าทำไมถึงเปิดใจให้ชายวัยกลางคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนได้เช่นนี้
            บางทีแล้วคำว่าเลือดข้นกว่าน้ำก็ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำสุภาษิต...

            แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามนั่นเป็นเรื่องของมีอาและกัซ แต่ที่แน่ๆฟิลไม่พอใจที่สุดกับการมาปรากฎตัวของชายผู้นี้
            สายตาของฟิลต้องมองตรงไปยังชายคนนั้นซึ่งก็กำลังหันกลับพอดี

            ก่อนที่ชายผู้มาเยือนจะได้พูดอะไร ก่อนที่มีอาและกัซจะได้ทักอะไร
            ฟิลได้ชิงพูดเสียก่อนด้วยประโยคที่ทำให้มีอาต้องประหลาดใจ...
            "มาทำไม...!?" ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองและกระโชกผิดกับนิสัยที่ใจเย็นเสมอ

            ฟิลขับไล่แขกผู้มาเยือนด้วยสีหน้าที่โกรธชนิดที่มีอาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
            "ยังคิดว่าที่นี่คือบ้านเก่า ยังคิดว่าผมเป็นลูกอีกงั้นหรือ... พ่อ!?"


            ...............................................


            อารอน เครนี่ ชายผู้เป็นบิดาของฟิล และเป็นอัศวินมังกรที่เก่งกาจที่สุดในดินแดนตอนใต้...

            เครนี่เป็นแม่ทัพอัศวินมังกรที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับและเคารพยกย่องจากประชาชนทั้งประเทศ
            แต่ก็ยกเว้นเพียงแค่ฟิลคนเดียวเท่านั้น...

            เครนี่อาจเป็นชายที่นิสัยดีเสมือนหน้าตา นิสัยและบุคลิกเองก็แทบไม่ต่างกับฟิล คือเป็นคนใจดี มีเหตุผล ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและรักสัตว์
            กล่าวอีกอย่างว่าเครนี่เป็นต้นแบบทั้งบุคลิกและนิสัยของฟิลนั่นเอง แต่ที่จะต่างกันสุดขั้นก็เห็นจะมีเพียงแค่ความสัมพันธ์และมุมมองระหว่างกันเท่านั้น...

            ฟิลมองว่าเครนี่อาจเป็นอัศวินมังกรที่เก่งกาจก็จริง แต่ในทางตรงข้ามเครนี่ก็เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แย่ที่สุด และแย่จนฟิลไม่อาจรับได้และตัดขาดสายสัมพันธ์ของพ่อลูกลง...
            ด้วยเหตุผลที่ว่าหลังจากเครนี่ทิ้งบ้านไปแล้ว เขาก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนอีกเลย ไม่แม้แต่จะกลับมาเยี่ยมภรรยาและลูกสาวที่ป่วยหนัก ประหนึ่งว่าจดหมายที่ฟิลส่งไปนั้นไม่ถึงมือ แม้จะไปหาด้วยตัวเองก็ไม่เคยจะว่างมาพบด้วย ราวกับเครนี่ทำตัวหมางเมินครอบครัวอย่างสิ้นเชิง...

            แต่จนเมื่อเวลาผ่านไปหลังจากที่ภรรยาและลูกสาวได้เสียชีวิตไปแล้ว เครนี่กลับมาปรากฎตัวอีกครั้งที่ป้ายหลุมศพของทั้งสอง และก็มักจะไปเยี่ยมหลุมศพทุกปีในวันที่ทั้งคู่เสียชีวิต
            ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ฟิลโกรธเคืองมากขึ้น...

            'ตอนมีชีวิตอยู่ทำไมไม่มาเยี่ยม จะมาทำไมตอนที่พวกเขาตายไปแล้ว!?'

            มันเป็นคำตำหนิจากฟิลซึ่งเครนี่ทำได้เพียงแค่รับฟังมันโดยไม่พูดโต้ตอบหรือแม้แต่จะแสดงสีหน้า

            จากนั้นเครนี่ก็ได้มาหาอีกครั้งหมายจะพาฟิลไปอยู่ด้วยกันที่กองทัพ แต่รอยร้าวของสองพ่อลูกก็แตกจนยากจะต่อติดได้ ฟิลปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างกับเครนี่แม้กระทั่งเงินรายเดือนที่ถูกส่งมาให้
            และมันก็ทำให้ฟิลเกลียดมังกรหนักขึ้นไปด้วย ฟิลเกลียดทุกอย่างที่พ่อเป็น...


            และในวันนี้... หลังจากที่ห่างเหินกันมานานหลายปี เครนี่ก็ได้กลับมายังบ้านที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองอีกครั้ง
            แน่นอนว่าเขาเองก็รู้ความรู้สึดนึกคิดของฟิลดี แต่กระนั้นด้วยเหตุผลหนึ่งแล้วเขาจำต้องมาเพื่อพบหน้าลูกชายให้ได้ นอกจากนี้เขาก็ยังได้รับแจ้งข่าวจากโรเบิร์ตเพื่อนสนิทถึงเรื่องของมีอาด้วยเช่นกัน

            เมื่อเห็นว่าฟิลยังดูแข็งแรงดี และก็ยังคงใจแข็งไม่อยากพูดคุยกับตนด้วยแล้ว เครนี่ก็จึงหันมาสนใจทางมีอาบ้าง
            เครนี่มองมีอาด้วยสายตาที่สนใจ ขณะที่มีอาก็ยังคงจับมือของเขา ข้างที่ตราประทับมังกรอยู่ด้วยความรู้สึกชื่นชอบ

            มีอายังไม่กล้าพูดอะไรเพราะเธอยังรู้สึกเกรงใจฟิล
            น้อยครั้งนักที่เธอจะเห็นคนที่ใจเย็นและใจดีอย่างฟิลออกอาการหงุดหงิดและโกรธอย่างเปิดเผย...

            เครนี่รู้นิสัยของฟิลดีและมองนิสัยของมีอาออก เช่นนั้นแล้วเขาจึงเป็นฝ่ายทำลายบรรยายกาศอึมครึมนี้ลงด้วยการคุกเข่าลงใน ระดับความสูงเดียวกับมีอาแล้วทักขึ้น
            "เธอชื่อมีอาใช่ไหม?"
            "ค่ะ... คุณเครนี่..." มีอาตอบแบบระแวงและแอบชายตามองฟิลเป็นระยะๆ
            "ไม่ต้องเรียกห่างเหินแบบนั้นก็ได้ ในเมื่อเป็นทำสัญญาเป็นมังกรรับใช้ฟิลแล้วก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันนั่น ล่ะ เรียกฉันว่าพ่อก็ได้นะ" เครนี่ยอมรับอย่างเป็นมิตร
            "อื้อ... พ่อจ๋า...!" มีอาเรียกลักษณะคล้ายๆกับเรียกฟิล ซึ่งก็แสดงถึงความไว้ใจที่สุดเช่นกัน

            ฟิลยังคงไม่แสดงอาการใดๆแล้วก็ไม่ตวาดใส่เครนี่อีก ส่วนหนึ่งก็เพราะเกรงว่าจะทำให้มีอาช็อคไปด้วย แล้วอีกส่วนหนึ่งฟิลก็ไม่อยากดึงเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว
            "เป็นเด็กดีแล้วก็น่ารักกว่าที่โรเบิร์ตพูดอีกนะ" เครนี่ยิ้มพลางลูบศีรษะมีอา

            การอยู่ใกล้ๆอาจทำให้มีอาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่คล้ายคลึงกับฟิลแล้ว แต่การถูกลูบศีรษะก็ยิ่งทำให้เธอนึกถึงสัมผัสจากฟิลมากขึ้นไปอีก
            มีอาอาจไม่รู้เรื่องวิชาแพทย์หรือวิธีการพิสูจน์ทดสอบใดๆ แต่ด้วยความรู้สึกแล้วต่อให้เครนี่ไม่บอกแล้วฟิลไม่ทัก มีอาก็รับรู้ได้ว่าเครนี่กับฟิลเป็นพ่อลูกกันจริงๆ

            พอเห็นฟิลเงียบอยู่แล้วเครนี่ไม่อยู่อะไรแล้ว มีอาที่กำลังจับมือของเครนี่ก็ได้ถามคำถามคาใจออกไปบ้าง
            "พ่อจ๋าก็มีมังกรรับใช้ด้วยใช่ไหม?"
            "อื้อ... มีสิ" เครนี่ยิ้มตอบ "มังกรเพศเมียอายุแก่กว่าเธอสักสิบปีได้มั้ง... ชื่อว่า ริริส น่ะ"
            "จริง เหรอ!? แล้วมังกรของพ่อจ๋าอยู่ไหนล่ะ!?" ได้ยินเข้าแล้วเธอก็ตื่นเต้นเป็นการใหญ่ "ขอมีอาคุยด้วยได้ไหม!? ขอมีอาเป็นเพื่อนได้ไหม!?"
            "วันนี้คงไม่ได้หรอกนะมีอา... มังกรของพ่ออยู่ที่โบสถ์น่ะ พอดีไม่อยากให้รบกวนชาวบ้าน" เครนี่โกหก แท้จริงแล้วเขาไม่อยากขี่มังกรมาให้ฟิลเสียมากกว่า
            "ว้า... เสียดายจัง... นึกว่าจะได้เพื่อนใหม่ซะอีก..." เด็กน้อยสลด
            "มีอาคุยกับมังกรรู้เรื่องใช่ไหม?" เครนี่ถามบ้าง
            "อื้อ..."
            "รู้เรื่องแบบไหนเหรอ เข้าใจนิดๆ หรือฟังรู้ถามตอบได้เลย"
            "ก็แบบหลังอ่ะค่ะ เหมือนๆกับเวลาที่พี่จ๋าคุยกับสัตว์เลย คนอื่นๆคงงง แต่ว่ามีอาเข้าใจจริงๆนะ" เธอพยายามอธิบายให้เครนี่เชื่อ
            "จ๊ะๆพ่อเชื่อ... แต่มีอานี่เป็นมังกรที่แปลกดีจริงๆเลยนะ ไม่นึกเลยว่าจะมีมังกรที่จำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้"

            เครนี่มองมีอาใกล้ๆ เขาชายสายตามองยังสิ่งที่ทำให้มีอาแตกต่างไปจากเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ตั้งแต่คู่เขาเรียวมน หูที่แหลมเหมือนกับเอลฟ์ กระทั่งหางเส้นเล็กที่คล้ายๆกับครึ่งคนครึ่งสัตว์มี แต่ลักษณะหางที่แตกต่างเรียวแหลมเป็นเกล็ดที่คล้ายกับหางมังกร
            เมื่อรวมกับข่าวลือที่ถูกปิดและเรื่องเล่าจากโรเบิร์ตแล้ว ถึงมีอาจะยังไม่แปลงร่างแต่เครนี่ก็ยอมเชื่อในเรื่องนั้นแต่โดยง่าย

            และเพื่อยืนยันให้แน่ใจ เครนี่ก็ได้ใช้ข้างซ้ายที่ลูบศีรษะมีอาอยู่ ขยับลดต่ำลงมาที่คอเสื้อของมีอา
            จากนั้นก็ได้ถลงลงเล็กน้อยให้พอเห็นสัญลักษณ์ตราประทับสัญญามังกรและนาย...
            "นี่สินะสัญลักษณ์มังกร... ไม่น่าเชื่อว่าจะถ่ายโอนมากระทั่งยังร่างของมนุษย์ได้ เธอนี่เป็นมังกรที่แตกต่างจากมังกรทั่วไปจริงๆนะ" โรเบิร์ตมองสนใจ
            "แหะๆ" แทนที่จะปัดมือโรเบิร์ตออก แต่มีอากลับภูมิใจที่เครนี่ให้ความสนใจเธอในฐานะมังกรตัวหนึ่ง
            "ปกติแล้วตราสัญลักษณ์มังกรจะปรากฎขึ้นที่บริเวณหน้าผากของมังกร แต่พอเป็นมนูษย์แล้วทำไมถึงได้ขึ้นประทับที่ตรงอื่น... หรือว่าจุดประทับจะมีนัยยะซ่อนเร้นอยู่..." เครนี่สนใจ
            "อืม... นั่นสินะ..." มีอาเองก็สงสัย

            แต่ว่าที่สุดแล้วการสนทนาของสองผู้ที่ชื่นชอบมังกรก็เป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อฟิลที่ยืนเงียบมานานหมดความอดทน
            "พอได้แล้ว"

            กล่าวเพียงเท่านั้นฟิลดีงตัวมีอากลับมาไว้ข้างหลัง ก่อนที่จะก้มหน้ามองเครนี่แล้วถามไม่เกรงใจ
            "ตกลงว่าที่พ่อมานี่ก็เพราะจะดูมังกรของผมหรือไง?"

            เครนี่ยังคงใจเย็น เขายืนขึ้นแล้วถอนหายใจ ก่อนที่จะมองหน้าฟิลแล้วพูดจาดีด้วย
            "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า พ่อก็แค่อยากมาดูลูกก่อนไปทำงานใหญ่"
            "มาดูเอาป่านนี้เนี่ยเรอะ!? เพื่ออะไรกัน?"
            "เอาน่ะ... นี่ก็เริ่มดึกแล้ว เห็นลูกสบายดีพ่อก็ดีใจ... พ่อไปก่อนล่ะ" เครนี่ทำท่าจะแยกตัวออกไป
            "ตกลงพ่อมาด้วยเรื่องอะไรกันแน่?" ฟิลยังไม่หายคับข้องใจ
            "ก็บอกแล้วไงว่านานๆทีก็แค่อยากเจอหน้าลูกเท่านั้นเอง ยิ่งได้ข่าวมาทำสัญญามังกรแล้วก็เลยอยากดูมังกรที่ว่าด้วย ถึงมันจะดูเหลือเชื่อไปบ้างแต่เท่านี้ก็ทำให้พ่อสบายใจขึ้นเยอะล่ะนะ"

            เครนี่ยิ้มให้ฟิลแม้จะรู้ว่าไม่มีทางที่เขาจะได้รอยยิ้มของลูกชายหรือแม้แต่คำทักทายบอกลากลับมา
            แต่อย่างน้อยที่สุดแล้วเครนี่ก็ได้เห็นรอยยิ้มเจื่อนของมีอาที่เธอแอบยิ้มพลากยกมือโบกลาจากทางด้านหลังของฟิล
            "ไปก่อนนะมีอา ฝากดูแลฟิลด้วยล่ะ" ว่าแล้วเครนี่ก็ฝากฝังมีอาแทน
            "ค่ะ... พ่อจ๋า..." มีอารับคำเสียงอ่อยเกรงใจฟิลเช่นเคย


            ...............................................


            หลังจากที่เครนี่ขี่ม้ากลับไปยังโบสถ์เพื่อหาโรเบิร์ตเพื่อนสนิทแล้ว
            ฟิลก็ได้พามีอากลับเข้ามาทานมื้อเย็นต่อ...

            บรรยากาศช่วงเวลาอาหารทั้งอึมครึมและอึดอัด
            ฟิลไม่ยอมพูดอะไรอีกเลยแม้แต่คำเดียว เขาเอาแต่นั่งทานอาหารเงียบๆสีหน้าดูไม่สบอารมณ์
            แม้กระทั่งกัซที่ชอบอยู่ใกล้ๆยังต้องเว้นระยะห่างเพราะรู้ว่าฟิลอาจจะต้องการอยู่คนเดียวมากกว่า...

            มีอาเองก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ฟิลแสดงออกมา เธอจึงพยายามทำตัวเงียบๆตามไปด้วย
            แต่ว่าด้วยนิสัยที่อยากรู้อยากเห็นและช่างชวนฟิลคุยแล้ว อดทนได้ไม่นานมีอาก็ต้องชวนฟิลคุยในที่สุด
            "พี่จ๋า..." เธอเรียกเบาๆนำไปก่อน
            "มีอะไร...?" ฟิลยังตั้งหน้าตั้งตากิน
            "คือว่า... เอ่อ..."

            มีอาแอบเหลือตาจากจานข้าวขึ้นมองหน้าฟิล แต่ครั้งพอเห็นสีหน้าฟิลที่ยังคงหงุดหงิดแล้ว คำถามในหัวที่คิดไว้ก็พลันถูกลืมไปหมดสิ้น...
            "อ่า... ไม่มีอะไรค่ะ..." มีอาก้มหน้าใช้ส้อมเขี่ยผักเล่นกลบเกลื่อนอาการเคอะเขิน

            ทว่าการเรียกของมีอาก็ทำให้ฟิลเกิดนึกเรื่องที่จะสอนมีอาขึ้นมาได้
            "นี่มีอา"
            "อ่ะ คะ?" เธอสะดุ้ง
            "พี่ว่าเธอน่าจะถือเนื้อถือตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ"
            "ทำไมล่ะพี่จ๋า... มีอาทำอะไรผิดเหรอ...?" มีอาถามกลับเสียงสลด
            "เธอไม่ควรไปจับมือคนอื่นที่ไม่รู้จักง่ายๆแบบนั้น"
            "แต่นั่นเป็นพ่อของพี่จ๋าไม่ใช่เหรอ...?"
            "แล้วไงล่ะ...?" ฟิลถามย้อน "ถึงจะเป็นพ่อแต่ตามมารยาทแล้วการวิ่งไปจับมือถือแขนคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรกมันเหมาะสมเหรอ...?"
            "เอ่อ... ก็..."
            "ถ้าเกิดคนๆนั้นอ้างว่าเป็นพ่อล่ะ... ถ้าคนๆนั้นเกิดลักพาตัวเธอไปล่ะ จะว่ายังไง?"
            "แต่มีอารู้สึกว่า..."
            "การประเมินคนน่ะแค่รู้สึกไม่พอหรอกนะ มันต้องดูกันยาวๆ"
            "อ่า..." มีอาเถียงไม่ออกก้มหน้าฟังเงียบๆ ถึงตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจภายหลังที่ได้ไปแหย่ทักฟิลขึ้นมา...

            ฟิลไม่ได้สอนหรือตำหนิอะไรที่ทำร้ายจิตใจมีอานัก ถึงจะถูกนำพาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเรื่องของพ่อ แต่สิ่งที่สอนก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรกระทำตาม
            สำหรับพี่ชายที่แสนดีคนนี้อาจจะดูใจดี แต่หากถึงคราวต้องสั่งสอนเมื่อไหร่ก็จะติดลมเช่นเดียวกับเวลาสอนหนังสือ

            ฟิลพร่ำสอนได้สะดวกเพราะมีอาเอาแต่นั่งฟังเงียบๆ จนทำเอากัซที่อยู่ห่างๆรู้สึกสงสารตามไปด้วย
            "แล้วเรื่องที่ให้คนอื่นมาเปิดเสื้อนั่นก็ไม่ดีเอาซะเลย อย่าลืมสิว่าเธอเป็นผู้หญิง" ฟิลพูดต่อถึงตอนที่มีอาปล่อยให้พ่อถลกคอเสื้อเพื่อดูตรามังกร "ถึงพ่อจะไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดี แต่ว่าเธอต้องระวังกว่านี้เข้าใจไหม?"
            "ทะ... ทำไมล่ะ?"
            "เสื้อผ้าน่ะไม่ได้มีไว้แค่ให้ความอบอุ่นป้องกันลมหนาวอย่างเดียวนะ แต่มันใช้ปิดบังร่างกายด้วย เธอก็ไม่ควรเปิดหรือให้ใครเปิดดูง่ายๆ"
            "แต่ว่า..." มีอากำลังนึกว่าถลกดูตรามังกรเพียงนิดเดียวไม่น่าเป็นเรื่องที่เสียหายอะไรขนาดนั้น และอีกผู้ถลกเองก็เป็นคนใกล้ตัวที่น่าจะไว้ใจได้พอๆกับฟิล
            "คนเราจะดูดีหรือไม่น่ะนอกจากการวางตัวกับการพูดจที่สุภาพแล้ว การรู้จักวางเนื้อวางตัวเหนียมอายก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเป็นผู้หญิงยิ่งต้องวางตัวให้ดีกว่านี้ อย่าว่าแต่เปิดเสื้อผ้าเลย ให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆก็ดูไม่ดีแล้ว" ฟิลสอนต่อลากยาว
            "ทำไมล่ะพี่จ๋า...?"
            "เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีได้... โลกนี้มีผู้คนมากมาย บางคนก็เห็นหน้าไม่รู้ใจ อาจคิดไม่ดีกับเธอก็ได้ หรืออาจคิดดีแต่ประสงค์ไม่ดีก็เป็นได้เช่นกัน... เอาง่ายๆเลยจำมังกรที่เธอคุยด้วยที่เมืองทะเลสาบมรกตได้ไหมล่ะ?"
            "อือ..." เธอพยักหน้า
            "ตอนนั้นเป็นไงคุยกันสนุกดีใช่ไหม... แต่วันต่อมาล่ะเป็นไง...? พอถูกเจ้าของบังคับให้สู้ ก็เกือบทำให้ทั้งเธอทั้งพี่บาดเจ็บไปด้วยกัน"
            "มันก็..."
            "นั่นคือหนึ่งตัวอย่าง ดีที่มังกรซื่อตรง นายว่ายังไงก็ตอบสนองยังงั้น... แต่กับคนน่ะไม่ใช่ บางคนอาจเลวร้ายกว่านี้ อาจคิดไม่ดีแล้วทำไม่ดีกับเธอก็ได้ โดยเริ่มต้นจากการจับเนื้อต้องตัวแล้วลากไปเป็นถอดเสื้อผ้านั่นล่ะ"
            "คิดไม่ดี... ทำไม่ดี... มันคืออะไรเหรอพี่จ๋า...?"

            มีอายังเด็กและซื่อเกินกว่าจะเข้าใจคำสอนของฟิลได้ แต่ฟิลเองก็ไม่ใคร่ที่จะสอนเรื่องลึกซึ้งหรือเกินวัยมีอา
            "เอาเป็นว่าสิ่งที่เสื้อผ้าปิดไว้ก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้คนอื่นได้เห็น เข้าใจใช่ไหม?" ฟิลตอบเลี่ยง "ไม่งั้นผู้คนก็คงใส่ชุดบางๆหรือถอดเสื้อเดินไปมาในวันที่อากาศดีกันหมดแล้ว จริงไหม?"
            "อือ... ทำไมงั้นล่ะพี่จ๋า...?"
            "เพราะส่วนปิดเร้นถือเป็นสิ่งลับของคนๆนั้นน่ะสิ... อาจฟังตลกแต่หลายคนก็ถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญนะ เลยไม่อยากให้คนอื่นเห็นไงล่ะ"
            "ไม่อยากให้คนอื่นเห็น?"
            "เป็นเหตุผลของผู้ใหญ่ อธิบายให้เธอฟังคงยังเร็วเกินไป แต่เอาเป็นว่า... สิ่งที่อยู่ใต้เสื้อผ้าน่ะเป็นเรื่องลับสำหรับคนๆนั้นไม่ควรเปิดให้ใครดู เพราะมันเป็นเรื่องน่าอาย แล้วมันก็เป็นสิ่งสำคัญของเธอและคนที่รักเธอ"
            "หืม... ฟังแล้วยิ่งไม่เข้าใจใหญ่เลยอ่ะพี่จ๋า..."
            "ถึงบอกไงว่ามันเร็วเกินไปสำหรับเธอ แค่รู้ว่าอย่าเปิดมันให้ใครดูหรือให้ใครมาเปิดอีกก็พอแล้ว จากนี้ไปก็สงวนเนื้อสงวนตัวไว้"
            "ให้ใครก็ไม่ได้เลยพี่จ๋า...?" เธอยังคงถามแบบซื่อตามเดิม
            "ใช่... คนที่จะเปิดดูได้ก็มีแค่เธอเท่านั้น หรือไม่ก็คนที่เธอไว้ใจจริงๆ หรือเป็นคนที่เธอรักนั่นล่ะ" ฟิลสอนตามแบบที่ผู้ใหญ่สอนกันมา
            "เข้าใจล่ะ..." มีอาพยักหน้ารับรู้เรื่องที่ฟิลอธิบาย

            หลังจากพยักตอบรับแล้วเธอก็พูดต่อด้วยสีหน้าที่เต็มใจแบบหน้าซื่อตาใส
            "งั้นไว้มีอาจะเปิดให้พี่จ๋าดูคนเดียวนะ...!"

            เป็นคำพูดที่แทบทำให้ฟิลต้องยกมือขึ้นกุมหน้าและแทบจะเบือนหน้าอย่างระอาใจไปพลัน...

            มีอาเข้าใจเจตนาไม่ผิด แต่ผิดไปก็ตรงที่ไม่ตรงกับความต้องการที่ฟิลจะสื่อ...
            ฟิลเริ่มนึกในใจขึ้นมาว่าอาจต้องพามีอาไปปรับทัศนคติใหม่กับมิลฟี่ในสักวัน... ไม่ว่าอย่างไรแล้วเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้คงต้องยกให้ผู้หญิงด้วยกันอธิบายน่าจะดีกว่า...
            "เอาเถอะ.... ช่วยพี่เก็บจานไปล้างที พี่จะได้อาบน้ำแล้วนอนสักที" ฟิลตัดบทลุกจากเก้าอี้
            "อะ... อืม..."


            ...............................................


            กิจวัตรช่วงเย็นของบ้านน้อยบนบนเนินเขาท้ายหมู่บ้านเปลี่ยนไปอย่างมาก
            หลังมื้ออาหารแล้วมีอากลับไปอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนอน จนกระทั่งฟิลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พอถึงห้องก็ดับตะเกียงนอนไวกว่าปกติ...

            ฟิลยังไม่ง่วงนักแต่เขาหงุดหงิดเกินกว่าจะมีสมาธิทำอะไรอื่น นอกจากเพียงแค่นอนนิ่งๆปล่อยให้ง่วงไปเอง
            มีอาเองก็ยังไม่ง่วงเช่นกัน ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงฟิลพลิกตัวไปมาหลายรอบ เธอก็ยิ่งเป็นกังวลตามไปด้วย

            อย่างไรก็ดีมีอาก็มีความอดทนน้อยประสาเด็ก ผ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีอาก็รวมความกล้าเพื่อที่จะถามสิ่งที่อยากถามแต่ช่วงเวลาอาหารเย็นขึ้นอีกครั้ง
            "พี่จ๋า... ยังไม่หลับใช่ไหม...?" เธอถามนำ
            "อืม... มีอะไรเหรอ?"
            "ก็..."

            มีอาเว้นช่วงตั้งสติสักพัก จากนั้นแล้วก็ได้ถามออกไปด้วยความอยากรู้ที่สุด
            "ทำไมพี่จ๋าถึงไม่ชอบพ่อจ๋าล่ะ...?" มีอาอาศัยความมืดของห้องทำให้ไม่ต้องมองสบตาให้รู้สึกกดเหมือนเช่นที่ถามตอนมื้อเย็น
            "ทำไมอยากรู้ล่ะ...?"
            "ก็... ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ...?" มีอาหยิบคำพูดของเครนี่มาใช้ได้ถูกจังหวะ "แล้วก็อีกอย่าง... ตั้งแต่พ่อจ๋ามา... พี่จ๋าก็ดูเปลี่ยนไปเลย เหมือนมีอะไรกังวลในใจ..."
            "อืม... เรื่องมันซับซ้อนน่ะ... พูดไปมีอาก็ไม่เข้าใจหรอก" ฟิลมองเพดานแล้วถอนหายใจนึกตาม "เพราะขนาดพี่เองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าพ่อคิดอะไรอยู่..."
            "บอกมีอาหน่อยไม่ได้เหรอพี่จ๋า?"
            "อยากรู้จริงเหรอ?"
            "อยาก"
            "ถ้างั้น... สั้นๆเลยละกัน... พ่อทิ้งพี่ ทิ้งน้องสาว แล้วก็ทิ้งแม่ไปน่ะ..."

            ฟิลสรุปสั้นๆ แต่มันก็ทำให้มีอานิ่งลงไปได้สนิท...
            สำหรับมีอาที่กลัวการถูกฟิลทอดทิ้งไปแล้ว มันจึงไม่ยากเลยหากจะนึกถึงความรู้สึกของฟิลในเวลานั้นได้ออก...
            "แล้วพ่อก็ไม่มาเหลียวแลอีกเลย... จนกว่าทั้งพวกเขาตาย..." ฟิลพูดต่อสรุป
            "เอ่อ... ทำไมงั้นล่ะ...?" มีอาถามอ้ำอึ้ง
            "ไม่รู้สินะ..." ฟิลไม่ตอบกลัวคำถามมีอาด้วยความกลัวว่าคำตอบนั้นจะไปกระทบจิตใจของมีอา แล้วจิตใจของตนที่กำลังค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ

            เพราะในจดหมายลาของเครนี่เขียนไว้เพียงแค่ว่าจะกลับไปเป็นอัศวินมังกรอีก
            แล้วมันก็เป็นเหตุทำให้ฟิลเกลียดมังกรมาโดยตลอด...

            มีอานิ่งเงียบตามไปฟิลไปพักใหญ่ แต่จากนั้นเธอก็ได้ถามต่อขึ้นมาอีก
            "ถ้างั้น... ทำไมพี่จ๋าไม่ไปคุยกับพ่อจ๋าล่ะ...?" มีอาเสนอตามความคิดซื่อๆง่ายๆแบบเด็กๆ
            "เพื่ออะไรล่ะ?"
            "จะได้เข้าใจกันไงพี่จ๋า...?"
            "มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะมีอา พี่ตัดขาดกับพ่อมานานแล้ว คงเข้าหน้ากันไม่ได้ง่ายๆ แล้วอีกอย่างระหว่างสองเรามันมีช่องว่างเยอะเหลือเกิน เพราะพ่อเองก็ทำอะไรหลายอย่างให้พี่ไม่อยากมองหน้าด้วย"
            "เพราะอย่างงั้นน่ะสิ... ถึงต้องไปคุยกัน จะได้เข้าใจกัน...!" มีอาพยายามยุ
            "ทำไมถึงอยากให้พี่คืนดีขนาดนั้นล่ะมีอา?" ฟิลถามย้อน
            "ก็... มีอาไม่ชอบเลยที่เห็นพี่จ๋าที่ใจดีต้องทำหน้าโกรธหน้าเครียดแบบนี้นี่นา..."

            เด็กน้อยโอดครวน ก่อนที่จะพูดต่อในประโยคที่ทำให้ฟิลเถียงไม่ออกได้อย่างสนิท
            "แล้วอีกอย่าง... มีอา... มีอาไม่มีพ่อนี่นา... มีอาก็เลย... ชอบพ่อจ๋าแบบพี่จ๋าน่ะ..."
            "ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้เหรอ?" ฟิลหันกลับมาสนใจบ้าง "ตอนเธอมาที่นี่เธอก็ถูกสะกดความทรงจำไว้นี่ บางทีเธออาจแค่จำไม่ได้ก็ได้"
            "ตรงนี้มีอาจำได้... แม่จ๋าบอกว่ามีอาเป็นมังกรที่เกิดมาจากไข่ของแม่จ๋า..."
            "เกิดจากไข่ แต่ว่าถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมเชื้อจากมังกรตัวผู้ก็น่าจะเป็นไข่ลมที่รอวันฝ่อไปเองนี่นา..." ฟิลนึกตามในใจโดยอิงเทียบกับสัตว์ปีกที่ออกไข่ได้จำพวกนกและไก่

            แต่กระนั้นฟิลก็นึกออกมาติดๆว่ามังกรบางประเภทเองก็มีความสามารถในการออกไข่แล้วฟักได้เองโดยไม่ต้องมีมังกรตัวผู้มาผสมเชื้อ....

            แต่มีอาก็เป็นเด็กพิเศษและมีอะไรลึกลับหลายเรื่อง ผิดจากมังกรทั่วไปบนเคลเฟอร์ได้...
            ถ้าเป็นคนอื่นพูดฟิลอาจไม่เชื่อนัก แต่เป็นมีอาแล้วฟิลคิดว่าอาจเป็นไปได้... ว่าเธอเกิดมาโดยที่ไม่มีพ่อจริงๆ...

            ฟิลลุกจากเตียงมานั่งแล้วหันมองไปที่มีอาที่กำลังนอนตะแคงมองมาทางตนเองอยู่
            "แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ?" ฟิลถามย้อนกลับไปเรื่องของเครนี่อีกครั้ง
            "มีอาว่า... มันน่าจะมีอะไรสักอย่างมากกว่านี้นะ... มีอาเชื่อว่าพ่อจ๋าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่..."
            "ก็ไม่ได้อยากจะว่าอะไรหรอกนะ แต่พี่ก็สงสัยมาตั้งแต่เย็นแล้วล่ะ... ปกติแล้วเธอจะเป็นคนที่ถือเนื้อถือตัวจนเหมือนระแวงคนแปลกหน้าไปเลย แต่ทำไมกับพ่อแล้วเธอถึงได้กล้าเข้าไปหาถึงขนาดกล้าจับมือล่ะ คงไม่ใช่แค่เพราะพ่อมีสัญลักษณ์ตราผู้ใช้มังกรแค่นั้นใช่ไหม?"
            "ก็... มีอารู้สึกได้ว่าพ่อจ๋าเป็นคนใจดีน่ะ" เธอตอบง่ายๆ
            "อะไรกันเจอหน้าครั้งแรกก็รู้แล้วเหรอ?"
            "มันเป็นความรู้สึกประทับใจแรกพบล่ะ เหมือนตอนที่มีอาเจอพี่จ๋าเลย"

            มีอามองไปทางฟิล เดือนมืดอาจทำให้ดวงจันทร์มืดมิดจนไม่มีแสงลงมาและไม่เห็นว่าพี่ชายคนดีกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
            "จริงอยู่ว่ามีอาอาจจะชอบมังกร หรือผู้ที่มีสัญลักษณ์มังกร... แต่ว่ามีอาชอบที่สุดคือคนที่ใจดีแบบพี่จ๋าน่ะ... แล้วมีอาก็รู้สึกว่าพ่อของพี่จ๋าก็เป็นคนใจดีด้วยจริงๆนะ..." มีอาพูดจากความรู้สึกแท้จริง "เรื่องที่พ่อจ๋าทิ้งพี่จ๋าไปมันคงแย่จริงๆนั่นล่ะ... แต่มีอาคิดว่าพ่อจ๋าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ๆ... พ่อจ๋าที่ดูใจดีแบบนั้นไม่มีทางที่จะทิ้งให้พี่จ๋าอยู่คนเดียวแบบไร้เหตุผลแน่... มีอา... มีอา..."

            ยิ่งพูดก็ยิ่งกินใจ มีอารู้สึกคล้อยตามจนน้ำตาผุดไหลออกมา
            เสียงที่สั่นเครือขึ้นเรื่อยๆทำให้ฟิลต้องลุกขึ้นมาบนเตียงของมีอา

            ฟิลลูบศีรษะมีอาเบาๆปลอบใจ ซึ่งความเป็นจริงคนที่ต้องร้องไห้กับเรื่องแบบนี้ควรที่จะเป็นเขาเสียมากกว่า...
            เห็นมีอาจริงจังแบบนี้แล้วฟิลก็อดนึกถึงมีมี่เสียไม่ได้ น้องสาวแท้ๆอาจไม่ขี้แย่เท่า แต่ก็เป็นคนใจดีและก็มองโลกแง่ดีไม่ต่างอะไรกับมีอา
            "นั่นสินะ... อาจถูกของเธอก็ได้..."

            มือแผ่วเบาและน้ำเสียงที่ฟังดูใจดีและชวนสบายใจของฟิลกลับมาดูเป็นปกติอีกครั้ง
            การได้ฟังคำพูดของมีอาอย่างไม่มีอคติก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนปล่อยวางแล้วมองความจริงได้อย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าปริศนาจะยังดูดำมืดแต่ตอนนี้เขาก็เชื่อว่ากล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้วโดยที่ไม่มีความแค้นมาบดบังอีก...


            ...............................................


            ตกดึกห้องนอนที่สะอาดเรียบร้อย
            ฟิลที่นั่งอยู่บนเตียมององดูมีอาที่หลับสนิทจากความเหน็ดเหนื่อยในการบิน เธอเริ่มกรนเบาๆแสดงถึงการหลับลึก

            ฟิลดึงผ้าห่มให้ถึงคอมีอา ก่อนที่จะเดินไปหยุดหน้าต่างมองดูดวงดาวที่ระยิบอยู่บนท้องฟ้า คืนที่ไม่ีมีแสงจันทร์ส่องสว่างทำให้เห็นมวลหมู่ดาวจำนวนมากได้แจ่มฟ้า
            ฟิลปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายลมกลางคืนที่พัดผ่านเข้ามาในห้องประหนึ่งจะให้ช่วยล้างใจให้ผุดผ่อง

            ผ่านเวลามาหลายปีฟิลก็เติบโตขึ้นและเรียนรู้โลกมากขึ้น
            ถึงใจจะยังไม่ยอมรับนักแต่ฟิลก็แววตาของพ่อออกแล้วคิดว่าการมาของพ่อน่าจะมีอะไรที่มากกว่าพบหน้าเฉยๆเท่านั้น

            คำพูดของมีอาทำให้ฟิลได้คิดว่าที่ผ่านมาตนเองก็ทำตัวเป็นเด็กจริงๆ
            ฟิลสูดลมหายใจเข้าสุดก่อนที่จะหลับตายอมรับ
            "ไม่ว่าจะเป็นยังไง หรือจะมีอะไรเกิดขึ้น พรุ่งคงต้องไปที่โบสถ์ถามความจริงล่ะนะ..."


            ...............................................


            ในช่วงเวลาดวงดาวกำลังสกาวอยู่กลางฟ้า
            เครนี่เองก็กำลังเงยหน้ามองดูแสงระยิบนั้นด้วยเช่นกัน...

            หลังจากที่กลับมาถึงโบสถ์แล้วเครนี่ก็ได้นำม้าไปเก็บไว้ที่คอก จากนั้นพอเห็นว่าริริสจนกลับดีแล้ว เขาจึงได้มานั่งปล่อยใจที่ม้านั่งข้างคอกม้า...

            เครนี่นั่งคิดอะไรหลายๆอย่างอยู่เงียบๆคนเดียว
            จนกระทั่งโรเบิร์ตเสร็จงานในโบสถ์ทั้งหมด จึงตั้งใจจะใช้เวลาว่างช่วงนี้พูดคุยกับเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยได้พบหน้ากับเท่าไหร่ในช่วงหลายปีให้หลัง
            "คิดอะไรอยู่หรือเครนี่?" โรเบิร์ตยืนพิงประตูข้างโบสถ์แล้วมองฟ้าตามไปด้วย
            "เรื่องลูกน่ะ..." เครนี่รู้เรื่องที่ฟิลเกลียดมังกรดี "โตขึ้นเยอะเลย ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะทำสัญญามังกรด้วย"
            "เด็กคนนั้นก็เติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆล่ะนะ นิสัยใจเย็นมีเหตุผลแบบเมลิซ่าก็มีส่วนไม่น้อยนะ ที่จริงฉันเองก็ไม่นึกว่าฟิลจะกลับมาสนใจมังกรถึงขนาดจะทำสัญญาหรอกนะ... อันนี้คงต้องขอบคุณมีอาด้วยเลยล่ะ"
            "นั่นสินะ" เครนี่ยิ้มเศร้าๆแล้วหันกลับลงมามองไปยังสวนหย่อมเล็กๆในโบสถ์

            โรเบิร์ตเองก็ก้มลงมาแล้วมองกลับไปที่เครนี่บ้าง จากนั้นแล้วเขาก็ไม่เกรงใจที่จะถามเรื่องที่เชื่อว่าเครนี่ยังคงเก็บไว้ในใจจนทรมานมานานปี
            "แล้วนายจะเอายังไงต่อล่ะ... มาถึงตรงจุดนี้แล้วยังคิดจะปิดความลับนั้นต่อไปอีกหรือไง?" เขาพูดขึ้น "ถ้าถามฉัน ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นความผิดของนายหรอกนะ เป็นฉันๆก็ต้องทำ"
            "อย่าดีกว่า... บอกไปก็รังแต่จะสร้างแผลใจให้ฟิลมากขึ้นเปล่าๆน่ะ..."
            "ฉันว่าฟิลมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องนี้นะ ฟิลควรจะรู้ว่ามีมี่ตายเพราะอะไร และรู้ว่านายทำไปเพื่ออะไร อย่างน้อยหากไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็น่าจะเห็นแก่มังกรที่ไม่มีส่วนผิดด้วยนะ... ฟิลพยายามแทบตายเพื่อที่จะสลัดอคติและความแค้นนั้น ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดของฟิล ไม่ใช่ความผิดของนาย แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของมังกรด้วย... ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น"
            "แต่ฟิลจะรับเรื่องนั้นได้หรือเปล่าล่ะ...?"
            "ฟิลไม่ใช่เด็กๆอีกต่อไปแล้วนะเครนี่ แล้วที่สำคัญตอนนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วด้วย" โรเบิร์ตที่ดูแลฟิลมาแทนเครนี่หลายปีเข้าใจนิสัยฟิลดี "จริงอยู่ว่ามันเป็นความจริงที่โหดร้าย แต่ฉันเชื่อว่าฟิลจะรับกับเรื่องนี้ได้... และเมื่อใดที่เขาผ่านพ้นจุดนี้ได้ล่ะก็ วันนั้นเขาจะเติบใหญ่กว่าที่เป็นอยู่แน่ๆ"
            "อืม... ก็จริงของนายนะ... แบบนั้นอาจจะดีที่สุดก็ได้"

            เครนี่สูดลมหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ จากนั้นจึงหันไปมองทางโรเบิร์ตแล้วตอบรับความหวังดี
            "ขอโทษทีนะเพื่อน... แต่ว่าเรื่องนี้ฉันอยากให้นายช่วยเป็นคนอธิบายกับฟิลแทนฉันที... จะได้ไหม?" เขาร้องขอ
            "ฉันเข้าใจเครนี่ ในฐานะที่ฟิลเข้าใจนายผิด จะให้นายมาอธิบายคนใช่ที่ แล้วอีกอย่าง... คนกลางอย่างฉันน่าจะพูดได้มากกว่านะ" โรเบิร์ตพยักหน้ารับ "ไว้ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง"
            "ขอบใจมากโรเบิร์ต"

            เครนี่ลุกขึ้นยืนบิดตัวคลายเส้น จากนั้นก็มองหน้าเพื่อนสนิทแล้วพูดแบบฉันท์มิตร
            "ครั้งหนึ่งฉันเคยฝันว่าจะได้ขี่มังกรอยู่บนท้องฟ้ากับฟิล... แล้วฝันนั้นจะสลายสนิทเอาตอนที่ฉันต้องหนีกลับกองทัพ... แต่... พอไปเยี่ยมฟิลวันนี้แล้วฉันกลับรู้สึกว่าความฝันนั้นอาจเป็นจริงขึ้นก็ได้นะ" เขาพูดพลางนึกถึงภาพของมีอาขึ้นมา
            "พระเจ้าไม่ทอดทิ้งคนดีอย่างนายหรอกน่า ในเมื่อพรหมลิขิตขีดเส้นให้ฟิลต้องเจอกับมังกรที่ดีที่สุดแล้ว ไฉนเขาถึงจะไปบินบนฟ้าเคียงคู่นายไม่ได้ล่ะ ฉันเชื่อว่าวันนั้นจะต้องมาถึงแน่ๆ"
            "อา... ถ้าหากว่าฉันมีเวลาพอนะ..." เครนี่พูดลอยๆขึ้นมา
            "เวลา...?" โรเบิร์ตสงสัย "เวลาอะไร?"

            เครนี่ยังไม่ตอบคำถาม เขามองไปที่มือขวาของโรเบิร์ตซึ่งกำลังถือขวดๆหนึ่งอยู่ ก็เลยถือโอกาสนี้เปลี่ยนเรื่องและเปลี่ยนที่คุยไปพร้อมกัน
            "นั่นอะไรน่ะ...?"
            "อ้อใช่... เกือบลืมไปเลย... พอดีเห็นนายกำลังเครียดเลยตั้งใจจะชวนดื่ม" โรเบิร์ตยกขวดเหล้าในมือขึ้นมาแสดง "ไม่ได้เจอกันนานแบบนี้ ก็มีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันอีกเยอะน่ะ มาดื่มไปคุยกับดีกว่า"
            "เฮ้ๆ นายเป็นนักบวชแล้วนะ ดื่มเหล้าแบบนี้จะดีหรือ?"
            "เหล้าองุ่นสำหรับทำพิธีน่ะ ไม่แรงมาก แล้วก็ไม่ผิดกฎด้วยหากฉันจะใช้เป็นข้ออ้างในการปลอบใจชี้ทางและให้ลูกแกะที่กำลังหลงผิดยอมสารภาพบาปน่ะ" โรเบิร์ตได้ทีแก้ตัวปนเหน็บแนมแบบขำๆ "ท่าทางว่าลูกแกะตัวนี้จะมีเรื่องราวผิดๆที่ปิดบังให้ต้องไต่สวนอีกเยอะนะ"
            "หึ... ยังหัวไวเอาตัวรอดเก่งเหมือนสมัยก่อนเลยนะ" เครนี่แซวกลับ "ถึงนายจะได้ไปร่วมศึกหนนี้ในฐานะกลุ่มนักบวชสายรักษาก็เถอะ แต่น่าเสียดายจริงๆที่ไม่ได้รบบนหลังมังกรร่วมกับนายอีกแล้ว"
            "ฉันมันไม่มีความสามารถพิเศษแบบนายที่จะทำสัญญาได้เรื่อยๆนี่นา... แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นไรไปนี่"

            โรเบิร์ตกวักขวดเหล้าเข้าไปในบ้านนัยจะสื่อว่าให้ไปคุยต่อที่ห้องนั่งเล่น
            "เพราะนายอาจได้รบคู่กับอัศวินมังกรคนที่นายต้องการที่สุดก็ได้" เขาพูดทิ้งท้ายในเรื่องที่เป็นไปได้ยากแต่ก็เรียกรอยยิ้มของเครนี่ขึ้นมาได้

-----------------------------
Free talk - จบตอนเหมือนจะสบายแต่ก็ไม่สบายเท่าไหร่นัก จากนี้จะเป็นเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น แล้วก็หนักขึ้นเรื่อยๆล่ะครับ
ตอนหน้าพบกับอีกหนึ่งดราม่าใหญ่ของภาคนี้ครับผม

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 พ.ย.53 เวลา 16:49:58 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

ไปๆมาๆ เหมือนมีอายังแสดงความต้องการของตัวเองเด่นชัดอยู่เลย

ส่วนเรื่องกิจกรรมระหว่างนายกับมังกรเนี่ยแค่ใช้ชีวิตด้วยกันยังไม่พอสินะ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 22 พ.ย.53 เวลา 21:38:44 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

เหอะๆ ไม่พอน่ะสิครับ

คือพอในแง่มีอาร่างมนุษย์ แต่ขาดไปในร่างของมังกรครับ
ถ้ามีอายุหน่อยก็คงไม่ออกอาการเร็วนัก แต่พอดีว่ามีอายังเด็กแล้วอยู่ในช่วงที่ต้องการความรักมาก(เป็นพิเศษ) พอร่างมังกรถูกละเลยไปก็เลยหงอยลง smile

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 26 พ.ย.53 เวลา 09:32:02 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ