JoyKa
Librarian

Angel Caido Luci ตอนที่ 26

------------------------------------------

Chapter 26

“เอ...”

คาเรนที่ใส่ชุดนอนยาวสีเขียวอ่อนเอ่ยขึ้นลอย ๆ ในขณะที่นั่งเขียนชาร์ทเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อหาช่องโหว่ที่อาจจะทำให้ข้อมูลรั่วใหลไปถึงมือพวกศัตรูหากแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามคิดวิเคราะห์อย่างไรมันก็ดูหาได้มีช่องให้ข้อมูลรั่วได้เลย เว้นแต่...

“ข่าวรั่วจากภายในรึยังไงกัน?”

“ถามชั้นรึเปล่า?” ลิลิธในชุดนอนซึ่งคล้ายกับของคาเรนด้วยเธอนั้นยืมมาใส่ นอนเอกเขนกบนโซฟายาวพลางดื่มเบียร์อย่างสบายอารมณ์พร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออกจะกวน ๆ จนคาเรนที่นั่งอยู่ ณ โซฟาใกล้ ๆ กันเหล่มองก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยสายตาที่มองค้อน

“ถ้าฉันถามเธอ เธอจะตอบได้มั้ย?”

“แนะนำให้ไปถามหนูเบลลี่” ลิลิธตอบคาเรนกลับไปทันที หากแต่สิ่งที่เธอตอบคาเรนไปนั้นออกจะทำให้คาเรนงุนงงอย่างมากที่อยู่ ๆ ลิลิธกลับโบ้ยให้ไปถามเบลลี่ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอันใด

“เกี่ยวอะไรกับเบลลี่ล่ะลิลิธ อยู่ ๆ อย่าไปโยนภาระให้เด็กสิ”

ลิลิธหันมามองคาเรนด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน แต่เธอก็ละสายตาไปจากคาเรนแล้วเหม่อมองเพดานด้วยคิดอะไรบางสิ่งโดยไม่ได้กล่าวอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ยถามคาเรนออกไป
“ลูซี่...เธอได้คุยกับหนูเบลลี่มากี่ครั้ง?”

“สอง...ครั้งแรกตอนที่ถามเรื่องมังกี้ กับอีกครั้งตอนที่เธอไปอาละวาดที่บ้านเบลลี่” คาเรนตอบออกไปโดยแทบไม่ต้องคิดเพราะเรื่องมันเพิ่งจะเกิดได้ไม่นานพร้อมกับนั่งมองชาร์ทในกระดาษของตนเองโดยที่ไม่ได้สนใจลิลิธสักเท่าไหร่

“...เธอมองไม่ออกสินะ”

คำพูดของลิลิธทำให้คาเรนเงยหน้ากลับมามองลิลิธทันที ซึ่งการที่ลิลิธพูดอะไรเช่นนี้มันย่อมมีอะไรบางอย่างเป็นแน่คาเรนจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แปลกใจทันที
“มองอะไรไม่ออกงั้นรึ?”

คำถามกลับของคาเรนทำให้ลิลิธนั้นจ้องหน้าสหายรักของเธออย่างไม่วางตาก่อนที่จะถอนหายใจออกมาพลางแบะฝ่ามือออกข้างหนึ่งพร้อมกับยิ้มแหย ๆ
“หล่อนนี่นะ ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย”

“แล้วมันอะไรกันเล่า!?” คาเรนเอ่ยด้วยความรู้สึกเริ่มโมโหเล็กน้อยที่ลิลิธชอบกล่าวอะไรแบบไม่ชัดเจนเช่นนี้

“ฮ้า~~~~~”

ลิลิธที่ดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับอาการของคาเรน อ้าปากยิ้มพร้อมกับร้องร่าด้วยความรู้สึกสบายใจหลังจากดื่มเบียร์ในกระป๋องจนหมด หลังจากนั้นจึงหันมาส่งยิ้มให้คาเรนที่ยังคงนั่งจดจ้องเธอด้วยสายตาที่มองค้อนอย่างไม่พอใจ ทำให้เธอต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นกวักไปมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะลดความเครียดของคาเรน

“นา~ นา~ เครียดมากแก่ก่อนวัย ไร้หนุ่มมาติดน้า~”

“ฉันจะเครียดเพราะหล่อนพูดแบบนี้มากกว่า มีอะไรก็บอกมา มาอมพะนำแบบนี้มันผิดนิสัยเธอไปมากเลยนะ”
คาเรนตอบพลางหรี่ตามองลิลิธอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ที่เธอไม่ชอบมากที่สุดก็คือการที่ลิลิธชอบพูดอะไรเป็นปริศนาไม่ยอมบอกรายละเอียดให้เธอรับรู้รับทราบสักเท่าไหร่ ซึ่งแตกต่างจากลิลิธในอดีตที่มีอะไรก็เอ่ยออกมาตรง ๆ ไม่เคยหวั่นเกรงสิ่งใดและไม่เคยทำสิ่งใดที่ดูคลุมเคลือเช่นนี้

ลิลิธยังคงอมยิ้มเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่คาเรนกล่าว ซึ่งเธอก็เอ่ยกับคาเรนไปทั้งรอยยิ้มเช่นนั้น
“ชั้นอมพะนำกับเธอคนเดียวนี่ล่ะ แบบว่า...มันมีเรื่องให้น่าแกล้งเธอได้บ่อย ๆ ยังไงไม่รู้สิ”

“แล้วไอ้ที่เธอกำลังแกล้งฉันอยู่นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะ” คาเรนเอ่ยทั้งที่ยังหรี่ตามองลิลิธก่อนที่จะบุยปากด้วยความรู้สึกงอนที่ลิลิธสนุกกับการแกล้งเธออยู่อย่างนี้ ซึ่งลิลิธก็หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วจึงตอบคาเรนกลับไป

“อ่ะ อ่ะ โอเค ชั้นไม่แกล้งเธอแล้วก็ได้...เรื่องชั้นบอกว่าเธอมองไม่ออก นั่นคือเรื่องของแม่หนูเบลลี่น่ะ”

“เบลลี่ทำไมล่ะ?” คาเรนเอ่ยพลางวางสมุดที่เอามาเขียนชาร์ทไปบนโต๊ะด้านหน้าของเธอแล้วมองลิลิธด้วยความสนใจ

“เบลลี่น่ะ ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดานะ”

“ห...เห!?” คำกล่าวของลิลิธทำให้คาเรนออกจะตะลึงอย่างมาก ด้วยเธอไม่ระแคะระคายสิ่งใดในเรื่องนี้แม้แต่น้อย ประวัติของเบลลี่เองก็ดูจะเป็นเด็กธรรมดา ๆ ถ้าจะมีที่เป็นจุดเด่นก็เพียงแค่เธอเป็นเด็กที่ร่าเริงและสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วซึ่งก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในเด็กที่มี EQ สูง ๆ

“มาเห เหอ อะไรกัน หนูเบลลี่น่ะมีพลังในรูปแบบของการทำนายอนาคตเชียวนะยะ”

“หา..!!!” คาเรนอุทานขึ้นด้วยความไม่เชื่อ ยิ่งลิลิธบอกว่าแม่หนูเบลลี่มีพลังอะไรราวกับนอสตราดามุสเช่นนี้มันออกจะเป็นเรื่องประหลาดมาก ๆ ด้วยเมื่อเธอนึกถึงสิ่งที่เบลลี่ประสพเหตุจนแทบเสียชีวิตนั้นมันออกจะผิดวิสัยผู้มีความสามารถในการทำนายอนาคตอยู่สักหน่อยที่น่าจะสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า...

“รึว่าเบลลี่...พยายามให้กงล้อแห่งโชคชะตาหมุนไปตามที่ควรจะเป็นเช่นนั้นรึ!”

“คงจะแบบนั้น เท่าที่ชั้นคุย แม่หนูนั่นเป็นพวกเชื่อว่าควรทำตามที่เธอเห็นในความฝันน่ะ” ลิลิธตอบรับพร้อมกับนั่งพิงกับโซฟาและเอ่ยต่อไปทันที

“รูปแบบพลังของเบลลี่...เขาเรียก เออ...อะไรนะ...นักอ่านฝันรึไงนี่ล่ะ”

“แล้วเธอจะให้ชั้นไปถามเรื่องข่าวรั่วนี่กับเบลลี่รึยังไงกัน?” คาเรนเอ่ยถามพลางจดจ้องลิลิธด้วยความสงสัย ไม่ใช่เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ลิลิธบอก แต่เธอกำลังสงสัยว่าลิลิธต้องการลองใจอะไรเธอรึไม่ ด้วยการทำเช่นนั้นมันเป็นเหมือนการนำภัยไปหาเบลลี่ซึ่งก็ดูจะไม่ใช่นิสัยคนรักเด็กมากอย่างลิลิธจะกระทำสักเท่าไหร่

“ไม่หรอก ชั้นแค่นึกว่าเธอรู้เรื่องนี้แล้วเลยลองแย่บไปเล่น ๆ เท่านั้นล่ะ”

“...” คาเรนไม่ได้กล่าวสิ่งใดกับคำตอบของลิลิธ ด้วยมันดูไม่เป็นสาระอะไรกับสิ่งที่ไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องที่เธอสงสัยได้ เธอจึงหยิบสมุดที่เธอเขียนชาร์ทมานั่งดูต่อ ทันทีที่ลิลิธเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยด้วยความสงสัยทันทีเช่นกัน

“นี่ลูซี่ รู้ว่าเบลลี่เป็นนักอ่านฝันแล้วไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปคุ้มครองดูแลบ้างรึไงกัน”

คาเรนหันกลับมามองลิลิธอีกครั้งก่อนที่เธอจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ไม่หรอก มันออกจะเกินหน้าที่ของฉันในเวลานี้ แล้วก็เท่าที่ดูนั้น เบลลี่ไม่น่าตกเป็นเป้าหมายของใคร ถึงเธอจะเป็นนักอ่านฝันแต่เธอเลือกที่จะทำตามความฝันโดยไม่ได้ฝืนชะตากรรม ย่อมไม่เป็นจุดสนใจของคนที่หวังคิดใช้ประโยชน์จากคนที่มีความสามารถทำนายอนาคตได้แน่นอน”

“บูว~ หล่อนนี่น้า~” ลิลิธห่อปากร้องขึ้นด้วยไม่สามารถยั่วยุให้คาเรนสนใจเบลลี่เกินกว่าผู้ที่เคยพบมังกี้ได้ แถมยังโดนเหตุผลที่ดูมีน้ำหนักของคาเรนยิงเข้าใส่และในเหตุผลนั้นเหมือนกับแอบว่าการกระทำของลิลิธนั้นเป็นการ ‘แหวกหญ้าให้งูตื่น’ จากที่เบลลี่จะมีชีวิตสงบสุขอาจจะเป็นการทำให้ชีวิตของแม่หนูน้อยต้องประสพปัญหาเสียก็ได้

“รู้เรื่องนู้นเรื่องนี้ดีขนาดนั้น มาช่วยฉันหาดีกว่าว่าข้อมูลที่รั่วออกไปน่าจะเป็นตอนใหนหรือเพราะใคร”

“อย่าให้ชั้นทำเรื่องยาก ๆ ได้รึเปล่าล่ะนี่ลูซี่ก็” ลิลิธกล่าวพลางค่อย ๆ เอนตัวลงไปทางด้านคาเรนแล้วนอนซบกับที่วางมือบนโซฟาพร้อมกับจดจ้องคาเรนที่ดูเคร่งเครียดอย่างมาก

“ง่วงก็ไปนอนไป๊” คาเรนไล่ลิลิธพลางวางสมุดลงบนโต๊ะแล้วเปิดหน้าใหม่เพื่อลองพยายามลำดับเหตุการณ์ใหม่อีกครั้งให้ละเอียดมากขึ้น

ลิลิธที่นอนไปกับโซฟาค่อย ๆ ยืดตัวยาวออกไปจนเท้าสุดโซฟาแล้วหมุนมานอนคว่ำ พลางเท้าคางหน้าตนเองแล้วหันมองคาเรนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเคร่งเครียดด้วยสีหน้าครุ่นคิดกับบางสิ่งก่อนที่เธอจะเอ่ยถามคาเรนออกไป
“...เรื่องของชั้น มีใครรู้บ้างน่ะ?”

“เรื่องอะไรรึ?” คาเรนหันไปถามด้วยไม่แน่ใจใส่ที่ลิลิธกล่าวอย่างคลุมเครือ

“เรื่องที่ว่าเธอมีเพื่อนเป็นสาวสุดสวยชื่อลิลิธ” ลิลิธตอบพลางฉีกยิ้มแล้วยกขาขึ้นมาสะบัดไปมาช้า ๆ อย่างสนุกสนาน ซึ่งคาเรนได้แต่ยิ้มแหย ๆ แล้วจึงโต้กลับไปทันที

“แต่อยากบอกว่าคนในสำนักล้วนบอกว่าฉันน่ารักกว่าเธอนะ”

“...” ลิลิธยักคิ้วพลางส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อยกับนิสัยหลงรูปของตัวเอง แต่สิ่งที่คาเรนตอบก็ดูจะเป็นคำตอบในตัวแล้วว่าเรื่องของเธอนั้นเป็นที่รับทราบทั่วกันทั้งสำนักงานที่คาเรนทำงานอยู่ จะเหลือก็เพียงแต่ว่า...

“แล้ว...คนสำนักงานเขารู้รายละเอียดของชั้นมากขนาดใหนล่ะ”

คาเรนเอามือสะบัดผมตนเองหลังจากที่กล่าวถึงคนในสำนักงานที่ชื่นชมในความน่ารักของตนนั้น หันกลับมามองลิลิธและตอบไปทันที
“ไม่มีใครรู้อะไรหรอก ถ้าจะมีก็ริชาร์ดที่จะรู้เรื่องของเธอบ้างนิดหน่อย เพราะเขารู้ว่าชั้นมีพลังพิเศษอยู่และก็เชื่อว่าเธอก็มีพลังพิเศษเช่นกัน”

“โอเค...งั้นตัดริชาร์ดออกไป 1 คน แล้วก็ตัดผู้ชายตัวยักษ์กับอีกคนที่ดูเหมือนมนุษย์เงินเดือนที่ไปบ้านเบลลี่ซะ”
ลิลิธตอบพลางปลายตามองไปยังสมุดของคาเรน ด้วยพยายามคิดถึงคนที่คาเรนรู้จักซึ่งเธอเคยพบเห็น

“เอ...แอธร่อน กับดูลอนน่ะรึ” คาเรนกล่าวพลางเบ้ปากเมื่อลิลิธเอ่ยถึงเจ้าหน้าที่ FBI ทั้งสองซึ่งไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับตัวเธอและริชาร์ดเมื่อครั้งที่ลิลิธไปบุกบ้านเบลลี่ด้วยรูปพรรณที่ดูแปลก ๆ จริง ๆ ดูลอนเป็นคนที่ดูรูปร่างใหญ่ก็จริงแต่ไม่ได้ใหญ่ซะขนาดเป็นยักษ์ได้ หรือแอธร่อนที่เขาดูเหมือนพวกพนักงานบริษัทที่ไม่ค่อยจะมีมาดเนี้ยบ ๆ แบบพวกนักสืบ FBI ในหนัง แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ให้ความรู้สึกเหมือนพวกห่อเหี่ยวขนาดนั้น

“อืม...มั้ง พวกคนที่อยู่กับริชาร์ดวันนั้นน่ะ”

“ว่าแต่ตัดออกนี่คือคนที่เธอไม่สงสัยสินะ แล้วทำไมถึงตัดสองคนนั่นออกล่ะ” คาเรนเอ่ยถามออกไปด้วยสิ่งที่ลิลิธพยายามทำอยู่นั้นเหมือนกับกำลังช่วยเธอในการแกะปริศนาว่าใครหรือจุดใหนที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล

ลิลิธเอียงศีรษะพร้อมกับยักไหล่รับข้อคำถามของคาเรนแล้วจึงตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ชั้นไม่คิดว่าคนของกานอซซ่าจะไม่สังเกตความผิดแปลกของเธอในวันที่ไปหาเบลลี่หรอกนะ ถ้าทั้งสองคนนั่นเป็นคนของกานอซซ่าจริง คงพยายามทำสองอย่าง อย่างแรกพยายามเค้นว่าเบลลี่ให้อะไรชั้นบ้าง แต่เท่าที่ชั้นเฝ้ามองพวกเขาทำเพียงแค่มาดูว่าเกิดอะไรกับเบลลี่ และเมื่อไม่มีอะไรน่าห่วงพวกเขาก็ถอยออกไป อย่างที่สอง คนที่สามารถจัดการพวกสัตว์ประหลาดของพวกมันได้มีอาการแปลกกับคนที่มาหาเบลลี่ก็น่าจะสนใจหาข้อมูลของชั้นเพิ่มเติมให้มากขึ้น อย่างน้อยน่าจะสะกดรอยตามเธอมาแล้วล่ะ”

คาเรนนิ่งฟังพร้อมกับนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าสิ่งที่กานอซซ่ากำลังทำอยู่คือการสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งพอจะไปรบกับเนฟิลิมของอนาคิมแล้วล่ะก็ มันก็น่าเป็นไปได้ที่ฝ่ายนั้นก็จะรู้จักลิลิธและกองทัพลิลิมที่แข็งแกร่งไม่แพ้กองทัพเนฟิลิม การที่ไม่ได้สนใจติดตามเช่นนี้มันออกจะแปลก ๆ และยิ่งเมื่อลิลิธพูดถึงการที่เบลลี่รู้เรื่องของมังกี้ ซึ่งมีการส่งต่อข้อมูลให้บุคคลอื่น ที่ไม่ใช่นักข่าวแต่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ฝ่ายนั้นก็น่าจะให้ความสนใจบ้าง เว้นเสียแต่ว่าฝ่ายนั้นจะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ

‘สตีฟรึ...ก็จริงอยู่ที่เขาเป็นคนที่เข้าถึงข้อมูลหลายอย่าง แต่ข้อมูลบางอย่างที่เขามีอยู่ในมือก็ไม่เห็นทำให้ฝ่ายนู้นเคลื่อนไหวอะไรเลย...’

คาเรนนั่งกุมขมับพลางคิดถึงเหล่าคนที่เหลือ เธอค่อนข้างมองสตีฟในแง่ดีมาก เพราะสตีฟเองนั้นเข้าถึงข้อมูลเรื่องต่าง ๆ มากกว่าที่เธอเข้าถึงเสียอีก ระดับองค์กรที่หมายจะเข้าต่อกรกับวาติกันคงไม่ได้มีแต่หัวขี้เลื้อยจนมองไม่เห็นประโยชน์จากข้อมูลที่ตัวเองได้ทุกเมื่อเชื่อวันเป็นแน่ คราวนี้ก็คงเหลือเพียงแค่ฟิลด์ ลินดา และมอเฟียชที่เธอยังไม่อยากตัดออกจากกลุ่มคนที่เธอสงสัย

“สงสัยใครบ้างรึยัง?” ลิลิธที่กลับมานอนหงายไปกับโซฟาเอ่ยถามขึ้นพลางหลับตาพริ้ม

“มีเหลือแค่สามคน แต่สองในสามฉันไม่คิดว่าจะใช่นะ” คาเรนตอบพลางพิงเก้าอี้ด้วยความเครียด สองคนที่ว่านั่นคือลินดาที่ออกทำงานร่วมกับเธอ ซึ่งดูจะเป็นคนที่เข้าถึงข้อมูลหลายอย่างเช่นกันแต่ก็ไม่ได้มีพิรุธอันใดเลย ส่วนมอเฟียชแม้เธอจะสงสัยแต่คิด ๆ ไปแล้วคงจะไม่ใช่ด้วยเพราะพวกกานอซซ่าดูเหมือนจะทำการทดลองและทดสอบกับพวกมังกี้ไม่ได้เอาแต่ตามกำจัดอย่างเดียวแน่นอน ต่างจากมอเฟียชที่เดินเรื่องต่าง ๆ ในเชิงตามจัดการพวกสัตว์ประหลาดเหล่านี้อย่างเด็ดขาดและพยายามให้เร็วที่สุด จะคงเหลือแต่เพียงฟิลด์ที่ดูจะไม่ค่อยได้ออกภาคสนามกับพวกเธอสักเท่าไหร่ ทำให้เธอเองก็มองนิสัยของเจ้าหน้าที่ FBI คนนี้ไม่ค่อยออก

“...ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ มองก็ได้ บางทีสิ่งที่เราเห็นด้วยตาเนื้อ มันไม่ได้สะท้อนถึงเบื้องลึกในจิตใจก็เป็นได้นะ” ลิลิธกล่าวทั้งที่หลับตาอยู่พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก เธอไม่ได้ยิ้มให้กับคำกล่าวที่ดูมีสาระอะไรของตัวเอง แต่ยิ้มให้กับความผิดพลาดในอดีตของทั้งตัวเธอเอง และคาเรนที่มองคนพลาดด้วยเพียงเพราะภายนอกเขาดูน่าไว้ใจเชื่อถือได้เท่านั้นเอง

“สถานการณ์มันดูเร่งรัดน่ะ ยิ่งชั้นมาเจอมังกี้แบบนี้ด้วยแล้ว...” คาเรนที่พูดถึงมังกี้ก็นึกขึ้นได้ว่าลิลิธที่แอบตามเธอก็น่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่ไม่เห็นจะทำอะไรทั้งที่ตัวเองเป็นคนบอกว่าตามหาเจ้าตัวนี้อยู่แท้ ๆ เธอจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสนใจ

“นี่ลิลิธ...แล้วเธอไม่สนเจ้ามังกี้แล้วรึ”

ลิลิธที่นอนเอาแขนหนุนศีรษะของตนเองไปกับโซฟา ลืมตาแล้วหันไปมองคาเรนก่อนที่จะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาสะบัดพร้อมกับตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูจะสบาย ๆ
“ไม่ใช่ไม่สน เจ้านั่นเป็นแค่ตัวล่อให้พวกกานอซซ่าโผล่หัวมาต่างหาก ไม่ได้สนใจจะหาข้อมูลอะไรอยู่แล้ว”

“เฮ้!! เจ้านั่นน่าสงสารออก เอามาทำอะไรแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

“หล่อนนี่สมกับที่อยู่กองอนุรักษ์พันธุ์สัตว์จริงเชียว” ลิลิธกล่าวพลางเบ้ปากให้คาเรนที่ดูจะเป็นคนรักสัตว์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

กริ้ง*~

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะตอนที่คาเรนจะสวนลิลิธกลับไป ทำให้เธอได้แต่มองค้อนลิลิธแล้วลุกไปรับโทรศัพท์ซึ่งเธอย้ายไปวางไว้ที่โต๊ะเล็ก ๆ ริมบันไดทางขึ้นชั้นสอง ในขณะที่ลิลิธนั้นยิ้มพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ ที่คาเรนมีปฏิกิริยากลับมาเหมือนกับคนที่ทำอะไรเธอไม่ได้เช่นนั้น

“ค่า~ บ้านคลาวเรนค่า~” คาเรนรับโทรศัพท์แล้วหยิบหูโทรศัพท์เดินกลับมายังที่นั่งเดิมด้วยโทรศัพท์ที่ใช้เป็นโทรศัพท์ไร้สาย คาเรนจึงเลือกจะเดินกลับมานั่งมองค้อนลิลิธต่อด้วยอารมณ์เหมือนกับตัวร้ายที่กำลังพูดว่า ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’

“สวัสดีตอนเย็นอีกรอบครับคุณคาเรน” เสียงปลายสายตอบรับกลับมาซึ่งเป็นเสียงที่คาเรนคุ้นเคย ริชาร์ดนั่นเอง

คาเรนหน้าบึ้งทันที ด้วยการที่อยู่ ๆ ริชาร์ดโทรมาเช่นนี้คงมีอะไรไม่ดีแน่ ๆ อีกอย่างเธอไม่ค่อยอยากถูกซักอะไรมาก ๆ ในเวลานี้ที่เธอรู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาทและความสัมพันธ์ที่ดีเธอจึงตอบกลับไปอย่างใจเย็น
“มีอะไรรึเปล่าคะริชาร์ด ถึงได้โทรมาดึกอย่างนี้”

“มีครับ...ไม่งั้นผมจะโทรมาทำไม”

‘โอเคค่ะ คงเป็นเวรกรรมที่ฉันกวนตานี่ไว้แยะ’ คาเรนคิดในใจพลางพยายามทำใจเย็นเข้าไว้ ด้วยเวลานี้เธอไม่ได้ถูกลิลิธกวนเท่านั้น ยังมามีริชาร์ดที่ไม่เคยกวนเธอเช่นนี้มากวนอีก

“ว่าแต่ทำไมโทรเข้าบ้านล่ะคะ ถ้ามีเรื่องด่วนโทรเข้ามือถือฉันน่าจะดีนะคะ”

“ผมโทรแล้วครับ แต่คุณดูท่าทางจะปิดเครื่องไว้น่ะครับ”

คาเรนกระพริบตาปริบพลางเงยหน้ามองเพดาน ก่อนที่จะนึกได้ว่าเธอนั้นปิดโทรศัพท์มือถือไว้ตั้งแต่ตอนที่กลับมาถึงบ้าน ซึ่งริชาร์ดที่ปลายสายนั้นไม่ได้รอคำตอบของคาเรนในเรื่องนี้เขารีบเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น

“เออสั้น ๆ นะครับ พรุ่งนี้ผมว่าจะเอาข้อมูลจากเจ้าลิงนั่นส่งให้เพื่อนผมสเก็ตภาพพวกที่อยู่เบื้องหลัง จะได้ง่ายในการตามหาตัวมากขึ้น ไม่แน่นะครับเราอาจจะได้ตัวกานอซซ่าอะไรนั่นด้วยก็เป็นได้”

สิ่งที่ริชาร์ดเอ่ยมาทำให้อารมณ์หงุดหงิดของคาเรนแทบจะปลิวหายไปกับความรู้สึกตื่นเต้นทันที ด้วยเธอไม่คิดว่าริชาร์ดจะคิดหาทางขยายผลการสืบสวนได้เช่นนี้มาก่อน เธอจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนลิลิธลุกขึ้นมามองทันที
“จริงเหรอคะ!? แล้วทำยังไงล่ะคะ?”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ใช้คำให้การของมังกี้ส่งผ่านเน็ตให้เพื่อนผมที่อยู่ดีซีช่วยสเก็ตออกมาให้ แต่เป็นแบบแชทกันสด ๆ น่ะครับ คิดว่าคงต้องไปให้มังกี้แชทกับเพื่อนผมล่ะครับ”

“ใช้โปรแกรมสนทนาเอาแล้วให้ทางนั้นสเก็ตภาพจากปากคำมังกี้ แล้วส่งมาให้ตรวจสอบสด ๆ พร้อมปรับแก้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถูกต้องหรือใกล้เคียงน่ะรึคะ?”

ริชาร์ดที่ฟังคาเรนก็ให้ทึ่งในความคิดที่ดูจะเข้าใจอะไรได้รวดเร็วโดยที่เขาแทบจะไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เขาจึงตอบรับไป
“ครับ ก็คงแบบนั้นล่ะครับ”

“อืม...ค่ะ แล้วจะให้ฉัน...”

“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมนัดเพื่อนผมไว้เย็นวันพรุ่งนี้ แต่โทรมาบอกก่อนคุณจะได้ไม่ไปออกอาการมากในที่สำนักงาน” ริชาร์ดชิงตอบไปก่อนที่คาเรนจะพูดจบ หากแต่คำตอบของเขาทำเอาความตื่นเต้นคาเรนกลายเป็นความเซ็งแทนที่ถูกเขามองเหมือนว่าตนเองเป็นพวกกระดี้กระด้าอะไรขนาดนั้น

“ค่ะ...รับทราบค่ะ แต่ฉันไม่ได้ออกอาการขนาดที่คนอื่นจะมาสนใจขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“ผมแค่หยอกเล่นน่ะครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณหมีเท็ดดี้” ริชาร์ดกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะรีบชิงวางหูไปก่อนปล่อยให้คาเรนงุนงงที่โดนริชาร์ดเรียกอะไรเช่นนั้น

หลังจากที่ริชาร์ดชิงวางสายไปก่อนแล้วนั้นคาเรนได้แต่มองโทรศัพท์ของเธอพลางมองค้อนด้วยความไม่พอใจนัก ซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของลิลิธ พลอยทำให้ลิลิธรู้สึกรำคาญเล็กน้อยจึงได้เอ่ยกับคาเรนออกไป
“นี่เธอจะค้อนแม้แต่โทรศัพท์รึยังไงกัน?”

“อย่ามากวนฉันนาลิลิธ” คาเรนกล่าวพลางวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา แม้ว่าจะมีข่าวดีเรื่องวิธีการสืบหาใบหน้ากลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังนี่ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เธอคลายข้อสงสัยเรื่องผู้ที่น่าจะเป็นหนอนบ่อนไส้ได้อยู่ดี

“ว่าแต่...แชทแล้วส่งรูปภาพกันไปมางั้นรึ” ลิลิธกล่าวพร้อมกับเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นไขว่ห้างด้วยท่าทางนึกอะไรบางอย่าง ซึ่งคาเรนที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ถึงโอกาสแหย่ออกไปทันที

“ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ไงล่ะจ๊ะ แค่มีคอมพิวเตอร์ โปรแกรมแชท อินเทอร์เน็ต แค่นี้ก็ทำได้แล้ว”

คาเรนกล่าวพร้อมกับฉีกยิ้มออกไป ด้วยเธอคิดว่าแม้ลิลิธจะอยู่มานานในโลกนี้ แต่การที่เธอเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่ดูเหมือนคนไม่เข้าใจสิ่งที่คาเรนกล่าวกับเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะเธอไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันก็เป็นได้ ออกจะเป็นเรื่องที่คาเรนจะได้ใช้ล้อเลียนแกมข่มลิลิธได้

ลิลิธที่นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก็เอาสร้อยคอของเธอที่คาเรนเคยเรียกว่า ‘อัลฮาซาร์ด’ มาวางบนโต๊ะ พร้อมกับเอ่ยกับมันออกไป
“อัลจัง...ขอเจ้าอุปกรณ์ที่อนาคิมทำไว้ให้มาหน่อยซิ”

“อัลฮาซาร์ดครับคุณแม่” สร้อยคอนั่นตอบกลับมาทันที แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจในสายตาคนทั่วไปถ้ามาพบสร้อยคอที่สามารถพูดได้เช่นนี้ แต่ไม่ใช่กับคาเรนซึ่งรู้จักอาวุธที่ลิลิธครอบครองอยู่ว่าอาวุธนั้นมีชีวิตจิตใจ เธอจึงเอ่ยออกไป

“ว่าไป...ยังไม่ได้ทักทายอัลฮาซาร์ดเป็นทางการเลยนะเนี่ย มัวแต่ยุ่งกับเธอนี่ล่ะ”

คาเรนที่กล่าวจบก็ก้มมองสร้อยคอของลิลิธแล้วเอ่ยต่อทันที
“สวัสดีจ๊ะอัลฮาซาร์ด ไม่ได้พบกันนานมากเลยนะ”

“สวัสดีครับคุณป้าลูซี่”

คาเรนที่ได้รับคำทักทายกลับนั้นยิ้มแหย ๆ ด้วยใจที่หดหู่กับคำเรียกของอัลฮาซาร์ด แต่มันก็ไม่ได้แปลกอะไรนักด้วยถ้าว่ากันตามจริงแล้วถ้ามหาเทพลูซิเฟอร์ไม่ได้เข้าสู่ระบบเวียนว่ายตายเกิดอายุของเธอก็จะมากกว่าลิลิธหลายร้อยปีทีเดียว สถานะของเธอจึงเป็น ‘ป้า’ ของอัลฮาซาร์ดซึ่งเป็นบุตรชายของลิลิธแน่นอน

อัลฮาซาร์ดที่ทักคาเรนไปแล้วนั้น ส่องสว่างเรืองก่อนที่จะส่องแสงขึ้นมาเหนือตัวมันเองเป็นแสงพุ่งตรงขึ้นไปบนเพดาน ภายในลำแสงสีเขียวนั้นค่อย ๆ เกิดวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูไปคล้ายโทรศัพท์มือถือแบบพับที่พบเห็นได้ทั่วไป จนครู่หนึ่งเมื่อเจ้าวัตถุชิ้นนั้นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนว่าเป็นโทรศัพท์แบบพับสีแดงขนาดไม่ใหญ่นัก ลิลิธก็เอามือไปคว้ามันมาแล้วเอ่ยกับอัลฮาซาร์ดออกไป
“ขอบใจจ๊ะอัลจัง”

“อ่ะแฮ่ม...อัลฮาซาร์ดครับคุณแม่” สร้อยของลิลิธกล่าวโต้กลับไปก่อนที่ตัวมันซึ่งเรืองแสงและส่องแสงขึ้นเพดานจะกลับมาไร้แสงเป็นเพียงสร้อยคอธรรมดาอีกครั้ง

“อัลฮาซาร์ดนี่กลายเป็นโดราเอม่อนไปแล้วรึยังไงกัน” คาเรนกล่าวออกไปด้วยการที่ลิลิธเรียกของออกมาจากอัลฮาซาร์ดที่ตามปกติมันคืออาวุธนั้นทำให้เธอนึกถึงเจ้ากระเป๋าสี่มิติของการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนเสียไม่ได้

ลิลิธไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงแค่เปิดฝาพับของโทรศัพท์แล้วทำท่าเหมือนกดอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง ยิ่งทำให้คาเรนสงสัยมากขึ้นว่าลิลิธจะทำอะไร ซึ่งแสงที่ออกมาจากจอของโทรศัพท์นั้นเหมือนว่าลิลิธกำลังโทรติดต่อหาใครสักคนหนึ่ง และในขณะนั้นเอง...

คาเรนที่มองอยู่ก็ให้อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อลิลิธนั้นถือโทรศัพด้วยมือซ้ายในขณะที่กดอะไรอยู่นั้น ก็เกิดหน้าจอสี่เหลี่ยมพื้นผ้าสีขาวขนาดไม่ใหญ่นัก พอ ๆ กับจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คแต่มีขนาดสักแปดนิ้วได้ลอยขึ้นมา ซึ่งภายในจอนั้นมีลายอะไรบางอย่างซ่อนกันอยู่ ซึ่งลิลิธก็ใช้มือขวาที่ว่างอยู่ยกขึ้นมาวางบนหน้าจอดังกล่าวจากนั้นก็ลากมันออกมาในโดยมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีลวดลายเหมือนคีย์บอร์ด แล้วลิลิธก็จับที่จออีกครั้งก่อนที่จะลากมันออกมาเป็นหน้าต่างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอีกสองหน้าต่าง จนหน้าจอแรกนั้นดูโล่งแต่ไม่ได้ใสมากจนมองทะลุ มันเป็นจอที่ดูเบลอ ๆ เท่านั้น ลิลิธนั้นทำเหมือนกับว่าเธอเปิดเป็ดหน้าต่างโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วใช้เม้าส์ลากมันมาจัดให้เป็นระเบียบ เพียงแต่สิ่งที่คาเรนเห็นนั้นเป็นการใช้มือล้วน ๆ และเป็นหน้าจอ คีย์บอร์ด ที่เกิดบนอากาศที่ว่างเปล่าเสียด้วย ก่อนที่ลิลิธจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“เอ...มารึยังนะ”

จากนั้นเธอก็ใช้มือขวาที่ว่างอยู่พิมพ์ลงไปบนคีย์บอร์ด แล้วจอที่เธอเรียกมาเป็นตัวแรกนั้นก็สว่างขึ้นพร้อม ๆ กับมีโปรแกรมบางอย่างโผล่ขึ้นมา ซึ่งมันคือตัวเว็บบราวเซอร์ในการใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั่นเอง

“ลืม...ต่อเน็ตแฮะ” ลิลิธเอ่ยพลางใช้มือซ้ายที่จับโทรศัพท์อยู่กดปุ่มบนโทรศัพท์เล็กน้อยก่อนที่เจ้าเว็บบราวเซอร์ที่อยู่บนหน้าจอจะแสดงผลเว็บไซต์ ทำให้คาเรนที่เฝ้ามองอยู่ด้วยความตกตะลึงนั้นใบ้รับประทานไปเลย ด้วยสิ่งที่เธอเห็นนั้นมันยิ่งกว่าหนังไซไฟไปอวกาศของมนุษย์ชาติเสียอีก จะว่าไปแล้วสิ่งที่ลิลิธมีในมือนั้นมันดูมีรูปแบบเหมือนกับเครื่องมือของพวกเทวทูตอย่างมาก แต่ดูท่าทางมันไม่ได้ใช้เวทมนตร์แต่อย่างใด เป็นเทคโนโลยีล้วน ๆ แน่นอน

สิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างยั่วความอยากรู้อยากเห็นของคาเรนอย่างมาก จนลืมเรื่องที่เธอจะล้อเลียนลิลิธว่าเป็นพวกไม่ทันเทคโนโลยีไปสิ้น ด้วยสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามันเกินกว่าเทคโนโลยีใด ๆ ของมนุษย์ไปหมดแล้ว คาเรนจึงเอ่ยถามออกไปทันที

“เธอ...ไปเอาของแบบนี้มาจากใหนกัน”

ลิลิธที่พิมพ์บางอย่างอยู่นั้น อมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยตอบพลางพิมพ์คีย์บอร์ดแล้วเอานิ้วชี้กดที่จอลากนู้นลากนี่ไปเรื่อย
“อนาคิมทำไว้ให้ใช้น่ะ เจ้าตัวเขาบอกว่าเผื่อชั้นจะใช้หาอะไร จะได้ไม่ต้องวิ่งไปขุดเอาจากห้องสมุด”

คำตอบของลิลิธนั้นดูจะไม่สามารถตอบสิ่งที่เป็นปัญหาในหัวคาเรนได้นัก คาเรนจึงเอ่ยถามออกไปอีกครั้งทันที
“อนาคิม...สร้างอะไรแบบนี้ได้ด้วยรึ”

ลิลิธยังคงใช้นิ้วปัดหน้าต่างขึ้นลงเหมือนกับคนที่กำลังใช้เม้าส์เลื่อนหน้าจอเว็บในคอมพิวเตอร์ที่มีความยาวมาก ๆ ก่อนที่เธอจะตอบออกไป
“ได้สิ แถมไอ้ของอำนวยความสะดวกแบบนี้เธอสร้างหลายอย่างด้วยนะ จริง ๆ ต้องบอกว่าเป็นความรู้ที่ได้จากการเดินทางข้ามมิติไปโผล่ที่นั่นที่นี่ ทำให้อนาคิมสะสมความรู้มาประยุกต์สร้างอะไรได้แบบนี้จะดีกว่า”

“จริง ๆ ก็อย่างที่รู้กันว่าอนาคิมมีความสามารถเชื่อมต่อกับต้นไม้ของโลกของอิคดราซิล แต่ใครจะคิดว่าคุณเธอจะเล่นเอามันมาเชื่อมต่อกับเรื่องเทคโนโลยีแบบนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

ลิลิธกล่าวจบก็หันมายิ้มให้คาเรนเล็กน้อย ด้านคาเรนนั้นได้แต่ฟังไปตะลึงไป ด้วยแม้เธอจะอยู่มายาวนาน เห็นพวกเทพยุคใหม่มาก็หลายองค์ แต่หาได้มีเทพองค์ใดที่จะสร้างของอะไรแบบนี้ขึ้นมา ส่วนมากก็มีแต่พวกที่ใช้เวทมนตร์เป็นหลักในการทำกิจกรรมต่าง ๆ คงมีแต่อนาคิมแน่ ๆ ที่ทำอะไรแบบนี้

“ว่าแต่...มันใช้โทรได้รึเปล่านี่”

“ได้สิ โทรฟรีตลอดชีพด้วย เพราะมันใช้อิคดราซิลเป็นฐานในการเชื่อมต่อสัญญาณ” ลิลิธตอบคาเรนไปก่อนที่เธอจะยิ้มแล้วร้องขึ้นอย่างดีใจ

“อ้า~ ซับ Eng ออกแล้วขอโหลดแล้วเก็บก่อน”

“อะไรของเธอน่ะลิลิธ” คาเรนที่เห็นท่าทางของลิลิธก็ได้แต่สงสัยในสิ่งที่เจ้าหล่อนทำอยู่ จึงเอ่ยถามออกไป ซึ่งลิลิธก็ตอบกลับมาทันที

“การ์ตูนน่ะ มันฉายเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว แต่ชั้นรอไฟล์ซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษอยู่ มันเข้าใจง่ายกว่าฟังภาษาญี่ปุ่น”

คาเรนที่ฟังคำตอบยกมือขึ้นมากุมขมับทันที ด้วยสิ่งที่ลิลิธทำนั้นเธอนึกว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไรใหญ่โตมาก กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังโหลดการ์ตูน แถมดูท่าทางจะเป็นของผิดกฏหมายอีกต่างหากด้วย แบบนี้นอกจากจะใช้เทคโนโลยีไม่คุ้มค่าแล้วยังจะดูผิดวัตถุประสงค์ที่อนาคิมสร้างของอะไรแบบนี้ให้เจ้าหล่อนใช้อีกต่างหาก

“เธอนี่น้า จะใช้งานอะไรให้คุ้มค่ากว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง”

“บู~ เครื่องชั้นมันมีหน่วยความจำแค่ห้ากิกะไบท์เองนะ ออกแบบมาให้เน้นเก็บของไม่ใหญ่ เอาไปเก็บของมาก ๆ ไม่ได้หรอก ก็ต้องไว้เก็บการ์ตูนแบบนี้ล่ะ” ลิลิธตอบพลางดูแถบดาวน์โหลดข้อมูลที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ แต่มันก็เร็วกว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตในชีวิตจริงมากทีเดียว

‘...ไอ้ห้ากิกะไบท์ของหล่อนน่ะ มันมากกว่าแฟลชเมโมรี่ที่มนุษย์ใช้ทั่วไปในยุคนี้เกือบห้าเท่าเชียวนะยะ’
คาเรนคิดในใจพร้อม ๆ กับถอนหายใจออกมาก่อนที่ลิลิธจะกล่าวบางอย่างกับเธอ

“พรุ่งนี้...เอาเจ้าเครื่องนี้ของชั้นไปต่อเน็ตก็ได้นะ”

“อ...เอ๋?” คาเรนอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจในสิ่งที่ลิลิธเอ่ยออกมา

“เอ๋ เอ๋อ อะไรกัน ใช้ของชั้นต่อสัญญาณนี่ล่ะปลอดภัยกว่า”

“เธอกลัวว่าฝ่ายนู้นจะแฮกสัญญาณเอาข้อมูล หรือขัดขวางการทำงานรึ?” คาเรนเอ่ยถามไปอีกครั้งซึ่งลิลิธก็พยักหน้ารับทันทีและเอ่ยต่อไปด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง

“อย่างที่เธอรู้ องค์กรของเธอมีหนอนบ่อนไส้อยู่ แถมทำอะไรได้ขนาดใหนก็ยังไม่มีใครรู้ กันไว้ดีกว่าปล่อยให้เกิดเรื่องเสียก่อน อีกอย่าง...ความเร็วของระบบชั้นไวกว่าของที่พวกมนุษย์ใช้ อย่างน้อยคงทุ่นเวลาไปได้มากอยู่”
ลิลิธกล่าวพลางกดบางอย่างในคีย์บอร์ด

“นั้นสินะ แบบนี้ก็ดีกว่าจริง ๆ แบบนั้นต้องรบกวนเธอแล้วนะลิลิธ”

“อ้ะ!!!” ลิลิธที่กดคีย์บอร์ดอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ทำให้คาเรนที่มองอยู่ตกใจตามไปด้วยเช่นกัน จนเธอกำลังจะถามออกไปว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ถามลิลิธก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“โกดันน่า แบบ DVD ปล่อยโหลดแล้ว!!!”

สิ่งที่คาเรนได้ยินจากปากของลิลิธได้แต่ทำให้เธอนิ่งเงียบไปด้วยไม่เข้าใจนัก แต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นการ์ตูนเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ลิลิธตามดูอยู่แน่นอน ทำให้เธอได้แต่คิดอยู่ในใจ

‘ท่านพระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงเสียพระทัยรึไม่นะ ถ้าทรงทราบว่าบุตรีของพระเอกกลายเป็นพวกเสพติดการ์ตูนไปเสียแล้ว’

--------------------------------------Next to Chapter 27

 


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 พ.ย.53 เวลา 11:45:36 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply

anutta
Member

มาอ่านครับคุ้นๆที่ถนนนักเขียนพันทิป

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 20 พ.ย.53 เวลา 19:45:00 น.

JoyKa
Librarian

[quote=anutta]มาอ่านครับคุ้นๆที่ถนนนักเขียนพันทิป[/quote]

(^-^) สวัสดีค่ะคุณ doctorwar คนเดียวกับที่พันทิปนั่นล่ะค่ะ 

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 20 พ.ย.53 เวลา 19:57:11 น.

anutta
Member

555 (^_^)v doctorwarเองครับแต่ชื่อนี่ไม่ดัง

ขอเป็นอนัตตาตามเดิมนะครับ เป็นแฟนคลับเอกวิทย์ในร่างฟ้าสวย

ของนายruddy01เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 20 พ.ย.53 เวลา 20:24:35 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ