ฉลุหมื่นปทุม
นักเขียน

[Fic] Cafe(i)

เป็นงานลองเขียนดูนะครับ ค่อนข้างสิ้นหวังกับงานมาก เลยอยากปรับเปลี่ยนอารมณ์เขียนอะไร ประมาณ ยัยตัวร้ายกับนายxxx (แต่เขียนอะไรแบบนั้นไม่เป็นหรอกนะ ^ ^) ชื่อเรื่องยังไม่ได้คิดเลย อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไรบอกเล่ากันได้นะครับ น้อมรับทุกคำแนะนำครับ

cafe(i)

i)

“รสชาติมันแปลก ๆ นะ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงสแล็คกล่าวขึ้นจากที่นั่งริมประตูทางเข้า เขาเอียงถ้วยกาแฟ หรี่ตาที่เล็กอยู่แล้วมองหาสิ่งปลอมปนในเครื่องดื่มสีเข้มที่ส่งกลิ่นหอมละมุน

“ไม่น่าแปลกนะคะ ถึงดิฉันจะเคยมีแผนใส่ผงชักฟองแทนครีมเทียมเสิร์ฟให้คุณ แต่เพราะคุณกินกาแฟดำเลยไม่มีโอกาส” พนักงานสาวหลังเค้าเตอร์ยังไม่ละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ ขณะนิ้วมือป่ายแปะไปบนแป้นพิมพ์ขนาดเล็กจิ๋ว

“แล้วจะปล่อยให้ผมดื่มมันต่อจริง ๆ เหรอคุณเกตุ”

ชายหนุ่มยิ้ม จ้องมองเธอ เร่งให้แสดงปฏิกิริยารับผิดชอบ

หญิงสาวผมยาวเม้มริมฝีปากบ่นอุบอิ๊บ กระโดดลงจากแท่นแทนยืนหลังเค้าเตอร์ออกมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นลูกค้า

“เม็ดกาแฟนี่ดิฉันเพิ่งไปเอามาตอนเช้าเองนะคะคุณมารุต น้ำที่ใช้ชงก็เป็นน้ำดื่มบรรจุขวด เสิร์ฟมาตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นใครจะบ่นสักคน ไม่ทราบว่ามันแปลกตรงไหนคะ”

“ฝาด แล้วก็ยังมีกลิ่นแปลก ๆ” ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก “นี่ไงมีเส้นผมตกลงไป” เขาใช้นิ้วจับต้นตอของปัญหาขึ้นมาโชว์ ยิ้มกรุ้มกริ่มแววตาสนุกสานไม่ต่างกับเด็กผู้ชายชน ๆ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนท่าทีแข็งกร้าว ยกแขนขึ้นเท้าสะเอวส่งเสียง

“แค่ผมเส้นเดียว มันจะทำให้รสกาแฟเปลี่ยนได้ยังไงคะ คุณนะโอเวอร์ไปหน่อยแล้วค่ะ”

“เส้นผม นี่ละตัวดีทั้งสเปรย์ ทรีทเม้นท์ แล้วเมื่อวานนี้เพิ่งไปยืดผมมาละสิ สารเคมีทั้งนั้นจะไม่ให้กาแฟเปลี่ยนรสได้ยังไง” ชายหนุ่มใจเย็น มองเธอหาความรับผิดชอบ

หญิงสาวทิ้งแขนเรียบลำตัว สลับฝีเท้าว่องไวเข้ามาที่โต๊ะ

“ดิฉันจะทำมาให้ใหม่” เธอเอื้อมมือไปบนโต๊ะ

ชายหนุ่มรีบวางมือกั้นเลื่อนแก้วกาแฟหลบหญิงสาว

“เดี๋ยว ! บอกได้หรือยังว่าคุณแก้วไปไหน ทำไมปล่อยให้เด็กม.ต้นอย่างเธอมาดูร้านแทน”

“บอกไม่รู้กี่รอบแล้วว่าดิฉันจบมหาวิทยาลัยแล้ว”

“ตัวแค่เนี้ยเนี่ยนะ เด็ก ม.ต้น ชัด ๆ”

“ใครกันแน่ที่เด็ก ใช้วิธีพูดจาชวนทะเลาะจีบผู้หญิงแบบนี้ ก็แสดงว่าคุณเองก็ไม่พัฒนาไปกว่าสมัยอยู่ชั้นประถมเลยไม่ใช่เหรอคะ” บาริสต้าสาวขยับมือว่องไว หยิบแก้วกาแฟพร้อนจานรองยึดกลับไป

“ห๊ะ ใครจะจีบเด็กอย่างเธอกัน” ชายหนุ่มส่งเสียงเย้ย หญิงสาวเดินกลับไปหลังเค้าเตอร์ ปืนขึ้นแท่นเสริมความสูง จับโหลกาแฟเปิดออกตักเม็ดสองช้อนเข้าเครื่องบด

“ผมกลัวร้านนี้จะเจ๊งมากกว่า ไม่เข้าใจคุณแก้วปล่อยให้เด็กมาคุมร้านได้ยังไงลูกค้าหนีหมด”

คำพูดนี้แทงใจหญิงสาวอย่างแรง

“จะเจ๊งก็เพราะลูกค้าประเภทมาสั่งกาแฟแก้วเดียวแต่นั่งเล่นแช่เปิดโน๊ตบุ๊กเล่นเน็ททั้งวันมากกว่า” บริสต้าสาวจับผงกาแฟบดอัดใส่ช้อนชงกาแฟ ก่อนจับมันล็อกเข้ากับเครื่องเอสเปรสโซอย่างคล่องแคล่ว เธอฝึกมันอยู่นานกว่าจะได้ท่าทีที่ดูทะมัดทะแมง

“ผมสั่งวันละสองแก้วนะ”

“แบบนั้น...ก็ไม่ต้องร้อนตัวค่ะคุณมารุต” หญิงสาวหยิบแก้วกระเบื้องใบเล็กจากถาดอุ่น สอดเข้าใต้เครื่อง เธอกดปุ่ม น้ำร้อนไหลผ่านผงกาแฟกลายเป็นของเหลวสีเข้ม ไอน้ำจาง ๆ ลอยฟุ้งขึ้น กลิ่นหอมละมุนกำจายไปทั่วร้าน เธอจัดมันใส่จานรองนำไปเสิร์ฟให้กับชายหนุ่ม

 

จบ i)



ii)

คาฟเฟ คอฟฟี่ชอป เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หน้าบริษัทใหญ่ซึ่งดำเนินธุระกิจนำเข้าและส่งออกอาหาร เจ้าของร้านเคยเป็นอดีตพนักงานของที่นั้น บริษัทมีนโยบายจะไม่จ้างคู่สามีภรรยาร่วมกันทำงานเธอจึงยื่นจดหมายลาออก

แต่เรื่องนี้กลับเป็นปัญหาสำหรับเจ้าสัวใหญ่เพราะเขาชอบกาแฟที่เธอชง จึงเสนอสร้างร้านกาแฟไว้ที่ว่างหน้าบริษัทและยกให้ ร้านดำเนินกิจการมาด้วยดี มีพนักงานอุดหนุนเป็นจำนวนมาก ผ่านไปยี่สิบปีลูกสาวของเธอก็มาดำเนินกิจการร้านต่อ พร้อมกับยุคของการเปลี่ยนแปลง

ศูนย์การค้าใหญ่เปิดขึ้นอีกฝั่งฝากของถนน วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนเป็นรวดเร็วฉับไว คาเฟ่ที่เคยเป็นแฟชั่นเสื่อมความนิยมลง เหลือเพียงพนักงานรุ่นเก่าที่เคยชินการนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบาย ๆ

 

“ผมรู้แล้ว ตกลงคุณเป็นหลานของคุณแก้วสินะ” ชายหนุ่มกล่าว เขาเป็นลูกค้าประจำ นั่งอยู่ที่โต๊ะริมทางเข้า ตัวสูงแต่งตัวดี มีเสื้อนอกจากดีไซเนอร์ชื่อดังของอิตาลี่ติดตัววางพาดกับเก้าอี้อีกตัวเสมอ เขามีคิ้วที่หนาแววตาเรียวเล็กที่ดูดุดันจริงจัง ริมฝีปากกว้างคางใหญ่ใบหน้ายาว หน้าตาดูนักเลงหากมีหนวดเคราอยู่คงดูเหมาะ แต่ใบหน้าเขาสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลาจนดูจืด

“มีส่วนไหนฉันเหมือนเธอเหรอคะคุณมารุต” หญิงสาวถามทั้งที่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์พิมพ์ข้อความ เธอยืนประจำอยู่หลังเค้าเตอร์ยาวประจำร้าน เป็นระยะห่างปรกติของทั้งสองคน

“เธอกับคุณแก้วนะเหรอ...ตากับจมูกคล้ายอยู่บ้าง”

“แล้วปากกับคางดิฉันละคะ”

“ก็คล้าย ๆ แต่คุณแก้วผมหยักศก” ชายหนุ่มยังพยายามทั้งที่เมื่อวานเขาบอกเองว่าเธอเพิ่งไปยืดผมมา เกตุระบายลมหายใจ

เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของมารุตดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านข้อความ ก่อนลุกขึ้นคว้าเสื้อนอกเตรียมตัวออกไป

“มีงานมาผมไปนั่งคุยกับลูกค้าก่อน อย่างเพิ่งเก็บนะเดี๋ยวมานั่งต่อ” บนโต๊ะมีแก้วกาแฟสมุนโน๊ตและคอมพิวเตอร์พกพา

“คุยกับลูกค้า?”

“สืบคดี เรื่องชู้สาว” ชายหนุ่มยิ้ม เดินสวมเสื้อนอกเปิดประตูร้าน กระดิ่งเหนือประตูส่งเสียงดังก๊องแก๊ง บรรยากาศของร้านเงียบเหงาขึ้นมาในทันที

เมื่อถามว่าเขาทำงานอะไร เขาก็มักจะบอกกับเธอว่าตามสืบเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ เขาบอกว่าตัวเองเป็นนักสืบ ซึ่งเป็นเรื่องโกหกที่รู้กัน ผู้ใหญ่ในบริษัทต่างแสดงท่าทีนอบน้อมกับเขาอย่างเกรงใจ พนักงานทุกคนต่างยำเกรงไม่กล้าเข้าใกล้

สาเหตุหนึ่งเพราะเขาเป็นเจ้าสัวน้อยของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีตึกสูงตั้งอยู่ด้านหลังร้านกาแฟ เขา สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างมาจากรุ่นปู่และพ่อ มีชีวิตเหมือเจ้าชายเป็นเซเลบบนหนังหนังสือพิมพ์ ออกงานบ้างกับคนในสังคมชั้นสูง เป็นผู้บริหารอายุน้อยที่มากความสามารถ แต่ไม่สนใจผู้หญิงหรือดาราคนไหน แต่นักข่าวก็ยังพยายาม จนมีเรื่องซุบซิบว่าไปหลงในเสน่ห์ของแม่ม่ายที่เปิดร้านกาแฟอยู่หน้าบริษัท

นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเกตุ ที่แย่คือเหล่าพนักงานบริษัทเกรงใจเขาจนไม่กล้ามานั่งที่ร้าน จริงแล้วควรมีคนประเภทหาโอกาสประจบเอาใจเจ้านายอยู่บ้าง แต่เท่าที่ทราบพนักงานคนไหนที่เข้าไปยุ่งกับเขาโดยไม่เกียวกับเรื่องงานจะโดยสั่งย้ายใน ๒๔ ชั่วโมง

โฉมหน้าอีกด้านหนึ่งของเขาเป็นคนเข้มงวด แต่ตัวตนในร้านกาแฟเป็นอีกแบบ เป็นผู้ชายปากเสียที่สนุกกับการก่อกวนบริสต้า พร้อมกับเล่นบทนักสืบโดยอาศัยร้านกาแฟเป็นสำนักงานเท่านั้นเอง

“ก็นับว่าเป็นผู้ชายที่โรแมนติกอยู่บ้าง” หญิงสาวพิมพ์ข้อความลงบนมือถือก่อนกดส่ง

 

เสียงระฆังดังก๊องแก๊งพร้อมกับประตูที่เปิดออก เกตุละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ มองลูกค้าแปลกหน้าที่เดินเข้ามาในร้าน ชายสูงวัยหันซ้ายมองขวาพร้อมสูดกลิ่นกาแฟในร้านเต็มปอด ดูท่าคงสงสัยว่าลูกค้าหายไปไหนหมด เขาสวมเสื้อโปโลสีเข้มกับกางเกงสามส่วนเข้าชุดเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาว และเลือกที่จะนั่งลงบนที่โต๊ะหน้าเค้าเตอร์

“รับอะไรดีคะ” เกตุยิ้มหวานกล่าวเสียงใส ชายสูงวัยประสานมือยิ้มแหยงโชวฟันสวย

“เหมือนเดิมแล้วกันจ้ะ” เขาว่า พูดจาเหมือนปฏิบัติเช่นนี่เป็นประจำ บริสต้าสาวขมวดคิ้วยุ่ง พูดคุยกันอยู่นานถึงทราบเขาไม่รู้ว่าอาหารที่สั่งชื่ออะไรบ้าง เกตุขออนุญาตใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปของลูกค้าแปลกหน้า เธอเสิร์ฟน้ำเย็นก่อนออกตัวว่าเพิ่งมาทำงานที่ร้านขอตัวไปโทรศัพท์ปรึกษากับเจ้าของร้านคนเก่า ดึงประตูเปิดเข้าไปห้องด้านหลัง

หญิงสาวจับโทรศัพท์ที่คล้องคออยู่ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ

‘แม่คะมีคุณลุงมาสั่ง “เหมือนเดิม” จะยกอะไรไปเสริฟดีคะ’

เธอส่งข้อความพร้อมรูปไปให้

 ‘ลูกเก่งนักก็หาทางเอาเองสิจ้ะ จะมาถามคนป่วยที่โดนลูกบังคับให้อยู่แต่บ้านอย่างแม่ทำไม’

เกตุระบายลมหายใจ พิมพ์ข้อความชุดใหญ่ก่อนจะกดยกเลิกลบทั้งหมดทิ้ง เธอใช้หลังดันประตูเปิดออก ก้าวขึ้นแท่นเสริมความสูงกลับมาที่เค้าเตอร์

“คุณลุงพออธิบายได้หรือเปล่าคะว่ากาแฟแบบไหนที่คุณลุงชอบมาสั่ง เดี๋ยหนูจะเอารูปมาให้ดู” หญิงสาวยิ้มนำกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน ชายสูงวัยทำหน้าลำบากใจ

“คือว่า ละ...ลุงเป็นอัลไซเมอร์นะจ้ะ จำได้แค่ว่าได้ทานของอร่อยจากที่นี่เท่านั้นเอง”

แววตาแจ่มใสของเกตุพลั่นเศร้าลง เธอพยักหน้าและยิ้มรับ หญิงสาวเข้าใจปัญหาของเขาในระดับหนึ่ง โรคสมองเสื่อมมีผลทางจิตใจอย่างมาก คนไข้หลายคนมักทำตัวแปลกแยก กันตัวออกจากสังคม แต่การที่คุณลุงยอมพูดว่าตัวเองมีปัญหาสะท้อนให้เห็นว่าแกเขาใจดีถึงสภาพที่ตนเองเป็นอยู่ รวมถึงเป็นคนที่ครอบครัวให้การดูแลเป็นอย่างดี

“แบบนั้นหนูลองชงกาแฟให้ลุงชิมดูนะคะ” บริสต้าสาวเริ่มแสดงฝีมือ ชงกาแฟออกมาสามชนิดเป็นขั้นแรกให้ชายสูงวัยชิม แต่พอจิบไปได้นิดหน่อยลุงแกก็รีบบอกให้พอก่อน หญิงสาวหวั่นใจว่ากาแฟของเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีปัญหาอะไร” เขาโบกมือปฏิเสธ “กาแฟอร่อยมาก” แกชี้ไล่จากซ้ายไปขวา

“แก้วนี้เข้มข้นกลิ่นหอมยังกระจายอยู่ในปากขมแต่ก็อร่อย ส่วนนี้นมสดรสเข้าพอดีกับกาแฟ ส่วนแก้วนี้หอมโกโก้แล้วก็มีกลิ่นเครื่องเทศด้วย ตะ...แต่ว่ากินกาแฟตอนท้องว่างมันไม่ค่อยดีสำหรับลุง” แกพูดช้า ๆ หญิงสาวเสนอแซนวิส ลุงแกโบกมือปฏิเสธ

“ของที่ลุงชอบ...คงไม่ใช่ขนมปัง คือว่ามันอร่อยแต่ลุงจำไม่ได้ว่าอะไร”

เกตุทบทวนเมนูในร้าน เธอไม่ขายอะไรมากกว่าไปสลัดกับแซนวิสแม่เธอก็เหมือนกัน แต่สมัยคุณย่าอาจจะมีมากกว่านั้น เธอกลับไปรื้อห้องด้านหลัง เมนูฉบับเก่าจัดทำเป็นรูปเล่มอย่างแข็งแรง ปกหุ้มใช้แผ่นหนัง สีของมันดูหม่นไปตามการเวลา ภายในมีรายการเครื่องดื่มมากกว่ายี่สิบประเภทรวมกันกว่าสองร้อยชนิด ส่วนด้านหลังเป็นเมนูอาหารอิตาลี แม้มีไม่มากมายอะไรแต่ถ้าต้องทำทุกอย่างให้ลุงแกลองชิมคงต้องใช้เวลา

เกตุถอนหายใจ ก่อนเดินออกมาจากด้านหลังร้าน

“คุณลุงคะ เมนูอาหารเราเลิกทำกันไปนานแล้วคะ”

“แต่ว่า เมื่อเดือนที่แล้วเองลุงก็เพิ่งมาทานนะ” ชายสูงวัยไหล่ตก หรี่ตาลงก้มศีรษะพยักหน้า “แต่หนูคงไม่ทำแล้วสินะ” เขาตอบกับตัวเอง

“พรุ่งนี้มาอีกสิคะ หนูจะลองทำให้ทานดู มันต้องเตรียมของหลายทำตอนนี้คงไม่ได้”

ชายสูงวัยเงยหน้าสบตากับหญิงสาว มุมปากเผยรอยยิ้มเหมือนเด็กน้อย เขาทำท่าล้วงกระเป๋าตังค์ เอ่ยปากถึงค่ากาแฟ ในเวลานั้นประตูหน้าร้านก็เปิดออก

มารุต เจ้าสัวน้อยในชุดสูททรงสวยเข้ามาในร้านพร้อมกับถุงกระดาษเดินแนบอก

“แป้งสาลี” หญิงสาวเจ้าของร้านมองอย่างสงสัย ด้านหลังชายหนุ่มยังมีคนอีกกลุ่มติดตามมาติด ๆ

“เชิญเลยครับ เชิญเลย ผมจะทำให้ดูว่าแป้งสาลีของเรามีคุณภาพขนาดไหน” ชายหนุ่มผายมือ เชิญไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ คนเหล่านั้นแต่งตัวภูมิฐาน ดูท่าคงจะเป็นระดับผู้บริหาร แต่สีหน้าทั้งหมดดูมึนงงสับสน

“คงไม่ได้จะเอาร้านฉันเป็นห้องประชุมหรอกนะคะ”

“เปล่ายืมใช้ครัวหลังเค้าเตอร์หน่อยจะ ผมจะทำพาสต้า” ชายหนุ่มถอดเสื้อนอกราคาแพงส่งให้หญิงสาว

“ห๊ะ!” เกตุร้อง พับสูทอีกหลายทบกองลงบนเค้าเตอร์

“อืม เราจะหาตัวฆาตกรกันโดยใช้พาสต้ายืนยัน” ชายหนุ่มยิ้มทะเล้น ดึงเชือกที่เย็บปากถุงแป้งสาลีออก เทแป้งมาทำเป็นหลุมหยิบไข่จากในตู้เย็นลงมาตอกแล้วเริ่มผสมมันเข้าด้วยกัน

บริสต้าสาวไม่ทราบพูดจะอะไร เธอตัดสินใจปล่อยเขาและทำหน้าที่ของเธอ ตั้งเครื่องบดเม็ดกาแฟไว้แล้วนำน้ำไปเสิร์ฟ ก่อนกลับมาทำกาแฟต่อ ใช้ถ้วยกาแฟขนาดปรกติเสริมพร้อมนมสดและน้ำเชื่อมแยกใส่ในเหยือกใบเล็ก

กลิ่นหอมของกาแฟทำให้บรรยากาศงุนงงในครั้งแรกสงบลง ชายหนุ่มเริ่มฮัมเพลง ใช้มือพับแป้งนวดไปมาหลายต่อหลายครั้ง ดูเขากำลังสนุกกับมัน

“คุณแก้วมีเครื่องทำเส้นพาสต้าอยู่ในชั้นวางห้องด้านหลัง” เขาสั่งเธอให้นำมา บริสต้าสาวเอียงคอนึกเล็กน้อยก่อนส่ายศีรษะ

“พังไปแล้ว”

“พังได้ไงเดือนที่แล้วยังใช้อยู่เลย”

“ฉันทุ่มมันลงพื้นก็เลยพัง” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นผิวปากออกมา

“งั้นคุณมาช่วยนวดแป้งก่อน ผมจะไปเตรียมน้ำสต็อก เราจะทำคาโบนาร่ากัน” ชายหนุ่มรีบล้างมือที่อ่างหน้าเค้าเตอร์

“เดี๋ยวค่ะซอสขาวเค้าไม่ใช้น้ำสต็อกกันมั้งคะ แล้วถ้าเพิ่งมาเตรียมน้ำซุบตอนนี้ห้าโมงเย็นก็ยังไม่มีใครได้กินหรอกค่ะ”

“แค่เดินไปขอจากร้านก๊วยเตี๋ยวไก่ตรงนี้เอง” ชายหนุ่มชี้นิ้ว เขาโอบไหล่ชายสูงวัยที่ยังคงนั่งอยู่ที่เค้าเตอร์กระซิบสองสามคำ ทั้งคู่ยิ้มให้กัน ชายหนุ่มสลับฝีเท้าเดินออกนอกร้านอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เหล่าชายหญิงในชุดสูทมองตามกันไปอย่างงงงวย 

“เค้าบอกเดี๋ยวทำของอร่อยให้ลุงกินละ” ชายสูงวัยกล่าวกับหญิงสาว เธอพยักหน้ารับคำก่อนตัดสินใจหันหลังไปนวดแป้งออกแรงทับจนเนื้อแป้งเริ่มจับตัวจึงใช้ไม้นวดมารีดแป้งออกเป็นแผ่นยาว โรยแป้งสาลีป้องกันแป้งกลับไปติดกัน เธอพับแป้งหลายทบ ใช้มีดปังตอสับแผ่นแป้งออกเป็นเส้น วางพักไว้

ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับถุงน้ำซุบ

“ใสจนไม่เหมือนน้ำซุปจากร้านก๊วยเตี๋ยว”

“เขาใช้สูตรน้ำสต็อกของคุณยายที่ก่อตั้งร้านนี้ไปทำเป็นซุปก๊วยเตี๋ยว” ชายหนุ่มเริ่มใช้เตา ตั้งกระทะและหม้อ เริ่มทำซอสคาโบนาร่า ที่แปลกอยู่บ้างก็ตรงที่เติมน้ำสต็อกลงไปเคี่ยวกับนมวิบปิ้งครีมและผงเนยแข็งตั้งไฟอ่อน

“น้ำสต็อกใส่เพื่อเป็นรสชาติของร้านเท่านั้นละ คุณแก้วว่าเป็นเครื่องหมายการค้า” ชายหนุ่มอ่านสีหน้าของหญิงสาวออกว่าเธอจะถามอะไร เขาเริ่มตั้งกระทะอีกใบทอดเบค่อนและผัดหอมใหญ่ที่สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ

หญิงสาวอาสาต้มเส้นเอง ทั้งหมดถูกจัดใส่จานนำไปเสิร์ฟ มารุตกลับไปนั่งคุยกับคนที่เขาพามา พูดคุยกันเรื่องรสชาติและเสนอการนำไปใช้ ก่อนจะจบลงด้วยการลุกขึ้นจับมือ

“อร่อยมั้ยคะคุณลุง” หญิงสาวกล่าวเมื่อเห็นชายสูงวัยใช้ส้อมจิ้มเส้นที่เหลืออยู่ในจานเพื่อพยายามจับเข้าปาก “เติมอีกมั้ยคะ เดี๋ยวหนูทำให้”

ชายสูงวัยพยักหน้ายิ้มยินดีรีบยกจานที่ทานเสร็จให้หญิงสาว

“พอเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมยกมือห้าม “แกเป็นความดันอยู่ กินของพวกนี้เป็นอันตรายเปล่า ๆ”

“ขอลุงอีกครึ่งจานนะหนู เดี๋ยวลุงให้ทิปด้วย” เกตุยิ้มรับ เธอมองไปยังชายหนุ่ม

“คุณรู้จักคุณลุงเหรอคะ” บริสต้าสาวลังเลเล็กน้อยที่จะตามใจผู้อาวุโส แม้ถูกจู่โจมด้วยแววตาเว้าวอนดูน่าสงสาร

“รู้จักสิ พอเห็นหน้าเพจคุณอัพรูปเขาผมถึงรีบลงมา”

“เพจดิฉัน!” ชายหนุ่มพูดถึงหน้าประจำตัวในระบบโซเซียลเน็ตเวิร์ค ถ้าพูดให้ถูกเป็นเพจของร้านที่เธอหวังใช้โปรโหมดและมีแผนจะจัดโปรโมชั่นในวันหยุด

แต่คุณลุงคนนี้สำคัญอะไรขนาดที่ชายหนุ่มต้องทิ้งการพบลูกค้าย้ายลงมาที่ร้าน แม้สงสัยแต่ก็ต้องสงบคำ เธอไม่กล้าพอที่จะถามลึกลงไปกว่านี้

“น่าจะตักให้แกอีกสักครึ่งจาน” หญิงสาวเสนอ พร้อมเดินไปเปิดเตาต้มน้ำอีกรอบ

“ก็คงได้มั้ง” ชายหนุ่มนิ่งไป “แกคงไม่ได้มาบ่อยนัก” น้ำเสียงเขาฟังดูเศร้า 

 

จบ ii)


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 18 พ.ย.53 เวลา 17:05:15 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Silver
is Silver

น่าสนใจอยู่นะ แต่บางอย่างมันยังดูยัดๆตลกๆไปหน่อย เช่นจู่ๆก็บอกว่าเป็นอัลไซเมอร์เงี้ย เหอะๆ แต่ก็อ่านเพลินๆดี

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 19 พ.ย.53 เวลา 19:37:28 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

อ่านตอนดึกแล้วหิว =w=

เป็นเรื่องที่อ่านได้ง่ายๆ สบายๆ เรื่อยๆ ดีครับ ปกติผมไม่อ่านแนวรักโรแมนติกเท่าไหร่ ยิ่งรักหวานแหววนี่บอกเลยว่าไม่แตะ แต่เรื่องนี้มันมีบรรยากาศดราม่าร้านกาแฟอยู่จางๆ (ชอบก็เพราะชอบกาแฟกะร้านอาหารแนวนี้เหมือนกัน) ก็น่ารักดี ^^

เรื่องคุณลุงในตอนสอง เขียนออกมาได้ชวนอยากรู้ว่าเป็นใคร รวมทั้งประวัติของร้านกาแฟด้วย แต่มีสะกดผิดอยู่บ้างนะครับ เจอบ่อยๆ ก็ทำให้อ่านสะดุดอยู่ อย่าง บริสต้า แซนวิส (น่าจะเป็น แซนวิช หรือ แซนด์วิช) แล้วเมล็ดกาแฟ น่าจะสะกดอย่างนี้ด้วย

รอตอนต่อไปครับ smile

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 20 พ.ย.53 เวลา 03:15:45 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ