JoyKa
Librarian

Nephilim's Tale ตอนที่ 28

------------------------------------------------------------------

Chapter 28

“ว...ว้าย!!!”

ซ่า~

เสียงของเนมิสซ่าร้องขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงน้ำที่กระเซนไปรอบ ๆ หลังจากที่ผ่านพ้นประตูมิติออกมาได้ การเดินทางผ่านมิตินั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ของทุกคนในคณะของชไนเดอร์ แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือจุดที่พวกเขามาโผล่หลังจากผ่านประตูมิติมาแล้วมันไม่ใช่จุดหมายที่พวกเขาคาดหวัง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะผิดจากที่ต้องการนักสักเท่าไหร่

“กรรรร~~”

เสียงครางด้วยความโมโหจากเซคิน่าดังขึ้นพร้อม ๆ กับที่เธอค่อย ๆ หันมองอนาคิมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำในคูน้ำรอบ ๆ ปราสาทซึ่งไม่ค่ออยสะอาดนักทั้งยังมีพวกตะไคร้สีเขียวที่กระเซ่นไปติดตามร่างกายอีก หากแต่ความจริงแล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้ต่างจากอนาคิมสักเท่าไหร่ และที่หันไปมองก็หาได้มองอนาคิมไม่ แต่เธอนั้นมองลิลูมรานิ่งเงียบก่อนที่เธอจะตวาดออกไป

“ยัยหอกแดง เจ้าทำอะไรของเจ้า ทำไมพวกข้าถึงได้มาโผล่ที่คูน้ำข้างปราสาทเช่นนี้”

ด้านลิลูนั้นยังคงเงียบอยู่เบื้องหลังอนาคิมที่เอาลิลูสะพายไว้ ในขณะที่เลออส และชไนเดอร์นั้นก็เปรอะเปื้อนน้ำในคูน้ำเช่นกันแต่พวกเขานั้นไม่ได้บ่นสิ่งใดเพียงแต่มองดูรอบ ๆ จุดที่เขาลงมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ลิลูจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเช่นกัน

“เอ...ข้าว่าข้าก็ระบุพิกัดถูกแล้วนา ไม่น่าหลุดมาไกลถึงขนาดนี้ได้เลย”

“ถูกบ้าอะไรกัน นี่มันห่างจากโรงม้ามาไกลจนแทบจะสุดเขตปราสาทเชียวนะ!!!” เซคิน่ายังคงโวยวายด้วยความโมโห ซึ่งเนมิสซ่าที่ตามมาทีหลังนั้นดูจะไม่ได้เปื้อนน้ำในคูสักเท่าไหร่ด้วยเพราะไกเอาตัวของเขาบังไว้ได้เกือบทั้งหมด

เนมิสซ่ามองไปรอบ ๆ ด้วยความทึ่ง เพราะกลังจากเข้าประตูมิติมันใช้เวลาเพียงแค่ชั่วอึดใจก็มาโผล่ยังที่ ๆ ห่างไกลขนาดที่พวกเธอใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งวันได้

“ว่าแต่...จะขึ้นไปยังไงกันล่ะ” ไกกล่าวพลางลูบหน้าลูบตาของตนเอง

ชไนเดอร์ที่ดูนิ่งเฉยนั้น เขาหันมองดูรอบ ๆ ตนเอง แม้จะอยู่ในความมืดแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาประมาณการสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวไม่ได้เลย ซึ่งด้านเลออสก็เช่นกัน
“ข้าว่าตรงที่เราอยู่นี่น่าจะด้านทิศตะวันออกของปราสาทสินะชไนเดอร์”

“ใช่...ถ้าเราไปทางทิศเหนือมันจะมีบันไดที่ขึ้นจากคูน้ำนี่ได้ แต่ต้องให้คนที่อยู่ด้านบนทิ้งมันลงมาให้น่ะ”
ชไนเดอร์ตอบพลางมองดูรอบ ๆ มันไม่น่าแปลกใจนักที่รอบ ๆ ตัวเขาจะค่อนข้างเงียบ เพราะเวลานี้มันน่าจะอยู่ในช่วงปลาย ๆ ยามสามเท่านั้นเอง ซึ่งแม้จะมียามแต่ถ้าจะให้ทำอะไรกระโตกกระตากก็เกรงว่าจะได้โดนธนูจากพวกยามยิงเข้าใส่ซะก่อน เขาจึงมีความคิดว่าถ้าไปทางสะพานด้านเหนือแล้วเรียกยามที่ยืนเฝ้าริมประตูทางเข้าน่าจะปลอดภัยกว่า

“อา...คงเพราะโครงสร้างของปราสาทที่เรฟาอิมรู้จักกับที่เป็นจริงมันไม่ตรงกัน เลยทำให้เป็นเช่นนี้กระมัง”
ลิลูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูดีใจที่ไขปริศนาได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เซคิน่าดีใจสักเท่าไหร่ นางได้แต่ยิ้มแหย ๆ ก่อนที่จะควบม้าไปหาเลออส ซึ่งอนาคิมและไกก็ควบม้าตามไปติด ๆ เช่นกัน

“ข้าว่าพวกเราค่อย ๆ ไปทางสะพานฝั่งทิศเหนือจะดีกว่า จะได้รีบขึ้นจากที่นี่แล้วกลับที่พักสักที”
ชไนเดอร์กล่าวพลางค่อย ๆ ควบม้านำไปช้า ๆ ด้วยเขาไม่ยอกให้พลธนูที่อยู่บนกำแพงสังเกตเห็น ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนยิงก่อนถามทีหลังก็เป็นได้

ทั้งหมดเดินไปได้ครู่หนึ่ง เซคิน่าก็เอ่ยถามอนาคิมออกไปด้วยความสงสัย
“เจ้าคุยอะไรกับเรฟาอิมรึ?”

อนาคิมนั้นหันมามองเซคิน่าด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ เล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยตอบนางออกไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“ข้า...ถามเรื่องท่านแม่...น่ะค่ะ”

“นี่เจ้าอายที่จะถามเรื่องแม่ของเจ้าต่อหน้าพวกข้ารึ?” เลออสกล่าวพลางมองอนาคิมอย่างหนักใจที่อนาคิมอายในเรื่องที่ดูไม่จะอายเช่นนี้ ซึ่งชไนเดอร์ที่รับฟังอยู่นั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างเรียบ ๆ ทันที

“บางทีมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่นางอาจจะไม่ต้องการให้ผู้ใดร่วมรับรู้ก็เป็นได้นี่นา”

“ออกรับแทนชัด ๆ” เซคิน่าและเลออสพูดออกมาแทบจะพร้อม ๆ กันซึ่งชไนเดอร์ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ด้วยไม่ว่าเขาจะมีเหตุผลเพื่อช่วยอนาคิมอย่างไร ทั้งเซคิน่าและเลออสก็ดูจะเอามาเป็นจุดใช้ล้อเลียนเขาเสียทุกครั้ง

“ก...ก็...เวลาอยู่กันแยะ ๆ ข้าอายจริง ๆ นี่นา”

อนาคิมตอบพลางก้มหน้าก้มตาพูดด้วยจริง ๆ แล้วเธอเพียงแค่ไม่แน่ใจว่าเรื่องของแม่ที่แท้จริงนั้นมันจะลึกลับซับซ้อนและมีอะไรแฝงเร้นหรือไม่ เธอจึงไม่กล้าถามในยามที่คนอยู่กันมาก ๆ ต่างหาก

“แล้วได้เรื่องรึเปล่าล่ะอนาคิม?” เนมิสซ่าเอ่ยถามในขณะที่ตัวเธอนั่งอยู่ด้านหน้าของไกที่ควบม้าเฉกเช่นเมื่อครั้งตอนที่ไป ในสภาพที่ดูจะสะอาดกว่าใครเพื่อนจนเซคิน่าที่หันไปมองได้แต่ยิ้มแหย ๆ ด้วยเธออยากจะล้อเนมิสซ่าที่เกาะไกเป็นตังเมอยู่เหมือนกัน แต่ว่าตัวเธอนั้นไม่แน่ใจว่าถ้าล้อออกไปแล้วจะโดนอะไรรุนแรงหรือไม่ เพราะเนมิสซ่านั้นปกติก็ชอบใช้เวทย์โต้ตอบคนที่ทำให้ตนเองรำคาญอยู่บ่อย ๆ

“ก็ไม่ค่อยได้อะไรหรอกค่ะ เรื่องมันดูจะมีเงื่อนไขมากอยู่” อนาคิมตอบด้วยสีหน้าที่ดูซึม ๆ เพราะใจเธอนั้นอยากที่จะได้พบมารดาที่ให้กำเนิด หากแต่การพบเจอนั้นอาจจะนำไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตทำให้เธอต้องคิดหนักพอสมควร

“เฮ้!!! พวกเจ้า!! หยุดนะ!!”

เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากด้านบนเหนือคูน้ำ บริเวณกำแพงของปราสาทซึ่งทำให้ทั้งหมดต่างหันไปดู ซึ่งต้นเสียงนั้นชูคบไฟขึ้นสูง พร้อมทั้งชี้หอกอันแหลมคมมายังชไนเดอร์ทันที ซึ่งอนาคิมนั้นก็ดึงลิลูขึ้นมาตั้งท่าและไสม้าเพื่อเข้าป้องกันชไนเดอร์ทันทีเช่นกันด้วยเพราะชไนเดอร์ในเวลานี้นั้นไร้ชุดเกราะใด ๆ หากถูกทำร้ายคงได้บาดแผลฉกรรจ์เป็นแน่

ทว่าชไนเดอร์กลับยกมือขวางอนาคิมไว้ด้วยไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายเสียก่อน เพราะนี่เป็นเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง ซึ่งในขณะนั้นทหารที่อยู่เหนือคูก็ยังชี้ปลายหอกมาที่เขาอย่างระแวงด้วยพวกเขาไม่รู้ว่ากลุ่มคนที่อยู่ในคูน้ำเป็นใครจนกระทั่งชไนเดอร์เอ่ยออกไป

“ข้าเอง ชไนเดอร์ แวน ไบวาแลนส์ แม่ทัพแห่งเฟรโดน่า จงลดอาวุธของพวกเจ้าซะ!!!”

ด้วยเสียงของชไนเดอร์ที่กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข็มแข็งไม่มีทีท่าหวั่นเกรง ซึ่งทำให้ไม่เหมือนว่าจะเป็นคนร้ายที่จะมากระทำการอันใดซึ่งเป็นภัย ทำให้พวกทหารนำไฟมาพยายามส่องลงไปยังคูน้ำ ด้วยแสงไฟที่เป็นเพียงคบไฟขนาดเล็กจึงไม่ได้สว่างมากพอจะเห็นทุกคน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะเห็นใบหน้าของชไนเดอร์ได้ค่อนข้างชัดเจน ทำให้เหล่าทหารต่างตกใจลนลานรีบเก็บหอกพร้อมกับคุกเข่าแสดงความเคารพทันที

“ท...ท่านแม่ทัพ พ...พวกข้า”

“ช่างเถอะ พวกเจ้าทำตามหน้าที่...ใหน ๆ แล้วก็ช่วยไปปลดบันไดที่อยู่ริมสะพานทางประตูทิศเหนือให้ทีพวกข้าจะได้ขึ้นไปจากที่นี่เสียที” ชไนเดอร์รีบเอ่ยไปก่อน ด้วยเขาไม่ได้ถือโทษโกรธอันใดทหารที่ทำตามหน้าที่ แต่เขามองว่าการที่ได้พบทหารอย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็เป็นการดี จะได้ไม่ต้องระแวงพลธนูที่อยู่บนกำแพงปราสาท

เหล่าทหารในบริเวณนั้นต่างส่งสัญญาณให้ทหารที่คุมอยู่บริเวณสะพานปลดบันใดลง โดยพวกของชไนเดอร์นั้นก็ควบม้าไปยังที่หมายในทันทีพร้อม ๆ กับความโล่งใจของแต่ละคน ขณะที่ควบม้าไปนั้นชไนเดอร์ค่อย ๆ ควบม้าเข้าหาอนาคิมพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกที่ขบขันเล็กน้อย

“เจ้านี่นะ ไม่ต้องใจร้อนเป็นห่วงข้าเช่นนั้นก็ได้ เจ้านี่ใจร้อนกว่าข้าคิดจริง ๆ เชียว”

“ก็ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย” อนาคิมกล่าวด้วยสีหน้าแดงเรื่อพลางเอาหอกไปสะพายไว้ตามเดิม ซึ่งนางออกจะเขินอายที่เป็นห่วงชไนเดอร์จนรีบเข้าไปเช่นนั้นอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

“ฮะฮะฮะ ถ้าแม่ทัพแห่งเฟรโดน่าโดนทหารของตนเองทำร้าย เพราะว่าแม่ทัพไปตกอยู่ในคูน้ำแล้วทหารไม่ทราบข้าว่าคงเป็นเรื่องขำที่สุดในรอบหลายสิบปีนี่เลยทีเดียว” เลออสกล่าวพลางหัวเราะพร้อมกับเหล่าทหารที่ยิ้มเจื่อน ๆ ซึ่งชไนเดอร์เองก็ยิ้มเล็กน้อยด้วยแม้มันจะเป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ๆ เขาเองก็คงขำไม่ออก

“ว่าแต่...พรุ่งนี้พวกเราจะทำอะไรกันดีล่ะนี่” เซคิน่าเอ่ยด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คงเพราะตารางชีวิตของเธอรวนไปจากที่เธอวางแผนไว้จนทำให้เธอรู้สึกสับสนว่าจะทำสิ่งใดต่อไปดีนวันพรุ่ง

“ข้าก็คงจะทำลูกธนูสำรองไว้แยะ ๆ แบบทุกที แต่ที่แน่ ๆ ข้าขอหลับยาว ๆ ก่อน” ไกเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ซึ่งเนมิสซ่าที่รับฟังนั้นได้แต่เอียงศีรษะไปมาก่อนที่จะเอ่ยกับไกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ข่มขู่

“ข้าว่า...ข้าจะไปหาพวกของมาไว้เป็นส่วนประกอบทำอุปกรณ์เวทย์สักหน่อย...เจ้าจะไปหากับข้าใช่รึไม่...ไก...”

หลังจากกล่าวจบเธอก็หันไปมองไกพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ ทำให้ไกได้แต่ส่ายศีรษะไปมาพร้อมกับอ้าปากค้าง ด้วยใจจริงของเขาอยากอยู่ในที่พักแล้วนอนยาว ๆ หลังออกไปลุยมาแทบจะทั้งวันแล้วเสียมากกว่า

‘ช่างเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ’
เซคิน่าหันไปมองไกที่กำลังถูกข่มขืนทางจิตใจพร้อมกับยิ้มแหย ๆ ให้กับชะตากรรมที่ต้องแทบมากลายเป็นคนรับใช้ของเนมิสซ่าไปเช่นนั้น ซึ่งเลออสก็หันมามองไกพร้อมกับส่ายศีรษะด้วยความหนักใจก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

“ข้าว่าพรุ่งนี้ก็จะฝึกทหารตามกำหนดการเดิม แต่ยังไงข้าก็คงขอนอนยาว ๆ หน่อยก็ดี”

“เอาอนาคิมไปที่สนามฝึกด้วยสิเลออส” ชไนเดอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมาทางเลออสซึ่งสิ่งที่พูดนั้นเหมือนต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับเลออส และดูเลออสจะเข้าใจในสิ่งที่ชไนเดอร์ต้องการเขาจึงยิ้มพร้อมทั้งหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เจ้านี่นะ จะให้แม่ลิงนี่ออกกำลังกายรึยังไงกัน”

“เขาเรียกว่าสร้างความคุ้นเคยกับพวกทหารต่างหาก” ชไนเดอร์กล่าวตอบพร้อมยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่อนาคิมนั้นได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ โดยไร้ข้อคิดเห็นใด ๆ ส่วนเซคิน่านั้นก็ได้แต่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายพร้อมทั้งบ่นออกมา

“ให้ตายสิ มีอะไรทำกันหมดทุกคนเชียวนะ”

“เห็นเจ้าว่าจะไปหาอาจารย์ของอนาคิมไม่ใช่รึ ไม่ไปวันพรุ่งเสียเลยล่ะ” ชไนเดอร์ตอบเซคิน่าไปด้วยเขาจำได้ว่าเซคิน่าเอ่ยไว้ที่วิหารแห่งแสงว่าอยากจะพบอาจารย์ของอนาคิมเพื่อพูดคุยสักครั้ง

“เออ...นั่นสินะ ไปหายัยวารีคลั่งนั่นก็น่าจะดี” เซคิน่าตอบรับพลางพยักหน้า

อนาคิมหันมามองเซคิน่าเล็กน้อย เธอไม่ค่อยเข้าใจว่าการไปหามีอาน่านั้นจะได้สิ่งใด เพราะดูอาจารย์ของเธอนั้นก็ไม่ได้รับรู้เรื่องของเธอสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่านางจะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้เธอก็ตามที

“ว่าแต่เจ้าเถอะชไนเดอร์ อยู่ ๆ ก็มาให้อนาคิมมาอยู่กับเลออส เจ้าจะไปใหนกันรึ”
เซคิน่าที่ฉุกคิดขึ้นมา ด้วยตั้งแต่เริ่มงานมาอนาคิมมักจะคอยทำงานอยู่หน้าห้องของชไนเดอร์ การที่อยู่ ๆ เขามาให้อนาคิมไปทำงานตรงจุดอื่น น่าจะเป็นเพราะเขาจะไปยังที่ใหนที่หนึ่งเป็นแน่

“อย่างแรกข้าต้องไปพบท่านเจ้ากรมการทหาร อย่างที่สองมีความเป็นไปได้ว่าข้าต้องไปเข้าเฝ้าองค์ราชาแน่นอน ข้าเลยคิดว่าถ้าจะให้อนาคิมอยู่ว่าง ๆ ก็น่าจะให้ไปกับเลออสจะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นจะดีกว่า”

“ให้อนาคิมเอาแม่หอกแดงซัดเลออสให้ร่วงในสนามฝึกสินะ”

“พูดไปนั่นเชียวเซคิน่า” เลออสกล่าวพลางเบ้ปากใส่เซคิน่าที่พูดเหมือนดูถูกว่าเขาจะพ่ายแพ้ให้กับอนาคิมเสียอย่างนั้น

อนาคิมยังคงได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ พลางเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากแล้วเอ่ยถามเลออสไป
“แล้ววันพรุ่งจะให้ข้าทำอะไรบ้างล่ะคะ”

“ก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าเจ้ามาข้าจะให้ให้พวกทหารลองมาซ้อมกับเจ้าดูน่ะ” เลออสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ว่าเขาได้แกล้งอนาคิม แต่เป็นเพราะมันคงน่าสนุกที่จะได้ให้เหล่าทหารลิ้มรสความพ่ายแพ้ด้วยฝีมืออิสตรีดูบ้าง

“ง...งื่อ~” อนาคิมครางออกมาพร้อมกับเบ้ปาก นั่นเพราะเธอไม่เชื่อว่าเลออสจะให้พวกทหารแค่ซ้อมเฉย ๆ คงได้มีการลงไม้ลงมือจริงจังเป็นแน่ แถมตัวเธอนั้นจะให้ใช้ลิลูกับทหารคงจะไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากลิลูนั้นเป็นหอกที่แฝงพลังเวทย์ไว้ขนาดเมื่อคราวที่สู้กับเลออสที่มีฝีมือสูงแค่เพียงเฉียวก็ยังสร้างบาดแผลค่อนข้างจะหนักเอาเรื่อง สงสัยเธอคงจะได้ใช้แค่ไม้พลองแล้วฟาดให้สลบเป็นหลักนั้นเอง

“ไม่ต้องกังวลไปนา ไม่ได้เอาจริงเอาจังถึงเพียงนั้นหรอก จะว่าไปแล้วเจ้ามาที่สนามฝึกสาย ๆ ก็ได้ เพราะวันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว” เลออสกล่าวราวกับเดาใจของอนาคิมได้ แม้เขาอยากให้ทหารได้ฝึกกับอนาคิมแต่ก็ไม่ได้หวังว่ามันจะรุนแรงอะไรมากนักเพราะอย่างไรเสียพวกนั้นก็คือทหารที่เป็นกองหน้าในหน่วยที่จำเป็นต่อการรบ ถ้าเป็นอะไรไปจะเป็นการขาดกำลังคนเสียเปล่า ๆ

ชไนเดอร์ที่ฟังเลออสสนทนากับอนาคิมก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ภายในใจเขาก็คิดถึงสิ่งที่เรฟาอิมเคยเตือน อนาคิมนั้นแม้จะเก่งกาจแต่ดูนางยังลังเลที่จะลงมือกับมนุษย์อยู่มากคงเพราะนางเป็นเพียงสาวชาวบ้านธรรมดาหาได้เคยออกศึกและฆ่าผู้ใดจริง ๆ ไม่ ย่อมมีความหวาดกลัวอยู่ภายในใจเมื่อต้องทำร้ายผู้ใดสักคนแน่นอน แม้ว่าตัวเขาเองจะผ่านศึกมาหลายครั้งและฆ่าศัตรูมามากโข แต่การที่จะฝึกใครให้ฆ่าคนเป็นบางทีมันก็ช่างยากกว่าที่เขาคิดจริง ๆ

---------------------------------

ทั้งหมดเดินมาจนถึงบันไดที่ทอดยาวลงมาจากทางเดินที่อยู่ริมสะพานฝั่งทิศเหนือ ซึ่งด้วยมันเป็นบันไดขึ้นจากคูน้ำจึงทำให้ค่อนข้างชันยากแก่การบังคับม้าขึ้นไป พวกเขาจึงตัดสินใจขึ้นไปด้วยตนเอง ส่วนม้านั้นก็ปล่อยให้พวกทหารช่วยกันจัดการนำมันขึ้นมาในภายหลัง

พวกของชไนเดอร์ที่ขึ้นจากคูน้ำและเข้าประตูปราสาทฝั่งทิศเหนือได้แล้วนั้น พวกทหารก็จัดแจงหาน้ำสะอาดมาล้างน้ำในคูและตะไคร้ที่เปรอะเปื้อนออก แม้จะไม่ได้สะอาดมากนักแต่ก็ยังดีกว่าเดินกลับที่พักทั้ง ๆ ที่สกปรกเลอะเทอะไปเช่นนั้น จะมีเพียงเนมิสซ่าเท่านั้นที่ดูจะสะอาดกว่าใครอื่นจนทำเพียงแค่ล้างขาเล็กน้อยก็พอแล้ว

“เจ้านี่ช่างปกป้องเนมิสซ่าได้หมดจดจริง ๆ นะไก” เลออสแหย่ไกที่รับน้ำแทนเนมิสซ่าจนเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว

ชไนเดอร์ที่เห็นสภาพของไกก็ได้แต่ส่ายศีรษะเช่นกันก่อนที่จะเข้าไปหาเนมิสซ่าและใช้มือลูบศีรษะของนางเบาพร้อมกับบอกไปด้วยน้ำเสียงท่าทางที่เหมือนพี่น้อง ซึ่งเป็นกิริยาที่อนาคิมซึ่งดูทั้งสองมาตลอดไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

“เจ้านี่นะ ตอนเด็ก ๆ ไม่เห็นจะแกล้งใครถึงขนาดนี้เลย”

“ข้าไม่ได้แกล้งเสียหน่อยนะท่าน ไกยินดีเข้ามารับแทนข้าเองต่างหาก ใช่รึไม่ล่ะ!!” เนมิสซ่าตอบพลางชี้นิ้วไปยังไกที่เอาน้ำราดใส่ตัวไปโครมใหญ่ ซึ่งเขามองเนมิสซ่าด้วยสายตาที่ดูเอือม ๆ แต่ก็ไม่กล้าตอบปฎิเสธเขาจึงได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น

‘ก็เพราะแบบนี้เลยกลายเป็นลูกไล่ให้แม่สาวเตี้ยนี่ทุกที’
เลออสคิดในใจ แต่ก็ยอมรับว่าทั้งสองทำงานเขาขากันได้ดีมาก เรียกว่าในเรื่องการงานดูจะไม่มีข้อให้ตำหนิทั้งสองได้ง่าย ๆ อีกทั้งในเรื่องนี้ขนาดชไนเดอร์ยังเอาเนมิสซ่าไม่ค่อยอยู่ เขาเองก็คงลงไปยุ่งอะไรไม่ได้เป็นแน่

เซคิน่าที่มองดูท้องฟ้าในช่วงเวลานี้ซึ่งก็เข้ายามสี่ด้วยความรู้สึกอยากจะพักผ่อนแล้ว จริง ๆ จะให้เธอนั่งตาสว่างแล้วทำงานต่อเลยก็ยังไหวด้วยหน้าของเธอในฐานะกองสอดแนมที่บ่อยครั้งต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติการในครั้งนี้จึงไม่ได้ทำให้เธอเหน็ดเหนื่อยนักเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นในเมื่อกลับมาแล้วเธอก็อยากจะอาบน้ำแล้วนอนกลิ้งในที่พักให้สบายอยู่ดี เซคิน่าวักน้ำมาลูบหน้าอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยกับทุกคนออกไป

“ไม่มีอะไรแล้วนี่นะ เช่นนั้นข้าก็ขอตัวกลับที่พักก่อนก็แล้วกัน”

เซคิน่ากล่าวพลางลอยตามองท้องฟ้าเล็กน้อย จนแสงไปจากคบเพลิงที่ปักอยู่ไม่ห่างนั้นสะท้อนแววตาที่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เธอจะหันไปกล่าวกับชไนเดอร์
“ท่านแม่ทัพ พรุ่งนี้ข้าขอลาพักไปหามีอาน่าก็แล้วกันนะ อย่ามีอะไรเรียกใช้ข้าล่ะ”

“เช่นนั้นข้าก็ขอใช้อะไรเจ้าตอนนี้เลยก็แล้วกัน”

เซคิน่าถึงกับเบ้ปากทันที ด้วยไม่คิดว่าชไนเดอร์จะมีงานอะไรให้ตัวเธอทำได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะปฎิเสธอันใดเพราะเธอไม่คิดว่าชไนเดอร์นั้นจะให้เธอทำอะไรไร้สาระเป็นแน่
“อะไรกันล่ะคะ ท่านแม่ทัพ~”

ชไนเดอร์อมยิ้มเล็กน้อย ในขณะนี้สะบัดน้ำที่มือออกแล้วจึงกล่าวกับเซคิน่าไป
“ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากจะทราบเหตุผลที่ท่านมีอาน่าออกจากกองทัพ และจากเมืองเฟรโดน่าไปอยู่ในหมู่บ้านที่ค่อนข้างห่างไกลเช่นนั้น เจ้าพอจะลองถามให้ข้าได้รึไม่”

อนาคิมที่ได้ยินสิ่งที่ชไนเดอร์สั่งเซคิน่านั้นออกจะตกตะลึงไม่ใช่น้อย แม้เธอจะเคยรู้ว่าเซคิน่ารู้จักคุ้นเคยกับมีอาน่า และรู้ว่ามีอาน่านั้นเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจ แต่เธอไม่เคยคิดว่าอาจารย์ของเธอนั้นจะเคยอยู่ในกองทัพของเฟรโดน่ามาก่อน ทว่าเธอก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป ได้แต่เพียงสังเกตอยู่ห่าง ๆ พร้อมกับล้างมือล้างไม้ไปเท่านั้น

เซคิน่าที่ได้รับคำสั่งเบ้ปากอีกครั้ง ด้วยว่ากันตามจริงแล้วเผ่าพันธุ์ดาร์คเอล์ฟและเอล์ฟไม่ได้มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากนัก การที่เธอไปหามีอาน่านั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้มีปะทะฝีปากหรือถึงขั้นประมือกันหรือไม่ ด้วยทัศนคติที่ฝังรากลึกว่าเผ่าเอล์ฟคือพวกที่เข็นฆ่าเผ่าพันธุ์ดาร์คเอล์ฟอย่างไร้ความปรานี ในขณะที่เผ่าเอล์ฟก็เชื่อว่าเผ่าดาร์คเอล์ฟเป็นพวกที่ศึกษามนต์ดำและอำนาจของพวกปีศาจร้ายไม่ควรแก่การคบหาพูดคุย นี่ชไนเดอร์ก็ดันมาให้ถามเรื่องอะไรที่อาจจะไปสะกิดใจของมีอาน่าเข้าก็เป็นได้ มันจึงดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ

กระนั้นเซคิน่าก็ได้แต่พยักหน้ารับไป ด้วยในเมื่อตัวเธอเองก็อยากพูดคุยเรื่องอนาคิม ก็ต้องพยายามเชื่อมความสัมพันธ์อยู่ เธอจึงคิดว่าก็ทำเท่าที่ทำได้ดีกว่า เมื่อคิดเช่นนั้นเธอจึงยอมรับไปโดยไม่ได้เอ่ยโต้แย้งอันใด ก่อนที่จะโบกมือโบกไม้ให้กับทุกคนแล้ววิ่งหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

“...ยัยนั่นน่าจะหิ้วอนาคิมไปด้วยนะเนี่ย ทางผ่านแท้ ๆ เชียว” เลออสบ่นออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นเซคิน่านั้นวิ่งหายไปโดยทิ้งให้อนาคิมซึ่งที่พักอยู่ในเส้นทางเดียวกันยืนกระพริบตาปริบ ๆ ทั้งที่ทั้งสองน่าจะกลับไปด้วยกัน

“งั้นข้าก็กลับที่พักบ้างล่ะ จะได้รีบนอน วันพรุ่งต้องไปลำบากอีก”

“เจ้าว่าอะไรลำบาก” เนมิสซ่าหันไปมองค้อนไกทันที ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นไกก็มองไปยังคนที่เหลือคือชไนเดอร์ เลออส อนาคิม และเนมิสซ่าพลางคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เขาจะเอามือกดที่ศีรษะของเนมิสซ่าราวกับจะต่อต้านกิริยาของเนมิสซ่าพร้อมทั้งเอ่ยขึ้น

“เจ้าเองก็ด้วย เป็นผู้หญิงตัวแค่นี้ไปพักให้เต็มที่ก่อน วันพรุ่งข้าจะไปกับเจ้าเอง”

ซึ่งเนมิสซ่าที่ถูกกระทำเช่นนั้นพยายามจะปัดมือของไกออก แต่เธอก็ถูกไกจับข้อมือไว้เสียก่อนพร้อม ๆ กับที่เขาใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไว้ ด้วยแรงของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอนั้นไม่อาจจะสู้แรงของผู้ชายได้ ต่อให้มีเวทมนตร์แต่ถ้าไม่สามารถร่ายออกมาได้ก็ดูจะเปล่าประโยชน์ เนมิสซ่าถูกไกที่เข้าล็อคตัวไว้ลากออกไปในทันที ซึ่งไกก็หาได้กล่าวอันใดไม่นอกจากจะพยายามขยิบตาให้เลออสเท่านั้นเอง

“จะต่อต้านเนมิสซ่าก็ทำได้นี่นา” ชไนเดอร์เอ่ยพลางมองไกที่ลากเนมิสซ่ากลับที่พักไปโดยไม่ได้ห่วงอันใดนัก ด้วยที่พักของเนมิสซ่านั้น ไม่ได้อยู่ห่างจากไกสักเท่าไหร่ ด้านเลออสที่สังเกตเห็นว่าไกขยิบตาให้เขานั้น แม้จะงุนงงในทีแรกแต่เมื่อเขาดูรอบ ๆ ตัวเขาซึ่งบัดนี้เหลือเพียงตัวเขาเอง ชไนเดอร์และอนาคิม เขาก็เข้าใจในสิ่งที่ไกพยายามจะบอกได้ทันทีเขาจึงเอ่ยกับชไนเดอร์ออกไป

“เฮ้ ชไนเดอร์ข้าว่าต้องเป็นเจ้าแล้วล่ะที่เดินกลับไปพร้อมอนาคิม”

“แล้วเจ้าล่ะ?” ชไนเดอร์เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เพราะเส้นทางของที่พักเลออสนั้นสามารถไปทางเดียวกับเขาและอนาคิมได้ เพียงแค่ถึงก่อนเท่านั้น แต่กลับพูดเหมือนจะไม่ได้ไปในเส้นทางเดียวกันเสียเช่นนั้น

เลออสยิ้มพลางยักไหล่และยกมือทั้งสองแบออก แล้วจึงตอบชไนเดอร์ออกไป
“ก็ตามกำหนดการ แต่ข้าดันบอกพวกทหารว่าพวกเราไปทำงานไม่อยู่สองวัน ในเมื่อกลับมาไวเช่นนี้ก็ต้องไปบอกให้พวกทหารที่ค่ายพักรู้ตัวยังไงล่ะ พวกเจ้ากลับไปก่อนก็แล้วกัน”

“ข้าว่าดูมีเลศนัยอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ”

“คิดมากนา ข้าแค่ทำงานเท่านั้นเอง พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ” เลออสกล่าวพลางสะบัดมือไล่ ทำให้ชไนเดอร์และอนาคิมได้แต่มองหน้ากันและกันก่อนที่ทั้งสองต้องทำตามที่เลออสกล่าวด้วยในเมื่อเขามีธุระก็คงไปห้ามไม่ได้ ซึ่งชไนเดอร์ก็โบกมือให้เลออสก่อนที่จะออกเดิน อนาคิมที่เห็นเช่นนั้นจึงโค้งให้เลออสเล็กน้อยแล้วเดินตามชไนเดอร์ไปในทันที

ทั้งสองเดินหายไปในความมืด โดยมีเลออสมองตามอยู่ ในขณะนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นลอย ๆ พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ
“อย่าบอกนะว่าไปกันสองต่อสองทั้งที่ยังมีสติสมบูรณ์ ก็ไม่ได้คิดจะมีอะไรก้าวหน้าเลยสักนิดนะ”

“อะไรก้าวหน้าครับท่านรองแม่ทัพ” นายทหารที่อยู่ไม่ห่างนักได้บินสิ่งที่เลออสกล่าวก็นึกว่าเลออสพูดกับเขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา ซึ่งเลออสก็หันไปมองพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะเดินไปตบไหล่นายทหารผู้นั้นพร้อมกับบอกออกไป

“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่พูดถึงคนขี้อายสองคนน่ะ”

----------------------------------------

แม้ว่าจะเป็นต้นยามสี่ แต่ภายในปราสาทก็ไม่ได้มืดมากนัก อนาคิมกับชไนเดอร์จึงสามารถเดินไปโดยที่ไม่ต้องระมัดระวังสิ่งใดสักเท่าไหร่ ทั้งสองแม้จะเดินไม่ห่างกัน แต่ก็หาได้พูดคุยอันใดไม่ จึงทำให้ตลอดทางนั้นค่อนข้างเงียบสงัดอย่างมาก อนาคิมนั้นเดินไปพร้อมกับสีหน้าที่แดงเรื่อด้วยตัวเธอเองไม่เคยเดินทางไปกับชายใดสองต่อสองเช่นนี้มาก่อนโดยเฉพาะกับชายที่เธอมีใจให้เช่นนี้ แม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สอง แต่เพราะในครั้งแรกนั้นอนาคิมอยู่ในสภาพที่ไม่ได้สติเธอจึงไม่รู้เรื่องใด ต่างจากครั้งนี้อย่างมาก  ในขณะที่ลิลูเองนั้นก็เงียบเป็นเป่าสาก ต่างจากปกติที่เอาแต่พูดมากจนเวลานี้อนาคิมอยากจะขอร้องให้ลิลูเอ่ยกล่าวอะไรก็ได้เพื่อทำลายความเงียบ

“ถ้าเจ้าพบมารดาแท้ ๆ ของเจ้า เจ้าอยากจะทำสิ่งใดกันล่ะอนาคิม”

อยู่ ๆ ชไนเดอร์ที่เดินเงียบอยู่นานก็ทำลายความเงียบด้วยการเอ่ยถามเรื่องมารดาของอนาคิม ซึ่งนั้นทำให้อนาคิมตกใจเล็กน้อยจนเผลอสะดุ้งออกไป แต่เธอก็ตอบบออกไปทันที แม้ว่าจะตะกุกตะกักก็ตาม

“อ...เออ...ข...ข้ายังไม่ได้...คิดเลยน่ะค่ะ”

“อืม...ถ้าที่ฟังจากเรฟาอิมมารดาของเจ้าก็คงเป็นเทพเจ้านามไอน์เซเนียร์เป็นแน่ ใครจะคิดล่ะนี่ว่าจากบุตรสาวช่างตีเหล็ก แท้จริงจะมีต้นกำเนิดเปรียบได้ดั่งบุตรีของเทพเจ้าเช่นนี้” ชไนเดอร์กล่าวพลางอมยิ้มเล็กน้อย เวลานี้เขาไม่แปลกใจนักว่าทำไมอนาคิมจึงได้เป็นผู้หญิงที่ดูเพรียบพร้อมในหลาย ๆ ด้วยกว่าหญิงอื่น ๆ ทั้งยังได้รับความเอ็นดูจากใครต่อใครทั้งที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมาก่อนเช่นนี้

“ไม่หรอกค่ะ ข้าก็ยังคงเป็นอนาคิม ที่เป็นบุตรสาวของช่างตีเหล็กเช่นเดิมนั่นล่ะค่ะ” อนาคิมตอบกลับพร้อมกับยิ้มที่มุมปากด้วยเธอยังรับไม่ได้กับการถูกยกย่องอะไรเช่นนั้น เพราะเธอยังไม่ได้รู้สึกเลยสักเพียงนิดว่าสถานะอะไรเช่นนั้นเหมาะสมกับตัวเธอ

“เช่นนั้นรึ เจ้านี่ก็แปลกดีนะ ทั้งที่สามารถมีสถานะที่ดูจะสูงส่งกว่าใคร ๆ กลับไม่สนใจที่จะรับมันไว้”

คำพูดของชไนเดอร์นั้นทำให้อนาคิมหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เธอจะกล่าวกัชไนเดอร์กลับไปเช่นกัน
“แต่ข้าคิดว่าท่านชไนเดอร์น่าแปลกกว่านะคะ”

ชไนเดอร์เหลือบมองอนาคิมที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง ด้วยความประหลาดใจและสงสัยในคำกล่าวที่บอกว่าเขานั้น
แปลกกว่าอนาคิมอย่างมากก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป
“ทำไมรึ?”

อนาคิมยิ้มอีกครั้งพร้อมทั้งมองชไนเดอร์ด้วยแววตาที่ดูชื่นชม ก่อนที่เธอจะหลับตาพริ้มพลางค่อย ๆ เดินและกล่าวตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูจะภูมิใจในตัวผู้เป็นนาย
“ทั้งที่ข้านั้นสามารถนำเหล่าเนฟิลิมออกมาใช้และควบคุมประตูมิติที่เดินทางไปใหนต่อใหนได้ แม้จะเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ในอนาคต แต่ท่านกลับเลือกที่จะไม่ใช่พวกมันเพื่อความรุ่งเรืองในเชิงการทหารแม้แต่น้อย ท่านเลือกที่จะปิดผนึกพวกมันไว้เพื่อหวังเพียงความสงบสุขจะเกิดขึ้นในคานาน ข้าถึงได้ว่าท่านแปลกยังไงล่ะคะ”

อนาคิมกล่าวก่อนที่จะลืมตาขึ้นเพื่อมองชไนเดอร์หากแต่เวลานี้ชไนเดอร์นั้นมายืนตรงหน้าของเธอแล้วทำให้เธอถึงกับชะงักด้วยความตกใจ  ซึ่งชไนเดอร์นั้นก็จดจ้องที่อนาคิมที่ดูจะตกใจระคนเขินอายที่ถูกเขามองเช่นนั้น จนครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยกับอนาคิมออกไป
“ข้า...ไม่ได้คิดหวังจะใช้ประโยชน์จากเจ้าเช่นนั้น แม้มันจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าสิ่งที่ต้องแลกมานั่นอาจจะต้องหมายถึงเสียเจ้าในฐานะของ...มนุษย์...ข้าก็ยังไม่อยากจะตัดสินใจเลือกเส้นทางนั้น”

ทั้งสองต่างจดจ้องกันอย่างไม่วางตาอยู่นาน ชไนเดอร์นั้นแม้จะมีสีหน้าที่ดูเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการเขินอายเท่าอนาคิมที่ดูจะมีใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเคอะเขินจนแทบจะถึงขีดสุดแล้ว แต่ภายในใจของเขานั้นดูจะมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้อยู่กับหญิงที่ตนเองปราถนามาเป็นภรรยาสองต่อสองเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะยิ้มและเอ่ยกับอนาคิมออกไป

“ถึงที่พักของเจ้าแล้ว ยังไม่มีแสงไฟเช่นนี้ เรโนอาคงยังไม่ตื่นกระมัง”

“อ...อ่ะ!!” อนาคิมที่เหมือนหลุดจากภวังค์หันซ้ายหันขวามองรอบ ๆ ซึ่งข้าง ๆ ของเธอก็คือที่พักของเธอและเรโนอานั่นเอง เธอเดินมาถึงที่พักโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด คงเพราะจดจ่ออยู่แต่กับชไนเดอร์จนไม่ได้สนใจสิ่งใดสักเท่าไหร่เป็นแน่ อนาคิมจึงได้แต่เอามือขึ้นมาลูบผมของเธอเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่ทำอะไรดูเปิ่น ๆ เช่นนี้ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ โค้งให้ชไนเดอร์

หากแต่ไม่ทันที่เธอจะได้โค้ง ชไนเดอร์ก็เดินเข้ามาจับแขนของอนาคิมไว้และเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
“เรายังมีเรื่องต้องสะสางกันนะอนาคิม ที่วิหารแห่งแสงนั่นเจ้าขัดคำสั่งที่ข้าไม่ให้เจ้าออกไปปะทะกับพวกหนอนยักษ์นะ”

อนาคิมก้มหน้าก้มตาพลางยิ้มแหย ๆ ทันที ด้วยการขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชานั้นย่อมมีความผิดแน่นอน ถึงจะทำไปด้วยความหวังดีก็ตามที ยิ่งในระบบของทหารการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เธอจึงเงยหน้าไปเพื่อยอมรับความผิดทั้งหมดและบทลงโทษที่ชไนเดอร์จะลงโทษเธอในความผิดนี้

ทว่า...อุ๊บ!!

ริมฝีปากของชไนเดอร์นั้นลงประทับไปที่ริมฝีปากของอนาคิมเต็มที่ ทำให้อนาคิมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงทำสิ่งใดไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้ชไนเดอร์ประทับจูบไปเช่นนั้นอยู่ครู่ใหญ่ จนเขาถอนริมฝีปากออกไปแล้ว แต่อนาคิมก็ยังคงยืนนิ่ง ริมฝีปากสีชมพูที่อวบอิ่มปราศจากจากแต่งแต้มใด ๆ สั่นเทาด้วยความรู้สึกเขินอายระคนตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ไม่สามารถทำได้ ชไนเดอร์ที่เห็นทีท่าของอนาคิมนั้นยิ้มให้เธออีกครั้งพร้อมทั้งกล่าวออกไป

“โทษของการขัดคำสั่งนะท่านเลขานุการกองทัพแห่งเฟรโดน่า”

แม้เขาจะเอ่ยออกไปก็หาได้ทำให้อนาคิมที่บัดนี้เรียกว่าเข้าสู่ภวังค์หาได้ตื่นมามีสติรับรู้ไม่ เธอทำได้แต่พยักหน้ารับช้า ๆ ทั้งที่ดวงตาสีฟ้าของเธอยังคงเบิกกว้างเช่นนั้น ชไนเดอร์ที่เห็นอนาคิมเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ เขาเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีนะอนาคิม”

หลังจากกล่าวจบเขาก็ผละออกห่างจากอนาคิม ด้วยควรแก่เวลาที่เขาจะกลับที่พักบ้างแล้วเช่นกัน เขาค่อย ๆ เดินถอย
ห่างจากอนาคิมไปจนระยะทางพอสมควรก็ยกมือขึ้นโบกให้อนาคิมอีกครั้งพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ดังพอควร

“แล้ววันพรุ่งอย่าลืมไปที่สนามฝึกซ้อมด้วยล่ะ!!”

หลังจากกล่าวจบชไนเดอร์ก็วิ่งหายไปในความมืดมิด ปล่อยให้อนาคิมนั้นค่อย ๆ พยักหน้ารับช้า ๆ โดยมิได้กล่าวสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย จริง ๆ แม้แต่ขยับเธอก็หาได้ทำไม่ จนราวกับว่าเวลานี้เธอแข็งเป็นรูปปั้นไปเสียแล้ว ซึ่งขณะนั้นเองภายในที่พักของอนาคิมก็มีไฟส่องสว่างขึ้น ไม่นานนั้นแสงไฟนั่นก็ออกมาจากในที่พักโดยเป็นแสงจากตะเกียงของเรโนอาที่ลุกขึ้นมาดูว่าด้านนอกมีอะไรเกิดขึ้น ด้วยเพราะเธอได้ยินเหมือนเสียงใครสักคนตะโกนนั่นเอง

และสิ่งที่เรโนอาพบก็คืออนาคิมที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ก่อนที่เธอจะเห็นอนาคิมนั้นค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาระดับอกพร้อมกับโบกไปมาช้า ๆ ซึ่งเมื่อเรโนอาหันไปทางทิศที่อนาคิมนั้นจ้องมองอยู่ก็หาได้พบผู้ใดไม่ ยังความสงสัยให้เธออย่างมาก ด้วยใหนจะการที่อนาคิมกลับมาก่อนเวลาที่นางเคยบอกไว้แล้ว ยังมามีทีท่าเช่นนี้อีก เรโนอาจึงเดินเข้าไปถามเพื่อคลายข้อสงสัยทันที

“เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะอนาคิม”

ป่อง~

ไร้ปฎิกิริยาตอบรับใด ๆ อนาคิมที่ยังดูตกตะลึง ทำสิ่งใดไม่ถูก ประสาทสัมผัสดูช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จนเรโนอาต้องเอามือไปโบกที่ตาของอนาคิม แต่ก็ยังหาได้ทำให้สติของอนาคิมกลับคืนมาไม่ ปฎิกิริยาเช่นนี้แม้ดูจะแปลกประหลาดแต่เมื่อเรโนอาทบทวนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมีอันใดบ้าง เธอได้ยินเสียงใครสักคนซึ่งน่าจะเป็นชไนเดอร์ แล้วเธอก็มาพบอนาคิมในสภาพที่ยืนเอ๋อเช่นนี้ มันดูจะไม่ได้ยากต่อการคาดเดานัก ด้วยแสดงว่าชไนเดอร์คงทำอะไรสักอย่างกับอนาคิมจึงได้มีสภาพเช่นนี้

“ท่านแม่ทัพนี่ งวดนี้คงจะรุกหนักสิท่า” เรโนอาเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้าไปจับมืออนาคิมไว้ ก่อนที่จะฉุดกระชากเข้าไปในที่พักทั้ง ๆ ที่ตัวอนาคิมจะยังดูเหมือนคนไม่ได้สติเช่นนั้น

‘ปฎิกิริยา ก็สมเป็นยัยเอ๋อดีนะนี่ น่าเก็บเป็นเรื่องไว้แหย่เล่นจริง ๆ’ ลิลูที่อนาคิมสะพายไว้นั้นคิดในใจด้วยตัวเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ไม่ได้แสดงออกอันใดเพราะอยากให้เรื่องชไนเดอร์และอนาคิมมีอะไรคืบหน้าบ้าง แต่ดูจะไวกว่าที่เธอคิดไปสักหน่อย จนมีความคิดว่าน่าจะเก็บเอาไว้ล้ออนาคิมเล่น ๆ

------------------------------------------------------Next to Chapter 29

 

 


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 16 พ.ย.53 เวลา 22:55:39 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ