bUnChU
คนแต่งนิยายธรรมดาๆคนหนึ่ง

Ragnrok the Lengeds II : Road to WhiteCastle บทที่ 13 จวบสิ้นชีวาวาย (Till to the End)

      บทที่ 13
      จวบสิ้นชีวาวาย (Till to the End)

“ท่าน…ทำไม!?”
เสียงอุทานหลุดจากปากเด็กหนุ่มเนตรสีเพลิง

ความเงียบเข้าปกคลุม ฝุ่นผงแห่งการต่อสู้เริ่มจางลงช้าๆ พร้อมกับภาพที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

พรานหนุ่มสวมหมวกปีก ผมสีดำเข้ม กับแววตาเฉียบคมดุดัน แม้จะซ่อนไว้ในใบหน้าอันยากจะคาดถึง

รอยยิ้มที่ปรากฏเล็กๆ ไม่ใช่ความหมายเป็นมิตร รอยยิ้มที่เหมือนพญามัจจุราช หรือ ผู้ล่ากำลังจ้องเหยื่อของมัน

“…เจ้าน่าจะรู้เหตุผลดี สหาย!?”
แอร์โรววินกล่าว พลางสาวเท้าเข้าหาช้าๆ

สองเพื่อนสนิทถอยหนีอย่างช้าๆ

“ใคร!”
เฮทจาห์เอ่ยขึ้น พลางตั้งการ์ดขึ้นตรงหน้า ในมือกำวงจักรไว้แน่น

“ด..เดี๋ยว เฮทจาห์!?..” เมอร์ลินห้าม ก่อนออกมารับหน้าแทน

ความคิดเริ่มหาคำตอบ…

ไอรีส….หรือคนๆนี้เกี่ยวข้องอะไร

เหมือนมีแรงกดดันมหาศาลจากทุกๆทางที่บีบอัดหัวใจจนเจ็บปวด
ลมหายใจที่ติดขัด ไม่ทั่วห้อง เม็ดเหงื่อที่ไหลรินลงมาจากขมับช้าๆ

“…ไอรีส….อยู่…ที่ไหน!?”
เพียงเสี้ยววินาทีที่สิ้นคำถาม

เฟี้ยว!!!

ลูกธนูวิ่งเข้าใส่ในฉับพลัน!

ยิงมาตั้งแต่เมื่อไร…คำถามในใจช้าไปกับสิ่งที่เกิด
แอร์โรววินอยู่ในท่ายิงเรียบร้อยแล้ว…
เหมือนทุกๆอย่างกำลังจะหยุดนิ่งเมื่อ ลูกศรวิ่งเข้าใส่ดวงตา ที่ห่างกันไม่กี่อึดใจ

เคร้ง!

เฮทจาห์เข้าขวางไว้ ก่อนตวัดแขนปัดลูกธนูทิ้ง พร้อมกับเอ่ยเสียงดัง

“ถอยไป!!!”

เมอร์ลินยังคงดึงดันออกมารับแทน ก่อนผลักเฮทจาห์ออกไปด้านข้าง

“ท่านเป็นอะไรกับไอรีส?!!!”
เมอร์ลินตะคอกใส่

ความเงียบที่รอคำตอบ….

“ที่จริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คำตอบเลยสหาย….แต่ไหนๆเจ้าก็จะตายแล้วข้าก็…จะบอกให้” แอร์โรววินตอบพลางดึงศรออกมา

เมอร์ลินยังยืนนิ่งไร้การป้องกัน..แววตาที่เบิกกว้างราวกับคนเสียสติ

“ข้าคือ….พี่ชาย….และ”

เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของสายคันธนูที่ง้างออก เสียงลั่นของคันศรที่ดังเป็นระยะๆ ไอของความคิดเริ่มแผ่ออก
มันคือความโกรธเกรี้ยวดุจสายน้ำหลากที่ยากจะทัดทาน…

“ คู่หมั้นของนาง!!!”

ศรถูกยิงออกไป รุนแรงและรวดเร็ว!!!! ความรู้สึกลึกๆในกายของจอมพรานที่ระเบิดออก!

เสียงหวีดแหวกอากาศดังสนั่น ที่มันวิ่งผ่าน…ลากเอาฝุ่นตลบอบอวนตามมาด้านหลัง!

“หลบไป!!!”

เสียงของอีกนักล่าตะโกนสุดเสียง!

แต่ดูเหมือนเสียงนั้นจะมาไม่ถึง…หูของเมอร์ลินนั้นด้านชาจากคำเตือนจนมิอาจรับรู้เสียงใด

ร่างกายที่ไม่อาจทำตามคำสั่ง เหมือนคำตอบนั้นกำลังกดขาให้จมแน่นลงจนไม่อาจย่างก้าว

ข้า…

ทุกๆอย่างในโลกช้าลงในความคิดของคนกำลังจะสิ้น
ชีวิต….

ภาพในอดีตหวนกลับมาเพียงเสี้ยววินาที วิ่งสลับขึ้นลงในสมอง…

รอยยิ้ม….เสียงหัวเราะ….ความทรงจำอันสวยงาม ทุกอย่างมารวมกันในความมืดมิด และ

แตกดับในฉับพลัน! เหมือนบานกระจกบานใหญ่ที่ระเบิดออกเป็นเถ้าธุลี

…ทำอะไรลงไป….

“เมอร์ลิน!!!!”
เฮทจาห์ร้องเรียกอีกครั้งสุดเสียง ขณะที่เท้าทะยานเข้าหา

แต่….

ฉึก!

ศรนั้นแทงทะลุขั้วหัวใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า…ก่อนระเบิดความเคียดแค้น…ลากเอาร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นตามแรงถอยไปไกล ก่อนกระแทกเข้ากับบ้านไม้หลังเก่าจนล้มพังลง

ซากหายนะร่วงหล่นลงทับร่างของเด็กหนุ่มจนมิด….

แววตาของมือสังหารเพื่อนสนิทเบิกกว้างด้วยอารมณ์เกินคาดเดา มองดูสหายรักยามอดีตจมลงในซากบ้านไปต่อหน้า

“ข้าไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวของเจ้าอีก….สหายน้อย….จงตายไปพร้อมสิ่งที่เจ้าทำกับไอรีสซะ!” แอร์โรววินเอ่ยขึ้นก่อนลดคันศรลง

เฮทจาห์ออกตัววิ่งเข้าหาเมอร์ลินที่จมอยู่ใต้ซากปรักหักพังตรงหน้า พยายามเข้ายกไม้ท่อนใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล เหมือนมีบางสิ่งกดทับไว้จนไม่ขยับแม้น้อยนิด

เสียงฝีเท้าก้าวมาด้านหลัง

พรานหนุ่มก้มลงช้าๆ ณ จุดที่แสงจันทร์สะท้อนกับบางสิ่งจนส่องแสงระยับ

จี้ใบไม้….ญิกดรอซิล…

“พี่เสียใจที่ปกป้องเจ้าไม่ได้ ไอรีส…เรากลับกันเถอะ?”
แอร์โรววินยื่นมือลง หมายคว้าเอาไว้ แต่…

เท้าที่เหยียบลงบนพื้นจนแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย…จากแรงกระโจนเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ จนพรานหนุ่มต้องถอยหนีออกมาไกล

จี้สีเขียวนั้นลอยขึ้นกลางอากาศก่อนตกลงบนมือของเฮทจาห์ที่รอรับอยู่

“คืนมันให้ข้าสหาย….นายจ้างเจ้าตายแล้ว เท่ากับหมดหน้าที่แล้วมิใช่หรือ…”

แอร์โรววินเอ่ยขึ้น พลางยกคันศรขึ้นตั้งท่า

เหมือนไม่แยแสกับคำพูดของแอร์โรววิน…เฮทจาห์เดินหันหลังให้กลับไปยังซากไม้ที่ทับร่างของเมอร์ลินไว้
มือของเมอร์ลินที่โผล่ออกมาจากใต้ซากนั้นอาบด้วยเลือดสีแดงฉาน….

จี้เส้นนั้นถูกวางลงอย่างบรรจงบนฝ่ามือ

“นายจ้างดับดิ้น งานก็สิ้นแล้ว….เจ้าต้องการอะไรอีก!”
แอร์โรววินย้ำคำเดิม…

“ไม่ใช่นายจ้าง…” เฮทจาห์เอ่ยขึ้น ก่อนลุกขึ้นช้าๆ ดึงหลอดแก้วของเหลวสีดำสนิทจากเอวขึ้นดื่ม

ร่างกายกระตุกอย่างรุนแรงไปมา ราวกับของเหลวนั้นคือไฟนรกอันร้อนแรงที่แผดเผาจากภายในกาย ก่อนหยุดลง
ร่างที่กำลังหันมาทีละน้อย…กับผ้าพันคอที่พริ้วไหวตามแรงลมโชย แววตาที่ย้อนกลับใต้แสงจันทร์นั้นเผยออก
เนตรสีดำสนิทนั้น ปรากฏนัยน์ตาขึ้นมาทีละน้อย จากเดิมปกติควรจะเป็นคือ ตาขาวที่โอบล้อมน้อยตาสีดำไว้…แต่
กลับเป็นสีดำสนิทเหมือนนิล โอบล้อมไว้ด้วยนัยน์ตาสีขาวตรงกลาง

“…นั่นคือเพื่อนของข้า!”
เฮทจาห์กัดฟันตอบ

“งั้นก็เสียใจ…ที่ข้าต้องทำ เพราะเพื่อนของเจ้าได้ทำสิ่งร้ายแรงกับข้าก่อน!”

แอร์โรววินตอบ พลางขยับหมวกให้เข้าที่

“ไม่รู้เหตุผล..และไม่อยากฟัง…” เฮทจาห์ตอบ พลางยกแขนทั้งสองขึ้นช้าๆ วงแหวนจักร ถูกทิ้งลงพื้น….

ผ้าพันแขนถูกแกะออกช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนไว้…
ปลอกแขนสีดำยาวตั้งแต่ศอกจรดข้อมือหนา และดูหนักอึ้ง…

“จะแก้แค้นให้เพื่อนหรือ…สหาย” แอร์โรววินกล่าวก่อน

หลอดแก้ววางเปล่าถูกทิ้งลงพื้น..แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ

“…จวบสิ้นชีวาวาย…ราตรีนี้ไม่ข้าก็เจ้าต้องดับสิ้น!”

ปลอกแขนทั้งซ้ายขวาประสานเข้าหากัน และ

ชิ้ง!!!

ใบมีดเหล็กกล้าทะลวงขึ้นจากปลอกแขนด้านหลังของผ่ามือ ส่องประกาบแวววับสะท้อนแสงจันทร์

“หึหึหึ นักล่ากับนักฆ่างั้นหรือ….เอาซี่! สหาย…แล้วจะได้รู้กันว่า…ใครจะเป็นผู้ล่าที่แท้จริง!”

แอร์โรววินทะยานถอยออกมา ก่อนกระโดดลัดเลาะขึ้นไปบนหลังคา…

การสนทนาจบลงแล้ว…การต่อสู้เริ่มต้น!

เฮทจาห์ย่อตัวลงอย่างรุนแรงสร้างแรงกดทับบนพื้นจากอิฐแต่ละก้อนเบียดเข้าหากันรุนแรง และแตกออกเป็นวงกว้าง ก่อนที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด ลากฝุ่นผงตามติดขึ้นเป็นริ้วสาย

ร่างนั้นลอยเคว้งกลางอากาศราวกับโบยบิน
แววตาแอร์โรววินหรี่ลงอย่างรวดเร็ว ก่อนยิงเอาลูกธนูขึ้นท้องฟ้าหมายสะกัดกั้น

เฮทจาห์ที่ลอยอยู่กลางอากาศเหวี่ยงแขนทั้งสองอย่างรุนแรงและรวดเร็วสร้างลมหมุนขึ้นเบี่ยงทิศทางศรที่พุ่งเข้าหาจนหมด และ!

ทะลายดาวตก…ขั้นที่ 1 …พสุธากัมปนาท!

เหมือนเสียงกระซิบในหูดังกังวานในแก้วหูของพรานหนุ่ม เหมือนเป็นสิ่งเตือนภัยก่อนร่างกายจะสร้างปฏิกิริยาตอบสนอง กระโจนออกจากบ้านหลังเก่าอย่างรวดเร็ว

แรงลมถูกดูดมารวมจากทุกๆทิศทาง บนท้องฟ้ารอบกายเฮทจาห์ด้วยแรงหมุนตัวเพียงเสี้ยววินาที สร้างค้อนอากาศมหึมาบนนั้นและ

เปรี้ยง!!!!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวของพลุที่จุดขึ้นในกลางจัตุรัสพรอนเทร่าดังขึ้น พร้อมกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชั่ววินาทีนั้น
ร่างของเฮทจาห์พุ่งลงด้วยความรุนแรง ด้วยร่างที่หมุนด้วยความเร็วสูงทะลวงลงสู่พื้นฉีกเอาเบื้องล่างแตกกระจายเป็นผุยผงในพริบตา

เศษไม้กระเบื้องปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ สร้างแรงอัดอากาศแผ่ออกเป็นวงกว้าง!

แอร์โรววินตื่นตระหนกในใจ แต่กายยังควบคุม
เท้าแตะลงบนกระเบื้องหลังคาบ้านใกล้เคียง…

ดวงตาหลับลงช้าๆ ในขณะที่เฮทจาห์ที่ดีดตัวตามมาในระยะกระชั้นชิด

ปลายคาต้า..ทะลวงแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตรงดิ่งใส่ดวงตาของพรานหนุ่มที่หลับลง..
พรึ่บ!

ดวงตาเบิกออกในฉับพลัน…

เหมือนทุกอย่างในโลกกำลังบีบตัวเข้าหากัน บิดเบี้ยวไปมาราวกับน้ำที่ไหลบนแผ่นกระจก…ก่อนกลับคืนรูปเดิมผ่านดวงตาคู่นั้น…

ดวงตาสีดำเปลี่ยนเป็นเหลืองในทันใด ภาพทุกสิ่งช้าลงเหมือนภาพที่ฉายติดต่อกัน และทิศทางของการเคลื่อนไหวทั้งหมดก็ปรากฏผ่านดวงตาคู่นั้น

วัลเชอร์อาย!

แอร์โรววินเบี่ยงตัวหลับในเสี้ยววินาที ก่อนร่างของเฮทจาห์จะเข้าปะทะ แล้วพุ่งผ่านไปราวกับสายลมที่พัดโหมกระหน่ำ

แผ่นไม้ถูกเชือดเฉือดด้วยแรงลมที่พัดผ่านนั้น แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!

แอร์โรววินกลับตัวด้วยเท้าข้างหนึ่งที่หมุนเป็นแกน….ก่อนชักศรขึ้นสองดอกประทับยิงอย่างรวดเร็วเกินสายตาของคนปกติจะมองทัน

เฟี้ยว!!!!!!!

ศรทั้งคู่พุ่งทะลวงแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังร่างของเฮทจาห์ที่ผ่านตนไปอย่างรวดเร็ว

แต่…

ร่างนั้นระเบิดกระจายเป็นฝุ่นทรายในฉับพลัน….ก่อนร่างที่แท้จริงจะปรากฏในอีกทิศทางหนึ่ง กับฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนหลังคาแตกออก!

แอร์โรววินยกคันศรขึ้นตั้งรับ

โครม!

เท้าทั้งสองของมือสังหารผู้เกรี้ยวกราดในท่ากระโดดถีบสุดตัวลอยอยู่บนนั้น
แรงอัดจากฝ่าเท้ารุนแรงจนแอร์โรวินผงะ ถอยหลังกระเด็นไปไกล

วงจักรทั้งสองที่พุ่งเข้าใส่ในวินาทีที่ไร้การป้องกัน…ด้วยแรงเหวี่ยงความเร็วของเฮทจาห์ที่ออกตัวด้วยความเร็วสูงลากมันให้ลอยตามมาด้วยความเร็วสูงสุด

ใกล้เข้ามาจนมองเห็นภาพความตายของตนอยู่ตรงหน้า
แต่ดวงตาของพรานหนุ่มขยายออกอีกครั้งเพื่ออ่านทางการเคลื่อนไหว แล้วดีดตัวหลบลงไปด้านข้าง…แต่ก็ยังไม่ว่องไวเท่าด้วยขนาดของคันธนูอันใหญ่ที่เหมาะกับการต่อสู้ในระยะไกล

ครั้งแล้วครั้งเล่ากับการที่ร่างของเฮทจาห์ทะยานเข้าหาจู่โจมใส่แอร์โรววินที่ยืนปักหลักโต้ตอบ

มือสังหารหนุ่มกระโจนจากด้านหลังด้วยเร็วสูงสุด ปลายคมมีดทะลวงตรงไปตรงหน้า….

เพียงชั่ววินาทีแห่งชีวิต ร่างของพรานหนุ่มที่ยืนหันหลัง กลับเอี้ยวตัวหลบได้อย่างน่าอัศจรรย์เสมือนมองเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมด

ดวงตาสีเหลืองคู่นั้นเบิกโพลงตลอดเวลา วินาทีที่ร่างของเฮทจาห์ที่จู่โจมเข้ามาและผ่านไป ก็กลับมาตั้งท่ายิงได้อย่างรวดเร็ว

ศรถูกยิงออกไป แต่ร่างมือสังหารนั้นสลายกลายเป็นฝุ่นทรายหายไปต่อหน้า
เป็นเช่นนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า….

โครม!!!

แผ่นกระเบื้องที่เหยียบอยู่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อการโจมตีของมือสังหารเปลี่ยนลงสู่รากฐานของแอร์โรววิน

พรานหนุ่มกระโจนทะยานออก พร้อมตอบโต้!
ลูกธนูถูกยิงออกไป แต่ก็ช้าเกินกว่าจะตามความเร็วเหนือมนุษย์นั้นทัน

วินาทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้นอิฐ การจู่โจมก็ตามมา โดยไม่ให้ตั้งตัว

ร่างของเฮทจาห์พุ่งเข้าหาจากทุกทิศทาง ด้วยร่างมายา…
คมคาต้าตวัดไปมาอย่างรวดเร็ว..ซ้ายขวาหน้าหลัง…ทุกทิศทางที่ขอบเขตการฟันจะไปถึง…พื้นแตกละเอียด…แต่ร่างของแอร์โรววินไม่อยู่ที่นั่น…

ร่างมายาทั้งหมดหายไป เหลือเพียงหนึ่งร่างที่กระจายเป็นผงทรายไปในที่สุด

แอร์โรววินออกวิ่งอย่างรวดเร็ว เท้าทั้งสองสเต็บไปมาเป็นจังหวะหมุนกลับตัว…

ร่างของเฮทจาห์ตามมาเบื้องหลัง….แววตาสีดำอาฆาตกำลังไล่ประชิด

ลูกศรจำนวนมากถูกยิงออกไปติดต่อกันด้วยความเร็วดั่งเป็นห่าฝน…เป็นแนวไล่การเคลื่อนไหว

ฝ่าเท้าของเฮทจาห์ที่เคยเหยียบย่ำลงพื้น กลับวิ่งไต่ขึ้นฝาผนังอย่างรวดเร็ว กระโจนไปมาราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด

“…หึ ดูเหมือนจะไม่ง่ายซะแล้ว!”

แอร์โรววินบ่นพึมพำ เมื่อการถูกไล่ต้อนดำเนินมาพักใหญ่
ลูกศรดอกหนึ่งถูกดึงออกมา ซึ่งแตกต่างจากดอกอื่นๆ ที่หัวลูกศรมีสีขาวติดอยู่ที่ปลาย…

เฟี้ยว!!!

ศรดอกนั้นถูกปล่อยออกไป ด้วยความรวดเร็ว แหวกทะยานไปตรงหน้า หมายมุ่งสู่มือสังหารที่พุ่งใส่
และ…ทันทีที่มันกระแทกลงสู่พื้น…

วาบ!!!

แสงสว่างจ้าเฉิดฉายขึ้นในทันใด จนเฮทจาห์ต้องยกแขนขึ้นกัน

วินาทีแห่งโอกาสมาถึง เช่นเดียวกับดวงตาที่ปิดลงของพรานหนุ่มหนีกับดักที่วางไว้

ศรเก้าดอกถูกดึงขึ้นกระชับแน่นในมือ ประทับยิงในทันใด

เฟี้ยว!!!!!!!

เสียงแหวกอากาศของคมศรพุ่งเข้าหาร่างของมือสังหารหนุ่มอย่างรวดเร็ว
แสงสว่างนั้นกำลังจะจางหายไป

เมื่อลดแขนทั้งสองลง ในกระแสของสายลมที่พัดผ่านรอบกายใต้ฝีเท้าที่เหยียบย่ำอย่างต่อเนื่อง!

ศรเก้าดอก แหวกม่านควันจากแสงไฟเข้ามาอย่างรวดเร็ว…

ดวงตาสีดำคู่นั้นเบิกออก

จับเป้าศรตรงหน้าในเสี้ยววินาที แขนทั้งสองดึงออกจากเบื้องหน้าพร้อมกันอย่างรวดเร็ว สร้างแรงดูดอากาศจนศรทั้งหมดชะงักไปชั่วอึดใจ

และ….

คมมีดที่วาดฟาดมันไปตรงหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกันแปดครั้ง เข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็วผ่าเอาศรทั้งแปดแยกเป็น 2 เสี่ยง

แต่… เหลืออีกหนึ่ง !!!!!

เท้าขวากระแทกลงพื้นเบื้องหน้าดีดสะท้อนเอาแผ่นอิฐขึ้นลอยเคว้งในอากาศในช่วงวินาที กระทบกับศรดอกสุดท้ายจนเปลี่ยนทิศทางไป

เท้าขวาที่เหยียบลงเมื่อครู่สร้างแรงดีดตัวมหาศาลจากตำแหน่งเดิมจนพื้นเป็นคลื่นวงกว้าง และ!

ดีดตัวหมุนเข้าหาแอร์โรววินตรงหน้า….
ช้าเกินกว่าจะประทับศรดอกใหม่ยิง…

การตัดสินใจในช่วงวินาทีแห่งความตายตอบโต้!
มือซ้ายที่กำคันศรไว้แน่น ยกขึ้นตรงไปยังมือสังหารหนุ่มตรงหน้า

แขนเสื้อที่ยาวกว่าปกติจนไม่ได้สังเกตเห็นนั้น เหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้…และก็เป็นจริง!

ลูกดอกขนาดเล็กสามดอกพุ่งทะลวงแขนเสื้อนั้นออกมาอย่างรวดเร็วในวินาทีการปะทะ จนเฮทจาห์ต้องเบี่ยงตัวหลบจนเสียจังหวะกระแทกเข้ากับกำแพงด้านข้างจนแตกละเอียดก่อนจะถอยร่นกลับไป

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพรานหนุ่มปรากฏ ก่อนกระชากเอาชายแขนเสื้อออก…

สิ่งที่ซ่อนไว้นั้นคือ ปลอกแขนขนาดเล็กที่มีกระบอกยิงสามลำกล้อง สำหรับยิงลูกดอกขนาดเล็กเข้าใส่เป้าหมายด้วยแรงดีดกลไกของมัน

“….เก่งนักหรือ…”

เฮทจาห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ….ขณะที่เคลื่อนไหวไปมา ทิ้งภาพตกค้างไว้ก่อนสลายไป

“เจ้าก็ใช่ย่อยสหาย…ดูเหมือนจะได้เวลาเลิกเล่นแล้ว!”

แอร์โรววินกล่าว ก่อนยกคันศรขึ้นตรงหน้า และกดสวิตท์กลไก

คันศรถูกบริเวณจากด้านข้างที่ตำแหน่งจับถูกดึงเน้นเข้าหากันไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว สายเอ็นที่ขึงไว้ปรับระดับอย่างแม่นยำผ่านวงล้อเล็กๆที่ปลายคันศรทั้งสองด้าน….เปลี่ยนจากธนูใหญ่ยาว สำหรับต่อสู้หรือล่าระยะไกล เป็น ธนูสั้นสำหรับสู้ในระยะประชิด! แต่…ลูกธนูที่สะพายไว้กลับหมดเสียแล้ว..

“ก็แค่ของเล่น!” มือสังหารเอ่ย

“แต่ของเล่นก็อันตรายได้สหาย!”

แอร์โรววินเอ่ยขึ้น ก่อนดึงออกบางอย่างออกมาจากด้านหลังที่เป็นห่อหนังสะพายไว้ขึ้นประกบจากด้านล่างของคันศรตรงกลางพอดี

กลไกถูกเชื่อมต่ออีกครั้ง เปลี่ยนจากคันธนูยาวเป็น…อาวุธอีกอย่าง

หน้าไม้ ขนาดกลาง!

ที่กระเป๋าเล็กๆด้านข้างถูกดึงออกเป็นสายพานยาวที่มีลูกศรบรรจุด้านในเชื่อมต่อกับช่องบรรจุด้านข้าง

มือซ้ายประทับช้อนจากด้านหลังประคอง มือขวาดึงเอค้านเหวี่ยงที่หมุนได้เหมือนวาล์วน้ำไออกมา

“โฉมใหม่..ไฉไลกว่าเดิม!”

แอร์โรววินเอ่ยแกมหยอกเล่น เมื่อผู้ล่ากำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ!

การต่อสู้เริ่มอีกครั้ง เฮทจาห์ที่พยายามเข้าประชิดตัวแอร์โรววิน แต่ก็ถูกดักทิศทางการจากอัตราการยิงของหน้าไม้ประดิษฐ์ในมือของพรานหนุ่มแทบทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเข้าจากทางใด ก็เบี่ยงตัวหลบได้ทันตลอด โดยแทบไม่ต้องขยับตัวไปไหนเลยแม้แต่น้อย!

ขณะที่เฮทจาห์ถอยหลังกลับไปตั้งหลักคุมเชิง พรานหนุ่มก้มเก็บเศษไม้ยาวขึ้น ก่อนขีดมันเป็นวงกลมรอบๆตัว ก่อนโยนทิ้งไป

“เจ้าไม่มีวันก้าวเข้ามาใน อาณาเขตของข้าได้หรอกสหาย!”

แอร์โรววินเย้ย พลางยิ้มเล็กๆ

“ไร้สาระ!”

เฮทจาห์พุ่งเข้าหาจากทุกๆทิศทางอีกครั้งด้วยร่างมายา

“บทเรียนที่ไม่เคยจำ!”

แอร์โรววินเอ่ยขึ้น ก่อนเหวี่ยงเอาบางสิ่งลงพื้น ก่อนเหยียบมัน!

บางสิ่งถูกดีดขึ้นกลางอากาศจากกล่องเล็กๆบนพื้น!
และ…

พรึ่บ!!!

แสงสว่างจ้าส่องประกายอีกครั้ง ในขณะที่พรานหนุ่มเบือนหน้าหนี

แต่สำหรับเฮทจาห์มันช้าเกินไป!

ร่างมายานั้นถูกแสงสว่างเข้าอย่างจัด เผยจุดอ่อนที่ซ่อนไว้
เงา!

แอร์โรววินจับเป้าในทันใด ก่อนเหวี่ยงหน้าไม้ในมือหาเป้า!

เฟี้ยว!!!!!!!!

เสียงลูกดอกถูกยิงออกไปด้วยแรงดีด ก่อนกลไกจะทำงานต่อเป็นฟันเฟือง!

เสียงลูกดอกอีกหลายนัดตามมาเป็นพรวน ตามข้อมือขวาที่ออกแรงหมุนอย่างรวดเร็ว!

ร่างของมือสังหารหนุ่มดีดตัวซ้ายขวาหลบไป พริ้วไหวราวกับสายลม ก่อนถอยร่อนออกไปตั้งหลัก หอบหายใจอย่างแรง

มีเวลาอีกไม่มาก!

เด็กหนุ่มคิดในใจ!

“เป็นอะไร…ไม่เข้ามาแล้วหรือ!” แอร์โรววินเอ่ย
เฮทจาห์ไม่ตอบ ….หลอดแก้วสีดำถูกดึงออกมาอีกครั้ง!

เกินขีดจำกัดแล้วนะ!

เสียงหนึ่งที่โต้แย้งในใจทักท้วง

ถ้าไม่ทำ ก็ไม่สำเร็จ!

อีกด้านตอบ

รู้ใช่ไหมจะเกินอะไรขึ้น!

เสียงนั้นตอบกลับ

พร้อมจะฆ่า..ก็พร้อมที่จะตาย!

ของเหลวสีดำถูกกรอกลงในลำคออีกครั้ง ก่อนหลอดแก้วจะถูกขยี้จนแตกละเอียด!

ร่างของเฮทจาห์ทรุดลงในทันใด แขนทั้งสองกอดร่างตัวเองไว้ ขณะที่กำลังสั่นสะท้าน ดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย!
แอร์โรววินมองภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ แต่แฝงด้วยอารมณ์ตื่นตระหนก…

ร่างของเฮทจาห์หยุดสั่นเทา ก่อนขยับขึ้นคุกเข่าเงยหน้าขึ้นช้าๆ

ดวงตากรอบดำจุดขาวนั้นเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
บัดนี้ มีกลีบแฉกสีขาว อีกข้างละห้าอันปรากฏขึ้นล้อมรอบ คล้ายกับรูปดาว…

ริมฝีปากที่หอบอย่างรุนแรงกับของเหลวสีขาวที่ไหลรินหยดลงบนพื้น…

“เหมือนหมาบ้าเลยแฮะ!”
แอร์โรววินกล่าวเย้ย

ทะลายดาวตก! ขั้นที่ 2…ไพรีพินาศ

เสียงกระซิบนั้นกลับมาอีกครั้ง แอร์โรววินยังจดจำกระบวนท่าพลังทำลายนั้นได้ดี ภาพของพลังทำลายจนเกินทัดทาน
พื้นอิฐรอบกายเฮทจาห์ส่งเสียงดังกังวาน เมื่อแรงกดทับจากฝ่าเท้าทั้ง 2 ของตนถ่ายลงไป แรงดูดของลมที่ถูกดูดมาจากทั่วบริเวณ…สร้างแรงกรรโชกของสายลมที่เปลี่ยนทิศทางไปมาอย่างบ้าคลั่ง ผ้าพันคอที่พันไว้ของเฮทจาห์โบกสะบัดอย่างรุนแรง!

และ!

ตูม!!!

ร่างของมือสังหารหนุ่มลอยทะยานขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง พร้อมซากของพื้นดินโดยรอบที่ลอยตามไป บิดหมุนเป็นเกลียวราวพายุ

แอร์โรววินยกหน้าไม้ขึ้นประทับยิง

เสียงระเบิดจากดินปืนในลำกล้อง ของลูกดอกแต่ละอันที่บรรจุไว้ในส่วนท้ายดันสนั่น ส่งเอาคมลูกดอกนับสิบทะลายขึ้นฟ้าหมายสังหารบุรุษอันตรายเบื้องหน้า
ร่างของเฮทจาห์ที่ลอยอยู่นั้นหมุนตัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง สร้างลมดูดมหาศาลจากทั่วทิศพัดพาเอาเศษซากทั่วบริเวณมาร่วมกัน เป็นลมหมุนสีดำขนาดใหญ่!
ซึ่งแม้แต่แอร์โรววินเองก็ยังถูกแรงดูดนั้นตรึงร่างไว้จนขยับไม่ได้

ลมหมุนรวมกันอย่างรุนแรงบิดรัดไปมาดึงเอาซากอิฐดินทรายอัดกันเป็นวัตถุแน่นและ!

พรึ่บ!!!

เปลวไฟสีแดงฉานลุกติดในฉับพลันจากแรงเสียดสีมหาศาลของสายลมและวัตถุต่างๆถายใน!

“ไม่ได้การเสียแล้วแบบนี้!”

แอร์โรววินบ่นพึมพำ ก่อนดึงเอาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าหลัง ลงวางบนสิ่งลงวางกับพื้นอย่างยากลำบากจากลมดูดบนท้องฟ้า

ลมดูดนั้นยังทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ จนส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

“นั้นอะไรน่ะ!”

ห่างออกไปหลายเมตร อาร์คและเซร่าที่กำลังเดินกลับมายังโรงแรมแลเห็นแสงสว่างจากทิศทางที่กำลังไป

“รีบไปเถอะ!”

อาร์คเอ่ยขึ้น ก่อนคว้ามือของเซร่าแล้วออกวิ่งเต็มฝีเท้า
เช่นเดียวกันไม่เพียงแต่เด็กหนุ่มสาว หนึ่งบุรุษก็รู้สึกได้

“…เมอร์ลิน!!!”

ดาร์เรียสอุทานอย่างตื่นตระหนก ก่อนออกวิ่งเต็มฝีเท้า…
ดวงจิตที่กำลังอ่อนลงไปเรื่อยๆแบบนี้….บ้าจริง!

ขอให้ทันด้วยเถอะ!

ร่างที่หมุนอย่างรวดเร็วของเฮทจาห์นั้นยังดำเนินไป แรงลมก็ถูกดูดมารวมกันมากขึ้น เช่นเดียวกับเปลวไฟอันร้อนแรงที่ลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง และทวีมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
การรอคอยสิ้นสุด…..รุกฆาต!!!!

แรงอัดอากาศระเบิดออกอย่างรุนแรงรอบทิศทางเป็นวงกว้างกดทับทุกๆสิ่งในอาณาบริเวณแตกกระจาย ต้นไม้ที่หันโค่นลงในฉับพลัน แผ่นกระเบื้องที่แตกร้าวก่อนกระเด็นหายไป ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นของแรงระเบิดของอากาศก่อนหน้านี้ จนกดร่างของแอร์โรววินจมลงพื้นดิน

“แบบนี้ละ!”

แอร์โรววินเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนา

จงหายไปซะ!

ความคิดในใจอย่างสุดท้ายของเฮทจาห์ก่อนสติจางหายไปในที่สุด

เปรี้ยง!!!!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วพรอนเทร่า กลบทุกๆเสียงจนหายไป พร้อมแสงสว่างจ้าของการระเบิดกับเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า

ทุกๆสายตาในเมืองหันมาจับจ้องไปทางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“นั้นอะไรน่ะ…ทหาร!”

นายกองรักษาการณ์เอ่ยเสียงดังก่อนเรียกลูกน้องประจำกายและทหารใต้บังคับบัญชามา

แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะแรงอัดอากาศที่ตามมาปะทะเข้ากับทุกๆสิ่งรอบกายจนทุกๆคนในอาณาบริเวณล้มลง เกลือกกลิ้งตามพื้น

กระบวนท่าที่ทรงพลังทำลายนั้นสำแดงเดช!

พลังทำลายที่ 2 เริ่มต้น!…

เปลวเพลิงระเบิดอำนาจการทำลายล้างในฉับพลันที่กระทบพื้นส่งทุกๆสิ่งในรัศมีทำลายกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนบดขยี้ทุกๆสิ่งจนดับสูญ เช่นเดียวเพลิงที่แผดเผาทุกๆสิ่งที่สัมผัส!

หายนะจากจุดที่เริ่มต้นหายไปในทันใด ด้วยแรงระเบิด และแรงอัดที่ฉีกกระชากทุกๆอย่างจนแหลกเละ….เช่นเดียวกับชะตากรรมของคน 2 คนที่สู้ด้วยเหตุผลของตน…
และ…อีกหนึ่งที่นอนแน่นิ่งจากวงล้อมชะตากรรมของต้นที่เพิ่งเริ่มต้นหมุนไป….


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 มี.ค.48 เวลา 13:46:46 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

bUnChU
คนแต่งนิยายธรรมดาๆคนหนึ่ง

อิอิอิ เงียบเหงาจังเยย

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 18 มี.ค.48 เวลา 18:21:05 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ