Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ตอนที่ 2 ชายหนุ่มในเปลวเพลิง

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 2 ชายหนุ่มในเปลวเพลิง

เพียงพริบตาเดียวโลกหล้าตกอยู่ในเปลวเพลิงร้อนแรงดุจเพลิงนรกโลกันตร์เผาผลาญยามเมื่อเจ้าวิหกตัวนั้นพุ่งมาหยุดยั้งเบื้องหน้าทุกคน...จูนที่เคยแข็งแกร่ง กล้าหาญและไม่หวั่นกลัวสิ่งใดราวกับคลื่นความร้อนจากเจ้าวิหกตัวนั้นเผาละลายยังความกล้าไปจนหมดสิ้น...

...กลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่กำลังตกอยู่ท่านกลางเปลวเพลิงเท่านั้น
"เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง..."

จูนที่สูญเสียยังทุกสิ่งที่เคยมีไปยังเจ้าวิหกเพลิงที่ปรากฏขึ้นมากำลังใช้ประกายตาที่สั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างแหบแห้งถึงสายธารแห่งความกล้าที่ละลายไปจากหัวใจอีกว่า

"...มาร์ช ทอย"

เธอเพียงจ้องมองไปยังมันราวกับรอคอยความตาย-รอคอยให้มันเข้ามาเผาผลาญกลืนกินยังดวงวิญญาณเธอไปเช่นเดียวกับความกล้า...

แต่...เจ้าวิหกไฟกลับมิได้พุ่งเข้าใส่ยังซิลเวอร์แอร์โร่-มันเพียงหยุดยั้งลงที่เบื้องหน้า...

...เป็นเข้ามามิได้

"มาร์ช..."

เซบัสที่ก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าของดาดฟ้าเรือพลางส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างเลือนลอย-ดวงตาสีเขียวมรกตที่งดงามกำลังมองไปยังเจ้าวิหกเพลิงราวกับกำลังฉุกใจคิดความทรงจำบางอย่างขึ้นมาถึงกับสะกดยังมันมิให้พุ่งเข้ามาได้...

...

ราวกับภาพวาดที่เหลือเชื่อปรากฏขึ้นมาในประกายตาของจูนที่กำลังจ้องมองคล้ายรู้สึกได้ถึงความกล้าที่ค่อยๆรินไหลออกมาจากหัวใจอีกครั้งหนึ่งถึงกับส่งเสียงร้องออกไปด้วยน้ำเสียงอันคลางแคลงใจว่า

"บ้าน่า..."

...แต่กลับเต็มเปี่ยมด้วยความหวังยิ่ง

ประกายตาสีแดงเพลิงถึงกับจ้องมองไปยังเซบัสราวกับพบยังเทพเจ้าที่เธอปฏิเสธมาชั่วชีวิต-ทุกย่างก้าวที่เห็นยังชายหนุ่มก้าวเดินออกไป...

"ตุบ..."

ทุกย่างก้าวที่สร้างยังความหวาดกลัวและร้อนร้นให้กับเจ้าวิหกเพลิงจนต้องค่อยๆถอยหลังออกไปราวกับจะดับสูญสิ้นไป...ยิ่งเพิ่มยังพลังแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธาในหัวใจของจูนจึงต้องเผลอเปล่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความศรัทธายิ่งว่า

"...องค์ราชันย์แห่งแดนสรวง"

เป็นน้ำเสียงที่แสดงออกซึ่งขัดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ-หญิงสาวผู้ต่อต้าน ไม่ยอมรับและจะท้าทายยังองค์เทวะราชันย์ทั้ง 7...

เลิฟเวอร์ จูน-ผู้นำแห่งกองทัพกบฏอันยิ่งใหญ่...

หญิงสาวผู้กล้ากบฏต่อพระเจ้า...

...กบฏต่อเทวะราชันย์

...กบฏต่อเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง-มาร์ช ทอย

เธอที่ครองยังดินแดนทางตอนใต้และตะวันตกของทวีปอเมริกาทั้งหมดที่กำลังบุกขึ้นเหนือเพียงยึดยังดินแดนทางตอนเหนือของมหาทวีปแห่งนี้อันเป็นของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง...

...และอาจเลยขึ้นไปยังดินแดนสายลมน้ำแข็งตอนเหนือของเจ้าหญิงแห่งแดนเหนือด้วย

เธอที่ตั้งปณิธานจะฆ่าและทำลายล้างยังองค์ 7 เทวะราชันย์ให้หายไปจากโลกหล้าใบนี้-ยังองค์เจ็ดเทวะราชันย์ผู้แสนจะชั่วร้ายยิ่ง...

...ราชาแห่งทะเลทรายสีทองแห่งชีวิต

...เจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือ

...องค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่าง

...เทพเจ้าสงครามแห่งเปลวเพลิง

...เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร

...พระเจ้าแห่งโลกอันมืดมิด

และ...

...องค์ราชันย์ผู้สูงศักดิ์แห่งแดนสรวง

7 ราชันย์ผู้ตั้งตนเป็นดั่งเทวะที่ปกครองโลกอยู่ภายใต้อำนาจอันชั่วร้ายของตนเองที่สามารถบ่งการยังทุกสิ่งได้ดั่งใจนี้...เลิฟเวอร์ จูน-หญิงสาวผู้สาบานว่า"จะต้องทำลายล้างยังองค์เทวะราชันย์ทั้ง 7 ให้ได้"ต่อเบื้องหน้ายังลมหายใจสุดท้ายของบิดาอันเป็นที่รักยิ่งของเธอ...

จูนที่จองมองไปยังภาพของเซบัสที่กำลังก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาสีแดงเพลิงที่ท่อประกายแห่งความหวังอันเต็มเปี่ยมยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

"...เฟอร์ดินันท์ ลูซิ"

"ไม่..."

โซฟีเน่ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังของอาร์เชอะที่คล้ายกับมีกำแพงสีชมพูปกป้องยังทุกคนอยู่ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยความมั่นใจ-เธอที่จ้องมองไปยังเซบัสด้วยความรักยิ่งยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

"...เซบัสต่างหากล่ะ"

ชื่อของเขาคือเซบัสต่างหาก-ชื่อของผู้ชายที่เธอรัก...

...และรักเธอ

"อืมม์..."

ท่ามกลางพวกโดโรธี เจนนี่ อาธีน่า อานิต้า มินะและมินาซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ดีว่ากำลังหลบอยู่ด้านหลังของอาร์เชอะกันทุกคนต่างพยักหน้าส่งเสียงตอบรับอกมาด้วยรอยยิ้ม เพราะไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม-จะเป็นองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงหรือเฟอร์ดินันท์ ลูซิ...

...แต่ในยามนี้เขาคือเซบัสบนเรือซิลเวอร์แอร์โร่ของทุกคนต่างหากล่ะ

"ตุบ..."

ยามเมื่อเซบัสที่จ้องมองไปยังเจ้าวิหกเพลิงที่เบื้องหน้าถึงกับสาวเท้าก้าวเดินเข้าไปราวกับจะสัมผัสยังมัน-เขาถึงกับสบยังประกายตาที่กำลังสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวราวกับจะถามถึงยังเพื่อนรักและทุกสิ่งทุกอย่างจากมัน...แต่เจ้าวิหกที่คล้ายยิ่งใหญ่ราวกับจะสยบและเผาผลาญยังทุกสิ่งทุกอย่างกลับกวาดกลัวยิ่งถึงมือของเซบัสที่ยื่นออกไป-กลัวเมื่อกระทั่งสายตาของเขาที่จับจ้องมองไป...

ราวกับเปลวไฟอันร้อนร้นขึ้งมาถึงกับจะมลายหายใจในพริบตานี้ที่สายตาของเซบัสกวาดไปถึง...ถึงกับกระพือปีกถอยหนีออกไปยังด้านหลังทันที...

แต่จูนที่กำลังจ้องมองไปยังเจ้าวิหกเพลิงถึงกับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างถึงกับหลั่งหยาดเหงื่อของมาพลางส่งเสียงร้องกล่าวออกไปว่า

"ไม่..."

เธอยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกอย่างชัดเจนว่า

"...มาร์ชไม่ยอมแพ้แต่นี้แน่"

เพียงพริบตาที่เธอกล่าวประกายเพชรสีแดงถึงกับเปล่งประกายแสงขึ้นมาอย่างชัดเจนพร้อมทั้งเจ้าวิหกเพลิงที่ส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอย่างดังลั่นราวกับจะเผาผลาญยังทุกสิ่ง

"พรึบ..."

มันที่ถึงไม่รอช้าถึงกับพุ่งบินเข้ามาหมายที่จะเผาผลาญยังเซบัสที่เบื้องหน้าด้วยเปลวเพลิงแห่งความหวาดกลัวอันร้อนร้นทุรนทุรายของมัน...โซฟีเน่ที่เห็นเช่นนั้นกลับส่งเสียงร้องออกไปด้วยความเป็นห่วงยังเซบัสอย่างดังลั่น

"เซบัส..."

แล้วกางปีกสีขาวเผยออกมาจากผ้าคลุมสีขาวสะอาดของเจนนี่แล้วรีบบินออกไปอย่างรวดเร็วหมายที่จะช่วยเหลือยังชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองยังเจ้าวิหกเพลิงทันที...เซบัสที่ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยกลับตวัดมือเพียงเล็กน้อยก็ปรากฏยังสายลมอันร้อนแรงสายหนึ่งพุ่งออกมายังเบื้องหน้าของเขาถึงกับซัดสาดยังเจ้าวิหกเพลิงจนจางหายไปในพริบตา...

...ราวกับมันดับสูญไป

...ราวกับมันไม่เคยปรากฏอยู่บน ณ โลกหล้านี้มาก่อนเลย

...

ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนอยู่ความว่างเปล่าอีกครั้งราวกับไม่เคยมีมาก่อนถึงการมาของเจ้าวิหกเพลิง...แต่จูนที่กวาดสายตาจ้องมองไปยัง ณ ความว่างเปล่าที่เจ้าวิหกเพลิงสูญสลายไปกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

"มันยังไม่จบแค่นี้แน่"

เธอกล่าวออกไปด้วยความมั่นใจ-ด้วยหัวใจที่มั่นใจของเธอ...เพียงแค่สิ้นเสียงของเธอที่กล่าวออกมาก็ปรากฏยังวิหกเพลิงขึ้นมาอีกครั้ง-แต่ในครั้งนี้กลับมีถึง 7 ตัวด้วยกัน...

"พรึบ...พรึบ...พรึบ...พรึบ...พรึบ..."

เจ้าวิหกทั้ง 7 ตัวถึงกับพุ่งมาทั้ง 7 ทิศ 7 ทาง...ตัวแรกที่พุ่งเข้าใส่ยังโซฟีเน่อย่างรวดเร็วถึงกับถึงสายลมสีเขียวมรกตที่ปรากฏขึ้นมารอบๆกายของเธอพัดพาให้กลายเป็นน้ำแข็งสีเขียวมรกตอันงดงามถึงพัดสลายหายไปในพริบตาราวกับละอองสีเขียวแห่งสายลมอันเย็นสบาย...

ตัวที่สองที่พุ่งตรงเข้ามายังอาร์เชอะก็ถูกสายลมที่เกิดกับเธอที่สะบัดมือสลายหายไปในสายลมสีชมพูเช่นเดียวกัน...ส่วนเซเรสที่ไม่รอช้ารีบพุ่งออกไปใช้ยังดาบแห่งแสงจันทร์ในมือตวัดฟันใส่ยังเจ้าวิหกที่หมายจะพุ่งเข้าใส่ยังพวกยูอัน ไทกะและฟรีเนเซียจนจางหายไปในแสงจันทร์

"..."

"กรี๊ด...ด"

โดโรธี มินะและมินาที่เห็นยังวิหกตัวที่ 4 พุ่งเข้ามาหมายจะโจมตีเข้าใส่ยังพวกเธอที่ด้านหลังอย่างตกใจ-แต่อยู่ก็ปรากฏยังสายลมสีฟ้าโชยพัดผ่าน...โซฟานที่ไม่รอช้าจึงตวัดยังดาบสกายบูลอย่างรวดเร็วจึงตัดยังร่องของอากาศเกิดสุญญากาศดูดกลืนยังเจ้าวิหกเพลิงตัวนั้นหายไปในพริบตา

"เฟียว..."

"นี่..."

เจนนี่ที่เห็นยังวิหกเพลิงตัวที่ 5 ถึงกับพุ่งเข้ามายังอีกด้านหมายจะเข้ามาทำร้ายยังเธอถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ...แต่อยู่ก็มีเสียงคำรามดังลั่นขึ้นมาว่า

"โฮก..."

พร้อมทั้งเจ้าวิหกเพลิงที่สูญสลายหายไปในคลื่นเสียงที่ทรงพลังจนสามารถสยบยังทุกสิ่งในยามนี้ได้แล้วร่างของสิงโตสีทองที่คล้ายกับจะสยบยังทุกสิ่งก็พุ่งลงมาขว้างยังเบื้องหน้าของเจนนี่ไว้พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

"ไม่เป็นไรใช่ไหม"

"นี่...นี่..."

เจนนี่ที่หน้าแดงถึงกับจ้องมองไปยังโลอี้ที่กระโดดข้ามาจากเรือจิ้งจอกสีเงินที่เข้ามาประชิดเพื่อช่วยเหลือยังเธอ...ส่วนเจ้าวิหกตัวที่ 6 ถึงกับพุ่งเข้าใส่ยังอาธีน่าอีกทิศทางหนึ่ง-เธอที่ไม่รอช้ารีบชัดยังดาบสีทองที่เรียวสวยหมายที่ฟันยังมันให้ขาดสะบั้นออกไป

"เฟียว..."

แต่คมดาบของเธอกลายกลับไม่สามารถฟันได้ดังที่ต้องการก่อนที่ร่างของเธอจะคล้ายถูกดึงเข้าไปในคลื่นความร้อนอันระอุรูปวิหกนี้...แล้วอยู่ที่ข้างหูของอาธีน่าก็คล้ายกับปรากฏยังเสียงดังขึ้นมาอย่างนิ่มนวลว่า

"คมดาบของเธอทำอะไรมันไม่ได้หรอก..."

แล้วหมาป่าสีเงินผู้หนึ่งก็พุ่งผ่านยังเบื้องหน้าของอาธีน่าไปพร้อมทั้งตวัดยังกรงเล็บที่รวมเร็วจะเกิดยังประกายแห่งสายลมน้ำแข็งแช่งแข็งยังเจ้าวิหกเพลิงในพริบตาไปหยุดยืนอยู่ยังเบื้องหน้าของเธอ-อาธีน่าที่จ้องมองไปอีกฝ่ายถึงกับเผลอหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปอย่างลืมตัวอีกว่า

"โพอิกัส..."

"มีอะไรหรือ"

กาเน็ทที่คล้ายกับได้ยินเสียงแต่ไม่รู้ว่า"มีอะไร"จึงรีบวิ่งขึ้นมาจากท้องเรือเพื่อดูกลับพบยังวิหกเพลิงตัวที่ 7 พุ่งตรงมายังให้เธอจึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาว่า

"กรี๊ด...ด"

แต่เซไนล์ที่ไม่รอช้ารับพุ่งร่างรื่นไหลมาอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ซัดผ่านพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างรวดเร็วว่า

"ขอเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรโปรดจงประทานพลังให้กับข้าด้วย..."

เธอที่ตวัดมมือมายังเจ้าวิหกเพลิงอย่างรววเร็วรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่า

"...จงหายไป"

เพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏยังมังกรแห่งสายน้ำพุ่งขึ้นมาซัดสาดยังเจ้าวิหกเพลิงให้ดับสูญไปในพริบตาทันที...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นขึ้นมาในพริบตาและจบสิ้นไปในพริบตาเดียวเท่านั้น

"..."

จูนที่จ้องมองยังเหตุการณ์ทุกสิ่งถึงกับส่งเสียงร้องกล่าวออกไปอย่างไม่เชื่อยังน้ำเสียงของตัวเธอเองยังทุกสิ่งว่า

"...บ้าน่า"

สายตาที่จับจ้องมองไปยังโซฟีเน่ อาร์เชอะ เซเรส โซฟาน โลอี้ โพอิกัสและเซไนล์ถึงเหล่าผู้รวมทางกับองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงกลับไม่มีใครธรรมดาเลย...

...ทุกคนสามารถจัดการกับเจ้าวิหกเพลิงตัวนั้นได้อย่างง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ

...ยังวิหกเพลิงของเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามผู้โหดร้ายและยิ่งใหญ่

"..."

ในขนาดที่เซบัสคล้ายกับลืมเลือนยังทุกสิ่งเพียงจับจ้องมองไปยังเปลวเพลิงดวงเล็กๆที่เบื้องหน้าที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีวันดับสิ้น-ยังคงลุกโชนอยู่...แต่ครั้งนี้กลับมิได้ปรากฏยังเจ้าวิหกเพลิงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...

แต่เป็น...

...ชายหนุ่มผู้หนึ่ง

เป็นชายหนุ่มท่ามกลางเปลวเพลิง...

ไม่สิ...ไม่ใช่ยังชายหนุ่มท่ามกลางเปลวเพลิง...แต่เป็นเปลวเพลิงต่างหาก

เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรงเพลิงและงดงามราวกับเกลียวของเพลิงตะวันที่ก่อตัวเป็นร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งที่สูงประมาณ 190 เซนที่ดูงดงามสง่าแม้จะยังไม่สามารถมองเห็นถึงใบหน้าได้อย่างชัดเจน-แต่ก็แลดูงามสง่าราวกับอพอโล่เทพแห่งดวงตะวันและทอร์เทพแห่งสงครามในเทพปกรณัม...

แต่ชื่อที่แท้จริงกลับเป็น...

"เทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงคราม..."

จูนที่จ้องมองไปด้วยประกายตาสีแดงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจอันหวาดกลัวยังร้องกล่าวออกไปอีกด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะจางหายไปในลำคออีกว่า

"...มาร์ช ทอย..."

...น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นอย่างยิ่ง

"...ทอย"

จูนที่ร้องลั่นยังชื่อของเปลวเพลิงที่กำลังร้อนแรงออกมาอีกครั้งด้วยความโกรธพร้อมทั้งพุ่งร่างเข้าไปหาราวกับเปลวเพลิงที่ร้อนรนในหัวใจยิ่ง-เธอที่คล้ายกับลุกโชนเป็นไฟยังความตวัดยังดาบแห่งเปลวเพลิงสีแดงดั่งโลหิตฟันลงไปยังร่างของเปลวเพลิงสีแดงดั่งเปลวไฟผ่านเบื้องหน้าของเซบัสที่กำลังยืนอยู่ทันที

"พรึบ..."

แต่ชายหนุ่มแห่งเปลวเพลิงที่คล้ายกับไม่แม้แต่จะสนใจยังจูนกลับจับจ้องมองไปยังเซบัสที่อยู่ ณ เบื้องหน้าเท่านั้น-เพียงโลกนี้คล้ายกับมีเขาและเซบัสเพียง 2 คนเท่านั้นที่ดำรงและคงอยู่...

...ราวกับไม่เห็นยังจูนอยู่ในสายตา

แต่ก่อนที่คมดาบแห่งเปลวเพลิงสีแดงดั่งโลหิตจะฟันถึงร่างแห่งเปลวเพลิงนั้นกลับปรากฏยังวงแหวนแห่งเปลวเพลิงสีแดงดั่งไฟลุกโชนขึ้นมารอบๆยังร่างแห่งเปลวเพลิง...

"...พรึบ"

เปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาถึงกับแผดเผาผลาญยังดาบแห่งเปลวเพลิงของจูนถึงกับมลายหายไปใจวงแหวนแห่งไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าจนร่างของจูนที่พุ่งเข้าไปถึงกับต้องกระเด็นออกไปยังด้านหลังทันที...

"...อ๊าก"

จูนที่ร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยความเจ็บแสบจากวงแหวนแห่งไฟถึงกับทรุดลงไปนั่งยังดาดฟ้าเรือจับจ้องมองไปยังร่างแห่งเปลวเพลิงด้วยประกายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น...

เป็นโกรธแค้นยังอีกฝ่าย...

เป็นโกรธแค้นยังตนเอง...

...ยังอีกฝ่ายที่เก่งกาจจนเกินไป

...ยังตนเองที่ไร้ยังความสามารถ

"หมับ..."

ปลายเล็บของมือที่กำจิกลงไปในผิวเนื้อสีขาวนวลถึงกับเรียกยังโลหิตแห่งความคับแค้นให้รินไหลออกมาอย่างอับจนปัญญาพร้อมทั้งร่างที่คล้ายกับไม่เหลือยังพลังมากมายพอที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง...

...พลังทั้งมวลคล้ายกับโดยยังวงแหวนแห่งเพลิงจากอีกฝ่ายเผาแผดไปจนหมดสิ้น

"..."

สิ่งเดียวที่ทำได้คือนั่งทรุดลงไปอย่างอับจนปัญญาอย่างที่ไม่สามารถทำอะไรได้มีเพียงแค่ประกายตาสีแดงที่เรียวสวยจับจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยความแค้นจากทุกส่วนแห่งหัวใจดวงนี้...

แต่ประกายตาและใบหน้าของร่างแห่งเปลวเพลิงกลับมิได้จับจ้องหรือหันมามองยังจูนเลยแม้แต่สักครั้งที่ปรากฏกาย-มันเพียงจับจ้องมองไปยังเซบัสเท่านั้น

...

เซบัสก็เช่นเดียวกันที่คล้ายกับลืมเลือนยังทุกสิ่งแม้แต่โซฟีเน่เพียงจับจ้องมองไปยังร่างแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

"ทอยหรือ"

เซบัสส่งเสียงร้องออกมาราวกับส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ปรากฏยังชื่อของอีกฝ่ายขึ้นมา-เขาที่ใช้ประกายสายตาที่สับสนและไม่แน่ใจยังอีกฝ่ายเพียงยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสถึงยังอีกฝ่าย...

...ถึงยังเพื่อนรักของตน

แต่...

"พรึบ...บ"

ร่างของเปลวเพลิงคล้ายกับสั่นไหวเล็กน้อยราวกับเปลวเพลิงที่กำลังสั่นไหวยามเมื่อต้องแรงลมถึงกับเคลื่อนถอยไปเล็กน้อยเมื่อมือของเซบัสยื่นออกไป...

แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น...

"พรึบ...บ"

แล้วเปลวเพลิงที่ร้องแรงสองสายถึงกับพุ่งออกมารัดยังมือของเซบัสราวกับงูเพลิงที่จะกัดกินแต่เผาผลาญทุกสิ่งพร้อมๆกับจูนที่กำลังจ้องมองไปด้วยความแค้นพลันส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"ระวัง..."

เธอยังกล่าวต่ออีกในเวลาเดียวกับงูแห่งเปลวเพลิงทั้ง 2 สายที่พุ่งขึ้นไปรัดยังลำแขนของเซบัสหมายที่จะฉกกัดใส่ยังลำคอของเขาอีกว่า

"...ทอยคิดที่จะฆ่าคุณ..."

จูนที่ขบริมฝีปากที่เรียวสวยสีแดงเพลิงยังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนปานเปลวเพลิงส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกอย่างชัดเจนอีกว่า

"...มันคิดจะฆ่าและเผาผลาญยังทุกคนบนโลกภายใต้เปลวเพลิงที่ร้อนแรงนี้"

"หา..."

ท่ามกลางพวกโดโรธี มินะ มินาและทุกคนที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจยังคำกล่าวของจูน...แต่โซฟีเน่ที่คล้ายไม่สนใจยังโลกหล้าใบนี้ต่อให้ถูกแผดเผายังเปลวเพลิงทำลายร้างไป-เธอที่จ้องมองไปยังประกายตาสีเขียวมรกตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยห่วงยังเซบัสส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกอย่างสุดแรงว่า

"ระวัง-เซบัส"

เพราะประกายตาของเธอมีเพียงเขาคนเดียว...

...มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

"..."

แต่อาร์เชอะที่จับจ้องมองไปเพียงยิ้มออกมาอย่างเล็กน้อยราวกับเหมือนไม่มีความจำเป็นที่ต้องห่วงกังวลอะไรเซบัส-ถึงเขาที่มีพลังอันยิ่งใหญ่มากกว่าใครๆ...

...หรือแม้แต่เธอ

ยังองค์ราชันย์ผู้หลับใหลผู้นี้...

"เฟียว..."

เพียงพริบตาเดียวที่เซบัสสะบัดยังมือขวาที่ยื่นออกไป-ที่ถูกรัดด้วยงูแห่งเปลวเพลิงทั้ง 2 สาย...งูเพลิงทั้งคู่ก็สลายจางหายไปในพริบตาราวกับเปลวเพลิงที่โดนยังสายตาโชยพัดผ่าน...

ราวกับความว่างเปล่า...

...รวามว่างเปล่าที่มิเคยมีมากก่อน

"บ้าน่า..."

จูนที่จ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าถึงกับไม่สามารถเชื่อยังสายตาของตนเองที่ได้เห็นถึงความพ่ายแพ้ของร่างแห่งเปลวเพลิงที่เธอไม่สามารถแทบได้ว่า”มันจะง่ายดายถึงเพียงนี้”หรือ...

"...ไม่..."

เธอที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นยังคงกล่าวต่อไปอีกอย่างชัดเจนยิ่งว่า

"...ทอยไม่มีวันยอมแพ้แค่นี้แน่"

และมันก็เป็นความจริงตามที่จูนเชื่อและกล่าวออกมา เพราะร่างแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าถึงกับเปล่งแสงร้อนแรงขึ้นด้วยเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยอมดับ-มันถึงกับพุ่งเข้ามาหายังเซบัสอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งสองมือที่ยืดยาวออกไปราวกับคมดาบแห่งเปลวเพลิงที่พุ่งสะบัดมายังร่างของเซบัสอย่างรวดเร็ว...

"พรึบ..."

เปลวไฟที่ร้อนแรงถึงกับเผาผลาญยังมวลอากาศจนดับสูญพุ่งตรงมายังร่างของเซบัสราวกับจะแผดเผายังร่างของเขาให้ดับสูญไป ณ เวลาเดียวกัน...

...

แต่...

ยามเมื่อคมดาบแห่งเปลวเพลิงจะสัมผัสยังร่างของเซบัสกลับจางหายไปราวกับมียังกำแพงแสงที่เบาบางสายหนึ่งขว้างกันไว้จนทำให้มันสูญสลายไปอย่างง่ายดายราวกับไม่เคยมีปรากฏขึ้นมาก่อน ณ ยังโลกหล้าใบนี้...

"บ้าน่า..."

จูนส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจราวกับไม่เชื่อยังภาพที่เห็น-ยังภาพของร่างแห่งเพลิงเปลวที่คล้ายกับหยุดนิ่งไม่สามารถทำอะไรยังเซบัสได้...

...

ราวกับกาลเวลาและทุกสิ่งถึงกับถูกหยุดยั้งไปในพริบตานี้...ยกเว้นโซฟีเน่ที่พุ่งเข้าไปหายังเซบัสราวกับไม่สนใจยังสิ่งใด-เธอที่ไม่รอช้ารีบทิ้งยังร่างขว้างยังเบื้องหน้าของเซบัสและร่างของเปลวเพลิงที่ค่อยๆถดถอยออกไปจังจ้องมองไปยังเขาเพียงหนึ่งเดียวส่งเสียงถามไถ่ออกไปด้วยความร้อนรนอย่างสุดเสียงว่า

"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า-เซบัส"

"ผมไม่เป็นไร"

เซบัสเพียงส่ายหน้าปฏิเสธออกมาพร้อมทั้งกวาดยังสายตาสีเขียวมรกตที่ทรงยังพลังและว่างเปล่าของเขาจับจ้องมองยังโซฟีเน่ด้วยรอยยิ้มที่ราวกับเหมือนว่า"ไม่มีอะไร"...ประกายตาสีม่วงอ่อนของเซเรสที่กำลังจับจ้องมองไปยังภาพของเซบัสและโซฟีเน่ในยามนี้ถึงกับรู้สึกได้ถึงความสุข ความรักและความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก...

ถึงกับความรักของทั้งสอง...

ความรักของเซบัสและโซฟีเน่...

...คือ

ความรักของเซบัสและเอวา มาเรีย เบ็ล...

...และ

เป็นยังความรักของเซบัสกับเธอด้วย-เซเรส มูนไลท์...

...ของเหล่าหญิงสาวที่ผูกพันยังดวงวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวที่สายลมแห่งแดนเหนือจะโชนพัดจากสุดขอบหล้าไปยังสุดขอบหล้า

"..."

ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายกับปรากฏอยู่ในสายตาของอาร์เชอะอย่างชัดเจน-เธอจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ...แต่จูนที่จ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าเห็นยังเซบัสกับโซฟีเน่ถึงกับรู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาราวกับเปลวเพลิง-เธอถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอีกว่า

"ระวัง..."

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกอีกว่า

"...มันยังไม่จบ"

"พรึบ..."

ร่างแห่งเปลวเพลิงสั่นไหวอีกครั้งตามหัวใจของจูนที่รู้สึกและสัมผัสได้-มันถึงกับพุ่งร่างเข้ามาอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งตวัดยังมือขวาที่ยื่นยาวออกไปราวกับคมดาบหมายที่จะฟันใส่ยังร่างของโซฟีเน่และเซบัสไปในเวลาเดียวกันราวกับอสรพิษอันแสนชั่วร้ายที่กำลังฉกกัด...

"...พรึบ"

เปลวเพลิงที่ร้อนแรงและร้อนรนจนแทบจะเผาผลาญยังทุกสิ่งถึงกับพุ่งใส่ยังด้านข้างของโซฟีเน่ที่ขว้างกั้นอยู่เบื้องหน้าของเซบัสทันทีราวกับจะแผดเผาเธอให้สลายหายไปอย่างไม่ปรากฏ

"โซฟีเน่..."

เซบัสส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจถึงกับรีบพุ่งร่างออกมาขว้างยังคมดาบแห่งเปลวเพลิงนั้นไว้ในพริบตาเพื่อปกป้องยังโซฟีเน่ไว้

"เฟียว..."

ฝ่ามือขวาที่ยื่นกางออกไปยังคมดาบแห่งไฟที่ตัดออกมาถึงกับสลายยังคมดาบแห่งไฟนั้นค่อยๆสลายหายไปจากโลกหล้าสุดยังความว่างเปล่าในพริบตา...

แต่ทุกสิ่งยังคล้ายไม่จบสิ้นลงไปแค่นั้นเมื่อร่างแห่งเปลวยังคงพุ่งเข้ามาหาฝ่ามือขวาของเซบัสอย่างไม่หยุดยังจากคมดาบแห่งไฟที่หายไปสู่ ข้อมือ ลำแขน แขน ต้นแขน หัวไหล่ หน้าอกและตลอดทั้งร่าง...

...

ที่สัมผัสกับฝ่ามือของเซบัสถึงกับสลายจางหายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีมาก่อนบนโลกหล้า ณ ความว่างเปล่านี้...หลงเหลืออยู่เพียงและหัวกับแขนซ้ายเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่

"พรึบ...บ"

ประกายเพลิงที่หยุดนิ่งกลับจับจ้องมองไปยังเซบัสที่เบื้องหน้าก่อนที่จะลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเหมือนดั่งเปลวไฟแห่งความหวาดกลัวและความแค้นในหัวใจของจูนที่ยังไม่จางหายไป-มันถึงกับปรากกยังร่างของมาอีกครั้งหนึ่งและพุ่งเข้าหายังเซบัสอีกอย่างไม่หยุดยั้ง...

"พรึบ...บ"

แต่...

ยามเมื่อสัมผัสต้องยังร่างของเซบัสกลับจางหายไปอย่างดายง่ายดูเปลวเพลิงที่ไม่สามารถลุกไหม้ได้ยังสุญญากาศที่ว่างเปล่า...

...แต่จริงหรือ

จูนที่จับจ้องมองไปยังภาพที่เห็น ณ เบื้องหน้าถึงกับรู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของอีกถึงกับเผลอยิ้มแล้วจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความเชื่อมั่นราวกับทราบดีว่า"เขาอาจจะสามารถจัดการกับเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงคราม-มาร์ช ทอยได้"...

เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น...

...ยังองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจเธอ

หากองค์มิราจราชาแห่งทะเลทรายสีทองครองพลังจะอำนาจยังอันดับ 6 องค์เอเรสราชินีแห่งหมู่เกาะแห่งสว่างสว่างอยู่อันดับ 5 และท่านมาเรียเบ็ลเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนืออยู่ที่อันดับ 2...

ทอยเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงสงครามก็เก่งกาจอยู่ที่เพียงแค่ที่ 4 เท่านั้น...

...ในขนาดที่องค์ราชันย์แห่งแดนสรวงกลับนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งเทวะราชันย์อันดับ 1 เหนือยังทุกผู้ทุกคนเท่านั้น

...นี่เป็นความจริงที่ทุกคนต่างทราบและกล่าวขานกันของเหล่าองค์เทวะราชันย์นั้นตั้งแต่ที่ปรากฏกายเมื่อ 40 กว่าปีก่อน

"พรึบ...บ"

ท่ามกลางความเงียบที่ไร้ยังคำกล่าวและกาลเวลาใดๆที่ถูกยังเปลวเพลิงเผาผลาญไปอย่างไร้ความหมายกลับมีเซบัสเท่านั้นที่สบสายตาจับจ้องมองไปยังร่างแห่งเปลวเพลิงที่เบื้องหน้าเท่านั้น

"ทอย"

เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างที่เบื้องหน้าถึงกับส่งเสียงร้องเรียกยังอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมยังความหวังถึงชื่อที่ผลุดขึ้นมาในความทรงจำราวกับอย่างที่จะเรียกรั้งยังความทรงจำทั้งมวลกลับคืนมา...แต่ร่างแห่งไฟที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับยังสั่นไหวราวเปลวเพลิงที่กำลังสั่นไหว

"พรึบ...บ"

เป็นเสียงจากเปลวเพลิงที่กำลังสั่นไหวราวกับคล้ายกับคำพูดว่า

"ลูเซ่..."

ก่อนที่จะค่อยๆเลือนหายไปราวกับเปลวไฟที่เผาผลาญดับสูญมลายไปในนภากาศพร้อมทั้งเสียงประทุกสุดท้ายแห่งเปลวเพลิง

"...พรึบ"

ร่างแห่งเปลวเพลิงได้จางหายไปแล้ว-หายไปจนหมดสิ้นราวกับไม่หลงเหลือยังสิ่งใดๆไว้ ณ บนดาดฟ้าซิลเวอร์แอร์โร่ในยามนี้พร้อมๆกับเรือจิ้งจอกสีเงินและสีทองที่มั่นใจว่า"ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว"จงเข้ามาเทียบท่ายังด้านซ้ายและขวาของลำเรือซิลเวอร์แอร์โร่...ฟ็อก์ซที่เห็นยังเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างเพียงรีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังเจ้าพวกฟ็อก์ซวัน ทู ทรีและซีโร่ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ด้านหลังของเก้าอี้ยาวของฟรีเนเซียแล้วจึงฝืนยิ้มเค้นเสียงออกมาว่า

"เชอะ..."

แล้วจึงกล่าวออกมาอีกอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

"...เข้าใจหาที่หลบน่ะ"

เพราะวิหกเพลิงฟรีเนเซียที่เป็นหนึ่งในองค์รักษ์ขององค์ราชินีแห่งหมู่เกาะแห่งแสงสว่างต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...

...อาจจะเป็นรองเพียงแต่เซเรสเพียงผู้เดียวก็ได้

...ยังหญิงสาวเพียงผู้เดียวที่มีศักด์เทียบเท่ายังองค์ราชินีหมู่เกาะแห่งแสงสว่างผู้นี้

"พ่อยังไงลูกก็ยังนั้น"

เมียร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างยังอาร์เชอะเพียงเค้นเสียงกล่าวออกมาอย่าไม่พอใจท่ามกลางฟอการิต้าที่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มว่า

"ขี้ขลาดเหมือนกันหมดเลย"

"ไม่ใช่เสียหน่อย-น้องสาว"

ฟ็อก์ซวันส่งเสียงกล่าวออกมาแล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที...ฟ็อก์ซทูที่ก้าวออกมาเคยข้างยังฟ็อก์ซวันยังกล่าวออกมาอีกคนว่า

"นั่นสิ-แม่จิ้งจอกน้อย"

ฟ็อก์ซทรีที่ก้าวออกมาอีกคนยังกล่าวออกมาอีกว่า

"เขาเรียกว่ารอดูสถานการณ์ต่างหาก-ฟอการิต้า"

"นั่นสิ-นักสำรวจน้อย"

ฟ็อก์ซซีโร่ที่ก้าวออกมาสมทบกับพี่น้องที่เหลือของมันพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งราวกับจะแก้ตัวแทนยังฟ็อก์ซและทุกคนๆ-ทั้ง 4 ต่างพยักหน้าตอบรับอย่างไม่รู้สึกผิดอะไร

...เพราะการรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีที่สุด

คูเปอร์ที่ได้ยินก็เพียงฝืนยิ้มออกมาอย่างอีกตัว-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองตามยังทุกคนและก้าวขึ้นมาบนเรือซิลเวอร์แอร์โร่พบทั้งไบบาเรด เซทีและบาเรบี้ยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

"ดูท่าทุกอย่างจะหมดเรื่องแล้วสิน่ะ"

"ไม่หรอก..."

ทุกผู้เท่าผู้รอบรู้หลีเชากุยที่ก้าวลงมาจากเรือจิ้งจอกสีเงินพร้อมๆกับอีโล้คนรับใช้เพียงยิ้มแล้วกวาดสายตาจ้องมองไปยังทิศตะวันออกที่ไกลจนสุดสายได้ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

"...มันพึ่งจะเริ่มขึ้นมาเท่านั้น"

ท่านที่ละสายตาจากทุกสิ่งกลับมาจับจ้องมองไปยังเซบัส โซฟีเน่และจูนที่อยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคนแล้วเพียงยิ้มราวกับสิ่งที่อยากจะรู้อีกมากมายยังคงรอคอยท่านให้รับทราบอยู่...

...คล้ายกับความลับแห่งดินแดนตะวันตกไกลจนสุดขอบโลกกำลังจะปรากฏขึ้นมาในหัวของท่านในไม่ช้าพร้อมทั้งสงครามและการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาในไม่ช้านี้

"..."

จูนในยามนี้แม้จะไม่ยอมรับกลับจับจ้องมองไปยังเซบัสด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวังอันลังเล เพราะเธอต้องการพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถต่อต้านยังเทพเจ้าแห่งเปลวไฟสงครามของเขา...

...แต่ก็ต้องการทำลายลางยังองค์เทวะราชันย์ทั้ง 7 ให้ดับสูญลงไปจากโลกหล้าไปนี้ให้หมดสิ้นไป...เช่นเดียวกัน

หัวใจของเธอในยามนี้กำลังลังเลด้วยความหวังดุจดังเปลวเพียงที่กำลังสั่นไหวอยู่อย่างไม่หยุดนิ่งตลอดเวลาที่กำลังเผาผลาญยังทุกสิ่งทุกอย่าง...

แม้กระทั่งตนเอง...

...หรือ

แม้แต่หัวใจ ความกล้า ความรักและดวงวิญญาณของจูนในยามนี้ที่ยากยิ่งจะตัดสินใจได้...ยังคำตอบที่หัวใจมิปรารถนาแต่ก็ยากที่จะต่อต้านถึง...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 11 ก.ค.53 เวลา 02:00:10 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ