เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

โลกพิศวงของชะเอม [เรื่องยาว]

ชะเอม เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่เหมือนกับคนอื่นทั่วๆไป เท่าที่เด็กสาวม.3คนอื่นๆจะเป็นได้ เธอเป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส เข้ากันได้ดีกับผมสีดำที่ตัดสั้นเข้ารูปกับใบหน้า ผลการเรียนและการกีฬาของเธอก็ไม่ได้เก่งกว่าหรืออ่อนกว่าชาวบ้านแต่อย่างใด

แต่ที่ผมอยากเล่าเรื่องราวของเธอนั้นเพราะเหตุผลอย่างอื่น

เธอมีสิ่งที่คนหลากหลายคนไม่มี

และบางคนไม่อยากที่จะมี

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเริ่มขึ้น เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น

1.
“เอม เธอจะไปไหนต่อหรือ” เน เพื่อนสนิทของชะเอมร้องเรียกชื่อเล่นของเธอขึ้นมาหลังจากที่เก็บของใส่กระเป๋าเรียนจนหมดแล้ว

“โทษทีนะ เดี๋ยววันนี้ว่าจะรีบกลับบ้านน่ะ” เด็กสาวหันมาปฏิเสธคำชวนของเพื่อนพร้อมกับที่รวบรวมของจนเต็มกระเป๋า

“ว้า ว่าจะชวนไปกินไอติมที่ร้านหน้าโรงเรียนซะหน่อย” เนร้องออกมาอย่างเสียดาย “ไม่แวะซักแปปเหรอ แล้วค่อยกลับก็ได้

“ขอโทษจริงๆจ้า แต่วันนี้ไม่ได้จริงๆ” เอมหันมายกมือไหว้ขอโทษเพื่อนของหล่อน “ถ้าไม่รีบเดี๋ยวรถที่มาเที่ยวสามโมงห้าสิบมันจะไปซะก่อนนะสิ”

“เอาเหอะ ไว้วันหลังก็แล้วกันนะ เอ้าๆรีบไปซะ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”

“ขอโทษทีเดียวนะ ไว้เดี๋ยวเก็บมะม่วงมาฝากก็แล้วกัน” เอมหันมาขอโทษเพื่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไปที่หน้าโรงเรียน พวกเธอไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีรถประจำทางวิ่งอยู่ตลอด และยิ่งบ้านของเธอที่อยู่นอกเมืองด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กว่าที่รถโดยสารจะผ่านมาในแต่ละคัน ต้องรอกันเป็นชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว

จริงๆแล้วตัวของเอมเองปกติก็ใช่ว่าจะตรงกลับบ้านกันเลยซะทีเดียวหรอก เธอเองก็อยู่เล่นกับเพื่อนบ้าง แอบแวะเถรไถลบ้าง แวะกินอะไรบ้าง กว่าจะกลับจริงๆก็มักจะเป็นรถเที่ยวสี่โมงครึ่งหรือหรือห้าโมงนั่นล่ะ แต่วันนี้พิเศษหน่อย เพราะที่บ้านบอกว่าให้รีบกลับบ้าน สงสัยว่าจะออกไปกินข้าวกันนอกบ้านกันนั่นแหละ ก็วันนี้เป็นวันเกิดของเธอนี่นา เด็กสาวอมยิ้ม

หลังจากที่เด็กสาวเรียกรถโดยสารที่ผ่านมาที่ป้ายอย่างเฉียวฉิว ก็ขึ้นไปนั่งทางด้านหลังของตัวรถ บนรถตอนนี้ยังมีเด็กไม่มากนักเพราะส่วนมากมักอยู่เล่นกันก่อนมากกว่าที่จะกลับบ้านเลย ทำให้มีแค่คนทำงานสองสามคนเท่านั้น เธอเลยได้นั่งอย่างสบายๆพร้อมกับที่เอนตัวพิงพนักโดยสารรับลมเย็นที่โกรกเข้ามาทางหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์และเผลองีบหลับไปช่วงหนึ่ง

เป็นช่วงสั้นๆ

เพียงแค่พริบตาเดียว

แต่หลังจากที่เธอลืมตาขึ้นมานั่นเอง โลกของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“อะไรเนี่ย” เด็กสาวร้องขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาจนคนอื่นอีกสองสามคนในรถมองมาที่เธอเป็นตาเดียว แต่จะว่าเธอก็ไม่ได้ เพราะในขณะนี้รถโดยสารที่เคยว่างๆอยู่เมื่อครู่ กลับแน่นขนัดขึ้นมาอย่างทันตา

เปล่า ไม่ใช่ว่ามีผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นมาอย่างปุบปับหรอก

หากแต่เป็นตัวประหลาดอะไรก็ไม่รู้ที่ขึ้นมาอย่างบนรถตามช่องว่างที่ไม่มีผู้โดยสารอยู่ต่างหาก

เด็กสาวขยี้ตาตัวเองอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ทว่าพวกมันก็ยังอยู่ พวกมันมีทั้งตัวเล็กๆเท่าจิ้งจก หรือตัวที่ใหญ่ขึ้นมาเท่าแม่ไก่หรือหมาขนาดกลางๆ หากแต่รูปร่างที่แปลกประหลาดของพวกมันกลับไม่เหมือนกับสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดๆที่เด็กสาวเคยเห็นมาเลย ราวกับว่าพวกมันหลุดออกมาจากในหนังสือการ์ตูนเสียมากกว่า ทั้งที่ตัวยาวๆคล้ายริบบิ้นที่มีปาก ตัวดำๆขนปุกปุยเล็กๆ ตัวที่คล้ายกับเต่าหรือตะพาบขนาดใหญ่ที่กระดองเป็นรูปปิรามิด และตัวอื่นๆอีกที่อยู่ตามซอกตามมุมของรถเต็มไปหมด

“เป็นอะไรหรือเปล่าหนู่” ผู้โดยสารอีกคนที่เป็นผู้ชายวัยทำงานหันมาถามเธออย่างสงสัยกับเสียงร้องของเอมที่ดังออกมา

“เอ่อ พวกนี้มันมาจากไหนเหรอคะ” เด็กสาวพูดพลางชี้มือไปที่ตัวคล้ายๆเต่าที่อยู่บนเบาะนั่งด้านข้างของเธอ

“ไหน อ๋อกระป๊องเปล่านั่นนะเหรือ สงสัยคนก่อนทิ้งไว้มั้ง” เขาตอบกลับมาเมื่อมองไปเห็นกระป๋องเปล่าสองสามกระป๋องที่วางทิ้งไว้บนเบาะข้างๆตัวของเด็กสาว แถมกระป๋องหนึ่งที่วางนอนอยู่ก็หกเอาน้ำหวานข้างในออกมาเลอะเบาะเสียด้วย เขาคงนึกว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กสาวส่งเสียงร้องออกมา

“ปะ เปล่านะคะ หนูหมายถึงเนี่ยนะค่ะ” เด็กสาวร้องขึ้นอีกครั้งพร้อมกับชี้มือไปที่เจ้าตัวประหลาดที่อยู่ข้างๆตัว

“หือก็ไม่มีอะไรนี่นา” เขาตอบอีกครั้งหลังมองดูอีกทีอย่างมั่นใจ

แน่ล่ะ ก็เขามองไม่เห็นพวกมันนี่นา

ตอนนี้ตัวเด็กสาวเองรู้แล้วว่าคนอื่นๆบนรถมองไม่เห็นมัน(ไม่งั้นคงแตกตื่นกันไปทั้งรถแล้วล่ะ) เธอลองขยี้ตาตัวเองอีกครั้งแต่พวกนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ก่อนที่จะมีอะไรที่ทำให้เธอสงสัยนั้นเอง
“อ๋า” เธออุทานขึ้นมาเบาๆอีกครั้งก่อนที่จะพบว่ารถพึ่งผ่านปากซอยบ้านของเธอไปหมาดๆ เด็กสาวเลยรีบกดกริ่งรถเพื่อที่จะลงโดยทันที
“ระวังตัวนะหนู” พี่ชายคนนั้นร้องตามมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเธอก็หันไปก้มหัวขอบคุณเขาเบาๆ ก่อนที่จะลงจากรถไปจ่ายเงินที่คนขับด้านหน้าและเดินย้อนมาทางซอยบ้านของเธอเอง
แล้วรถที่เต็มไปด้วยตัวประหลาดเหล่านั้นก็ออกวิ่งไป

“นี่มันอะไรเนี่ย” เด็กสาวร้องขึ้นมาหลังจากพบว่าทางที่เธอเดินกลับบ้านมาเป็นประจำนั้น บัดนี้ นอกเสียไปจากคนที่คุ้นเคยแล้ว กลับเต็มไปด้วยตัวประหลาดเหล่านั้นอยู่เต็มไปหมด โดยที่คนอื่นๆเองก็ไม่ได้สังเกตุเห็นเสียด้วยซ้ำ

โชคดีที่เอมเป็นเด็กสาวที่ขวัญค่อนข้างแข็ง และนิสัยที่ออกลุยๆเหมือนเด็กผู้ชายหน่อยๆทำให้เธอไม่ถึงกับเป็นลมหรือขยะแขยงพวกนี้มากนัก(แต่ยังไงก็ไม่กล้าที่จะไปจับอยู่ดี) ตอนนี้ในหัวของเธอเองก็ได้แต่พิศวงว่าพวกมันเป็นตัวอะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงไม่มีใครสังเกตเห็นพวกมันได้เลย และมีแต่เธอเพียงคนเดียวงั้นหรือที่เห็นพวกมัน พร้อมกับรีบเดินจ้ำกลับบ้านด้วยความเร็วที่ไม่ค่อยต่างกันกับการวิ่ง

แต่เธอเองก็ไม่ได้สังเกตุเลยว่ามีอะไรบางอย่างที่มองมาที่เธออย่างที่เรียกได้ว่า จ้องเขม็งเลยทีเดียว


2
เย็นนั้น เด็กสาวเดินกลับมาที่บ้านอย่างรู้สึกกระอักกระอ่วนใจพิกล ทั้งนี้สาเหตุคงไม่พ้นจากที่เธอต้องมาเห็นเจ้าพวกนั้นอย่างปุปปับนั่นหรอก

“พวกนี้มันตัวอะไรกันแน่เนี่ย” ชะเอมได้แต่สงสัยพลางมองไปมารอบๆตัวของเธอ

“ตัวพวกนี้”ที่เด็กสาวเอ่ยถึง ต่างก็มีลักษณะที่แตกต่างกันไป กระจายกันไปรอบๆตัวและแทรกตัวปะปนอยู่กับซอยที่เธอเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้อย่างน่าประหลาด บ้างก็ตัวเล็กเท่านิ้วก้อย ที่โตๆมาหน่อยก็มีบ้าง บางตัวก็ขนปุกปุยเป็นก้อนสีดำลอยไปลอยมาในอากาศ บางตัวก็แบนราบ ยิ่งเจ้าตัวเล็กๆที่อยู่ที่พื้นยิ่งแล้วใหญ่ มีเยอะแยะหลากหลายแบบเต็มไปหมด

เด็กสาวเริ่มที่จะมองเห็นพวกมันได้เมื่อตื่นขึ้นมาจากการสับปงกบนรถประจำทาง จากนั้นเองที่เธอมองเห็นเจ้าตัวเหล่านี้ได้อย่างปัจจุบันทันด่วน หลังจากลงจากรถเธอก็เดินกึ่งวิ่งมาจนหยุดหอบที่เงาของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนที่จะมองไปรอบๆตัวอย่างพิศวง

“ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้มันตัวอะไรเนี่ย” เด็กสาวบ่นกับตัวเองเบาๆพลางมองไปรอบๆตัว เจ้าตัวพวกนั้นมีอยู่เต็มไปหมด บ้างก็อยู่บนถนน บ้างก็อยู่บนกำแพง บนต้นไม้ หรือไม่ก็ลอยอยู่บนอากาศ แถมคนที่อยู่รอบๆตัวทั้งป้าเจ้าของร้านข้าวข้างทาง ลุงเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว หรือพี่ชายร้านผลไม้ดองก็เหมือนกับมองไม่เห็นพวกมันอย่างน่าแปลก ทั้งพวกมันเองก็เหมือนจะไม่สนใจกับคนเหล่านั้นด้วย เมื่อมีคนขี่รถจักรยานหรือมอร์เตอร์ไซด์ผ่านมาก็หลบเลี่ยงกันออกไปอย่างง่ายดาย

ชะเอมก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกแปลกใจกับตนเอง แต่ทันใดนั้นเอง

“ยัยหนู” เสียงแหบแปร่งดังออกมาจากด้านหลัง เสียงนั้นทำให้ชะเอมหันขวับไปมองอย่างไม่ทันระวังตัว ทว่าที่เบื้องหลังของเด็กสาวกลับไม่มีคนอยู่เลย

“สงสัยหูแว่ว” ชะเอมคิดพลางถอนหายใจ “ถัดจากตาก็เป็นหูงั้นเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่เนี่ย”

“ไม่ได้หูแว่วหรอก แต่ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันนะว่านอกเสียจากตาแล้ว ยังมีหูด้วย” เสียงประหลาดดังขึ้นมาอีก และนั่นทำให้เด็กสาวเหลียวมองไปรอบตัวอีกทีหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครอยู่รอบตัวอยู่เช่นเดิม

“ขะ คุณเป็นใครกันคะ” เด็กสาวร้องขึ้นมาเสียงสั่น ตอนนี้เธอเริ่มที่จะหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว แค่เธอมองเห็นเจ้าสิ่งเหล่านั้นได้ก็จะแย่แล้ว นี่ยิ่งได้ยินเสียงประหลาดขึ้นมาอีก ตอนนี้ในใจของเธอแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆแล้ว

“โฮ่ นอกเสียจากตาดีกับหูดีแล้วนี่ กลิ่นยังดีอีกด้วยนะเจ้าเนี่ย” เสียงที่หาที่มาไม่ได้นั้นยังดังขึ้นมาอีก นั่นยิ่งทำให้เด็กสาวหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ช่างน่ากินเสียจริงเชียว” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และนั่นเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของชะเอมที่ขาดผึงออกมา เด็กสาวหวีดร้องก่อนที่จะออกวิ่งไปยังบ้านของเธอที่อยู่ห่างไปไม่ไกลอย่างเต็มฝีเท้า

“อ้าว อะไรกันจะรีบไปไหนกันนะนี่” เสียงประหลาดยังดังขึ้นอีก แม้ว่าผู้ที่มันพูดคุยด้วยได้ห่างออกไปจากระยะที่จะได้ยินเสียงของมันแล้วก็ตาม

“เอาเถอะ ยังไงก็ตาม กลิ่นหอมอย่างนั้นนี่ตามได้ไม่ยากนักหรอก”

ทันที่ที่สิ้นเสียงประหลาด กิ่งไม้ใหญ่ก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงแม้ว่ารอบข้างจะไม่มีลมเลยก็ตาม จนทำให้คนที่อยู่แถวนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว แต่ก็ได้แค่นั้น เพราะด้วยตาของเขาเหล่านั้น ไม่สามารถที่จะมองเห็นตัวตนของสิ่งที่ทำให้เกิดต้นเหตุนั้นได้

3.
“มันอะไรกัน มันอะไรกันเนี่ย” ชะเอมคิดตลอดเวลาที่ออกวิ่งจากในร่มไม้ใหญ่มาจนถึงหน้าบ้านของเธอ พร้อมกับที่มือสั่นระริกควานหากุญแจที่เก็บไว้ในกระเป๋ามาเปิดกุญแจรั้วบ้าน ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในบ้านของเธอ

บ้านของเธอเป็นบ้านสองชั้นขนาดไม้ใหญ่มากนัก ที่หน้าบ้านมีสนามหญ้าขนาดไม่ใหญ่นัก ข้างๆมีบ่อปลาเล็กๆที่อยู่ข้างต้นคูณขนาดใหญ่ที่ยืนต้นอยู่ นอกจากนั้นก็มีไม้ผลที่ยังไม่โตมากนักอีก 5-6 ต้น ตามคาคบไม้ก็ติดกล้วยไม้ไว้โดยรอบส่งกลิ่นหอมกระจายไปโดยทั่ว ตามนิสัยของเจ้าของบ้านที่รักในด้านนี้

เด็กสาวยืนหอบอยู่ในตัวบ้าน หลังจากนั้นซักพัก เด็กสาวก็เดินไปหยิบเอาน้ำมาดื่มดับกระหายก่อนที่จะรวบรวมสติแล้วมองไปรอบๆตัวเองอีกทีหนึ่ง

ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติ

ปกติ

ไม่มีสิ่งแปลกๆใดๆอยู่ทั้งนั้น

ปกติเหมือนทุกที

“คงจะเหนื่อยเกินไปซินะเรา” ชะเอมพูดขึ้นมากับตัวเอง ก่อนที่จะดื่มน้ำอีกรอบ แล้วเดินไปล้างหน้าล้างตาที่ก๊อกน้ำใกล้ๆ

“บ้าจังเลยเรา” เด็กสาวบ่นเบาๆ พลางคิดไปถึงสิ่งที่ผ่านมาซักครู่ “นี่คนรอบข้างจะคิดยังไงบ้างนะเนี่ย” เด็กสาวหัวเราะคิก เมื่อนึกไปถึงตัวเองที่หมุนไปหมุนมาพลางร้องขึ้นมากลางถนน อย่างไรก็ดี ตอนนี้เธอแน่ใจว่าอยู่คนเดียวแล้ว ไม่มีตัวประหลาดเหล่านั้นแล้ว และอีกซักครู่พ่อแม่ของเธอก็คงจะกลับมา

ในบ้านของเด็กสาวมีสมาชิกอยู่ 3 คน คือพ่อ แม่ ตัวเธอเอง นอกจากนั้นยังมีพี่ชายของเธอที่ตอนนี้ออกไปอยู่ที่หอเนื่องจากกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีที่ต่างเมือง นอกเหนือไปจากนี้ก็ยังมีญาติๆอยู่อีกที่ต่างเมือง ซึ่งจริงๆแล้วเป็นครอบครัวของเด็กสาวเองที่ย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ เนื่องจากสะดวกในการทำงานด้านการจัดสวนและจัดต้นไม้ของทั้งสองทำมีอยู่มากกว่า

แต่อย่างไรก็ดี เพราะงานของทั้งคู่ที่เลิกไม่ค่อยจะเป็นเวลาทำให้เด็กสาวต้องอยู่ตัวคนเดียวบ่อยๆจนเธอชินแล้ว อย่างไรก็ดีซักพักทั้งคู่คงกลับมา กลับมาฉลองงานวันเกิดของเธอเอง

ทว่า ในทันใดนั้นเอง ตาของเด็กสาวก็ไปสะดุดเข้าถึงสิ่งหนึ่งเข้า ที่สนามบ้านของเธอเอง สิ่งนั้นเป็นเหมือนแสงสะท้อนมาจากในสนาม แถวดงกลุ่มดอกไม้ เด็กสาวจึงลุกขึ้นไปเพื่อที่จะได้มองอย่างถนัด แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ เธอจึงลงไปในสนามเพื่อที่จะไปดู แต่นั่นก็ก่อนที่เสียงแตรรถจะดังขึ้นมา

“อ้าวคุณพ่อคุณแม่ กลับมาแล้วหรือนี่” เด็กสาวกล่าว ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเปิดประตูบ้านแทนที่จะลงไปสำรวจบริเวณที่เธอสะดุดตาแทน

“ไงจ๊ะ กลับมาเร็วที่นะวันนี้” แม่ของเธอยิ้มให้เมื่อเห็นลูกสาวออกมาเปิดประตูบ้านให้ ก่อนที่พ่อของเธอจะตามมาพร้อมกับยกกล่องขนาดใหญ่ขึ้นมาจากรถด้วย

“ไงจ๊ะคนสวย ดูซิพ่อเอาอะไรมา” เขาพูดพร้อมกับเอากล่องวางไว้บนโต๊ะกินข้าว ก่อนที่จะเปิดกล่องออกมาเป็นเค้กก้อนใหญ่

“สุขสันต์วันเกิดจ้า” พ่อและแม่ของเธอพูดขึ้น

“โอ๊ะขอบคุณมากค่ะ คุณพ่อ คุณแม่” ชะเอมร้องขอบคุณเสียยกใหญ่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นเป็นเค้กวันเกิดของเธอเอง

“ไม่ใช่แค่พ่อกับแม่เท่านั้นน้า ดูซิว่าใครมาด้วย” พวกเขาพูดขึ้นก่อนที่จะมีคนอีกคนหนึ่งตามลงมาจากรถ

“คุณย่า” ชะเอมร้องเสียงดัง เมื่อเห็นหญิงสูงวัยออกมาจากรถ ย่าของเธอเป็นอีกคนที่เด็กสาวชื่นชอบมาก ตอนเด็กๆเธอและพี่ชายต้องไปอาศัยกับหญิงชราอยู่บ่อยๆครั้งเมื่อพ่อและแม่ของเธอต้องทำงานต่างจังหวัด ทำให้เธอชื่อนชอบหญิงชราผู้นี้มาก

“ไงจ๊ะ หลานย่า สุขสันต์วันเกิดจ้า” หญิงผมสีดอกเลายิ้ม พร้อมกับรับเอาตัวหลานที่โผเข้ามากอดอย่างดีใจ

เย็นนั้นเอง ที่บ้านหลังนี้ส่งเสียงหัวเรอะอย่างครื้นเครงออกมาเพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับเด็กสาวคนหนึ่ง


แต่ที่ภายนอกบ้านนั้นล่ะ

“ให้ตายสิ อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ” เงาดำเงาหนึ่งร้องอย่างหัวเสียอยู่ที่ภายนอกรั้วของบ้าน มันพยายามที่จะเข้าไปในบ้านหากแต่ก็เหมือนจะเข้าไปไม่ได้

“นี่ ให้ข้าเข้าไปหน่อยไม่ได้เลยหรือไง เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าข้ากินของที่ไม่เป็นอันตรายกับใครน่ะ” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะเข้ามาได้

“ไม่ได้หรอกเนตรี เจ้าเองก็รู้ว่าด้วยภาระของข้า ข้าไม่อาจให้ใครผ่านเข้ามาโดยไม่ได้รับอณุญาติน่ะ” เสียงประหลาดอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

“หยวนๆกันหน่อยไม่ได้งั้นรึ” เจ้าของเสียงนั้นยังคงรบเร้าเพื่อที่จะขอเข้าไปอยู่ดี

“ไม่ได้” เสียงปริศนายังคงตอบกลับมา “ภาระของข้าคือพิทักษ์ที่นี่ ข้าไม่อาจให้ใครเข้ามาง่ายๆได้หรอกเนตรี”

“รู้แล้ว รู้แล้ว พวกเจ้านี่หัวดื้อเหมือนกันหมดเสียจริงๆ” เจ้าเสียงหงุดหงิดนั้นตอบกลับมา “ข้าจะรออยู่ที่หน้าบ้านนี่แหละ เจ้าคงไม่มีปัญหานะ”

นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ดังขึ้นภายนอกบ้าน ก่อนที่เสียงหัวร่อต่อกระซิกที่ดังออกมาจากในตัวบ้านจะกลบเสียงสนทนาเบาๆนี้จนสิ้น

4.
ยามเช้า เด็กหญิงแต่งตัวหน้ากระจกอย่างดีใจ เธอหยิบเอาสร้อยเส้นสวยที่ได้มาเป็นของขวัญวันเกิดจากคุณย่าของเธอมาลอง ตัวสร้อยเป็นเงินเส้นเล็กๆ(ที่ไม่ผิดกฎโรงเรียน) ร้อยเข้ากันกับสิ่งที่เป็นเหมือนกระบอกอะไรซักอย่างที่ทำมาจากเงินสวย คุณย่าของเธอบอกว่าเป็นเครื่องรางที่จะช่วยปกป้องเด็กสาว และขอให้ใส่ไว้ตลอดเวลา

วันนี้อะไร อะไรก็ดูดีไปหมดสำหรับเด็กสาว ตื่นแต่เช้า ร่าเริงเต็มที่ จับรถเที่ยวเช้าไปเรียนทันเวลา ไม่มีการบ้าน ไม่มีการสอบแบบไม่รู้ตัว และที่ดีที่สุดคือไม่มี “อะไรพวกนั้น” อย่างที่เห็นเมื่อวานออกมาให้เห็นอีกแล้ว แล้วมันก็เป็นวันที่ดีมากอีกวันหนึ่งของเธอ

ดี จนถึงตอนเย็น

ดี จนถึงแถวหน้าบ้านของเธอ

ชะเอมเดินกลับบ้านมาอย่างร่าเริง วันนี้ไม่มีการบ้านมาคอยกวนใจเธอจึงวางแผนไว้ว่าจะได้ดูทีวีอย่างสบายใจเสียทีหนึ่ง

“เฮ้ ยัยหนู” เสียงประหลาดเมื่อวันก่อนดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เสียงดังขึ้นเมื่อเธอมาถึงเงาของต้นไม้ใหญ่เมื่อวานอย่างพอดี

ต้นเดียวกับที่เธอได้ยินเสียงเมื่อวานนี้

เด็กสาวหยุดชะงัก ก่อนที่จะหันไปมารอบตัวเพื่อที่จะดูที่มาของเสียง แต่ก็เช่นเคย ไม่มีอะไรที่อยู่ในสายตาของเธอเลย แต่เสียงนั้นก้ยังดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

“ยัยหนูน้อย เจ้าน่ะแหละ จะหันไปหันมาทำไมฮึ” เสียงประหลาดดังขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าต้นเสียงเหมือนจะอยู่ใกล้ๆแต่เอมเองกลับไม่สามารถที่จะมองเห็นได้

“นะ นี่เราหูแว่วไปอีกแล้วงั้นหรือ” เธอพูดออกมาเบาๆพร้อมกันกับร่างกายที่เริ่มสั่นน้อยๆ

“ไม่ได้หูแว่วหรอกยัยบื้อ เมื่อวานข้าก็ทักไปแล้วนี่นา” เจ้าเสียงประหลาดพูดขึ้น ก่อนที่กิ่งไม้ที่อยู่เหนือหัวของเด็กสาวจะสั่นไหวอย่างแรงก่อนที่จะมีสิ่งหนึ่งร่วงหล่นลงมา

และนั่น เป็นการร่วงลงมาที่พอดีกันกับจังหวะของเด็กสาวที่เงยหน้าขึ้นไปมอง

เป็นผลให้เจ้าสิ่งนั้นร่วงหล่นมายังบนหน้าของเด็กสาวพอดี

เสียงกรีดร้องดังลั่นก่อนที่มือของชะเอมจะปัดไปที่ใบหน้าอย่างแรง ส่งผลให้เจ้าสิ่งที่ตกลงมานั้นกระเด็นไปทางผนังรั้วที่อยู่ใกล้ๆ

“โอ๊ย” ร่างนั้นร้องลั่นขณะที่กระแทกเข้าสู่กำแพงรั้ว

“กรี๊ด ๆ ๆ” เด็กสาวยังคงกรีดร้องต่อไปอีกซักพัก ดีที่เวลาในตอนนั้นไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ เลยทำให้ไม่มีใครคิดว่าเธอจิตผิดปกติ และก็ต้องอาศัยเวลาอีกซักพักใหญ่ๆ กว่าเด็กสาวจะตั้งสติได้ และมองไปยังร่างที่ถูกเธอปัดกระเด็นไปกระแทกกับรั้วทางเดิน

และที่นั่นเอง ปรากฎร่างของสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง

กิ้งก่าตัวจ้อยตัวหนึ่งกำลังมองมาทางเธออยู่อย่างตาไม่กระพริบ

มันก็ดูเป็นเหมือนกิ้งก่าปกติธรรมดา หากแต่มันก็ต่างจากกิ้งก่าตัวอื่น

มันมีสองหาง !

“จะตกใจอะไรนักหนาฮึ ยัยหนู” เจ้ากิ้งก่านั่นพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ชะเอมรู้ดี มันนี่เองที่เป็นเจ้าของเสียงปริศนา

กิ้งก่าสองหาง พูดได้ !

--------------------------------
จบแล้วครับกับตอนย่อยที่ 1-4 ของเรื่องนี้

ทีมของเรื่องจะให้เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติแบบเสมือนจริง(งงกันไหม) แบบเรื่องคือชีวิตประจำวันเป็นหลักครับ ไม่เน้นด้านต่อสู้มากนัก เรื่องราวก็ไม่โอเวอร์แบบถล่มโลกกันน่ะครับ

เรื่องราวนี้จะดำเนินเรื่องในสถานที่ที่เหมือนเมืองไทยยุคประมาณ10กว่าปีก่อน เอาเป็นยุคที่ไม่ค่อยมีมีอถือ เพจเจอร์ ไม่มีการเรียนกวดวิชาอย่างบ้าคลั่ง ยังมีการใช้จดหมายกันอยู่ แล้วอินเตอร์เนตก็ไม่ค่อยแพร่หลายกันน่ะครับ (เพราะเป็นช่วงที่ผมเรียนมัธยมพอดี grin)

อีกอย่างก็คือยุคนั้นผมรู้สึกว่าค่อนข้างปลอดภัยกว่าสมัยนี้พอควร(ข่าวโหดๆ ยาเสพติด ฆ่าข่มขืนอะไรทำนองนี้น้อยกว่าสมัยนี้มาก(หรือว่าตูไม่รู้เรื่องเองหว่า)) แถมยังเป็นยุคที่กล้าโบกรถเที่ยวกันอยู่ด้วย แล้วก็ของล่อใจก็ไม่ค่อยมากเหมือนสมัยนี้ ทำให้คนปล่อยให้เด็กๆเล่นกันนอกบ้านกันอย่างสบายใจค่อนข้างเยอะ

ที่อยากแต่งเรื่องทำนองนี้เพราะชอบเรื่องราวทำนองนี้ + ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องทำนองนี้เลย (หรือมีแล้วไม่ได้อ่านไม่รู้ tongue)

จริงๆแล้วอยากเปิดรับสมัครตัวละครเหมือนกัน(เพราะผู้เขียนไอเดียเรื่องชื่อตีบตันสุดๆ) แต่อยากขอเปิดตัวตัวเอกอีกตัวเสียก่อน แล้วก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ"สิ่งประหลาด" ที่น้องชะเอมเห็นออกมาอีกนิดด้วยแหละ
(จริงๆแล้วอยากเอามาลงตอนนี้เลย แต่ท่าทางจะยาวไปแล้ว)

คาดว่าครั้งหน้า หลังเปิดเผยเรื่องราวออกมาแล้วจะขอรับสมัครด้วยครับ

หวังว่าจะมีคนมาอ่าน +สมัครกันนะ (ได้โปรดเถอะ grin)

ขอบคุณที่อ่านครับ

Edit by เม็ดบ๊วย - 21 มิ.ย.53 เวลา 13:05:29 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 21 มิ.ย.53 เวลา 12:57:41 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ