Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY ภาค Magicians-Heroines 2 ตอนที่ 31 ราชันย์ผู้ครองบัลลังก์แห่งพสุธาและวารี

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 31 ราชันย์ผู้ครองบัลลังก์แห่งพสุธาและวารี

"เฟียว...ว"

ร่างของริวโน่ที่พุ่งตัดผ่านท้องฟ้าเป็นประกายลำแสงสีม่วงลงไปสู่พื้นบนลานยอดปราสาทของเฟสเรสที่กว้างนับร้อยๆเมตร-ทิ้งร่างบนเกาะกลางทะเลอย่างแผ่วเบา...

"ตุบ..."

ทันทีที่เท้าของริวโน่เตะสัมผัสพื้นบนลานหอคอยก็มีเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังขึ้นมาพร้อมๆกัน

"ฮึ...ฮึ...ฮึ..."

ตามาด้วยเสียงอันชั่วร้ายส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

"...ยินดีต้อนรับบุตรแห่งปีศาจร้าย-ริวโน่"

มันเป็นเสียงที่กล่าวออกมาเป็นภาษามนุษย์-แต่คล้ายฟังเหมือนไม่ได้กล่าวออกมาจากปากของมนุษย์เลย

...มันคล้ายดั่งเป็นเสียงสายน้ำไหลผ่านหินผา เปลวไฟปะทุในสายลม แสงสว่างพลันจ้าในความมืดและเสียงเร้าร้องของดวงวิญญาณอันว่างเปล่าที่โหยหา

"ควับ"

ริวโน่หันกลับไปจ้องมองยังต้นเสียงทันทีกวาดสายตาสีน้ำงิน-เงินอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญจ้องมองไปยังร่างที่อยู่เบื้องหน้า...

ยังร่างซึ่งคล้ายดั่งก้อนดินที่กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟ มีสายน้ำไหลรินออกมาจากช่องว่างที่ให้สายลมไหลพัดผ่าน ตลอดจนแสงสว่างและความมืดมิดกับกลุ่มวิญญาณยังล่องลองกระจายไปต่างส่วนต่างๆ...ทั่วร่าง ที่สวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีเทาผาให้เห็นถึงหน้าอกที่ฝั่งลูกแก้วสีแดง

ริวโน่ที่จ้องมองร่างนั้นอย่างนิ่งเงียบ-มองดูไปยังใบหน้าที่ไม่สมประกอบนั้น ดวงตาที่เบิกโปนไร้หนังตา-ที่เห็นได้เพียงข้างเดียวจนเห็นถึงรอยบาดแผลเก่าๆที่ใต้ตาซ้ายที่กำลังจ้องมองกลับมา มองไปยังปาก-ที่ริมฝีปากอันไม่สมบูรณ์จะแสยะยิ้มออกมาแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

"เฟสเรส...โปวีก้า"

นามที่เหมือนเป็นดังตราสาปให้หัวใจและชะตากรรมของเขาที่ผูกพันธ์วิญญาณและพันธสัญญาเป็นหนึ่งเดียวกัน...

"ข้าบอกแล้วไง..."

ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของริวโน่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่ได้กล่าวออกมาจากปากของมนุษย์-มันยังเปลางเสียงต่อไปอีกว่า

"...นั่นมันเป็นชื่อของคาบร่างหมาขี้แพ้-ที่พ่ายแพ้ให้แก่เรย์โน่เท่านั้น..."

หยุดเล็กน้อยพลางกวาดดวงตาที่ไร้ยังประกายแห่งความดีใดจับจ้องมองไปยังริวโน่พลันกล่าวออกไปว่า

"...ชื่อของข้าในยามนี้คือจอมมารผู้ที่จะครอบครองมหาทวีปโลเกียร์แห่งนี้ไงล่ะ"

"เชอะ..."

ริวโน่ที่เค้นเสียงออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ตอบโต้ออกไปว่า

"...ช่างตายยากเสียจริงๆน่ะ"

"ข้าบอกแล้วไงล่ะ..."

จอมมารที่เบื้องหน้าเพียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทีผสมผสานยังอณูแห่งความชั่วร้ายทั้งมวลเปล่งออกมาเป็นเสียงว่า

"...จะไม่มีสิ่งใดสามารถฆ่าข้าผู้ที่มีวิญญาณอตมะได้"

"ไม่หรอกเฟสเรส-วิธีที่ฆ่าแกยังมีอยู่…"

ริวโน่ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยจับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายพลั้นกล่าวต่อไปว่า

"...เพราะยังไงแกของเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาจากพวกเราเท่านั้น"

"ข้าบอกแล้วไงว่า’ข้าไม่ใช้เฟสเรส’-ตายซ่ะ…"

จอมมารส่งเสียงตะโกนออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งตวัดฝ่ามือซ้ายที่ไร้ยังชีวิตใส่ริวโน่ที่เบื้องหน้าส่งเสียงร้อง2ตะโกนออกไปว่า

"...เมจิกบอล"

ลูกบอลไร้สีนับสิบๆลูกพุ่งตัดผ่านอากาศตรงไปยังร่างของชายหนุ่มทันที...ริวโน่เพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับไม่เหมือนวทไร้ธาตุนี้อยู่ในสายตาพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"กันโซโล"

"พรึบ"

กำแพงแห่งเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว-ป้องกันแผดเผายังลูกบอลไร้ธาตุนับสิบๆลูกของจอมมารไปจนหมดสิ้นก่อนจะดับสูญลงไปอีกครั้งคืนทุกสิ่งกลับไปสู้ความว่างเปล่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา...ริวโน่ที่จ้องมองจอมมารที่เบื้องหน้าจึงถามออกไปว่า

"แล้วแกเป็นใครล่ะ"

"จอมมาร..."

จอมมารกล่าวออกมาพร้อมทั้งพุ่งร่างตวัดแขนซ้ายที่กลายเป็นคมดาบแทงใส่ร่างของริวโน่พลางตะโกนก้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

"...ผู้ที่จะครอบครอบโลกใบนี้ไง"

"ฟุบ..."

คมดาบที่พุ่งแทงออกมากลับแทงใส่อากาศธาตุที่ว่างเปล่าเท่านั้น...ร่างของริวโน่ที่ครวยืนอยู่กลับหายไปจากเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว-ไปปรากฏกายอยู่กลางอากาศเบื้องบนพร้อมทั้งร้องตะโกนออกไปว่า

"ไม่มีวันเสียหรอก…"

"เปรี้ยง"

สิ้นเสียงของริวโน่สายฟ้าสีเหลืองทองก็ผ่าลงมาในมือขวาของริวโน่ที่กำชูขึ้นเหนือศีรษะ-เขาที่ตวัดฝ่ามือฝาดลงมาอย่างรวดเร็วยังตะโกนก้องว่า

"...ธันเดอร์แฟรส"

คลื่นแสงสายฟ้าฟาดสีเหลืองทองขนาดมหึมาพุ่งใส่ร่างของปีศาจร้ายที่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วทันที...จอมมารเพียงยื่นมือซ้ายออกมาเบื้องหน้ารับกับคลื่นสายฟ้าสีทองที่ฟาดลงมาไว้อย่างง่ายดายแล้วกำมือให้คลื่นสายฟ้าให้แตกสลายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกล่าวออกไปว่า

"พลังแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."

"เฟียว"

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ...เฟสเรสผู้เรียกตนเองว่า"จอมมาร"ก็พุ่งร่างขึ้นไปหาริวโน่ที่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว-ตวัดปลายนิ้วมือขวาเล็กน้อยพร้อมทั้งร้องว่า

"เมจิกมิซาย"

"เฟียว"

สิ้นเสียงของมันกระสูนเมจิกมิซายทั้ง 5 สายก็พุ่งใส่ร่างของริวโน่ทันทีราวกับจะทะทวงร่างของชายหนุ่มตัดลำคอ หน้าอกและขั้นหัวใจออกไป...ริวโน่ที่กวาดมือซ้ายจากขวาไปซ้ายอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกล่าวออกไปอย่างรีบเร่งในเสี้ยววินาทีว่า

"ไอซ์"

สิ้นเสียงของริวโน่ก็ปรากฏแท่งน้ำแข็งมากมายพุ่งตกลงไปทันทีจากเบื้องหน้าของเขาทันที

...ไอซ์เป็นเวทธาตุลมขั้นที่ 2 ใช้เรียกแท่งน้ำแข็งโจมตีศัตรู

"เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง..."

แท่งน้ำแข็งมากมายพุ่งลงไปทำลายเมจิกมิซายทั้ง 5 ให้แหลกสลายไปในพริบตา-ส่วนที่เหลือก็พุ่งลงไปโจมตีร่างของจอมมารที่พุ่งขึ้นมา...แต่ร่างของเฟสเรสกลับหายไปอย่างรวดเร็ว

"...ช้าไปแล้ว"

มันที่มาปรากฏร่างยังด้านข้างของริวโน่ส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายพลางตวัดมือซ้ายฟันใส่ริวโน่อย่างรวดเร็วทันที...ชายหนุ่มจึงได้แต่เบนกายหลบอย่างรวดเร็ว

"อ๊าก...ก"

ริวโน่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยยามเมื่อหัวไหล่ขวาของตนถูกมือซ้ายที่กลายเป็นคมดาบของจอมมารตวัดใส่จนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วท้องนภาพรั่งพราวราวกับหมู่ดาวยามค่ำคืน...เฟรเรสที่ไม่รอช้าจึงเค้นยิ้มตวัดแทงมือซ้ายตามลงมาพร้อมทั้งร้องตะโกนออกไปว่า

"ตายซ่ะ-ริวโน่"

"เปรี้ยง"

แต่ริวโน่กลับใช้ปลาบเท้าซ้ายตวัดเตะใส่ปลายค้างของจอมมารอย่างรุนแรงทำให้ร่างของทั้งสองกระเด็นตกลงสู้พื้นแทบจะพร้อมๆกัน

"ตุบ..."

ริวโน่ไม่รีบช้ารีบเอามือซ้ายล้วงอิซาเรียอาสเล่มสีเขียวของโรเด็ต-มังกรแห่งสายลมออกมากางออกอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งยื่นฝ่ามือที่ว่างอยู่ไปยังจอมมารที่เบื้องหน้าพร้อมทันร้องตะโกนออกไปว่า

"ดาร์ชซัน"

"เปรี้ยง...ง"

ลูกไฟสีดำขนาดประมาณเส้นผ่าศูยน์กลางประมาณ 7-80 เซนปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้ามือขวาของริวโน่ทันที-พุ่งตรงไปร่างของจอมมารที่เบื้องหน้าอย่างรุนแรงรวมกับจะดูดกลืนยังแสงสว่างทั้งมวลมาเปล่งเป็นแสงสว่างของดวงตะวันอันมืดมิดแห่งโลกมืดนี้...

"ตูม"

เสียงระเบิดดั่งก้อง ปราสาททั้งหลังคล้ายสั่นสะท้านราวโลกหล้าจะดับสูญ...ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เบื้องหน้าของริวโน่จะคงเหลือแต่ความว่างเปล่าที่ไร้ยังสิ่งใดๆขว้างกั้นยังแสงสว่างให้ต้องหยุดยั้งลงได้...

"เฟียว...ว"

มีเพียงเสียงสายลมพัดเท่านั้นที่พัดพามาพร้อมๆกัยริวโน่จะทรุดเข่าซ้ายลงไปกระทากพื้นอย่างรุนแรง

"โครม"

ริวโน่อดที่จะรู้สึกหน้ามืดไม่ได้ เพราะการที่เขาตัดสินใจใช้เวทดาร์ชซันจัดการกันจอมมาร-มันเกินกำลังของเขาที่ยังไม่ได้เป็นจอมเวทธาตุความมืด...ถึงแม้เขาจะอายุสั้นลงไปเพราะใช้เวทนี้ก็ตาม-แต่มันก็อาจจะเป็นเวทเดียวที่มีพลังในการเผาผลาญถึงวิญญาณที่เป็นอมตะของปีศาจร้ายอย่างเฟสเรสได้

...ซึ่งปกติริวโน่ยังไม่สามารถจะใช้มันได้-ถ้าไม่ได้อิซาเรียอาสช่วยเหลือ

ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองดูท้องฟ้าที่ว่างเปล่าเบื้องหน้ายิ้มพลางพูดออกมาเบาๆว่า

"หวังว่าครั้งนี้มันคงจะจบสิ้นน่ะ…"

แล้วกล่าวต่อไปอีกด้วยความหวังว่า

"...ลาก่อน-เฟสเรส"

แต่...

...ทุกสิ่งคล้ายกับไม่เป็นไปดังที่หวังไว้

"เฟียว...ว"

ในสายลมที่โชยพัดมากลับปรากฏร่างของชายชราในขุดขาวขึ้นที่ด้านหลังของริวโน่พร้อมทั้งกล่าวออกมาราวกับจะยิ้มเยาะว่า

"คิดหรือว่ามันจะจบลงแค่นี้..."

ริวโน่ที่หันไปมองยังชายชราผู้นั้นถึงกับต้องส่งเสียงออกมาอย่างตกใจว่า

"ปรมาจารย์ที่ห้า"

"ยังจำข้าได้อีกหรือ..."

ชายชราในชุดขาวหรือปรมาจารย์ที่ห้าแห่งดาเมนัสส่งเสียงออกมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มอันงามสง่าที่แฝงถึงความชั่วร้ายเอาไว้ยังกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ริวโน่-เจ้าผู้ทรยศแห่งดาเมนัส"

"ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

ริวโน่ส่งเสียงถามออกไปพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนหันไปเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ที่ห้าที่เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งสภาเวทมนตร์ของดาเมนัส...

...ที่น่าจะตายไปแล้วเพราะเวทดาร์ชซันของแคทน่าที่ใช้ออกไปในการป้องกันตัวเองเป็นผลให้เมืองหลวงของอาณาจักรดาเมนัสดับสูญไป

ปรมาจารย์ที่ห้ากลับยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ยยังความเบาปัญญาของริวโน่กลับกล่าวออกมาว่า

"ทำไมข้าจะมาอย่างที่นี่ไม่ได้ล่ะ"

...เพราะปรมาจารย์ที่หกซึ่งยืนอยู่ด้านหลังสุดในการเรียกเหล่ามังกรมาพิทักษ์ยังสามารถรอดได้-แล้วทำไมปรมาจารย์ที่ห้าซึ่งอยู่ตรงกลางที่ปลอดภัยที่สุดจะไม่สามารถรอดมาได้ล่ะ

สิ้นเสียงของปรมาจารย์ที่ห้าด้านหลังของริวโน่ก็ปรากฏลูกแก้วสีแดงดังดวงตะวันที่กำลังจะแผดเผาโลกหล้าขึ้น-ก่อนที่จะปรากฏร่างของจอมมารที่แสนชั่วร้ายขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงหัวเราะอันแสนชั่วร้ายที่เป็นดังสายน้ำไหลผ่านหินผา เปลวไฟปะทุในสายลม แสงสว่างพลันจ้าในความมืดและเสียงเร้าร้องของดวงวิญญาณอันว่างเปล่าที่โหยหา-ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งที่เบื้องหลังของริวโน่

"ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."

มันยังคงเปล่าเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังก้องมาอีกอย่างชัดเจนว่า

"... ข้าบอกแล้วไงล่ะ-จะไม่มีสิ่งใดสามารถฆ่าข้าผู้ที่มีวิญญาณอตมะได้"

"พรึบ"

แต่นั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับเปลวเฟลิงสีแดงขนาดมหึมาที่ลุกชุกขึ้นอีกครั้งทางด้านซ้ายมือของริวโน่-แม้แต่อากาศก็ร้อนแรงขึ้นจนปลายผมแทบจะลุกเป็นไฟราวกับสูดเอาเปลวไฟไหลเวียนเข้าไปในปอดแทนอากาศด้วยการปรากฏกายเป็นมังกรยักษ์สีแดงเพลิงขนาด 60 กว่าเมตรที่ร่างลุกโชนด้วยเปลวไฟร้อนแรงราวกับจะผาดเผาทุกสิ่งในพริบตา...

...เวซัด

"เปรี้ยง"

สายฟ้าที่ทองฟาดลงมาที่ด้านขวาของริวโน่พร้อมทั้งปรากฏถึงร่างของมังกรสีเหลืองทองอร่ามที่มีประกายสีสายฟ้าอาบไปทั่วร่างสูงประมาณ 5-6 เมตรที่แทบจะทลายยังทุกสิ่ง

...เซลาร์ด

ริวโน่ในยามนี้ตกอยู่ในวงล้อมของจอมมาร ปรมาจารย์ที่ห้าแห่งดาเมนัส เวซัดและเซลาร์ด...จอมมารที่จ้องมองไปยังริวโน่ด้วยประกายแห่งความแค้นยังกล่าวต่อมาอีกว่า

"หลังจากแกตายไป..."

มันที่หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

"...จะไม่มีใครคอยขัดขว้างการครองโลกของพวกเราอีกแล้ว-ริวโน่"

...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า"ปรมาจารย์ที่ห้าได้ร่วมมือกับจอมมารแล้ว"

"ริวโน่...ถึงเวลาตายของแกแล้ว"

เวซัดส่งเสียงที่ชั่วร้ายดังเปลวไฟออกมา...ในขณะที่เซลาร์ดกลับจ้องมองริวโน่ตาไม่กระพริบราวกับจะรอคอยโอกาสลงมือในยามที่ริวโน่ไม่ทันระวังตัว

"ย๊าก...ก"

เวซัดส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นพร้อมทั้งตะบบกรงเล็บใส่ร่างของริวโน่ทันที-ในเวลาเดียวกันเซลาร์ดก็อ้าปากพุ่งเข้ามาหาริวโน่คล้ายจะโจมตีประสานกัน...จอมมารกับปรมาจารย์ที่ห้าก็กางมือทั้งสองยื่นออกมาเบื้องหน้ายังริวโน่ทั้นทีพร้อมทั้งร้องตะโกนพร้อมๆกันว่า

"เมจิกดรากอน"

"ขอพระเจ้าจงนำพาแสงศัทธาแห่งฟากฟ้าฟาดลงมาเป็นดาบแสงสีทองแห่งฟากฟ้าด้วยเถิด...ดาบแสงจากฟากฟ้า-ธันเดอร์ซอร์ด"

"เปรี้ยง"

สายฟ้าสีทองขนาดมหึมาผ่านลงมายังร่างของริวโน่ทันทีพร้อมๆกับปรากฏมังกรไร้สีตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมากลางหัวของจอมมารแล้วพ่นเปลวเพลิงไร้ธาตุใส่ริวโน่ในเวลาเดียวกัน

"เฟียว...ว"

เส้นผมสีน้ำเงิน-เงินของริวโน่พริ้วไสวไปตามแรงลมที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยด้วยอิซาเรียอาสที่เปร่งแสงสว่างสีเขียวขึ้น...วงแหวนแห่งมนตราทั้ง 7 สีปรากฏขึ้นพร้อมกับหัวมังกรทั้ง 7 ขึ้นทันทีปกป้องยังพลังเวทของจอมมารและปรมาจารย์ที่ห้าที่พุ่งเข้ามาโจมตีดูดกลืนหายไปทันทีพร้อมทั้งร่างของเวซัดและเลซาบที่กระเด็นถอยหลังออกไปกลับตัวจ้องมองดูริวโน่อย่างตกใจ

"เชอะ..."

ริวโน่ส่งเสียงออกไปเล็กน้อยอย่างมาหวั่นเกรงใดพลันส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

"...ต่อให้พวกแกทั้งหมดรวมมือกันก็ไม่สามารถเอาชนะฉันที่ถืออิซาเรียอาสได้หรอก"

เพราะด้วยพลังเวทของริวโน่และอิซาเรียอาสที่มีพลังเท่าเทียมมังกรแห่งสายลมโรเด็ตทำให้มีพลังเวทแทบไม่เป็นรองใคร...

...ยกเว้นแคทน่า

"ใช่..."

ปรมาจารย์ที่ห้าแห่งดาเมนัสจ้องมองอิซาเรียอาสในมือของริวโน่ด้วยสายตาที่เห็นกับอิจฉานิดๆถึงไอเท็มที่เหล่าจอมเวททั้งหลานต้องการที่จะครอบครองส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

"...เราในตอนนี้อาจจะเอาชนะแกไม่ได้..."

หยุดเล็กน้อยราวกับถือดีอะไรบ้างอย่างพลั้นกล่าวออกไปว่า

"...แต่มันก็ไม่แน่เสมอไป..."

แล้วหันไปสบสายตากับจอมมาร เวซัดและเซลาร์ดพร้อมทั้งกล่าวต่อไปอีกว่า

"...ใช่ไหมพวกเรา"

"ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ..."

ก่อนที่ทั้ง 3 จะส่งเสียงหัวเราะออกมาเป็นคำตอบที่ยิ่งสร้างความหนักใจให้กับริวโน่ เพราะแค่จอมมารคนเดียวเขาก็แทบจะไม่มีวิธีกำจัดได้อยู่แล้ว

...เวทสะกดมังกร

"หรือว่า...เราจะใช้เวทสะกดมังกรอีกครั้ง"

ริวโน่อดที่จะครุ่นคิดในใจไม่ได้-แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรลงไปพวกบีน่า เอน่า พาน่า อายน่า ดิวน่า แคทน่าและฟลอน่าวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนสู่ของปราสาทแห่งนี้ตามลำดับ...แคทน่าที่เห็นเช่นนั้นถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจทันทีว่า

"บ้าน่า"

ในขณะที่หญิงสาวคนอื่นๆกลับส่งเสียงร้องออกไปอย่างสุดเสียงว่า

"ริวโน่..."

และ...

"พี่ชาย..."

"..."

ริวโน่นิ่งเงียบอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่าหญิงสาวมากมายและทุกคนที่อยู่ยังด้านหลังของเขามิได้

"ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ..."

ในเวลานั้นจอมมาร ปรมาจารย์ที่ห้า เวซัดและเซลาร์ดต่างส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมทั้งกันแล้วปรมาจารย์ที่ห้ากลับหยิบเอาแก้วผนึกสีแดงออกมาพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

"...ถึงเวลาแล้วที่มังกรเพลิงเวซัดผู้ยิ่งใหญ่จะคืนชืพมาเผาผลาญยังโลกหล้าใบนี้อีกครั้งหนึ่ง"

"หา..."

ริวโน่ส่งเสียงออกมาเล็กน้อยอย่างตกใจ-เขารีบกระโดดลอยตัวขึ้นไปเหนือท้องฟ้ายื่นฝ่ามือขวากางลงไปยังทั้ง 4 ที่เบื้องล่างส่งเสียงร้องออกไปอย่างดังลั่นว่า

"...ไม่มีทางหรอก…"

มังกรแห่งแสงทั้ง 7 ที่ลอยขึ้นไปพร้อมกับริวโน่ได้พ่นเปลวเพลิงมาร่วมเป็นลูกแก้วที่เบื้องหน้าฝ่ามือของเขาทันทีแล้วริวโน่จึงรีบส่งเสียงร้องตะโกนก้องไปอย่างรวดเร็วว่า

"...ดรากอนอายคัลเลอร์-บีม"

"เปรี้ยง"

"ทุกคนระวัง"

แคทน่าส่งเสียงร้องตะโกนออกไปทันที-เมื่อลำแสงแห่งดรากอนอายคัลเลอร์พุ่งลงไปยังร่างของจอมมาร ปรมาจารย์ที่ห้า เวซัดและเซลาร์ดทั้ง 4 ร่างกับจะถล่มลงไปอย่างรุนแรงจนผิวปราสาททั้งหลังสั่นสะเทือน...เหล่าหญิงสาวทุกคนจึงรีบเร่งฝีเท้าวิ่งมุ่งหน้าตรงไปหาริวโน่ที่ยังอยู่ห่างไกลออกไปเกือบ 100 เมตร

"ตุบ..."

พร้อมทั้งร่างของริวโน่ที่พุ่งทิ้งกายลงขว้างหน้าพวกเธอไว้ไม่ยอมให้เข้าไปใกล้กว่านี้...จนทุกคนต้องหยุดนิ่งที่เบื้องหลังของริวโน่จ้องมองดูฝุ่นควันที่ล่องลอยคละคลุ้งตลบไปทั่วลานบนยอดปราสาทแห่งนี้

"เฟียว...ว"

สายลมโชยพัดเล็กน้อยก่อนที่จะปรากฏให้เห็นถึงร่างของทั้ง 4 ที่เบื้องหน้าซึ่งอาบด้วยเปลวไฟสีแดงเพลิงพร้อมส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย

"ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ..."

เปลวไฟสีแดงที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดวงตะวันจะผาดเผาร่างของทั้ง 4 ให้กายเป็นจุลไปในพริบตา-จนเหลือเพียงแต่เปลวไฟสีแดงเพลิงบริสุทธิ์ 4 ดวงเท่านั้นที่ร้อนแรงกล้าจนแทบจะผาดเผาทุกสรรพสิ่งบนโลกหล้าใบนี้ให้หายไปในเปลวเพลิงทันที...

"พรึบ..."

...อุณหภูมิค่อยสูงขึ้นจนถึงขีดสุด

ในเวลาพวกไดอาน่ากับเซฟฟี่ ทีน่าและเทลร่าได้วิ่งมาถึงทันที...ฟลอน่าที่ทนถึงความร้อนระอุของอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ไม่ไหวถึงกับรีบประกอบมือที่เบื้องหน้า-เธอแบกมือออกพร้อมทั้งยื่นไปเบื้องหน้าแล้วกล่าวออกไปว่า

"ขอพระเจ้าผู้สรรคสร้างทุกสรรพสิ่งโปรดจงประทานถึงพลังและอำนาจของพระองค์ผ่านพระเมตตาอันยิ่งทางราชันย์ผู้พิทักษ์มาปกป้องพวกเราด้วยเถิด...สายน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งการพิทักษ์..."

ก่อนที่จะชูฝ่ามือทั้งสองขึ้นเหนือท้องฟ้าพร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า

"...วอนเธน่า"

สิ้นเสียงของฟลอน่าก็เกิดบาเรียแห่งสายน้ำรัศมีกว้างประมาณ 50 เมตรป้องกันทุกคนให้อยู่ภ่ายใต้อาณาเขตสายน้ำแห่งการพิทักษ์นี้...ท่ามกลางเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายที่ยังดังไม่สิ้นสุดลง

"ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ..."

ดวงเพลิวสีแดงทั้ง 4 ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้กันจนลุกไหม้รวมเป็นดวงเดียวกันที่ร้อนแรงราวกับดวงตะวันจะตกลงมาจากฟากฟ้า...ท่ามกลางแสงสีแดงที่เจิดจ้านี้กลับมาเสียงของปรมาจารย์ที่ห้ากล่าวออกมาอย่างชั่วร้ายว่า

"แล้วที่นี้ทั้งพลังและอำนาจของเวซัด-มังกรเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ก็จะกลายเป็นของข้า...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."

"งั้นเหรอ..."

เสียงทีร้อนแรงปานจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้มลายลงไปดังขึ้นมาจากดวงไฟสีแดงดังดวงตะวันนั้น-ก่อนที่จะกล่าวต่อไปราวกับจะเผาผลาญดวงวิญญาณและทุกสิ่งของปรมาจารย์ที่ห้าให้มาเป็นส่วนหนึ่งของตนเองว่า

"...พลังและความรอบรู้ของเจ้าต่างหาก-ที่จะเป็นของข้าต่างหากล่ะ"

"ไม่...."

เสียงของปรมาจารย์ที่ห้าแห่งดาเมนัสส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอย่างโหยหวนราวกับถูกเปลวเพลิงอันร้อนแรงยิ่งกว่าไฟนรกโลกกันตร์เผาผลาญดวงวิญญาณจนมลายหายไปสิ้น...

ริวโนได้แต่เพียงจ้องมองดูทุกสิ่งทุกอย่างโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้...ส่วนแคทน่าก็ได้แต่หันไปยังยังทางอื่น เพราะทั้งสองและคนอื่นๆต่างทราบดีว่า”ไม่มีทางสามารถช่วยเหลือปรมาจารย์ที่ห้าได้เลย”...
เหมือนกับที่ในยามนี้ทีไม่มีใครจะสามารถห้ามได้ถึงการคืนชีพของมังกรเพลิงเวซัดผู้ชั่วร้ายที่ครั้งหนึ่งเคยแผดเผามหาทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้ด้วยความชั่วร้ายของมัน

"...ไม่"

จนในที่สุดเสียงของดั่งวิญญาณที่ครวญครางของปรมาจารย์ที่ห้าก็สิ้นสุดลงพร้อมกับความทะเยอทะยานที่ชั่วร้ายอันจะปกครองมหาทวีปแห่งนี้

"พรึบ"

เสียงเปลวไฟที่ดังกระหึ่มขึ้นราวกับได้เผาแผดทุกสิ่งจนหมดสิ้น-ดวงไฟได้ถูกเผาแผดเล็กน้อยแต่ร้อนแรงกล้าขึ้น...จนหายไปหมดสิ้นแม้แต่อุณหภูมิในยามนี้ก็ลดลงจนแทบจะกลับเป็นปกติ เหลือแต่เพียง...
เหลือแต่เพียง...

เวซัด...

มังกรแห่งเปลวไฟเวซัด...มังกรสีแดงราวเปลวไฟที่สูงนับ 4 เมตร

...เพียงแค่ 4 เมตรเท่านั้น

แต่ตลอดทั้งราวของมันคล้ายปกคลุมไปด้วยสีแดงเพลิง-แดงราวเปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นฟันหรือสีดวงขาวที่มีส่วนสีขาวด้านนอก...ในยามนี้กลับมีเพียงสีแดงเท่านั้น

...สีแดงเพียงหนึ่งเดียว

...สีแดงปานเปลวไฟจากเปลวไฟที่ร้อนแรงถึงขีด

...ร่างที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรน๊อก เรรีน่า-เทพธิดาแห่งชัยชนะ...ผนึกไว้

มันคือเวซัดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมังกรที่ยิ่งใหญ่จนสามารถทัดเทียมมังกรความมืดอาการ์ดและมังกรสายลมโรเด็ต...ไม่ใช่แค่มังกรไฟเวซัดชั้นกลางอีกต่อไปแล้ว

เวซัดใช้ดวงตาที่แดงดั่งเปลวเพลิงของมันจ้องมองมายังริวโน่ราวกับจะเปลวเพลิงถึงให้ไหม้เป็นจุลไปกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชั่วร้ายว่า

"ถึงเวลาแล้วที่โลเกียร์จะถูกเผาไหม้อีกครั้งหนึ่ง"

"เชอะ-ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย"

พาน่ากล่าวออกมาอย่างไม่สนใจอะไรพร้อมทั้งก้าวออกมายืนเคียงข้างริวโน่ราวกับจะรวมมือกับชายหนุ่มจัดการยังเจ้ามังกรที่ชั่วร้ายนี้...เทลร่าที่เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะส่งเสียงสนับสนุนออกไม่อีกคนไม่ได้ว่า

"ใช่ๆ...เวซัดตัวเดิมออกจะน่ากลัวมากกว่าอีก"

"เชอะ..."

เวซัดเค้นเสียงออกมาอย่างใจเย็น-มันไม่รีบร้อนที่จะฆ่าทุกคนเกินไปนัก เพราะสำหรับมันในยามนี้แล้ว-พวกริวโน่ก็ไม่แตกต่างไปจากมดปลวกที่จะบดขยี้ได้ตามใจต้องการ

"...เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกเจ้าจะรู้อะไร..."

เวซัดที่รอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายยังกล่าวออกไปว่า

"...มังกรที่ยิ่งใหญ่จริงๆไม่จำเป็นจะต้องร่างกายใหญ่เสมอไปหรอก"

"ตุบ...ตุบ...ตุบ..."

แต่แคทน่าที่ก้าวออกไปเบื้องหน้าของทุกคนเคียงข้างริวโน่ทางด้านขวามือกลับกล่าวออกไปอย่างไม่เห็นมันอยู่ในสายตาว่า

"งั้นหรือ..."

"เชอะ..."

เวซัดที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังแคทน่าเพียงเล็กน้อยเหมือนกับไม่สนใจเพียงเค้นเสียงกล่าวต่อไปว่า

"...แค่ลูกครึ่งมังกรที่ไม่สามารถคืนร่างเป็นมังกรได้อย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้"

"พ่อค่ะ...แม่ค่ะ..."

แคทน่ากล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาเล็กน้อยพร้อมทั้งในมือทั้งสองของเธอก็ปรากฏปืนแห่งเวทมนตราออกมาทั้งที...ในเวลานั้นอาการ์ดและเคย์น่าก็ได้ปรากฏร่างเป็นมังกรแสงแห่งความมืดสีขาวและสีดำรอบกายของเธอพร้อมทั้งปลดผนึกแห่งแหวนดับเดิ้ลดาร์ชดรากอนออก

"บ้าน่า..."

เวซัดถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจด้วยความหวาดกลัวยิ่ง-มันที่จ้องตาไม่กระพริบไปยังแคทน่าคล้ายกับจดจำได้ถึงหญิงสาวผมสีทองคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยกล้ายืนเผชิญหน้ากันมันอย่างไร้ความหวาดกลัวใดๆ...

...หญิงสาวผมทองที่งดงามยิ่งในชุดสีขาวที่ไม่กลัวเกรงใครๆ

...ผู้พิฆาตมังกร-เคย์น่า เฟียร์มอนเทออน

แต่สิ่งที่มันสนใจที่สุดกลับเป็นมังกรแห่งความมืดสีดำจึงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างไม่กล้าจะเชื่อน้ำเสียงของตนเองว่า

"...มังกรแห่งความมืดอาการ์ด"

หญิงสาวผมดำที่เบื้องหน้าคือบุตรของอาการ์ดมังกรแห่งความมืด-มังกรแห่งความมืดอาการ์ดที่ถูกจัดว่า"เป็นมังกรอันดับหนึ่งบนมาหทวีปแห่งนี้"...

การปรากฏตัวของแคทน่าที่เคียงข้างอาการ์ดและมังกรแห่งความมืดสีขาวอีกตัวที่มีพลังไม่เป็นรองอาการ์ดที่มันไม่รู้จักนี้-เท่ากับทำลายถึงความมั่นใจในการจะครองครอบและเผาผลาญพื้นพิภพนี้ของมันไปจนหมดสิ้น เพราะมันรู้สึกได้ว่า"ในยามที่เผชิญหน้ากับเด็กสาวผมสีดำคนนี้-คือการเผชิญหน้ากับมังกรแห่งความมืดอาการ์ดถึง 3 ตัว"...เลยทีเดียว

...หนทางชนะของมัน-แทบจะไม่มีเลยทีเดียว

"ยังมีพวกเราอีก"

อายน่าที่ชักดาบแห่งไฟอันมีชื่อเดียวกับเธอแล้วก้าวออกมาอีกครั้งเคียงข้างแคทน่า...เวซัดอดที่จะหนักใจขึ้นไม่ได้เพราะรู้ดีว่า"เปลวไฟที่มันภูมิใจนักภูมิใจหนา-มันไม่สามารถใช้กับเด็กสาวผมสีแดงผู้นี้ได้"

"ใช่ยังมีพวกเรา"

ฟลอน่าก้าวออกมายืนเคียงข้างริวโน่ทางด้านซ้ายมือพร้อมทั้งคทาในมือของเธอ-ก็กล่าาวออกมาเช่นกัน...ที่ด้านหลังของเธอคล้ายปรากฏเงาร่างของเฟก้า ริไวอาซาล-มังกรแห่งวารีให้เวซัดต้องหนักใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะพลังของมันที่เป็นเปลวเพลิงไม่แน่ว่า"จะเอาชนะสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ของเฟก้าผู้เป็นบุตรแห่งวอนดีเน่-เทพธิดาผู้ครอบครองสายน้ำแห่งมหาทวีปแห่งนี้ได้"

"อย่าลืมนับพวกเราไปด้วยซิ"

เอน่ากล่าวออกมาพร้อมทั้งก้าวออกมาพร้อมๆกับดิวน่าและบีน่า...ในมือของเธอชักมีดสั้นราชันย์แห่งสายลมและมังกรแห่งสายลมออกมาเตรียมพร้อมที่จะสู้ได้ทุกเมื่อ

"..."

เวซัดอดที่จะนิ่งเงียบลงไปไม่ได้-มันที่เพียงมอบเอน่าแววเดียวก็ทราบแล้วถึงความเก่งกาจของเธอ เพราะมีดสั้นมังกรแห่งสายลมที่เธอถูกอยู่นั้นเท่ากับมีพลังของโรเด็ต-มังกรแห่งสายลมที่มีพลังไม่เป็นรองมัน
ยิ่งรวมมีดสั้นราชันย์แห่งสายลมและพลังจากดาบจอมราชันย์แห่งสายลม...ก็ยิ่งทำให้เธอมีพลังพอๆกับโรเด็ตถึง 3 ตัวหรือมากกว่าก็ว่าได้

ยิ่งมองไปยังดิวน่าที่ชักดาบของมาก็ยิ่งกลุ้ม เพราะมันสามารถสัมผัสได้ถึงพลังจากพระเจ้าผู้สร้างสรรค์ทุกสรรพสิ่งที่คุ้มครองเธออยู่...แม้ไม่รู้ว่า”พระองค์จะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอในการต่อสู้ครั้งนี้หรือไม่ก็ตาม”
แต่มีเพียงคนเดียวที่สร้างความกดดันให้กับมันมากที่สุด เพราะเวซัดสามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาญของไวโอเล็ตดรากอนที่ปกป้องพิทักษ์หญิงสาวผู้มีเส้นผมสีม่วงอ่อนคนนั้นอยู่-โดยที่เธอไม่มีความจำเป็นที่จะต้องชักอาวุธใดๆออกมาเลย

...ดูเหมือนว่าหลายสิบปีที่มันตายไป-โลกกลับเปลี่ยนแปรไปมากมายกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

"..."

เวซัด-มันกวาดสายตากลับมาจ้องมองยังพาน่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคนเหมือนกับไม่มีใครปกป้องพร้อมทั้งคิดในใจว่า

"จะเป็นแต่เด็กสาวคนนี้ละมั่งที่กระจอกสุด"

"ใครว่าเธอกระจอกสุด"

เสียงที่ยิ่งใหญ่ดุจพื้นพสุธาดั่งก้องกัววาลขึ้นมาราวกับพื้นพสุธาตื่นจากการหลับใหล...ก่อนที่กำแพงปราสาทบนลานกว้างแห่งนี้จะกระเด็นลอยหายไปในพริบตา

"เปรี้ยง...ง"

"คลื่น...คลื่น..."

ราวกับแผ่นพสุธาและทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกหล้าจะสั่นไหวไปกับการเลื่อนไหวในครั้งนี้...ก่อนที่ห้วงน้ำกลางมหาสมุทรจะพุ่งขึ้นสูงสู่ฟากฟ้านับพันๆเมตรปรากฏเป็นลำคอของมังกรสีทองเหลืองอร่ามงดงามสวยสง่ายิ่งตัวหนึ่งวึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 4-5,000 เมตร...

เจ้ามังกรสีทองตัวนั้นเพียงก้มใบหน้าของมันลงมายังเบื้องหน้าจ้องมองดูทุกคนปล่อยให้ลำตัวที่ยาวทอดไปอย่างไร้สิ้นสุดของมันทอดผ่านห้วงมหาสมุทรแทรกผ่านพื้นพสุธาและทุงสิ่งทุกอย่างราวกับไม่ยอมให้สิ่งใดสามารถขัดขว้างก็การปรากฏกายของมันได้...แม้แต่กำแพงแสงของพระเจ้าก็ถูกมันแทรกผ่านไป

...มันเป็นมังกรทางยาวที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 8-90,000 เมตรอย่างแน่นอน...แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ”นี่เป็น...

...เป็นร่างที่ย่อให้เล็กที่สุดของมัน

"บ้าน่า..."

เวซัดส่งเสียงร้องออกมาอย่างสั่นเทาได้แต่ร้องออกไปอย่างหวาดกลัวว่า

"...แกมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน"

ริวโน่กับแคทน่าพอจะเดาๆได้เลาๆแล้วว่า”มังกรสีทองที่งดงามมหึมาตัวนี้เป็นใครกัน”-อาการ์ดที่ด้านหลังของเธอถึงกับโค้งหัวก้มศีรษะให้มังกรสีทองตัวนั้น...ก่อนที่จะได้ยินเวซัดกล่าวออกไปอย่างเสียงจะแหบหายไปในเปลวไฟที่เผาผลาญในลำคอของมันว่า

"โลลิดรากอน..."

มันยังส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างหวาดกลัวด้วยร่างที่สั่นเทาว่า

"...เวโอรัส เซชาร์ค"

"ฮึก..."

เวโอรัส เซชาร์คพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอ-มันใช้ยังดวงตาที่ใหญาราวกับสามารถจ้องมองดูยังพื้นพสุธาทั่วหล้าได้อย่างหมดสิ้นจ้องมองไปยังเวซัดกลับกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งว่า

"...โฮลี่ดรากอนเฟ้ย"

"บ้าน่า..."

เอน่าที่ได้ยินชื่อของเวโอรัส เซชาร์คถึงกับส่งเสียงออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเองสักเท่าไหร่ เพราะความรอบรู้ที่เธอได้รับจากมีดสั้นมังกรให้สายลมนั้นทำให้เธอทราบเดียวว่า"มังกรตัวนี้เป็นใครกัน"

...ถ้าท่านยื่นมือช่วยเหลือเวซัดละก้อ-พวกเธอไม่มีทางชนะอย่างแน่นอน

ฟลอน่าที่มีสีหน้าที่ตกใจและหวาดวิตกเช่นกันราวกับไม่รู้ว่า"จะทำยังไงดี"เหมือนกัน

"ใคร..."

พาน่าที่สงสัยถึงกับทำหน้างงๆร้องถามออกมาทันที...ทำเอาเซชาร์คถึงกับขนวดคิ้วที่ใหญ่โตของมันด้วยความน้อยใจไม่ได้ก่อนที่จะได้ยินพาน่าส่งเสียงถามต่อไปอีกว่า

"...เวโอรัส เซชาร์คเป็นใครกันหรือ"

"นั่นสิ..."

แม้แต่อายน่าก็อดที่จะส่งเสียงออกมาเป็นเชิงร้องถามด้วยเช่นกัน เพราะเธอก็คล้ายกับไม่รู้จัยังเจ้ามังกรสีทองร่างมหึมาตัวนี้เหมือนกัน

"โลลิดรากอน-เวโอรัส เซชาร์ค..."

ทำเอาฟลอน่าที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังทั้งสองอย่างงงๆต้องรีบอธิบานยให้กับทุกคนได้ฟังทันทีว่า

"...ท่านคือมังกรพสุธาผู้ยิ่งใหญ่-หนึ่งในราชันย์ทั้งแปดผู้ครอบครองบัลลังก์แห่งพสุธาอันยิ่งใหญ่"

"หา..."

ทีน่าอดที่จะส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจไม่ได้พลางจับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อถือถึงมังกรขั้นสูงสุดระดับสุดยอดที่มีเพียงไม่มีตัวนี้...เวโอรัส เซชาร์คพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอ-มันยังกล่าวออกมาราวกับพื้นพสุธาสั่นไหวอีกครั้งหนึ่งด้วยความไม่พอใจว่า

"ฮึก-โฮลี่ดรากอนเฟ้ย...หัดจำเสียบ้างสิ"

"ว้าว..."

ในขณะที่พาน่าซึ่งจ้องมองไปยังมังกรพสุธา-เซชาร์คถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างดีใจและสนุกสนานสนใจยิ่ง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับจอมราชันย์แห่งพสุธาผู้ยิ่งใหญ่-ถึงว่า”เป็นคนใหญ่คนโตมากที่สุดเท่าที่เธอรู้จักมาเลย...

"อืมม์..."

แต่เวโอรัส เซชาร์คที่ได้ยินพาน่าส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจกลับส่งเสียงออกมาอย่างพอใจพร้อมทั้งรอยยิ้มและแววตาที่กรุ้งกริ่งจ้องมองไปยังพาน่าร้องถามต่อไปอย่างดีใจว่า

"...ดีใจไหมจ๊ะที่ฉันมาที่นี่"

"ดีใจอะไรกันค่ะ..."

เสียงของหญิงสาวที่ส่งเสียงด้วยน้ำเสียงที่กังวาลไพเราะดุจเสียงแห่งสายน้ำที่รินไหลดังขึ้นมาผ่านยังไอน้ำที่รินไหลไปทั่วหล้า-ทุกคนจะได้ยินเสียงที่ไพเราะดุจสายน้ำรินไหลนั้นกล่าวต่อไปอีกว่า

"...คุณ"

สายตาของทุกคนอดที่จะจ้องมองไปบนจมูกของเวโอรัส เซชาร์คที่นิ่งสนิทเหมือนถึงคำสาปให้กลายเป็นหิน...ไม่ได้

มังกรสีเกล็ดฟ้าสดสวย...จ้องมองไปยังมังกรสีฟ้าสดสวยตัวเล็กๆทางยาวขนาดยาวประมาณ 40 เซนที่กำลังยืนอยู่บนปลายจมูกไม่แตกตางไปจากเมล็ดถั่วเขียวเท่าไหร่นัก-เมื่อเทียบกับเวโอรัส เซชาร์ค

"ว้าว...น่ารักจัง…"

พาน่าอดที่จะส่งเสียงออกมาอย่างดีใจไม่ได้แล้วรีบกระโดดเหยียบขึ้นไปบนจมูกของมังกรพสุธาคว้าเจ้ามังกรตัวน้อยสีฟ้าตัวนั้นเข้ามากอดไว้ด้วยความเอ็นดูแล้วรีบกระโดดลงมาอย่างรวดเร็วยังเบื้องหน้าของทุกคนพร้อมทั้งกล่าวว่า

"...ดูสิพี่ชาย-น่ารักไหม"

"..."

ริวโน่ได้แต่นิ่งเงียบไม่สามารถตอบอะไรออกมาได้ เพราะเขาพอจะรู้แล้วว่า"มังกรวารีสีฟ้าตัวนี้เป็นใครกัน"...มันเป็นบทเรียนเบื้องต้นของเหล่าจอมเวทแห่งดาเมนัสที่จะต้องรู้จักถึงแม้จะไม่เคยพบมาก่อนก็ตาม

"ท่านเจโน่ เอสเมน่า..."

ไดอาน่าที่เห็นเช่นนั้นถึงกับส่งเสียงร้องออกไปทันทีอย่างตกใจ-เธอยังกล่าวออกไปอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองว่า

"...โอเชี่ยนดรากอน"

"ใครกัน..."

ยังมีไอ้โง่อีกคนที่ไม่รู้จักนานนี้ถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมา-เซฟฟี่ยังหันไปร้องถามไดอาน่าที่ข้างกายว่า

"...มังกรตัวจิ๋วกระเปียกนั้นเป็นใครกันหรือ...โอ็ย..."

ไดอาน่าอดที่จะแอบหยิกเซฟฟี่ด้เวยความไม่พอใจไม่ได้-เธอรีบกล่าวต่อไปอีกอย่างแผ่วเบาว่า

"ท่านคือโอเชี่ยนดรากอน-ท่านเจโน่ เอสเมน่า..."

ทั้งยังอธิบายต่อไปอีกว่า

"...ท่านคือมังกรวารีศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองบัลลังก์แห่งสายวารีอันศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่มอบถึงสายน้ำให้แก่ทุกสรรพชีวิตนี้และเป็นภรรยาของท่านโฮลี่ดรากอนเวโอรัส เซชาร์คราชันย์แห่งพสุธาผู้ยิ่งใหญ่"

"หา...บ้าน่า…"

เซฟฟี่อดที่จะส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจไม่ได้ เพราะมังกรยักษ์สีทองที่เบื้องหน้าดูยังไงด็ไม่เหมาะสมกับเจ้ามังกรสีฟ้าตัวน้อยนี้เลย-เขายังกล่าวต่อไปว่า

"...ยั่ยมังกรตัวจิ๋วนี่น่ะ...โอ็ย..."

เซฟฟี่อดที่จะส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งไม่ได้ เพราะไดอาน่าแทงศอกใส่สีข้างของเซฟฟี่อย่างแรง-เธอที่ไม่รอช้ารีบก้มหัวลงไปขอโทษเอสเมน่าพร้อมทั้งกล่าวว่า

"ขอโทษทีค่ะ-ท่านเอสเมน่า"

"ไม่เป็นไหรจ๊ะ"

มังกรวารีสีฟ้าสดสวยเอสเมน่าที่อยู่ในโอบกอดของพาน่าส่งเสียงตอบกลับมาเล็กน้อยอย่างน่ารัก...ในเวลานั้นเธอคล้ายสังเกตเห็นมังกรพสุธาเวโอรัส เซชาร์คขยับตัวหมายจะหนีจึงส่งเสียงร้องถามออกไปอย่างไม่พอใจว่า

"จะไปไหนค่ะ-คุณ"

"ปะ...ปล่าว...เปล่าจ๊ะ"

เวโอรัส เซชาร์คส่งเสียงตอบออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มฝืนเล็กน้อย...มังกรวารีเอสเมน่าเห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงออกมาว่า

"งั้นก็ดีแล้ว..."

ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเสียงเชิงคำสั่งเล็กน้อยกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แล้วอยู่เฉยอย่างหนีไปไหนอีกล่ะ"

"จ๊ะ"

มังกรพสุธาเซชาร์คได้แต่ตอบรับกลับไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก...ในขณะนั้นเองที่พาน่ากำลังหันรีหันขว้างคล้ายมองหาใครบ้างคนอยู่อดที่จะส่งเสียงถามออกไปด้วยความสงสัยและเป็นห่วงไม่ได้ว่า

"มีใครเห็นเอสมาน่าบ้าง"

เพราะทุกคนที่วิ่งขึ้นมายังบนลานปราสาทแห่งนี้กลับขาดเด็กน้อยเอสเมน่าคนเดียวเท่านั้นที่หายไป...แต่มังกรวารีเอสเมน่าในโอบกอดของพาน่ากลับยิ้มออกมาอย่างน่ารักกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

"มีอะไรหรือค่ะ-พี่สาว"

"ปุ๋ง"

ก่อนที่มังกรวารีในโอบกอดของพาน่าจะกายร่างเป็นเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนยาวสลวยถึงพื้น สูงประมาณ 101 เซน ผู้มีใบหน้าที่งดงามสวยซึ่ง ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อน จมูกโค้งสวยเล็กน้อยหว่างคิ้วที่เรียวโค้งสวยและบนปากที่เรียวบางสีชมพูอ่อนๆกลีบดอกกุหลาบ เธอสวมอยู่ในเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นรัดรูปสีฟ้าอ่อนก่อนที่จะคลุมทับด้วยผ้าคลุมไหล่ยาวปกปิดหัวไหล่ทั้งสองและด้านหลังสีขาวสะอาด สวมปลอกแขนรัดที่ข้อมือและรองเท้าบูทสีฟ้าอ่อนหุ้มแค่ข้อเท้า-ราวกำลังพวกนักเดินทางกำลังโอบกอดพาน่าตอบอยู่...เธอคนเดินสาวผมสีฟ้าอ่อนที่พาน่าช่วยตามหาพ่อ(ป๋า)นั้นเอง

"เอสเมน่า"

พาน่าถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจถึงการปรากฏกายที่คาดไม่ถึงของหญิงสาวนี้...เอสเมน่าเพียงยิ้มตอบรับกับพาน่าเท่านั้นท่ามกลางสายตาที่ตกใจของใครๆหลายต่อหลายคนแล้วจึงหันไปกล่าวกับมังกรพสุธาเซชาร์คว่า

"รีบกลายร่างเป็นมนุษย์ซิค่ะ-คุณ"

"จ๊ะ..."

มังกรพสุธาเซชาร์คส่งเสียงตอบรับกลับมาอย่างเสียไม่ได้-ก่อนที่จะกลายร่างเป็นมนุษย์ที่เบื้องหน้าของทุกคน...เขาเป็นชายวัยกลางคนประมาณ 40 กว่าๆ เขาเป็นชายหน้าตาหล่อเหลา มีดวงตาเรียวยาวสีเหลืองที่คมกรีบ จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่ไม่บางหรือหนาจนเกินไปนัก ไว้ผมยาวปะบ่าเล็กน้อยเหมือนไม่ได้ตัดมาหลายเดือนและเคราหร็อมแหร็มคล้ายกับไม่ได้โกนมา 4-5 วัน คล้ายกับคุณลุงรูปหล่อที่ใจดีแต่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเล็กน้อย เขาสวมอยู่ในชุดเสื้อเชิตสีเหลืองและกางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม-ก่อนที่จะคลุมทับด้วยเสื้อโค๊ดยาวสีน้ำตาลอ่อนๆ บนริมฝีปากที่ประดับด้วยรอยยิ้มที่มุมปากซ้ายซึ่งเชิดขึ้นเพียงเล็กน้อย-แต่กลับดูยิ่งใหญ่ดุจพื้นพสุธา

"แก..."

พวกดิวน่า แคทน่า เอน่าหรือแม้แต่ฟลอน่าถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจทันที-ไว้เว้นแม้แต่อายน่ากับพาน่าที่มีสีหน้าตกใจ...ดิวน่า แคทน่าและเอน่าถึงกับชี้ไปยังเซชาร์คพร้อมทั้งร้องออกไปว่า

"...แกมันไอ้แก่โลลิคอนในตอนนั้นนี่"

"หรือว่าปะป๋าที่ว่าคือ…"

พาน่าอดที่จะหันกลับไปถามเอสเมน่าที่อยู่ในโอบกอดของตนไม่ได้ด้วยความสงสย...เอสเมน่าเพียงยิ้มก่อนที่เอจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสน่ารักไพเราะดุจสายน้ำที่ไหลรินว่า

"ค่ะ...สามีของหนูเอง"

...ป๋าที่ตามหานี้ไม่ใช่คำที่ใช่เรียกพ่อ-แต่เป็นสามีต่างหากล่ะ

"..."

สายตาอันเย็นชาหลายสายมากมายจ้องมองไปยังเซชาร์คทันที3ก่อนที่จะอดคิดไม่ได้ว่า"ไอ้โลลิดรากอนเอ้ย..."

...โลลิคอน + โฮลีดรากอน = โลลิดรากอน

แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่า”ทั้งสองที่อยู่ในร่างของมนุษย์จะเหมาะสมกันกว่าในร่างของมังกรมากๆ”เลย...

"นี่น้องสาวอายุเท่าไหร่จ๊ะ…"

เซฟฟี่ออกที่จะร้องถามออกไปไม่ได้ เพราะอยากรู้ยังอายุของเอสเมน่าที่เบื้องหน้า...แต่สิ่งที่ตอบกลับมานั้นคือเท้าของไดอาน่าที่เหยียบลงบนหลังเท้าของเขาอย่างแรงจนต้องส่งเสียงร้องออกมา

"...โอ๊ย"

ถึงแม้คำถามนี้จะเป็นที่สนใจของใครหลายต่อหลายคนก็ต่าง เพราะตำนานความรักของมังกรพสุธาและมังกรวารีที่ครอบครองบัลลังก์แห่งพื้นพิภพและสายธารนั้นมันมียาวนานไม่ต่ำกว่า 3-400 ปีแล้ว...แต่เอสเมน่าที่หันไปกล่าวกับเซชาร์คว่า

"คุณค่ะ-ถอนคำสาปแห่งพสุธาเถอะค่ะ"

"หา..."

เซชาร์คส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ(และเสียดาย)ยิ่ง-ถึงคำสาปแห่งพสุธานี้...เอสเมน่าใช้สายตาที่เย็นชาแต่น่ารักเล็กน้อยพร้อมทั้งกล่าวต่างไปทั้งรอยยิ้มว่า

"คุณค่ะ"

เป็นรอยยิ้มที่ราวกับมหาสมุทรที่สงบนิ่งก่อนที่มรสุมจะเกิดหากไม่ทำตาม

"เฮ้ย..."

เซชาร์คส่งเสียงถอนหายออกมาราวกับโลกใบนี้จะแหลกสลายสิ้นไปในวินาทีนั้น-ได้แต่หันไปยังเอสเมน่าที่อยู่ในโอบกอดของพาน่าพร้อมทั้งกล่าวว่า

"...ได้จ๊ะ...ได้จ๊ะ"

...เป็นน้ำเสียงที่ปานจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียดาย

"ปุ้ง"

สิ้นเสียงของเซชาร์ค...ร่างของพาน่ากลับกลายเธอเป็นหญิงสาวหน้าสวยงามอายุ 15 ปี มีผมยาวสีทองผูกรวบไว้ทรงหางม้าด้วยที่รัดผมสีแดงที่กลางศีรษะ สูงประมาณ 170 เซน เธอมีดวงตาเรียวยาวสีทองที่ซุกซน จมูกค่อนโด่งสวยงามสีขาวสะอาด ปากที่เรียวบางสวยมักยิ้มอย่างสนุกสนานอยู่เสมอ ใส่ชุดรัดรูปสีเหลืองไร้แขนไร้คอที่หลอมกว้างก่อนจะใช้ผ้าสีขาวรัดหน้าอกที่อวบอิ่มซัพซีของเธอ ที่มือขวาสวมเพียงถุงมือที่มีเพชรสีน้ำเงิน-เงินประดับไว้ รัดด้วยเข็มขัดเส้นเล็กๆสีเหลืองยังเอวที่เรียวบางเหนือสะโพกที่ผาย ปล่อยชายเสื้อด้านหน้าที่ยาวเรียวเล็กประมาณฝ่ามือลงไปจนถึงหน้าแข้งและผ่าออกไปด้านซ้ายขวาจนด้านหลังให้เห็นถึงกางเกงสั้นแคบขาอ่อนสีดำ รองรับด้วยรองเท้าสีทองที่รัดเหมาะสำหรับการกระโดด วิ่งและส่งแรงอย่างรวดเร็วคล่องตัว...คาดเอวด้วยเข็มขัดแห่งพสุธาที่มีพลอยเม็ดโตสีเหลืองเช่นเดิม

"เป็นไง...เปลี่ยนชุดให้ด้วย-ดีไหม"

เซชาร์คหันมากล่าวกับเอสเมน่าด้วยรอยยิ้มที่เจ้าชู้อีกครั้ง...เอสเมน่าเพียงแต่ยิ้มตอบรับออกไปทำเอาเซชาร์คเสียวสันหลังเล็กน้อย

"..."

พาน่า-เธอในยามนี้สูงกว่าเอน่ากับฟลอน่าเสียอีก...แต่ที่ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเอน่ามากที่สุดคือขนาดหน้าอกของพาน่าที่กระโดดก้าวข้ามเธอไปไกลเลย...

"เท่ากับตอนนี้เอน่าตัวเตื่ยที่สุดแล้วซิน่ะ"

อายน่าอดที่จะส่งเสียงออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนหัวเราะเยาะไม่ได้...เอน่าก็อดที่จะเถียงออกไปไม่ได้อย่างรวดเร็วว่า

"ตลอดปีมานี้ฉันสูงขึ้นตั้งสองเซนน่ะ"

อายน่ากวาดสายตาจ้องมองเอน่าขึ้นๆลงๆเล็กน้อยกลับส่งเสียงถอนหายใจออกมา

"เฮ้ย.."

เหมือนเยาะเย้ยกว่าจะเสียใจแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

"...แต่ดูเหมือนอะไรบางอย่างจะไม่ก้าวหน้าขึ้นไปเลยนี่น่า"

"นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนี้น่ะ"

เอน่าอดที่จะส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจรีบเปลี่ยนเรื่องทันที...ในขณะที่พาน่าซึ่งปล่อยเอสเมน่าแล้วขยับฟอร์มร่างกายเล็กน้อยจนพอใจกับร่างกายที่แท้จริงหลังจากคำสาปของมังกรพสุธาที่ชอบเด็กสลายไปแล้วหันไปยิ้มกับเอสเมน่าว่า

"ขอบใจน่ะ-เอสเมน่า"

"ไม่เป็นไรค่ะ-พี่สาว"

เอสเมน่าส่งเสียงตอบรับกลับไปเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มที่น่ารักและไร้เดียวสา...ส่วนพาน่ากับพุ่งร่างไปหยุดยังเบื้องหน้าของเซชาร์คที่เห็นกับกำลังจะร้องไห้อย่างรวดเร็ว-เธอต่อยหมัดซ้ายซัดใส่หน้าของเซชาร์คอย่างแรง

"ตูบ"

"โอ๊ย..."

เซชาร์คส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งงอตัวออกมา...พาน่าก็ไม่รอช้ารีบตีเข่าซ้ายขึ้นใส่ปลายค้างของเซชาร์คตอบไปทันที

"เปรี้ยง...ง"

แล้วตวัดปลายเท้าเตะตอกส้นลงมาใส่หัวของเซชาร์คฟาดลงมาให้จอดยังพื้นดินทันที

"โครม"

แล้วพาน่าก็กระโดดกลับมายืนยังเบื้องหน้าของเอสเมน่าอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วว่องไวพร้อมทั้งเอาสองมือจับมือของเอสเมน่าอย่างดีใจแล้วกล่าวออกไปอย่างสนุกสนานว่า

"ขอบใจมากน่ะ-เอสเมน่า"

"ไม่เป็นไหรค่ะ-พี่สาว"

เอสเมน่าส่งเสียงตอบรับกลับไป เพราะเธอก็รู้สึกว่า"เซชาร์คสมควรแล้วที่จะโดนพาน่าลงโทษเสียบาง เพราะอาศัยรสนิยมส่วนตัวสาปพาน่าให้อยู่ในร่างเด็กสาวมาตั้งนาน"...แต่พาน่ากลับส่งเสียงถามกลับไปว่า

"แล้วเอสเมน่าไม่ถอนคำสาบด้วยหรือ"

"..."

เอสเมน่าเพียงส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเท่านั้น...ในขณะที่เซชาร์คซึ่งลุกขึ้นมาพร้อมทั้งใช้มือซ้ายจับปลายเล็กน้อยกลับพ่นพึมพำออกมาอย่างเสียดายว่า

"เป็นเด็กสาวอย่างเดิมก็น่ารักดีอยู่แล้ว-ไม่น่าจะรีบโตเลย"

"..."

เมื่อเห็นถึงสายตาที่ไม่พอใจจ้องมองมายังตน...เซชาร์คจึงรีบกล่าวต่อไปว่า

"การที่เอสเมน่าเป็นเด็กสาวอย่างงั้นไม่เกี่ยวกับฉันน่ะ"

"เอ้อ...ใช่แล้ว..."

ไดอาน่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงออกมาอย่างคิดได้จึงกล่าวต่อไปอีกว่า

"...เพราะมังกรระดับสูงๆมักจะมีร่างกายที่ใหญ่โตจนเกินไป พระเจ้าจึงอนุญาตให้มังกรจัดสูงแล้วนั้นให้ร่างอยู่บนโลกนี้ด้วยร่างของมนุษย์..."

เธอยังกล่าวอธิบายออกมาให้ทุกคนฟังอีกว่า

"...แต่ร่างมนุษย์ของมังกรแต่ละตัวนั้นจะขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณของมังกรตัวนั้น-โดยที่ไม่สามารถกำหนดได้เอง เช่นอาการ์ดเป็นชายหนุ่มรูปงาม เวซัดเป็นชายหนุ่มที่น่ากลัวและทรงอำนาจ โรเด็ตเป็นชายชราผู้รอบรู้...เป็นต้น"

...ส่วนมังกรชั้นสุดยอดอย่างเซชาร์คที่อยู่เหนือกว่าชั้นสูงในขั้นสูงนั้น กล่าวกันว่า"มีร่างที่แท้จริงใหญ่โตจนสามารถโอบรัดโลกใบนี้ได้หลายรอบนั้น"-ต้องในชีวิตอยู่ในร่างของมนุษย์เสียส่วนใหญ่...ผิดกับเอสเมน่าที่จะอยู่ในร่างใดก็ได้ เพราะไม่แตกต่างกันมากนัก

"นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องของพวกฉันไม่ใช่หรือ..."

เซชาร์คกล่าวออกมาเล็กน้อยพลางชี้ไปยังเวซัดที่ยืนอยู่ด้านหลังของทุกคนราวกับถูกลืมเลือนไปถึงการปรากฏกายของเขาและเอสเมน่า...ทุกคนจึงหันกลับมองยังเวซัดอีกครั้งหนึ่ง

"นี่สาวน้อยไม่สนใจกับทำสัญญากับมังกรแห่งพสุธาบางหรือไงจ๊ะ"

แต่เซชาร์คกลับฉวยโอกาสนี้หันไปยิ้มพร้อมทั้งกล่าวอย่างเจ้าชู้กับเทลร่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เพราะยังไงเด็กสาวน่ารักๆก็ต้องคอยให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองเสมอ...เอสเมน่าอดที่จะยิ้มแล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชาดุจสายน้ำที่เย็นที่กว่าน้ำแข็งว่า

"คุณค่ะ"

"ขอโทษจ๊ะ"

เซชาร์คได้แต่ส่งเสียงตอบออกไปเล็กน้อยอย่างหวาดกลัวเมียแล้วศึกเพื่อช่วยมหาทวีปแห่งนี้จะอุบัติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 12 มิ.ย.53 เวลา 16:45:31 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น


ละครโรงเล็ก ตอนที่ 31

      ทำไมเซชาร์คจึงชอบเด็ก
เซชาร์ค      :      ทำไมเด็กๆจึงดูน่ารักน่ะหรือ
      หยุดเล็กน้อย
เซชาร์ค      :      ใบหน้าลูกๆของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมักจะมีแรงดึงดูดให้สัตว์ที่โตเต็มที่มองเห็นว่าน่ารัก-เพื่อเป็นการเลี่ยงจากการถูกทำร้ายน่ะซิ...จะว่าไปแล้วพวกเราก็ตกอยู่ภายใต้อุบายทางธรรมชาติที่ถูกพระเจ้าสร้างมาอย่างช่วยไม่ได้
พาน่า      :      แต่มังกรเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือ
เซชาร์ค      :      (อึ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบ) รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆอย่าไม่สนใจมันเลย
      ทุกคนได้แต่ใช้สายตาที่เย็นชาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายโดยมากล่าวอะไรอีก

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 12 มิ.ย.53 เวลา 16:46:34 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ