Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

Wings of Light - บทนำ - ปีกที่ไม่อาจโบยบิน + รับสมัครตัวละคร

บทนำ
The Torn Wings
ปีกที่ไม่อาจโบยบิน


นกที่บินไม่ได้...จะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันนะ

หากปราศจาก ‘ปีกแห่งแสง’ คู่นั้น...


* * * * *

วิ่ง! ยังไงก็ต้องไปให้ถึง!

เท้าคู่หนึ่งก้าวต่อไปแม้นไม่เห็นหนทาง มือคู่หนึ่งประคองสิ่งอันหวงแหนไว้แนบอก ริมฝีปากคู่หนึ่งพร่ำร่ายมนตร์ย่นระยะทาง กระทั่งหากมีแสงส่อง ร่างในความมืดคงปรากฏคล้ายเพียงเงาไหววูบวาบ ภาพลวงตาไร้ตัวตน จากใต้ร่มเงาไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง ในป่าซึ่งหมู่ไม้สูงใหญ่ยืนต้นเรียงราย

พวกมันนิ่งงัน เช่นเดียวทุกสรรพสิ่งในสายฝนสาดซ่าและความมืดมัว คล้ายเป็นเพียงผู้รอชมละครที่ดำเนินต่อไปเบื้องหน้า...ทั้งตัวละครที่วิ่งต่อไป และสิ่งสำคัญที่เธอโอบอุ้มปกป้องไว้

สุดป่านี้จะถึงเขตแดน ที่นั่นหอคอยสูงตระหง่านยืนรออยู่ ที่นั่นเธอจะปลอดภัย...

และเหนือสิ่งอื่นใด...เด็กคนนี้จะปลอดภัย ชีวิตไม่เดียงสาที่กำลังดิ้นหยุกหยิก ร้องไห้จ้าในอ้อมแขน จะปลอดภัยจากผู้ปองร้ายทั้งปวง

ทนอีกนิดนะลูก... หญิงผู้วิ่งทำได้เพียงส่งผ่านความคิดในใจ ขณะที่เสียงตนยังไม่อาจละจากมนตรา ทนอีกนิดนะ...เอเลียร์

ครืน!

คมแสงแลบปลาบพุ่งเป็นทาง จากพยับเมฆหนาสู่ดิน แทบทันทีที่ชื่อนั้นพาดผ่านห้วงคำนึง เสียงอื้ออึงปานฟ้าถล่มทลายดังขึ้นแทบพร้อมกัน

ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนปานผืนดินกัมปนาท

สองเท้าซึ่งเพิ่งวิ่งถึงเมื่อครู่หยุดลงทันที แต่มิใช่เพราะตกใจ

เหตุคือไม้ใหญ่ซึ่งโค่นลงขวางทางด้วยฤทธิ์อสนีบาต ทั้งติดเปลวสีขาวไหม้ลามเลียจนตลอดลำต้นอวบหนา แผ่คลื่นความร้อนไปทั่วบริเวณ ท่วมท้นกระทั่งเผาหยาดฝนโดยรอบให้ระเหยในอากาศ

หญิงสาวหันกลับไปมองฟ้า ซึ่งยังปรากฏแสงแลบแปลบปลาบเป็นระยะๆ มองหาวี่แววของผู้ไล่ล่าที่คงจับตามองอยู่ในมุมสูง แต่เมื่อไม่เห็น ก็เร่งคิดหาทางต่อไป

ใช้มนตร์ลมบังคับมวลอากาศให้พรากจากไฟเพื่อให้มันดับลงคงได้ แต่กับพื้นที่กว้างใหญ่เช่นนี้ย่อมใช้เวลา ทั้งกระแสเวทย่อมบ่งชี้ที่อยู่ของตน...ซึ่งยังไม่แน่ว่าผู้ใช้มนตร์อัสนีล่วงรู้แล้ว หญิงสาวจึงเลี้ยวไป หมายอ้อมซากไม้ติดไฟ สู่ที่หมายซึ่งเธอรู้จักดี

แต่แล้ว...ร่างหนึ่งกลับร่อนลงขวางทางนั้น คมดาบเปลือยเป็นประกายในมือ เช่นเดียวกับเกราะเหล็กสีดำมันปลาบบนร่างสูงใหญ่...ซึ่งมีเงาปีกแผ่กว้างอยู่เบื้องหลัง

“ยอมแพ้เถอะ ลิเลียน” เสียงเคร่งขรึมของชายวัยกลางคนเอ่ยแข่งเสียงฝน “ข้าสัญญาว่าจะปล่อยเจ้าไป แต่กับ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งความพินาศ’ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจละเว้น”

“ท่านสัญญาไว้กับเออร์มิน!” หญิงสาวตอบแข็งกร้าว

“เพื่อความอยู่รอดของเอเธอเรีย ข้ายอมเป็นคนตระบัดสัตย์” ชายสวมเกราะเอ่ยหนักแน่น

ลิเลียนสูดลมหายใจลึก มองตรงไปทางนักรบมีปีก เอ่ยวาจาแน่วแน่

“ลูกข้าจะไม่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของเอเธอเรีย”

“ตราบใดที่ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งความพินาศ’ ยังอยู่ จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร”

“เช่นนั้นก็ลองดู” หญิงสาวย้ำคำ “หากท่านยอมเป็นคนตระบัดสัตย์เพื่ออาณาจักรและเผ่าพันธุ์...ข้าก็ยอมเป็นแม่โหดร้ายเพื่อให้ลูกอยู่รอดได้เช่นกัน”

มือข้างหนึ่งของหญิงสาวยังประคองร่างของลูกน้อย ทว่าอีกมือพลันขยับวาบ พร้อมกับที่ปากเปล่งมนตราเพียงสั้นๆ ทว่าเสียงกลับก้องกังวานห้วงวายุอื้ออึงรอบกาย

“วินด์เรเซอร์!”

เสียงกรีดร้องเสียดแทงโสต และโลหิตสาดกระจายเคล้าฝนในราตรีนั้น

* * * * *

ไกลออกไป...ในที่อันเรืองรองด้วยแสงสว่าง

ชายชราผู้มีปีกสีเทาที่กลางหลังกำลังอ่านหนังสือเล่มหนา โดยอาศัยแสงจากผลึกเรืองเหลือบรุ้งซึ่งตั้งบนฐานเหล็กแกะสลักต่างโคมสูงที่ข้างโต๊ะ เช่นเดียวกับผลึกก้อนเล็กกว่าซึ่งแขวนตามผนังตามมุมต่างๆ ในห้องโดมอันปิดหน้าต่างทุกบานทึบ

ราวกับจะเร้นกาย หรือบางสิ่งในห้องจากสายตารอบด้าน

เสียงน้ำหยดกระทบพื้นในความเงียบ เรียกสายตาเจ้าของห้องให้เงยขึ้น

“เรเว่นลอร์ด?”

ที่กลางห้องพลันปรากฏร่างสูงใหญ่อันมีปีกสีเทาเช่นกัน ร่างนั้นอยู่ในชุดเกราะดำ ทั้งยังสวมหมวกศึกประดับขนนกหลากสี ปกปิดครึ่งหน้าซีกบน เผยเพียงคางทรงเหลี่ยมแข็งแกร่ง

ร่างนั้นทรุดกายลงคุกเข่าอย่างนอบน้อมทันที เบื้องหน้าชายชราซึ่งลุกขึ้นยืน เพ่งมองไปยังหยดน้ำทั้งสีใสและคล้ำซึ่งไหลหยดจากนักรบ ทั้งฝนอันไม่เคยตกต้องในเอเธอเรีย...และ...

“เลือด...เจ้าบาดเจ็บหรือ”

“เพียงถากไป” เรเว่นลอร์ดรับคำอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนค้อมศีรษะลงต่ำยิ่งกว่า “ขอท่านลงโทษ ข้าไม่อาจกำจัดเมล็ดพันธุ์แห่งความพินาศได้ตามบัญชา”

ชายชราขมวดคิ้ว

“หญิงจอมเวทมนุษย์เก่งกาจเพียงนั้น?”

“เปล่าเลย...ท่าน” นักรบผู้อ่อนวัยกว่าปฏิเสธ “แต่นาง...ทั้งใจเด็ด และใจแข็งนัก นางไม่ยอมทำลายเมล็ดพันธุ์ แต่...ถึงกับทำลายสิ่งที่จะทำให้มันกลับมาเป็นภัยต่อเอเธอเรียได้ต่อหน้าต่อตาข้า”

แววตาดำขลับของนักรบเรียบเฉย ทว่าสายตาแหลมคมของชายชรายังจับความหวาดหวั่นที่กลบทับไว้ได้

“นางทำสิ่งใด เจ้าจงว่ามา”

* * * * *

กลางป่าลึก ฝนที่เพิ่งตกกระหน่ำจนครู่ที่ผ่านมาหยุดลงแล้ว ทิ้งเพียงหยาดน้ำเปียกชื้นบนยอดหญ้า ขณะแสงอรุณเริ่มทอบนฟ้า

กระนั้น กลิ่นฝนและน้ำค้างชื้นเย็น ย่อมไม่อาจดับกลิ่นคาวเลือด โดยเฉพาะต่อประสาทสัมผัสของสัตว์

หนูป่าตัวเขื่องมุดลอดพุ่มไม้ เข้าใกล้ซากไม้ใหญ่ที่ล้มด้วยฟ้าผ่า และถูกเผาเกรียมเป็นตอตะโก ดมกลิ่นชิ้นเนื้อคลุกเลือดสองชิ้นซึ่งนิ่งสนิทบนผืนหญ้า

กลิ่นขนนก...และอาหาร ไม่ต่างจากซากนกตาย

เมื่อแน่ใจ หนูจึงเริ่มกัดแทะ

แต่แล้ว...

กรงเล็บแหลมตะปบเข้ากลางลำตัว คว้ามันลอยค้างกลางอากาศ ขณะจะงอยปากทรงโค้งของวิหคขนดำร้องเสียดแหลม

เศษเนื้อซึ่งอยู่ในรูปของ ‘ปีก’ ร่วงจากปากหนู หล่นสู่พื้นหญ้าอีกครั้ง เหมือนครั้งที่มันถูกพรากจากร่างซึ่งถือกำเนิด

เพียงเพื่อรอให้สัตว์นักล่าหรือกินซากอื่นได้ใช้ประโยชน์ กับปีกซึ่งไม่อาจเติบใหญ่ขึ้นโบยบินได้อีก

* * * * *

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 03 มิ.ย.53 เวลา 11:31:55 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 2 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
21 - 31 จากทั้งหมด 31 Reply

SANE
Fictioner Burner


ชื่อ: โรเซ็น วาซิเลย์
สถานะ: นักบวชพเนจร
ธาตุ: ดิน
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ถิ่นกำเนิด: ฟานฟาร่า
ถิ่นอาศัย: กำลังพเนจร
อายุ: ~50
ส่วนสูง: 177 - น้ำหนัก: 70
สีผม: ดำแซมหงอกขาว - สีตา: ดำ
อาวุธ: ไม่มี แต่ใช้อาวุธได้หลายชนิด
ความสามารถพิเศษ: วิชาการต่อสู้ในสนามรบทั้งใช้อาวุธและมือเปล่า
นิสัย: คุณลุงใจดี รักเด็ก ชอบนึกถึงอดีตและเล่าเรื่องของตัวเอง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ในคราวจำเป็นก็ตัดสินใจจะฆ่าได้
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ และการเดินทาง
สีที่ชอบ: สีน้ำตาล
อาหารที่ชอบ: ขนมปัง มังสวิรัส
อาหารที่ไม่ชอบ: เนื้อ
ชอบ: ความสงบสุข การได้ปกป้องผู้อื่น
เกลียด: สงคราม
จุดอ่อน: พละกำลังถดถอยตามวัย
ครอบครัว: ไม่มี เป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม
ประวัติย่อๆ: อดีตนักรบที่หันหน้าเข้าหาศาสนา หวังว่าศาสนาจะลบล้างความผิดที่ตนเคยทำได้ ตั้งใจว่าจะเดินทางเผยแพร่ศาสนาและช่วยเหลือผู้คนจนกว่าจะตาย
* คำถามโบนัส: เข้าไปเป็นพระประจำโรงเรียนศาสนาแหงๆ



Edit by SANE - 11 มิ.ย.53 เวลา 20:53:18 น.

ความคิดเห็นที่ 21 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.53 เวลา 02:21:05 น.

shiny
หมาบ้าหน้าปากซอย

ขอแปะจองๆเอาไว้ก่อนนะ จะค่อยๆมาเพิ่ม แล้วก็คุยๆกันไปดีกว่า เพราะรายละเอียดยิบย่อยบางทีก็คิดไม่ออก

มาเป็นแพ๊คคู่ ฮา


ชื่อ - ไคซา
สถานะ - เร่ร่อน
ธาตุ (เลือกได้ 1-3)
เผ่าพันธุ์ - อันเดด ผีกูล
ถิ่นกำเนิด - แคว้นฮอลลัม
ถิ่นอาศัย - ส่วนมากจะอยู่ใกล้เขตของอันเดด แต่บางครั้งก็เดินออกไปไกลๆเป็นเดือนๆ
อายุ -ตายเมื่อยี่สิบกว่า แต่ตายมานานแล้วล่ะ
ส่วนสูง - น้ำหนัก 179 ซม. หนัก 65
สีผม - สีตา - เดิมเป็นคนผิวค่อนข้างคล้ำ ผมสีน้ำตาลเข้ม ปัจจุบันซีดขาวเน่าเปื่อยจนออกเขียว สีผมซีดลงพอสมควร
อาวุธ - ฟัน เล็บ จอบ เสียม ส้อมพรวน ส้อมโกยฟาง ถังน้ำ
ตามประสาซอมบี้ ก็อาจจะอ้วกใส่ชาวบ้านได้ด้วยสินะ...

ความสามารถพิเศษ

นิสัย - ตอนเป็นคนเป็นเด็กหนุ่มที่ขยันและร่าเริง เป็นมิตรกับคนทั่วไปแต่ชอบเพ้อฝัน และเป็นโรคจิตชอบเล่นกับต้นไม้(ไปแตะๆดึงๆใบมัน หรือปีนป่าย)

ตอนเป็นผีกูลก็จะเดินเทิ่มๆไปๆมาๆ เหนื่อยก็อยู่เฉยๆ(เหนื่อยได้ด้วยเรอะ) จะไม่ทำร้ายต้นไม้ต้นไร่ ชอบไปเดินท่อมๆตามป่า วนไปวนมาตามต้นเบิร์ช

งานอดิเรก - สมัยเป็นคนก็เล่นกับต้นไม้ ปลูกต้นไม้
สีที่ชอบ - ขาว
อาหารที่ชอบ - เนื้อสดๆ
อาหารที่ไม่ชอบ - เนื้อไม่สด(เรื่องมาก)
ชอบ - ต้นไม้สีขาว
เกลียด
จุดอ่อน
ครอบครัว

ประวัติย่อๆ - เมื่อสมัยเป็นคนเคยหลงรักนางไม้เอเฟียร์หัวปักหัวปำ คอยไล่ตามขอความรักจากเธอไม่มีหยุดหย่อน วันหนึ่งเข้าป่าไปหาของขวัญมาให้เอเฟียร์ก็ถูกกูลกัดตาย

พอกลายมาเป็นกูลแล้วไคซาที่เหลือแต่สัญชาติญาณก็เป็นเหมือนผีกูลทั่วไป ยกเว้นอยู่แต่ความรักอันแรงกล้าที่มีต่อเอเฟียร์ทำให้ไคซาปกป้องต้นไม้(โดยเฉพาะเบิร์ช) และไล่ตามหาเธอโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าพบเห็นนางไม้ก็จะไล่ตาม แต่ไม่ทำร้าย

* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น

- ถูกถีบเข้าไปเรียนเพื่อให้กลับมาเป็นผู้เป็นคน ส่วนความต้องการของเจ้าตัวก็คงเป็นความอยากรู้อยากเห็น
- อยากเข้าใกล้เผ่าพันธุ์อื่น
- ตามเอเฟียร์มา

หมายเหตุ* ถ้าเกิดว่าแก้คำสาปได้ จริงๆแล้วมันก็ต้องตายไม่ใช่เรอะ


ชื่อ เอเฟียร์/เอฟียาร์ เบิร์ช
สถานะ ถูกเนรเทศเพราะรักมนุษย์? อาจจะยัง
ธาตุ (เลือกได้ 1-3)
เผ่าพันธุ์ นางไม้ วิญญาณเบิร์ชขาว
ถิ่นกำเนิด
ถิ่นอาศัย (หรือพเนจร?)
อายุ น้อยกว่าไคซาสิบปี
ส่วนสูง - น้ำหนัก สูง 145 หนัก 32
สีผม - สีตา - ผิวขาวเผือด(ตามแบบสีลำต้นของเบิร์ช) สีผมสีตาเป็นสีเขียวอ่อน(แบบใบเบิร์ชชชชช)
อาวุธ
ความสามารถพิเศษ
นิสัย
งานอดิเรก
สีที่ชอบ แดง(?)
อาหารที่ชอบ
อาหารที่ไม่ชอบ
ชอบ ไคซา
เกลียด
จุดอ่อน
ครอบครัว
ประวัติย่อๆ - ต้นเบิร์ชที่ไคซาปลูกเมื่อยังเด็กในพื้นที่ป่าเซเรใกล้เทือกเขาโดมินิค ไคซาชอบมาเล่นด้วย(เล่นกับต้นไม้?)เธอเองก็ชอบไคซาจึงออกมาพบ แต่ก็สงวนท่าที ไม่บอกให้รู้ว่าชอบเพราะรู้ว่าไม่มีทางจะได้อยู่ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็เฝ้าคิดหาวิธีว่าจะทำยังไงถึงจะได้อยู่กับไคซา

แต่แล้ว อยู่ๆไคซาก็ไม่มาหาอีกเลย...


* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น คำตอบท่านใดถูกใจ อาจได้บทเป็น

-ค้นหาวิธีแก้คำสาปอันเดด ถ้ารู้แล้วนะว่าไคซาตายเป็นผีกูล...
-ถ้ายังไม่รู้ ก็คงจะเข้าไปเรียนเพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ๆให้กับนางไม้(จะได้แต่งงานกับไคซา????)
-ตามหาไคซา เพราะได้ยินเรื่องทำนองว่ามีคนส่งลูกไปเรียนหนังสือ คิดว่าไคซาอาจจะไปก็ได้เลยไม่มาหาตนอีก
-อยากเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ให้มากขึ้น

Edit by shiny - 06 มิ.ย.53 เวลา 20:27:19 น.

ความคิดเห็นที่ 22 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.53 เวลา 12:52:19 น.

Tsubura
Rider Hiper

มาตามสัญญาจ๊าาา

หลังจากนั่งอ่านมาพักใหญ่ๆลองรวบรวมสิ่งที่ว่ามาทั้งหมดก็พอจะคิดอะไรบางอย่างออกแล้ว

- ชื่อ Claris landgraf (คลาริส แลนเกรฟ )
- สถานะ อาจารย์(หัวหน้าภาคถ้ามีมากกว่า1คน)สาขา เล่นแร่แปรธาตุและการปรุงยา
- ธาตุ ไฟ ดิน (ไฟนั้นจะเป็นอันหลักที่ใช้บ่อยมากกว่า ดินนั้นจะใช้เป็นครั้งคราวระดับความสามารถจัดว่าสูงมากหาตัวจับยาก)
- เผ่าพันธุ์ มาร
- ถิ่นกำเนิด แน่นอนว่า โซลเบ็น นครราตรี
- ถิ่นอาศัย นครเวทมนตร์มาจิเซีย น่าจะอยู่เมืองหลวง เวรีทัส พูดง่ายๆ อยู่ในวิทยาลัยใหญ่นั้นเอง
- อายุ เหมือนคนอายุ 30 กว่าๆ ยังหนุ่มแน่น แต่คาดว่าน่าจะมากกว่านั้นหลายเท่า
- ส่วนสูง - น้ำหนัก สูง 185ซม. น้ำหนักราวๆ 71 กก.
- สีผม - สีตา ใบหน้าเป็นชายหนุ่มหล่อ ผิวค่อนข้างขาวออกไปทางซีดหน่อยๆ ร่างกายสวมส่วน นัยน์ตาข้างขวานั้นเป็นสีแดงเลือด ส่วนอีกข้างนั้น เป็นสีเหลืองอ่อน ผมสีน้ำดำขลำสั้น(คล้าย ลูลูซ ในโค๊ตเกียร์นะ :3 )โดยที่ผมจะยาวปิดตาข้างขวาไว้ ** สวมแว่นตา**
- อาวุธ ดาบเรเปียร์ แต่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้ ส่วนมากจะเป็นกระเป๋ายาหรือยาที่บรรจุไว้ในขวดและรูนมากกว่า
- ความสามารถพิเศษ มองเห็นกระแสมานา(รูปแบบก่อเกิดเวทย์นั้นเอง) และดูดกลืนรูปแบบเวทย์
- นิสัย เป็นคนเรียบง่าย คุยง่าย ใจเย็น รับฟังความคิดเห็นคนอื่น มีความมั่นใจในตัวเองสูง เอาการเอางานกับเรื่องที่ตัวเองคิดจะทำมาก มีความคิดและเหตุผลที่ตรงไปตรงมา ดูเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือสูง จนทำให้ผู้อื่นโอนอ่อนตามเขาได้ง่าย (มีความเป็นผู้นำสูงนั้นเอง)
- งานอดิเรก คิดค้นสูตรในการเล่นแร่แปรธาตุ ค้นหารูปแบบแปลกใหม่ของสสาร มานาต่างๆ **ช่วยงานภรรยา
- สีที่ชอบ สีผมของภรรยา (เฉพาะที่อยู่บนผมของภรรยาเท่านั้น)
- อาหารที่ชอบ อาหารที่มีส่วนผสมของ เนื้อสัตว์ที่สุขแล้ว มานา(พลังเวทย์แต่ไม่ค่อยนิยมเท่าไร)
- อาหารที่ไม่ชอบ ขนมหวานทุกชนิด
- ชอบ คุณภรรยา ทุกอย่างที่เป็นคุณภรรยา(จะเขียนต่อจากคนนี้) ผลงานทำสำเร็จ
- เกลียด ผู้ชายที่มาเกาะแกะภรรยา ... (หวง)
- จุดอ่อน คุณภรรยา (รัก)
- ครอบครัว ตอนนี้มีแค่คุณภรรยากับท่านอาจารย์ใหญ่
- ประวัติย่อๆ
เขาเป็นบุตรชายคนที่ 6 ของจอมมาร(อาจจะอดีตก็ได้ในตอนนี้) ซึ่งเขาเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เอาแต่ใจตนเองสุดๆ ชอบการทะเลาะวิวาทเป็นที่หนึ่ง เนื่องด้วยฝีมือที่เก่งกาจจะเที่ยวไปต่อสู้กับคนอื่นไปทั่วซึ่งก็ได้รับชัยชนะเรื่อยมา จนสุดท้ายเขาก็เดินทางมาเจอกับ วาเนสซ่า ซึ่งเมื่อเขาเห็นก็ดูถูกดูแคลน วาเนสซ่าที่ร่างกายนั้นอ่อนแอไร้ซึ่งกำลัง และจพฆ่าทิ้ง แต่แล้ว วาเนสซ่าจึงท้าประลองกับเขาซึ่งเขาเองก็รับคำท้ายแล้วบอกว่าถ้าเจ้าชนะข้ายอมไว้ชีวิตเจ้าแล้วทำสิ่งที่เจ้าต้องการ ซึ่งสิ่งที่โดนท้านั้นกลับทำให้เขาอึ้งมากนั้นก็คือ รักษาคน.. ซึ่งเขาไม่เคยทำเลย แน่นอนว่า เขาพ่ายแพ้หมดรูป และเขาก็ทำตามสัญญา ถึงแม้ว่าจะแค้นใจอยู่ก็ตาม ซึ่งสิ่งที่ วาเนสซ่าขอนั้นก็ทำเขาอึ้งอีกครั้ง เพราะเขาขอให้เขาช่วยเหลืองานเธอเป็นเวลาเดือนนึง ซึ่งก็ตบปากรับคำ และทำให้เขารู้ว่าเธอนั้นคือ วาเนสซ่า ผู้เก่งกาจเรื่องการแพทย์เป็นอันดับต้นๆของเผ่าเอลฟ์ ซึ่งเขาก็อยู่ช่วยเหลือเธอเรื่อยมา แต่ ยิ่งนับวันเขาก็เริ่มรู้สึกสนใจในการแพทย์มากยิ่งขึ้น จากที่อยู่เพียงเดือนก็เริ่มที่จะอยู่เป็นสองเดือน สามเดือน แล้วก็ไม่ได้นับวันเวลา แล้วผลสุดท้ายก็เริ่มชอบเธอขึ้นมา แล้วผลสุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่อยากที่จะออกห่างจากเธอ จึงตัดสินใจจะตามเธอไปทุกแห่ง ซึ่งความคิดที่เถรตรงของเธอนั้นเธอจึงเลือกที่จะเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อรักษาผู้คนให้มากที่สุด แต่คิดค้นยารักษาโรคมากมาย ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับในหลายๆที่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่ไม่ชอบอยู่ดี ซึ่งเธอก็ถูกโจมตีหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ถูกกลุ่มชาวบ้านพยายามขับไล่ เพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเอลฟ์และมารต้องไม่หวังดีแน่ๆแต่ วาเนสซ่าอยากที่จะเข้าไปรักษาโรคระบาดในหมู่บ้าน ซึ่งคลาริสนั้นก็ควักลูกตาตัวเองเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ทำให้เขาตาบอดไป แต่วาเนสซ่านั้นก็ใช้ดวงตาของเธอนั้นใส่แทนให้ ตัวคลาริสเองจึงตัดสินใจขอให้เธอเป็นภูตตะเวนราตรีของเขา ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจที่จะเป็น ซึ่งพวกเขาทั้งสองก็ใช้ชีวิตเดินทางหาข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้คนเรื่อยมา จนได้เจอกับอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาใหญ่ของมาจิเซีย และถูกเชิญมาเป็นคณะอาจารย์เพราะให้ในความตั้งใจของทั้งสอง ซึ่งทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะเป็นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลวิธีต่างๆ แล้วอาจารย์ใหญ่ก็มอบนามสกุลให้ ว่า แลนเกรฟ แล้วก็ใช้นามสกุลนั้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน

** คำถามโบนัส - จะเรียกว่าเข้าไปเรียนนั้นก็ไม่เชิงนะ เพราะต่อให้แก่เพียงไหนก็สามารถเรียนรู้ได้ คงจะเข้าไปแลกเปลี่ยนข้อมูลและสอนกับผู้คนที่มาหน้าหลายตาและได้รับการยอมรับมากกว่าที่เคยเป็นอยู่ เพื่อนำไปพัตนาสิ่งต่างๆ และใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
------------------------------------------------------------------
- ชื่อ Varnessa landgraf ( วาเนสซ่า แลนเกรฟ )
- สถานะ อาจารย์(หัวหน้าภาคถ้ามีมากกว่า1คน)สาขา เวทศาสตร์และการแพทย์ ** พฤกษศาสตร์(มาดูแลเป็นครั้งคราว)
- ธาตุ ธาตุสุญญะ น้ำ ลม
- เผ่าพันธุ์ เอลฟ์ (ภูตตะเวนราตรี)
- ถิ่นกำเนิด แน่นอนว่า ป่าเซเร
- ถิ่นอาศัย นครเวทมนตร์มาจิเซีย น่าจะอยู่เมืองหลวง เวรีทัส พูดง่ายๆ อยู่ในวิทยาลัยใหญ่นั้นเอง(อยู่ที่เดียวกับคุณสามีนั้นแล)
- อายุ เหมือนคนอายุ 14~17 กว่าๆ ดูเด็กมาก แต่อายุของเธอนั้นก็ไม่น้อยไปกว่าคุณสามีเลย
- ส่วนสูง - น้ำหนัก สูง 139ซม.โดยประมาณ น้ำหนักราวๆ 24 กก.หรือน้อยกว่านั้นแต่ไม่ต่ำกว่า 20
- สีผม - สีตา ผมสีเงินเป็นเงามันวาวยาวถึงบั้นท้าย (ถักเปียเป็นครั้งคราวโดยฝีมือคุณสามี) นัยน์ตาสีเหลืองอ่อน ตาบอดข้างซ้าย(ลืมตาได้ตามปกติแต่นัยน์ตาเป็นสีขาวใส) ผิวขาวเนียน หน้าตาสวย รูปร่างนั้นเหมือนเด็กอายุ 15
- อาวุธ ไม้เท้าหรือกระบองยาว, ไม้เรียว(?) ทั่วไป
- ความสามารถพิเศษ แน่นอนว่ารูปแบบต่างของเอลฟ์เธอเป็นหมด ดีเด่นเรื่องการรักษาทุกรูปแบบ และอ่านความคิดผู้อื่นแต่เธอไม่ค่อยชอบใช้เพราะเป็นการไม่สุภาพ
- นิสัย ใจดี มีน้ำใจ สุภาพอ่อนน้อมและไม่ชอบพูดปด, อัธยาศัยดี มารยาทการแสดงออกก็มีความเป็นกุลสตรี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรยากาศรอบตัวเธอจะดูอบอุ่นอยู่เสมอ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงมาก, หากตั้งใจทำสิ่งใดก็จะไม่ยอมหยุดง่ายๆจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ พูดง่ายๆว่าค่อยข้างเถรตรงกับความคิดตัวเองนั้นเอง
- งานอดิเรก ทำสวน ทำความสะอาด ค้นหาคิดค้นตัวยาในการรักษาโรคต่างๆ ร้องเพลง ฮับเพลงให้คุณสามีฟัง(ส่วนมาก) ***(เพราะแต่ไม่ถึงกับเพราะมากๆหรือเพราะจับใจนะ)
- สีที่ชอบ ขาว(สะอาด)
- อาหารที่ชอบ สลัดผักไร้เนื้อ ผลไม้เกือบทุกชนิด
- อาหารที่ไม่ชอบ เนื้อสด
- ชอบ ความสะอาด ต้นไม้ รักษาผู้อื่น สอนให้ผู้อื่นพัตนาตัวเขาให้ดียิ่งขึ้น คุณสามีโดยเฉพาะอ้อมกอด (คนข้างบน)
- เกลียด คนที่ไม่ยอมรับการแก้ไขจุดที่ตัวเองผิด (คนเลวนั้นเอง) ผู้หญิงที่มากอดสามี ..
- จุดอ่อน คำขอร้องของคุณสามี
- ครอบครัว ตอนนี้มีแค่คุณสามีกับท่านอาจารย์ใหญ่
- ประวัติย่อๆ
เธอนั้นเป็นยอมฝีมือทางด้านการรักษาระดับต้นๆของเผ่าเอลฟ์ แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเถรตรงเธอจึงชอบตะเวนไปทั่วป่าโดยรอบเพื่อที่จะรักษา ทุกคนทุกเผ่า เท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์ เธอก็ช่วยไม่เคยเกี่ยง แต่แล้วระหว่างที่เธอตะเวนรักษานั้น ก็ได้เจอกับคลาริสเข้า ซึ่งคลาริสนั้นได้ทำร้ายทุกอย่างที่เข้าต้องสู้กับเขา จนทุกคนพ่ายแพ้ ซึ่งเธอเห็นคนเจ็บไม่ได้จึงรีบเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกถากถางด้วยสภาพร่างกายของเธอที่แสนจะบางและเหมือนเด็กอายุ14 15 เท่านั้น เธอจึงท้าสู้กับคลาริสด้วยสิ่งที่เธอถนัดที่สุดคือการรักษาผู้คน ซึ่งเธอก็ชนะใส แล้วคลาริสก็ต้องทำตามสัญญา ไว้ชีวิตเธอแล้วเป็นลูกมือเธอตลอด1เดือน ซึ่งเธอนั้นพยายามที่จะทำให้คลาริสเป็นความคิดที่ชอบการต่อสู้แล้วกดขี่คนอ่อนแอ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าได้ผล คลาริสเลือกที่จะอยู่กับเธอนานขึ้นจนกลายเป็นอยู่กับเธอไป แล้วเธอนั้นก็เผลอชอบคลาริสโดยไม่รู้ตัวซึ่งเธอนั้นก็ตะเวนรักษาคนในเมืองต่างๆไปทั่ว จนในที่สุดเจอหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาดเธออยากจะช่วยให้ได้แต่คนในหมู่บ้านนั้นมีความเกลียดชังคนต่างเผ่าอยู่แล้ว จึงปฏิเสธแต่คลาริสก็ยืนยันตนเองว่ามาเพื่อการรักษาด้วยการควักนัยน์ตาของเขาออกมาทำเอาเธออึ้งอย่างมาก แถมยังทำลายตาเขาทิ้งอีกยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดมากขึ้นเพราะความตั้งใจของเธอ ผลสุดท้ายเธอตัดสินใจมอบดวงตาของเธอให้เป็นการไถโทษกับความดื้อรั้นของเธอ ซึ่งคลาริสก็ขอแลกเปลี่ยนว่าให้เธอเป็นภูตตะเวนราตรีของเขา ซึ่งเธอก็ตอบตกลง แล้วใช้ชีวิตร่วมกันมาดุจสามีภรรยากันเรื่อยมา จนในที่สุดมาเจอกับอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาใหญ่ของมาจิเซีย และถูกชักชวนมาเป็นอาจารย์ ซึ่งเธอและเขาก็ตอบตกลงแล้วอยู่ที่นั้นในฐานะอาจารย์เรื่อยมา

** คำถามโบนัส คงเป็นเช่นเดียวกัน คลาริส คงจะเพิ่มเติมตรง เพื่อนที่จะสามารถเขาถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น

****special bonus(ที่คิดไว้)
- อาจารย์ใหญ่ เคยได้รับการรักษาจาก พวกเขาทั้งสองคนร่วมถึงญาติๆด้วย


Edit by Tsubura - 05 มิ.ย.53 เวลา 17:51:02 น.

ความคิดเห็นที่ 23 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.53 เวลา 17:38:41 น.

MeawNam
นรกขุมแกลบ

ชื่อ ชวาสชินี (Schwachsnee : หิมะดำ) แนทส์ (Nacht : กลางคืน)
สถานะ นักเพาะปลูก
ธาตุ ดิน น้ำ
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
ถิ่นกำเนิด มอร์ติกา
ถิ่นอาศัย มอร์ติกา
อายุ 17 ปี
ส่วนสูง - น้ำหนัก 185 / 66
สีผม - สีตา ดำ - ดำ
อาวุธ ดาบยาว 2คม
ความสามารถพิเศษ บ่มไวน์ได้รสเลิศ บางครั้งจะได้ยินเสียงของต้นไม้
นิสัย เป็นคนนุ่มนวลใจเย็น เป็นพวกที่ชอบให้คำปรึกษาผู้อื่น ประมาณเจ้าของร้านเหล้าที่พูดคุยได้ทุกอย่าง เป็นเด็กแท้ๆแต่ชอบน้ำเมาเป็นที่สุด
งานอดิเรก เรียงไวน์ที่ห้องใต้ดิน ฝึกเวทย์มนต์เพื่อปรับปรุงดิน
สีที่ชอบ เขียว น้ำตาล
อาหารที่ชอบ ไวน์ เหล้า กับแกล้มรสเลิศ สลัด
อาหารที่ไม่ชอบ อาหารเหม็นคาว ของดิบๆ
ชอบ วันที่แดดดี
เกลียด หนอนแมลงที่กัดกินต้นองุ่น วันที่พายุเข้า
จุดอ่อน คอไม่แข็งมากชอบถูกมอมเหล้าแล้วโดนแกล้งเสียๆหายๆ
ครอบครัว อาศัยอยู่คนเดียว
ประวัติย่อๆ ชวาสเป็นลูกของครอบครัวตกงาน เคยถูกนำไปทิ้ง จนได้อยู่กำพ่อแม่คนปัจจุบัน สมัยเด็กเคยอ่านหนังสือเจอเกี่ยวกับการทำสวนจึงมีความสนใจในเรื่องนี้ปัจจุบันเขากำลังทำเรือนเพราะปลูกที่เอาไว้รักษาหน้าดินในมอร์ติกา ซึ่งปัจจุบันเป็นสวนผลไม้ งานอดิเรกคือการเอาผลไม้ที่ได้ไปบ่มไวน์เล่น แต่เพราะความหมกมุ่นนี่เอทำให้ชวาสกลายเป็นคนเก็บตัว
* คำถามโบนัส - เพื่อที่จะศึกษาเวทย์มนต์ให้มากขึ้น เพื่อซักวันจะปรับปรุงหน้าดินของมอร์ติการ์ให้เพาะปลูกได้ และเจ้าตัวแอบหวังว่าจะได้เพื่อนใหม่ๆ

ความคิดเห็นที่ 24 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.53 เวลา 18:40:27 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

ของน้องแตมจากอีกบอร์ดครับ

ชื่อ : อลิสซา / ลิสซา (Alyssa)
สถานะ : เพิ่งเดินทางอย่างยากลำบากมาถึงมอร์ติกา
ธาตุ : (น่าจะ)สุญญะ ไฟ ลม
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
ถิ่นกำเนิด : นครรัฐฟานฟาร่า
ถิ่นอาศัย : ยังไม่มี
อายุ : 14-16 ปี (เอาเป็นว่าแล้วแต่ความเหมาะสมของเนื้อเรื่องและบทบาทแล้วกัน)
ส่วน สูง : Max 165 cm. น้ำหนัก : Max 47 (ตามอายุนั่นแล)
สีผม : ดำ สีตา : ดำ
อาวุธ : พกมีดสั้นคมพิเศษ เจ้าตัวบอกไว้หั่นสมุนไพรมาทำยา แต่หลังจากมีผู้รู้แอบเห็นว่าคมมีดทำจากเพชรแท้แข็งขนาดเอาไว้ตัดกระจกได้ ดีเกินกว่าจะเอาไว้หั่นแค่ผัก!
ความสามารถพิเศษ : ชำนาญเทคนิคพรางตัวในความมืด ,ความจำดีเป็นเลิศ, มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการปรุงยาโดยเฉพาะยาตำรับโบราณและยาพิษ
นิสัย :ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจแต่ไม่ยักอ้วน, สนุกสนาน ร่าเริงดี แต่เพิ่งสูญเสียครอบครัวจึงกำลังอยู่ในโหมดไว้ทุกข์ ลึกๆแล้วอ่อนไหว ห้ามใครมาสะกิดปมเรื่องพ่อหรือครอบครัว อยากเล่าก็จะเล่าเอง,
งานอดิเรก : เดินตลาดหาของกิน, ค้นคว้ายาใหม่ที่สามารถรักษาได้ทุกโรค
สีที่ชอบ : ฟ้าน้ำทะเล
อาหารที่ชอบ : อะไรก็ได้ที่เย็นๆ ชอบของหวานเป็นพิเศษ
อาหาร ที่ไม่ชอบ : อะไรก็ตามที่ร้อน
ชอบ : ทะเล (เพราะเกิดในประเทศที่เป็นป่ามากเลยยังไม่เคยเห็นทะเล อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เดินทางมามาร์ติกา), ตำรายา
เกลียด : บุหรี่ กลิ่นบุหรี่ คนสูบบุหรี่
จุดอ่อน : คนป่วย บาดเจ็บ
ครอบครัว : ไม่แน่ชัดว่าที่บ้านทำมาหากินอะไร รู้แต่ว่าบิดาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายครอบครัวเลยถูกรังเกียจ ต่อจากนั้นมีมหันตภัยน้ำท่วมใหญ่ที่ฟานฟาร่าทำให้เสียมารดาจมน้ำตายน้องชายเล็กๆหายสาปสูญ
ประวัติย่อๆ : เกิดที่ฟานฟาร่า พ่อแม่ไฮโซมากจนเกิดโรคร้ายขึ้นกับพ่อจนเสียชีวิต จากนั้นครอบครัวก็ลำบากลำบนจนเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ทำให้หมดสิ้นครอบครัว ไม่มีใครอยากจะช่วยเหลือ เห็นว่าคนนิยมไปมาร์ติกาก็เลยลองไปดู ระหว่างทางเจอพ่อค้าทาสกำลังจะไปงานประมูลที่มาร์ติกาจับจะเอาไปขาย เจ้าหล่อนเห็นว่าดีกว่าเดินไปและประหยัดค่าใช้จ่ายแถมยังมีคนคุ้มครองจนถึง ที่หมายก็เลยยอมถูกจับไปด้วยกะว่าถึงมาร์ติกาแล้วก็จะใช้มีดหั่นโซ่หนีออกไปได้

คำถามโบนัส : ถ้าต้องเข้าไปเรียนคงเพราะอยากสืบและหาทางขโมยคัมภีร์เวทมนตร์โบราณที่ว่ากันว่ามีสูตรยาลึกลับอยู่

ความคิดเห็นที่ 25 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.53 เวลา 12:43:16 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ขอเสนอตัวละครด้วยคร๊าบ

ชื่อ เซดิส วอลเตอร์ Cedis Walter

สถานะ: หมอของเผ่าสมิง ทำงานอยู่ในสายตาของจ่าฝูง

ธาตุ: อีเธอร์ได้รึเปล่าครับ ถ้ามีเวทรักษาประกอบด้วยได้ก็คงดี

เผ่าพันธ์: สมิงหมาป่า

ถิ่นกำเนิด: ชานเมืองมาจิเซีย

ถิ่นอาศัย: ที่ราบสูงจันทรา (ได้ราวๆ 5 ปี)

อายุ: 45 ปี

ส่วนสูง: 178 cm, น้ำหนัก: 78 kg

สีผม/สีขน: น้ำตาลอ่อน สีตา: น้ำตาลทอง (หลังจากกลายเป็นสมิง)

อาวุธ: ร่างคน-ไม่มี, ร่างหมาป่า-เขี้ยวเล็บ

ความสามารถพิเศษ: การรักษาโรค ทำการผ่าตัดประกอบกับใช้มนตร์รักษาแผล

นิสัย: สมัยยังเป็นคน เป็น family man ที่อบอุ่น ค่อนข้างใจดี ไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรเป็นพิเศษ คิดอยากเป็น
หมอเปิดร้านเล็กๆ รักษาคนไข้แถวชานเมืองไปจนแก่เฒ่า แต่หลังจากต้องกลายเป็นสมิงโดยบังเอิญจึงต้องระเห็จออกมาอยู่กับเผ่าสมิง ก็กลายเป็นคนที่ค่อนข้างจะไม่พูดไม่จา แต่ก็ทำงานตามหน้าที่ของลูกฝูงไปเรื่อยๆ

งานอดิเรก: อ่านหนังสือ, เขียนบันทึกชีวประวัติตัวเองในฐานะสมิง, ดูรูปลูกเมีย

สีที่ชอบ: สีฟ้าของท้องฟ้า

อาหารที่ชอบ: เดิมชอบอาหารพวกผัก แต่หลังกลายเป็นสมิงก็เริ่มชอบรสชาติของเนื้อสดมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่พยายามห้ามใจอยู่

อาหารที่ไม่ชอบ: เคยไม่ชอบเนื้อดิบ...

ชอบ: ครอบครัว สมิงสาวคนหนึ่งที่คอยมาให้กำลังใจ

เกลียด: เกลียดจ่าฝูงที่มีวิธีควบคุมตนเอง เกลียดตนเองเวลากลายเป็นมนุษย์หมาป่า

จุดอ่อน: ครอบครัว, ความรู้สึกผิดที่เคยกลายเป็นสมิงในครั้งแรกแล้วไปฆ่าคน

ครอบครัว: ภรรยาอายุ 37 เป็นพยาบาล มีลูกสาวอายุ 10 ขวบ และลูกชายอายุ 8 ขวบอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่ได้พบหน้ากันราว 5 ปีแล้ว แต่บางทีก็ไปแอบยืนดูที่โรงเรียนบ้าง

ประวัติย่อๆ: เป็นหมอชานเมืองธรรมดาๆ ที่เคยมีครอบครัวอบอุ่น แต่วันหนึ่งประสบอุบัติเหตุโดนสมิงทำร้ายแล้วรอดมาได้ แต่หลังจากดันกลายเป็นสมิงไปฆ่าคนเข้าอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงหนีออกมาเพราะกลัวครอบครัวเป็นอันตราย ตอนเกือบจะจบชีวิตตัวเองก็ได้พบกับจ่าฝูงซึ่งรับเข้าฝูงไปซะก่อนเพื่อให้เป็นผู้รักษาให้กับฝูง แต่ในบางครั้งก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ฝูงสมิงบางส่วนทำร้ายคนบริสุทธิ์ และอยากจะออกจากฝูงหลายครั้ง แต่หากถูกหัวหน้าฝูงกระตุ้นให้กลายร่างก็จะต้องกลายเป็นร่างสมิงอยู่ในอาณัติทุกครั้งไป

ถ้าต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์: สงสัยจะถูกผอ.โรงเรียนลากตัวไปเป็นอาจารย์ห้องพยาบาลเพื่อตั้งใจจะช่วยจับตาดูแลและเยียวยาจิตใจให้(ไม่ให้เป็นสมิงไปมากกว่านี้) แต่ทว่าก็คงต้องหักห้ามใจทุกครั้งที่เห็นนักเรียนสาวน้อยใส่ฮู๊ดสีแดงเป็นหวัดเข้ามาหาที่ห้อง

อิเมจแนวนี้เหอะ ;w;


ความคิดเห็นที่ 26 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.53 เวลา 21:09:06 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

แปะของคุณ Blue Mouse อีกตัว

ชื่อ เลวิทาส นีซี (levitas : lightness, levity / fickleness, inconstancy / groundlessness. / nisi : if not, unless, except.)
สถานะ : อยู่ระหว่างเดินทางศึกษาข้อมูล
ธาตุ : 1 น้ำ 2 ไฟ
เผ่าพันธุ์ : ชาวฟ้า
ถิ่นกำเนิด : ผาโมอาเร
ถิ่นอาศัย : มีที่พักในทุกดินแดนของทุกเผ่าพันธุ์ ทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผย แต่เจ้าตัวถูกใจบรรยากาศของผาโมอาเร และเกรทกลาเซียร์เป็นพิเศษ
อายุ : คะเนจากหน้าตา ราว ๆ 19 - 22
ส่วนสูง - น้ำหนัก 171 - 55
สีผม - สีตา ทอง - ม่วง
อาวุธ : ไม่พกพา ("แก้ปัญหาด้วยกำลัง ต่ำชั้นเสียนี่กระไร" เจ้าตัวว่า)
ความสามารถพิเศษ : รอบรู้เรื่องภูมิประเทศ วัฒนธรรม ภาษา ศาสตร์ภูมิปัญญา ของพวกยักษ์ เอลฟ์ และนางไม้ เป็นอย่างดีชนิดที่สมาชิกในเผ่านั้นๆยังตะลึง, บินเร็วมากแต่ชอบขี่ม้ามากกว่า เพราะมันดูดี
นิสัย : ยิ้มแย้มได้ง่ายดาย พอๆกับโกรธเกรี้ยว, เจ้าแผนการ, ท่าทีกรีดกรายสำอาง ผิดนิสัยช่างท่องเที่ยวเดินทาง
งานอดิเรก : ส่งจูบ
สีที่ชอบ : ขาว นิยมสวมใส่ชุดสีขาวเป็นนิจ ผิดนิสัยช่างท่องเที่ยวเดินทาง
อาหารที่ชอบ : ไข่ดิบ
อาหารที่ไม่ชอบ : อาหารที่อาลิอัสทำ
ชอบ : แม่ชีชั้นสูงแห่งศาสนจักรอาร์โคเซียนางหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมบอกว่าใคร และไม่แน่ชัดว่าที่บอกว่าชอบนั้น เป็นในเชิงชู้สาว หรือเคารพเลื่อมใส
เกลียด : อาลิอัส
จุดอ่อน : สายตาสั้น
ครอบครัว : (ตามที่เจ้าตัวบอกไว้) พ่อ 1 แม่ 1 พี่น้อง 28 มารดาเดียวกัน 4 ต่างมารดา 14 ชาย 6 หญิง 22
ประวัติย่อๆ ไม่แน่ชัด ชาวฟ้ารู้จักเขาในฐานะ "เทพบุตรสีขาว" ด้วยหน้าตาหล่อเหลามาดเนี้ยบเฉียบคม มาดขรึมสุขุม และด้วยท่าทีดังกล่าว บวกความรอบรู้ และเงินทองที่ใช้จ่ายอย่างมือเติบาวไม่รู้หมดสิ้นนั้น หลายคนสันนิษฐานว่า เขาน่าจะมาจากตระกูลผู้มีอันจะกินหรืออาจถึงขั้นเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงก็เป็นได้

* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น คำตอบท่านใดถูกใจ อาจได้บทเป็นพิเศษ
"ไม่มีอะไรมาก หลักสูตรทั้งหมดในโรงเรียนนั้น ข้ามั่นใจว่าตัวเองรู้ทั้งหมดแล้ว สามารถศึกษาต่อยอดเองได้ไม่ยากเย็น แค่จะเข้าไปเป็น 'คู่แข่ง' ของไอ้หัวหงอกน่าเกลียดนั่น มันเข้าไปในนั้นทำไม อย่านึกนะว่าข้าไม่รู้"

ความคิดเห็นที่ 27 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.53 เวลา 21:55:56 น.

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

ชื่อ       Daemo thermos(เดโม เทอมอส)
สถานะ       อัศวิน
ธาตุ       ไฟ ไฟ ไฟ
เผ่าพันธุ์       อดีตมนุษย์ ปัจจุบันเป็น knight wanderers
ถิ่นกำเนิด       ศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์อาร์โคเซีย
ถิ่นอาศัย       พเนจรตามเทร่า
อายุ      ภายนอกอายุราว 35 ปี(เปลี่ยนเป็น knight wonderersเวลานั้น) ปัจจุบันอายุเท่าไหร่ไม่รู้ว
ส่วนสูง - น้ำหนัก 185/ 90kg ค่อนข้างกล้าม แต่ไม่ถึกออกมามาก
สีผม - สีตา      ผมดำ ตาแดง
อาวุธ      ดาบและชุดเกราะสีแดงสด(แดงเลือด)
ความสามารถพิเศษ      ฝีมือดาบขั้น master ระดับที่เก่งกว่าเทร่าไปสองขั้น การเสริมพลังโดยเวทย์ไฟ เช่นพลังระเบิด เกราะไฟ ดาบไฟ
นิสัย      เชื่อฟังเจ้าของทุกอย่าง ชอบเหล้า ชอบการต่อสู้ เลือด รักศักดิ์ศรี ไม่ค่อยชอบพูด เบื้องนอกดูเยือกเย็นแต่ตัดสินใจอะไรบ้าๆได้ตลอดเวลา(เช่นยืนฟังคนด่านิ่งๆซักพักก็เดินไปฟันหัวขาดเอาดื้อๆ)
งานอดิเรก      ขัดเงาเกราะและดาบ ฝึกฝีมืออยู่เสมอ(เพราะเข้าใจว่าถ้าตัวเองฝีมือตกลงหรือต่ำกว่าเทร่าอาจถูกทิ้งได้ทุกเมื่อ)
สีที่ชอบ      แดง
อาหารที่ชอบ      เหล้า แม้ไม่จำเป็นต้องกินแต่ก็มักจะหาโอกาศดื่มอยู่เสมอ
อาหารที่ไม่ชอบ      สมุนไพรต่างๆที่มีกลิ่นฉุน
ชอบ       เทร่า
เกลียด      คนอ่อนแอ
จุดอ่อน      เทร่า
ครอบครัว       เทร่า (ภรรยา+เจ้านาย)
ประวัติย่อๆ      อดีตเคยเป็นหน่วยล่าสังหารปีศาจของศาสนจักรแต่เมื่อได้รับงานหนึ่งคืองานไล่ล่า "Bloody valentie"แม้ว่าครั้งนั้นแผนการจะสำเร็จจนทีมไล่ล่าเกือบสังหารหล่อนได้
ทว่าในตอนที่ไล่หล่อนจนมุม เขาก็ตกตะลึงในความงามของเทร่า(ตอนต่อสู้และสังหารเพื่อนร่วมทีม) จนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น (อาจเพราะธาตุไฟ ไฟ ไฟ เหมือนกัน) ทำให้เขาสังหารผู้คนที่ร่วมทีมเดียวกันที่เหลือเสียสิ้น
ก่อนที่จะไปคุกเข่าขอความรักจากเทร่า และด้วยฝีมือในเชิงดาบที่สามารถเอาชนะหล่อนได้ ดังนั้นเทร่าจึงรับเขาเป็นไนท์วันเดอเร่อประจำตัวหล่อนไป
ขอพิเศษครับ = ขอให้ยังไม่ค่อยสุญเสียนิสัยตอนเป็นมนุษย์ไปเท่าไหร่ ยังชอบเหล้าและคุยรู้เรื่องอยู่ แต่หลงรักเทร่าเสียจนหัวปักหัวปำอย่างไม่รู้ว่าเป็นเพราะนิสัยเจ้าตัวหรือเพราะเป็นไนท์วันเดอเร่อกันแน่

* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น คำตอบท่านใดถูกใจ อาจได้บทเป็นพิเศษ
เบ๊ คนสวน คนรับใช้ประจำตัวของเทร่า คนดูแลอาวุธ


ชื่อ : tera tetra amadius เทร่า เททร่า อามาดิอุส
ฉายา : bloody valentie จากคดีที่ก่อขึ้นจนเลือดสีแดงสาดเต็มหมู่บ้านสามถึงสี่แห่งในวันวาเลนไทร์
สถานะ : ปีศาจชั้นสูง
ธาตุ : ไฟ ไฟ ไฟ
เผ่าพันธุ์ :      ปีศาจ
ถิ่นกำเนิด : Solben
ถิ่นอาศัย : พเนจร
อายุ : เยอะแล้วแต่ภายนอกดูราว 20ต้นๆ
ส่วนสูง - 160 / 45kg อ้อนแอ้น บอบบาง
สีผม - ดำปนแดง(ปอยผมแดงสลับดำ)
สีตา - แดงเลือด
อาวุธ : ร่างกาย กรงเล็บ ทุกส่วนของหล่อนเป็นอาวุธได้ทั้งนั้น มีดสั้น ดาบสั้น (แม้ใช้เวทย์ได้แต่ชอบใช้อาวุธมีคมมากกว่า)
ความสามารถพิเศษ :ความเร็วสูงมากๆ เวทย์ไฟชั้นสูง - กลาง - ต่ำ - พิเศษ ไม่มีอาการเมาหลับ(มีแต่เมาอาละวาด)
นิสัย : ชอบคนเก่ง ชอบความท้าทาย เบื่อง่าย
งานอดิเรก : ล่าสิ่งมีชีวิตที่เลือดสีแดง จนเลือดแดงไปทั่วบริเวณ
สีที่ชอบ : แดงเลือด
อาหารที่ชอบ : เหล้า เลือด โดยเฉพาะเหยื่อที่เก่งๆ
อาหารที่ไม่ชอบ : คนอ่อนแอ เลือดเหยื่อโง่ๆ
ชอบ :คนแข็งแกร่ง สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง
เกลียด :คนอ่อนแอ พวกขี้โลภ ทิ้งพวกพ้อง
จุดอ่อน :รักศักด์ศรีมากๆ ไม่ยอมถอยแม้เจอกับคนเก่งกว่าหรือใช้จุดอ่อนตัวเอง(น้ำ)เข้าสู้ ชอบความท้าทาย
ครอบครัว : เดโม(สามี+เป้าหมายด้านเพลงดาบ+ลูกน้อง)
ประวัติย่อๆ : เธอเกิดในช่วงยามซารามันเดอร์ วันแห่งซารามันเดอร์ เดือนซารามันเดอร์ มีธาตุไฟ ไฟ ไฟ ทำให้ค่อนข้างมุทะลุ ดุดัน ชอบเลือดและการต่อสู้เป็นอย่างมาก คอยหาเรื่องชาวบ้าน(ปีศาจ)อยู่เสมอ
จนเบื่อหน่ายชีวิต(การหาเรื่อง)ในอาณาจักรปีศาจ ออกมาพเนจรข้างนอกคนเดียว โดยครั้งแรกที่ออกมาก็ทำการฆ่ามนุษย์ทั้งหมู่บ้านไปตามรายทาง(เพื่อประกาศความสามารถ) จนถูกไล่ล่าและได้เจอกับเดโม
ภายหลังเริ่มเบื่อที่จะเอาชีวิตพวกอ่อนแอแล้ว จึงมักจะหาเรื่องกับพวกที่เก่งๆเท่านั้น(ไม่ก็สู้กับทั้งกลุ่ม) หลังๆมานี้ แม้ชนะก็อาจไม่เอาชีวิตถ้าเก่งจริง(คนเก่งเริ่มหายาก?) เพื่อที่จะมาหาเรื่องสู้ใหม่ในครั้งหลัง

* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น คำตอบท่านใดถูกใจ อาจได้บทเป็นพิเศษ
เพื่อหาเรื่องกับอาจารย์ที่สอนด้านไฟ เพื่อหาบทเวทย์ต่างๆเพื่อฝึกใช้เวทย์ด้านไฟโดยเฉพาะ ไม่สนใจด้านอื่น ตั้งใจว่าจะใช้เวทย์ไฟให้ได้ทุกเวทย์แม้ว่าจะยาก หรือเก่าแก่เพียงใดก็ตาม


เอาไปใช้เป็นตัวร้ายได้เต็มที่เลยครับ

Edit by เม็ดบ๊วย - 06 มิ.ย.53 เวลา 22:57:06 น.

ความคิดเห็นที่ 28 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.53 เวลา 22:55:14 น.

Dark Master
Masked Rider Hollow

ลองส่งตัวละครเข้าประกวดดูซัก 2 ตัว ถ้าเห็นว่ามีอะไรควรปรับก็ปรับได้เต็มที่เลยน่อ


ชื่อ : ดุลลาฮาน
ฉายา : อัศวินหัวขาด, อัศวินมรณะ
สถานะ : อัศวิน (?) บนหลังม้า (?)
ธาตุ : ไฟ, สุญญะ
เผ่าพันธุ์ : อันเดด
ถิ่นกำเนิด : จำไม่ได้
ถิ่นอาศัย : ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ชอบควบม้าอยู่แถวๆ ฟานฟาร่าเป็นหลัก นานๆ ก็ควบผ่านสถานที่อื่นอย่างป่าเซย์เรย์ โซลเบ็น อาร์โคเซีย แดนแห่งเผ่าอันเดด ที่ราบสูงจันทรา รึเทือกเขาโดมินิกบ้าง
อายุ : จำไม่ได้ (จำไม่ได้ว่าเคยเห็นจอมมารตนแรกขึ้นเถลิงอำนาจในโซลเบ็นหรือเปล่า)
ส่วนสูง - น้ำหนัก : 198 ซม., 105 กก. (เป็นน้ำหนักเกราะเกือบหมด ส่วนน้ำหนักร่างกายจริงๆ หายไปเกือบครึ่ง เพราะเป็นอันเดดกึ่งวิญญาณ)
สีผม - สีตา : ไม่ทราบเพราะใส่เกราะปิดหน้าจนมิด แต่ดวงตาที่เห็นจากช่องดวงตาของเกราะศีรษะเป็นดวงแสงสีฟ้าเรืองๆ เหมือนแสงผีกระสือ
อาวุธ : ดาบ, ขวานด้ามยาว, ธนู, แส้ (ไม่มีชื่อเรียกเป็นพิเศษเพราะใช้พลังเวทสร้างขึ้นมาจากเงา สามารถสร้างหรือทำให้หายไปเมื่อไหร่ก็ได้ดั่งใจนึก และสามารถสร้างขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนกว่าพลังเวทจะหมด)
ความสามารถพิเศษ : เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนเงาทั้งๆ ที่ร่างกายใหญ่โตซ้ำยังสวมเกราะ มีพละกำลังมหาศาล เชี่ยวชาญทั้งวิชาอาวุธและการต่อสู้มือเปล่าในระดับสุดยอด มีวิชาอาวุธผสานเวทไฟหรือสุญญะ (สายย่อย - เงา) ที่ร้ายกาจ สามารถปรากฏตัวในเวลากลางวันได้ (แต่เจ้าตัวไม่ค่อยชอบแสงแดดเท่าไหร่ เลยกลายเป็นความสามารถที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก นอกจากจะจำเป็นจริงๆ)
นิสัย : ดูภายนอกเย็นชาและนิ่งเฉย ไม่ค่อยสนใจอะไร ไม่ค่อยชอบยุ่งกับใครมากเกินความจำเป็น เว้นแต่จะได้เจอคู่ต่อสู้ที่คิดว่าคู่ควรจะประมือ บางครั้งก็ถูกใจกับความกล้าหาญของมนุษย์บางคนจนยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเฉยๆ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ
งานอดิเรก : ควบม้าห้อตะบึงบนท้องทุ่งยามราตรี เสาะหาคู่มือที่แข็งแกร่ง นอนหลับจำศีลคราวละเป็นร้อยๆ ปี
อาหารที่ชอบ : เลือดของคู่มือที่แข็งแกร่ง เลือดของคนชั่วช้า
อาหารที่ไม่ชอบ : ไม่มี
ชอบ : คู่มือที่แข็งแกร่ง คนที่มีน้ำใจกล้าหาญ
เกลียด : แสงแดด คนชั่วช้า คนช่างตื๊อ
ประวัติย่อๆ
อันเดดลึกลับ ไม่มีผู้ใดรู้ที่มาที่ไป มีชีวิตยาวนานกว่าปีศาจทั้งปวง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่แวมไพร์แต่กลับมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าแวมไพร์ที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของเหล่าอันเดดเสียอีก กล่าวกันว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าระดับ "จอมมาร" แห่งเผ่าปีศาจเลยทีเดียว ข่าวลือแพร่สะพัดไปในหมู่แวมไพร์และปีศาจตระกูลต่างๆ ว่าตัวจริงภายใต้เกราะเหล็กสีดำนั้นอาจเป็น "ลิช" (Lich) อันเดดในตำนานที่กล่าวกันว่ามีอำนาจเหนือกว่าแสงสว่างในเวลากลางวันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานข้อพิสูจน์ใดยืนยันได้แน่ชัด

ด้วยความสามารถที่สูงส่ง ทำให้แวมไพร์และปีศาจจำนวนมากอยากดึงตัวไปเป็นพวกเดียวกัน แต่เจ้าตัวตอบปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย ไม่ก็ตั้งเงื่อนไขกวนๆ อย่าง "ขอซัดกับหัวหน้า (หรือจอมมาร) ของพวกเจ้าได้หรือไม่" ใส่เกือบทุกครั้ง ว่ากันว่าเคยฆ่าผู้ตระเวณราตรีไร้มารยาทที่วางโตข่มขู่ตนไปหลายสิบคน จนทุกวันนี้กลายเป็นที่รังเกียจและหวาดกลัวของเหล่าปีศาจและแวมไพร์

เฝ้าค้นหาศัตรูที่แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ด้วยมาตลอดหลายร้อยปี ลือกันว่าในช่วงเวลากว่าพันปีที่เขาปรากฏตัวขึ้นนั้น มีคนระดับผู้นำของเผ่าต่างๆ ทั้งจอมมาร จ่าฝูงเผ่าสมิง จอมทัพของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ราชาแวมไพร์ ตลอดจนยอดนักสู้ฝีมือดีจำนวนหนึ่งที่สิ้นชีพใต้คมดาบของอันเดดตนนี้

หากยุคไหนที่ไม่ปรากฏผู้เก่งกล้าสามารถ ก็จะเข้าสู่ห้วงนิทราจำศีลพร้อมกับม้าของตนครั้งละเป็นร้อยๆ ปี เพื่อรอวันที่มีผู้เก่งกล้าปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

ชอบควบม้าห้อตะบึงไปมาแถวๆ ฟานฟาร่าอยู่บ่อยๆ จนผู้คนในแถบนั้นหวาดกลัวและขนานนามให้ตามตำนานท้องถิ่นว่า "ดุลลาฮาน อัศวินมรณะ" หรือ "ดุลลาฮาน อัศวินหัวขาด" (ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่า "หัวตูยังตั้งอยู่บนบ่าดีเฟ้ย")



ชื่อ : กรีนกาเร็ธ
สถานะ : ม้า (?) ของอัศวิน (?)
ธาตุ : ลม, ไฟ, สุญญะ
เผ่าพันธุ์ : อันเดด
ถิ่นกำเนิด : คาดว่าน่าจะมาจากท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ของฟานฟาร่าซึ่งเป็นต้นกำเนิดของม้าพันธุ์ดีจำนวนมาก
ถิ่นอาศัย : แล้วแต่เจ้านายจะสั่งให้ควบไป
อายุ : เจ้านายไม่เคยนับให้
ส่วนสูง - น้ำหนัก : 220 ซม., 600 กก. (เป็นน้ำหนักเกราะเกือบหมด ส่วนน้ำหนักร่างกายจริงๆ หายไปเกือบครึ่ง เพราะเป็นอันเดดกึ่งวิญญาณ)
สีขน - สีตา : ขนสีดำเหลือบเขียว, ดวงตาเป็นดวงแสงสีฟ้าเรืองๆ เหมือนแสงผีกระสือ
อาวุธ : ร่างกายตนเอง, เขาแหลมตรงเกราะส่วนหัว
ความสามารถพิเศษ : วิ่งเร็วเหมือนลมพัด สามารถวิ่งระยะทางร้อยกิโลเมตรได้ในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว กำลังกระโดดมหาศาล สามารถโจนข้ามเหวกว้างหลายสิบเมตร หรือกระโดดไต่หน้าผาหรือกำแพงสูงลิบได้อย่างง่ายดาย สามารถใช้เวทมนตร์ป้องกันและสนับสนุนได้อย่างคล่องแคล่ว
นิสัย : ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อนายและคำสั่งของนายยิ่งชีวิต ยามปกติจะสงบเสงี่ยมราวลูกม้าน้อย แต่ในยามควบตะบึงหรือเผชิญหน้าศัตรูจะดุร้ายราวกับมังกร
อาหารที่ชอบ : เลือดของคู่มือที่แข็งแกร่ง เลือดของคนชั่วช้า
อาหารที่ไม่ชอบ : ไม่มี
ชอบ : น้ำจากน้ำพุเลเธ่ เจ้านาย ผู้หญิงสาวๆ
เกลียด : คนไม่ให้เกียรติผู้หญิง คนใช้กำลังกับผู้หญิง
ประวัติย่อๆ
ม้าอันเดดที่ดุลลาฮานเป็นผู้ขี่ รับใช้ดุลลาฮานมาตั้งแต่ครั้งยังไม่กลายเป็นอันเดด เมื่อดุลลาฮานกลายเป็นอันเดดก็กลายมาเป็นอันเดดพร้อมกับเจ้านายและอยู่ด้วยกันมาตลอด เป็นพาหนะคอยพาดุลลาฮานควบไปได้ทุกแห่งหนไม่ว่าจะเป็นโซลเบ็นแดนปีศาจอันมืดมน หรือกระทั่งใจกลางนครศักดิ์สิทธิ์แห่งอาร์โคเซีย

ว่ากันว่าก่อนเป็นอันเดดมีสายเลือดม้าพันธุ์ดีจากแถบฟานฟาร่าซึ่งสืบเชื้อสายมาจากม้ายูนิคอร์นแห่งป่าเซย์เรย์ จึงมีพละกำลัง ความอดทน ความดุร้าย สติปัญญา และพลังเวทสูงส่งเป็นเลิศในหมู่ม้าทั้งปวง


Edit by Dark Master - 08 มิ.ย.53 เวลา 01:51:32 น.

ความคิดเห็นที่ 29 ตอบเมื่อ 08 มิ.ย.53 เวลา 01:47:44 น.

เล่าปี่ the lolicon
จอมจักพรรดิ โลลิค่อน

โอ้ น่าสนใจจังไม่เจอแบบนี้มานานแหละ งั้นขอสมัครมั้ง(ยังทันไหมน้อ)

ชื่อ : อัลเบิร์ต เบลซาโด้ ที่ สาม

เพศ : ชาย

สถานะ : จอมเวทย์ชั้นสูง นักเดินทาง

ธาตุ : ไฟ ,ลม,สุญญะ

ถิ่นกำเนิด : นครเวทมนตร์มาจิเซีย

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

ถิ่นอาศัย : เดินทางไปมาทั่ว ไอโอลัส ถ้าตามป่าตามเขาจะตั้งแคมป์พัก ถ้าตามในเมืองจะพักตามโรงแรม

อายุ : 24 ปี

ส่วนสูง - น้ำหนัก : 190 ซม. 65กก.(ร่างกายค่อนข้างสมส่วนดูไม่ล้ำไปและ อ้วนไป )

สีผม - สีตา : ผมสี ทองอ่อน ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกาย

อาวุธ : กริชประจำตระกูล ,ตำราเวทย์ขั้นสูง

ความสามารถพิเศษ : เรียนรู้ไว, สามารถสร้างเวทประยุกต์ได้เอง, พลังเวทรุนแรง, มีความรู้รอบตัวมาก

นิสัย : สุภาพ , เข้าสังคมง่าย , ขี้เกรงใจ, สุขุม, มีเมตตา,ชอบสำรวจสิ่งแปลกใหม่

งานอดิเรก : นั่งท่องศึกษาตำรา, เดินชมวิวทิวทัศน์, ฝึกเวทมนต์

สีที่ชอบ : สีที่อ่อนๆดูแล้วสบายตา ไม่ชอบสีฉูดฉาด

อาหารที่ชอบ : ไวน์, นมสด, อาหารที่ทำจากของทะเลทุกชนิด, ขนมปังอบเสร็จใหม่ๆ

อาหารที่ไม่ชอบ : อาหารที่หมดอายุ, อาหารที่เน่าเสีย, ของที่มีพิษ

ชอบ : สิ่งของที่หายากหรือสถานที่แปลกใหม่, สันติภาพ

เกลียด : การแบ่งแยกชนชั้น, สงครามที่ไร้เหตุผล

จุดอ่อน : แพ้ทางพวกสายเวทย์ น้ำ

ครอบครัว : ครอบครัวขุนนางชั้นสูงในอดีต พ่อเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่, แม่เป็นจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์ใน มนตราวิทยาลัยแห่งมาจิเซีย

ประวัติย่อๆ : อัลเบิร์ตเป็นลูกคนเดียว ของตระกูลเบลซาโต้ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่ยิ่งใหญ่ในอดีต เขาเกิดมาท่ามกลางกองเงินกองทอง แต่กลับเบื่อหน่ายกับชีวิตที่หรูหราในเมือง ยิ่งบวกกับเขาเคยอ่านประวัติศาสตร์ของดินแดนไอโอลัสยิ่งทำให้เขาอยากออกไปสำรวจโลกกว้าง เขาจึงตัดสินใจรวมเงินจากการขายของมีค่า ซื้อรถม้า ขนเสบียง ขนสิ่งของ รวมทั้งพาเมดสาวคนใช้ประจำตัวเขาหนึ่งคน แล้วออกเดินทางไป
โดยหวังไว้ว่าดินแดนอื่นนอกจาก นครเวทมนตร์มาจิเซีย ต้องมีสิ่งแปลกใหม่ท้าทายรอเขาอยู่แน่


* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น
: ต้องการที่จะเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจ เหมือนพ่อของเขา และต้องการศึกษาเวทย์มนต์ที่เขาไม่รู้จักเพิ่มเติม








ชื่อ : แมรี่เบล อัลเทรเซีย

เพศ : หญิง

สถานะ : คนใช้ส่วนตัวของ อัลเบิร์ต

ธาตุ : น้ำ

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

ถิ่นกำเนิด : นครเวทมนตร์มาจิเซีย

ถิ่นอาศัย : อยู่กับนายของเธอ

อายุ : 19

ส่วนสูง - น้ำหนัก : 154ซม. 41 กก.

สีผม - สีตา: ผมสีน้ำตาล ดวงตาสีแดงอ่อน

อาวุธ : ลูกแก้วอาคมธาตุน้ำ

ความสามารถพิเศษ : ทำงานบ้านได้ทุกอย่าง, ความจำดีเป็นเลิศ, ทำอาหารเก่ง

นิสัย : เงียบ, ขี้อาย, สุภาพ, ทำตามคำสั่งเจ้านายตลอด

งานอดิเรก : เดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้านาย, เขียนไดอารี่, ฝึกเวทมนต์

สีที่ชอบ : สีฟ้าอ่อน, สีครีม

อาหารที่ชอบ : เค้ก, ไอศรีม,น้ำผลไม้

อาหารที่ไม่ชอบ : ของที่มีรสชาติขมๆ

ชอบ : เจ้านาย, อากาศบริสุทธิ์, ทุ่งดอกไม้

เกลียด : กลิ่นคาวเลือด, การเข่นฆ่า, ศัตรูของเจ้านาย

จุดอ่อน : เป็นคนอารมณ์อ่อนไหวต่อสิ่งเร้าแรงๆมากๆ

ครอบครัว : ฐานะยากจน พ่อแม่ของเธอเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก

ประวัติย่อๆ : เดิมที่เธอเกิดมาในฐานะยากจน และกำพร้าพ่อแม่แต่ยังเด็ก และไม่มีใครใยดีต่อตัวเธอเลย
จนกระทั่งวันนึง หัวหน้าคนใช้ประจำตระกูลเบลซาโต้มาพบเห็นเธอจึงรับเลี้ยงตัวเธอและฝึกเวทไว้แค่ป้องกันตัว
จนตัวเธอเติบโตมาเป็นคนใช้เต็มตัว และ กลายมาเป็นคนใช้ส่วนตัวของอัลเบิร์ต ไม่นานนักเธอเริ่มหลงรักอัลเบิร์ตเนื่องจากนิสัยที่ดีมีน้ำใจของเขา แต่ด้วยความที่ว่าตัวเธอเป็นแค่คนใช้ทำให้เก็บความรู้สึกนั้นตลอดมา จนกระทั่งอัลเบิร์ตชวนเธออกเดินทางซึ่งเธอก็ตอบรับไปโดยไม่ขัดข้องใดๆด้วยหวังว่าการเดินทางครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เธอจะสารภาพความรู้ที่แท้จริงของเธออกมา


* คำถามโบนัส - "ถ้า" ต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ ตัวละครจะเข้าไปเรียนด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไรจากการเรียนนั้น
: ต้องการที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องเจ้านายของเธอได้


ไงก็ฝากพิจารณาด้วยนะคร้าบบ






Edit by เล่าปี่ the lolicon - 08 มิ.ย.53 เวลา 20:28:00 น.

ความคิดเห็นที่ 30 ตอบเมื่อ 08 มิ.ย.53 เวลา 13:48:22 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

ขอบคุณทุกท่านที่สมัครเข้ามามากๆ นะครับ

ที่จริง ตอนนี้ก็ยังรับสมัครอยู่เรื่อย ส่งเข้ามาได้นะครับ ที่ต้องการมากในตอนนี้คือพวกชาวฟ้าครับ เป็นฝั่งการเมืองจะยิ่งน่าสนใจมากเลย

ความคิดเห็นที่ 31 ตอบเมื่อ 10 มิ.ย.53 เวลา 14:40:19 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 2 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
21 - 31 จากทั้งหมด 31 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ