K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Ragnarok Fiction - Special Story - ตอน 55 ภาพความหลัง 30

Ragnarok Fiction - Special Story - (ภาคการลงทัณฑ์กลาสต์เฮลม์)

ตอน 55 ภาพความหลัง 30
------------------------------

            หลังมื้ออาหารเที่ยงแล้ว...
            จะยังมีเวลาว่างอีกกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนที่การประลองช่วงบ่ายจะเริ่มต้นขึ้น

            ตอนนี้ในโคลอสเซี่ยมก็ได้มีผู้คนมาจับจองที่นั่นกันแน่นอีกครั้ง และก็แน่นกว่าช่วงเช้าอยู่มาก
            แม้ช่วงเวลาคล้อยบ่ายที่แดดแรง แต่ที่นั่งส่วนใหญ่ก็ถูกนั่งอย่างเบียดเสียดกันเกือบหมด

            ศึกการประลองในปีนี้ถือว่าไร้ซึ่งตัวเก็งแน่นอน จนกลายเป็นการแย่งตำแหน่งกันเองของผู้ร่วมประลองคนเดิมๆที่พลาดท่าในปีก่อนๆ และบรรดาม้ามืดที่น่าจับตามองอีกสามคน
            ม้ามืดอันได้แก่อเล็กซ์และเรย์ สองเยาวชนที่ถูกฝึกฝนโดยอดีตแชมป์เก่าอิมิคและฮารี่อย่างใกล้ชิด ส่วนอีกหนึ่งก็คือซิดัส ผู้เคยเป็นนักบวชชื่อดังของวางการและในตอนนี้ได้ผันตัวมาเป็นผู้บุกเบิกวงการหมัดมวย

            การประลองในช่วงบ่ายนั้นจะถือว่ามีความร้อนแรงผิดช่วงเช้ามาก สิบหกคนที่หลุดมาถึงรอบนี้ได้ล้วนมีฝีมือที่พอตัวกันทั้งสิ้น
            ทั้งอเล็กซ์ เรย์ และซิดัสต่างก็ยังคงเก็บฝีมือและเอาชนะมาได้แบบไม่ยากเย็น

            จนกระทั่งถึงรอบแปดคนสุดท้ายนี้เองที่องศาในลานประลองจะเริ่มเดือดขึ้น
            เมื่อนักประลองหน้าเก่าผู้มีฝีมือได้ถูกประกบคู่กับม้ามืดด้วยกัน...

            อเล็กซ์ต้องสู้กับร้อยโทฮักซ์เล่ย์ คิมเบอร์รี่
            ในอดีตอัศวินยศร้อยโทคนนี้เคยสู้กับอิมิคในการประลองรอบสิบหกคน และตอนนี้เขาก็เป็นตัวเก็งอันดับที่สองของงานประลอง

            ทางด้านเรย์ถูกประกบคู่กับร้อยเอกเบอร์นาร์ด คอนเวย์
            อัศวินที่เคยเผชิญหน้ากับอิมิคในการประลองในรอบรองชนะเลิศ และเป็นตัวเก็งอันดับที่หนึ่งของงานประลองนี้

            ส่วนซิดัสนั้นไปเจอกับจ่าสิบเอกโธมัส แฮนเซ่น
            อัศวินที่เคยสู้กับอิมิคในรอบแรก แต่ก็ถูกยกให้เป็นตัวเก็งอันดับสามในงานนี้

            อิมิคมองดูตารางการประกบคู่แล้วก็ไม่แปลกใจ แต่ส่วนหนึ่งก็อดทึ่งในจังหวะที่ลงตัวเสียไม่ได้
            "ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ... คนที่เคยสู้กับฉันทั้งหมดในการประลองครั้งนั้น วันนี้จะต้องมาเจอกับพวกเรากันเองหมดเลย" อิมิคเม้มปากสนใจผลการประกบคู่
            "แต่ละคนก็มีฝีมือพอตัวล่ะนะ จะหลุดมาถึงรอบนี้ก็ไม่แปลกหรอก" ฮารี่หันมองแล้วคุยแบบสบายอารมณ์ "ก็ดีเหมือนกันนะว่าไหม อย่างน้อยก็จะได้เทียบกับนายได้ไงว่าอเล็กซ์และเรย์จะทำได้ดีแค่ไหน?"
            "อืม... นั่นสิ ทั้งสามคนต่างก็มีเอกลักษณ์ทางดาบที่ต่างกันไป คงเป็นการประลองที่ดีล่ะนะ... ว่าแต่ว่าเรย์จะต้องแข่งก่อนอเล็กซ์สินะ" อิมิคก้มมองดูสายการประลองอีกครั้งแล้วพูดขึ้น "คู่ที่สองในรอบแปดคนสุดท้ายคือเรย์กับร้อยเอกเบอร์นาร์ดงั้นหรือ..."
            "โฮ่... อัศวินที่ไวที่สุดกับนักดาบเยาวชนที่คล่องตัวที่สุดมาเจอกันงั้นเหรอ?" ฮารี่ชายตามอง
            "อืม... การประลองความไว แต่เชื่อได้เลยว่าจะไม่น่าเบื่ออย่างที่ใครต่อใครคิดแน่"

            อิมิคพูดรับพลางมองไปยังลานประลองที่กำลังจะเริ่มการแข่งขันคู่ที่สองในรอบแปดคนสุดท้าย


            ...............................................


            การเจอกันระหว่างเรย์กับเบอร์นาร์ดถือเป็นการประกบคู่ที่ลงตัวแบบไม่มีใครคาดมาก่อน
            สำหรับสายนักดาบแห่งความเร็วแล้ว ถ้าตัดอิมิคออกไป นี่จะคือการต่อสู้ของผู้ที่มีความเร็วที่สุดด้วยกัน... ที่สุดของอัศวินและที่สุดของนักดาบเยาวชน...

            แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีผู้ชมหลายคนที่คาดเดาล่วงหน้าไปว่าการต่อสู้ของคู่นี้อาจเป็นการประลองที่แลดูน่าเบื่อไป...
            ด้วยความเชื่อที่เคยเห็นแต่ในอดีตมาว่า หากเป็นการประลองของผู้ที่มีความไวด้วยกันแล้ว ส่วนมากที่ปรากฎมักจะเป็นการประลองแบบปลอดภัยไว้ก่อน ฉากหลบไปมาแล้วค่อยหาโอกาสโจมตี บางครั้งกว่าจะสบโอกาสที่ได้ก็ขยับไปมาอยู่นานจนกรรมการต้องมาสั่งให้บุก และบางทีสั่งให้บุกก็ยังคงดูจังหวะเช่นเดิมไม่ยอมบุก ผลที่สุดก็ต้องตัดสินที่คะแนนไป

            แต่ความหวาดระแวงที่ว่าก็ไม่ใช่กับการต่อสู้ครั้งนี้

            เรย์เป็นนักดาบสายความเร็วก็จริง แต่ด้วยทางดาบที่เดินตามรอยอิมิคมานั้นจะไม่มีคำว่าน่าเบื่อเด็ดขาด เรย์จะบุกโจมตีทุกครั้งที่มีโอกาส ความเร็วที่มีไม่ใช่เพื่อเอาตัวรอดและรอชิงจังหวะ แต่เป็นการสร้างโอกาสในการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
            เช่นเดียวกันกับเบอร์นาร์ด อัศวินรุ่นพี่ที่ยังมีอันดับในวงการค้ำคออยู่ การจะหลบเด็กผู้หญิงแล้วหาโอกาสนั้นดูเป็นเรื่องที่ไร้เกียรติเกินไป ก็ย่อมถูกบีบให้ต้องสู้อย่างเลี่ยงไม่ได้

            ดังนั้นพลันที่กรรมการสั่งเริ่มการประลองแล้ว
            ทั้งสองก็พุ่งเข้าประหัตถ์กันกลางลานประลองราวกับนัดกันไว้

            เคร้ง!

            เรย์กับเบอร์นาร์ดประดาบกันหนึ่งครั้ง

            จากนั้นก็ถอยออกมาหาจังหวะเพียงแค่ช่วงสั้นๆ เรย์ก็ชิงบุกเข้าใส่อีก
            และเมื่อเห็นเรย์บุกเข้ามาเบอร์นาร์ดก็ต้องพุ่งตัวบุกโต้ไม่ให้น้อยหน้าเช่นกัน

            เพียงช่วงสั้นๆหลังเริ่มการประลอง เสียงประดาบก็ดังขึ้นอยู่หลายครั้ง เรียกเสียงเฮจากบรรดาผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง
            ดูผิวเผินแล้วอาจเหมือนเป็นการวัดที่ความเร็วเท่านั้น แต่กับนักดาบแล้วความเร็วที่ว่ามิได้หมายเพียงแค่ความเร็วในการเคลื่อนไหว แต่ยังรวมไปถึงความเร็วในการออกดาบด้วย
            ยิ่งหากเป็นนักดาบสายความเร็วเจอกันแล้ว ความแตกต่างเพียงแค่ครึ่งจังหวะเท่านั้นก็อาจทำให้ผลการประลองพลิกผันได้ทั้งสิ้น...

            เรย์และเบอร์นาร์ดแลกดาบกันอยู่หลายครั้ง ความเร็วที่ต่างฝ่ายใช้นั้นถูกเน้นไปที่การโจมตีต่อเนื่องและการขยับตัวเปลี่ยนจุดโจมตีแทน
            แต่ครั้งพอสู้กันมาได้ช่วงหนึ่งก็เริ่มเห็นความแตกต่างมากขึ้น โดยที่เบอร์นาร์ดถูกเรย์กดดัน และโดยโจมตีมากกว่าที่จะได้โจมตีกลับ...

            ความเร็วทั้งการเคลื่อนไหวและการออกดาบของเบอร์นาร์ดไม่ถือว่าช้า หากมองแล้วจะพบว่าเร็วกว่าเรย์เสียด้วยซ้ำ
            ทว่าเรย์เองก็ถูกอิมิคฝึกสอนและวางแผนแนะนำมาดี หากเมื่อความเร็วเป็นรองแล้วก็ยังมีสิ่งที่สามารถนำมาหักล้างได้ นั่นก็คือความคล่องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเพศหญิงเช่นเธอแล้ว ความอ่อนตัวพริ้วไหวจะเหนือกว่าผู้ชายที่มีอายุอยู่มาก

            เรย์อาศัยช่วงจังหวะการเคลื่อนไหวที่รัดกุมกว่า การหลบการโจมตีที่ดีกว่ามาเป็นข้อได้เปรียบในการต่อสู้
            และเมื่อรวมกับความเฉียบคมของดาบแล้ว เมื่อสู้มาอีกพักใหญ่จังหวะทั้งหมดตกเป็นของเธออย่างสิ้นเชิง

            ฉั๊วะ!

            การโจมตีดาบหนึ่งของเรย์เฉือนเข้าที่ต้นขาของเบอร์ดนาร์ดจนถึงกับต้องทรุดลง แล้วจากนั้นดาบตามติดของเธอก็แทงต่อไปที่แขนของเบอร์ดนาร์ดเป็นจังหวะตามติด
            พลันที่มือข้างถนัดของเบอร์นาร์ดถูกเล่นงานจนต้องปล่อยดาบลงกับพื้นหินแล้ว การประลองในรอบแปดคนคู่ที่สองก็จบลง...

            การแข่งขันที่สนุกและสมศักดิ์ศรีทำเอาเสียงเชียร์ให้กำลังใจดังลั่นโคลอสเซี่ยม มีทั้งเสียงชมผู้ชนะและเสียงให้กำลังใจแก่ผู้แพ้ปนกันไป
            ถือเป็นการประลองของสายความเร็วที่สนุกและน่าประทับใจมากที่สุดศึกหนึ่ง ทั้งสำหรับผู้ดูการประลอง และผู้ร่วมการประลองเอง

            เบอร์นาร์ดเงยหน้าถอนหายใจลากยาวผ่อนคลายความเครียดในการต่อสู้และพักเหนื่อยในเวลาเดียวกัน
            จากนั้นเขาก็เรียกใช้สกิลเอ็นดัวร์สะกดความเจ็บปวด ก่อนที่จะหยิบดาบเก็บเข้าฝัก แล้วหันมาคุยกับเรย์แสดงมารยาทที่ดีของอัศวินรุ่นพี่
            "สมเป็นศิษย์เอกของอิมิค สู้ได้เก่งสมคำร่ำลือจริงๆ ฉันแพ้แล้วจริงๆ" เบอร์นาร์ดยกมือขึ้นหาเรย์ "จากนี้ไปก็ขอให้พยายามมากขึ้น และเก่งขึ้นกว่านี้อีกนะ"
            "ขอบคุณมากค่ะ!" เรย์พยักหน้าแล้วจับมือพร้อมตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน

            สองผู้ประลองจับมือแสดงมิตรภาพและน้ำใจนักกีฬา ท่ามกลางเสียงปรบมือดังขึ้นมาพร้อมกันทั้งโคลอสเซี่ยม
            อันเป็นภาพน่าประทับใจและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่มาชมในงานประลองนี้


            ...............................................


            ผ่านพ้นคู่ประลองของเรย์แล้ว คู่ต่อมาติดกันก็เป็นคิวของอเล็กซ์บ้าง

            ทางด้านอเล็กซ์ต้องเจอกับฮักซ์เล่ย์ อัศวินดาบสองมือที่มีความหลากหลายในการต่อสู้
            ในการต่อสู้ครั้งก่อนของฮักซ์เล่ย์กับอิมิคนั้น อิมิคได้ใช้ความเร็วเปิดฉากรุกอย่างฉับพลันไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว จนทำได้ฮักซ์เล่ย์เสียดาบไปหนึ่งเล่ม อันจะนำไปสู่การเสียทางดาบในเวลาต่อมา

            ในคราวนี้ฮักซ์เล่ย์จึงระวังตัวเป็นพิเศษ และตั้งสมาธิป้องกันไว้ตั้งแต่ก่อนกรรมการจะยกมือให้สัญญาณเริ่มการประลอง...
            ทว่าฮักซ์เล่ย์ก็เตรียมตัวไว้เสียเปล่า เพราะอเล็กซ์ไม่ใช่นักดาบสายความเร็ว อีกทั้งมีวิธีการต่อสู้ที่แตกต่างออกไปมาก จึงไม่คิดใช้วิธีการบุกเข้าฟันใส่ก่อนตามเช่นที่อาจารย์เคยทำมา

            ถึงอย่างนั้นก็ตามที อเล็กซ์เองก็ยังคงเป็นลูกศิษย์ของอิมิคที่เดินตามรอยแทบไม่ยอมห่าง
            แม้จะต่างกันด้านทางดาบ แต่ก็ไม่ต่างกันด้านแนวคิด และออกจะทำได้ดีเสียกว่าด้วยซ้ำในเรื่องของการประยุกต์

            เพียงแค่กรรมการให้สัญญาณเริ่มประลองเท่านั้น อเล็กซ์ก็ทิ้งจังหวะและระยะรอดูท่าทีของฝ่ายคู่ประลอง
            ซึ่งเมื่อเห็นฝ่ายคู่ประลองยืนกันท่า เขาก็ไม่หวั่นเกรงและเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกเข้าไปก่อน

            อเล็กซ์เคลื่อนตัวตรงเข้าไปหา ดาบในมือขวาพร้อมฟันขณะที่โล่ห์ในมือซ้ายก็พร้อมป้องกันหรืออาจใช้ผลักกระแทกแทนได้ทุกเมื่อ
            เห็นความใจถึงและตั้งใจบุกจริงจังเข้าแล้วฮักซ์เล่ย์ก็ไม่ไว้ใจในลูกเล่นของอเล็กซ์ขึ้นมา เขาเองก็จับตาการประลองของอเล็กซ์ในรอบก่อนหน้าและก็รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ร้ายกาจเพียงใด

            ฮักซ์เล่ย์พยายามโจมตีสวนและถอยไปสร้างระยะห่าง แต่อเล็กซ์เองก็ใช้โล่ห์ป้องกันและผลักดันโดยอาศัยการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะเข้าร่วมกับการอ่านทาง ทำให้เขาเข้าประชิดฮักซ์เล่ย์ได้ในที่สุด
            เมื่อระยะห่างที่เหมาะสมของการโจมตีหดลง ทางดาบถนัดของฮักซ์เล่ย์ก็เสียไปด้วย เขาพยายามโจมตีแล้วถอยเพิ่มระยะห่าง แต่อเล็กซ์ก็เดินหน้ากดดันไม่ยอมให้เกิดระยะห่างมากไปกว่านี้ เป็นการสู้ที่ตามแผนที่วางไว้โดยอาศัยมันสมองและความกล้าเป็นจุดสำคัญ

            สำหรับคนดูแล้วนอาจเห็นเหมือนเป็นการเล่นไล่จับของนักดาบด้วยกัน ซึ่งก็มีให้เห็นบ่อยๆในการประลองในทุกๆปี
            แต่ทว่าสิ่งที่สร้างความแปลกใจและไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ ฝ่ายผู้ไล่กลับเป็นเพียงแค่นักดาบเยาวชนที่ยังไม่มีอันดับ แต่ฝ่ายที่หนีกลับเป็นอัศวินที่ติดสิบอันดับยอดเยี่ยม...

            หากนี่เป็นเรื่องเล่าภายนอกแบบปากต่อปากแล้ว ฮักซ์เล่ย์คงจะถูกนินทาล้อเลียนอย่างเลี่ยงเสียไม่ให้
            แต่กับผู้ที่ดูอยู่ในโคลอสเซี่ยมนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดี...

            การเดินหน้ากดดันของอเล็กซ์นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัวเท่านั้น แต่ทุกจังหวะที่ก้าวใส่นั้นก็เต็มไปด้วยแรงกดดัน
            อเล็กซ์อาจไม่ได้เป็นนักดาบที่กดดันเก่งเหมือนเรย์หรืออย่างอิมิคและฮารี่ผู้เป็นอาจารย์ทั้งสอง แต่เขาก็มีวิธีการต่อสู้ที่ทำให้ฝ่ายคู่ประลองอึดอัดใจได้ไม่แพ้กัน

            ความหลักแหลมของอเล็กซ์ทำให้เขาอ่านทางการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ไม่ยาก และเมื่อรวมกับการตั้งรับที่เหนียวแน่นดังหินผาและวิธีการโจมตีสวนในพริบตาแล้ว
            ดังนั้นไม่ว่าฮักซ์เล่ย์จะหลบไปทางไหน ก็จะถูกตามไปได้และตอบโต้ได้ในแทบทุกจังหวะอยู่ร่ำไป และยิ่งสู้ไปก็จะเป็นฝ่ายของฮักซ์เล่ย์เองที่เหมือนถูกไล่ต้อนให้ไปในทางที่อเล็กซ์ต้องการ
            แม้จะลองฟันสวน หรือสู้แลก แต่ดาบทั้งหมดก็ไม่ผ่านไปถึงตัวของอเล็กซ์แม้เพียงดาบเดียว เกือบทั้งหมดถูกโล่ห์หยุดไว้ได้ และอีกส่วนหนึ่งก็ใช้การเคลื่อนไหวหลบหลีกแทน
            การต่อสู้ในรูปแบบของอเล็กซ์ทำเอาฮักซ์เล่ย์รู้สึกกระอักกระอ่วมใจอยู่มาก คู่ต่อสู้เป็นเพียงเด็กวัยสิบสามปีแต่กลับเหมือนกำลังสู้กับอัศวินร่างใหญ่ในชุดฟูลเพลทที่ไม่ว่าจะโจมตียังไงก็ไม่อาจสร้างความเสียหายได้...

            ดูเผินๆแล้วฮักซ์เล่ย์จะเป็นฝ่ายออกดาบมากกว่า แต่ก็ไม่ได้แสดงถึงความได้เปรียบอย่างใด เพราะดาบที่โจมตีไปนั้นมิได้ทำเพื่อหวังผลการประลอง แต่เป็นไปในลักษณะการป้องกันตัวเสียมากกว่า
            ผิดกับอเล็กซ์ที่ออกดาบน้อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่ลงดาบไปนั้นก็เรียกเสียงฮือฮาและสร้างความหวาดเสียวได้มากกว่า อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ก็ถากเกราะของฮักซ์เล่ย์ไปอยู่หลายครั้ง...

            การต่อสู้ยังคงเป็นไปแบบกึ่งๆสงครามจิตวิทยา ถึงจะไม่ได้แลกดาบกับแบบคู่ของเรย์ แต่ก็มีการกดดันและโจมตีสลับไปมาที่เรียกเสียงฮือฮาได้อยู่หลายต่อหลายครั้ง


            และเมื่อเป็นการต่อสู้ยืนระยะแล้ว สิ่งสำคัญนอกเหนือจากกำลังกายแล้ว ก็คือกำลังใจ...

            อเล็กซ์ที่เป็นฝ่ายกดดันมาตลอดจะเหนื่อยน้อยกว่า และก็ยังคงฮึกเหิมกว่า
            หลังจากที่ไล่ต้อนกดดันมาได้เกือบสิบนาที ที่สุดแล้วเขาก็ทำให้ฮักซ์เล่ย์ต้องถอยจนพิงกำแพงลานประลองได้สำเร็จ

            เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมสรรพดีแล้วอเล็กซ์ก็ไม่รอช้าตัดสินใจพุ่งตัวเข้าหาหมายปิดฉากการประลองนัดนี้
            การโจมตีในระยะประชิดเกิดขึ้นเพียงช่วงอึดใจเดียวเท่านั้น อเล็กซ์ออกตัวพุ่งตรงเข้าหาซึ่งๆหน้า ฮักซ์เล่ย์ออกดาบมาป้องกันตัวอย่างไม่มีทางเลือกอื่น

            เคร้ง!

            ทว่าดาบนั้นก็ถูกอเล็กซ์ปัดออกไปได้ง่ายๆ
            และเพียงแค่อเล็กซ์ก้าวขาเข้าไปหาอีกสองก้าวพร้อมๆกับปรับเปลี่ยนกระบวนท่าต่อสู้แล้ว... การประลองที่เกิดขึ้นก็ถึงคราวยุติ...

            ฮักซ์เล่ย์ที่อยู่ในสภาพหลังพิงกำแพงไม่มีทางขยับ ในตอนนี้มือซ้ายถูกปัดดาบของไป ขณะที่มือขวาที่ถือดาบอีกเล่มก็ถูกอเล็กซ์ขยับโล่ห์ไปจ่อชิดจนไม่อาจเคลื่อนไหวมาช่วยสกัดได้
            เปิดช่องว่างลำตัวให้อเล็กซ์ได้ใช้ดาบในมือซ้ายจ่อคาที่ตรงอกข้างซ้าย...

            ถึงจะไม่ต้องออกดาบให้ต้องบาดเจ็บเสียเลือด แต่เพียงเท่านั้นเพียงพอแล้วที่กรรมการจะตัดสินชัยชนะให้กับเด็กหนุ่มผู้สู้อย่างใจเย็นและมีแบบแผนเฉพาะตัว...


            ...............................................


            การต่อสู้สนุกมาตั้งแต่คู่แรกจนกระทั่งก่อนถึงคู่สุดท้าย
            แม้ว่าแต่ละคนจะไม่ได้สู้แบบมีทีเด็ดทีขาดตัดสินผลทันที การต่อสู้เลยยืดเวลามานับสิบนาที แต่กระนั้นคู่ประลองทุกรอบก็ไม่ทำให้คนดูเบื่อหน่ายและผิดหวัง บรรดาม้ามืดทั้งเรย์และอเล็กซ์ต่างทำผลงานได้ดีน่าประทับใจ

            และในตอนนี้การประลองคู่สุดท้ายในรอบแปดคนก็มาถึง ซึ่งก็ถูกยกให้เป็นหนึ่งในคู่ประลองที่น่าสนใจมากอีกคู่หนึ่งในงานประลองนี้
            โดยนักหมัดมวยซิดัสจะพบกับโธมัส อัศวินนักล่ารางวัลที่ติดสิบอับดับยอดเยี่ยม

            ความน่าสนใจของคู่ประลองนี้อยู่ที่สไตล์การต่อสู้ของผู้ประลองทั้งสอง
            หากโธมัสเป็นอัศวินสายกำลังคนหนึ่งแล้ว ซิดัสที่เน้นหมัดชกก็จะถือเป็นสายกำลังด้วยเช่นกัน กล่าวคือนี่คือการประลองของนักสู้สายกำลังก็ไม่ผิด


            เมื่อใกล้ถึงเวลา นักสู้ทั้งสองก็ได้เดินเข้าสู่ลานประลองพร้อมๆกัน และมาเผชิญหน้าที่กลางลานประลองรอสัญญาณจากกรรมการ

            แต่ก่อนที่จะเริ่มกระลองนั้นโธมัสยังคงใช้นิสัยเดิมคือพูดจาข่มขู่กดดันผู้เข้าแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักสู้หน้าใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมมาก่อน...
            "อดีตบาทหลวงงั้นเหรอ!? มาผิดที่แล้วมั้งท่าน!? ถ้าจะไปโบสถ์ก็ไปทางโน้น!" อัศวินร่างใหญ่ในชุดฟูลเพลทโพล่งออกมาพร้อมชี้นิ้วกลับหลังไปยังทิศของโบสถ์หลง

            ซิดัสยังคงปั้นหน้าดุเช่นเดิม การเข้าร่วมประลองครั้งแรกอาจดูเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่กระนั้นก็มิใช่ว่าเขาจะไม่เคยต่อสู้หรือผ่านศึกมาแต่อย่างใด
            ซิดัสไม่หวั่นเกรงกับคำพูดดูถูกและน้ำเสียงที่ข่มขู่จากคู่ประลอง เขาหัวเราะเบาๆหน้านิ่งออกมาแล้วตอบกลับแบบไม่ไว้หน้า
            "จะเตือนอะไรเจ้าไว้อย่างนะ" ซิดัสสบตามองอัศวินร่างใหญ่เอาจริง "ระวังปากไว้ให้ดี แผลน่ะรักษาได้ แต่ฟันน่ะไม่! ถ้ามันหลุดไปเมื่อไหร่ เจ้าต้องใช้เหงือกเคี้ยวเนื้อไปตลอดชีวิตแน่"
            "ว่าไงนะ!?"

            การต่อปากต่อคำเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น กรรมการสนามก็รีบตัดบทก้าวถอยออกมาแล้วสั่งเริ่มการประลองทันที

            โธมัสเปิดฉากบุกก่อนหมายไม่ให้ซิดัสได้ตั้งตัว ดาบเล่มโตถูกฟาดจากบนลงสู่ล่าง
            แต่ดาบนั้นก็พลาดเป้าไปง่ายๆ ซิดัสยังคงหลบแบบฉิวเฉียดสร้างเสียงฮือฮาเช่นเดิม

            การประลองทำท่าจะดูสนุกขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นการต่อสู้
            ผู้ชมเริ่มคาดเดาไปต่างๆนานา ส่วนใหญ่จะคาดหวังไปกับโธมัสซึ่งเป็นอัศวินที่รู้จักกันดีและก็ดูเป็นฝ่ายได้เปรียบในตอนนี้เสียมากกว่า

            แต่เรย์กับอเล็กซ์ที่ดูแบบเชิงวิเคราะห์กลับมีความเห็นที่แตกต่างออกไป
            "สายกำลังเหมือนกันก็จริง แต่ว่าหลวงพ่อซิดัสทั้งคล่องและเร็วกว่าเห็นๆเลยนี่นา?" เรย์พูดขึ้น
            "ใช่เลย แล้วเกราะหนาๆก็ไม่ช่วยป้องกันด้วย แบบนี้ก็แค่รอเวลาชนะเท่านั้นเองสิเนี่ย?" อเล็กซ์คุยต่อ
            "หึ... ก็จริงอย่างที่พวกเธอว่า ดูแล้วก็ไม่น่าเป็นอื่นได้ แต่ว่านะ... ยังไงซะการประลองครั้งนี้อาจได้เห็นหลวงพ่อซิดัสถูกโจมตีจังๆสักครั้งได้แน่ๆ" ฮารี่แสดงความเห็นแทรกขึ้นมา "นายเองก็จับตาดูวิธีป้องกันตัวของหลวงพ่อซิดัสเข้าล่ะ จะได้รู้ว่าสู้กันในรอบหน้าจะโจมตีแบบไหนดี ถ้าหลวงพ่อเสียหลักแล้วจะใช้จังหวะต่อเนื่องยังไง?"
            "เดี๋ยวสิครับ หลวงพ่อซิดัสจะถูกโจมตีเหรอครับ ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ?" อเล็กซ์หันถามสงสัย "ดูแล้วความเร็วของจ่าสิบเอกก็ไม่น่าจะไล่ทันหลวงพ่อซิดัสได้เลยนะครับ?"
            "อย่าดูถูกผู้ใช้วิชาดาบสายกำลังนักสิ ถึงจะเคลื่อนไหวได้ไม่เร็วนัก แต่ส่วนใหญ่นักดาบสายนี้มักจะมีประสบการณ์และสัญชาตญาณในการดักทางที่เก่งนะ... ก่อนหน้านี้อิมิคที่ว่าไวหนักหนาก็ยังโดนฉันไล่ต้อนจนชิดกำแพงได้เลยไม่หรือไง?" ฮารี่ยกตัวอย่างประกอบได้เห็นภาพที่สุด
            "อ่า..." อเล็กซ์ฉุกคิดตาม
            "แต่ก็ว่านะ... ฉันไม่คิดว่าโธมัสจะทำได้อย่างฉันหรอก แต่ตาลุงนั่นเองก็มีวิธีเฉพาะตัวอยู่เหมือนกัน วิธีของนักล่าเงินรางวัลน่ะ" ฮารี่บอกเพียงเท่านี้แล้วหันไปดูการประลองต่อ

            ช่วงแรกของการประลองนั้นโธมัสยังคงเป็นฝ่ายรุกไล่อยู่ข้างเดียว และก็เป็นไปตามที่อเล็กซ์ว่าไว้คือไม่ว่าจะเป็นการโจมตีใดๆก็แทบจะทำอะไรซิดัสไม่ได้ ดาบเล่มเดียวไม่เพียงพอที่จะกดดันให้ซิดัสต้องเสียทางต่อสู้ได้
            ซิดัสยังคงใช้วิธีเดิมคือหลบหลีกและหาจังหวะเหมาะๆที่จะซัดเพียงหมัดเดียวให้รู้ผล

            และทุกอย่างก็ยังคงเหมือนกับการประลองในรอบแรก ซิดัสที่จับจังหวะได้มากขึ้นก็บุกรุกไล่ประชิดโธมัสได้มากขึ้น ยิ่งพอเข้าวงในได้มากเท่าไหร่ดาบเล่มโตใบยาวก็ทำอะไรซิดัสได้ยากขึ้นเท่านั้น
            ถึงตอนนี้แล้วอเล็กซ์เองก็ยังคงเชื่อในความคิดของตัวเอง และมองว่าจะจบเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ซ้ำยังโดยที่ไม่อาจโจมตีซิดัสได้ด้วย

            แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่อเล็กซ์คิดเสียทั้งหมดทีเดียว ด้านหนึ่งโธมัสอาจจะเป็นครูฝึกอัศวินหน้าและนักดาบหน้าใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งเขาเองก็มีงานอดิเรกคือลงแข่งขันในงานประลองต่างๆทั่วประเทศ
            การต่อสู้ศึกนี้ไม่ได้มีเพียงซิดัสเท่านั้นที่อ่านความเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้แล้วรอจังหวะ แต่โธมัสเองก็เช่นกัน...

            แม้ว่าโธมัสจะไม่ได้เป็นนักสู้สายผสมผสานความเร็ว แต่เขาก็มีวิธีการเฉพาะในการต่อสู้กับนักสู้สายความเร็วได้อยู่หมัด...
            แม้ว่าวิธีนั้นจะดูไร้ซึ่งเกียรติก็ตาม...

            จังหวะหนึ่งที่ดูเหมือนว่าซิดัสกุมความได้เปรียบจนรุกเข้าประชิดตัวพร้อมออกหมัดได้นั่นเอง โธมัสก็แสร้งทำเป็นเหวี่ยงดาบในจุดที่ไม่มีมุมออกไป
            ซิดัสยังคงใช้วิธีเดิมคือโยกตัวหลบดาบนั้นไป แต่ทว่าในตอนนั้นเองโธมัสก็ได้สะบัดเข้าขวาเหวี่ยงไปอย่างแรง

            ผั๊วะ!

            เท้าของอัศวินร่างใหญ่เตะเข้าที่บริเวณข้อเท้าจุดที่เป็นขาหลักทิ้งน้ำหนักของซิดัสเข้า
            แรงจากการปะทะที่ไม่ธรรมดาทำให้ซิดัสรู้ตัวว่าหากฝืนรั้งไว้ก็อาจทำให้เส้นเอ็นที่ข้อเท้าบาดเจ็บหนักได้ ที่สุดแล้วเขาต้องตัดสินใจโยกน้ำหนักไปไว้ที่เท้าอีกข้างแล้วปล่อยให้ถูกเตะที่ข้อเท้าข้างนั้นอย่างจำยอม

            ผลก็คือซิดัสถูกเตะรวบจนต้องทิ้งตัวล้มหงายหลังลงไป ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ชม เพราะการล้มในลักษณะนี้กลายเป็นความเสียเปรียบที่ทำให้มีผลสำคัญต่อการแพ้ชนะได้เลยทีเดียว
            "นี่เจ้า!?" ซิดัสที่นอนหงายอยู่จ้องตาไม่พอใจการกระทำของโธมัส
            "สำหรับนักสู้ระยะประชิดแล้วขาคือจุดอ่อนจริงๆนั่นล่ะนะ... โดนเตะรวบได้ง่ายเหลือเกิน" โธมัสหัวเราะขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองกุมความได้เปรียบไว้ในมือสำเร็จ

            แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อโธมัสอาศัยความได้เปรียบในการโจมตีต่อเนื่องทันที
            ดาบเล่มโตถูกฟันลงซ้ำแล้วซ้ำอีก ซิดัสที่ยังนอนอยู่จึงทำได้แค่พลิกหมุนตัวหลบไปมาและอาศัยจังหวะกระโดดหลบและตั้งรับแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            บรรดาผู้ชมเริ่มส่งเสียงเชียร์กันมากขึ้น ไม่ได้คิดติดใจอะไรเพราะมองกันว่าในการต่อสู้นั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้
            แต่ก็มีอยู่หนึ่งคนเท่านั้นที่พูดออกมาเสียงดังในมุมมองที่ต่างออกไป
            "สกปรกที่สุด!" อเล็กซ์ที่นั่งดูอยู่อดที่จะลุกขึ้นยืนแล้วสบถใส่เสียไม่อยู่

            มองผิวเผินแล้วอาจดูเป็นการก้าวขาผิดจังหวะแล้วพันกันเอง แต่อเล็กซ์ก็มองออกว่านั่นเป็นการเจตนาเตะตัดขากันอย่างน่าเกลียดที่สุด

            แม้ว่าการต่อสู้จะอิสระในเรื่องการโจมตีทุกรูปแบบ แต่ในฐานะศักดิศรีของผู้ใช้วิชาดาบที่มีดาบเป็นอาวุธแล้ว การต่อสู้นั้นก็ควรจะเริ่มต้นที่ดาบและจบลงที่ดาบ
            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่นักดาบด้วยกันแล้ว การใช้วิธีแบบนี้ยิ่งถือเป็นสิ่งที่ทำลายเกียรติของนักดาบไปมาก
            "นี่ล่ะ... วิธีต่อสู้ของนักล่ารางวัลล่ะ" ฮารี่พูดขึ้นไม่ติดใจอะไรมาก
            "ไม่เลือกวิธีการนี่น่ะเหรอครับ!?" อเล็กซ์หันมอง
            "ก็ปกตินี่ ลองนึกว่าถ้าอยู่ในสงครามแล้วเกิดจนมุมขึ้นมาจริงๆ หากจะเอาตัวรอดมาได้ ไม่ว่าใครก็ไม่สนวิธีการทั้งนั้นไม่ใช่หรือ ต่อให้ต้องกัดหรือข่วนก็ตาม?" ฮารี่ให้ความเห็นในมุมกลับ
            "แต่ว่า... นี่มันการประลองนะครับ...?"
            "ก็ไม่ต่างกันนักหรอก เพราะถ้าสู้กันหนักๆเข้าบางคนก็หมายจะเอาชีวิตจริงๆ มันก็เหมือนสงครามดีๆนี่เอง... นายเองก็เห็นกฎตอนสมัครแล้วนี่ ว่าสู้ได้อย่างอิสระทั้งวิชาและอาวุธ และก็ไม่รับผิดชอบหากเกิดเหตุร้ายใดๆขึ้น ฉะนั้นหากไม่ได้ใช้วิธีน่าเกลียดเกินไปก็ไม่มีปัญหาหรอก ฉะนั้นต้องเป็นฝ่ายผู้ต่อสู้นี่ล่ะที่ต้องระวังลูกเล่นตุกติกให้ดี"

            เหตุผลของฮารี่ฟังขึ้น อเล็กซ์เองก็จนความคิดที่จะเถียงต่อ
            ฮารี่ชายตามองอเล็กซ์ แล้วมองกลับไปยังลานประลองที่ซิดัสยังคงต้องหลบหลีกและตั้งรับแต่เพียงข้างเดียว
            "เอาน่า เท่าที่ดูหลวงพ่อเองก็ไม่ได้จะเป็นรองอะไรมากนี่นา ก็แค่ยังตั้งตัวไม่ติดเท่านั้นเอง" ฮารี่พูดขึ้นต่อ "คอยดูเถอะฉันเชื่อว่า หลวงพ่อจะมีวิธีการเอาตัวรอดกลับมาได้แน่ๆ"
            "อะไรนะครับ?"
            "ฉันก็คิดแบบนั้นนะ" อิมิคที่ฟังสองคนคุยกันมาตลอดได้พูดเสริมขึ้น "นั่งลงแล้วตั้งใจดูให้ดีนะอเล็กซ์ เรียนรู้วิธีการต่อสู้ของหลวงพ่อซิดัสไว้ซะ ในฐานะที่เป็นนักสู้ระยะประชิดเหมือนกัน มันจะเป็นประโยชน์กับนายได้มากแน่ๆ"
            "ครับ..." อเล็กซ์รับฟังแล้วนั่งลงที่เดิมและหันไปสนใจการประลองอีกครั้ง


            ซิดัสถูกไล่ต้อนให้ต้องหลบหลีกอยู่ข้างเดียวอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
            แต่การที่ต้องหลบหลีกก็ใช่ว่าจะทำให้เขาต้องลำบากอยู่ข้างเดียว ซิดัสถือโอกาสนี้จับตาดูการขยับขาของโธมัสพร้อมกับจดจำจังหวะและคิดคำนวนการเคลื่อนไหวและสรีระการเคลื่อนที่

            จนเมื่อได้ข้อมูลมากเกินพอแล้ว ซิดัสก็หยุดนิ่งในสภาพที่คุกเข่าลงหนึ่งข้าง
            โธมัสเห็นว่าได้ทีก็ฟาดดาบนั้นลงมาจากด้านบนแบบไม่ปรานี

            แต่ช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่ดาบกำลังจะถึงศีรษะของซิดัสนั้นเอง ซิดัสก็ได้ยกมือขวาขึ้นสะบัด
            จากนั้นเพียงซิดัสบิดศอกเหวี่ยงมือขวาให้สนับเหล็กไปกระแทกใบดาบช่วงปลายแหลมเท่านั้น ดาบนั้นก็แฉลบทำมุมกว้างพลาดเป้าไปไกล...

            กึ้ง!

            ปลายแหลมของดาบเล่มโตของโธมัสปักเสียบกับพื้นลานประลองห่างจากเป้าที่คาดไว้กว่าศอก...
            การป้องกันที่ดูเหมือนง่ายแต่ในความจริงแล้วหากจะทำได้จำต้องมีการคำนวนทั้งจุดกระแทกและกำลังที่ใช้ดันออกไปอย่างดี ซึ่งมันก็ทำเอาผู้ชมในลานประลองถึงกับอึ้งเงียบไปสนิท

            ผลของการปัดป้องในระยะประชิดที่ยอดเยี่ยมนี้ไม่เพียงแค่ทำให้ซิดัสรอดพ้นจากการโจมตีที่อันตรายมาได้ แต่มันก็ยังทำให้โธมัสเสียจังหวะไปช่วงใหญ่ๆด้วย
            ซิดัสยืนขึ้นพร้อมกับง้างหมัดเตรียมชก ในขณะที่โธมันกำลังรีบดึงดาบขึ้นจากแผ่นหินด้วยอาการละลั่กละเลิ่ก

            ด้วยกำลังที่มากพอโธมัสสามารถกระชากดาบกลับมาพร้อมได้ในช่วงเวลาอึดใจ แต่ทว่าในระยะประชิดเช่นนี้แล้วซิดัสที่มีความเร็วมากกว่าสามารถชิงจังหวะได้ก่อน

            พลันที่โธมัสกำลังจะง้างดาบเข้าฟันสวน ในตอนนั้นซิดัสซัดหมัดเข้าที่กลางต้นขาของโธมัสอย่างจังหนึ่งที

            ตูม!

            สนับเหล็กอัดเข้าที่เกราะอ่อนที่ต้นขาของโธมัสเข้า ความเสียหายภายนอกนั้นไม่ปรากฎ หากแต่พลังอัดกระแทกได้ส่งไปที่ผิวหนังข้างใต้และต่อไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เส้นประสาทและต่อที่กระดูกตามลำดับ
            เพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้นอัศวินร่างใหญ่ในชุดฟูลเพลทก็ถึงกับทรุดคุกเข่าข้างที่ถูกชกลง และอาการที่ชาสะท้านไปทั้งต้นขาก็ทำให้ต้องอยู่ในท่านั้นไปอีกพักใหญ่...

            ซิดัสลุกขึ้นยืนและเดินไปตรงหน้าโธมัสพร้อมกับพูดข่มแกมสั่งสอนย้อนกลับไป
            "ก็จริงของเจ้านะ... ขาคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของนักสู้ในระยะประชิด... แต่ว่าในทางกลับกันแล้ว มันก็เป็นจุดอ่อนของเจ้าด้วยไม่ใช่หรือไง!?" ซิดัสกล่าวพลางกำหมัดแล้วนวดมือตัวเองให้เข้าที่พร้อมชก "ดูเอาเถอะ... เกราะที่หนักกลายเป็นภาระทวีคูณเลยจริงไหม?"
            "กรอด!" โธมัสเหวี่ยงดาบเข้าใส่ซิดัสแบบฝืนๆ

            แต่ในระยะประชิดนั้นซิดัสยังถือได้เปรียบอยู่ทุกประตู ไม่ทันที่ดาบจะได้ขยับดีนัก ซิดัสก็ไม่เป็นชิงลงมือก่อน

            ผั๊วะ!

            หมัดอัพเปอร์คัพซ้ายของซิดัสต่อยเฉือยเข้าที่ปลายคางของหมวดเหล็กที่โธมัสสวมอยู่ องศาที่เหมาะสมทำเอาหมวกนั้นปลิวกระเด็นหลุดออกไปพลัน
            โธมัสคิดจะเหวี่ยงดาบป้องกัน แต่ก่อนที่ดาบจะเข้าถึงตัว หมัดซ้ายของซิดัสก็กระแทกกลางเกราะของโธมัสส่งแรงอัดกระแทกเข้าไปอีกหมัด ทำเอาโธมัสถึงกับชะงักสนิทแต่ก็ยังไม่ได้ล้มลงไป...

            หมัดซ้ายที่ซัดเข้ากลางอกนั้นมีอานุภาพมากผิดจากที่เห็น ร่างกายทั้งร่างเหมือนหยุดทำงานลงจะมีก็เพียงที่สติเท่านั้นที่ยังคงอยู่
            ซิดัสง้างหมัดซ้ายออกไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว ขณะที่โธมัสที่กำลังกระอักอยู่นั้นไร้ซึ่งเกราะป้องกัน...

            โธมัสเห็นหมัดซ้ายของซิดัสพุ่งเป็นวงโค้งเป็นการฮุคไปที่ปลายคาง โดยมิอาจขยับตัวป้องกันหรือหลบหลีกได้
            ผู้ชมส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ทหารต่างหลับตาไม่อยากเห็นภาพน่ากลัว โธมัสเองก็ทำได้แค่ตาเบิกโพลงตกใจเท่านั้นเช่นกัน

            เผี๊ยะ!

            แต่ทว่าหมัดของซิดัสก็ไม่ได้กระแทกกลางแก้มเลาะฟันอย่างที่เคยขู่ไว้ตอนก่อนแข่ง
            หากแต่เฉี่ยวแบบเฉือนบางๆที่ปลายคางของโธมัสเท่านั้น...

            ทหารคนอื่นๆที่จับตามองต่างก็คิดว่าซิดัสต่อยพลาดไป
            แต่สักพักแล้วโธมัสก็เกิดตาเหลือกแล้วหงายหลังลมตึงหมดสติไปอย่างน่าตกตะลึงแก่สายตาผู้จับตามอง...

            ซิดัสมองดูอัศวินร่างยักษ์ที่ไร้สติ ก่อนที่จะพูดลอยประชดทิ้งท้าย
            "โชคดีแล้วที่ข้ายังไม่เคยทดสอบหมัดแบบนี้กับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่ๆมาก่อน ไม่อย่างงั้นฟันเจ้าคงได้ร่วงหมดปากไปจริงๆแล้ว"

            จากนั้นเมื่อกรรมการประกาศให้ซิดัสชนะแล้ว
            ซิดัสก็ได้เดินกลับผ่านอุโมงใต้โคลอสเซี่ยมไปโดยที่ใครต่อใครก็ยังคงทึ่งกับหมัดสุดท้ายไม่เลิกลา

            อเล็กซ์ที่จับตามองและวิเคราะห์ก็ยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
            "ตกลงว่าหมัดนั้นโดนที่ปลายคางแบบเฉี่ยว หรือว่าไม่โดนแล้วจ่าสิบเอกหมดสติไปเองกันแน่นะ?" ระยะห่างและความเร็วของหมัดทำให้อเล็กซ์เองก็คาดเดาไม่ถูก
            "ไอ้โดนน่ะโดนแน่ เห็นชัดๆเลยว่าคางสะบัดอย่างแรงหนึ่งที ถึงจะแค่สะบัดมุมเล็กๆก็เถอะ" อิมิคช่วยลูกศิษย์หาคำตอบ "ท่าทางว่าหลวงพ่อซิดัสจะใช้ศึกนี้ทดสอบล่ะนะ"
            "ทดสอบเหรอครับ?"
            "ใช่... เท่าที่ดูมานี่ หลวงพ่อเองก็คงจะพึ่งใช้หมัดชกคนมาก่อนแน่ ก็นะลองเก็บตัวในป่าก็คงใช้ปีศาจกับสัตว์อสูรเป็นเป้าแหงๆ แต่คนน่ะแตกต่างนะอเล็กซ์ มีเส้นประสาทมากมาย มีจุดอ่อนมากมาย" อิมิคกล่าวพลางจับปลายคางตัวเองแล้วอธิบายเพิ่ม "ปลายคางนี่ก็เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทเช่นกัน อีกทั้งยังใกล้สมองมากด้วย ถ้าถูกกระแทกสักทีก็ทำให้วูบสลบได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย"
            "ด้วยหมัดที่เฉี่ยวจนดูไม่ออกนั่นหรือครับ?" อเล็กซ์ทึ่งปนสงสัย "ปกติแล้วที่ฝึกมา ที่เห็นมา ถ้าจะเอาให้ร่วงให้ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ต้องกระแทกที่คางจังๆนี่ครับ?"
            "นั่นล่ะที่น่าทึ่ง แล้วก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หลวงพ่อซิดัสอยากทดลองไงล่ะ" อิมิคตอบ
            "แล้วก็ทำได้ดีเสียด้วยนะ ทำเอาคนดูทั่วไปคิดว่าโธมัสกลัวจนสลบได้เลยนะนั่น" ฮารี่ที่นั่งใกล้ๆพูดแทรกขึ้น
            "เป็นที่ชัดเจนแล้วล่ะนะว่าหลวงพ่อซิดัสกลายเป็นปรมาจารย์ด้านหมัดมวยจริงๆ"

            อิมิคพูดต่อแล้วมองไปที่อเล็กซ์ กำชับย้ำ
            "ถึงนายจะถนัดการต่อสู้ระยะใกล้ แต่ระยะของนักมัดมวยจะใกล้กว่ามากจนเรียกว่าระยะประชิด ซึ่งต่อให้นายก็ยังเสียเปรียบอยู่ดี... ดังนั้นการต่อสู้กับหลวงพ่อซิดัสนายต้องรักษาระยะได้เปรียบให้มากที่สุด จงอยู่ในระยะกลางกึ่งใกล้แล้วขยับโจมตีแล้วถอยกลับ ห้ามย่ามใจบุกคลุกแลกในระยะประชิดเด็ดขาด"
            "ครับ" อเล็กซ์ตั้งใจรับฟัง
            "แต่ในการต่อสู้แบบนี้ กับคู่ประลองที่มีความคล่องตัวและมีการใช้สมองมาช่วยกดดันแล้ว ฉันคิดว่าคงต้องมีจังหวะได้สู้กันในระยะประชิดจริงๆแน่... ถ้าพลาดโดนชกเข้าจริงๆตั้งสติให้ดีแล้วเกร็งจุดนั้นให้มั่นที่สุด ถ้าถูกต่อยท้องต้องเกร็งกล้ามท้อง แต่ถ้าถูกชกหน้าก็กัดกรามให้แน่นเกร็งคอให้ดี มันจะลดความรุนแรงลงได้" อิมิคมองอย่างตรงไปตรงมา "แล้วที่สำคัญถ้าต้องสู้ถึงตอนนั้นจริงล่ะก็ อย่าลืมสิ่งที่บอก จงมั่นใจในสองอย่างไว้ให้ดี"
            "สองอย่าง...?"
            "แผนการต่อสู้ และจิตใจที่มุ่งมั่น" อิมิคกำชับแล้วให้สัญญาณอเล็กซ์ไปรอที่ห้องแต่งตัว
            "ผมจะพยายามครับ" เด็กหนุ่มพูดเสียงเข้มแข็ง จากนั้นก็เดินแยกไปที่ห้องพัก


            ...............................................


            จังหวะที่อเล็กซ์เดินลงไปที่ห้องพักนั้น เรย์ที่อยู่ในห้องพักแต่แรกก็เดินออกมาจากใต้โคลอสเซี่ยมพอดี
            การประลองในรอบสี่คนสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้นต่อกัน

            มาถึงจุดนี้แล้วเรย์ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้แข่งขันที่ถูกคาดหวังและเป็นขวัญในผู้ชมในโคลอสเซี่ยมกว่าครึ่ง
            เนื่องจากว่าคู่ประลองก็เป็นอัศวินหน้าใหม่เช่นกัน แต่ในจุดนี้แล้วหลายต่อหลายคนต่างก็ยอมรับในฝีมือของเรย์ที่เก่งขนาดโค่นตัวเก็งได้ และก็หวังว่าอยากให้เรย์ทำสถิติใหม่ทุบสถิติอายุเดิมที่อิมิคทำไว้ด้วยการคว้าแชมป์ในวัยสิบหกปี

            และเรย์ก็ไม่ทำให้ผู้ที่ให้กำลังใจต้องผิดหวัง โดยสามารถบุกกดดันคู่ประลองได้อย่างต่อเนื่อง
            เธอยังคงต่อสู้ได้อย่างดีเยี่ยมเสมอต้นเสมอปลาย การเอาชนะแบบเก็บฝีมือมาตลอดส่งผลชัดเอาในรอบลึกตามที่อิมิคแนะไว้ เมื่อความล้าสะสมเริ่มปรากฎชัดในรอบนี้เอง

            คู่ประลองของเรย์ต้องสู้ศึกหนักอย่างต่อเนื่อง และเอาชนะมาแบบฉิวเฉียดหลายรอบ
            บาดแผลอาจถูกฟื้นฟูให้หายได้ในช่วงอันสั้น แต่กำลังที่หมดไป และความเครียดที่พอกพูนนั้นไม่ได้หายไปเพียงช่วงพักไม่กี่นาที

            ซึ่งตรงกันข้ามกับเรย์ที่ชนะแบบเก็บทั้งฝีมือและกำลังมาโดยตลอด
            พอถึงในรอบรองชิงชนะเลิศแล้ว อิมิคก็ได้บอกให้เรย์คลายฝีมือออกมาส่วนหนึ่งแต่ให้สะกดจิตสังหารไว้ก่อน เพื่อปิดการประลองให้เร็วที่สุด

            ถือว่าอิมิคอ่านรูปการณ์ได้แม่นยำ และเรย์ก็ทำตามแผนที่อิมิคนัดแนะไว้อย่างดี
            เพียงแค่เปิดฉากการประลองมาช่วงสั้นๆ เรย์ก็บุกแต่เพียงข้างเดียว โดยที่ฝ่ายคู่ต่อสู้แทบจะทำอะไรไม่ได้ ความแตกต่างในด้านความฟิตกับความเหนื่อยล้าเห็นผลชัดเจนที่สุด

            ในที่สุดแล้วดาบของเรย์ก็กระแทกเข้าใส่ดาบของคู่ประลองซึ่งกำลังปวดชาอยู่ และการกระแทกนั้นก็ทำเอาอาวุธในมือนั้นเป็นอันหลุดกระเด็นไป จนถือเป็นการถูกปลดอาวุธและพ่ายแพ้ไป

            การต่อสู้ของเรย์ที่เน้นบุกตั้งแต่ต้นจนจบถือเป็นการกระตุ้นอารมณ์ผู้ชมให้คึกคักตามไปด้วย
            สมกับเป็นการประลองในรอบสี่คนสุดท้ายที่ต้องมียอดฝีมือจริงๆหลุดเข้ามา

            แม้กระทั่งเรย์ออกจากลานประลองไปแล้ว แต่เสียงผู้ชมก็ยังเฮดังกันอยู่เพื่อรออีกหนึ่งคู่ประลองที่เชื่อกันว่าน่าจะสนุกไม่แพ้กัน


            ...............................................


            หมดคู่ของเรย์แล้วใช้เวลาอีกเพียงไม่ถึงสิบห้านาที การประลองอีกคู่ก็จะเริ่มต้นขึ้น
            ในตอนนี้แทบทุกที่นั่งบนโคลอสเซี่ยมล้วนถูกจองเต็มหมดแล้ว จะเหลือเพียงบางที่ๆถูกกันไว้เท่านั้น

            ช่วงก่อนที่อเล็กซ์จะเดินลานประลอง เรย์ก็ได้เดินกลับมาขึ้นมานั่งที่เดิมข้างอิมิคอีกครั้ง
            ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะก็ตาม คนๆนั้นก็จะต้องไปชิงกับเธอในรอบชิงชนะเลิศข้างหน้านี้ ดังนั้นแล้วการเก็บข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามจึงถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
            "อาจารย์คิดว่าอเล็กซ์จะชนะได้ไหมคะ?" เรย์ถามความเห็น โดยส่วนตัวแล้วเธอคิดว่าจะสู้กับใครก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากให้อเล็กซ์ที่เรียนมาด้วยกันได้หลุดมารอบชิงชนะเลิศ
            "อืม... นั่นสินะ" อิมิคยังไม่ให้คำตอบสรุป "จนป่านนี้หลวงพ่อซิดัสเองก็ยังไม่ได้เอาจริงเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีกระบวนท่าอะไรเก็บเงียบไว้บ้าง จะให้สรุปเลยก็คงยาก"
            "เหรอคะ..."
            "แต่ว่า... ถ้าถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ฉันคงสรุปบอกได้เลยว่า ทั้งหลวงพ่อซิดัสและอเล็กซ์ที่เก็บฝีมือมาตลอดต้องเอาจริงกันในการประลองนี้แน่ๆ" อิมิคพูดขึ้นพลางมองไปยังลานประลองว่างๆ "ดูแล้วก็อย่าดูเปล่าล่ะเรย์ ศึกษาไว้ ฉันเชื่อว่าหลวงพ่อซิดัสจะต้องมีอะไรดีๆมาแสดงให้เห็นแน่"
            "ค่ะอาจารย์!" เรย์ขานรับคำแนะนำ

            จากนั้นอีกเพียงไม่นาน กรรมการก็ได้เรียกคู่ประลองทั้งสองให้เดินออกมาจากใต้โคลอสเซี่ยม

            อเล็กซ์เดินเข้ามาสู่ลานประลองพร้อมๆกับซิดัส โดยมีเสียงเชียร์ให้กำลังใจดังกระหึ่มทั้งโคลอสเซี่ยม
            ถึงต่างฝ่ายต่างจะเก็บฝีมือไว้โดยตลอด แต่ผู้ชมก็เชื่อแล้วว่าฝีมือของทั้งคู่เป็นของจริง และก็หวังว่าทั้งสองจะใช้มันออกมาอย่างเต็มที่ในการประลองรอบนี้

            ก่อนเริ่มการประลองซิดัสได้มายืนเผชิญหน้ากับอเล็กซ์ เพื่อรอสัญญาณจากกรรมการ
            "อเล็กซ์ ศิษย์ของอิมิคงั้นหรือ?" ซิดัสถือโอกาสนี้ทักทาย "ที่จริงแล้วข้าเองก็ชื่นชอบวิธีต่อสู้ของอิมิคมาก ถ้ามีโอกาสเองก็อยากลองประมือสักครั้ง แต่ได้พบกับเจ้าและเรย์ในการประลองนี้ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีนัก ก็หวังว่าเจ้าคงจะได้รับวิชาและจิตวิญญาณแห่งนักสู้ของอิมิคมาอย่างเต็มที่ล่ะ"
            "คะ... ครับ ผมจะใช้ทั้งหมดที่มีสู้กับหลวงพ่ออย่างเต็มที่!" อเล็กซ์รู้สึกกดดันแต่ก็รู้สึกอยากสู้ไปพร้อมๆกัน คำว่าตัวแทนของอิมิคนั้นกลายเป็นสิ่งที่เขาแบกรับและตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดไม่ให้ถูกดูแคลน
            "อืม... ดี! อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ ที่ผ่านมามีแต่คู่มือที่ไม่ได้เรื่อง วิชาที่ใช้ก็ยังบางส่วนเท่านั้น... แต่ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็ ข้าคงสู้อย่างเต็มที่ได้โดยไม่รู้สึกผิดหวังอะไรแน่ๆ"

            กล่าวเพียงเท่านั้นซิดัสก็ได้กำหมัดขวาแล้วชูไปข้างหน้า

            อเล็กซ์เห็นท่วงท่านี้แล้วก็ถึงกับมองหน้าซิดัสด้วยความประหลาดใจ
            เขาเข้าใจถึงเจตนาและความหมายของการกระทำของซิดัสครั้งนี้...

            แม้จะไม่เคยมีประเพณีปฎิบัติมาก่อน แต่สนับเองก็ถือเป็นอาวุธชิ้นหนึ่ง
            และเมื่อก่อนที่จะเริ่มสู้ อาวุธชิ้นนั้นได้ถูกขยับมาเบื้องหน้าของผู้ประลอง ก็จะถือเป็นธรรมเนียมเดียวกับนักดาบว่า 'ยอมรับเป็นคู่ประลองที่เก่งกาจคู่ควรแก่การสู้ด้วย'

            เช่นนั้นแล้วอเล็กซ์จึงพยักหน้ารับ ก่อนที่จะขยับดาบขึ้นไปแตะสนับมือข้างนั้นของซิดัสเป็นการตอบรับ

            เสียงปรบมือให้กำลังใจดังขึ้นทั่วโคลอสเซี่ยม
            เป็นการสนองด้วยเช่นกันว่าทุกคนที่ชมการประลองนั้นก็ถือว่าทั้งอเล็กซ์และซิดัสเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้อัศวินหรือนักดาบที่ติดอับดับ


            จากนั้นแล้ว พลันที่ซิดัสชักหมัดกลับ และพลันที่อเล็กซ์ดึงดาบกลับมาตั้งท่า
            ทั้งโคลอสเซี่ยมก็เงียบสนิทไปอย่างฉับพลัน ทุกคนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เอาจริงเอาจังขึ้นมาทันที

            สองนักสู้ที่ได้รับการยอมรับว่าชำนาญเรื่องการต่อสู้ในระยะประชิดที่สุดได้ก้าวถอยออกไปคนละก้าว และพร้อมเผชิญหน้ากันตั้งแต่เริ่มการต่อสู้

            กรรมการเองก็สัมผัสได้ถึงความเครียดก่อนเริ่มประลองได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อเห็นว่าเวลาตรงกำหนดแล้วเขาก็ได้ก้าวถอยออกมาพร้อมกับให้สัญญาณ ปลดปล่อยความอึดอัดนี้
            "สู้ได้!"

            ทันทีที่สัญญาณเสียงถูกสั่งออกมา เรื่องที่น่าประหลาดใจก็เกิดขึ้นโดยทั้งอเล็กซ์และซิดัสต่างก็บุกเข้าหากันราวกับใช้แผนต่อสู้เดียวกัน
            ความเร็วของทั้งคู่สูสีกันมาก และต่างฝ่ายต่างก็ออกอาวุธพร้อมกัน

            กึ้ง!

            เสียงปะทะหนักๆดังขึ้นเพียงครั้งเดียว
            แต่ภาพปรากฎที่เห็นก็คือดาบของอเล็กซ์ถูกหลังมือของสนับเหล็กที่หมัดซ้ายซิดัสหยุดไว้ แต่ในทางกลับกันหมัดขวาของซิดัสก็ไปหยุดที่กลางโล่ห์ของอเล็กซ์พอดี
      
            เสียงเฮกระหึ่มขึ้นมาในทันที การประลองของนักสู้ระยะใกล้ด้วยกันเริ่มต้นได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ต้น

            จากนั้นแล้วอเล็กซ์และซิดัสก็ยังคงแลกอาวุธกันในระยะใกล้เช่นนั้นโดยที่ไม่มีใครยอมถอย
            ต่างฝ่ายต่างโจมตีด้วยทุกอย่างที่มี อเล็กซ์โจมตีด้วยดาบสลับกับใช้โล่ห์อัดกระแทก ทางด้านของซิดัสก็เริ่มมีการใช้หมัดซ้ายและขวาสลับกันไป ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะใช้แต่เพียงหมัดซ้ายโดยตลอดเท่านั้น

            เรย์ซึ่งชมอยู่ลานประลองหน้าสุดเห็นซิดัสตอบโต้แล้วก็พูดลอยๆขึ้นมา
            "ใช้หมัดขวาแล้วเหรอนี่...?"
            "ยังหรอก..." อิมิคได้ยินเข้าก็พูดตอบขึ้นพร้อมกับบอกสอนเรย์ให้ได้คิดตาม "ดูจากท่าแล้ว ตอนแรกหลวงพ่อซิดัสคงตั้งใจจะใช้หมัดซ้าย แต่พอดีอเล็กซ์ชิงบุกได้ไวกว่าเลยต้องเปลี่ยนแผนกลางคัน แล้วเหยียดหมัดขวาไปยันไว้ก่อนเท่านั้นเอง... หมัดขวาที่เห็นจากนี้คงไม่ต่างอะไรกับการชกเพื่อกวนจังหวะเท่านั้นเอง กว่าจะเห็นขวาของจริงคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก"
            "งั้นแบบนี้ก็หมายความว่าอเล็กซ์ก็เร็วกว่าใช่ไหมคะ?" เรย์มองในมุมกลับ
            "ถ้าหมายถึงการเคลื่อนไหวล่ะก็นะ... แต่ถ้าการออกอาวุธแล้วหลวงพ่อซิดัสเร็วกว่าเกือบครึ่งจังหวะเลยทีเดียว" อิมิคจับตามองการประลองอย่างใกล้ชิดก็ถอนหายใจสั้นๆออกมา "พูดก็พูดเถอะนะ ระยะใกล้เหมือนกันก็จริงแต่ก็แตกต่างกันอยู่ดี ศึกนี้อเล็กซ์เสียเปรียบกว่าเห็นๆเลย"
            "ยังไงคะ?" เรย์หันมองสงสัย
            "สำหรับอเล็กซ์แล้วถึงจะเรียกว่าสู้ระยะใกล้ แต่มันก็ใกล้ในมุมมองของวิชาดาบ ถ้าจะให้ถูกล่ะก็ต้องเรียกว่าเป็นระยะกลางกึ่งใกล้ ซึ่งผิดกับหลวงพ่อซิดัส ที่เป็นระยะใกล้แท้จริง ซึ่งจะเรียกว่าระยะประชิดก็ไม่ผิด" อิมิคอธิบาย "นอกจากนี้แล้วการใช้หมัดก็จะทำให้ระยะโจมตีสั้นกว่าดาบด้วย ถ้าเป็นเธอก็ยังพอว่านะเรย์ แต่อเล็กซ์ที่ช้ากว่าเธอแบบนี้ ถ้าสู้ต่อไปมีหวังถูกหลวงพ่อพลิกจังหวะเอาแน่ๆ"
            "แต่ว่าดูจากตรงนี้ก็ไม่เห็นความแตกต่างเท่าไหร่เลยนะคะ?"
            "ใช่... เพราะหลวงพ่อซิดัสเร็วกว่าราวๆแค่หนึ่งในสามของอเล็กซ์เท่านั้น ดูระยะสั้นในการสู้ชิงจังหวะล่ะก็มองไม่ออกหรอก แต่ว่าถ้าสู้กันนานๆเข้าล่ะก็ต้องมีการแลกอาวุธกันเต็มกำลังแน่ แล้วตอนนั้นล่ะช่องว่างที่ฉันว่าก็จะชัดเจนขึ้น"
            "แต่ก็แค่หนึ่งในสามเองนี่คะ... มันไม่น่าจะส่งผลมากเลย?" เรย์มองแบบตรงไปตรงมาไม่ลึกซึ้งนัก
            "ไม่มีผลแน่ ถ้าหมายถึงการสู้แบบชิงจังหวะล่ะก็นะ... แต่ว่าถ้าเกิดต้องแลกอาวุธอย่างต่อเนื่องเมื่อไหร่ หนึ่งในสามนั้นถือว่าเรื่องใหญ่ทีเดียว... ลองคิดดูสิ อเล็กซ์ออกดาบได้สามดาบแต่หลวงพ่อซิดัสจะชกได้ถึงสี่หมัด แล้วถ้าแลกกันต่อเนื่องสักสามสิบดาบล่ะ หลวงพ่อซิดัสอาจชกได้ถึงสี่สิบหมัดเลยนะ... สิบหมัดที่มากกว่านี้ ซ้ำยังเป็นหมัดเดียวที่อาจตัดสินผลได้ เธอคิดว่ายังไงล่ะ?"
            "เอ่อ..." เรย์คิดตามแล้วก็เห็นภาพอนาคตที่น่ากลัวขึ้นมาพลัน "แล้วงี้... ถ้าเจอคู่ต่อสู้แบบนี้ เป็นอาจารย์จะทำยังไงล่ะคะ?"
            "อย่าให้เข้าระยะถนัดของหลวงพ่อซิดัสเด็ดขาด ไม่อย่างงั้นล่ะก็ความแตกต่างของฝีมือในเงื่อนไขของระยะห่างจะปรากฎออกมาแน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมัดขวาที่ถูกผนึกไว้"

            อิมิคมองดูอเล็กซ์กำลังต่อสู้อยู่แล้วก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นและก็เป็นคำพูดเดิมที่เคยบอกสอนกับอเล็กซ์ไว้
            "ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลาอย่ายืนเป็นเป้านิ่ง อย่างน้อยถ้าหมัดไม่ถูกจังๆหรือแฉลบไปก็จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ แล้วจากนั้นก็จะตัดสินผลกันที่แผนการต่อสู้ และความเด็ดเดี่ยวของจิตใจ"


            ...............................................


            หลังจากที่การประลองเริ่มไปได้ช่วงหนึ่งๆ สิ่งที่อิมิคคาดไว้ก็เป็นจริงขึ้นมา
            อเล็กซ์เริ่มเป็นฝ่ายถูกกดดันมากขึ้น แม้ว่าจะดูเหมือนชิงจังหวะได้ดีกว่า แต่ซิดัสเริ่มออกหมัดได้มากขึ้น ความต่างของจำนวนหมัดนั้นก็ส่งผลจริงๆตามที่อิมิคเปรยไว้

            ซึ่งเมื่อเวลาผ่านมาอีกช่วงหนึ่งก็กลายเป็นฝ่ายซิดัสที่ได้บุกจนอเล็กซ์ต้องเริ่มถอยไปบ้าง จากที่ต้องใช้หมัดขวาคอยชกเพื่อหยุดจังหวะหลายครั้งก็ลดลงไปมาก และในที่สุดก็กลายเป็นซิดัสที่บุกอยู่ข้างเดียว จนอเล็กซ์ต้องกลับมารับแล้วหาจังหวะสวนไปในที่สุด...
            "อย่างที่คิดจริงๆ แค่หมัดซ้ายอย่างเดียวก็กดอเล็กซ์ให้หยุดเคลื่อนไหวได้เลยนะ" อิมิคเอนหลังพลางกอดอกมองการประลอง
            "ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ... หมัดซ้ายก็ไม่ได้หนักขนาดนั้นแต่ดันจนอเล็กซ์โงหัวไม่ขึ้นเลย"
            "ค้อนที่ไม่หนัก แต่ขอตอกย้ำหลายครั้งเข้า ตะปูก็ฝังมิดได้นะเรย์" อิมิคอธิบาย "โล่ห์เองก็มีจุดสมดุลของมันอยู่ ลองถูกชกซ้ำที่จุดนั้นย้ำเข้า ต่อให้เป็นอเล็กซ์ก็ออกอาการเป๋ได้ล่ะนะ"
            "แบบนี้นี่เอง... ที่อาจารย์ว่าให้เคลื่อนไหวตลอดก็เพื่ออย่างนี้น่ะเหรอ?"
            "ใช่... ต่อให้ถือโล่ห์ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอ ฉะนั้นถ้าเคลื่อนไหวแม้เพียงนิด แต่ก็ทำให้ชกได้ยากขึ้น" อิมิคถอยหายใจอีกครั้งแล้วพูดไม่ตำหนิอเล็กซ์นัก "แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ หลวงพ่อซิดัสก็เก่งทั้งฝีมือและจิตวิทยา ผลการประลองคู่ก่อนนี้ก็ใช้กดดันได้ไม่เบาเลยทีเดียว แล้วยิ่งออกหมัดเร็วขึ้นแบบนี้ อเล็กซ์ก็ต้องยิ่งระแวงไว้ก่อนล่ะ"
            "ดูแล้วไม่เหมือนกับว่าเป็นคนที่ฝึกมาเพียงแค่ปีเดียวเลย... ถึงหนูกับอเล็กซ์จะเด็กกว่าแต่พวกเราก็ฝึกมาอย่างต่อเนื่องหลายปีเลยนะคะ... แล้วทำไมมันถึงแตกต่างกันขนาดนี้ได้ล่ะ... ความแตกต่างมันอยู่ที่ตรงไหนกันคะอาจารย์?" เรย์สงสัย
            "อืม..."

            อิมิคจับจ้องไปที่ซิดัส ดูท่วงท่าในการต่อสู้อีกครั้งเน้นย้ำมุมมองที่ตนคิดว่าถูกต้องจริง ก่อนที่จะตอบออกมา
            "ช่วงล่างน่ะ... ตั้งแต่กล้ามท้อง เอว ต้นขา น่อง ลงไปถึงการปักหลักที่เท้าทั้งสองข้าง ถ้าดูดีๆแล้วจะเห็นถึงความแตกต่างเลย ไม่ใช่ว่าอเล็กซ์แย่หรอกนะ อเล็กซ์ทำได้ดีแล้ว แต่ว่า... หลวงพ่อซิดัสทำได้ดีกว่า แสดงให้เห็นเลยว่าฝึกพื้นฐานร่างกายมาดีที่สุด"
            "ช่วงล่างหรือคะ?"
            "การต่อสู้แบบหมัดมวยนั้นจะเน้นที่พลังกายเป็นหลัก ซึ่งจะต้องเค้นมากกว่าผู้ใช้วิชาดาบอย่างเราเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้การจะชกให้แรงขึ้นก็ต้องอาศัยการบิดตัวบิดตัวเข้าร่วมด้วย ดังนั้นแล้วไม่เพียงแค่กำลังแขน กล้ามเนื้อหลังเท่านั้น แต่ยังต้องเสริมตั้งแต่กล้ามเนื้อท้อง ลงไปถึงกระทั่งข้อเท้า... ทั้งหมดเป็นไปเพื่อเรียกกำลังให้ออกมามากที่สุดและสั้นที่สุด"
            "เอ... แต่ตารางฝึกของหนูกับอเล็กซ์ก็มีฝึกช่วงท้อง กับช่วงต้นขา น่องกับข้อเท้าด้วยนี่คะ?"
            "นั่นล่ะที่ฉันทึ่ง... การฝึกพวกเธอก็ถือว่าหนักกว่าเด็กๆรุ่นเดียวกันแล้วแท้ๆนะ ฝีมือก็พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด เรียกว่าตอบสนองได้ดีกว่าที่ฉันหวังด้วยซ้ำ" อิมิคหลับตาลงนึกตาม "แต่ต้องยอมรับว่าหลวงพ่อซิดัสทำได้ดีกว่า... การจะปรับพื้นฐานร่างกายแล้วยกระดับขึ้นมาได้ขนาดนี้ ฉันแทบจะจินตนาการตารางฝึกไม่ออกเลย แถมยังฝึกได้ถูกจุดที่สุดด้วย สมแล้วที่ศึกษาศาสตร์ด้านนี้มาก่อน"
            "อา..."
            "ก็จับตาไว้ให้ดีเถอะเรย์ บางทีแล้วในรอบชิง เธออาจจะเจอกับหลวงพ่อซิดัสก็ได้" อิมิคให้ความเห็นตรงๆ "จงดูให้ดี ในยามที่หลวงพ่อใช้หมัดขวา... ถึงตอนนั้นการประลองจะต้องพลิกโฉมแน่"

            การต่อสู้ยังคงเดินเนินต่อไปอย่างดุเดือด โดยที่อเล็กซ์ก็ยังคงต้านรับอย่างเหนียวแน่น
            แม้จะดูเป็นรองแต่อเล็กซ์ก็ประคองตัวอยู่ มีจังหวะสวนกลับให้ซิดัสต้องชะงักหรือเสียจังหวะบ้างเป็นระยะจนขาดความต่อเนื่อง

            พอผ่านเวลามาพอสมควรแล้วต่างฝ่ายต่างก็จับจังหวะของกันและกันได้ และก็เห็นตรงกันว่าควรจะเร่งจังหวะและยกระดับการต่อสู้ให้สูงกว่านี้

            ทว่าฝ่ายที่ตัดสินใจได้ไวและเป็นผู้เริ่มก่อนนั้นกลับเป็นซิดัส...

            ซิดัสออกหมัดซ้ายสองหมัดต่อเนื่องในจุดเดิม
            สนับเหล็กกับโล่ห์เหล็กอาจไม่ส่งผลต่อเรื่องอาการบาดเจ็บ แต่กระนั้นการต่อยย้ำด้วยน้ำหนักที่มากขึ้นก็ทำให้อเล็กซ์ถึงกับถอยกรูดเสียหลักไป
            นอกจากนี้การถูกตอกอัดซ้ำหลายครั้งก็ทำให้สมาธิของอเล็กซ์ลดลงไปมาก จนไม่ทันได้ระวังสิ่งที่อันตรายกว่าหมัดซ้าย...

            แล้วในตอนนั้นเองซิดัสก็ปักเท้าตั้งหลักพร้อมกันง้างหมัดขวาขึ้น
            หมัดขวาที่ไม่มีใครประเมินความหนักออกกำลังจะถูกใช้ชกอย่างตั้งใจเป็นครั้งแรกของการแข่งขัน...
            "อเล็กซ์! ระวัง!!" เรย์อดใจไม่อยู่ตะโกนเตือนจากทางด้านข้างบนเวที "หมัดขวาหลวงพ่อจะมาแล้ว!!"
            "หมัดขวา!?"

            อเล็กซ์ได้สติเหลือบตาผ่านโล่ห์ไป ก็พบว่าหมัดขวาของซิดัสได้พุ่งตรงตัดอากาศมาแล้ว
            "แย่... แล้ว!?" เด็กหนุ่มผวายกโล่ห์แนบตัวหมายจะทำให้หลักร่างกายแน่นสุด

            ตูม!!

            ซิดัสอัดหมัดผสานปราณระดับกลาง
            อานุภาพของหมัดขวาที่โจมตีในลักษณะทะลุทะลวงและผลักดันหรือในอีกชื่อที่เรียกกันว่า คริติคอลแอ็กแท็ก มีอานุภาพทั้งความแรกจากการปะทะและคลื่นอัดกระแทกไปพร้อมๆกัน
            อเล็กซ์ยกโล่ห์ขึ้นกันไว้ได้ทันแต่ด้วยแรงอัดของหมัดแล้วทำเอาร่างทั้งร่างถึงกับลอยไปกระแทกกับกำแพงทำเอาจุกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

            ภาพปรากฎที่น่าทึ่งทำเอาทั้งลานประลองถึงกับเงียบสนิทไป แม้แต่เรย์ที่พึ่งเตือนอเล็กซ์ไปหยกก็ถึงกับตะลึงกับอานุภาพของหมัดขวานั้นเช่นกัน
            
            เช่นเดียวกับอเล็กซ์ที่ก้มหน้าไอกระอักพร้อมๆกับปรับลมหายใจตั้งสติให้เข้าที่
            "แค่ก...! มะ... หมัดหนักอะไรแบบนี้...!?" เขาถ่มน้ำลายที่ค้างในคอออกมา ก่อนที่จะเงยหน้ามองตรงไปที่นักบวชวัยกลางคนเบื้องหน้า

            ซิดัสยังไม่รุกกดดันมาก เขาตั้งท่าและค่อยเดินเข้าหา ขณะที่ทางอเล็กซ์ต้องรีบตั้งตัวใหม่และเตรียมสู้ต่ออีกครั้ง
            ภายใต้บรรยากาศที่กดดันปานจะกลืนกินไปทั้งสนามประลอง...

-----------------------------
Free talk - กลับมาสู่การประลองจริงๆจังเต็มขั้นล่ะครับ ตอนนี้ยังพอแต่งได้ทันที
แต่ตอนหน้านี้คงต้องกลับไปรีไร้ท์ไซด์ของซิดัสตอนจบล่ะนะ เพราะแต่งมาถึงตรงนี้ก็มีอะไรเป็นจุดเล็กจุดน้อยต้องปรับอีกหลายส่วนเลยทีเดียว

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 24 พ.ค.53 เวลา 09:19:43 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

อเล็กซ์ซื่อตรงกว่าที่คิดแฮะ แค่ซิดัสโดนเตะตัดขาก็โมโหแทนซะแล้ว แต่พอสู้กันแล้วซิดัสที่เหมือนจะโดนเตะตัดขาง่ายๆตอนเจอกับนักล่า กลับมีพื้นฐานช่วงล่างแน่นกว่านักดาบอย่างอเล็กซ์ซะงั้นแหละ

นอกนั้นคือ การที่ หมัดจะตอกโล่ห์จนเสียศูนย์ได้เนี่ย ต่อให้มีสนับมือ ก็แปลว่าข้อมือต้องแข็งเหลือกำลังรับเช่นกัน

กลับมาเป็นต่อสู้แล้วอ่านเพลินเลยครับ รอตอนหน้าอยู่น่อ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 24 พ.ค.53 เวลา 10:44:29 น.

Izabelle
Oversea Student

เร่งกำลังคิดว่า จะรีรีนอดีตถึงช่วงไหนหว่า....

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 24 พ.ค.53 เวลา 12:33:21 น.

SaTanicRyo
Member

ผมว่ามันแปลกๆไงไม่รุ นักดาบสายเทคนิคยอมรับการใช้ขาในการต่อสู้ไม่ได้เนี่ย - -
ว่ากันจริงๆขาเป็นเหมือนอาวุธเสริมเลยด้วยซ้ำนะ ถ้าจะชิงจังหวะให้เหนือกว่าคู่ต่อสู้
ถ้าหยุดการโจมตีของอีกฝ่ายได้ด้วยอาวุธทั้งสองข้างในมือตัวเองแล้วก็ต้องซ้ำด้วยสิ่งที่เหลืออยู่
นั่นก็คือ... หัวโขก ไม่ใช่... ถ้าใส่หมวกเกราะก็ใช่อยู่หรอก การเอาหัวกระโหลกหุ้มเหล็กไปตี
สันดั้งอาจจะได้ผลกว่า แต่ในกรณีที่ไม่ได้ใส่นั้นการเตะและถีบเนี่ย สุดยอดแล้ว อย่างที่เห็นว่า
แม้แต่หลวงพ่อซีดัสยังแพ้ท่าขัดขาเลย
แต่ถ้ามองในมุมของนักดาบที่ใช้อาวุธในมือต่อสู้อย่างเดียวจริงๆจะเห็นว่าการใช้ขาช่วยมันแปลก
ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเพลงดาบทางนู้นคงไม่ได้สอนท่าผสมเข้าไปด้วย แต่ถ้าเป็นเพลงดาบไทยเรา
ล่ะก็จะมีการใช้ขาช่วยอยู่มากเช่นการปิดจังหวะด้วยการถีบ เพราะนอกจากจะช่วยเก็บจังหวะที่แขน
โจมตีไม่ทันแล้วยังช่วยสร้างระยะห่างระหว่างเราและคู่ต่อสู้และทำให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะรุกด้วย
โดยเมื่อเรารุกจบเขารุกกลับ แต่เรารุกจบแล้วเราถีบซ้ำ เขาจะหันมารุกกลับไม่ทันขาเราแตะพื้นเริ่มจังหวะรุกใหม่ได้ แต่การเตะขาบ้านเราไม่นิยม เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็นเพราะเพลงดาบของศัตรูรอบบ้านจะมีท่าฟันขาอยู่มาก การใช้ขาเตะขาคู่ต่อสู้ดูจะอันตรายเกินไป
ส่วนหลวงพ่อซิดัสเนี่ย มองค์จริงๆหลุดมาจากเกมเลย ตีธรรมดาใช้แต่มือซ้ายกดสกิลใช้มือขวา ใช้ร่างกายเป็นอาวุธแต่ขาไม่ใช้ - - พอเห็นแบบนี้แล้วชักอยากเห็นเทควันโด้แล้วอะ ถ้าเตะอย่างเดียวจะเขียนยังไง - -

Edit by SaTanicRyo - 24 พ.ค.53 เวลา 13:26:30 น.

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 24 พ.ค.53 เวลา 13:25:32 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

เหตุผลที่ซิดัสพลาดก็ไม่ใช่อะไรอื่นหรอกครับ คือตอนนี้แกเชี่ยวทฤษฎี แต่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ภาคปฎิบัติ (กับมนุษย์) เท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้แกเก็บตัวในป่าตลอด จะเห็นได้ว่าตอนประลองแกจะใช้ไม่กี่ท่า นั่นก็เพราะว่าวิชาส่วนใหญ่รุนแรงทั้งนั้น จะมีบ้างก็วิชาที่ใช้บ่อยจนคุมอยู่ หรือไม่งั้นก็ใช้คู่ต่อสู้ทดสอบวิชาไปในตัวเลย

การพลาดลูกเล่นตุกติกก็ถือเป็นเรื่องไม่แปลกเท่าไหร่ครับ ซึ่งจากนี้ไปพอตั้งสมาคมมองค์ขึ้นมาแกจะเก่งขึ้นอีกจมเลย เพราะมีคนมาให้จับคู่ฝึก(เหยื่อทดลอง) อีกให้เพียบ

อีกข้อสงสัยที่ว่าซิดัสใช้ขาเป็นหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ซะทีเดียวครับ
ก็มีการฝึกมาบ้างเหมือนกัน แต่ว่าจะถูกเน้นหนักไปที่กำปั้นเสียมากกว่า เพราะเล่นงานได้ตรงเป้าง่ายกว่าและลงแรงได้มากกว่า แต่ถ้าจวนตัวลูกเตะลูกถีบก็ไม่เบาเลยทีเดียวล่ะ แต่เล่นท่าไม่ได้แล้วใส่สกิลเหมือนหมัดไม่ได้ครับ ส่วนใหญ่ขาจึงถูกฝึกไปในเรื่องของการเคลื่อนไหว แล้วก็การเป็นหลักในการเรียกเฟ้นกำลังในชั่วพริบตาเสียมากกว่า

ส่วนที่ว่าอเล็กซ์ไม่พอใจที่โธมัสใช้วิธีนี้ก็เพราะว่า อเล็กซ์เป็นเด็กดียังไงล่ะครับ smile
ว่ากันตามตรงแล้วหมอนี่อ่อนไหวใจดีกว่าอิมิคเยอะเลย ขนาดฆ่ายังแทบไม่ทำ แล้วก็ซึมซับเกียรตินักดาบมาจากคิงเด็นเต็มเปี่ยม พอเห็นการตุกติกเข้าก็เลยของขึ้นๆมา

แต่ถ้าถามว่าใช้ขาแล้วแปลกไหม คำตอบก็คือในยุคของเรื่องต้องถือว่าแปลกครับ แต่กับการประลองนั้นมันดูไม่เหมาะสมแล้วก็ไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่
แต่ก็อย่างที่ฮารี่ว่าในการต่อสู้ศึกนั้นเรื่องปกติ (เพราะขนาดอิริคตอนสอนฟีโอเร่ก็ยังเคยใช้เท้าเตะดินใส่หน้ามาแล้ว)
เช่นนั้นแล้วฮารี่เลยไม่คิดอะไร มีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่เดือดดานขึ้นมา เพราะดูว่าเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่นักดาบเกินไป

เปรียบๆให้เข้ากับยุคสมัยก็เหมือนกับเล่นวอลเล่ย์บอลล่ะครับ ปกติก็ใช้มือเล่นกัน แต่ก็ถืออนุญาติให้ใช้เท้าได้ถ้าจวนตัว
แต่ถ้าเกิดเล่นทั้งเกมแล้วลูกทีมใช้แต่เท้ารับเท้าเดาะแบบฟุตบอล แล้วจบที่กระโดดเตะตีลังตาเตะแบบตะกร้อ มันก็คงไม่เรียกว่าวอลเล่ย์...

แม้แต่กระทั่งในภาค 2 ที่เกรเกอรี่เองก็มีการใช้ขานะครับ ในช่วงท้ายๆจะมีเพลงดาบหนึ่งที่เกรเกอรี่ต้องใช้เท้าเข้าร่วมด้วยตอนสู้กับดอปเปอร์แกงเกอร์(ผู้เป็นครูดาบยุคแรกๆ) ดอปเปอร์เองก็พลาดท่าเพลงดาบนั้นเข้าด้วย ก็ด้วยความแปลกใหม่นั่นล่ะครับ

ทุกอย่างมีพัฒนาการเสมอๆ แต่เพียงว่ามันเร็วเกินไปกับยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของภาคนี้ครับ smile

อืม... ย้อนรอยนานแค่ไหน ถ้าว่ากันตามไทม์ไลน์แล้วหมดตอนหน้า(อีกตอนหนึ่ง) ก็เดินทางไปเกฟเฟน (อิงจาก Side พันธมิตร) แล้วก็สรุปช่วงเวลาเกฟเฟนถึงเจอบาโฟเม็ต(น่าจะสรุปได้ในตอนเดียว)
ปัญหาคือช่วงไปเกฟเฟนนี่ล่ะครับ มี Side 7 ตอน ไม่แน่ใจว่าจะขมวดได้ที่กี่ตอน แต่ที่แน่ๆต้องมีตอนเจอโดโนแวนกับชไนเดอร์ 1 มีฉากที่ดาร์คลอร์ดโผล่มา 1 (อันนี้สำคัญจริงๆ) ก็คร่าวๆว่าอีกราวๆ 4-6 ตอนได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 24 พ.ค.53 เวลา 13:59:02 น.

SaTanicRyo
Member

เอาล่ะสิทีนี้ หายไปเลยกวี ลงซักเรื่องเหอะนะ หายไปน้านนนน นานอะ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 17 มิ.ย.53 เวลา 21:30:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ