Zales
Member

[Bakuman Challenge รอบ2] Urban Legend


ตัวละคร

บอนโซ, วีร์, ฮาร์ปปี้


******************************************************

       ภายใต้แสงสว่างไสวยามค่ำคืนท่ามกลางตำรามบ้านช่องที่เป็นฉากหน้าอันไร้พิษภัย หากมองลึกไปในมุมเมืองอันมืดมิดกลับเป็นแหล่งซ่องสุมเรื่องราวหลังฉากที่ถูกซ่อนพรางไว้จากผู้คน แม้บางครั้งจะมีผู้บังเอิญได้พบเห็นจนเกิดเป็นเรื่องเล่าตำนานเมืองให้ผู้คนได้เล่าสู่กันฟังก็ตามที

       เด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้สนใจกับเรื่องเล่าเหล่านั้นแต่เขาไม่ได้สนใจในฐานะผู้ชื่นชอบเพราะเขาเองก็เป็นปกติชนทั่วไปเพียงแต่สนใจก็เพราะความอยากรู้อยากเห็นเป็นครั้งคราว ซึ่งถ้าจะให้พูดตรงๆเขาออกจะเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับด้วยซ้ำจนบางครั้งก็หยิบเอาเหตุผลมาถกเถียงเป็นประเด็นกับเพื่อนฝูง เช่นครั้งนี้ที่ใช้เวลาว่างยามค่ำคุยประเด็นตั้งแต่เรื่องสัพเพเหระจนถึงเรื่องผีหลอกวิญญาณหลอนในโรงเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต

       <โอเพ่นเซซามี> : 555+ ก็จริงของนาย

       <ฮันนี่-บาน> : เธอนี่ไม่มีจินตนาการเลยนะ

       <เทคโนแมน> : ผมก็แค่พูดตามที่คิดน่า

       <ผีทะเล> : 5555555555555+ ถ้าตัวจริงผีเป็นงั้นก็เสร่อชิบ

       <212224> : สุภาพหน่อย คุณผีทะเล...

       <ฮันนี่-บาน> : ใช่ๆ คุณ 212224 อุตส่าห์เอามาเล่าให้ฟังนะ

       <ผีทะเล> : ไม่เฟ้ย

       <เทคโนแมน> : พอทีน่า ทะเลาะกันเสียอารมณ์เปล่าๆ

       <ฮันนี่-บาน> : งั้นตาฉันเล่ามั่งนะ มันเป็นเรื่องที่ได้ฟังจากเพื่อนมาอีกที

       <ฮันนี่-บาน> : ที่เมือง ***** มันมีโรงงานอยู่แห่งหนึ่งร้างมานานมากจนคนจำไม่ได้ว่ามันกลายเป็นโรงงานร้างเพราะอะไร

       <ฮันนี่-บาน> : แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่มีใครเข้าไปครอบครองหรือใช้สอยพื้นที่นั้น เพราะคนบริเวณใกล้ๆต่างรู้ดีว่าทุกค่ำคืนจะมีเสียงผู้หญิงร้องโหยหวนดังออกมาจากที่นั่น

       <ฮันนี่-บาน> : จนวันนึงเพื่อนของฉันก็พากันไปสำรวจที่นั่นตอนกลางวัน ตอนนั้นฉันเองก็ไปที่นั่นด้วยแต่จู่ๆก็ปวดท้องขึ้นมาเลยขอตัวกลับก่อน

       <ผีทะเล> : ป๊อดนี่หว่า

       <212224> : เฮ้ยๆ

       <ฮันนี่-บาน> : (ช่างหมอนั่นเถอะ) พอวันถัดมาฉันก็ลองไปถามเพื่อนที่โรงเรียนดู แต่ก็ไม่มีใครยอมบอกแถมยังหน้าซีดเหมือนเจออะไรมาอย่างนั้นล่ะ

       <ฮันนี่-บาน> : แล้ววันถัดมาฉันก็ได้ข่าวว่าเพื่อนทุกคนที่ไปสำรวจโรงงานร้างวันนั้นตายกันหมด เห็นว่าสภาพทุกคนนอนตายบนเตียงทำหน้าเหมือนเจอเรื่องน่ากลัว

       <ฮันนี่-บาน> : หลังจากนั้นฉันก็ไม่กล้าไปที่นั่นอีกเลย เห็นว่าคนที่จ้องจะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นเองก็รามือไปเหมือนกันจนตอนนี้ก็ยังกลายเป็นโรงงานร้างอยู่

       <เทคโนแมน> : อ๊ะ ผมต้องไปก่อนแล้วล่ะ โชคดีนะ

       เทคโนแมน has left...

       เด็กหนุ่มปิดเครื่องคอมก่อนจะรีบมาจัดการกับรายงานที่ลืมทำ จริงๆเนื้อหาภายในก็พิมพ์ไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือแเพียงจัดทำรูปเล่มก็เท่านั้นแต่เพราะลืมไปว่าพรุ่งนี้ต้องรีบส่งรายงานแต่เช้าเลยต้องรีบทำให้เสร็จไม่อย่างนั้นคงไม่มีเวลาทำเล่มรายงานส่งให้ทัน เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยพอเห็นว่าได้เวลาควรเข้านอนแล้วเขาจึงเข้านอนทันทีหากในใจยังคงคิดถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ เขาชอบพิสูจน์อะไรให้แน่ชัดแน่นอนว่าเรื่องนั้นก็เช่นกันดังนั้นวันหยุดมะรืนนี้เขาอาจจะลองไปตรวจสอบดูก็ได้ยังไงก็ว่างอยู่พอดี

       ฮันนี่-บาน has left...

       ฮันนี่-บาน has joined room

       <ฮันนี่-บาน> : เฮ้อ กว่าจะเข้าเน็ตได้วันนี้

       <212224> : พูดอะไรแปลกๆนะคุณฮันนี่

       <ฮันนี่-บาน> : แปลก?

       ผีทะเล has left...

       <โอเพ่นเซซามี> : ก็คุยๆกันอยู่ นายดันทำเหมือนเพิ่งเข้าเน็ตยังงั้นล่ะ

       <ฮันนี่-บาน> : เฮ้ย ชั้นเพิ่งเข้าเน็ตได้เองนะ เมื่อกี้พยายามเข้าตั้งนานแต่เข้าไม่ได้

       <212224> : อ้าว แล้วคนนั้นเป็นใครกันล่ะ


       "เฮ้ยไอ้วีร์กลับแล้วเหรอวะ รอกันก่อนสิ" เพื่อนนักเรียนส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังเดินกลับบ้าน

       "ไม่ล่ะชั้นอยากกลับไปเล่นเกมมากกว่า วันศุกร์แล้วทั้งทีใครจะมามัวนั่งรอพวกนายทำรายงานส่งให้เสร็จ" วีร์บอกปัดแบบง่ายๆพลางมองเพื่อนๆที่ไม่ยอมทำรายงานมาส่งแต่เช้าเลยเจออาจารย์กักตัวไว้ให้ทำส่งให้เสร็จแถมยังเจอลงโทษให้ไปช่วยงานอาจารย์ เด็กหนุ่มรีบกลับบ้านโดยเร็วก่อนจะโดนเพื่อนๆตื๊อให้ช่วยงานอีกแล้วใช้เวลาว่างที่เหลือของวันนั้นไปกับการเล่นเกมจนดึก

       เช้าวันต่อมาวีร์จึงออกเดินทางไปยังโรงงานร้างโชคดีที่โรงงานนั่นอยู่ระหว่างเมืองของเขากับเมืองใกล้ๆจึงใช้เวลาไม่มากเท่าไหร่นักแม้จะออกจากบ้านตอนสายๆแต่เขาก็มาถึงที่ก่อนเที่ยงเล็กน้อย สภาพของโรงงานตอนนี้ถ้าหากมองเผินๆคงเหมือนกองภูเขาเศษเหล็กเนื่องจากผ่านวันเวลามานานโดยไม่ได้รับการดูแล ตัวอาคารแตกร้าว ปล่องควันขึ้นสนิมจนผุพัง คราบสกปรกเปรอะเปื้อนกำแพงผนังไปทั่ว รวมทั้งเหล่าวัชพืชที่ขึ้นอยู่ประปรายตามจุดต่างๆของบริเวณ

       หากเป็นแค่บ้านเล็กๆมันคงไม่น่ากลัวมากนักแต่เพราะพื้นที่ของโรงงานนี้ค่อนข้างกว้างสภาพโดยรวมจึงดูแปลกแยกราวกับอีกโลกหนึ่งซึ่งถูกตัดขาดจากโลกปัจจุบันอันคับคั่งด้วยเทคโนโลยี ถ้าหากเรื่องลือนั่นไม่ใช่ความจริงเขาคงแปลกใจน่าดูว่าทำไมพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ถึงถูกปล่อยร้างไว้โดยไม่ได้เอามาใช้ทำประโยชน์

       เมื่อวีร์เดินเข้าเข้าไปในพื้นที่โรงงานสัมผัสแรกที่รู้สึกคือลมแรงที่พัดใส่จากซอกอาคารจนเขารู้สึกหนาวเย็นกว่าปกติ แต่เขาไม่คิดว่าแปลกอะไรเพราะภายในเขตโรงงานค่อนข้างชื้นเนื่องจากตอนนี้เพิ่งเข้าฤดูฝนเมื่อลมพัดผ่อนก็ย่อมต้องหอบเอาความชื้นมาด้วย เด็กหนุ่มลัดเลาะไปทางโน้นทีทางนี้ทีแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากเศษหินเศษอิฐจากการแตกร้าวของตัวอาคารกับดงหญ้ารกสูงท่วมหัวที่เขาไม่คิดจะเดินฝ่าให้รำคาญใจเล่น

       สุดท้ายวีร์จึงเลือกเดินผ่านไปตามตัวอาคารในส่วนของโรงงานที่ไม่ค่อยรกเกะกะมากนักนอกจากเครื่องจักรที่ถูกวางทิ้งไว้ และเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังก้องผ่านความเงียบอันดูผิดแปลก

       ที่นี่ไม่มีเสียงอะไรเลยแม้แต่แมลงหรือสัตว์ที่น่าจะมารวมตัวกันในที่รกร้าง เสียงที่เขาได้ยินก็มีเพียงเสียงก้าวเดินกระทบพื้นที่ทำจากแผ่นเหล็กและเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เกิดจากลมซึ่งบางครั้งก็พัดเข้ามาผ่านรอยแตกของกำแพงให้วีร์รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาเป็นระยะ

       "รู้งี้น่าจะเตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย"

       "รู้~งี้~น่า~จะ~เตรียม~เสื้อ~กัน~หนาว~มา~ด้วย"

       เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตนหูฝาดไปเมื่อกี้มันน่าจะเป็นแค่เสียงสะท้อนแต่ทำไมเขารู้สึกเหมือนกันว่ามันเหมือนเสียงผู้หญิงมากกว่าเป็นเสียงของตัวเขาเอง แต่เขาก็คิดเพียงว่าคงคิดไปเองจึงเดินสำรวจต่อโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรและขณะนั้นเองเสียงอันดูแปลกแยกก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเหมือนกับเสียงร้องเพลงของหญิงสาว โทนเสียงที่กรีดสูงจนน่าใจหายประติดประต่อเป็นบทเพลง

       วีร์รู้สึกสนใจต้นเสียงขึ้นมาจึงค่อยๆเดินไปตามทิศทางของเสียงนั้น จนกระทั่งเข้าใกล้ไปทีละน้อยทีละน้อยและตอนที่เขาไม่ทันระวังตัวนี้เองวีร์พลันรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบจนเกือบเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ

       มันคือหยดน้ำที่ร่วงหล่นมาจากรอยรั่วบนหลังคาหลายหยดตกกระทบลงบนแว่นตาของเขาจนทำให้ภาพบนเลนส์พร่าเลือน แต่เด็กหนุ่มไม่ได้ใส่ใจที่จะเช็ดออกนักในตอนนี้เขายังคงตั้งสมาธิกับการฟังเสียงเพลงนั้น และแล้วหลังจากเดินหาอยู่พักใหญ่เขาก็รู้ได้ว่าต้นเสียงอยู่ในตึกใกล้ๆจึงเดินเข้าไปทันที

       สิ่งที่เห็นผ่านเลนส์ที่มัวด้วยหยดน้ำนั้นคือคนในชุดสีขาวกำลังบรรเลงบทเพลงจากพิณตัวใหญ่ ทว่าเสียงที่ดังออกมานั้นกลับเป็นเสียงร้องของหญิงสาวที่ราวกับเสียงกรีดร้อง

       เมื่อสงสัยย่อมต้องการเห็นให้ชัดเจน วีร์หยิบเอาผ้ามาเช็ดเลนส์แว่นให้สะอาดก่อนจะมองดูสิ่งนั้นอีกครั้งแต่คราวนี้เขากลับรู้สึกว่าไม่น่าจะพยายามมองมันเลย เมื่อคนที่ดีดพิณไม่ใช่คนชุดขาวหากแต่เป็นโครงกระดูกสีขาวโพลนและพิณนั้นก็ไม่ใช่พิณทว่าเป็นหญิงสาวในสภาพชวนสยดสยอง ส่วนกระโหลกหัวถูกผ่าเปิดจนเห็นสมองถูกปักไว้ด้วยโลหะเรียวแหลมบางอย่าง ดวงตาข้างหนึ่งกลวงโบ๋ ริมฝีปากถูกเย็บให้เปิดอ้าอยู่เสมอ และส่วนของลำตัวนั้นขาดครึ่งเหลือเพียงแค่เอวปล่อยให้ลำไส้สีแดงสดทะลักออกมา ลำแขนถูกดึงรั้งไว้เบื้องหลังยึดกับเส้นลวดที่เชื่อมไว้กับแท่งเหล็กแท่งใหญ่ซึ่งเสียดแทงลงไปในลำตัวที่ขาดครึ่งนั้น

       โครงกระดูกมันเป็นผู้บรรเลงด้วยนิ้วสีขาวที่กรีดกรายบนเส้นลวด ส่วนหญิงสาวนั้นขับร้องด้วยความเจ็บปวดจากเส้นลวดที่ฉุดรั้งบาดแผล ยิ่งโครงกระดูกเร่งบรรเลง เสียงกรีดร้องก็ยิ่งบาดลึกจนคนฟังแทบจะรับรู้ถึงความเจ็บปวด

       และแล้วบทบรรเลงก็จบลง โครงกระดูกพลันหันหน้ามาทางวีร์ซึ่งกำลังตกใจกับภาพที่เห็น มันลุกขึ้นใช้มือดึงเส้นผมของหญิงสาวแล้วฉุดลากราวกับสิ่งของพร้อมกับค่อยๆย่างเท้าไปใกล้เด็กหนุ่มทีละน้อย เวลานั้นวีร์จึงรู้สึกตัวแล้วรีบหันหลังหนีโดยเร็วด้วยใบหน้าซีดขาวเพราะสิ่งที่เห็น

       มันคืออะไรเขาไม่ทราบ

       มันต้องการอะไรเขาไม่รู้

       แต่สิ่งที่รู้ก็คือชีวิตของเขาอาจถึงฆาตหากไม่หนีไปให้ไกลจากมัน

       เด็กหนุ่มวิ่งวิ่งและวิ่ง วิ่งจนลมหายใจปั่นป่วน ร่างกายเมื่อยล้าสุดกำลัง ทว่าวิ่งไปมากเท่าใดความรู้สึกก็ยังรู้สึกเหมือนทางออกนั้นยังอยู่ห่างไกลมากเหลือเกิน ตอนนั้นวีร์รู้สึกเหนื่อยเต็มกำลังจึงหยุดพักหายใจเพียงครู่ทว่าเมื่อหันไปมองด้านหลังโครงกระดูกกลับอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว

       และตัวเขาก็ยังไม่ทันได้ออกจากตึกหลังนั้นด้วยซ้ำ...

       มือขาวๆกำลังเอื้อมเข้ามาหาเขาแต่ขาทั้งคู่กลับสั่นใจจนแม้แต่จะเดินหนีก็ยังทำไม่ได้วีร์จึงหลับตาแน่นด้วยความกลัวและหวังว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

       ..โครม!...

       เสียงบางอย่างดังขึ้น วีร์จึงค่อยๆเผยอตาขึ้นมองเบื้องหน้าทีละน้อย ภาพที่เห็นก็คือเด็กหนุ่มผมสีฟ้าในชุดเสื้อผ้าแปลกตาราวกับหลุดมาจากเกมแฟนตาซีกำลังยืนขวางอยู่ระหว่างเขากับโครงกระดูกที่นอนแผ่อยู่บนพื้น เด็กหนุ่มคนนั้นหันมาหาวีร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรก่อนจะเอ่ยออกมา

       "ยืนเกะกะอยู่ทำไมฟะ ไอ้เบื๊อก รีบไสหัวไปสิเฟ้ย"

       สิ้นคำฝ่าเท้าก็ประทับลงเต็มท้องจนวีร์เสียหลักล้มออกมานอกตึกทว่าภาพทิวทัศน์ที่เห็นกลับแปลกประหลาด กลางวันกลายเป็นกลางคืน พระทิตย์กลายเป็นดวงจันทร์สีแดงเข้มดั่งโลหิต อาคารต่างๆราวกับถูกแต่งแต้มเปรอะเปรื้อนไปด้วยเลือด ต้นไม้ใบหญ้าต่างเหี่ยวเฉา ราวกับเป็นโลกอีกโลกหนึ่ง

       เพล้งงง!

       เสียงกระจกแตกปลุกให้วีร์ที่กำลังตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง เขาเห็นกระจกหน้าต่างแตกกระจายร่วงหล่นลงมาจนต้องรีบถอยหลบก่อนจะถูกมันร่วงใส่ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มสีฟ้าพลันวิ่งออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นเคยแล้วกระชากคอเสื้อดึงร่างเขาตามไปในทันที

       "ไม่อยากตายก็วิ่งสิฟะ ไอ้กร๊วก"

       เสียงกรีดร้องของพิณสาวดังขึ้นอีกครา ทันใดนั้นกอหญ้าที่แห้งเหี่ยวเบื้องหน้ากลับแปรเปลี่ยนตั้งชันคมกริบดั่งใบมีดกั้นขวางทางหนีของเด็กหนุ่มทั้งสองเอาไว้

       "ชิ สู้ก็สู้ฟะ"

       เด็กหนุ่มสีฟ้าสบถขึ้นด้วยรอยยิ้มจนวีร์อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าหมอนี่มันยิ้มเป็นอย่างเดียวหรือยังไง เขาดึงมีดที่คาดเอวไว้ออกมาจากปลอกพลันชี้ปลายมีดไปยังโครงกระดูกพลันร่ายประโยคยาวยืดออกมา

       "นามแห่งข้าคือบอนโซ บุตรแห่งทะเล เจ้าแห่งเกลียวคลื่น ขอบัญชาสายน้ำทั้งปวง จงคลุ้มคลั่ง จงสาดซัด กลืนกินศัตรูข้าให้หมดสิ้น"

       แสงสว่างสีฟ้าส่องประกายออกมาจากคมมีดก่อเกิดเป็นกระแสน้ำบิดเกลียวพุ่งเข้าใส่ร่างโครงกระดูก อัดกระแทกจนมันหลุดกระจายเป็นชิ้นๆร่วงหล่นลงบนพื้น แต่หลังจากนั้นท่อนกระดูกกลับเริ่มค่อยๆเคลื่อนไหวเข้าหากัน

       "ยุ่งยากชิบ"

       "ทำลายไม่ได้ก็แช่แข็งมันไว้สิ ทำได้หรือเปล่า" วีร์โพล่งเสนอขึ้นเขาลองเดาๆดูว่าลองใช้น้ำได้ก็น่าจะใช้น้ำแข็งได้เหมือนพวกเวทในเกม

       เมื่อบอนโซได้ยินก็หันมายิ้มตอบให้ "มีสมองนี่หว่า"

       พูดจบเขาก็เริ่มควบคุมกระแสน้ำให้ซัดใส่โครงกระดูกอีกครั้งก่อนจะควบคุมให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง คราวนี้โครงกระดูกหยุดนิ่งไม่ไหวติงอีกแล้ว

       "ไอ้พวกนี้มันชอบหลอกให้คนเข้ามาหา อย่าสอดโง่ให้มันหลอกมาอีกล่ะ ไอ้บื้อ" สงสัยหมอนี่จะยิ้มเป็นอย่างเดียวจริงๆ เพราะคำเสียดสีทุกคำดันพูดออกมาทั้งหน้ายิ้มๆตลอด

       พอโครงกระดูกถูกจัดการลงบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงราวกับฟิล์มฉาหนังที่กลายเป็นคนละภาพในพริบตา สภาพของตัวอาคารต้นหญ้าต้นไม้ดวงอาทิตย์ต่างกลับเป็นเช่นเดิม หากจะต่างไปก็คือเวลาที่กลายเป็นยามเย็นไปแล้ว วีร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนหันไปพูดกับบอนโซ

       "ขอบใจนะที่ช่วย"

       "ใครว่าข้าจะช่วยฟรีๆ"

       "อ้าว?"

       "พอดีคอมข้าเสียเลยมาตามหาให้ช่วยซ่อมหรอกเฟ้ย ไม่งั้นไม่มาช่วยไอ้บื้อสมองไหลแส่หาเรื่องตายอย่างแกหรอก ไอ้เทคโนแมน"

       ได้ยินแบบนั้นเข้าวีร์ก็รู้ทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามคือใคร ก็ภาษากับนิสัยออกจะชัดแจ้งขนาดนี้

       ..แต่ยังไงๆตอนนี้ก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายลากไปซ่อมคอมก่อนล่ะนะ โชคดีจริงๆที่คอมหมอนี่พัง...

       เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นพลางเดินตามอีกฝ่ายไป




Edit by Zales - 06 เม.ย.53 เวลา 02:51:46 น.

Edit by Zales - 06 เม.ย.53 เวลา 13:48:17 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 02:49:40 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 17 จากทั้งหมด 17 Reply

ฮานารุท
นักอ่านฟิคพเนจร

ฮานารุท has joined room

<ฮานารุท> : แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าคุณเทคโนแมนจะเข้าไปลองของเนี่ยคุณผีทะเล หรือจริงๆพอได้ยินเรื่องนี้ คุณก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่าคนในห้องแชทบางคน(ไม่ใช่แค่เทคโนแมน)จะไปลองของ คุณก็เลยตามมาดูด้วยความเป็นห่วง แหม ซึนเดเระเสียจริง > <

<ฮานารุท> : ไม่สิ!

<ฮานารุท> : มานึกๆดูแล้ว การที่คุณรู้จักโครงกระดูกนั่น แปลว่าคุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอว่ามันปลอมตัวเป็นคุณฮันนี่-บานเพื่อล่อคนไปที่โรงงาน

<ฮานารุท> : แล้วที่คุณไม่เตือนเขา ก็เพราะคุณต้องการให้คุณเทคโนแมนไปซ่อมคอมให้? เห็นแก่ตัวจริง ช่างเป็นคนที่ร้ายกาจอะไรเช่นนี้นะ



ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 03:17:47 น.

คิลน้อย[SeeG_Y]
แมวดุๆของHanan

อุ๊ เร็วอีกคน=[]=' แนวเรื่องต่างจากที่คิดไว้มาก ไม่นึกว่าจะมาแนวนี้555

ขอบคุณครับผม
ใช้บอนโซได้เหมาะอย่างที่คิดไว้เลยฮะ
กำลังกังวลว่าจะวุ่นวายกับนิสัยมันหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 04:28:14 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ตกลงฮันนี่บานตั้งใจล่อมารึนี่... เพิ่งมาเก็ตตอนอ่านคอมเมนท์ฮานะ ^ ^;

ใช้ฮาร์ปปี้ได้ขนาดนี้ก็ลงตัวแล้วแหละนะ...

อย่าลืมใส่ link ตัวละครที่ใช้ด้วยเน่อ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 07:04:58 น.

singer
Member

กลายเป็นเรื่องสยองขวัญแหะ

น่าสงสาร วีร์จรืงๆเลย==;

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 08:41:37 น.

GGFBank
Striker

อ่านช่วงแรกทำเอานึกถึงนักซิ่งหมวกกันน็อคหูแมว แต่ดันเป็นคนละเรื่องเลยแฮะ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 08:48:56 น.

BedSter
นักวาดแล้วก็วาดๆๆ

Harp ปี๊ .....ยังไงก็ต้องแนวสยองแหละ ถึงจะเข้ากับตัวละครสยอง

ผีทะเล ที่คอมเสียเนี่ย สงสัยเผลอใช้เวทย์น้ำกับเครื่องคอม หรือป่าว tongue

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 10:02:55 น.

herosan
Member

ฮาร์ปปี้ นี่สยองน่ากลัวจริงๆ แต่ก็เหมาะกับบทแล้วล่ะ
สงสารกับ วีร์ คุงจริงๆแฮะ

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 10:19:50 น.

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

      

ประยุกต์Harp ปี๊ มาใช้แบบนี้ได้นี่เยี่ยมจริงๆ >.<b

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 10:36:33 น.

MaJooJo
มนุษย์ล่องจุ๊น

สะ...สุดยอด สยองดีเเฮะ Harpปี๊ไม่เล่นเเนวนี้ไปไม่เป็นจริงๆเเฮะ

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 12:37:01 น.

Zales
Member


มาเอดิทเพิ่มลิ้งตัวละครฮะ

ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์นะครับ >_<

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 13:50:05 น.

Nighty
แมวสีฟ้า

nighty joined room

<nighty>: หรือว่าแท้ที่จริงแล้ว
<nighty>: ผีทะเล นี่ปลอมเป็นฮันนี่บานเข้ามาแล้วจะยุใครซักคนไปที่นั่น
<nighty>: เพื่อให้คนเขาติดบุญคุณแล้วจะได้ให้มาซ่อมคอมให้ฟรี ๆ ป่าว

/me ช่างร้ายกาจจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 14:19:12 น.

ฮานารุท
นักอ่านฟิคพเนจร


<ฮานารุท> : ดีน่อ - - /

<ฮานารุท> : พอได้ฟังที่คุณnightyพูด ก็คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆซะด้วย

<ฮานารุท> : ก็สองคนนั่นออกจากห้องไปพร้อมๆกันเลยนี่นะ

<ฮานารุท> : แถมคนอย่างคุณผีทะเลก็รู้ๆกันอยู่ว่านิสัยเป็นยังไง

<ฮานารุท> : เกรียน(ขอใช้คำนี้นะ)จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 15:01:57 น.

KirA.K
Y Stalker

ไม่ต้องดูภาพตัวละครยังจิ้นออกเลยนะเนี่ย บรรยายฮาร์ปปี๊ได้เห็นภาพสุดๆ
พอจิ้นเสียงตาม แอบขนลุกนะเนี่ย =w="

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 21:31:13 น.

-RiN-
Rintarus

Quote : GGFBank
อ่านช่วงแรกทำเอานึกถึงนักซิ่งหมวกกันน็อคหูแมว

พออ่านแล้วนึกภาพตามเป็นห้องแชทแบบนั้นจริงๆนะเอ้อ XD

สนุกมากเลยค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วตื่นเต้นทุกบรรทัดดีจัง บรรยายบรรยากาศเห็นภาพได้อารมณ์สุดๆ
ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยเติมชีวิตให้วีร์ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 06 เม.ย.53 เวลา 22:47:48 น.

Monday8th
Member

ตอนที่มีเสียงพูดซ้ำที่วีร์พูด ขนลุกเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 09 เม.ย.53 เวลา 14:02:44 น.

Knell
โจร

Knell joined room
<Knell> : การดำเนินเรื่องกับการใช้ตัวละคร เขียนออกมาได้ดี แม้ว่าแนวเรื่องจากสยองขวัญในตอนต้นเรื่อง เปลี่ยนเป็นแนวต่อสู้เวทมนตร์ในตอนท้าย
Knell has left...

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 10 เม.ย.53 เวลา 13:11:34 น.

BloodySweet-BB
ลูกผู้ชายตัวเก๊

อู้ว บทเหมาะสมดีแต้

ขอบคุณมากครับ >_<

ความคิดเห็นที่ 17 ตอบเมื่อ 17 เม.ย.53 เวลา 14:15:09 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 17 จากทั้งหมด 17 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ