Sethlans
Member

Sinner Redeems (7)

มาส่งแบบขอเคลียร์หัวทีละครึ่งอีกแล้วขอรับ

###

คุณ Dr.Cid - มันเป็นการกระทำตามสถานการณ์น่ะค่ะ^^'

คุณ Horus - มีเครื่องผลิตอยู่คนเดียว คงยังเป็นกองทัพไม่ได้เร็ว ๆ นี้น่ะค่ะ แต่จะเป็นยังไงลองอ่านต่อไปดูเน้อ
            
คุณฉลุหมื่นปทุม - คนเขียนก็สงสารเหมือนกันค่ะ (แต่ก็ยังรังแกมันอยู่ดี ขอโทษนะลูก orz)

คุณ Anithin - ไม่ได้เอามีดมาจิ้มให้เป็นฝุ่นหรอกนิ เอามาเบรคถ้ามัน blood rage อย่างที่คุณ Horus ว่าน่ะ
            
คุณเม็ดบ๊วย - ไม่คับ เป็นเฉพาะชามู เพราะคนเรื่องนี้เป็นชามูกะอิยา บ่ใช้แวมไพร์กะมนุษย์หมาป่า แค่ใช้เงื่อนไขบางอย่างที่คล้ายกันเท่านั้นเอง >w<
            
คุณ runaway guy - นัคทามันอยู่ในโหมดเห็นแก่ตัวอยู่น่ะ พอคนเราเห็นแก่ตัวก็ยกข้ออ้างมาได้ทั้งนั้น แถมมันยัง justify ตัวเองได้เต็มร้อยเพราะทำเพื่อส่วนรวมด้วย
และถูกต้องแล้ว เจ้าโคเวนซวยตลอดเวลา (ส่วนหนึ่งก็เพราะมันตัดสินใจแบบไม่ตัดสินใจเองแบบนี้ด้วยแหละนะ...)

คุณ Blade - อืมมม คิดว่าก็เป็นอย่างนั้นบางส่วนด้วยค่ะ (อีกส่วนก็เป็นข้ออ้างสำหรับทำให้ตัวเองดูชอบธรรมด้วย)

###

๗. ความจริง

      นานแล้ว ระหว่างอยู่ที่ฐาน โคเวนเคยอ่านนิทานให้เพื่อนฟัง เขาอ่านไปเรื่อย ๆ ถึงตรงหนึ่ง ข้อความเขียนว่าพระราชามีเกียรติศักดิ์ศรี ดูแลประชาชนอย่างยุติธรรม ไม่ทำร้ายใคร ไม่หักหลังเพื่อน ไม่พูดเท็จ ทั้งยังเก่งฉกาจในยามสงคราม โคเวนอ่านถึงตรงนั้นก็หัวเราะออกมา นัคทางงไปวูบหนึ่ง ถามว่าเขาหัวเราะทำไม

      "เขาเขียนเสียดสี" ชาวชามูบอก "ไม่เห็นหรือ...มีเกียรติ ไม่ทำร้าย ไม่หักหลัง ไม่พูดเท็จ แต่ยังเก่งฉกาจในการศึกสงคราม"

      "ทำไมเล่า ข้าไม่เข้าใจ"

      "ยามทำสงคราม เกียรติย่อมไม่มีความหมาย อยากชนะจะมีเกียรติไม่ได้หรอก ศีลธรรมเป็นสิ่งที่คนตั้งไว้เพื่อใช้ในยามสันติเท่านั้นเอง"

      นัคทาฟังเพื่อนอธิบายก็ไม่เห็นด้วย เขาว่าไม่ใช่ อิยามีเกียรติเสมอไม่ว่าตอนไหน เขาถามว่าเรื่องที่โคเวนอ่านเป็นเรื่องของชามูหรืออิยา โคเวนก็ว่าไม่รู้...บางทีอาจจะมาจากอารยธรรมก่อนหน้านี้กระมัง

      “แต่มาจากอารยธรรมไหนก็ไม่สำคัญหรอก นัคทา” ชาวชามูบอกเพื่อนตน “ความจริงจะเป็นความจริงตลอดไป”

ตอนนั้นนัคทาไม่เข้าใจ แม้เวลานี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าตนเข้าใจหรือไม่ บางทีอาจจะเข้าใจก็ได้กระมัง...ความเข้าใจที่ไม่อาจอธิบายด้วยปาก ไม่อาจทำให้ใครรู้นอกจากได้สัมผัสเอง ความเข้าใจที่ว่าความจริงเป็นสิ่งใหญ่โต ซับซ้อน และโหดร้าย มันไม่แยแสคนที่อาศัยอยู่ภายใน ความจริงก็เป็นความจริง เป็นอย่างนั้นตลอดไป

...

      การทดลองของนัคทาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

      แม้เมื่อแรกจะทำให้คนอื่น ๆ ตกใจหวาดกลัวมาก แต่หลังจากที่อาสาสมัครคนแรกสามารถกลายร่างได้สำเร็จตามประสงค์แล้ว ความเชื่อถือก็กลับมาแทบจะในทันที นับแต่นั้นคนใจกล้าเริ่มมาหานัคทา พวกเขาบอกว่าต้องการเปลี่ยนแปลงโลกและร่างกาย เรื่องเล่าของชายหนุ่มแพร่หลายออกไป ปากต่อปาก เผ่าสู่เผ่า คนมากมายก็มาหาเขา ยินดีสาบานเป็นเพื่อนตาย นัคทาจึงให้คำสัญญากับคนเหล่านั้น เขาว่าตนจะทำเท่าที่มีกำลัง ทำเท่าที่ทำได้ เขาจะเปลี่ยนโลกนี้ จะนำความยุติธรรมคืนมา แต่เขาไม่อาจทำได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

      “ข้าไม่ใช่คนวิเศษ” เขาบอกอย่างนี้ “เป็นเพียงคนแรกที่พบความจริง แต่ความจริงก็อยู่เช่นนั้นมาตลอดอยู่แล้ว แม้ข้าตายหรือเป็นอะไร ความจริงก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ดังนั้นให้เรามาต่อสู้ด้วยกัน เพื่อไม่ว่าข้าจะอยู่หรือเป็นอะไร พวกเจ้าก็จะยังสามารถสู้ต่อไป”

      ในระยะแรกย่อมต้องลำบากเชื่องช้า ต้องต่อสู้กับความคิดภายในเผ่าที่แตกแยก ต้องวางแผนการตั้งรับความเปลี่ยนแปลง ต้องทดลองว่าร่างใหม่มีขอบเขตพลังอะไรบ้าง และทำอย่างไรจึงจะสามารถต่อสู้ได้ ตลอดเวลานั้นนัคทาทำการทดลองมากมาย เขาพบด้วยความแปลกใจว่าตนมีพลังมากกว่าคนอื่น ทั้งยังใช้เวลาเปลี่ยนผ่านสั้นกว่า คนอิยาทั่วไปจะต้องตกอยู่ในช่วงเปลี่ยนร่างกายประมาณสามถึงห้าวัน ผิดจากเขาที่ใช้เวลาเพียงประมาณสิบสองชั่วโมง นอกจากนี้ ในบรรดาอิยาที่เปลี่ยนแปลงร่างกาย แม้ส่วนใหญ่จะมีจะมีสัญชาตญาณ รับรู้สภาพอากาศและสิ่งรอบตัวได้ดีจนถึงขั้นทำนายได้อย่างสัตว์ป่า บางคนเรียกสัตว์หรือพืชให้เป็นกำลังได้ บางคนก็สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ทว่ากลับมีนัคทาคนเดียวที่สามารถดูดกลืนพลังจากสิ่งรอบตัวและดึงเอามาใช้ แต่เขายังกักพลังไม่เป็น ทั้งไม่แน่ใจว่าจะทำได้ จึงเพียงกลืนพลังแล้วปล่อยออกไป ยามทำก็มีอานุภาพรุนแรงกว่าปืนที่แรงที่สุดของชามู

      เมื่อแรกนัคทาคิดว่าเกิดจากการกินเลือด เพราะในระยะนั้น เขาเป็นคนเดียวที่ให้ชามูดื่มเลือดจนเต็มที่ ทว่าครั้นทดลองเช่นเดียวกันกับคนต้องการเปลี่ยนร่าง ชายหนุ่มกลับพบว่าไม่ใช่ แน่นอน ปัจจัยยังอยู่ที่การถูกดูดเลือดเป็นปริมาณพอสมควร เพราะหากน้อยไป ย่อมไม่สามารถรับสารที่จะเปลี่ยนแปลงร่างกายเข้ามาได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ปริมาณเลือดที่ถูกกินไม่เกี่ยวข้องกับพลัง ทั้งช่วงเวลาที่ถูกกินก็ไม่เกี่ยวข้องด้วย แม้ว่าหากถูกกินเลือดในช่วงพระจันทร์เต็มดวง ช่วงเปลี่ยนผ่านจะสั้นลงกว่าเดิมประมาณหนึ่งถึงสองวันก็ตาม

      นัคทาพยายามจะค้นหาความลับของการมีพลังมากหรือน้อยอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายเมื่อยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ ทั้งมีเรื่องอื่นที่สำคัญมากกว่า ชายหนุ่มจึงเลิกสนใจมันเสียชั่วคราว เขาหันมาวางแผนเพียงจากสิ่งที่ตนมีอยู่ในมือ พยายามเปลี่ยนร่างคนให้มากที่สุดเท่าที่จะพอควบคุมดูแลไหว ครั้นแล้วจึงถ่ายทอดความรู้เท่าที่คนอิยาจะรับได้ เมื่อมีปริมาณคนพอสมควรและเริ่มเข้าใจตัวหมากในมือแล้ว นัคทาก็ดำเนินแผนการระยะแรกด้วยการจัดตั้งกองโจร เขาวางกำลังลาดตระเวนบริเวณเผ่าต่าง ๆ ของอิยา ให้พวกนั้นคอยส่งสัญญาณเวลาชามูบุกโจมตี เร่งอพยพคนหนีออกจากหมู่บ้าน และหาทางตลบหลังป้องกัน

      “เมื่อแรกขอเพียงมันล่าเราไม่ได้ก็พอแล้ว หรืออย่างเลวที่สุดให้ล่าได้น้อยลง...ปกป้องคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ชายหนุ่มอธิบาย “พวกมันต้องกินเรา หากขาดอาหารจะต้องตาย เมื่อไรที่เรามีกำลังมากกว่านี้ จะบุกเข้าเมือง ช่วยคนอิยาที่ถูกจับไว้ออกมา”

      นัคทาเคยได้รับบทเรียนมาก่อนว่าถ้าทำให้ชามูตายอย่างมีพิรุธจะเป็นอันตราย ดังนั้นเขาจึงสะกดความใจร้อนไว้ บอกคนอื่น ๆ ว่าแม้สามารถฆ่าและต่อสู้กับชามูได้ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ทุกอย่างจะต้องดูเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุสุดวิสัย หากชามูตายจะต้องตบแต่งซากไม่ให้เหลือร่องรอย และหากอิยาตายทั้งร่างสุนัขป่าก็จะต้องถูกเผาทำลาย นอกจากนั้นนัคทายังตัดสินใจไม่จับนักโทษ เพราะคิดว่าไม่ปลอดภัย

      "ถ้าหากเราแกร่งกว่านี้จะจับชามูมาอีก จะได้ทำให้พวกเราเติบโตได้มากขึ้น" เขาบอกคนอื่น ๆ "แต่ตอนนี้ต้องอย่าเพิ่งให้พวกมันระแคะระคาย ชามูที่เราใช้หายตัวไปนานจนคนในเมืองมันเลิกสนใจแล้ว ใช้แต่มันไปก่อนก็จะไม่เป็นไร"

      ดังนี้เวลาก็ผ่านไป ผ่านไป

...

นัคทาสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก

เขางงกับสภาพแวดล้อมวูบหนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าตนอยู่ในบ้าน บ้านของเขาเอง ที่เผ่าของตัวเอง เขากลับเผ่ามา...ครั้งแรกในรอบหกเดือนกระมัง

เมื่อคิดการใหญ่ย่อมไม่อาจอยู่ติดที่ได้ นัคทาก็เดินทางตลอดเวลาปีเศษที่ผ่านมา เขาเดินทางจากเผ่าหนึ่งไปยังอีกเผ่าหนึ่ง อธิบายว่ามีอะไรเกิดขึ้น เจรจาจนกว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ บางที่เขาก็ได้รับการตอบรับทันที บางที่ก็อาจยากลำบาก แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อไรที่เขาแสดงร่างสุนัขป่าให้ดู คนอิยาจะรู้สึกได้ว่านี่คือร่างจริงแท้ จากนั้นก็เหลือเพียงว่าจะยอมรับกัน หรือจะอยากปิดหูปิดตาตัวเองต่อไป

มันก็ลำบาก นัคทาไม่ได้กลับบ้าน เมียคลอดลูกเขาก็ไม่ได้มาดู เขาทราบเพียงว่าตนได้ลูกสาว เพิ่งเมื่อวานนี้เองที่ชายหนุ่มได้เห็นว่าลูกเป็นอย่างไร เขามองลูก รู้สึกงุนงง แปลกใจ และดีใจ ยามที่ภรรยาส่งลูกให้ นัคทาก็ได้แต่อุ้มกอดไว้ด้วยความรู้สึกเหล่านั้นเอง

“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าลำบากอย่างนี้” เขาบอกเธอ

“ไม่เป็นไร เจ้าเองก็อยากให้มีลูกคนนี้ไม่ใช่หรือ...ดีแล้วที่มี ข้าดีใจ เจ้าไม่อยู่ ข้าก็ไม่เหงาเกินไป”

นัคทาได้แต่รับคำในคอ เขาตั้งใจมีลูกเพื่อทำตามธรรมเนียมอิยา ปรกติคนอิยาต้องมีลูกไว้แทนตัวหนึ่งคน หากมีลูกไม่ได้ก็ต้องรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม ที่จริงนัคทาก็อยากมีลูกมาก ๆ ตามค่านิยมอิยาทั่วไป แต่ในเวลาแบบนี้ เขาคิดว่ามีคนเดียวจะดีกว่ากระมัง ภรรยาและญาติพี่น้องจะช่วยดูแลปกป้องได้ง่ายกว่า เขายังบอกภรรยาว่าหากต้องการมีสามีคนที่สองก็จัดการตามสมควรได้เลยโดยไม่ต้องถาม แต่เธอว่ายังไม่ต้องการ

“มีใครเทียบเจ้าได้หรือไง” เธอบอก ท่าทางภูมิใจ

นัคทาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม เวลานี้ในความมืดของบ้านตนเอง เขาก็ยิ้มเงียบขรึมอีกครั้ง ดีที่กลับบ้าน ดีที่ได้พบครอบครัว ดีที่ได้รู้สึกอบอุ่นใจ นอกจากพบลูกเมีย เขายังได้พบพ่อ พบพวกพี่น้อง เมื่อเย็นเขายังได้นั่งพูดคุยกับพ่อยาว ๆ อย่างสบายใจ ก่อนนี้พ่อโกรธเขาว่าฝ่าฝืนกฎธรรมชาติ แต่เมื่อได้เห็นร่างสุนัขป่าก็ไม่โกรธแล้ว ก็เข้าใจ พ่อว่านัคทาทำถูก เพราะพวกชามูขวางกระแสของโลก อิยาจึงต้องเปลี่ยนแปลง กระนั้นท่านกลับไม่ได้กลายร่าง บอกว่าเกินกำลังสุขภาพของตน

      พ่อหัวเราะว่านัคทาโตเร็วยิ่งนัก...แข็งแรงตัวใหญ่กว่าพ่อสองเท่าแล้ว นอกจากนั้น พ่อยังพอใจว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ไม่ใคร่ใจร้อนวู่วามดังแต่ก่อน นัคทาก็หัวเราะว่าตนไปเผ่าต่าง ๆ เจออะไรมากมาย จะให้เป็นเด็กต่อไปได้อย่างไร

      “เจ้ากลับเผ่ามาอย่างนี้ ได้ไปดูนักโทษหรือยัง” พ่อถามขึ้นในที่สุด “เมื่อวันก่อนได้ยินว่ามันอาละวาดมากทีเดียว”

      “มันประสาทหลอนเพราะถึงช่วงต้องถอนยา” นัคทาตอบ “แต่มีคนดูแลแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปตรวจร่างกายมันอีกที”

      นัคทาไม่มีเวลาอยู่ที่เผ่า ดังนั้นเรื่องการดูแลนักโทษและเรื่องควบคุมให้คนกลายร่างจึงตกเป็นงานของคนอื่น ที่จริงก็ไม่มีอะไรยุ่งยากนัก เพราะชายหนุ่มติดเครื่องมือที่จะฉีดยากดประสาทเข้าเส้นมันอย่างสม่ำเสมอไว้ ยาดังกล่าวจะทำให้นักโทษมึนซึม รวบรวมสมาธิไม่ได้ สติไม่มีวันแจ่มใส และต่อให้เกิดผิดพลาดจนมีสติเลือนรางขึ้นมาได้ ก็จะไม่สามารถใช้พลังจิตของชามู

นอกจากนั้น นัคทายังวางกฎเข้มงวดเป็นวินัย เขาว่าชาวชามูเป็นเครื่องมือสำคัญ จะให้เจ็บหรือตายไปไม่ได้เด็ดขาด ผู้ใดละเมิดทำร้ายหรือละเลยมันต้องถูกลงโทษรุนแรง ดังนั้นตลอดมาแม้คนอิยาจะรู้สึกเคียดแค้น นักโทษก็ยังได้รับการดูแลดีพอสมควร นอกจากใช้มีดเงินแทงเพื่อแยกตัวออกยามมันดูดเลือดอิยาแล้ว ก็ไม่มีใครทำร้าย ที่ขังได้รับการปัดกวาด นานครั้งนักโทษก็ได้ชำระร่างกาย เพราะนัคทาบอกว่าถ้าปล่อยให้สกปรกมันอาจจะป่วยถึงตาย เขาระวังถึงขั้นที่ว่าทุกหกเดือนจะต้องถอนพิษ งดให้ยาชั่วคราวเพื่อให้ร่างกายมันได้ฟื้นฟูบ้าง แต่ช่วงแบบนี้มักเป็นช่วงอันตรายเพราะนักโทษจะเจ็บปวดและมีอาการประสาทหลอน นัคทาจึงต้องหาเวลามาดู เขากลับเผ่ามาก็เพราะสาเหตุนี้เอง

      “เหตุใดไม่ทำลายสติปัญญามันไปเลย” พ่อถามต่อไป

      “ข้าไม่แน่ใจว่าจะไม่มีผลข้างเคียง”

      ในเวลาปัจจุบัน นัคทาก็ทบทวนคำเหล่านั้น และคิดอะไรในใจ เขานั่งอยู่ท่ามกลางความมืดอีกชั่วขณะ จนกระทั่งต้องสะดุ้งเพราะลูกร้องจ้า ภรรยาของเขาก็งัวเงียตื่นขึ้นมาเช่นกัน

      แม้นัคทาจะเพิ่งมีลูกคนแรก แต่เพราะอาศัยอยู่ในครอบครัวขยาย ชายหนุ่มจึงเคยดูแลญาติพี่น้องเล็ก ๆ มาหลายคนแล้ว เขาหัวเราะบอกภรรยาว่าไม่เป็นไร ก่อนจะก้าวจากเสื่อที่นอนไปดูอู่เด็ก ชายหนุ่มอุ้มลูกขึ้นมา ทำหน้าทำเสียงล่อหลอกเธออยู่ชั่วขณะ ก่อนจะนำกลับมาส่งให้ภรรยา

      "ไม่เปียก หิวละมัง"

      “กินเก่ง น่ากลัวจะโตขึ้นตัวใหญ่เหมือนเจ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้” อีกฝ่ายแกล้งว่า ก่อนจะเปิดหน้าอกตนขึ้นมาให้ลูกดื่มนม

      นัคทานิ่งเงียบไป

      มันเตือนเขา...ความทรงจำเก่าแก่ราวกับไม่ใช่ชาตินี้ ที่ไหนสักแห่งลึกลงไป ช่วงใดช่วงหนึ่งในกาลเวลา...ผู้หญิงยิ่งให้นมลูกมากเท่าไรก็จะยิ่งมีน้ำนมไหลมาก เด็กที่ได้กินนมมารดาก็จะแข็งแรงกว่าเด็กที่ได้กินแต่น้ำข้าว จะมีชีวิตต่อไป

      ในเวลาปัจจุบัน ภรรยาของเขาก็เอ่ยอีกครั้ง

      “เมื่อกี้ตอนลูกร้องเจ้าไม่ได้นอนหรือ คิดอะไรอยู่หรือเปล่า นัคทา”

      “ไม่มีอะไร เพียงกังวลเรื่องงาน” ชายหนุ่มตอบหลังจากเงียบไปชั่วขณะ “พ่อว่าชามูมันอาละวาด แต่กลับเผ่ามาทีหนึ่งก็มีเรื่องต้องทำมาก ควรรีบไปดูมันแต่ยังไม่มีเวลา...จริงสิ ไหน ๆ ตื่นมาอย่างนี้แล้ว จะแวะไปดูสักหน่อยแล้วกัน”

      “ไปตอนดึกอย่างนี้น่ะหรือ” ภรรยาของเขาแปลกใจ ก่อนจะกลายเป็นกังวล “นัคทา...เจ้าหักโหมมากไปแล้ว เวลาไม่ได้อยู่กับข้า เจ้าได้กินได้นอนพอหรือเปล่า”

      ชายหนุ่มหัวเราะบอกว่าไม่เป็นไร เขาว่าหากจะหักโหม ก็เพื่อให้ลูกมีชีวิตสบาย ให้เธอ ให้พ่อ ให้ทุกคนปลอดภัย ถ้าหากเป็นอย่างนั้นต่อให้ต้องลำบากมากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร

      “ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูแลตัวเอง” อีกฝ่ายบอก “เจ้าเป็นหัวหน้า ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา คนอื่น ๆ จะเสียใจ”

      นัคทารับคำภรรยาแล้วจึงออกจากบ้าน เขาเดินเงียบ ๆ ในความมืดไปยังที่ขังนักโทษ มันเป็นโรงเรือนทำจากไม้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะตั้งแต่เกือบสองปีก่อน ไม้หนาแข็ง มีประตูบานเดียว มีหน้าต่างเล็กตีราวลูกกรงอยู่สูงเกือบถึงหลังคา ภายในกั้นเป็นสองส่วน มีลูกกรงหนาเกือบเท่าแขนกั้นกลาง ต่อให้นักโทษถูกพันธนาการ พวกคนอิยาก็ยังไม่แน่ใจ ดังนั้นยามให้นักโทษดูดเลือดจึงเพียงยื่นแขนผ่านลูกกรง ส่วนคนที่เข้าไปหาชาวชามูถึงข้างในจะมีเพียงนัคทากับคนของเขาอีกสามสี่คนที่ชายหนุ่มฝึกให้รู้จักฉีดยา นักโทษมึนซึมอยู่เสมอ ดังนั้นยามจะเปลี่ยนร่างคนจึงต้องฉีดยาบังคับให้มันรู้สึกหิวจนต้องกิน

      เมื่อนัคทาไปถึงหน้าที่ขัง ชายหนุ่มก็พบว่าเวรยามยังคงเข้มแข็งตามปรกติ เขาเอ่ยทักทายคนยามพลางบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไม่มีเวลาจึงต้องมาดูในยามวิกาล เขาขอน้ำถังหนึ่ง และตระเตรียมเครื่องมือของตนในขณะที่อีกฝ่ายไปตักน้ำมา ยามได้น้ำแล้ว นัคทากับยามก็เข้าไป

ข้างในมืดอย่างยิ่ง มีแต่แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างบานแคบเล็กเข้ามา นักโทษถูกพันธนาการแน่นหนา ซุกอยู่ตรงมุมหนึ่ง ไม่มีสติรับรู้อะไร ยามว่าวันก่อนมันอาละวาดจริง แต่ทุกคนทำตามที่นัคทาบอก คือไม่ต้องสนใจ ปล่อยไว้จนกว่าจะหมดฤทธิ์เอง นอกจากนั้นเขายังรายงานอีกว่าระยะหลังนี้นักโทษเริ่มไม่ได้อาละวาดอย่างดุร้าย แต่เหมือนเสียสติ กลัว และร้องไห้ มันร้องเหมือนคนจะมาฆ่าตน แต่ครั้นผ่านไปประมาณสองสามวันก็จะค่อย ๆ สงบลง

“เราทำตามที่ท่านบอก มัดมันให้แน่นหนาก่อนจะหยุดยา มันจะได้ไม่ทำร้ายตัวเอง”

นัคทาผงกศีรษะรับ ก่อนจะบอกให้ยามออกไปได้ ครั้นยามไปแล้ว ชายหนุ่มจึงไขประตูลูกกรง เขาวางถังน้ำและเครื่องมือ คุกเข่าลงตรวจร่างกายนักโทษ ดูให้แน่ใจว่ายังแข็งแรงพอสมควรไม่ได้เจ็บป่วย เขาตรวจปริมาณยาในเครื่อง ก่อนจะค่อย ๆ แก้เชือก ให้เหลือเพียงพันธนาการที่ข้อมือข้อเท้าและรอบคอตามเดิม ครั้นแก้ส่วนที่ไม่จำเป็นออกหมดแล้ว ชายหนุ่มก็นิ่งไป

เมื่อครู่ที่สะดุ้งตื่นขึ้นก็เพราะเขาฝันร้าย...ความฝันตามหลอกหลอนตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา

      เขาฝันว่าตนกินโคเวน

      ความฝันมักแปลกเปลี่ยนไปในรูปแบบต่าง ๆ นัคทาจำไม่ใคร่ได้ บางครั้งเขาก็ฝันว่าตนกำลังฉลองวันเกิด และพ่อยกเอาถาดที่มีเลือดเนื้อของโคเวนเข้ามา บางครั้งเขาก็ฝันว่าเทพเจ้าแบ่งโลก และเขาทรยศพี่น้อง กัดกินพี่ชายตัวเอง มีความฝันเรียบง่ายที่เพียงระลึกได้ว่ากินไปเท่านั้น และมีความฝันซับซ้อนที่เขาต้องกินไม่มีที่สิ้นสุด ซากศพเลือดเนื้อกองเป็นภูเขาเลากา ในฝันเหล่านั้น บางทีโคเวนก็ตายแล้ว บางทีก็ยังมีชีวิตและถูกเขากินทั้งเป็น ...เขาจำไม่ใคร่ได้ ทว่าทุกครั้งไม่ทราบทำไม ประสบการณ์การกินกลับแจ่มชัดอย่างยิ่ง รสเลือดและเนื้อชัดเจนจนชวนผะอืดผะอม ทั้งยังค้างอยู่ในปากแม้กระทั่งหลังจากตื่นขึ้นมา

      ยามตื่น นัคทาจะควบคุมตัวเองได้ เขาจะไม่รู้สึกอะไรมากนัก ราวกับเป็นเรื่องห่างไกล ทว่าในความฝัน บางสิ่งก็จะหวนกลับมา บางสิ่งซึ่งเขาทิ้งไปแล้ว และทำให้เขาขุ่นใจ ทว่าบางทีอาจเพราะเขารู้ดีว่าทำไมตนจึงฝันเช่นนั้นกระมัง จึงยิ่งรู้สึกโกรธ รู้สึกไม่พอใจ

      เมื่อแรกที่ฝันติดต่อกัน นัคทาบอกตัวเองว่าเป็นเพราะตนยังใจอ่อนเกินไป ต้องเข้มแข็งกว่านี้ เขาไม่ผิด...คนเราย่อมต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่อาจได้ทุกสิ่งพร้อมกันไม่ใช่หรือ โคเวนป่วยในใจจนอ่อนแอ ไม่อาจทรยศ ไม่อาจเลือกข้าง ทั้งยังคิดตาย สิ่งที่นัคทาทำยังเรียกว่าความเมตตาได้ด้วยซ้ำไป เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องรบกับชามู ถึงอย่างไรถ้าไม่ทำอย่างนี้ โคเวนก็ต้องเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น ก็ต้องตัดสินใจเลือกข้างใดข้างหนึ่งอยู่ดี

      และเขาก็ไม่ได้ผิดในเชิงศีลธรรม ก็ในเมื่อมันไม่มีศีลธรรมอยู่ ก็ในเมื่อยามสงครามพระราชาต้องทำเพื่อคนของตน พระราชาไม่อาจเป็นคนดีได้ เพราะความดีเป็นเพียงสิ่งฟุ่มเฟือยในยามมีสันติเท่านั้น หากว่าเขาไม่กินโคเวน เขาก็ต้องถูกกิน ลูกเมียเขา พ่อเขา คนอื่น ๆ ที่เขารักก็จะต้องถูกกิน หากอิยาไม่ต่อสู้ อิยาก็จะต้องถูกกินตลอดไป อีกอย่างหนึ่งตอนนี้โคเวนก็ตายแล้ว สิ่งไม่มีสติสัมปชัญญะนั้นเป็นเพียงสัตว์อย่างหนึ่งเหมือนเสือหรือกวาง นัคทาไม่ใช่โคเวน เขาควรเข้มแข็ง ควรกล้าหาญ ยามตัดสินใจแล้วก็รับผลของการตัดสินใจ ไม่ควรฝันร้ายเมื่อต้องฆ่าหรือกินตัวอะไร

      ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความโกรธและความรู้สึกต่อต้านของนัคทาก็สร่างซาลง เขาเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดตนจึงเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่อิยาหรือชามูหรอก ไม่มีศีลธรรมอะไร ไม่มีความถูกต้อง กินหรือไม่กิน ไม่มีความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ มีเพียงความจริงว่าต่อให้เป็นสุนัข หากเลี้ยงมันนานยังต้องรักไม่ใช่หรือ และโคเวนก็ไม่ใช่สุนัข แต่เป็นเพื่อนเขา เคยพูดคุยเจรจา เคยมอบและเคยรับน้ำใจ นอกจากนั้นโคเวนก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเลือดของนัคทาถึงเกือบสองปี แม้ว่าจะด้วยความประสงค์อะไร นัคทาก็เต็มใจให้...เขาเต็มใจจริง ๆ ความรู้สึกนั้นย่อมสร้างสายสัมพันธ์บางอย่างขึ้นมา บางสิ่งที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งกับการเป็นพี่น้องกัน เลือดของเขาก็ไหลอยู่ในร่างกายของโคเวน

ความทรงจำของคนเราเป็นสิ่งแปลก ยิ่งผ่านไปนานความรู้สึกจะจางหาย และจะจดจำได้เพียงสิ่งที่ฝังใจ นัคทาก็เช่นกัน ความโกรธความขัดแย้งของเขาหายไปแล้ว เหลือเพียงความทรงจำถึงความสนุกไร้เดียงสาที่ได้พูดคุยเรื่องชามูและอิยา เหลือเพียงความจริงที่ว่าโคเวนลากเขาไปในพายุหิมะ ต่อให้ชาวชามูมีนิสัยอย่างไร มีความอ่อนแอบกพร่องที่ใดบ้าง เขาก็เป็นคนดี...เป็นคนดีอย่างยิ่ง เป็นห่วงนัคทายิ่งกว่าห่วงตัวเอง บางที...โคเวนที่ไม่มีใครก็คงเห็นเขาเป็นน้องชายเช่นเดียวกัน

      พอถึงตอนนี้ ชาวอิยาก็ไม่รู้ว่าตนเสียใจหรือไม่เสียใจ เขาไม่ใช่นัคทาคนเดิมแล้ว มีสิ่งต้องรับผิดชอบ มีหน้าที่ต้องทำ นัคทาคนนั้นไม่เสียใจ แต่ในที่สุดภายในนัคทาคนใหม่ก็ยังมีนัคทาคนเก่า ต่อหน้าคนอิยาทั้งปวง เขาไม่เรียกชื่อชาวชามู ทว่าถึงเวลานี้ก็เรียกเบา ๆ

      "โคเวน"

เขาจับร่างเพื่อนพิงฝา เช็ดหน้าเช็ดตัวให้เหมือนยามดูแลคนป่วย ครั้นจัดการดีแล้วจึงได้นั่งลงข้าง ๆ มีเรื่องมากมายอยากเล่าให้ฟัง เรื่องที่คนรัก พ่อ หรือญาติพี่น้องเขาไม่สามารถเข้าใจ นัคทาอยากบอกว่าโคเวน ข้ากลับไปต่อเครื่องยนต์กลไกอีกแล้ว และได้ค้นพบสิ่งนั้นสิ่งนี้ เขาอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับอิยาที่ตนค่อย ๆ เข้าใจเพิ่มขึ้นช้า ๆ ทั้งอยากฟังความเห็นจากอีกฝ่าย นอกจากนั้น เขาก็อยากถามว่าโคเวน เหตุใดจึงมีความจริงมากมายเกินไป เหตุใดข้าก็กินก่อนถูกกิน ถูกต้องตามกระแสโลกแล้ว แต่ข้ากลับยังต้องเสียใจ ความเสียใจของข้าก็เป็นความจริงไม่ใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นความจริงคืออะไร

แต่เขารู้ดีว่าจะไม่มีวันถามได้ ไม่ว่าตอนนี้หรือตลอดไป ไม่ทราบทำไม ชายหนุ่มรู้สึกอยากร้องไห้ อิยาเองก็ร้องไห้ทั้งยามเสียใจและดีใจ ตลอดจนยามที่ดวงตาระคายเคือง



Edit by Sethlans - 03 มิ.ย.53 เวลา 10:40:22 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 21 มี.ค.53 เวลา 00:20:33 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

ความจริงจะเป็นความจริงตลอดไป เพราะความจริงซับซ้อนยิ่ง___ที่เห็นด้วยตา

T_T

รู้สึกดีที่นัคทามีความสำนึกผิดขึ้นมาบ้างแฮะ รู้สึกเหมือนไม่สิ้นหวังไปเสียหมด หวังว่าถ้าถอนยาแบบถาวร โคเวนก็คงจะกลับได้สติขึ้นมา ใช่มั้ยนะ

แต่ท่าทาง อิยาจะไม่เปิดศึกกับชามูก็เหมือนจะไม่ได้จริงๆ แฮะ มากันถึงขั้นนี้แล้ว คงได้แต่ดู ว่าเส้นทางต่อไปจะเป็นยังไง

อยากเชื่อว่าความจริงย่อมเป็นความจริงอยู่เสมอเหมือนกันนะ แต่บางที ก็รู้สึกว่าคงมีหลายอย่างที่เราไม่อาจเข้าถึงความจริงได้อีกแล้ว ในเมื่อไม่ได้เห็นกับตา (หรือต่อให้เห็นกับตาก็ยังมีอะไรมากกว่านั้นเลย) อย่างเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ใครดี ใครไม่ดี ใครพูดความจริง ใครบิดเบือน

แต่บางที ถึงไม่รู้ ก็คิดว่าคงมีอะไรที่สำคัญกว่าความจริง (หรือที่จริง อะไรที่เราว่าสำคัญกว่านั่นก็คือความจริงที่สัมผัสได้ด้วยตัวเอง อย่างนั้นละมั้ง)

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 21 มี.ค.53 เวลา 01:24:42 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ช่วงสุดท้ายสะเทือนอารมณ์ดีจังครับ ชอบๆ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 21 มี.ค.53 เวลา 11:04:47 น.

ฉลุหมื่นปทุม
นักเขียน

สะท้อนความเป็นมนุษย์น่าดูเลยครับ อย่าเห็นจุดจบที่สวยงามในสถานการณ์แบบนี้จริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 21 มี.ค.53 เวลา 22:55:28 น.

runaway guy
คนเดินทาง

เคยคิดว่าช่วงเวลาที่นัคทาใช้อยู่กับโคเวนน่าจะมีความหมายอะไรอยู่บ้าง ก็คงมีความหมายจริงๆ นัคทาถึงไม่ได้ฆ่าโคเวน (แต่ทำให้กลายเป็นคล้ายๆ ผักนี่ก็โหดไม่ใช่ย่อยนะนี่ กลายเป็นเครื่องมือแปลงร่างชั้นดีเลย...) แค่ความเห็นแก่ตัวชั่ววูบเท่านั้นเลย แอบรู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว นัคทาก็คงเสียใจเหมือนกันที่ทำให้เพื่อนต้องเป็นแบบนี้ (ข้ออ้างที่เคย justify ตัวเองได้คงไม่ช่วยใจอะไรตัวเองแล้วมั้งครับตอนนี้)

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าถ้ากลับไปเลือกได้ใหม่ นัคทายังจะเลือกทำให้เพื่อนเอ๋อแบบนี้อีกหรือเปล่านะ แต่ก็คงกลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้วนี่นา

ดูๆ ไปแล้ว นัคทาทำตัวเหมือนพระราชาที่โคเวนเล่าให้ฟังอย่างน่าประหลาด ^^;;; (เกียรติหายไปไหนละเพื่อนฝูง ^^;;; )

อ่านถึงตรงที่นัคทาอยากร้องไห้แล้วรู้สึกผสมๆ กันแฮะ เหมือนว่า ก็ทำเองไม่ใช่เหรอหนึ่ง กับนัวร์ๆ แบบสงสารด้วยหนึ่งครับ คิดว่ามีหลายช่วงเหมือนกันที่คนเราทำอะไรลงไปด้วยความรู้สึกในด้านลบชั่ววูบ แล้วสุดท้ายจริงๆ เสียใจที่ทำแบบนั้นลงไป แต่ก็แก้อะไรไม่ได้แล้ว คิดว่านัคทาก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกันมั้งครับ (แต่ถ้ามีทางแก้ก็ดีอยู่ แต่ลางสังหรณ์ของคนไม่ค่อยมองแง่ดีบอกว่าสงสัยจะไม่มี ^^;;; )

แต่สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนที่กลายร่างที่หลังนัคทาถึงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ (เรียกไงดีละครับ อิทธิฤทธิ์? effective??) เท่านัคทา แอบจิ้นว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะโคเวนมีสติกับไม่มีสติเต็มร้อยด้วยมั้ง เหมือนว่ายังไม่เป็นผักกับโดนทำให้ไม่มีความคิดแล้ว อะไรทำนองนั้นครับ (แอบนึกไปถึงนิทานที่นัคทาสุ่มขึ้นมากล่อมจิตมวลชนเลย เรื่องเต็มใจให้พลังอะไรเทือกๆ นั้น ^^;;; )

ลางสังหรณ์น่าเกลียดสุดท้าย ไม่มีเหตุผลรองรับ แล้วก็ไม่รู้ด้วยครับว่ากองโจรของนัคทาจะบุกเมืองของชามูได้หรือไม่ แต่รู้สึกเหมือนว่าถ้าบุกได้เลย คงมีการเสียบข้างหลัง แล้วคำปฏิญาณสวยหรูเรื่องความยุติธรรมจะโดนโยนออกนอกหน้าต่าง คนเคยโดนล่าจะทำตัวเป็นคนกดขี่เอง แบบ animal farm ^^;;; (คงไม่ใช่ฝีมือนัคทา แต่แอบคิดว่าเป็นคนอื่นที่ร่วมอุดมการณ์ ไม่ก็คนรุ่นหลังๆ ความเป็นจริงน่าเศร้าของการปฏิวัติทุกยุคทุกสมัย... ^^;;; )

ส่วนหนึ่งของความคิดฟุ้งซ่านเมื่ออ่านจบครับ ^^;;;

รอตอนต่อไปครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 22 มี.ค.53 เวลา 03:15:00 น.

Horus
อาจารย์ฝึกหัดวิชาสุขศึกษา

อ่านจบแล้วมันจุกในคอ - พูดอะไรไม่ออก
รออ่านต่อนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 22 มี.ค.53 เวลา 17:00:35 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ