K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Ragnarok Fiction - Special Story - ตอน 51 ภาพความหลัง 26

Ragnarok Fiction - Special Story - (ภาคการลงทัณฑ์กลาสต์เฮลม์)

ตอน 51 ภาพความหลัง 26
------------------------------

            หลังจากที่ผ่านพ้นงานประลองประจำปีไปแล้ว
            อิมิคก็ยังคงอยู่ร่วมกับกองพันที่ 28 ต่อไป ผลการเลื่อนขั้นเพื่อยกระดับเป็นอัศวินพร้อมประดับยศจะได้มาช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเข้าประชุมเท่านั้น

            ช่วงนี้จึงเป็นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ในเรื่องของตำแหน่งใหม่นั้น ที่อิมิคจะทำได้ก็เพียงแค่รอเวลาย้ายอย่างเดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสร้างผลงานอะไรอีก
            แต่อย่างไรก็ตามกิจวัตรของอิมิคก็ยังเช่นเดิมคือทั้งเป็นผู้ช่วยพี่เลี้ยงและเป็นคนนำทัพกองร้อยพิเศษออกรบ งานใหม่อาจจะรออยู่ในช่วงเวลาใกล้ๆแต่อิมิคก็ไม่ละทิ้งงานเดิมแต่อย่างใด

            ซึ่งผลงานชนะเลิศการประลองครั้งล่าสุดก็ทำให้งานของอิมิคง่ายขึ้นเมื่อหลายภาคส่วนในกองพันหลักเปิดโอกาสและให้การสนับสนุน แม้แต่ชาวบ้านเองก็รู้จักและให้กำลังใจและต้อนรับทั้งอิมิคและกองร้อยเยาวชนเป็นอย่างดี
            นอกจากนี้อิมิคก็ยังเป็นตัวอย่างให้แก่กองพันเยาวชนเป็นอย่างดี การนำรางวัลชนะเลิศกลับมาสู่สังกัดได้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจและกระตุ้นให้เยาวชนทหารหลายคนสนใจอยากร่วมบ้าง จนเลนิกซ์ต้องเสนอให้มีวาระแข่งขันเฉพาะในกองพันเยาวชนขึ้นมา แนวคิดนี้ก็ได้รับการสนับสนุนขึ้นมาและก็ได้ต่อยอดจนนอกจากจะมีรุ่นเยาวชนแล้ว ก็ยังเกิดเป็นประเภทของหญิงล้วนขึ้นมาในภายหลังอีกด้วย

            การที่ได้ออกรบร่วมกับกองพันหลักก็ทำให้อิมิคยิ่งสนิทกับฮารี่เป็นการส่วนตัวมากขึ้น หลายต่อหลายครั้งในช่วงเวลานี้กองพันที่ 1 มักจะเรียกกองร้อยเยาวชนไปร่วมทีมด้วยบ่อยๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการซ้อมมือประกบคู่เฉพาะกิจระหว่างอิมิคกับฮารี่ได้ดี
            กองพันที่ 1 กองร้อยที่ 1 นั้นจะถือเป็นหน่วยแรกสุดที่จะต้องไปเปิดพื้นที่ยากเสมอในภารกิจหนึ่งใดที่เข้าร่วม แม้กองพันเยาวชนจะไปในฐานะผู้สนับสนุนในแนวหลัง แต่ฮารี่ในฐานะผู้คุมกองร้อยมักจะตามตัวอิมิคมาร่วมทีมด้วยเป็นการส่วนตัวเสมอๆ

            ช่วงแรกๆก็มีเสียงคัดค้านว่าเหตุใดจึงต้องนำเด็กหนุ่มที่เป็นเพียงนักดาบมาเป็นคู่หูในการเข้าบุกเบิกพื้นที่อันตราย ฮารี่ก็ตอบแบบไม่คิดมากอะไรว่า 'จับคู่อิมิคแล้วสบายใจกว่า' เพียงเท่านั้น
            อีกทั้งกองร้อยเยาวชนที่เหลือก็แทบจะไม่ได้เข้าพื้นที่อันตรายแต่อย่างใดซึ่งเปรียบเหมือนผู้สังเกตการณ์คอยสอดส่องและดูแบบอย่างกองพันที่ 1 เท่านั้น
            เช่นนั้นแล้วผู้ถามก็ไม่ใคร่ที่จะถามหาเหตุผลต่อแต่อย่างใด...

            อาจฟังดูพูดง่ายๆไม่มีเหตุผล แต่อย่างไรเสียสิ่งที่ฮารี่พูดนั้นก็เป็นจริงดังที่เจ้าตัวว่ามา เพราะพอฮารี่ได้สู้ร่วมกับอิมิคแล้ว กองร้อยของเขาก็บุกลุยทะลวงศัตรูได้แบบไม่มีอะไรจะมาหยุดได้
            อิมิคนอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้แล้วยังคอยระวังหลังและด้านข้างมุมอับให้ฮารี่ได้อย่างดี และการที่ฮารี่ซึ่งมีพลังมากกว่า การโหมบุกไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ก็ลดภาระการใช้แรงเกินจำเป็นของอิมิค ส่วนอิมิคก็จะช่วยสนับสนุนด้านอื่นๆและคอยระวังการโจมตีจากด้านข้างหรือตลบหลังให้กับฮารี่ ถือเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้พอเหมาะพอเจาะ... ก็เป็นการประสานร่วมคู่ศึกที่ลงตัวทำให้ทำงานได้ดีและสบายใจได้อย่างที่ฮารี่ว่ามาจริงๆ

            ในภารกิจที่ยากต่างๆที่กองพันที่ 1 ต้องเผชิญนั้น ไม่มีงานไหนที่ไม่เคยลุล่วงด้วยดี ขอเพียงแค่ในงานนั้นมีอิมิคและฮารี่ประกบคู่ร่วมมือกันอยู่
            และจากบันทึกที่ฝ่ายเสนาธิการประจำกองพันได้มา เมื่อเทียบสถิติแล้วการมีอิมิคเข้ามาร่วมก็ให้ผลลัพธ์เชิงบวกที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจริง ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการรุกคืบและจำนวนลดลงของการสูญเสียที่เกิดขึ้น เป็นการสนับสนุนแนวคิดของฮารี่อีกแรงหนึ่ง

            เพียงแค่ช่วงเวลาไม่กี่ศึกที่อิมิคเข้าร่วม ชื่อเสียงของทหารหนุ่มคนนี้ก็ดังกระฉ่อนและเป็นที่ยอมรับในวงการขึ้นมาทันที ข้อครหาเกือบทั้งหมดถูกลบล้างไปด้วยผลงานอย่างเกินพอ

            ที่เหลือก็เพียงแค่รอวันแต่งตั้งเลื่อนลำดับชั้นยศและยกระดับเป็นอัศวินอย่างสมเกียรติเพียงเท่านั้น


            ...............................................


            เวลาล่วงมาช่วงสั้นๆไม่กี่เดือน วันที่จะต้องรับตำแหน่งก็ได้มาถึง

            บรรดาอัศวินน้อยใหญ่กว่ายี่สิบนายที่พึ่งผ่านการยกระดับขึ้นได้ ทุกคนได้มาพร้อมหน้ากันในชุดอัศวินเต็มชั้นยศ โดยทั้งหมดได้ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบที่ห้องโถงประกอบพิธีกรรมในปราสาทหลวง
            ทหารทั้งยี่สิบคนที่ได้รับการแต่งตั้งจะได้รับคิวลำดับการยืนแถวที่แตกต่างกันไป เพื่อรอขั้นตอนต่อไปที่อัศวินระดับสูงอีกยี่สิบคนจะมาเป็นผู้รับหน้าที่แทนฮาโรเด็นมาช่วยแต่งตั้ง ซึ่งก็จะมีคนที่อิมิครู้จักมักคุ้นมาร่วมด้วยเช่นเลนิกซ์ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของกองพันเยาวชน รวมไปถึงฮารี่ผู้ได้รับเกียรติอัศวินในฐานะอัศวินอันดับหนึ่งควบตำแหน่งอัศวินดีเด่นประจำปีถึงสองปีติดกัน

            เดิมทีการแต่งตั้งอัศวินนั้นจะให้ราชาของประเทศเป็นผู้แต่งตั้งเท่านั้น เพื่อให้ผู้รับการแต่งตั้งเกิดความรู้ภาคภูมิใจ อีกทั้งมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฎิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อหน้ากษัตริย์ด้วย
            แต่ภายหลังมาการที่อัศวินมีจำนวนมากขึ้น ในบางช่วงหากมีอัศวินเสียชีวิตในหน้าที่มากก็อาจต้องมีการแต่งตั้งมากถึงร้อยๆคนในคราวเดียว ดังนั้นเพื่อลดความเยิ่นเย้อและตัดพิธีกรรมในบางส่วนออกไป ธรรมเนียมปฎิบัติจึงถูกแก้ไขใหม่ โดยจะให้นายทหารระดับสูงซึ่งจะอยู่ในชั้นยศนายพลหรือนายพลที่นอกราชการมาร่วมรับหน้าที่นี้ด้วย
            แต่อย่างไรก็ดีฮาโรเด็นในฐานะราชาเองก็จะเป็นบุคคลหลักในพิธีนี้อยู่ดี ส่วนใหญ่เขาจะนั่งบัลลังค์เป็นประธานในงานพิธี แต่ในบางครั้งที่เห็นสมควรก็จะมาเป็นผู้ร่วมแต่งตั้งด้วย โดยเขามักจะแต่งตั้งนายทหารที่ดูมีอนาคตมากที่สุด เช่นครั้งหนึ่งที่เคยเลือกแต่งตั้งฮารี่เมื่อหลายปีก่อน

            และในวันนี้ฮาโรเด็นเองก็เป็นหนึ่งในอัศวินผู้แต่งตั้งด้วย
            เพราะมีผู้ที่ตนประสงค์จะแต่งตั้งด้วยตัวเองให้ได้อยู่หนึ่งคน

            พลันที่แถวขบวนอัศวินระดับสูงเดินเข้ามาในห้องนั้น สายตาของทหารทุกคนก็จะชายตามองจับจ้องไปที่ชายผู้สวมเครื่องแบบประดับยศทหารสูงสุด ฮาโรเด็น...

            เมื่อขบวนแถวนายทหารระดับสูงทั้งหลายมายืนประกบกับอัศวินที่จะแต่งตั้งกันดีแล้ว ก็ปรากฎว่าจุดที่ฮาโรเด็นมายืนอยู่ซึ่งเป็นช่วงกลางแถว
            อันเป็นจุดที่อิมิคยืนอยู่

            เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและไม่น่าแปลกใจในเวลาเดียวกัน...

            สำหรับเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีซึ่งถือว่าอายุน้อยที่สุดในวงการอัศวิน ผลงานโดยรวมในกองทัพอาจไม่โดดเด่นนักเพราะโดยมากกองร้อยเยาวชนจะได้รับหน้าที่สนับสนุนมากกว่ารบจริง จนกระทั่งช่วงเดือนถึงสองเดือนให้หลังที่ฮารี่เรียกตัวไปร่วมงานนั่นเองที่จะสร้างชื่อให้อิมิคมาบ้าง
            แต่อย่างไรเสียสิ่งที่ทำให้หลายต่อหลายคนยอมรับก็คงไม่พ้นการที่อิมิคสามารถเอาชนะฮารี่ได้อย่างเด็ดขาดในการต่อสู้ประลองประจำปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นการแข่งที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นการต่อสู้ที่สนุกที่สุดและประทับใจที่สุดตั้งแต่เคยมีงานประลองมา

            สำหรับการที่ฮาโรเด็นเลือกแต่งตั้งอิมิคด้วยตัวเองนี้ คนที่จะแปลกใจและตื่นเต้นที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นอิมิคที่ถูกเลือกนี่เอง
            ทั้งนี้เพราะอิมิคเคยได้ยินข่าวลับจากเลนิกซ์ว่าตนเองเป็นที่ได้รับความสนใจและถูกจับตามองจากฮาโรเด็น แต่กระนั้นอิมิคก็ไม่คิดว่าองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศจะสนใจมากขนาดที่ให้เกียรติลงมาแต่งตั้งด้วยตนเอง ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจที่ห่างเกินมานานหลายปี

            อิมิคชายตามองไปที่เลนิกซ์ซึ่งยืนอยู่ข้างๆฮาโรเด็นทำหน้าที่ผู้แต่งตั้งคนหนึ่ง ซึ่งเลนิกซ์เองก็หันมองแล้วพยักหน้าเล็กๆรับให้อิมิคแสดงความยินดีและส่งนัยยะให้บอกมั่นใจในตัวเองเข้าไว้


            ...............................................


            เมื่อขั้นตอนทุกอย่างพร้อมดีแล้วฮาโรเด็นก็ได้ประกาศเริ่มพิธีการแต่งตั้งอัศวินประจำปี
            ภายในห้องโถงขนาดย่อมนั้น อัศวินทั้งยี่สิบคนได้ทำพิธีต่อหน้าพระพักตร์ด้วยความตั้งใจจริง

            จนถึงขั้นตอนสำคัญที่ผู้รับการแต่งตั้งต้องนั่งคุกเข่าลงและปฏิญาณตนเบื้องหน้าองค์ราชา
            นายทหารทั้งยี่สิบคนก็ได้สาบานตนเสียงประสานกันดังกึกก้องดูมีพลังสมกับเป็นพิธีสำคัญ

            สิ้นคำปฎิญาณแล้วฮาโรเด็นก็ดึงดาบเอ็กซ์คาริเบอร์ออกจากฝักแล้วชูมันขึ้นมา เช่นเดียวอัศวินกิตติมศักดิ์คนอื่นต่างชักดาบขึ้นมาชูขึ้นตามๆกัน พร้อมจะทำการแตะดาบลงที่บ่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งตั้ง

            แต่ก่อนที่จะได้ทำการแตะดาบเข้ากับบ่านั้น ฮาโรเด็นก็ได้ชะลอขั้นตอนและได้ถามคำถามสำคัญขึ้นมาเสียก่อน
            "ตอบข้ามา! อัศวินคืออะไร!?" องค์ราชาถามคำถามขึ้นเสียงดังกึกก้อง

            เสียงของฮาโรเด็นมีพลังดังก้องอยู่ในห้องโถงสะท้อนไปมาอยู่ช่วงหนึ่ง
            แต่ก็ยังไม่มีทหารคนไหนที่จะเป็นผู้นำตอบคำถามนี้ แม้แต่ตัวของอิมิคเองที่ก็เกรงใจทหารรุ่นพี่ไม่กล้าพูดนำ

            แต่เมื่ออิมิคได้เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าฮาโรเด็นกำลังจ้องมองลงมาที่ยังตนเองอยู่
            แม้จะไม่มีคำพูดอะไรและสีหน้าก็ไม่ได้แสดงอะไรนัก แต่อิมิคก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าฮาโรเด็นกำลังถามคำถามนั้นกับตัวเองมากกว่าที่จะเป็นถามโดยรวมทั้งห้อง

            เมื่อเชื่อเช่นนั้นแล้ว อิมิคก็ได้ตัดสินใจตอบสนองโดยการก้มหน้าแล้วเอ่ยปากให้คำตอบนั้นกลับไป
            "อัศวินคือผู้ปกป้องครับ!" ว่าที่อัศวินที่อายุน้อยที่สุดในห้องตอบกลับด้วยเสียงที่ดังลั่นมีพลังเช่นกัน

            เสียงของอิมิคดังลั่นและทรงพลังราวกับตอนที่ประกาศสั่งการออกรบ ซึ่งมันก็ทำให้ฮาโรเด็นพอใจไม่น้อยที่ได้รับการตอบสนองอย่างตั้งใจจริงเช่นนี้
            "ถูกต้อง! อัศวินคือผู้ปกป้อง จำไว้ให้ขึ้นใจล่ะ คำๆนี้ไม่ใช่เป็นเพียงนิยาม แต่มันคือภาระและหน้าที่!" ฮาโรเด็นพูดเจาะตรงกับอิมิคที่ตอบคำถาม "ไม่มีสิ่งใดที่จะมีค่ามากกว่าชีวิต! บ้านเมืองถูกทำลายสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ชีวิตที่เสียไปเท่านั้นที่ไม่อาจเรียกกลับมาได้! จงพิทักษ์รักษาประชาราษฎร์แห่งพรอนเทร่า จงปกปักษ์ป้องเมืองนี้ให้พ้นจากภยันตรายของผู้รุกราน แม้จะงานนั้นจะเสี่ยงและอาจต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม! จงทำหน้าที่ให้สมกับเกียรติ์และศักดิ์ศรีของอัศวิน!!"

            ทันทีที่พูดจบดาบเอ็กซ์คาริเบอร์ที่ฮาโรเด็นก็ได้ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะของอิมิค ก่อนที่จะถูกลดระดับลงมาแตะที่บ่าพร้อมๆกับประกาศิตแต่งตั้ง
            "ข้าขอแต่งตั้งและโยกย้ายนักดาบตำแหน่งของสิบเอก อิมิค แลนด์ฟอร์ด สังกัดกองพันที่ 28 ให้กลายเป็นอัศวินพร้อมทั้งเลื่อนยศเป็นร้อยตรี และย้ายเข้าสู่สังกัดกองพันที่ 1 นับแต่บัดนี้ไป" ฮาโรเด็นประกาศนำการแต่งตั้ง

            สิ้นคำกล่าวนำแล้ว อัศวินกิตติมศักดิ์ที่เหลือก็พร้อมใจกันลดระดับดาบแตะลงที่บ่าของว่าที่อัศวินหน้าใหม่เบื้องหน้า เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรมแต่งตั้ง

            ซึ่งบัดนี้อดีตทหารนักดาบทั้งยี่สิบคนก็ได้ถือเปลี่ยนเลื่อนขั้นมาเป็นอัศวินกันเต็มตัวทั้งในยศ ตำแหน่ง เครื่องแบบและจิตใจ อย่างเป็นทางการแล้ว


            ...............................................


            หลังจากเสร็จสิ้นพิธี อัศวินหน้าใหม่ทั้งหลายก็ยังคงอยู่ในห้องประชุม โดยช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาสร้างความคุ้นเคยกับอัศวินรุ่นพี่และอัศวินผู้เป็นเจ้านาย

            เช่นเดียวกันกับอิมิคที่ถึงตอนนี้ก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าที่เลนิกซ์ว่ามานั้นจริงเสียยิ่งกว่าจริงทุกประการ เมื่อฮาโรเด็นได้เรียกอิมิคไปคุยกันตามลำพัง
            "ยินดีด้วยนะอิมิค เจ้าอาจจะเป็นอัศวินที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพในเวลานี้ การมาของเจ้าอาจไม่เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของกองทัพ รวมถึงการเลื่อนระดับกองพันขึ้นมายังจุดสูงสุดในคราเดียว อาจจะมีเสียงครหาถึงความเหมาะสมเรื่องวัยวุฒิตามมาแน่ แต่ขอให้เจ้าจงภูมิใจในตำแหน่งนี้เถอะ เพราะเจ้าเป็นคนที่ข้าเลือกด้วยตัวเอง! และตลอดชีวิตนับแต่ครองราชย์มา สายตาของข้าในการคัดเลือกทหารมีฝีมือแล้วไว้ใจได้นั้นไม่เคยผิด"
            "ครับท่าน!" อิมิครับคำเสียงหนักแน่น
            "ว่าแต่ก่อนหน้านี้เลนิกซ์ได้พูดอะไรกับเจ้าเรื่องภารกิจในกองพันที่ 1 บ้างไหม?" ฮาโรเด็นถามต่อประเด็นอื่น
            "ไม่มีอะไรมากครับ ท่านนายพลบอกแค่ว่าให้ผมมาเข้ากองพันที่ 1 เพื่อร่วมมือกับฮารี่ แล้วจากนั้นก็รอเวลาที่ท่านฮาโรเด็นเรียกพบครับ"
            "อืม... ถูกต้องตามนั้น ที่จริงแล้วข้ามีแผนการที่ยิ่งใหญ่อยู่ มันจะเป็นประโยชน์ต่อว่าที่ผู้นำของประเทศนี้ และจะเป็นการแก้ปัญหาภายในที่ข้าแก้ไม่ตกมาก่อนได้" ฮาโรเด็นพยักหน้าแล้วกล่าวต่อ "ภารกิจนี้จะมีทีมงานที่ไม่มากนัก แต่ทีมงานนั้นต้องมีศัยกภาพเพียงพอ และที่สำคัญไม่แพ้กันคือต้องเป็นคนที่ข้าไว้ใจได้ เป็นคนที่เคารพราชวงศ์แห่งพรอนเทร่า และรักชาติยิ่งชีพ ไม่ยึดติดและคล้อยตามผลประโยชน์ใดๆ และจะดียิ่งนักถ้าคนๆนั้นเป็นคนกล้าชนกับทุกปัญหาโดยไม่หวั่นเกรง!"

            ฟังมาถึงตรงนี้อิมิคเองรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ฮาโรเด็นกำลังกล่าวอยู่นั้นไม่ผิดอะไรกับนิสัยของตนเอง
            "ท่านฮาโรเด็น หรือว่า...?"
            "ใช่แล้ว! นี่จึงเป็นเหตุผลที่ข้าต้องการให้เจ้ามาเป็นอัศวินตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ เจ้าจะมีคุณค่ากับประเทศได้มากกว่าที่เจ้าคิดแน่" ฮาโรเด็นบอกต่อ "อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องรีบผลักดันขึ้นมาให้อยู่ใต้อาณัติข้าโดยตรงก็เพราะว่าอีกขั้วหนึ่งของสายทหารซึ่งก็เป็นคนที่เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าใคร สายๆนั้นกำลังคิดจะสกัดขัดขวางอนาคตที่จะมาสวามิภักดิ์แก่ข้าลงให้หมด ซึ่งข้าจะไม่ยอมให้เกิดเช่นนั้นได้แน่!"
            "เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง"
            "จากนี้ไปอนาคตของพรอนเทร่าต้องฝากไว้ที่เจ้าแล้วอิมิค จงทำหน้าที่ให้สมกับที่ข้าคาดหวัง จงปกป้องชาวเมืองเราให้มากที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า" ในหนนี้ท่านฮาโรเด็นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนดุจดั่งพ่อคุยกับลูก "ถ้ามีเจ้าอยู่ล่ะก็ สิ่งที่ข้าต้องการจะต้องสำเร็จแน่ ข้าใฝ่ฝันนักที่จะได้เห็นสักวันที่รูนมิดการ์ดกลับมาสงบสุข ผู้คนสามารถเดินทางสัญจรไปมาระหว่างเมือง และระหว่างประเทศได้อย่างมีความสุข"
            "ครับท่าน... ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง" อิมิคยิ้มพอใจและโค้งตัวทำความเคารพรับคำชมด้วยความรู้สึกภูมิใจที่สุด


            ...............................................


            หลังเสร็จพิธีการแต่งตั้งแล้ว อิมิคได้กลับไปที่กองพันเยาวชนที่ 28 อีกครั้งเพื่อเก็บข้าวของสัมภาระส่วนตัวที่ตกค้างอยู่

            จากวันนี้เป็นต้นไปอิมิคจะต้องประจำการอยู่ที่กองพันที่ 1 เต็มตัว ซึ่งนอกจากที่ทำงานใหม่แล้ว อิมิคก็จะต้องย้ายไปยังบ้านพักประจำตำแหน่งในตัวเมืองที่ทางกองทัพจัดให้ด้วย
            ในโอกาสนี้อิมิคจึงแวะมาเก็บข้าวของพร้อมกับอำลาสถานที่ๆตนเองผูกผันมานานหลายปี

            และเพียงแค่อิมิคก้าวเท้าพ้นประตูค่ายเข้ามาเท่านั้น เสียงตะโกนของเยาวชนทหารทั้งพันชีวิตก็ดังขึ้นสะนั่นพร้อมเพรียง
            "ขอแสดงความยินดีด้วย ร้อยตรีอิมิค!"

            เสียงที่ดังกึกก้องทำเอาอิมิคแทบจะผงะ และยิ่งอึ้งหนักเมื่อพบว่าเยาวชนทหารทั้งหมดพร้อมใจกันมาต้อนรับตนเอง แถวถูกจัดอย่างเป็นระเบียบสมเป็นว่าที่ทหาร โดยแถวหน้าสุดเป็นกองร้อยพิเศษ ส่วนแถวหลังเป็นกลุ่มเพื่อนๆในกองพัน
            งานนี้เป็นแผนของริซ่าและโจนาธานที่คิดว่าจะอวยพรส่งให้กับอิมิคอย่างสมเกียรติอีก ทั้งยังเป็นการเชิดชูคนที่เป็นตำนานคนแรกของกองพันเยาวชนที่ข้ามขั้นจากนักดาบไปสู่อัศวินที่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว อันเป็นแบบอย่างที่ควรแก่การเชิดชูให้เยาวชนทหารได้ทำตาม

            ช่วงเวลาตลอดชั่วโมงที่กลับมาอิมิคก็ได้ทักทายและพูดคุยกับเพื่อนและรุ่นน้องในกองพันได้อย่างเต็มที่เป็นการสั่งลาที่ไม่มีอะไรติดค้างคาใจอีก

            จนกระทั่งก่อนจะถึงเวลากลับนั่นเอง เด็กทั้งหมดได้กลับไปเรียนต่อตามกำหนดการเดิม ส่วนอิมิคก็ได้เช็คของบนรถลากเปโกะเป็นครั้งสุดท้ายว่าไม่มีอะไรตกหล่นตกค้างอีก
            เมื่อเห็นว่าพร้อมดีแล้ว อิมิคก็คิดจะขึ้นไปนั่งบนรถลากและเตรียมควบเปโกะกลับ แต่ทว่าเมื่อได้หันกลับไปมองป่าข้างกองพันแล้วอิมิคก็หยุดยืนนิ่งคิดอะไรอยู่คนเดียวพักเล็กๆ
            "อืม... ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะ แวะดูอีกสักที่ดีกว่า"

            ว่าแล้วอิมิคก็ได้ผละออกจากรถและเดินเข้าไปในป่า
            เพื่อไปดูสถานที่ลับสำหรับฝึกดาบส่วนตัวเป็นครั้งสุดท้าย...


            ...............................................


            ใช้เวลาสั้นๆอิมิคก็มาถึงยังพื้นที่แห่งหนึ่งกลางป่า ซึ่งอิมิคเรียกมันว่าสถานที่ฝึกลับส่วนตัว

            โดยสถานที่ลับก็ยังคงเป็นสถานที่ลับดังเดิม อิมิคกวาดสายตาดูพื้นดินมีหญ้าแซม ลานหินใกล้น้ำตก มีทั้งลมเย็นๆทั้งจากป่าและจากละอองน้ำที่ตกกระเซ็นจากโขดหิน
            ที่แห่งนี้ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่แล้วสบายใจที่สุดตอลดช่วงเวลาที่อยู่กองพันเยาวชนที่ 28 นี้ การจะจากไปยังที่ทำงานใหม่ซึ่งอยู่ในเมืองก็อาจทำให้อิมิคหวนนึกถึงสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาอีกก็เป็นได้

            ระหว่างที่กำลังเก็บเกี่ยวบรรยากาศอยู่นั้น เสียงย่างเท้าเดินแหวกพงไม้ก็ได้ดังขึ้นมาจากทางข้างหลัง
            และยังไม่ทันที่อิมิคจะได้หันไป เสียงผู้มาหานั้นก็ดังทักขึ้นมาแสดงตนเสียก่อน
            "ว่าไงอิมิค?" เสียงของหญิงสาวถามขึ้น
            "ริซ่า" อิมิคขานรับทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง
            "อืม... ฉันเอง"

            เมื่อเห็นเป็นหญิงสาวเพื่อนสนิทเดินเข้ามาอิมิคก็ไม่แปลกใจนัก
            "จะว่าไปแล้วคนที่รู้ว่ามีที่ตรงนี้อยู่นอกจากฉันแล้วก็มีเธออีกคนสินะ" อิมิคยิ้มแล้วพูดขึ้น
            "อื้ม... พอดีเห็นเธอไม่อยู่ที่รถลากก็เลยคิดว่าจะต้องมาที่นี่น่ะ แล้วก็ใช่จริงๆด้วยสิ..."

            ริซ่าเดินมานั่งที่โขดหินใหญ่ใกล้ๆกับอิมิคแล้วก็พูดแสดงความยินดีขึ้นมาอีกครั้ง
            "ดีใจด้วยนะอิมิค ฉันคิดแล้วว่าเธอต้องมาถึงจุดนี้ได้ในเร็ววันแน่ๆ"
            "อืม... ขอบใจนะ" อิมิคถามกลับไปบ้าง "ว่าแต่... แล้วจากนี้ไปเธอจะเอายังไงต่อเหรอ?"
            "ฉันกำลังคิดเรื่องจะขอสอบบรรจุเป็นทหารพี่เลี้ยง แล้วก็ตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่คอยดูแลเด็กรุ่นใหม่ๆน่ะ แล้วถ้ามีโอกาสก็คงไปสอบยกระดับเป็นอัศวินบ้าง แต่ถ้าได้เป็นอัศวินจริงก็คงจะทำเรื่องขออยู่ที่นี่ต่อน่ะ"
            "เธอเองก็ผูกพันธ์กับกองพันที่ 28 เหมือนกันสินะ..."
            "อืม... ก็มีอะไรเกิดขึ้นหลายต่อหลายอย่างนี่นา..." ริซ่าก้มหน้าตอบแต่ก็ไม่ได้สาวถึงความหลังซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีและไม่ดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่ดีเสียมากกว่า
            "งั้นเหรอ..." อิมิคเองก็พอเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสนิทคนนี้
            "ที่จริงแล้วฉันเองก็มีครอบครัวอยู่ แต่ฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยให้ฉันมาเป็นทหาร แต่ก็เหมือนจะชะตาเล่นตลกที่ฉันกลับเอาดีด้านนี้ได้ด้วย... พอมารู้ตัวอีกทีก็ผูกพันธ์กับอาชีพนี้ไปแล้ว ผูกพันธ์กับสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว จะว่าไปเวลามันก็ผ่านไปเร็วดีนะอิมิค?"
            "นั่นสินะ... มารู้ตัวอีกที ฉันเองก็มาอยู่กับกองทัพได้แปดปีเข้าไปแล้ว นึกดูแล้วเรื่องก็เหมือนพึ่งเกิดได้ไม่นานแท้ๆ" อิมิคตอบ
            "ใช่ไหมล่ะ... ไวเหมือนโกหกเลย มารู้ตัวอีกที อะไรก็เปลี่ยนไปเยอะ... มีทั้งเรื่องดีและร้าย... มีทั้งคนเข้าใหม่และคนที่ต้องจากไป..."

            กล่าวมาถึงตรงนี้แล้วริซ่าก็ได้ก้มหน้าเงียบคิดอะไรอยู่คนเดียว ทำเอาอิมิคเองก็เงียบตามไปด้วย

            จนสักพักริซ่าก็ได้เงยหน้าขึ้นมองตรงไปที่น้ำตก ก่อนที่จะพูดเบาๆขึ้นมา
            "อิมิค... เธอเป็นคนเก่งจริงๆ... ยิ่งผ่านคืนวันก็ยิ่งแซงขึ้นไปเรื่อยๆจนพวกเราตามไม่ทัน... ไม่ทันทั้งเรื่องอาชีพการงาน... ฉันเองก็อยากจะตามเธอให้ทัน... อยากจะอยู่เคียงข้างเธอให้ได้เหมือนครั้งที่ยังอยู่กองพันที่ 30 แม้จะแค่แอบมองก็ยังดี... ขอเพียงให้ได้ชอบอยู่ข้างเดียวก็ยังดี..." ริซ่าพูดกับตัวเองแต่ก็เป็นเสียงที่อิมิคได้ยินตามไปด้วย "แต่ว่าเธอก็ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆจนฉันเองก็ตามไปไม่ไหว... ไม่สิ... ถึงฉันจะตามทัน... แต่เธอคงไม่สนใจในเรื่องนี้อยู่แล้วนี่นะ... เพราะเธอปฎิเสธมันมาตลอด..."

            ริซ่าลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาใกล้กับอิมิค จากนั้นก็ได้หันหลังให้กับอิมิคแล้วพูดขึ้นต่อ
            "ว่ากันว่ารักแรกมักไม่สมหวังนะ... ฉันนึกว่าเป็นเรื่องพูดกันเล่นๆเสียอีก... แต่ก็นะ... ที่จริงฉันเองก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าสุดท้ายมันก็จะต้องจบลงแบบนี้... แต่ฉันก็หลอกตัวเองมาโดยตลอดว่ายังมีหวังต่างหาก..."
            "ริซ่า..."
            "แต่ถึงจะหลอกตัวเอง แต่ฉันก็เต็มใจ... เพราะตลอดช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอแล้ว ฉันมีความสุขจริงๆอิมิค..." ริซ่าพูดขึ้นเสียงสั่นไหว "จริงอยู่ว่าเธอปฎิเสธความรักฉันท์หนุ่มสาวหลังจากที่สกาเล็ตตาย... แต่ว่า... แต่ว่า... ก็ขอให้ช่วยเก็บเรื่องของฉันไว้เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ผ่านมาในวัยเด็กเถอะนะ..."

            ริซ่าหันมามองอิมิค ดวงตาของเธอคลอด้วยน้ำตาที่บอกไม่ถูกว่าเสียใจหรืออาวรณ์กับการต้องเดินทางจากไปของเพื่อนรักที่เธอคิดมากกว่าคำว่าเพื่อน
            "นี่อิมิค... ที่จริงแล้วฉันเองก็มองเหมือนสกาเล็ตนะ... ในคืนวันนั้นที่เดวิลรุชี่บุกเข้ามา... ในตอนนั้นที่เธอลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องพวกเพื่อนๆ... เธอเป็นเหมือนอัศวินจริงๆ... อัศวินของฉัน..." หญิงสาวสารภาพความในใจออกมาทั้งหมด "ฉันชอบเธอที่เอาจริงไม่กลัวแม้แต่ความตายเพื่อเพื่อนฝูง... ฉันชอบเธอที่หลั่งน้ำตาอย่างจริงใจให้กับทุกชีวิตที่เธอพยายามปกป้อง... ฉันชอบในความจริงใจของเธอ... ฉันรักที่เธอเป็นเธออิมิค..."
            "ริซ่า..." อิมิคพูดอะไรไม่ออก
            "ฉันคงไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ... จะขอก็เพียงแค่... อย่าลืมฉันล่ะอิมิค...!"

            สิ้นคำกล่าวแล้วริซ่าก็ได้หันหลังกลับมา แล้วเธอก็ยื่นหน้าเข้าไปแล้วประกบปากกับอิมิค
            สาวเจ้าชิงจูบแสดงความรักต่อชายที่ตนเองก็รู้ว่าไม่ได้มีใจคิดเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนสนิท...

            พลันที่จูบเสร็จเธอก็โผกอดแล้วซบหน้าเข้าที่ข้างแก้มของชายหนุ่ม แล้วจากนั้นก็ได้พูดต่อด้วยความรู้สึกที่ไหวหวั่น
            "สักวันหนึ่ง... ฉันอยากเห็นหญิงสาวที่จะละลายน้ำแข็งที่ผนึกหัวใจเธอได้จัง... ท่าทางจะเป็นผู้หญิงที่ทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันแน่ๆเลยนะ..."
            "ริซ่า..."
            "ขอให้เธอโชคดีนะอิมิค... แล้วถ้ามีโอกาสล่ะก็ แวะมาเยี่ยมที่นี่บ้างนะ..."

            แล้วริซ่าก็ได้ผละตัวออกจากอิมิคแล้วยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนที่จะหันหลังวิ่งจากไป...
            อิมิคได้แต่มองตามแผ่นหลังจนลับไป โดยที่ไม่มีคำพูดใดๆได้หลุดออกมา...

            อิมิคเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของริซ่าอยู่ไม่น้อย แต่อิมิคก็ยังมีสิ่งที่ต้องการและอยากจะทำอยู่ การปฎิเสธความรักที่ลึกซึ้งนั้นคือสิ่งที่อิมิคยึดมั่น เพราะอิมิครู้ดีว่าจากนี้ไปตนเองนั้นจะต้องมีภารกิจท่เสี่ยงและอันตรายมากถึงขั้นชีวิตในทุกภารกิจงาน

            อิมิคเคยเจ็บปวดกับการเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตาหลายคนนัก ทั้งเพื่อนสนิทที่ตนรัก ทั้งรุ่นพี่ที่ตนเคารพ ทั้งอาจารย์ที่ตนนับถือ
            อิมิครู้ดีถึงความเจ็บจากการสูญเสียนี้ และอิมิคเองก็ไม่ปรารถนาให้คนที่รักตนต้องรู้สึกแบบเดียวกันในวันที่ตนเองสิ้นบุญ

            ตราบจนกว่าภารกิจเหล่านี้จะเสร็จสิ้น ตราบจนกว่าที่ความสงบยังไม่คืนสู่มิดการ์ดตอนบน ตราบนั้นอิมิคก็จะยังคงยึดมั่นในความคิดเรื่องที่ไม่มีความรักฉันท์ผูกพันธ์ต่อไป


            ...............................................


            พ้นวันรับตำแหน่งมาแล้ว อิมิคก็ได้ประจำการที่อยู่ที่กองพันที่ 1 รักษาพระองค์อย่างเต็มตัว
            อิมิคกับฮารี่ยังคงจับมือกันลุยคู่ในภารกิจยากโดยตลอด และก็ทำได้อย่างดีจนสร้างชื่อเสียงให้ดังกระฉ่อนไปทั่วกองทัพ และดังไปกระทั่งประเทศใกล้เคียง

            จนเวลาล่วงผ่านอีกหนึ่งปี ฮาโรเด็นก็ได้เรียกตัวอิมิคกับฮารี่เข้าพบตามที่เคยบอกไว้ แต่ยังไม่ใช่หน้าที่ใหญ่ตามที่ต้องการ
            หากแต่เป็นหน้าที่ๆเฉพาะจุดเล็กๆแต่มีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิต นั่นก็คือการปกป้องคิงเด็นผู้ซึ่งเป็นลูกชายของฮาโรเด็น และก็เป็นว่าที่กษัตริย์คนต่อไปของประเทศ

            ด้วยคำสั่งเฉพาะของานนี้ อิมิคจึงได้พบกับคิงเด็นผู้เป็นเจ้าชายและว่าที่ราชาคนถัดไปของพรอนเทร่า
            การพบกันครั้งแรกนี่เกิดขึ้นวัดร้าง และเป็นการพบกันแบบไม่ตั้งใจนัก แต่ก็สร้างความประทับใจระหว่างกันได้ดีเหลือเชื่อ

            โดยในวันนั้นคิงเด็นได้หลบหนีจากทีมคุ้มกันเพื่อไปทดสอบฝีมือดาบยังวัดร้าง อันเป็นที่ๆไม่มีใครมารบกวน และเป็นที่ๆมีมอนสเตอร์และสัตว์อสูรดุร้ายกว่าที่เคยเจอมา

            อิมิคกับฮารี่ที่ได้รับคำสั่งให้แอบตามประกบก็ได้ขี่เปโกะสะกดรอยตามมาโดยไม่ให้รู้ตัว และก็ได้ตามต่อไปจนเข้าไปในวัดร้างช่วงกลาง
            ซึ่งนั่นเองที่ทำให้อิมิคได้เห็นฝีมือของคิงเด็นซึ่งก็ร้ายกาจขนาดติดสิบอันดับนักดาบยอดเยี่ยมได้ไม่ยาก

            แต่อย่างไรเสียพื้นที่ๆคิงเด็นเข้ามานั้นก็อันตรายเกินกว่าที่จะมาตัวคนเดียวลำพังได้แม้จะมีฝีมือดีแค่ไหนก็ตาม
            อิมิคจับตาดูอยู่ห่างๆจนเมื่อเห็นว่าคิงเด็นกำลังตกอยู่ในวงล้อมของหมีป่าก็จึงได้ตัดสินใจเข้ามาช่วยเหลือ

            และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้คิงเด็นเกิดสนใจในฝีมือและและนิสัยที่จริงใจของอิมิคขึ้นมา
            คิงเด็นซึ่งกำลังวางแผนอยากจะรวมหัวเมืองให้เป็นปึกแผ่นได้ค้นพบทีมงานที่คู่ควรแล้วจึงได้ทาบทามอิมิคไว้ก่อน

            อิมิคเองก็รับคำของคิงเด็นตามมารยาท โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าแผนการที่คิงเด็นว่ามานั้นจะเป็นแผนการที่ฮาโรเด็นได้คิดไว้ก่อนแล้ว แม้แต่คิงเด็นเองก็ไม่รู้มาก่อน และนอกจากนี้ชื่อของอิมิคเองก็เป็นหนึ่งในทีมที่ว่าด้วย...


            ...............................................


            ถัดจากงานปกป้องคิงเด็นแล้ว อิมิคกับฮารี่ก็ถูกเรียกพบอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา
            ช่วงเวลาสายของวัน คำสั่งตรงเรียกตัวเข้าพบโดยให้ละภารกิจทั้งหมดทันทีก็ทำให้อิมิคและฮารี่ต้องรีบปลีกตัวจากกองพัน เพื่อไปรายงานตัวกับฮาโรเด็นที่ห้องทำงานส่วนตัวในปราสาทหลวงทันที

            และทันทีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบแล้ว ฮาโรเด็นก็ไม่รอช้าเรียกมาคุยธุระสำคัญที่เป็นความลับสุดยอด
            "นั่งลงสิ อิมิค ฮารี่" ฮาโรเด็นเรียกทหารทั้งสอง ก่อนที่ตนจะพักงานวางโดยการปากกาแล้วเอนหลังนั่งพิงเก้าอี้มองหน้า
            "ครับผม" สองอัศวินรับคำแล้วนั่งเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะทำงาน
            "ข้าได้รับรายงานเรื่องที่เจ้าไปปกป้องคิงเด็นแล้ว ทำได้ดีมากเลยนะ" ฮาโรเด็นเอ่ยชม "คิงเด็นเองก็พูดถึงพวกเจ้าเหมือนกันว่าเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมมาก แล้วก็บอกว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้พวกเจ้ามาช่วยงาน"
            "ขอบคุณครับ!" อิมิคและฮารี่รับคำชมพร้อมกัน
            "ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่น ข้าเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะแจ้งงานสำคัญให้กับพวกเจ้า" ฮาโรเด็นเข้าประเด็นสำคัญแต่ก็ยังไม่มอบหมายงานให้ทันที "แต่ก่อนจะถึงเรื่องนั้นข้ามีอะไรอยากถามเจ้าสักข้อ จงตอบมาตามความจริงโดยไม่ต้องเกรงใจข้า ให้รู้ไว้อย่างนะว่าข้าจะไม่พอใจมากหากเจ้าคิดตอบเอาใจข้าและคิดตอบแบบหลบเลี่ยง... เข้าใจนะ?"
            "ได้ครับ" อิมิคออกตัวรับคำถาม
            "ถ้าอยู่ในกองทัพ ยิ่งมีความสนิทกับนายทหารระดับสูง เจ้าคงรู้เรื่องเกี่ยวกับปัญหาการเพ่งเล็งจ้องชิงราชบัลลังค์ใช่ไหม?" ฮาโรเด็นไม่เยิ่นเย้อถามออกมาตรงๆ "เจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้?"
            "ครับ... ข่าวลือหนาหูว่าท่านวิเอรี่กำลังวางแผนขึ้นครองราชย์ต่อจากท่านฮาโรเด็นอยู่ ตอนนี้ก็มีแผนการมากมายที่รอจังหวะเวลาเท่านั้น" อิมิคเองก็ตอบตามตรงเช่นกัน "คนใกล้ตัวท่านคือผู้ที่อันตรายที่สุดครับ"
            "อิมิค...!?" ฮารี่สะดุ้งขึ้นมาไม่นึกว่าอิมิคจะกล้าพูดชื่อบุคคลที่เป็นสายเลือดเดียวกับฮาโรเด็นออกมาตรงๆ
            "ไม่เป็นไรฮารี่ นั่นล่ะดีแล้ว ข้าชอบคนซื่อตรงจริงใจ พูดต่อไปซิ แล้วเจ้าพอรู้สึกอะไรกับเรื่องนี้บ้าง?" ฮาโรเด็นไม่ถือ
            "ผมคิดว่าในตอนนี้โอกาสที่จะเป็นจริงสูงขึ้นมาก หลักฐานแรกคือกำลังพลในบางหัวเมืองเริ่มมีการจับกลุ่มและถุกปั่นกระแสให้คล้อยตามท่านวิเอรี่" อิมิคให้ความเห็นอย่างต่อเนื่อง "และหลักฐานที่สองที่ชัดเจนที่สุดคือตัวผมเอง... ผมซึ่งเป็นนายทหารที่ท่านฮาโรเด็นและท่านเลนิกซ์เมตตาก็ถูกขั้วตรงข้ามเล็งเล่นงานอยู่ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ยังดีที่ว่าผู้บัญชาการทัพ นายพลหลายคนเห็นแก่ประเทศมากกว่าลาภยศและมีการจับกลุ่มกันทำให้มีอำนาจต่อรอง และได้ใช้อำนาจนั้นช่วยผมหลายครั้ง หาไม่แล้ว... ป่านนี้ผมอาจถูกเนรเทศหรือไม่ก็ถูกประหารไปนานแล้ว"
            "อืม... ที่พูดมานั้นถูกต้อง ช่างรู้ลึกสมที่ข้าหวังไว้จริงๆ" ฮาโรเด็นชมแล้วถามต่อ "แล้วเจ้าคิดยังไงหากจะมีการแย่งชิงอำนาจล้มล้างราชบัลลังค์ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?"
            "โอกาสสำเร็จหรือไม่นั้นผมเชื่อว่าขึ้นอยู่กับกองกำลังทหารในพรอนเทร่าครับ ซึ่งก็คือกองพันที่ 1 รักษาพระองค์ ตราบที่หน่วยรบนี้ยังเข้มแข็งและเป็นแกนหลักของกองทัพเมืองหลวงได้นั้น การจะบุกถล่มโดยหัวเมืองไม่กี่หัวเมืองย่อมเป็นไปไม่ได้" อิมิคให้ความเห็นเชิงทหารและยุทธการ "จริงอยู่ว่ากำลังทหารจากหัวเมืองทั้งหมดจะมีรวมมากกว่ากำลังทหารในพรอนเทร่า แต่การจะหว่านล้อมให้ทุกหัวเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารที่ท่านแต่งตั้งเข้าร่วมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทหารทุกคนรู้ดีถึงโทษของการกบฎและความเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ของท่าน ลำพังแค่การปลุกปั่นหรือใช้สิ่งล่อใจคงไม่มากพอ อย่างน้อยต้องใช้กองทัพภาคถึงสองภาคในการโอบล้อมถึงจะตีได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะปลุกปั่นสี่หัวเมืองให้เล่นด้วยได้"

            อิมิคอธิบายยาวมาจนถึงส่วนนี้โดยที่ฮาโรเด็นและฮารี่ก็ฟังอย่างตั้งใจและไม่มีขัด
            "ฉะนั้นหากจะคิดจะล้มล้างให้ได้จริงวิธีการที่ง่ายที่สุดคือต้องเข้าไปแทรกแซงแล้วยึดกองกำลังภายในเมืองหลวง โดยเฉพาะกองพันที่ 1 ซึ่งเป็นกองพันที่เก่งที่สุด มีอำนาจในการกดดันและยึดเหนี่ยวกองทหารทั้งหมดมากที่สุด และเป็นกองทหารที่ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด" อิมิคกล่าวสรุป

            รับฟังแล้วฮาโรเด็นเองก็เงียบหลับตาคิดสักพัก ก่อนที่จะพยักหน้าแล้วพูดชมขึ้นมาอีกครั้ง
            "หลักแหลมนักอิมิค... เจ้าพูดถูก" ราชาของประเทศลืมตามองหน้าคู่เจรจาแล้วบอกความเห็นส่วนตัวกลับไปบ้าง "ที่จริงแล้วข้าเองรู้เช่นกันว่าจะมีการรัฐประหารโดยน้องชายข้าอยู่หลายครั้ง ทั้งแผนบนดินหรือใต้ดิน ทั้งโดยตรงและทางอ้อม อย่างน้อยก็มากกว่าที่ข่าวลือที่เจ้าได้ยินมาหลายครั้ง... แต่ว่ามันก็ไม่เคยสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว เจ้ารู้ไหมว่าเพราะอะไร?"
            "ถ้าเป็นเหตุผลที่นอกเหนือจากที่ผมว่ามาล่ะก็... ไม่ทราบครับ" อิมิคให้คำตอบซื่อตรง
            "นั่นเพราะว่าข้ามีทหารคนสนิทที่เก่งกาจและซื่อสัตย์ที่สุดไงล่ะ..." ฮาโรเด็นตอบคำถามนั้นทันที "ทหารระดับสูงและระดับปฎิบัติการที่มีลูกน้องในอาณัติเคารพและศรัทธา ซึ่งจะเป็นแนวกันชนและตัวหน้าด่านที่ดีที่สุดสำหรับข้า ไม่ว่าจะข่าวไม่ดีด้านไหน เขาคนนั้นเป็นต้องรู้ก่อนแล้วหาทางจัดการให้กับข้าได้เสมอ... เดิมทีนั้นข้ามีอยู่สองคน เป็นทหารที่เก่งกาจที่สุดของประเทศ อีกทั้งมีบารมีที่มาก มีลูกน้องที่รักและเคารพ มีสองคนนั้นอยู่แล้วก็ทำให้เหตุการณ์ของประเทศสงบมาก กระทั่งแผนใต้ดินก็ยังเกิดได้ยาก"
            "ทหารคนสนิทของท่านงั้นหรือครับ...?" ฮารี่ถามขึ้นบ้าง
            "แต่ก่อนมีอยู่สองคน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงคนเดียวแล้วคือเลนิกซ์... สมดุลก็เลยเสียไปมากทีเดียว"
            "เหลือคนเดียว..." ฮารี่นึกออก "หรือว่าอีกคนหนึ่งที่ท่านว่าจะเป็นอัศวินในตำนานคนที่สองของประเทศ... ท่านอิริค ลานสล็อต...?"
            "ถูกต้อง... เดิมทีนั้นอิริคกับเลนิกซ์จะแบ่งงานกันอย่างชัดเจน โดยอิริคคุมทหารเบื้องหน้าและทหารปลดประจำการ ส่วนเลนิกซ์คุมเบื้องหลังการข่าวและการปลุกปั้นเยาวชน... ทั้งคู่ทำงานและแบ่งงานได้อย่างลงตัว จนกระทั่งขาดอิริคไปก็ทำให้สถานภาพของข้าเริ่มอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น แม้จะมีผู้บัญชาการที่เชื่อใจขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่เท่ากับคนที่รับใช้ข้าอย่างทุ่มชีวิตมาตลอดอย่างเขาได้ มาจนป่านนี้แล้วข้าก็ยังหาใครที่ดีเท่าเขาไม่ได้อีกเลย"

            กล่าวถึงจุดนี้แล้วฮาโรเด็นถอนหายใจลากยาวนึกถึงโอกาสที่สูญเสียไป
            "ถึงข้าจะมีอำนาจสูงสุด แต่การเมืองภายในก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนัก พวกฝ่ายจ้องล้มล้างนั้นฉลาดที่คิดจะแยกทหารยอดฝีมือที่ภักดีกับข้าออกไป โดยเฉพาะหลายคนที่ข้าหมายตาด้วยตัวเอง... ฮารี่ อิมิค พวกเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยนะ"
            "ครับท่าน" อิมิคและฮารี่รู้ตัวเองดี
            "สำหรับฮารี่แล้วการที่ครอบครัวเจ้าเป็นทหารมาก่อน และเจ้าเอาตัวรอดในสังคมทหารได้เก่งเลยไม่โดนพุ่งเป้ามากเท่ากับอิมิค" ฮาโรเด็นมองไปที่ฮารี่และมองต่อไปยังอิมิค "เป้าส่วนใหญ่จึงไปตกที่เจ้านะอิมิค... รู้ไหมอิมิคในวงการทหารระดับสูงนี่ มีการปล่อยข่าวมามากมายว่าเจ้าอาจคิดการใหญ่ ฝีมือและบารมีของเจ้าอาจทำให้กองทัพแตกแยก และข่าวลือนั้นลามไปถึงว่าเจ้าคิดจะล้มอำนาจข้าแล้วขึ้นเป็นผู้ปกครองประเทศเอง..."
            "ว่าร้ายเกินไปหน่อยมั้งครับ...?" ฮารี่ที่ใกล้ชิดกับอิมิคมาในหลายศึกเสี่ยงตายรู้จักในตัวเพื่อนสนิทดี เขาออกหน้าปกป้องเพื่อนในทันที
            "ใช่... ข้าเองก็ว่ามันเกินจริง แต่ข่าวแบบนี้ก็สะท้อนให้เห็นเช่นกันว่าฝ่ายตรงข้ามตีค่าเจ้าไว้สูงมากแค่ไหนอิมิค?"
            "ผมเข้าใจครับ" อิมิคขานรับแต่ไม่แสดงความเห็นอะไร
            "จนได้สัมผัสด้วยตัวเองข้าเองก็เข้าใจว่าทำไมฝ่ายของน้องชายข้าถึงได้คิดเช่นนั้น... นั่นก็เพราะว่าเจ้ามีทั้งฝีมือและบารมีอยู่ในตัวน่ะสิ" ฮาโรเด็นพูดขึ้นเป็นจริงเป็นจัง "ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยเจอคนที่ก้าวไกลเช่นเจ้าอยู่สองคน และพวกเขาก็จงรักภักดีแก่ข้าถึงขนาดยอมแลกได้แม้ชีวิต... คนหนึ่งคืออิริค ลานสล็อต ทหารคนสนิทของข้า และอีกคนก็คือลูกชายของเขา อินิค ลานสล็อต ผู้ที่ข้าเคยคิดว่าจะมาแทนที่อิริคในภายภาคหน้า"
            "ตำนานของประเทศ..."
            "ใช่... ข้าเคยใช้งานนายทหารยอดเยี่ยมแบบนั้นมาก่อน และข้าก็รู้ถึงใจและฝีมือดี... วันที่เสียอินิคไปข้ารู้สึกเหมือนเสียอนาคตของประเทศ แต่หลังจากที่อิริคถอนตัวไป ข้าก็ยิ่งรู้สึกได้ว่านอกจากอนาคตที่หายไปแล้ว ปัจจุบันก็กำลังสั่นคลอนลงด้วยเช่นกัน"

            ฮาโรเด็นนิ่งเงียบพักจังหวะเทน้ำขึ้นดื่ม แล้วจากนั้นก็ได้หันมองกลับมาที่อิมิคและฮารี่อีกครั้ง
            "ข้าต้องประคองประเทศที่เสียสมดุลทางกองทัพมานานนับสิบปี จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ล่ะที่ข้าเห็นว่ามีช่องทางที่จะดึงเสถียรภาพภายในให้กลับมาคืนสภาพมั่นคงได้อีกครั้งแล้ว... นั่นก็คือเหตุผลที่ข้าได้เรียกพวกเจ้ามามาในวันนี้... พวกเจ้าซึ่งข้าเชื่อมั่นว่าพวกเจ้ามีศักยภาพดีไม่แพ้กับอิริค และอินิค...! ในตอนนี้ทุกอย่างที่ข้าวางไว้ก็พร้อมดีแล้ว ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะต้องทำงานใหญ่นี้เพื่อความมั่นคงของประเทศเสียที"
            "เป็นเกียรติครับ!" อิมิคและฮารี่พูดขึ้นพร้อมกัน
            "เข้าเรื่องกันเสียทีนะ อย่างที่เจ้าว่ามานั่นล่ะถูกต้องแล้ว ในตอนนี้จำเป็นเหลือเกินต้องมีคนคุมกองพันที่ 1 และเมืองหลวงไว้ ซึ่งหน้าที่นี้จะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากตัวข้าเองผู้มีอำนาจสูงสุดในเวลานี้... แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์โดยรอบรวมไปถึงระหว่างประเทศก็แย่ลงทุกวัน ที่จริงแล้วข้าควรต้องออกไปเอง แต่ปัญหาภายในก็ทำให้ขยับตัวได้ยาก ข้าจึงมีแผนอยากจะส่งทีมพิเศษไปทำหน้าที่นี้แทนข้า ซึ่งเจ้าทั้งสองจะเป็นหนึ่งในทีมนี้"
            "ครับท่าน" อิมิครับคำแล้วถามต่อ "ปาร์ตี้นี้นอกจากผมกับฮารี่แล้วจะมีใครอีกครับ แล้วใครจะเป็นผู้นำล่ะครับ เพราะผมดูแล้วการติดต่อระหว่างหัวเมืองเองก็จำเป็นต้องมีนายทหารระดับสูงที่มีอำนาจสั่งการได้ไปด้วย"
            "นอกจากพวกเจ้าสองคนแล้ว คนที่ข้าไว้ใจได้มากที่สุดเห็นจะไม่มีใครอื่น นอกจากลูกชายของข้าเอง... คิงเด็น!"

            ได้ฟังถึงจุดนี้แล้วอิมิคก็เริ่มคาดเดาออก ถึงคำสั่งให้คุ้มกันคิงเด็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งในแง่นั้นทำให้รู้สึกว่าน่าจะเป็นการทำความรู้จักในช่วงเวลาทำศึกมากกว่าการเป็นคนคุ้มกันทั่วไป
            "ข้าได้ฝึกให้ลูกข้ามีความรู้เรื่องการบริหารและการรบ อีกทั้งยังมีจิตใจที่เห็นแก่บ้านเมืองและชีวิตประชาชนเป็นอย่างดี แต่คิงเด็นเองก็รู้แต่เรื่องภายในเท่านั้น ยังขาดประสบการณ์โลกกว้างอีกเยอะ" ฮาโรเด็นกล่าวต่อ "ซึ่งตอนนี้ข้าก็ได้ยินมาว่าคิงเด็นเองก็สนใจที่จะออกตระเวนสู่โลกกว้างมาก ภารกิจในสถานที่จริง ขณะที่พวกเจ้าเองก็ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ฝีมือก็เชื่อใจได้ ข้าเลยมองว่านี่เป็นโอกาสเหมาะที่สุดแล้วที่จะดำเนินแผนการที่เตรียมไว้หลายปี และข้าก็เชื่อว่าแผนนี้จะให้ผลตอบกลับที่คุ้มที่สุด มันจะเป็นประโยชน์ในเรื่องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างแนวร่วมโดยคิงเด็นและพวกเจ้าเอง ซึ่งจะเป็นผลดีแน่ ทั้งอนาคตของพวกเจ้า และของประเทศ"

            กล่าวรวบถึงจุดนี้แล้ว ฮาโรเด็นก็ได้สรุปประเด็นพร้อมหยิบเอกสารแผนการสองฉบับส่งให้กับอิมิคและฮารี่
            "ข้าจะอนุญาติให้จัดตั้งปาร์ตี้พิเศษขึ้นมาตามที่คิงเด็นขอ โดยจะให้พวกเจ้าเป็นสมาชิกในนั้น อิมิคจะเป็นผู้นำการต่อสู้ ส่วนคิงเด็นจะทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดเส้นทางที่จะเลือกไป ไม่มีการกำหนดพื้นที่ๆจะไป และไม่กำหนดระยะเวลากลับ พูดง่ายๆคือจะไปได้ทุกที่ๆคิงเด็นเห็นสมควร"
            "โอ... ทีมเล็กแต่งานใหญ่เลยนะครับนี่" ฮารี่ปั้นหน้าคิดตาม
            "ข้าจะแจ้งข่าวไปยังทุกภาคส่วนของกองทัพว่าจะมอบอำนาจเบ็ดเสร็จของข้าให้กับคิงเด็น คิงเด็นจะมีสิทธิ์สั่งการเคลื่อนพล โยกย้าย ประกาศศึก หรือทำสัญญาร่วมได้ตามสมควร"

            อิมิคนั่งฟังแล้วสนใจและยอมรับในความเชื่อมั่นระหว่างราชาและเจ้าชาย เพราะอำนาจสั่งการที่คิงเด็นจะได้รับนั้นยิ่งใหญ่เทียบเคียงกับการส่งมอบบัลลังค์กลายๆ ถึงแม้จะเป็นเหตุเฉพาะกิจชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม
            หากใช้ให้ถูกทางการจัดการปัญหาหรือเปลี่ยนโครงสร้างโบราณก็จะเกิดขึ้นได้จริงตามที่อิมิคประสงค์ แต่หากใช้อำนาจไปในทางที่ผิดแล้ว คิงเด็นก็จะล้มตำแหน่งพ่อผู้เป็นราชาและยึดประเทศได้ไม่ยาก
            "แน่นอนว่าการให้อำนาจนี้มีความเสี่ยง เพราะหากใครสักคนนำไปใช้ทางที่ผิดล่ะก็ ผลเสียที่เกิดขึ้นร้ายแรงคณานับเลยทีเดียว" ฮาโรเด็นมองหน้าอิมิคแล้วพูดขึ้นรู้ทันความคิด "แต่ว่าแบบนั้นแล้วจะทำให้พวกเจ้าทำงานง่ายขึ้นใช่ไหมล่ะ สำคัญที่สุดของการตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง นอกจากจะต้องเด็ดขาดแล้ว ก็ต้องเชื่อใจกันและกันด้วย ข้าเชื่อใจลูกข้า และเชื่อใจพวกเจ้าด้วย"
            "ครับท่าน" อิมิคยิ้มรับแล้วขานตอบ "ผมเองก็เชื่อใจท่านคิงเด็น แล้วก็ประทับใจท่านฮาโรเด็นมากทีเดียว"
            "หึ... อ้อ แล้วอีกเรื่องที่ต้องบอกพวกเจ้าไว้อย่าง หากอยู่ในต่างถิ่นแล้วฐานะของคิงเด็นจะต้องถูกปิดบังไว้ ด้วยเหตุผลในเรื่องการวางตัวที่จะได้กลมกลืนกับชาวบ้าน และเรื่องความปลอดภัย... ข้าได้ออกหนังสือนักเดินทางไว้ให้แล้วพวกเจ้าจะเดินทางในฐานะทหารลาดตระเวนเคลื่อนที่ พูดอีกแบบก็เหมือนคนส่งข่าวที่เดินทางระหว่างเมืองต่อเมือง จะไม่ค่อยเป็นจุดเด่นเท่าไหร่ จะช่วยให้พวกเจ้าทำงานได้สะดวกขึ้น ส่วนคิงเด็นจะแสดงตัวได้ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่ประสานงานกับทางกองทัพเท่านั้นเพื่อไม่ให้แตกตื่น"
            "รับทราบครับ"
            "แล้วเพื่อความสะดวกในหลายๆเรื่อง ข้าก็ตั้งใจจะเรียกนักบวชที่น่าเชื่อถือมาเสริมอีกสักคน ตอนนี้ยังกำหนดคนที่ต้องการจริงๆไม่ได้ รายละเอียดส่วนนี้ที่เหลือไว้ข้าจะบอกผ่านทางคิงเด็นเอาก็แล้วกันนะ"
            "ครับผม" อิมิคไม่ติดใจมาก เพราะนักบวชส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายสนับสนุน เช่นการรักษาหรือเปิดประตูมิติ จึงไม่เกี่ยวเรื่องฝีมือมากนัก
            "ขอกำชับอีกครั้งนะ ปาร์ตี้นี้จะมีอิสระสูงสุด ข้าจะอนุญาตให้ผ่านทางได้ทุกหัวเมือง เรียกใช้กำลังทุกหัวเมืองได้หากจำเป็น รวมถึงเมื่อมีเด็กที่มีอนาคตก็สามารถเรียกมาเข้ากลุ่มเพื่อปลุกปั้นแบบที่เจ้าเคยเป็นมา หากมีใครน่าสนใจแล้วข้าจะให้เลนิกซ์แจ้งข่าวมาทันที" ฮาโรเด็นเปิดช่องให้อิมิคหากสนใจจะปลุกปั้นเด็กที่มีความสามารถ

            ราชาของประเทศบอกภารกิจสำคัญจนหมดสิ้น จากนั้นก็ได้ถามซ้ำอีกทีเพื่อให้ยืนยันคำตอบ
            "เอาล่ะท้ายที่สุดนี้เจ้าพร้อมจะเข้าปาร์ตี้ชุดนี้ไหม มีปัญหาอะไรที่ต้องการถามหรือชี้แจงไหม?"
            "ไม่ครับ! เป็นเกียรติเหลือเกินที่ท่านได้มอบหน้าที่สำคัญนี้ให้กับพวกผมครับ" อิมิครับคำหนักแน่น "ผมขอรับหน้าที่นี้ด้วยความยินดีที่สุดครับ!"
            "ดีมาก! ในเร็วๆนี้รอหนังสือคำสั่งไว้ละกัน ข้าจะสั่งตรงลงไปที่กองพันที่ 1 เอง"

            เสร็จสิ้นรับมอบคำสั่งปฎิบัติการแล้ว อิมิคกับฮารี่ก็ได้ลุกขึ้นทำความเคารพผู้บังคับบัญชาการสูงสุดแล้วเตรียมกลับออกไปทำงานต่อ


            ในช่วงที่อิมิคกำลังจะเดินไปที่ประตูนั้นเอง ฮาโรเด็นที่กำลังหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นต์เอกสารต่อก็เกิดสะกิดใจเล็กๆแล้วทักเรียกไว้ก่อน
            "เอ้อนี่... อิมิค" ฮาโรเด็นถามเรื่องนอกประเด็น "เจ้าจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้เลยใช่ไหม นึกไม่ออกว่าเกิดที่ไหน โตที่ไหน ใครเป็นพ่อแม่?"
            "ครับ... จ่าสิบตรีเลออน คาร์มันในสมัยนั้น เขาเป็นคนพบผมคนแรกและเลี้ยงดูผมมา... ผมได้ยินคำบอกมาว่าในช่วงนั้นผมมีไข้สูง ผมเชื่อว่าคงเพราะเหตุนั้นล่ะมั้งครับที่ทำให้ผมจำความก่อนหน้านั้นไม่ได้"
            "อืม... น่าเสียดายนะ... ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าผู้ให้กำเนิดเจ้าเป็นใครกันแน่ เจ้าถึงได้โดดเด่นทั้งฝีมือและความรู้เช่นนี้?"

            ฮาโรเด็นลดปากกาลงแล้วมองหน้าอิมิค ก่อนจะพูดขึ้นด้วยคำชมที่เหมือนเยินยอเกินจริง
            "บ่อยครั้งที่ข้าคิดว่าทั้งชื่อและหน้าของเจ้าไปคล้ายกับอิริคเสียเหลือเกิน อิริคเองก็หายสาปสูญไปในช่วงเวลาหนึ่ง ตีอายุเจ้าย้อนแล้วมันก็เป็นไปได้นะ... หรือว่าแท้จริงแล้วเจ้าจะเป็นบุตรของเขากันแน่นะ?" ฮาโรเด็นสันนิษฐานได้แม่นยำ หากขาดเพียงแค่หลักฐานยืนยันเท่านั้น
            "ฮะๆ จะเป็นแบบนั้นได้หรือครับ?" อิมิคเขินที่ถูกไปเปรียบกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ความจริง "ผมเองยังเป็นทหารระดับล่างอยู่เลย แต่ท่านอิริคเป็นถึงอัศวินในตำนานของประเทศคนที่สองเชียว"
            "หึ... อย่าตีค่าตัวเองต่ำไปนักอิมิค เพราะแรกเริ่มอิริคเองก็ไม่ได้ต่างกับเจ้านักหรอก" ฮาโรเด็นยิ้มเล็กๆพอใจในกริยาสุภาพถ่อมตนเก็บฝีมือแท้จริงของเด็กหนุ่มคู่สนทนา "เอาเถอะถึงจะใช่หรือไม่ก็เถอะ แต่ไม่แน่นะบางทีอนาคตของเจ้าอาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันก็ได้ ข้ารู้สึกเช่นนั้น"
            "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงล่ะก็ ผมก็ขอทำเพื่อพระองค์ท่านและประเทศอย่างถึงที่สุด จะขอทุ่มเทให้มากเทียบเท่ากับท่านอิริคเคยทำมาเลยครับ" อิมิคให้คำมั่น
            "หึๆๆ แม้แต่คำพูดก็ยังคล้ายเลยนะ แบบนี้ข้าไว้ใจเจ้าได้แน่ เอาเป็นว่าจากนี้ไปก็ฝากดูแลลูกชายข้าด้วยล่ะ"
            "รับด้วยเกล้า! ผมขอทำอย่างเต็มที่แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม!" อิมิคทำความเคารพเสียงมั่นคงหนักแน่น จากนั้นก็จึงได้เดินออกจากห้องทำงานของฮาโรเด็นไป

            เป็นการก้าวเดินมุ่งหน้าไปสู่การสร้างตำนานบทที่สองของอิมิคในระดับภูมิภาค
            หลังจากที่เคยทำให้คนทั้งเมืองหลวงต้องยอมรับมาแล้วในการประลองเมื่อปีก่อน

-----------------------------
Free talk - ตอนนี้ก็ดึง Side ของวันรับตำแหน่งมาอิงอ้าง แล้วช่วงท้ายก็เป็นการเสริมเติมแต่งครับผม
ก็จบลงเท่านี้กับความรักเล็กๆในกองพันเยาวชน smile จากนี้อิมิคก็เข้าสู่สมรภูมิรบอย่างเต็มตัวเสียที

ตอนจากนี้ไปอาจมีเลทบ้างนะครับเพราะผมต้องแต่งควบคู่ไปกับการรีไร้ท์ Side Story ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆกันเพื่อให้จุดที่แตกต่างเชื่อมโยงกันครับผม

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 มี.ค.53 เวลา 03:36:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

แผนวางไว้ไกลจริงๆ ริซ่าเล่น บอกว่าชอบ แล้วตัดบทว่าอิมิคไม่ได้มองตัวเองแบบเพื่อนสาวซะงั้น รีบตัดสินใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 20 มี.ค.53 เวลา 05:12:41 น.

Izabelle
Oversea Student

อยู่ักับสาวแล้วอิมิคอึ้งยาว พูดไม่ออกเลยแหะ แย่ๆ tongue
ฮารี่ไม่ค่อยมีบทพูดเลย มีแต่ตามน้ำ grin

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 20 มี.ค.53 เวลา 11:43:47 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ