Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

The Sun Seeker - บทที่ 7 - ลบล้าง (5/7)

บทที่ 1 – เทศกาลโคมตะวัน

บทที่ 2 - พบ
ครึ่งแรก
ครึ่งหลัง

บทที่ 3 - ความสามารถ
1/3
2/3
3/3

บทที่ 4 - แผนการ
1/3
2/3
3/3

บทที่ 5 - ครีษมายัน
1/4
2/4
3/4
4/4

บทที่ 6 - เยียวยา
ครึ่งแรก
ครึ่งหลัง

บทที่ 7 - ลบล้าง
1/7
2/7
3/7
4/7

* * * * *

คุณ shiny - บทที่แล้วแอนเธียร้องเยส รำคาญเจ้าบี้มาตั้งนานแล้ว ;D

คุณ YAmiMaRU - ในปล. เป็นความลับสวรรค์ (อย่างน้อยก็ในยามนี้) ครับ ^^a แต่ผมเห็นด้วยจริงๆ นะ ว่าการถูกคนอื่นทำร้ายมาก่อน ไม่ได้ทำให้การที่เราทำร้ายคนไม่รู้อะไรด้วย (ไม่ว่าเขาจะเกี่ยวข้องกับคนที่ทำร้ายเรายังไงก็ตาม) เป็นเรื่องชอบธรรมไปได้เด็ดขาด

เฮียแจม - ไม่ใช่มุขตามที่เดาละครับ smile

คุณฮานารุท - เรื่องที่สงสัย มีคำตอบในตอนนี้เลยครับ

ส่วนความสามารถของพวกเนฟิลิม ผมคิดว่าถ้าใช้ได้ฟรีๆ มันก็จะสะดวกเกินไป แต่ละคนเลยมีสิ่งที่ต้อง "เสียไป" เพราะความสามารถพวกนั้นอยู่เหมือนกัน

* * * * *

11 – ชายผู้เคยลบล้างตนเอง และชายผู้ต้องการลบล้างคนอื่น


“แอนเธียเสียใจมากเกินไป” โจเซฟพูดขึ้นทันที หลังจากเชิญร้อยเอกฮัมเบิร์ต ไวส์วอลด์ ให้นั่งลงบนเก้าอี้อีกฟากโต๊ะเอกสาร “ผมหวังว่าคุณจะไม่ถือสาเธอ”

“เธอทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน ถึงผมไม่ถือสา ก็เว้นโทษไม่ได้” อีกฝ่ายตอบอย่างเย็นชา “คุณก็เห็น พวกอัสลานป่าเถื่อนไร้สมองทั้งตัวผู้ตัวเมีย ไม่สมควรถูกล้างเผ่าพันธุ์ให้หมดจริงๆ เหรอ ผู้พันเมนเกเล”

ชื่อที่ไม่ได้ยินมาแสนนาน...แต่ยังติดตรึงไม่อาจลบเลือนสำหรับชายวัยกลางคน กระนั้นเขาก็ได้แต่รักษาสีหน้าให้คงเดิม

...เจ้าเด็กนี่ทำการบ้านมาดี... เขาต้องยอมรับ

“ผู้กองไวส์วอลด์ ผมลาออกจากครูเซเดอร์แล้ว และผมก็เปลี่ยนนามสกุลเป็นมอสคาตีมานานหลายปี ตอนนี้ผมเป็นเพียงนายแพทย์โจเซฟ มอสคาตี ไม่มีพันโทโจเซฟ เมนเกเลของกองทัพครูเซเดอร์อีกต่อไป”

“ผมไม่เข้าใจ ผู้พันเมนเกเล” เด็กหนุ่มกลับพูดต่อ ราวกับไม่สนใจคำพูดก่อนหน้าของอีกฝ่าย “ผู้หญิงหากินแค่คนเดียวมีดีอะไร ทำไมคุณถึงกับทิ้งตำแหน่งหน้าที่การงานมาหมกตัวในเก็ตโตโสโครกกับมัน พวกเราโซลาริสยังต้องการคุณ”

“เอแซดสองสามศูนย์ที่คุณใช้ไปเมื่อคืน น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับผลการรับใช้โซลาริสของผม” ชายวัยกลางคนพูดอย่างเคร่งขรึม “คุณคงรู้แล้ว ว่าผมใช้สูตรของมันแลกกับชีวิตของมาร์กาเร็ต”

“แสดงว่าคุณเองยังไม่ลืมเสียทีเดียว” ไวส์วอลด์เหยียดยิ้มน้อยๆ “’เทวทูตแห่งความตาย’ แห่งหน่วยอัซราเอล”

ใช่ นั่นเคยเป็นฉายาของเขา เป็นฉายาที่โจเซฟคงไม่มีวันลืมได้ชั่วชีวิต เช่นเดียวกับเอแซดสองสามศูนย์...ในฐานะยาพิษที่เขาเมื่อตอนเป็นพันโทเมนเกเลคิดขึ้นมา บนชีวิตอันดับสิ้นของเชลยและนักโทษมากมาย

“แต่มันยังไม่เพียงพอ” เด็กหนุ่มพูดต่อไป “ผู้พัน ยาตัวสุดท้ายของคุณเหมาะแก่การลอบสังหารเป็นอย่างยิ่ง แต่เรายังต้องการยาที่มีประสิทธิภาพในด้านอื่นมากกว่านี้ โดยเฉพาะยาพิษชีวภาพซึ่งมีผลต่อชาวอัสลานเท่านั้น เพื่อเราจะได้กวาดล้างเผ่าพันธุ์โสโครกนั่นไปจากเวสต์แลนด์อย่างหมดจดเสียที...และผมก็คิดไว้แล้วด้วยว่า ‘ตัวทดลอง’ ตัวแรกที่เหมาะกับยานั้นที่สุดคือพวกมันตัวไหน”

“คุณอย่าแตะต้องแอนเธีย” โจเซฟจ้องตาชายผู้อ่อนวัยกว่าเขม็ง “นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำเตือน หากเกิดอะไรกับแอนเธีย ผู้พันคลอสจะไม่อยู่เฉยอีกแน่”

ไวส์วอลด์แค่นหัวเราะเบาๆ

“นังตัวเมียชั้นต่ำนั่นคงมีชั้นเชิงมากสินะ ทั้ง ‘เทวทูตแห่งความตาย’ กับ ‘ดาบอัคคี’ ถึงได้ติดใจมันเหลือเกิน” เด็กหนุ่มจ้องตอบเขาอย่างท้าทาย “ผมชักอยากลองมันสักครั้งแล้วสิ ว่าจะหอมหวานแค่ไหน”

หลายปีที่ผ่านมาในฐานะหมอทหารฝึกให้ชายวัยกลางคนอดทน แต่นี่เป็นครั้งที่เขาแทบต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีทีเดียว

“คลอสเห็นเธอเป็นเหมือนลูกสาว ไม่ใช่เรื่องสกปรกอย่างที่คุณคิด” โจเซฟตอบอย่างใจเย็น “เขาอาจตามใจเธอไปบ้าง แต่ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เขาย่อมเห็นด้วยกับเธอ ผมเคยอยู่หน่วยวิจัย รู้ว่าข้างในพวกเนฟิลิมก็เลือดเนื้อเครื่องในเหมือนคนธรรมดา กระทั่งอวัยวะของพวกนั้นที่ว่าเหมือนเทพอนธการก็มีลักษณะโครงสร้างและดีเอ็นเอเหมือนส่วนที่เป็นมนุษย์ทุกอย่าง ผ่าศพไปก็เสียแรงเปล่า”

“แต่ครั้งนี้อาจไม่เสียแรงก็ได้” ผู้กองซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเคยเห็นการผ่าศพต่อหน้าต่อตาหรือเปล่ายังคงย้ำ

“คุณเคยพบเนฟิลิมจริงๆ มาก่อนหรือเปล่า นอกจากเด็กคนนี้” เขานึกอยากถาม

“เคยเห็นศพอาบยากับอวัยวะดองในศูนย์วิจัยบ้าง แต่ผมไม่ได้ทำงานที่นั่น” อีกฝ่ายตอบ “เด็กนี่เป็นเนฟิลิมเป็นๆ คนแรกที่ผมเจอ...ถึงจะเคยเห็นแค่ตอนหลับเป็นตายก็เถอะ”

“แล้ว...คุณรู้สึกอย่างไร”

เด็กหนุ่มแค่นเสียงในคอ คล้ายหัวเราะ

“คุณคิดว่าผมควรรู้สึกยังไง อย่าเทศน์ผมแทนอดีตผู้พันคลอสเลย คุณจะบอกว่ามันก็เหมือนกับพวกเรา ทั้งๆ ที่มันมีเขา มีสัญลักษณ์ของปีศาจร้ายอยู่บนตัวงั้นเหรอ ถ้ากระทั่งพวกอัสลานที่ดูภายนอกมีแขนขาตามือเหมือนพวกเรายังมีระบบสมองคล้ายสัตว์ เด็กนั่นก็ยิ่งเหมือนสัตว์ไปกว่านั้นอีก”

“แต่คนอัสลานกับเนฟิลิมทุกคนเป็นมนุษย์ ผู้กองไวส์วอลด์” โจเซฟเอ่ยช้าๆ “ผมเคยผ่าสมองคนอัสลานมากับมือ...ผ่าตอนเป็นๆ เสียด้วย ทำสารพัดอย่างจนพอจะรู้ว่าคณะนักบวชโซลาริสยกเรื่องไม่มีมูลอะไรมาพร่ำเพ้อ ส่วนเนฟิลิมทุกคนเกิดมาจากมนุษย์ และใช้ชีวิตเป็นมนุษย์มาตลอด เรื่องที่พวกนั้นมีเขากับอวัยวะเปลี่ยนไปในชั่วคืน เรายังหาข้อสรุปไม่ได้ ใครจะรู้...เรื่องแบบนี้อาจเป็นเหมือนโรคบางอย่าง มันอาจเกิดขึ้นกับลูกของคุณหรือผมในสักวันก็ได้ ถึงตอนนั้นเรายังจะเห็นลูกของตัวเองเป็น ‘สัตว์’ ได้หรือ”

“คุณไม่มีลูก และคุณทำให้ผู้หญิงหากินคนนั้นของคุณมีลูกไม่ได้เอง” ผู้กองเทมพลาร์ชักหน้าตึงทันที “กรุณาอย่าแช่งลูกของผมกับท่านหญิงลูเชียส”

สิ่งที่เด็กหนุ่มพูดเหมือนตีแสกหน้าหมอวัยกลางคนเข้าจังๆ กระนั้นเขายังรักษากริยาให้นิ่งอยู่

“ผมไม่ได้แช่ง” โจเซฟเริ่มล้มเลิกความตั้งใจเดิม และตัดสินใจพูดตรงประเด็น “เรื่องของเรื่องคือ ผมและคนอื่นๆ อีกหลายคนที่นี่เห็นเด็กเนฟิลิมนั่นเป็นคน ในเมื่อแกนับถือศาสนาโซลาริสตั้งแต่เกิด แกก็ควรมีพิธีศพตามศรัทธาของแก ผมยินดีจะรับผิดชอบพิธีศพของแกที่นี่โดยเร็วที่สุด...และจะตรวจสอบศพของแกเท่าที่ทำได้ระหว่างแต่งศพ หวังว่าคุณคงไม่ปฏิเสธ”

“แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไง ว่าคุณจะไม่นั่งเทียนเขียนรายงานขึ้นมาเอง” เด็กหนุ่มพูดหยันๆ

“นี่ผมกำลังช่วยคุณนะ ผู้กอง” ชายวัยกลางคนเปลี่ยนแผนการเล็กน้อย “คนของคุณกะปริมาณยาพิษไม่ได้ความ ศพเด็กนั่นมีผลตกค้างของพิษแสดงอยู่ชัด ถ้าคุณเอาศพไปส่งศูนย์วิจัย เบื้องบนต้องรู้แน่นอน และพวกเขาจะไม่คิดหรอกว่าเป็นผม ในเก็ตโตหาวัตถุดิบทำยาตัวนี้ไม่ได้ง่ายๆ แล้วผมก็ไม่มีแรงจูงใจให้ฆ่าเด็กเนฟิลิมเลยด้วย

“จริงอยู่ว่าเนฟิลิมตายไปสักคนเป็นเรื่องเล็ก แต่ท่านผู้บัญชาการกับองค์พระสังฆราชาเกลียดคนที่อวดฉลาดทำนอกเหนือคำสั่งขนาดไหน คุณน่าจะรู้ดี ต่อให้เป็นคู่หมั้นของท่านหญิงน้อย พวกเขาก็ไม่ไว้หน้าหรอก”

ร้อยเอกไวส์วอลด์เสมองไปอีกทาง

“ก็ได้ เชิญคุณทำศพมันตามสบาย ผมจะถือว่านี่เป็นความต้องการของ ‘เทวทูตแห่งความตาย’ ที่ต้องการรับผิดชอบการตายของเด็กปีศาจคนหนึ่งจากยาตัวเอง” เด็กหนุ่มตอบ “รีบจัดการให้เสร็จเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ผมไม่อยากให้ท่านหญิงลูเชียสอยู่ในที่สกปรกแบบนี้นาน”

ชายวัยกลางคนยักไหล่ รับง่ายๆ โดยไม่โต้เถียงแต่อย่างใด

“ขอบคุณ”

ความเงียบเข้าครอบคลุมทั้งสองชั่วครู่ ก่อนผู้กองไวส์วอลด์จะขึ้นต้นใหม่อย่างลังเล

“ตอนพ่อผมทราบว่าผมจะได้มาพบคุณ ท่านฝากคำพูดไว้” เขาเอ่ยช้าๆ “ว่าถ้าคุณยินดีกลับหน่วยอัซราเอล ท่านอาจอนุมัติให้คุณแต่งงานกับผู้หญิงหากินคนนั้นอย่างถูกต้องเป็นกรณีพิเศษก็ได้”

โจเซฟไร้ความลังเลกับข้อเสนอนี้

“ขอบคุณ แต่ผมขอปฏิเสธ” ชายวัยกลางคนประสานมือทั้งสองไว้เบื้องหน้า เหลือบมองแหวนโลหะแบบเรียบๆ ซึ่งสวมบนนิ้วนางซ้ายอย่างหวงแหน “ท่านนายพลเข้าใจผิด ไม่ว่าโซลาริสหรือครูเซเดอร์จะยอมรับหรือไม่ ผมก็ได้แต่งงานกับมาร์กาเร็ตแล้ว แต่งงานกันอย่างถูกต้องด้วยความรัก เท่านี้เองที่สำคัญ”

“แต่ถ้ากลับไป คุณก็สามารถใช้ชีวิตสุขสบายในแซงค์ชัวรีกับ...ผู้หญิงคนนั้นได้” เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเลือกคำเรียกที่สุภาพกว่า “ไม่ต้องเปิดร้านหมอโกโรโกโสให้ผู้หญิงหากินในเก็ตโตแบบนี้”

“ผมมีความสุขดีแล้ว และไม่ต้องการความสบายที่ได้บนความทุกข์ทรมานของคนอื่น” หมอโจเซฟยังคงมองแต่มือของตน ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่เล็กน้อย

บางครั้ง เขายังคงเห็นมันเป็นเครื่องมือฆ่าฟัน ไม่ต่างจากมีดหรือปืน และ...อาจจะสร้างความทุกข์ทรมานให้เหยื่อสังหารมากกว่าด้วยซ้ำ

“ผมใช้มือคู่นี้ฆ่าคน หรือสร้างเครื่องมือฆ่าคนอื่นๆ มามากพอแล้ว ผมได้แต่หวังว่า...มันจะรักษาชีวิตได้มากกว่าที่มันคร่าไปสักเล็กน้อยก็ยังดี”

“หึ” เด็กหนุ่มแค่นเสียง ราวกับตนเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังฟังความฝันของเด็กโง่งม “ท่าทางผู้พันคลอสจะล้างสมองคุณเสียหมดจด”

“ใช่ เขาล้างสมองผมจนสะอาดทีเดียว ลบสิ่งที่บดบังสายตาผมมาตลอดออกไปแทบทั้งหมด แต่ผมคิดว่า...ไม่ใช่คลอสคนเดียวที่ทำอย่างนั้นได้หรอก”

อดีตหมอครูเซเดอร์สบตากับเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจไร้ผล...เด็กคนนี้อาจเป็นเหมือนบิดา หรือครูเซเดอร์ระดับสูงอื่นๆ จนเกินไป และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเชื่อมาตลอดเกินกว่าจะตั้งคำถาม

ทว่าหากไม่เสี่ยงตอนนี้ ก็คงไม่มีวันได้ทำอีกแล้ว

“ถ้าคุณเปิดใจสักหน่อย คุณเองก็ลบล้างสิ่งที่ปิดกั้นสายตาและความคิดของคุณได้ ผู้กองไวส์วอลด์

“...แทนที่จะลบล้างแต่สิ่งที่คุณเห็นว่าไม่เหมือนพวกคุณ”

* * * * *

12 – เมื่อเด็กหญิงได้รู้ความจริงเรื่องการลบล้าง


“นายออกไปซะ” อมาเนเซราหันกลับมาพูดกับครูเซเดอร์ทั้งสองหลังทำเป็นสวดมนต์เงียบๆ ไปได้ราวห้านาที

“แต่ว่า...” ครูเซเดอร์ผมดำทำท่าจะแย้ง

“คิดว่าศพจะลุกขึ้นมาทำอะไรฉันรึไง” เด็กหญิงแหว “ฉันอยากอยู่กับเพื่อนฉันคนเดียว! แค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอ!”

“ค...ครับท่านหญิง” ครูเซเดอร์ผมเหลืองค้อมศีรษะ แล้วก็รีบตรงไปที่ประตูโดยเร็ว ยังผลให้ชายอีกคนทำตามในไม่ช้า

หลังได้ยินเสียงปิดประตู อมาเนเซราสูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปใกล้ร่างคลุมผ้าขาวบนเตียง ในห้องที่มีกลิ่นหอมของสเปรย์ปรับอากาศอบอวล ราวกับจะกลบกลิ่นไอแห่งความตาย

นิ้วมือของเธอแตะชายผ้า ใกล้บริเวณที่คลุมใบหน้าของเด็กชาย ขยุ้มดึงมันขึ้นมาเล็กน้อย

...นี่ต้องไม่ใช่นิกซ์ นิกซ์ต้องยังไม่ตายแน่ๆ ...

เธอไม่เชื่อหรอกว่านิกซ์ตายแล้ว เธอไม่รู้สึกเหมือนเขาตายเลย มันกะทันหันไป ถึงผู้หญิงที่มีกลิ่นไอของปีศาจคนนั้นจะร้องไห้จนตาบวมจริงๆ แถมยังกล่าวหาเรื่องที่สะกิดใจเด็กหญิงอย่างประหลาด แล้วยังเรื่องห้ามดูหน้าศพ คนนอนหลับแล้วตายไปเฉยๆ จะมีสภาพศพน่ากลัวไม่น่ามองได้ถึงขนาดไหน

เด็กหญิงเคยเห็นแต่ศพของพระมหาสังฆราชาและนักบวชระดับสูงต่างๆ ซึ่งผ่านกรรมวิธีรักษาไว้อย่างดี ราวกับคนนอนหลับที่มีเพียงสีผิวซีดลงกว่าปรกติ เธอเคยได้ยินเรื่องการเน่าเปื่อยของศพมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าน่ากลัวน่ารังเกียจแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้น ศพนี้ก็เพิ่งตายได้แค่ไม่นาน คงยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้า

...ถ้าไม่กล้าดู จะพิสูจน์ได้ยังไงว่าไม่ใช่นิกซ์จริงๆ ...

...ถ้าไม่กล้าดู จะเข้าใจท่าทางแปลกๆ ของใครต่อใครกับเรื่องนี้ได้ยังไง...

อมาเนเซรากลั้นใจ กระชากผ้าคลุมศพออกโดยแรง

...และเด็กหญิงก็เบิกตากว้างตะลึงงัน

ไม่ใช่นิกซ์แน่นอน ใบหน้าซีดเผือดนั้นเป็นเด็กอีกคนที่เธอไม่รู้จัก เขาม้วนเล็กๆ ที่สองข้างศีรษะซึ่งปรากฏรูปร่างคล้ายเขาของนิกซ์เมื่อมีผ้าคลุมทับอยู่ ที่แท้มีร่องรอยเหมือนใครนำพวกมันมาเสียบเข้าไป

...นี่หมายความว่ายังไง! ทำไมพวกนั้นถึงต้องหลอกเราด้วยว่านิกซ์ตายแล้ว! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!...

เธอนึกออกทันทีว่าต้องถามใคร แต่ไม่ทันเลื่อนผ้าคลุมปิดหน้าศพ และวิ่งแจ้นลงไปถามให้รู้เรื่อง ประตูก็พลันเปิดเข้ามา

...ด้วยมือของคนที่เธอต้องการถาม

ไม่เพียงหญิงปีศาจผู้มีนัยน์ตาเรียบเฉยคนเดียว แต่ยังมีครูเซเดอร์ยศต่ำทั้งสองนายตามเข้ามาด้วย คนผมดำร่างสูงใหญ่มีสีหน้าลำบากใจ ส่วนคนผมเหลืองดูตื่นหวาด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นหน้าของศพบนเตียงชัดเจน

“ท่านหญิงใจกล้ามากนะคะ” หญิงปีศาจนั้นพูดพร้อมกับลงกลอนประตู “แต่ก็น่าจะเชื่อฟังผู้ใหญ่ หรือให้เกียรติคนตายสักหน่อย”

“นิกซ์อยู่ที่ไหน” อมาเนเซรายกเรื่องที่อยากรู้ที่สุดขึ้นมาทันที “พวกแกพาเขาไปที่ไหน!”

“เขาอยู่ในที่ปลอดภัยค่ะ” หญิงคอนเวิร์ทยังคงดูใจเย็นเสียจนเธอรำคาญ แต่เนื้อความต่อมาจับความสนใจของเด็กหญิงยิ่งกว่า “จากคนที่ต้องการฆ่าเขา”

“คนที่เธอหาว่าวางยาเขาน่ะเหรอ” อมาเนเซราตอบ ครั้นแล้วก็นึกบางอย่างได้ และตวัดสายตามาทางครูเซเดอร์ผมเหลืองที่เริ่มหน้าซีดลงผิดปกติ “นายกับเค้กนั่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย”

“อ...เอ่อ...”

“ท่านหญิงพูดถูกแล้วค่ะ” หญิงสาวรับแทนชายที่อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ “แต่คุณบิวเรนไม่ใช่คนที่ต้องการให้นิกซ์ตาย เขาเพียงแต่รับคำสั่งจากคนอื่นมาเท่านั้น”

“แล้วนั่นใคร” เด็กหญิงตั้งคำถาม ก่อนจะเริ่มสันนิษฐานเองเมื่ออีกฝ่ายยังเงียบอยู่ “...อย่าบอกนะว่า ...คุณฮัมบี้?”

คอนเวิร์ทหญิงหันไปทางครูเซเดอร์ผมเหลือง...แค่มองนิ่งอยู่เช่นนั้น จนเขาก้มหน้าพูดตะกุกตะกัก

“ช...ใช่ครับ ผู้กองไวส์วอลด์...สั่งให้ผมวางยาเด็กคนนั้น แต่ถ้าผมไม่ทำตาม...เขาบอกว่าครอบครัวผมจะเป็นอันตราย ผม...ผมขอโทษครับท่านหญิง”

“ฉันไม่รับ!” อมาเนเซราแทบตวาด “มาขอโทษเอาตอนนี้คิดว่าจะจบเหรอ! ถ้าตอนนั้นฉันกับนิกซ์ไม่เปลี่ยนเค้กกัน! เขาคงตายไปแล้ว! ถึงตอนนั้นนายจะมาขอโทษฉันอีกมั้ย! คนเห็นแก่ตัว! ถ้าคุณฮัมบี้เป็นคนสั่งจริง...ทำไมไม่มาบอกฉันแต่แรกเล่า!”

“ถ้าบอก ท่านหญิงจะทำอะไรได้เหรอคะ” หญิงปีศาจกลับเป็นคนติงเรียบๆ “บางทีคนสั่งอาจจะไม่ใช่แค่ ‘คุณฮัมบี้’ แต่เป็นพระสังฆราชา หรือพระราชาคณะลูเชียสเองก็ได้”

“ฉันไม่เชื่อ!” เด็กหญิงหมายความตามที่พูดจริงๆ “ก็ท่านพ่อกับท่านพี่รับปากแล้วว่าจะไม่ทำอะไรนิกซ์!”

“คนเรารับปากแกนๆ เพื่อสิ่งที่ต้องการได้ง่ายดายนี่คะ” อีกฝ่ายแย้ง “ไม่ว่าจะเพื่อตัดรำคาญ หรือเพื่อหลอกลวงเอาผลประโยชน์ ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น”

“อย่าพูดถึงท่านพ่อกับท่านพี่แบบนั้นนะ! พวกท่านไม่มีวันหลอกลวงฉันหรอก! พวกแกต่างหาก...พวกแกจัดฉากเรื่องนี้มาให้เราเข้าใจว่านิกซ์ตายแล้ว จะได้เอาตัวเขาไปเป็นพวกปีศาจด้วยกันใช่มั้ย!”

“ถ้าไม่มีใครปองร้ายนิกซ์ก่อน ก็จะไม่มีการจัดฉากอะไรขึ้นทั้งนั้นค่ะ” หญิงคอนเวิร์ทก้าวเข้ามา อมาเนเซราจึงถอยเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าอีกฝ่ายแค่เดินไปที่เตียง จัดผ้าคลุมหน้าศพให้เรียบร้อยตามเดิมเท่านั้น “ท่านหญิงคิดว่าตัวเองหวังดีกับเขา ฉันก็เชื่อว่าฉันหวังดีกับเขาเหมือนกัน ไม่ว่ายังไง ความจริงที่เกิดขึ้นคือคนในโซลาริสบางคนพยายามวางยาฆ่านิกซ์ ไม่ว่าท่านพ่อกับท่านพี่ของท่านหญิงจะรู้เห็นด้วยหรือไม่ เขาจะไม่มีวันปลอดภัยในหมู่โซลาริสแน่ หากความจริงที่ว่าเขายังไม่ตายแพร่งพรายออกไป”

“แต่ฉันไม่เชื่อว่าท่านพ่อกับท่านพี่จะทำอย่างนี้กับนิกซ์! แล้วถ้าคนอื่น...ถ้าคุณฮัมบี้หรือใครๆ ปองร้ายนิกซ์จริง...ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำอะไรได้อีกหรอก! ฉันจะปกป้องนิกซ์เอง! จะบอกให้ท่านพ่อกับท่านพี่ลงโทษคนพวกนั้น! ไม่ยอมให้คนพรรค์นั้นได้เป็นคู่หมั้นของฉันอีกต่อไปแน่!”

เด็กหญิงไม่ค่อยรู้หรอกว่าคู่หมั้นของเธอเป็นคนอย่างไร แต่เธอไม่ค่อยชอบเขามานานแล้ว บัดนี้ยิ่งกลายเป็นเกลียด เธอคิดว่าเด็กหนุ่มเย็นชากับการตายของนิกซ์เสียจนไม่น่าแปลกใจหากมีใครมาบอกว่าเขาเป็นคนวางยานิกซ์เอง ซ้ำยังทำเหมือนเนรคุณไม่ให้เกียรติเด็กชายจริงๆ อย่างที่หญิงคอนเวิร์ทพูดเมื่อครู่

ท่านพ่อกับท่านพี่ต้องฟังที่เธอพูด ถ้าคุณฮัมบี้เป็นคนเลว คิดฆ่าคนดีอย่างนิกซ์...ท่านพ่อกับท่านพี่ต้องให้เธอถอนหมั้นกับคนแบบนั้นและลงโทษเขาสิ ก็พวกท่านไม่เคยปฏิเสธคำขออะไรก็ตามของเธอเลยนี่นา

“เพราะอย่างนั้น บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ว่านิกซ์อยู่ที่ไหน! ฉันจะไปรับเขากลับมา! จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเขาได้อีกจริงๆ ! ปล่อยเขาไว้ข้างนอกนั้นไม่ได้หรอก! พวกราดา...พวกปีศาจที่อยู่กับผู้ก่อการร้ายนั่นก็จะฆ่าเขา! แล้วฉันยังต้องช่วยเขาตามหา—“

อมาเนเซราพูดไม่ทันจบ หญิงปีศาจก็ปราดเข้ามาหาเธอรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด เด็กหญิงพยายามถอยหนี แต่ก็ถูกกระชากแขนเข้าหาอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย

ชั่วแวบต่อมา เด็กหญิงรู้สึกว่ามีผ้าเปียกชื้นแนบปากและจมูก อวลด้วยกลิ่นฉุนกึกเสียจนสมองมึนงง เสียงร้องของใครสักคน...ครูเซเดอร์ที่อยู่ในห้องด้วยหรือ...เหมือนดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล

และไม่ช้า...อมาเนเซราก็ไม่เห็น และไม่ได้ยินอะไรอีกเลย

* * * * *

13 – ความจำเป็นของการลบล้าง


“เธอทำอะไรท่านหญิง!” บิวเรนร้อง ขณะพยายามสะบัดตัวจากเพื่อนร่วมงานซึ่งรัดไหล่เขาไว้จากด้านหลัง “แมกนัส! แกเป็นบ้าอะไรของแก! ปล่อยสิวะ! ยายนั่นจะทำอะไรท่านหญิงก็ไม่รู้!”

“เงียบหน่อยสิคะ คุณบิวเรน” แอนเธียหันไปบอกเขาอย่างเรียบๆ พร้อมกับประคองร่างไร้สติของท่านหญิงน้อยให้นั่งเอนบนเก้าอี้ “คุณไม่อยากให้ฮัมบี้รู้เรื่องที่คุณทำงานพลาดใช่มั้ย”

“แต่เธอ...” ชายผมเหลืองเบาเสียงลงก็จริง แต่ยังแย้งอย่างลังเล “เธอจะทำอะไรท่านหญิง”

“ฉันไม่ทำร้ายเขาหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ “ก็แค่ใช้ยาทำให้เงียบไปก่อนเท่านั้นเอง ไม่งั้นเรื่องจะบานปลายกว่านี้ ถ้าเขาบอกใครก็ตามว่านิกซ์ยังไม่ตาย แล้วนั่นก็ไม่เป็นผลดีกับคุณเองด้วย”

บิวเรนเม้มปากนิ่งเงียบไป สีหน้าดูสงสัยปนระแวงขึ้นทุกขณะ

“สงสัยใช่มั้ยคะ ว่านิกซ์รอดมาได้ยังไง และเรารู้เรื่องคุณถูกบังคับให้วางยาได้ยังไง”

“ก็...ประมาณนั้น”

แอนเธียเล่าให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าเธอกับแมกนัสพบซากหนูตายรอบเค้กที่ถูกทิ้งในกองขยะ เมื่อถามนิกซ์จึงได้รู้ว่าบิวเรนปัดเค้กตกตอนท่านหญิงขอแลกเค้กกับเด็กชาย เธอกับแมกนัสจึงเดาว่าบิวเรนถูกไวส์วอลด์เรียกตัวไปข่มขู่ให้วางยา ได้รับคำยืนยันจากปากของครูเซเดอร์ผมเหลืองเองตอนมาถามเขาที่ห้องพัก และจัดการปลอมศพเด็กมีเขาให้เรียบร้อย

“แต่...ผมจำไม่ได้เลยว่ามีเรื่องแลกเค้ก หรือเอาเค้กไปทิ้ง” ชายผมเหลืองยิ่งขมวดคิ้ว “...จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้คุยกับคุณกับแมกนัสเมื่อคืน ที่จริงผมจำได้ถึงแค่ใส่ยาในเค้ก แล้วก็มายืนเฝ้า รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาในห้องตัวเองแล้ว พวกคุณมาหาผมตอนไหน”

“ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นคนมีเขาแบบเดียวกับนิกซ์ และใช้พลังดึงความทรงจำของคุณให้ลืม คุณจะเชื่อมั้ยคะ” หญิงสาวตัดสินใจพูดอย่างระแวดระวัง

“ครับ?” บิวเรนรับอย่างประหลาดใจ และดูท่าทางจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

“ก่อนไปหาศพปลอม ฉันกับคุณแมกนัสแวะไปหาคุณที่ห้องพัก ตอนนั้นคุณดูเครียดมาก ฉันเลยใช้ยาสลบทำให้คุณหลับไป แล้วก็ใช้พลังให้ลืมเรื่องที่แผนผิดพลาดไปก่อน คุณจะได้สบายใจ แล้วก็จะได้เล่นตามน้ำพวกเราได้ง่ายขึ้นด้วย”

“เอ่อ...ครับ” ชายหนุ่มยังดูงงอยู่ “คุณแอนเธีย...ถ้าคุณเป็นแบบเด็กคนนั้น แล้วเขาของคุณ?”

“หมอโจเซฟเป็นคนตัดค่ะ” เธอรับง่ายๆ “แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย ฉันจะใช้พลังกับท่านหญิงให้ลืมเรื่องของนิกซ์ไปเสีย ให้ผู้กองฮัมบี้เข้าใจว่าเธอสะเทือนใจจนเสียความทรงจำไปเอง อย่างนั้นน่าจะดีกับทุกฝ่ายที่สุดแล้ว”

“ค...ครับ” บิวเรนรับคำอย่างลังเล ขณะที่แอนเธียปลดผ้าคาดผมของตน

“ถ้าพวกคุณกลัวว่าฉันจะทำร้ายท่านหญิง จะเอาปืนจ่อหัวฉัน ยิงทิ้งทันทีที่มีพิรุธก็ได้นะคะ” หญิงสาวปลดปืนพกติดที่เก็บเสียงที่ข้างเอวของตน หมุนจับปากกระบอก ส่งด้ามปืนให้ชายผมเหลือง “คุณแมกนัสปล่อยเขาเถอะค่ะ ส่วนคุณบิวเรน ใช้ปืนนี่ก็ได้”

บิวเรนยิ้มแห้งๆ ยกสองมือขึ้นทำท่ายอมแพ้โดยไม่รับปืนของเธอ

“ไม่เป็นไรครับ เอาเป็นว่าผมเชื่อใจคุณ”

“ขอบคุณค่ะ” แอนเธียยิ้มรับบางๆ ก่อนจะหันกลับไปใช้ความสามารถของเธอกับเด็กหญิงที่ยังไม่ได้สติ ทวนย้อนความทรงจำตั้งแต่อมาเนเซราพบนิกซ์เป็นครั้งแรก...

...และเริ่มเกิดความรู้จัก...

หญิงสาวถึงกับชะงักเมื่อเห็นความทรงจำที่ไหลเรื่อย ตั้งแต่เด็กหญิงใช้เด็กชายเป็นเครื่องมือโดยไม่คิดอะไร จนเริ่มเกิดความรู้สึกห่วงใย ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี และต้องการตอบแทน ต้องการเป็นเพื่อน

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นรวดเร็วในไม่กี่วัน คงเพราะต่างฝ่ายยังมีความคิดที่ง่ายและไร้เดียงสาของเด็ก...แม้อมาเนเซรา ลูเชียส จะได้รับการสั่งสอนให้ผิดเด็กทั่วๆ ไปจนเกินวัยในหลายๆ ด้าน ความรู้สึกที่เด็กหญิงมีต่อนิกซ์เป็นความชอบ ความประทับใจ ความสนใจที่รุนแรงในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเด็กต่อสัตว์เลี้ยง ของเล่น หรือเพื่อนใหม่ซึ่งตนไม่เคยมีมาก่อน ยังไม่ลึกซึ้งถึงขั้นเห็นอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ที่มีความคิดความต้องการ กับข้อดีและข้อเสียซึ่งแตกต่าง...แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนตนเองอีกมากมาย

ทว่าหากให้เวลาทั้งสองได้รู้จักคุ้นเคย ได้เติบโตไปพร้อมกันนานกว่านี้ ความรู้สึกความเข้าใจนั้นก็คงหยั่งรากลึก กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มั่นคงกว่า และมอบความเข้าใจต่อต่างฝ่ายกับตนเองให้มากกว่า

แอนเธียคิดเช่นนั้นจริงๆ เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาและความคิดของเด็กหญิง ต่อคำถามที่เธอเองยังไม่คาดฝัน...

“เซรา...คิดว่าผมสกปรกหรือเปล่าฮะ”

“พอเถอะ! ฉัน...ฉันเข้าใจแล้ว นิกซ์ ฉันไม่คิดว่านายสกปรกเลย”

ราวกับเด็กเล็กๆ ที่ลอดข้ามรูโหว่ในกำแพงหนาเพื่อไปวิ่งเล่นร่าเริง ไม่สนว่าตนกำลังอยู่ในเขตแดนของใคร หรือพื้นที่นี้อันตรายหรือไม่ ไม่ตัดสินความถูกผิด แต่มองที่เหตุผลและจิตใจของอีกฝ่าย ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ขณะที่ผู้ใหญ่ไม่อาจทำได้...ไม่สิ...เด็กทั้งสองนี้โตเกินกว่าจะลอดข้ามกำแพงไปทั้งตัว แต่ยังสามารถมองและพูดคุยกัน เอื้อมมือหากัน และเรียนรู้กันและกันได้

บางที หากมีเด็กสองคนนี้ หากมีคนเห็นว่าสิ่งที่ทั้งสองทำอยู่ไม่ใช่ความผิด แต่เป็นสิ่งที่งดงาม ต่อไป กำแพงที่ใครก่อไว้เนิ่นนานก็อาจจะ...

...เสี่ยงไม่ได้หรอก...

แอนเธียตัดความลังเลของตนทันที เธอเห็นอีกเช่นกันว่าอมาเนเซรายังเป็นเด็กที่ดื้อรั้น เอาตนเองเป็นหลัก และมองด้านเดียวในหลายๆ เรื่องอย่างไร ด้วยสติปัญญาที่มี เด็กหญิงย่อมรู้ว่าการกำจัดศัตรูอย่างเด็ดขาดเป็นเรื่องที่พ่อกับพี่ชายควรทำ รู้ว่าการฆ่าเด็กเนฟิลิมหรือเด็กอัสลานเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนที่คนปกติทั่วไปชินชากับการมีโรงฆ่าสัตว์ แต่ด้วยความรักความผูกพันต่อพ่อกับพี่ชาย เด็กหญิงจะไม่มองว่าสองคนนั้นสามารถทำเช่นเดียวกันกับนิกซ์ที่เธอบังเอิญรู้จัก นิกซ์ที่เธอมองว่าเป็นคนดีเพราะเขาช่วยชีวิตเธอ และยอมรับเขาเป็นเพื่อนอย่างสนิทใจเพราะความต้องการเพื่อนที่มีอยู่ลึกๆ

บางที...หากอมาเนเซราโตกว่านี้คงเข้าใจ หรือหากได้รับบทเรียนให้เห็นด้านอันเย็นชาต่อชีวิตของคนที่ ‘ไม่ใช่พวกเดียวกัน’ ของญาติผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยตนเองก็คงเข้าใจ แต่นั่นเท่ากับแลกด้วยชีวิตของนิกซ์ ซึ่งหญิงสาวไม่อาจปล่อยให้สูญเสียไปได้

...เพราะอย่างนั้น...เพราะอยู่ในโลกที่ต่างกันเกินไป...ลืมกันไปเสียแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า...กับเด็กทั้งคู่ด้วย...

แอนเธียตั้งสมาธิ นึกภาพความทรงจำที่เธอเห็นเหล่านั้นเป็นเหมือนกลุ่มก้อน เหมือนช่อดอกไม้ที่ถูกรวบเข้าด้วยกันด้วยมือของเธอ

เพื่อให้คมเคียวในมืออีกข้างตวัดผ่านขาดสะบั้น

* * * * *

Edit by Anithin - 04 ก.พ.53 เวลา 17:08:10 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 04 ก.พ.53 เวลา 16:18:58 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 9 จากทั้งหมด 9 Reply

ฮานารุท
นักอ่านฟิคพเนจร

ตอนนี้แอนเธียรับมุก "คุณฮัมบี้" ด้วยแฮะ อีกหน่อยคงไม่มีใครจำชื่อจริงตานี่ได้แหงๆ

่พูดถึงตอนนี้ตัวละครที่ชอบก็คงหนีไม่พ้นฮัมบี้ มาทีหลังแต่ทำคะแนนแย่งบทตัวร้ายของเรื่องไปได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำ เทียบกับตัวอื่นๆที่ออกจะเทาๆ+ฉลาดแกมโกงแล้วพี่แกเลวดีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 04 ก.พ.53 เวลา 21:24:51 น.

YAmiMaRU
Member

ลบไปแล้วซินะ ความสัมพันธ์นี้ โศกนาฎกรรมระหว่างนิกซ์กับเซราคงจะเริ่มจากตรงนี้ซินะ

ติดตามอย่างต่อเนื่องครับ

ปล. ผมเคยอ่านเจอจากการ์ตูนเรื่องนึง ตัวเอกพูดว่า " ไม่ว่าจะดีร้ายมากมายเพียงใดก็ตาม การเล่าเรื่องตามความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยไม่บิดพลิ้วนั้น
ถือเป็นการเซ่นไหว้ผู้คนที่อยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นได้ดีที่สุด " ซึ่งผมก็อยากให้เป็นเช่นนั้นครับ






ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 05 ก.พ.53 เวลา 01:59:31 น.

shiny
หมาบ้าหน้าปากซอย

ถ้ากระทั่งพวกอัสลานที่ดูภายนอกมีแขนขาตามือเหมือนพวกเรายังมีระบบสมองคล้ายสัตว์

^^ ละเมอมาก...สอนกันไปได้

สะใจโก๋จริงๆตอนเซราบอกจะถอนหมั้นทันที แหมๆๆๆ

จริงๆอยากบอกแค่ว่า...

คุณท่านหญิงลูเชียสของนายนั่นแหละที่เป็นมนุษย์น้อยที่สุดในที่นี้ ท่านผู้กองฮัมบี้เอ๊ย

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 05 ก.พ.53 เวลา 07:00:15 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ทันใจจริงๆในตอนนี้ ทั้งเรื่องที่แอนเธียเฉลยความสามารถตัวเองให้บิวเรนฟัง (มันจะกล้าไปป่าวหว่า - -;) แล้วก็เรื่องที่คุณหนูรู้เรื่องทั้งหมด กับจับลบความทรงจำไปซะเลย

เรื่องลบความทรงจำนี่เอาไปเป็นชนวนดราม่าในภายหลังแน่ๆเลย เพราะมีเกริ่นเรื่องเอาความทรงจำใส่ตู้ล็อคกุญแจไว้แล้ว grin น่ากลัวจะได้ recall

ตรงที่บรรยายเด็กลอดข้ามรูโหว่ หรือเอื้อมมือหากันนั่น เป็นการเปรียบเทียบที่สวยดีจังเลยครับ ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าสะเทือนใจดีชอบกล

ตาฮัมบี้นี่ บทนี้นิสัยแย่จนน่าเกลียดไปเลย แต่คิดว่าธินคงมีที่มาของนิสัยหรืออีกด้านหนึ่งให้ดูในอีกไม่ช้าแหงๆ

หลวงพ่อนิโคลัสฉายาเท่จริงๆ 'ดาบอัคคี' จะมาจากความสามารถอะไรรึเปล่าน้อ (แอบคิดไปเล่นๆว่าถ้าแอนเธียเคยลบความทรงจำบางอย่างของผู้พันคลอส จนกลายมาเป็นหลวงพ่อนิโคลัสในทุกวันนี้ o.O; )

ย้อนไปเมนท์ตอนก่อนด้วย

“อ...แอนเธียอะไรของฉัน” เพื่อนของเขาหันขวับมา พูดตะกุกตะกักทันใดด้วยสีหน้าที่เข้มขึ้น <- ประโยคนี้น่ารักดีจัง ฮา

อันนี้ discuss ในฐานะคนแต่งนิยายนิดนึง ไม่ถึงกับเป็นเรื่องติอะไรนะครับ

รู้สึกนิดๆว่าแอนเธียกระทำการมากไปหน่อย รู้มาก ฉลาดและทำอะไรก็รัดกุมมาก อาจจะทำให้ดูเพอร์เฟคไปนิดที่จะเป็นหนึ่งในตัวเอก ยังไงในอนาคตคงจะมีโอกาสได้แสดงจุดอ่อน หรือด้านที่อ่อนไหวของเธอบ้างเนอะ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 05 ก.พ.53 เวลา 19:31:10 น.

YAmiMaRU
Member

Quote : Dr.Cid

รู้สึกนิดๆว่าแอนเธียกระทำการมากไปหน่อย รู้มาก ฉลาดและทำอะไรก็รัดกุมมาก อาจจะทำให้ดูเพอร์เฟคไปนิดที่จะเป็นหนึ่งในตัวเอก ยังไงในอนาคตคงจะมีโอกาสได้แสดงจุดอ่อน หรือด้านที่อ่อนไหวของเธอบ้างเนอะ


ผมว่าไม่นะครับ การที่แอนเธียลบความทรงจำของเซราออกนี่แหละที่ผิดพลาด เพราะในโลกนี้การฆ่าพวกอัสลานเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เห็นว่า " สมควร "
ซึ่งตัวเซราเองก็เคยคิดแบบนี้มาตลอด ต่อให้โตขึ้นก็คงถูกล้างสมองให้คิดแบบนี้ต่อไปเหมือนกัน
แน่นอน รวมทั้ง"นิกซ์"ที่เซราลืมไปแล้วด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.53 เวลา 00:47:38 น.

ฮานารุท
นักอ่านฟิคพเนจร

ก็ต้องดูกันล่ะว่าเซราจะกลับไปเป็น[คุณหนูคนนั้น]เหมือนก่อนจะเจอนิกซ์หรือเปล่า ถ้าเป็น เราก็จะได้ตัวร้ายตระกูลลูเซียสเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว(คิดถึงนะเนี่ย) โดยส่วนตัวคิดว่าเซราไม่น่าจะกลับไปเป็นอย่างเดิม ถึงจะจำเรื่องนิกซ์ไม่ได้(ต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลง) แต่ลักษณะนิสัยปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับเซราไปแล้วไม่น่าจะหายไปทั้งอย่างนั้น แถมคนรอบข้างของเซราก็น่าจะมีพูดถึงเด็กปีศาจที่เสี่ยงชีวิตช่วยเซราเอาไว้จนตัวตายบ้าง ถ้าเซรายังกลับไปเป็น[คุณหนูคนนั้น]ได้อีกเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลยว่าเนื้อเรื่องหลังจากนี้จะทำร้ายจิตใจกันสักขนาดไหน

ว่าแต่ว่าแอนเธียจะกลับไปลบของนิกซ์ด้วยมั้ยเนี่ย

Edit by ฮานารุท - 06 ก.พ.53 เวลา 03:23:54 น.

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.53 เวลา 03:23:15 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

หลังๆลบความจำเป็น Webmaster ลบ Reply เลยแฮะ ชักสงสัยแล้วด้วยว่าแอนเธียจะคืนความจำให้เซร่าในอนาคตไหม ว่าแต่ จะมีทหารเก่งๆที่แยกตัวออกมาจากกองทัพอีกไหมนี่

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.53 เวลา 08:57:52 น.

Endorphinlism
Vault Dweller

ถ้าแอนเธียตาย ความทรงจำที่ถูกบิดเบือน จะกลับมาด้วยไหมนะ

ปล.ท่านอนิธินจะสร้างรักต้องห้ามอีกคู่เหรอ ที่ผ่านมายังไม่สะใจสินะ (ฮา)

ว่าแต่คู่นี้เป็นคู่ที่เท่าไหร่แล้ว ที่อ่านๆมารู้สึกจะเป็นคู่ที่4ใช่ไหม?


-------------
replyล่าง มาเล่นuoกัน เดี๋ยวเทรนให้ ^^b

Edit by Endorphinlism - 07 ก.พ.53 เวลา 15:07:55 น.

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.53 เวลา 22:23:25 น.

kotoba
ที่ปรึกษาแห่งน้ำโศกสีฟ้า

^^^

ดูจากแนวความสามารถ ผมไม่คิดว่าจะได้คืนเลยแฮะ - -a

ถ้าไม่มีคห. แรก ก็ลืมสังเกตไปเลยนะเนี่ยว่าแอนเธียก็เรียกฮัมบี้ว่าฮัมบี้แล้ว lol

กำลังคิดว่า ความสามารถของเซร่าจะช่วยอะไรได้รึเปล่า แต่ดูไปดูมาไม่น่าจะได้แฮะ หมดช่วงเทศกาลแล้วนี่นา - -

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 07 ก.พ.53 เวลา 14:01:32 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 9 จากทั้งหมด 9 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ