JoyKa
Librarian

Nephilim's Tale ตอนที่ 3


Back to Chapter 1

Back to Chapter 2

--------------------------------------------------------

Chapter 3


แสงอาทิตย์ในยามบ่ายมันช่างร้อนแรงมาก ๆ แม้แต่ในที่ร่มก็ยังมีไอแดดจนอากาศร้อนอบอ้าว
อนาคิมเอาถาดสำหรับใส่อาหารขึ้นมาโบกไปมาเพื่อสร้างลม ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เธอกำลังพัดให้เรโนอาที่นอน
ฟุ้บอยู่บนโต๊ะ

จริง ๆ เวลานี้เป็นเวลาที่อาจารย์มีอาน่าเลิกสอนแล้ว ทุกคนล้วนกลับบ้านไปจนหมด แต่เพราะความร้อน
ทำให้เรโนอาไม่อยากออกไปเผชิญแสงแดดภายนอก เดี๋ยวเธอจะได้เป็นลมซะอีกรอบ

“ร้อนจริง ๆ ไอ้ ‘วันนี้ของปี’ นี่มันร้อนอะไรเช่นนี้”
เรโนอาโอดครวญ โดยมีอนาคิมโบกถาดใส่อาหารสร้างลมให้อย่างต่อเนื่อง

‘วันนี้ของปี’ กล่าวกันว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์เข้ามาใกล้คานานมากกว่าวันอื่น จึงทำให้อากาศในวันนี้ร้อนมากกว่าปกติ ไม่มีใครบอกได้ว่าเพราะสาเหตุใด หากแต่หลายคนจะยึดเอาวันนี้เป็นวันสิ้นสุดของรอบ 6 เดือน ความร้อนของ ‘วันนี้ของปี’ นั้นค่อนข้างร้อนมากจริง ๆ เพราะแม้แต่อาจารน์มีอาน่าผู้ซึ่งเป็นเอล์ฟเผ่าน้ำที่สามารถสร้างอากาศเย็นรอบ ๆ ตัวได้ ยังแสดงอาการอ่อนเพลียออกมากจนเธอเลิกชั้นเรียนไวกว่าปกติ

หากแต่อนาคิมกลับไม่ค่อยรู้สึกว่ามันร้อนซักเท่าไหร่ เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิเวลาอยู่หน้าเตาหลอม หรือตอนเธอช่วยพ่อตีโลหะ มันยังร้อนซะยิ่งกว่า แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรที่ใคร ๆ จะร้อนเพราะคนอื่นนั้นไม่ได้เหมือนเธอ

“เน่~~ อนาคิม เจ้าไม่ร้อนบ้างเลยเหรอ” เรโนอาถามลากเสียงแบบคนหมดแรง

“ไม่เลย ข้ารู้สึกว่าที่โรงหลอมข้าร้อนกว่าอีกนะ” อนาคิมตอบอย่างเรียบเฉย

“ข้าล่ะอิจฉาความอึดของเจ้าจริง ๆ แบบนี้ตอนเข้าวังไปไม่ว่าจะถูกโยนไปอยู่ตำแหน่งที่อยู่ท้ายครัวขนาดใหน
เจ้าก็แทบจะไม่มีปัญหาเลยล่ะมั้งนี่” เรโนอาตะแคงหัวพูด

อนาคิมกระพริบตาปริบๆ เธอเอียงหัวไปมาช้า ๆ
“นี่เราเรียนอะไร ๆ มากมายเพื่อไปเป็นคนครัวรึ?” อนาคิมถามเรโนอา

เรโนอาทำหน้าเบ้ ใส่อนาคิมทันที
“เห เจ้านี่ วิชาที่เราร่ำเรียนกันมันก็มีเกี่ยวกับห้องครัวนะ ถ้าชำนาญเรื่องในครัวก็อยู่ในครัวล่ะ แต่ถ้าเก่งอย่างอื่น
ก็คงได้อยู่ในตำหนักอื่น ทำงานแบบอื่นนั่นล่ะ” เรโนอาตอบ ทีท่าเธอเหมือนอยากจะตวาดใส่อนาคิม
ทว่าเธอได้แต่พูดเสียงเหมือนคนหมดแรงเท่านั้น

“ยังงั้นรึ...” อนาคิมตอบรับด้วยสีหน้าที่หวั่นวิตก เธอกลัวว่าที่ ๆ เธอจะไปอยู่มันจะมีอะไรยุ่งยากมาก
เรโนอามองอนาคิมที่มีสีหน้าวิตกด้วยความห่วงใย

“ถ้าเจ้าคาดหวังว่าจะพบท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่ามันไม่ได้ไร้ความหวังซะทีเดียวหรอกนะ” เรโนอากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

หากแต่เนื้อความเหมือนแหย่อนาคิมนิด ๆ ซึ่งอนาคิมเองก็หน้าแดงจนเห็นได้ชัด ความจริงแล้วเธอไม่ได้คาดฝันให้เรื่องของเธอและแม่ทัพไปไกลมากนัก เธอคิดอยู่เสมอว่าการที่แม่ทัพซื้อชุดนั้นให้ เพียงเพราะต้องการชดเชยชุดเก่าที่โดนเพื่อนของเขาทำขาดก็เท่านั้น

แต่เธอก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ลึกๆในใจของเธอนั้น คาดหวังว่าจะได้พบท่านแม่ทัพอีกซักครั้ง เรโนอายังคงมองอนาคิมที่เหม่อลอยมองไปทางปราสาทเฟรโดน่า

แม่ลิงสาวเป็นเอามากเลยแฮะ

เรโนอาคิดพลางถอนหายใจให้กับอาการของเพื่อนสาว
อนาคิมพัดให้เรโนอาจนตะวันเริ่มลดแสงลง เธอจึงได้แบกเรโนอาไปส่งที่บ้าน
--------------------------

ด้านนอกเขตพระราชฐานปราสาทเฟรโดน่า ภายในศาลาที่พักซึ่งเหล่าทหารที่ทำการฝึกซ้อมได้แยกย้ายไปพักผ่อนกันหมดแล้วนั้น

ชไนเดอร์ เลออส และเซคิน่า ยังคงปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับข้อมูลที่เซคิน่าไปสืบมาได้

ชไนเดอร์นั่งกอดอกมองแผนที่ซึ่งมีสัญลักษณ์กากบาทไว้ตามจุดต่าง ๆ แววตาของเขาดูเป็นกังวลอย่างมาก
ในขณะที่เลออสนั้นเองก็มองแผนที่ดังกล่าวไม่วางตา พลางเอามือลูบคางตัวเองอยู่เนือง ๆ ด้วยความกังวลไม่แพ้กัน

มีเพียงความเงียบ ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมาล้วนแต่จับจ้องที่แผนที่ดังกล่าว
เซคิน่า มองเลออสและชไนเดอร์ ก่อนที่จะเอานิ้วที่เรียวยาวของเธอ ชี้จากจุดๆ หนึ่งในแผนที่
แล้วค่อย ๆ ลากเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดในเมือง ทั้งเลออส และชไนเดอร์จับจ้องที่ปลายนิ้วของเธอ ว่าเธอต้องการบอกสิ่งใดแน่

“จริง ๆ แล้ว....” เธอหยุดคำ พลางหลับตา แล้วเอามือทั้งสองกอดอกตัวเอง

เธอหยุดเงียบไปชั่วครู่ แล้วลืมตากล่าวขึ้น
“ข้าว่าเนื้อย่างที่ร้านคุณโอโบล่าอร่อยมาก ๆ เลยล่ะ” เชคิน่ากล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง

ทำเอาสองหนุ่มที่ใจจดใจจ่อรอฟังที่เซคิน่าจะกล่าวถึงกับเหงื่อตก
ทั้งสองจ้องเขม็งไปที่เซคิน่า สีหน้าจริงจัง ดูเครียดมาก ๆ จนเซคิน่ารู้สึกกลัว

ที่ข้าทำนี่ไม่ขำเลยรึ? เธอคิดในใจ

เลออสถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอามือจับที่หัวตัวเองแล้วส่ายหน้า จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองเซคิน่า

“อ่อนหัดนักเซคิน่า มันต้องไก่ย่างของคุณเดนิมสิถึงจะดูเข้าท่ากว่า ทั้งปริมาณ รสชาด และที่สำคัญบรรยากาศด้วย” เลออสกล่าวพร้อมฉีกยิ้ม น้ำเสียงของเขาจริงจังมาก ๆ

ชไนเดอร์คลายมือที่กอดอกออก เขาก้มหน้ามองที่แผนที่มือทั้งสองยันไว้ที่ต้นขาทั้งสองข้าง
เขาเงยหน้าขึ้นสายตาจดจ้องเลออสและเซคิน่า

“แต่ข้าว่า สเต็ก ที่ร้านคุณโยวน่าต่างหากที่ดีกว่า ที่นั่นมีเบียร์รสเลิศด้วยนะ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่แพ้เลออส
ชไนเดอร์และเลออสหันมาจ้องกันตาไม่กระพริบ ทั้งคู่แทบจะประจันหน้ากันเหมือนจะมีเรื่อง

“ข้าไม่คิดว่าเราทั้งสองต้องมาแตกกันด้วยเรื่องเช่นนี้เลยนะชไนเดอร์” เลออสกล่าว

“หึ ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะมีรสนิยมชอบกินแต่ไก่ย่างนะเลออส”ชไนเดอร์ตอบกลับ

เซคิน่าได้แต่ทำหน้างง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

“ขณะนี้มุมเหลือง และ มุมแดงกำลังจะเตรียมเข้าประหัตประหารกัน ขอท่านผู้ชมทุกท่านอย่าได้กระพริบตาเชียว”

“แล้วมันเพราะเจ้าไม่ใช่รึเจ้ามุมน้ำเงิน!!!!”
สองหนุ่มหันกลับไปตวาดใส่เซคิน่าที่ทำท่าทำทางสนุกสนานกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ชไนเดอร์ส่ายหัวนิดหน่อย แล้วนั่งลง
“ข้าว่าถ้าเราคุยกันต่อเรื่องเจ้าสิ่งที่ปรากฏในดินแดนเรานี่ คงได้ถกเครียกกันจนถึงรุ่งสางเป็นแน่”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายต่อข้อมูลที่ได้รับรู้มาจากเซคิน่า

“ก็อย่างว่าล่ะ ฉะนั้นพวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ” เซคิน่าพากลับมาที่เรื่องของกิน

เลออสมองหน้าเซคิน่าด้วยสีหน้าเอือมระอา ก่อนจะกล่าวขึ้น
“เจ้านี่ไปตายอดตายอยาก จากที่ใหนมาเซคิน่า”

ทันทีที่เลออสพูดจบ เซคิน่าลุกพรวดขึ้นมาทันที เธอเดินไปยืนข้าง ๆ เลออส แล้วเอามือทั้งสองข้างจับบ่าของเลออสไว้

“หืม??” เลออสงงต่อกิริยาของเซคิน่า

เซคิน่าค่อย ๆ ก้มลงมามองเลออส ใบหน้าที่ย้อนแสงมันทำให้ดูมืดมน ตัดกับแววตาที่ส่องประกายสีน้ำเงินเข้ม

“ใช่ซี้... ข้ามันตายอดตายอยากนี่” เธอพูดพร้อม ๆ กับบีบไหล่เลออส สีหน้าของเธอเหมือนเก็บกดอะไรบางสิ่ง

“เจ้ารู้มั้ย ว่าจากชายแดนเฟรโดน่าข้าต้องเจออะไรบ้าง” เธอบีบไหล่ของเลออสแรงขึ้นไปอีก
“เจ้ารู้ม้าย~~~~~~!!!” เธอตะโกนใส่เลออสพลางเขย่าตัวเขาอย่างรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน

จนเลออสนั้นแทบจะลงไปนอนกองกับพื้นด้วยความมึนงง แม้กระนั้นเซคิน่าก็ยังเขย่าอยู่อย่างนั้น จากความคับแค้นใจ เป็นความสนุกสนานที่ได้แกล้งท่านรองแม่ทัพเกราะแดงผู้เก่งกาจ

ชไนเดอร์ที่เห็นภาพดังกล่าวก็อดขำไม่ได้  เขาคิดว่าบางทีเรื่องเครียดนี้ควรจะพักไว้ก่อน แล้วพาเซคิน่าไปจัดการเรื่องอาหารซะให้เรียบร้อย เผื่อการประชุมครั้งหน้าจะได้ไม่มีเรื่องมุกตลกของกินมาขั้นเช่นนี้

“เจ้าอยากทานอะไรก็บอกมาละกัน พวกข้าน่ะยังไงก็ได้” ชไนเดอร์กล่าวต่อเซคิน่า ซึ่งเมื่อเซคิน่าที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมายิ้มทันที
---------------------------------

ในช่วงเย็น อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลง อากาศเริ่มหนาวเย็น

หากแต่ดูท่าทางอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่อาจจะทำอะไรอนาคิมได้เลย  เธอใส่เสื้อแขนกุด กระโปร่งสั้น ในมือถือหอกออกซ้อมการต่อสู้อยู่บริเวณหลังบ้านของเธอเอง

ซึ่งเธอได้สร้างสิ่งที่ใช้ในการฝึกซ้อมตั้งแต่หุ่นไว้ซ้อม และท่อนไม่ฝึกการเคลื่นไหว  เธอกวัดแกว่งหอกที่ทำจากโลหะ ได้รวดเร็วคล่องแคล้วราวกับว่าเจ้าหอกนี้เบาดุจปุยนุ่น นี่เป็นผลจากที่เธอฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน

 แม้ว่าในช่วงเกือบ 1 เดือนมานี่เธอเข้าเรียนวิชาเกี่ยวกับระเบียบมารยาทในวังมาตลอด แต่เธอก็ใช้เวลาในช่วงเย็นใกล้ค่ำในการฝึกวิชาการต่อสู้แทน

ฉึก!!!

อนาคิมใช้หอกพุ่งเสียบท่อนไม้ขนาดใหญ่อย่างแรง เธอหมุนมือข้างที่จับหอกเข้าเสียบท่อนไม้ มืออีกข้างกางฝ่ามือออกแล้วสัมผัสที่ช่วงกึ่งกลางของหอก  เธอดันมือที่จับหอกไว้ ทันใดนั้นท่อนไม้ขนาดใหญ่ก็มีรอยปริแตกออก

ตูม!!!

ท่อนไม้แตกหักออกเป็นสองซีกทันที มีเศษไม้กระเด็นออกมาบ้างนิดหน่อย แต่อนาคิมก็กระโดดหลบได้หมด
เธอเดินไปดู พลางสำรวจท่อนไม้ที่แตกเป็นสองซีกพลางคิดในใจ

ความรุนแรงคงใช้ได้แล้วล่ะมั้ง

“แต่ยังไม่ไวพอที่จะพุ่งเข้าเสียบเป้าหมายที่ว่องไวได้หรอกนะ”
อนาคิมตกใจหันไปยังต้นเสียงทันที ครูทัสนั่นเอง เขาค่อย ๆ เดินมาหาอนาคิม

“ต่อให้มีพลังทำลายสูงขนาดใหน แต่ถ้าไม่โดนเป้าหมาย มันก็ไร้ประโยชน์ และยิ่งถ้าไม่สามารถใช้อาวุธที่มีป้องกันการโจมตีสวนกลับได้ มันอาจจะทำให้เจ้าต้องพบจุดจบก็ได้” ครูทัสอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

อนาคิมเงยหน้าขึ้นมองครูทัส ด้วยสีหน้าแปลกใจ

“ท่านพ่อ?” น้ำเสียงของเธอฟังดูสงสัยต่อกิริยาที่ครูทัสแสดง เพราะตลอดเวลาครูทัสไม่เคยแนะนำเธอเรื่องการต่อสู้เลย มีแต่เธอที่อาศัยครูพักลักจำวิชาของคนอื่น ๆ มาแล้วประยุกต์เป็นของตัวเอง การที่ครูทัสมาแนะนำอะไรเช่นนี้จึงเป็นเรื่องน่าแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

“ท่านพ่อ ดื่มเหล้ามากไปรึเปล่าน่ะ” อนาคิมพูดด้วยสีหน้าสงสัย

“นี่ข้าพูดอะไรเป็นการเป็นงานได้เพราะดื่มเหล้าเรอะเจ้าลูกคนนี้” ครูทัสตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิด ๆ

อนาคิมทำตาปริบ ๆ เธอเอานิ้วชี้เขี่ยแก้มตัวเองนิดหน่อย
“ก็ท่านพ่อไม่เคยสอนข้าเลยนี่นา” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจอยู่ดี

“ก็ข้ากำลังแนะนำเจ้าอยู่นี่ไง” ครูทัสตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“งื่อ~~~” อนาคิมครางขึ้น ก่อนที่จะโดนครูทัสเขกหัวเข้าให้

“เอาอีกแล้วไอ้ลูกคนนี้ มา งื่อ ง่า อะไร” ครูทัสดุอนาคิมเข้าให้

เขาถอนหายใจเล็กน้อยแล้วลูบหัวของอนาคิมด้วยความอ่อนโยน
“ข้าก็แค่คิดว่า การปล่อยให้เจ้าเดินไปยังเส้นทางที่เจ้าใฝ่ฝันเพียงลำพัง มันคงไม่ดีแน่ ๆ แม้ข้าเองไม่อยากขขัดใจเคย์ซ่านัก แต่ข้าก็ว่าการสอนให้เจ้ารู้จักสิ่งต่าง ๆ ที่เจ้าชอบบ้างก็ไม่เสียหายอะไร”

เขาพูดพร้อมกับนั่งลงที่ตอไม้ใหญ่ ใกล้ ๆ ที่อนาคิมซ้อมอยู่
“แต่กระนั้น แม้ข้าจะมาให้คำแนะนำเจ้า แต่ข้าไม่คิดว่าเคย์ซ่าจะหันมาเห็นด้วยกับข้าหรอกนะ” ครูทัสกล่าวโดยมองอนาคิมด้วยสายตาที่อ่อนโยน

อนาคิมปักหอกลงที่พื้น เธอดูเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจที่เธอไม่ค่อยอยากพูดเท่าไหร่
“ก็ท่านแม่อยากให้ข้าเป็นกุลสตรี สมเป็นผู้หญิงมาก ๆ เลยนี่นา บางทีข้าก็ไม่เข้าใจว่าการที่ข้าชอบเรื่องต่อสู้อะไรแบบนี้ มันไม่ดียังไง” อนาคิมพ้อผู้เป็นมารดา

“เจ้าผิดแล้วล่ะ อนาคิม” ครูทัสตอบอนาคิมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น

อนาคิมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ครูทัสเอ่ยขึ้น เธอผิด  ผิดอย่างไรงั้นรึ???

สีหน้าของครูทัสดูแล้วเศร้าลงเล็กน้อย เขามองที่อนาคิมอย่างไม่วางตา
“เคย์ซ่า ไม่เคยสนใจว่าเจ้าจะเป็นกุลสตรีที่งดงามหรือไม่ นางไม่เคยสนใจว่าเจ้าจะกระโดกกระเดก
แล้วเอาแต่ล่าสัตว์ นางไม่เคยเรียกร้องให้เจ้าต้องไปทำงานในวัง ไม่ได้คาดหวังแม้แต่ว่าเจ้าจะมีชายที่มีศักดิ์มีตระกูลมาหลงไหล นางกลับพอใจที่เจ้า ยังคงเป็นเจ้า หากแต่นางไม่พอใจที่เจ้ากำลังไปในเส้นทางซึ่งอาจจะต้องพลัดพรากจากนางต่างหาก”

ครูทัสอธิบายความรู้สึกของเคย์ซ่าราวกับว่าเขาเก็บงำมันไว้อย่างยาวนาน
“หนทางที่เจ้าชอบนั้น มันไม่ต่างจากฐานะนักรบเลย มันเต็มไปด้วยอันตรายและพร้อมที่จะชิงชีวิตเจ้าไปเสมอ
นั้นล่ะสิ่งที่นางทำใจไม่ได้ เลยกกลายเป็นว่านางพยายามเข้มงวดให้เจ้าเป็นกุลสตรีให้มากที่สุด เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องเลือกเดินในเส้นทางของนักรบ”

อนาคิมได้แต่ฟังนิ่งเงียบ ด้วยตัวเธอไม่เคยคิดในเรื่องที่ครูทัสเล่าเลยซักนิด เธอคิดเพียงแค่เธอชอบ และเธอไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเท่านั้นเอง

ครูทัสถอนหายใจออกมา สีหน้าของเขาเหมือนจะต้องพูดอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่ค่อยอยากพูดนัก

“อนาคิม เจ้าก็รู้ ว่าเจ้าน่ะไม่เหมือนพวกข้า” อนาคิมก้มหน้ายืนฟังเงียบ ๆ

“เจ้ามีหลาย ๆ สิ่งที่แตกต่างจากพวกข้า เจ้ารู้ดี บ่อยครั้งเจ้าจึงเลือกที่จะปลีกตัวไปจากคนอื่น ๆ และอยู่เพียงลำพัง แต่กระนั้นไม่ว่าจะยังไงทั้งข้าและเคย์ซ่า ก็ไม่เคยนึกรังเกียจเจ้า พวกข้ายังคงรักเจ้าและมองเจ้าเฉกเช่นวันที่พวกข้าพบเจ้าครั้งแรก” ครูทัสกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อย

“ข้า...” อนาคิมค้างคำไว้ เธอพูดอะไรไม่ออก เธอไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไปดี


ครูทัสลุกขึ้นเดินไปหาอนาคิมที่ยืนตัวสั่นเทิ้ม ท่าทางของอนาคิมพร้อมที่จะร้องไห้ออกมา
“ข้าคงไม่ฉุดรั้งเจ้าไว้ หากสิ่งที่เจ้าเลือก เป็นสิ่งที่เจ้าคิดว่าดีแล้ว ข้าเพียงแค่อยากให้เจ้าเข้าใจในตัวเคย์ซ่าให้มากขึ้นก็เท่านั้น”
ครูทัสสวมกอดลูกสาวไว้แน่น พลางลูบหัวไปด้วย
“ท่านพ่อ...” อนาคิมไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้ น้ำตาอาบไหลอาบแก้มทั้ง 2 ของเธอ

ในเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ไกลจากคนทั้งสองนัก เคย์ซ่ายืนฟังอยู่เงียบ ๆ
บนใบหน้ามีน้ำตาไหลออกมา หากแต่เธอไม่ได้ร้องจนมีเสียงให้ผู้ใดได้ยิน เธอเองก็รู้ดีว่าอนาคิมนั้นชอบสิ่งใด แต่อย่างที่ครูทัสกล่าว  เธอกลัวที่จะต้องเสียลูกสาวคนนี้ไป เธอได้แต่เช็ดน้ำตา และยิ้มออกไป

เธอเดินออกจากใต้ต้นไม้ แล้วเดินไปหาทั้งสองคนพร้อมตะโกนออกไป
“เอ้า สองพ่อลูกทำอะไรกันอยู่ อาหารจะเย็นหมดแล้วนะ”

ครูทัสและอนาคิมหันไปมองเคย์ซ่าที่ยืนทำหน้าไม่ค่อยพอใจที่ทั้งสองไม่มาทานข้าวซักทีอยู่
ครูทัสยิ้มที่มุมปากเอามือกดหัวอนาคิม
“ไปกินข้าวกันได้แล้วไอ้ลูกลิงเอ้ย ก่อนที่เจ้าจะโดนเคย์ซ่ากินเอา”

“งื่อ~~~” อนาคิมครางออกมา เธอเช็ดน้ำตาที่แก้มทั้งสอง

“ถ้าเจ้าไม่เลิกครางแบบนี้ ข้าจะหาอะไรมาปิดปากเจ้าไว้” ครูทัสบ่นพลางช่วยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของอนาคิม

“ท่านพ่ออ่า” อนาคิมค้อนนิดหน่อย น้ำตาบนใบหน้าเธอแห้งแล้ว เหลือไว้เพียงขอบตาที่ยังแดงอยู่ แต่เธอคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเธอมีข้อแก้ตัวร้อยแปดที่จะอธิบายว่าทำไมดวงตาของเธอถึงได้แดง
ทั้งสองเดินไปหาเคย์ซ่าและพอกันเข้าบ้านไป
-------------------------------------------------

ในเมืองเฟรโดน่า ร้านอาหารยามค่ำคืนมีหลายร้านที่สนุกสนานเฮฮา เพราะเฟรโดน่าเป็นเมืองการค้าที่ผู้คนคับคั่งอยู่แล้วร้านเนื้อย่างแห่งนี้ก็เช่นกัน ผู้มากมายหลายเผ่าก็มาแวะลิ้มลองเนื้อสัตว์แบบต่าง ๆ

กรุบ กรุบ
งั่ม...
กรุบ…

เสียงกินและเคี้ยวอาหารของเลออส ที่กำลังเอร็ดอร่อยกับหมูย่างอย่างออกรสออกชาด แต่ด้วยกิริยาเช่นนั้นทำให้ความอยากอาหารของเซคิน่าลดลงไป จนเธอแทบจะทานอะไรไม่ลง
“เจ้านี่นะ กินซะยังกับไปตายอดตายอยากมาจากที่ใหนงั้นล่ะ” เซคิน่าคืนคำที่เลออสว่าเธอเมื่ออยู่ที่ค่ายทหาร

“งึม ก็เวลาอยู่ในวังข้ากินไม่หน่ำใจนี่นา” เลออสพูดไปกินไป

“ฮ่าฮ่าฮ่า มันก็น่าอยู่หรอก วิถีการกินมันต่างกันนี่นา” ชไนเดอร์กล่าวพร้อมหัวเราะออกมา เพราะแม้แต่ในค่ายทหารการกินแบบได้อารมณ์เช่นนี้ก็ดูเป็นการที่ไม่มีมารยาท มันคงทำให้เลออสอึดอัดพอสมควรทีเดียว

“จะว่าไปแล้ว ข้าก็ไม่คิดว่าท่านจะมากินด้วยกันนะ” เซคิน่าปรายตามองที่ชไนเดอร์ซึ่งติดตามคนทั้งสองมาด้วย

ชไนเดอร์ยกถ้วยไม้ที่ใส่เบียร์ยกขึ้นดื่ม
“ฮ้า~ นาน ๆ ออกมาข้างนอกบ้าง ข้าว่าก็ดีเหมือนกันล่ะ” ชไนเดอร์กล่าวตอบเซคิน่า และกล่าวต่อไป
“บรรยากาศในเมืองยามที่มันสงบสุขนี่ดีจริง ๆ นะ ข้าชอบให้มันเป็นแบบนี้จริง ๆ”
 
“อืม อ้าเอ็นอ้วยอ้ะ” เลออสพูดทั้ง ๆ ที่ของกินเต็มปาก

เซคิน่ามองกิริยาของเลออสด้วยหางตา
“เจ้านี่นะ ซกมกกว่าที่ข้าคิดจริง ๆ” เซคิน่ากล่าวสีหน้าเอือมระอาต่อมารยาทของเลออสในยามนี้จริง ๆ

เลออสกลืนหมูย่างที่เคี้ยวอยู่ลงไปจนหมด
“ถึงซกมก แต่ก็ทำให้เจ้ามาหลงชอบได้ก็แล้วกัน”
เลออสยกนิ้วโป้งให้เชคิน่าพลางยิ้มจนเห็นเศษอาหารที่ติดตามฟัน

“นั่นมันเป็นความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ในชีวิตข้าต่างหาก ใครจะคาดคิดว่าเจ้าจะเป็นได้ถึงเพียงนี้”
เซคิน่าแหย่เลออสกลับไป เล่นเอาเลออสอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว แต่ในใจก็ยอมรับว่าสำหรับเธอแล้วชายผู้นี้ ผู้ซึ่งมีฝีมือเก่งฉกาจ อารมณ์ดี และค่อนข้างสนุกสนานเช่นเลออสนั้นเป็นที่พอใจของเธอมากทีเดียว

“ว่าแต่ท่านเถอะ ชไนเดอร์ยังไม่ต้องใจสาวใดบ้างรึ” เธอพูดพร้อมขยิบตาใส่เพื่อหยอกชไนเดอร์

“ข้าน่ะรึ?” ชไนเดอร์แสดงสีหน้าเป็นเชิงสงสัยในคำถาม

“เจ้านี่น่ะชอบลิงอยู่ตัวล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เลออสชิงตัดหน้าตอบพร้อมทั้งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ชไนเดอร์ดูหน้าแดงเล็กน้อย มันเป็นกิริยาที่แปลกตาสำหรับเซคิน่า เพราะอัศวินผู้ห้าวหาญ และเก่งกาจผู้นี้ไม่เคยแสดงอาการเคอะเขินให้เธอเห็นเลย จนเธอติดใจในคำของเลออส มันต้องมีความหมายอะไรลึกซึ้งกว่านั้นเป็นแน่

“ลิง...เรอะ” เธอทำหน้าเบ้ใส่เลออส แน่ล่ะ ใครจะคิดว่าแม่ทัพแห่งเฟรโดน่าจะพิศมัยใน ‘ลิง’
“อืม ลิง” เลออสตอบด้วยสีหน้าปกติเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“เจ้าก็ไปเรียกนางว่าลิง นางชื่อ อนาคิม ต่างหาก”
ชไนเดอร์พูดค้อนเลออส จนเลออสทำหน้ายียวนแล้วกล่าวออกมา

“โอ้ ๆ เดี๋ยวนี้เจ้าออกรับแทนแม่ลิงนั่นแล้วรึ”

“เอ้า ๆ เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ” เซคิน่าเร่งเร้าเลออส ด้วยความสงสัยในรายละเอียดอย่างยิ่ง

“เจ้ามันนักสอดแนมหาข่าวอันดับหนึ่งไม่ใช่เรอะ เรื่องแบบนี้ไม่รู้เสียชื่อเสียงแย่เลย” เลออสได้ทีก็กวนเซคิน่าบ้าง

แต่เซคิน่าดูจะไม่อยากเล่นด้วย เธอเอาถ้วยไม้ตีเข้าที่หัวของเลออส
“โอ้ย!! เจ้าทำอะไร ข้าเจ็บนะ” เลออสบ่น ส่วนชไนเดอร์ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

“ก็เล่ามาสิ” เชคิน่าพูดเสียงแข็งสายตาดุดัน เลออสวางหมูย่างลงคว้าถ้วยเบียร์มาซด

“เมื่อประมาณซักต้นเดือนที่ผ่านมา ข้าประมือกับสตรีผู้หนึ่ง นางเป็นผู้ที่เข้าช่วยพ่อค้าจากพวกทหารนอกรีตที่ไปอ้างชื่อกองทัพรีดไถชาวบ้านน่ะ ข้าสนใจในฝีมือของนางก็เลยประมือกันนิดหน่อย ตอนที่นางกำลังพลาดท่าให้กับข้า
พ่อพระเอกสุดหล่อของเรานี่ล่ะที่โผล่มาช่วยนางไว้” เลออสร่ายเหตุการณ์ในตอนที่เขาสู้กับอนาคิม

“โฮ้~~ มีเรื่องน่าสนใจเช่นนี้ด้วย” เซคิน่ามองที่ชไนเดอร์ที่ซดเบียร์อยู่ ใบหน้าของเขาดูแดง ๆ หาใช่เพราะฤทธิ์เบียร์ไม่ แต่คงเพราะเขาเขินซะมากกว่า

“แล้วทำไมไปเรียกผู้หญิงว่า ‘ลิง’ ล่ะ” เซคิน่าหันมาถามเลออสต่อ

“ก็นางผู้นั้นน่ะ ไวมาก ๆ การจู่โจมของข้าเรียกว่าไม่ได้สะกิดแม้แต่เส้นผมของนางเลย” เลออสอธิบาย

“ฮู้ววว ฝีมือดีมาก ๆ เลยนี่นา” เซคิน่าถึงกับเอ่ยปากชม เพราะรู้กันดีว่าเลออสเองก็เป็นนักรบที่มีฝีมือสูงมาก
การที่เขาไม่สามารถสร้างบาดแผลให้คู่ต่อสู้ได้เลย ย่อมแสดงว่าคู่มือมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา

“ที่น่าสนใจคือ เจ้าพระเอกของเรามันซื้อชุดส่งไปให้นางด้วยล่ะ” เลออสพูดพลางยิ้มกว้างจนเห็นฟัน

จนชไนเดอร์สำลักเบียร์ออกมา เซคิน่าค่อย ๆ เหลียวไปมองชไนเดอร์ สายตาช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกสนใจต่อเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง แน่ล่ะสำหรับชไนเดอร์ที่มุทำแต่งานไม่เคยมองหญิงใดเลย กลับทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเช่นนี้ แสดงว่าชไนเดอร์ให้ความสำคัญต่อสตรีผู้นั้นอย่างมากเป็นแน่

“ข้าก็แค่ซื้อชุดชดใช้ให้นาง ที่เจ้าทำชุดนางขาดก็เท่านั้นเอง” ชไนเดอร์แก้ตัวออกมา แต่มันดูไร้ผล

“แต่ถึงขนาดไปสั่งทำด้วยผ้าชั้นดี แถมลงไปสั่งการด้วยตัวเอง ข้าว่าไม่ธรรมดาแล้วล่ะ”
เลออสแหย่ชไนเดอร์อย่างเมามันส์

“ข้าอยากเจอนางซะแล้วสิ” เซคิน่ากล่าวขึ้น

“อีกไม่นาน คงได้เจอ” เลออสกล่าวพร้อมกับวางถ้วยเบียร์ลง

“เจ้าหมายความว่ายังไงเลออส?” ชไนเดอร์สงสัยในสิ่งที่เลออสกล่าวทันที

“ก็เพื่อนรักของข้าหลงรักสาวทั้งทีจะให้ข้านอนกลิ้งไปมาในค่ายทหารไปวัน ๆ ทำไมล่ะ”

“ข้าน่ะให้คนไปสืบมาบ้างแล้วนะ อนาคิมน่ะเป็นลูกสาวของช่างตีอาวุธโครทัส ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเอเวี่ยม
ใกล้ ๆ เมืองนี่เอง คนที่ข้าส่งไป บอกว่า นางจะมาเข้ามาถวายตัวเป็นสาวใช้ในวังเร็ว ๆ นี้ล่ะ” เลออสอธิบาย

ชไนเดอร์ตาโต ไม่คิดว่าเพื่อนของเขาจะหาข้อมูลได้ถึงเพียงนี้

เลออสใช้มือลูบคางเบา ๆ
“ข้าเก่งด้านนี้เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ” เลออสชมตัวเอง

“ใช้ได้นี่นา” เซคิน่ากล่าวชมอย่างจริงใจ เพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นเลออสสนใจที่จะสืบข่าวอะไรเลยซักครั้ง เห็นแต่เลออสเป็นกองหน้าบุกทะลวงข้าศึกตามคำสั่งเสียเป็นส่วนใหญ่

“ยังงั้นรึ นางจะมาอยู่ในปราสาทงั้นรึ” ชไนเดอร์ยิ้มพลางดื่มเบียร์ลงไป

ระหว่างที่คนทั้งสามกำลังพูดคุยเรื่องต่าง ๆ กันอยู่นั้น

เพล้ง!!!

โต๊ะอาหารที่ไม่ห่างจากเขานั้นมีเรื่องขึ้น บริกรสาวที่เข้าไปเสิร์ฟเหล้าถูกชายที่โต๊ะนั้นพยายามลวนลาม
“ไม่นะ อย่านะเจ้าคะ” หญิงสาวพยายามปัดป้องตัวเอง

“โอ๋ ๆ อย่าอายไปเลยนา แค่นิด ๆ หน่อย ๆ เอง” ชายที่พยายามลวนลามกล่าว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนที่นั่งที่โต๊ะนั้น

“ไม่นะ!!!” หญิงสาวร้องสุดเสียง

ทันใดนั้นหญิงสาวที่กำลังถูกลวนลามพลันหลุดไปจากมือของชายที่ลวนลามไปอยู่ในอ้อมกอดของเซคิน่าทันที

“เอ้า เจ้าไปหลบก่อนไป๊” เซคิน่าบอกกับบริกรสาว

“โอ้ว ๆ เจ้าจะมาแทนนางรึ ดาร์คเอล์ฟสาวสุดสวย” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหมายจะลวนลามเซคิน่า

“ต๊าย~ ท่านทำได้ คืนนี้ข้าให้ท่านทั้งคืนเลย” เซคิน่ายั่ว จนเลออสสำลักเบียร์ นางปรายตาไปยังชไนเดอร์เล็กน้อย

ชไนเดอร์ที่มองเหตุการณ์อยู่ ยกถ้วยเบียร์ขึ้นเป็นเชิงว่า จัดการตามสบาย

ชายที่ลวนลามบริกรสาวพุ่งเข้ากอดเซคิน่า นางมิได้หลบแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว

ปึก!!!

นางใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่หน้าของชายผู้นั้นจนเขาล้มลงไปทันที

กลุ่มผู้ชายที่นั่งที่โต๊ะนั้น เมื่อเห็นเพื่อนโดนทำร้ายก็ลุกขึ้นมาทันที

“หึย นังผู้หญิงคนนี้!!!” ชายคนหนึ่งตะโกนออกมาออกมา

“มาว่ากุลสตรีแบบนี้ได้ ยังไง!!” เซคิน่าพูดพร้อม ๆ กับกระโดดเตะชายที่พูดทันที

เหล่าผู้ชายที่เหลือตรงเข้ารุมเซคิน่าทันที
หากแต่เธอว่องไวมาก เธอหลบการจู่โจมของชายแต่ละคนได้อย่างสบาย ๆ

“เฮ้ ๆ พวกเจ้านี่ใช้ไม่ได้เลยนะ คืนนี้ไม่มีใครได้ไปกับข้าแน่ ๆ เลย” เซคิน่ายังคงพูดแหย่ต่อไป

ชายคนหนึ่งตรงเข้ากอดเซคิน่าจากข้างหลัง
“เสร็จล่ะ แม่สาวสวย” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้น แต่ไม่ทันไร เซคิน่าเอาหัวโขกชายคนนั้นเต็มแรง จนมือของเขาคลายออก เซคิน่าอ้อมไปด้านหลังแล้วกอดเขาพร้อมกับจับเข้าที่เอวและสะพานโค้งจนหัวของเขากระแทกลงที่พื้น 

เธอผละออกจากชายคนนั้นทันที กลุ่มชายที่เหลืออีก 4 คนตรงเข้าไปพร้อม ๆ กัน
เซคิน่าเธอกระโดดใช้ขาหนีบคอชายอีกคนในกลุ่ม พลางหมุนบิดคอชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว

กร๊อบ!!

เสียงกระดูกของชายที่โดนเซคิน่าหนีบคอไว้ดังขึ้น เขาสลบล้มลงไปทันที

“แก!!” ชายที่เหลืออีก 3 คน คนหนึ่งยกถังขว้างใส่เซคิน่า หากแต่เธอหลบได้อย่างง่ายดาย

“โอ้ะโอ อย่าเล่นเครื่องทุ่นแรงกันสิ” เซคิน่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เธอสไลด์ตัวเข้าไปหาชายหนึ่งในสามคนนั้น
แล้วยันตัวจากพื้นเตะเสยขึ้นไป ก่อนที่จะใช้มือทั้งสองจับขมับและคาง บิดอย่างรวดเร็ว

กร๊อบ!!!

เสียงกระดูกของชายผู้นั้นดังขึ้น มันทำให้เขาสลบลงไปทันที ชายอีกคนพยายามเข้าไปคว้าเธอไว้
แต่เซคิน่าใช้ชายคนที่เธอบิดกระโหลกไปเป็นโล่ห์กำบัง แล้วไปล็อคคอล็อคคอชายที่พุ่งเข้าหา เธอเลื่อนแขนที่ล็อคคอไว้อย่างรวดเร็ว

กร๊อบ!!!

เสียงกระดูกดังขึ้นอีกครั้ง ชายคนดังกล่าวลงไปนอนฟุ่บกับพื้น
“จ...เจ้าเป็นใครกันแน่!?!” ชายที่เหลืออยู่ถาม

“หัวหน้าสอดแนมและลอบสังหารแห่งเฟรโดน่า เซคิน่า ไอส์สเวล ยินดีที่ได้รู้จักจ้า~”
เธอแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม หากแต่สายตานั้นแฝงไว้ด้วยความดุดันอย่างยิ่ง
..................

“ข้าว่าเซคิน่านี่โหดใช่ย่อยเลยล่ะ” เลออสเปรยขึ้น

“ข้าว่าไม่ ไม่เห็นมีคนตาย หรือบาดเจ็บหนัก ๆ ซักคน” ชไนเดอร์แย้งขึ้น

“แต่ถ้านางหักกระดูกแรง ๆ นี่ก็ตายเอาง่าย ๆ เลยนา” เลออสพยายามอธิบายความคิดของเขา

“เจ้าจะลองมั้ยล่ะ” เซคิน่าเอาหน้าอกของตัวเองมาวางบนหัวเลออส ด้วยสีหน้ามีความสุข

“จัดการหมดแล้วรึ?” เลออสเอ่ยถามเซคิน่า

“แย่จัง เจ้านี่ไม่ได้ดูเลยรึว่าข้าทำอะไรบ้าง” เซคิน่าพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“แค่ไอ้เสียงกร๊อบ ๆ นั้นข้าก็เข็ดฟันจะแย่แล้ว ขืนข้าไปนั่งดูข้าคงนอนไม่หลับแน่ ๆ”
เลออสตอบเซคิน่าที่เดินมานั่งข้าง ๆทิ้งใช้ชายฉกรรจ์ทั้ง 5 คน นอนหมดสภาพเรี่ยราดบนพื้น
-----------------------------------------

รุ่งเช้าวันใหม่มาถึงแล้ว
รถม้าขนาดใหญ่ของคนในหมู่บ้านจอดอยู่ ณ ใจกลางของหมู่บ้าน
วันนี้เป็นวันที่จะมีการทดสอบเพื่อทำงานภายในวัง ผู้หญิงที่จะไปเข้ารับการทดสอบล้วนแต่งตัวเรียบร้อยและดูสวยงาม และมาพร้อมกันเพื่ออกเดินทางซึ่งรวมทั้งเรโนอาด้วย

“เอ๊ อนาคิมนี่ชักช้าจริง ๆ ไม่ใช่ว่าล้มเลิกเอาซะกลางคันแบบนี้นะ” เธอบ่นด้วยเพราะเลยเวลาที่เธอนัดอนาคิมไว้พอควรแล้ว แต่บัดนี้อนาคิมก็ไม่มายังที่นัดหมายสักที

“พี่เรโนอา!!” โคริมเรียกเธอมาแต่ไกล

“อ้าว โคริม เจ้าคงไม่ได้มาทำหน้าที่ส่งข่าวว่าแม่ลิงสาวจะไม่ได้เขาวังนะ” เธอหรี่ตามองโคริมด้วยสายตาแปลก ๆ

“ไม่ใช่ซักหน่อย ข้าแค่จะมาส่งพี่ กับพี่อาน่าเท่านั้นเอง”

“นี่พี่อาน่ายังไม่มาอีกเหรอ” โคริมกล่าวพลางหันซ้ายหันขวามองหาอนาคิม

“ถ้าอยู่เจ้าก็เห็นแล้วล่ะ นี่ข้าขอร้องให้รถม้ารอนางนะเนี่ย” เรโนอาตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิด ๆ

“เรโนอา” เสียงใส ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงของอนาคิมนั่นเอง
เรโนอาที่ได้ยินเสียงหันหัวไป พลางบ่นไป

“เจ้านี่นะมาสายซะ....จน....” เรโนอาพูดไม่จบประโยคด้วยตะลึงในสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

อนาคิมแต่งตัวด้วยเสื้อลูกไม้สีฟ้าที่ชไนเดอร์ส่งมาให้ เธอแต่งหน้าเรียบ ๆ พอเป็นพิธี ผมเผ้าหวีเข้ารูปดูเรียบร้อย
ภาพที่เห็นนี้ราวกับไม่ใช่อนาคิมที่ทุกคนรู้จัก งดงามมาก จนคนในหมู่บ้านหลาย ๆ คนต่างงุนงงต่อภาพที่เห็น

“ผู้หญิงคนนั้นใครน่ะ”
“ก็ลูกสาวคุณครูทัสไง”
“หา แม่ลิงสาวนั่นน่ะรึ”
“ไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้ยังไง”

เสียงผู้คนเซ็งแซ่ เพราะไม่เคยเห็นเลยซักครั้งที่อนาคิมจะแต่งตัวเป็นกุลสตรีและงดงามเช่นนี้
เรโนอาอ้าปากค้าง จนอนาคิมต้องเดินเข้าไปเขย่าตัว

“เรโนอา!! เรโนอา!!” เรโนอาสะดุ้งพลางจับมืออนาคิมสีหน้าเธอเหมือนตื้นตันต่อสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า

“ในที่สุดเจ้าก็ดูสมหญิงซักที ข้าตื้นตันจนจะร้องไห้ได้เลยนะ” เธอพูดกระเซ้าอนาคิม
อนาคิมอายหน้าแดง เธอห้มหน้าก้มตาพูด

“จะไปกันรึยังล่ะ”

“เอ้า ไปสิ” เรโนอากับอนาคิมต่างพากันขึ้นรถม้าไป  เมื่อทุรคนขึ้นไปหมดแล้ว รถม้าจึงค่อย ๆ ออกตัวช้า ๆ

“โคริม ฝากดูแลทางนี้ด้วยนะ” อนาคิมชะโงกหน้าออกมาจากรถม้ามากล่าวต่อโคริม ที่ยืนตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

“เจ้าโคริม สติมันคงลอยไปไกลแล้วมั้ง” เรโนอาแหย่อนาคิม

เส้นทางสู้การเข้าวังได้มาถึงแล้ว..........

-------------------------------------------------Next to Chapter 4

 



Edit by JoyKa - 26 ม.ค.53 เวลา 21:48:54 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 ม.ค.53 เวลา 23:39:31 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

A...
คนบ้าการ์ตูนที่บังเอิญผ่านมา...

Fiction ไม่กล้า comment อ่ะ เพราะอธิบายไม่ถูก - -'

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 20 ม.ค.53 เวลา 00:44:04 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ