Red_Star
Knight

กว่าจะเป็นนิยายสักตอนเราทำงานกันยังไงบ้าง (แลกเปลี่ยนความรู้กัน)

สิงอยู่ในบอร์ดนี้มาก็นาน เห็นว่านักเขียนก็มีอยู่พอสมควร และอาจมีคนที่เคยเขียนแต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้
เขียนอยู่ก็ได้ เลยจะขอถามสักหน่อยว่า เวลาจะเขียนนิยายสักตอนเนี่ย แต่ละคนมีขั้นตอนการทำงานยัง
ไงบ้าง

ส่วนตัวผม เวลาผมนิยาย จะคิดเอาไว้คร่าวๆก่อนว่าในตอนนั้นๆจะเขียนอะไรลงไปบ้างแล้วก็เริ่มลงมือ
ทำงาน จนกระทั่งเสร็จหนึ่งตอนหลัง หลังจากนั้นก็ "ดอง" เอาไว้ครับ ทิ้งเอาไว้สักอาทิตย์หนึ่งแล้วเอา
มาอ่านทวนอีกรอบเพื่อดูว่าต้องแก้อะไรส่วนไหนบ้าง เพราะเวลานั่งพิมพ์ ผมจะไม่รู้สึกครับว่าเขียนไป
แล้วมีตรงส่วนไหนที่ให้ความรู้สึกขัดกันบ้าง แล้วก็แก้ตั้งแต่เนื้อหายันคำพูดฟุ่มเฟือย รวมไปถึงบาง
ช่วงบางตอนที่ดูขัดๆเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด

ขอสารภาพตามตรงว่าผมเขียนดองเอาไว้ล่วงหน้าหลายตอนอยู่เหมือนกัน เวลาจะเอามาแปะในเน็ทผม
จะเอามาอ่านทวนก่อนรอบหนึ่งแล้วตามด้วยการนั่งแก้ บางครั้งมีการเปลี่ยนเนื้อเรื่องเพราะบางส่วนผม
เห็นว่ามันแปลกๆ จนบางตอนถึงกับต้องโละเขียนใหม่เลยทีเดียว คงเพราะนิสัยขี้กลัวแบบนี้ ก็เลยกลาย
เป็นเอางานมาแปะช้าไป แต่ก่อนว่าจะแปะอาทิตย์ละตอน ไปๆมาๆกลายเป็นเดือนละตอนซะงั้น = =

แล้วแต่ละคนมีวิธีการทำงานกันยังไงบ้างครับ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเถอะ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 27 ธ.ค.52 เวลา 23:32:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 16 จากทั้งหมด 16 Reply

Humpty2Dumpty
On the beach

ถ้าเป็นงานอดิเรกที่ไม่ต้องแข่งกับใคร คุณภาพงานสำคัญที่สุดครับ
ช้าแต่ดี ทำให้ผู้อ่านสนุกและอยากติดตาม
ดีกว่ารีบทำเน้นปริมาณ เนื้อเรื่องกลวง ขาดความน่าเชื่อถือ smile

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 00:02:38 น.

ซึรุกิจัง
นักดาบพเนจร

ครึๆๆ.... ข้าพหนูเองก็ดองไปไม่ใช่น้อยเลยล่ะ เขียนมาหลายงาน จบอยู่เรื่องเดียว


ถ้าเอาตามตรงก็ "อยากเขียนอะไรก็เขียน" แต่จะโดนหาว่ากวนส้นตึกก็เลยเจาะเลยว่า

"เขียนอะไรดี" ตัวข้าพหนูมีบางช่วงอยากเขียน Love/Comedy บางช่วงก็อยากเขียน Fantasy บางช่วงอยากวาด บางช่วงอยากเลือดสาด ก็เลยจดพล๊อตเรื่องไว้ในสมุดเปล่า ๆ เขียนโครงเรื่องแต่ละบทแต่ละตอนเอาไว้ มีอารมณ์ก็ค่อยมาเขียน
- ตั้งกฎกับตัวเองไว้ว่า "สัปดาห์ละตอน" เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคเดือนห้า ของตัวเอง
- กำหนดตัวละคร คิดเองเป็นดี (อย่างน้อยก็มีแล้วตัวนึง ยัยหนูนักดาบสาว) นาน ๆ ทีจะเปิดกระทู้รับสมัครซักที
- คิดตอนเริ่ม ไคลแม็ก ตอนจบ ให้ขึ้นใจ แล้วก็เขียนใส่สมุดพล๊อตนี่ล่ะ สามตอนนี้ถือเป็นตอนสำคัญ แต่ตอนที่ยากที่สุดคือ "ตอนเริ่ม" และ "ตอนจบ" เหมือนกับที่คนวาดยูกิโอเคยเปรียบไว้ ว่าเหมือนกับ"การนำเครื่องขึ้นลง"

- เขียนไปโดยมีข้อความอยู่ในหัวเอาไว้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร (ยัยนี่เป็นพวกเขียนตามสัญชาตญาณ) ทิ้งช่วงไปช่วงหนึ่ง (ประมาณสัปดาห์) ค่อยมาอ่านดู และแก้ไข

- นาน ๆ ที ก็หาคนมาช่วยวิจารณ์ด้วย
- เกิดตันมุก ก็หยุดพักก็ได้ .... ดีไม่ดีตอนใหม่ที่น่าใส่ก็มา ขนาดพล๊อตใหม่ก็โผล่

ประมาณนั้นล่ะสำหรับข้าน้อย


Edit by ซึรุกิจัง - 28 ธ.ค.52 เวลา 00:10:25 น.

Edit by ซึรุกิจัง - 28 ธ.ค.52 เวลา 00:12:18 น.

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 00:09:05 น.

shiny
หมาบ้าหน้าปากซอย

ดูแอนนิมอลแพลนเน็ทครับ

ได้ผลชะงัดจนน่าต่อย...ตอนเดียวก็ได้แล้วตอนนึง
ไม่คิดถึงแนวหรอกคิดถึงว่าอยากเขียนเรื่องอะไรมากกว่า
ล่าสุดที่โดนไป เป็นเรื่องของงูที่บ้าเรื่องแขนขา........

อีกอย่างก็อ่านหนังสือดีๆเข้าท่าซักเล่ม ไม่จำเป็นต้องเป็นนิยาย

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 03:56:05 น.

putty
(ติดหนี้หมี่หยกสตาฟ)

DJNY

ส่วนมากแปะเลยมากกว่า ถ้ามานั่งแก้รับรองไอ้ที่โยง ๆ กันไว้มันมั่วแหง


ไหน ๆ ก็มีคนตอบยาว ๆ ขอมีสาระบ้าง

1. คิดตัวเอก อาชีพ นิสัย อยากให้มันเป็นอะไร มีอะไรขัดแย้งในตัว

2. คิดโลก อยากให้โลกเป็นแบบไหน อยู่ยุคอะไร แนวเป็นยังไง กำหนดคอนเซ็ป

3. โยงความสัมพันธ์ของตัวละครเอาไว้เนิ่น ๆ ใครมีเบื้องหลังอะไรยังไง แต่งตรงนี้ก่อน

4. คิดเนื้อเรื่องที่เป็นเนื้อหลัก ๆ ประมาณหนึ่งหน้าจบ

6. เอาเนื้อมาใส่น้ำปรุงด้วยน้ำจิ้มเหยาะด้วยพริกไทย

7. ตรวจตัวละคร ตรวจแรงจูงใจ แรงผลักดัน แรงขับเคลื่อน แรงเฉื่อย

8. ข้อ 5 ไม่มีเนอะ

9. ข้อ 8 มันไร้สาระ

Edit by putty - 28 ธ.ค.52 เวลา 09:50:52 น.

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 06:27:08 น.

กระดาษหลากสี
เศษกระดาษข้างถังขยะ

อย่าจะเขียนอะไรก็เขียนนี่ละที่เห็นด้วย เพราะมันได้ผลงานออกมา

ส่วนถ้าจะให้ตอบจริง ๆ จัง ๆ ขั้นแรก ต้องการ 2 อย่าง
พล๊อตที่น่าสนใจเกิดความน่าติดตาม และ แก่นเรื่อง(ธีม) ที่อยากจะแสดงผ่านเรื่อง
- พล๊อตนี่ถ้านั่งคิด คิดให้ตายไม่ค่อยจะออก ส่วนใหญ่มักจะได้มาช่วงเวลาชิว ๆ แวบเข้ามาในหัว ขอให้รีบจดเอาไว้ เพราะมักจะลืมง่ายมาก
- แก่น(ธีม)ของเรื่อง ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากจะบอกอะไรกับสังคม (เวอร์ไปมั้ยเฟ่) เช่นเพื่อนข้างบ้านไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอกเสมอไป หรือ หากเชื่อใจใครถึงที่สุดย่อมไม่มีทางสูญเปล่า

เมื่อได้ทั้งสองอย่างแล้วก็คิดตัวละครโดยมีคุณสมบัติ
- สามารถดำเนินพล๊อต และแสดง ธีมของเรื่องได้
- มีความน่าสนใจ คือเขียนออกมาแล้วไอ้นี่น่าสนใจ หรือกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสนใจ
- อันนี้เป็นเรื่องเคมีของคนเขียนและคนอ่านเหมือนๆกับกลิ่นทุเรียน บางคนอาจจะอ่านแล้วถูกใจ บางคนอ่านแล้วเฉยๆ
- อย่าคิดเขียนโดยหวังว่าทุกคนจะสนใจ ให้เขียนในสิ่งที่ตัวเรารู้สึกว่ามันน่าสนใจ น่าติดตามจะได้สนุกกับการเขียน

แล้วก็ต้องลงมือเขียน
- แสดงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน โดยมีโฟกัสกับตัวละคร เช่น อริสที่เจอกระตาย อริสตามกระต่าย
- แสดงทัศนคติของตัวละครอย่างชัดเจน เช่น ตัวละครที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ก็ต้องแสดงมันออกมา
- อย่าให้ตัวละครของคุณดำเนินพล๊อตโดยไร้ทัศนคติ ยกตัวอย่างเช่น นิทานเรื่องเต่ากับกระต่าย กระต่ายดูถูกเต่าเพราะทัศนคติของมันบอกว่า มันไม่มีทางแพ้เต่า กระต่ายนอนพักการแข่งเพราะทัศนคติอีกเช่นกัน
- ทัศนคติ เจอกับ สิ่งเร้า (หรือสถานการณ์) = การแสดงออกของตัวละคร
- ดังนั้นพยายามยิงสิ่งเร้าให้ตัวละครบ้างอย่าเดินตามพล๊อตอย่างเดียว
- ต้องไม่พยายามยึดติดกับพล๊อตจนฝืนตัวละคร ลองหาทางยืดหยุ่นทั้งสองสิ่งให้เป็นธรรมชาติที่สุด


เขียนจบแล้วก็ช่วงแก้ไข
คำนึงเรื่องไอเดียการนำเสนอ
- ถ้าอยากเล่าเรื่องอะไรยาว ๆ ค้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้อ่านแล้วไม่น่าเบื่อ
- ประเด็นไหนที่ไม่จำเป็นตัดทิ้งให้หมด คืออ่านโดยรวมและจะนำเสนอหรือไม่นำเสนอก็ไม่แตกต่างกัน
- พยายามมองให้ออกว่าประเด็นไหนสามารถสร้างสีสันในการอ่านได้ก็ลองใส่ดู เช่น ตัวเอกได้ข้อมูลสำคัญจากหนังสือในห้องสมุด ก็ลองสร้างสีสันให้ว่า หนังสือเล่มนี้มีความสำคัญในแง่ไหน ให้คนอื่นรู้สึกว่า มันเป็นของมีค่า เป็นของสำคัญ ก่อนที่ตัวละครอีกคนจะฉีกแล้วเร่งให้รีบไป

การแก้ถ้อยคำ
- แก้คำผิด!! ส่วนตัวตกม้าตายตรงนี้เพราะมองไม่ออกว่าคำไหนผิดคำไหนถูก
- ตัดคำเฟ้อ คำที่ตัดไปแล้วความหมายในประโยคยังคงเดิมไม่จำเป็นต้องเอาไว้

สุดท้ายแร่ะ
ยาวเนอะยังมีอีกแยะ แต่พูดไปแล้วก็น่าเบื่องานศิลปะไม่ควรต้องถูกกำหนดว่าตรงไหนควรแต้มสีอะไร แต่มันควรออกมาจากใจ และรอให้ผู้อื่นตีคุณค่าที่แท้จริงของมัน ก็คือเป็นตัวของตัวเองเข้าไว้

เราว่านิยายหลายๆเรื่องที่สนุก กลับมีขั้นตอนที่ง่ายกว่าหัวข้อที่นั่งแจกแจงด้านบน คือ

"เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและมีความรู้จริงในเรื่องที่เล่า"

Edit by กระดาษหลากสี - 28 ธ.ค.52 เวลา 06:35:25 น.

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 06:32:48 น.

bekung
BONESแฟนคลับ

รออารมณ์มาแล้วเขียนรวดเดียวครับ
ถ้าเป็นแนวหรือฉากที่ไม่เคยเขียนก็ต้องเก็บประสบการณ์นานหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องไปหาสถานที่จริงหรอกนะ
ส่วนมากแค่หาหนังสืออ่าน หรือดูหนังที่เกี่ยวข้องสักเรื่องก็พอได้ไอเดีย
ระหว่างเขียนก็เปิด ost ที่สะสมไว้อัดเข้าไปเพื่อสร้างอารมณ์ของตอนนั้นๆ (พอดีสะสมไว้หลายแนว)
อ้อ แล้วก็เวลาเขียนนี่ต้องไม่มีคนมากวนด้วยนะ

เรื่องระยะเวลาในการเขียนของแต่ละตอนนี่ ไม่ได้อิงคนตามอ่านเลยครับ เพราะที่เคยเขียนลงไปในบล๊อคนั่น ระหว่างเขียนไม่มีใครมาอ่านเลย จนกระทั่งเขียนจบเท่านั้นแหละ ถึงได้ไปลองแปะรีวิวดูในบอร์ดแห่งหนึ่ง ถึงจะเริ่มมีคนตามมาอ่าน เรื่องใหม่นี่ก็กะไว้แบบนั้นเหมือนกัน ใครตามอ่านเป็นรายตอนคงลำบากหน่อย เพราะทางนี้เขียนตามอารมณ์ แบบว่าไม่อยากได้ความกดดันจากแฟนๆให้เร่งออก (ฮา)

ถึงที่เขียนจะดูว่าเป็นงานแปล แต่ถ้าแปลดุ้นๆ คงไม่ต้องรออารมณ์อย่างที่บอกข้างบนหรอกครับ เพราะต้องอ่านต้นฉบับทวนหลายๆรอบเพื่อปรับการนำเสนอให้ออกมาอ่านรู้เรื่องในฐานะนิยาย ไม่ใช่ visual novel ด้วย

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 06:39:18 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

ถ้าเอารวมแบบสั้นๆก็มีหลักการอยู่ 2 ช่วงหนักๆครับ

ช่วงแรกคือการวางพล็อตครับ กำหนดโครงเรื่องหลักคร่าวๆลง notepad ก่อน จากนั้นก็วางธีมเรื่องพร้อมๆกับออกแบบตัวละคร ลักษณะนิสัย
แล้วก็มารวมกันให้ออกมาเป็นตอนย่อย จากนั้นก็ซอย notepad เป็นตอนย่อยและลงรายละเอียดคร่าวๆตอนต่อตอนไว้ ให้ง่ายต่อการแต่ง สะดวกในการต่อ
ช่วงนี้ถือว่าหนักเอาเรื่อง แต่ถ้าผ่านไปได้แล้วก็ฉลุย จะมีก็แต่ปรับแก้สมดุลหรือเติมเต็มนิดหน่อยเท่านั้น

ช่วงสองคือการแต่ง อันนี้สิหนักแบบต่อเนื่อง
ก็ลุยตามโครงเรื่องที่วางไว้ ส่วนนี้อาศัยว่าแต่งบ่อยคุ้นมือเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่กับการเรียบเรียงนำเสนอ
แต่จะมีปัญหาในเรื่องการเพิ่มเติมไคลแม็กซ์รองเสียมากกว่า เลยทำให้ตอนต่อตอนเลยไม่ค่อยต่อเนื่องในช่วงเวลาที่กำหนดเท่าไหร่ แต่โดยรวมที่แต่งๆอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าโอเคล่ะนะ โกออนต่อไปจนกว่าจะจบภาค

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 06:46:35 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

ขั้นตอนเหรอ

0. นึก Event โดนใจ/ประทับใจแล้วบันทึกไว้

1. วาง plot ก่อนว่าจะให้เนื้อเรื่องเป็นยังไง

2. กำหนดว่า จะให้มีอะไรในเนื้อเรื่องบ้าง

3. เขียนเนื้อเรื่องกับตัวละครที่จะใช้คร่าวๆก่อน

4. แล้วก็เริ่มเขียน beta ก่อนเลยครับ โดยผมจะ Start ด้วย การวาง Event จากข้อ 0 ก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆเติมเนื้อเรื่องลงไป

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 09:21:14 น.

Raven Adventwings
Amateur Mangaka

อืม... ไอ้เราก็ดองไว้หลายเรื่องเหมือนกันแฮะ =w=);;

ขั้นตอนคร่าวๆ

1. คิด Theme ของเรื่อง โดยส่วนมากจะเลือกแนวปรัชญาที่สนใจมาเป็น central theme (ใจความหลัก) เพื่อสร้าง "เรื่อง" บนพื้นฐานแนวคิดนั้น

2. คิด Conflict หรือก็คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น บ่อยครั้งก็ดึงมาจากในข่าวนี่แหละครับ (ปกตินั่ง surf ดูใน cnn.com) ตัวส่วนนี้จะเป็นตัวกำหนดบทบาทของตัวละครที่เข้ามาพัวพัน และความเป็นไปได้ของ "ตอนจบ"

3. คิด Setting ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน ยุคไหน ชาติพันธุ์/วัฒนธรรมใด รวมไปถึงเหตุการณ์และประวัติศาสตร์ของที่นั่นด้วย (แน่นอน ท่อนนี้จะตามมาด้วยการ research ข้อมูลอย่างมหาศาล...)

4. คิด Character ที่จะมามีบทบาทในเนื้อหา บางครั้งเราก็สามารถ recycle เอาตัวเก่าๆที่เราเคยใช้ในเรื่องอื่นมาโปะ (ถ้าเรื่องนั้นโดน discontinue ไปแล้ว) หรือไม่ก็สร้างตัวละครใหม่ให้เข้ากับ theme โดยส่วนมากจะคิดให้สามารถใช้เป็นตัวเดินเรื่องหลักก่อน แล้วค่อยคิดตัวประกอบที่จะมาสนับสนุนทีหลัง

5. คิด Event ที่จะเกิดขึ้น ตามแนวคิดของ Theme และ Conflict ซึ่ง Event ต่างๆในท่อนนี้ ก็คือจุด Climax ของเนื้อเรื่องในแต่ละตอนนั่นเอง

6. ลงมือเขียน First Draft โดยวางโครงแบบคร่าวๆ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร

7. พอวาง First Draft เสร็จ (อาจจะตั้งแต่ต้นจนจบ หรือแค่จุดสำคัญก็พอ) ก็... จับใส่ขวดโหล ดองไว้ซักเดือนนึง...

8. หลังจากที่ดองได้ที่แล้ว ก็ดึงออกมาเขียน Second Draft โดยพิจารณาจากข้อมูลที่เราเก็บมาในช่วงการดอง และปรับเปลี่ยนมุมมองของเนื้อหาให้ละเอียดขึ้น

9. เขียน Second Draft เสร็จ ก็ใส่ขวดโหลดองไว้อีกเดือน...

10. กลับไปทำข้อ 8 และ 9 ใหม่ จนกว่าจะพอใจ =w=);;

ถ้าจะทำแบบ Speed Writing ผมแนะนำ Event ใหญ่ประจำปีระดับนานาชาติ (ซึ่งไทยก็เข้าร่วมมาแล้ว 4 ปี) คือ the National Novel Writing Month ที่มีประจำทุกๆเดือนพฤศจิกายน

(คำเตือน: โปรดระวังเรื่องตารางเวลา เพราะเงื่อนไขของงานนี้คือ "เขียนนิยายยาว 50,000 คำ ภายใน 30 วัน" ภายในเดือน พ.ย. เท่านั้น...)

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 10:02:39 น.

Red_Star
Knight

Quote : putty
6. เอาเนื้อมาใส่น้ำปรุงด้วยน้ำจิ้มเหยาะด้วยพริกไทย

อืม อร่อยเลย พูดแล้วน้ำลายไหล (ฮา)

พอได้เห็นวิธีทำงานของแต่ละคนแล้ว รู้สึกเลยว่า การเขียนนิยายเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
จริงๆด้วย บางทีอาจจะแอบหยิบยืมวิธีของแต่ละคนไปใช้บ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 10:17:13 น.

Matsuri ตัวป้า
จ้าวลัทธิอาร์ตตัวป้า

ตอบสไตล์ป้าละนะ บางอันอาจจะซ้ำกับของคนอื่นมาแล้ว

ฟิกหรือนิยายมันก็มีหลายแนวแต่โดยรวมแล้ว...
1. ข้อมูลและประสบการณ์ที่เราต้องเก็บจำมา อ่านหนังสือเยอะๆ
2. คุณต้องบอกตัวเองว่าจะเขียนแนวอะไร
3. จดข้อมูล พล็อตเรื่องเป็นไปได้ก็พิมพ์ใน Notepad หรือลงสมุดยิ่งดีมาก
4. จินตนาการว่าตัวละครนิสัยยังไง ตามแนวเรื่อง
5. จินตนาการว่าตัวละครกำลังทำอะไร
6. เริ่ม - เกิด - ปัจจัย - บทสรุป - จบ
สำคัญคือภาษาที่จะใช้ ต้องเข้ากับแนวเรื่องด้วย และต้องถูกต้องสวยงาม

/me ว่าไปของตัวเองไม่ได้แต่งนานแล้วนี่หว่า

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 10:37:07 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

งานนี้ได้แชร์ความรู้กับประสบการณ์หลายคนเลย ถ้าเป็นพันทิพก็อยากให้กิฟจริงๆ grin

จริงๆ ก็คิดคล้ายคุณ Red_Star กับการเขียนแต่ละตอนครับ คือนึกฉากไว้ในหัวก่อน แล้วก็พยายามเขียนออกมา แต่ก็ปล่อยให้มันไหลไปตามนิสัยกับปฏิกริยาตัวละคร ไม่บังคับตามพล็อตให้ฝืดมากไป

ส่วนการวางโดยรวมเลย คิดว่า theme น่าจะมาก่อนกระมัง คือคิดเหมือนเป็นคำถาม หรือปมปัญหา เช่น ถ้าเจอความขัดแย้งระหว่างคนสองฝ่าย แล้วเราอยู่ตรงกลาง จะโดนสองฝ่ายดึงไปเป็นพวกเดียวกันให้ได้จะทำยังไง มีทางออกยังไง

เมื่อได้แล้ว อย่างที่สองคือตัวละคร ผมเขียนอิงตัวละคร ดังนั้นก็จะนึกตัวละครหลักๆ ให้ได้ชัดๆ ก่อนว่าเป็นคนยังไง พื้นเพ นิสัยแบบไหน ส่วนมากตัวละครก็จะมีสิ่งที่ผูกกับธีม เช่น ตัวเอกอาจเป็นคนที่อยู่ตรงกลางตามข้อแรก ปมปัญหาของตัวเอกคือปมปัญหาของเรื่อง

อย่างที่สาม นึกไว้ว่าเรื่องจะเปิดยังไง ตอนกลางเป็นยังไง และจบยังไง พูดอีกอย่างคือโครงเรื่องหลักว่าถึงจุดไหนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น อันนี้วางไว้ไม่ต้องแน่นมาก และพร้อมจะเปลี่ยนได้หากตัวละครนำเรื่องไปอีกทาง

อย่างที่สี่ นึกแต่ละฉากไว้ในหัว ใช้เวลาตอนใกล้ๆ เขียนนึกออกมาจะดีที่สุด ส่วนฉากไหนที่ความรู้สึกพีคมากๆ ประเภทว่าไม่เขียนตอนนี้จะไม่ได้ความสดของอารมณ์ที่นึกไว้ ก็ลัดคิวเขียนก่อน แล้วค่อยนำมาเรียงตบๆ เข้าเนื้อเรื่องทีหลัง

ก่อนลงก็อ่านทวนอีกอย่างน้อยรอบหนึ่ง เก็บคำผิด คำฟุ่มเฟือย หรืออ่านได้มากกว่ารอบนึงยิ่งดี ถ้าเมื่อก่อนมีเรื่องที่เขียนได้ไม่เร็วนัก ก็จะเขียนได้ตอนหนึ่งแล้วลงเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เขียนได้เร็ว ก็จะลงแบบสัปดาห์ละตอนหรือสองตอนตามความสะดวก โดยมีสต็อคตุนไว้

เมื่อจบทั้งเรื่อง ควรเก็บเรื่องไว้เฉยๆ อีกพักหนึ่ง อาจจะครึ่งถึงหนึ่งเดือน เอาให้ลืมๆ ว่าเขียนอะไรไปแล้ว จึงนำกลับมาอ่านใหม่ จะเห็นข้อบกพร่องต่างๆ ที่ต้องรีไรท์ดัดแปลงแก้ไขตัดออกได้มากขึ้น แก้จนคิดว่าพอใจ

เห็นด้วยกับป้ามัตสึริ ว่าควรอ่านหนังสือให้มากๆ นอกจากนี้ก็ฝึกความช่างสังเกต กับมองในมุมอื่นที่แตกต่างบ้าง ลองจินตนาการความคิดความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ หรือเก็บความรู้สึกกับประสบการณ์ที่มีมาใส่ในเรื่อง มันจะจริงมากขึ้น

สุดท้ายนี้ คงเป็นเขียนอย่างจริงใจอย่างที่เราอยากเล่าครับผม

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.52 เวลา 16:50:21 น.

สมองน้อย
กระบืออัจฉริยะ


ไม่ต้องดองถึงอาทิตย์ก็ได้มั้งครับ เขียนเสร็จซักครู่หนึ่ง กลับมาอ่านใหม่ก็น่าจะรู้จุดบกพร่องแล้วนะ ขืนเป็นแบบนั้นงานไม่เดินกันพอดี

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 29 ธ.ค.52 เวลา 01:24:27 น.

ฉลุหมื่นปทุม
นักเขียน

สติเฟ่นคิงเขียนไว้ในหนังสือ On Writing บอกให้เก็บไว้ 3 เดือนเมื่อเขียนจบแล้ว
ตอนนั้นให้คุณก็เริ่มทำงานเรื่องใหม่ต่อไปไม่ต้องไปสนใจอะไรมัน

ตรงท่อนนี้ที่ชอบที่สุดคือเขาบอกว่า คุณต้องทำให้คนที่ออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินเลี้ยงคุณให้เข้าใจว่า ทำไมต้องเก็บไว้สามเดือนแทนที่จะเอาออกไปเร่ขาย

 * ชื่อไทยของหนังสือคือ On writing เขียนนิยาย ให้ขายดี (A Memoir of the Craft) จิ้ม

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 29 ธ.ค.52 เวลา 01:58:29 น.

.ฮิ.
นักเรียนวิชาประหลาด

ถ้าสำหรับเรา...

เราจะวางพล็อตหลักก่อน ตามด้วยคิดตัวละคร + หาข้อมูล แล้วก็เริ่มวางพลอตย่อย จากนั้นก็เก็บไว้ รอว่างเมื่อไหร่ค่อยแต่ง
และถ้าแต่งเสร็จ 1 ตอนก็จะเก็บไว้ 1 คืนก่อนค่อยกลับมาอ่านทวน แล้วพอแก้เรียบร้อยก็ส่งให้เพื่อนอ่าน...เป็นอันจบขั้นตอนค่ะ

...แต่ถ้าเป็นกรณีแต่งจบทั้งเรื่องแล้ว จะทิ้งไว้ประมาณ 1 - 6 เดือนก่อนค่อยกลับมาอ่านทวนทั้งหมดค่ะ =w=

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 29 ธ.ค.52 เวลา 13:47:30 น.

Shinji
กบว. Pocket

นึกถึง การ์ตูน 4ช่องไว้ครับ การดำเนินเรื่องควรเป็นแบบนั้น
เริ่มตัน- เข้าเรื่อง- ไคลแมกซ์ -จบ

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 30 ธ.ค.52 เวลา 16:00:38 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 16 จากทั้งหมด 16 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ