SANE
Fictioner Burner

[บทความ] ทำไม Bakemonogatari จึงขายได้?

เป็นบทความที่สืบเนื่องมาจากยอดขายของ Bakemonogatari แผ่นล่าสุดยังคงทำลายสถิติตัวเองอย่างต่อเนื่องหลังจากทำลายสถิติยอดขายอนิเมทีวีไปเมื่อสองเดือนก่อน จึงมีข้อสงสัยนำมาซึ่งการถกกันว่า

"ทำไมเรื่องนี้จึงขายได้" ทั้งที่ไม่ใช่แนวตลาดหรือมีกระแสมากมายอะไร หลังจากมีการถกกันเป็นกระทู้ในพันทิพ ผมจึงมีไอเดียที่จะรวบรวมข้อมูลมาเป็นบทวิเคราะห์ครับ











คำเตือน บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จากทั้งสถิติ บทวิเคราะห์และคอมเมนท์จากเว็บบอร์ดต่างๆ ทั้งไทย ญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และรวมทั้งการคาดเดาของผู้เขียนเอง จึงโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และน้อมรับทุกคำวิจารณ์





สำหรับ Bakemonogatari ดวงของ SHAFT นั้นมีมาตั้งแต่ก่อนเริ่มฉายเลย

สเต็บจั่วเทพของเรื่อง Bakemonogatari
- ได้งานต้นฉบับที่ดี เพราะความที่โปรดิวเซอร์ของ Aniplex ชอบเรื่องนี้ จึงพยายามขอถึงสามปีกว่าจะได้เป็นอนิเม ถ้าไม่ตื้อสุดๆ คงไม่มีโอกาสได้รับอนุญาตจาก บ.ก. Kodansha Box ที่ไม่อยากให้นิยายในหมวดหนังสือนี้เป็นสื่ออื่น
- งานมาตกกับ SHAFT ข้อนี้สำคัญมาก เพราะงานนี้ Aniplex เป็นหัวเรือหลัก ซึ่งสตูดิโอที่ใกล้ชิดกับ Aniplex มีมากมาย ตั้งแต่ BONES, P.A.Works, Ordet หรือลูกในไส้อย่าง A-1 แต่ SHAFT กลับได้งานไป (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ SHAFT ค่อนข้างแนบแน่นกับทางโคดันฉะ)
- ได้คาแรคเตอร์ดีไซน์ที่ดี Akio Watanabe ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหู แต่เขาคือผู้ออกแบบตัวละครของ Nurse Witch Komugi และนักวาดโดจินนาม Poyoyon Rock ซึ่งทำคาแรคเคอร์ดีไซน์ของเรื่องนี้ออกมาได้เด่นชัดมาก รวมทั้งเป็น Animation Director เองด้วย จึงสามารถควบคุมภาพให้เหมือนกับที่ตัวเองดีไซน์ไว้ได้ทุกฉาก
- ได้เพลงประกอบที่ดี Satoru Kousaki เป็นผู้ทำเพลงประกอบให้ทั้งฮารุฮิและคันนากิ ซึ่งต่างมีเพลงประกอบติดหู ซึ่งผมเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อบาเกะไม่น้อยกว่าผู้กำกับ เพราะหลายฉาก หากไม่ได้เพลงประกอบ จะไม่ได้อารมณ์เท่านี้เลย
- ได้นักพากย์ที่ดี ทีมพากย์เรื่องนี้ถือเป็นทีมที่ลงตัวที่สุดครับ ข่าวเบื้องหลังคือแคสติ้งกันเป็นปี แถมมีปลดนักพากย์กลางอากาศด้วย (เดิมคนพากย์พระนางไม่ใช่คู่นี้) ทั้งฮิตากิและโคโยมิเป็นตัวละครที่ต้องใช้ความสามารถสูงมาก ที่สำคัญ Kamiya Hiroshi และ Chiwa Saito มีความสัมพันธ์เกินเพื่อนกันนอกจอด้วย จึงเข้าขากันได้อย่างสุดๆ ส่วนตัวละครอื่นก็ได้นักพากย์ที่เข้ากับบทมากทุกตัว (เกร็ด - เดิมแล้วจิวะ ไซโตะ มาแคสติ้งพากย์มาโยย) โดยเฉพาะ Hiroe Yui ที่ผมรู้สึกกังขาในตัวสึบาสะเหลือเกิน จนกระทั่งถึงตอน 11 นั่นแหละถึงคิดว่าเธอเหมาะกับบทนี้จริงๆ
- ได้ผู้กำกับที่ดี ด้วยชื่อ Akiyuki Shinbo ที่คิดจะทำงานแหวกแนวอยู่เสมอ (จนเจ๊ง) และผู้กำกับย่อยของแต่ละตอนที่มีฝีมือเข้าขั้นทั้งนั้น รวมทั้งเป็น ผกก.คนในทั้งหมด จึงทำงานเข้าขากับชินโบได้อย่างดี รวมทั้งอาการย้ำคิดย้ำทำของ ผกก.ฃอย่าง Oishi Tetsuya ที่จะไม่หยุดแก้งานจนกว่าจะพอใจได้ส่งผลต่อคุณภาพของงานฉบับ DVD/BD อย่างมาก
- ได้สปอนเซอร์ที่ดี Aniplex ไม่เข้ามาก้าวก่ายการทำงานแม้แต่น้อย
- ประธานบริษัทเห็นแววของเรื่อง จึงลงทุนให้เพิ่มจากที่สปอนเซอร์ให้มา (งบมากขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น)
- และไม่มีใครคิดว่ามันจะดัง จึงไม่ถูกคาดหวัง แม้แต่แฟนๆ ของค่ายนี้เองยังเฉยๆ เพราะไม่ใช่แนวที่ชาฟต์ทำตามปกติ

ส่วนผสมเหล่านี้เป็นไปได้ยากมากที่จะลงตัวกันได้พอดี แต่มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และทำให้ Bakemonogatari กลายเป็นอนิเมระดับคุณภาพเยี่ยม (ยกเว้นเรื่องการเผา)


แต่แค่คุณภาพก็ยังไม่พอจะทำให้คนชอบได้ อนิเมคุณภาพเยี่ยมแต่ไม่มีคนดูก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแย่งชิงมวลชนกันอย่างดุเดือดเช่นนี้









แล้วทำไมพอเริ่มฉาย แล้วกระแสมันแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่แทบไม่ได้รับการโปรโมตเลยกระทั่งช่วงท้ายๆ ของการฉายทีวี?

ส่วนนี้คือเหตุผลว่าทำไมคนถึงดูต่อเพิ่มขึ้น มองในมุมมองของคนที่ปกติเจอน่าเบื่อตอนเดียวก็เลิกแบบผมนะครับ

เริ่มเกม สเต็บคอมโบเทพ ของ SHAFT ในช่วงฉายทีวี
Turn 1 - กางเกงใน 1 วิ ฮิตากิปลิวลมสุดเจ๋ง ฉากแม๊กปากสุดหลอน เริ่มเป็นที่บอกต่อ
Turn 2 - นางเอกกราบปูพลางสะอื้นไห้ ฮิตากิยิ้ม เป็นที่ดึงดูดคนที่จะเลิกดู และบอกต่อไปอีก
Turn 3 - เป็นตอนที่มีแต่บทพูด ถ้าไม่ชอบนี่โคตรเบื่อ แต่เจออีเวนท์ E8 เลยรู้สึกน่าเบื่อน้อยกว่า
Turn 4 - ติดลูป เป็นตอนที่ค่อนข้างน่าเบื่อ จนกระทั่งน้องแมวโผล่ ทำให้ยังสนุกอยู่
Turn 5 - 75% ของตอนนี้ดูแล้วง่วง แต่พอเฉลย I see dead people กับเจอฮิตากิ I love you โทเระกันเป็นแถว ถึงตอนนี้เป็นที่รู้จักวงกว้างแล้ว
Turn 6 - ฉากติวหนังสือกับนกสีฟ้า ขณะพระเอกกำลังเริ่มโดนหมั่นไส้ ก็โดนชกกระเด็นสมใจคนดู
Turn 7 - ใต้กระโปรงฮิตากิ กับเลสนาโนดะ
Turn 8 - ฉากบู๊ลากใส้ ฉากปฎิเสธรักสุดชวนหวิว
Turn 9 - คาระน้องสาว "ลาสบอสนาเดโกะ" และบลูมเมอร์
Turn 10 - ชุดว่ายน้ำนักเรียน เผาทั้งตอนแต่ OP เสรือกดี ถึงกับเปิดกันทั่วอากิฮาบาระ
Turn 11 - สาวแว่นกับบทสนทนาเนิบช้าและเพลงประกอบเพราะๆ ตัดกับ "เนี๊ยะ ฮ่า อ่า ฮ่า นินเง็น"
Turn 12 - Are ga Deneb Altair Vega ที่ทำเอาตายคาที่เป็นแถบๆ

จะเห็นได้ว่า ทั้งในส่วนของบท คาแรคเตอร์ อารมณ์ของเรื่อง และการแบ่งตอน ยังสามารถรู้สึกสนุกไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งหมัดเด็ดในตอน 12

แล้วแผ่นแรกก็ขาย....

ตอนฉายก็ยังไม่มีใครคิดว่ามันจะขายดีเป็นเททิ้ง เพราะยอดจองมันมาพุ่งจริงๆ เอาหลังจากตอน 12 ฉาย จึงเห็นได้ว่าสเต๊บเทพข้างบนมีผลอย่างมาก


และเนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีการโปรโมตสร้างกระแสในสื่อหลัก จึงต้องมาดูกันก่อนว่าคนกลุ่มไหนกันที่จะชอบบาเกะ


- แฟนนิยาย
ถึงแม้นิยายจะออกมาถึงสามปี และมียอดขายไม่กี่หมื่นเล่ม แต่แฟนๆ ของนิชิโอะก็ไม่ได้มีจำนวนน้อย กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่เอาใจยากและตั้งความหวังไว้สูงที่สุด
- กลุ่มที่กำลังเบื่อกระแสตลาด
ปฎิเสธไม่ได้ว่าช่วงปี 2007 - 2009 เป็นยุคแห่งโมเอะ/ฮาเร็ทอนิเม จึงทำให้คนดูรู้สึกเบื่อหน่ายแนวเรื่องซ้ำๆ กันและพร้อมจะรับความแหวกแนวจากกระแสหลักทุกรูปแบบ ดูได้จาก Code Geass (Tactic + Mecha), DTB (Neo Noir) และ Macross F (love & war ที่ลงตัว) คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่พร้อมจะอ้าแขนรับ Bakemonogatari โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่แหวกแนวไปหมดทั้ง บท ภาพ และเสียง
- คนที่อยากดูอะไรสามารถพูดได้เต็มปากว่าเจ๋ง
ถึงจะมีส่วนน่าเบื่อ ช่วงที่ดูไม่รู้เรื่อง สัญลักษณ์เต็มไปหมด แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเทคนิค ภาพ แสง เสียง บทสนทนา มันทำให้เรื่องนี้เจ๋ง เหมือนหน้งเควนตินที่ดูไม่รู้เรื่องแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเจ๋ง
- กลุ่มคนที่อีเดียทโมเอะ
ข้อนี้อธิบายยากครับ คือมันอยู่ก้ำกึ่งระหว่างอนิเมคนทั่วและอนิเมโอตะ สำหรับคนที่เหม็นเบื่อโมเอะอนิเมแบบแค่เห็นก็แทบอ้วก เรื่องนี้ก็เหมือนยาแก้เมาชั้นดี เพราะมีทั้งพล็อตซ้อนและการเดินเรื่องที่มีชั้นเชิงซ่อนอยู่อีกที
- กลุ่มคนที่ชอบโมเอะ
ข้อนี้อธิบายไม่ยากเหมือนข้อข้างบน สำหรับคนที่ดูความโมเอะหรือฮาเร็มเป็นหลัก ก็ไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกแยกครับ

ซึ่งดูเหมือน คนที่ชอบตามนี้จะมีมากมายกว่าที่ SHAFT หรือแม้กระทั่ง Aniplex จะคาดคิดไว้ จึงนำมาซึ่งการขาดตลาดของแผ่นแรกซึ่งผลิตมาเต็มเพดานตามที่อนิเมปกติจะผลิตด้วยซ้ำ และสร้างประวัติการณ์ใหม่ของอนิเมทีวีฉายกลางคืน

เรื่องควรจะจบเท่านี้ แต่แผ่นสองก็กลับของขาดอีก ซึ่งดูเหมือนจะเกิดจากการประเมินฐานลูกค้าที่แท้จริงผิดพลาด เพราะปกติเรื่องที่กระแสแรงและมีคนชอบจำนวนมาก กลับไม่สามารถขายดีได้แบบนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากนอกจากแฟนที่เป็นโอตะแล้ว ยังมี

- แฟนนิยาย ซึ่งเป็นคนมีอายุในวัยทำงาน และมีกำลังซื้อสูง ถูกใจการดัดแปลงเรื่องของ SHAFT ที่เคารพต่อนิยาย
- แฟนอนิเม ซึ่งกินลึกเข้าไปในตลาดของ"คนธรรมดา" ได้ด้วยการที่เรื่องไม่ให้ความรู้สึกว่าโอตะจนน่ารังเกียจ

เมื่อสองกลุ่มนี้ มีเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่น่าจะตัดสินใจซื้อมีมากขึ้น

แต่ยังไม่พอ เมื่อคนกลุ่มนี้เป็นคนธรรมดาและคนวัยทำงานซึ่งมีภาระอื่นๆ มากกว่ากลุ่มคนดูที่มีกิจกรรมวนเวียนอยู่แต่กับอนิเม การตัดสินใจซื้อสื่อบันเทิงต่างๆ จึงต้องมีเหตุผลมากกว่าความชอบหรือการตามกระแส


ตรงนี้ ความบังเอิญเกิดขึ้นอีกครั้ง และความบังเอิญนี้ได้กลายเป็นปาฎิหาริย์สำคัญ

- การเผาในทีวี SHAFT ไม่ได้จงใจเผาเรื่องนี้อย่างแน่นอน แต่ผลมาจากตารางงานคลาดเคลื่อนเพราะได้รับงานจากโคดันฉะอีกสองงานในซีซั่นเดียวกัน คือ San Sayonara Zetsubou Sensei และ Negima OAD เป็นผลให้เรื่องที่ต้องใช้เวลาและต้องการคุณภาพมากที่สุด แต่ถูกตั้งความหวังไว้น้อยสุด ต้องถูกเบียดบังกำลังคนไปจนงานทำไม่ทัน ต้องกลบด้วยทั้งการเนียนอาร์ตและพักฉาย แต่สุดท้ายก็วอดอยู่ดี แต่ยังโชคดีที่มีเนื้อเรื่องและบทสนทนาที่ดึงดูดช่วยไว้ได้ ทำให้คนทนดูต่อไป

- การแก้ใน BD/DVD เป็นผลจากข้อข้างบน และ Tetsuya Oishi ผกก. ที่ดูแลเรื่องนี้เป็นคนที่มีนิสัยย้ำคิดย้ำทำและนิยมความสมบูรณ์แบบมาก เมื่อฉบับโทรทัศน์ไม่ได้ดังใจ จึงสั่งแก้ฉบับแผ่นจนกว่าจะพอใจ และเป็นผลให้เกิดความแตกต่างอย่างมากชนิดที่ว่า timing ของ TV กับ BD ไม่ตรงกัน (ตรงนี้ดูภาพนิ่งเปรียบเทียบหรือดูทีละตอนจะไม่รู้ ต้องเปิดสองเวอร์ชั่นพร้อมกัน) ส่วนนี้ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่าขึ้นมาก

และนอกจากความบังเอิญข้างต้น ยังมีความจงใจและความกล้าที่ส่งผลให้คนตัดสินใจซื้อ

- การแบ่งขายแผ่นละบท การทำแบบนี้ต้องใช้ความกล้าอย่างมาก เพราะจะลดรายได้ที่ควรจะเป็นจาก 7- 8 แผ่น 15 ตอนลงเหลือ 6 แผ่น 5 บท เรื่องนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นต้นคิด แต่ที่ทราบอย่างหนึ่งจากคอมเมนท์ของผู้ซื้อคือ การขายแบบนี้ไม่ทำให้รู้สึกเป็นภาระ เช่นว่าหากเป็นแผ่นละสองตอน แผ่นสองจะจบที่ตอน 4 ซึ่งบทมาโยยยังค้างๆ คาๆ อยู่ ทำให้รู้สึกว่าต้องตามซื้อแผ่นต่อไป อาจจะรอจนแผ่นจบบทก่อนค่อยซื้อเพื่อไม่ให้รู้สึกค้างคา
แต่เมื่อขายแบบแผ่นละบทแทน ผู้ซื้อก็ได้ความรู้สึกว่าได้จ่ายเพื่อสื่อที่จบในตอน สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

- Audio Commentary การยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจ้าง นิชิโอะ อิชิน มาเขียนบท Audio Commentary ให้ความแปลกใหม่มาก เพราะเราไม่เคยเห็นตัวละครมาเมาท์กันเรื่องอนิเมของตัวเองมาก่อน ส่วนนี้เปรียบได้เหมือนกับดูอนิเมอีกเรื่องเลยทีเดียว จนมีคำเปรียบว่าเหมือนซื้อสองได้สี่

- OP และ Atogatari นี่ก็เป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้ความกล้าอย่างมาก ทั้งที่ปกติสามารถแยกขาย single เข้าไปทำเงินเพิ่มได้แท้ๆ (ขอแซวเรื่องที่มีคาราซองตัวประกอบหน่อยครับ จะขายอนิเมหรือทำอนิเมมาขายซิงเกิ้ลวะ) SHAFT ได้เลือกจะแถมไปกับอนิเม แต่หากมองมุมกลับก็เหมือนบังคับให้คนที่คิดจะซื้อแต่ซิงเกิ้ลมาซื้ออนิเทได้เหมือนกัน

- Packaging ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีครับ แต่เมื่อได้จับต้องและสัมผัสของจริง(ออกตัวว่าไม่ใช่ของผม) เทียบกับแผ่นหนัง BD เรื่องอื่นๆ แล้วรู้สึกว่า package ของเรื่องนี้มันสวย สมควรสะสมอย่างมาก และนี่เองเป็นส่วนที่เอามาใช้สู้กับการแจกจ่ายไฟล์แบบ P2P


และทั้งหมดนี้ คือเหตุผลที่ทำให้ Bakemonogatari ขายดี


ทั้งส่วนผสมที่บังเอิญลงตัว และความบังเอิญอีกมากมายได้ก่อให้เกิดงานอนิเมระดับคุณภาพ ที่สามารถให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกประทับใจและคุ้มค่าแก่การสะสม ทำให้สามารถกลุ่มคนหมู่มากที่มีกำลังซื้อได้สำเร็จ นำมาซึ่งการขายได้เป็นประวัติการณ์


ถึงจะฟังดูเป็นการตลาดสูตรสำเร็จ แต่นี่เป็นเรื่องที่เกิดได้ยากในวงการอนิเม ที่นับวันมีแต่ทรงกับทรุด


หวังว่าความสำเร็จของ Bakemonogatari จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการอนิเมที่เอาแต่พึงพาการโปรโมตสร้างกระแสหรือเกาะอิงกับความสำเร็จของงานต้นฉบับหรือชื่อเสียงเดิมของตน หรือการยอมทำอนิเมตามสั่งให้สามารถอยู่รอดไปวันๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เสียที


น่าขำเหมือนกัน ที่ความสำเร็จทั้งหมดนี้ เริ่มมาจากเรื่องที่ว่า "SHAFT ได้เรื่อง Bakemonogatari ไปทำ"


เรื่องบังเอิญแบบนี้ไม่ได้เกิดทุกวันแน่ และอาจไม่เกิดเป็นครั้งที่สองเสียด้วย





ขอขอบคุณที่อ่านจนจบครับ และเนื่องจากเป็นความเห็นส่วนบุคคล ย่อมมีข้อขาดตกบกพร่อง จึงขอน้อมรับทุกคำวิจารณ์ครับ



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 19:22:51 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 32 Reply

WallSky
Hell Knight

WallSky likes this post

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 19:29:08 น.

Dark~Pikachu
สัตว์เทวะในตำนาน

เป็นบทความที่เขียนได้ดีครับ

อนิเมเรื่องนี้เป็นม้ามืดจริงๆ เป็นเรื่องที่มากับดวงล้วนๆ คิดว่าคงเป็นเรื่องแรกและอาจจะเป็นเรื่องสุดท้าย(?) ที่ทำแบบนี้ได้

ปล. หวังว่าดราม่าคงไม่ลามมาแถวนี้

ปล. น้องงูกับน้องแมวน่ารัก !

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 19:57:56 น.

นิเกะ
วณิพกพเนจร

ถ้าขายได้นี่ เรื่องไหนก็ขายได้ครับ
ลองเปลี่ยนหัวข้อจาก ขายได้ เป็น ขายดี น่าจะดูตรงกว่าครับ smile

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 19:59:07 น.

SANE
Fictioner Burner

Quote : Dark~Pikachu
ปล. หวังว่าดราม่าคงไม่ลามมาแถวนี้


จากประสพการณ์ เขียนยังไงให้ไม่ดราม่ายากกว่าเขียนยังไงให้ดราม่าเสียอีกครับ บทความนี้แอบกัดไว้นิดๆ เหมือนกัน อดไม่ได้

Quote : นิเกะ
ถ้าขายได้นี่ เรื่องไหนก็ขายได้ครับ
ลองเปลี่ยนหัวข้อจาก ขายได้ เป็น ขายดี น่าจะดูตรงกว่าครับ smile


คำว่าขายได้ ของอนิเมในที่นี้คือ ขายแล้วได้กำไรครับ เพราะอนิเมส่วนใหญ่มักขาดทุนหรือขายได้แค่พอหอมปากหอมคอ เพื่อไป boost ยอดขายให้สื่ออื่นอย่างเกม นิยาย หรือหนังสือการ์ตูน

ที่เป็น 'ขายได้' ก็เพื่อเลี่ยงความหมั่นไส้ที่จะทำให้เหล่า hater เข้ามาเหน็บแหนมได้ครับ และกระทู้ต้นทาง คำถามคือ "ทำไมจึงขายได้" จึงตัดสินใจใช้หัวข้อนี้ครับ


Edit by SANE - 02 ธ.ค.52 เวลา 20:04:15 น.

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:01:37 น.

mizuka
ชายผู้ยืนอยู่ใต้แสงพระจันทร์ข้างแรม

เรื่องนี้ชอบนะ แปลกดี(มั่ง)
ว่าตามตรงเห็น แล้วอยากได้นะครับ น่าเสียดายที่ภาษาไม่เเข็งแรง+ไม่มีเครื่องเล่น ฮา

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:18:49 น.

Kirito
A.K.Service

ที่จริง ตอน 2 นี่ผมประทับใจช่วงอาบน้ำแฮะ
ตอนฮิตากิตบก้นโชว์คนดูนี่
"ก้นเด้งมากเลยนะ"

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:20:58 น.

Peera P.
Programmer

บอกระเอียดมาก ทุกข้อเป้นความจริงทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:31:31 น.

Sun@ซัน
โทโมดาจิของทุกคน~

Quote : SANE
Turn 10 - ชุดว่ายน้ำนักเรียน เผาทั้งตอนแต่ OP เสรือกดี ถึงกับเปิดกันทั่วอากิฮาบาระ


เออ..จริง...

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:48:58 น.

N@@N
ผมชิงปลาทองมาเกิด

ดูเรื่องนี้เพราะ จขกท. แหละ
เอา กกน.1 วิ. มาล่อ (แล้วต่อด้วยเลือสาดด)
XD
ติดงอมแงมเยย

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:51:39 น.

Bright T.
นักแต่งฟิกเร่ร่อน

จริงอย่างที่วิเคราะห์แหละครับ ความบังเอิญที่ไม่น่าจะลงตัวได้กลับทำให้เรื่องดังสุดๆเลย

ส่วนตัวสำหรับเรื่องนี้ ชอบวิธีการเล่าเรื่องของแต่ละตอนที่ลำดับภาพแบบแปลกๆ(แต่ดันดูรู้เรื่อง)ที่ทำให้การสลับตอนของฮารุฮิในซีซันแรกดูธรรมดาไปเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 20:55:25 น.

zwei
สมาชิกลัทธิบริโภคนิยม

ด้วยจิตวิญญาณแห่ง ซีอ้อน เฮ้ย Shaft ผลงานจึงออกมาเทพขิงๆ

เราเป็นสาวก หม้อหุงข้าวอยุ่แล้ว จึงไม่ขอพูดอะไรมาก มีแต่ว่า


"ผลงานค่ายนี้ดีทุกเรื่อง"

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 21:49:53 น.

igqsan
เจ้าชายน้อย

บทความสุดยอดข้อมูลแน่นปึ๊กครับ การวิเคราะห์และความละเอียดในการดูเนื้อเรื่องสุดยอดครับ

สรุปแล้ว ชอบครับบทความนี้

แต่อนิเมะ จบเมื่อไรค่อยดูเมื่อนั้น....

PS. ถ้าเป็นที่นี่คงไมาดราม่าหรอก แม่ยกพ่อยก ไม่ค่อยแรง.....มั้ง...

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 22:09:13 น.

Matsutake
ก็แค่เห็ด

โอ้ !! ท่านคือ SNE แห่ง pantip นี่เอง

ยินดีที่ได้รู้จัก ผม Kyonkun ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 22:12:43 น.

N.S
ใครก็ไม่รู้

กางเกงใน 1 วิ มัน สึบาสะ ไม่ใช่รึ?

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 22:27:36 น.

kaori hero
ComicMaker

ตบก้น ใส่กางเกงใน ลมลามก ลวนลามเด็ก กางเกงบลูเมอร์ ชุดนอนนมแมว

นี่มันสุดยอดอนิเมชัดๆ...

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 22:37:52 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

กางเกงใน 1 วิ มัน สึบาสะ ไม่ใช่รึ? << Turn 1 - กางเกงใน 1 วิ // ฮิตากิปลิวลมสุดเจ๋ง ฉากแม๊กปากสุดหลอน เริ่มเป็นที่บอกต่อ

ย้ำให้ เพราะตอนแรกอ่านแล้วเข้าใจแบบคุณ N.S เหมือนกัน ^ ^;

เซนเห็นคอมเมนท์คงฝันดีไปอีกหลายคืน

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 02 ธ.ค.52 เวลา 23:58:12 น.

Zidaผู้บ้าการ์ตูน
คนคลั่งการ์ตูนอย่างหนัก

....เพิ่งจะรู้ความเทพที่ซ่อนอยู่หลังภาพ ของเรื่องนี้
จำได้ว่างานการ์ตูนเชียงใหม่ครั้งที่ 8
เพลงที่คนตะโกนกันลั่นสถานที่จัดงานเพลงหึ่งคือ
เพลง OP ของบทน้องงู...

ยิ่งมารู้ข้อมูลเหล่านี้ ยิ่งทึ่ง...

สว่นตัวกระอักเลือดตายบทน้องงู...

ขอบคุณสำหรับบทความนะครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 01:21:08 น.

บรู๊สลี
นักเรียนที่งีบหลับอยู่หลังห้อง

บทความเขียนได้ดีครับ
วิเคราะห์ได้ละเอียดดี
น้องปูโทเระ

ความคิดเห็นที่ 18 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 01:35:29 น.

SANE
Fictioner Burner

กว่าจะหาร้านกาแฟที่มีคนแนะนำไว้เจอ orz ขอบคุณทุกความเห็นครับ

Quote : Dr.Cid
เซนเห็นคอมเมนท์คงฝันดีไปอีกหลายคืน

วะฮ่า! ยังไม่ได้นอนเลยครับ บนรถมีแต่พม่าคุยกัน

ความคิดเห็นที่ 19 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 08:01:34 น.

Alasthor
อสูรพิทักษ์ดาบ

ชอบเรื่องนี้ตรงบทสนทนาแล้วก็ยิงมุขใส่กันนี่ล่ะ
ไม่นึกจริงๆว่าเรื่องนี้จะขายดีเป็นเททิ้งขนาดนี้นะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 20 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 09:49:20 น.

A...
คนบ้าการ์ตูนที่บังเอิญผ่านมา...

ขาย ART

จังหวะที่ฉายก็ไม่มีเจ้าไหนแล้ว Impact เท่า...

ความคิดเห็นที่ 21 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 10:01:39 น.

Seraphina
นางฟ้ายาโอย

น่าขำเหมือนกัน ที่ความสำเร็จทั้งหมดนี้ เริ่มมาจากเรื่องที่ว่า "SHAFT ได้เรื่อง Bakemonogatari ไปทำ"


<< รอลุ้นให้ SHAFT ทำเรื่อง Dance in the Vampire Bund แล้วออกมาดังเหมือน Bakemonogatari อยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 22 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 11:35:58 น.

เม็ดบ๊วย
คนบ้าชนิดธรรมดา

จริงๆชอบเรื่องนี้นอกจากเนื้อเรื่องแล้ว ก็เพราะฉากอาร์ตๆที่มันตัดไปตัดมานั่นแหละ
(โดนเฉพาะฉากพวกเลือดสาด กับภาพล่อแหลม ทำมาได้อย่างโดน)
เอกลักษณ์หนึ่งของค่ายนี้เลย


Turn 12 - Are ga Deneb Altair Vega ที่ทำเอาตายคาที่เป็นแถบๆ << ไปหลงรักน้องปูเอาตรงตอนนี้แหละ grin
แล้วก็ เนี๊ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่มันติดหูมากเลยนะ >.<

ความคิดเห็นที่ 23 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 13:01:22 น.

quickmaster
ฝ่ายซ่อมบำรุง[เจ้าเก่า]

ส่วนตัวชอบ กราฟฟิก + การให้สีของเรื่องนี้เอามากๆแหละ ง่ายๆแต่สวย( ในความคิดผมนะ )

อีกอย่าง

ผมละโคตรประทับใจตอนสุดท้ายโคตรๆ ( ตอนที่ 12 ไอ้ฉากนอนดู..... นั้นนะ )

ความคิดเห็นที่ 24 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 13:19:51 น.

Ferrick
เด็กดีประจำห้อง

แถมอีกเหตุผลนึงด้วยคือ "เกียวอนิวนลูปฮารูฮิ8รอบในช่วงนั้น"(^o^)

ความคิดเห็นที่ 25 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 13:47:25 น.

Donlanai
ตัวละครลับ

รู้จักเรื่องนี้ได้จากเพลง op ที่ขึ้น top ranking ในนิโกะช่วงอนิเมออกใหม่ๆ

ตอนแรกก็ไม่สนใจอะไรนัก เห็นเพลงเพราะดีเลยลองเช็คดู พอโหลดตอนแรกมาดูเท่านั้นแหละ ติดงอมแงม =w="

ความคิดเห็นที่ 26 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 16:52:55 น.

Jiharu
นักดองฟิคตัวยงในศตวรรษที่ 20

บอกตามตรงว่าดูตอนแรกแล้วรู้สึกเฉยๆ แม้ว่าจะมีฉากเย็บปากคัตเตอร์จี้ก็ตาม แต่ก็ทนดูต่อเรื่อยๆ มาติดจริงๆ ตอนพ้นบทน้องทากไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 27 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 18:19:38 น.

P
Member

วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากครับ วันหลังลองวิเคราะห์เรื่องอื่นให้ฟังด้วยนะครับ

ชอบสไตล์การเขียน อ่านง่ายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 28 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 19:13:13 น.

สมองน้อย
กระบืออัจฉริยะ

เหตุผลง่ายๆ ก็เรื่องนี้มันคุยสนุกดี ไม่มีเบื่อ

ความคิดเห็นที่ 29 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 19:26:42 น.

Horus
อาจารย์ฝึกหัดวิชาสุขศึกษา

เห็นด้วยเหมือนกันนะนัท ถ้าค่ายอื่นมาทำผมไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นยังไง ดูไม่จืดขนาดไหน (ฮา)

มีหลายส่วนของอนิเมเรื่องนี้ที่อิมแพคอย่างไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ รอพวกคนอย่างนายมาวิเคราะห์ให้นี่แหละ

เขียนได้ดีทีเดียวเน้อ

ความคิดเห็นที่ 30 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 21:59:27 น.

benna
Member

ทำ research มาดีสุดขอซุฮกครับ

ความคิดเห็นที่ 31 ตอบเมื่อ 03 ธ.ค.52 เวลา 23:01:19 น.

soma
แดร็กคูล่าตกอับ

บาเคะ เป็นเรื่องแรกของค่ายนี้นะที่ผมดูจบ (ปกติไม่ค่อยชอบงานค่ายนี้เท่าไร)

อย่างแรกที่บอกเลยคือ ตัวละครแทบทุกคัวในเรื่องนั้น มีเสน่ห์ที่น่าจดจำ

อย่างที่2คือเนื้อเรื่อง ที่บอกได้เลยมันมีเสน่ห์ที่ผมชอบมาก คือไม่ได้จะขายแต่โมเอะ แต่เนื้อเรื่องสนุดน่าติดตามมากๆ

ข้อสุดท้าย ผมชอบสไตล์งานของค่ายนี้ ก็เรื่องนี้เรื่องแรกแหละ มันแปลก และสวยมาก

ผมขอชื่นชมบทความนี้มากๆครับ ทำได้สุดยอดจริงๆ =w=+

ความคิดเห็นที่ 32 ตอบเมื่อ 05 ธ.ค.52 เวลา 23:17:28 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 32 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ