ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ
นักบินมาคอส VF-19

แด่โอตาคุ แด่การ์ตูน และวันรักโลกแห่งจักรวาล

ถึงโอตาคุ ที่รักโลกเป็น
ดูเว็บนี้จบแล้วอย่าลืมไปปลูกป่า ไม่ปลูกก็ช่วยกันประหยัดไฟ
แด่วันสิ่งแวดล้อมโลกแห่งจักรวาล ~

เว็บที่ยิ่งใหญ่ :>>> http://www.youtube.com/homeproject

เพื่อที่เราจะได้ดูการ์ตูน อนิเม ไปอีกนานๆ


ปล1. ตอนล่างและภาคอีสานของไทยใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นหลัก กรุงเทพฯ แต่ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้อยู่ก็ยังเพียงพอต่อความต้องการของประชากรในอนาคตอีกกว่า 18 ล้านคน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มแต่อย่างใด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน ฉะนั้นโปรดอย่าหลงเชื่อหุ่นส่วน หรือ ข้อมูลเชิงวิชาการจากโรงงานอุตสาหกรรมใดๆที่กล่าวอ้างข้อมูลชี้วัดว่าจะขาดแคลนพลังงานใน 5 ปีข้า่งหน้า และถึงจะจริง...ใน นามของชาวโลก เราต้องการพลังงานสะอาดกว่านั้น และโปรดอย่าอยู่เฉยหากมีใครคิดจะสร้างโรงงานแบบนั้นขึ้นมาอีก


ปล.2 โลกกำลังเข้าสู่ยุค Strom Century ไม่ใช่ยุคน้ำแข็ง

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 มิ.ย.52 เวลา 21:49:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 8 จากทั้งหมด 8 Reply

เด็กหอฮินาตะ
นายทุน N

- พลังงานที่สะอาดที่สุดคือ "นิวเคลียร์" ครับ
- พลังงานนี้สามารถนำไปขายให้ต่างประเทศได้
- พลังงานนี้เหมาะสมกับ "ประเทศไทย" แต่ไม่เหมาะสมกับ "สังคมไทย" และ "การจัดการดูแลแบบไทยๆ"
- ทุกครั้งที่ถกเถียงเรื่องพลังงาน (และเรื่องอื่นๆ) จะมีผู้เสียประโยชน์เข้ามาปลุกระดมคนที่ไม่มีความรู้ ให้ลุกฮือขึ้นต่อต้านเพื่อไม่ให้ตนเองเสียผลประโยชน์เสมอ

- การวางรากฐานนั้นเป็นสิ่งที่ดี ประเทศญี่ปุ่นวางผังเมืองโตเกียวและเส้นทางรถไฟนานกว่าสามสิบปี ระบบฉายทีวีแบบดิจิตอลวางแผนร่วมสิบปีเพื่ออนาคต
- ในอดีต CFC ในตู้เย็นเป็นผู้ต้องหาทำลายโลก แต่ ณ วันนี้กลายเป็น CO[sub]2[/sub]?


และ...
- คนที่ถูกชวนเพื่อนๆ ไปกินข้าว แต่เขาปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับเพื่อนที่ชวนไปกินข้าว แต่เขาอาจเลือกที่จะกินก๋วยเตี๋ยวที่ทำให้อิ่มท้องเหมือนกันก็ได้

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.52 เวลา 22:11:36 น.

Kuroneko
Mad Scientist

- ถ้าเอาแค่ว่า "สะอาด" ที่สุดละก็ นิวเคลียร์ก็ยังไม่สะอาดพอครับ เพราะกากนิวเคลียร์กำจัดยากมาก
- แต่เพราะว่าเราพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่นได้ไม่ทัน (ไม่ว่ามันจะช้าเพราะเหตุใด) พลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นตัวเลือกที่พอกล้อมแกล้มไปได้นอกจะพลังงานฟอสซิล
- CFC ทำให้เกิด Ozone hole ส่วน CO2 ทำให้เกิด Green house effect เกิดที่ชั้นบรรยากาศเหมือนกัน แต่คนละอย่างกัน อันตรายไปคนละแบบ และต้องป้องกันทั้งสองอย่าง แต่มนุษย์เราดันแกล้งโง่ เลยลดแต่ CFC กันอย่างเดียวเพราะเรื่อง CO2 มันกระทบไปถึงกระเป๋าตังค์ของคนขายน้ำมัน

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 05 มิ.ย.52 เวลา 23:33:31 น.

ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ
นักบินมาคอส VF-19

พลังงานนิวเคลียร์ยังเป็นทางเลือกสำหรับคนไทยในอีก 20-50 ปีข้างหน้าครับ
แต่ไม่ใช่ตอนนี้ แต่กว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ผมคิดว่าเราคงจะมีโรงงานไฟฟ้าพลังชีวภาพ
ไปก่อนหน้าแล้ว จนโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์หมดความจำเป็นไปในที่สุดครับ

ส่วน CO2 กับ CFC ผมคิดว่ามันคนละเรื่องเดียวกันครับ อยากให้แยกประเด็นว่า

CFC - ทำให้โอโซนโหว่ เปิดทางให้ UV ผ่านเข้ามาได้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเซลของสิ่งมีชีวิตบนโลก
แต่ ไม่ใช่ตัวการหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครับ (เช่น การเปลี่ยนฤดูกาลอย่างผิดปกติ, เอลนิโญ่ ฯลฯ)

CO2 - ตัวการ(จริงเหรอ)ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังถกกกันอยู่ว่าแน่ใจนะ
ว่าก๊าซชนิดนี้ทำให้โลกร้อน... ผมกำลังคิดว่า มันอาจจะไม่ใช่ตัวการ แต่ มันเป็นตัวชี้วัดว่าต้นตอจริงๆคืออะไรมากกว่าว่า
เพราะก๊าซชนิดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความร้อน ความร้อนที่ว่าเกิดจากการใช้พลังงานอย่างเดียว หรือ เกิดจากพื้นผิวโลก
มีพื้นที่รับความร้อนจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนเกินกว่าจะระบายออกไปได้ทันกันแน่
..หรืออาจจะทั้ง 2 อย่าง !?


จะอย่างไรก็ดี...ทางแก้ไขชัดเจนอยู่แล้ว
ไม่ใช่หรือ?


Faster and Faster !
Faster and Faster !!
Faster and Faster !!!

Edit by ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ - 06 มิ.ย.52 เวลา 00:24:03 น.

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.52 เวลา 00:03:26 น.

เด็กหอฮินาตะ
นายทุน N

พิสูจน์แล้วว่า CO2 เป็นตัวการเกิด Green House Effect ครับ จากการกักเก็บอุณหภูมิของดาวศุกร์ การลด CO2 ย่อมเป็นการลดภาระให้กับโลกได้จริง เพียงแต่ที่เศร้าคือ ปัจจุบันการลด CO2 สุดท้ายมันก็กลายเป็นเพียงช่องทางให้ประเทศต่างๆ หาเรื่องขาย Credit Carbon เอาเงินได้หน้าตาเฉย โดยมีชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเป็นเครื่องมือโดยอาศัยกระแสสื่อแห่โหม

ข้อดีน่ะมีอยู่แล้วคือช่วยลดการใช้ CO2 แต่บางครั้งก็ทำเป็นกระแสเพื่อให้คนเห่อกันลด CO2 ทั้งที่ถูกทางและไม่ถูกทาง... บางทียังเจอมาเลย "ซื้อไอติมร้านนี้ ลดโลกร้อน" ยังไงฟะ...? และบางทีการเป็นเครื่องมือในการกล่าวอ้างโจมตีขัดแข้งขัดขาการพัฒนาของประเทศอื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คือ CFC ก็เคยทำให้อุตสาหกรรมบางตัวต้องรับผลกระทบไปเต็มๆ แล้ว


ป.ล.ไม่ใช่ว่าพูดไปเถียงๆ แล้วไม่ทำนะ อันนี้คนละเรื่อง เพราะผมประหยัดการใช้จ่ายเต็มที่สุดๆ เช่นกัน เกี่ยวกับโลกร้อนหรือไม่เกี่ยวไม่รู้ แต่ ประหยัดไฟ = ประหยัดเงิน อยู่แล้ว หรือไม่ขอถุงพลาสติกเพราะมันรกบ้าน smile

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.52 เวลา 00:34:42 น.

Excel&Poemii-Lover
(Poemii)

นักพากษ์ช่างฝัน

อยากให้ประเทศไทยทำตามจีนมั่งน้อ ไปซื้อของทีต้องเอาถุงไปด้วย ถ้าคุณขอถุงในห้าง เขาจะคิดค่าถุงใบละ 1 หยวน grin
ทีนี้ละไม่มีใครขอถุงพลาสติกให้ขยะเยอะขึ้นแน่ แถมไม่ต้องผลิตถุงพลาสติกออกมามากๆด้วย

ปล.ญาติโดนมาแล้ว 200 กว่าบาท

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 06 มิ.ย.52 เวลา 08:24:56 น.

BBoyEARTH
Member

เห็นด้วยที่ co2 ไม่ใช่สาเหตุแต่เป็นตัวชี้วัดต้นตอครับ ลดการใช้ไฟฟ้าไปก็ยังไม่ช่วยอะไรตราบใดที่โรงไฟฟ้ายังผลิตอยู่เท่าเดิมผมว่า เอาจริงลดใช้ไฟฟ้าผมก็ว่าแค่เรื่องที่เอามาเห่ิอชั่วครู่สำหรับคนส่วนใหญ่เท่านั้น บางคนมันมาไกลจนลดใช้ไฟฟ้าไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน

บางคนขาดแอร์นี่ ตาย ร้อน อะไรกัน เมืองไทยเมืองร้อนแท้ๆ น้ำมันแพงบ่น ค่ารถขึ้น เติมน้ำมันทีแพงขึ้น เดินก็ไม่เดิน บ่นอีก

อยากเห็นเหมือนกัน ว่าถ้าตัดไฟ + ไม่ขายน้ำมัน ห้ามใช้รถ ไปสัก 3 วันจะเกิดอะไรขึ้น ยอมไม่ได้แหงๆ - -

ตอนนี้บ้านผมก็ไม่ได้ประหยัดอะไรหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้ใช้อะไรเยอะอยู่แล้ว น้ำก็ใช้น้อยมานานอยู่แล้ว ที่บ้านไม่มีอะไรเปลืองไฟอยู่แล้ว (ยกเว้นคอม - -) รถก็ไม่ต้องมี เพราะเดินกันทั้งบ้าน รถเมล์นี่ใช้แค่ 10% ของการเดินทางทั้งหมด ถุงพลาสติกรับประจำครับ เพราะได้รับน้อยอยู่แล้ว ได้มาก็เอามารีใช้ที่บ้านใส่ขยะ อะไรบาง พอใช้อยู๋แล้ว ถ้าบอกไม่ขอถุงมีหวังที่บ้านขาดถุงใช้พอดี - -

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 09 มิ.ย.52 เวลา 00:08:05 น.

Kuroneko
Mad Scientist

Quote : ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ


CO2 - ตัวการ(จริงเหรอ)ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังถกกกันอยู่ว่าแน่ใจนะ
ว่าก๊าซชนิดนี้ทำให้โลกร้อน... ผมกำลังคิดว่า มันอาจจะไม่ใช่ตัวการ แต่ มันเป็นตัวชี้วัดว่าต้นตอจริงๆคืออะไรมากกว่าว่า
เพราะก๊าซชนิดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความร้อน ความร้อนที่ว่าเกิดจากการใช้พลังงานอย่างเดียว หรือ เกิดจากพื้นผิวโลก
มีพื้นที่รับความร้อนจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนเกินกว่าจะระบายออกไปได้ทันกันแน่


Edit by ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ - 06 มิ.ย.52 เวลา 00:24:03 น.


เดี๋ยวๆๆ CO2 ไม่ได้เกิดขึ้นจาก "ความร้อน" นะครับ แต่มาจากการ "เผาไหม้" เชื้อเพลิงฟอสซิล เอาถ่านมาตากแดดมันไม่เกิด CO2 ออกมาหรอกนะครับ มันต้องเผาให้สันดาปกับออกซิเจน ซึ่งระดับอุณหภูมิที่ต้องใช้มันสูงกว่าอุณหภูมิของอากาศมากครับ (ต้องมากกว่า 200oC โน่นเลยแหละ)

ตัวพื้นดินความจริงแล้วจะดูดซับความร้อนไว้ไม่ได้ปล่อยไปในอากาศทันทีนะครับ แต่ผิวมหาสมุทรต่างหากที่จะสะท้อนแสงอาทิตย์กลับออกไปนอกโลก แต่ถ้ามีชั้น green house gas ขวางไว้ แทนที่ความร้อนมันจะออกไปนอกโลกมันจะเด้งกลับมายังโลกอีกรอบนึง แล้วโลกเราเนี่ยมีมหาสมุทรมากกว่าพื้นดินเสียอีก จะบอกว่าตัดป่าแล้วพื้นดินโล่งเลยเกิดโลกร้อนเพราะที่ "เยอะ" ขึ้นเนี่ย ผมว่าแหม่งๆ

Quote : BBoyEARTH
ลดการใช้ไฟฟ้าไปก็ยังไม่ช่วยอะไรตราบใดที่โรงไฟฟ้ายังผลิตอยู่เท่าเดิมผมว่า เอาจริงลดใช้ไฟฟ้าผมก็ว่าแค่เรื่องที่เอามาเห่ิอชั่วครู่สำหรับคนส่วนใหญ่เท่านั้น


ลดการใช้ไฟฟ้าช่วยได้ถ้าทำกันเป็นจำนวนมาก(หลายครัวเรือน)ครับ เมื่อความต้องการพลังงานของชาติลดลงมากและนานพอ โรงไฟฟ้าก็สามารถลดกำลังการผลิตได้(หรือไม่ต้องสร้างโรงใหม่เพิ่ม) เมื่อลดกำลังการผลิตก็ลดการใช้วัตถุดิบหรือก็คือลดการเผาฟอสซิลนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 09 มิ.ย.52 เวลา 01:34:03 น.

ปีกสายฟ้า ฝ่าพายุ
นักบินมาคอส VF-19

ขอบคุณคับ Kuroneko ที่ช่วยชี้แจงให้กระจ่างขึ้น
พอดีไปอ่านงานของพวกอาจารย์มหาลัยท่านนึง ที่มีข้อมูลแย้งเรื่องแก๊ซ co2 กับภาวะเรื่อนกระจกมา
ผนวกกับมีเพื่อนห่างๆเป็นนักเคมี(ธรรมดาๆ) ผมก็ถามเรื่องนี้เขาก็เห็นตรงกัน เลยไม่รู้จะเชื่อใครดี
เลยลองเสนอข้อมูลแย้งดู เผื่อมีคนชี้จี้จุดให้เห็นลึกเข้าไปอีกหน่อย

"เชื้อเพลิงฟอสซิล เอาถ่านมาตากแดดมันไม่เกิด CO2 ออกมาหรอกนะครับ" << เห็นภาพเลยครับ ฮา

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 09 มิ.ย.52 เวลา 02:22:22 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 8 จากทั้งหมด 8 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ