Yayoi Sanzein
Get Backer

All about Yuusha Series File 1 – Yuusha Exkiser, บทความเปิดตำนานยูฉะระดับโลก

All about Yuusha Series File 1 – Yuusha Exkiser
สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆทุกท่าน ในที่สุดหลังจากทำรายการยูฉะทางห้องแคมฟ็อกมานาน ก็เคยแง้มๆไว้หน่อยนึงแล้วว่าจะรวบรวมสิ่งที่พูดไปรวมทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมมาจัดทำเป็นบทความเกี่ยวกับยูฉะลงบอร์ดนะน่ะครับ คราวนี้ได้มีโอกาสทำจริงๆสักทีนึงล่ะ ถ้ายังไง นับจากนี้ก็ขอฝากตัวด้วยนะครับ สำหรับบทความชิ้นแรกนี้ แน่นอนครับว่าเป็นเรื่องไหนไปไม่ได้นอกจากปฐมบทแห่งตำนานยูฉะอย่าง “เอ็กไคเซอร์” ครับ


Main Staff
Original Creator : Hajime Yatate
Director: Katsuyoshi Yatabe ( Fighbird, Da Garn )
Music: Kouhei Tanaka ( Gaogaigar,Gaogaigar Final)
Character Design: Masayuki Hiraoka ( Da Garn )
Mechanical Design: Kunio Okawara (Mechanics Designer of all Brave Series)
Series Organization: Yasushi Hirano ( Fighbird, Da Garn )
Production: Tokyu Egency | Nagoya TV | Sunrise
Story Digest
กลุ่มสลัดอวกาศ”ไกสเตอร์” เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตร่างพลังงานที่ท่องไปทั่วอวกาศเพื่อยึดครองและทำลายดวงดาวต่างๆเป็นว่าเล่น พวกมันได้มุ่งหน้ามายังโลกโดยอาศัยร่างของหุ่นจำลองไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์จนกลายเป็นหุ่นยักษ์ตรงเข้าทำร้ายเด็กน้อย”โฮชิคาว่า โคตะ” ซึ่งบังเอิญมีโอกาสมาทัศนศึกษากับทางโรงเรียนแต่ทันใดนั้นเอง ก็มีหุ่นยนต์ที่แปลงร่างจากรถยนต์เข้ามาช่วยชีวิตเด็กน้อยไว้ได้ทันท่วงที ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว หุ่นยนต์ตัวนั้นก็คือ หนึ่งในตำรวจอวกาศกลุ่ม”ไคเซอร์”ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตร่างพลังงานเช่นเดียวกับพวกไกสเตอร์ที่ไล่ตามสลัดอวกาศเหล่านั้นมายังโลกและได้เข้ารวมร่างกับรถยนต์ของบ้านโฮชิคาว่า นามของเขาคือ”เอ็กไคเซอร์”หัวหน้าของทีมตำรวจอวกาศนั่นเอง เอ็กไคเซอร์ได้เปิดเผยเรื่องราวของตัวเขาต่อโคตะ ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มตนของมิตรภาพที่ก้าวข้ามทั้งพรมแดนและตัวตน ซึ่งในขณะนั้นเดียวกัน เหล่าไกสเตอร์ก็ได้เริ่มค้นหาสิ่งที่มนุษยชาติเรียกว่า”สมบัติ” การต่อสู้ของทีมตำรวจอวกาศทั้ง5กับพวกไกสเตอร์ได้ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งปริศนาของเหล่าผู้กล้าได้รับการเปิดเผยจากภาพเส้นนาซคา*โบราณว่าแท้ที่จริง ในสมัยโบราณเคยมีตำรวจอวกาศกลุ่มอื่นเดินทางมาปกป้องโลกก่อนหน้าทีมไคเซอร์แล้วทั้งยังได้ทิ้งดาบ”ไคเซอร์ซอร์ด”เอาไว้ให้เหล่าผู้กล้ารุ่นหลังได้ใช้เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ที่จะปกป้องโลกต่อไปอีกด้วย ซึ่งเมื่อคิงเอ็กไคเซอร์ได้รวมร่างกับดราก้อนไคเซอร์จนได้ร่างเกรทเอ็กไคเซอร์แล้ว ไคเซอร์ซอร์ดเล่มนี้ก็ได้กลายมาเป็นอาวุธไม้ตายของเกรทเอ็กไคเซอร์ที่ใช้ตัดสินกับไดโนไกสท์ หัวหน้าใหญ่ของไกสเตอร์ในตอนอวสานในที่สุด และในการประดาบครั้งสุดท้ายบนผิวดวงจันทร์ เอ็กไคเซอร์ได้บอกกับไดโนไกสท์ว่า”ชีวิตทุกชีวิต นั่นแหละคือสมบัติล่ะ” แต่กระนั้น ไดโนไกสท์ก็ยังคงขัดขืนต่อความคิดของเอ็กไกเซอร์จนถึงที่สุด เขาใช้พลังเฮือกสุดท้ายออกไปพร้อมกับทิ้งคำถามให้เอ็กไกเซอร์ว่า”ถ้าเช่นนั้น ชีวิตของข้าก็จำเป็นต้องมอบให้เจ้างั้นรึ” ก่อนจะเหวี่ยงร่างของตัวเองเข้าหาดวงอาทิตย์และจบชีวิตของตนเองลง....
ภารกิจเสร็จสิ้น เหล่าไคเซอร์ก็ได้อำลาจากโลกนี้ไป และนับจากวันแห่งการลาจากนั้น โคตะก็ได้ค้นพบว่า สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเขาที่ไม่อาจหาอะไรมาแทนได้นั่นก็คือการได้พบกับเอ็กไคเซอร์นั่นเอง

Animation Concept
ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องผู้กล้าเอ็กไคเซอร์นั้น เป็นอนิเมชั่นของซันไรส์ที่มุ่งสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นรายการของเด็กอย่างแท้จริงภายใต้พื้นฐานของคำถามที่ว่า”ไม่ว่าเด็กคนไหนต่างก็มีจินตนาการเกี่ยวกับรถยนต์ในโรงรถของบ้านตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะคำถามที่ว่า รถบ้านผมจะเป็นมนุษย์ต่างดาวรึเปล่านะ” และด้วยคำถามนั้น ทำให้ทีมงานของซันไรส์ตั้งใจออกแบบชิ้นงานออกมาโดยเน้นความเรียบง่าย ดีไซน์ต่างๆที่ซับซ้อนถูกตัดออกจากการผลิตผลงานทั้งหมด ทำให้เอ็กไคเซอร์ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะ”ผลงานสุขนาฏกรรมสำหรับเด็ก”อย่างแท้จริง

*เส้นนาซคา (Nazca Lines) เป็นลายเส้นลึกลับที่กินอาณาเขตพื้นที่กว่า 520 ตารางกิโลเมตรบนทะเลทรายนาซคา ระหว่างเมืองนาซคากับเมืองปัลปาในแคว้นอีกา ประเทศเปรู สันนิษฐานว่าชาวนาซคาโบราณ (ซึ่งครอบครองดินแดนเปรูมาก่อนยุคจักรวรรดิอินคา) ขุดลายเส้นเหล่านี้ขึ้นเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาลถึงประมาณปี ค.ศ. 500 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2537
The best episode of Exkizer

ตอนที่ 1僕んちの車は宇宙人(エイリアン)!?(รถยนต์บ้านผมเป็นมนุษย์ต่างดาวงั้นรึ!?)
ตอนที่ 1 นี้เป็นตอนแรกที่ทางทีมงานได้ปูคำถามของเรื่องเอาไว้ว่า”สมบัติที่แท้จริงคืออะไรกันแน่” โดยเริ่มจากสมบัติชิ้นแรกที่พวกไกสเตอร์เข้าใจผิด นั่นก็คือ”กล้องถ่ายภาพ” กล้องถ่ายภาพอันนั้นเป็นของคุณพ่อโคตะ แม้จะไม่ใช่ของราคาแพงแต่เพราะความเก่าจึงทำให้ถูกประเมินว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่า นอกจากนั้น ในตอนที่1นี้ยังเป็นการแนะนำตัวละครแต่ละตัวในเรื่องเสียจนต้องยกการแนะนำเมคคานิคต่างๆไปไว้ในตอนที่2เลยทีเดียว

ตอนที่ 7 遊園地でキケンがぐるぐる!(อันตรายที่ล้อมรอบสวนสนุก)
พวกไกสเตอร์ได้ติดตั้งกล่องพลังงานไว้ตามเครื่องเล่นต่างๆทั่วสวนสนุก เพื่อปกป้องสวนสนุกเอาไว้ ทำให้เหล่าไคเซอร์ต้องทำลายเฉพาะกล่องพลังงานโดยไม่ให้สวนสนุกได้รับความเสียหาย นับเป็นตอนแรกที่มีการต่อสู้ของเหล่าผู้กล้าที่ต้องอาศัยสติปัญญาเข้ามาช่วยก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกในตอนที่ 9 กับองค์ไดบุทสึ ตอนที่37ที่สวนสนุก และในตอนที่ 43 ในโรงเรียน

ตอนที่ 11 古代遺跡で大発見 (การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่โบราณสถาน)
เพื่อเป็นการตอบแทนเหล่าผู้กล้าที่ปกป้องโลกเอาไว้ โคตะได้อาศัยช่วงเนื้อเรื่องหนึ่งในบทละครเพื่อกล่าวคำขอบคุณต่อเหล่าผู้กล้าในระหว่างที่แสดงละครเวทีในงานโรงเรียน นอกจากนั้นความจริงเกี่ยวกับเหล่าผู้กล้าที่เคยมาเยือนโลกก่อนหน้านี้ที่ปรากฏหลักฐานตามที่ต่างๆอาทิ เส้นนาซคา(ตอนที่31) หลักฐานในพีระมิด(ตอนที่45) ก็ทำให้โลกของเอ็กไคเซอร์นั้นดูมีความต่อเนื่องและกว้างไกลมากขึ้น

ตอนที่ 30 パパは禁煙中 (คุณพ่ออยู่ระหว่างงดบุหรี่)
ในตอนนี้จะเป็นการบอกกล่าวเกี่ยวกับคำว่า”สมบัติ”ในมุมมองของผู้ใหญ่ เหล่าไคเซอร์ที่มาจากต่างดาวไม่อาจเข้าใจในความเป็นสิงห์อมควันของโฮชิคาว่า ชินอิจิ พ่อของโคระได้เลย และสุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถปกป้องบุหรี่ในฐานะสมบัติเอาไว้ได้ ซึ่งนี่เป็นจุดหนึ่งที่ทางทีมงานได้ชี้ให้เห็นถึงพิษภัยของบุหรี่ผ่านทางเนื้อเรื่อง
และที่สำคัญ ตอนนี้ถือเป็นการเปิดตัวดราก้อนไคเซอร์อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

ตอนที่ 32 出た!超巨大合体(ออกมาแล้ว! การรวมร่างสุดยิ่งใหญ่)
ต่อหน้าไดโนไกสท์ผู้มีพลังมหาศาล เอ็กไคเซอร์ต่อสู้จนหมดพลังและอยู่ในสภาพปางตาย แต่แล้วในที่สุดเขาก็สามารถรวมร่างกับดราก้อนเจ็ทและคิงโรดเดอร์จนกลายเป็นเกรทเอ็กไคเซอร์ได้ในที่สุด ในตอนที่ 32 นี้ถือเป็นการเปิดภาคใหม่ของเอ็กไคเซอร์หลังเพิ่มพลัง นับเป็นการก้าวข้ามดราก้อนไคเซอร์รวมทั้งการได้รับอาวุธใหม่จากยุคโบราณ”ไคเซอร์ซอร์ด” ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น

ตอนที่ 35 勇者に贈る音楽会 (งานแสดงดนตรีเพื่อเหล่าผู้กล้า)
ในที่สุดเหล่าผู้กล้าก็ได้รับการยอมรับจากสังคมของมนุษย์ จนกระทั่งมีการเปิดงานแสดงดนตรีเพื่อส่งจิตคารวะของเหล่ามนุษยชาติไปยังเหล่าผู้กล้า ซึ่งในตอนนี้ ผู้อำนวยการสร้างคือคุณ ชินจิ ทาคามัทสึ ก่อนที่เขาจะผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับในไมท์ไกน์ โดยในตอนนี้จะเป็นครั้งแรกที่ฉากต่อสู้และรวมร่างของเหล่าผู้กล้าได้รับการตัดต่อเข้ากับเพลงออเคสตร้าจากการแสดงดนตรีและเกิดเป็นฉากต่อสู้ของเหล่าผู้กล้าที่เรียกว่า”ผู้กล้าและดนตรีประสานเสียง” ขึ้น

ตอนที่ 39 めざせ宇宙パイロット(ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นนักบินอวกาศ)
“ถ้าเปรียบว่าโลกนี้เป็นกระสวยอวกาศลำหนึ่งแล้ว มนุษยชาติทุกคนก็คือนักบินอวกาศ” เป็นประโยคอมตะของอนิเมเรื่องนี้จากกัปตันยานอวกาศคนหนึ่งนามว่า”มุราโอกะ” ซึ่งสื่อความหมายถึงการที่โลกเองก็ไม่ต่างจากยานอวกาศที่เดินหน้ามุ่งสู่อนาคตโดยมีมนุษยชาติเป็นนักบินคอยกำหนดปลายทางเหล่านั้น และผู้ที่จะรับหน้าที่นำทางโลกสู่อนาคตเหล่านั้นต่อไปก็คือเหล่าเยาวชน ซึ่งตัวแทนของเยาวชนเหล่านั้นในเรื่องก็คือ โคตะ เหนือสิ่งอื่นใด ประโยคนี้ยังเป็นสารที่ส่งถึงผู้ชมทางบ้านอีกด้วย

ตอนที่ 48本当の宝物 (สมบัติที่แท้จริง)
เอ็กไคเซอร์จากไป เหลือทิ้งไว้แต่ไคเซอร์เบรสที่ไม่ส่งสัญญาณอีกแล้วไว้เป็นของที่ระลึกแก่โคตะ สำหรับรายการอนิเมเด็กๆแล้ว แนวคิดของตอนจบที่ต้องมีการลาจากนั้นถือว่าเป็นการจบที่ไม่สวยงามเท่าใดนักทำให้มีหลายเรื่องหลีกเลี่ยงที่จะจบแบบนี้ แต่ทีมงานซันไรส์กลับไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาสร้างตอนจบของเอ็กไคเซอร์ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ผู้ชมเข้าใจคำว่า”การลาจาก”ผิดไป ทำให้ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นผลงานที่ปิดฉากลงด้วยการลาจากที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มในที่สุด

Characters Profiles

Hoshikawa Kouta( CV. Kumiko Watanabe)(กลาง)
อายุ 9 ปี
สิ่งที่ชอบ ชั่วโมงพลศึกษา
สิ่งที่เกลียด หน่อไม้ฝรั่งและนัตโต
งานอดิเรก ต่อพลาโม
กีฬาที่ถนัด ฟุตบอล เบสบอล
ความฝันในอนาคต นักบินอวกาศ
สมบัติที่สำคัญ ครอบครัวและเอ็กไคเซอร์
เด็กน้อย ชั้นประถม 3 ห้อง บี ของโรงเรียนอาซาฮิได เขาเป็นบุตรชายคนโตของบ้านโฮชิคาว่าผู้มีนิสัยร่าเริงแต่ก็มีส่วนที่ขี้ขลาดอยู่บ้าง
แต่ก็เป็นคนประเภทที่ต้องถึงเวลาจริงๆจึงจะสามารถแสดงความสามารถออกมาได้ โคตะนั้นแอบชอบโคโทมิที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นอยู่ลึกๆจนทำให้เกิดปากเสียงกับทาคุมิที่เป็นคู่แข่งอยู่เสมอๆ โคตะเป็นชาวโลกคนเดียวที่รู้เรื่องราวของทีมไคเซอร์ และเป็นคนที่สอนเรื่องราวต่างๆของโลกให้แก่พวกเขาในตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึงโลก สำหรับโคระแล้ว การได้พบกับเอ็กไคเซอร์ยิ่งทำให้ความใฝ่ฝันของเขาที่มีต่ออวกาศทวีความรุนแรงมากยิ่ง
ขึ้น
ในตอนแรกๆ เอ็กไคเซอร์เองก็ไม่อยากให้โคตะเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ของพวกเขาเท่าใดนัก ทว่าโคตะก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขามีความกล้าหาญที่มากพอจะช่วยเหลือเอ็กไคเซอร์ เริ่มจากตอนที่8ที่เขาสามารถควบคุมเครื่องจัมโบ้เจ็ทแทนนักบินที่บาดเจ็บให้ร่อนลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย ในตอนที่ 35 ที่เขายอมเสี่ยงลอบเข้าไปในตัวของพวกไกสเตอร์เพื่อช่วยเหลือโคโทมิ รวมทั้งตอนที่ 39 ซึ่งเขาสามารถทำหน้าที่ของกัปตันกระสวยอวกาศที่กลายเป็นหุ่นยนต์ของพวกไกสเตอร์ไปแล้วได้อย่างงดงาม และครั้งที่สำคัญที่สุดคือ การที่เขายอมดำลงไปถึงก้นทะเลสาบเพื่อช่วยอุลตร้าเรเคอร์ออกมาจากกล่องพลังงานที่ใช้
จับและกักขังสิ่งมีชีวิตร่างพลังงานให้เป็นอิสระจนทำให้ผลของการต่อสู้พลิกผัน
อุปกรณ์ Kizer Brace
เป็นอุปกรณ์สำหรับติดต่อระยะไกลที่เอ็กไคเซอร์มอบให้แก่โคตะตั้งแต่ตอนที่3 เมื่อกดปุ่มบนตัวกำไลจะปรากฏใบหน้าของสิงโตขึ้นและสามารถสื่อสารกับเอ็กไคเซอร์ที่อยู่ห่างออกไปได้

Hoshikawa Fuuko( CV. Chie Koujiro)(ที่2จากขวา)
พี่สาวของโคตะและเป็นบุตรสาวคนโตของบ้านโฮชิคาว่า เธอเรียนอยู่ชั้น ม.ต้นปีที่1 ห้อง เอ อายุ 13 ปี ลักษณะนิสัยออกไปทางทอมบอยที่เอาแต่ใจและชอบเอาชนะคะคานกับผู้ชาย ฟูโกะนั้นมีงานอดิเรกที่แปลกๆอยู่อย่างหนึ่งคือเธอเป็นคนที่ชอบช็อปปิ้งหาขอกินเสร็จแล้วก็มาไดเอ็ท สร้างความอิดหนาระอาใจให้แก่น้องชายอย่างโคตะอยู่บ่อยครั้ง และด้วยความเป็นวัยรุ่น ทำให้ฟูโกะมีดาราขวัญใจในหลากหลายวงการมากไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือนักกีฬา

Hoshikawa Junichi(CV. Tomomichi Nishimura)(ซ้ายสุด)
คุณพ่อของโคตะและฟูโกะ อายุ41 ปี ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการของบหนังสือพิมพ์โทโตะ เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คิดถึงบ้านมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ แม้จะเล่นกอล์ฟไม่ค่อยเก่งแต่นั่นก็เป็นงานอดิเรกที่เขาชิ่นชอบพอๆกับการออกไปเดทกับภรรยา จะว่าไป เรื่องความรักที่มีต่อภรรยา เขาคนนี้ก็มาเป็นที่หนึ่งนะครับ เพราะวันเกิดของภรรยาเขา(ตอนที่42)เนี่ยก็ถึงกับวางแผนจะไปดินเนอร์กันที่ภัตตาคารหรูกันสองต่อสองเลยทีเดียว หรือกระทั่งยอมงดบุหรี่ที่ตัวเองชอบสูบนักหนาตามคำขอของภรรยาในตอนที่ 30 ก็เช่นกัน

Hoshikawa Yoko(CV. Ai Satou)(ที่2จากซ้าย)
คุณแม่ผู้แสนใจดีของโคตะ อายุ 35 ปีที่มีนิสัยสุดแสนจะอบอุ่นแถมแอ๊บแบ๊วขนาดที่เห็นรถยนต์บ้านตัวเองวิ่งออกไปโดยไม่มีคนขับก็ยังไม่รู้สึกเอะใจเลยสักนิด ความสามารถพิเศษที่สุดพิสดารของเธอก็คือการเข้าโหมดระลึกชาติในสมัยสาวๆที่เพิ่งจะคบกับสามีใหม่ๆอย่างต่อเนื่องขนาดเป็นซีรี่ส์ละครรักน้ำเน่าทางทีวีได้เลยทีเดียว และที่สำคัญ ฝีมือขับรถเธอแย่มากจนแม้แต่โคตะกับฟูโกะเองก็ยังขยาด สำหรับสถานที่แห่งความทรงจำของโยโกะกับสามีก็คือ “น้ำตกแห่งสายรุ้ง”ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกนั่นเอง

Tsukiyama Kotomi(CV. Chisa Yokoyama)(ขวาสุด)
สาวน้อยเพื่อนร่วมชั้นของโคตะ อายุ9ขวบที่ชอบเรื่องราวโรแมนติคไม่ต่างจากเด็กสาวในวัยเดียวกัน ก็คิดเอาสิครับว่าเธอกับแม่ติดละครซีรีส์ทางทีวีที่ฉายตอนช่วงกลางวันเสียจนต้องอัดเทปไว้ดูกันเลยทีเดียว เธอชอบการฝึกซ้อมเปียโนมากจนได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นเปียโนในการแสดงดนตรีขอบคุณเหล่าผู้กล้าเลยนะ ทางด้านครอบครัวนั้น บ้านของเธอรู้จักมักคุ้นกับบ้านโฮชิคาว่าเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีหลายครั้งในเรื่องที่เธอร่วมทำกิจกรรมกับบ้านของโคตะและดูเหมือนเธอจะเข้ากันกับฟูโกะได้ดีแม้นิสัยจะต่างกันสุดขั้วก็ตาม สำหรับเรื่องรักๆใคร่ๆนั้น โคโทมิไม่ได้แสดงออกมาให้โคตะเห็นชัดเจน ที่ใกล้เคียงคำสารภาพรักที่สุดก็เห็นจะเป็นบทพูดในวันฮาโลวีน(ตอน36)นั่นแหละครับ

Mario(CV. Naoki Makishima)
สุนัขแสนรักสายพันธุ์เชาเชา(แต่มันเป็นพันทางนะครับ)วัย 3 ปีของโคตะที่คุณย่าที่อยู่ต่างจังหวัดของเขามอบให้เป็นของขวัญฉลองเข้าเรียนชั้นประถม ซึ่งโคตะนั้นรักเจ้านี่ราวกับพี่น้องคนหนึ่งก็ไม่ปาน มาริโอ้นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกอีกตัวหนึ่งนอกจากโคตะที่รู้เรื่องราวของเอ็กไคเซอร์ โดยมันนี่แหละครับที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนคุยของเอ็กไคเซอร์เมื่ออยู่ในโรงรถ ผลงานครั้งยิ่งใหญ่ของเจ้าตูบตัวนี้ก็คือการช่วยเหลือเหล่าสุนัขที่ถูกพวกไกสเตอร์จับตัวไว้ทำให้รางวัลการประกวดสุนัขในครั้งนั้นตกเป็นของมันทันที

เจ้าหมาน้อย(เรอะ)มาริโอ้

Kaneari Takumi(CV. Chiaki Morita)(หน้าสุด)
อีกหนึ่งเพื่อนร่วมห้องของโคตะและยังเป็นคู่แข่งหัวใจของเขาด้วย ตระกูลของเขานั้นมีเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ ทำให้ฐานะทางบ้านดูดีและไฮโซไม่เบา ทาคุมินั้นไม่ชอบโคตะเอามากๆก็ด้วยความหึงโคโทมิ แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดยอมแพ้และทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มุมานะเรียนเป็นอย่างมากด้วยหวังว่าในอนาคตเขาจะได้เป็นคนที่มีชื่อเสียงบ้าง ทำให้แต่ละวันเขามีเวลานอนเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น กว่าที่เราจะรู้ว่าเด็กขี้เหงาคนนี้ดีใจและมีความสุขแค่ไหนที่ได้มาโรงเรียน นั่นก็ปาเข้าไปถึงตอนที่ 43 แล้ว

Tokuda Osamu (CV. Kouichi Yamadera)(หลังสุด)
นักข่าวในสังกัดหนังสือพิมพ์โทโตะ อายุ 28 ปี เป็นลูกน้องของจุนอิจิ สถานภาพ ยังโสด เขาเป็นนักข่าวสุดซวยที่มักจะประสบพบเจอกับวีรเวรที่เหล่าไกสเตอร์ก่อขึ้นในระหว่างทำงานเสียทุกครั้งไป เป็นคนที่ตัดสินใจทำอะไรช้า ทำให้มักจะพลาดการถ่ายช็อตเด็ดๆที่ควรจะได้ไปลงหนังสือพิมพ์อยู่เป็นประจำ แต่กระนั้น โอซามุก็เป็นคนที่มีข้อดีตรงที่ไม่ยอมแพ้และไม่เคยคิดมากกับความล้มเหลวด้วย และความที่เขาชอบมาทานอาหารที่บ้านโฮชิคาว่าทำให้เขาสนิทกับโคตะมาก นอกจากนั้น ถึงจะไม่มีใครสนแต่เราจะบอกว่าเขาคนนี้มีฝีมือในเชิงยูโดระดับ2ดั้งแล้วนะ

Mechanics Profiles

สำหรับทีมไคเซอร์นั้น มีสมาชิกคนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มมาเลยก็คือเอ็กไคเซอร์ ก่อนที่เขาจะไปทาบทามแม็กซ์ทีมเข้ามาร่วมกลุ่ม ส่วนพี่น้องเรเคอร์นั้น เขาได้ตัวมาจากโรงเรียนนายตำรวจอวกาศซึ่งเป็นต้นสังกัดของทีมไคเซอร์ อายุของทุกคนนั้น ถ้าเทียบตามอายุอวกาศแล้วก็จะเท่ากับ 12000 ปี(หนึ่งหมื่นสองพันปี) เลยทีเดียว แต่ถ้าเปรียบเทียบกับอายุของมนุษย์โลกแล้ว พวกเขาจะมีอายุราวๆ 20 ปีเท่านั้น ทั้งหมดรวมทั้งพวกไกสเตอร์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตร่างพลังงานที่ไม่มีกายเนื้อเป็นของตัวเอง เป็นเพียงลูกบอลแสงที่ล่องลอยไปทั่วจักรวาล ไม่ว่าจะไปที่ดาวดวงไหนก็จะต้องรวมร่างเข้ากับวัตถุของดาวนั้นๆเพื่อจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ไม่ว่าจะรวมร่างกับอะไรก็ตาม รูปร่างหุ่นยนต์ก็จะไม่แตกต่างจากที่เราเห็นมากนัก

Exkizer
สูง 10.3 เมตร
หนัก 32.6 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 82.4 กม./ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 142.2 เมตร
ผู้นำของกลุ่มตำรวจอวกาศไคเซอร์ผู้มีหัวใจรักความยุติธรรมและไม่มีวันอภัยให้กับความ
ชั่วร้ายทั้งมวล พร้อมกันนั้นก็ยังเป็นหุ่นยนต์ที่เพียบพร้อมไปด้วย”ความกล้า”และ”สติปัญญา” อีกด้วย เอ็กไคเซอร์นั้นให้ความสำคัญต่อสรรพชีวิตที่อยู่ในจักรวาลเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นอาชญากรอย่างไดโนไกสท์เขาก็ไม่คิดจะเอาชีวิตแม้แต่น้อยเพียงแต่พยายามจะจับ
กุมเพื่อไปดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น จริงๆแล้วเขาไม่มีร่างเป็นของตัวเอง เป็นเพียงแต่สิ่งมีชีวิตร่างพลังงานที่เดินทางไปทั่วจักรวาล แต่เพื่อที่จะมีชีวิตและปฏิบัติการบนโลกได้จึงต้องรวมร่างเข้ากับรถยนต์ของบ้านโคตะ
Weapon
เอ็กไคเซอร์นั้นจะมีอาวุธที่ยิงออกมาจากแขนทั้งสองข้าง โดยข้างซ้ายก็คือ สไปค์ คัทเตอร์ ส่วนข้างขวาคือ เจ็ทบูมเมอแรง ซึ่งสไปค์คัทเตอร์นั้น แม้ว่าจะอยู่ในโหมดยานยนต์ก็ยังสามารถใช้เป็นอาวุธได้
Vehicle Mode
รถยนต์ของบ้านโฮชิคาว่านั้น จริงๆแล้วเป็นรถที่บุโรทั่งเอามากๆ(ถึงคุณพ่อชินอิจิจะรักมันหนักหนาก็เถอะ) แต่เมื่อรวมร่างกับเอ็กไคเซอร์แล้ว เวลาออกปฏิบัติการก็จะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นซูเปอร์คาร์ไปในทันที โดยมีสัญลักษณ์รูปสิงโตปรากฏขึ้นที่กะโปรงหน้าของรถและไม่ใช่แค่ตัวถังภายนอกเท่านั้น แม้แต่หน้าปัทม์ของรถก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ความยาว 5.2 เมตร
ความเร็วสูงสุด 398.3 กม./ชั่วโมง

King Roader
ความยาว 22.4 เมตร
น้ำหนัก 54.3 ตัน
ความเร็วสูงสุด472.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ยานยนต์สนับสนุนของเอ็กไคเซอร์ที่เรียกออกมาใช้งานจากต่างมิติ ออกโรงครั้งแรกในตอนที่ 2 ก่อนจะถูกพวกไกสเตอร์ทำลายไปในตอนที่ 28 และกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในตอนที่ 32 เมื่อเอ็กไคเซอร์รวมร่าง(ฟอร์มอัพ)เข้ากับ คิงโรดเดอร์(巨大合体 – Kyodai Gattai – รวมร่างยักษ์ใหญ่) ก็จะกลายเป็น “คิง เอ็กไคเซอร์” ซึ่งมีพลังมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า โดยมีอาวุธอยู่ทั่วร่างไม่ว่าจะเป็น ไคเซอร์เฟลม ไคเซอร์บลาสเตอร์ และที่สำคัญที่สุดก็คือดาบไคเซอร์ซอร์ดเป็นอาวุธรวมทั้งสำหรับสร้างท่าไม้ตาย”ธันเดอร์ครัช” นั่นเอง และนอกจากนั้น ถ้าก็อดแม็กซ์กับอุลตร้าเรเคอร์ร่วมมือด้วยล่ะก็ คิงเอ็กไคเซอร์ก็จะสามารถใช้ท่าไม้ตายอีกท่าหนึ่งนั่นก็คือ Gather Way Beam ได้อีกด้วย (ซึ่งทั้งสามเคยใช้ในตอนที่ 24)

King Exkizer
สูง 22.1 เมตร
หนัก 86.8 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 186.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 378.5 เมตร

Dragon Jet
ความยาว 27.4 เมตร
ความกว้าง 20.6 เมตร
ความสูง 7.6 เมตร
เครื่องบินเจ็ทที่เป็นยานยนต์สนับสนุนไพ่ตายของเอ็กไคเซอร์ที่สามารถบินได้ด้วยความเ
ร็วถึง 9 มัครวมถึงสามารถบินออกไปนอกชั้นบรรยากาศโลกได้อีกด้วย ดราก้อนเจ็ทออกโรงครั้งแรกในตอนที่ 28 หลังจากคิงโรดเดอร์ถูกทำลายไป และเนื่องจากที่นั่งด้านในนั้นเป็นที่ว่างจึงสามารถใช้ในภารกิจชิงตัวประกันได้(อาทิ ตอนอวสานที่เอ็กไคเซอร์ช่วยโคตะไว้จากมือของไดโนไกสท์และส่งเข้าโคตะเข้าไปในตัวยาน) ตัวยานจะทำงานตามคำสั่งของเอ็กไคเซอร์จึงทำให้เป็นยานพาหนะที่สำคัญสำหรับเอ็กไกเซอร์ซึ่งไม่สามารถบินได้เป็นอย่างมาก และเมื่อเอ็กไคเซอร์รวมร่างกับดราก้อนเจ็ท ก็จะกำเนิดหุ่นยนต์ตัวใหม่ที่มีพลังทัดเทียมกับคิง เอ็กไคเซอร์ นั่นก็คือ”ดราก้อนไคเซอร์” ซึ่งถนัดการต่อสู้ในแบบกังฟู มีการตะโกนเสียงดังพร้อมกับเข้าโจมตีศัตรูอย่างดุดันด้วยอาวุธ”ดราก้อนทอนฟ่า” สำหรับอาวุธหลักของเขาก็คือธนูที่มีชื่อว่า “ดราก้อนอาเชอรี่” ซึ่งปกติจะเป็นส่วนหน้าอกของดราก้อนไคเซอร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นธนูแล้วก็ยังสามารถใช้เป็นดาบได้ด้วยจนกระทั่งพ่ายแพ้ให้กับไดโนชิลด์ของไดโนไกสท์ สำหรับท่าไม้ตายที่เกิดจากดราก้อนอาเชอรี่นี้ก็คือท่า “ดราก้อนแอร์โรว์” สำหรับดราก้อนไคเซอร์นี้ ลักษณะของเขาเหมือนกับคิงเอ็กไคเซอร์ก็คือไม่มีจิตใจเป็นของตัวเองจึงต้องอาศัยการรวมร่างกับเอ็กไคเซอร์เท่านั้นจึงจะสามารถต่อสู้ได้
Dragon Kizer
สูง 22.8 เมตร
หนัก 90.2 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 200.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 400.3 เมตร

Great Exkizer
และในตอนที่ 32 เมื่อคิงโรดเดอร์อยู่พร้อมหน้ากับดราก้อนเจ็ท เอ็กไคเซอร์ก็สามารถรวมร่างขึ้นสู่ขั้นสูงสุดของเขา(超巨大合体 – Shou Kyodai Gattai – รวมร่างสุดยอดยักษ์ใหญ่) กลายเป็น”เกรท เอ็กไคเซอร์”ได้ ในร่างนี้เขาจะมีไคเซอร์ซอร์ดเล่มใหม่ที่เป็นมรดกตกทอดจากผู้กล้ารุ่นพี่ซึ่งทิ้งเอา
ไว้ให้รุ่นน้องได้ใช้ต่อ และในรูปแบบใหม่ที่พาวเวอร์อัพจากการประกบดราก้อนอาเชอรี่เข้ากับตัวดาบ ทำให้ท่าไม้ตายของเขามีพลังเพิ่มขึ้นรวมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น”ธันเดอร์แฟลช” ซึ่งเมื่อใช้ท่านี้ ร่างทั้งร่างของเกรทเอ็กไคเซอร์ก็จะเปลี่ยนเป็นสีทองทั้งร่างอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะประกบกันได้แล้ว ในตอนปะทะกับไดโนไกสท์ครั้งสุดท้าย เราก็จะทราบว่า ดาบทั้งสองก็สามารถแยกออกมาใช้งานพร้อมกันทั้ง 2 เล่มได้เช่นกัน
ข้อมูลของ เกรทเอ็กไคเซอร์
สูง 32.9 เมตร
หนัก 144.5 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 250.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 1200.8 เมตร

Ultra Raker
สูง 21.3 เมตร
หนัก 70.6 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 386.3 กิโลเมตร/ชั่วโมง และถ้าใช้ไกลดิ้งฮอยล์ที่ติดอยู่บริเวณขาแล้ว จะสามารถทำความเร็วด้วยการโรลเลอร์แดชได้ถึง 698.9กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว
พลังในการกระโดด 246.4 เมตร
หุ่นยนต์ที่เกิดจากการรวมร่างของพี่น้องเรเคอร์(左右合体-Sayuu Gattai – รวมร่างซ้ายขวา) โดยมีบลูเรเคอร์เป็นร่างกายส่วนซ้ายและกรีนเรเคอร์เป็นร่างกายส่วนขวา ปรากฏตัวในตอนที่ 2 นับเป็นหุ่นยนต์รวมร่างแบบ 2 พลังพี่น้องตัวแรกของซีรี่ส์ผู้กล้าก่อนที่แนวคิดการรวมร่างแบบนี้จะหายไปจนไปปรากฏอีกครั้งในกาโอไกการ์ สำหรับอุลตร้าเรเคอร์นั้นก็เป็นหุ่นยนต์ที่มีอาวุธอยู่รายรอบตัวไม่แพ้เอ็กไคเซอร์เลยล่ะครับ เพราะอาวุธของเขามีทั้ง อุลตร้าดับเบิลเชน ครัชเชอร์, อุลตร้าแคนนอนบีม, อุลตร้าโชลเดอร์ครัช (เป็นการยืดหัวรถไฟชินคันเซนจากไหล่ทั้งสองข้างออกไปหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู) และที่สำคัญที่สุดก็คืออาวุธปืนที่มีชื่อว่า “คอมแบทเลเซอร์” ที่เกิดจากการประกบบูสเตอร์บีมกันของบลูเรเคอร์และมิสไซล์บลาสเตอร์ของกรีนเรเคอร์เข้าด้วยกันทว่าน่าเสียดายที่ในอนิเมชั่นเราไม่ได้เห็นอุลตร้าเรเคอร์ใช้งานมัน

Blue Raker (Robot Mode)
สูง 11.2 เมตร
หนัก 35.7 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 84.4 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเมื่อใช้โรลเลอร์แดชจะสามารถทำความเร็วได้ถึง309.7 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว
พลังกระโดด 142.2 เมตร
หนึ่งในสมาชิกทีมไคเซอร์ผู้เป็นพี่ชายคนโตของทีมเรเคอร์ มีจุดเด่นด้าน”ความพยายาม” ในยามปกติ เขาจะอยู่ในร่างของรถไฟชินคันเซนสายโทไคโดซึ่งนั่นเป็นงานหนักของเขาเหมือนกันที่ต้องคอยต่อรองให้ผู้โดยสารช่วยลงไปจากตัวเขาก่อนที่จะออกปฏิบัติการ
Blue Raker (Shinkansen Mode)
ยาว 27.2 เมตร
ความเร็วสูงสุด 558.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Green Raker (Robot Mode)
สูง 10.8 เมตร
หนัก 34.9 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 84.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังกระโดด 148.9 เมตร
น้องชายคนเล็กของทีมเรเคอร์ผู้มีจุดเด่นด้าน”ความมุ่งมั่น” ในยามปกติ เขาจะอยู่ในร่างของรถไฟชินคันเซนสายโทโฮคุ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) เช่นเดียวกับพี่ชาย กรีนเรเคอร์นั้นเป็นหุ่นยนต์ที่เรียกได้ว่าปรับตัวเองจนกลมกลืนกับสังคมมนุษย์ได้มากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว คุณสมบัติของเขานั้นแทบจะเหมือนกับพี่ชายทั้งหมด ยกเว้นเพียงจุดอ่อนทางด้านจิตใจซึ่งยังไม่มั่นคงหนักแน่นเท่าบลูเรเคอร์ และจุดอ่อนเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ในหุ่นยนต์ที่มีฐานะเป็นน้องชายในซีรี่ส์ผู้กล้าไปตลอดไม่ว่าจะเป็นเอ็นริวหรือไรริวก็ตาม
Green Raker (Shinkansen Mode)
ยาว 27.2 เมตร
ความเร็วสูงสุด 579.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง

God Max
สูง 22.6 เมตร
หนัก 97.5 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 184.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังกระโดด 999.8 เมตร
เมื่อสมาชิกแม็กซ์ทีมทั้ง 3 อันได้แก่ สกายแม็กซ์ แดชแมกซ์และดริลแม็กซ์ รวมใจเป็นหนึ่งในตอนที่ 3 หุ่นยนต์รวมร่าง 3 พลังตัวแรกในประวัติศาสตร์ผู้กล้า”ก็อดแม็กซ์”ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการรวมร่าง3体合体 (Sandai Gattai – รวมร่าง 3 พลัง) โดยสกายแม็กซ์นั้นจะทำหน้าที่เป็นส่วนศีรษะ หน้าอกและแขนทั้งสองข้าง แดชแม็กซ์จะทำหน้าที่เป็นส่วนลำตัวและดริลแม็กซ์จะเป็นส่วนขาทั้งสองข้าง และแน่นอน ในเมื่อเป็นหุ่น 3 พลังตัวแรก จะมีอาวุธน้อยหน้าคนอื่นก็ยังไงอยู่ กอดแม็กซ์เองก็มีอาวุธหลากหลายไม่เบานะครับ สำหรับอาวุธหลักๆของเขาก็คือ ก็อดโซนิคบัสเตอร์, ก็อดสไลเซอร์, ก็อดคอสมิคบอมเบอร์ สำหรับท่าไม้ตายสูงสุดของเขานั้น ก็อดแม็กซ์ได้แสดงให้เราเห็น 2 ครั้งในตอนที่ 21 และ 24 นั่นก็คือก็อดเบิร์ดแอทแท็ค

Sky Max
สูง 10.2 เมตร
หนัก 28.5 ดัน
ความเร็วในการวิ่ง 72.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังกระโดด 175.8 เมตร
หัวหน้าของแม็กซ์ทีมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหุ่นยนต์สาย”ความเร็ว” ปกติจะทำการลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้า ด้วยความที่เป็นเครื่องบินเจ็ท ทำให้เขาสามารถไปถึงที่เกิดเหตุได้เร็วกว่าใคร อาวุธประจำตัวของเขาก็คือ ไฮเปอร์โฟนอน
Sky Max (Jet Mode)
ยาว 8.6 เมตร
ความเร็วสูงสุด 7386.6กิโลเมตร/ชั่วโมง(6.2มัค)

Dash Max
สูง 10.2 เมตร
หนัก 30.6 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 112.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังกระโดด 148.2 เมตร
หุ่นยนต์สาย”ทักษะ” สมาชิกหมายเลข 2 ของแม็กซ์ทีม เนื่องจากเขารวมร่างกับรถแข่ง ดังนั้นในยามปกติ เขาจึงมีหน้าลาดตระเวนอยู่ตามสนามแข่งรถและในเมือง ด้วยความเป็นคน (หุ่นยนต์) ที่ขี้หลีพอสมควร ทำให้เขาคุ้นเคยกับการเทคแคร์เด็กผู้หญิงเป็นอย่างดี สำหรับอาวุธของเขาก็ได้แก่ บลีซชิ่งทอร์นาโด สกรูคัตเตอร์และเทอร์โบทอร์นาโด
Dash Max (Racing Car Mode)
ยาว 5.7 เมตร
ความเร็วสูงสุด 464.8กิโลเมตร/ชั่วโมง

Drill Max
สูง 9.97 เมตร
หนัก 38.4 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 68.3 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังกระโดด 136.2 เมตร
สมาชิกแม็กซ์ทีมสาย”พลัง” ที่แปลงร่างมาจากรถดริลแทงค์ มีความสามารถพิเศษในการขุดเจาะเพื่อลาดตระเวนและรวบรวมข่าวสารจากชั้นใต้ดินได้ อาวุธหลักของเขาก็คือปืนใหญ่ที่ติดอยู่บนบ่าทั้งสองกระบอกและปืทแกทริ่งบริเวณหน้าอกเมื่อเขาทำการ Breast Changing ที่ชื่อ”แกทริ่งสแมชเชอร์” นั่นเอง แม้ภายนอกของเขาจะดูเป็นหุ่นยนต์ที่ดูบ้าพลังและแข็งกร้าวที่สุดในเรื่อง แต่ในความเป็นจริงนั้น เขากลับเป็นตำรวจอวกาศที่มีปูมหลังเกี่ยวกับครอบครัวที่เด่นชัดกว่าสมาชิกคนอื่นๆมาก เพราะความที่ดริลแม็กซ์นั้นมีน้องชาย 2 คนและน้องสาวอีก 1 คนอยู่ที่ดาวบ้านเกิด ทำให้เขาเป็นคน(หุ่นยนต์)ที่ทั้งดูแลและแก้ปัญหาให้แก่สมาชิกในทีมได้อย่างดีเยี่ยม
Drill Max (Drill Tank Mode)
ยาว 7.2 เมตร
ความเร็วสูงสุด 284.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Geister Team (Text by Huckbein)

Dino Geist
หัวหน้าของเหล่าไกส์สเตอร์ ไดโนไกส์
หัวหน้าของกลุ่มสลัดอวกาศไกสเตอร์ ผู้ตระเวนไปมาในอวกาศถึง300ปี จนกระทั่งมาถึงดาวเคราะห์โลกของเรา และเหมือนกับเหล่าไคเซอร์ คือเขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบพลังงานเช่นกัน โดยอาศัยอยู่ในร่างของหุ่นยนต์ที่เปลี่ยนแปลงได้สามรูปแบบ คือ ไดโนเสาร์ ยานเจ็ท และ หุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์
ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น เขาจะซ่อนอยู่แต่ในฐาน ไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเป็นผู้ที่มีความทะเยอทะยานที่จะเอาทุกสิ่งในจักรวาลที่เรียกได้ว่าเป็น “สมบัติ” มาเป็นของตัวเองทั้งหมด
โหมดหุ่นยนต์
สูง 32.2 เมตร
หนัก 128.8 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 182.4กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 874.9 เมตร
Weapons
ไดโนแคนน่อนที่ส่วนขา, ไดโนฮอร์นเบรคเคอร์, ไดโนบัสเตอร์, ไดโนครัชเชอร์
นอกจากนี้ยังมี ไดโนเบลด ซึ่งเป็นดาบคู่ที่พาดเก็บไว้ที่ด้านหลังทั้ง 2 เล่ม สามารถนำมาประกอบรวมกันเป็นดาบเล่มใหญ่ได้ และยังเอาไว้ใช้ท่าไม้ตาย ดาร์คธันเดอร์สตอร์ม อีกด้วย และยังมี ไดโนชิลด์ โล่สุดแกร่งของไดโนไกส์ ที่ถูกใช้ครั้งแรกในตอนที่31 ถูกสร้างมาเพื่อใช้ต่อกรกับเหล่าไคเซอร์โดยเฉพาะ ซึ่งมันสามารถสะท้อนท่าไม้ตายธันเดอร์แอร์โรว์ของดราก้อนไคเซอร์ได้ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานไคเซอร์ซอร์ดที่ได้รับการเพิ่มพลังมาแล้วได้

โหมดไดโนเสาร์
โหมดหุ่นยนต์รูปแบบไดโนเสาร์ ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่2 แต่เราจะได้เห็นเขาปรากฏตัวในร่างนี้ชัดๆตั้งแต่ตอนที่19เป็นต้นไป
สูง 28.5 เมตร
ความยาวตั้งแต่หัวถึงหาง 36.3 เมตร
Weapons
ไดโนแคนน่อนที่ด้านหลัง, พ่นไฟออกจากปากได้ เป็นต้น
โหมดยานเจ็ท
ไดโนไกส์ในรูปแบบของยานเจ็ท ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่22 และตั้งแต่ตอนที่31เป็นต้นไป จะมีการติดไดโนชิลด์ไว้ที่ส่วนท้องยาน
ความยาว 37.7 เมตร
ความกว้าง 20.3 เมตร
ความสูง 14.8 เมตร
ความเร็วสูงสุดในการบิน 15,417.9กิโลเมตร/ชั่วโมง (12.8มัค)

Komori

ผู้ถ่ายทอดคำสั่ง โคโมริ
หุ่นยนต์ถ่ายทอดคำสั่งขนาดเล็กของไดโนไกส์ คอยนำคำสั่งจากไดโนไกส์ไปถ่ายทอดแก่พวกสี่แม่ทัพ
มักพูดเสมอว่า “ท่านไดโนไกส์ บัญชามาว่า…..” และบางครั้งก็ถูกใช้ไปทำภารกิจสอดแนมด้วยเหมือนกัน

HornGeist

แม่ทัพบก ฮอร์นไกส์
หนึ่งในสี่แม่ทัพ ผู้ปรากฏตัวออกมาตั้งแต่ตอนที่1 เป็นไกสเตอร์ไดโนเสาร์สามเขา ไทรเซราท็อป (Triceratops) ถนัดการต่อสู้แบบใช้กำลังเข้าว่า นอกจากนี้ยังเป็นพวกบ้าเลือด จึงเข้ากันไม่ค่อยได้กับคนที่หัวดีอย่างพเทร่าไกส์
โหมดหุ่นยนต์
สูง 12.6 เมตร
หนัก 37.5 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 76.8กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 124.2 เมตร
Weapons
โชลเดอร์เบรคเคอร์, ฮอร์นบีมกัน เป็นต้น
โหมดไดโนเสาร์
อยู่ในร่างของไดโนเสาร์สามเขา ซึ่งมีความสามารถดำดินได้ด้วย
ความสูง 6.8 เมตร
ความยาว 15.2 เมตร
ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ใต้ดิน 292.5กิโลเมตร/ชั่วโมง

PteraGeist
แม่ทัพเวหา พเทร่าไกส์
หนึ่งในสี่แม่ทัพของกลุ่มไกสเตอร์ ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ในตอนที่2
แม่ทัพแห่งเวหาผู้อยู่ในร่างของไดโนเสาร์มีปีก พเทร่าโนดอน (Pteranodon) เชี่ยวชาญการรบกลางอากาศ และเป็นหนึ่งเดียวในสี่แม่ทัพของไกสเตอร์ที่สามารถบินได้เขาเป็นคนที่มีความชาญฉลาดและรอบคอบสูง อย่างการนำเอเนอร์จี้บ็อกซ์มาประยุกต์ใช้เพื่อรวมร่างสี่แม่ทัพ ก็เป็นความคิดของเขา และเพราะอย่างนี้เอง เขาจึงเกลียดฮอร์นไกส์ ที่ชอบทำอะไรบ้าพลังไม่ใช้หัวคิดอยู่เสมอๆ
โหมดหุ่นยนต์
สูง 12.8 เมตร
น้ำหนัก 33.6 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 82.6กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 184.6 เมตร
Weapons
พเทร่าวิง, สแลชครอว์ เป็นต้น
โหมดไดโนเสาร์
สูง 7.6 เมตร
ความยาวปีก 16.7 เมตร
ความเร็วสูงสุดในการบิน 5,624.8กิโลเมตร/ชั่วโมง (4.7มัค)

ArmorGeist
แม่ทัพปฐพี อาเมอร์ไกส์
หนึ่งในสี่แม่ทัพไกสเตอร์ ผู้อยู่ในร่างของไดโนเสาร์หลังดาบสเตโกซอรัส (Stegosaurus) เป็นผู้ชำนาญการการรบภาคพื้นดิน และมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานสมชื่อ มีนิสัยชอบฉวยโอกาส และไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ เป็นคนไม่เด็ดขาด
โหมดหุ่นยนต์
สูง 11.4 เมตร
หนัก 38.3 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 72.4กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 142.8 เมตร
Weapons
ลิลัสเตอร์ช็อทแคนน่อน, ฮีทสไปค์ เป็นต้น
โหมดไดโนเสาร์
ความสูง 8.2 เมตร
ความยาว 14.9 เมตร
ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ 296.2กิโลเมตร/ชั่วโมง

ThunderGeist
แม่ทัพเรือ ธันเดอร์ไกส์
หนึ่งในสี่แม่ทัพไกสเตอร์ จ้าวสมุทรผู้มีความมั่นใจพลังกายของตนเองอย่างมาก โดยอยู่ในร่างของไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่โตที่สุดในสี่แม่ทัพ นั่นก็คือพันธุ์ บรอนโตซอรัส (Brontosaurus) แต่แม้เขาจะมีพละกำลังอันมหาศาล ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่เป็นคนไม่ค่อยฉลาด และมักชอบทำอะไรแบบเอื่อยเฉื่อยตามใจตนเองด้วย
โหมดหุ่นยนต์
สูง 11.1 เมตร
หนัก 41.6 ตัน
ความเร็วในการวิ่ง 64.2กิโลเมตร/ชั่วโมง
พลังในการกระโดด 140.6 เมตร
Weapons
ธันเดอร์ฮอร์น, โชลเดอร์สไปค์ที่ไหล่ทั้งสองข้าง เป็นต้น
โหมดไดโนเสาร์
ความสูง 11.1 เมตร
ความยาว 18.4 เมตร
ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ 287.3กิโลเมตร/ชั่วโมง

MadGeister
รวมร่างสี่แม่ทัพ แมดไกสเตอร์
ปรากฏตัวในตอนที่32
ร่างสุดยอดที่เกิดจากการรวมร่างกันของสี่แม่ทัพไกสเตอร์(ยูโกกัทไท)โดยใช้เอเนอร์จี้
บ็อกซ์ ซึ่งพเทร่าไกส์เป็นคนต้นคิดแผนการรวมร่างนี้ขึ้นมา
เป็นร่างที่มีทั้งขนาดและพละกำลังของสี่แม่ทัพรวมกัน แต่กลับขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จึงพ่ายแพ้ให้กับเหล่าไคเซอร์ไป โดยที่ยังไม่ทันได้สำแดงพลังที่แท้จริงออกมาเลย(ขออภัยที่หาภาพไม่ได้จริงๆครับ)

Pteder
รวมร่างสองแม่ทัพ พเทเดอร์
ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่33 เป็นร่างที่รวมด้วยเอเนอร์จี้บ็อกของ พเทร่าไกส์ กับ ธันเดอร์ไกส์ มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ม้าเซนท

Homor
รวมร่างสองแม่ทัพ โฮเมอร์
ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่40 เกิดจากการรวมร่างด้วยเอเนอร์จี้บ็อกซ์ของ ฮอร์นไกส์ และ อาเมอร์ไกส์ โดยถ้าเทียบกับแมดไกสเตอร์ที่เป็นร่างรวมของสี่แม่ทัพแล้ว นับว่าร่างนี้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดีกว่ามาก


OP & ED Translation
Yuusha Exkizer OP - Gatherway
Lyrics: AZUSA
Music: Inoue Yoshimasa
Arranged: Yamamoto Kenji
Sung by: Miura Hidemi

青く輝く 幾千万の
愛のかけらが 散りばめられた
この地球(ほし)の中に蠢く 嵐に向う
君を信じたから 何も恐れないさ
เศษเสี้ยวแห่งความรักที่ทอประกายสีน้ำเงินนับล้านได้แตกกระจาย
พร้อมกับพายุที่คืบคลานมายังโลก(ดวงดาว)ที่ไม่สงบ
แต่เพราะเชื่อในตัวเธอ จึงไม่มีอะไรต้องหวั่นเกรง
Go with me エクスカイザー
勇気と友情
力合わせたその時 gather way
Go with me エクスカイザー
忘れかけていた
熱く燃える大切なpassionate この胸に
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
ด้วยความกล้าและมิตรภาพ
ในยามที่พลังได้รวมกัน นั่นแหละ gather way
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
ไปตามหาความรักที่เร่าร้อนและแสนล้ำค่าที่ลืมเลือนไปมาไว้ในหัวใจดวงนี้กันเถอะ

いつもこの手が 届いたものを
無くしかけたら 気づいたように
そんな心のすき間を 教えてくれた
君は何よりも ずっと宝物さ
เมื่อสูญเสียสิ่งที่มือเคยเอื้อมถึงจนเป็นเรื่องปกติไป จึงได้รู้ตัว
เพราะช่องว่างที่เกิดขึ้นในจิตใจนั้นได้บอกให้ฉันรู้
ว่าเธอนั้นเป็นสมบัติที่ล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใด
Go with me エクスカイザー
鼓動が響くよ
今を見つめるその瞳は firesoul
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
เสียงเต้นของหัวใจมันดังกึกก้อง
ดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเวลานี้อยู่ก็คือจิตวิญญาณที่ร้อนแรง
Go with me エクスカイザー
本当の宝を
誰も捜そうとしない everyday 目を覚ませ
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
ทุกๆวัน จงลืมตาขึ้นและออกตามหาสมบัติที่แท้จริงซึ่งไม่มีใครเคยค้นหา

Go with me エクスカイザー
勇気と友情
力合わせたその時 gather way
Go with me エクスカイザー
忘れかけていた
熱く燃える大切な passionate この胸に
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
ด้วยความกล้าและมิตรภาพ
ในยามที่พลังได้รวมกัน นั่นแหละ gather way
ไปกับฉัน เอ็กไคเซอร์
ไปตามหาความรักที่เร่าร้อนและแสนล้ำค่าที่ลืมเลือนไปมาไว้ในหัวใจดวงนี้กันเถอะ

Romanji version
Aoku kagayaku ikusenman no
Ai no kakera ga chiribamerareta
Kono chikyuu no naka ni ugomeku arashi ni mukau
Kimi wo shinjita kara nani mo osorenai sa

GO WITH ME EXKAIZAR
Yuuki to yuujou
Chikara awaseta sono toki GATHER WAY
GO WITH ME EXKAIZAR
Wasurekaketeita
Atsuku moeru taisetsuna PASSIONATE kono mune ni

Itsumo kono te ga todoita mono wo
Nakushi kaketara kizuita youni
Sonna kokoro no sukima wo oshiete kureta
Kimi ha nani yori mo zutto takaramono sa
GO WITH ME EXKAIZAR
Kodou ga hibiku yo
Ima wo mitsumeru sono hitomi ha FIRESOUL
GO WITH ME EXKAIZAR
Hontou no takara wo
Dare mo sagasou to shinai EVERYDAY me wo samase

GO WITH ME EXKAIZAR
Yuuki to yuujou
Chikara awaseta sono toki GATHER WAY
GO WITH ME EXKAIZAR
Wasurekaketeita
Atsuku moeru taisetsuna PASSIONATE kono mune ni

Yuusha Exkizer ED - Korekara anata e (ถึงเธอจากนี้ไป)
Lyrics: AZUSA
Music: Inoue Yoshimasa
Arranged: Yamamoto Kenji
Sung by: Miura Hidemi

遥かな風が 夢を運んで
あなたのもとへ 近づく時
小さな胸の 音が弾けて
ときめく事に 何を見つけるの
สายลมที่ห่างไกลที่อุ้มโอบความฝันไว้
ในยามที่เข้าใกล้ที่ๆเธออยู่นั้น
ในหัวอกน้อยๆตรงนี้ ก็เริ่มได้ยินเสียงเต้นตึ่กตั่ก
ในยามที่ตื่นเต้นแบบนี้ เราค้นพบอะไรงั้นเหรอ

強く早く ふくらむ夢に
自分らしさ忘れずに
無中になれる 心抱きしめ
その道を歩いてみてね
ความฝันเริ่มผลิบานอย่างรวดเร็วและรุนแรง
จงอย่าลืมความเป็นตัวของตัวเอง
โอบกอดหัวใจที่กลายเป็นความว่างเปล่า
และลองเดินไปตามเส้นทางนั้นดูนะ
愛する事に 戸惑いながら
傷つく事も 覚えてゆく
冷たい雨に 頬が濡れても
元気を出して 明日を信じて
ระหว่างที่ลังเลกับเรื่องความรัก
ถึงจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด ก็คงค่อยๆรู้สึกตัว
ถึงแม้ว่าแก้มจะเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน
แต่ก็จงเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้แล้วแสดงความสดใสออกมา
いつか誰も 大人になって
今のままじゃないけれど
無中になれる 熱い想いを
いつまでも絶やさないでね
ไม่ว่าใคร สักวันก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ถึงแม้จะไม่ใช่แบบตอนนี้ก็ตามที
ท่ามกลางความว่างเปล่า
ไม่ว่าเมื่อไรก็จงอย่าขาดความรู้สึกที่เร่าร้อนนะ

Romanji version
Harukana kaze ga yume wo hakonde
Anata no moto he chikazuku toki
Chiisana mune no oto ga hikete
Tokimeku koto ni nani wo mitsukeru no
Tsuyoku hayaku fukuramu yume ni
Jibunrashisa wasurezu ni
Mujuu ni nareru kokoro dakishime
Sono michi wo aruitemite ne
Aisuru koto ni tomadoinagara
Kizutsuku koto mo oboeteyuku
Tsumetai ame ni hoo ga nuretemo
Genki wo dashite ashita wo shinjite
Itsuka dare mo otona ni natte
Ima no mama janai keredo
Mujuu ni nareru atsui omoi wo
Itsumademo yasanai de ne

จากผู้เขียนถึงเอ็กไคเซอร์
~จากสมุดภาพระบายสีเล่มเล็กๆสู่ความฝันที่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุด~
ในครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับเอ็กไคเซอร์ ผมยังเป็นเพียงเด็กนักเรียนอนุบาลของโรงเรียนอนุบาลเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ผมจำเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตอนนั้นไม่ค่อยได้หรอกครับ...
เพราะชีวิตในชนบทนั้นมันมีแต่ความสงบ....
มีแต่ความสันโดษและเรียบง่าย....
เป็นชีวิตที่จืดชืดไร้สิ่งที่น่าจดจำ แตกต่างจากชีวิตในเมืองกรุงที่เต็มไปด้วยสีสันโดยสิ้นเชิง
ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ....แม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกว่า ผมต้องการชีวิตที่จืดชืดแต่มีความสุขแบบนั้นมากกว่าอยู่ดี
สำหรับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตมีแต่บ้าน โรงเรียนและตลาดนัดใกล้ๆแล้ว วันหนึ่งๆที่ผ่านไป มันจะมีอะไรมากไปกว่าการเดินไปโรงเรียนกับคุณยายที่สอนหนังสืออยู่ นั่งเรียน นอนกลางวันเสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านล่ะ?

แต่เด็กก็คือเด็ก.....

สิ่งที่ผมในตอนนั้นโหยหาในใจลึกๆตลอดมาก็คือ “ผมอยากมีฮีโร่ในดวงใจ” เหมือนเด็กคนอื่นๆบ้าง....
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ อิทธิพลของสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะ”ช่อง9” นี่ มันมีผลต่อเด็กขนาดนั้นจริงๆ
อิทธิพลของโทรทัศน์สร้างความต้องการมี”ฮีโร่”ให้แก่เด็กทุกคนเหมือนๆกัน
เพียงแต่ว่า....
สิ่งแวดล้อมของเด็กแต่ละคน เอื้ออำนวยให้พวกเขาเข้าถึงตัวฮีโร่อย่าง”ไม่เท่าเทียมกัน”!!
เทียบกับเด็กเมืองกรุงที่สามารถเข้าถึงอะไรๆได้ง่ายกว่าแล้ว ไอ้หนูบ้านนอกอย่างผมผู้อยู่ในโลกที่กว้างแค่เท้าเดินได้ทั่วจะเอาปัญญาที่ไหนไปเฟ้น
หาเส้นทางที่จะได้พบฮีโร่ในดวงใจเหล่านั้นกันล่ะ
จะนิตยสารบิ๊กตูนก็ดี...
ทีวีแม็กกาซีนก็ช่าง....
เส้นทางที่จะทำให้ผมได้รู้จักฮีโร่เหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งสิ้นเปลืองสำหรับทั้งคุณยายและคุณป้าผมซึ่งเป็นครูชนบทในตอนนั้นเป็นอย่างมาก แม้ท่านจะรักและเอ็นดูผมกับน้องชายขนาดไหน....
แต่ ”ไม่” ก็คือ”ไม่”
ผมกับน้องชายไม่โทษท่านทั้งสองหรอกครับ....แล้วก็ไม่ได้โทษโชคชะตาด้วย
เพราะอย่างน้อยที่สุด ผมก็ถือว่า พระเจ้าได้ชดเชยความอาภัพของผมในเรื่องนี้ด้วยการมอบบุพการีที่รักและให้ความอบอุ่นแก่พวกเราสองพี่น้องอย่างเต็มที่มาแทนแล้ว
พวกผมสองพี่น้องจึงได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารออย่างเปี่ยมด้วยความหวังว่า สักวันหนึ่งคงจะมีฮีโร่สักคนหนึ่งหรือขบวนการหนึ่งที่เต็มใจลงมาหาและทำความรู้จักกับเด็กบ้านนอกอย่างพวกเราบ้าง
นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเราสองคนได้เรียนรู้ถึงความ”กล้า” ที่จะอดทน”รอ” เป็นครั้งแรก
จนกระทั่งในที่สุด “เหล่าผู้กล้า”ก็เห็นใจพวกเรา
วันนั้น เป็นวันที่ผมจำได้ไม่เคยลืม มันเป็นช่วงพักกลางวันของโรงเรียนที่เด็กๆทุกคนต่างรอคอยมาตลอดเช้า ผมเองก็ไม่ต่างกันหรอกครับ เพียงแต่ผมกับน้องชายออกจะโชคดีหน่อยที่คุณยายเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนด้วย ดังนั้นเวลาอยากทานขนมหรือซื้ออะไรก็สามารถบอกท่านได้ ทำให้ข้อจำกัดทางการเงินน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆที่นำเงินติดตัวมาจากบ้าน
แต่เอาเข้าจริงๆ วันนั้น เงินทั้งหมดที่ผมจ่ายไปกลับมีมูลค่าเพียง 5 บาทเท่านั้นเอง...
ถามว่าผมซื้ออะไรที่ราคา 5 บาทกินจนอิ่มงั้นหรือ.....เปล่าเลยครับ
แต่เพราะสมุดภาพระบายสีเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งต่างหากที่ทำให้ผมใจจดจ่ออยู่กับมันจนลืมหิว....
มันเป็นสมุดระบายสีที่ภายในเต็มไปด้วยภาพการต่อสู้ของเหล่าหุ่นยนต์ 2 กลุ่ม....
กลุ่มหนึ่ง จำได้ว่ามีหน้าอกเป็นรูปสัตว์สองชนิดคือ สิงโตและอินทรี
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นไดโนเสาร์ทั้งกลุ่ม
ทั้งสองกลุ่มต่างโรมรันกันหน้าแล้วหน้าเล่า จะมีบางหน้าที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ยืนโชว์ตัวเท่ๆให้ผมกับน้องชายได้ฮือฮากัน...
ทั้งๆที่ไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหว ทั้งยังเป็นเพียงภาพสีขาวซึ่งจืดชืดไร้สีสัน แต่ทำไมกันนะ มันถึงทำให้ผมกับน้องชายหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น…
หน้าแล้วหน้าเล่าที่พวกเราเฝ้าพลิกไปพลิกมาดูแล้วดูอีก คงจะเป็นตอนนี้กระมังครับที่ทำให้เหล่าหุ่นยนต์นิรนามที่ไม่รู้กระทั่งชื่อแซ่ขบวนกา
รนี้เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจดวงน้อยๆของเด็กสองคนได้อย่างไม่ยากเย็น
สำหรับยุคสมัยที่อะไรๆก็สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายได้เช่นวันนี้แล้ว คงเป็นการยากที่จะบรรยายให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจถึงความรู้สึกยามพวกเราได้พบอะไรบางอย่างที่ตามหามานาน
เพียงแค่ชื่อ”เอ็กไคเซอร์” แค่ 3 พยางค์นี้ พวกเราสองพี่น้องก็ต้องอาศัยเวลานับปีกว่าจะล่วงรู้
และอาศัยเวลาอีกนับปี กว่าจะรู้จักชื่อของตัวละครทั้งหมดในเรื่อง....
จริงอยู่ ว่าถ้าพวกผมมีอินเตอร์เน็ตเหมือนในวันนี้ ผมคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น....
แต่ผมก็มักจะถามตัวเอง...ว่าถ้าผมไม่ยอมเหนื่อย ไม่ทุ่มเทกับการหาคำตอบ(ที่อาจเป็นคำตอบง่ายๆในตอนนี้)ในวันนั้นแล้ว ณ วินาทีนี้ ผมจะสามารถให้กำเนิดบทความยูฉะที่แปลจากภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองบทนี้ได้หรือไม่
ถึงแม้มันจะเป็นการพบกันที่มีค่าเพียงน้อยนิดเมื่อประเมินมูลค่าเป็นเม็ดเงิน แต่สำหรับผม เหรียญ 5 บาทเหรียญนั้นถือว่าเป็น”ค่าผ่านทาง”ที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
เพราะเหรียญๆนั้นได้เปิดทางให้ผมได้พบกับผู้ที่เป็นฮีโร่ตัวจริงในดวงใจของผม
ฮีโร่ที่สอนผมให้รู้จักถึงความกล้าหาญและความอดทนในการที่จะทำหรือรัก ชอบในอะไรบางอย่าง
ถึงผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเอง แต่ผมแน่ใจ ว่าความรักที่ผมมีให้ซีรี่ส์ผู้กล้านั้นไม่ใช่ของปลอม
เพราะความรู้สึกที่ก่อเกิดนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกับสมุดภาพระบายสีราคา 5 บาทเล่มนั้นได้ผ่านการเจียระไนด้วยกาลเวลาและวัยของผมจนกระทั่งสามารถแสดงออกมาเป็นรูปธรรมอย่างบทความนี้ได้
แม้ว่าผมจะชอบบอกใครต่อใคร ว่าผมน่ะชอบเกมแนวโมเอะยิ่งชีวิต....
แต่นั่นก็เป็นคำพูดเพียงครึ่งเดียวที่ยังเติมไม่เต็มหรอกนะครับ
เพราะผมไม่ต้องการอ่อนแอเหมือนพระเอกจากเกมเหล่านั้น...
ผมไม่อยากเป็นลูกไล่ของใครเหมือนพระเอกในเกมเหล่านั้น...
และยิ่งไม่อยากเป็นคนที่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้องที่มีพลังอำนาจมากกว่าตนเองเหมือนพระเอกเหล่านั้นด้วย
และชีวิตอีกครึ่งหนึ่งที่มอบความกล้าหาญซึ่งชดเชยความขลาดเขลาของพระเอกพวกนั้นให้แก่ผม นั่นก็คือ”ซีรี่ส์ผู้กล้า” ครับ แม้ว่าถ้าเทียบกับกันดั้มหรือSRW แล้ว ชื่อชั้นของซีรี่ส์นี้จะเป็นรองอยู่หลายขุม แต่ในหัวใจของผมกับน้องชายแล้ว พวกเขาคือยอดหุ่นยนต์ที่แสนวิเศษซึ่งไม่มีใครมาแทนได้ไม่ว่าจะเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือว่าจากนี้ไปก็ตาม
สุดท้ายนี้ ผมไม่กล้าหวังหรอกครับว่าฝีมือการเขียนบทความที่ขึ้นสนิมของผมจะสามารถทำให้ทุกๆคนได้อรรถรสจากซีรี่ส์ผู้กล้าได้อย่างเต็มที่เหมือนกระทู้บทความของท่านอื่นๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ผมอยากให้ถ้อยคำที่ร้อยเรียงผ่านตัวอักษรเหล่านี้ได้ช่วยจุดประกายไฟแห่ง”ความกล้า”ในใจของทุกคนขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดเพลิงที่ลุกโชติช่วง
แต่ขอเพียงเสี้ยวหนึ่ง....
ที่ให้ทุกคนได้ถามใจตัวเองว่า “ความกล้าคืออะไร” และ “เราจะมีมันได้อย่างไร”
เพียงเท่านี้....
ก็ถือว่า บทความนี้ บรรลุวัตถุประสงค์ของมันแล้วครับ....

Review Staff
Information Credit : Braves Fighter Series Memorial Book (First Published by Shinkigensha 2004)
Illustrations Credit : Best Anime.com and Braves Fighter Series Memorial Book
Lyrics Credit: Animelyrics.com
Review Staff Roll
Translator: Yayoi Sanzein and Huckbein
Illustrations seeker : ระดับโลก (J-Hero.com)

Edit by Yayoi Sanzein - 17 ก.ย.51 เวลา 13:54:51 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 13:52:11 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 15 จากทั้งหมด 15 Reply

hina
พ่อมดน้อยในป่าใหญ่

นับว่าเป็นกระทู้ดักแก่ได้อีกกระทู้นึงซินะ
/me เคยดูตอนสมัยยังเป็นเด็ก แถมซื้อหุ่นมาเล่นอีกต่างหาก


Edit by hina - 17 ก.ย.51 เวลา 13:59:07 น.

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 13:57:29 น.

Prite
องค์ชายทีมกู้โลก

เสียดาย ตอนในห้องแคมฟอก ไม่มีใครอัดเทปไว้เปิดรีรันสินะ
จะได้เอามาประกอบบทความด้วย แต่ละคืนมันส์กันมาก

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 14:45:32 น.

Matsuri Baggins
(Matsuri ตัวป้า)

จ้าวลัทธิอาร์ตตัวป้า

Quote : hina
นับว่าเป็นกระทู้ดักแก่ได้อีกกระทู้นึงซินะ
/me เคยดูตอนสมัยยังเป็นเด็ก แถมซื้อหุ่นมาเล่นอีกต่างหาก



Edit by hina - 17 ก.ย.51 เวลา 13:59:07 น.


แถมเป็นกระทู้อ่านทนอีกต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 15:20:47 น.

Kamura
ล่ามในแดนปลาดิบ

ยังจำเนื้อร้องของเพลงเปิดได้อยู่เลย
แต่ผมยังไม่แก่นะ
Go with me EXKAISER!!!

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 15:22:21 น.

sOdAnZ
Member

ความเห็นที่ 1 พูดอีกก็ถูกอีก +0+




Edit by sOdAnZ - 17 ก.ย.51 เวลา 15:41:41 น.

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 15:40:35 น.

อัศวินสีขาว
Adventurener

TTประทับใจแฮะ ผมแกะข้อมูลZOIDSบ้างดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 16:04:25 น.

Whip
Idol Producer

แย่แล้วเราโดนดักแก่

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 16:22:37 น.

soma
แดร็กคูล่าตกอับ

ไม่แก่ เพราะฟังทุกคืน!!!! = =b

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 16:27:44 น.

ob the air
psychic devil

หลังจากไปค้นข้อมูลจาก wikipedia
ฉายที่ญี่ปุ่นตอนเราอายุ 8 ขวบ แต่ไหงเราไม่รู้จักหว่า(ทีกรานโซทน่ะจำแม่น)

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 17:07:48 น.

Ramiel
เทวฑูตสีน้ำเงินคราม

แรงบันดาลใจของทรานฟอเมอร์สินะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 17:08:04 น.

max manster
ตุ่นปากเป็ดตัวที่4

ทำดีมาก ระดับโลกจริงๆ d[- -d]

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 20:21:47 น.

Alasthor
อสูรพิทักษ์ดาบ

คือไม่เคยดู แต่ทำไมมีของเล่นได้หว่า

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.51 เวลา 20:51:14 น.

Jin จอมเวทย์มารยาทดี
นักแต่งฟิค

Quote : Ramiel
แรงบันดาลใจของทรานฟอเมอร์สินะเนี่ย

Transformers มีมาก่อนครับ แต่ในฉบับยูฉะ เขาเอาเนื้อเรื่องมาดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น(และเอเซีย)มากขึ้น

สำหรับผมแล้ว เอ็กซ์ไกเซอร์ ก็เป็นการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ดูแบบเป็นวิดีโอตอนเด็กๆครับ เนื่องด้วยความที่ยังเด็ก เลยไม่ได้ดูเรียงตอน และไม่ได้จดจำอะไรๆได้แม่นยำนัก
แต่สิ่งที่ผมประทับใจในเอ็กซ์ไกเซอร์ก็คือ ความผูกพันของเด็กกับหุ่นยนต์ เช่นเดียวกับโคตะนี่หละครับ หลังจากที่โตมาหน่อย ได้อ่านบิ๊กตูนถึงได้รู้จักว่าเรื่องนี้มีเรื่องราวต่อมาเป็นไฟร์เบิร์ดและดาการ์น และเริ่มหาข้อมูลเท่าที่หาได้(ในยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต)

ส่วนยูฉะเรื่องโปรดของผมท็อป 3 ได้แก่
-ไมท์ไกน์ (เริ่มซื้อของเล่นด้วยเงินเก็บตัวเองก็เพราะเรื่องนี้แหละ)
- ไฟร์เบิร์ด
- กาโอไกการ์
ครับ

เขียนได้ดีมากเลยครับ แล้วจะรออ่านตอนต่อๆไปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 18 ก.ย.51 เวลา 17:44:13 น.

Huckebein
นักบินแห่ง Vanishing trooper

เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วมาต่อกันอีกเน้อ(ฮา)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นักรบสีดำ แห่งทะเลดาว.........俺のG-swordを勝てぬ物無しぇ!..........

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 18 ก.ย.51 เวลา 21:42:53 น.

Knell
โจร

อ่านจบแล้ว ระลึกถึงความหลัง...

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 21 ก.ย.51 เวลา 02:04:03 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 15 จากทั้งหมด 15 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ