Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 2 ตอนที่ 27 ศึกสองเทพเจ้า

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 27 ศึกสองเทพเจ้า

“เซบัส...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องเรียกออกมาได้เพียงแค่นั้น...ก่อนที่…

“...”

...

...ความเงียบได้ปกคลุมทุกสิ่ง

เพราะไม่ว่าเธอหรือใครก็ไม่แน่ใจว่า”คนที่อยู่เบื้องหน้าทุกคนในยามนี้”...เป็นใครกันแน่

เซบัส...

...หรือ...

เฟอร์ดินันท์ ลูเซ่

...ราชันย์แห่งแดนสรวง

ภาพของเขาสมัยที่เผชิญหน้ากับมิราจปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในสายตาของผู้คน...ภาพขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวงผู้ยิ่งใหญ่

เซบัสที่เบื้องหน้าของทุกคน-เขาที่ได้ยินถึงเสียงเรียกของโซฟีเน่หันมายิ้มให้กับเธอ...เป็นรอยยิ้มที่เซบัสมักจะมอบมันให้กับเธอเสมอ

พริบตานั้นความรู้สึกที่ชายหนุ่มที่เบื้องหน้าของทุกคนคือองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงจางหายไปในพริบตา-ดั่งสายลมที่โชยพัดผ่านไปอย่างที่ไม่มีทางหวนกลับอีก

โซฟีเน่ที่เห็นถึงรอยยิ้มนั้น-เธอยิ้มรับกลับไป...เป็นรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าแสงแห่งดวงตะวันใดๆที่สาดส่องถึงความหวังลงมาในใจผู้คน เธอส่งเสียงอันไพเราะงดงามยิ่งกว่าสรรพแสงที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าว่า

“เซบัส”

เป็นน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรัก ความสุข ความหวังและความกังวล ห่วงใยยิ่งจากส่วนลึกของหัวใจเธอที่สามารถกล่าวบอกแด่ทุกคนได้ภายใต้น้ำเสียงนี้

...

เซบัสเพียจงยิ้มรับอีกครั้งหนึ่งราวกับบอกถึงเธอว่า”ไม่ต้องเป็นห่วง” เพราะไทน์ที่เบื้องหน้าไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้...และตอบกลับไปถึงความหวัง ความสุขและความรักของตน-แด่โซฟีเน่

...เทพธิดาแห่งทะเลทรายสีทอง

...เทพธิดาผู้ปลุกเขาให้ตื่นจากความหลับใหล

และ...

...เทพธิดากลางดวงใจของเธอ

กับเธอที่เป็นดั่งดวงจิตเหนือดวงใจ-เป็นดวงวิญญาเหนือดวงวิญญาณ...ของเขาผู้ที่ครอบครอบถึงพลังอันยิ่งใหญ่แห่งเหล่าองค์เจ็ดเทวะราชันย์

ก่อนที่ดวงตาของเซบัสจะหันกลับไปจับจ้องยังร่างของไทน์ที่เบื้องหน้าราวกับสายตาขององค์ราชันย์ที่จะสยบแม้แต่โลกหล้าภายใต้อุ้มเท้าของตน-ยังอุปสรรค์อันเล็กน้อยที่กรีดขว้างเพียงเส้นทางของตน

“...”

ไทน์ที่นิ่งเงียบถึงกับจะจ้องมองมายังเซบัสโดยที่ไม่ได้คุกเข่าลง แต่ทันทีที่สายตาของเซบัสกวาดมองมายังร่างของตน-หัวใจของเขาก็คล้ายดั่งยอมรับถึงองค์ราชันย์ที่เบื้องหน้าจนอยากที่จะคุกเข่าลงไปเลย

ดาบสีเขียวที่มีพลังของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือในมือของของตนคล้ายกับไม่ได้มอบถึงความมั่นใจที่จะให้เขารู้สึก...สามารถเอาชนะเซบัสที่เบื้องหน้าได้

...เอาชนะถึงองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงที่เบื้องหน้า

ไทน์รู้สึกได้ถึงทั้งโลกหล้านี้คล้ายทอดทิ้งเขา...

“ลูเซ่...”

สายลมที่โชยพัด...สายลมอันรัก-สายลมอันภักดีต่างทอดทิ้งเขาไปจนหมดสิ้น โลกหล้าที่เคยสว่างไสวเรื่องรองด้วยอำนาจและความสมหวังต่างสลายไปจนหมดสิ้น

มืดมน มืดมิดจนหมดสิ้น...

ร่างกายของไทน์ถึงกับสั่นเทาลงไปด้วยความสิ้นหวัง-จนปลายดาบที่ทิ้งลงไปสู่พื้นเบื้องล่างถึงกับสั่นไหวยิ่ง...

...แทบไม่จำเป็นต้องสู้ก็รับรู้ถึงผลที่จะอุบัติขึ้นแล้ว

“...ลูเซ่”

เสียงสายลมอันเป็นที่รัก-ที่ทอดทิ้งเขายังคงเพรียกเรียกหาถึงเซบัสที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามิใช่ตน...เป็นสิ่งที่ไทน์ไม่สามารถยอมรับได้

...ยินยอมรับได้

“ไม่...”

ไทน์ส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกไปก้องทั่วท้องฟ้าแห่งแดนเหนือด้วยร่างกายที่สั่นเทาและคับแค้นหัวใจยิ่ง

“เปรี้ยง”

สายฟ้าสีม่วงเข้มฟาดส่งมาใส่ร่างของไทน์อย่างรุนแรง-อาบถึงร่างของเขาแปรเปลี่ยนสีของดวงตาให้กลายเป็นสีม่วงเข้ม รอบๆร่างของไทน์คล้ายอาบถึงแสงสีม่วงเข้มอันพลุ่งพล่านไปด้วยพลังที่สามารถจะต่อต้านและสยบถึงเซบัสที่เบื้องหน้า...

ไทน์ใช้ประกายตาสีม่วงจับจ้องมองไปยังเซบัส เส้นผมสีขาวลุกโชนในสายลมสีเขียวมรกตแฝงถึงประกายสีม่วงเข้มอันงดงาม...ดาบสีเขียวที่มีพลังของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือในมือถึงกับชี้ไปยังเซบัสที่ใบหน้าอีกครั้งหนึ่ง...

...ราวกับประกาศถึงสงครามระหว่างตนกับองค์ราชันย์ที่อยู่ ณ เบื้องหน้า

...

เซบัสเพียงยิ้มตอบรับกลับไป-เป็นรอยยิ้มที่เต็มฝืนและอับจนปัญญาถึงการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า เขาในยามนี้ก็ไม่สามารถถอยกลับไปได้เช่นกัน

ยิ่งเขารู้สึกอยากจะหันหลังกลับถึงเพียงใด...สายลมยิ่งรุ่นแรงและเพรียกโหยหาเขามาเท่านั้น

เท่ากับหัวใจของเขาที่รู้สึกถึงความผิดที่แผ่ขยายออกมา...และยิ่งโหยหาถึงเสาแห่งสายลมแดนเหนือ-กรีนวินด์ที่เบื้องหน้ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น

“เซบัส...”

โซฟีเน่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเซบัสส่งเสียงร้องออกมา-เธอที่ชูกำหมัดขวาขึ้นอย่างสุดแรงจนร่างลอยขึ้นเล็กน้อยยังส่งเสียงร้องเชียร์ออกไปอย่างเชื่อมั่นว่า

“...เอาชนะให้ได้น่ะ”

...ไม่มีใครในยามนี้จะมั่นใจในเซบัสเท่ากับเธออีกแล้ว

“ห้ามแพ้เด็ดขาด...”

โดโรธีส่งเสียงกล่าวออกมา-เธอยังคาดโทษของเซบัสออกไปอีกว่า

“...ถ้าแพ้ต่อไปไม่ต้องมาพบโซฟีเน่ของพวกเราอีกแล้ว”

“ใช่แล้ว”

มินะส่งเสียงกล่าวออกมา...มินาก็ร้องเซียร์ออกมาอีกคนว่า

“ใช่ๆ”

“...”

เซบัสเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งพยักหน้าในกับทุกคน...โดยเฉพาะโซฟีเน่


ไทน์ที่ไม่สบอารมณ์ฉวยเวลาที่เซบัสพยักหน้า-เขาเพียงใช้ประกายตาสีม่วงเข้มจองตนจ้องมองไปยังร่างของโซฟีเน่...ละอองน้ำปรากฏเบื้องหน้าของโซฟีเน่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดยสายลมสีเขียวมรกตพัดผ่านกลายเป็นหอกน้ำแข็งสีม่วงเข้มพุ่งไปใส่ยังหัวใจของเธออย่างรวดเร็ว

“เฟียว...”

“หา...”

ทุกคนต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจกับภาพเบื้องหน้าที่เห็นเพราะพอรู้สึกตัวหอกน้ำแข็งอันชั่วร้ายสีม่วงเข้มก็จ่อมาถึงหัวใจของโซฟีเน่อย่างที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเธอได้...ท่ามกลางเสียงของไทน์ที่กล่าวออกมาอย่างเครียดแค้นว่า

“แกลองรู้สึกถึงการสูญเสียถึงสิ่งอันเป็นที่รักบ้าง”

...

แต่ในพริบตาก่อนที่ใครจะคาดคิดถึงนั้น-หอกสีม่วงเข้มกลับหยุดอยู่เบื้องหน้าของเธอเล็กน้อย...ราวกับกาลเวลาหยุดลง

โซฟีเน่ที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบพุ่งร่างถอยหลังกลับไปอย่างรวดเร็วผ่านข้างกายของอาร์เชอะและโซฟานออกไป...แต่หอกน้ำแข็งสีม่วงที่หยุดนิ่งกลับพุ่งตามร่างของโซฟีเน่มาอย่างไม่หยุดยั้ง

“ระวัง-โซฟีเน่”

อาร์เชอะที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาไปพร้อมทั้งพุ่งร่างมาขว้างถึงเบื้องหน้าของหอกน้ำแข็งนั้นกับโซฟีเน่ไว้-เธอยืนมือขวาออกไปยังเบื้องหน้ากางบาเรียสีชมพูอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรักที่พี่สาวมีต่อน้องสาวออกไป...กางบาเรียกั้นมิใช่หอกสีม่วงสามารถพุ่งผ่านเข้ามาได้

“เฟียว”

โซฟานที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งถึงกับชักดาบสกายบูลฟันหอกสีม่วงเข้มเล่มนั้นให้ขาดสะบันออกมาทันทีพร้อมกับดวงตาของเซบัสที่ที่กวาดมองมายังหอกสีม่วงนั้น

...

ก่อนที่จะแตกสลายหายไปในพริบตาดุจละอองน้ำในนภากาศที่ถูกแสงแดดแผดเผามลายหายไปอย่างรวดเร็วในพริบตา...

ท่ามกลางทุกคนที่ยังคงจ้องมองอย่างตะลึง...โดโรธีถึงกับส่งเสียงถามออกไปว่า

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

เธอกวาดสายตาถามไปยังมินะ มินา เจนนี่และอาธีน่าที่ทุกคนเพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธออกมาเท่านั้น...มีเพียงท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้เท่านั้น-ท่านที่ทราบดีถึงทุกสิ่งทุกอย่างกล่าวออกมาว่า

“หอกนั้นถูกหยุดและสลายไปเพราะพลังของเซบัส...”

ท่านยังกล่าวต่อไปอีกอย่างมั่นใจว่า

“...นั่นคือพลังอันยิ่งใหญ่ขององค์ราชันย์แห่งแดนสรวงที่ใครๆก็มิสามารถต่อต้านได้”

“...”

เซบัสไม่ได้กล่าวอะไรออกไปว่า”ที่หยุดถึงหอกสีม่วงเข้มนั้นเป็นพลังของโซฟีเน่มิใช่ของตน”...เขาที่เห็นถึงโซฟีเน่ที่ลงพื้นข้างกายของอาร์เชอะอย่างปลอดภัยเพียงหันสายตาจับจ้องมองกลับไปยังไทน์เท่านั้น

...

ท่ามกลางนิ่งเงียบที่ทุกคนต่างจับจ้องมองไปยังเซบัสและไทน์ วาเลนที่ไม่ส่งเสียงอะไรออกไป-ทุกคนต่างไม่กล้าที่จะระบายลมหายใจใดๆออกไปอีก เพราะต่างรับรู้ดีกว่าศึกที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนสายลมแดนเหนือแห่งนี้กำลังจะอุบัติขึ้นมาแล้ว...

ศึกระหว่าง...เซบัส...

...องค์ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่

กับ...ไทน์ วานเลน...

...เจ้าชายแห่งแดนเหนือ

ศึกที่ยิ่งใหญ่จนสั่งสะเทือนแผ่นฟ้าสะทานผื่นดินกำลังจะอุบัตขึ้น...อุบัติขึ้นในพริบตานี้แล้ว...
-----------------------------------------

“เฟียว...ว”

สายลม...สายลมโชยพัดพาอาบร่างของไทน์อย่างรวดแรงด้วยละอองน้ำสีฟ้าจนกลายเป็นประกายน้ำแข็งสีขาวรอบๆร่างของเขา ดวงตาสีม่วงเข้มตัดถึงประกายสายลมสีเขียวมรกตจ้องมองไปยังเซบัส-ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

“ก็ดีเหมือนกัน...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกอย่างมั่นใจว่า

“...จัดการกับแกก็เหมือนกัน...ย๊าก...ก”

ก่อนที่จะส่งเสียงร้องตะโกนก้องพร้อมทั้งพุ่งร่างที่อาบถึงประกายละอองน้ำแข็งสีฟ้า-เขาตวัดดาบสีเขียวมรกตในมือฟันใส่ร่างของเซบัสอย่างรุนแรงราวกับจะใช้ดาบนี้ฟันตัดแยกร่างของเซบัสในพริบตา

“เฟียว...ว”

คมดาบสีเขียวมรกตตัดผ่านสายลมและความหนาวเย็นลงไปราวกับจะแยกถึงเซบัสกับสายลมสีเขียวมรกตที่พักพันธ์กับเขาออก...โซฟีเน่ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจว่า

“เซบัส-ระวัง”

“...”

แต่เซบัสเพียงยิ้มตอบกลับไปเล็กน้อย-เขาเพียงชูนิ้วชี้ขวาขึ้นขึ้นไปรับถึงคมดาบที่ตวัดฟันลงมา...พร้อมๆกับสายลมสีเขียวมรกตที่โชยพัดมารอบๆร่างของเขา

“ลูเซ่”

เป็นสายลมสีเขียวมรกตจากเสาแห่งสายลมแดนเหนือ-กรีนวินด์ที่ก่อเกิดประกายสีเขียวพุ่งขึ้นมาพร้อมสายลมมรกตอาบถึงร่างของเขาไว้

...ปกป้องจากทุกสิ่งที่จะมาทำร้ายเขา

“...”

คมดาบสีเขียวในมือของไทน์ถึงกับถูกนิ้วชี้ขวาของเซบัสหยุดลงอย่างง่ายดาย-ง่ายดายโดยไร้สิ่งสรรพเสียงใดๆ...สายตาที่ตื่นตระหนกของไทน์จับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง-เขาส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกไป

“ย๊าก...ย๊าก...ย๊าก...ย๊าก...ย๊าก...ย๊าก...”

ดาบสีเขียวมรกตในมือนั้นร้อยนับพันสายต่างถูกระดมฟันใส่เซบัสที่เบื้องหน้า...แต่ทุกดาบถูกนิ้วชี้ขวาของเซบัสรับถึงได้อย่างง่ายดาย-สายลมสีเขียวมรกตที่วนอยู่รอบๆนี้ต่างสลายถึงความรุนแรงของคมดาบนี้ลงไปจนหมดสิ้น

ท่ามกลางกาลเวลาที่ยังไม่หยุดนิ่ง...ไทน์ที่เห็นถึงดาบของตนโจนตีไม่ได้ผลถึงกางฝ่ามือซ้ายออกไปที่เบื้องหน้า-ยังร่างของเซบัส...

“เปรียง...ง”

ละอองน้ำสีฟ้าอ่อนๆหมุนๆวนรอบๆร่างของเซบัสเล็กน้อยก่อนที่จะก่อเกิดเป็นละอองน้ำแข็งเล็กๆสีฟ้าจับรอบๆร่างของเซบัส-ก่อนที่จะแช่งแข่งร่างของเขาไว้ในพริบตา

...แช่งแข้งแม้ประกายของสายลมสีเขียวมรกตที่วนอยู่รอบกายเขาภายในผนึกน้ำแข็งสีฟ้า

ไทน์ที่แห่งเช่นนั้นจึงกับตวัดดาบฟันใส่ร่างของเซบัสในก้อนน้ำแข็งที่เบื้องหน้าราวกับจะฟันผลึกน้ำแข็งที่เบื้องหน้าให้แหลกสลายออกไปในพริบตา

“เฟียว...”

โซฟีเน่ที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจ

“เซบัส...”

มือขวาที่ชักดาบที่เรียวบางสีทอง-โค้งเล็กน้อยหมายจะพุ่งออกไปตวัดดาบรับดาบของไทน์ที่ฟันลงมาในพริบตา...แต่อาร์เชอะกลับยื่นมื่อขวาของเธออกมาคว้าจับข้อพับแขนซ้ายของโซฟีเน่ไว้

“...พี่อาร์เชอะ”

โซฟีเน่หันกลับไปมองยังพี่สาวของเธอ-ส่งเสียงร้องออกไปด้วยความร้อนใจ กระวนกระวาย...อาร์เชอะที่เห็นเช่นนั้นเพียงยิ้มออกมา

...

เป็นรอยยิ้มที่เฉิดฉายดั่งดวงจันทราที่มั่นใจฉายแสงยามฟากฟ้าราตรีเหนือประกายแสงจองดาราใดๆ-เธอส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“เซบัสไม่เป็นไรหรอก...”

“เปรี้ยง...ง”

ยังไม่ทันสิ่งเสียงของอาร์เชอะ-คมดาบของไทน์ก็ฟันใส่ก้อนน้ำแข็งที่แช่งแข้งร่างของเซบัสไว้ที่เบื้องหน้าจนผนึกน้ำแข็งแตกสลาย...กระจายออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นภาพพร้อมกับภาพร่างของเซบัสภายในผลึกที่แตกสลายออกเช่นกัน

“เซบัส...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจอีกครั้ง...พร้มทั้งเสียงของทุกคนที่จ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่อย่างตกตะลึง-เจนนี่ถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจว่า

“นั่น...”

ท่ามกลางประกายผนึกน้ำแข็งอันหนาวเย็นที่แตกสลายดังเมฆหมอกสีขาวสะท้อนยังประกายแสงตะวันอันงดงามดังปรากฏการณ์กรีนเอาด์...ทุกคนต่างได้เห็นถึงประกายของสายลมสีเขียวมรกตสะท้อนอยู่ภายใต้แสงของดวงตะวันอันงดงามยิ่ง

...กรีนเอาด์สีเขียวที่งดงามยิ่งกว่าสีขาว

ผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่ผลันเข้าใจทุกสิ่งจึงกล่าวออกมาว่า

“รอบๆร่างของท่านลูเซ่-มีสายลมแห่งแดนเหนือคุ้มครองอยู่...จึงไม่ต้องกลัว...”

ท่านยังกล่าวต่อไปอีกอย่างมั่นใจว่า

“...น้ำแข็งแค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก”

ทุกคนต่างจ้องมองเห็นถึงร่างของเซบัสที่ยืนอยู่ท่มกลางเมฆหมอกละอองของสายน้ำ-ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าขาวที่ค่อยๆแตกสลายออกมา...ไทน์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจว่า

“บ้าน่า...”

ก่อนที่จะกล่าวออกไปอย่างไม่เชื่อถือว่า”พลังของตนกลับไม่สามารถทำอะไรเซบัสได้”อีกว่า

“...ไม่จริง”

“น้ำแข็งของนาย-มันเกิดจากละอองของสายน้ำที่ไหลวนเวียนอยู่ในอากาศ...”

เซบัสที่จ้องมองไปยังไทน์ส่งเสียงกล่าวออกไปท่ามกลางสายลมสีเขียวมรกตที่พุ่งวนอยู่รอบๆกายของเธอ-เขายังกล่าวต่อไปราวกับจะให้เสียงของสายลมไปกระซิบที่ข้างหูของไทน์อีกว่า

“...มันไม่ได้เกิดจากความหนาวเย็นของสายลมที่พัดพา-มันไม่สามารถที่จะแข้งแช่งผมได้หรอก”

...เพราะน้ำแข็งของไทน์เมื่อครู่เพียงอาบได้แต่รอบๆร่างของเขาเท่านั้น-ไม่สามารถแช่งแข้งไปถึงร่าง...ไปถึงวิญญาณของเขาที่มีละอองของสายลมสีเขียวมรกตที่ปกคลุมอยู่รอบๆกายได้

...ไม่แม้จะทำให้ร่างของเขารู้สึกได้แม้กระทั่งความหนาวเย็น

เพราะพลังอันยิ่งใหญ่ของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่ปกป้องคุ้มครองเซบัสไว้เหนือกว่าพลังความเย็นของไทน์ที่ใช้แช่งเย็นร่างของเซบัสไว้มากมายนัก

ทุกคนในยามนี้ทราบดีว่า”สายลมแห่งแดนเหนือกำลังปกป้องใครอยู่...มีเพียงโพอิกัสเท่านันที่ยิ่งออกมาอย่างมั่นใจ

...เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่ต่อสู้ด้วยเขาก็ทราบแล้ว

แต่ทุกคนที่จ้องมองไปยังไทน์ด้วยความสงสัยยิ่ง-สงสัยว่า”ใครเป็นผู้มอบถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่สายลมควบคุมสายน้ำให้กับไทด์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่งแดนเหนือกัน

“...”

ทุกคนต่างนิ่งเงียบคิดไปถึงหญิงสาวผู้หนึ่ง...เพียงแต่ไม่กล้าที่จะกล่าวถึงนามออกไปเท่านั้น

...เทพธิดาแห่งสายน้ำกลางมหาสมุทร-ที่มีพลังสามารถครบคุมบงการสายน้ำทั่วโลกหล้าได้ตามดังใจปรารถนา...แต่เธอใช่จะมอบถึงพลังนี้สนับสนันไทน์

แต่ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่คล้ายทราบถึงความจริงของทุกผู้คน-และทราบถึงความเป็นจริงที่เบื้องหน้าในยามนี้...ท่านเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างชัดเจนและมั่นใจว่า

“ผู้ที่มอบถึงพลังของสายน้ำให้กับไทน์ก็คือเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือเอง...”

“หา...”

โดโรธีส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจ เพราะไหนว่า”พลังจิตแห่งเทวะในยามนี้กำลังเรียกหาและคุ้มครองเซบัสอยู่ไม่ใช่หรือ”...มินะส่งเสียงถามท่านผู้เฒ่าออกไปทันทีว่า

“หมายความว่าไงค่ะ-คุณตา”

“พวกหนูไม่เข้าใจเลย”

มินากล่าวออกไปอีกคน...ผู้เฒ่าผู้รู้รอบรู้เพียงกวาดสายตาผ่านใบหน้าของแมวลูกแมวที่งงๆทั้งสายตัวที่เบื้องหน้า-แต่ท่านที่ทราบดีว่า”ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ไม่เข้าใจ”

“...”

ท่านยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

“....เพราะสายลมมีอำนาจเหนือสายน้ำไงล่ะ...”

เมื่อพบว่า”นอกจากพวกโดโรธีที่ยังไม่เข้าใจแล้ว-คราวนี้แม้แต่โซฟีเน่กับอาธีน่า อานิต้าก็เรื่องงงๆด้วยเล็กน้อย”...ท่านกวาดสายตาจ้องมองผ่านเจนนี่ที่เริ่มเอะใจคิดอะไรออกแล้ว-ท่านจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งได้ไงล่ะ”

“อ๋อ...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ-เธอยังกล่าวต่อไปว่า

“...ในอากาศและสายลมมีละอองน้ำอยู่ด้วย”

“เชอะ...”

อาธีน่าส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่โซฟีเน่คล้ายคิดออกก่อนหน้าเธอเล็กน้อย...เจนนี่ก็พยักหน้ารับเช่นกันในขนาดที่ดูเหมือนอาร์เชอะ โซฟาน เมียร่าและใครอีกหลายคนจะทราบดีอยู่แล้ว

...ไม่นับพวกเซที บัฟฟา คองก้าน่ะ

ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้-ท่านจึงกล่าวต่อไปอย่างมั่นใจและดังชัดเจนดุจเสียงกระซิบแห่งสายลมที่ข้างหูของทุกผู้คนว่า

“...ไทน์ที่เป็นมนุษย์ชนเผ่าแมวน้ำสีขาวผู้นี้มีความสัมพันธ์กับสายน้ำมากกว่าสายลม-จึงพอสามารถใช้สายน้ำได้เล็กน้อยตามพลังจิตแห่งเทวะที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกาย...”

ท่านหยุดเล็กน้อย-จับจ้องมองไปยังดาบสีเขียวของเจ้าหญิงแห่งแดนเหนือที่อยู่ในมือของไทน์แล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...บวกกับพลังของดาบของท่านเอวา มาเรียเบ็ลที่อยู่ในมือของไทน์-จึงทำให้ไทน์สามารถใช้สายน้ำที่ซุกซ่อนอยู่ในสายลมของแดนเหนือได้...ไงล่ะ”

“...”

ทุกคนในยามนี้ได้แต่จับจ้องมองไปยังไทน์ วานเท่านั้น...จับจ้องไปยังดาบสีเขียวมรกตของท่านเอวา มาเรียเบ็ล-เจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือในมือของเขา…

กับ...

องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่ยืนอยู่ด้านข้างของไทน์ที่กำลังใช้สายตากับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรุ้นร้อนกระวนกระวายใจจ้องมองไปยังเขา

...สายตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

...สายตานี้ที่มิเคยจ้องมองไปยังเซบัสเลย

“...”

แต่เซบัสคล้ายไม่สนใจถึงสายตานี้ขององค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่เบื้องหน้า-เพราะสายตาของเขาไม่มีเวลาจับจ้องไปยังเธอ...เซบัสในยามนี้จับจ้องมองไปเพียง 3 สิ่งเท่านั้น

เสาแห่งสายลมสีเขียว-กรีนวินด์มรกตที่เบื้องหน้าเท่านั้น...อันเป็นจุดหมายที่ยิ่งใหญ่ของเขา...

ไทน์ที่เบื้องหน้า...อุปสรรค์อันยิ่งใหญ่ที่คิดจะขัดขว้างถึงเขาที่ต้องก้าวไปยังเสาแห่งสายลมนัน...

...และ...

โซฟีเน่ที่ด้านหลัง...ผู้ที่ปลุกขึ้นในลืมตาตื่นขึ้นมาจากนิทราการหลับใหลอันยาวตาและจับจ้องมองมายังเขาด้วยประกายแห่งความเป็นห่วงกังวลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเสมอ...

“...”

ไทน์ที่สั่นสะท้าน-เขาจ้องมองไปยังเซบัสอย่างตื่นตระหนก...เขายังส่งเสียงร้องกล่าวไปอีกว่า

“ไม่จริง...”

ไทน์ยังร่ำร้องตอไปอีกว่า

“...คนที่นางรักต้องเป็นข้า-นางต้องเป็นของข้า...มิใช่ของมัน…”

ดวงตาที่อาบไปด้วยประกายสีม่วงเข้มจับจ้องมองไปยังเซบัสพร้อมทั้งร้ำร้องต่อไปอีกอยู่สุดเสียงร้องตะโกนว่า

“...ข้าไม่มีวันยินยอมอย่างเด็ดขาด…”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงของไทน์ วาเลนรอบๆร่างกายของเขาที่สาดแสงสีม่วงเข้มออกมาอาบร่างอย่างรวดเร็ว ละอองน้ำสีฟ้าที่ล่องลอยอยู่ในนภากาศรอบๆตัวต่างจับร่างของเขาในพริบตา...อาบร่างกายเป็นเกราะผนึกน้ำแข็งสีฟ้าที่เพียงถึงประกายสีม่วงเข้มไว้

เกราะน้ำแข็งที่เย็นยะเยือกและแหลมคมยิ่งปกคลุมทั่วร่างของไทน์ในพริบตาราวกับผลึกน้ำแข็ง...สายลมสีฟ้า-ม่วงเข้มโชยพัดผ่านร่างของทุกคนไปอย่างรวดเร็ว-พัดพริ้วเสียดแทงมอบความเย็นเขาไปในหัวใจผู้คนราวกับคมมีดที่กรีดลงมาบนผิวกาย

...อย่างชั่วร้ายยิ่ง

แม้แต่องค์หญิงแห่งสายลมที่ยืนอยู่ด้านข้างของไทน์ถึงกับไม่อาจที่จะทนได้ถึงสายลมอันรุนแรงและแหลมคมที่พุ่งพัดออกมานี้จนต้องพลิ้วกายก้าวถอยออกไปถึง 6-7 ก้าว

“หึ...หึ...หึ...”

ไทน์ที่อยู่ภายในเกราะผนึกน้ำแข็งสีฟ้าเปลงประกายสีม่วงเข้มถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างทรงอำนาจอีกครั้งหนึ่ง...ถึงร่างของเขาที่เปลี่ยนเกราะจากสีเขียวแห่งแดนเหนือเป็นสีฟ้า-ม่วงจะไม่ได้สูงใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม

แต่ทุกคนที่ต่างจับจ้องมองไปยังไทน์ในยามนี้ต่างรับรู้ได้ถึงพลังและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ผ่านออกมาจากร่างนั้น-พลังที่ยิ่งใหญ่จนเทียบได้กับองค์ราชันย์ องค์เทวาผู้ยิ่งใหญ่

...เจ็ดเทวะราชันย์

“ย๊าก...ก”

ไทน์ส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอีกครั้ง-เขาพุ่งร่างเข้าใสเซบัสอย่างรวดเร้ว...หมัดซ้ายถึงกับต่อยใส่หน้าอกของเซบัสอย่างรวดเร็ว รุนแรงยิ่ง

“เปรี้ยง...”

เสียงดังกังวานปานบัลลังก์บนสรวงสวรรค์จะพลิกคว่ำ...ร่างของเซบัสที่พุ่งกระเด็นลอยไปด้านหลังอย่างรุนแรงพร้อมทั้งประกายผลึกน้ำแข็งสีฟ้า-ม่วงเข้มจะพุ่งอาบไปตามร่างของเซบัสที่กระเด็นไปชนกำแพงที่เบื้องหลังก่อนที่ผลึกน้ำแข็งสีฟ้ามากมายจะเกล็ดตามร่างของเขา

“หา...”

ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่คล้ายรับทราบทุกสิ่งทุกอย่างผ่านดวงจิตของตนส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ...ในขนาดที่ทุกคนเพียงมองเห็นแค่ร่างของเซบัสกระเด็นพุ่งลอยผ่านข้ามกายของตนไปชนกำแพงเท่านั้น

“...”

โลอิ้ที่เห็นถึงหมัดของไทน์ต่อยใส่หน้าอกของเซบัสอย่างชัดเจน-เขาถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหนักใจ...เพราะแม้แต่ตนก็ไม่ทราบว่า”จะรับมือกับหมัดนี้ของไทน์ได้หรือไม่”

“เซบัส...”

โซฟีเน่ที่หันไปมองยังร่างของเซบัสที่พุ่งพาผ่านถึงราวกับประกายแสงที่ตัดผ่าน-ถึงกับส่งเสียงร้องออกไปด้วยความร้อนใจราวกับจะพุ่งร่างกางบินออกไปหาเขาในพริบตา...อาร์เชอะที่เห็นเช่นนั้นถึงกับคว้ามือซ้ายของโซฟีเน่มากุมไว้อย่างมั่นคง...

...และมั่นใจ

เธอยิ้มออกมาทั้งกล่าวต่อไปอย่างมั่นใจว่า

“...ไม่ต้องห่วงหรอก...”

อาร์เชอะที่กวาดสายตาอันเรียวสวยสีเขียวมรกตจับจ้องมองไปยังร่างของเซบัสที่ค่อยลุกขึ้นยืนอยู่อย่างไม่เป็นไร...เธอมองเห็นถึงเกล็ดหิมะสีฟ้า-ม่วงเข้มที่ค่อยๆล่วงหล่นลงมาจากร่างกายเขาราวกับไม่สามารถจับไปถึงร่างของเซบัสได้

...ประกายสายลมสีเขียวมรกตที่อาบยังร่างของเซบัส-ยังคงปกป้องเขาอยู่...ราวกับพรแห่งสายลมที่ไร้รับจากเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่มิมีวันจางหาย

...รวมทั้งความรักของเธอ

“...”

นี่เป็นอีกสิ่งที่ทำให้อาร์เชอะต้องลอบขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ-ตราบใดที่สายลมสีเขียวมรกตและเสียงเพรียกหานี้ยังคงปกป้องเซบัสอยู่

...ความรักของหญิงสาวที่ยังคงซุกซ่อนอยู่อย่างนิรันดร์จะไม่มีวันจากจางมลายสลายหายไปอย่างเด็ดขาด

“...เซบัส”

ในขนาดที่เสียงของโซฟีเน่ที่ส่งเสียงร้องออกไปอย่างดีใจที่เซบัสไม่เป็นอะไร...ดวงตาทีเรียวงามของอาร์เชอะกลับจ้องมองผ่านองค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่เบื้องหน้าไปยังเสาแห่งสายลม-กรีนวินด์อย่างหนักใจ

...เพราะศัตรูความรักของโซฟีเน่กลับไม่ใช่องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่เบื้องหน้า...แต่เป็นเจ้าของเสียงเพรียกหาแห่งสายลมสีเขียวมรกตนั่นต่างหาก

แต่ความดีใจของโซฟีเน่ก็ต้องหยุดลงไปแค่นั้นกับเสียงที่ร้องตะโกนออกมาอย่างก้องฟ้า

“ย๊าก...ก”

เมื่อร่างของไทน์พุ่งทะยานผ่านราวพวกเธอไปราวกับกระแสลมพายุหิมะที่รวดเร็ว รุนแรงและหนาว-พัดพาร่างของทุกคนให้กระเด็นลอยถอยไปทันที...อาร์เชอะที่เห็นเช่นนั้นเธอกางปีกทั้งสองของเธอออกมาอย่างรวดเร็ว

...ปีกซ้าย-ปีกขนนกสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ยิ่ง

...ปีกขวา-ปีกแสงขนนกสีชมพูที่สวยงดงามยิ่ง

เธอพุ่งออกไปยังเบื้องหน้าของโซฟีเน่อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งยื่นมือขวาออกไปยังเบื้องหน้าป้องกันถึงสายลมและพายุน้ำแข็งที่พัดมาอย่างรุนแรงจากการพุ่งผ่านของไทน์ ทำให้แอร์โร่ ซิลเวอร์ อาธีน่า เมียร่ากับฟอการิต้า ทาญาที่ยืนอยู่ด้านหลังปลอดภัยไปด้วย

...

แสงจากดวงตะวันที่สาดส่องลงมาถึงยังร่างของเซเรสกับตัดผ่านพายุหิมะน้ำแข็งสีฟ้า-ม่วงเข้มของไทน์ให้คงเหลือไว้เพียงสายลมสีเขียวมรกตจากเสาแห่งสายลมที่โชยพัดรอบๆตัวเธอ...ราวกับพรแห่งแสงสว่างที่กำลังปกป้องคุ้มครองเธออยู่

โลอี้ที่ยืนอยู่อย่างมั่นคงเบื้องหน้าของเจนนี่กับโซฟานเพียงที่อาบเพียงเกล็ดน้ำแข็งเล็กน้อยถูกลมพายุพัดให้ร่างถอยหลังออกไปเล็กน้อยตามพื้นน้ำแข็งด้านหลังฝ่าเท้าทั้งสองที่แตกสลายไป ทำให้ทั้งโซฟานและเจนนี่ปลอดภัยจากสายลมที่พัดและเกล็ดน้ำแข็ง

ในขนาดที่ร่างของโดโรธีทซึ่งปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะสีขาวถึงกับปลิ้วถอยหลังไปหมายจะชนใส่เสาที่ด้านหลัง-จาริโค้ที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบพุ่งร่างไปรอบร่างของโดโรธีไว้ในโอบอกของตนทันที

...

โดโรธีได้แต่อายจะหน้าแดงไม้กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมา...ในขนาดที่จาริโค้ส่งเสียงถามออกไปด้วยความเป็นห่วงว่า

“เป็นอะไรมัย”

“ปล่อยฉันลงน่ะ”

โดโรธีส่งเสียงร้องโว๊ยวายออกไปด้วยความไม่พอใจทั้งๆที่ยังหน้าแดง...จาริโค้จึงยิ้มออกมาจากเจ้าชู้นิดๆ-ก่อนที่จะกล่าวว่า

“เรื่องอะไรจะปล่อ...โอ๊ย...”

แต่ยังไม่ทันที่จะกล่าวจบเขาก็ต้องส่งเสียงร้องออกมาก่อนเมื่อร่างของมินะพุ่งเข้ามาชนอย่างแรง-จนร่างของจาริโค้ที่ยืนอย่างมั่นคงในตอนแรกถึงกระเด็นลอยไปกระแทกกับเสาอย่างแรงจนต้องส่งเสียงร้องออกมา...แต่ยังไม่จบแค่นั้นเมื่อมินาที่ลอยมาอย่างคนกับกลับตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็วเอาเท้าถีบใส่ใบหน้าของจาริโค้ก่อนที่จะกระโดนลงพื้นอย่างปลอดภัยเมื่อสายลมอันรุนแรงผ่านพ้นไป
ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่คล้ายรู้ว่า”ไทน์จะพุ่งโจมตีมาอย่างรวดเร็วจนเกิดพายุหิมะพัดนั้น”-กลับไปหลบอยู่ด้านหลังเสาอย่างรวดเร็ว ฟ็อก์ซกับคูเปอร์ที่เช่นว่าผิดสังเกตจึงรีบพุ่งหลังไปอย่างรวดเร็วทำให้ปลอดภัยเช่นกัน...ผิดกับพวกฟ็อก์ซวัน ทูทรีและซีโร่ที่ถูกสายลมพัดพาร่างไปพร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งที่อาบร่างลอยไปต่างพยายามคว้าเกาะเสาน้ำแข็งสีเขียวมรกตอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขนาดที่พวกเซทีและลูกเรือคนอื่นรวมทั้งต่างถูกพัดกระเด็นไปติดกำแพงกลายเป็นกองหิมะน้ำแข็ง

ส่วนพวกอานิต้ากับเรย์ร่าที่ปลอดภัยไม่ถึงกับถูกสายลมพัดกระเด็นลอยไปนั้นเพราะวอรัสกับพอลาร์ที่สามารถยืนหยัดท้าทายไปถึงสายลมนี้ต่างยื่นมือมาคว้าร่างของพวกเธอไว้ทำให้ปลอดภัย...โพอิกัสที่ไม่สามารถต้านสายลมไดก็กลับฟุบร่างลงไปยังรวดเร็วกับพื้นปล่อยสายลมพัดผ่านหลังของตนไป

“ทุกคนมาที่นี่เร็ว”

อาร์เชอะส่งเสียงร้องสั่งการออกไปอย่างรวดเร็วเพราะเธอรู้สึกได้ถึงสิ่งต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้น...พวกโดโรธี มินะ มินาะ เจนนี่และโซฟานจะพุ่งร่างมายังด้านหลังของอาร์เชอะภายใต้บาเรียของเธออย่างรวดเร็วยิ่ง

“เซบัส...”

โซฟีเน่ที่ปลอดภัย-เธอถึงกับส่งเสียงร้องออกไปอย่างตกใจแต่เป็นห่วง...เมื่อหันไปเห็นถึงไทน์กำลังระดมหมัดซ้ายต่อยและดาบในมือขวาฟันลงไปยังร่างขชองเซบัสอย่างไม่ยั้ง

...ราวกับจะใช้กำลังบดขยี้ร่างของเขาให้ดับสูญไปเมื่อไม่สามารถใช้สายลมแช่งแข้งเขาได้

“...”

อาร์เชอะที่ข้างกายเพียงยิ้มออกมาพร้อมทั้งกล่าวออกไปว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอก-โซฟีเน่”

“ทำมัยค่ะ-พี่อาร์เชอะ”

โซฟีเน่หันกลับไปถามอาร์เชอะ...อาร์เชอะที่ยิ้มออกมาอย่างงดงามดั่งแสงจันทร์ที่สูงส่งจนสุดหล้าเพียงกล่าวออกมาว่า

“น้องลองมองดูดีๆสิ-โซฟีเน่...แล้วน้องจะเห็นเองว่าทำมัยกัน”

“ค่ะ”

โซฟีเน่ส่งเสียงตอบรับกลับไปอย่างงงๆ-เธอรีบใช้ประกายตาสีเขียวมรกตหันกลับไปมองยังเซบัสด้วยความเป็นห่วง...แต่สิ่งที่เธอเห็นยังคงเป็นไทน์ที่ระดมโจมตีใส่ร่างของเซบัสอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนมองไท่ทัน ราวกับพายุหิมะน้ำแข็งที่รุนแรงซัดใส่ร่างของผู้คนอย่างไม่หยุดยั้งจนปราสาทผลึกน้ำแข็งสีเขียวมรกต-กรีนคริสตัลถึงกับสั่นไหวไม่ทั้งหลัง ประกายพลังของไทน์ที่โจมตีถึงกับทำให้ปราสาทเกิดการแตกร้าวมากมาย

...

ส่วนเซบัสได้แต่นิ่งเงียบเฉยท่ามกลางพายุหิมะที่โดนกระหน่ำนั้นราวกับเหมือนจะไม่เป็นอะไรเลย...

“เอ๋ะ...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอจะค่อยจ้องมองเห็นถึงหมัดซ้ายของไทน์ที่ต่อยไปใส่ใบหน้าของเซบัสอย่างรวดเร็ว-แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะสัมผัสถึงร่างของเซบัสก็คล้ายกับมีสายลมเล็กๆสีเขียวมรกตมารองรับเป็นโล่ป้องกันใบหน้าของเซบัส

...ถึงกับสลายความรุนแรงของหมัดนั้นไปจนหมดสิ้น

ส่วนดาบให้มือขวาของไทน์ที่ฟันลงไปอย่างสุดแรง-ก่อนที่จะสัมผัสถึงร่างของเซบัสก็ถูกสายลมที่โชยพัดรอบๆร่างเขาหมุนวนรอบๆคมดาบให้คมดาบถึงกับเบนไปยังทิศทางอย่างอย่างง่ายดาย...การโจมตีทั้งมวลของทนที่รุนแรงราวกับพายุหิมะอันโหดร้ายยิ่งในฤดูหนาวกลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่างของเซบัสเลยแม้แต่น้อย

...ราวกับได้รับถึงพรแห่งสายลมคุ้มครองอยู่-เป็นสายลมสีเขียวมรกตแห่งแดนเหนืออันเต็มเปี่ยมได้ด้วยความรักของมาเรียเบ็ล

“เฮ้อ...”

ท่ามกลางทุกคนที่รู้สึกได้ถึงสายลมอันหนาวเย็นดุจคมมีดกรีดเข้ามาในผิวกาย-เซบัสที่ไม่เป็นอะไรเลยเพียงส่งเสียงถอนหายใจออกมา...ดวงตาสีเขียวมรกตของเขายังคงจ้องมองไปยังไทน์ที่เบื้องหน้าซึ่งเงื้อดาบที่ฟันพลาดกลับไปพร้อมที่จะตวัดหมัดซ้ายต่อยมาอีกครั้ง

...

ในช่องว่างของเสี้ยวเวลาวินาทีนั้นเอง...เซบัสที่กำหมัดซ้ายขึ้นอย่างรวดเร็ว-เขาต่อยมันออกไปใส่ท้องของไทน์

“เปรี้ยง...ง”

เพียงครั้งเดียวจากการโจมตีของเซบัสก็สามารถหยุดยั้งถึงการโจมตีที่รุนแรงดุจลมพายุคลุ้มคลั้งของไทน์ได้-ทุกสิ่งที่อย่างถูกหยุดลงไปในพริบตานั้น...เกราะน้ำแข็งสีฟ้าที่ป้องกันท้องของไทน์ถึงกับแตกสลายไปพร้อมทั้งร่างของไทน์ที่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากุ้มท้องของตนอยู่เบื้องหน้าของเซบัส

...

ทุกคนต่างนิ่งเงียบจ้องมองไปยังไทน์ที่เหมือนกับคุกเข่าให้กับเซบัส-ราวกับรับรู้ถึงผลการต่อสู้ที่จบลงแล้ว...ด้วยชัยชนะของเซบัส

“เซบัส...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกมาไปอย่างดีใจพร้อมกับรอยยิ้มที่ดั่งดวงตะวันสาดส่องแห่งความหวังลงมาขับไล่ยังพายุหิมะอันหนาวเย็นให้หมดสิ้นลงไป...ในขนาดที่พวกเจนนี่ โดโรธี มินะ มินาและใครอีกหลายต่อหลายคนต่างไม่แปลกใจเลยต่อชัยชนะของเซบัส เพราะ...

...เขาคือองค์ราชันย์แห่งแดนสรวงผู้ที่เคยสยบมิราจ-ราชาแห่งทะเลทรายสีทองผู้ยิ่งใหญ่มาแล้ว

“ย๊าก...”

แต่ไทน์ที่ยังไม่หยุดแค่นั้นเขายังรวบรวมแรงทั้งมวล-ร่างทั้งร่างคล้ายอาบด้วยประกายสีม่วงเข้มแทงดาบให้มือขวาใส่ร่างของเซบัสอีกครั้งอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง

“ลูเซ่...”

สายลมสีเขียวมรกตยังคงปกป้องเซบัส-เป็นสายลมแห่งมาเรียเบ็ล...ก่อนที่จะพัดบัดดาบของไทน์ที่แทงใส่หน้าอกและหัวใจของเซบัสให้เบนออกไปเลยหัวไล่เขาออกไป...

แต่ร่างของไทน์ยังไม่หยุดแค่นั้น-เขายังคงพุ่งร่างต่อมาเอาเขาน้ำแข็งบนหน้าผากหมายจะแทงใส่ใบหน้าของเซบัสอย่างรุนแรงราวกับจะตายตกไปตามกัน

...เขายอมตายพร้อมกลับเซบัส-แต่ไมมีวันยอมให้เซบัสไปถึงยังเสาแห่งสายลมกรีนวินด์ได้หรอก

“เซบัส”

โซฟีเน่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจอีกครั้งหนึ่ง...แม้แต่พวกโดโรธี มินะ มินา เจนนี่ โซฟาน อาธีน่า เซเรสก็ได้แต่จ้องมองทุกสิ่งทุกอย่างอย่างตกตะลึงไม่สามารถส่งเสียงใดๆออกมาได้ เมียร่าที่ไม่ต้องการมองภาพนั้นถึงหลับตาลงไปพร้อมทั้งยกมือขึ้นปิดดวงตาของฟอการิต้าไว้อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ

“...เฮ้อ”

เซบัสส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างอันจนปัญญาอีกครั้งหนึ่ง...ในรอยต่อของวินาทีที่มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวได้-เซบัสพุ่งหมัดซ้ายต่อยเสยปลายค้างของไทน์ออกไปอย่างรวดแรงและรวดเร็ว

“เปรี้ยง...ง”

จนร่างของไทน์ถึงกับลอยกระเด็นพุ่งกลับชนยังเสาแห่งด้านหลังนิ่งไม่ไหวติ่ง-เกราะน้ำแข็งทั่วร่างของเขาถึงกับแตกร้าวออกมาในพริบตา...แต่ศึกยังกลับไม่ยอมสิ้นสุดลงแค่นั้น

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ไทน์ที่นอนนิ่งพลันส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมทั้งลุกขึ้นมาอย่างแช้มช้า-ทุกคนสามารถเห็นได้ถึงร่างกายที่อ่อนเปลื้ยและบาดเจ็บของเขาได้อย่างชัดเจน...แต่ไทน์กลับส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มีพลังแค่นี้เองหรือองค์ราชันย์แห่งแดนสรวง”

...

ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบจ้องมองไปยังไทน์ วาเลนเท่านั้น...จ้องมองไปยังประกายแสงสีม่วงเข้มที่สาดออกมาจากร่างของเขาต่างรอยแยกของเกราะน้ำแข็งที่แตกร้าว

“ตายซ่ะเถอะ”

ไทน์ส่งเสียงร้องตะโกนก้องพร้อมทั้งตวัดมือขวากางตรงไปยังเซบัสที่เบื้องหน้า-สายลมน้ำแข็งสีฟ้าม่วงเข้มมากมายพุ่งตรงไปยังร่างของเซบัสก่อนเป็นผลึกน้ำแข็งมากมายที่รอบๆตัวเขา...ก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกได้ถึงปราสาทผนึกน้ำแข็งกรีนคริสตัลที่สั่นไหว-หลังคาปราสาทถึงกับแตกร้าวลงมาพร้อมทั้งภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาประมาณ 2-3000 กิโลคว่ำตกลงมาหันปลายอันแหลมคมใต้เหนือร่างของเซบัส

...ไทน์ในตอนนี้ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว...ขอเพียงขัดขว้างเซบัสได้ถึงทุกคนจะต้องตาย ดินแดนน้ำแข็งแห่งนี้จะต้องล่มสลายลงไปก็ไม่เป็นไรแล้ว

“...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่บ้าคลั้งของไทน์ที่ดังก้องไปทั้วท้องฟ้าแดนแดน...โดโรธี มินะ มินาที่เห็นถึงภูเขาน้ำแข็งยักษ์ถล่มลงมาจนปราสาทผนึกน้ำแข็งพังทลายลงไปมาพริบตาถึงกับก้มลงไปนั่งเอามือกุมหัวอย่างตกใจ-โดโรธีเธอยังร้องออกมาว่า

“งานนี้ตายแน่เลย”

“จะทำยังไงกันดีล่ะ-มินา”

มินะที่นั่งกอดกับมินาส่งเสียงถามออกไป..มินาก็ได้แต่ตอบออกไปว่า

“ไม่รู้สิ”

ก่อนที่ทั้ง 3 จะนั่งหลับตารอความตายอันหนาวเย็นยะเยือกภายในภูเขาน้ำแข็งที่กดทับลงมานี้ราวกับลืมไปว่า”ครั้งหนึ่งอาร์เชอะเคยช่วยพวกเธอให้รอดมาแล้ว”

“เอ๋ะ...”

หลังจากที่รออยู่นานก็ไม่รู้สึกว่า”ภูเขาน้ำแข็งตกลงมาเสียที”...โดโรธีถึงกับแอบลืมตาซ้ายเงยขึ้นไปมองยังด้านบน-เธอมองเห็นถึงภูเขาน้ำแข็งถึงกับหยุดลอยคว่ำอยู่เหนือหัวของพวกเธอไปประมาณ 3 เมตร

“...หา-เรารอดตายแล้วมินา”

มินะส่งเสียงออกมาอย่างได้...ในขนาดที่มินาก็โห่ร้องออกมาอย่างดีใจว่า

“ไชโย”

ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่า”เพราะอะไร”...แต่โซฟีเน่ที่อยู่ยืนใกล้ๆพวกลูกแมวที่แสนซนทั้ง 3 ตัวกลับส่งเสียงร้องออกไปอย่างดีใจยิ่งกว่าว่า

“เซบัส”

ก่อนที่พวกโดโรธีจะจ้องมองไปยังเซบัสตามเสียงเรียกของโซฟีเน่...พวกเธอตามเห็นถึงเซบัสที่ยืนอยู่ภายใต้ยอดอันแหลมคมของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมากำลังชี้ปลายนิ้วชี้ขวาขึ้นถึงภูเขาน้ำแข็งที่ตกลงมาให้ลอยหยุดอยู่เหนือหัวของทุกคนอย่างง่ายดาย

“โอ้...”

ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ถึงกับอุทานออกมา-ท่านที่รอดตายยังกลายออกมาอีกว่า

“...พลังขององค์เจ็ดเทวะราชันย์ชั่งยิ่งใหญ่นัก”

เพราะถึงไทน์จะมีพลังในการสร้างภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ขึ้นมาแต่ก็ใช่ว่า”จะมีปัญหาหยุดถึงภูเขาน้ำแข็งที่หนักถึงล้านล้านล้านเมกะตันลูกนี้ได้”



Edit by Hayashi DaN - 26 ก.ค.51 เวลา 23:06:33 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 26 ก.ค.51 เวลา 22:03:44 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

“ว้าว...”

ก่อนที่ทุกคนซึ่งจ้องมองไปยังเซบัสเสาแห่งแสงสีเขียวมกรตอันงดงามเรื่องรองเบื้องหน้าทุกคน...เสาสีเขียวมรกตที่พัดพลิ้วเป็นสายสีเขียวมรกตมากมาย-พัดจางหายไปในสายลมที่โชยพัด...
เป็น...

ปีกแห่งแสงสีเขียวมรกตที่กลางหลังทั้งสองของเซบัส...

สีเขียวทีงดงามทรงพลังราวแสงแห่งตะวัน นุ่นนวลอ่อนโยนดุจแสงแห่งจันทรา ประกายงดงามดั่งสายลมสีเขียวมรกตแห่งความฝันและความหวัง...เป็นแสงสีเขียวมรกตที่เป็นปีกทั้งสองของเซบัส

“เปรี้ยง...ง”

ก่อนที่ยอดแหลมของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่เหนือปลายนิ้วของเซบัสจะร้าวอย่างรวดเร็วไปตลอดทั้งลูก-แตกสลายกลายเป็นละอองสีเขียวมรกตชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่งดงามจับตายิ่งถักท่อภายในแสงตะวัน...แต่ไม่สามารถทำอันตรายใครๆใดๆได้ เพียงพัดพริ้วลงมาอย่างงามจับตา-มอบความเย็นสบายให้กับผู้คนยิ่ง

ท่ามกลางความพ่ายแพ้ของไทน์...เซบัสที่จ้องมองไปยังเขาที่เบื้องหน้ายังคงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

“ยอมรับความพ่ายแพ้เถอะ”

“ไม่...”

ไทน์ส่งเสียงตะโกนร้องออกมาอย่างดื้อรั้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมประกายแสงสีม่วงเข้มที่สาดที่ออกมาจากรอแยกอันแตกร้าวบนเกราะของไทน์ถึงกับถักท่อเป็นรูปวิหกขนาดมหึมาสูงใหญ่ราว 10 เมตร-ปีกกว่างถึง 20-30 เมตรก่อนที่จะเกิดขึ้นเป็นวิหกน้ำแข็งสีม่วงแข้งร่างยักษ์ที่มีเหลือพร้อมศีรษะและหน้าอกของไทด์ประดับอยู่ที่กลางหน้าผากของมัน

“หา...”

“นี่...”

โดโรธีกับเจนนี่ส่งเสียงร้องออกมาได้เพียงแค่นั้น...ก่อนที่ไทน์ในร่างของวิหกขนาดยักษ์นับสิบๆเมตรจะกระพือปีกอย่างรวดเร็วซัดซ่าพายุหิมะมากมายโหมกระหน่ำใส่ร่างผู้คน แม้แต่พวกโซฟีเน่ โดโรธี เจนนี่ที่อยู่ภายหลังปีกทั้งสองของอาร์เชอะที่ปกป้องทุกคนไว้ยังคงรู้สึกถึงสายลมหนาวอันเย็นยะเยือกที่เสียดผิวกายไม่ได้

“เฟียว...ว”

สายลมหนาวสีม่วงเข้มพัดพาอย่างรุนแรงจนปราสาทกรีนคริสตัลที่ทุกคนยืนอยู่ในยามนี้เหลือเพียงแต่บัลลังก์สีเขียวมรกตของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือเท่านั้นที่ยังคงตั้งแต่มั่นคงอยู่บนลานที่ว่างเปล่าแห่งนี้-ปราศจากแม้แต่เกล็ดน้ำแข็งจะจับต้อง...กับเพียงอาร์เชอะที่กางปีกทั้งสองปกป้องทุกคนอยู่

“อ๊าก...ก”

ส่วนวอรัส พอลาร์ โพอิกัสที่ส่งเสียงออกมาถูกสายลมพัดพริ้วออกไปถึงกับไม่สามารถปกป้องอานิต้ากับเรย์ร่าได้อีก-ยังดีที่องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือกางมืออกมาปกป้องทั้งสองไว้ภายใต้บาเรียแห่งสายลมสีเขียวของเธอ...แต่ก็เต็มฝืดเหมือนกัน

...ซึ่งอาร์เชอะที่มองเห็นก็ไม่ได้รู้สึกที่แปลกใจเลยถึงพลังขององค์หญิงแห่งแดนเหนือที่เบื้องหน้าว่า”ซึ่งน้อยกว่าไทน์”เลย

ก่อนที่ทุกคนจะเห็นถึงร่างวิหกของไทน์พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า โบยบินอยู่อย่างอิสระเสรีพร้อมกับทุกคนที่กระพือปีกจะปรากฏแท่งน้ำแข็งขนาดมหึมามากมายพุ่งนับร้อยนับล้านพันสายพุ่งตกลงมาใส่ร่างของเซบัสที่เบื้องล่างราวกับมีชีวิต

“กรี๊ด...ด”

ถึงจะถูกภายใต้บาเรียสีชมพูของอาร์เชอะที่คุ้มครองทุกคนไว้-แต่โดโรธีก็อดที่จะส่งเสียงกรีดร้องออกหมายอย่างตกใจไม่ได้เช่นกัน...แอร์โร่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆอาร์เชอะส่งเสียงถามออกไปด้วยความเป็นห่วงว่า

“เป็นอะไรมัย-อาร์เชอะ”

“ไม่เป็นไร...”

อาร์เชอะส่งเสียงตอบออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะแท่งน้ำแข็งมากมายที่ไม่มีมีเป้าหมายที่พวกตน...แต่ในขนาดที่แอร์โร่กลับยิ้มออกมาอย่างขี้เล่น-อาร์เชอะกลับชิงพูดดักคอออกมาก่อนว่า

“...นี่ไม่ใข่เวลาจะมาพูดอะไรงี่เง่าน่ะ”

“พูดอะไรงี่เง่า”

แอร์โร่แกล้งโง่ส่งเสียงถามออกไปอย่างขี้เล่น...มินะที่กำลังก้มหัวหมอบอยู่กับพื้นก็ยังไม่วายกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ซุกซนว่า

“ก็อย่างเช่นที่ระวังลูกในท้องไงล่ะค่ะ”

“...”

แอร์โร่ถึงกับสะอึกเล็กน้อย...มินายังกล่าวต่อมาอีกพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ซุกซ่อนไม่แพ้น้องสาวอีกว่า

“ใช่มัยค่ะ-กัปตัน”

“...”

อาร์เชอะไม่ตอบอะไรทั้งสองออกไปและทุกคนก็เช่นกัน...โดยเฉพาะโซฟีเน่ที่กำลังจ้องมองไปยังเซบัสด้วยความสนใจถึงแท่งน้ำแข็งมากมายที่พุ่งตรงไปยังร่างของเขาถึงกับสลายหายไปในพริบตาจากสายลมสีเขียวมรกตที่ปกป้องอยู่รอบๆกายของเขา

“ย๊าก...ก”

ไทน์ที่รู้ว่า”แท่งน้ำแข็งของตน-ไม่สามารถทำอะไรเซบัสได้”...เขาที่อยู่บนหน้าผากของวิหกสีม่วงเข้มส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างรุนแรงพร้อมทั้งพุ่งทะยานร่างจากฟากฟ้าลงมาตัดสายลมสีเขียวมรกตก่อเกิดเป็นกระแสพายุน้ำแข็งอันรุนแรงอันจงอยปากนกอันแหลมคมพุ่งใส่ร่างของเซบัสทันที

“เฟียว...ว”

ราวของวิหกที่พุ่งลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งสายลมพายุหิมะน้ำแข็งพุ่งใส่ร่างของเซบัสอย่างรุนแรง...

“...”

เซบัสเพียงยกมือซ้ายขึ้นขว้างเบื้องหน้าก็สามารถหยุดยั้งถึงวิหกสีม่วงเข้มที่พุ่งลงมาในพริบตาทันอย่างง่ายดาย...ไทน์ถึงกับส่งเสียงร้องออกไปว่า

“บ้าน่า...”

เซบัสออกแรงเพียงเล็กน้อยพลิกร่างของเจ้าวิหกสีม่วงเข้มปาขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมทั้งเสียงของไทน์ที่ร้องตะโกนก้องออกมาว่า

“...ไม่จริง”

“เฟียว”

ไทน์ที่ยังไม่ยอมแพ้ยังคงกระพือปีกออกมามาอย่างไม่หยุดย้ำ สายลมมากมายก่อเกิดเป็นกระแสลมอันมากมายที่ท้องฟ้าเบื้องหน้าของตนและเซบัสก่อนที่จะปรากฏออกมาเป็นหอกน้ำแข็งขนาดมหึมาพุ่งตัดลงมาจากขอบฟ้าใส่ร่างของเซบัสที่อยู่เบื้องล่าง

“เฟียว”

คมหอกพุ่งทะยานลงมาพร้อมทั้งเสียดอากาศจนก่อเกิดฝนน้ำแข็งมากมายนับไม่ถ้วนตกลงมาจากฟากฟ้าใส่ร่างของเซบัสและทุกคนที่เบื้องล่างอย่างไม่ปราณี

“เฟียว...”

อาร์เชอะที่เห็นเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อยถึงการโจมตีในครั้งนี้ของไทน์ที่เธอไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้หรือไม่...เซบัสที่เห็นเช่นนั้นจึงชูมือซ้ายขึ้นสู่ท้องฟ้า-มือที่สาดถึงประกายแสงสีเขียวมรกตออกไป

ประกายสีเขียวมรกตที่สุกสว่าง สวยงดงามยิ่งกว่าประกายใดๆ

...ยิ่งกว่าสีเขียวของสายลมที่สวยงาม

...ยิ่งกว่าดวงตะวันบนฟากฟ้าที่ทรงพลัง

...ยิ่งกว่าแสงจันทราอันนุ่นนวลอ่อนโยนกลางราตรี

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

ประกายแสงสีเขียวจากฝ่ามือของเซบัสที่ชูขึ้นถึงกับสาดออกไปออกไปสลายถึงฝนน้ำแข็งมากมายของหอกน้ำแข็งที่พุ่งลงมาจึงเสียดแทงอากาศและสายลมให้หายไปในพริบตา-ก่อนที่เซบัสจะตวัดมือซ้ายออกตนออกไปอย่างรวดเร็วยิ่ง...

...เร็วยิ่งกว่าสายลม

...เร็วยิ่วกว่าความคิดของใครๆ...

“เฟียว”

ประกายคมดาบแห่งแสงสีเขียวมรกตของเซบัสถึงกับพุ่งทะยานตัดปลายหอกอันแหลมคมของไทน์ วาเลนพุ่งตรงไปยังร่างวิหกสีม่วงเข้มของไทน์ในพริบตา

“เพร่ง”

ราวกับเสียงของแก้วที่แตกสลายทั้งคมหอกน้ำแข็งและร่างวิหกของไทน์ถึงกับแตกสลายลงไปในพริบตาเหลือเพียงละอองของสีเขียวมรกตอันงดงามที่เล็กยิ่งกว่าละอองหยาดหยดน้ำในนภากาศล่วงล่วงลงมาจากฟากฟ้างามจับตาผู้คนยิ่งนั้น...โซฟีเน่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“สวยจังเลย”

“เฟียว”

พร้อมทั้งร่างของไทน์ที่ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างพ่ายแพ้ เกราะสีฟ้า-ม่วงเข้มและร่างวิหกของเขาถึงกับสลายไปหมดสิ้งถึงกับร่างเปล่าเปลื่อยท่อนบนให้เห็นถึงขนสีขาวที่มีลายจุดสีดำตรงต้นคอของแมวน้ำหิมะ...ตกกระทบพื้นดังลั้น

“โครม”

“ไทน์”

องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่จ้องมองยังไทน์ที่ล่วงลงมานอนนิ่งแต่ยังกำดาบสีเขียวมรกตไว้แน่ไม่ยอมปล่อย-แม้ตายก็ไม่ยอมปล่อย...เธอส่งเสียงร้องออกไปพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปประคองด้วยความเป็นห่วง

“ตุบ...ตุบ...”

เธอวิ่งไปประคองไทน์ขึ้นมาพร้อมทั้งกล่าวออกมาทั้งน้ำตาที่น่องหน้าว่า

“มันจบส่งเสียงแล้ว-มันจบลงแล้ว”

“เซบัส…”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจท่ามกลางเสียงโห่ร้องของพวกโดโรธี มินะ มินา-เธอกางบินสีขาวบินพุ่งร่างไปหาเขาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งถามว่า

“...ไม่เป็นอะไรใช้มัย”

“อืมม์”

เซบัสเพียงส่งเสียงตอบรับกลับไปพร้อมทั้งรอยยิ้ม-ประกายตาสีเขียวมรกตของเขาจับจ้องมองโซฟีเน่ราวกับจะจารึกเธอลงไปยังส่วนที่ลึกแห่งขั้วหัวใจ...

“ลูเซ่...”

เสียงสายลมโชยพัดมาอีกครั้งหนึ่ง...เซบัสละสายตาสีเขียวมรกตจากที่จับจ้องโซฟีเน่กลับกลับไปมองยังเสาแห่งสายลมที่เบื้องหน้า

“เซบัส...”

โซฟีเน่ส่งเสียงออกมาอีกครั้งหนึ่ง...เซบัสจึงหันกลับไปมองตามเสียงเรียกของเธอ-เขามองเห็นถึงรอยยิ้มที่งดงามดั่งแสงตะวันสาดส่องประทับลงมาในประกายตาสีเขียวมรกตของตน

โซฟีเน่ยิ้ม...ยิ้มออกมาอย่างดงามยิ่งราวกับดวงตะวันที่สาดแสงมอบทั้งพลัง ความหวัง ความรักลงมายังโลกหล้าที่หนาวเย็นในยามนี้ให้กับเขา-ก่อนที่เธอจะกล่าวออกไปว่า

“...ไปเถอะค่ะ”

“...”

เซบัสเพียงยิ้มรับพร้อมทั้งหันกายก้าวเดินตรงไปยังหน้าผาที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรที่เบื้องหน้า...ไทน์ที่บาดเจ็บพยายามที่จะทรงกายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง-ส่งเสียงร้องออกมาอย่างยากลำบากภายใต้การประคับประคองขององค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือว่า

“ไม่...”

ดวงตาขององค์หญิงแห่งสายลมเหนือแดนได้ละสายลมจากไทน์จับจ้องมองไปยังเซบัสที่กลายเข้ามา...แต่เซบัสคบ้ายไม่สนใจถึงเธอ-เขาเพียงก้าวเดินตรงไปยังเสาแห่งสายลมกรีนวินด์ที่เบื้องหน้า

“ได้โปรดหยุดเถอะ...”

องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งหัวใจที่แหลกสลาย-เธอที่ใช้ดวงตาที่อาบไปด้วยประกายแห่งหยาดน้ำตาจับจ้องมองไปยังไทน์อย่างอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย-ก่อนที่จะปลดปล่อยมือของเธอจากกระประคองร่างที่พึ่งจะยืนได้อย่างไม่มั่นคงของเขาแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าของเซบัสพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

“...ข้ายินยอมไปกับท่าน”

...นี่เป็นการเสียสละครั้งสุดท้ายของเธอเพื่อชายอันเป็นที่รักเพื่อให้ทุกสิ่งมันจบลง...แต่เซบัสกลับเพียงส่ายหน้าปฏิเสธออกมาเท่านั้น

“...”

“ความทรงจำของท่านกลับมาแล้วหรือ”

องค์หญิงแห่งสายลมแดนเหนือส่งเสียงถามออกไปอย่างตกใจ-เธอหมายถึงความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือ...เซบัสเพียงยิ้มรับกลับไปเท่านั้น

“...”

ความทรงจำของตนกับเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือกลับมาแล้วจริงๆ-เขาที่ยังคงก้าวเดินไปยังยอดหน้าผาเพื่อไปหาเสาแห่งสายลมกรีนวินด์ที่เบื้องหน้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ผมจดจำได้แล้วถึงความรักของผมกับเธอ...”

ก่อนที่ทุกคนที่ได้ยินถึงเสียงของเซบัสที่กำลังก้าวเดินไปยังเสาแห่งสายลมที่เบื้องหน้าซึ่งห่างอยู่แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นจะได้ยินเขากล่าวต่อไปอีกว่า

“...ความรักของผมกับ...”

หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกไปอีกว่า

“...เอวา มาเรียเบ็ล”

“ลูเซ่”

เสาแห่งสายลมแดนเหนือส่งเสียงเพรียกหาออกมาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย-ก่อนที่เสาแห่งสายลมนั้นจะจางหายไปในพริบตา...

ทันทีที่เสาแห่งสายลมแดนเหนือที่กว้างเพียง 77 เซนจะจางหายไปนั้น-ทุกคนที่จับจ้องมองไปตามเงาหลังของเซบัส...เห็นถึงรูปสลักนำแข้งของหญิงสาวที่สวยจนสุดหล้าเปี่ยมด้วยสง่าราคีที่ไม่เป็นรองใคร-สีเขียวมรกตกับนั่งคุกเข่าคล้ายกำลังสวดอ้อนวอนต่อทุกสรรพบนโลกหล้าที่ปลายหน้าผาหันหน้าลงมาทางทิศใต้

...ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นละม้ายคล้ายโซฟีเน่แต่สวยซึ้งและงดงามยิ่งกว่า

เซบัสที่หยุดอยู่เบื้องหน้าประมาณ 2-3 เมตรเพียงยิ้มรับออกมาพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

“ฉันมาหาเธอ...ตามคำสัญญาแล้ว-มาเรียเบ็ล”

“ไม่”

ไทน์ที่นอนนิ่งอยู่ถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาจนทุกคนและเซบัสต้องหันกลับไปมองเขา...โซฟีเน่ที่เฉลียวใจอะไรบ้างอย่าง-เธอถึงกับกางบินพุ่งบินออกไปทันที

ไทน์ที่อาศัยแรงเฮือกสุดท้ายส่งเสียงร้องตะโกนออกไปก้องฟ้าแดนเหนือว่า

“ข้าจะไม่วันยอมให้แกได้พบกับเธออย่างเด็ดขาด”

“เฟียว”

พร้อมทั้งพุ่งปาดาบสีเขียวมรกตในมือของตนพุ่งตรงไปผ่านร่างของเซบัสไปในพริบตา-เขาถึงกับหันกลับไปมองทันที...ในพริบตานั้น...

“เพร่ง”

คมดาบปักลึกลงไปในรูปแกะสลักหญิงสาวที่เบื้องหน้าของเซบัสในทันที-ก่อนที่จะแตกสลายออกไปในพริบตา...พริบตานั้น-โซฟีเน่ที่ด้านหลังของเซบัสก็ส่งเสียงกรี๊ดร้องออกมาในพริบตา

“กรี๊ด”

โซฟีเน่ยิ้มออกมาเล็กน้อย-ก่อนที่ร่างของเธอจะหมดสติไปในพริบตาเดียวกันนั้น...สิ่งสุดท้ายที่ดวงตาของโซฟีเน่มองเห็นก่อนจะปิดลงไม่ใช่รูปแกะสลักที่งดงามเบื้องหน้าถึงกับแหลกสลายกลายเป็นละอองชิ้นเล็กชิ้นน้อยถูกสายลมสีเขียวมลายหายไปในนภากาศ

...แต่เป็นเซบัสที่หันกลับมา

ก่อนที่ทุกคนจะเห็นถึงร่างเทพธิดาแห่งทะเลทรายค่อยๆล่วงหล่นลงไปกับจากนภากาศ...พร้อมทั้งเสียงตะโกนร้องด้วยความเสียใจของเซบัส

“โซฟีเน่…”

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 26 ก.ค.51 เวลา 22:05:43 น.

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ขออภัยด้วยครับที่เครื่องคำพูดเป็นขีด(ผมพยายามแก้แล้วแต่ไม่สำเร็จครับ)

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 26 ก.ค.51 เวลา 22:13:53 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ